หนังสือเด่น : เตรียมพร้อมสำหรับอนาคตลูกหลาน แนะแนวทางการดำเนินชีวิตของคน Gen ใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/635116

หนังสือเด่น : เตรียมพร้อมสำหรับอนาคตลูกหลาน  แนะแนวทางการดำเนินชีวิตของคน Gen ใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โลกในอนาคตกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง พ่อแม่ครูบาอาจารย์ ผู้ปกครองหลายคนกำลังกังวลกับทิศทางความเป็นไปของโลก และห่วงอนาคตลูกหลาน สิ่งที่พบเห็นและได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับโลกอนาคตมีแต่แง่ลบ และคำขู่ของคนมองโลกในแง่ร้ายว่าอนาคตอยู่ยาก ภาวะโลกร้อน อันตรายจากผู้ก่อการร้าย ปัญหาการอพยพ คนหนุ่มสาวจะตกงานหนี้เศรษฐกิจที่แบกกันหนักอึ้งทั่วโลก และยังมีเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งเดียวแล้วพลิกประวัติศาสตร์โลก เช่น ภัยธรรมชาติรุนแรง สงครามมนุษย์กับหุ่นยนต์ การโจมตีทางข้อมูลคอมพิวเตอร์ อุกาบาตรชนโลกเรื่องราวด้านลบนี้เพิ่มขึ้นทุกวัน Tony Ryan นักการศึกษา นักคิดนักเขียนเ ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโลกอนาคต ชาวออสเตรเลีย ผู้เขียน “มนุษย์พันธุ์ผสม : The Next Generation มนุษย์ Gen ใหม่ ต้องเตรียมตัวอย่างไรในโลกที่มีแต่หุ่นยนต์” ได้กล่าวไว้ว่า โลกในอนาคตเป็นโลกที่ยุ่งเหยิงจริง ปัญหามีจริง แต่ก็ยังสวยงาม หากมีวิธีคิดที่เรียกว่า “การมองโลกในแง่ดีบนพื้นฐานความเป็นจริง (Realistic Optimism)” เป็นวิธีคิดที่สมดุลต่อสุขภาพจิต และสามารถทำให้คนในอนาคตอยู่อย่างมีความสุข

เขาได้กล่าวอีกว่า โลกทุกวันนี้จากประวัติศาสตร์มนุษย์ เป็นยุคที่ดีที่สุดแล้ว และมนุษยชาติมีโอกาสตื่นเต้นยิ่งใหญ่รอคอยอยู่ในอนาคตข้างหน้า ถ้ามัวแต่ให้ข้อมูลแง่ลบแก่ลูกหลาน ชีวิตพวกเขาต้องลำบากถึงแม้เราพยากรณ์อนาคตไม่ได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนอนาคตด้วยมือเราได้ และสิ่งที่ต้องทำคือให้ลูกหลานเชื่อว่าเราสร้างโลกอนาคตได้ ทำให้เขามีความหวังและมีพลังสร้างโลก ดังนั้นเขาจึงเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา เพื่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูนักการศึกษา ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจโลกในอนาคตเพื่อพร้อมรับมือ และดูแลลูกหลานให้สามารถอยู่ในสังคมอนาคตอย่างมีความสุข โดยในหนังสือได้แบ่งเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่

ส่วนที่ 1 พูดถึงสิ่งที่รอคอยลูกหลานอยู่ในอนาคต ได้แก่ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปที่ส่งผลกระทบต่อลูกหลานในวันข้างหน้า อาทิ หน้าที่การงานประเภทของงานจะมีอะไรบ้าง ควรเลือกทำอย่างไร การอยู่ร่วมและทำงานกับหุ่นยนต์ ส่วนที่ 2 พูดถึงคุณสมบัติที่คนในอนาคตต้องมีเพื่อสามารถอยู่ได้อย่างมีความสุขและเอาตัวรอด โดยลูกหลานของเราต้องมีคุณสมบัติหรือความสามารถอย่างน้อย3 อย่าง ได้แก่ ต้องปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ใช้ชีวิตประจำวันด้วยความแคล่วคล่องว่องไว เป็นนักสู้ที่ไม่เคยท้อแท้ สงบเยือกเย็น ต้องมีความเห็นอกเห็นใจคนอื่น จะทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี และมีความุขในสังคมที่ตึงเครียด และต้องเป็นผู้รู้จักใฝ่รู้รู้จักตั้งคำถามและหาคำตอบเป็น เรียนรู้ตลอดเวลาก็จะเป็นวิธีที่เด็กจะเอาตัวรอดในอนาคตได้เป็นอย่างดี ส่วนที่ 3 พูดถึงสิ่งที่มนุษย์ควรต้องทำเพื่อสร้างชีวิตที่ดีกว่าในโลกอนาคต ได้แก่ ควรมีวิธีทำธุรกิจของตัวเอง เด็กรุ่นใหม่ควรถูกกระตุ้นสร้างสรรค์เอง กำหนดชะตาชีวิตเอง ไม่ควรเป็นลูกจ้างใคร เด็กรุ่นใหม่ควรได้รับการสนับสนุนให้สร้างกุศลด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อสร้างความปีติและจิตใจที่เปี่ยมสุข และสุดท้ายกระตุ้นและจูงใจให้เด็กปฏิบัติจริง สร้างแรงจูงใจในการลงมือทำ และเข้าร่วมโครงการที่ปฏิบัติจริง เพื่อนำพาสู่ความสำเร็จของเด็กๆ ในยุคอนาคต

งานเขียนเล่มนี้ของเขาได้รับการยอมรับและเชื่อถือจากคนทั่วโลก และมุมมองของเขาที่มีต่อการศึกษาในโลกอนาคตเป็นมุมมองที่ให้ความหวัง เป็นมุมมองที่ตรงข้ามกับเรื่องราวแง่ลบต่อโลกอนาคตที่ได้ยินมา และชี้ให้เห็นว่า เราทุกคนสามารถสร้างอนาคตที่สวยงามได้ โอกาสมีอยู่เสมอหากเราพร้อมที่จะรับโอกาสนั้นๆ หากกำลังกังวลกับทิศทางของโลกอนาคต และเป็นห่วงลูกหลาน ในหนังสือเล่มนี้คือคำตอบที่ครบถ้วนทุกด้าน เขาได้วาดภาพให้เราเห็นอนาคตอย่างชัดเจน อธิบายความเป็นไปได้ ทิศทางในอนาคต การพัฒนาทักษะความสามารถที่ลูกหลานพึงมี ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำตามได้ง่าย ใครที่ใส่ใจกับการเตรียมตัวเพื่อให้ลูกหลานมีอนาคตที่ดีไม่ควรพลาด หนังสือเล่มนี้แปลเป็นไทยโดย ดร.วิภาวี วงศ์ภูมิวิชชุ์
ราคาเล่มละ 235 บาท ลิขสิทธิ์ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)

หนังสือที่‘Warren Buffett’ยกย่อง

เป็นสุดยอดการลงทุนแห่งศตวรรษ

หนังสือ “The Intelligent Investor” เล่มนี้ เขียนโดย “Benjamin Graham” ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข เป็นหนังการวิเคราะห์หุ้น การบริหารธุรกิจ กลยุทธ์การบริหารธุรกิจ การเงินการลงทุนการลงทุนหุ้น ที่เป็นหนังสือที่ “Warren Buffett” นักลงทุนที่รวยที่สุดในโลก ยกย่องว่าเป็นหนังสือการลงทุนที่ดีที่สุดอีกเล่มหนึ่งอีกด้วย เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้จะกล่าวถึงทัศนคติในการลงทุนที่ถูกต้อง กลยุทธ์การลงทุนสำหรับนักลงทุนแต่ละประเภท การมีมุมมองที่เหมาะสมต่อความผันผวนของตลาดหุ้น รวมถึงเรื่องของนโยบายการลงทุน และกรณีศึกษาที่หลากหลาย อธิบายเนื้อหาโดยละเอียด เป็นลำดับขั้นตอน สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง หนังสือเล่มนี้เป็นฉบับปรับปรุงใหม่ ที่เป็นสุดยอดหนังสือการลงทุนแห่งศตวรรษ ขายไปแล้วมากกว่า 1 ล้านเล่มทั่วโลก ราคาเล่มละ 595 บาท

เทคนิค วิธีการ วิธีคิด นำไปสู่ความสำเร็จ

ของการเป็นผู้ประกอบการสมัยใหม่

“100 วิธีคิด เปลี่ยนเจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบการให้เป็นมืออาชีพที่ประสบความสำเร็จสูง และกำหนดชีวิตที่ต้องการได้” ผู้เขียน Kevin D. Johnson ผู้แปล สุดาวรรณ อริยะทรัพย์ ปัจจุบันผู้คนต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบการจำนวนมาก หลายคนที่ประสบความสำเร็จ แต่ก็มีหลายคนที่ล้มเหลว และความแตกต่างของผลลัพธ์ที่ได้นั้น ไม่ได้แค่ขยันเพียงอย่างเดียว ผู้ที่สำเร็จได้นั้น ต้องอาศัยกลยุทธ์ เทคนิค วิธีการ และที่สำคัญที่สุดคือ “วิธีคิด” ที่ดี และสามารถนำไปประยุกต์ใช้อย่างได้ผล ซึ่งจะช่วยทำให้เจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบการบริหารกิจการของตนเป็นมืออาชีพที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง และสามารถกำหนดชีวิตของตนเองตามที่ต้องการได้ เนื้อหาในเล่มนี้จะช่วยทำให้คุณมีเทคนิค วิธีการและวิธีคิด ที่ช่วยทำให้ประสบความสำเร็จ กำหนดชะตาชีวิตของตนไปในทางที่ดีขึ้นได้ ด้วยวิธีการที่ใช้งานได้จริง ที่จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ช่วยให้คุณบรรลุความฝันที่จะเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จได้ ราคาจำหน่าย 245 บาท

รู้จักโลกสตาร์ทอัพและดิจิทัลทุกด้าน

เป็นแนวทางทำธุรกิจที่เหมาะกับตัวเอง

“การเดินทางของเหล่ายูนิคอร์น The Journey of Unicorns” เล่มนี้ ได้บอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจของเหล่า StartUp ของไทย และต่างประเทศ ทั้งด้านที่ประสบความสำเร็จและประสบภัยพิบัติ จากมุมมองและประสบการณ์ของ ดร.วิลาส (ดิ๊ง) ผู้ซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในวงการ StartUp มาอย่างยาวนาน พบเห็นเป็นพยานในการเติบโตและล้มหายตายจากของยูนิคอร์นมากมาย และเหตุที่สร้างความสำเร็จหรือล้มเหลวในธุรกิจ StartUp ได้ถูกนำมาตีแผ่ เจาะให้เห็นในหลากหลายด้าน ให้ผู้อ่านเกิดประโยชน์ เรียนรู้และทำความรู้จักการทำธุรกิจแนวนี้ให้มากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่สนใจอยากรู้จักโลกสตาร์ทอัพและดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น นักเรียน นักศึกษา ผู้ประกอบการ หรือพนักงานบริษัท สามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี เพราะได้ปูพื้นฐานไว้ครบทุกด้าน ผู้อ่านสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ความต้องการและความถนัดในการเลือกประกอบธุรกิจของตัวเองได้อย่างเหมาะสม ราคาเล่มละ 295 บาท

นวนิยายที่แฝงด้วยความหมายชีวิต

ใช้ขนมเป็นประเด็นในการสืบสวน

หนังสือ “ร้านขนมแห่งความลับ ตอน ความลับแห่งวัยเยาว์ (บรรจุปลอก)” ผู้เขียน Sakaki Tsukasa ผู้แปล ปาวัน การสมใจ เป็นนวนิยายสืบสวนสอบสวน ที่ใช้เรื่องราวของขนมเป็นประเด็นในการสืบสวน เป็นเรื่องราวของ “อันจัง” ซึ่งทำงานที่ร้าน “มิตสึยะ” ร้านขายวากาชิ ในชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้ามาได้แปดเดือนแล้ว แม้จะเริ่มคุ้นชินกับงานขาย แต่ยังมีอะไรอีกมากมายให้เธอเรียนรู้เต็มไปหมด คืนวันแห่งการเติบโตอันว้าวุ่นที่บางครั้งก็ท้อแท้ บางครั้งก็กลุ้มใจ ยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางเพื่อนร่วมงานซึ่งเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว และแน่นอนว่า ครั้งนี้ก็ยังมีขนมชวนน้ำลายสอ กับปริศนามากมายเตรียมไว้รอรับทุกคน หนังสือเล่มนี้เป็นนิยายภาคต่อจาก “ร้านขนมแห่งความลับ” ที่ทำยอดขายในไทยได้ดีที่สุดของปี 2563 เป็นนิยายอบอุ่นหัวใจ ให้ความหมายกับชีวิตแฝงอยู่ติดอันดับ 1 บน Honto.jp หลายสัปดาห์ ราคา เล่มละ 315.00 บาท

หนังสือเด่น : ศาสตร์และศิลป์บำบัดและดูแล ผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะซึมเศร้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/633457

หนังสือเด่น : ศาสตร์และศิลป์บำบัดและดูแล  ผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะซึมเศร้า

วันอาทิตย์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ปัจจุบันทุกประเทศทั่วโลกกำลังก้าวสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งแสดงว่าทุกประเทศกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรครั้งใหญ่ ผู้สูงอายุเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในประเทศไทยก็เช่นกัน โดยเฉพาะโครงสร้างด้านอายุของคนไทยที่มีสัดส่วนของประชากรอายุ 60 ปีเพิ่มมากขึ้น และถือว่าอยู่ในวัยพึ่งพิง ต้องการการดูแลจากรัฐและครอบครัว และส่วนใหญ่อยู่ในภาวะเปราะบางแทบทั้งสิ้น ทั้งในเรื่องของรายได้ในช่วงบั้นปลายชีวิตที่บางคนอาจไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูตัวเอง หรือต้องประหยัดค่าใช้จ่าย ต้องพึ่งพิงลูกหลาน ภาวะเจ็บป่วยที่เข้ามาถาโถมเข้ามาตามอายุที่มากขึ้น  สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญกับปัญหารอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาสุขภาพจิตจากการต้องปรับตัวกับความเสื่อมถอยและภาวะการเปลี่ยนแปลง  ผลการศึกษาพบว่า ปัญหาสุขภาพจิตส่งผลกระทบอย่างเรื้อรังสำหรับผู้สูงอายุในทุกภาวะสุขภาพคือ “ภาวะซึมเศร้า”

หนังสือ “ศาสตร์และศิลป์การบำบัดดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะซึมเศร้า”  เป็นหนังสือวิชาการที่เขียนโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สายฝน เอกวรางกูร อาจารย์ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะซึมเศร้า เนื้อหาในเล่ม ครอบคลุมองค์ประกอบหลักของเนื้อหาสู่การปฏิบัติการบำบัดดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะซึมเศร้า รวมทั้งหมด 8 บท ครึ่งแรกบทที่1ถึงบทที่4 มุ่งทำความเข้าใจหลักวิชาการทางด้านสถานการณ์ ความต้องการ กระบวนการเกิดภาวะซึมเศร้า ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เชื่อมโยงสู่หลักการบำบัดรักษาพยาบาลและดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคซึมเศร้า บทที่ 5-8 เนื้อหาครึ่งหลังมุ่งนำเสนอรูปธรรมปฏิบัติการบำบัดดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะซึมเศร้า การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง ด้วยความเข้าใจมิติด้านจิตใจด้วยหัวใจมนุษย์ผ่านการวิจัย การบริการวิชาการ การเรียนการสอน การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ครอบคลุมปฏิบัติการจากบุคลากรวิชาชีพสุขภาพ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จิตอาสาเด็กและเยาวชน และผู้สูงอายุที่สามารถเยียวยาจิตใจตัวเองได้

ผู้เขียนได้เรียบเรียงเนื้อหาให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจและมีความไวต่อการคัดกรอง ประเมิน เข้าถึง บำบัดรักษาพยาบาล และดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีภาวะซึมเศร้าตามระดับความรุนแรงจากบุคลากรสุขภาพ จิตอาสา ผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้สูงอายุซึ่งเติมเต็มพลังชีวิตบวก เพื่อเยียวยาจิตใจของตนเองได้อย่างทันสมัย สอดคล้องและน่าสนใจ  หนังสือเล่มนี้ มุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อการบำบัดผู้สูงอายุที่มีภาวะซึมเศร้า จนเกิดกระบวนการฟื้นหาย สามารถใช้ชีวิตด้วยความสุขสงบ สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ราคาเล่มละ 280บาท 

คู่มือวิจัยพื้นฐานวิทยาศาสตร์สุขภาพ

ชี้แนะคุณลักษณะตัวอย่าง วิธีวิจัยชัดเจน    

หนังสือ “วิธีวิจัยพื้นฐานสำหรับวิทยาศาสตร์สุขภาพ” ผู้เขียน ดร.เจษฎา คุณโน อาจารย์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เป็นคู่มือในการออกแบบวิธีการวิจัยพื้นฐานสำหรับวิทยาศาสตร์สุขภาพ  ที่นำเสนอหลักการวิจัย กระบวนการวิจัย และวิธีการวิจัยทั้งหมด 14 วิธี โดยการเลือกวิธีวิจัยเป็นส่วนที่สำคัญมากในการทำวิจัยเพราะใช้ในการตอบโจทย์ปัญหาวิจัยที่สนใจศึกษาโดยมีวิธีการครอบคลุมหลายๆ เทคนิคและเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการคัดกรองกลุ่มประชากรตัวอย่างที่จะเข้าร่วมวิจัยอีกด้วย โดยได้ชี้แนะคุณลักษณะ ข้อดี ข้อเสีย ตัวอย่างในแต่ละวิธีการวิจัยอย่างชัดเจน และยังได้นำเสนอหลักการทำวิจัยตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการตีพิมพ์ผลงานวิจัย นอกจากนี้ผู้เขียนยังมองเห็นความสำคัญของการสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลต่างๆ ได้อย่างเป็นระบบ     และได้นำเสนอการจัดเก็บข้อมูลเอกสารอ้างอิงโดยใช้โปรแกรม EndNote เพื่อเป็นประโยชฯในการรวบรวมข้อมูลอีกด้วย ราคาเล่มละ 290  บาท

เห็นภาพในอนาคตของ Gen ใหม่ชัดเจน

แนะนำทักษะการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

มนุษย์พันธุ์ผสม : The Next Generation มนุษย์ Gen ใหม่ ต้องเตรียมตัวอย่างไรในโลกที่มีแต่หุ่นยนต์

ผู้เขียน Tony Ryan (โทนี ไรอัน) ผู้แปล วิภาวี วงศ์ภูมิวิชชุ์ ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติมีหลักฐานว่า ลึกลงไปในใจ มนุษย์กลัวว่า สักวันหนึ่ง หุ่นยนต์และเครื่องจักรจะมาแทนที่ตน จึงมีมนุษย์อยู่กลุ่มใหญ่ที่ต่อต้านนวัตกรรม เมื่อต้นศตวรรษที่ 19 กลุ่มคนงานในโรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอประเทศอังกฤษ ร่วมกันต่อต้านและทำลายเครื่องจักร เพราะรู้สึกว่านวัตกรรมเหล่านี้ทำลายวิถีชีวิตตน และเมื่อผู้คนเปลี่ยนจากใช้รถม้ามาใช้รถยนต์ ก็เกิดความวุ่นวายไม่น้อยเช่นกัน ในกลางศตวรรษที่ 21 นี้ หุ่นยนต์จะทำงานแทนมนุษย์ในหลายๆ ด้าน ความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ทางสังคมย่อมเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนังสือเล่มนี้แนะนำวิธีอยู่รอดของมนุษย์ Gen ใหม่อย่างมีความสุข ท่ามกลางโลกที่ดูยุ่งเหยิงแต่ยังสวยงามแบบนี้ ราคาเล่มละ 235 บาท

นำเสนอภูมิหลัง ความขัดแย้งสร้าง AI

ประโยชน์โดยรวมที่ AI มีต่อมนุษย์

หนังสือ “The Big Nine ยักษ์ 9 ตน อิทธิพลแห่ง AI” ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ผู้เขียน Amy Webb (เวบบ์ เอมี) ผู้แปล ธนกร นำรับพร  หนังสือเล่มนี้ได้ถ่ายทอดข้อมูลเชิงลึก และให้มุมมองด้านการเข้ามาของ AI ในสังคมโลกไว้อย่างน่าสนใจ ผ่านการทำงานและวิจัยพัฒนาของ 9 บริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการได้แก่ กูเกิล แอมะซอน แอปเปิล ไมโครซอฟท์ และไอบีเอ็มจากฝั่งสหรัฐฯ ไบ่ตู้ อาลีบาบา เทนเซ็นต์จากฝั่งจีน     9 บริษัทนี้ ดูเผินๆ แล้วเหมือนเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีใหญ่ๆ ที่ต่างพัฒนาสินค้าและบริการของตัวเองแข่งกันไป  แต่ ผู้เขียนมองว่าบริษัทเหล่านี้ มีลักษณะแนวคิดหรือปรัชญาบางอย่างที่คล้ายกัน โดยเธอวิเคราะห์แบ่งประเภทแนวคิดของการใช้ AI เป็นสองฝั่งใหญ่ๆ ได้แก่ ฝั่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งเน้นการสร้างบริการและตอบโจทย์ทางการตลาด ในขณะที่ฝั่งประเทศจีนที่เธอมองว่า รัฐบาลภายในการนำของ สี จิ้นผิง นั้น กำลังเดินหน้าสร้าง Infrastucture ด้าน AI ระดับโลก เพื่อพัฒนาการประยุกต์ใช้ AI ให้รอบด้านในชีวิตประจำวันของมนุษย์ และนำเสนอว่าโดยรวมแล้วจะได้เห็นว่า AI จะให้อะไรให้กับสังคมในโลกอนาคตอันใกล้นี้ได้บ้าง ราคาเล่มละ295 บาท

ฝึกพัฒนาทักษะคิดวิเคราะห์เชิงตรรกะ

เตรียมสอบวิชาวิทยาการคำนวณ

5 นาที ฝึกคิดโจทย์เชิงตรรกะ เก่งวิทยาการคำนวณ เล่ม Easy ผู้เขียน    Sony Global Education,Gakken

ผู้แปล อนุวัฒน์ ทุมละฉายา เป็นหนังสือที่เตรียมสอบวิชาการคำนวณ นำไปใช้ได้กับการเขียนโปรแกรมและประยุกต์ใช้วิธีคิดเชิงคำนวณ คำถามที่ช่วยพัฒนาสมอง ฝึกคิดเป็นเหตุเป็นผลและมีระบบ     มาเตรียมตัวก่อนสอบวิชาวิทยาการคำนวณด้วยโจทย์เชิงตรรกะที่ใช้ในการทดสอบ Global Math Challenge ที่มีนักเรียนจากทั่วโลกมาประลองสมองกัน  พบกับกระบวนการที่นำไปสู่การแก้โจทย์ปัญหา “5 เส้นทางแห่ง ความคิด” ส่วนภาคเฉลยก็จะสอนว่าการหาคำตอบ เพื่อพัฒนาความคิดดำเนินแบบ 5 เส้นทางแห่งความคิดควรมี step อย่างไร รูปแบบการคิด ต่าง ๆ ที่แฝงอยู่ใน 5 เส้นทางนั้นสำคัญกับการใช้ชีวิต เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่หรือแม้กระทั่ง การทำงานในยุคสมัยใหม่นี้ ในโลกที่คอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทสำคัญ เหนือการดำเนินชีวิต จึงจำเป็นมากที่จะต้องมีศักยภาพในการคิดวิเคราะห์เชิงตรรกะ หนังสือราคาเล่มละ 195 บาท

หนังสือเด่น : เรียนรู้กลไกการเกิดโรคอัลไซเมอร์ เพื่อป้องกันและดูแลตัวเองและญาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/631962

หนังสือเด่น : เรียนรู้กลไกการเกิดโรคอัลไซเมอร์ เพื่อป้องกันและดูแลตัวเองและญาติ

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ปัจจุบันโรคที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมตามอายุมีโอกาสพบมากขึ้น รวมถึงโรคสมองเสื่อมในกลุ่มผู้สูงอายุด้วย เมื่อกล่าวถึงโรคสมองเสื่อม หรือ dementia พบว่า ชนิดของโรคสมองเสื่อมที่พบมากที่สุด คือ โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease, AD) ในครอบครัวที่มีผู้ป่วยด้วยโรคนี้ นอกจากจะเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาแล้ว ยังส่งผลให้เกิดความห่วงกังวลกับลูกหลานและญาติผู้ป่วย เพราะการดูแลค่อนข้างต้องทุ่มเททั้งเวลาและความเอาใจใส่ทุกด้าน  แต่ถ้าหากพวกเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับโรคตั้งแต่แรกเริ่ม หรือตั้งแต่ขั้นพื้นฐานของกระบวนการเกิดโรคสมองเสื่อมก็จะทำให้เข้าใจวิธีการป้องกันและรักษา ก็จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้มากขึ้น เตรียมรับมือ และจะช่วยให้การดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพดี เข้าใจผู้ป่วยมากขึ้นด้วย

หนังสือ “ความรู้พื้นฐานเพื่อการป้องกันและรักษาโรคสมองเสื่อม Alzheimer” เล่มนี้ ผู้เขียน รองศาสตราจารย์ ดร.วิภาวรรณ ตั้งนิพนธ์  ที่มีประสบการณ์ในการสอนวิชาต่างๆ ของสาขา neuroscience โดยเฉพาะโรคสมองเสื่อม ที่มีผลงานวิจัยด้านการใช้สารต่อต้านอนุมูลอิสระที่สกัดจากสมุนไพรประยุกต์ใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ได้เรียบเรียงและเขียนจากประสบการณ์ในการสอนวิชาชีววิทยาของโรคอัลไซเมอร์มานานกว่า 30 ปี  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านได้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์ตั้งแต่สาเหตุที่เกี่ยวข้องพยาธิวิทยาการเกิดโรค การตรวจวินิจฉัย การรักษาด้วยวิธีต่างๆ รวมทั้งการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะกล่าวถึงการรักษาในปัจจุบันทางเวชปฏิบัติ รวมทั้งยาและสารประกอบทางเคมีต่างๆ ที่อยู่ในขั้นตอนการวิจัยให้ได้มาซึ่งยาหรือสารเวชภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพดีพอที่จะนำมาใช้ในทางปฏิบัติจริงต่อไป

หนังสือเล่มนี้รวบรวมองค์ความรู้ งานวิจัย ตลอดจนประสบการณ์ของผู้เขียนจากงานวิจัยที่เกี่ยวกับการป้องกันรักษาโรคอัลไซเมอร์ด้วยสมุนไพรไทยชนิดต่างๆ รวมทั้งการรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิด มาถ่ายทอดเพื่อให้บุคคลทั่วไปเข้าใจได้ง่าย ทั้งวิธีการป้องกันและการดูแลตัวเอง  โดยได้เรียบเรียงเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้เพื่อนำไปใช้อ้างอิงในประเทศไทย รวมถึงการดูแลตัวเองและผู้ป่วยอัลไซเมอร์เพื่อเป็นข้อมูลนำไปใช้ในการศึกษาวิจัยค้นหากลไกการเกิดโรคใหม่ๆ รวมทั้งพัฒนาการป้องกันรักษาที่มีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต โดยได้แบ่งเป็นหมวดต่างๆ ชัดเจน เรียบเรียงเนื้อหาตามลำดับเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจการป้องกันจนถึงวิธีการรักษาและแนวทางการศึกษาวิจัยในอนาคต

หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับนักศึกษา บุคลากรทางการแพทย์ ผู้สูงอายุ และบุคคลทั่วไปที่สนใจเรียนรู้เกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์ และองค์ความรู้ในหนังสือเล่มนี้สามารถนำไปใช้อ้างอิงเพื่อพัฒนาต่อยอดการค้นหาวิธีการป้องกัน และบำบัดโรคที่มีประสิทธิภาพ และดียิ่งขึ้นในอนาคต  จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยราคา 240  บาท

เปลี่ยนอาหารประจำวันเป็นเมนูสุขภาพ ป้องกันมะเร็ง โรคร้ายอื่นๆ ฟื้นฟูสุขภาพ

หนังสือ ‘กินผิด ชีวิตป่วย’ผู้เขียน Chen Yue Ching  ผู้แปล ชาญ ธนประกอบ    ในปัจจุบัน คนจำนวนร้อยละ 70 ตกอยู่ในภาวะพร่องสุขภาพ ร่างกายอักเสบระยะยาว ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งโดยไม่รู้ตัว  “เฉินเยชิง” ผู้มีประสบการณ์ด้านการรักษาด้วยอาหารมากว่า 30 ปีพิสูจน์แล้วว่าอาหารเพียง 1 มื้อสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนเราได้ แค่นำวัตถุดิบมาปรุงด้วยความพิถีพิถัน ปรับฤทธิ์ร้อนและเย็นของวัตถุดิบให้สมดุลเพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ในเล่มมีสูตรอาหารสุขภาพ 82 สูตร พร้อมทั้งสอดแทรกเรื่องราวของคนที่เคยรักษาโรคด้วยเมนูดังกล่าวแล้วหายป่วย เกร็ดความรู้และหลักการกินสำหรับโรคต่างๆ เรื่องราวจากผู้ป่วยมะเร็ง สูตรอาหารนี้ เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง คนธรรมดาที่มักเจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ หรือเป็นผู้รักสุขภาพก็สามารถรับประทาน หนังสือราคาเล่มละ 375 บาท

หญิงชราวัย 71ปีที่ชีวิตพลิกผัน กลายเป็นยูทูบเบอร์สุดปังชั่วข้ามคืน

 ‘ฉันไม่ยอมตายง่าย ๆ หรอก’ ผู้เขียน Park Makrye (พัค มักเร),Kim Yura (คิม ยูรา) ผู้แปลชลภัทร ภัทรฤทธิกุล เป็นเรื่องราวของย่าพัคมักเร วัย 71ปี ผู้ใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบากแสนอาภัพมาตลอดชีวิต ตอนเด็ก ๆ ถูกห้ามเรียนหนังสือเพราะเป็นลูกสาว อายุ20แต่งงานกับชายไร้ความรับผิดชอบที่ปล่อยเธอเลี้ยงลูก3 คนเพียงลำพัง ถูกโกงเงินแทบหมดตัวถึง 2 ครั้ง ทำงานหนักจนร่างแทบพัง แถมพอแก่ตัวลงยังเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ หลานสาว “คิมยูรา” จึงลาออกจากงานประจำมาดูแลคุณย่า นับตั้งแต่นั้น ถือเป็นจุดพลิกผันของชีวิตพัคมักเร เริ่มขึ้นเมื่อ คิมยูราอัปโหลดวิดีโอท่องเที่ยวออสเตรเลียของย่าลงยูทูบจนมียอดเข้าชมทะลุล้าน และถือกำเนิดเป็นยูทูบเบอร์วัย 71 ปีผู้โด่งดังในที่สุด อาชีพใหม่นี้ทำให้ทั้งคู่เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้มากมายนับไม่ถ้วน แม้กระทั่งโอกาสพบปะคนดังอย่างซีอีโอกูเกิล และเรียนรู้ว่าขอแค่มีความหวัง ชีวิตก็มีสิ่งที่น่าสนุกรออยู่เสมอ หนังสือเล่มนี้ราคา 295 บาท

เทคนิคการอ่านหนังสือด้วยระบบคิดใหม่ จับประเด็น จดจ่อ จดจำได้อย่างรวดเร็ว

‘เทคนิคการอ่านให้เอามาใช้งานได้เลย’ ผู้เขียนMentalist DaiGo  นักเขียนแนวจิตวิทยาอันดับ 1 ของญี่ปุ่น แปลโดยธาลินี โพธิ์อุบล หนังสือได้รวบรวมแนะนำเทคนิคการอ่านหนังสือด้วยระบบคิดใหม่ ให้จับประเด็นเร็วและเอาไปใช้งานได้ทันที ไม่ว่าจะโน้มน้าวใจ ถ่ายทอดต่อ หรือเปลี่ยนแปลงตัวเอง ที่จะทำให้ผู้อ่านสามารถจดจ่อกับหนังสือที่อ่าน จดจำและนำความรู้ที่ได้ไปใช้พัฒนาตัวเองได้จริง เนื้อหาในเล่มจะเริ่มดำเนินเรื่องโดยการเน้นการปรับทัศนคติเกี่ยวกับการอ่าน การเตรียมตัวก่อนการอ่าน เช่น กำหนดเป้าหมายการอ่านให้ชัดเจนว่าทำไมถึงอยากอ่านหนังสือเล่มนี้ อยากเรียนรู้อะไรจากหนังสือเล่มนี้ หลังจากอ่านแล้วเจะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไร จากนั้นระหว่างอ่านละหลังอ่านก็จดโน้ตสาระสำคัญที่ได้จากการอ่านไว้ และสุดท้ายคือสร้างเอาท์พุตเล็ก ๆ เช่น พูดคุยกับคนอื่น หรือเขียนบล็อก เป็นต้น  หนังสือราคา หนังสือ 225.00 บาท

การผจญภัยตามหาของเล่นโปรดแสนสนุก หนึ่งในผลงานคุณภาพของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง

‘หมูคริสต์มาส’ เป็นนวนิยายแฟนตาซีวรรณกรรมเยาวชน  ที่เป็นเรื่องราวของ เด็กชายแจ็ก ที่มีของเล่น ‘คูมหมู’ ที่เล่นมาตั้งแต่เด็ก รักและผูกพันมากเพราะเจ้าสิ่งนี้จะอยู่กับเขาตลอดเวลาทั้งยามสุขและยามเศร้า อยู่มาวันหนึ่งคูมหมูได้ถูกโยนทิ้งโดย ฮอลลี ลูกสาวของผู้ชายที่จะมาแต่งงานกับแม่ของเขา จนกระทั่งเมื่อหาไม่เจอ แจ็กจึงได้รับของเล่นชิ้นใหม่ที่มาแทนคูมหมู คือ ‘หมูคริสต์มาส’  แล้วทั้งคู่จึงวางแผนกันออกตามหาของเล่นสุดรักสุดหวงคืนมา  ร่วมลุ้นระทึกไปกับการผจญภัยแสนห้าวหาญในดินแดนของหาย  ของ “เด็กชายแจ็ก” และ “หมูคริสต์มาส” กับเรื่องราวอบอุ่นหัวใจในปฏิบัติการตามหา “คูมหมู” ของเล่นแสนรักแสนหวง ในค่ำคืนคริสต์มาสจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นหรือไม่?  ผู้เขียนJ.K. Rowling (เจ.เค. โรว์ลิ่ง ได้ใช้เวลาเขียนเรื่องนี้อยู่หลายปีและเป็นอีกผลงานหนึ่งที่เธอรักและผูกพัน แปลโดยพลอย โจนส์  ราคาเล่มละ 495 บาท

หนังสือเด่น : เรื่องราวชีวิตเจ้าพระยาวิไชเยนทร์ เรียนรู้สังคม การเมือง วัฒนธรรมอยุธยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/630426

หนังสือเด่น : เรื่องราวชีวิตเจ้าพระยาวิไชเยนทร์ เรียนรู้สังคม การเมือง วัฒนธรรมอยุธยา

วันอาทิตย์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ในประวัติศาสตร์ชาติไทย มีชาวต่างชาติเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารและรับราชการในสำนักสยามจนเป็นที่รู้จักและฝากผลงานเป็นที่ประจักษ์หลายคน คอนสแตนติน ฟอลคอน ก็เป็นขุนนางฝรั่งคนหนึ่งที่มีปรากฏบันทึกในประวัติศาสตร์อย่างค่อนข้างละเอียด ฟอลคอนเป็นชาวกรีกโดยสัญชาติทางสายเลือด มีแม่เป็นชาวเวนิส ที่มีชีวิตวัยเด็กยากลำบากทั้งกายและใจ เขาถูกทารุณกรรมและทุบตีจากพ่อผู้กักขระ และโหดร้ายที่เป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมเป็นประจำ  ถูกรังแก ล้อเลียนจากเด็กรุ่นเดียวกันว่าแม่เขาเป็นคนบ้า  เป็นลูกผสมที่ผู้คนรังเกียจ  ชีวิตของเขาต้องต่อสู้อย่างทรหด เขาตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้าด้วยการออกทะเลร่อนเร่ไปกับเรือสินค้า ห่างบ้านเกิดเมืองนอนมาไกลโพ้น สู่ทวีปเอเชียที่เต็มไปด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจ จากเสมียนสู่พ่อค้าและจากพ่อค้าสู่ขุนนางแห่งอยุธยา ฟอลคอนกลายเป็นขุนนางคนโปรด ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาวิไชเยนทร์ รับใช้สมเด็จพระนารายณ์มหาราชอย่างใกล้ชิด เรืองอำนาจ จนหาใครอื่นในอยุธยาทัดเทียมได้ยากยิ่ง และเป็นที่สังเกตได้ว่าทุกอย่างที่เขาได้มา ที่เขาเป็น ไม่ได้มาเพราะโชคชะตา ชีวิตทุกย่างก้าวของเขา เป็นสิ่งที่เขาตั้งใจกำหนดเอง ไม่ว่าจะเป็นนักล่องเรือหรือการเข้ามาเป็นขุนนางคู่พระราชหฤทัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา

ฟอลคอนแห่งอยุธยา เป็นบทประพันธ์ของ แคลร์ คีฟ-ฟอกซ์  แปลโดยกล้วยไม้ แก้วสนธิ นักเขียนชาวฝรั่งเศสคนนี้ได้เห็นความโดดเด่นแห่งวิถีชีวิตของชายชาวกรีกผู้นี้จากการบันทึกประวัติศาสตร์ เขาได้เป็นถึง เจ้าพระยาวิไชเยนทร์ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการแต่งราชฑูตจากสมเด็จพระนารายณ์ไปเจริญสัมพันธไมตรีกับพระเจ้าหลุยที่ 14 แห่งฝรั่งเศส แคร์จึงค้นคว้าจากเอกสารต่างๆ และได้เชิงลึกมากมายจนกระทั่งเพียงพอและสามารถเขียนเรื่องราวของคอนสแตนติน ฟอลคอนโดยละเอียดในรูปแบบนวนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่องนี้ได้ แต่หากจะกล่าวกันตามจริงแล้ว หนังสือเล่มนี้ก็ไม่เชิงนวนิยายเสียเลยทีเดียว เพราะทุกคนมีตัวตนจริง แต่ในรายละเอียดผู้เขียนได้แต่งเพิ่มเติมเข้าไปเช่นตั้งชื่อให้ทาส คนรับใช้ หรือผู้หญิงของเขา ที่ไม่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ แต่มีบทบาทสำคัญมีตัวตนอยู่ในจิตรกรรมฝาผนังเช่นภาพของราชสำนักสยามในปลายคริสต์ศตวรรษที่17  ซึ่งได้รับการบันทึกและกล่าวถึงว่าทั้งในแง่ดี และแง่ลบในบันทึกการเดินทางของต่างชาติที่เข้ามาในยุคนั้น ซึ่งผู้เขียนได้คัดและนำมาลงหลายตอน ส่วนจดหมายบางฉบับเป็นของจริง  บางฉบับผู้เขียนแต่งขึ้นมาเพื่อเสริมให้เรื่องน่าสนใจขึ้น

เรื่องราวของหนังสือเล่มนี้ เริ่มต้นตั้งแต่ ฟอลคอนยังเป็นเด็กหนุ่มที่โดนบีบคั้นจากสถานการณ์รอบข้าง จนต้องพาตัวเองออกจากบ้านเกิดเพื่อไปพบเจอสิ่งที่ดีกว่า โดยเริ่มต้นออกทะเลเร่ร่อนไปกับเรือสินค้า ห่างจากบ้านเกิดเมืองนอนไปเรื่อย ๆ จนเข้าสู่ทวีปเอเชีย ด้วยความเฉลียวฉลาด ความอดทน ต่อสู้อย่างทรหด  และขยันหมั่นเพียรเรียนรู้ ฉกฉวยโอกาส และต่อสู้ฝ่าฝัน เขาได้ขยับฐานะตัวเองจากเด็กคนรับใช้ในเรือเป็นเสมียนจากเสมียนสู่พ่อค้า และจากพ่อค้ามามีอำนาจรุ่งเรืองและมีบทบาทสำคัญในอยุธยา เป็นขุนนางคนโปรดของพระมหากษัตริย์ จนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาวิไชเยนทร์ รับใช้สมเด็จพระนารายณ์มหาราชอย่างใกล้ชิด เรืองอำนาจ จนหาใครอื่นในอยุธยาทัดเทียมได้ยาก แต่อำนาจมักมาพร้อมความรับผิดชอบมากล้น ฟอลคอนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือสามารถเจรจากับผู้คนหลากหลายได้อย่างมีชั้นเชิง ด้วยคำพูดที่ทั้งอ่อนโยนและแข็งกร้าว ทั้งอ่อนน้อมและเหยียดหยาม ทั้งปลอบโยนและข่มขู่ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ แต่เพื่อยังประโยชน์แก่อยุธยา สมเด็จพระนารายณ์ และเขาทำเพื่อตัวเขาเองมากด้วยเช่นกัน จนในที่สุดก็ต้องพบจุดจบเมื่อสมเด็จพระนารายณ์สิ้นพระชนม์

เรื่องราวในเล่ม นอกจากจะสนุกสนาน เพลิดเพลินกับการนำเสนอที่น่าสนใจ ได้รู้จักทุกแง่มุมอันน่าทึ่งของคอนสแตนติน ฟอลคอน –ฟอลคอนแห่งอยุธยาที่ทั้งกล้าหาญทะเยอทะยานสูง ไต่เต้าจนเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าแผ่นดินในแดนตะวันออก และแต่งตั้งเป็นอัศวินจากฝั่งกษัตริย์ตะวันตก จนกระทั่งลุ่มหลงกับลาภยศจนต้องพบจุดจบในแผ่นดินสยาม  ผู้อ่านยังได้รับรู้และได้ย้อนยุคไปในสมัยอยุธยา ได้เห็นสภาพสังคม การเมือง และวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่รุ่งเรืองของผู้คนทั้งคนไทยและยุคทองของต่างชาติในสมัยอยุธยาช่วงที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชครองราชย์ได้เป็นอย่างดีและเห็นภาพชัดเจน  ฉบับปรับปรุงใหม่ปี2020 แปลไทยราคาเล่มละ 375 บาท จำนวนหน้า 560 หน้า

เทคนิคการรับมือและการโต้กลับ คนพูดไม่ดีหรือสถานการณ์เลวร้าย

‘วิธีพูดกับคน เพื่อรับมือหรือโต้กลับ ทุกสถานการณ์พูด และไม่ให้เสียเปรียบ หรือตกเป็นรองใคร โดยใช้ศิลปะ “ทังก์ฟู” ผู้เขียน Sam Horn (แซม ฮอร์น) ผู้แปล เสถียร เทศทอง, อมรวรรณ เทศทอง หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาที่เป็นการสอนเทคนิควิธีการที่ช่วยให้คนเราสามารถรับมือหรือโต้กลับในทุกสถานการณ์ เช่นการพูดในสิ่งที่เลวร้าย การถูกเอาเปรียบ การโต้เถียงขัดแย้ง การโยนความผิดใส่กัน การชอบยุ่งเรื่องส่วนตัว แต่ถึงแม้ตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย หรือเผชิญหน้ากับคนไม่ดี ทุกคนก็สามารถรับมือด้วย “ทังก์ฟู-Tongue Fu!” ศิลปะที่จะช่วยขจัดอารมณ์ขุ่นเคือง ลดแรงปะทะทางจิตใจ และหันเหความสนใจไปจากสิ่งที่ถูกโจมตี โดยมีเป้าหมายคือการเรียนรู้วิธีการสร้างความมั่นใจ เมื่อต้องจัดการกับสถานการณ์ที่ถูกทำร้ายด้วยคำพูด และยังเป็นวิธีการสื่อสารที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคน นอกจากนี้จะได้เรียนรู้วิธีป้องกันความขัดแย้งและสร้างความร่วมมือ รวมถึงการเลือกที่จะคงไว้ซึ่งจิตใจที่มีเมตตาต่อผู้อื่น แม้ผู้อื่นกำลังทำไม่ดีกับเราอยู่ก็ตาม ราคาเล่มละ 270 บาท

ประสบความสำเร็จโดยไม่ใช้ต้นทุน แต่ทำสิ่งที่มีอยู่ให้ได้ประโยชน์สูงสุด

‘ใช้ข้อจำกัด สร้างชีวิตไร้ขีดจำกัด : Stretch’ ผู้เขียน สก๊อต โซเนนไชน์  ผู้แปล ฐานันดร วงศ์กิตติธรหนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นจากการค้นคว้ากว่า 10 ปี ของสก๊อต โซเนนไชน์ อดีตที่ปรึกษาของ Microsoft ที่เขาตกผลึกว่า ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคนเรามีต้นทุนเท่าไหร่ แต่ขึ้นอยู่ที่ว่าได้ใช้มันฉลาดขนาดไหนต่างหาก หนังสือเล่มนี้จะบอกถึงกลยุทธ์พลิกแพลงสิ่งที่ทุกคนมีอยู่รอบตัวมาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด นำเสนอผ่านผ่านเรื่องราวของคนที่ใช้วิธีการนี้ได้สำเร็จมาแล้ว เช่น เชฟที่ดัดแปลงรถกระบะถูกๆ ให้เป็นร้านอาหารหรูจนขายดีทั่วอเมริกา, ชายหนุ่มที่ใช้เงินเพียง 7,000 ดอลลาร์สร้างหนังได้โด่งดังทั่วฮอลลีวู้ด, เด็กหนุ่มที่มีโรคมือสั่น หันมาวาดรูปจนได้เป็นศิลปินรางวัลแกรมมี่ และอีกหลายกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพียงแต่ปลดล็อคข้อจำกัดที่มี ทุกคนจะก้าวหน้าทั้งในชีวิต ธุรกิจ และอาชีพการงานเป็นเท่าตัว เป็นหนังสือ 1 ใน 10 หนังสือที่ CEO ยุคใหม่เลือกอ่าน เป็นหนังสือ Wall Street Journal Best Seller แปลไทยจำหน่ายเล่มละ 240 บาท

แฮรี่ พอตเตอร์ เล่ม 1 ฉบับปี 2020 ปรับปรุงเนื้อหา วาดภาพโดยคนไทย

แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ เล่ม 1 ผู้เขียน เจ.เค. โรว์ลิ่ง ฉบับปี 2020 ฉลองครบรอบ 20 ปี แฮร์รี่ พอตเตอร์ ฉบับภาษาไทย ด้วยการปรับปรุงเนื้อหา พร้อมภาพปกและภาพประกอบใหม่เอี่ยม ฝีมือ Apolar นักวาดชาวไทยคนแรกของโลก  “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ไม่เคยได้ยินชื่อของโรงเรียนฮอกวอตส์มาก่อนเลย จนกระทั่งกองทัพจดหมายร่อนลงบนพรมหน้าประตูบ้าน ลุงกับป้าผู้น่าขนลุกของเขายึดซองจดหมายที่ทำจากกระดาษแข็งสีออกเหลือง จ่าหน้าด้วยหมึกสีเขียวมรกต มีตราประทับขี้ผึ้งสีม่วงไปอย่างรวดเร็ว แต่แล้วในวันเกิดปีที่สิบเอ็ดของแฮร์รี่ “แฮกริด” ชายร่างยักษ์ดวงตาดำขลับคล้ายตัวด้วง ก็โผล่มาพร้อมกับข่าวที่น่าประหลาดใจ คือ “แฮร์รี่ พอตเตอร์” เป็นพ่อมด และเขามีสิทธิ์เข้าเรียนที่โรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มด และเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ด้วย การผจญภัยแสนอัศจรรย์กำลังเริ่มขึ้นแล้ว  สุดยอดนวนิยายสำหรับเยาวชนของโลกที่ไม่มีใครไม่รู้จักในศตวรรษนี้ ตีพิมพ์ไปแล้วกว่า 80 ภาษา และขายไปแล้วกว่า 500 ล้านเล่มทั่วโลก สร้างเป็นภาพยนตร์แล้วทั้งหมด 8 ภาค (เล่ม 7 สร้างเป็นภาพยนตร์ 2 ภาค) ราคาเล่มละ395 บาท

คำศัพท์อังกฤษในชีวิตประจำวัน สำหรับเด็กเริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษ

‘สนุกกับศัพท์อังกฤษในชีวิตประจำวัน รวบรวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ควรรู้มากกว่า 500 คำ’ ผู้เขียน Jo Litchfield ผู้แปล โสรยา ชามรัตน์ หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับเด็กที่เริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษ โดยผู้ปกครองอ่านให้เด็กฟังและชักชวนให้เด็กออกเสียงตามเพื่อจำคำศัพท์และความหมาย นอกจากนี้ครูยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของเด็ก ๆ ได้อีกด้วย คำศัพท์ทุกคำมีคำอ่านอ่านออกเสียงและคำแปลภาษาไทย เป็นคำศัพท์เกี่ยวกับสิ่งของรอบตัวเด็ก เช่น เสื้อผ้า ของกิน ยานพาหนะ เครื่องใช้ เป็นต้น ทุกหน้าคู่มีภาพใหญ่ 1 ภาพ และมีภาพเล็กอยู่รอบ ๆ ให้เด็กค้นสิ่งของที่ซ่อนอยู่ในภาพใหญ่ เด็ก ๆ จะได้เล่นไปพร้อมกับเรียนรู้คำศัพท์ ภาพประกอบสี่สวยงาม ช่วยให้เด็กจะสนุกสนานกับการอ่านและชื่นชอบภาษาอังกฤษ แต่ละหัวข้อเรื่องมีคำถามซึ่งเป็นเกมให้เด็กค้นหาสิ่งของ ภาพประกอบแนวโมเดลปั้นสีสันสวยงาม ช่วยให้เด็ก ๆ เพลิดเพลินไปกับการอ่านคำศัพท์อีกด้วย สี่สีทั้งเล่ม ขนาดเอสี่ ราคาเล่มละ 135 บาท

หนังสือเด่น : นำเสนอทุกมุมมอง ‘บิตคอยน์’ บทบาทต่อเศรษฐกิจดิจิทัลอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/628860

หนังสือเด่น : นำเสนอทุกมุมมอง ‘บิตคอยน์’ บทบาทต่อเศรษฐกิจดิจิทัลอนาคต

วันอาทิตย์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ในวันที่3 ตุลาคม 2008 นักเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้นามแฝงว่า ซาโตชิ นากาโมโตะ ได้แจ้งเกิดและแนะนำบิตคอยน์ ระบบเงินสดอิเล็กทรอนิกส์แบบใหม่ที่ชำระเงินด้วยสกุลเงินตัวเอง ใช้กระบวนการที่ซับซ้อนเพื่อให้สมาชิกของระบบสามารถตรวจสอบทำธุรกรรมทั้งหมดโดยไม่ต้องอาศัยความเชื่อใจของสมาชิก ในปี 2009 เริ่มใช้แลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าออนไลน์ครั้งแรก ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่บิตคอยน์เปลี่ยนจากตัวเป็นสินค้าและได้กลายเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน หลังจากนั้นอีก8ปี ก็ถูกนำมาใช้งานจริงอย่างแพร่หลาย โดยมีการเผยแพร่อัตราแลกเปลี่ยนปรากฏบนสื่อต่างๆ เคียงข้างกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินประจำชาติอื่นๆ กล่าวคือบิตคอยน์กลายเป็นธนาคารกลางสมัยใหม่ เป็นกรณีตัวอย่างกรณีแรกของเงินสดดิจิทัลที่สามารถใช้งานได้อย่างน่าเชื่อถือ

‘The Bitcoin Standard : ระบบการเงินทางเลือกใหม่ไร้ศูนย์กลาง’ ผู้เขียน Saifedean Ammous (เซเฟดีน อัมมูส) ศาสตราจารย์ทางเศรษฐศาสตร์ชื่อดังของอเมริกา ผู้แปล พิริยะ สัมพันธารักษ์,พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว หนังสือนี้แบ่งเนื้อหาเป็น 3 ส่วนหลัก ในส่วนแรกจะบอกถึงต้นกำเนิดของเงิน ที่ถึงแม้ว่าบิตคอยน์จะเกิดมาใหม่ในยุคดิจิทัล แต่กลับเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเดียวกับปัญหาที่มีอายุยาวนานเทียบเท่าอายุของมนุษยชาติ คือการสร้างเงินที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าของเงินโดยสมบูรณ์ และมีแนวโน้มรักษามูลค่าของตัวเองได้ในระยาว โดยได้อธิบายถึงประวัติและอธิบายถึงเงินในแง่ของบทบาทหน้าที่และคุณสมบัติ สาเหตุที่ทำให้เงินมั่นคงหรือไม่มั่นคง  สาเหตุใดที่เปลือกหอย ลูกปัดโลหะ หรือเงินรัฐบาลถึงทำหน้าที่เป็นเงินได้  เหตุล่มสลายและล้มเหลวในการทำหน้าที่เงินของสิ่งดังกล่าวว่ามีที่ไปที่มาอย่างไร

ส่วนที่สองจะพูดถึงผลกระทบของเงินที่มั่นคงและเงินที่ไม่มั่นคงต่อคน สังคม และโลก ในช่วงตลอดระยะเวลาจากในอดีตถึงปัจจุบัน  เงินที่มั่นคงทำให้ผู้คนคิดการณ์ไกลและเก็บออมลงทุนเพื่ออนาคตได้มากขึ้น ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการสะสมทุนทรัพย์และพัฒนาอารยธรรมของมนุษย์  เงินที่มั่นคงสามารถทำให้การค้า การลงทุน และการริเริ่มทำกิจการหรือธุรกิจต่างๆก็สามารถดำเนินไปด้วยดีบนพื้นฐานที่มั่นคง  เงินที่มั่นคงยังเป็นปัจจัยสำคัญของสังคมเสรีที่ใช้เป็นเกราะกำบังรัฐบาลเผด็จการ และการฉ้อฉลได้เป็นอย่างดีส่วนเงินที่ไม่มั่นคงก็มีแต่สับสนวุ่นวาย และในส่วนที่สาม จะอธิบายถึงการทำงานของระบบโครงข่ายบิตคอยน์ และคุณลักษณะที่เป็นจุดเด่นเชิงเศรษฐศาสตร์และวิเคราะห์แนวทางการใช้งานบิตคอยน์ในฐานะเงินมั่นคง  รวมถึงพูดถึงกรณีที่บิตคอยน์ทำหน้าที่ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ สิ่งที่เข้าใจผิดๆเกี่ยวกับบิตคอยน์

หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นมาเพื่อให้ผู้อ่านหรือผู้ที่สนใจบิตคอยน์ ได้เข้าใจกลไกทางเศรษฐศาสตร์ของบิตคอยน์ และการทำงานของโครงข่ายบิตคอยน์  เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจบิตคอยน์อย่างแท้จริง   ในเล่มไม่มีการเชิญชวนให้ผู้อ่านไปซื้อหรือลงทุนในสกุลเงินบิตคอยน์แต่อย่างใด ตรงกันข้าม มูลค่าของบิตคอยน์ยังคงมีแนวโน้มผันผวนได้สูงอีกระยะหนึ่ง โครงข่ายบิตคอยน์อาจจะสำเร็จหรือล้มเหลวได้ในอนาคต การใช้งานบิตคอยน์นั้นต้องแม่นและชำนาญในเรื่องเทคนิค และเต็มไปด้วยความเสี่ยงไม่เหมาะสมกับคนที่ไม่มีความรู้

ในปัจจุบัน หากอยากเป็นเจ้าของและเก็บรักษาบิตคอยน์ หรือทำกำไร บุคคลนั้นๆต้องควรศึกษาหรือทำความเข้าใจถึงกระบวนการหรือแนวทางปฏิบัติการครอบครองให้ถ่องแท้เสียก่อน เพราะว่าระบบยังผันผวน และมีเหตุการณ์ต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้องและต้องพิจารณามากมาย อาทิ มีการแฮกระบบ การหลอกลวง ความล้มเหลวของระบบรักษาความปลอดภัย ที่มีผู้คนสูญเสียกันเป็นจำนวนมาก ไม่ได้มีแต่กำไรอย่างเดียว แต่ถ้าหากคิดว่ายังสนใจโครงข่ายการเงินนี้ ก่อนที่จะลงทุนซื้อควรศึกษาและทำความเข้าใจวิธีการซื้อ การเก็บรักษา และการเป็นเจ้าของบิตคอยน์อย่างปลอดภัยก่อน เพราะธรรมชาติของบิตคอยน์ยังไม่มีใครมาดูแลทำแทนได้ นอกจากต้องรู้ลึกรู้จริงหรือเข้าใจแล้วเท่านั้นถึงจะรักษาทรัพย์สินดังกล่าวไว้ได้ หนังสือเล่มนี้เป็น International Bestseller แปลแล้วกว่า 30 ภาษาทั่วโลก เวอร์ชั่นไทย ราคาเล่มละ 345 บาท

เคล็ดลับเลิกผัดวันประกันพรุ่ง ลงมือทำงานทันทีเพื่องานสำเร็จ

‘กินกบตัวนั้นซะ! (ฉบับปรับปรุง)’ ผู้เขียนไบรอัน เทรซี่ ผู้แปล พรเลิศ อิฐฐ์ กล่าวถึง คนส่วนใหญ่ที่เจองานยากๆมักปล่อยหรือถอยออกมาก่อน โดยอาจเลี่ยงไปทำงานง่าย ๆ  รอให้พร้อมแล้วค่อยกลับมาทำ แต่ความเป็นจริงคนเราไม่เคย “พร้อม”ทำงานยาก จึงทำให้งานเหล่านั้นคาราคาซัง คอยสูบพลังและทำให้เราเหนื่อยล้าเคร่งเครียดไม่รู้จักจบสิ้น “ไบรอัน เทรซี่” เปรียบงานยาก ๆ ว่าเป็นเหมือน “กบ” ที่หลายคนเบือนหน้าหนี โดยที่ไม่รู้เลยว่าถ้า “กินกบ” ตัวนั้นเข้าไป หน้าที่การงานและชีวิตก็ดีขึ้นอย่างมหาศาล ยิ่งกินกบตัวใหญ่เท่าไหร่ ชีวิตก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น เขาจึงแนะนำวิธีค้นหาและลงมือกินกบตัวที่ใหญ่และสำคัญที่สุด ในเล่ม ผู้อ่านจะได้เรียนรู้   21 เคล็ดลับการบริหารเวลาที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมประสิทธิภาพ ที่จะช่วยให้หยุดการผัดวันประกันพรุ่งและลงมือทำได้ทันที หนังสือขายดีระดับโลก ยอดขายทะลุ 1.6 ล้านเล่ม Third Edition ฉบับปรับปรุงเพิ่มเติมเนื้อหา 2 บทใหม่ ราคาเล่มละ160.00 บาท

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสังคมก้มหน้า ใช้สมาร์ทโฟนให้ถูกต้อง และเหมาะสม

‘Just Look Up โปรดเงยหน้าขึ้นมองฉันบ้าง’  ผู้เขียน พอล จันดารา ในปัจจุบัน อุปกรณ์การสื่อสารที่เรียกว่า “สมาร์ทโฟน” ทั้งในรูปแบบของโทรศัพท์ และแท็บเล็ต เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนโดยไม่รู้ตัว ทุกวันนี้ คนเราต้องใช้ตลอดเวลา บางคนใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันไปกับการใช้งาน Smart Phone หรือ Tablet ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมสื่อสารยอดฮิต App แต่งรูป หรือเกมส์ ทำให้สังคมของเรากลายเป็น “สังคมก้มหน้า” พูดคุยกันน้อยลง ต่างคนต่างก้มหน้าดูแต่เจ้าอุปกรณ์พวกนี้ของตนเอง ทำให้เพื่อนฝูง หรือแม้แต่ญาติพี่น้อง ห่างเหินกันไปโดยไม่รู้ตัว บางคนก็เกิดโรคร้ายตามมา อาทิ อาการทางสายตา ปวดกระดูกต้นคอ นิ้วล็อค และอื่นๆ อีกมากมาย หนังสือ “Just Look Up โปรดเงยหน้าขึ้นมองฉันบ้าง” เล่มนี้ จะช่วยให้ผู้อ่านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกของคุณให้ถูกต้อง และเหมาะสม  ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป หนังสือราคาเล่มละ145.00 บาท

แนะนำการปรับตัวและพัฒนาทักษะ ให้มนุษย์ยุคใหม่อยู่รอดในโลกอนาคต

‘มนุษย์พันธุ์ผสม : The Next Generation มนุษย์ Gen ใหม่ ต้องเตรียมตัวอย่างไรในโลกที่มีแต่หุ่นยนต์’ ผู้เขียนTony Ryan (โทนี ไรอัน) ผู้แปลวิภาวี วงศ์ภูมิวิชชุ์  ในกลางศตวรรษที่ 21 นี้ หุ่นยนต์ได้ทำงานแทนมนุษย์ในหลายๆ ด้าน ความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ทางสังคมเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มนุษย์ Gen ใหม่จะอยู่รอดได้อย่างไร โทนี ไรอัน เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโลกอนาคตจะมาสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเตรียมพร้อมเพื่อแนะนำบุตรหลาน ให้อยู่ในโลกใหม่อย่างมีความสุข หนังสือเล่มนี้คือความหวัง การมองโลกในแง่ดี และการกระตุ้นให้คนในสังคมลงมือทำจริง เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้เกิดขึ้น ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะและความสามารถต่าง ๆ ที่ลูกหลานพึงมี ซึ่งทำตามได้ง่าย ๆ เพื่อพวกเขาจะได้มีอนาคตสดใสรุ่งเรือง มีชีวิตที่มีความหมายและมีความสุข ใครก็ตามที่ใส่ใจกับการเตรียมตัวให้ลูกหลานมีอนาคตที่สวยงาม ราคาเล่มละ 235.00บาท

ปลูกกินเองแบบวิธีญี่ปุ่น 40ชนิด ด้วยองค์ความรู้ การดูแลเป็นระบบ

‘ปลูกผักกินเอง แบ่งได้ ขายด้วย’ เน้นการเพาะปลูกเเบบพออยู่พอกิน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง วิธีปลูกผัก กว่า 40 ชนิด เข้าใจง่าย ทำได้จริง ผู้เขียน  มิซุงุชิ ฟุมิโอะ ผู้แปลอังคณา รัตนจันทร์ คู่มือเล่มนี้ได้รวบรวมเคล็ดลับการปลูกผักสวนครัวกว่า 40 ชนิด ให้คนทั่วไปสามารถ “ปลูกผักกินเอง” เเบบง่ายๆ มีวิธีทำอย่างละเอียดทุกขั้นตอน เริ่มตั้งเเต่การวางเเผนการปลูกอย่างเป็นระบบ เพื่อให้คุณมีผักเก็บกินได้ตลอดปี ประโยชน์เเละวิธีการกางอุโมงค์พลาสติก ซึ่งเป็นองค์ความรู้อันชาญฉลาดของชาวญี่ปุ่น เพื่อควบคุมอุณภูมิให้คงที่เเละป้องกันเเมลงศัตรูพืช รวมถึงสิ่งสำคัญที่ต้องทำ การดูเเลเเละวิธีเเก้ไขเมื่อเกิดปัญหาในการปลูกพืชผักเเต่ละชนิด เพื่อให้คุณเปลี่ยนทุกพื้นที่ว่างในบ้านเป็นสวนผักสีเขียวอย่างง่ายดาย  ทำได้จริง ผู้เขียนมิซุงุชิ ฟุมิโอะ ผู้แปล อังคณา รัตนจันทร์   หนังสือราคาเล่มละ 225.00 บาท

หนังสือเด่น : เรียนรู้การลงทุนจากอัจฉริยะระดับโลก เป็นแนวทางลงทุนคุณภาพ ผลตอบแทนสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/627301

หนังสือเด่น : เรียนรู้การลงทุนจากอัจฉริยะระดับโลก เป็นแนวทางลงทุนคุณภาพ ผลตอบแทนสูง

วันอาทิตย์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“วอร์เรน บัฟเฟตต์” และ “จอร์จ โซรอส” ผู้เป็นอัจฉริยภาพด้านการลงทุนและเป็นนักลงทุนที่รวยที่สุดในโลก ที่มีความต่างในกลยุทธ์การลงทุนแบบสุดขั้ว บัฟเฟตต์เป็นไอคอนของ Value Investor ที่เน้นการถือหุ้นครองหุ้นที่ยาวนาน ส่วนโซรอสเป็นไอคอนของ นักเก็งกำไร ที่ซื้อ-ขายหุ้นอย่างรวดเร็วเมื่อได้ผลตอบแทนคุ้มค่า แต่ความแตกต่างดังกล่าวมาสรุปตอนท้ายด้วยการลงที่ผลลัพธ์เดียวกันคือ ผลตอบแทนระยะยาวที่ยอดเยี่ยม ดร.นิเวศน์ เหมวชิวรากร ต้นแบบของวีไอไทย ได้กล่าวไว้ในคำนิยมหนังสือเล่มนี้

มาร์ก เทียร์ ผู้เขียนหนังสือ ‘บัฟเฟตต์-โซรอส ลงทุนถูกนิสัย ยังไงก็ชนะ หนังสือ อัจฉริยะภาพการลงทุนของนักลงทุนที่รวยที่สุดในโลก’ ได้กล่าวไว้ว่า ถึงแม้ทั้งคู่จะแตกต่างกันสิ้นเชิง แต่ก็มีอุปนิสัยและกลยุทธ์ทางใจ และการฝึกฝนตัวเองสม่ำเสมอเหมือนกัน  และต่างก็ไม่เห็นด้วยกับความคิดและความเชื่อดั้งเดิมของวอลล์สตรีทอย่างสิ้นเชิง  ตัวอย่างเช่น ทั้งคู่จะไม่กระจายการลงทุนเวลาซื้อ พวกเขาจะซื้อให้ได้มากที่สุดเท่าที่จำทำได้ พวกเขาไม่คำนึงถึงผลกำไรในการลงทุน หรือไม่ได้ลงทุนเพื่อเงินด้วยซ้ำ ทั้งคู่ไม่เชื่อเรื่องว่าได้กำไรมากต้องเสี่ยงมาก พวกเขาเน้นไปที่การไม่เสียเงินมากกว่าการทำเงิน พวกเขาไม่สนใจการวิเคราะห์การตลาดของวอลล์สตรีทเลยสักนิด เป็นต้น

ในเล่มมีทั้งหมดจะมีเนื้อหาอยู่ 3 ภาคกับ 1บทส่งท้าย ซึ่งได้แก่ ภาค 1 จะเป็นการแนะนำอุปนิสัยในการลงทุนแบบผู้ชนะของ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” และ “จอร์จ โซรอส” ที่ใช้แล้วได้ผลมาตีแผ่ให้เห็นอย่างชัดเจน  กรณีศึกษาที่จะช่วยให้รู้ว่าการลงทุนเป็นเรื่องไม่ยากอย่างที่คิดคือแค่ลงทุนให้มีหลักการและเหตุผล  และใช้ยุทธวิธีนั้นเป็นแบบเฉพาะของแต่ละคนก็สามารถได้ผลตอบแทนที่ดีได้  แนะนำอุปนิสัย 23 ข้อ ที่นักลงทุนควรมีเพื่อการลงทุนที่ประสบผลสำเร็จ อาทิ การรักษาเงินต้นไว้เสมอ อย่าขาดทุน การมุ่งมั่นหาวิธีลดความเสี่ยง  สร้างการลงทุนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  การพัฒนาการซื้อขายการลงทุนเป็นแบบของตนเอง  เป็นต้น  ภาค2 แนะนำการสร้างนิสัยการลงทุนที่ดีและเป็นตัวของตัวเอง และ ภาค 3 แนะนำนักลงทุนชื่อดังของโลกคนอื่นๆ และเปรียบเทียบให้เห็นการลงทุนของแต่ละคน  ช่วยให้ได้มุมมองจากนักเก็งกำไรระดับโลก ที่ไม่ได้เก็งกำไรอย่างไม่มีพื้นฐาน แต่เป็นการเก็งกำไรอย่างมีหลักการและเหตุผล บทส่งท้ายแนะนำแหล่งศึกษาเพิ่มเติมหากอยากเรียนรู้เพิ่มเติมจากหนังสือ

หนังสือเล่มนี้ เริ่มต้นจำหน่ายในเวอร์ชั่นภาษาไทยเมื่อ 2554 แปลโดยชัชวนันท์ สันธิเดช นักลงทุนเน้นมูลค่าหรือวีไอ ชั้นแถวหน้า ผู้แปลคนเดียวกับเวอร์ชั่นใหม่  หนังสือยังคงสนุกเข้มข้น เฉียบคม และเต็มเปี่ยมด้วยหลักการลงทุนคุณภาพ และคงไว้ซึ่งความอ่านง่าย แต่เรียบเรียงใหม่ แก้ไขข้อมูลและอัปเดตข้อมูลบางส่วนให้เข้ากับสถานการณ์การลงทุนไทยในปัจจุบันที่ก้าวไกลไปกว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วเมื่ออ่านแล้วจะทำให้ผู้อ่านได้เห็นมุมมองของการลงทุนระดับโลก ที่ลงทุนอย่างมีพื้นฐาน และเก็งกำไรอย่างมีหลักการและเหตุผล ช่วยเปิดหูเปิดตา นักลงทุนหน้าใหม่และเก่าควรอ่าน เพราะจะได้ลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลตอบแทนสูงสุด และเหมาะสมกับตัวเองที่สุด หนังสือแปลไทย ลิขสิทธิ์การพิมพ์ของบริษัท ซีเอ็ด ยูเคชั่น จำกัด มหาชน ราคาเล่มละ 330 บาท มีจำหน่ายทั้งรูปแบบหนังสือ และ e-books

เรียนรู้การทำตลาดแบบรู้ใจที่เข้าใจง่าย จากแบรนด์ดังที่ประสบผลสำเร็จ

 ‘Personalized Marketing การตลาดแบบรู้ใจ’ (ฉบับปรับปรุง) ผู้เขียน ณัฐพล ม่วงทำ  หัวใจของการทำการตลาดแบบรู้ใจ ถ้าเป็นร้านค้าธรรมดา ก็จะเริ่มต้นด้วยการเก็บข้อมูลลูกค้าที่มาซื้อของหรือใช้บริการประจำ จากนั้นก็จะค่อยๆจำว่าลูกค้าแต่ละคนเป็นใคร ชอบหรือไม่ชอบอะไร ถ้ามีเวลาก็ชวนลูกค้าคุยในสิ่งที่สนใจ หรือแนะนำของใหม่ที่คิดว่าน่าจะตรงใจ และปิดการขายด้วยวิธีการที่ต่างกันไปตามสไตล์ของแต่ละคน ส่วนธุรกิจรายใหญ่ มักทำความรู้จักลูกค้าด้วยการเก็บข้อมูลให้ได้หลายมิติเท่าที่จะมากได้ จากนั้นเอาไปวิเคราะห์พฤติกรรมความชอบ แล้วนำเสนอสินค้าหรือการบริการที่รู้ใจ ตรงใจ และโดนใจลูกค้า แบบที่ว่าลูกค้าไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน แต่กลับประทับอกประทับใจในสินค้าหรือการบริการและกลับมาซื้อหรือใช้บริการซ้ำอีก     หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมหลักคิด วิธีการ และตัวอย่างจากแบรนด์ต่าง ๆ ที่ใช้การตลาดแบบรู้ใจ หรือ Personalized Marketing ทำตลาดจนประสบผลสำเร็จ อ่านแล้วสามารถนำเป็นไอเดีย หรือเป็นแนวทางในการต่อยอดทำธุรกิจแบบรู้ใจในสไตล์ของธุรกิจเราได้ หนังสือราคา 255.00 บาท

ลดความเกลียดชัง เลิกอคติคนอื่น เข้าอกเข้าใจกันมากขึ้นแม้เห็นต่าง

‘ความจริงไม่ได้มีหนึ่งเดียว’  หนังสือที่จะช่วยให้ตัวเราเกลียดคนอื่นน้อยลง มี ความเข้าอกเข้าใจต่อกันมากขึ้น เขียนโดยนิ้วกลม  ทบทวน ที่มาของความจริงมนุษย์ว่า  เหตุใดเราจึงคิดเห็นแตกต่างกัน อาทิ ไล่ที่ตั้งแต่ระดับดีเอ็นเอ การกล่อมเกลาโดยบ้าน โรงเรียน รัฐ ความเป็นตะวันออก-ตะวันตก เพศวิถี รสนิยมทางเพศ สัญชาตญาณโยนบาปให้คนอื่น ความเชื่อทางศาสนา วัฒนธรรม ไล่เลยไปถึงความหลงตัวเองเชิงสปีซีส์ว่า มนุษย์คือศูนย์กลางจักรวาล ฯลฯ และให้เหตุผลว่าทำไมเราจึงเชื่อว่า นั่นคือ “ความจริง” นอกจากนี้หนังสือยังพูดถึง “อคติ” ต่าง ๆ ที่เรามีต่อเรื่องราวรอบตัว เกณฑ์ที่ผู้คนชอบใช้ตัดสินพิพากษากันและกันมาจากไหน เมื่อเข้าใจที่มาของอคติมากมายในชีวิต เราอาจมี Empathy ต่อกันมากขึ้น เห็นใจแม้ไม่เห็นด้วย เถียงกันได้โดยไม่ต้องเกลียด ไม่เพียงเข้าใจคนอื่น แต่ยังเข้าใจตัวเองมากขึ้นด้วย และสามารถอยู่บนโลกใบนี้อย่างกลมกลืนกับคนอื่น ชีวิตอื่น และสิ่งอื่นในโลกนี้ได้ดีกว่าเดิม  หนังสือราคา 395.00 บาท

การกระตุ้น ดูแล บำรุงสมองวัยทำงาน เพื่อสมองใส และลดการสมองเสื่อม

‘ดูแลใส่ใจ ให้สมองใสในวัยทำงาน เสมอ’ ผู้เขียน     Sun Color Editorial Group (กองบรรณาธิการ สำนักพิมพ์ซันคัลเลอร์) ผู้แปล กัญญารัตน์ จิราสวัสดิ์ สมองคืออวัยวะสำคัญที่สุดในร่างกายของคนเรา เป็นอวัยวะหลักของระบบประสาทของมนุษย์  โดยเฉพาะในคนวัยทำงาน วัยที่ต้องดูแลใส่ใจให้สมองเพื่อการทำงานและดำเนินชีวิตมีประสิทธิภาพ  แต่ส่วนใหญ่คนในวัยทำงานมักมีพฤติกรรมทำลายสมองหลายอย่าง เช่นไม่ทานอาหารเช้า สารอาหารเลี้ยงสมองไม่พอ เป็นเหตุทำให้สมองเสื่อม กินหวานจัด ส่งผลต่อการพัฒนาของสมอง และในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมได้ ทานอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปสูง ที่มีน้ำตาล เกลือ และไขมันอิ่มตัวในปริมาณสูง นำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง สูบบุหรี่บ่อยๆสาเหตุกล้ามเนื้อหัวใจตาย เป็นต้น  เนื้อหาในเล่มได้รวบรวมเทคนิคกระตุ้นสมองของคนวัยทำงาน วิธีปฏิบัติการดูแลสมองและความจำให้ดีอยู่เสมอ อาหารบำรุงสมอง ฯลฯ เล่มเล็กอ่านง่ายมีประโยชน์ ราคา 155.00 บาท

ปูพื้นฐานการเรียนภาษาเกาหลี เพื่อเตรียมพร้อมสู่การสอบระดับสูงขึ้น

‘อันยองฮาเซโย ก้าวแรกภาษาเกาหลี Kyutae Oppa ปูพื้นฐานเพื่อต่อยอดสู่ TOPIK และ PAT 7.7’ ผู้เขียน ทีมบัณฑิต จุฬาฯ หนังสือเล่มนี้ถือ เป็นแบบฝึกหัดระดับเบื้องต้นที่ประกอบไปด้วยเนื้อหาความรู้พื้นฐานต่าง ๆของภาษาเกาหลี  ได้แก่ พยัญชนะ สระ การประสมคำ โครงสร้างประโยค ไวยากรณ์ สำหรับปูพื้นฐานทางภาษาเกาหลี เพื่อให้รู้จริงแบบแม่นยำ เริ่มต้นด้วยคำศัพท์ระดับต้น ที่มีทั้งคำนามและกริยากว่าพันคำ รวมไปถึงเฉลยแบบฝึกหัดอย่างละเอียดของทุก ๆ บท หนังสือเล่มนี้จึงเหมาะกับผู้ที่สนใจเรียนภาษาเกาหลีเพื่อปูพื้นฐานทางภาษา ก่อนก้าวไปสู่การเรียนในระดับที่สูงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งผู้ที่สนใจเริ่มเรียนภาษาเกาหลีระดับพื้นฐานเพื่อปูทางสู่การสอบ   TOPIK และ PAT 7.7   หรือผู้สนใจเรียนรู้ภาษาเกาหลีทั่วไป เนื้อหาเข้มข้น การจัดรูปเล่มดี สามารถฝึกการเรียนรู้อย่างเป็นขั้นตอน ราคาเล่มละ 299.00 บาท

หนังสือเด่น : ข้อปฏิบัติในการดำรงชีวิตและการงาน เคล็ดลับความสำเร็จในยุคศตวรรษ21

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/624594

หนังสือเด่น : ข้อปฏิบัติในการดำรงชีวิตและการงาน  เคล็ดลับความสำเร็จในยุคศตวรรษ21

วันอาทิตย์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ทุกคนรู้ดีว่า ตัวตนของเราอยากเป็นคนแบบไหนแต่ส่วนใหญ่แล้วอยากประสบผลสำเร็จในชีวิตทั้งนั้น แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง การที่จะเป็นคนอย่างที่อยากเป็นแบบนั้นทุกวัน หรือประสบผลสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป เพราะคนเราถูกหล่อหลอมและถูกเลี้ยงดูต่างกัน มีลักษณะนิสัยไม่เหมือนกัน จึงทำให้มีพฤติกรรมที่แตกต่างกันออกไป บางครั้งการกระทำของเราเองก็ส่งผลดีหรือบางครั้งก็มีผลร้ายต่อชีวิตเรา ลักษณะนิสัยของคนเราถือว่ามีความสลับซับซ้อน การบังคับควบคุมนิสัยให้ทำในสิ่งที่พึงประสงค์เป็นเรื่องยาก แต่การทำให้ตัวเองประสบผลสำเร็จก็เป็นเรื่องยากและท้าทายยิ่งกว่า ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราก็อยากสำเร็จ เพราะความสำเร็จคือการที่เราบรรลุในสิ่งที่เราต้องการ ความใฝ่ฝัน ความมุ่งมาดปรารถนา และเป้าหมายต่างๆ ในชีวิต ซึ่งมีความหมายต่อชีวิตคนเรามาก

หนังสือ “100 Things Successful People Do 100 เคล็ดลับที่คนสำเร็จทำ” เขียนโดย ไนเจล คัมเบอร์แลนด์ โค้ชฝึกอบรมผู้บริหารและอบรมความเป็นผู้นำมืออาชีพชื่อดัง ผู้แปลประภาวดี จิลลานนท์ เป็นหนังสือแนะนำมุมมองความคิดและหลักปฏิบัติในการดำเนินชีวิต และการทำงานที่ประสบผลสำเร็จในยุคศตวรรษ 21
ผู้อ่านจะได้รับทราบข้อคิดและแนวทางปฏิบัติ ที่ทรงพลังหลากหลายรูปแบบ และเมื่อนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติแล้ว จะทำให้ผู้อ่านสามารถประสบผลสำเร็จในชีวิตมากขึ้น หนังสือมีแนะนำทั้งเป้าหมายใหญ่และท้าทายที่สุด หรือแม้แต่เป้าหมายเล็กๆ ธรรมดาที่สุด อาทิ ได้เลื่อนตำแหน่ง วิ่งออกกำลังกายทุกวัน จ่ายจำนองบ้านจนหมดได้พบเพื่อนดีๆ ออมเงินได้จำนวนหนึ่ง รักงานและไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกกดดัน เป็นต้น

เคล็ดลับมีทั้งหมด 100 ข้อพร้อมแนวทางปฏิบัติ ถือเป็นเคล็ดลับที่จะช่วยให้ผู้อ่านประสบความสำเร็จได้ตามใฝ่ฝัน เนื้อเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตและการทำงานในทุกๆ ด้าน ได้แก่ แนวทางสร้างความสำเร็จด้านอาชีพการงาน ความสัมพันธ์การเลี้ยงลูก บุคลิกภาพลักษณะนิสัย การสร้างฐานะการเงิน สุขภาพและความสงบ การศึกษาเรียนรู้ การเกษียณและมรดกตกทอด ในแต่ละบทจะนำเสนอมุมมองความคิดใหม่ๆ ที่จะช่วยบรรลุเป้าหมาย ในหน้าแรกของบทจะเริ่มต้นด้วยการทำคำคมจากนักคิดนักธุรกิจที่ประสบผลสำเร็จด้านนั้นๆ หลังจากนั้นจะเริ่มต้นด้วยการแนะนำอธิบายเรื่องการตั้งเป้าหมาย และเสนอมุมมุมความคิดใหม่ๆ แบบสั้นๆกล่าวถึงปัญหา และให้ข้อคิดน่าสนใจ ต่อมาเป็นแนวทางปฏิบัติที่ทำให้ประสบผลสำเร็จ ข้อแนะนำปฏิบัติที่สั้นกระชับและสามารถเริ่มปฏิบัติได้ทันที ซึ่งจะสร้างกระบวนความคิด นิสัยและพฤติกรรมที่ดีและจะเพิ่มโอกาสให้ประสบผลสำเร็จมากขึ้น

แนวทางการปฏิบัติบางข้อก็คุ้นเคย บางข้อก็แปลกใหม่ หรือบางอย่างก็แค่เรื่องสามัญสำนึก เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ทันที หรือทำเวลาอื่นๆ ที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตในช่วงนั้นๆ หากข้อคิดและแนวทางปฏิบัติใดยังไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในชีวิตก็ยังไม่ต้องทำ ค่อยนำมาใช้ภายหลัง เลือกปฏิบัติตามความเหมาะสม แต่ที่สำคัญคือต้องลงมือปฏิบัติจริง จึงจะสามารถสร้างนิสัยใหม่ๆ และพัฒนาความคิดไปสู่ผลสำเร็จได้แน่นอน

หนังสือ “100 Things Successful People Do 100 เคล็ดลับที่คนสำเร็จทำ“ เป็นหนังสือที่อ่านง่าย และกระชับ แนะนำข้อปฏิบัติได้อย่างเห็นภาพ เป็นการสื่อสารแบบตรงไปตรงมาชี้จุดชัดเจนว่าต้องพัฒนาแบบไหน อ่านแล้วไม่เยิ่นเย้อไม่น่าเบื่อ สามารถทำตามได้ทันที คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือก็อ่านได้เพราะสั้นกระชับชัดเจน หนังสือเล่มนี้คู่ควรเป็น International Bestseller ที่แปลกว่า 20 ภาษาทั่วโลก ฉบับไทยจำหน่ายราคาเล่มละ275 บาท

สร้าง 12 นิสัยใหม่ที่ทำให้ชีวิตก้าวหน้า มีความสุขและใช้ชีวิตที่พึงประสงค์

หนังสือ “Have a Nice Life : 12 นิสัยเปลี่ยนชีวิต” ผู้เขียน นิ้วกลม เป็นหนังสือที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือสำรวจตัวเอง รวมทั้งเป็นแนวทางในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง คือปรับนิสัยจากคนธรรมดาที่หย่อนยานใช้ชีวิตตามยถากรรมซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยพอใจ ไปสู่นิสัยที่สร้างความก้าวหน้าและสร้างความพึงพอใจต่อตัวเองและชีวิต ในเล่มได้แนะนำให้สร้างนิสัย 12 อย่าง โดยแบ่งเป็น12 บท สร้างนิสัยแต่ละเดือนเรียงลำดับ จากมกราคมถึงธันวาคม จากนาทีที่ลืมตาตื่น จนถึงเอนตัวลงนอน ตลอดจนช่วงเวลาในแต่ละวันที่เต็มไปด้วยโอกาสมากมาย ให้เราได้พัฒนาตัวเองได้ตลอดเวลา ด้วยวิธีการเขียนที่เรียบง่ายทรงพลัง ชัดเจน ลื่นไหล เป็นมิตร สนุก ได้แรงบันดาลใจ เหมาะอย่างยิ่งที่จะซื้อเป็นของขวัญให้ตัวเอง หรือคนที่คุณรักเนื่องในโอกาสปีใหม่หรืออื่นๆ ราคาเล่มละ 319.00 บาท

อย่าสูญเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ฝึกบริหารเวลาให้คุ้มค่าในแต่ละวัน

“วิธีบริหารเวลา ให้คุ้มค่าที่สุดในทุกวัน” ผู้เขียน โลทาร์ ไซแวร์ท ผู้แปล ปิยะกัลย์ สินประเสริฐ หนังสือจิตวิทยาการพัฒนาตนเองการดำเนินชีวิตการบริหารเวลาที่ทำให้เราตระหนักได้ว่าเวลาที่เราใช้อยู่นั้นอยู่นั้นไม่ได้มีน้อย เวลามีจำนวนมากพอที่จะทำอะไรได้สำเร็จและก้าวหน้าในแต่ละวัน แต่เราต่างหากที่ปล่อยเวลาสูญเสียไปโดยไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ หนังสือเล่มนี้จะช่วยทบทวนการใช้เวลาของคุณในปัจจุบัน และตรวจสอบว่าสิ่งไหนขโมยเวลาของคุณไป พร้อมวางแผนการใช้เวลาในแต่ละวันให้คุ้มค่าที่สุด เพื่อช่วยให้คุณมีความสุขและมีชีวิตที่ดีขึ้นตลอดไป ผู้เขียนได้แนะนำวิธีคิดที่นำไปปฏิบัติได้จริงเกิดประโยชน์ได้ทันที โดยเขียนสรุปย่อและจับประเด็นสำคัญมานำเสนอ ทำให้เข้าใจง่ายไม่เสียเวลาในการอ่าน และนำไปปฏิบัติได้ทันที ราคา 89.00 บาท

แนะนำการลงทุนในกองทุนรวม ให้มือใหม่ได้ลงทุนได้ด้วยตัวเอง

ทุกวันนี้ มีหลายคนอยากลงทุนและออมเงินเพิ่มขึ้น แต่จะฝากธนาคารก็ได้ดอกเบี้ยน้อยเหลือเกิน จะเล่นหุ้น ก็ไม่มีเวลาศึกษาติดตาม กลัวจะขาดทุน ปัญหาสารพัด การซื้อกองทุนรวม เป็นอีกหนทางหนึ่งที่น่าสนใจในการลงทุนและออมเงินสำหรับมือใหม่ เพราะความเสี่ยงไม่สูงเหมือนการลงทุนเองผ่านตลาดเงินตลาดทุนโดยตรง แต่การลงทุนนั้นอย่างไรก็มีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนต่างๆ ให้ดี รวมถึงเรียนรู้เรื่องระดับความเสี่ยงและความต้องการของตัวผู้ลงทุนเอง รู้จักเลือกลงทุนในหลักทรัพย์ที่ตัวเองสนใจ การเริ่มต้นซื้อขาย แนะนำว่าเราควรซื้อกองทุนประเภทไหนดี ซื้อที่ไหนได้บ้าง ซื้อกับธนาคารโดยตรงหรือโบรกเกอร์ ซื้อเท่าไรถึงจะเหมาะสมกับตัวเอง ซื้ออย่างไร ทุกคำถามเหล่านี้มีคำตอบในหนังสือเล่มนี้อ่านแล้วสามารถลงทุนในกองทุนรวมได้ด้วยตัวเอง และลดความเสี่ยงในการขาดทุน และลงทุนอย่างฉลาดหนังสือราคา 180.00 บาท

คู่มือพูดสาธารณะสำหรับคนรุ่นใหม่ เตรียมตัวและฝึกฝนแบบ TED Talk

Thank You for Coming to My TED Talk : คู่มือการพูดในที่สาธารณะสำหรับคนรุ่นใหม่ ผู้เขียน Chris Anderson, LorinOberweger ไม่ว่าการนำเสนอหน้าชั้นเรียน แข่งขันโต้วาที อัดพอดแคสต์หรือถ่ายคลิปออนไลน์ที่เผยแพร่สู่ผู้ชม จะประสบผลสำเร็จได้ก็ด้วยการนำเสนอที่ทรงพลัง “TED” คือเวทีที่เชื่อในพลังการนำเสนอดังกล่าว “คริสแอนเดอร์สัน” ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ TED จึงได้สกัดแก่นความรู้จากประสบการณ์ทั้งหมดลงในคู่มือการนำเสนอสำหรับคนรุ่นใหม่เล่มนี้ ตั้งแต่กลวิธีวางโครงที่จะพูด ร่างความคิดเทคนิคเสริมพลังการพูดด้วยเทคโนโลยี วิธีรับมือเมื่อต้องสื่อสารประเด็นหนัก ตลอดจนเคล็ดลับการเปิดตัวที่ “ฮุก” คนดูได้อยู่หมัด หนังสือเล่มนี้เป็นกล่องบรรจุเครื่องมืออันหลากหลายเพื่อการสื่อสารอย่างทรงพลัง ที่เป็นเหมือนอาวุธสำคัญที่จะช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้ถ่ายทอดความคิด ความหวัง ความฝัน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกได้ หนังสือราคา 240 บาท

หนังสือเด่น : แนวทางทำกำไรหุ้นเป็นกอบเป็นกำ เทรดแบบมีความรู้ และมีความสุข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623049

หนังสือเด่น : แนวทางทำกำไรหุ้นเป็นกอบเป็นกำ  เทรดแบบมีความรู้ และมีความสุข

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ประสบการณ์ในการเทรดหุ้นในช่วงเริ่มต้นของคนธรรมดาทั่วไปส่วนใหญ่มักจะเทรดตามตำราหรือกลุ่มเล่นหุ้นเว็บบอร์ด และคำแนะนำจากเพื่อน ต้องเสียเวลาคัดเลือกหุ้นเป็นเวลานาน และทีละเยอะๆ แบบไร้จุดหมาย เทรดอย่างไม่มีความสุข อารมณ์เหวี่ยงตามการขึ้นลงของหุ้น อดนอนเพื่อดูและคัดเลือกหุ้นและซื้อ-ขายบ่อยๆ แต่กลับได้กำไรลดลงได้หลักหมื่น เสียทีหลักแสน ได้หลักแสนเสียหลักล้านขยับตัวเมื่อไรก็เป็นจังหวะนรกทุกที เรียกว่าเทรดกันแบบไม่มีความสุข และตั้งอยู่บนความเสี่ยงตลอดเวลา ดังนั้นจะเป็นการดีกว่าไหมที่จะหาวิธีที่เทรดแบบได้กำไรและมีความสุขไปด้วยพร้อมกัน

หนังสือ “หุ้นพลิกชีวิต (ฉบับปรับปรุงใหม่)” เขียนโดย คุณสุภาพงษ์ นิลเกษ ซึ่งเป็นเทรดเดอร์อิสระ อาจารย์มหาวิทยาลัย และนักพัฒนาระบบเทรดที่มีระบบเทรดของตนเอง ที่ประสบผลสำเร็จและสามารถซื้อขายหุ้นตามระบบที่สั่งได้ตลอดเวลาและได้กำไรเป็นกอบเป็นกำและมีความสุข หนังสือนี้ออกมาเล่มแรกเมื่อ 7 ปีที่แล้ว และผู้เขียนได้มาปรับปรุงเนื้อหาโดยเพิ่มส่วนที่สำคัญและมีประโยชน์ทันสมัยทันเหตุการณ์เพื่ออัพเดตความรู้ให้เหมาะสมกับเทรดเดอร์ในยุคปัจจุบันมากขึ้น เป็นการปูพื้นฐานการเทรดหุ้นแบบ Technical Analysis แบบ Trend Following ที่เริ่มแนะนำความรู้ด้านการลงทุนหุ้นเบื้องต้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของการลงทุน ต่อมาเป็นการแนะนำ เครื่องมือวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคทุกรูปแบบโดยอธิบายแบบละเอียด และมีภาพประกอบการวิเคราะห์อย่างเห็นภาพและเข้าใจง่าย เมื่อรู้เรื่องเทคนิคแล้ว ก็จะมาแนะนำการผสมผสานเครื่องมือทางเทคนิคต่างๆ ให้เหมาะสมกับความชอบและความถนัดของตัวผู้เทรดเอง เกร็ดความรู้ที่สำคัญในการเล่นหุ้นซึ่งเป็นผลกระทบต่อหุ้น จิตวิทยาการเล่นหุ้นอื่นๆข้อสังเกต จากนั้น เล่าถึงประสบการณ์ในการตัดสินใจในการเทรดหุ้นของตัวผู้เขียนเอง และหาจังหวะทำกำไรด้วย Rattlesnake Breakout Method หลังจากนั้นก็เป็นบทส่งท้ายที่ได้มากล่าวสรุปถึงเนื้อหาและให้ข้อคิดตามมุมมองของผู้เขียน

หลังจากอ่านจบแล้ว ผู้อ่านจะมีความรู้ด้านวิเคราะห์หุ้นโดยใช้ปัจจัยทางเทคนิคเพิ่มขึ้นและสามารถพยากรณ์และวางแผนเกี่ยวกับสินทรัพย์นั้นๆ ได้อย่างมีความสุข เป็นหนังสือที่ค่อนข้างอ่านง่าย คือได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่ค่อนข้างเป็นเทคนิคเข้าใจยากมาแจกแจงอธิบายโดยละเอียดทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพ นอกจากนี้ผู้เขียนได้พยายามปลูกฝังทัศนคติที่ดีสำหรับนักลงทุนว่า การลงทุนหุ้นไม่ใช่เรื่องที่ยากอย่างที่คิด คนธรรมดาสามัญก็เป็นนักลงทุนที่ดีได้ ไม่ต้องมีความรู้ด้านบัญชีการเงินระดับสูงหรือเชี่ยวชาญ หากเรียนรู้เรื่องเทคนิคการเทรดหุ้นที่ดี การลงทุนที่เหมาะสม และประยุกต์ใช้เทคนิคตามความชอบของตัวเอง ก็จะสามารถประสบผลสำเร็จในการเทรดหุ้น และถึงแม้จะมีเนื้อหาเหมือนหนังสือหุ้นทั่วไป แต่ผู้เขียนได้ใส่เกร็ดความรู้ที่เขาได้วิเคราะห์มาจากประสบการณ์ตรงด้านการเล่นหุ้นไทย และทฤษฎีที่มาจากผู้แต่งที่ได้มาตรฐานอย่างเหมาะสมและมีประโยชน์จึงทำให้หนังสือเล่มนี้แตกต่างและน่าสนใจ

“หุ้นพลิกชีวิต (ฉบับปรับปรุงใหม่)” จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนหุ้นทั้งเก่าและใหม่ที่ต้องการเทรดหุ้นอย่างมีระบบ คัดเลือกหุ้นที่ดีเป็น ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ อ่านค่อนข้างง่าย นักศึกษา คนทำงานประจำ เจ้าของกิจการผู้บริหาร ก็สามารถเรียนรู้และฝึกฝน การเล่นหุ้นอย่างมีความสุขได้ จำหน่ายราคาเล่มละ 295 บาทจัดพิมพ์และจำหน่ายโดยซีเอ็ดยูเคชั่น

เลิกเป็นคนดีเพื่อให้คนอื่นยอมรับ หันกลับมาเป็นคนดี และทำดีเพื่อตัวเอง

หนังสือ “เลิกเป็นคนดีซะที” เขียนโดย Mogi Kennichiro นักวิชาการด้านสมองประจำ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ที่ได้มีผลงานด้านงานวิจัย และเผยแพร่เรื่องราวของสมองต่อความคิดและการใช้ชีวิตหลายมิติ หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงที่ปัจจุบันคนเราส่วนใหญ่ใช้ชีวิตตามบรรทัดฐานของผู้อื่น หรือสังคมกำหนดเสมอ เพื่อต้องการการยอมรับ ต้องการความรักจากคนรอบข้าง และถูกมองว่าเป็นคนดี คนส่วนใหญ่ต้องอดทนเก็บความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง ต้องเสแสร้งแกล้งทำ ต้องเก็บกดกับความกดดันต่างๆ ทำให้เรารู้สึกเครียดและวิตกกังวล ดังนั้น จึงไม่เป็นการดีเลยที่เราจะมีพฤติกรรมเป็นคนดี ที่อยู่ในระเบียบ หรืออยู่ในกรอบของสังคม หนังสือเล่มนี้เชิญชวนให้ผู้อ่านเปลี่ยนความคิด ฝึกการทำงานของสมองใหม่ เพื่อให้เลิกเป็นคนดีของสังคม แล้วมาเป็นทำดีกับตัวเอง เพื่อให้มีความสุขและสุขภาพดี และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่เกิดจากใจของตนเอง หนังสือเล่มนี้แปลโดย ไพลิน กลิ่นเกสร ราคาเล่มละ 189 บาท

ทำความรู้จักระบบเงินดิจิทัล ‘บิตคอยน์ ’ ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในอนาคต

 “The Bitcoin Standard” ผู้เขียน (เซเฟเดียน แอมมัส ผู้แปล พิริยะ สัมพันธารักษ์,พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว หนังสือจะพาผู้อ่านพบกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเทคโนโลยีระบบการเงินที่น่าอัศจรรย์ ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจว่าสิ่งใดเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของเงิน และเข้าใจว่าบิตคอยน์ได้รับการออกแบบมาเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างไร นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นถึงบทบาทของบิตคอยน์ที่จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต บิตคอยน์ไม่ใช่สกุลเงินสำหรับอาชญากรหรือผู้กระทำผิด แต่บิตคอยน์จะเป็นทางเลือกใหม่ของระบบตลาดเสรีที่มีการกระจายศูนย์ มีความเป็นกลางทางการเมือง ที่จะมาแทนระบบธนาคารกลาง ซึ่งมีศักยภาพที่จะส่งผลต่อสิทธิเสรีภาพและความรุ่งเรืองส่วนบุคคลอย่างมหาศาล สำหรับใครที่กำลังพยายามทำความเข้าใจระบบเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่นี้ The Bitcoin Standard จะช่วยสร้างความกระจ่างให้คุณได้มากยิ่งขึ้น หนังสือขายดี แปลกว่า 30 ภาษาทั่วโลก ราคาเล่มละ 345 บาท

เคล็ดลับความสำเร็จในยุคศตวรรษ21 ทั้งในหน้าที่การงานและการใช้ชีวิต

หนังสือ ‘100 Things Successful People Do 100 เคล็ดลับที่คนสำเร็จทำ’ เขียนโดย ไนเจล คัมเบอร์แลนด์ โค้ชชื่อดัง ผู้แปลประภาวดี จิลลานนท์ เป็นหนังสือแนะนำมุมมองความคิดและหลักปฏิบัติในการดำเนินชีวิต และการทำงานที่ประสบผลสำเร็จในยุคศตวรรษ21  ผู้อ่านจะได้รับทราบข้อคิดและแนวทางปฏิบัติ ที่มีพลังหลากหลายรูปแบบ จะทำให้ประสบผลสำเร็จทั้งเป้าหมายใหญ่และท้าทายที่สุด หรือแม้แต่เป้าหมายเล็กๆ ธรรมดาที่สุด ซึ่งมีทั้งหมด 100 ข้อ ที่เป็นแนวทางที่ครอบคลุมทั้งเรื่องการทำงาน ความสัมพันธ์ สุขภาพ เศรษฐกิจ และหลังเกษียณ  เป็นแนวทางที่ปฏิบัติที่ทำได้ทันทีหรือทำเวลาอื่นๆ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตในช่วงนั้นๆ หากข้อคิดและแนวทางปฏิบัติใดยังไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในชีวิตก็ยังไม่ต้องทำ ค่อยนำมาใช้ภายหลัง  เลือกปฏิบัติตามความเหมาะสม เป็นหนังสือ International Bestseller แปลกว่า20 ภาษีทั่วโลก ราคาเล่มละ 275 บาท

อุปนิสัยนักลงทุนที่รวยที่สุดในโลก เรียนรู้เพื่อเป็นแนวทางการลงทุน

‘อัจฉริยะภาพการลงทุนของนักลงทุนที่รวยที่สุดในโลก’ International Bestseller ผู้เขียน มาร์ก เทียร์ ผู้แปล ชัชวนันท์ สันธิเดช มาเรียนรู้อุปนิสัยแห่งชัยชนะของ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” และ “จอร์จ โซรอส” ผู้เป็นอัจฉริยภาพด้านการลงทุนและเป็นนักลงทุนที่รวยที่สุดใน ในเล่มจะแนะนำอุปนิสัยในการลงทุนแบบผู้ชนะของทั้งคู่ รวมถึงกรณีศึกษาที่จะช่วยให้รู้ว่าการลงทุนเป็นเรื่องไม่ยากอย่างที่คิด นอกจากนี้ยังได้รวบรวมอุปนิสัย 23 ข้อที่นักลงทุนควรมี และยังจะช่วยให้ได้เห็นมุมมองจากนักเก็งกำไรระดับโลก ที่เก็งกำไรอย่างมีหลักการและเหตุผล สิ่งนี้จะทำให้กรอบของความคิดกว้างขึ้นและไม่ติดยึดกับหลักการบางอย่างตายตัว แถมยังช่วยให้คุณรู้จักกับผู้เล่นที่น่าจะเป็นส่วนใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ได้ดีขึ้น ลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนแนวไหนก็ตาม มาเรียนรู้ความอัจฉริยภาพด้านการลงทุนของบุคคลในตำนานอย่างทั้งสองท่านนี้ หนังสือราคาเล่มละ 330 บาท

หนังสือเด่น : เผยกลยุทธ์ทุกด้านของอัจฉริยะ‘AMAZON’ ผู้เปลี่ยนโฉมโลกค้าปลีกตลอดกาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/621499

หนังสือเด่น : เผยกลยุทธ์ทุกด้านของอัจฉริยะ‘AMAZON’  ผู้เปลี่ยนโฉมโลกค้าปลีกตลอดกาล

วันอาทิตย์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การค้าปลีกกำลังเข้าสู่ยุคดิจิทัล พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป นิยมซื้อของออนไลน์กันมากขึ้นแอมะซอนเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทางการค้าแห่งศตวรรษที่ 21 ที่เติบโตมาจากการขายหนังสือออนไลน์แล้วกลายเป็นมหาชนที่ค้าปลีกที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก ที่ถือว่าเป็นธุรกิจพลิกวงการ (Disruptor)ผู้ค้าปลีกรายอื่นๆ แอมะซอน ที่จริงแล้วคือคนนอกวงการธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจหลักของบริษัท คือเป็นบริษัท เทคโนโลยี แต่ด้วยความที่ใส่ใจลูกค้าอย่างมาก จึงได้พัฒนาบริการค้าปลีกอย่างไม่หยุดยั้ง ผลจากสิ่งที่ทำไม่ได้ ขยายเฉพาะประเภทสินค้า แต่ยังเพิ่มบริการด้านความบันเทิง ด้านระบบบริหารจัดการคลังสินค้าและการจัดส่งแบบครบวงจร สร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร เติมเต็มความต้องการลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์

ส่วนเหตุผลสำคัญที่ทำให้แอมะซอนประสบผลสำเร็จอาจจะกล่าวได้ว่ามาจาก ทุ่มเทและมุ่งมั่นทำตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้อย่างไม่ลดละ คือ การสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ลูกค้า ความสำเร็จของกิจการเกิดมาจากความไม่พึงพอใจการทำธุรกิจค้าปลีกแบบเดิมๆ ความกระหายความเปลี่ยนแปลงและความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะสร้างความภักดีตลอดชีพในกลุ่มลูกค้า ซึ่งล้วนแล้วแต่เกิดจากวิสัยทัศน์ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของบริษัท

แกะรอย Amazon ผู้เขียน Natalie Berg (นาตาลี เบิร์ก), Miya Knights (มิยา ไนตส์) แปลโดยกัลศลา วนันโท หนังสือเล่มนี้ เจาะลึกกลยุทธ์ทุกด้านของ แอมะซอนทุกแง่มุม ด้วยมุมมองของผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านการตลาดว่าองค์ประกอบด้านใดที่ทำให้แอมะซอนไม่ใช่ธุรกิจแบบค้าปลีกบ้านๆ แต่เป็นบริษัท เทคโนโลยีที่มีเป้าหมายเดียวคือ สร้างนวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่งเพื่อลูกค้า วิเคราะห์ระบบสมาชิกไพร์ม ที่เหมือนระบบนิเวศ ระบบจัดการที่ถูกออกแบบมาที่ให้บริการลูกค้าทุกด้าน และให้สมาชิกได้รับสิ่งที่ดีที่สุดครบถ้วน และภักดีต่อแอมะซอนที่เดียว วิเคราะห์จุดจบของร้านค้าปลีก ที่เกิดจากมีเยอะมากเกินไป และมีการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมด้านการจับจ่ายใช้สอยที่สะดวกสบายและตอบสนองความต้องการด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนทำให้ค้าปลีกเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ผลกระทบจากแอมะซอน แอมะซอนเปิดหน้าร้านเพื่อปิดจุดบอดของธุรกิจออนไลน์ และวิเคราะห์ทางด้านอื่นๆที่มีเนื้อหาทั้งหมด 15 บท

อาจจะกล่าวได้ว่า หนังสือเล่มนี้เจาะลึกเบื้องหลังของบริษัทแอมะซอนทุกด้าน ตั้งแต่ค่านิยม ความมุ่งมั่นของบริษัท การทำการตลาดการดำเนินธุรกิจ กลเกมต่างๆ ที่แอมะซอนใช้เพื่อให้ได้เปรียบคู่แข่ง นวัตกรรมต่างๆ ทั้งที่มีอยู่แล้วและกำลังพัฒนา รวมไปถึงการวิเคราะห์เรื่องจุดมุ่งเน้นและทิศทางของแอมะซอนในอนาคตเจาะลึกบทบาทในฐานะผู้พลิกวงการค้าปลีกโลกเล่าถึงสิ่งที่บริษัทได้ผลักดันวงการค้าปลีกจนทำให้เกิดความก้าวหน้าและตรงใจลูกค้าด้วยเทคโนโลยี วิเคราะห์ผลที่การเปิดหน้าร้านเพิ่มเติมทำคู่กับค้าปลีกออนไลน์ และทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน รวมทั้งให้คำแนะนำแก่ผู้ค้าปลีกอื่นๆที่ต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด อาทิ ใช้เทคโนโลยีมาปรับปรุงจุดไหนบ้างเพื่อให้ลูกค้าประทับใจและหันมาซื้อซ้ำ หลักการพื้นฐานที่จะทำให้ค้าปลีกอื่นๆ อยู่ร่วมกับแอมะซอนได้เป็นต้น

หนังสือเล่มนี้วิเคราะห์เจาะลึกได้อย่างละเอียดครบถ้วน และถ่ายทอดด้วยภาษาเข้าใจง่ายอ่านแล้วได้ความรู้และได้หลักการในการประกอบธุรกิจอย่างชนิดที่ว่าเปิดเผยทุกด้านและมีคุณค่าอย่างยิ่งในการนำมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินธุรกิจ แปลจำหน่าย13 ภาษาทั่วโลกจำหน่ายเล่มภาษาไทยในราคา 350 บาท

สกิลการบริหารเวลาให้ทรงพลัง ด้วยวิธีการที่สมองชอบมากที่สุด

หนังสือ “สกิลขั้นเทพของนักบริหารเวลาที่รู้ใจสมอง” เขียนโดยชิอน คาบาซาวะ จิตแพทย์ที่เขียนหนังสือขายดีมาแล้วหลายเล่มมียอดขายรวมกว่าประมาณ 1 ล้านเล่ม แปลโดย พนิดา กวยรักษาในเล่มได้รวบรวมเทคนิคการบริหารเวลาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ถ้าทำตามวิธีที่แนะนำ จะทำให้มีเวลาเพิ่มขึ้นไปทำอย่างอื่นตามใจตัวเองได้อีกเหลือเฟือ ซึ่งหัวใจสำคัญของการบริหารเวลาให้เกิดประสิทธิภาพ คือการมีสมาธิจดจ่อกับเรื่องที่ทำ ในหนังสือจะมีเทคนิคต่าง ๆ อย่างเช่น ในช่วงเช้าที่สมองทำงานได้ดีที่สุด เราควรใช้เวลานั้นในการทำอะไร และงานประเภทไหน ควรทำในช่วงเวลาใด เป็นต้น ทฤษฎีทุกอย่างในเล่มมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หรือผลงานทางวิชาการมาสนับสนุน แปลแล้ว 3 ภาษา ยอดขายมากกว่า 100,000 เล่ม ขายลิขสิทธิ์ไปแล้วในประเทศจีน เกาหลี ไต้หวัน ราคาเล่มละ285 บาท

เรื่องเล่าการเจ็บป่วยโรคซึมเศร้า สร้างความเข้าใจและปลอบใจคนป่วยอื่นๆ

หนังสือ “Reason to Stay Alive” เขียนโดย แมตต์ เฮก นักเขียนวรรณกรรมชื่อดังชาวอังกฤษ แปลโดย ศิริกมล ตาน้อยนักเขียนผู้นี้เคยทนทุกข์ทรมานจากการป่วยโรคซึมเศร้า และเขาได้เก็บเกี่ยวทุกสิ่งทุกอย่าง ในทุกคืนวันที่ต่อสู้กับโรคนี้ ตั้งแต่เริ่มเป็นในวัยเด็ก ชั่วขณะที่ชีวิตอยู่ห่างความตายเพียงย่างก้าวสู่วันคืนที่หยัดยืนต่อสู้ จนก้าวข้ามความเจ็บปวดและกลับไปมีชีวิตอย่างแท้จริง ถือเป็นบันทึกความทรงจำที่บอกเล่าทุกช่วงเวลาที่ป่วยนั้นอย่างซื่อตรง สอดแทรกอารมณ์ขันและชั้นเชิงน่าทึ่ง ถ่ายทอดอารมณ์เบื้องลึกของผู้มีภาวะซึมเศร้าได้อย่างงดงาม และผู้เขียนหวังว่าหนังสือเล่มนี้เป็นดังเข็มทิศของผู้ต้องการเข้าใจโรคซึ่งกัดกินชีวิตผู้คนนับล้าน เป็นมิตรแท้ประโลมใจในวันเศร้า และเหนืออื่นใด คือเป็นความหวังแด่ผู้ป่วย เพราะวันอันมืดมิดนั้น ผ่านมาแล้วย่อมผ่านไป หนังสือขายดีแห่งสหราชอาณาจักรกว่า 46 สัปดาห์ ราคา 295 บาท

วิธีก้าวหน้าในงานที่คนเก่ง ทำร่วมกัน ใช้ดูแลลูกค้า ลูกน้อง และพัฒนาจิตใจ

“แปดสิ่งที่คนเก่งมากๆ มีร่วมกัน” เล่มนี้ เขียนโดย @ParinTalk หรือ คุณผรินทร์ สงฆ์ประชา นักเขียนสร้างแรงบันดาลใจชื่อดังและเจ้าของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่ประสบความสำเร็จ ประกอบไปด้วยเนื้อหาทั้งหมดถึง 64 บทความ ซึ่งได้คัดเลือกจากบทความที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากการเขียนของเขามากกว่า 400 บทความ ที่ใช้เวลาในการเขียนนานถึง 7 ปี แต่ละบทเป็นบทสรุปรวบรัดเกี่ยวกับวิธีก้าวหน้าทางด้านการงาน ทางลัดในการดูแลลูกค้ากับลูกน้อง และการพัฒนาจิตใจให้เติบโตขึ้นยิ่งขึ้น เน้นเผยวิธีการที่ทำง่ายได้ง่ายแต่ได้ผล นำไปใช้ได้จริง ๆ บางบทความจะพาไปยืนในจุดที่คิดไม่ถึง แล้วเอาเส้นผมออกให้เห็นภูเขา ช่วยให้ได้พบคำตอบที่ค้างคาใจในช่วงหนึ่งของชีวิต หรือเป็นบันไดอีกขั้นที่จะพาไปสู่ประตูบานใหม่ กับตัวตนใหม่ที่ดีกว่าเดิม 285 บาท

เรื่องสั้น ผลงานสำคัญของ‘อะคุตะงะวะ’ รากฐานวรรณกรรมสมัยใหม่ของญี่ปุ่น

ราโชมอน และเรื่องสั้นอื่นๆ : Rashomon and Other Stories ผลงานชิ้นโบแดงของ ริวโนะสุเกะ อะคุตะงะวะ งานรวม 5 เรื่องสั้นที่เขาประพันธ์ขึ้นในช่วงแรกๆ ได้แก่ ราโชมอน ในป่าละเมาะ ใยแมงมุม จมูก และฉากนรก และเรื่องสั้น 2 เรื่อง คือ ราโชมอน และ ในป่าละเมาะ คือจุดเริ่มต้น และแรงบันดาลใจให้เขาในการสร้าง ราโชมอน ภาพยนตร์อมตะที่ทำให้ผลงานของเขา รวมทั้งภาพยนตร์ญี่ปุ่นทั้งหมดได้รับความสนใจจากผู้ชมชาวตะวันตก และอาจกล่าวได้ว่าผู้กำกับคนสำคัญของญี่ปุ่นคนนี้ เป็นนักเขียนชาวญี่ปุ่นคนแรกๆ ที่ได้รับการยกย่องจากแวดวงนักอ่าน-นักวิจารณ์ในระดับสากล เพราะว่าเรื่องสั้นเขานั้นมีเทคนิคและลีลาก้าวหน้าไปไกลว่านักเขียน ในยุคสมัยเดียวกันอยู่หลายช่วงตัว ผลงานชุดนี้ก็ยังถือเป็นผลงานสำคัญ ที่เป็นรากฐานของวรรณกรรมสมัยใหม่ของญี่ปุ่น แปลเป็นไทยโดยทีมนักแปล ได้แก่ ศศมนวิริยศิริ, มณฑา พิมพ์ทอง, ชมนาด ศีติสาร, ปิยะจิต ทาแดง ชมนาด ศีติสาร ราคาจำหน่าย 200 บาท

หนังสือเด่น : หาคำตอบ‘เจฟฟ์ เบโซส’ สร้าง AMAZON อาณาจักรมูลค่ามหาศาลสำเร็จได้อย่างไร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620134

หนังสือเด่น : หาคำตอบ‘เจฟฟ์ เบโซส’ สร้าง AMAZON  อาณาจักรมูลค่ามหาศาลสำเร็จได้อย่างไร

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จากที่เราพบเห็น ในวงการธุรกิจทั่วไป ธุรกิจใดที่ประสบผลสำเร็จ มักจะเก็บวิธีการแนวทางปฏิบัติเป็นความลับที่ไม่เปิดเผยให้ใครได้ล่วงรู้  เพราะว่ากว่าจะถึงจุดสูงสุดได้ต้องฝ่าฟันมาอยากหนัก แต่ไม่ใช่สุดยอดธุรกิจค้าปลีกที่ปฏิวัติวงการและเติบโตไม่หยุดอย่าง  แอมะซอน ที่เจฟฟ์ เบโซสได้มาเผยถึงแนวคิด และกลยุทธ์ทางธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้นเริ่มดำเนินกิจการ จนกระทั่งที่มีมูลค่ามหาศาล จนกลายเป็นอภิมหาเศรษฐีระดับหลายแสนล้านดอลล่าร์สหรัฐได้ในปัจจุบันผ่านหนังสือ ‘โตอย่างamazon คิดอย่าง Bezos ’ที่สตีฟ แอนเดอร์สัน ได้รู้กันอย่างหมดเปลือก

สตีพ แอนเดอร์สัน เขียนหนังสือเล่มนี้ โดยที่เขาได้ศึกษาจากจดหมายที่เบโซส เขียนถึงผู้ถือหุ้นของแอมะซอน ทั้งสิ้น 21 ฉบับระหว่างปี 1997-2018 เขาศึกษาวิจัยและเจาะลึกทุกแง่ทุกมุม เพื่อเรียนรู้ว่า เบโซสทำอย่างไรถึงเปลี่ยนธุรกิจร้านหนังสือออนไลน์ธรรมดา ให้เป็นบริษัทระดับหนึ่งล้านล้านดอลล่าร์ในเวลาเพียง 20 ปี และหลังจากนั้นจึงได้ตกผลึกออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ที่มีกล่าวถึง กฎแห่งการเติบโต(Growth Principles) 14  ข้อที่เป็นหัวใจของความเจริญก้าวหน้าของแอมะซอนอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้ถือว่ามาจากสัญชาติญาณของเบโซสที่ออกมาจากบุคลิกภาพและประสบการณ์ในการทำธุรกิจของเขา โดยขั้นตอนแห่งการเจริญเติบโตนั้นประกอบด้วย กฎ3ข้อแรกที่ทำให้แอมะซอนเติบโตผ่านการทดลองในเชิงกลยุทธ์   กฎ3ข้อที่ช่วยให้แอมะซอนสร้างเพื่ออนาคต กฎ4ข้อ ที่ช่วยแอมะซอนเร่งให้ธุรกิจโต และ กฎ 4 ข้อช่วยให้แอมะซอนขยายขนาดธุรกิจ ซึ่งวงจรดังกล่าว แตกต่างจากองค์กรธุรกิจอื่นๆคือ เขาไม่ได้ใช้เชิงวิชาการ แต่พวกเขาใช้เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการวางแผนในลักษณะเดียวกับที่เบโซสตั้งใจเสี่ยงในธุรกิจ

นอกจากนี้ สตีพ แอนเดอร์สัน ยังได้แนะนำในการอ่านไว้ว่า ก่อนอื่นควรทำความรู้จักวงจรแห่งการเติบโตและกฎ 14 ข้อที่เขาวิเคราะห์และสรุปออกมาจากจดหมายขอเบโซสเพื่อให้เห็นภาพรวมของผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ขั้นตอนต่อไปให้อ่านจดหมายผู้ถือหุ้นในปี 1997 จดหมายฉบับแรก เพราะเป็นฟันเฟืองหรือแกนหลักที่สะท้อนสิ่งที่เขาคิดและอธิบายเหตุผลที่เขาลงมือทำสิ่งต่างๆ ซึ่งมีกฎ 14 ข้อซ่อนไว้  หลังจากนั้นให้อ่านตามขั้นตอนการเจริญเติบโต ที่สอดคล้องกับกฎการเจริญเติบโตโดยที่เขาได้อธิบายรายละเอียดกฎควบคู่ไปกับการอ้างอิงคำพูดของของเบโซส เรื่องราวเอมะซอน และบทเรียนที่เขาเรียนรู้เริ่มตั้งแต่เริ่มต้นทำธุรกิจ ธุรกิจเติบโต ล้มเหลว ตั้งต้นใหม่แล้วค่อยกลายเป็นทุกวันนี้ อ่านตอนท้ายบทที่เขามีคำถามสั้นๆ2-3คำถามลองทำดูสิ่งที่จะได้คือแนวคิดที่อาจนำไปสู่ธุรกิจให้คุณเติบโต หลังจบบทที่พูดถึงกฎการเติบโต 14 ข้อ เขาจะนำจดหมายผู้ถือหุ้นประจำปี2018มาให้อ่านพร้อมแทรกแนวคิดต่างๆ ซึ่งอ่านถึงตรงนี้จะทราบว่า กฎ14อย่างแทรกอยู่ในจดหมายปี 1997

จากการอ่าน จะพบว่า ผู้เขียนได้อธิบายให้เราเห็นภาพอย่างชัดเจนว่า เจฟฟ์ เบโซส ตั้งใจทดลองทำสิ่งต่างๆ เพื่อช่วยให้เขาค้นพบคำตอบอย่างรวดเร็วว่าอะไรที่ใช่อะไรที่ไม่ใช่ และกฎ14 ข้อที่ได้ก็เกิดจากที่เขากล้าทดสอบเป็นเวลาหลายปี จากบทเรียนความล้มเหลว จากการค้นพบสิ่งต่างๆมากมายที่สร้างเอมะซอนมาจนถึงทุกวันนี้  ถ้าคุณคือคนที่ต้องการทำธุรกิจให้ไปได้ตลอดรอดฝั่งและเติบโตขึ้นทุกวัน และเติบโตกว่าเดิมหลายเท่า หนังสือเล่มนี้คือคู่มือที่มาจากการลงมืออย่างแท้จริง เหมาะสำหรับแผนที่นำทางสำหรับคนหนุ่มสาว ที่ต้องการแรงบันดาลใจ มุมมองและแนวคิดที่ล้ำค่า และใช้หนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือสร้างธุรกิจได้เป็นอย่างดี และจะประสพผลสำเร็จตามประสงค์ หนังสือราคาเล่มละ 265 บาท

ทิปและเทคนิคการตลาดและโฆษณาถูกวิธี จากผู้เชี่ยวชาญการใช้งานFacebook

“ใช้ Facebook ถูกวิธี ยอดขายดีขึ้น 100 เท่า” เล่มนี้ เป็นฉบับปรับปรุงใหม่ล่าสุด 2021 จากหนังสือ Best Seller ยอดขายอันดับ 1 ในหมวดบริหาร ยาวนานกว่า 1 ปี โดยผู้เขียน มัณฑิตา จินดา (ทิป) เจ้าของแฟนเพจ Digital Tips Academy ที่ตั้งใจทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจที่มาที่ไป เข้าใจหลักการ ตลอดจนวิธีคิดของ Facebookทั้งเพราะ ความเข้าใจที่ถูกต้อง จะนำไปสู่ “การลงมือทำ” อย่างถูกต้อง และไม่ว่า “เครื่องมือ” ต่างๆ จะเปลี่ยนไปอย่างไร หลักการตรงนี้ก็จะยังคงอยู่เสมอ เราเรียกสิ่งนี้ว่า “แก่น” ของวิชา Facebook นั่นเอง หนังสือเล่มนี้จะมี Tips และเทคนิคต่าง ๆ มากมาย ทั้งเรื่อง Facebook Marketing และ Facebook Advertising ซึ่งล้วนแต่ถูกกลั่นกรองมาจากประสบการณ์ในการทำงานจริง ผ่านการพูดคุยอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ Facebook มาอย่างยาวนาน รวมถึงเป็นความรู้ที่ผู้เขียนใช้กับธุรกิจส่วนตัวของตัวเองอีกด้วย ราคาเล่มละ 249

ข้อคิด บทเรียน ความสุขเล็กๆ ที่ได้เรียนรู้จากแต่ละช่วงวัยของชีวิต

“เราเติบโตขึ้นในทุกๆ วัน” ผลงานลำดับที่ 22 จากคิดมาก นักเขียนที่มีผู้ติดตามในโลกออนไลน์กว่า 2,300,000 คนผู้เขียนจะพาผู้อ่านไปพบกับข้อคิด บทเรียน รวมถึงความสุขเล็ก ๆ ที่ได้เรียนรู้จากแต่ละช่วงวัยของชีวิต ได้แก่ วัยนักเรียน วัยนักศึกษา และวัยทำงานอาทิ ยังจำความรู้สึกวันแรกที่ไปโรงเรียนได้ไหม จำได้ไหมว่ารู้จักกับเพื่อนสนิทได้ยังไง ยังจำความรู้สึกตอนมีความรักครั้งแรกได้หรือเปล่า ตอนนั้นเคยไหมที่กังวลใจมากว่าผลสอบจะออกมาไม่ดี แต่สุดท้ายเราก็ผ่านมันมาได้ ยังจำความรู้สึกตอนสัมภาษณ์งานครั้งแรกได้ไหม อ่านแล้วได้ทบทวนตัวเอง และหวนนึกถึงอดีตอีกครั้ง แต่ละช่วงวัยเราอาจค้นพบบทเรียนที่แตกต่างออกไป หรือไม่บทเรียนในวันนั้นอาจนำมาใช้ได้กับชีวิตในตอนนี้ ลองพาตัวเองย้อนกลับไป แล้วคุณจะพบว่าแต่ละช่วงวัยในชีวิตมีเสน่ห์และเรื่องราวบางเรื่อง ซึ่งดีที่สุดแล้วที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ราคา 235 บาท

เทคนิคการขายดีด้วยการขึ้นราคา เทคนิคการนำเสนอกลยุทธ์ขายแพง

ศิลปะการตั้งราคาแบบสวนกระแส ยิ่งขายแพง คนยิ่งอยากซื้อเป็นเนื้อหาโดยรวมของหนังสือ “ถ้าอยากขายดีให้ขึ้นราคา” ผู้เขียน Akira Ishihara (อากิระ อิชิฮาระ) ผู้แปล ศุภภัทร พัฒนเดชากุลผู้เขียนเป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารชื่อดัง ที่ได้พิสูจน์ให้เห็นผ่านการร่วมงานกับบริษัทญี่ปุ่นกว่า 4,500 แห่งว่า การขึ้นราคา การขายของแพงขึ้นทำให้สินค้าขายดีขึ้น และสร้างความสนใจให้ลูกค้ามากขึ้น ซึ่งขัดกับทฤษฎีเดิมที่ว่าจะขายของให้ได้มากได้กำไรเยอะ และลูกค้าจะสนใจอย่างมากหากขายของราคาถูก การขายของแพง มีเทคนิคที่แตกต่าง และจะสามารถดึงดูดลูกค้าเพิ่มยอดขาย และสร้างกำไรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ แม้ว่าจะขึ้นราคาสูงถึง 10 เท่า หรือแม้แต่ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองก็ตามการขึ้นราคาจะทำให้กลุ่มลูกค้าเปลี่ยนไป ยิ่งเพิ่มราคาสินค้าคุณค่ายิ่งเพิ่มขึ้น คนพอใจที่จะซื้อของแพง ถ้าใช้เทคนิคและกลยุทธ์ที่เหมาะสม หนังสือราคา 220 บาท

แนวทางวิธีคิดขององค์ทะไลลามะ ด้านความรักที่งดงาม และมีความสุข

“His Holiness The Dalai Lama Happy Love” จงอย่ารักด้วยสมอง แต่ต้องรักด้วยความรู้สึกทางจิตวิญญาณแล้วความสุขจะอยู่กับคุณตลอดไป ผู้เขียน ราช รามัญ ไม่มีความสุขใดจะเทียบเท่า “ความสุขจากความรัก” และเป็นความรักที่มากด้วยความบริสุทธิ์ที่ไม่มีสิ่งอื่นเจือปน แม้แต่เงาของความต้องการทางกามา และวัตถุสิ่งของต่างๆ แนวทางวิธีคิดขององค์ทะไลลามะที่ 14 เกี่ยวกับเรื่องของความรักที่มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ควรมีและเป็นความรักที่เปี่ยมล้นด้วยกรุณาอันลึกซึ้ง ผู้ใดที่ได้ความรักอันงดงามอยู่ในหัวใจของตนเอง ผู้นั้นถือได้ว่ามีความสุขในเรื่องของความรักตลอดชีวิตอย่างแท้จริงองค์ทะไลลามะทรงเน้นย้ำให้มนุษย์ซื่อสัตย์ต่อตนเองและเรื่องของความรัก นี่เป็นสิ่งที่น่าศึกษา เพราะเมื่อได้อ่านแล้วนำเอาไปปฏิบัติ เชื่อได้ว่า ชีวิตของเราจะเปลี่ยนจากทุกข์เป็นสุขทันที ราคา 99 บาท