ลึกลับในสนามข่าว : 17 กรกฎาคม 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 17 กรกฎาคม 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 17 กรกฎาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

nn…เก็บตกวันหยุดยาวในเทศกาลงานบุญเข้าพรรษา แต่สำหรับสส.แล้ว ไม่มีวันหยุดจ้า “สส.แคมป์ –กุลวลี นพอมรบดี” ผู้แทนราชบุรี เขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ ว่าไว้ เพราะทุกวันหยุดไม่ว่าหยุดยาวหรือหยุดปกติ สส.แคมป์ก็จะขนทีมงานลงพื้นที่แวะเวียนเข้าบ้านโน่นออกบ้านนี้ ให้กำลังใจชาวบ้านที่เดือดร้อน โดยเฉพาะบ้านไหนมีผู้ป่วยติดเตียง ข้าวสารน้ำดื่มเครื่องอุปโภค-บริโภค ต้องมีติดไม้ติดมือไปด้วย เรียกว่า วันหยุดชาวบ้านไม่มีเหงา ผู้แทนไปเยี่ยมตลอด ถ้าติดภารกิจ ก็จะมีทีมงานไปแทน ถึงว่าไง เป็นสส.หยุดไม่ได้ เพราะความเดือดร้อนของชาวบ้านมีได้ 24 ชั่วโมง ล่าสุด สส.แคมป์ก็ลงพื้นที่เช่นเคย พร้อมพาหนะเปิดประทุนลมโกรกเย็นสบาย มีคนขับให้ด้วย ก็ไม่ใช่รถหรูดูแพงอะไร “มอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง”จ้าพี่น้อง ขนทั้งของขนทั้งคนได้เต็มพิกัด ลุยตรอกซอกซอยถึงไหนถึงกัน สมเป็นรถคู่ใจของสส.สาวเก่งแห่งเมืองโอ่ง ลุยไม่มีพักแบบนี้นี่เองถึงได้ใจคนเมืองโอ่งไปเต็มโอ่ง แถมร้องเพลงเพราะเต้นเก่งอีกต่างหาก ครบเครื่องจริงๆ…nn

nn…สส.สองศรีพี่น้องแห่งเมืองอ่างทองก็เช่นกัน วันหยุดยาวสี่วัน “ภราดร – กรวีร์ ปริศนานันทกุล”ผู้แทนอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ก็ขลุกอยู่ในพื้นที่ช่วยงานบุญงานบวช รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน ไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้เฒ่าพ่อแก่พี่ป้าน้าอา บ้านไหนมีผู้ป่วยติดเตียง ก็นำแพมเพิร์ส วีลแชร์ไปมอบให้ด้วย สำหรับบ้านไหนที่ต้องการ หยุดยาวล่าสุดที่ผ่านมาทั้ง “ภาดรและกอวี”มีโปรเจกท์ใหญ่ที่จะทำเพื่อบ้านเกิดอีกแล้ว แว่วว่า เป็นครั้งแรกของ จ.อ่างทองเลยพี่น้อง เฮียภาดรบอกว่า “Coming Soon ครั้งแรกของจังหวัดอ่างทอง #ลิเกกลางน้ำ 26 – 28 กรกฎาคม 2568 ณ วัดไชโยวรวิหาร จังหวัดอ่างทอง ชมการแสดงลิเกกลางสายน้ำ พร้อมแสง สี เสียงสุดตระการตา ยามค่ำคืน…” ใครผ่านไปผ่านมา ผ่านอ่างทอง ลองแวะเวียนไปชมได้ เพราะเป็นช่วงวันหยุดยาวปลายเดือนติดต่อกันอีกแล้ว ภาดรกับกอวี เชิญเที่ยวชม และชิม ใครจะตามรอย “ภาดรตะลอนกิน” หรือ “แชมป์ ชวนชิม” งานนี้ ไม่น่าพลาด…เพราะได้ทั้งดู “ลิเกกลางน้ำ”สีสันตระการตา แถมยังได้ตามรอยร้านเด็ดร้านดังของสองสส.หนุ่มอ่างทอง คุ้มซะไม่มี…nn

ลึกลับในสนามข่าว : 10 กรกฎาคม 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 10 กรกฎาคม 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 10 กรกฎาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

nn…พูดถึงการเลี้ยงปลาเป็นงานอดิเรก ไม่เพียงแต่ไทยเท่านั้นที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง แต่ทั่วโลกก็สนใจแพร่หลายเหมือนกัน งานนี้ อธิบดีกรมประมง “บัญชา สุขแก้ว” คอนเฟิร์ม จากสถิติการซื้อขายทั้งในและต่างประเทศของธนาคารโลกปี 2567 มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 10,000 ล้านบาท และไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกอันดับต้นๆของโลกมีมูลค่าการส่งออกกว่าพันล้านบาท!!!! ส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 11% ด้วยปัจจัยนอกจากสภาพภูมิประเทศภูมิอากาศที่เอื้ออำนวยในการเพาะเลี้ยง ทำให้ได้ปลาสวยงามตามมาตรฐานแล้ว มีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ ต่อเนื่อง สัตว์น้ำสวยงามของไทย โดยเฉพาะปลากัด จึงได้รับความนิยมดังไปทั่วโลก….งานนี้ อธิบดีกรมประมงบอกว่า “ปลากัด” เป็นสัตว์น้ำส่งออกสำคัญของไทย ที่ได้รับยกย่องเป็นสัตว์น้ำเอกลักษณ์ประจำชาติ ยิ่งปัจจุบันปลากัดได้รับการพัฒนาการเพาะเลี้ยง ปรับปรุงพันธ์ุจากกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงจนเกิดรูปร่างลักษณะที่หลากหลาย รวมทั้งสีสันสวยงาม จนได้รับการยอมรับจากทั่วโลก จนนำไปสู่การค้าเชิงพาณิชย์ โดยไทยมีมูลค่าการส่งออกปลากัดประมาณ 400 ล้านบาท หรือประมาณ 40% ของการส่งออกสัตว์น้ำทั้งหมด

รองลงมาคือ ปลาทอง (7.3%) ปลาหางนกยูงและปลาสอด (6.4%) กุ้งสวยงาม (5.8%) กลุ่มปลาหมอสีและปลาออสการ์ (3.9%) และปลาชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะปลาสวยงามพื้นเมืองของประเทศไทย เช่น ปลาก้างพระร่วง ปลาลูกผึ้ง ปลาซิวต่างๆ มีประเทศผู้นำเข้าสำคัญคือ สหรัฐ (20%) สหภาพยุโรป (13.2%) จีน (10%)

เมื่ออนาคตสัตว์น้ำสวยงามของไทยสดใสขนาดนี้ อธิบดีบัญชาไม่รอช้า วางแผนสนับสนุนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำพัฒนาคุณภาพผลผลิตสัตว์น้ำ เพิ่มช่องทางตลาดใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มช่องทางแข่งขัน สร้างรายได้ โดยชูวิสัยทัศน์ “เป็นผู้นำการผลิตและการค้าสัตว์น้ำสวยงามที่มีมาตรฐานเพื่อการส่งออกและอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำสวยงามของไทยเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน” เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย

นอกจากนี้ กรมประมงยังหาแนวร่วมขับเคลื่อนขยายช่องทางการขนส่งสัตว์น้ำ โดยดึงพันธมิตรอย่างไปรษณีย์ไทย ช่วยผลักดันด้านการขนส่งสัตว์น้ำ ผ่านการทำบันทึกข้อตกลง การขนส่งสัตว์น้ำมีชีวิตผ่านระบบขนส่งไปรษณีย์ไทย พร้อมทั้งร่วมกันพิจารณาเพิ่มชนิดสัตว์น้ำ ที่สามารถขนส่งผ่านระบบไปรษณีย์ไทยเพิ่มเติมจากเดิมมี 7 ชนิด ได้แก่ ปลากัด ปลาสอด ปลาหางนกยูง กบ ปลาไหล กลุ่มหอยฝาเดียวและไข่หอย กลุ่มพรรณไม้น้ำ เพิ่มอีก 3 ชนิด ได้แก่ สาหร่ายพวงองุ่นสาหร่ายผักกาดทะเล และเห็ดทะเล ความร่วมมือดังกล่าว จะทำให้เกษตรกรขนส่งสัตว์น้ำมีชีวิตดังกล่าวเพิ่มเติมผ่านระบบไปรษณีย์ไทย เรียกว่า กรมประมงยุคใหม่ มุ่งพัฒนามาตรฐาน รวมถึงการขนส่งให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ทั่วประเทศ และทั่วโลก ต้องปรบมือให้รัวๆเลยจ้า…nn

ลึกลับในสนามข่าว : 3 กรกฎาคม 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 3 กรกฎาคม 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 3 กรกฎาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

nn…ลุยทำหน้าที่ผู้แทนฯคนอ่างทองไม่พัก“เฮียแบด – ภราดร ปริศนานันทกุล” สส.อ่างทองและอดีตรองปธ.สภาฯคนที่ 2 พรรคภูมิใจไทย พักประชุมสภาฯก็ไม่ได้ว่าง ลุยทำงานในพื้นที่ได้เนื้อๆ เน้นๆ หน่อย ล่าสุดเห็นว่า ได้รับการประสานจากทีมงาน ให้ไปเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ ต.ป่าโมก ป่าโมกบ้านฉัน เจ้าตัวก็ลุยเองเลยบุกเข้าบ้านผู้ป่วยติดเตียง 2 ราย งานนี้…ไปอย่าง“ฟาสต์”!!! แล้วก็ไม่ได้ไปมือเปล่านะค้าบ แพมเพิร์ส3-4 ห่อ วางให้ถึงเตียง ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบแบ่งเบาภาระของคนในบ้านที่ต้องดูแลผู้ป่วย ยิ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงแล้วล่ะก็ ไม่ต้องถามถึงรายจ่าย เดือนๆ เยอะมาก ก็ช่วยๆ กันไป เพราะเราไม่ทิ้งกัน เฮียแบดกล่าวไว้ “ที่ไร้ก็ไร้สิ้น ที่มีกินก็เกินมี บางคนไม่พูดสักคำ แต่ต้องใช้ความเงียบแบกความเจ็บไว้ทุกวัน ผมอาจช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่อยากขอเป็นส่วนเล็กๆ ที่ได้ช่วยแบ่งเบาภาระให้พ่อแม่พี่น้อง” สมกับเป็นเจ้าของสโลแกน #ป่าโมกบ้านฉัน และ #เราก็ไม่ทิ้งกัน…

…ล่าสุดเฮียแบดพร้อมพลพรรค “ภูมิใจไทย”ก็เริ่มเข้ามารับหน้าที่ “ฝ่ายค้าน”เต็มตัว ได้ร่วมงานกับฝ่ายค้านสีส้มอย่าง “พรรคประชาชน” จริงจังประเดิมไปเมื่อวันพุธกับการร่วมประชุม “วิปฝ่ายค้าน” วันแรกนำโดย “ไชยชนกชิดชอบ” เลขาธิการพรรค และแกนนำพรรค ซึ่งมีเฮียแบดด้วย บรรยากาศฝ่ายค้านสีน้ำเงินบวกสีส้ม ก็ดูชื่นมื่นดี การมาเป็นฝ่ายค้านของพรรคสีน้ำเงินคราวนี้ เป้าหมายชัดเจน เดินหน้าเพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล!!! แค่รอดูจังหวะเวลาดีๆ ก็ว่ากันไป ส่วนสส.แบดบอกย้ำกับแฟนคลับและพ่อแม่พี่น้องลุงป้าน้าอาทั้งชาวอ่างทองและทั้งประเทศว่า “ถึงจะเปลี่ยนบทบาท แต่ไม่เปลี่ยนหน้าที่ในการทำงานเพื่อประชาชนเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ พรรคภูมิใจไทยพร้อมทำงาน ตรวจสอบรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์ ยังประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทุกคน”…ก็ต้องจับตาดูกันยาวๆแล้วว่าฝ่ายค้าน “น้ำเงิน-ส้ม” ทำงานร่วมกัน ผลจะออกมาเป็นยังไง เห็นสัมพันธภาพระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลมา 2 ปีแล้ว คราวนี้ต้องมาดูในพรรคร่วมฝ่ายค้านบ้าง น่าติดตามไม่แพ้กัน…nn

ลึกลับในสนามข่าว : 19 มิถุนายน 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 19 มิถุนายน 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 19 มิถุนายน 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

nn…เก็บตกบรรยากาศเมื่อสามวันก่อน “ดร.กานต์ – รัชดา ธนาดิเรก” อดีตรองโฆษกรัฐบาล เดินทางไปทำงาน workshopที่ฟิลิปปินส์ แต่การมาทำงานนั่นไม่สำคัญเท่าได้เปิดหูเปิดตา เพราะพี่กานต์ประเดิมไปเที่ยวชม Boracay Beach ชายหาดที่สวยงามขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของฟิลิปปินส์ ที่มีคนไปเที่ยวกันเยอะมาก และเมื่อเจ้าภาพกำหนดเรื่องการแต่งกาย เน้นธีม Beach smart casualก็เป็นโอกาสอันดีของ “เสื้อผ้าบาติก”ลายจากภูเก็ตบ้านเรา ที่แขวนเก็บไว้ในตู้หลายปี เลยได้นำมาอวดโฉมถึงเมืองนอกเมืองนา งดงามเป็นเอกลักษณ์ไม่แพ้ชาติไหน แต่ก็อย่างว่า “ไม้แขวน” ดี ใส่อะไรก็ดูดีดูสวยงามไปหมด…

ดร.รัชดา ธนาดิเรก

…พอตกค่ำคืน พี่กานต์ก็ยังมีโอกาสได้สัมผัสกับแฟชั่นประจำชาติของฟิลิปปินส์เขา และตัดสินใจทำผมทรงเป็นเอกลักษณ์ ถักเปียรอบหัวแบบไม่กลัวแม่ว่ากันเลย แถมหลังการทำงานเสร็จแล้ว เจ้าตัวไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไป ลุยท่องเที่ยวเกาะBoracay ชมความงามของเกาะ น้ำทะเลภูเขา แสงแดดตามเกาะต่างๆ เพราะที่นี่ทุกอย่างเป็นเกาะ ว่ายน้ำริมหาด ท่องถ้ำ กินข้าวเที่ยง สถานที่เที่ยวแต่ละแห่งแยกเป็นเกาะ อยู่ห่างกันไม่ไกลแค่กิโลเดียว บรรยากาศดีมาก น้ำใส ทรายละเอียดมีจุดดำน้ำ มีเรือมาขายน้ำมะพร้าวด้วย ที่สำคัญคือที่นี่ใช้พลังงานลมกับแสงอาทิตย์กันแทบทั้งหมดผู้คนก็น่ารัก ทำเอาพี่กานต์อิ่มเอมใจเป็นอย่างยิ่ง ได้ทั้งงานได้ทั้งท่องเที่ยว….

…หลังเสร็จงานและได้ท่องเที่ยวแล้วพี่กานต์ก็พาผมทรงนี้จากฟิลิปปินส์กลับบ้านไปอวดแม่ หลาน และน้องหมาด้วย… “ได้ทำอะไรใหม่ๆ มันก็เป็นพลังทางความคิดได้เหมือนกันอยู่แต่ในกรอบมาตรฐานเกินไป ก็ไม่จำเป็น…”…แชะภาพกับเพื่อนร่วมงานชาวไต้หวันก่อนเก็บกระเป๋าแยกย้าย อืม…อยู่กับคนทัศนคติดีนี่มันดีจริงๆ… งานนี้ ก็ไม่รู้ว่าคนที่บ้าน ดร.กานต์ เห็นทรงผมแล้วจะว่ายังไงบ้าง โดยเฉพาะน้องกระต่ายคงคิดในใจว่า แม่เฟี้ยวจัง…nn