เสพเรื่องเศร้า สร้างมิตรชิดใกล้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 กันยายน 2559 เวลา 18:34 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/456161

เสพเรื่องเศร้า สร้างมิตรชิดใกล้

ผู้เชี่ยวชาญเผยผลวิจัยพบการรับชมภาพยนตร์-ละครเศร้าเรียกน้ำตาช่วยทำให้คนใกล้ชิดกัน

นอกจากเนื้อเรื่องที่เรียกปฏิกิริยาตอบสนองจากผู้ชมได้มากกว่าเนื้อหาประเภทอื่น วิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดของอังกฤษ พบว่า การรับชมภาพยนตร์หรือละครเศร้าเรียกน้ำตาทำให้คนใกล้ชิดกันมากกว่า

โรบิน ดันบาร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาวิวัฒนาการของสถาบันชื่อดัง ทดลองแบ่งกลุ่มผู้ชมออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกรับชมภาพยนตร์แนวเศร้า อีกกลุ่มชมรายการสารคดี โดยให้ทั้งสองกลุ่มนั่งพิงกำแพงงอเข่าให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนและหลังชมวีดิทัศน์ พบว่ากลุ่มแรกทำท่าดังกล่าวนานกว่าก่อนรับชมถึง 13% ขณะที่กลุ่มหลังน้อยกว่า 5% ซึ่งแสดงถึงผลกระทบของสื่อต่อความรู้สึก นอกจากนี้ แบบสอบถามของผู้ชมภาพยนตร์แนวเศร้า ยังบ่งบอกความผูกพันระหว่างผู้ชมกลุ่มเดียวกันมากกว่าผู้ชมสารคดีด้วย

ทั้งนี้ งานวิจัยพบว่า เรื่องเศร้าทำให้สารเอ็นโดรฟิน ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์และสภาพจิตที่ดี เช่น หัวเราะในร่างกายหลั่งออกมาเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความอดทนต่อความเจ็บปวดใจจากการรับชม และการเล่าเรื่องเป็นส่วนหนึ่งของการรวมตัวของคนในสังคม

ภาพ www.spinsouthwest.com

ที่มา www.m2fnews.com

 

เคล็ด (ไม่) ลับสุขภาพดีแบบยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 กันยายน 2559 เวลา 18:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/456156

เคล็ด (ไม่) ลับสุขภาพดีแบบยั่งยืน

โดย…ภาดนุ ภาพ เอเอฟพี/รอยเตอร์ส

คำกล่าวที่ว่า “สุขภาพที่ดีย่อมอยู่ในเรือนกายที่สมบูรณ์” ยังเป็นความจริงอยู่เสมอ แต่ก่อนจะมีสุขภาพที่ดีและร่างกายที่แข็งแรงได้นั้น เราก็ต้องใส่ใจตัวเองให้ดีด้วยเช่นกัน ครั้งนี้จึงนำเคล็ด (ไม่) ลับสุขภาพดีแบบยั่งยืน ซึ่งทุกคนสามารถทำได้มาฝาก รับรองว่าถ้าตั้งใจจริงละก็ จุดหมายอยู่ไม่ไกลแน่นอน

-เสริมวิตามิน เพิ่มภูมิคุ้มกัน

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมมโมเรียลในนิวฟาวด์แลนด์ พบว่า การกินอาหารเสริมที่ประกอบไปด้วยวิตามิน 18 ชนิด แร่ธาตุหลักและแร่ธาตุรอง ช่วยให้ชายและหญิงอายุ 65 ปีขึ้นไปที่มีสุขภาพสมบูรณ์ สามารถฟื้นฟูความจำระยะสั้น เพิ่มความสามารถในการแก้ปัญหาความคิดเชิงนามธรรม และมีสมาธิดีขึ้น อาหารเสริมยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน จึงลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้ออันเนื่องมาจากความเจ็บป่วยได้มากกว่าร้อยละ 50 เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ไม่ได้กินอาหารเสริม

จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า คนที่กินวิตามินรวมและแร่ธาตุรวมเป็นอาหารเสริมทุกวัน จะสามารถดำเนินชีวิตได้ด้วยตนเอง และไม่เกิดการไร้ความสามารถหลัก นักวิจัยยังได้คำนวณว่า ทุก 1 เหรียญสหรัฐที่จ่ายให้กับอาหารเสริม ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพลงได้ถึง 28 เหรียญสหรัฐ โดยการป้องกันหรือชะลอความเจ็บป่วย และความเสื่อมของระบบต่างๆ ภายในร่างกาย

-ปฏิเสธอาหารแปรรูป

เนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการแปรรูปเพื่อเก็บรักษา เช่น แฮม เบคอน ไส้กรอก หมูยอ กุนเชียง แหนม และเนื้อปรุงสำเร็จ ล้วนเป็นแหล่งของโซเดียมไนไตรท์ที่ใหญ่ที่สุดในอาหาร ซึ่งโซเดียมไนไตรท์เป็นวัตถุเจือปนในอาหาร มีคุณสมบัติช่วยตรึงสีของเนื้อสัตว์ให้ดูน่ากินและป้องกันไม่ให้อาหารเน่าเสีย สารเคมีชนิดนี้ยังทำปฏิกิริยากับสารประกอบในอาหารขณะปรุงและสิ่งแวดล้อม จนเกิดเป็นสารประกอบชนิดใหม่เรียกว่า ไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่มีอานุภาพอย่างมาก โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหาร ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับปริมาณไนโตรซามีนที่พบในร่างกาย

-ร่างกายแข็งแกร่ง ทำให้หัวใจแข็งแรง

มีรายงานการศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันหัวใจ ปอด และโลหิตแห่งชาติของสหรัฐ เปิดเผยว่า คนวัยหนุ่มสาวที่มีร่างกายแข็งแกร่ง ซึ่งหมายถึงชายที่สามารถวิ่งบนสายพานได้ 10-12 นาที และหญิงที่วิ่งได้ 6-9 นาที จะลดความเสี่ยงในการเกิดความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของการเกิดโรคหัวใจ ประโยชน์อื่นๆ ที่จะได้รับคือ หนุ่มสาวที่แข็งแกร่งจะลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานได้ถึงร้อยละ 50 และมีแนวโน้มที่น้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นน้อยกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่มีร่างกายแข็งแกร่งน้อยกว่า

ทิปส์ : โรคหัวใจจัดเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของคนส่วนใหญ่ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตถึง 1 ใน 3 ของคนทั่วโลก และเป็น 1 ใน 10 ของโรคที่สร้างภาระปัญหาในวงกว้าง แนวทางการแก้ปัญหาที่ท้าทายคือ การใช้กลวิธีกระตุ้นเด็กและวัยรุ่นให้ดูแลสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง

-เส้นใยต้านไขมัน

เส้นใยอาหารมีคุณสมบัติในการดูดซับไขมัน อาหารที่มีเส้นใยสูงจะช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบย่อยอาหาร ลดภาระให้ตับและถุงน้ำดี ลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ นิ่วในถุงน้ำดี เบาหวาน เส้นเลือดแข็ง ลำไส้ใหญ่อักเสบ ริดสีดวงทวาร ไส้เลื่อน และเส้นเลือดขอด ร่างกายเราได้ประโยชน์ทั้งจากเส้นใยที่ละลายน้ำและเส้นใยที่ไม่ละลายน้ำ เส้นใยที่ละลายน้ำพบมากในถั่วตากแห้ง ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ แอปเปิ้ล ผลไม้ตระกูลส้มและมันฝรั่ง เส้นใยที่ไม่ละลายน้ำพบมากในธัญพืชชนิดไม่ขัดสี รำข้าวสาลี เมล็ดพืชและเปลือกของผักผลไม้หลายชนิด กระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐ จึงแนะนำว่า ทุกคนควรบริโภคอาหารที่มีเส้นใยให้ได้ 25-30 กรัม/วัน

-ผลัดเซลล์ให้ผิวหน้า

ผิวหน้าของคนเราจะมีการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติทุกๆ 14 วัน จนกระทั่งเรามีอายุ 14 ปี อัตราการผลัดเซลล์ผิวอย่างรวดเร็วนี้ทำให้หนุ่มสาวมีผิวที่สดใสเป็นประกาย แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น อัตราการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติจะช้าลงเรื่อยๆ จนกระทั่งย่างเข้าสู่วัย 25 ปีเป็นต้นไป ผิวก็จะมีการผลัดเซลล์ทุกๆ 28 วัน ซึ่งผลจากการสะสมเซลล์ของผิวที่ตายแล้วนี่เองที่ทำให้ผิวพรรณของเราดูหม่นหมอง

เราจึงควรทำความสะอาด กระชับรูขุมขน และเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้าเป็นประจำวันละ 2 ครั้ง โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีอัลฟาและเบตาไฮดรอกซีแอซิด (AHA และ BHA) เพราะจะช่วยในกระบวนการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายอาจเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีโพลีไฮดรอกซีแอซิด (กรด PHA) เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคือง เมื่อผิวพรรณดี หน้าตาแจ่มใส ก็จะช่วยให้จิตใจและร่างกายมีสุขภาพที่ดีตามไปด้วย

 

6 อาหารต้านเครียด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 กันยายน 2559 เวลา 10:27 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/455732

6 อาหารต้านเครียด

โดย…กันย์ ภาพ   คลังภาพโพสต์ทูเดย์

1.ถั่วเปลือกแข็ง อย่างอัลมอนด์ พิสตาชิโอ วอลนัต กินวันละ 1 กำมือ ได้วิตามินบี ที่ช่วยรับมือกับความเครียดหรือเป็นกังวลได้

2.อโวคาโด อุดมด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและโพแทสเซียม ช่วยลดความดันและความกังวลได้

3.ข้าวกล้อง เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต และใยอาหารชั้นเยี่ยม ซึ่งคาร์บจะช่วยให้สมองหลั่งสารแห่งความสุขที่ชื่อ เซโรโทนินนั่นเอง

4.ผักโขม แมกนีเซียมสูงซึ่งช่วยลดระดับความเครียด หากเราขาดแมกนีเซียมจะทำให้ปวดศีรษะคล้ายไมเกรนและอ่อนเพลีย

5.ปลาแซลมอน มีโอเมก้า 3 มากมาย ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของฮอร์โมนเครียด เพราะทำหน้าที่กักเก็บไม่ให้ความเครียดไหลพุ่งออกมา

6.ส้ม มีวิตามินซีสูง ซึ่งงานวิจัยจากเยอรมนีพบว่าการกินวิตามินซีวันละ 3,000 มิลลิกรัม จะช่วยลดระดับฮอร์โมนเครียดให้กลับมาปกติได้อย่างรวดเร็ว

 

สับปะรด ผลไม้มหัศจรรย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 กันยายน 2559 เวลา 10:25 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/455731

สับปะรด ผลไม้มหัศจรรย์

โดย…กันย์ ภาพ   คลังภาพโพสต์ทูเดย์

เป็นผลไม้มหัศจรรย์ตัวจริง สำหรับ สับปะรด ที่มีคุณประโยชน์จากสารอาหารต่างๆ ได้แก่ วิตามินซี แมงกานีส วิตามินบี 1 โฟเลต ทองแดง วิตามินบี 6 ไฟเบอร์ และวิตามินบี 5 มีเหตุผลดีๆ ที่เราควรรับประทานสับปะรด ผลไม้ที่มีแร่ธาตุ วิตามิน และไฟโตนิวเทรียนท์สูงและช่วยเสริมสร้างสุขภาพของคุณให้ดีขึ้นนี้ด้วย

1.ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น สับปะรดเต็มไปด้วยไฟเบอร์และเอนไซม์ย่อยโปรตีนที่ช่วยในการย่อยอาหาร ในขณะที่เอนไซม์บรอมีเลนช่วยร่างกายย่อยโปรตีนจากอาหาร และบรรเทาโรคท้องร่วง เสียดท้อง และปวดท้อง

2.การบรรเทาอาการหอบหืด สับปะรดมีสารอาหารมากมายที่ช่วยบรรเทาอาการหายใจไม่ทันของผู้ที่มีอาการหอบกำเริบ เนื่องจากมีวิตามินซีสูง และยังสามารถป้องกันการทำลายจากอนุมูลอิสระได้อีกด้วย

3.ไม่ทำให้เกิดอาการอักเสบ สับปะรดมีบรอมีเลนมากซึ่งช่วยลด CD4 + T lymphocytes ที่เป็นต้นตอของอาการอักเสบต่างๆ ในร่างกาย การบริโภคสับปะรดเพียงไม่กี่ชิ้นช่วยบรรเทาความเจ็บปวดที่เกิดจากโรคเกาต์ โรคข้ออักเสบ และบาดแผลได้

4.เป็นเหมือนยาแก้ไอชั้นดี น้ำสับปะรดให้ประโยชน์ได้ดั่งยาแก้ไอ เนื่องจากสับปะรดสามารถต่อต้าน ไม่ทำให้ร่างกายเกิดอาการอักเสบ โดยมันจะฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ต่อสู้กับการติดเชื้อ และบรรเทาอาการไอของเราลงได้ นอกจากนี้ เราสามารถใส่น้ำผึ้งเพื่อเพิ่มความชุ่มคอได้อีกด้วย

5.พัฒนาสุขภาพหัวใจ บรอมีเลนทำให้การแข็งตัวของเลือดดี โดยกระตุ้นให้เลือดไหลไปตามหลอดเลือดฝอย หลอดเลือดดำและเส้นเลือดได้ดี ด้วยเหตุนี้มันจึงช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจวายเฉียบพลันและโรคหลอดเลือดในสมองได้

6.ทำลายเซลล์มะเร็ง สับปะรดป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระและยังต้านอาการอักเสบได้ ดังนั้น พวกมันลดความเสี่ยงการเกิดเซลล์มะเร็ง โดยบรอมีเลนควบคุมการเจริญเติบโตของเนื้องอกจึงส่งผลให้ไม่เป็นโรคมะเร็ง

7.แมงกานีสดีต่อผิวและกระดูก ร่างกายของเราไม่สามารถสร้างแมงกานีสขึ้นมาเองได้ แต่ก็สามารถได้จากอาหารทั่วไปซึ่งสับปะรดก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มีแมงกานีสเยอะ มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ ทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้นและเร่งให้บาดแผลหายเร็ว

8.ป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระ การรับประทานสับปะรดจึงเป็นผลดี เนื่องจากสับปะรดอุดมไปด้วยประโยชน์ของวิตามินซีที่สามารถทำลายอนุมูลอิสระได้ และวิตามินซียังเป็นสารต้านออกซิเดชั่นชนิดละลายได้ในน้ำ ลดความเสี่ยงในการเติบโตของโรคร้ายแรงและมะเร็ง

9.ทำให้เหงือกสุขภาพดี วิตามินซีช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของช่องปากและลดความเสี่ยงโรคเหงือกอักเสบ และ โรคปริทันต์อักเสบ ซึ่งเป็นการอักเสบที่เกิดขึ้นกับอวัยวะที่อยู่รอบๆ ฟัน ไม่ว่าจะเป็น กระดูกเบ้าฟัน เอ็นยึดปริทันต์ และผิวรากฟัน นอกจากนี้ยังช่วยสร้างประโยชน์ของร่างกายเพื่อสู้กับสารพิษและเชื้อแบคทีเรียที่นำมาสู่โรคเหงือกได้

10.ฟอสฟอรัสทำให้กระดูกแข็งแรง สับปะรดเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่เต็มไปด้วยฟอสฟอรัสที่ช่วยรักษาสุขภาพฟันและกระดูกให้ดีขึ้น โดยสับปะรด 1 แก้วกาแฟให้ฟอสฟอรัสมากถึง 14 มิลลิกรัม

 

มันเทศช่วยลดน้ำหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 กันยายน 2559 เวลา 10:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/455730

มันเทศช่วยลดน้ำหนัก

โดย…กันย์ ภาพ   คลังภาพโพสต์ทูเดย์

หลายคนคิดว่ามันเทศเป็นอาหารประเภทแป้ง ยิ่งกินยิ่งเพิ่มน้ำหนัก ลองอ่านบทความนี้ดูก่อน จะพบว่ามันเทศกลับกลายเป็นอาหารลดน้ำหนักที่ได้รับการยอมรับกันทั่วโลก เพราะมันเทศมีวิตามินเอสูง ช่วยในเรื่องการมองเห็นได้เป็นอย่างดี มีสารอาหารทรงคุณค่าที่ทำให้ตับอ่อนแข็งแรง มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินบี 5 วิตามินบี 6 วิตามินซี วิตามินบีส่งผลโดยตรงกับการลดน้ำหนัก วิตามินซี ช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสวยงาม และทำให้ร่างกายแข็งแรง

นอกจากนี้ มันเทศยังมีโพแทสเซียม คอปเปอร์ แมงกานีส สารอาหารที่ป้องกันโรคมากมาย รวมถึงโรคมะเร็ง และยังมีเส้นใยอาหาร หรือไฟเบอร์ ในปริมาณสูงมาก ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว จึงเหมาะมากกับการใช้เป็นอาหารลดน้ำหนัก ในมันเทศ 100 กรัมจะได้แคลอรีประมาณ 90-93 แคลอรี อีกทั้งคนส่วนใหญ่จะกินมันเทศได้ไม่มากนัก เพราะมันเทศมีคุณสมบัติไปฟูในท้องทำให้อิ่มเร็ว มันเทศมีอยู่หลายสี เช่น เหลืองอ่อน เหลืองจัด เหลืองส้ม และสีม่วง ไลโปทวิน ทุกสีจัดเป็นแหล่งรวมวิตามินซี สารอาหาร และเส้นใยอาหาร มีข้อมูลว่า หัวมันเทศชนิดหัวสีเหลือง จัดเป็นแหล่งเบต้าแคโรทีนชั้นเยี่ยม วิตามินเอสูง อาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา นักธรรมชาติบำบัด บอกว่ามันเทศมีประโยชน์ในการลดน้ำหนักได้ โดยให้รับประทานในช่วงเวลา 09.00-11.00 น.

ดร.กิลเลียน แมคคีธ นักโภชนาการอาหาร นักเขียน และพิธีกร รายการ You are what you eat จัดให้มันเทศเป็นอาหารลดหุ่นที่ช่วยให้ลดน้ำหนักได้ถึง 3 กิโลกรัม แหล่งวิตามินบี 6 ช่วยบรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือน ช่วยให้ร่างกายผลิตพลังงานจากอาหารได้มากขึ้น และเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการลดน้ำหนัก มันเทศเป็นคอมเพล็กซ์คาร์โบไฮเดรตซึ่งปล่อยพลังงานช้า มีกากใยมาก ทำให้อิ่มท้องอยู่ได้โดยไม่เพิ่มเอวหรือสะโพก ทำให้ตับอ่อนแข็งแรง

 

เคล็ดลับบำรุงสมองแบบง่ายๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 กันยายน 2559 เวลา 17:11 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/455666

เคล็ดลับบำรุงสมองแบบง่ายๆ

โดย…กันย์

ร่างกายต้องดูแลบำรุง ออกกำ ลังกายเพื่อความแข็งแรง สมองก็เช่นกันต้องหมั่นดูแลบำรุงและออกกำลังสมองด้วยหลักการง่ายๆ ก็คือ หมั่นใช้งาน เพราะสมองที่ไม่ได้ฝึกคิดวิเคราะห์จะเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้เปิดใช้งานบ่อยๆ นานวันเข้าจะเสียเร็ว ดังนั้นต้องรู้จักใช้สมองเรื่อยๆ ทุกวัน ฝึกให้ถูกเวลา สมองก็เหมือนอวัยวะอื่นๆ ที่ต้องการพักผ่อนหลังเวลา 23.00 น.เป็นต้นไป หากไม่พักสมองช่วงเวลาดังกล่าว สมองจะเสื่อมเร็วกว่าปกติ

หมั่นบำรุงสมอง รับประทานสมุนไพรบำรุงสมอง เรื่อยๆ จะช่วยให้เซลล์ประสาทสมองแข็งแรง ความจำดีแม้อายุจะมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะถ้าเราดูแลสมองถูกวิธีแล้ว ความทรงจำดีๆ จะอยู่กับเราตลอดชีวิตไม่เผลอไผลหลงลืม

 

โรคหัวใจไม่น่ากลัว อยู่ที่ตัวคุณทำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 กันยายน 2559 เวลา 17:09 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/455665

โรคหัวใจไม่น่ากลัว อยู่ที่ตัวคุณทำ

โดย…กันย์

ทราบกันดีว่ามีโรคชนิดต่างๆ เกิดขึ้นหลายโรค และสาเหตุส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นผลมาจากพฤติกรรมหรือการกระทำของตัวเราเอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตในสังคม การทำงานหนักจนเกิดความเครียด การรับประทานอาหารไม่เลือก ไม่ครบหมวดหมู่ อาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลที่จะก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะในกลุ่มของโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ เช่น เบาหวาน โรคอ้วน โรคไขมันสูง ความดันโลหิตสูง

พล.อ.นพ.ประวิชช์ ตันประเสริฐ อายุรแพทย์ด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า โรคหัวใจเป็นโรคที่มีความหมายกว้างมาก และอาการเจ็บป่วยของโรคหัวใจนั้น ก็อาจจะเกิดจากการเจ็บป่วยของโรคอื่นก็เป็นได้ ซึ่งโรคหัวใจและหลอดเลือดนั้น หมายถึงกลุ่มโรคที่มีผลต่อระบบหัวใจ เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคกล้ามเนื้อหัวใจ หัวใจล้มเหลว โรคหัวใจอักเสบ โคนลิ้นหัวใจรั่ว โรคหัวใจรูมาติก

โรคหัวใจเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่พบมากและเป็นอันตรายที่สุดคือ อาการหลอดเลือดหัวใจตีบ ที่นำไปสู่อาการหัวใจวาย ซึ่งแต่เดิมการแพทย์เชื่อว่า เกิดจากการสะสมของไขมันผนังหลอดเลือดจนเกิดการอุดตัน ปัจจุบันที่พบบ่อยมักเกิดจากผนังหลอดเลือดด้านในแตกจนเกิดการสะสมของลิ่มเลือดและนำไปสู่การอุดตันของเส้นเลือดแบบเฉียบพลัน ซึ่งการแตกของผนังหลอดเลือดด้านในนี้ เกิดจากภาวะการอักเสบ ซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งจากอารมณ์แปรปรวน อาหาร อนุมูลอิสระ ตลอดจนถึงภาวะความร้อนภายในร่างกาย การทำงานของฮอร์โมน การทำงานของประสาทอัตโนมัติ

การวินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจหรือไม่นั้นควรเป็นหน้าที่ของแพทย์ แต่ตัวเราเองก็สามารถสังเกตอาการบางอย่างเพื่อสันนิษฐานเบื้องต้นได้เช่นกัน คือ เป็นโรคอ้วน เครียดมากจนเกินไป มีอาการใจร้อน อารมณ์ร้อน รวมถึงภาวะอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง สูบบุหรี่ ส่วนระยะเวลาของการแสดงอาการนั้น จะแสดงออกในระหว่างการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น วิ่ง เดินขึ้นบันได หรือเมื่อโกรธ จะรู้สึกเจ็บบริเวณหน้าอก

อาการเจ็บหน้าอกของโรคหัวใจขาดเลือด จะแตกต่างจากการเจ็บแบบอื่น โดยจะเจ็บแน่นๆ บริเวณหน้าอกด้านซ้ายหรือสองด้าน บางรายจะเจ็บร้าวไปที่แขนซ้าย หรือมีอาการปวดไปถึงกรามคล้ายเจ็บฟัน แม้จะหยุดออกกำลังกายแล้วก็จะยังเจ็บอยู่ นอกจากนี้ยังมีอาการหอบ เหนื่อยง่ายผิดปกติ ใจสั่น ขาบวม อาจจะเป็นลม หรือมีอาการวูบร่วมด้วย

การดูแลป้องกันไม่ให้เป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด ป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นอาหาร อารมณ์ การออกกำลังกาย ความจริงการรับประทานเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นกลไกตามธรรมชาติ เป็นพฤติกรรมพื้นฐานของมนุษย์ ถ้าทุกคนดูแลรักษาตนอย่างดี ควบคุมอารมณ์ไม่ให้เครียดจนเกินไป ทานอาหารแต่พอควร เลือกอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอและพอดี โอกาสที่จะเกิดโรคหัวใจและโรคกลุ่มนี้ก็จะน้อยลง

วิธีนี้เป็นการป้องกันตนเองก่อนที่จะเกิดโรค แต่ถ้าหากเกิดโรคขึ้นมาแล้วการรับประทานยาเป็นประจำ การผ่าตัด การทำบอลลูนขยายเส้นเลือดที่ตีบนั้นเป็นแค่การรักษาตามอาการเท่านั้นไม่ได้ทำให้หายขาดจากโรคนี้ได้เลย การแก้ไขดังกล่าวเป็นการแก้ไขแค่เพียงส่วนเล็กน้อยตรงบริเวณที่เส้นเลือดผิดปกติที่ยาวเพียงไม่กี่มิลลิเมตรเท่านั้นไม่ได้แก้ไขส่วนอื่นของเส้นเลือดที่ยาวมากมายที่มีอยู่ทั่วตัวเรา

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิตให้ถูกต้อง ทานยาอย่างประจำสม่ำเสมอ การควบคุมน้ำหนัก รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หมั่นออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ ทำสิ่งเหล่านี้ให้เป็นกิจวัตรประจำวัน จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ผู้ป่วยนั้นต้องกระทำต่อเนื่องและตลอดไป การดำรงพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่ดีต่อเนื่องเป็นประจำหลังการรักษาหายจากโรค เพื่อป้องกันการกลับมาของโรคเดิม ดังนั้นทุกคนต้องเริ่มดูแลสุขภาพฟื้นฟูร่างกายชะลอความเสื่อมของหัวใจป้องกันการเกิดโรคหัวใจและกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

 

4 สเต็ปควรรู้ ฟิตก่อนไปมาราธอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 กันยายน 2559 เวลา 12:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/455309

4 สเต็ปควรรู้ ฟิตก่อนไปมาราธอน

โดย…สมแขก ภาพ… อีพีเอ

การวิ่งระยะไกลไม่ได้จัดว่าเป็นการวิ่งเพื่อสุขภาพ แต่ทว่าเป็นการออกกำลังกายเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของร่างกาย และจิตใจตัวเอง มีนักวิ่งหลายคนท้าทายตัวเองด้วยการกระโดดข้ามขั้นตอน ลงวิ่งระยะมินิมาราธอน (10 กม.) เพียงไม่กี่ครั้ง ก็อาจหาญลงแข่งระยะมาราธอน (42.195 กม.) หากฝึกซ้อมไม่พอ ตลอดจนวินัยหย่อนยาน สิ่งที่ตามมาก็คืออาจได้รับบาดเจ็บ ทำให้เข็ดขยาดการวิ่ง และไม่กล้าลงแข่งสนามไหนอีกเลย ดังนั้นมีข้อควรรู้เพื่อฝึกฝนสำหรับการวิ่งระยะไกลให้ได้ประสิทธิภาพ ด้วย 4
ขั้นตอนที่สาวนักวิ่งมาราธอน ปนิตา ตันติวัฒนวัลลภ จากกลุ่มนักวิ่ง 349 มาให้คำแนะนำ

Step 1st พักผ่อนให้เพียงพอ

นักวิ่งระยะไกลจะต้องมีวินัยเริ่มจากการนอนเลยทีเดียว เพราะการพักผ่อนนอนหลับอย่างเพียงพอเป็นปัจจัยทำให้ร่างกายของเราสมบูรณ์ พร้อมที่จะทำทุกกิจกรรมตลอดทั้งวัน สาวนักวิ่งที่พ่วงหน้าที่พนักงานออฟฟิศด้วย แนะนำว่า ควรนอนให้ได้อย่างน้อย 5-6 ชั่วโมง เข้านอนให้เร็ว เพื่อที่จะมีพลังในการตื่นเช้าขึ้น เช่น หากพรุ่งนี้ต้องตื่นมาซ้อมวิ่งตั้งแต่ตี 4 ก็ต้องเข้านอนตั้งแต่ 3 ทุ่ม ที่สำคัญ ต้องเป็นการนอนหลับสนิท เพื่อให้ร่างกายคืนความสดชื่น และมีผลให้ระบบการเผาผลาญทำงานได้ดี แต่หากคุณไม่จำเป็นต้องวิ่งระยะไกล ก็ลองตื่นให้เช้าขึ้นเพื่อสัมผัสการออกกำลังกายตอนเช้าให้ร่างกายมีพลังงานดีๆ ตลอดทั้งวัน

Step 2nd จัดตารางซ้อมวิ่ง

สำหรับนักวิ่งที่เตรียมตัวลงรายการ ไม่มีใครโหมซ้อมหนักๆ ในวันใกล้แข่ง เช่นเดียวกับนักวิ่งจากกลุ่ม 349 คนนี้ บอกว่า โดยส่วนตัวเธอเลือกซ้อมวิ่งสัปดาห์ละ 3 วัน แบ่งเป็น วันแรกซ้อมวิ่งเร็วเพื่อฝึกกำลังขา วันที่สองซ้อมวิ่งในจังหวะและความเร็วไม่มากนัก แต่เน้นวิ่งสะสมระยะเพื่อให้ร่างกายเคยชินและสามารถวิ่งในระยะไกลได้โดยไม่เหน็ดเหนื่อยจนเกินไป ส่วนวันสุดท้ายเป็นการซ้อมวิ่งยาว เทียบเท่ากับการแข่งจริง ซึ่งมักต้องใช้ระยะเวลานาน เธอเก็บไว้ซ้อมยาวไว้เฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุด หากพบว่ามีอาการบาดเจ็บก็ต้องสังเกตท่าวิ่งตัวเอง ปรับท่าทาง หากไม่หายก็ต้องพัก

Step 3rd ฝึกหายใจ

หลายคนคิดว่าแค่หายใจเข้า-ออก ทำไมต้องฝึก แต่ข้อนี้ถือเป็นหัวใจหลักของการวิ่งระยะไกล แนะว่าร่างกายของคนเราจะสามารถปรับตนเองให้มีวิธีหายใจได้ถูกจังหวะตามธรรมชาติ ไม่ใช่อยู่ๆ อยากแข่งมาราธอนแล้วไปซ้อมไม่กี่วันหรือสัปดาห์ก็จะลงแข่ง สำหรับนักวิ่งมือใหม่ ขอเพียงเริ่มต้นแบบสบายๆ ไม่ต้องจดจ่อว่าจะหายใจถูกหรือผิด เพียงแค่หายใจให้สอดคล้องกับก้าววิ่งไปโดยธรรมชาติ สิ่งที่จะทำให้เราจับจังหวะก้าวขาและลมหายใจของเราได้ดีที่สุด ก็คือการฝึกซ้อมแล้วค่อยๆ สังเกตตนเองให้ต่อเนื่อง จะทำให้คุณเข้าใจรูปแบบหรือจังหวะการผ่อนลมหายใจขณะวิ่งของตนเองได้ในที่สุด ขอเพียงรักษาความเร็วให้พอดีกับลมหายใจ ถ้าเหนื่อยก็ลดความเร็วลง ให้หัวใจเต้นช้าลงแล้วค่อยไปต่อ เท่านี้คุณก็จะวิ่งได้อย่างสบายขึ้น

Step 4th ฝึกคอร์สเทรนนิ่ง

คือเสริมสร้างประสิทธิภาพของตัวเองด้วยการออกกำลังกายอื่นๆ ประกอบกัน นอกจากซ้อมวิ่งอาทิตย์ละ 3-4 วัน โดยแบ่งความหนักเบาแล้ว เวลาที่เหลือก็อย่าปล่อยให้เปล่าประโยชน์ ให้คุณเลือกกีฬาอื่นๆ ที่ชอบเพื่อฝึกให้ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น บางคนเลือกปั่นจักรยาน โยคะ หรือว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก อาจจะมีบอดี้เวตร่วมด้วย ซึ่งการออกกำลังกายเหล่านี้จะเสริมสร้างกล้ามเนื้อส่วนที่จำเป็นต่อการวิ่งให้แข็งแรงขึ้น หรือดีต่อข้อต่อ ความยืดหยุ่นร่างกาย

การวิ่งช่วยสร้างทั้งกำลังใจ ลดความเครียด โดยเฉพาะการวิ่งระยะยาวๆ ถือเป็นการฝึกสมาธิที่ดีอย่างหนึ่ง เพราะช่วยฝึกให้ตัดความคิดฟุ้งซ่าน จดจ่ออยู่ที่ฐานกายหรือการเคลื่อนไหวเป็นหลัก หากทำอย่างต่อเนื่องจะค่อยๆ เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การทำงานของปอด กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน แต่ทั้งหมดทั้งมวล คุณต้องไม่ฝืนทั้งร่างกายและจิตใจ วิ่งให้มีความสุขก็จะพาคุณไปได้ไกลขึ้น

 

คลาสโยคะ สำหรับนักฟุตบอลเชฟฟีลด์ เวนส์เดย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 กันยายน 2559 เวลา 10:16 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/455202

คลาสโยคะ สำหรับนักฟุตบอลเชฟฟีลด์ เวนส์เดย์

โดย…ปอย

โยคะมีคุณมหาศาลต่อผู้ฝึกฝน ช่วยให้คลายกล้ามเนื้อ ช่วยให้หายจากอาการปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ หลัง ได้ตรงจุด และยังได้ผลลัพธ์ด้านฝึกสมาธิอีกด้วย เดชพล-ทิพย์รัตน์ จันศิริ นักธุรกิจชาวไทยเจ้าของทีมเชฟฟีลด์ เวนส์เดย์ ซึ่งได้ร่ำเรียนโยคะกับ พงศ์พิพัฒน์ เกียรติประพิณ ผู้ก่อตั้งสตูดิโอ โยคะ แอนด์ มี จึงผุดแนวคิดนำประโยชน์ของศาสตร์โยคะมาใช้พัฒนาศักยภาพแก่นักฟุตบอลทีมนกเค้าแมว ให้พร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจในการลงแข่งทุกสนาม โดยเจ้าสัวเดชพลแห่งไทยยูเนียนโฟรเซ่น มอบหมายให้กูรูโยคะเมืองไทย “ครูเอก” รับหน้าที่ครูโยคะฝึกสอนบรรดานักบอลอย่างจริงจัง

ครูเอก เริ่มภารกิจโกอินเตอร์ฯ ประเทศอังกฤษเพื่อสอนโยคะให้กับสโมสรฟุตบอล เชฟฟีลด์ เวนส์เดย์ ในช่วงเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นช่วงก่อนเริ่มซีซั่นการแข่งขันใหม่พอดี

การสอนโยคะให้กับสโมสรฟุตบอลเชฟฟีลด์ เวนส์เดย์ เป็นการวางรากฐานให้การฝึกโยคะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตารางการฝึกซ้อมสำหรับนักกีฬา ครูเอก เตรียมตัวศึกษาเรื่องกีฬาฟุตบอลอย่างรอบด้าน เพื่ออธิบายให้กับนักฟุตบอลและทีมงานสโมสรอีก 4 คน ประกอบด้วย หมอประจำสโมสร นักกายภาพบำบัด โค้ช และผู้ช่วยโค้ช ให้เข้าใจถึงประโยชน์ของการฝึกโยคะที่จะเข้ามามีบทบาทช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของทีมอย่างเป็นเหตุและผลในเชิงการแพทย์ เช่น ลักษณะการทำงานของกล้ามเนื้อนักฟุตบอลขณะฝึกซ้อมหรือลงสนาม กล้ามเนื้อส่วนไหนทำงานหนักมีอาการตึงอักเสบทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ ซึ่งมีผลต่อการแข่งขันทำให้ร่างกายไม่กระฉับกระเฉง การเคลื่อนไหวร่างกายและขยับก้าวเดิน การวิ่ง การเตะทำได้ไม่เต็มที่

 

ฝึกควบคุมลมหายใจให้ไม่เหนื่อยหอบง่าย รวมถึงฝึกสมาธิมีสติกับการแข่งขัน แม้จะอยู่ในแมตช์ที่เต็มไปด้วยเสียงรอบข้างจากผู้ชมข้างสนามมากมายหรือสิ่งกวนใจอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดเป็นการเปิดใจยอมรับให้ศาสตร์โยคะเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกซ้อมให้แก่นักกีฬาทุกคน

สำหรับตารางฝึกโยคะให้กับทีมฟุตบอลเชฟฟีลด์ เวนส์เดย์ ครูเอกวางโปรแกรมไว้ที่ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ โดยการสอนครั้งแรกครูเอกรู้สึกประทับใจมาก เพราะลูกศิษย์นักฟุตบอลให้การตอบรับดี โดยมาร่วมคลาสกว่า 20 คน ซึ่งแต่ละคนเป็นนักฟุตบอลตัวหลักของทีมและตั้งใจทำท่าฝึกกันอย่างมาก

“ผมสังเกตจากความอดทน สงบนิ่งระหว่างทำท่าฝึก และสิ่งสำคัญของการถ่ายทอดความรู้ครั้งนี้ครูต้องใส่ใจในรายละเอียดของแต่ละบุคคล ซึ่งก็เป็นสไตล์การสอนของผมนะครับ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะกล้ามเนื้อของร่างกาย อาการเจ็บปวดและการคลายออกของกล้ามเนื้อ ครูต้องนำมาปรับเทคนิคการสอนเพื่อถ่ายทอดการฝึกให้เข้ากับทุกคน” ครูเอก พงศ์พิพัฒน์ กล่าว โดยในคลาสโยคะนักฟุตบอล ครูได้สอนโยคะไพรเวทให้กับ เกล็นน์ ลูเฟนส์ กัปตันทีมฟุตบอลเชฟฟีลด์ เวนส์เดย์

 

“หลังจากจบคลาส จะพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจว่าโยคะจะมีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกาย เช่น ใครมีอาการปวดเมื่อย เจ็บปวดกล้ามเนื้ออยากให้ครูสอนส่วนตัว หรือแบบกลุ่มต่อก็ช่วยเรื่องคลายกล้ามเนื้อได้ ซึ่งวันต่อมามีกัปตันทีมมีปัญหากล้ามเนื้อด้านหลังขามาขอให้สอนส่วนตัว นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีนะครับ โยคะตอบโจทย์พวกเขาได้ และกัปตันเองก็นำความรู้ที่ได้ฝึกไปบอกต่อกับลูกทีมด้วยครับ”

เพื่อให้นักกีฬามีพัฒนาการที่ดีอย่างต่อเนื่อง ครูเอกวางแผนทุก 2-3 เดือนจะกลับมาดูพัฒนาการของนักกีฬาและสอนต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน ซึ่งในระหว่างที่ต้องเดินทางกลับมาสอนให้กับลูกศิษย์ในเมืองไทย ครูเอกได้ไปเข้าคลาสสตูดิโอโยคะต่างๆ ในเมืองเชฟฟีลด์ เพื่อคัดเลือกครูโยคะที่มั่นใจในศักยภาพการสอนให้มาสอนให้นักกีฬาได้ฝึกฝนไม่ขาดช่วงเพื่อสมารถนะที่แข็งแกร่งเต็มร้อย

 

ชุดชั้นในสมัยนี้มีให้สาวๆ เลือกสรรมากมาย แล้วไม่เพียงรู้ใจผู้หญิงแค่รูปทรง การดีไซน์ลวดลายสีสันสวยเท่านั้น ล่าสุดมีการพัฒนานวัตกรรมใช้วัสดุเนื้อผ้าปกป้องรังสียูวีได้อีกด้วย สโรชา ซบินเด้นท์ ผู้บริหารไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ผู้นำเข้าแบรนด์ชุดชั้นในสตรี สล็อกกี้ ซึ่งได้จัดงาน Fashioned to Move เมื่อเร็วๆ นี้ ที่วอเตอร์ การ์เดน เอ็มควอเทียร์ เพื่อแนะการเลือกชุดชั้นในหรือสปอร์ตบราให้เหมาะกับชนิดของการออกกำลังกาย เชื้อเชิญดาราและเซเลบสาวกลุ่มแอ็กทีฟร่วมพิสูจน์นวัตกรรมชุดชั้นในของสปอร์ตเกิร์ล

สโรชา แนะชุดชั้นในที่ดีช่วยปกป้องสรีระ และช่วยกระชับหน้าอกไม่ให้หย่อนคล้อย ที่สำคัญต้องใส่หรือถอดได้สะดวกเนื้อผ้าใส่สบายระบายอากาศได้ดี รวมถึงเวลาเหงื่อออกไม่อับชื้น แห้งเร็ว ใส่แล้วเล่นกีฬาคล่องตัว

ดาราสาวหวานร่างเล็กแต่แอ็กทีฟมาก สุชาร์ มานะยิ่ง เผยว่าอาชีพนักแสดงหุ่นต้องเป๊ะ จึงเข้ายิมทุกสัปดาห์ มีเทรนเนอร์ให้คำปรึกษาทั้งการวิ่งให้ร่างกายกระชับ เฟิร์ม และเล่นโยคะเพื่อฝึกลมหายใจและสร้างสมาธิ เพื่อความคล่องตัวจึงเลือกใส่สปอร์ตบาร์ เนื่องจากบางครั้งในการออกกำลังกายบางท่า ครูผู้สอนต้องเห็นการยืดตัวหรือการเกร็งของกล้ามเนื้อว่าเคลื่อนไหวได้ชัดเจนว่าทำท่าได้ถูกต้องหรือไม่

 

“คุณภาพสปอร์ตบรามีสีสันทำให้เราไม่เบื่อด้วยค่ะ ออมสนุกกับการมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าช่วงเข้ายิม ให้ใช้ได้หลายๆ ครั้ง เช่น วันนี้ใส่เสื้อตัวปล่อยยาวลงมา อีกวันอาจจะใส่เสื้อตัวเดิมแต่มีการมัดปมตรงปลาย แล้วเลือกเปลี่ยนสีกางเกงที่ไม่ซ้ำกัน แค่นี้ก็ได้ลุคออกกำลังกายที่หลากหลายและแตกต่างกันออกไป โดยไม่ต้องเสียเงินเยอะแล้วค่ะ”

เซเลบสาวที่ชื่นชอบการออกกำลังกายแบบฮิปๆ แพร-พัณณิตา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เล่าว่าทำงานหนัก แต่ก็ต้องออกกำลังกายให้ได้ทุกอาทิตย์ โดยจะเข้ายิมประมาณ 2 ชั่วโมงขึ้นไป

“วิ่งในสวนลุมฯ บางครั้งก็เลือกไปโยคะ เพราะได้ยืดเส้นยืดสายที่ตึงเครียดจาการทำงานด้วยนะคะ หรือถ้าเป็นกีฬาเลยก็ชอบไปตีแบดมินตันกับเพื่อนๆ มีการมูฟเมนต์ร่างกายในทุกส่วน โดยชอบเลือกชุดออกกำลังกายเน้นสีสัน เพราะให้ความรู้สึกสดชื่นค่ะ แพรเลือกชุดชั้นในซับพอร์ตกับร่างกายให้มีความฟิตพอดี ไม่หลวม หรือแน่นเกินไป กีฬาแบดมินตันที่แพรชื่นชอบต้องมีการเคลื่อนไหวร่างกายค่อนข้างเยอะค่ะ จะต้องเลือกชุดชั้นในที่กระชับ หากเลือกชุดชั้นในที่ไม่เหมาะกับชนิดกีฬาที่จะไปเล่นอาจทำให้เล่นกีฬาไม่สนุก เพราะชุดชั้นในไม่กระชับ เคลื่อนไหวร่างกายได้ไม่เต็มที่นะคะ”

สล็อกกี้ ฝากทิ้งท้ายวิธีถนอมชุดชั้นในตัวโปรด ควรแยกชุดชั้นในออกจากผ้าชนิดอื่น ควรซักด้วยน้ำสบู่อย่างอ่อน ไม่ควรขยี้ หรือใช้แปรงขัดชุดชั้นในแรงๆ ตากในที่ร่ม มีลมโกรก และไม่ควรตากในแดดจ้าเกินไป เพราะจะทำให้เนื้อผ้าและสีเสื่อมสภาพเร็ว

 

Twist into Revolved Head-to-Knee Pose (Parivrtta janu sirsasana)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 กันยายน 2559 เวลา 11:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/455090

Twist into Revolved Head-to-Knee Pose (Parivrtta janu sirsasana)

โดย…ภัชภิชา แก้วสุวรรณสุข (ครูเจี๊ยบ) โยคะสุตรา สตูดิโอ http://www.YogaSutraThai.com

ท่านี้เป็นท่าที่ผ่อนคลายในขณะที่บิด การบิดในส่วนของลำตัวส่วนบนโดยเฉพาะหัวไหล่ หลังส่วนบน ทั้งยังเป็นการยืดเส้นกล้ามเนื้อน่อง (Hamstring) และยืดไปจนถึงเอวอีกด้วยมีผลกับอวัยวะภายในช่องท้อง ส่งผลดีกับตับ ม้าม ตับอ่อน ช่วยเรื่องระบบการย่อย และการกำจัดของเสียในร่างกาย ก่อนเริ่มฝึกท่านี้ควรวอร์มอัพเล็กน้อย เป็นการส่งข้อความทางร่างกายไปบอกกล้ามเนื้อน่อง และกล้ามเนื้อหน้าขานิดหน่อยเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ

วิธีปฏิบัติ

1 นั่งโดยแยกขาขวาเฉียงออกไป ในมุมกว้างที่ด้านข้างพับเท้าซ้ายเข้ามาให้องศาหัวเข่าเปิดออกไปด้านข้าง ขยับก้น เล็กน้อยเพื่อให้กระดูกก้นวางพื้นหันหน้ามารีเช็ก ตำแหน่งส้นเท้าขวาตั้งตรง

 

2 วางมือมาด้านหน้า ยืดลำตัวออกมา ส่งมือซ้ายออกมาแล้วนำแขนขวาลอดไปใต้มือซ้าย วางแก้มลงไปที่พื้น ซ้ายหัน

 

3 ส่งมือซ้ายอ้อมหลังไปจับขาขวา แล้วค้างท่าไว้ประมาณ 1-2 นาทีตามกำลัง หายใจเข้า-ออกตามธรรมชาติ แล้วลองทำสลับข้าง