ส่องเกษตร : จิตสำนึก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/501039

ส่องเกษตร : จิตสำนึก

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่สำคัญคือ พันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์พืช หรือ พันธุ์สัตว์ หากได้พันธุ์ดีในการทำการเกษตรก็สามารถรับประกันเป็นขั้นต้นว่า มีโอกาสประสบความสำเร็จในอาชีพการเกษตรสูง และในทางกลับกัน หากได้พันธุ์ที่ไม่ดี ยิ่งอายุในการให้ผลผลิตของพืชหรือสัตว์ยาวนาน ก็ยิ่งเป็นการซ้ำเติมให้กับเกษตรกรผู้ที่ใช้พันธุ์ดังกล่าว หมดโอกาสในการเปลี่ยนแปลง และอาจรุนแรงถึงขั้นต้องออกไปจากอาชีพการเกษตร หรือแม้ว่าอายุของพืชหรือสัตว์ที่จะให้ผลผลิตนั้นไม่ยาวนาน แต่ด้วยข้อจำกัดของสิ่งแวดล้อมดินฟ้าอากาศทำให้สามารถทำการผลิตได้เพียงปีละ 1 ครั้ง ความเสียหายก็ไม่ต่างกัน ดังนั้น เกษตรกรมืออาชีพจึงให้ความสำคัญต่อการคัดเลือกและเลือกใช้พันธุ์ดีในการเพาะปลูกหรือเพาะเลี้ยงเสมอผู้นำเกษตรกรบางรายถึงกับเอ่ยปากว่า ความยากจนของเกษตรกรบางส่วนมีปัจจัยมาจากการไม่สามารถเข้าถึงแหล่งพันธุ์ดีได้ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนของพันธุ์ดีที่มีราคาสูง หรือมีจำนวนน้อยจนหาได้ยากก็ตาม

พันธุ์ดี ในความหมายของเกษตรกรแต่ละรายอาจไม่เหมือนกัน แต่โดยหลักแล้ว จะต้องเป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง ต้านทานต่อโรค-แมลง และอาจมีคุณสมบัติเฉพาะตามความต้องการของตลาด จึงมีโอกาสที่เกษตรกรจะถูกหลอกลวงให้ใช้พันธุ์ที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ตรงตามพันธุ์ได้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้พูดคุยกับประธาน ศพก. หรือ ศูนย์เรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร และประธานแปลงใหญ่ข้าว ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลายราย ทั้งสองกลุ่มให้ข้อมูลตรงกันว่า สำหรับปีการผลิตนี้ปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพเป็นปัญหาสำคัญของเกษตรกร เนื่องจากมีการปลูกข้าวไปแล้วเมื่อต้นฤดู แต่ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง ทำให้ต้องไถทิ้งเพื่อปลูกใหม่ เป็นเหตุให้สูญเสียเมล็ดพันธุ์ไปในรอบแรก อันที่จริงแล้วก็มีการเตือนกันตลอดว่าอย่าเพิ่งรีบปลูกให้รอฝนก่อน แต่ก็เตือนกันได้บ้างไม่ได้บ้าง พอฝนชุดใหญ่มา จำเป็นต้องไปหาเมล็ดพันธุ์ชุดใหม่มาปลูกแทนเมล็ดพันธุ์ชุดเดิมที่ไถกลบไป รอบนี้เมล็ดพันธุ์คุณภาพจึงหายากมากขึ้นไปอีก สบโอกาสที่ฝ่ายนโยบายจะสร้างความชอบธรรมในการให้หน่วยงานของรัฐจัดหาเมล็ดพันธุ์ข้าวจ่ายแจกให้เกษตรกรที่ขาดแคลนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ โดยอาจไม่เข้าใจว่า เมล็ดพันธุ์ กับ เมล็ดปกติ มันไม่เหมือนกัน

ปัญหาที่ตามมาในเวลานี้คือ คุณภาพของเมล็ดพันธุ์ข้าวที่หน่วยงานของรัฐจัดหามาให้เกษตรกร ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานเมล็ดพันธุ์ การตรวจรับ-ส่งมอบ คุณภาพคงผ่านเกณฑ์มาตรฐาน แต่เมื่อเมล็ดพันธุ์ชุดนั้นไปถึงมือเกษตรกร ปรากฏว่า ไม่เป็นไปตามนั้น เมล็ดพันธุ์ข้าวที่เกษตรกรได้รับ เป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีสิ่งเจือปนเกินมาตรฐาน มีการพบข้าวปนเป็นจำนวนมากกว่าที่จะยอมรับได้ เกษตรกรกลุ่มนี้ไม่ใช่เกษตรกรที่ไม่รู้เรื่องมาตรฐานเมล็ดพันธุ์ข้าว ไม่ใช่กลุ่มที่เห็นว่าเป็นของฟรีก็รับมา เกษตรกรกลุ่มนี้จึงปฏิเสธที่จะรับเมล็ดพันธุ์ข้าวที่หน่วยงานของรัฐนำมาแจกจ่ายตามโครงการของฝ่ายนโยบาย เพราะเล็งเห็นความล้มเหลวในอาชีพหากจะต้องนำเมล็ดพันธุ์ชุดนี้ไปเพาะปลูก

ประเด็นดังกล่าวสะท้อนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นผู้เชื่อมระหว่างฝ่ายนโยบายและเกษตรกร การยืนหยัดในความถูกต้องตามหลักวิชาการเป็นประเด็นที่เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องมีจิตสำนึกในการปฏิบัติหน้าที่ บางทีความถูกต้องอาจไม่ถูกใจ แต่สามารถให้ความสง่างามต่อการเป็นข้าราชการยังคงอยู่ อย่าถึงกับให้เกษตรกรปฏิเสธการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐในเรื่องอื่นๆ อีกเลย

วิธีการคิดและทำโครงการแบบนี้ของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่ไร้จิตสำนึกความเป็นข้าราชการที่ดีหายไปนาน ผมไม่คาดคิดว่าจะกลับมาได้อีกในยุคนี้ แต่ผมก็ดีใจที่ยังมีเกษตรกรที่รู้ทันไม่ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มคนเหล่านี้ สังคมจะดีเราต้องช่วยกัน

สมชาย ชาญณรงค์กุล

ส่องเกษตร : คุณธรรม หรือ คุณทำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/499636

ส่องเกษตร : คุณธรรม หรือ คุณทำ

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กลางเดือนมิถุนายนเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ เป็นไปตามลักษณะของธรรมชาติ และการจัดการของมนุษย์ประกอบกัน กลายเป็นกิจกรรมร่วมกันของมนุษย์กับธรรมชาติ เช่นเดียวกับกิจกรรมทางการเกษตรที่มนุษย์ต้องร่วมทำงานกับธรรมชาติ เมื่อฝนมาก็ถึงฤดูการเพาะปลูก การเตรียมการต่างๆ ทั้งการเตรียมดิน เตรียมพันธุ์ แรงงาน และความรู้เทคโนโลยีต่างๆก็ต้องเตรียมลงมือดำเนินการ

การเพาะปลูกพืขที่ต้องอาศัยธรรมชาติเช่นฝน ในรอบ 1 ปี สามารถทำได้ครั้งเดียว ถ้าพลาดแล้วจะพลาดเลย รออีกครั้งเมื่อครบรอบอีกปี ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องไม่สามารถสะดุดหยุดลงได้ จึงเห็นการเตรียมการ การดำเนินการทันทีเมื่อเวลาและโอกาสมาถึง

ในทำนองเดียวกันในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายนของทุกปี จะเห็นการลงมือดำเนินงานของข้าราชการในส่วนต่างๆ ไม่เว้นหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร เรียกว่าเกี่ยวทั้งการเพาะปลูก เกี่ยวทั้งระบบราชการ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมการชี้แจงงบประมาณ การจัดทำโครงการเร่งด่วนภายใต้แผนฟื้นฟู การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ตามงวดเงินที่ได้รับการจัดสรรให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด เพราะหากไม่เป็นตามเป้าหมาย ระหว่างการชี้แจงงบประมาณต้องมีการชี้แจงเหตุผล ความจำเป็นต่างๆที่เกิดขึ้น และบางหน่วยงานอาจถูกตัดงบประมาณตั้งแต่ขั้นตอนนี้เลยก็เป็นได้

อีกมุมหนึ่งของระบบราชการคือ ระบบการบริหารงานบุคคล เป็นช่วงเวลาที่มีข้าราชการต้องเกษียณอายุราชการในช่วงสิ้นปีงบประมาณ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการเข้าสู่ตำแหน่ง การโยกย้าย สับเปลี่ยน จึงเริ่มต้นในช่วงเวลานี้เช่นกัน นัยว่าเพื่อไม่ให้เกิดการขาดช่วงในการปฏิบัติราชการ สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง การจัดวางกำลังคนเพื่อให้นโยบายต่างๆ ของภาครัฐสามารถบรรลุผลตามเป้าหมาย ได้สร้างแรงกระเพื่อมในแวดวงของข้าราชการพอสมควร บางคนก็เร่งดำเนินงานในหน้าที่ให้สำเร็จโดยเร็วตามเป้าหมาย บางคนก็แต่งตัวรอเข้าสู่ตำแหน่งที่มุ่งหวังไว้ หรือแม้แต่การแต่งตัวรอเกษียณ หลบหลีกความสุ่มเสี่ยงใดๆ โดยสิ้นเชิง รอวันที่จะจบชีวิตราชการไปอย่างสงบ เพียงให้ชื่อว่าเกษียณตำแหน่งนั่น ตำแหน่งนี้ ก็ว่ากันไป

บางกลุ่มที่มีความมุ่งหวังในตำแหน่งต่างๆ ก็มีวิธีในการเข้าสู่ตำแหน่งแตกต่างกัน เกิดภาวะการวิ่งเข้าหาเส้นทางของผู้มีอำนาจ หากมีความรู้ ความสามารถ ความรับผิดชอบ ได้รับการแต่งตั้งมา ก็คงพอรับกันได้ แต่เท่าที่ทราบ กลุ่มคนเหล่านี้มักจะประเมินตนเองสูงกว่าตำแหน่งที่มุ่งหวังเป็นส่วนใหญ่ บางคนไม่มีพื้นฐานความรู้ใดๆ กับงานที่จะต้องรับผิดชอบในตำแหน่งนั้น เพียงแต่อยู่ในกลุ่มก๊วนของสายการเมือง หรืออาจถูกส่งเข้าไปดูแลผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น หรือปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มก๊วนที่ทำไว้โดยไม่สนใจเรื่องอื่น เพียงยกประเด็นว่าเป็นตำแหน่งบริหารเท่านั้น จะมีพื้นฐานหรือไม่ก็บริหารได้ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าจะเหมาะสม พอควร หรือถูกต้องเป็นสำคัญ

ตัวผมเองไปรับข้อมูลจากหลายช่องทางในเรื่องของการแต่งตั้งโยกย้าย โดยปกติก็ได้แต่รับฟัง และทำความเข้าใจแต่ที่ผมสะกิดใจมากเป็นประเด็นการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ในระดับอำเภอที่มีคำสั่งชี้ตัวให้ลงในตำแหน่งนั้นแล้ว ดูแล้วไม่น่าจะเป็นปัญหา ทั้งความอาวุโส ประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ รักษาการในตำแหน่งดังกล่าวมาแล้ว อีกทั้งปีหน้าก็จะเกษียณอายุราชการ แต่ปัญหากลับกลายเป็นว่าผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานขอร้องแถมบังคับทุกวิถีทางให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการชี้ตัวสละสิทธิ์ เพื่อจะเปิดทางให้สายของนักการเมืองเข้าสู่ตำแหน่งนี้ให้ได้ หากไม่สำเร็จตามที่นักการเมืองชี้มา ผู้บริหารจะเดือดร้อน โดยที่สายของนักการเมืองนั้น เมื่อเทียบคุณสมบัติกันแล้วไม่สามารถเทียบได้ทั้งอายุราชการ เงินเดือน ประสบการณ์การทำงาน ในที่สุดผมก็คงได้แต่ปลงกับระบบราชการที่เป็นอยู่ ผู้บังคับบัญชาที่ดีควรแสดงความรับผิดชอบต่อหน่วยงานและยึดระบบการบริหารงานบุคคลที่มีคุณธรรม มีธรรมาภิบาล
อย่าให้เจ้าหน้าที่ระดับล่างสิ้นหวังกับการบริหารงานของผู้บังคับบัญชาที่พึงพาไม่ได้ คุณธรรมต้องเริ่มที่คุณทำ

สมชาย ชาญณรงค์กุล

ส่องเกษตร : ฟื้นฟู? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/498102

screenshot-13-1

ส่องเกษตร : ฟื้นฟู?

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

บรรยากาศโดยทั่วไป ณ เวลานี้ ตามที่ผมสังเกตเห็น พบว่าผู้คนเริ่มออกมาใช้ชีวิตกันปกติมากขึ้นเริ่มออกมาทำงาน ทำกิจกรรมต่างๆ ที่ถูกจำกัดไว้เพื่อหยุดการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คำว่า Work from Home เริ่มจะซาๆลง ในขณะที่มาตรการ New Normal ขยายครอบคลุมทุกพื้นที่ ได้รับความร่วมมือบ้าง ไม่ร่วมมือบ้างก็ว่ากันไป แต่ทุกคนเข้าใจกันดีว่า New Normal คืออะไร ท่องกันขึ้นใจกันเลยทีเดียว ฝ่ายรัฐบาลเองก็มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น วางนโยบายที่จะดูแลประชาชนในทุกกลุ่มอาชีพ ซึ่งเกษตรกรก็เป็นกลุ่มอาชีพที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยหวังว่าจะทำให้เกิดความมั่นคงในอาชีพ และสามารถดำเนินชีวิตหลังโควิดได้อย่างเป็นสุข จึงมีทั้งมาตรการเยียวยาที่ได้ดำเนินการจนถึงขั้นตอนของการโอนเงินให้ถึงมือเกษตรกรและเปิดการทบทวนสิทธิสำหรับรายที่มีปัญหา

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนต่อไปจะเป็นประเด็นที่สำคัญมากขึ้น เพราะเป็นเรื่องของการฟื้นฟูอาชีพฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศจากผลกระทบที่เกิดขึ้น การที่รัฐบาลตัดสินใจออก พ.ร.ก.กู้เงิน และนโยบายทางการเงินการคลังที่กำหนดขึ้น เป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เป็นปัญหาระดับโลก ผลกระทบจึงไม่ธรรมดา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการ โดยมีสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ เป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อน มีคณะกรรมการกลั่นกรองเบื้องต้น โดยที่แต่ละกระทรวงก็ต้องไปผ่านการดูแลของเจ้ากระทรวงขึ้นมาก่อน

ถ้าได้ติดตามการอภิปราย พ.ร.ก.ดังกล่าว จำนวนเงิน 4 แสนล้านบาท จะนำมาใช้เพื่อการฟื้นฟู มี สส. และ สว. หลายท่านได้ให้ความเห็นไว้อย่างหลากหลายว่าการฟื้นฟูเศรษฐกิจครั้งนี้ เป็นเหตุการณ์พิเศษจริงๆ เชื่อว่าภายใน 4-5 ปีนี้ คงไม่มีรัฐบาลชุดไหนที่จะมีเหตุมาให้กู้เงินเพื่อพัฒนาประเทศในวงเงินขนาดนี้ เพราะต้องมีการจ่ายคืนเงินกู้ดังกล่าวต่อเนื่องอีกหลายปีกว่าจะคืนเงินกู้ได้ทั้งหมดดังนั้นโครงการ/กิจกรรมใดที่จะดำเนินการภายใต้กรอบแผนการดำเนินการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในทุกสาขา จำเป็นต้องพิจารณากันอย่างถี่ถ้วน รอบคอบ และเกิดผลต่อการฟื้นฟูได้อย่างแท้จริง ผมเองมีความกังวลกับประเด็นดังกล่าวมาก เพราะระยะเวลาและเงื่อนไขต่างๆ รัดตัวมาก ต้องเร่งดำเนินการ ส่งผลให้อาจขาดความรอบคอบ และถ้านโยบายหรือกรอบการดำเนินการไม่ชัดเจน จะยิ่งส่งผลกระทบอย่างมหาศาล ไม่ส่งผลดีต่อการฟื้นฟูประเทศแต่อย่างใด

ขณะนี้เกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ทั่วประเทศกำลังตื่นตัวทำโครงการ โดยได้รับทิศทางมาว่าต้องก้าวสู่การเป็นเกษตรอัจฉริยะ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วหลายส่วนยังไม่ชัดเจนว่าสิ่งใด การเกษตรแบบไหนที่เรียกว่าอัจฉริยะ แต่ได้รับการบอกกล่าวให้ขออุปกรณ์ต่างๆ เพราะเม็ดเงินที่ได้เป็นงบจ่ายขาด วงเงิน 3 ล้านบาทต่อแปลง ผลที่ออกมาแว่วๆ ว่าจะเป็นการซื้อโดรน ซื้อแทรกเตอร์ ซี้อรถเกี่ยวข้าว ตามที่ได้รับแนวทางเกษตรอัจฉริยะมา เข้าใจได้ว่าคนที่กำหนดแนวทางยังไม่เข้าใจประเด็นดังกล่าว ผลจึงออกมาเป็นอย่างที่เห็น หรือจะเป็นด้วยระยะเวลาบีบบังคับ จึงขอเอาที่สะดวกไว้ก่อน ก็ว่ากันไป ซึ่งหากวิธีคิดยังเป็นเช่นนี้ คาดการณ์ได้เลยว่างบประมาณที่ทุ่มมาเพื่อการฟื้นฟูดังกล่าว คงไปไม่ถึงไหน เม็ดเงินที่ว่าจะหมุนไป อาจหมุนได้เพียงไม่กี่รอบ และจบลงที่ผลประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง เสียดายโอกาส เสียดายความตั้งใจ เสียดายกลุ่มอาชีพทางการเกษตรที่กลายเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ของคนอีกกลุ่มหนึ่ง หากจะฟื้นฟูอาชีพทางการเกษตรกันจริงๆ อย่ามองกันสั้นๆ แคบๆ ขอให้เริ่มกันตั้งแต่ฐานรากของการพัฒนา คือ ฐานของงานวิจัยและเทคโนโลยี ผมขอย้ำอีกครั้งว่าการมีโดรนบินเหนือแปลงปลูกไม่ใช่คำตอบว่าแปลงนั้นเป็นเกษตรอัจฉริยะแต่อย่างใด เข้าใจตรงกันนะ

สมชาย ชาญณรงค์กุล

ส่องเกษตร : หวังผล-สร้างภาพ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/496695

screenshot-13-1

ส่องเกษตร : หวังผล-สร้างภาพ

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้นักวิชาการหลายๆท่านออกมาแสดงความเห็นต่อผลที่เกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะงักงันซึ่งเกิดจากมาตรการของภาครัฐในการควบคุมการระบาดของไวรัสดังกล่าว ผลกระทบที่เกิดขึ้นส่งผลต่อทุกภาคส่วนของประเทศ และอาจกล่าวได้ว่าสะเทือนกันไปทั่วโลก มากน้อยต่างกันตามระดับความรุนแรงของการแพร่ระบาดและความเข้มงวดของแต่ละมาตรการที่แต่ละประเทศกำหนด ตลอดจนความสามารถในการรับมือและการฟื้นฟูที่ต้องดำเนินการ

ประเทศไทย ณ ปัจจุบัน เป็นช่วงเวลาของการช่วยเหลือเยียวยาและร่วมมือกันหยุดเชื้อเพื่อชาติ ต่อเนื่องไปสู่ช่วงของการฟื้นฟูชาติให้กลับมาดีดังเดิม หรือดีกว่าเดิมให้ได้ ดังนั้นการร่วมกันคิดช่วยกันคนละไม้ละมือ เพื่อผลักดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้สามารถสร้างความอยู่ดีกินดี สร้างความมั่นคงในระดับสังคมและระดับครัวเรือนให้เกิดขึ้น ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน นับว่าเป็นความโชคดีของประเทศไทยที่เป็นประเทศที่มีพื้นฐานทางเกษตรกรรมที่มีความมั่นคงทางอาหารรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดวิกฤติมากี่ครั้ง ภาคการเกษตรยังสามารถช่วยให้ประเทศไทยรอดพ้นวิกฤติเหล่านั้นมาได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเศรษฐกิจฐานราก คงหนีไม่พ้นเกษตรกรในฐานะผู้ผลิตเริ่มต้นในกระบวนการความมั่นคงทางอาหาร ก่อนที่จะส่งผลผลิตที่เกษตรกรผลิตได้เข้าสู่กระบวนการห่วงโซ่อาหารต่อไป สิ่งที่น่าสนใจคือ เกษตรกรมีความมั่นคงเพียงใด ทั้งความมั่นคงในอาชีพ ผลตอบแทนที่ได้รับจากการประกอบอาชีพ ความมั่นคงในครัวเรือนเกษตรกร หรือแม้แต่ความมั่นคงทางด้านสุขอนามัย ประเด็นเหล่านี้ จำเป็นต้องนำมาพิจารณาควบคู่ไปด้วย มิเช่นนั้นจะกลายเป็นความมั่นคงที่ผุกร่อน คล้ายกับต้นไม้ใหญ่ที่ให้ผลผลิตเลี้ยงผู้คนมากมาย มีการนำผลผลิตไปบริโภค แปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น แต่ระบบรากของต้นไม้ไม่แข็งแรง ไม่สามารถดูดแร่ธาตุอาหารมาหล่อเลี้ยงลำต้นได้ ในที่สุดต้นไม้ต้นนี้คงไม่รอด ไม่สามารถให้ผลผลิตได้ และตายไปในที่สุด ดังนั้น หากยังต้องอาศัยผลผลิตจากต้นไม้ต้นนี้ จำเป็นต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบำรุงรักษาระบบรากของต้นไม้ให้แข็งแรง ให้น้ำ ให้ธาตุอาหารอย่างเหมาะสม เพื่อให้ต้นไม้ให้ผลผลิตได้อย่างเพียงพอ

การฟื้นฟูเศรษฐกิจที่กำลังเร่งดำเนินการ หากหลักคิดและวิธีการดำเนินการไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงจากที่คิดว่าจะทำให้รากของต้นไม้แข็งแรงมากขึ้น ผลที่ได้อาจเป็นการทำให้ต้นไม้อ่อนแอลงไป และอาจรุนแรงถึงขั้นล้มตายลงก็ได้ ดังนั้นโครงการหรือกิจกรรมใดก็ตามที่จะนำมาสู่การปฏิบัติเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในปัจจุบัน ควรให้ผู้เกี่ยวข้องที่แท้จริงมีส่วนร่วมในการคิด บนพื้นฐานของการพัฒนาเดียวกัน ในแนวนโยบายเดียวกัน แต่อาจแตกต่างในการปฏิบัติ ขึ้นกับสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ แล้วต่อยอดสู่การแก้ไขปัญหาของชาติในภาพรวม ผลที่เกิดขึ้นจะเห็นผลชัดเจนขึ้นและสร้างความเข้มแข็งให้กับฐานรากของระบบเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างแท้จริง แต่หากเป็นเช่นปัจจุบันที่ภาครัฐมีโครงการ งบประมาณ นับแสนล้าน
แต่ขาดการเชื่อมต่อและข้อจำกัดด้านเวลาชองการคิดและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ จึงเชื่อได้ว่าผลที่เกิดขึ้นก็จะเป็นเช่นที่ผ่านมา ไม่สามารถสร้างความมั่นคงได้อย่างสมบูรณ์ เพราะการเร่งดำเนินการจัดทำโครงการภายใต้

นโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ผู้จัดทำโครงการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับปฏิบัติ ยิ่งเวลาในการจัดทำสั้นมาก จึงเป็นการยากที่จะร่วมพัฒนาโครงการกับผู้เกี่ยวข้องที่เป็นเป้าหมายของการพัฒนาได้จริง สุดท้ายจำเป็นต้องปัดฝุ่นโครงการที่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ หรือโครงการที่มีความเสี่ยงเสนอเข้าไปก่อน เมื่อส่งต่อโครงการขึ้นไปในระดับบน อาจเกิดการควบรวมจัดเป็นชุดเพื่ออนุมัติให้ดำเนินการ สุดท้ายก็ไม่นำไปสู่การแก้ปัญหาใดๆ ได้เช่นเคย และอาจสร้างปัญหาขึ้นมาใหม่หมุนวนกันไป ไม่แตกต่างไปจากเดิมการคิดโครงการที่ไม่รอบคอบไม่ตรงกับความต้องการของผู้ที่เป็นเป้าหมายของการพัฒนา ผ่านการอนุมัติให้ดำเนินการจากผู้บริหารหน่วยงานที่ต้องการให้เป็นไปตามนโยบาย เมื่อโครงการถูกนำไปปฏิบัติจริง ก็อย่าได้หวังผลเลิศนอกจากภาพที่เกิดขึ้นจริงว่าเม็ดเงินถูกเบิกจ่ายไปหมดแล้วหวังผลกับสร้างภาพจึงต่างกันที่จุดคิด

สมชาย ชาญณรงค์กุล

ส่องเกษตร : สามัคคี-ฝ่าวิกฤติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/479917

screenshot-13-1

ส่องเกษตร : สามัคคี-ฝ่าวิกฤติ

วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สถานการณ์ประเทศไทยขณะนี้ ดูเหมือนจะเกิดปัญหาขึ้นในทุกวงการ นับตั้งแต่เชื้อไวรัส COVID-19 ระบาด ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว ยิ่งเจอปัญหาภัยแล้งเข้าไปอีก ภาคการเกษตรยิ่งอยู่ในภาวะลำบากมากขึ้น สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปพบปะพูดคุยกับพี่น้องสมาชิกสหกรณ์การเกษตรโป่งน้ำร้อน ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกลำไย และจัดได้เป็นแหล่งผลิตลำไยคุณภาพแหล่งหนึ่งของไทย ที่มีการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ลำไยในพื้นที่นี้กว่า 3 แสนไร่ ในเขตอำเภอสอยดาวและอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี คงจะได้รับผลกระทบรุนแรงและบางสวนถึงขั้นยืนต้นตายไปแล้วก็มีบางสวนที่กำลังติดผล ต้นก็เริ่มเหี่ยวลง ปริมาณน้ำที่กักเก็บไว้ก็เริ่มหมด โดยแหล่งน้ำเหล่านี้เกษตรกรเตรียมสำรองไว้ใช้ และใช้ในการฟื้นฟูต้นเพื่อให้พร้อมการราดสารที่จะให้ติดดอกออกผลตามช่วงเวลาที่ต้องการ ซึ่งจากสถานการณ์ปัจจุบันคงเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ความแห้งแล้งที่รุนแรง อากาศที่ร้อนอบอ้าว เป็นสิ่งที่เกษตรกรกังวลกันมาก บางพื้นที่ถึงกับเกิดความขัดแย้งกันในการแย่งชิงน้ำมาใช้ในพื้นที่สวนของตน

ขณะเดียวกัน สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จังหวัดจันทบุรี ของกรมวิชาการเกษตร ได้เร่งรณรงค์ให้ความรู้แก่พี่น้องเกษตรกรทั้งเรื่องการจัดการดิน การจัดการน้ำ การจัดการต้นพืช โดยใช้หลักวิชาการเพื่อช่วยกันทำความเข้าใจและสร้างความเชื่อมั่นแก่เกษตรกรในการจัดการเพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุดหรือไม่ให้เสียหายเลย เพราะลำไยเป็นไม้ยืนต้น ถ้าต้องทรุดโทรมและตายจากภัยแล้งดังกล่าว กว่าจะปลูกใหม่และให้ผลผลิตต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า 4-5 ปีแล้วเกษตรกรจะทำอย่างไรในช่วงที่ไม่มีรายได้จากสวนดังกล่าว เกษตรกรหลายรายพยายามให้ข้อมูลผมว่าความเสียหายของไม้ผลไม่เหมือนกับความเสียหายในนาข้าว เพราะข้าวเป็นพืชอายุสั้น เมื่อได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้ง ต้องเสียหายสิ้นเชิง ฤดูถัดไปหรือเมื่อปีนี้ที่อุดมสมบูรณ์พอก็เริ่มปลูกและให้ผลผลิตใหม่ได้ ใช้เวลาฟื้นตัวไม่นานนัก สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นความพยายามในการให้ข้อมูลและช่วยกันแก้ไขปัญหาไม่ให้แย่ลงไปกว่าที่เป็นอยู่

ในมุมทางวิชาการที่ ผอ.ชลธี นุ่นหนูผอ.สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จังหวัดจันทบุรี ได้ให้ข้อมูลต่อที่ประชุมว่า การจัดการต้นพืชในสภาวะที่แห้งแล้ง ต้องตัดแต่งกิ่งให้เหลือเท่าที่จำเป็น ตัดปรับแต่งทรงพุ่มให้เตี้ยลง ลักษณะเหมือนการทำสาวในกาแฟหรือพืชอื่นๆ ซึ่งข้อมูลทางวิชาการจะให้ผลตอบแทนได้ดีกว่าการปล่อยทิ้งไว้ แต่ในมุมมองของเกษตรกรอาจเป็นเรื่องยากที่จะทำใจให้ตัดแต่งกิ่งลำไยออกมากขนาดนั้น ด้วยเกรงว่าจะทำให้ลำไยไม่สามารถให้ผลผลิตได้เท่าที่เคย อย่างไรก็ตาม หากเกษตรกรทำตามคำแนะนำทางวิชาการจะเห็นว่าต้นลำไยจะไม่โทรมและยังคงให้ผลผลิตได้ สามารถจัดการสวนได้ง่าย เนื่องจากทรงพุ่มเตี้ย ทั้งการแต่งช่อผล การจัดการศัตรูพืช และการเก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นสิ่งที่เกษตรกรต้องคิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง และเป็นที่น่ายินดีว่าเกษตรกรหลายรายได้นำคำแนะนำเหล่านี้ไปปฏิบัติและให้ผลเป็นที่น่าพอใจ

การผลิตลำไยในพื้นที่เขาสอยดาวและโป่งน้ำร้อนเป็นลำไยที่ควบคุมการออกดอกติดผลด้วยการราดสาร เพื่อทำอย่างต่อเนื่องมาหลายฤดู ทำให้ต้นลำไยโทรมลง ใบมีขนาดเล็กลงและออกเป็นกระจุก ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางลำต้นและการติดผลของลำไย ทำให้ขนาดของผลลำไยเล็กลง ไม่ได้คุณภาพตามความต้องการของตลาด ต้องขายเป็นลำไยร่วงราคาที่ได้จึงต่ำลงไปอีก ดังนั้น หากเกษตรกรจะฝ่าวิฤกตินี้ไปได้ ต้องร่วมมือร่วมใจกัน วางแผนการแก้ไขปัญหาระยะยาว และต้องใช้หลักการบริหารจัดการทางวิชาการมาแก้ไขด้วยเท่านั้น จึงจะพ้นวิฤกติไปได้ สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ จึงเป็นสถานการณ์ที่ต้องใช้ฐานความรู้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา ร่วมกับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเท่านั้น จึงจะรอดพ้นกันไปได้

สมชาย ชาญณรงค์กุล

ส่องเกษตร : COVID-19 กับภาคการเกษตร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/478380

screenshot-13-1

ส่องเกษตร : COVID-19 กับภาคการเกษตร

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว แดดจัดมาก แต่บางพื้นที่อาจประสบปัญหาพายุฤดูร้อน สร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินได้ กระนั้นก็ตามสิ่งที่สร้างความตระหนกและเป็นกังวัลในวงกว้าง เรียกได้ว่าเป็นปัญหาของโลกที่รุนแรงมากกว่าปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองที่ลองเชิงกันอยู่ ปัญหานี้คือ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ Covid-19 ที่ขณะนี้ลุกลามไปกว่าครึ่งโลก และไม่มีทีท่าว่าจะควบคุมได้เมื่อใดความเสียหายที่เกิดขึ้น จึงไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเราเท่านั้น แต่เป็นความเสียหายระดับโลกกันเลยทีเดียว ประเทศไทยของเรา ถึงแม้ว่าจะเริ่มตั้งรับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าวในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา และกำหนดมาตรการในการควบคุมป้องกันเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ตามระดับความรุนแรงของการระบาด มองดูว่าภาคการเกษตรไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่ถ้าพิจารณาลึกลงไปในรายละเอียดแล้วอาหารยังเป็นปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีพของคนเรา ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะปกติหรือภาวะที่วิกฤติฉุกเฉิน โดยที่ภาคการเกษตรนับว่าเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญ เป็นจุดเริ่มต้นของวัตถุดิบอาหาร ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการแปรรูปหรือบริหารจัดการอย่างหนึ่งอย่างใด จนกระทั่งถึงมือผู้บริโภค

หากจะตั้งคำถามว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ ภาคการเกษตรได้รับผลกระทบหรือไม่คำตอบคงมีได้หลายมุมมองที่เชื่อมโยงสู่ภาคการเกษตร เพราะเกษตรกรเองก็เป็น 1 ใน 70 ล้านคนของประเทศไทยเรา ที่จะต้องเฝ้าระวัง และป้องกันตัวเองด้วยเช่นกัน โดยเกษตรกรเป็นกลุ่มอาชีพที่มีสัดส่วนมากที่สุดในประเทศเมื่อเปรียบเทียบกับประชากรกลุ่มอื่นๆ แต่เมื่อพิจารณาถึงประเด็นความตื่นตัว ความตระหนักรู้ และการป้องกันตนเอง อาจมีไม่เท่ากับผู้คนในกลุ่มอาชีพอื่น เนื่องจากตัวเกษตรกรมองว่าตนเองไม่มีความเสี่ยงในการติดไวรัสดังกล่าว เพราะอยู่ในเรือกสวนไร่นา อากาศร้อน ถ่ายเทสะดวก ไม่ได้เข้าไปอยู่กับกลุ่มคนที่แออัด ไม่ได้เดินทางออกนอกพื้นที่ของตนเอง จึงเห็นว่าโอกาสจะติดเชื้อไวรัสดังกล่าวจึงมีไม่มาก แต่ถ้ามองว่าเกษตรกรก็ยังต้องใช้บริการสาธารณะต่างๆ ร่วมกันผู้คนในอาชีพอื่น ไม่ว่าจะเป็นปั๊มน้ำมัน ตลาดสด ร้านสะดวกซื้อต่างๆ หรือ การเข้าไปซื้อของในร้านค้าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ในแหล่งชุมชนทั่วไปปะปนกับผู้คนอื่นๆ ความเสี่ยงก็อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข หรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรที่จะให้ความสำคัญต่อการสร้างการรับรู้และสร้างความตื่นตัวให้เกิดขึ้นกับเกษตรกรในพื้นที่ที่ตนรับผิดชอบด้วย เพื่อไม่ให้เกษตรกรได้รับเชื้อไวรัสดังกล่าว หรือ เป็นผู้แพร่เชื้อเสียเอง

หากมองผลกระทบต่ออาชีพการเกษตร หลายฝ่ายเกรงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส จะส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งจะส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตร เมื่อผลิตออกมาแล้วไม่มีตลาดจำหน่าย เพราะความต้องการลดน้อยลง ชาวสวนผลไม้เองเริ่มวิตกว่าตลาดใหญ่ๆ เช่น จีน จะยังคงรับซื้อผลไม้จากไทยหรือไม่ และหากยังคงซื้ออยู่ปริมาณการซื้อ-ขายยังจะเป็นไปในทิศทางเดิมหรือไม่ ประเด็นเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของชาวสวนผลไม้ที่ผลผลิตกำลังจะออกสู่ตลาด ขณะที่เกษตรกรชาวสวนผักที่ผลิตส่งขาย Modern Trade ต่างๆ เริ่มได้รับผลกระทบ เนื่องจากยอดคำสั่งซื้อลดลง ส่งผลให้พืชผักที่เกษตรกรเคยส่งขายได้เต็มจำนวน ต้องส่งขาย Modern Trade ได้บางส่วนเท่านั้น ทั้งที่ฤดูแล้งเป็นฤดูที่ผักมีราคาแพง และการวางแผนการผลิตของชาวสวนก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย จากเดิมที่วางแผนร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง ต้องมาสะดุดลงในช่วงเวลานี้ ยิ่งไปกว่านี้ สิ่งที่น่ากังวล คือ กระบวนการหลังการเก็บเกี่ยว ไม่ว่าจะเป็นการตัดแต่ง การทำความสะอาด การบรรจุ หรือแม้แต่การขนส่งถึงมือผู้บริโภค หากบุคลากรในห่วงโซ่ทั้งหมดมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส จำเป็นต้องเร่งสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค และมีมาตรฐานในการป้องกันเชื้อไวรัสชนิดนี้ เพิ่มขึ้นมาในกระบวนการผลิตด้วย เพื่อให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นต่อคุณภาพของสินค้า ผู้บริโภคเองต้องระมัดระวังตัวด้วยเช่นกัน ขอให้ยึดหลักของกระทรวงสาธารณสุขที่ให้ไว้ คือ ล้างมือ กินร้อน ช้อนกลางใส่หน้ากากอนามัยเมื่อเข้าไปอยู่ในเขตชุมชน ผู้คนแออัด สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อลงไปได้ การรับรู้ข่าวสารต่างๆ ขอให้ตระหนักไว้ แต่อย่าสร้างความตระหนกให้เกิดขึ้น เพราะจะยิ่งซ้ำเติมเหตุการณ์เข้าไปอีก หากผลผลิตที่เกษตรกรผลิตออกมาขายไม่ได้ ราคาตกต่ำ จากที่ยากจนอยู่แล้ว จะยิ่งสร้างปัญหาขึ้นไปอีก ช่วงเวลาเช่นนี้ เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนต้องเข้าใจกันและช่วยเหลือกันมากกว่า

สมชาย ชาญณรงค์กุล

ส่องเกษตร : ความใส่ใจ คนละอย่าง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/476878

screenshot-13-1

ส่องเกษตร : ความใส่ใจ คนละอย่าง

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สองสัปดาห์ก่อน ผมได้เดินทางไปเยี่ยมเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ ภายใต้แผนปฏิรูปประเทศใช้คำว่า Young Smart Farmer ที่จังหวัดสมุทรสงครามรายหนึ่ง เกษตรกรรายนี้ทำการเกษตรต่อยอดจากรุ่นคุณพ่อ-คุณแม่ที่ทำมาก่อน จากสวนมะม่วงหาวมะนาวโห่ของตนเองและญาติพี่น้องร่วมกันเพื่อนบ้านใกล้เคียง เดิมทีเมื่อผลผลิตออกมามาก ราคาก็มีปัญหาตามมา แต่ด้วยวิธีคิดที่เปลี่ยนแปลงไป ปัญหาดังกล่าวจึงสามารถจัดการได้ โดยส่วนตัวผมรู้สึกชื่นชมกับวิธีการของน้อง Young Smart Farmer รายนี้มาก และเบิกบานใจที่ยังเห็นอนาคตที่ยั่งยืนของภาคการเกษตร ที่ไม่ได้มุ่งแต่ผลิตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการทำการเกษตรที่มองทั้งระบบ สามารถอยู่รอดในอาชีพและสร้างความมั่นคงในชีวิตได้

แนวทางการดำเนินการของสวนมะม่วงหาวมะนาวโห่แห่งนี้ ตัดแนวคิดการขายผลสดออกไป เนื่องจากไม่สามารถเพิ่มมูลค่าและมีโอกาสเกิดปัญหาด้านราคาได้ดังนั้น จึงนำทรัพยากรอื่นๆ ของครอบครัวที่มีอยู่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ด้วยการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆ ใช้บริเวณบ้านซึ่งอยู่ติดกับริมแม่น้ำ พัฒนาให้เป็นร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ กลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของลูกค้าได้ด้วย พัฒนาบรรจุภัณฑ์ เรื่องราวของผลผลิต การนำชมสวนมะม่วงหาวมะนาวโห่ เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ขยายกลุ่มลูกค้าจากปากต่อปาก เข้าสู่การเติบโตของฐานลูกค้าที่เชื่อมโยงกันทางสังคมโซเซียล และสื่อต่างๆ จนล่าสุดที่ผมได้เข้าไปเยี่ยม ต้องขยายพื้นที่สร้างอาคารใหม่ เพื่อใช้เป็นอาคารสาธิตและให้ความรู้แก่ผู้สนใจทั่วไป เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างเจ้าของสวนกับผู้สนใจอื่นๆ ทำให้เกิดความคิดใหม่ๆ ในการทำงานมากขึ้น เห็นว่าผลผลิตที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการนำมาแปรรูปจำหน่าย จนต้องขยายพื้นที่ปลูกออกไปอีก การทำการเกษตรแบบครบวงจรด้วยการพัฒนาตนเองตลอดเวลา วิเคราะห์สภาพปัญหา แสวงหาช่องทางและโอกาส บนฐานทรัพยากรที่ตนมีอยู่ ค่อยๆ เติบโตและเรียนรู้ตลอดเวลา ทำให้อาชีพการเกษตรมีความยั่งยืน นับว่าเป็นอีกมิติหนึ่งของการพัฒนาที่ก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ โดยใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีมาเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

สัปดาห์ต่อมา ผมมีโอกาสลงพื้นที่อีกพื้นที่หนึ่ง ครั้งนี้ได้พบปะกับเจ้าหน้าที่เกษตรในพื้นที่หลายราย และสังเกตพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่เหล่านี้อยู่ห่างๆ เข้าใจได้ว่าแต่ละคนต่างก็มีวิถีทางในการทำงานที่แตกต่างกัน มีเป้าหมายในการทำงานที่แตกต่างกัน แต่ภารกิจหลักที่ต้องดำเนินการคือการเป็นผู้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรกร รวมถึงพัฒนาเกษตรกรให้ทำอาชีพการเกษตรได้อย่างยั่งยืน ซึ่งหมายรวมถึงการร่วมมือระหว่างเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องจับจูงกันไปให้ถึงเป้าหมาย ยิ่งในยุคสังคมดิจิทัล การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การก้าวกระโดดของเทคโนโลยี ทำอย่างไรกับบทบาทของเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงและเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับระบบการผลิตของตนเอง ไม่ต้องลองผิดลองถูก เพราะการลองผิดลองถูกคือการเพิ่มต้นทุนดีๆนี่เอง ภาระเหล่านั้นไม่ควรเกิดขึ้นกับเกษตรกรที่มีเจ้าหน้าที่รัฐประกบอยู่ในพื้นที่ ทำหน้าที่เป็นเพื่อนคู่คิดของเกษตรกรที่แท้จริง

ในขณะที่เกษตรกรขวนขวายหาความรู้เพื่อพัฒนาอาชีพของตนเอง มองกลับมายังเจ้าหน้าที่ ตั้งแต่ระดับหัวขบวนที่ขาดความเข้าใจในเนื้องานที่แท้จริง ขาดมือทำงานที่มีศักยภาพและเชี่ยวชาญในงาน ลงมาถึงท้ายขบวนที่ห่างไกลจากเรือกสวนไร่นา มุ่งแต่แสวงหาช่องทางในการเจริญเติบโตในหน้าที่การงาน โดยลืมภารกิจหลักของตนเองที่สะท้อนผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติราชการ ใช้เวลาหมดไปกับการเข้าหาเจ้านาย ติดตามเจ้านาย มากกว่าการเข้าหาเกษตรกร ส่งผลให้เกษตรกรหลายรายไม่เคยรู้จักเจ้าหน้าที่ ต้องค้นคว้าหาข้อมูลแสวงหาแหล่งความรู้ แสวงหาหนทางรอดในการทำการเกษตรด้วยตนเอง พัฒนาตนเองจนกลายเป็น Young Smart หรือ Smart Farmer ให้เจ้าหน้าที่มาปักป้ายให้รางวัล กลายเป็นผลงานของเจ้าหน้าที่ไป ลักษณะแบบนี้มีให้เห็นบ่อยๆ ขึ้นกับว่าเจ้านายคนไหนจะรู้เท่าทันหรือไม่ ยิ่งเจ้าหน้าที่เหล่านี้สามารถเจริญเติบโตในหน้าที่ราชการด้วยช่องทางดังกล่าว ยิ่งสร้างภาพจำที่ไม่ถูกต้องให้กับเจ้าหน้าที่รุ่นใหม่ที่เฝ้ามองอยู่ เห็นรุ่นพี่ทำแล้วเจริญเติบโตได้จะเอาเป็นเยี่ยงอย่างเสีย กลายเป็นสิ่งที่ต้องทำหากหวังเจริญเติบโตในอาชีพราชการ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วสิ่งที่ต้องทำของเจ้าหน้าที่คือการจับมือทำงานกับเกษตรกร ซึ่งตัวเจ้าหน้าที่เองต้องพัฒนาตนเองให้ Smart เพียงพอที่จะไปจับมือกับเกษตรกรเหล่านั้น ไม่ใช่ให้เกษตรกรจูงเจ้าหน้าที่ไป หรือบางรายถึงขั้นสะบัดมือเจ้าหน้าที่ทิ้ง ขอเดินไปคนเดียวสบายดีกว่า ด้วยความใส่ใจที่ต่างกัน ผลจึงออกมาอย่างที่เห็น

สมชาย ชาญณรงค์กุล

ส่องเกษตร : ทำแบบเดิม ได้แบบเดิม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/475323

screenshot-13-1

ส่องเกษตร : ทำแบบเดิม ได้แบบเดิม

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เกษตรกรรมนับเป็นกระบวนการผลิตอาหารที่สำคัญของมนุษย์ที่มีการวิวัฒนาการมาโดยตลอด ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ที่เริ่มจากการเก็บจากธรรมชาตินำมาบริโภค จากนั้นมนุษย์ก็เริ่มเรียนรู้ คัดเลือก ปรับปรุงแหล่งอาหารและการใช้ประโยชน์จากอาหาร ปรับวิถีชีวิตของตนเองให้เข้ากับธรรมชาติในแต่ละท้องที่ ปรากฏให้เห็นความแตกต่างของพืชพรรณ ปศุสัตว์ การประมง ของแต่ละพื้นที่ สะท้อนกลับมายังวัฒนธรรมอาหารของแต่ละภูมิภาคที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง และบางวัฒนธรรมที่มีลักษณะภูมิประเทศที่คล้ายคลึงกันก็จะมีความคล้ายคลึงกันของวัฒนธรรมอาหารด้วยเช่นกัน

ด้วยเหตุของการนำผลผลิตทางการเกษตร มาเป็นปัจจัยหนึ่งของการสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะต้องฝืนจากธรรมชาติที่เป็น เพื่อสามารถให้ผลตอบแทนจากการผลิตที่แตกต่างไปจากเดิม ตามความต้องการและช่วงเวลาที่เจาะจง ซึ่งต้องแลกด้วยการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาอย่างหนัก เพื่อให้ผลผลิตออกมาตามความต้องการของมนุษย์ ที่รู้กันดีว่าเป็นความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุด

แนวความคิดในการดำเนินการดังกล่าว จะให้ความสำคัญกับประเด็นที่สนใจ และทุ่มเทสรรพกำลังลงไปอย่างเต็มที่โดยประเด็นที่ไม่สนใจจะถูกละเลยไปเสียทั้งที่ประเด็นที่ถูกละเลยอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งอื่นๆ ได้ เช่น การพัฒนาสายพันธุ์ข้าวอายุสั้นและให้ผลผลิตสูง การดำเนินการพัฒนาพันธุ์ดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปยังเป้าหมาย 2 อย่าง คือ อายุสั้น และผลผลิตสูง ประเด็นที่อาจถูกละเลยอาจเป็นประเด็นคุณภาพการหุงต้มของข้าวสายพันธุ์ดังกล่าวที่อาจจะไม่ได้รับการใส่ใจเท่าที่ควร และรวมไปถึงประเด็นของการต้านทานโรคแมลงที่สำคัญของข้าว เมื่อนำข้าวสายพันธุ์ดังกล่าวไปปลูก จำเป็นต้องลงทุนกับการป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูข้าวเพิ่มมากขึ้นกว่าข้าวสายพันธุ์อื่น ผลจากการที่ต้องลงทุนในการควบคุมป้องกันโรคแมลงศัตรูข้าว อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง มากกว่าผลผลิตสูงและอายุสั้นที่ต้องการในประเด็นเริ่มต้นของการวิจัยและพัฒนาพันธุ์

นักวิจัยที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องศึกษาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งแต่ละปัญหาต้องใช้นักวิจัยหลายสาขาวิชา เพื่อตอบโจทย์การวิจัยเพียงประเด็นเดียวเมื่อผลการวิจัยออกมาขัดเจน การถ่ายทอดองค์ความรู้ดังกล่าวไปให้กับเกษตรกร จึงเป็นความรู้ที่แยกส่วน ไม่ได้รวบรวมเป็นภาพใหญ่ของระบบการผลิตทั้งหมด เหมือนกับการแก้ไขปัญหาหนึ่งได้ แต่กลับไปสร้างอีกปัญหาหนึ่งขึ้นมา เช่น แก้ปัญหาการระบาดของโรคแมลงศัตรูพืชได้ แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาคุณภาพของผลผลิตได้ เป็นต้น เหตุการณ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นหมุนเวียนวนๆ กันไปมา

ในอดีตเคยมีความพยายามในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ หน่วยราชการบางหน่วยซึ่งมีงานวิจัยระบบการทำฟาร์ม มองการวิจัยและพัฒนาในองค์รวม ไม่ใช่การวิจัยเฉพาะเรื่องหรือเฉพาะประเด็น แต่เมื่อผ่านไประยะหนึ่งด้วยระบบของการก้าวหน้าในการรับราชการหรือระบบงานวิจัยก็ตาม ทำให้การวิจัยและพัฒนาลักษณะนี้หายไปจากภาพงานวิจัยและพัฒนาของประเทศซึ่งยากจะกลับคืนมาได้ เพราะเมื่อนักวิจัยมุ่งสร้างผลงานเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด เฉพาะประเด็นหรือแม้แต่สุดท้าย ปลายทางเพื่อให้ได้รับการ promote รับความดีความชอบจากผลการดำเนินงานระยะสั้นๆ การดำเนินงานในลักษณะการวิจัยและพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งระบบ จึงยากที่จะเกิดขึ้นได้ ปัจจุบันดูราวกับว่างานวิจัยและพัฒนาทางการเกษตร เป็นงานวิจัยและพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เป็นเรื่องๆ ไป ไม่ได้มองการวิจัยและพัฒนาที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบไม่ได้มองภาพใหญ่ที่จะเกิดขึ้นกับอนาคตการเกษตรไทย

ในช่วงการปฏิรูปภาคการเกษตร หากยังคงคิดแยกส่วน อยู่ในกรอบของงานประจำ ทำกันเหมือนที่เคยๆทำกันมา สุดท้ายเมื่อมองกลับมา จะเห็นว่าไม่มีความแตกต่างไปจากเดิม การปรับแนวคิดโดยมองทั้งกระบวนการผลิตของภาคการเกษตร มองผลกระทบเป็นลูกโซ่ที่เกิดขึ้นในลักษณะของ whole supply chain management เป็นความพยายามในการปฏิรูปภาคการเกษตร แต่วิธีการดังกล่าวถูกมองว่าทำยาก จึงมีแนวคิดว่าแยกออกเป็นส่วนๆ ดิน น้ำ พืช สัตว์ แยกเป็นเรื่องๆ ซึ่งก็คือการวนกลับมาในรูปแบบเดิม เพียงเพื่อได้ชื่อว่า ทำแล้ว อย่างว่า หากวิธีการยังเป็นแบบเดิม วิธีคิดยังเป็นแบบเดิม ก็อย่าหวังว่าจะปฏิรูปภาคการเกษตรได้จริง วิธีการเดิม ผลก็คงไม่แตกต่างไปจากเดิม

สมชาย ชาญณรงค์กุล

ส่องเกษตร : ความเป็นจริงซ้ำๆ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/473812

screenshot-13-1

ส่องเกษตร : ความเป็นจริงซ้ำๆ

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

อากาศปีนี้แปรปรวนค่อนข้างสูง ช่วงนี้นอกจากจะไม่มีฝนแล้ว อากาศยังแห้ง และมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ สมกับการเตรียมเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน แต่ก็ยังมีฝนตกปรอยๆลงบางพื้นที่ ทำให้อุณหภูมิกลับลดลงมาอีก สลับไปมา สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสลงพื้นที่สวนผลไม้ที่จังหวัดจันทบุรี ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ผลไม้หลักของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มังคุด เงาะ กำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนาจากดอกไปเป็นผล ชาวสวนจึงให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาผลไม้ในช่วงเวลานี้อย่างใกล้ชิด หวังว่าการติดผลน่าจะอยู่ในระดับที่เป็นที่พอใจของชาวสวน โดยปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ในช่วงเวลานี้สำหรับการออกดอกติดผลของไม้ผล คือ น้ำแต่ธรรมชาติก็ไม่ได้เป็นใจ อากาศช่วงนี้กลับแห้ง แล้ง มีแดดจัด ไม่มีฝนมาช่วยแต่อย่างใด แหล่งน้ำในธรรมชาติก็เริ่มแห้งขอด ในปีที่ผ่านมาสถานการณ์ราคาของไม้ผลค่อนข้างสูง ให้ผลตอบแทนแก่ชาวสวนเป็นอย่างมาก ช่วงเวลาปัจจุบันจึงเป็นช่วงเวลาของการสู้เพื่อเอาชนะธรรมชาติให้ได้ จึงเกิดภาวะแสวงหาแหล่งน้ำทุกวิธีทาง ทั้งจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ห้วย หนอง คลองบึง อ่างเก็บน้ำ ฝายเก็บน้ำต่างๆ เพื่อนำน้ำมาให้กับไม้ผลในสวนของแต่ละราย บางแห่งถึงขั้นต้องซื้อน้ำมารดต้นไม้กันแล้ว สนนราคาต่อคันรถราว 700 บาท ชาวสวนก็ต้องยอม เพื่อให้ไม้ผลติดดอกออกผลได้ตามที่หวัง

เมื่อพิจารณาข้อมูลปริมาณน้ำฝนของจังหวัดจันทบุรี พบว่า จันทบุรีเป็นจังหวัดที่มีปริมาณน้ำฝนและจำนวนวันที่ฝนตกเฉลี่ยสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ แต่ต้องมาประสบปัญหาภาวะแห้งแล้งในช่วงสำคัญของไม้ผล ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัด รุนแรงถึงระดับที่จังหวัดต้องประกาศเป็นเขตประสบภัยพิบัติ เพื่อให้การช่วยเหลือ และเมื่อพิจารณาย้อนหลังไปไม่กี่เดือนในช่วงฤดูฝน จังหวัดก็เพิ่งจะประกาศประสบอุทุกภัย น้ำหลากจากภูเขาท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ทั้งเรือกสวนและที่อยู่อาศัยของประชาชนทั่วไป จึงเป็นปรากฏการณ์ที่ย้อนแย้งกันไปมา ฤดูฝนน้ำมากจนน้ำท่วม พอเข้าสู่ฤดูแล้งน้ำกลับมาแห้งขอดไปจนไม่พอใช้

เมื่อเข้าไปเยี่ยมชมตามสวนต่างๆผมสังเกตเห็นว่าชาวสวนจันทบุรีมีการจัดการสวนแบบใช้ประโยชน์ในพื้นที่ครบทุกตารางเมตร สามารถวางแถวปลูกไม้ผลได้แบบไม่มีพื้นที่เหลือให้แทรกอย่างอื่นลงไปได้ และส่วนใหญ่ จะไม่มีการสร้างแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่ของตนเอง เพื่อที่จะกักเก็บน้ำในฤดูฝนมาใช้ในฤดูแล้ง ทั้งๆที่ชาวสวนเข้าใจดีว่าทำสวนต้องใช้น้ำ ไม่สามารถทำสวนโดยไม่มีน้ำอย่างเพียงพอได้ แต่ชาวสวนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ยอมที่จะสละพื้นที่ของตนเองทำแหล่งกักเก็บน้ำแต่พยายามปลูกไม้ผลให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เนื่องจากช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ราคาไม้ผลสูงมาก โดยเฉพาะทุเรียน จึงมีการขยายพื้นที่ปลูกออกไปมากจนน่าตกใจ โดยไม่มีการเตรียมการเรื่องน้ำไว้อย่างเพียงพอ นั่นคือสัญญาณอันตรายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

ผมได้คุยกับกลุ่ม Young Smart Farmer ในพื้นที่จันทบุรี เล่าให้ฟังว่า แหล่งกักเก็บน้ำดิบของทางราชการที่จะนำไปใช้ทำน้ำประปา เมื่อปล่อยผ่านคลองส่งน้ำไปผ่านพื้นที่ของชาวสวนซึ่งเป็นชาวสวนรายใหญ่ที่มีพื้นที่หลายร้อยไร่ บางรายถึงกับนำโดรนขึ้นบินสำรวจ แล้วทำการขุดสระดึงน้ำที่ปล่อยมานี้ มากักเก็บในพื้นที่สระที่ตนขุดไว้ เพื่อนำมาใช้ในสวนของตนเอง กลุ่ม Young Smart Farmer เรียกการทำการเกษตรในลักษณะนี้ว่า เป็นการทำการเกษตรที่ไร้จริยธรรมของความเป็นมนุษย์ที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข กลายเป็นการยึดประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้ง เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมการเกษตร ประเด็นนี้หากปล่อยไว้อาจกลายเป็นความขัดแย้งในสังคมได้

สถานการณ์การขยายพื้นที่ปลูกทุเรียนอย่างไม่หยุดยั้ง มีนายทุนเข้ามาลงทุนในกิจการดังกล่าว ในลักษณะของแปลงขนาดใหญ่ เป็นจำนวนมาก โดยไม่ได้คำนึงถึงแหล่งน้ำที่จะนำมาใช้ในสวนของตน อนาคตเราคงไม่ได้เห็นเฉพาะปัญหาการแย่งน้ำของชาวนา ปัญหาการแย่งน้ำของชาวสวนก็คงไม่ยิ่งห ย่นไปกว่ากัน หากไม่มีการเตรียมการทำความเข้าใจและวางแนวทางแก้ไขปัญหาไว้ล่วงหน้า ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อทุเรียนในยุคทุเรียนบูมออกผลก็น่าจะไม่เกิน 4-5 ปีนี้ ผลผลิตที่ออกมาจะมีการจัดการอย่างไร จะเกิดเหตุปิดถนนด้วยทุเรียนหรือไม่ ในวันนี้ผู้ใหญ่ของจันทุบรีท่านหนึ่งถึงกับทำนายว่า อีก 4 ปี จะต้องได้รับประทานทุเรียนฟรีที่เมืองจันท์ เพราะผลผลิตจะล้นเกินความต้องการ และประเด็นราคาตกต่ำก็คงหนีไม่พ้น ผมเองก็ได้แต่หวังว่าคงมีทางออกสักทาง

สมชาย ชาญณรงค์กุล

ส่องเกษตร : เปลี่ยนแปลง ผันแปร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/472232

screenshot-13-1

ส่องเกษตร : เปลี่ยนแปลง ผันแปร

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเข้าร่วมสัมมนาทางวิชาการของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา เรื่อง การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภาวะวิกฤติซึ่งการสัมมนาครั้งนี้ได้เชิญนาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา มาเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ การเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศโลก โดยท่านได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วมสัมมนาเป็นอย่างมาก เป็นข้อมูลที่เข้าใจง่ายและมีความเที่ยงตรงหลายประการ แต่ที่ผมจำได้แม่นคือการเปลี่ยนแปลงกับการผันแปรของสภาพภูมิอากาศ จะเกิดได้ตลอดเวลาในสภาพอากาศของโลกที่เป็นอยู่ ในอนาคตอันใกล้นี้ สิ่งที่เห็นชัดเจนคือ ฤดูแล้งของไทยจะยาวนานมากขึ้น โดยเฉพาะปีนี้ฤดูแล้งจะยาวออกไปอีก คาดว่าฤดูฝนจะอยู่ประมาณเดือนมิถุนายน สำหรับฝนที่ตกในเดือนมีนาคม – เมษายน นี้ ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าหลังสงกรานต์จะต้องมีฝนตกทุกปี ทำให้เกษตรกรบางส่วนได้มีการไถพรวนเตรียมแปลงปลูกไว้ล่วงหน้า หวังว่าพอฝนตกหลังสงกรานต์พืชผลที่หว่านหรือปลูกไว้จะเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับปีนี้ท่านอธิบดีได้ยืนยันว่า ปีนี้ฝนจะมาช้ากว่าทุกปี หากจะมีฝนตก ลักษณะจะเป็นฝนตกเป็นหย่อมๆ ไม่กระทบทั่วถึงกัน อย่างไรเสียปีนี้คงต้องเตรียมการกันให้ดี

ข้อมูลเหล่านี้ เป็นข้อมูลสำคัญที่ส่งผลต่อการวางแผนการทำการเกษตรของพี่น้องเกษตรกร หากจะคงมีพฤติกรรมในการทำการเกษตรแบบเดิมๆ คือ หลังสงกรานต์ไถหว่านรอฝน ก็จะสามารถคาดการณ์ได้ว่า โอกาสที่จะสูญเสียสูงมาก ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน การสัมมนาครั้งนี้ มีผู้แทนเกษตรกรท่านหนึ่ง เป็นผู้นำของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้ให้ความเห็นว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรมาก หากเกษตรกรมีโอกาสได้รับรู้ จะทำให้ไม่ต้องสูญเสียเงินทุนที่จะลงไป โดยทางกรมอุตุนิยมวิทยาเองได้ทำการสื่อสารผ่านสื่อหลายทาง และได้ส่งผ่านข้อมูลเหล่านี้ไปยังทุกจังหวัดผ่านทางอุตุนิยมวิทยาจังหวัด แต่ด้วยช่องว่างที่เกิดขึ้นไม่ว่าจากสาเหตุใดก็ตาม ปัญหาของข้อมูลที่จะส่งไปถึงพี่น้องเกษตรกรยังมีช่องว่างระหว่างกันอยู่ คงต้องอาศัยความร่วมมือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และกลไกอื่นๆ เพื่อส่งผ่านข้อมูลเหล่านี้ลงสู่เป้าหมายได้อย่างแท้จริง

การเปลี่ยนแปลงและผันแปรของอากาศ ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อการทำการเกษตรของไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการทำการเกษตรที่เป็นหุ้นส่วนกับธรรมชาติ ถ้าธรรมชาติไม่เป็นใจ ทุกอย่างที่คาดหวังไว้ก็จบลงได้ง่ายๆ ตัวอย่างหนึ่งซึ่งผมเคยนำเสนอหลายครั้ง คือ กรณีของลิ้นจี่แม่กลอง ที่เฝ้ารออุณหภูมิที่เหมาะสมมาหลายปีซึ่งพื้นที่ปลูกลิ้นจี่ในแม่กลองมีราว 7 พันไร่ช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมาอากาศหนาวยาวนานเพียงพอที่จะกระตุ้นให้ลิ้นจี่แม่กลองออกดอก ชาวสวนลิ้นจี่แม่กลองเริ่มจะมีรอยยิ้ม และคาดหวังว่าปีนี้คงได้ผลผลิตออกมาจำหน่ายบ้าง ดูแลเอาใจใส่ต้นลิ้นจี่กันมากขึ้น หลังจากที่ดอกบาน และอยู่ระหว่างการผสมเกสร มีการนำผึ้งมาเลี้ยงในสวนลิ้นจี่เพื่อช่วยผสมเกสรอีกทาง แต่ด้วยความผันแปรของอากาศ ปรากฏมีน้ำค้างลงแรงมากในช่วงดอกบานและเมื่อความชื้นในอากาศสูงเป็นผลให้ชะล้างดอกลงมา ดอกจึงร่วงเกือบทั้งหมด ไม่สามารถผสมเกสรได้ทัน การรอคอยการออกดอกของลิ้นจี่มาถึง 4 ปีเต็ม จึงจบลงง่ายๆ ชาวสวนลิ้นจี่รายหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า มีต้นลิ้นจี่ทั้งหมด 60 ต้น ปีนี้ออกดอกทุกต้น แต่ปัจจุบันกลายเป็นก้านธูปไปแล้ว ไม่ติดเลยสักต้น ยังคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับลิ้นจี่ 60 ต้นที่มีอยู่

ผลของการเปลี่ยนแปลงและผันแปรของสภาพภูมิอากาศกระทบต่ออาชีพการเกษตรเป็นอย่างมาก การทำการเกษตรของบ้านเรายังคงต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าวต่อไปอีก อาจจะนับได้ว่าเป็นปัญหาพื้นฐาน ยังไม่รวมถึงปัญหาอื่นๆ ของการประกอบอาชีพการเกษตรเช่น ปัญหาการตลาด ปัญหาต้นทุนการผลิต ปัญหาการเข้าถึงเทคโนโลยีและปัญหาเกษตรกรสูงวัย ความมั่นคงในอาชีพการเกษตร จึงยังเป็นประเด็นท้าทายให้ทุกฝ่ายร่วมกันขบคิดและฝ่าฟันไปพร้อมกัน การเปลี่ยนแปลง ผันแปร ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญกันต่อไป

สมชาย ชาญณรงค์กุล