หนังสือเด่น : ไม่มีใครเป็นผู้ยิ่งใหญ่(ที่สุด)ในโลกวรรณกรรม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454398

news_default

หนังสือเด่น : ไม่มีใครเป็นผู้ยิ่งใหญ่(ที่สุด)ในโลกวรรณกรรม

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ในโลกของวรรณกรรม ทุกเรื่องทุกตอน จะประกอบไปด้วย สัจจะและจินตนาการ ด้วยเหตุนี้เอง โลกของวรรณกรรมจึงเป็นพื้นที่เฉพาะตัวที่พิเศษและแปลกแยกไปจากโลกที่มีมนุษย์อาศัยอยู่ ซึ่งในโลกของวรรณกรรมนี้มีทั้งความสมจริงและความเหนือจริง เพื่อปะติดปะต่อเรื่องราวและตีความในแต่ละช่วงตอนด้วยตนเอง โดยผู้เขียนได้ร้อยเรียงฉาก บรรยากาศ ข้อเท็จจริง ห้วงคำนึง อารมณ์ และจิตใต้สำนึกอันหลากหลาย พร้อมแฝงนัยผ่านสัญลักษณ์ต่างๆ ทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษา โลกแห่งวรรณกรรมจึงเป็นจักรวาลที่หาจุดของการสิ้นสุดมิได้

หนังสือ “ฝูงนกอพยพ” เป็นงานเขียนในรูปแบบนวนิยาย จากจิตและวิญญาณของ “เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์” ที่ถือกำเนิดขึ้นจากการที่ เรวัตร์พันธุ์พิพัฒน์ ได้รับการคัดเลือกจากไต้หวัน ให้เข้าร่วมเป็น 1 ใน 22ศิลปินนานาชาติ ณ Treasure Hill Artisit Village กรุงไทเป สาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) เมื่อต้นปี ค.ศ.2019 เขาได้ผลิตเรื่องราวต่างๆ ออกมาหลายสิบเรื่องในรูปแบบของ นวนิยายที่จะนำผู้อ่านเข้าสู่โลกที่ไร้กาลเวลา เป็นโลกที่ตัวอักษรร่ายรำด้วยท่วงท่าหลากหลายอันมีนัยสัมพันธ์กับอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของมนุษย์ที่อาจกล่าวได้ว่าถูกหล่อหลอมและลิขิตไว้ด้วยชาติกำเนิดและชะตากรรมโดยแท้ ซึ่งมีทั้ง สัจจะความเป็นจริงและจินตนาการเหนือจริง ซึ่งจะมาในรูปแบบของความบังเอิญหรืออุบัติเหตุอะไรก้อได้ตามจิตใต้สำนึกของผู้ถ่ายทอดจินตนาการ

ผลงานของ เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ ถูกประเทศเจ้าภาพนำเอาไปจัดพิมพ์เผยแพร่ในโครงการ Pivot South Translation and Publishing
Program อันนำไปสู่การแลกเปลี่ยนมุมมองทางวรรณกรรม และส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านวรรณศิลป์ในระดับภูมิภาคและนานาชาติ

“ฝูงนกอพยพ” เล่มนี้จะนำพาผู้อ่านเข้าสู่วิถีชีวิตของมนุษย์ที่อาจกล่าวได้ว่าถูกหล่อหลอมและลิขิตไว้ด้วยชาติกำเนิดและชะตากรรมโดยแท้ โดยมีโครงเรื่องทับซ้อนกันอยู่หลายชั้น บางบทจะพูดถึงกวีไทยที่ มุ่งเขียนงานในหมู่บ้านศิลปินไต้หวันกลางกรุงไทเป ที่มีตัวละครจริงๆ
อาทิ แมวเจ้าถิ่น เจ้าของร้านชำ ทหารชราปลดเกษียณ เจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้าน ศิลปินแขนงต่างๆ ทั้งจากซีกโลกตะวันตกและตะวันออกอีกทั้งยังมีตัวละครเหนือจริง อย่างเช่น ชายไร้ใบหน้า ทวดต้นไทรชนพื้นเมืองและผู้รุกรานในอดีตกาล ในขณะที่บางบทจะเผยเรื่องราวของแรงงานอพยพชาวไทยที่สะท้อนโชคชะตาและความหวัง ตลอดจนความเป็นจริงที่ต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการกดขี่ การเอาเปรียบ หรือแม้แต่การฉ้อฉล ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวันที่ก่ออาชญากรรมข้ามประเทศ ในปัจจุบัน ทำให้เกิดเป็นนวนิยายจำนวน 5 ภาค ที่มีลักษณะ
คล้ายภาพคอลลาจ

โลกวรรณกรรม เป็นจักรวาลที่ไร้ขอบเขต ที่ไม่มีใครยึดถือเป็นเจ้าของได้ อ่านหนังสือเล่มนี้จบลงแล้ว ทำให้ได้คำสรุปอันเป็นสัจจะว่า โลกวรรณกรรมเป็นโลกสาธารณะไม่มีใครที่จะจ้องประกาศได้ว่า ตนเองเป็นหนึ่งเดียวในโลกวรรณกรรมที่ทุกคนจะต้องนำเอาไปเป็นแบบอย่าง

มารู้จักการ‘สอนคิด’ให้กับเด็กไทย

รูปแบบที่ อบจ.เชียงรายใช้ได้ผลมาแล้ว

“สอนคิดตามแนวทาง THINKING SCHOOL” เขียนโดย “ดร.ศราวุธ สุตะวงศ์” รูปเล่มขนาดกระดาษเอสี่ มีภาพประกอบ อ่านง่ายและอ่านได้ทั้ง ครู ผู้ปกครอง ผู้บริหารการศึกษา รวมไปถึงทุกคนที่อยากเห็นพัฒนาการทางด้านการศึกษา เนื้อหาจะ บอกให้คนอ่านได้รู้ถึงแนวคิดของการเรียนแบบ คิดเป็น ตามแนวทางต้นแบบของโรงเรียนในประเทศนิวซีแลนด์ซึ่งวันนี้ อบจ.เชียงราย ได้นำเอามาอบรมให้โรงเรียนใน จ.เชียงรายนำเอาวิธีการสอนแบบให้เด็กคิดเป็น จนได้รับการยอมรับเป็นอย่างมาก ใครที่อยากรู้ว่า ขอบข่ายของการสอนแบบ “สอนคิด” จะมีรูปแบบอย่างไร หนังสือเล่มนี้จะบอกไว้อย่างละเอียด ราคาเล่มละ165 บาท

หรูอี้ จบตอนหังโจว

สรุปเรื่องราวของทุกตัวละครที่ผันผ่าน

“หรูอี้จอมนางเคียงราชัน” งานเขียนของ “หลิวเลี่ยนจื่อ” ออกวางตลาดเล่มที่ 5 อันเป็นตอนจบภาคในเมืองหังโจว เนื้อหาในเล่มนี้ สรุปให้เห็นถึง ลวี่อิ๋น ซึ่งเคยมีตำแหน่งเดียวกับหรูอี้ แทนที่จะได้รับตำแหน่งเทียบเคียงกับหรูอี้ เธอกลับได้เพียงเป็นกุ้ยเฟยโดยมีคนอื่นๆ ก้าวข้ามตำแหน่งอีกบางราย ทำให้เกิดการกล่าวขานกันอย่างลับๆ วิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้ โดยนำไปเปรียบเทียบกับหรูอี้เมื่อคราเป็นเซ่อฟูจิ้น แล้วตัวละครแต่ละคนจะพบกับวาระสุดท้ายของชีวิตอย่างไร “ดารินทร์ทิพย์” แปลเป็นภาษาไทย จำหน่ายเล่มละ 280 บาท

รวมเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์

ผลงานจากการชนะการประกวด

“ศักราชประดิษฐ์” เป็นหนังสือที่รวบรวมเรื่องสั้น ซึ่งได้รับรางวัล เรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ ของสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย โดยนำเอาผลงานของนักเขียนนับสิบคนมานำเสนอให้ผู้อ่านรับรู้ อันเป็นการส่งเสริมงานด้านวิทยาศาสตร์อีกโสตหนึ่งด้วย

สำหรับนักเขียนที่มีผลงานอยู่ในเล่มนี้ ประกอบด้วย กล้า สมุทวณิช, รมณกมลนาวิน, ไพรัตน์ ยิ้มวิลัย, นัทธ์ รัตนชูเอก, กมลพร อ่าวสกุล, ชุลีพร เตชทิพากร,กิตติศักดิ์ กิตติวิรยานนท์, จาตุรันต์ เสียงดี, กฤตชนิศ เชื้อแก้ว, และเนตรชนก ปลูกป่านย้อยเป็นต้น จากเรื่องต่างๆ อาทิ เรื่องยุติธรรมประดิษฐ์ เรื่องความรักของเจน เรื่องกฎทรงมวลเรื่องเปลี่ยนหัว…เปลี่ยนชีวิต เป็นต้น จำหน่ายเล่มละ 285 บาท

ชีวิตคนไม่อาจวางแผนได้ตลอดเวลา

ความโชคร้ายมิได้เพียงแค่ความยากลำบากเท่านั้น

“ความทรงจำที่โปรยปรายในห้วงดารา” เล่มที่ 5 ผลงานประพันธ์ของ “ถงหัว” ยังคงดำเนินต่อไป ทั้งความทุกข์ ความสุข ความผิดหวังและความสำเร็จ ในโลกอนาคต ซึ่งเป็นจินตนาการของผู้แต่ง โดยมีตัวละครทุกตัว ที่จะต้องกระทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดในโลกที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน ต้องใช้ความคิด ตราบที่ยังมีลมหายใจ เพื่อการอยู่รอด แต่ ชีวิตคนไม่อาจวางแผนให้ประสบกับความสำเร็จได้ตลอดเวลา หลายครั้งมักจะต้องเจอกับความโชคร้ายที่ไม่คาดฝัน ซึ่งความโชคร้ายมันมิได้เป็นเพียงแค่ความหมายถึงความยากลำบากเท่านั้นแต่มันยังหมายถึงโชคชะตาชีวิตที่ต้องพบกับสิ่งที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย หาอ่านได้ในเล่มที่ห้านี้ แปลเป็นไทยโดย “สรวลสุวรรณ” จำหน่ายเล่มละ 290 บาท

หนังสือเด่น : ดินแดนมหัศจรรย์แห่งใหม่ในเนเวอร์มัวร์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/452869

news_default

หนังสือเด่น : ดินแดนมหัศจรรย์แห่งใหม่ในเนเวอร์มัวร์

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คำสาปแช่งมาตั้งแต่กำเนิดว่า จะต้องตายเมื่ออายุ 11 ปี แต่ก่อนที่เธอจะมีอายุครบ 11 ปี ได้มีชายลึกลับคนหนึ่งมาพาเธอไปยังดินแดนมหัศจรรย์ที่ไร้คนรู้จักชื่อ “เนเว่อร์ มัวร์” ที่เธอจะรอดพ้นต่อคำสาป ที่ติดตัวของเธอมา แต่เมื่อเธอมาอยู่ในดินแดนแห่งนี้เธอต้องมีสังกัดจึงจะอยู่ได้ และเธอก็ต้องเข้าสู่สังคมของ สมาคมวันดรัส จากนั้นเธอ ก็ต้องผจญกับ การกลั่นแกล้ง การได้เรียนรู้ถึงสิ่งต่างๆ ที่เธอคาดไม่ถึง โดยเรื่องดำเนินได้อย่างสนุกสนาน จนจบเล่มที่หนึ่ง ที่คนอ่านจะต้องตามติดในเล่มที่สองต่อไป และในเล่มที่สอง การดำเนินเรื่องของเธอก็ดำเนินไปคล้ายๆ กับการผจญภัยของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เพียงแต่ แตกต่างกันออกไป เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนตามจินตนาการของผู้เขียน

หนังสือเล่มนี้เขียนโดย “Jessica Townsend” แปลเป็นไทยโดย “ณฐินี น้อยสุวรรณ์” จำหน่ายในราคาเล่มละ 298 บาท ซึ่งหากจะมองถึงความบันเทิง ก็ต้องบอกว่า สนุกสนาน ชวนให้ติดตาม แต่ถ้ามองถึงคุณค่าที่นอกเหนือจากความบันเทิง เราก็จะพบว่า เนื้อหา พฤติกรรมของตัวละครในหนังสือเล่มนี้ จะซึมซาบเข้าสู่นักอ่านที่เป็น เยาวชนได้รับรู้ถึงความเชื่อมั่นในตัวเองเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรค ทั้งหลายทั้งปวง และต้อง อดทนอดกลั้นอย่างมีสติต่อชีวิตที่ต้องเจอกับอุปสรรค เมื่อตัวเองต้องพบกับปัญหาในการดำรงชีวิต ส่วนความบันเทิง นอกจากความสนุกที่ชวนให้น่าติดตามของเรื่องราวจากจินตนาการของผู้เขียนแล้ว ในสำนวนการเขียนก็แฝงความตลกร้าย ที่ชวนให้คิด ซึ่งมีอยู่มากมายในนิยายเรื่องนี้

ก็เป็นนิยายอีกเรื่องหนึ่ง ที่ใคร ซึ่งคิดถึง แฮร์รี่ พอตเตอร์จะได้สมอยากกับการท่องแดนมหัศจรรย์อีกครั้ง ในพฤติกรรมที่แตกต่างกัน แต่ชวนให้ติดตามเหมือนๆ กัน

วงการตลาดจับตามองสงครามยังไม่จบ แต่กระทบกับภาคธุรกิจบางแบรนด์ก็ไม่ได้ไปต่อ

“นิตยสาร Marketeer” หนังสือที่บอกเล่าความเคลื่อนไหวภาคธุรกิจ ในแวดวงการตลาด รายเดือน ราคาจำหน่ายฉบับละ 90 บาท เล่มล่าสุด นำเสนอเรื่องใหญ่ประจำฉบับวิเคราะห์ภาคการตลาดที่ต้องกระทบกับความขัดแย้งอันเป็นสงครามทางภาคธุรกิจระหว่าง จีนกับอเมริกา ว่า การต่อสู้กันของทั้งสองประเทศยังไม่สิ้นสุดลงอย่างเป็นนัย แต่ในแวดวงการค้า อุตสาหกรรมของบางบริษัทจำเป็นต้องหยุดตัว ไม่สามารถจะดำเนินการไปต่อได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิ โฆษณา ดิจิทัลความได้เปรียบของแบรนด์ในอนาคต,เรื่อง จากรอยยิ้มของเด็กหลังสงครามมาสู่ธุรกิจของเล่นเด็กหมื่นล้านเป็นต้น

สนทนากับ คาลิล ยิบราน มาแปลกกับการเข้าสู่สาระ ให้บรรณาธิการ ปูพื้นจนเห็นภาพการสนทนาในยามค่ำคืน

“สนทนากับ คาลิล ยิบราน” ราคา 210 บาท เป็นกวีนิพนธ์ไร้ฉันทลักษณ์เล่มที่ 4 ของกวีซีไรต์ “เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์” ด้วยการใช้วิธีดำเนินการเขียนด้วยบทเกริ่นนำจากบรรณาธิการ คือ ““ดลสิทธิ์ บางคมบาง” รับหน้าที่วางจังหวะบทกวี ให้สื่อสารได้อย่างมีเอกภาพ ว่า “ข้างกองไฟ ในคืนหนาว กาน้ำในกองไฟ ในมือถือถ้วยชาอุ่นให้อังและจิบดื่มระหว่างการสนทนา ระหว่างคำบอกเล่า เรื่องราวชีวิตที่พบผ่าน และบอกกล่าว ที่มิใช่คำสอน บางสิ่งเป็นประสบการณ์ร่วม บางอย่างเพิ่มเติมแก่ตน เป็นครั้งเป็นคราว มีคำถาม บางครั้งไม่มีคำตอบ แต่เป็นข้อคิด เพื่อปรุงแต่งตน ให้พบตน ตนซึ่ง น่าจะเคารพตนได้ยิ่งขึ้น กระมัง หลังจากคืนสนทนาได้พ้นผ่าน

พบกับพฤติกรรม‘กินยุ้งฉางขู่เสบียงคลัง’ ‘เหยี่ยวเหนือฟ้า 2’เมื่อจนปัญญา จำเป็นต้องทำ

“เหยี่ยวเหนือฟ้า” งานเขียนของ “เทียนเซี่ยป้าชั่ง” แปลเป็นไทยโดย “ธารยุทธ์”จำหน่ายเล่มละ 230 บาท เล่มที่ 2 ออกวางตลาดแล้ว เรื่องดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น เมื่อ หม่าเตี้ยนเฉิน รอดพ้นจากการจับกุมจากทางการแห่งราชวงศ์ชิงมาได้ เนื่องมาจากพฤติกรรมของชาวบ้านในยุคนั้น แม้ว่าชาวบ้านจะได้เห็นการฆ่ากันตาย หรือคนทำผิดกฎหมายซึ่งๆ หน้า แต่พวกเขาหากไม่ถูกกดดันก็จะไม่มีใครอยากไปฟ้องร้องกับทางการ ซึ่งทางการเองก็ไม่ใส่ใจว่าใครจะทำผิด ด้วยคิดว่า หากชาวบ้านไม่มีใครร้องเรียนทางการก็จะทำไม่รู้ไม่เห็นเช่นกัน แม้จะรอดจากการถูกจับกุมแล้ว แต่ หม่าเตี้ยนเฉิน ก็ไม่พ้นจากความอดอยากหิวโหยจนจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการเพื่อหาทางอยู่รอดด้วยวิธี “กินยุ้งฉางขู่เสบียงคลัง” จะเป็นอย่างไรหาอ่านได้ในเล่มสองนี้

หลักสูตรการขึ้นสู่จอมยุทธ์ไร้เทียมทาน เรียนรู้อย่างละเอียดได้จากนิยาย‘สัประยุทธ์ทะลุฟ้า’

“สัประยุทธ์ทะลุฟ้า” บอกเล่าตำนานของแวดวงจอมยุทธ์ ในกำหนดหลักสูตรของการเข้าสู่การเป็นจอมยุทธ์สะท้านโลกว่าจะต้องผ่าน การฝึกพลังฝีมือ และ เคล็ดลับวิชาที่เริ่มจากต่ำสุดจนถึงจุดสูงสุด หมดทางไปแล้วจึงนับได้ว่า จะได้รับการขนานนามว่าเป็นจอมยุทธ์ไร้เทียมทาน ในหนังสือเรื่องนี้ จะเป็นคล้ายกับหลักสูตรของการเข้าสู่การเป็นจอมยุทธ์ ด้วยการ บอกเรื่องราวของการฝึกฝีมือ ซึ่งมีอยู่ แต่ละกลุ่ม เริ่มจาก 1 ถึง 9 คือระดับ ปราณยุทธ์ ระดับนักยุทธ์ระดับคุรุยุทธ์ ระดับยอดยุทธ์ ระดับราชันยุทธ์ ระดับปรมาจารย์ยุทธ์ และระดับเซียนยุทธ์ จากนั้นจึงเข้าสู่การเป็น ยอดเซียนยุทธ์ กึ่งเทพยุทธ์ เทพยุทธ์ และ จ้าวจักรวาลยุทธ์ สำหรับเคล็ดลับวิชาจะประกอบด้วย ชั้นฟ้า ชั้นดิน ชั้นนิล และ ชั้นทอง โดยทุกชั้นจะมีระดับเหมือนกันคือ ต้น กลาง และสูง เล่มที่ 14 ออกวางจำหน่ายแล้ว

หนังสือเด่น : การเจริญสติภาวนา หนทางแห่งความสันติสุขของมวลมนุษย์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451438

หนังสือเด่น : การเจริญสติภาวนา หนทางแห่งความสันติสุขของมวลมนุษย์

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่า วิทยาศาสตร์ก้าวไกลไปอย่างไม่หยุดยั้ง จนคนส่วนใหญ่เริ่มจะมองเห็นว่า พรมแดนสุดท้ายของวิทยาศาสตร์นั้น ไม่มีวันสิ้นสุด ทุกอย่างเกิดขึ้นได้อย่างที่ไม่คาดคิดว่ามันจะเกิด และในความเป็นจริงของวิทยาศาสตร์ก็เป็นเช่นนั้น เทคโนโลยีต่างๆ เกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องและไม่มีพรมแดนที่จะกั้นสะดุดให้หยุดลงได้ แต่ในส่วนตัวของนักวิทยาศาสตร์ได้พบว่าเส้นทางของวิทยาศาสตร์กำลังเดินไปพบกับความสัมพันธ์ในเรื่องของ “จิตวิญญาณ” อันเป็นความเชื่อของชาวตะวันออก จนทำให้หลายคนเชื่อกันว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ตะวันออกเดินตามตะวันตกติดตามความเจริญของเทคโนโลยีไปอย่างไม่ขาดตอนแต่สุดท้าย เส้นเดินทางของตะวันตกกำลังจะวกกลับมาสู่ตะวันออกอย่างที่คาดไม่ถึง นั่นหมายความว่า ความเจริญถึงขีดสุดของวิทยาศาสตร์สุดท้ายก็จะมาสิ้นสุดลงตรงจุดเริ่มต้นของตะวันออกที่มีต่อจิตวิญญาณ

ดวงตะวัน ดวงใจฉัน เป็นหนังสือในแนวธรรมะ เขียนขึ้นโดย “ติช นัท ฮันท์” และถูกนำมาแปลเป็นไทยโดย “วิศิษฐ์ วังวิญญู” ซึ่งเคยเป็น ศิษย์คนหนึ่งของ “ท่านติช นัท ฮันท์”

หนังสือเล่มนี้ กล่าวถึง การปฏิบัติทางด้านสมาธิภาวนา ซึ่งเป็นความเชื่อของ ชาติตะวันออกที่ว่าจะสามารถโน้มนำชีวิตของคนเราให้
เดินไปบนเส้นทางที่ราบรื่นด้วยสติและปัญญา เพื่อให้รู้เท่าทันกับปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ที่ปรากฏอยู่ทั้งในตนเองที่มองไม่เห็น และปรากฎอยู่ภายนอกตามสถานที่ทั่วๆ ไปที่สามารถสัมผัสได้ด้วยสัมผัสทั้งหก

หนังสือเล่มนี้จะทำให้เราทราบถึงการดำเนินชีวิตตามแบบตะวันออกตามหลักธรรมทางพุทธศาสนา ของฝ่ายมหายาน ที่สามารถเจริญภาวนาให้จิตวิญญาณของเราเดินตามรอยทางแห่งธรรมะด้วยการเจริญสติภาวนาในทุกอิริยาบถ และทุกกิจกรรมของชีวิต

หนังสือเล่มนี้ ทำให้เรามองเห็นว่า การทำสงครามที่หลายชาติ หลายประเทศกำลังพูดจาข่มขู่กันอยู่ตลอดเวลาในปัจจุบัน ความสำคัญ หรือความน่ากลัวมันไม่ได้อยู่ที่อาวุธ ยุทโธปกรณ์ที่จะนำมาใช้เข่นฆ่ากัน แต่หัวใจสำคัญมันอยู่ที่จิตใจของผู้ที่ต้องการจะก่อสงครามมากกว่า

หนังสือเล่มนี้จะทำให้คนทั้งโลกได้หยุดคิดสักนิดเพื่อใช้สติในการพิจารณาตัดสิน อันเรียกว่าการเจริญสติภาวนาเพื่อให้มองเห็นสิ่งต่างๆ อย่างถ่องแท้ด้วยจิตสำนึกอันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของมวลมนุษยชาติ

จากการศึกษา ค้นพบของ ท่านติช นัท ฮันท์ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ ยืนยันให้ทุกคนตระหนักว่า ความสุขสงบเกิดอยู่ในตัวตนของคนทุกคน และหากคุณต้องการสันติ สันติอยู่ในตัวคุณเช่นกัน

สงครามน้ำตบ ตบให้จบที่ผิวใส

เรื่องเด่นที่ แพรว จัดมาพร้อมกับลมหนาว

นิตยสารแพรว ฉบับล่าสุด จัดชุดแฟชั่น ของสองพระ-นาง เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ และเบลล่า-ราณี แคมเปน โชว์ความหวานแบบจัดเต็มและบทสัมภาษณ์เรียบง่ายและน่ารัก ที่เต็มไปด้วยความสุข พร้อมเนื้อหาอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ แฟชั่นสุดชิคต้อนรับฤดูหนาวกับ CHANEL HAUTE COUTURE Autumn Winter 2019/2020 ที่ยกโลกแห่งการอ่านและความรักความผูกพันในหนังสือของบุคคลสำคัญของชาเนลมาไว้ในกรองด์ปาเลส์สถานที่จัดงาน พร้อมเคล็ดลับความงามกับการดูแลตัวเองให้สวยสดใสไปกับ BATTLE of the Essences สงครามน้ำตบ ตบให้จบที่ผิวใส จำหน่ายเล่มละ 100 บาท

เมื่อไดโนเสาร์กลายเป็นสมบัติส่วนตัว

มีทางออกที่จะร่วมมือกันได้ทั้งสองฝ่ายหรือไม่

นิตยสาร NATIONAL GEOGRAPHIC ฉบับภาษาไทยเล่มล่าสุด นำเสนอเรื่องเด่นประจำฉบับ จากความวิตกกังวลของนักวิทยาศาสตร์ เมื่อพบว่า ซากของสัตว์ดึกดำบรรพ์ หรือไดโนเสาร์กลายเป็นสมบัติที่บรรดาเศรษฐีต่างช่วงชิงไปเป็นสมบัติส่วนตัว แทนที่จะเป็นบันทึกประวัติศาสตร์อันยาวนานของโลกที่ควรเผยแพร่ให้ทุกคนบนโลกใบนี้ได้รับทราบ จนทำให้เกิดการตื่นตัวกัน เพื่อหาวิธีที่จะนำเอาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของโลกให้มาอยู่รวมกันอย่างสมบูรณ์แทนที่จะกระจายไปตามสถานที่ต่างๆ จนทำให้บันทึกทางประวัติศาสตร์บางช่วงตอนต้องขาดหายไป นอกจากเรื่องราวอันน่าวิตกกังวลดังกล่าวนี้ ในฉบับนี้ยังมีเรื่องราวที่เกี่ยวกับสัตว์ดึกดำบรรพ์อีกมากมาย จำหน่ายเล่มละ 120 บาท

พบกับสาวสวย หนุ่มหล่อร่วมกันรักษ์โลก

พร้อมเปิดใจ ศิลปินขวัญใจวัยทีน TRINITY

นิตยสารสุดสัปดาห์ ฉบับ ตุลาคม ยกทีม 4 หนุ่ม TRINITY ศิลปินกลุ่มแรกจาก 4NOLOGUE ARTIST เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ, เติร์ด-ลภัส งามเชวง, ปอร์เช่-ศิวกร อดุลสุทธิกุล และ แจ๊คกี้-จักริน กังวานเกียรติชัย มาถ่ายแฟชั่นขึ้นปก พร้อมสัมภาษณ์ถึงเส้นทางใหม่ในการรวมตัวกันในนาม TRINITY นอกจากนี้ ยังมีสัมภาษณ์อีกหนึ่งหนุ่มหล่อ นิชคุณหรเวชกุล แห่งวง 2PM ซึ่งล่าสุดได้โชว์ความสามารถทางดนตรีในการเป็นศิลปินเดี่ยว และมีโอกาสเปิดคอนเสิร์ตเดี่ยวในบ้านเกิดเป็นครั้งแรก สำหรับสกู๊ป ฉบับนี้เป็นภารกิจของ เป๊ก-ผลิตโชคลัดเลาะขึ้นดอยไปยังจังหวัดน่านเพื่อทำภารกิจรักษ์โลกกับเด็กนักเรียนและชาวบ้านในชุมชน และ ต่อ-ธนภพ, สกาย-วงศ์รวี กับ แบงค์-ธิติ ยกทีมมาทำภารกิจรักษ์โลกกันที่เกาะยาวน้อย เพื่อสร้างโพรงรังเทียมให้กับนกเงือก และเก็บขยะในทะเล ราคา 90 บาท

หรูอี้กับความหวานหยดย้อยจนฮ่องเต้ตะลึง

‘ดารินทิพย์’ถ่ายทอดได้ออกมาหวานจับใจ

“หรูอี้จอมนางเคียงราชัน” เรื่องราวประวัติศาสตร์จีนในยุคราชวงศ์ชิง ที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมประเพณีความเป็นอยู่ของผู้คนในราชสำนัก โดยเฉพาะเหล่าสาวงามที่ถูกคัดเลือกให้เป็นนางสนมของฮ่องเต้ “หลิวเลี่ยนจื่อ” ผู้ประพันธ์ ได้ถ่ายทอดออกมาให้ให้ชาวโลกยุคใหม่ได้เห็น โดยมี “ดารินทิพย์” ถอดความเป็นภาษาไทย ได้ถ่ายทอดความไพเราะของผู้ประพันธ์มาได้อย่างกลมกลืน ตัวอย่างตอนหนึ่งเมื่อหรูอี้ ดีดพิณและขับร้องบทกลอนที่แสนหวานออกมา ดังนี้ “ข้าอาศัยอยู่ตรงสุดต้นน้ำ ท่านพำนักปลายทางกระแสสินธุ์ มิอาจพบแม้คิดถึงเป็นอาจิณ เพียงร่วมดื่มวารีรินในสายธาร ห้วงธาราไหลเอื่อยเมื่อใดสิ้น ความถวิลคราใดจึงพ้นผ่าน หวังเพียงท่านรักมั่นมิจืดจาง อย่าให้ข้าเฝ้าพบพานเพียงข้างเดียว” วางตลาดเล่มที่ 4 แล้วราคา 280 บาท

หนังสือเด่น : กลยุทธ์ระดับองค์การ หัวใจสำคัญในยุคดิสรัปชั่น

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449863

news_default

หนังสือเด่น : กลยุทธ์ระดับองค์การ หัวใจสำคัญในยุคดิสรัปชั่น

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เดี๋ยวนี้ วันใดที่ได้ยินคำว่า จะมีการปฏิวัติ จะมีการเดินขบวน ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีความรู้สึกตื่นเต้นมากเท่ากับได้ยินคำว่าจะเกิดภัยธรรมชาติ หรือ จะเกิดการตกงาน การปิดโรงงาน หรือบริษัทห้างร้านต่างๆทั้งนี้เพราะเหตุว่า เรื่องราวของการปกครอง การเมือง มันกลายเป็นเรื่องของ คนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการจะมีอำนาจเพื่อการแสวงหาประโยชน์ให้กับตัวเอง โดยมีการอ้างชาติ อ้างประชาชนเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อทำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรกระทบมายังคนส่วนมากที่เคยได้กล่าวอ้างเอาไว้ ผิดกับการเกิดภัยพิบัติ หรือความล่มสลายของภาคธุรกิจ เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว มันกระทบกับคนส่วนใหญ่ของประเทศเต็มๆ

กลยุทธ์ระดับองค์การ : ทฤษฎีและการปฏิบัติ เป็นหนังสือวิชาการที่เขียนโดย “ไพโรจน์ ปิยะวงศ์วัฒนา” จัดพิมพ์ในรูปเล่มของหนังสือตำรา วิชาการ มีความหนา 405 หน้าจำหน่ายราคา 420 บาท เนื้อหาจะพูดถึงแนวคิดเชิงทฤษฎี งานวิจัยเชิงประจักษ์และข้อเท็จจริงเชิงปฏิบัติ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยนำเสนอทรรศนะใหม่ของกลยุทธ์ระดังองค์การ โดยเฉพาะกลยุทธ์สำนักงานใหญ่เพื่อเชื่อมโยงระหว่างทิศทางให้เข้ากับการเสริมโมเดลธุรกิจในพอร์ตโฟลิโอองค์การ ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ภายใต้ความสามารถเชิงพลวัตที่สามารถสร้างคุณค่าเชิงนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้วิกฤติผกผัน หรือ ดิสรัปชั่น ที่กำลังระบาดอยู่ในเวลานี้

กลยุทธ์ระดับองค์การ ในหนังสือเล่มนี้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศเมื่อ ศาสตราจารย์ H. lgor. Ansoff ได้นำเสนอทฤษฎี ในช่วงปี ค.ศ.1965 และมีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง องค์การระดับโลกต่างนำข้อค้นพบเชิงทฤษฎีไปปฏิบัติและประสบความสำเร็จทั้งองค์การที่ดำเนินการในธุรกิจเดียว เช่นโคคา-โคล่า สตาร์บัคส์ แมคโดนัลด์ ฯลฯ และยังมีองค์การที่ดำเนินการหลายธุรกิจ เช่นวอลมาร์ท กูเกิล ซัมซุง ซีพี ฯลฯ กลยุทธ์ระดับองค์การ จึงมีความสำคัญ ในยุคที่องค์การต่างมุ่งกระจายสายธุรกิจเพื่อความเติบโต เพราะความเปลี่ยนแปลงของโลกส่งผลให้หลายองค์การต้องปรับความสามารถและก้าวข้ามสู่องค์การแบบมุ่งกระจายสายธุรกิจเพื่อความเจริญเติบโต

หนังสือเล่มนี้จึงเป็นคำตอบที่ให้ทิศทางแก่องค์การ ภายใต้มุมมองทั้งในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติในการก้าวสู่การแข่งขัน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องให้แก่องค์การ ที่อ่านได้ทั้งเจ้าของธุรกิจ หรือผู้ที่จะก้าวเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารขององค์กรใหญ่ๆ ได้เป็นอย่างดี

รอยจารึกเชื่อมโยงสองราชอาณาจักร เปิดเมืองนครนายก, ปราจีนบุรี และสระแก้ว

นิตยสาร อสท. ฉบับเดือนตุลาคม เริ่มต้นฤดูหนาว อำลาฤดูฝน พาคนที่มีหัวใจท่องเที่ยวไปเยือนดินแดนที่ไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนักคือ จังหวัดนครนายก, ปราจีนบุรี และสระแก้ว โดยนำเสนอเรื่องราว ตั้งแต่ ตัวเมือง ออกไปจนถึงสุดแดน ซึ่งเต็มไปด้วย เรื่องราวที่น่าเรียนรู้ และน่าประทับใจ อาทิ เรื่อง เขาฉกรรจ์-วังสมบูรณ์-คลองหาด เที่ยวชมชีวิตของคนบ้านไร่ ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขา,เรื่องดงพญาเย็น-เขาใหญ่ มรดกโลกที่ใครๆ ก็หวังอยากไปเยือนสักครั้งในชีวิต, เรื่อง หนึ่งขุน หนึ่งเขา ผจญภัยในเงาไพรตะวันออก, เรื่องจากสด๊กก๊อกธมถึงมเหนทรบรรพต ตามรอยจารึกเชื่อมโยงสองราชอาณาจักร, เรื่องรอยอลังการการทวารวดี บนเส้นทางนครนายก ปราจีนและสระแก้ว และเรื่อง ทุ่งนา ป่าเขา บ้านเรานครนายก จำหน่ายเล่มละ 85 บาท

ปิดฉาก ภูผามหานที ตอนคัมภีร์ผู้กล้า ทะลวงค่ายกลของวังความลับฟ้า

นิยายอิงประวัติตำนานชนชาติจีน ซึ่งถูกยกให้เป็นมหากาพย์ที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งของ “เฟิ่งเกอ” คือเรื่อง ภูผามหานที” ตอน คัมภีร์ผู้กล้า สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ในเล่มที่ 8 ซึ่งเป็นตอนจบของเรื่องในชุดนี้ สำหรับความเข้มขึ้นของเนื้อหาจะมีมากขนาดไหน คนที่ติดตามมาจนถึงเล่มแปดอันเป็นตอนจบคงจะรู้กันโดยไม่ต้องบอกกล่าวอีกแล้ว และนี่คือ ตอนหนึ่งในภาคจบของนิยายเรื่องนี้ “เวี่ยจือหยางลงจากเขาไม่นาน ก็ถูกว่านเสิ่งขวางไว้ เหลียงซือฉินก่อตั้งค่ายกลต้องมีผู้คนคอยควบคุมดูแลจึงเปล่งอานุภาพได้ ผู้นำแปดหมวดหมู่ซ่อนตัวอยู่ในค่ายกล คอยปรับเปลี่ยนสภาพค่ายกล ควรทราบว่าเกาะตะวันออกเป็นทายาทของวังความลับฟ้า มาตรว่าวิชาคณิตคำนวณตกต่ำ ยากจะกักตัวเหล่าผู้กล้าเกาะตะวันออกได้” จำหน่าย เล่มละ 260 บาท

เกิดอะไรขึ้นในครอบครัว??? เมื่อลูกอธิษฐานขออย่าให้พ่อแม่กลับบ้าน

จิตวิทยาภายในครอบครัว โดยเฉพาะส่วนที่เกิดกับคนวัยเด็ก เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่หนักใจและเพียรพยายามที่จะหาทางแก้ไข หนังสือชื่อ “วันเกิดของเค้าโมง” เขียนโดย “จันทรังสิ์”เป็นหนังสือที่ได้รับรางวัลแว่นแก้ว ซึ่งเขียนเรื่องราวที่หนักให้เบาบางและสนุกสนานได้ โดยแฝงการแก้ไขถึงปัญหาให้คนอ่านเข้าใจแบบไม่รู้ตัว เนื้อหากล่าว เด็กหญิงเค้าโมง ที่อธิษฐานขอพรวันเกิด สามข้อ ซึ่งต้องนำมาคิดให้เข้าใจคือ ขอให้แม่ทนทำงานนอกบ้านไปนานๆ, ขอให้พี่สาวยอมไปโรงเรียน และขออย่าให้พ่อของเธอกลับบ้านวันนี้ อะไรเป็นสาเหตุให้เธอต้องอธิษฐานอย่างนั้น เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ต้องเก็บเอามาคิด เพื่อความสุขในครอบครัว

ตำราจีนหายหมดจดแค่กดจุด ทำเองหายเองไม่ต้องเสียเงินค่ารักษา

หนังสือ “หายหมดจดแค่กดจุด ”เขียนโดย “MasatoshiKato” แปลเป็นไทยโดย “ชุติมน ยงมานิตชัย” เป็นเรื่องราวที่บอกให้ทราบถึง จุดต่างๆ บนร่างกายของมนุษย์ที่มีมากกว่า 300 จุด โดยทุกจุดจะมีความสัมพันธ์กับร่างกาย ตามหลักการแพทย์ของจีนด้วยการฝังเข็ม หนังสือเล่มนี้จะบอกเล่าถึงจุดต่างๆ มากกว่า 60 จุด ให้รับรู้ว่า แต่ละจุดมีความสัมพันธ์กับร่างกายอย่างไรบ้าง เพื่อประโยชน์ที่จะเอาไปใช้ในการแก้โรคบางอย่างได้ด้วยเวลาเพียงนาทีเดียว ซึ่งการนำเสนอจะเป็นภาพของจุดต่างๆ ที่กล่าวถึงและบอกวิธีการกดเอาไว้อย่างชัดเจน ทำเองได้ง่ายและสะดวกไม่ว่าจะอยู่ในที่ใด และอยู่ในสภาพสิ่งแวดล้อมใดก็ตาม จำหน่ายเล่มละ 235 บาท

หนังสือเด่น : ทนความอยากรู้ไม่ได้ ต้องแก้ข้อสงสัยด้วยการสัมผัส

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448381

news_default

หนังสือเด่น : ทนความอยากรู้ไม่ได้ ต้องแก้ข้อสงสัยด้วยการสัมผัส

วันอาทิตย์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ทนความอยากรู้ไม่ได้ ต้องแก้ข้อสงสัยด้วยการสัมผัส

“เทพยุทธ์เซียน GLORY” จัดเป็นนิยายที่มีรูปเล่มใหญ่กว่าธรรมดา และมีราคาแพงกว่าธรรมดา เปรียบเทียบจาก นิยายทั่วๆ ไปคือ ปกติส่วนใหญ่ จะมีปริมาณความหนา หรือจำนวนหน้าของหนังสือประมาณ 300 หน้า ราคาเฉลี่ย ประมาณ 260 บาท แต่ “เทพยุทธ์” มีความหนาถึง 555 หน้า ราคาขาย 375 บาท เรียกว่า ทั้งขนาดและราคามากกว่าเกือบเท่าตัว ซึ่งแม้จะมีความแปลกแยกกว่าเขาอย่างนี้แต่ ปรากฏว่าจำนวนเล่ม หรือความยาวที่ออกมาตั้งแต่เล่มหนึ่งจนมาถึงวันนี้ เป็นเล่มที่ 21 แล้ว…แล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบ

ทำให้เกิดข้อสงสัยในหัวใจว่า หนังสือเล่มนี้มีอะไรดีหรือ? จะว่ามีหน้าปกเรียกร้องความสนใจหรือ ก็ไม่ถึงกับเด่นขนาดนั้น เพราะหน้าปกตั้งแต่เล่มหนึ่งจนถึงเล่ม 21 เป็นภาพวาดแบบภาพการ์ตูน ที่อาจจะเรียกความสนใจให้กับเด็กวัยเล็กๆ เท่านั้น

แต่หนังสือยาวขนาดนี้ ราคาสูงขนาดนี้ และมีความหนาในแต่ละเล่มขนาดนี้ ย่อมไม่สามารถลากจูงเด็กๆให้ติดตามได้จนมาถึงเล่มที่ 21 และได้รับการยืนยันจากพนักงานขายว่า ขายดีเสียด้วย

สัปดาห์ที่แล้ว ทั้งสัปดาห์จึงต้องยอมสละเวลาอย่างอื่นมานั่นอ่านนิยายเรื่องนี้ ตั้งแต่เล่มหนึ่ง เพื่อให้หายข้อข้องใจ
เสียทีว่า “มันดีอย่างไร”

อันดับแรก ในฐานะที่ เรา เป็นหนอนหนังสือแก่ ฉะนั้นสิ่งที่ตัดออกไปจากจิตสำนึกไม่ได้คือ ยังคงยึดติดกับรูปแบบเก่าๆ ของนักประพันธ์ ไม่ว่าจะเป็น ธีมของเรื่อง สำนวนภาษา การดำเนินเรื่อง การเชื่อมต่อระหว่างปมปัญหาแต่ละปม เรายัง
ยึดติดและนิยมในรูปแบบเก่าๆอยู่อย่างที่จะบอกว่ามี “อคติ”ก็คงไม่ผิดนัก

แต่ไหนๆ เมื่อเราต้องการพิสูจน์ให้หายข้องใจเสีย ยังไงๆก็ต้องทนอ่าน

หลังจากที่ทนอ่านมาได้สักครึ่งเล่ม ประมาณ 250 หน้า ความทนของเราค่อยๆ คลายความเครียดไปอย่างไม่รู้ตัว กลายเป็นเกิดความอยากรู้อยากเห็นว่าจะมีอะไรมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่เราอยากรู้อยากเห็นก็คือ เรื่องราวของตัวละครในนิยายเรื่องนี้

ตอนนี้ยังอ่านไม่ถึงเล่ม 21 ครับ แต่ยอมรับตรงๆ ว่าถ้าเราทำใจ ยกอคติเก่าๆ ที่เรายึดถือออกไป เราจะพบว่าปรากฏการณ์ใหม่ๆ ของนักเขียนรุ่นใหม่นี้ น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

‘ถงกัว’ผ่านความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม

จาก‘ความทรงจำที่โปรยปรายในห้วงดารา’

“ความทรงจำที่โปรยปรายในห้วงดารา” เรื่องราวของมนุษย์ในยุคปัจจุบันที่วันหนึ่งต้องมาพบว่า ตัวเองมาอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่ง ซึ่งไม่รู้เลยว่าเป็นสถานที่ใด ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองเป็นใคร มีถิ่นฐานบ้านช่องอยู่ที่ไหน และมีประวัติความเป็นมาอย่างไร เขียนโดย “ถงกัว”แปลเป็นไทยโดย “สรวลสุวรรณ” ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีน เล่มล่าสุด เป็นเล่มที่สี่ ยังคงได้รับการติดตามจากนักอ่านอย่างต่อเนื่อง พิสูจน์ได้ว่า งานเขียนที่พลิกจากหน้าเป็นหลังของ ถงกัว ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม จำหน่ายเล่มละ 290 บาท

เขียนงานวิจัยให้ได้รับการยอมรับ

ตำราในหลักสูตรที่อ่านเข้าใจง่ายทำได้ง่าย

“เคล็ดลับการเขียนรายงานวิจัย และวิทยานิพนธ์” เขียนโดย “สิทธิ์ ธีรสรณ์”จัดได้ว่าเป็น เคล็ดลับของการเขียนรายงานวิจัย และวิทยานิพนธ์ นำเสนอเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการทำวิทยานิพนธ์ไว้อย่างถูกต้องและสมบูรณ์ มีการยกตัวอย่าง
ไว้เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความชัดเจน ทั้งการใช้วลี การเลือกใช้คำ การลำดับคำการใช้ตัวอักษรย่อ ไปจนถึงรูปแบบของชื่องานวิจัย การตั้งสมมุติฐาน ประเภทของสมมุติฐาน การวางกรอบแนวคิด และกรอบทฤษฎี การระบุตัวแปร โดยมีการยกตัวอย่างประกอบอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังต้องมีการอธิบายถึงระเบียบวิธีการวิจัย การสร้างเครื่องมือวิจัย ตลอดจนการเก็บข้อมูลอีกด้วย จำหน่ายราคา 200 บาท

ปลุกเด็กๆให้รู้เรื่องสุขอนามัย

อยากมีหุ่นสูงทำได้ไม่ยาก

“ไม่ยากถ้าอยากสูง” เป็นหนังสือการ์ตูนสำหรับเด็ก ที่ต้องการสร้างความมั่นใจให้กับเด็กและให้เด็กเรียนรู้ในเรื่องของสุขภาพ ดำเนินเรื่องผ่านตัวละครที่เป็นเด็กหญิงระดับชั้นป.5 แต่มีความสูงเพียงแต่เด็กในชั้นปอหนึ่งเท่านั้น โดยผู้เขียนได้ผูกเรื่องถึงการปฏิบัติตนและการรับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์ให้เด็กซึมซาบไปกับตัวละคร หนังสือเล่มนี้นอกจากจะให้สาระประโยชน์ทางด้านสุขภาพแก่เด็กๆ แล้ว ยังสอดแทรกความสนุกสนานเข้าไปด้วย จำหน่ายเล่มละ 165 บาท

แก๊งซ่าท้าประดิษฐ์ชนทุกสถานการณ์

นำของเหลือใช้มาสร้างให้เกิดคุณค่า

“แก๊งซ่าท้าประดิษฐ์” การ์ตูนสำหรับเด็กเพื่อการปลูกฝังทางด้านวิทยาศาสตร์ เป็นเรื่องราวของการประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ ที่นำมารีไซเคิลให้เกิดประโยชน์ดำเนินเรื่องด้วยการค้าขายของเด็กที่นำเอาของเก่าไปวางขายโดยคาดหมายว่าจะต้องมีคนสนใจมาซื้อบ้าง แต่พวกเขากลับผิดคาดเมื่อสินค้าของเขาขายไม่ได้เลยเนื่องจากมีสินค้าอื่นที่เป็นคู่แข่งมาก แต่ก็ทำให้พวกเขาได้พบกับความจริงว่าการจะเอาชนะใจคนซื้อได้สินค้านั้นเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อด้วยเหตุนี้เองทำให้พวกเขากลับมาคิดที่จะสร้างสินค้าด้วยการสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ขึ้นมา จำหน่ายเล่มละ 158 บาท

หนังสือเด่น : ฝูเซิง เจดีย์พิทักษ์ฟ้า เสียดสีผี หรือประจานมนุษย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/446910

หนังสือเด่น : ฝูเซิง เจดีย์พิทักษ์ฟ้า เสียดสีผี หรือประจานมนุษย์

วันอาทิตย์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“ฝูเซิง เจดีย์พิทักษ์ฟ้า” เป็นเรื่องราวที่ยังบอกไม่ถูกว่าจะ“เสียดสีภูตผี” หรือ “จะประจานความงี่เง่าของมนุษย์” แม้จะอ่านจนจบเล่มแล้วก็ยังบอกไม่ได้ เพราะนี่เป็นเพียงบทที่หนึ่งของการเริ่มเรื่องเท่านั้น

ทำไม ผมจึงคิดว่า หนังสือเล่มนี้ต้องการอะไร “เสียดสี หรือประจาน” ก็เพราะมีประโยคที่ผู้เขียน เน้นออกมาให้คนอ่านได้รับรู้ ด้วยข้อความดังนี้ “ แม้กระทั่งภูตผีปีศาจก็ยังมีความปรารถนาบางอย่างที่ต้องการไขว่คว้า ทว่าบางทีชีวิตยาวนานนับพันปีก็อาจไม่เพียงพอนึกอิจฉามนุษย์เสียอีกที่ใช้เวลาอันสั้นไม่กี่สิบปีสร้างสรรค์สิ่งต่างๆได้มากมาย ทั้งความทุกข์ความโศกทั้งหลายก็สิ้นสุดลงได้ในไม่ช้า”

“ซินอี๋อู้” เป็นนักเขียนสตรี ที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับของนักอ่านว่า เขียนเรื่องรักได้กระจ่างชัดเข้าใจถึงความรัก และปัญหารวมถึงหาทางออกที่มีโอกาสจะเป็นไปได้ให้ผู้อ่านรับรู้ คราวนี้ เธอกลับตัวใหม่จากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อทิ้งปากกาที่เขียนนิยายรัก หันมาหยิบปากกาด้ามใหม่ เขียนเรื่องลี้ลับ อันเป็นจินตนาการของคนทุกคนที่มีอะไรติดอยู่ในสมองที่ยากจะตอบ

“ฝูเซิง เจดีย์พิทักษ์ฟ้า” กล่าวถึงดวงวิญญาณ หรือ จะเรียกว่าเป็นผีก็คงจะไม่ผิด ที่ล่องลอยไปสู่ภพที่ไม่มีใครจะเข้าไปได้ และพวกเขาได้พบกับสิ่งหลายสิ่ง ที่ผู้เขียนสะท้อนภาพออกมาใน สายตาของ ดวงวิญญาณดังกล่าว โดยผู้เขียน คงจะ มีความกังวลอยู่ไม่น้อยเหมือนกันว่า เรื่องราวทั้งหลายทั้งปวงจะหนักอึ้งกับคนอ่านจนรับไม่ไหวหรือไม่ ทางออกของผู้เขียนจึงกำหนดบุคลิกของสองดวงวิญญาณ ให้ยังคงไว้ซึ่งเจตคติติดความเป็นมนุษย์อยู่ไม่น้อย ด้วยยังคงมีนิสัยที่สนุกสนาน ตลกคะนอง หลายครั้งมองอะไรที่หนักอึ้งให้เบาหวิวได้อย่างคาดไม่ถึง

จากการเกริ่นเรื่องเพื่อนำเข้าไปพบกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอีกหลายเล่มในวันข้างหน้า เราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า จุดจบมันจะยาวนานอีกแค่ไหน แต่ที่รับทราบจากเล่มแรกนี้ บอกได้ว่า มีเสน่ห์มากพอที่จะต้องรอให้คอยอ่านเล่มที่สองต่อไป

จินตนาการของนักประพันธ์ไม่มีวันตัน หรือ สิ้นสุดฉะนั้นไม่ต้องกลัวหรอกว่า หนังสือจะหายไปจากสังคมมนุษย์ เพราะมนุษย์ยังมีจินตนาการที่ถ่ายทอดออกมาได้ไม่รู้จบ

เกิดอะไรขึ้นกับทะเลน้ำแข็งนับสิบปีที่ผ่านมา โลกมนุษย์กำลังเต็มไปด้วยสิ่งแวดล้อมที่ต้องจับตาดู

“เนชั่นแนล จีโอกราฟิก” ฉบับภาษาไทย ฉบับล่าสุด กันยายน 2562 หน้าปกโชว์ให้เห็นถึงพื้นที่ ที่เป็นน้ำแข็งบนโลกใบนี้ ที่แสดงขอบเขตของน้ำแข็งบนผิวมหาสมุทรที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งในเดือนกันยายน 2012 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกในปี 1979 พร้อมสาระความรู้ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ ขยะจากมหาสมุทรที่ไม่มีวันสิ้นสุด กลายเป็นวัสดุให้ศิลปินนำมาสร้างประติมากรรมสีสันสดใส และแฝงแง่มุมชวนคิด, คุณคิดว่าตัวเองรสนิยมดีแต่ไม่ใช่ตัวคุณที่ควรได้รับคำชมนั้นเป็นเพราะพันธุกรรมของคุณ จุลินทรีย์ในตัวคุณและสิ่งแวดล้อมที่หล่อมหลอมคุณขึ้นมา, ลีลารักของ ชุชุรานะ หรือราชาแห่งนก ซึ่งเป็นฉายาของไก่ฟ้าหงอนพันธุ์ตะวันตก, ช่างภาพบันทึกเหตุการณ์การตามล่าจระเข้น้ำเค็มซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปกป้องสัตว์ชนิดนี้ ราคาฉบับละ 120 บาท

เรียนรู้พฤติกรรมในองค์กรแต่ละแห่ง ผลพวงเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ

“พฤติกรรมองค์การ” เขียนโดย “นิติพล ภูตะโชติ” จำหน่ายเล่มละ 210 บาท เนื้อหาได้มาจากผลงานวิจัยที่ครอบคลุมพฤติกรรมของคนในองค์กรอย่างครบถ้วน ทั้งเรื่องทฤษฎีพฤติกรรมองค์การ ที่สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการทำงานได้มากที่สุด ประกอบด้วย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพฤติกรรมองค์การ พื้นฐานความแตกต่างส่วนบุคคล ทัศนคติ การรับรู้ การเรียนรู้ ค่านิยม บุคลิกภาพ วัฒนธรรมองค์การ กลุ่มในองค์การ ความพึงพอใจในการทำงาน การจูงใจ ข่าวสารข้อมูลและการติดต่อสื่อสาร ภาวะผู้นำ และความขัดแย้ง เป็นต้น เหมาะกับนิสิต นักศึกษา รวมถึงผู้ที่ทำงานในหน่วยงานที่สนใจค้นคว้าด้วยตนเอง ใช้ศัพท์และภาษาที่ง่าย เนื้อหาไม่ซับซ้อน ง่ายต่อการทำความเข้าใจ อีกทั้งผู้เขียนได้ยกตัวอย่างประกอบพร้อมคำอธิบายที่ชัดเจน โดยในแต่ละบทจะมีการสรุปเนื้อหา และคำถามท้ายบทเพื่อให้ผู้อ่านได้ทบทวนทำความเข้าใจอีกด้วย

คอร์รัปชัน ของไม่ดีที่ไม่มีการแก้ไข ตัวบ่อนทำลายความศรัทธาในความดี

“คอร์รัปชัน ไม่มีไม้เอก” เขียนโดย “ต่อตระกูล ยมนาค และ ต่อภัสสร์ ยมนาค” จำหน่ายเล่มละ 145 บาท เนื้อหากล่าวถึง การคอร์รัปชันที่มิได้เป็นเพียงแต่การทำให้ทรัพยากรของชาติสูญเปล่าเพราะถูกเบียดบังเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดต้นทุนที่สูงขึ้นในการดำเนินนโยบายของภาครัฐ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของภาคเอกชน นอกจากนี้ยังบ่อนทำลายความศรัทธาในความดี ความงาม และความจริง อันเป็นจริยธรรมพื้นฐานของสังคมอีกด้วย โดยนำเสนอความรู้ความเข้าใจในเรื่องคอร์รัปชัน ทั้งในและต่างประเทศ ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ที่ให้ความรู้ในด้านวิวัฒนาการและประวัติศาสตร์ของคอร์รัปชันในประเทศไทย แนวคิดเกี่ยวกับการต่อสู้คอร์รัปชัน กลไกการแก้ไขเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศต่างๆ ตลอดจนสิ่งค้นพบจากแนวคิดวิชาการด้านคอร์รัปชันในระดับโลก

การ์ตูนผจญภัยหลากหลายจินตนาการ ไม่มีใครตอบได้ว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

“บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน ภาคทิเบต” ฉบับการ์ตูน เขียนโดย “BAbu” วางแผงถึงเล่มที่ 3 แล้ว เป็นเรื่องราวการผจญภัยที่สนุกสนาน ซ่อนเงื่อนงำของปัญหาชวนให้คิดว่าเกิดอะไรขึ้น อย่างเช่น การได้พบตัวตนของตัวเอง ที่เหมือนกันทุกอย่างจากอีกซีกโลกหนึ่ง การพบกับโบราณสถานลอยฟ้าที่ไม่มีใครทราบว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เมื่อไร หนังสือเล่มนี้ ต้องการนำเสนอกับนักอ่านที่ชอบ แนวทางของภาพการ์ตูน หรือ นักอ่านที่ไม่ชอบอ่านอะไรมากๆ จะอ่านได้สนุกและรวดเร็ว เข้าใจง่ายสนุกสนานกับภาพวาดที่สะท้อนตัวละครแต่ละตัวให้เห็น จำหน่ายเล่มละ 160 บาทเป็นหนังสือการ์ตูนที่เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุเกิน 15 ขึ้นไป

หนังสือเด่น : เสื่อม หรือ งอกงาม มนุษย์สร้างขึ้นได้ด้วยตัวเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/445352

หนังสือเด่น : เสื่อม หรือ งอกงาม  มนุษย์สร้างขึ้นได้ด้วยตัวเอง

หนังสือเด่น : เสื่อม หรือ งอกงาม มนุษย์สร้างขึ้นได้ด้วยตัวเอง

วันอาทิตย์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จาก ข่าวสั้นๆ เกี่ยวกับนิยาย เรื่อง “ความลับ” ที่ เป็นเรื่องของ ครอบครัวหนึ่ง เมื่อต้องมาประสบภัย จนภรรยาเสียชีวิต ส่วนลูกสาวเมื่อฟื้นขึ้นมาพบว่าตัวเองกลายเป็น วิญญาณของแม่มาสลับร่างอยู่ในตัว ทำให้เกิดปัญหาชีวิตกับผู้เป็นพ่อว่าจะต้องทำตัวอย่างไร ในเมื่อภรรยาของตัวเองกลายร่างเป็นลูกสาวไปเสียแล้ว ทุกอย่างในชีวิตของชายผู้นี้จึงต้องเป็น “ความลับ” ที่เปิดเผยกับใครไม่ได้

ทำให้มองภาพว่า หนังสือเล่มนี้ น่าจะเป็นหนังสือ ที่ทำลายศีลธรรมเล่มหนึ่ง ในเรื่องของเพศสัมพันธ์ที่พ่อจะต้องอยู่กับภรรยา ที่เป็นลูกของตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ว่าจะมองอย่างไร มันคงเป็นเรื่องที่บีบหัวใจคนอ่านซึ่งมีคุณธรรมอย่างแน่นอน

แต่เมื่อมาคิดอีกมุมหนึ่ง การดำเนินเรื่องไปแบบทำลายศีลธรรมของสังคมแบบนั้น ไม่น่าที่นักเขียนที่เรียนจบมาทางด้านวิศกรรมศาสตร์จะทำเรื่องแบบนี้ ก็เลยเกิดความอยากรู้ว่า เขาจะหาทางออกอย่างไร ที่จะไม่ให้เป็นการ สร้างความเสื่อมให้กับคุณธรรมของสังคม

ก้อได้พบว่า “จริงอย่างที่คิด”ผู้ประพันธ์เลือกที่จะ “สร้างสรรค์” มากกว่า “ทำลาย” แล้วเขาจะดำเนินเรื่องอย่างไร โดยเฉพาะประเด็น เรื่องทางเพศที่คนทั้งสองเคยเป็นสามีภรรยาที่รักกันมาก แต่กลับกลายเป็นร่างของลูกสาวตัวเอง

“ฮิงาชินะ เคโอะ” ผู้ประพันธ์ เลือกที่จะหาทางออกได้นุ่มนวล เป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งไม่ทำให้ต้องผิดศีลธรรมหรือคุณธรรมของสังคม แล้วจากนั้นเขาก็ดำเนินเรื่องที่จะหาทางออกให้กับครอบครัวประหลาดนี้ว่าจะ จบลงอย่างไร? จบแบบมีความสุข หรือ แบบทิ้งความรันทดไว้ให้กับผู้อ่าน

คำตอบคือ เรื่องนี้ เขาจบลงด้วยความสุขที่ไม่ทำให้ศีลธรรมหรือคุณธรรมเสื่อมทราม นับว่าเป็นจินตนาการที่ต้องยอมรับว่า สมควรแล้วที่นิยายเรื่องนี้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากสมาคมนักเขียนนิยายสอบสวนสืบสวนของประเทศญี่ปุ่น

จากการที่ได้อ่านอย่างมีวิจารณญาณ เชื่อได้ว่า นักเขียนผู้นี้คงได้แรงบันดาลในการสร้างเรื่องมาจากหลักการสองอย่างที่เป็นทั้งวิทยาศาสตร์และไสยศาสตร์ ในส่วนของการเป็นวิทยาศาสตร์ คือจับเอาประเด็นของ โรคคอร์ซาคอฟซึ่งจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยเมื่อเกิดโรคคือทำให้ความจำเสื่อมลงอย่างกะทันหัน แม้เพียงจะเป็นเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้น กับ อีกส่วนที่เป็นไสยาศาสตร์คือเรื่องของ การเข้าทรงเจ้า ที่มีอยู่ในตำนานแห่งศาสนาพุทธและพราหมณ์

อ่านจบแล้ว ทำให้เห็นได้ว่า คุณธรรมศีลธรรม ทั้ง ความเสื่อม และ ความงอกงามมนุษย์สามารถสร้างมันขึ้นมาได้ด้วยตัวเองทุกอย่างจะขึ้นอยู่ที่ใจทั้งสิ้น อ่านเรื่องนี้แล้วถ้าเข้าถึงจริงๆจะทำให้เราไม่ต้องติดกับ กับปัญหาชีวิตที่เราคิดว่าแก้ไม่ได้

พัฒนาสมองด้วยพฤติกรรมประจำวัน ใครจะคิดบ้างว่า งานบ้านทำให้สมองฟู

“งานบ้านล้างสมอง” เป็นเรื่องใกล้ๆ ตัวของทุกคนที่ต้องการจะบอกให้รู้ว่า การทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ที่ต้องทำอยู่เป็นประจำนั้น จะสามารถส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาด้านสมองได้ในทุกมิติ อย่างเช่น การกำหนดเวลาในเรื่องของการทำความสะอาดบ้านให้เป็นเวลาจะเป็นการช่วยพัฒนาสมองทางด้านของการจดจำ, การใช้ไม้กวาดแทนการใช้เครื่องดูดฝุ่น พัฒนาสมองในเรื่องของการมองเห็น หรือแม้กระทั่งการวางแผนว่าจะทำอาหารอร่อยๆให้กับคนที่เรารักก็ถือได้ว่าเป็นการพัฒนาทางด้านอารมณ์ หนังสือเล่มนี้เขียนโดย “Tashimori Kato” แปลเป็นไทยโดย“อังคณา รัตนจันทร์” ราคา 185 บาท

สร้างสุขภาพจิตให้แก่ลูกตั้งแต่เด็กแรกเกิด ทุกอย่างเริ่มขึ้นได้ตั้งแต่อายุ ศูนย์ขวบ

พ่อแม่ที่อยากให้ลูกน้อยเติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างมีคุณภาพ ต้องอ่าน “สมาธิดีเริ่มต้นที่ 0 ขวบ” เป็นหนังสือที่จะบอกกับพ่อแม่ที่อยากเห็นลูกเติบโตอย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะในเรื่องของภาวะทางจิต โดยหนังสือเล่มนี้จะแนะนำเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะสร้างสมาธิให้กับเด็กๆได้ตั้งแต่แรกเกิด ที่ผู้เขียนได้ยกเอาพฤติกรรมในชีวิตประจำวันมาเป็นบทเรียน เพื่อหาทางแก้ไขให้ดีขึ้น ด้วยการฝึกจากธรรมดาๆ อย่างเช่นการตื่นนอน การเข้านอน การติดแม่ไปจนถึงพฤติกรรมที่ซับซ้อนมากขึ้นจำหน่ายเล่มละ 275 บาท

เรื่องจริงที่สังคมยังรับไม่ได้ ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์

“สวนสนุกแห่งการลงทัณฑ์ รักในฝันของฝางซือฉี”เป็นนิยายที่สะท้อนภาพของสังคมไร้ศีลธรรมที่ สุดสะเทือนใจเขียนขึ้นจากเค้าโครงเรื่องจริงที่ประเทศไต้หวัน บอกเล่าผ่านประเด็นความสัมพันธ์ต้องห้ามระหว่างครูกับลูกศิษย์ การล่วงละเมิดทางเพศ การใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิง เขียนโดย “หลิน อี้ หาน” แปลไทยโดย “อารยา เทพสถิตย์ศิลป์ และ เขมณัฏฐ์ ทรัพย์เกษมชัย”เป็นเรื่องของเด็กสาวสวยวัย 13 ปี เกิดความลุ่มหลงกับ อาจารย์สอนพิเศษภาษาจีนวัยกลางคน สุดท้าย ความชื่นชมที่เธอมีต่อครู กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ 5 ปีแห่งการข่มขืน ที่บังคับให้เธอสมยอมในฐานะชู้รักด้วยความสัมพันธ์แบบครูกับลูกศิษย์ จนกระทั่งจิตใจของเด็กสาวแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี ราคา 295 บาท

เรื่องของศาสตร์มืดยังไม่หมดลง เมื่อพ่อมดร้ายคืนชีพอีกครั้งหนึ่ง

“อาชญากรรมกรีนเดลวัลด์” นิยายเรื่องใหม่ของ“เจ.เค. โรว์ลิ่ง” ผู้แต่ง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ซึ่งเป็น ภาคที่สองจากภาคแรกที่ชื่อ สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ เป็นงานเขียนในรูปแบบของบทภาพยนตร์ เนื้อหา เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของพ่อมดมืด มนต์ดำที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์คาถา เริ่มจาก เมื่อ กรีนเดลวัลด์ พ่อมดแห่งศาสตร์มืดถูกจับในข้อหาอาชญากร และเมื่อเขาได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มพ่อมดสายเลือดบริสุทธิ์ให้หลุดพ้นออกมาความเดือดร้อนก็บังเกิดขึ้นในสังคมมนุษย์ ร้อนถึงบรรดาศิษย์เก่าแห่งโรงเรียนพ่อมดต้องรวมตัวกันเพื่อกำจัดความชั่วร้ายให้หมดไป ราคาเล่มละ 305 บาท

หนังสือเด่น : หนังสือราชการที่น่าอ่านที่สุด ไม่รู้จะกลับมาอีกหรือเปล่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/443801

หนังสือเด่น : หนังสือราชการที่น่าอ่านที่สุด  ไม่รู้จะกลับมาอีกหรือเปล่า

หนังสือเด่น : หนังสือราชการที่น่าอ่านที่สุด ไม่รู้จะกลับมาอีกหรือเปล่า

วันอาทิตย์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“นิตยสาร PRD Magazine” เป็นหนังสือที่ต้องบอกว่า กองบรรณาธิการ หรือคนทำทุกคนเป็นข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์ทั้งหมด ทำขึ้นเพื่อเผยแพร่งานของกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งหนังสือประเภทนี้ เนื่องจากทุกกระทรวงทำกันมาแล้วทั้งนั้น จนเกือบจะเรียกได้ว่า เป็นวัฒนธรรมของการทำหนังสือประเภทนี้ว่า เรื่องส่วนใหญ่จะต้องเป็นเรื่องการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริหารในกรมกอง จะเป็นเรื่องของผู้บริหาร ไปเปิดงานที่โน่น เปิดงานที่นี่ คำสั่งโน่น คำสั่งนี่ อะไรๆ ก็เป็นเรื่องของตัวเองทั้งนั้น แต่เวลานำออกเผยแพร่กลับแจกไปทั่ว เมื่อเป็นอย่างนี้ คนซึ่งเขาไม่ได้เกี่ยวข้องก็เลยไม่มีใครอยากอ่าน นอกจากจะเอากระดาษไปทำประโยชน์อย่างอื่น เพราะหนังสือของทางราชการแบบนี้ เนื้อกระดาษจะมีคุณภาพดีกว่า หนังสือของเอกชน เพราะงบประมาณมีเหลือเฟือที่จะจัดซื้อ

เลยกลายเป็นประเพณีว่า พอคนเห็นหนังสือที่ผลิตขึ้นโดยราชการ จึงไม่มีใครชอบอ่าน

แต่หนังสือ PRD Magazine เล่มที่ผมกำลังพูดถึงนี้ ผิดธรรมเนียมประเพณีจากของเดิมๆ ทั้งหมดครับ เพราะเนื้อหาจะเป็นเรื่องราวที่น่ารับรู้ ทันสมัย มีสาระที่จะนำไปอ้างถึง หรือกล่าวอ้างเพื่อการพิสูจน์ความจริงที่ต้องมีการถกเถียงกัน ผมจึงกล้าบอกได้ว่า PRD Magazine เป็นหนังสือราชการที่น่าอ่านที่สุด ตั้งแต่เคยเห็นมา

รูปสวย เรื่องราวสมบูรณ์ถูกต้อง ผ่านการกลั่นกรองมาแล้ว สำนวนการเขียน ที่เป็น สำนวนสากล (ไม่ใช้สำนวนข้าราชการ) ทำให้หนังสือเล่มนี้ มีคุณค่าที่จะเก็บเอาไว้อ่าน หรือนำเอาไปกล่าวอ้างในเรื่องที่มีการถกเถียงกัน อย่างในเล่มล่าสุด มีเรื่องที่เกี่ยวกับการศึกษาและสังคมคือ เรื่อง ขยะติดตัว, เรื่องศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย แลนด์มาร์คแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา, เรื่องเกี่ยวกับอาหารและท่องเที่ยว ก็พาเที่ยวเมืองจีนจากคุนหมิงถึงฉงชิ่ง, และเรื่องเด่นของฉบับนี้คือ อลังการแห่งสายน้ำเจ้าพระยาประเพณีแห่งเดียวของโลก คือ ขบวนเสด็จฯพยุหยาตราทางชลมารค ที่มีภาพถ่ายและเรื่องราวที่สวยงามมาก เจาะลึกเข้าไปถึงอู่เรือชี้ให้เห็นถึงฝีมือของช่างที่ประดิดประดอยทำขึ้นมา

เรียกว่าทุกเรื่องล้วนน่าอ่านทั้งนั้นแต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ฉบับล่าสุดที่กำลังแจกจ่ายอยู่นี้เป็นฉบับสุดท้ายของปีงบประมาณแล้ว ไม่ทราบว่า หนังสือเล่มนี้ยังจะได้รับงบประมาณทำต่อไปอีกหรือไม่ ต้องคอยลุ้นครับ ไม่อยากให้หนังสือดีๆ หายไปจากวงการ

ผู้ที่ศึกษาทางด้านการตลาดไม่ควรพลาด เจาะทุกภาคส่วนการตลาดที่เป็นหัวใจสำคัญ

“การสื่อสารทางการตลาด” เป็นหนังสือ เหมาะสำหรับผู้ที่ศึกษาทางด้านการตลาด ผู้ที่ทำงานในแวดวงการตลาดมีเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่แนวคิดการสื่อสารการตลาด ทั้งแบบผสมผสานตลอดจนเครื่องมือการสื่อสารการตลาดรูปแบบต่างๆ ที่นำศาสตร์แห่งการบูรณาการทางการตลาดของ ดอน อี.ชุลท์ช จากมหาวิทยาลัยเวสต์เทิร์น มาเรียบเรียงด้วยลีลาที่เข้าใจง่าย และมีตัวอย่างประกอบ ครอบคลุมเนื้อหาที่หลากหลายครบถ้วน อาทิ กระบวนการสื่อสาร กลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาด วัตถุประสงค์และงบประมาณการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การสื่อสารเพื่อภาพลักษณ์องค์กร การขายโดยบุคคล การส่งเสริมการขายการตลาดทางตรง การวางแผนการใช้สื่อ การบูรณาการการสื่อสารทางการตลาด และการวัดประสิทธิผลของการสื่อสารทางการตลาด ราคาเล่มละ 250 บาท เขียนโดย “สิทธิ์ ธีรสรณ์”

เอาใจวัยหนุ่มวัยสาว กรี๊ดกันทั้งฉบับ ทั้งถ่ายแฟชั่นและเจาะลึกเรื่องส่วนตัว

“นิตยสารสุดสัปดาห์” ฉบับ กันยายน ยกทีมความหล่อที่สาวๆ กรี๊ด กับ 3 หนุ่มสุดฮอตจากละคร My Ambulance รักฉุดใจนายฉุกเฉิน ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, สกาย-วงศ์รวี, แบงค์-ธิติ นอกจากถ่ายแฟชั่นแล้วยังมาล้อมวงสัมภาษณ์สนุกตามสไตล์สามหนุ่มอารมณ์ดี พร้อมทีมผู้กำกับและนักแสดงในบทบาทอื่นๆ มาร่วมเสริมทัพเผยเบื้องหลังการถ่ายทำที่ไม่ง่ายอย่างที่คิด ใครที่เป็นแฟนคลับละครเรื่องนี้ต้องติดตาม นอกจากนี้ยังมี 4 หนุ่มจากวงโปเตโต้ ปั๊บ-พัฒน์ชัย, หั่ง-ทีฑทัศน์, โอม-ปิยวัฒน์ และ กานต์ อ่ำสุพรรณ เผยเรื่องไม่ลับฉบับโปเตโต้ เจาะลึกทุกมุมของแต่ละคน ให้แฟนคลับได้รู้จักพวกเขามากยิ่งขึ้น ยังมีสกู๊ปพิเศษเอาใจหนุ่มๆ กับสัมภาษณ์จากสาวๆ วง Sweat16! ที่ยกทีมมาเผยเส้นทางความฝัน ที่แสนน่าเอ็นดู จำหน่ายเล่มละ 90 บาท

เปิดยุทธศาสตร์นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย การก้าวข้าม ปรากฏการณ์ดิสรัปชั่น ในยุคดิจิทัล

“นิตยสาร Marketeer” เรื่องราวเพื่อการตลาด ฉบับประจำเดือนนี้ สัมภาษณ์เปิดใจ ราเมซ นาราสิมัน ประธานคนใหม่ของบริษัทนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ที่แสดงให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ของผู้นำ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเขามีความเชื่อว่า ผู้นำมีส่วนสำคัญอย่างมากในการผลักดันองค์กรให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนและสามารถยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ในยุค ดิจิทัล ดิสรัปชั่นได้เป็นอันดับแรก โดยเปิดเผยถึงภารกิจอันแน่วแน่ ที่จะสานต่อนิสสัน ประเทศไทย ให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น โดยทุกคนจะมีส่วนร่วมให้องค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับ อาคารธนพิพัฒน์ อันเป็นความภาคภูมิใจของ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด จำหน่ายเล่มละ 90 บาท

พลิกแนวจากอดีต ไปสู่จินตนาการแห่งอนาคต ‘ถงกัว’กับ‘ความทรงจำที่โปรยปรายในห้วงดารา’

“ความทรงจำที่โปรยปรายในห้วงดารา” เขียนโดย “ถงกัว” แปลเป็นไทยโดย “สรวลสุวรรณ” เรื่องราวของมนุษย์ในยุคปัจจุบันที่วันหนึ่งต้องมาพบว่า ตัวเองมาอยู่ ณ
ที่แห่งหนึ่ง ซึ่งไม่รู้เลยว่าเป็นสถานที่ใด ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองเป็นใคร มีถิ่นฐานบ้านช่องอยู่ที่ไหน และมีประวัติความเป็นมาอย่างไร นิยายเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีนล่าสุดออกจำหน่ายในเล่มที่สามแล้ว ผู้เขียนซึ่งเคยมีชื่อเสียงในเรื่องของงานเกี่ยวกับเรื่องในอดีต แต่กลับมาเขียนถึงจินตนาการที่เกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า ซึ่งพลิกไปจากของเก่าอย่างสิ้นเชิง ทำให้ท้าทายความรู้สึกของคนอ่านว่ามันจะมีความเป็นจริงมากน้อยแค่ไหนเมื่อวันนั้นมาถึง จำหน่ายเล่มละ 290 บาท

หนังสือเด่น : การมีชีวิตอยู่ในช่วงดิสรัปชั่นให้ไร้กังวล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/442141

หนังสือเด่น : การมีชีวิตอยู่ในช่วงดิสรัปชั่นให้ไร้กังวล

หนังสือเด่น : การมีชีวิตอยู่ในช่วงดิสรัปชั่นให้ไร้กังวล

วันอาทิตย์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

Disruption ดิสรัปชั่น หากจะแปลในเชิงวิชาการ ก็จะหมายความว่า “การขัดขวาง” แต่ที่เราได้ยินกันอยู่ในเวลานี้บ่อยมาก เขาจะมีความหมายในเชิงเหตุการณ์ที่ปรากฏอยู่ในเวลานี้ซึ่งหมายถึง ปรากฏการณ์พลิกผัน ที่กำลังสร้างวิกฤติให้เกิดขึ้นในสังคม แทบจะทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจการค้า และอื่นๆ อันเกิดจาก เทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้

ดิสรัปชั่น (Disruption) ที่กำลังเกิดอยู่ในเวลานี้ ถูกพูดถึงอย่างมากในแวดวงธุรกิจ เพราะเป็นปรากฏการณ์พลิกผันที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ทำให้เกิดการแข่งขันในรูปแบบใหม่ๆ จนทำให้ธุรกิจที่ไม่ปรับตัวต้องล่มสลาย, คนกำลังตกงานเมื่อเทคโนโลยีมาแทนที่แรงงานมนุษย์, สื่อออนไลน์กลายเป็นผู้บริโภคอันทรงพลัง ที่ส่งผลให้แบรนด์รุ่งหรือร่วง วิถีชีวิตเดิมๆ ที่เคยดำรงมานานนับเป็นสิบๆ ปี ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาและการตลาดแบบเดิมๆ สิ้นพลัง ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปซึ่งทำให้เกิดคำถามขึ้นในสังคมอย่างอีกทึกครึกโครมว่า แล้วเรา จะปรับตัวอย่างไรเพื่อรับมือกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น อันเป็น ปรากฏการณ์พลิกผันอย่างที่ไม่เคยมีใครนึกฝันมาก่อน

หนังสือเล่มนี้ “HOW TO PREPARE NOW FOR WHAT’S NEXT ไม่มีที่ว่างในวันหน้า ให้กับคนที่อยู่เฉยๆ” จะเป็นตัวช่วยที่จะบอกกับเราว่า เราควรจะอยู่อย่างไร เขียนโดย“ไมเคิล แมคควีน” ซึ่งเป็น นักพูดระดับรางวัล, นักวางแผนกลยุทธ์ และนักทำนายเทรนด์ระดับโลก ผู้ที่มีส่วนสำคัญ ที่เคยทำให้หลายๆบริษัทชั้นนำรอดพ้นวิกฤติของการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ มาแล้วในอเมริกา และถูกนำมา แปลเป็นไทยโดย “ญาณพล มุสิเกตุ” จำหน่ายเล่มละ359 บาท

“HOW TO PREPARE NOW FOR WHAT’S NEXT ไม่มีที่ว่างในวันหน้า ให้กับคนที่อยู่เฉยๆ” จะเป็นเหมือนไกด์บุ๊กให้เราได้ไปสำรวจตัวเองหรือองค์กร ว่าอยู่ในขั้นโคม่าหรืออาจได้ไปต่อได้ ทำให้เราสามารถ ค้นหาจุดเด่น-จุดด้อย กระบวนความคิด เพื่อรับมือกับอุปสรรค ความล้มเหลว และการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อความอยู่รอด ของตัวเอง หรือ ขององค์กร

ใช่เลยวันนี้ “ไม่มีที่ว่างสำหรับอนาคต ของคนที่ยืนอยู่ที่เดิมๆ” “ไมเคิล แมคควีน” เขียนให้อ่านได้แบบเข้าใจง่ายๆ มีทั้งแบบทดสอบ และตัวอย่างที่นำมาแสดงให้เห็น

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักธุรกิจ หรือเป็นชาวบ้านธรรมดา หากคุณอยากอยู่ในช่วงวิกฤติการพลิกผัน หรือ ดิสรัปชั่น ให้ไม่มีปัญหาไปหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านเลย (ไม่ซื้อวันนี้ไว้คอยซื้อในงานหนังสือที่เขาจะจัดที่เมืองทองธานี ในต้นเดือนตุลาฯนี้ก็ได้ อาจจะมีส่วนลด)

สงบงามสามจังหวัดชายแดนใต้ ดินแดนของไทยที่ไม่มีใครจะแบ่งแยกได้

“นิตยสาร อสท” นิตยสารเพื่อการท่องเที่ยว คือ เรื่องและภาพอันสวยงามของประเทศไทย ทุกภาคส่วน ซึ่งนำเสนอมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ไม่สูญหายไปกับคลื่น
ดิสรัปชั่นที่กำลังถาโถมอยู่ในเวลานี้ เล่มใหม่ล่าสุดที่กำลังวางตลาดอยู่ในเวลานี้ เขาโฟกัสไปที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้คือ นราธิวาส, ปัตตานี และ ยะลา ด้วยเรื่องราวหลากหลาย อาทิ เบตงในอ้อมกอดแห่งขุนเขาเรื่อง เรือกอเละ นางฟ้าท้องถิ่น งานศิลป์ทะเลใต้ เรื่อง เพลินพลุโต๊ะแดง สุดยอด ณ สุดใต้ เรื่องขุมทองแห่งขุนเขาที่สุคิริน เรื่อง สายบุรี ความงามที่เดินตามความเป็นจริง และเรื่อง มหัศจรรย์ป่าดิบชื้น ผืนป่าฮาลา เป็นต้น จำหน่ายเล่มละ 85 บาท

อย่าปล่อยให้สมองฝ่อเพราะความขี้เกียจ ‘งานบ้านจิต’ จิตวิทยาที่น่าให้ความสนใจ

“งานบ้านล้างสมอง” เป็นหนังสือที่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยา ซึ่งไม่มีใครคาดคิดกันว่า การทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆที่ต้องทำอยู่เป็นประจำนั้น จะสามารถส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาด้านสมองได้ในทุกมิติ อย่างเช่น การกำหนดเวลาในเรื่องของการทำความสะอาดบ้านให้เป็นเวลาจะเป็นการช่วยพัฒนาสมองทางด้านของการจดจำ, การใช้ไม้กวาดแทนการใช้เครื่องดูดฝุ่น พัฒนาสมองในเรื่องของการมองเห็น หรือแม้กระทั่งการวางแผนว่าจะทำอาหารอร่อยๆ ให้กับคนที่เรารักก็ถือได้ว่าเป็นการพัฒนาทางด้านอารมณ์ หนังสือเล่มนี้เขียนโดย “Tashimori Kato” แปลเป็นไทยโดย “อังคณา รัตนจันทร์” ราคา 185 บาท

ปลูกฝังการอ่านให้กับเด็กๆในบ้าน ชีวิตที่น่าสนุกสนานของกระรอกน้อย

“กระรอกแดงแห่งสวนกว้าง” เป็นนวนิยายสำหรับเยาวชนที่ได้รับรางวัลแว่นแก้ว เขียนโดย “ศาตพจีรินสุวรรณ” ที่ต้องการการปลูกฝังในเรื่องของการอ่านให้กับเด็กๆ ในบ้าน ด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจของคนวัยเด็ก เนื้อหากล่าวถึงกระรอกน้อยสองตัว ที่เคยมีชีวิตอยู่ในกรงเพื่อการซื้อขาย จนกระทั่ง เมื่อกระรอกทั้งสองถูกคนซื้อไปเลี้ยงชีวิตของเจ้ากระรอกทั้งสองตัวจึงถูกปรับเปลี่ยนไปอย่างน่าอัศจรรย์เมื่อพวกเขาได้รับอิสรภาพให้สามารถท่องเที่ยวใช้ชีวิตอยู่ในสวนผลไม้ของคนใจบุญอย่างมีความสุข เป็นเรื่องน่ารักมากๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความมีอิสระเสรีของชีวิต จำหน่ายเล่มละ 148 บาท

เขียนงานวิจัยให้ได้รับการยอมรับ ตำราในหลักสูตรที่อ่านแบบบ้านๆ

“เคล็ดลับการเขียนรายงานวิจัย และวิทยานิพนธ์” เขียนโดย “สิทธิ์ ธีรสรณ์” จำหน่ายราคา 200 บาท จัดได้ว่าเป็นเคล็ดลับของการเขียนรายงานวิจัย และวิทยานิพนธ์ นำเสนอเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการทำวิทยานิพนธ์ไว้อย่างถูกต้องและสมบูรณ์ มีการยกตัวอย่างไว้เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความชัดเจนทั้งการใช้วลี การเลือกใช้คำ การลำดับคำ การใช้ตัวอักษรย่อไปจนถึงรูปแบบของชื่องานวิจัย การตั้งสมมุติฐาน ประเภทของสมมุติฐาน การวางกรอบแนวคิด และกรอบทฤษฎี การระบุตัวแปร โดยมีการยกตัวอย่างประกอบอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังต้องมีการอธิบายถึงระเบียบวิธีการวิจัย การสร้างเครื่องมือวิจัย ตลอดจนการเก็บข้อมูลอีกด้วย

หนังสือเด่น : อ่านเอาสนุก อย่าเอาหลักการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/438864

หนังสือเด่น : อ่านเอาสนุก อย่าเอาหลักการ

หนังสือเด่น : อ่านเอาสนุก อย่าเอาหลักการ

วันอาทิตย์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

อ่านหนังสือเรื่องนี้จบลงประเมินได้ทันทีว่า ผู้เขียนจะต้องเป็นนักอ่านระดับหนอน และเป็นนักฟังระดับติดโต๊ะ ที่ได้รับเรื่องราวต่างๆ มากมายและหลายรูปแบบ เหมือนน้ำพริกถ้วยหนึ่งที่เต็มไปด้วยรสชาตินานาชนิดที่เผ็ดร้อน

เลือดรักทระนง งานเขียนของ นางแก้ว ในรูปแบบนิยายประโลมโลก จึงเต็มไปด้วยปมปัญหามากมายในตัวละครแต่ละตัว ที่จะต้องค่อยๆ คลี่คลายแก้ปัญหาให้หลุดไปทีละเปลาะๆ ซึ่งงานเขียนประเภทนี้ยากมากสำหรับคนที่ขาดจินตนาการ หรือขาดประสบการณ์ การสร้างปมเพื่อหาทางแกะปมจึงเป็นเรื่องที่ทำให้คนต้องติดตาม แบบที่เรียกกันว่าอ่านสนุก อยากอ่านให้จบในคราเดียว แต่ถ้ามองในด้านของความหละหลวม นิยายประเภทนี้ถ้าผู้เขียนไม่ใช่นักวิชาการจริง หรือผู้ใฝ่รู้ที่แท้จริงหลักการต่างๆ ตามหลักวิชาการจะไร้ซึ่งเหตุผลและความสมดุลคือไม่ใช่ดุลยภาพเดียวกันกับยุคสมัย

เลือดรักทระนง มีช่องว่างตรงที่ขาดดุลยภาพร่วมสมัยไม่ว่าจะเป็นแนวคิด หรือปรัชญาของตัวละครทั้งเด็กและผู้ใหญ่ผิดเพี้ยนไปจากยุคสมัยที่เป็นฉากในเรื่อง เช่น การใช้ภาษาในการสนทนา การแต่งกายและบรรยากาศที่วางเอาไว้ในยุคสมัยนั้นๆ เพราะฉะนั้น ถ้าใครต้องการอ่านเพื่อเอาหลักการอย่าไปสัมผัสเข้าคุณจะร้อนรุ่มร้อนใจ แต่ถ้าคุณต้องการความสนุก ความเบิกบานใจ ผ่อนคลายมีความสุข เป็นเรื่องที่คุณเสียเงินแล้วไม่เสียดาย

เลือดรักทระนง เป็นชื่อที่เท่สะดุดตาในคำว่า ทระนง ซึ่งไม่มีในพจนานุกรม ที่ใช้คำว่า ทรนง อย่างเดียว แต่อาจจะเพราะความเคยชินหรือภาพที่ดูเข้มแข็ง คนไทยเลยเข้าใจไปว่า ทระนง คำนี้ไม่ผิดหลักภาษาไทยอาจจะจัดอยู่ในภาษาโบราณก็อนุโลมกัน ด้วยปมปัญหาที่ผู้เขียนขมวดเอาไว้มากมายจนทำให้อ่านสนุก จึงน่าจะเพียงพอแล้วสำหรับคนที่อ่านเอาสนุกไม่อ่านเอาหลักการ

เลือดรักทระนง แม้จะเต็มไปด้วยปมปัญหาร้อยแปดแต่ทุกอย่างก็ไปสุดทางที่จุดเดียวกันคือหลักธรรมที่ว่าทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว เป็นรูปแบบเหมือนเพลงลูกทุ่งไทย คือร้อยเนื้อทำนองเดียว

อ่านจบแล้วสบายใจครับยามเครียดๆ ที่ทั้งสังคมโลกสังคมไทย เต็มไปด้วยปัญหาร้อยแปดพันประการ การให้ความสุขกับสมองและจิตใจบ้างเป็นเรื่องที่ไม่เสียดายที่ต้องลงทุนครับ

ปลุกเด็กๆให้รู้เรื่องสุขอนามัย ผ่านนิทานการ์ตูนพิมพ์สี่สี

“ไม่ยากถ้าอยากสูง” เป็นหนังสือการ์ตูนสำหรับเด็กที่ต้องการสร้างความมั่นใจให้กับเด็กและให้เด็กเรียนรู้ในเรื่องของสุขภาพ ดำเนินเรื่องผ่านตัวละครที่เป็นเด็กหญิงระดับชั้นป.5 แต่มีความสูงเพียงแต่เด็กในชั้นปอหนึ่งเท่านั้น โดยผู้เขียนได้ผูกเรื่องถึงการปฏิบัติตนและการรับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์ให้เด็กซึมซาบไปกับตัวละคร หนังสือเล่มนี้นอกจากจะให้สาระประโยชน์ทางด้านสุขภาพแก่เด็กๆ แล้ว ยังสอดแทรกความสนุกสนานเข้าไปด้วย จำหน่ายเล่มละ 165 บาท

เคล็ดลับง่ายๆสร้างสุขภาพจิตตั้งแต่เด็กแรกเกิด สร้างสมาธิจากพฤติกรรมของเด็กในวิถีประจำวัน

“สมาธิดีเริ่มต้นที่ 0 ขวบ” เป็นหนังสือที่จะบอกกับพ่อแม่ที่อยากเห็นลูกเติบโตอย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะในเรื่องของภาวะทางจิต โดยหนังสือเล่มนี้จะแนะนำเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะสร้างสมาธิให้กับเด็กๆ ได้ตั้งแต่แรกเกิด ที่ผู้เขียนได้ยกเอาพฤติกรรมในชีวิตประจำวันมาเป็นบทเรียน เพื่อหาทางแก้ไขให้ดีขึ้น ด้วยการฝึกจากธรรมดาๆอย่างเช่นการตื่นนอน การเข้านอน การติดแม่ไปจนถึงพฤติกรรมที่ซับซ้อนมากขึ้นจำหน่ายเล่มละ 275 บาท

เด็กชายต้นไม้ความลับที่เด็กๆต้องเรียนรู้ นิทานเยาวชนรางวัลแว่นแก้วสำหรับทุกคน

“เด็กชายต้นไม้” นิทานสำหรับเยาวชน แต่อ่านได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ได้รับรางวัลแว่นแก้ว เขียนโดย “เสาวรส มิตราปิยานุรักษ์” ที่ใช้สัญลักษณ์ของต้นไม้มาดำเนินเรื่องให้เด็กได้รู้ว่า ต้นไม้ทุกต้นบนโลกใบนี้ ล้วนมีชีวิตจิตใจเช่นเดียวกับมนุษย์ ดังนั้นมนุษย์จึงต้องเอาใจใส่ให้ต้นไม้เติบโตขึ้นอย่างมีคุณค่า โดยมี ละไมกระแต และดิน เป็นคนดำเนินเรื่องที่เกี่ยวก้อยไปกับเพื่อนใหม่แปลกหน้าชาวตะวันตก ซึ่งมีพฤติกรรมเงียบเฉยไม่แตกต่างไปจากต้นไม้ที่เขาชอบมานั่งเล่นโดยไม่พูดจากับใคร ซึ่งเป็นต้นเหตุให้พวกเขาต้องเข้าไปค้นหาเรื่องราวของต้นไม้อย่างจริงจัง จำหน่ายเล่มละ 148 บาท

แก๊งซ่าท้าประดิษฐ์ชนทุกสถานการณ์ นำของเหลือใช้มาสร้างให้เกิดคุณค่า

“แก๊งซ่าท้าประดิษฐ์” การ์ตูนสำหรับเด็กเพื่อการปลูกฝังทางด้านวิทยาศาสตร์ เป็นเรื่องราวของการประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ ที่นำมารีไซเคิลให้เกิดประโยชน์ดำเนินเรื่องด้วยการค้าขายของเด็กที่นำเอาของเก่าไปวางขายโดยคาดหมายว่าจะต้องมีคนสนใจมาซื้อบ้าง แต่พวกเขากลับผิดคาดเมื่อสินค้าของเขาขายไม่ได้เลยเนื่องจากมีสินค้าอื่นที่เป็นคู่แข่งมาก แต่ก็ทำให้พวกเขาได้พบกับความจริงว่าการจะเอาชนะใจคนซื้อได้สินค้านั้นเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อด้วยเหตุนี้เองทำให้พวกเขากลับมาคิดที่จะสร้างสินค้าด้วยการสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ขึ้นมา จำหน่ายเล่มละ 158 บาท