ลึกลับสนามข่าว : 6 มกราคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/22297

620484

ลึกลับสนามข่าว : 6 มกราคม2559

nn…ผ่านพ้นปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่ ประเดิมการทำงานวันแรก ปุ๊บ! “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ไม่ลืมกล่าว สวัสดีปีใหม่ทุกคน พร้อมขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร ทุกฝ่ายและประชาชนที่ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ช่วงเทศกาลปีใหม่ทำให้ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น ตอนแรกก็มีความกังวล ในเรื่องความสูญเสีย…ท่านพูดถึง คำสั่งมาตรา 44 ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ “ยึดรถประชาชนที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยย้ำว่า “เมื่อคำสั่งดังกล่าว เป็นกฎหมายแล้วก็ให้บังคับใช้ต่อไปจนกว่าจะมีการประกาศยกเลิก แต่ผมจะไม่ยกเลิกมาตรการดังกล่าว ต้องมีการทบทวน อาจใช้การยึดใบขับขี่แทนการยึดรถ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนด้วย”…เมื่อมาตรการได้ผลระดับหนึ่ง สังคมตอบรับ อย่างน้อยๆ ก็ช่วยลดอุบัติเหตุจากเมาแล้วขับ ป้องกันทั้งผู้ขับให้ปลอดภัยแล้วยังป้องกันการสูญเสียจากผู้บริสุทธิ์..สิ่งสำคัญ นายกฯลุงตู่ ยังได้ทำตามสัญญา ที่ได้พูดผ่านรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” เมื่อคืนวันศุกร์ 1 ม.ค. ว่า หลังปีใหม่ จะให้ของขวัญและปฏิรูปตัวเอง ด้วยการพูดให้น้อยลง ..ปรากฏว่าท่านนายกฯให้ของขวัญปีใหม่และปฏิรูปตัวเองทันที จากที่ยืนให้สัมภาษณ์กับกองทัพสื่อมวลชนกันยาวนาน โดยท่านพูดแค่ 2.47 นาทีเท่านั้น…ทำเอากระจอกข่าวสายทำเนียบฯอึ้งไป…ถ้าพูดสั้น กระชับ ชัดเจน ทุกประเด็น ยิ่งสุดยอดไปเลย…nn

nn…หลัง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ร่วมมือกับ กระทรวงยุติธรรม เข้าไปดูแลใช้มาตรการเพื่อลดอุบัติเหตุช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 27 -30 ธ.ค. 2558 เมื่อช่วงเทศกาลปีใหม่ มีการรวบรวมสถิติและตัวเลขก่อนนำมาวิเคราะห์ ทราบว่า สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ มาจาก 1.เมาแล้วขับ 2.ขับรถแล้ว รถที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด 1.รถกระบะ 2.จักรยานยนต์ โดยผู้ขับขี่เกิดอุบัติเหตุ และเสียชีวิตอายุอยู่ระหว่าง 25-49 ปีขณะที่เยาวชนจะเกิดอุบัติเหตุได้บาดเจ็บมากกว่าเสียชีวิต …ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เห็นว่า “ในปีหน้าช่วงเทศกาลสงกรานต์ และเทศกาลอื่นๆ คงนำมาตรการต่างๆ อาทิ เมาแล้วขับ ยึดรถ และการรณรงค์ช่วงก่อนเทศกาลให้มากๆ จะได้ช่วยทำให้สถิติลดลง”…แต่ยังต้องรอดูสรุปตัวเลขช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ก่อน เพื่อนำมาวิเคราะห์ เพื่อปรับปรุงมาตรการอื่นๆ…อย่างไรก็ดี กรณีเมาและยึดรถนั้น ท่านปลัด ยธ. ย้ำว่า “เป็นมาตรการที่ดี ทำให้ผู้ที่เมาแล้วขับขี่ ขับรถน้อยลงนั้น จะต้องมีกฎระเบียบและมาตรฐานในการยึดรถผู้เมาสุราและขับขี่ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ใช้ความรู้สึก และสัญชาตญาณเท่านั้น เพื่อป้องกันการทุจริต”….ที่สำคัญ ท่านเห็นว่า จะต้องแก้ไขที่ต้นเหตุไปพร้อมกันด้วยคือ“การควบคุมร้านจำหน่ายแอลกอฮอล์ ต้องขายในช่วงเวลาที่รัฐบาลกำหนดเท่านั้น และต้องไม่ขายให้กับผู้ดื่มอายุต่ำกว่า 20 ปี หากทุกร้านทำตามกฎหมายจะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้มาก”…และในส่วนกระทรวงยุติธรรม จะให้กรมคุมประพฤติเข้าไปดูแลผู้กระทำผิดมากขึ้น ให้มีการช่วยเหลือ และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณะมากขึ้น ทั้งบริจาคเลือด ช่วยเหลือผู้ป่วย และบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถชน จะได้มีจิตสำนึกต่อส่วนรวมมากขึ้นด้วย”…เห็นด้วยอย่างยิ่ง กับมาตรการเหล่านี้ ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกๆ ฝ่ายจะต้องทำต่อเนื่องต่อไป…nn

ลึกลับสนามข่าว : 5 มกราคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/22277

620484

ลึกลับสนามข่าว : 5 มกราคม 2559

พรเพชร วิชิตชลชัย                                 สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

nn…ควันหลงเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2559 ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสนช. “พรเพชร วิชิตชลชัย” แจกของขวัญปีใหม่แก่ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา เป็นข้าวสารขาว ไปหุงกินต้อนรับปีใหม่… ถัดมา รองประธาน สนช. คนที่ 1 “สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย” ก็แจกข้าวต้อนรับปีใหม่ เป็นข้าวกล้อง แหมมมม…ปีใหม่หากนำข้าวกล้อง ผสมข้าวขาวของทั่นประธาน สนช. ก็ครบสูตรทุกสี และได้คุณค่ากันไปเลย แต่ทีเด็ดกว่า เห็นจะอยู่ตรงที่ทั่นรองฯสุรชัยไม่ได้ยืนแจกธรรมดา แต่บุกเข้ามาแจกถึงในห้องสื่อมวลชน แจกถึงโต๊ะทำงานเลยทีเดียว พอเจ้าตัวอวยพรปีใหม่ผู้สื่อข่าวคนหนึ่ง ผู้สื่อข่าวก็อวยกลับว่า “ขอให้ท่านได้เป็นประธานวุฒิสภานะครับ” รองฯสุรชัยก็ตอบกลับว่า “สงสัยต้องไปให้ อ.มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เขียนในรัฐธรรมนูญให้นายสุรชัยเป็นประธานวุฒิสภา”…แหม ถ้าเขียนได้จริงคงมีคนขอกันอุตลุดแน่ๆ มีรองประธานฯขี้เล่นอารมณ์ดีแบบนี้ ก็ขอให้มีความสุขตลอดปีเช่นกันนะขอรับ…nn


นริศ ขำนุรักษ์

nn…หลังจาก ที่ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งให้มีการส่งเสริมปลูก “กล้วยไม้พันธุ์รองเท้านารี”และพันธุ์ท้องถิ่นทั่วดอยอินทนนท์ เพื่อเอกลักษณ์ทัองถิ่น เหมือนการปลูกซากุระทั่วเมืองของประเทศญี่ปุ่นนั้น “นริศ ขำนุรักษ์” อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการการที่ดินทรัพยากรและสิ่งแวดลัอม สภาผู้แทนฯ เห็นด้วยและสนับสนุนแนวคิดนี้อย่างเต็มที่เต็มตัว …เพราะกล้วยไม้ป่าหลายชนิด ไม่เพียงแต่ รองเท้านารีได้ถูกลักลอบนำออกจากป่า ทั้งอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือป่าอนุรักษ์ และป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อนำไปขายอย่างต่อเนื่อง
มากว่า 10 ปี จนขณะนี้แทบหมดไปจากป่าเหล่านั้นแล้ว และไม่สามารถฟื้นตัวได้เองตามธรรมชาติได้ ฉะนั้น แนวคิดแนวทางของ ทั่น รมว.สุรศักดิ์ จึงถูกต้องเหมาะสม แต่อย่างไรเจ้าตัวก็ ขอฝากให้ทั่นรมต.ทส.ได้สั่งให้ทุกหน่วยงานในความรับผิดชอบในการดูแลป่า ทั้งอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่า หน่วยป้องกันรักษาป่า หน่วยอนุรักษ์ต้นน้ำ สวนป่า
หน่วยไฟป่า และหน่วยงานของกรมทรัพยากรทะเล และชายฝั่งทั่วประเทศ เร่งฟื้นฟูกล้วยไม้ดั้งเดิมในพื้นที่รับผิดชอบให้กลับมาให้ได้โดยเร็ว แทนที่จะทำเพียงแค่ดอยอินทนนท์ เพราะผลงานดังกล่าวนี้ จะเป็นการตอบโจทย์การฟื้นฟูระบบนิเวศน์และจะเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่ยั่งยืนต่อไปอีกด้วย…เรื่องดีๆต้องเร่งทำเมื่อโอกาสเหมาะสมอย่างนี้…nn


พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์

nn…สุภาษิตที่ว่า “ขึ้นรถ ลงเรือ ไปเหนือ ล่องใต้” คงจะใช้กับ “ครูน้อย-พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์” รมช.ศึกษาธิการได้เป็นอย่างดี เพราะตั้งแต่สวมวิญญาณครู ก็ชีพจรลงเท้าตลอด  งานชุกจริงๆ ยิ่งกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายสำคัญ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ยิ่งทำให้ต้องลงไปสัมผัสพื้นที่จริงตลอดอย่างต่อเนื่อง ในทุกพื้นที่ ที่จะเดินทางลงไปได้ เพราะถือเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องทำความเข้าใจทั้งกับประชาชน ผู้ปกครอง ครูและนักเรียนเอง จนบัดนี้ได้กลายเป็นนโยบายที่ฮิตติดลมบนไปเรียบร้อยโรงเรียนครูน้อยแล้ว…

วันก่อนขึ้นเหนือไปตรวจเยี่ยมครู-นักเรียน ในพื้นที่ทางภาคเหนือ พร้อมๆกับสำรวจดูนโยบายสำคัญของกระทรวง “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”ไปด้วย เล่นเอาบรรดาครู-นักเรียนเป็นปลื้มกันใหญ่ ที่มีผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงเสมา เป็นห่วงเป็นใย ตามติดนโยบายนี้ และนี่อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันสำคัญของเด็กๆ กันแล้ว ก็คือ “วันเด็ก”นั่นเอง ซึ่งเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม ปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 9 มกราคม แหมมมม…วันสำคัญกับเด็กอย่างนี้ กระทรวงศึกษาซึ่งมีหน้าที่ดูแลการศึกษาให้กับเด็กๆ อยู่แล้ว จะพลาดได้ไง…

ด้วยเหตุนี้ “ครูน้อย”เลยได้ลงนัดในตารางเวลากันเลยทีเดียวว่า ในวันเด็กปีนี้ จะลงไปให้กำลังใจเด็กๆ พร้อมร่วมกิจกรรมกับเด็กๆ ด้วย โดย “ครูน้อย” เลือกไปร่วมกิจกรรมกับเด็กในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดที่ไม่ค่อยมีใครอยากลงไป เพราะหวั่นเกรงอันตรายนั่นเอง แต่เรื่องนี้ใช้ไม่ได้กับ “ครูน้อย” ที่มีเลือดทหารใจนักสู้อยู่เต็มอก…อย่างนี้ได้ใจเด็กๆ ไปเต็มๆ เลยล่ะกัน ถึงแม้หน้าตา “ครูน้อย”จะดูเหมือนดุ แต่ขอโทษ ใจดี๊ดีจร้า…nn

ลึกลับสนามข่าว : 4 มกราคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/22261

620484

ลึกลับสนามข่าว : 4 มกราคม 2559

อลงกรณ์ พลบุตร

nn…ถือเป็นการ “คืนความสุข” ให้กับเด็กๆ ส่งท้ายปี เมื่อทาง “ชมรมช่างภาพการเมือง” โดย “น้าหลาด–ฉลาด จันทร์เดช” ประธานชมรมฯ ร่วมกับ “รายการวิทยุทันคนทันข่าว” ข้าราชการ สำนักงานเลขาธิการรัฐสภา และคณะข้าราชการสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมกับผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมกันจัดหาของบริจาคเพื่อเข้าร่วมโครงการ “เติมฝันปันใจให้น้อง”
โดยมีการมอบของขวัญให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยปลาดุก และโรงเรียนบ้านสองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี…ซึ่งงานดีๆ แบบนี้“รองฯจ้อน–อลงกรณ์ พลบุตร” รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ในฐานะเจ้าบ้านก็ได้ต้อนรับขับสู้ทางคณะเป็นอย่างดี

…โดยภายหลังจากที่ได้มอบของให้แก่โรงเรียนทั้ง 2 โรงเรียนแล้ว รองฯจ้อนก็ได้เปิด ไร่เมล่อน“Flower Fantasy” ของตัวเองที่อยู่ริมเขา เพื่อให้คณะได้พักผ่อนและสังสรรค์ เนื่องในโอกาสที่มีอายุครบ 59 ปี งานนี้“พี่จ้อน” ก็ได้พาชิมเมล่อนที่ปลูกเองในไร่ ซึ่งคนทั้งคณะ ก็ต้องยกนิ้วให้ความหวานอร่อยของ “เมล่อน” กันทั่วหน้าและเจ้าตัวยังได้พูดถึงเกี่ยวกับการทำงานในไร่เมล่อนว่า “อนาคตก็ตั้งใจว่า จะเกษียณตัวเองทางการเมือง เพื่อมาดูแลไร่อย่างเต็มที่ โดยที่ผ่านมา เมื่อว่างเว้นจากทางการเมืองในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ผมก็จะกลับมาทำงานที่ไร่เมล่อนเป็นประจำอยู่เสมอ จนถูกพรรคพวกใกล้ชิดแซวกันไม่ขาดปากถึงเรื่องสีผิว…”

…ซึ่ง “พี่จ้อน” ก็ตอบไปว่า “ที่ผิวคล้ำเพราะทำงานในไร่ ไม่ใช่เป็นมาแต่กำเนิด” เรียกเสียงฮาครืนให้กับผู้ฟังเป็นอย่างมาก และพอเล่าจบก็มีผู้สื่อข่าวที่ไปในงานนี้ตะโกนถามไปว่า “แล้วลูกเมล่อนที่ปลูกเนี่ยจะโตตามโรดแมปหรือเปล่า” ซึ่ง “พี่จ้อน” ก็ตอบทันควันว่า “ก็โตตามโรดแมปการปฏิรูปประเทศนั่นแหละ”แหมมมม…ตั้งใจทั้งงานการเมืองและงานในไร่ขนาดนี้แฟนๆ คงหมดห่วงไปได้ว่า ชีวิตบั้นปลายของ “พี่จ้อน”คงจะมีความสุขที่ได้ผลักดันงานการปฏิรูปฯจนสำเร็จ และมีความสุขในไร่ที่เป็นพื้นที่บ้านเกิดของตัวเองด้วย…เรียกว่า ได้โชคสองชั้นยิ่งกว่าแจ๊กพอตซะอีกนะเฮีย…น่าอิจฉาจริงจริ๊ง…nn