ลึกลับในสนามข่าว : 31 กรกฎาคม 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 31 กรกฎาคม 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 31 กรกฎาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

nn…ไม่ว่าสถานการณ์ชายแดนไทย-เขมรจะเป็นอย่างไร รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ “ท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา” หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ยังนำหน้าเจ้าหน้าที่และข้าราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ลุยปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ต่อเนื่อง เพราะชาวบ้านเดือดร้อนแน่นอน ยิ่งกลุ่มเปราะบางน่าเป็นห่วงที่สุด วันก่อน ทีมงานกระทรวง พม. ลงพื้นที่ดูแลกลุ่มเปราะบางในศูนย์พักพิงแต่ละจังหวัดเต็มที่ อย่างที่ศรีสะเกษ พม.จังหวัดพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าเยี่ยม และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิง 3 แห่ง ในอำเภอกันทรารมย์ อำเภอโนนคูณ และอำเภอศรีรัตนะ ให้คำปรึกษาเรื่องสิทธิ สวัสดิการ ให้กำลังใจ และจัดกิจกรรมนันทนาการสำหรับเด็ก คลายเครียด ซึ่งในศูนย์พักพิงนั้น ผู้ประสบภัยมีทั้งเด็กเล็กวัยเรียน ผู้สูงอายุ คนพิการ และวัยแรงงาน ทุกคนต้องการกำลังใจและการดูแลใกล้ชิด

ที่สำคัญคือ ศูนย์พักพิงชั่วคราวหลายแห่งต้องการเครื่องอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นอีกจำนวนมาก ได้แก่ นมกล่อง แพมเพิส โลชั่นกันยุง อาหารสำเร็จรูป มุ้ง ผงซักฟอก กะละมังซักผ้า ของเล่นสำหรับเด็ก สมุดวาดภาพระบายสี ที่นอนปิกนิก สเปรย์ดับกลิ่น เสื้อผ้าเด็กตามช่วงวัย ชุดชั้นในสตรี ฟรีไซส์ ชุดชั้นในชาย ฟรีไซส์ ผ้าเช็ดตัว แผ่นรองซับสำหรับผู้ป่วยติดเตียง ผ้าห่ม หมอน น้ำยาซักผ้าเด็ก ขวดนมเด็ก ยาสระผม สบู่…

…รมต.ท็อปไม่รอช้า เดินหน้านำข้อมูลรายงานที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หาแนวทางช่วยเหลือเป็นการด่วน แต่ถ้าพี่น้องคนไหนต้องการร่วมให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางด้วย กระทรวงการพัฒนาสังคมฯก็ยินดี ไม่ว่าเป็นสิ่งของหรือบริจาคเงิน กระทรวง พม.สัญญาจะส่งต่อสิ่งของทุกชิ้นให้ถึงมือผู้รับอย่างเป็นประโยชน์ที่สุดทุกการสนับสนุนของพี่น้องคนไทยมีความหมายยิ่ง จะช่วยให้ทุกคนก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ ใครสนใจประสานกระทรวง พม.ได้เลยคับพี่น้อง คนไทยไม่ทิ้งกัน เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง…

…พูดจริงทำจริง ถึงลุยปฏิบัติภารกิจในส่วน พม.หนักหนาแค่ไหน แล้ว แต่รมต.ท็อปก็ไม่ทิ้งบ้านเกิดเมืองสุพรรณบุรี ซึ่งก่อนหน้านั้นเจ้าตัวก็นำทีม สส.สุพรรณฯ พรรคชาติไทยพัฒนา ผู้ว่าฯและรองผู้ว่าฯ รวมถึงผู้บริหารฝ่ายปกครองท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน ทีมงานสำนักชลประทานที่ 12 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในจังหวัดสุพรรณฯ ประชุมแผนหารือแนวทางรับมือสถานการณ์น้ำ เป้าหมายสำคัญคือ เร่งระบายน้ำในแม่น้ำท่าจีนให้ต่ำที่สุด เตรียมพื้นที่รองรับน้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ น้ำจากทุ่งตะวันตก สำคัญที่สุดคือ เตรียมพร้อมรับน้ำเหนือที่กำลังจะมา ผลจากพายุ “วิภา” ทำให้ฝนตกหนัก ปริมาณน้ำมากขึ้นต่อเนื่อง และถึงแม้ “วิภา”จะไปแล้ว แต่สถานการณ์ก็ยังต้องจับตาใกล้ชิด ถ้าเกิดฝนตกแล้วระบายไม่ทัน น้ำท่วมน้ำล้นตลิ่งก็เกิดขึ้นได้…เรียกว่า ต่อให้ภารกิจมากมายล้นมือแค่ไหน แต่รมต.ท็อปก็ไม่ยอมทิ้งพื้นที่บ้านเกิดเมืองสุพรรณฯ อะไรป้องกันได้ไม่รอช้า ลุยทำก่อนทันที น่าปลื้มแทนคนเมืองสุพรรณบุรี
ซะจริง ได้ผู้แทนฯที่มีสำนึกรักบ้านเกิดเข้มข้นขนาดนี้…อบอุ่นใจกันถ้วนหน้าคับพี่น้อง…nn

ลึกลับในสนามข่าว : 24 กรกฎาคม 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 24 กรกฎาคม 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 24 กรกฎาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

nn….ใกล้เข้ามาแล้วกับอีกหนึ่ง “งานใหญ่”ของ จ.อ่างทอง “พรีเซ็นเตอร์” กิตติมศักดิ์ซึ่งเป็นสองสส.หนุ่ม สองศรีพี่น้อง สังกัดพรรคสีน้ำเงิน ภูมิใจไทย ถ่ายคลิปโปรโมทงานนี้เต็มที่ แว่บเห็นสส.ผู้พี่ “สส.แบด – ภราดร ปริศนานันทกุล” ถ่ายคลิปบอกเล่ารายละเอียดงานอลังประจำจังหวัด “มรดกศิลป์ ถิ่นลิเกอ่างทอง 26-28 กรกฎาคม 2568 ณ วัดไชโยวรวิหาร จ.อ่างทอง วันนี้ผม และ สส.กรวีร์ มีโอกาสมาบันทึกเทปประชาสัมพันธ์ ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอ่างทอง เพื่อเชิญชวนทุกท่านร่วมงาน กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตามรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ โดยภายในงานพบกับ… พิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่ – แสง สี เสียง พลุไฟกลางแม่น้ำเจ้าพระยา – ลิเกทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยเด็กถึงวัยเก๋า – มินิคอนเสิร์ตศิลปินชื่อดัง – หมู่บ้านไทยย้อนยุค-สินค้าท้องถิ่นจาก 6 จังหวัด ฝากติดตามด้วยนะครับ แล้วพบกันครับ…”

….แว่วว่า กว่าจะได้คลิปสมบูรณ์ สส.แบด ได้รับฉายา “สส.แบดหลายเทค”เหมือนกัน ทำเอาทีมงานขำกันท้องคัดท้องแข็ง หึหึหึ โดยเฉพาะในช่วงพูดถึงชื่อศิลปินที่จะมาแสดง “ลิเก
กลางน้ำ” ซึ่งมีชื่อเสียงดังกระฉ่อนทั้งนั้น จนสส.ผู้น้อง “แชมป์ – กรวีร์ ปริศนานันทกุล” ต้องคอยสะกิดเตือนบอกบทอยู่ข้างๆ… งานนี้ ก็น่าเอ็นดูสองพี่น้อง ช่วยเหลือกันดีจริงๆ.. แหมมมม…ก็อ่ะเนาะ เขาเป็นผู้แทนฯ เป็นสส. แล้วก็เป็น“นักชิม” ไม่ได้อยู่ในวงการ จะเอาเป๊ะซะทีเดียวก็ไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ผ่านฉลุยไปด้วยดี “ภาดร-กอวีร์” ซะอย่าง สบาย สบาย…. ยังไงใครผ่านไปแถวอ่างทอง ก็แวะไปเที่ยว ไปช็อป ไปชิม กันได้เน้อสส.สองศรีพี่น้องคอนเฟิร์มว่า งานใหญ่อลังของปีทีเดียว ที่สำคัญ “ของกิน” อร่อย แน่นอน เพราะเขาระดมของดีขึ้นชื่อของเมืองอ่างทองมารวมอยู่ในงานนี้ทั้งหมด ไม่ต้องไปเสาะหาให้ยากเชิญจ้า เชิญจ้า…กรวีร์ ปริศนานันทกุล

ลึกลับในสนามข่าว : 17 กรกฎาคม 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 17 กรกฎาคม 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 17 กรกฎาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

nn…เก็บตกวันหยุดยาวในเทศกาลงานบุญเข้าพรรษา แต่สำหรับสส.แล้ว ไม่มีวันหยุดจ้า “สส.แคมป์ –กุลวลี นพอมรบดี” ผู้แทนราชบุรี เขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ ว่าไว้ เพราะทุกวันหยุดไม่ว่าหยุดยาวหรือหยุดปกติ สส.แคมป์ก็จะขนทีมงานลงพื้นที่แวะเวียนเข้าบ้านโน่นออกบ้านนี้ ให้กำลังใจชาวบ้านที่เดือดร้อน โดยเฉพาะบ้านไหนมีผู้ป่วยติดเตียง ข้าวสารน้ำดื่มเครื่องอุปโภค-บริโภค ต้องมีติดไม้ติดมือไปด้วย เรียกว่า วันหยุดชาวบ้านไม่มีเหงา ผู้แทนไปเยี่ยมตลอด ถ้าติดภารกิจ ก็จะมีทีมงานไปแทน ถึงว่าไง เป็นสส.หยุดไม่ได้ เพราะความเดือดร้อนของชาวบ้านมีได้ 24 ชั่วโมง ล่าสุด สส.แคมป์ก็ลงพื้นที่เช่นเคย พร้อมพาหนะเปิดประทุนลมโกรกเย็นสบาย มีคนขับให้ด้วย ก็ไม่ใช่รถหรูดูแพงอะไร “มอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง”จ้าพี่น้อง ขนทั้งของขนทั้งคนได้เต็มพิกัด ลุยตรอกซอกซอยถึงไหนถึงกัน สมเป็นรถคู่ใจของสส.สาวเก่งแห่งเมืองโอ่ง ลุยไม่มีพักแบบนี้นี่เองถึงได้ใจคนเมืองโอ่งไปเต็มโอ่ง แถมร้องเพลงเพราะเต้นเก่งอีกต่างหาก ครบเครื่องจริงๆ…nn

nn…สส.สองศรีพี่น้องแห่งเมืองอ่างทองก็เช่นกัน วันหยุดยาวสี่วัน “ภราดร – กรวีร์ ปริศนานันทกุล”ผู้แทนอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ก็ขลุกอยู่ในพื้นที่ช่วยงานบุญงานบวช รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน ไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้เฒ่าพ่อแก่พี่ป้าน้าอา บ้านไหนมีผู้ป่วยติดเตียง ก็นำแพมเพิร์ส วีลแชร์ไปมอบให้ด้วย สำหรับบ้านไหนที่ต้องการ หยุดยาวล่าสุดที่ผ่านมาทั้ง “ภาดรและกอวี”มีโปรเจกท์ใหญ่ที่จะทำเพื่อบ้านเกิดอีกแล้ว แว่วว่า เป็นครั้งแรกของ จ.อ่างทองเลยพี่น้อง เฮียภาดรบอกว่า “Coming Soon ครั้งแรกของจังหวัดอ่างทอง #ลิเกกลางน้ำ 26 – 28 กรกฎาคม 2568 ณ วัดไชโยวรวิหาร จังหวัดอ่างทอง ชมการแสดงลิเกกลางสายน้ำ พร้อมแสง สี เสียงสุดตระการตา ยามค่ำคืน…” ใครผ่านไปผ่านมา ผ่านอ่างทอง ลองแวะเวียนไปชมได้ เพราะเป็นช่วงวันหยุดยาวปลายเดือนติดต่อกันอีกแล้ว ภาดรกับกอวี เชิญเที่ยวชม และชิม ใครจะตามรอย “ภาดรตะลอนกิน” หรือ “แชมป์ ชวนชิม” งานนี้ ไม่น่าพลาด…เพราะได้ทั้งดู “ลิเกกลางน้ำ”สีสันตระการตา แถมยังได้ตามรอยร้านเด็ดร้านดังของสองสส.หนุ่มอ่างทอง คุ้มซะไม่มี…nn

ลึกลับในสนามข่าว : 10 กรกฎาคม 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 10 กรกฎาคม 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 10 กรกฎาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

nn…พูดถึงการเลี้ยงปลาเป็นงานอดิเรก ไม่เพียงแต่ไทยเท่านั้นที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง แต่ทั่วโลกก็สนใจแพร่หลายเหมือนกัน งานนี้ อธิบดีกรมประมง “บัญชา สุขแก้ว” คอนเฟิร์ม จากสถิติการซื้อขายทั้งในและต่างประเทศของธนาคารโลกปี 2567 มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 10,000 ล้านบาท และไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกอันดับต้นๆของโลกมีมูลค่าการส่งออกกว่าพันล้านบาท!!!! ส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 11% ด้วยปัจจัยนอกจากสภาพภูมิประเทศภูมิอากาศที่เอื้ออำนวยในการเพาะเลี้ยง ทำให้ได้ปลาสวยงามตามมาตรฐานแล้ว มีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ ต่อเนื่อง สัตว์น้ำสวยงามของไทย โดยเฉพาะปลากัด จึงได้รับความนิยมดังไปทั่วโลก….งานนี้ อธิบดีกรมประมงบอกว่า “ปลากัด” เป็นสัตว์น้ำส่งออกสำคัญของไทย ที่ได้รับยกย่องเป็นสัตว์น้ำเอกลักษณ์ประจำชาติ ยิ่งปัจจุบันปลากัดได้รับการพัฒนาการเพาะเลี้ยง ปรับปรุงพันธ์ุจากกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงจนเกิดรูปร่างลักษณะที่หลากหลาย รวมทั้งสีสันสวยงาม จนได้รับการยอมรับจากทั่วโลก จนนำไปสู่การค้าเชิงพาณิชย์ โดยไทยมีมูลค่าการส่งออกปลากัดประมาณ 400 ล้านบาท หรือประมาณ 40% ของการส่งออกสัตว์น้ำทั้งหมด

รองลงมาคือ ปลาทอง (7.3%) ปลาหางนกยูงและปลาสอด (6.4%) กุ้งสวยงาม (5.8%) กลุ่มปลาหมอสีและปลาออสการ์ (3.9%) และปลาชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะปลาสวยงามพื้นเมืองของประเทศไทย เช่น ปลาก้างพระร่วง ปลาลูกผึ้ง ปลาซิวต่างๆ มีประเทศผู้นำเข้าสำคัญคือ สหรัฐ (20%) สหภาพยุโรป (13.2%) จีน (10%)

เมื่ออนาคตสัตว์น้ำสวยงามของไทยสดใสขนาดนี้ อธิบดีบัญชาไม่รอช้า วางแผนสนับสนุนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำพัฒนาคุณภาพผลผลิตสัตว์น้ำ เพิ่มช่องทางตลาดใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มช่องทางแข่งขัน สร้างรายได้ โดยชูวิสัยทัศน์ “เป็นผู้นำการผลิตและการค้าสัตว์น้ำสวยงามที่มีมาตรฐานเพื่อการส่งออกและอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำสวยงามของไทยเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน” เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย

นอกจากนี้ กรมประมงยังหาแนวร่วมขับเคลื่อนขยายช่องทางการขนส่งสัตว์น้ำ โดยดึงพันธมิตรอย่างไปรษณีย์ไทย ช่วยผลักดันด้านการขนส่งสัตว์น้ำ ผ่านการทำบันทึกข้อตกลง การขนส่งสัตว์น้ำมีชีวิตผ่านระบบขนส่งไปรษณีย์ไทย พร้อมทั้งร่วมกันพิจารณาเพิ่มชนิดสัตว์น้ำ ที่สามารถขนส่งผ่านระบบไปรษณีย์ไทยเพิ่มเติมจากเดิมมี 7 ชนิด ได้แก่ ปลากัด ปลาสอด ปลาหางนกยูง กบ ปลาไหล กลุ่มหอยฝาเดียวและไข่หอย กลุ่มพรรณไม้น้ำ เพิ่มอีก 3 ชนิด ได้แก่ สาหร่ายพวงองุ่นสาหร่ายผักกาดทะเล และเห็ดทะเล ความร่วมมือดังกล่าว จะทำให้เกษตรกรขนส่งสัตว์น้ำมีชีวิตดังกล่าวเพิ่มเติมผ่านระบบไปรษณีย์ไทย เรียกว่า กรมประมงยุคใหม่ มุ่งพัฒนามาตรฐาน รวมถึงการขนส่งให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ทั่วประเทศ และทั่วโลก ต้องปรบมือให้รัวๆเลยจ้า…nn

ลึกลับในสนามข่าว : 3 กรกฎาคม 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 3 กรกฎาคม 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 3 กรกฎาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

nn…ลุยทำหน้าที่ผู้แทนฯคนอ่างทองไม่พัก“เฮียแบด – ภราดร ปริศนานันทกุล” สส.อ่างทองและอดีตรองปธ.สภาฯคนที่ 2 พรรคภูมิใจไทย พักประชุมสภาฯก็ไม่ได้ว่าง ลุยทำงานในพื้นที่ได้เนื้อๆ เน้นๆ หน่อย ล่าสุดเห็นว่า ได้รับการประสานจากทีมงาน ให้ไปเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ ต.ป่าโมก ป่าโมกบ้านฉัน เจ้าตัวก็ลุยเองเลยบุกเข้าบ้านผู้ป่วยติดเตียง 2 ราย งานนี้…ไปอย่าง“ฟาสต์”!!! แล้วก็ไม่ได้ไปมือเปล่านะค้าบ แพมเพิร์ส3-4 ห่อ วางให้ถึงเตียง ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบแบ่งเบาภาระของคนในบ้านที่ต้องดูแลผู้ป่วย ยิ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงแล้วล่ะก็ ไม่ต้องถามถึงรายจ่าย เดือนๆ เยอะมาก ก็ช่วยๆ กันไป เพราะเราไม่ทิ้งกัน เฮียแบดกล่าวไว้ “ที่ไร้ก็ไร้สิ้น ที่มีกินก็เกินมี บางคนไม่พูดสักคำ แต่ต้องใช้ความเงียบแบกความเจ็บไว้ทุกวัน ผมอาจช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่อยากขอเป็นส่วนเล็กๆ ที่ได้ช่วยแบ่งเบาภาระให้พ่อแม่พี่น้อง” สมกับเป็นเจ้าของสโลแกน #ป่าโมกบ้านฉัน และ #เราก็ไม่ทิ้งกัน…

…ล่าสุดเฮียแบดพร้อมพลพรรค “ภูมิใจไทย”ก็เริ่มเข้ามารับหน้าที่ “ฝ่ายค้าน”เต็มตัว ได้ร่วมงานกับฝ่ายค้านสีส้มอย่าง “พรรคประชาชน” จริงจังประเดิมไปเมื่อวันพุธกับการร่วมประชุม “วิปฝ่ายค้าน” วันแรกนำโดย “ไชยชนกชิดชอบ” เลขาธิการพรรค และแกนนำพรรค ซึ่งมีเฮียแบดด้วย บรรยากาศฝ่ายค้านสีน้ำเงินบวกสีส้ม ก็ดูชื่นมื่นดี การมาเป็นฝ่ายค้านของพรรคสีน้ำเงินคราวนี้ เป้าหมายชัดเจน เดินหน้าเพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล!!! แค่รอดูจังหวะเวลาดีๆ ก็ว่ากันไป ส่วนสส.แบดบอกย้ำกับแฟนคลับและพ่อแม่พี่น้องลุงป้าน้าอาทั้งชาวอ่างทองและทั้งประเทศว่า “ถึงจะเปลี่ยนบทบาท แต่ไม่เปลี่ยนหน้าที่ในการทำงานเพื่อประชาชนเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ พรรคภูมิใจไทยพร้อมทำงาน ตรวจสอบรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์ ยังประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทุกคน”…ก็ต้องจับตาดูกันยาวๆแล้วว่าฝ่ายค้าน “น้ำเงิน-ส้ม” ทำงานร่วมกัน ผลจะออกมาเป็นยังไง เห็นสัมพันธภาพระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลมา 2 ปีแล้ว คราวนี้ต้องมาดูในพรรคร่วมฝ่ายค้านบ้าง น่าติดตามไม่แพ้กัน…nn

ลึกลับในสนามข่าว : 19 มิถุนายน 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 19 มิถุนายน 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 19 มิถุนายน 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

nn…เก็บตกบรรยากาศเมื่อสามวันก่อน “ดร.กานต์ – รัชดา ธนาดิเรก” อดีตรองโฆษกรัฐบาล เดินทางไปทำงาน workshopที่ฟิลิปปินส์ แต่การมาทำงานนั่นไม่สำคัญเท่าได้เปิดหูเปิดตา เพราะพี่กานต์ประเดิมไปเที่ยวชม Boracay Beach ชายหาดที่สวยงามขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของฟิลิปปินส์ ที่มีคนไปเที่ยวกันเยอะมาก และเมื่อเจ้าภาพกำหนดเรื่องการแต่งกาย เน้นธีม Beach smart casualก็เป็นโอกาสอันดีของ “เสื้อผ้าบาติก”ลายจากภูเก็ตบ้านเรา ที่แขวนเก็บไว้ในตู้หลายปี เลยได้นำมาอวดโฉมถึงเมืองนอกเมืองนา งดงามเป็นเอกลักษณ์ไม่แพ้ชาติไหน แต่ก็อย่างว่า “ไม้แขวน” ดี ใส่อะไรก็ดูดีดูสวยงามไปหมด…

ดร.รัชดา ธนาดิเรก

…พอตกค่ำคืน พี่กานต์ก็ยังมีโอกาสได้สัมผัสกับแฟชั่นประจำชาติของฟิลิปปินส์เขา และตัดสินใจทำผมทรงเป็นเอกลักษณ์ ถักเปียรอบหัวแบบไม่กลัวแม่ว่ากันเลย แถมหลังการทำงานเสร็จแล้ว เจ้าตัวไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไป ลุยท่องเที่ยวเกาะBoracay ชมความงามของเกาะ น้ำทะเลภูเขา แสงแดดตามเกาะต่างๆ เพราะที่นี่ทุกอย่างเป็นเกาะ ว่ายน้ำริมหาด ท่องถ้ำ กินข้าวเที่ยง สถานที่เที่ยวแต่ละแห่งแยกเป็นเกาะ อยู่ห่างกันไม่ไกลแค่กิโลเดียว บรรยากาศดีมาก น้ำใส ทรายละเอียดมีจุดดำน้ำ มีเรือมาขายน้ำมะพร้าวด้วย ที่สำคัญคือที่นี่ใช้พลังงานลมกับแสงอาทิตย์กันแทบทั้งหมดผู้คนก็น่ารัก ทำเอาพี่กานต์อิ่มเอมใจเป็นอย่างยิ่ง ได้ทั้งงานได้ทั้งท่องเที่ยว….

…หลังเสร็จงานและได้ท่องเที่ยวแล้วพี่กานต์ก็พาผมทรงนี้จากฟิลิปปินส์กลับบ้านไปอวดแม่ หลาน และน้องหมาด้วย… “ได้ทำอะไรใหม่ๆ มันก็เป็นพลังทางความคิดได้เหมือนกันอยู่แต่ในกรอบมาตรฐานเกินไป ก็ไม่จำเป็น…”…แชะภาพกับเพื่อนร่วมงานชาวไต้หวันก่อนเก็บกระเป๋าแยกย้าย อืม…อยู่กับคนทัศนคติดีนี่มันดีจริงๆ… งานนี้ ก็ไม่รู้ว่าคนที่บ้าน ดร.กานต์ เห็นทรงผมแล้วจะว่ายังไงบ้าง โดยเฉพาะน้องกระต่ายคงคิดในใจว่า แม่เฟี้ยวจัง…nn