หนังสือเด่น : จุดยืนงานเขียนของจีนกับไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/391361

หนังสือเด่น : จุดยืนงานเขียนของจีนกับไทย

หนังสือเด่น : จุดยืนงานเขียนของจีนกับไทย

วันอาทิตย์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ใครที่ได้อ่าน นวนิยายจีน สิ่งหนึ่งที่จะได้รับคือ วัฒนธรรม ประเพณี และ ประวัติศาสตร์ของชนชาติจีน ซึ่งนักเขียนจีน ส่วนใหญ่ เกือบจะทุกคนจะต้องนำเอาเรื่องราวดังกล่าว เสียบเข้าไปในเนื้อเรื่องได้อย่างกลมกลืน ไม่ยกเอามาแบบเป็น “ดุ้นๆ” เหมือน นิยายไทย ที่ส่วนใหญ่พอจะนำ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม เข้ามาแทรกก็จะยกเอามาเป็นก้อนโตๆ เลย เมื่อพูดเสร็จแล้วก็แล้วกันไป ไม่มีการสืบเนื่อง สอดแทรกเข้ามาอยู่ตลอดเวลาเหมือนนักเขียนจีน ซึ่งผมเองอยากถามนักเขียนจีนเหมือนกันว่า แนวทางการเขียนเพื่อให้กระทบถึงชนชาติ และประเทศเช่นนี้ ทางรัฐบาลจีน กำหนด หรือบังคับให้ทำ หรือว่า เกิดจากจิตใต้สำนักของนักเขียนจีนทุกคนที่จะต้อง กล่าวถึงประเทศของตนเองให้คนทั่วๆ ไปได้รู้จัก

ทำให้นึกมาถึง “ศิลปินแห่งชาติ” ของประเทศไทย สาขาวรรณกรรม ที่คำนึงถึงเรื่องนี้กันบ้างไหม มีศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณกรรม กี่คนที่เขียนเรื่องเพื่อชาติ และมีผู้บริหารคนไหนบ้างที่จะคิดให้พวกเขา นำเอาความสามารถที่มีอยู่มาสร้างผลงานเพื่อส่งเสริมชาติให้สมกับตำแหน่งศิลปินแห่งชาติ ที่กินเงินเดือนอยู่เดือนละสองหมื่นกว่าบาท ทุกเดือน

“ไฟรักไฟสงคราม” เป็นนวนิยายจีนที่เขียนโดย “จิ่วถู” ถูกนำมาแปลเป็นไทยโดย “จิระกิตติ์ ลิ่มธันยพงศ์” เป็นนิยายที่กล่าวถึงประวัติศาสตร์ของชนชาติจีนในยุคใกล้ ที่ห่างจากปัจจุบันไม่มากนัก คือ เป็นยุคของ ประธานเหมาในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม

เนื้อหาของนิยายเรื่องนี้ ทำให้มองเห็นถึงจุดยืนของผู้นำจีน และประชาชนชาวจีนกว่าร้อยล้านคนที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิวัติครั้งนี้ ซึ่งมีทั้งผู้ที่ต้องพบกับความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส และได้รับความพึงพอใจกับผลงานของการปฏิวัติที่สะเทือนใจ และกินใจต่อคนอ่านเป็นอย่างยิ่ง

หนังสือเรื่องนี้ได้รับการนิยมต่อเนื่องมาอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งจนถึงวันนี้ผลงานผ่านมาจนถึงเล่มที่ 12 แล้ว แต่ก็ยังมีนักอ่านมาถามหาติดตามอยู่ตลอดเวลา

ผมว่า ใครที่วิตกกังวลว่า นักเขียนจะหมดความนิยม หรือนักอ่านจะเลิกอ่านหนังสือ เป็นเรื่องที่ไม่น่าวิตกหรอกครับ การเสียลูกค้าของนักอ่านไปในตอนนี้เกิดจากความแปลกใหม่ของสื่อออนไลน์มันเข้ามาสร้างความตื่นตัวให้ต้องถูกดึงเข้าไปร่วมวงด้วย แต่ถ้านักเขียนจะหันมามองดูตัวเอง แล้ว สร้างงานที่มีความแปลกใหม่ น่าสนใจ หรือมีจุดยืนที่แน่ชัดเหมือนนักเขียนของจีน วันหนึ่งคนอ่านก็ต้องกลับมาอยู่ในโลกของวรรณกรรมเหมือนเดิมแน่นอน…

รับมือกับคนแย่ๆได้อย่างมีชั้นเชิง บอกวิธีปกป้องตัวเองได้อย่างถาวร

ชีวิตจริง ในสังคมการทำงาน ครอบครัว หรือกลุ่มอะไรก็ตาม ถึงแม้ว่าพยายามหลีกเลี่ยงแค่ไหน ก็หนีไม่พ้นบรรดาคนงี่เง่าพวกชอบกลั่นแกล้ง พวกอันธพาล หรือพวกเกรียนที่คอยข่มขวัญดูถูกดูแคลนคนอื่น “ศิลปะการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย” หนังสือขายดีเขียนโดย “โรเบิร์ต ไอ ซัตตัน” ได้มอบทางออกในการรับมือคนเหล่านี้ได้อย่างมีชีวิตชีวา และฉลาดหลักแหลมหลากหลายวิธี ที่ล้วนแล้วแต่เข้าใจง่าย เริ่มจากการวิเคราะห์สถานการณ์ก่อนจากนั้นใช้หลากหลายวิธี เช่น จับไต๋ ปลดอาวุธ ผลักไสไปให้พ้น ฯลฯ พร้อมทั้งให้รู้จักวิธีจัดการกับความรู้สึกของตัวเองอย่างดีเยี่ยม ถือเป็นคู่มือที่ต้องมีไว้เพื่อใช้รับมือบรรดาคนที่แย่ที่สุด และเพื่อป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อร้ายใส่อีกด้วย ราคา 245 บาท

เทคนิคเปลี่ยนคนชอบเลื่อน ให้เป็นคนใหม่ที่ทำงานเสร็จตามกำหนด

“เทคนิคเปลี่ยนคุณให้เป็นคนไม่ผัดวันประกันพรุ่งและลงมือทำทันที” เป็นหนังสือที่ทำยอดขายสูงสุดแห่งปีจากประเทศญี่ปุ่น เขียนโดย “Shogo Sasaki (โชโกะ ซะซะกิ)” ในแนว จิตวิทยาที่บอกเทคนิคการเปลี่ยนตัวเองจากคนที่เป็นโรคเลื่อนให้เป็นคนลงมือทำทันทีด้วย 55 วิธีเด็ดๆ ที่นำไปใช้ได้จริง และทำตามได้ง่าย และส่วนใหญ่ใช้เวลาสั้นๆ เพียงไม่ถึง 1 นาที อาทิ จงตั้งเป้าหมายให้เหมือนการจีบผู้หญิง อย่าเขียนความฝันลงในกระดาษ เพราะมันจะเป็นจริงได้ยากขึ้น แค่จัดโต๊ะทำงานให้โล่ง ก็จะทำงานเสร็จก่อนกำหนด เลิกสะสมข้าวของ แล้วคุณจะมีสมาธิในการทำงานมากขึ้น ฯลฯ และวิธีปฏิบัติก็ไม่ยาก เพียงปรับพฤติกรรมเพียงเล็กน้อย เรื่องที่เคยดูยากและต้องผัดผ่อนมาโดยตลอด จะกลับกลายเป็นเรื่องง่ายและลงมือทำได้ทันที ราคา 180 บาท

เรียบเรียงจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียน อ่านสนุก ปลุกจิตสำนึก เรื่องการบริหารเงิน

“เงิน : เรื่องใหญ่ที่โรงเรียนไม่เคยสอน” เป็นหนังสือที่เรียบเรียงขึ้นจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียน “มณฑานีตันติสุข” ที่พบเจอปัญหาทางการเงินถึงขนาดต้องขึ้นโรงขึ้นศาล ลุ้มลุกคลุกคลานอยู่หลายปี เพราะขาดความเข้าใจและไม่สนใจเรื่องการบริหารเงินทอง แต่ก็มีสิ่งที่ทำให้เธอได้พบจุดเปลี่ยนชีวิต ทำให้กลับมาตั้งหน้าปรับปรุงชีวิตตนเองจนสำเร็จ และผันตัวเองมาเป็นโค้ช เป็นนักสร้างแรงบันดาลใจทางเรื่องเงินที่ตอนนี้ได้รับการยอมรับอย่างสูง ภาษาเขียนของเธอเขียนได้อย่างเข้าใจง่ายไร้ศัพท์แสงวิชาการ และยังเปี่ยมด้วยอารมณ์ขัน ทำให้เงินกลายเป็นเรื่องที่น่าเข้าใจง่ายและสนุกมากสำหรับทุกคนทุกเพศทุกวัยแต่ก็เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจอันทรงพลังที่สุด ที่จะทำให้เราทุกคนลุกขึ้นมากุมชะตาชีวิตการเงินด้วยตัวเอง และครอบครัว เป็นหนังสือ Best Seller ราคา 275 บาท

หนังสือวิชาการที่อ่านง่าย ปูพื้นฐานความรู้ได้ดี เหมาะสำหรับคนสนใจทำธุรกิจการขนส่งสินค้า

หนังสือ “การขนส่งสินค้าในงานโลจิสติกส์” เป็นตำราวิชาการ ให้ความรู้ เกี่ยวกับการปฏิบัติ เกี่ยวกับการขนส่งแต่ละประเภท เช่น ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และอื่นๆ กระบวนการในการขนส่งในงานโลจิสติกส์ ระบบการกระจายสินค้าจากคลังไปสู่ลูกค้า การจัดการเกี่ยวกับเอกสารและโปรแกรมสำเร็จรูปที่เกี่ยวข้อง การบริหารกลุ่มยานพาหนะในการขนส่ง การเลือกใช้ยานพาหนะในการขนส่ง ซึ่งครอบคลุมบทเรียน 12 บทเรียน เนื้อหาหนังสือเล่มนี้ทำออกมาได้ค่อนข้างครอบคลุม มีภาพประกอบมีชาร์ตประกอบที่ดี มีวัตถุประสงค์การเรียนรู้ชัดเจน การเรียงลำดับเนื้อหาเป็นขั้นเป็นตอน เนื้อหาคุณภาพดี อ่านง่าย ไม่สับสนหรือวกวนไปมา ไม่เหมาะสำหรับเพียงนักศึกษาเท่านั้นยังเหมาะสำหรับผู้สนใจทำธุรกิจด้านการขนส่งนำไปปูพื้นฐานการทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี ผู้แต่ง : ดร.คำนาย อภิปรัชญาสกุล ราคา 220 บาท

หนังสือเด่น : นักอ่านชาวจีนจะไม่ทิ้งหนังสือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/389929

หนังสือเด่น : นักอ่านชาวจีนจะไม่ทิ้งหนังสือ

หนังสือเด่น : นักอ่านชาวจีนจะไม่ทิ้งหนังสือ

วันอาทิตย์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“กลอักษร ล่มฟ้า” งานเขียนของ “หวังเจวี๋ยเหริน” แปลเป็นไทยโดย “เกาเฟย” เป็นเรื่องราวของการก่อสร้างราชวงศ์ถังในประวัติศาสตร์จีน เมื่อหลี่ซื่อหมินได้ยึดอำนาจ ฮ่องเต้แล้วตั้งตัวเป็นฮ่องเต้แทน แต่ในขณะที่การทำงานจะสำเร็จลงไปด้วยดี ได้เกิดเหตุการณ์ที่ต้องชวนให้ระมัดระวังตัวว่าจะมีเรื่องร้ายตามหลังมา เมื่อแม่ทัพใหญ่คนหนึ่งในผู้ร่วมกบฏ ก่อนตายได้ เขียนบอกความเป็นนัยให้ ฮ่องเต้ ระวังตัว โดยเขียนเป็นปริศนาตัวอักษรเอาไว้หนึ่งตัว แต่ปรากฏว่า ตัวอักษรนี้ ยังไม่มีผู้ใดสามารถแก้ไขคำปริศนาที่แฝงอยู่ให้กระจ่างได้ว่า มันมีหมายถึงอะไร และเก็บงำความลับอะไรไว้บ้าง ทำให้ฮ่องเต้ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก และต้องรวดเร็วเพื่อที่จะแก้ไขปริศนาที่อยู่ในตัวอักษรนั้นให้ได้ก่อนที่จะมีเรื่องราวที่ไม่ดีลุกลามมาถึงตัวเอง ทั้งหมดนี้คือ บทนำของนิยายเรื่องนี้ ซึ่งนอกจากจะให้ความรอบรู้ในเรื่องการเขียนตัวอักษรของคนจีนในประวัติศาสตร์แล้ว ยังแฝงความลี้ลับให้คนอ่านต้องติดตาม เพื่อค้นหาปริศนาในตัวอักษรตัวนี้ด้วย

ในเล่มแรก ซึ่งเป็น เล่มที่ 1 ของนิยายเรื่องนี้ เมื่อเปิดเรื่องเพื่อชวนให้คนต้องติดตามอ่านแล้ว จากนั้น ผู้เขียนก็จะค่อยๆ ปล่อยตัวละครออกมาทีละตัวๆ แน่นอนว่า ตัวละครแต่ละตัวนั้น มีที่มาที่ไป เกี่ยวข้อง และมีเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับ ราชวงศ์ถังอย่างแน่นอน ซึ่งในประวัติศาสตร์ของจีนในยุคราชวงศ์ถังนี้ แม้บ้านเมืองจะเจริญรุ่งเรือง เนื่องจาก ฮ่องเต้มีคุณธรรม และใฝ่หาความรู้ ส่งเสริมให้ราษฎรอยู่ดีมีสุข แต่ในส่วนของราชสำนักกลับเต็มไปด้วยเรื่องวุ่นวาย ของการ ช่วงชิงความเป็นใหญ่ ที่เมื่อมีโอกาสก็จะหาทางกบฏ หรือแก่งแย่งกันเพื่อให้ตัวเองก้าวขึ้นไปฐานแห่งอำนาจ ที่วุ่นวายไม่รู้จบโดยราษฎรทั่วไปไม่รู้เลย

ต้องยอมรับว่า กลอักษร ล่มฟ้า ผู้เขียนเข้าใจที่จะนำเรื่อง เพื่อให้เข้าสู่ แก่นของเรื่อง ด้วยการสร้าง ปมปัญหาให้คนอ่านต้อง ค้นหาความกระจ่าง เช่นเดียวกับตัวละครในเรื่อง ทำให้ทั้ง ตัวละคร และคนอ่านกลายเป็นคนในกลุ่มเดียวกัน ที่มีเจตนาเดียวกัน ดังนั้น การติดตามเรื่องราวต่อไป ทั้งคนอ่าน และตัวละครจึงประสานเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้เกิดอารมณ์ร่วมไปด้วยกัน จึงไม่แปลกใจ
เลยว่า ถ้าหนังสือเล่มนี้จะกลายเป็นหนังสือ ที่มีผู้อ่านติดตามอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะมันเหมือนกับตัวเองกำลังอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ ไปด้วย

ในสภาวะที่คนไทยกำลังตื่นตระหนกถึงการลดจำนวนคนอ่านหนังสือลงอย่างมากมายในเวลานี้ ดูเหมือนว่า ในแวดวงหนังสือของชาวจีน ปรากฏการณ์แบบนี้ ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาวิตกกังวลเลย ก็คงจะเป็นเพราะนักเขียนของเขา ไม่เคยหยุดนิ่งพยายามหาความแปลกใหม่ และความน่าสนใจออกมาสู่คนอ่านได้ตลอดเวลานี่เอง

เจาะลึกนครสีทองที่ไม่เหมือนใครบนโลกนี้ ‘ดูไบ’ อดีตเมืองแห้งแล้งกลางทะเลทราย

“Dubai Diary ดูอะไรที่ดูไบ” ผลงานการเขียนของ “ดร.มิ้นท์–อัลฮูดา ชนิดพัฒนา” ดอกเตอร์สาวที่ไปใช้ชีวิตอยู่ในดูไบเพื่องานวิจัยด้านการตลาดหลายปี คลุกคลีอยู่กับดูไบและได้เห็นมุมที่นักท่องเที่ยวไม่มีวันได้เห็น ของนคร “ดูไบ” อดีตเมืองแห้งแล้งกลางทะเลทราย ที่ปัจจุบันกลายมาเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่โด่งดังด้านเศรษฐกิจและความทันสมัย แต่น้อยคนที่จะได้เข้าไปสัมผัสกับเมืองสีทองแห่งนี้จริงๆหนังสือเล่มนี้ จะเจาะลึก “ดูไบ” ในมุมที่ไม่มีใครเคยเห็น ให้ทุกคนได้เห็นว่าดูไบมีอะไรมากกว่าการเป็นเมืองเศรษฐกิจ ที่มีเสน่ห์ของความสุดขั้วแบบที่ไม่อาจจะเจอได้ในเมืองอื่นๆ ของโลก จำนวน 232 หน้า ราคา 299 บาท

 

ฆาตกรรมโหดบนเกาะกลางทะเล ทุกอย่างถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

“TEN เกาะล้างแค้น” เป็นเรื่องราวของ 10 นักเรียนกับ 1 ฆาตกรบนเกาะส่วนตัวที่ไร้ทางหนี ซึ่งเป็นนิยาย แนวฆาตกรรมของ “Gretchen McNeil” แปลไทยโดย “วรรธนา วงษ์ฉัตร” เนื้อเรื่องจะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของนักเรียนมัธยมปลาย 10 คนที่ได้รับคำเชิญจากเพื่อนไฮโซร่วมโรงเรียนให้ไปเที่ยววันหยุดสุดสัปดาห์ที่คฤหาสน์หรูที่ตั้งอยู่บนเนินของเกาะส่วนตัวเล็กๆ แห่งหนึ่งนอกชายฝั่งไปไม่ไกล และเมื่อทุกคนไปถึง พายุก็โหมกระหน่ำเข้ามาจนออกจากเกาะไม่ได้ หนุ่ม-สาวทั้งสิบคนจึงต้องอยู่สนุกกันเองในบ้านบนเกาะหลังนั้น แต่ปาร์ตี้สุดสัปดาห์ที่ทุกคนรอคอยก็เริ่มไม่สนุก เมื่อพวกเขาพบเข้ากับดีวีดีประหลาดที่มีข้อความว่า “การแก้แค้นเป็นของฉัน” และการสื่อสารกับโลกภายนอกทั้งหมดถูกตัดขาด ก่อนที่นักเรียนทั้ง 10 คนจะค่อยๆ ทยอยตายไปทีละคน จำหน่ายเล่มละ 345 บาท

เตรียมความพร้อม และพัฒนาทักษะรอบตัว ให้รอบรู้ทุกด้านทุกแง่มุมสำหรับเด็กก่อนเรียน

แบบฝึกหัดสำหรับเตรียมความพร้อมให้เด็กๆ วัย 3 ปีขึ้นไป ชุดนี้ มุ่งเน้นฝึกฝน และพัฒนาทักษะรอบตัวด้านต่างๆ ใน 1 ชุด มี 5 เล่ม ได้แก่ การฝึกคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้ทักษะรอบตัว การนับและจำนวน การวัดการเปรียบเทียบ และการรู้จักรูปแบบและการจัดหมวดหมู่ รูปภาพสวยงาม สะอาดสะอ้าน อ่านง่าย รูปเล่มการจัดหน้าเหมาะสมกับวัย 3 ขวบ มีแบบฝึกหัดง่ายๆ เฉพาะด้านในแต่ละเล่ม ทำแล้วเพิ่มความรู้ และสนุกสนานเพลิดเพลิน และเข้าใจง่าย สามารถใช้เป็นแบบฝึกหัดก่อนเรียน ฝึกฝนระหว่างเรียน หรือใช้สำหรับเตรียมสอบได้ แบบฝึกหัดนี้อ้างอิงมาจากหลักสูตรปฐมวัยอเมริกา ราคาเล่มละ 150 บาท

ได้เห็นมุมมองต่อโลกที่แตกต่างของ ‘บุคคลพิเศษ’ ที่มีความเรียบง่าย และมีความสุขในชีวิตในทุกวัน

หนังสือ “ผมปัญญาอ่อน” ของ “หวัง ซู เฟิน” เป็นหนังสือที่ได้มาถ่ายทอดความคิดของบุคคลพิเศษ หรือคนปัญญาอ่อนที่สังคมดูถูกเหยียดหยาม และกลั่นแกล้งตลอดเวลา ถึงแม้อาจจะได้รับการดูแลพิเศษจากพ่อแม่ หรือครูบาอาจารย์แต่ก็มีช่องว่างให้เขาเหล่านี้โดนเหยียบย่ำประจำ ซึ่งก็ถ่ายทอดออกมาได้อย่างเห็นภาพ และทำให้ผู้อ่านเข้าถึงจิตใจกลุ่มคนนี้เป็นอย่างดี จากการอ่านหนังสือเล่มนี้ ตัวเอกของเรื่อง เหมือนเป็นตัวแทนของพวกเขาว่า ว่าถึงแม้โลกจะโหดร้ายต่อพวกเขาเพียงใด แต่ความคิดและหัวใจเขายังคงสดใส มองโลกในแง่ดีและยังคงคิดว่าทุกคนรอบข้างหวังดีกับเขา อาจจะเป็นเพราะว่ากระบวนการทางความคิดของพวกเขาไม่ซับซ้อน จึงทำให้พวกเขาไม่มีความคิดด้านอื่นมารบกวน ซึ่งก็เป็นผลดีต่อการดำเนินชีวิตของพวกเขา แต่หากมาลองคิดกลับกันหากเราหันมาใช้ชีวิตแบบบุคคลพิเศษเหล่านี้บ้าง เราคงมีชีวิตที่มีความสุขมากขึ้น และคงมีชีวิตเรียบง่ายและมีความสุขทุกวัน ราคา 200 บาท

หนังสือเด่น : โปรตุเกส มิตร หรือศัตรู ในประวัติศาสตร์ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/388448

หนังสือเด่น : โปรตุเกส มิตร หรือศัตรู ในประวัติศาสตร์ไทย

หนังสือเด่น : โปรตุเกส มิตร หรือศัตรู ในประวัติศาสตร์ไทย

วันอาทิตย์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

โปรตุเกส เป็นประเทศหนึ่งที่มีการกล่าวถึงในประวัติศาสตร์ไทย ในระดับต้น ที่เดินทางเข้ามาสู่อาณาจักรของไทย ซึ่งมีเรื่องราวทั้งในทางที่ดีมีประโยชน์ต่อชนชาติไทย และ บางอย่างก็เป็นผลเสียของประเทศไทย

“ประวัติศาสตร์โปรตุเกส จากจักรวรรดิทางทะเลสู่สาธารณรัฐประชาธิปไตย” เขียนโดย “สุธาชัยยิ้มประเสริฐ” จำหน่ายในราคา 350 บาท มีเนื้อหากล่าวถึง ประเทศโปรตุเกสในประวัติศาสตร์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นจักรวรรดิทางทะเลประเทศหนึ่ง ที่ขยายอำนาจไปยังประเทศต่างๆ ทั้งเอเชีย และยุโรป โดยกล่าวถึงเรื่องราวตั้งแต่การก่อตั้งประเทศโปรตุเกสผ่านยุคที่โปรตุเกสขยายอำนาจเป็นจักรวรรดิทางทะเล จนถึงยุคเสื่อม คือ ยุคที่โปรตุเกสถูกควบรวมโดยราชสำนักสเปน จนกระทั่งถึงยุคแห่งการฟื้นฟูเอกราช ยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ยุคปฏิวัติสู่ระบอบกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญการเกิดสาธารณรัฐ และกลับกลายไปสู่ยุคเผด็จการ แล้วฟื้นฟูมาสู่ประชาธิปไตยอีกครั้ง นับเป็นประวัติศาสตร์การเมืองประเทศในกลุ่มยุโรปตะวันตกที่น่าตื่นตาตื่นใจประเทศหนึ่ง

จากหนังสือเล่มนี้ ทำให้เราได้รู้ว่า โปรตุเกส ถือเป็นประเทศที่เก่าแก่ ในยุโรปที่แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงพรมแดนเลยนับตั้งแต่ ค.ศ.1249 เป็นต้นมา และยังถือกันว่าเป็นชาติที่มีความเป็นมาอันยิ่งใหญ่ ในฐานะที่เป็นชาติที่เริ่มต้นการสำรวจทางทะเล เปิดเส้นทางเดินเรือสู่เอเชีย และเป็นจักรวรรดินิยมทางทะเลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรายแรกของโลก การขยายอำนาจทางทะเลของโปรตุเกสมายังเอเชีย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงเศรษฐกิจ สังคม ทั้งของเอเชียและยุโรป แต่ต่อมาโปรตุเกสกลับกลายเป็นจักรวรรดินิยมสุดท้าย ที่ให้เอกราชแก่บรรดาอาณานิคมดังนั้นประวัติศาสตร์ความเป็นมาของประเทศโปรตุเกสจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าศึกษาอย่างยิ่ง ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

ในส่วนของ สำนวนภาษา ผู้เขียนได้ใช้คำเรียกชื่อและศัพท์เป็นภาษาโปรตุเกส นอกจากจะเป็นคำที่ใช้กันอยู่แล้วในภาษาไทยก็จะวงเล็บเป็นภาษาโปรตุเกสไว้ด้วย ในส่วนของชื่อบุคคลจะใช้ตามสัญชาติ ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับคนไทยที่จะคุ้นหูกับชื่อและตำแหน่งต่างๆ ของชาวโปรตุเกสที่คนไทย เคยได้ยินได้ฟังมานับเป็นร้อยๆ ปีแล้ว ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น จนน่าจะกล่าวได้ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นประดุจ “ทูตทางวัฒนธรรม” ที่ช่วยส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างไทยและโปรตุเกสให้ยั่งยืนต่อไป

เผยเส้นทางการแข่งขันกีฬานักเรียนญี่ปุ่น นำเสนอในรูปแบบ นิยายของเยาวชน

“ไฮคิว คู่ตบฟ้าประทาน” เขียนโดย “Haruichi Furudate และ Hiyoko Hoshi” เป็นเรื่องราวของการแข่งขันกีฬาของเด็กนักเรียนในระดับมัธยมของประเทศญี่ปุ่น ที่เรียกกันว่า การแข่งขันอินเตอร์ไฮ ที่มีขั้นตอน การจัดการแข่งขันเป็นระดับๆ กันขึ้นไปจนถึงระดับประเทศ โดยนักกีฬาที่ผ่านการแข่งขันในระดับอินเคอร์ไฮจนได้เป็นแชมป์เขต จะมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง นิยายเรื่องนี้ได้รับการแต่งแต้มในรูปแบบนิยายจึงทำให้อ่านสนุกที่มีทุกรส ทั้งตื่นเต้น ชิงดีชิงเด่น และการแย่งชิงความเป็นเลิศ จำหน่ายเล่มละ 190 บาท

ขุดกรุทักษะพลังฝีมือระดับจอมยุทธ์ เทียบชั้นวิชาจอมยุทธ์จากระดับต่ำจนสูงสุด

“สัประยุทธ์ทะลุฟ้า” เขียนโดย “เทียนฉานกู่โต้ว” แปลเป็นไทยโดย “ลี หลินลี่” เป็นนิยายที่กล่าวถึงเรื่องราวของการต่อสู้ในยุทธจักรของนักสู้ชาวจีนที่มีการสืบทอดกลวิชากันมาตั้งแต่ยุคโบราณ โดย ในนิยายเรื่องนี้ ผู้เขียนจะเปิดเผยถึงเส้นทางแห่งการฝึกฝนฝีมือและความร้ายกาจของพลังฝีมือแต่ละระดับให้ผู้อ่านเข้าใจอย่างละเอียดเป็นขั้นเป็นตอน โดยเริ่มตั้งแต่ระดับ ปราณแห่งยุทธ์ ช่วง 1-9 ช่วงนักยุทธ์ ระดับดาว 1 ดวงจนถึง 5 ดาว ไปสุดท้ายที่ จ้าวจักรวาลยุทธ์ สำหรับในส่วนของเคล็ดลับวิชาก็จะประกอบไปด้วยความล้ำลึก หลายระดับ เช่น ชั้นฟ้า ชั้นดิน ชั้นนิล และชั้นทอง โดยทุกชั้นจะแบ่งเป็น ต้น กลาง และสูง

มอนสเตอร์ในเมืองหลอน อสุรกายที่เด็กๆอยากรู้ในตำนาน

“มอนสเตอร์ในเมืองหลอน” เป็นการ์ตูนสำหรับเด็กๆ ที่สนใจในเรื่องราวอันเป็นตำนานที่ลี้ลับเกี่ยวกับอสุรกายที่ถูกกล่าวขานกันเป็นตำนานไปทั่วโลก เขียนเรื่อง และภาพโดย “มนต์ชัย และ ศิริน” จำหน่ายเล่มละ 165 บาท เนื้อหาภายในเล่มประกอบด้วย เรื่องราวที่เป็น การ์ตูนผจญภัย กับอสุรกายต่างๆ อาทิ เยติ มอทแมน บันยิป และ นิงเงิน ซึ่งทุกเรื่องล้วนแต่ยังหาข้อพิสูจน์ในเชิงวิทยาศาสตร์ไม่ได้ แต่ทุกเรื่องแฝงไปด้วยความน่ากลัวสุดหลอน และเขย่าขวัญที่เล่าสืบต่อๆ กันนับเป็นร้อยปี

บอกเล่าวิทยาศาสตร์รอบตัวผ่านการ์ตูน ที่สังคมยังเข้าใจผิด ว่าเป็นจริงหรือมั่วนิ่ม

“คุกกี้รันวิทย์ เรื่องวิทย์จริงหรือมั่ว” หนังสือการ์ตูนความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ ที่จะบอกเล่าความรู้ด้านวิทยาศาสตร์หลายๆ เรื่องที่สังคมส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดว่า เป็นจริงหรือไม่จริง อาทิ เรื่อง ถ้าเจอเสือให้หนีลงน้ำ จริงหรือ, ถ้าสมองใหญ่ถึงจะฉลาดจริงหรือ, มีเกาะที่กำลังจะจมอยู่ใต้ทะเลจริงหรือ, แฮมเบอร์เกอร์ ทำลายป่าดิบชื้นจริงหรือ, พี่น้องตระกูลไรต์ไม่ได้สร้างเครื่องบินสำเร็จเป็นคนแรกของโลกจริงหรือ, เรื่อง เทือกเขาที่สูงสุดในโลกอยู่ใต้ทะเลจริงหรือ, โคอาลา คือ สัตว์แสนเซ่อที่เอาแต่นอนจริงหรือ, เรื่องหมาป่าหอนเพราะดวงจันทร์จริงหรือ เป็นต้น จำหน่ายเล่มละ 148 บาท

หนังสือเด่น : ฉันเป็นใคร คำทายที่ได้ความรู้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/387015

หนังสือเด่น : ฉันเป็นใคร คำทายที่ได้ความรู้

หนังสือเด่น : ฉันเป็นใคร คำทายที่ได้ความรู้

วันอาทิตย์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สักวาฉันเป็นใคร ใครรู้บ้าง

ฟ้าเปรี้ยงปร้างผ่าลงใกล้ไม่ถึงที่

เคยเลี้ยงช้างอยู่ในวังดูขลังดี

เคยปลูกผักอร่อยดีมีราคา

จังหวะก็วิวาห์เหาะเห็นเหมาะเหม็ง

เพราะตาเล็งเจ้าหญิงยิ่งยศถา

ไปสร้างเมืองเลื่องชื่อถึงลือชา

โปรดทายว่าฉันนี้หรือชื่อไรเอย

บทสักวาข้างนี้ อาจารย์ธงทอง จันทรางศุ คงถูกดวงวิญญาณของ ครูเข้าสิง จึงได้แต่งหนังสือชื่อ “สักวาฉันเป็นใคร ใครรู้บ้าง” ออกมาวางจำหน่าย เป้าหมายนอกจากจะเป็นการส่งเสริมภาษาไทยทางด้าน โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน แล้วก็คงเพื่อ ส่งเสริมงานด้านวรรณคดีให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ๆ นี้ได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ อันเป็นตัวละครในวรรณคดีของไทยบ้าง อย่างน้อย ก็จะได้ไม่ลืมหายไปจนหมดสิ้นในยุคที่ดิจิทัลเฟื่องฟู

เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ จะแบ่งแยกหน้าหนังสือออกเป็น คำถามและตำตอบ คือ หน้าหนึ่งเขียนเป็น คำถาม โดยใช้ รูปแบบของงาน เขียนที่เรียกว่า“สักวา”เป็นตัวนำ แล้วหน้าต่อไปก็จะเป็นคำตอบ โดยใช้ “ร้อยแก้ว” เป็นคำอธิบาย

อย่างคำตอบในตัวอย่างที่ยกขึ้นมาให้เห็น ผู้เขียนก็จะให้คำตอบว่า

เฉลย…มะกะโท

แล้วก็อธิบายอย่างละเอียดว่า มะกะโท เป็นตัวเอกในวรรณกรรมเรื่อง ราชาธิราช มีเรื่องราวความเป็นมาอย่างไร ซึ่งคนอ่านก็จะได้รับทั้งความรู้ และความสนุกสนาน ที่จะอ่านเอาเรื่อง หรือ อ่านเอาสนุก คือ นำมาทายกันเล่นๆ ก็ได้ ราคาเล่มละ 225 บาท ในเล่มนี้มีเรื่องอยู่ถึง 60 คำทายด้วยกัน

‘ฝูเหยาฮองเฮา’ เล่ม 6 เรื่องราวทะลุมิติ ยังก้าวเดินต่อไป

“ฝูเหยาฮองเฮา” วางตลาดเล่มที่ 6 แล้ว ด้วย ลีลางานเขียนที่เพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น พร้อมๆ กับใส่เรื่องราวที่ชวนให้ติดตามอย่างต่อเนื่อง เมื่อนักโบราณคดีหญิงในยุคปัจจุบันทะลุมิติ เข้าไปสู่ยุคของจีนโบราณ และได้เข้าไปเกี่ยวพันกับเรื่องราวของราชวงศ์ที่ต้องนำเอาความวิบัติมาสู่ตนเองอย่างชนิดต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย จุดเด่นของนิยายเรื่องนี้ ผู้เขียนคือ “เทียนเสี่ยกุยหยวน” จะใช้อุปนิสัยของคนโบราณกับคนยุคใหม่ให้มาใช้ชีวิตร่วมกันในค่านิยมที่แตกต่างกันอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องพยายามที่จะเข้าใจกันเพื่อความอยู่รอด ราคาเล่มละ 280 บาท

ครึ่งทางของ ‘ยอดบุรุษพลิกคดี’ ยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าจะเอายังไง

“ยอดบุรุษพลิกคดี” ออกวางตลาดถึงเล่มที่ 3 ซึ่งนับได้ครึ่งทางของนิยายเรื่องที่มีอยู่ด้วยกัน 5 ตอนจบ เขียนโดย “ต้า เฟิง กวากั้ว” แปลเป็นไทย โดย “หลิน หยาง” จำหน่ายเล่มละ 290 บาท ชีวิตของ บัณฑิตหนุ่ม นาม จางผิง ผู้ยากไร้ ที่เดินทางเข้าเมืองหลวงหวังจะมาค้นหาชีวิตที่ดีกว่า แต่บังเอิญดวงชะตา ยังไม่ปลอดโปร่ง แทนที่จะได้ งานดีสมความตั้งใจ กลับถูกผลักดันให้เข้าไปร่วมวงกับคดีอื้อฉาวที่ตัวเองไม่เกี่ยวข้อง และตัวเองก็กลายเป็นคู่คดีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเรื่องมาถึงป่านนี้แล้ว ตกบันไดก็ต้องกระโจนแล้วละ บัณฑิตหนุ่มคนนี้จึงได้ใช้ความสามารถของตัวเองที่จะต้องคลี่คลายคลีนี้ออกมาให้ได้

รักนี้มีแต่ความหวาน‘แม้สวรรค์ยังไม่ขาดรัก’ ตำนานรักสองสวรรค์ ให้ทั้งความสดชื่นและสุข

“ตำนานรักสองสวรรค์” งานเขียนของ “ชิงหลิง” ชุดหนึ่งมีสี่เล่มจบ ตอนนี้วางตลาดถึงเล่มที่สอง ที่เนื้อหายังเปี่ยมไปด้วยความสุขของชาวสวรรค์ เนื่องจาก นิยายเรื่องนี้จัดว่า เป็น จินตนาการประเภท เทพสวรรรค์ ที่กล่าวถึง ภพแห่งสวรรค์ ซึ่งมีความแตกต่างกับ ภพของมนุษย์อย่างแท้จริง แต่ในส่วนหนึ่งที่ไม่แตกต่างกันคือ สวรรค์ก็มีความรักที่คล้ายคลึงกับความรักของมนุษย์โลกเหมือนกัน แต่จะมีความแตกต่างไปกันไปอย่างไรบ้าง คงต้องไปค้นหาอ่านกันเองที่ “ตำนานรักสองสวรรค์” เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของเทวากับนางสวรรค์ จำหน่ายเล่มละ 275 บาท

หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร ผู้ก้าวเข้าสู้ยุทธจักรยากที่จะออกไปง่ายๆ

เรื่องราวของ “ฟ่านเสียน” จอมทัพผู้เกรียงไกร ในนิยายเรื่องนี้ จัดได้ว่า เป็นภาคที่สองที่ต่อมาจากภาคแรก โดยผู้เขียนคือ “มาวนี่” ได้นำพาตัวเอกของเรื่องมา พบกับการผจญภัยอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ เขาต้องพบกับการต่อสู้กับศัตรูที่เปิดเผยตัวตนกับศัตรูที่แฝงความลี้ลับของตัวเองเอาไว้จนยากที่คู่ต่อสู้จะทราบว่าเป็นใคร ในเล่ม ที่ 3 นี้ เป็น ตอนที่ ฟ่านเสียน ต้องแก้ความคับข้องใจของตัวเองให้ได้ว่า เหตุการณ์รบ เมื่อเล่มที่สองนั้นมันมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไร ตนเองถึงต้องเสียลูกน้องไปนับเป็นร้อยเป็นพัน เขาแปลกใจมากว่า เมื่อเขาสามารถเอาชนะได้แล้ว แทนที่เขาจะได้ ตะลุยออกไปล้างแค้นศัตรูของเขา ทำไมฮ่องเต้จึงต้องกัดกันในเล่มนี้เขาต้องรู้ให้ได้

หนังสือเด่น : แล้วจะรู้ได้อย่างไร?ว่า ‘ใครดีที่สุด’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/385922

หนังสือเด่น : แล้วจะรู้ได้อย่างไร?ว่า ‘ใครดีที่สุด’

หนังสือเด่น : แล้วจะรู้ได้อย่างไร?ว่า ‘ใครดีที่สุด’

วันอาทิตย์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปัญหาของพวกผู้ใหญ่ ในประเทศไทยตอนนี้ คงเป็นปัญหาที่ทุกคนอยากได้คำตอบที่ถูกต้องที่สุดคือ “ใครดีที่สุด” เพราะการเลือกตั้งกำลังจะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ที่กำลังจะมาถึงนี้แล้ว

“ใครดีที่สุด” คงเป็นเรื่องที่ตอบได้ยากมาก เนื่องจาก คนเรายังตัดสิน คนดีคนไม่ดี ด้วย อารมณ์ของตัวเอง ไม่ได้เกิดจากวิเคราะห์จากจิตสำนึกที่แท้จริง บนพื้นฐานแห่งความเป็นวิทยาศาสตร์ ในสังคมของทุกคนวันนี้คนที่เรารักมากที่สุด คือคนที่ดีที่สุดของเรา จนกว่า ความรักนั้นจะเปลี่ยนแปลงไป แม้กระทั่งในสังคมครอบครัว คนที่ดีที่สุด ก็ยังเป็น ลูกที่ พ่อแม่รักมากที่สุด โดยไม่มองถึงความเป็นจริงของ “ค่าแห่งคน”

ความดี หรือ ที่เรียกว่า เป็นคุณค่าของคน มันไม่ได้เกิดขึ้นมาได้เพียงชั่วพลิกฝ่ามือ ความดีต้องได้รับการสั่งสม มาด้วยระยะเวลาที่ยาวนาน ยิ่งเวลาของการสะสมความดีมีมากเท่าไร ขนาดของความดีก็โตมากขึ้นเท่านั้น

เมื่อความดีต้องเกิดจากจิตและวิญญาณดังนั้น คนจะทำความดีได้นั้น ต้องมีการปลูกฝังมาด้วยเวลา และจิตสำนึก

ใครดีที่สุด เป็นหนังสือ นิทานสำหรับเด็ก เขียนโดย สุมาลี เป็น กลยุทธ์อย่างหนึ่งของการ ปลูกฝังความดีให้กับมนุษย์ตั้งแต่เล็กๆด้วยการใช้เรื่องราวของนิทาน เป็นเครื่องมือของการปลูกฝัง โดย ผู้เขียนจะนำเรื่องราวของสัตว์ต่างๆ ในโลกของสัตว์มาเล่าให้เด็กๆฝังเนื้อหาทุกเรื่อง สนุกสนานชวนให้ติดตาม เพราะชีวิตของสัตว์ในเล่มนี้ จะมีเส้นทางที่แตกต่างกัน มีทั้งความอิจฉาริษยา ความแก่งแย่งชิงดีกัน จากนั้นก็ให้มีสัตว์ตัวอื่นๆ มาตัดสินว่า ใครถูกใครผิด ใครดีกว่าใคร

หนังสือเล่มนี้ ถ้าพ่อแม่จะซื้อมาอ่านให้ลูกๆ ฟังก่อนนอน นอกจากจะสร้างความเพลิดเพลินให้กับลูกๆ แล้ว ยังเป็นการปลูกฝังให้เด็กได้เข้าใจได้ว่า อะไรเป็นสิ่งที่ควร และอะไรเป็นสิ่งที่ไม่ควร และ อะไรคือ คำยกย่องว่าใครดีกว่าใคร

ถ้าสังคมไทย มีการปลูกฝังเด็กๆ มาด้วยวิธีการแบบนี้ตั้งแต่เด็กยังเป็นเด็ก พอมาวันนี้เด็กเหล่านั้นโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ก็คงจะไม่ต้องเจอกับปัญหาว่า “ใครดีที่สุด”

แล้วการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาฯนี้ ก็จะไม่ต้องมานั่งหนักใจเหมือนอย่างที่พวกผู้ใหญ่กำลังเป็นกันอยู่ในเวลานี้

 

 

คู่มือเที่ยวฤดูหนาว อสท ใช่เลย

8 ขุนเขาสะท้านทรวงเพื่อนักท่องเที่ยว

“อสท” นิตยสารเพื่อการท่องเที่ยว ของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จำหน่ายฉบับละ 85 บาท เกาะติด แหล่งท่องเที่ยวในฤดูหนาว ประจำเดือนธันวาคม พาเที่ยวชม สถานที่อันสวยงาม และเย็นยะเยือกด้วยลมหนาวหลายแห่ง อาทิเรื่อง ปั่นผ่านปลายฝน บนถนนสายชายแดนไทย ท่าลี่-ปากชม, เรื่อง เลย-นาแห้ว ฝนหนาว และทางภูเขา ผ่านสายตาของ
ธเนศ งามสม, เรื่อง ภูหลวง-ภูเรือ มิติความงามที่ไม่เคยจืดจาง,เรื่อง ภูกระดึง ที่ยังสร้างความตะลึงได้เหมือนเดิม และที่พลาดไม่ได้คืองานเขียนของ อภินันท์ บัวหภักดี ในเรื่อง 8 วิถีไทย…เลย ต้องห้าม ทุกเรื่องมีภาพประกอบสวยงามชวนให้อยากไปเที่ยวทั้งนั้น

 

 

แนวคิดการเลี้ยงลูกแบบไม่ดุไม่ตี

แนะพ่อแม่ให้จัดอารมณ์ในการเลี้ยงลูก

“พ่อแม่จ๋า อย่าโกรธหนู” เขียนโดย “โทะกิโกะ โคโซะ” แปลเป็นไทยโดย “กิ่งดาว ไตรยสุนันท์” จำหน่ายเล่มละ 195 บาทเป็นหนังสือ ที่บอกถึงเคล็ดลับในการเลี้ยงลูกแบบเข้าใจโดยไม่ต้องใช้การลงโทษด้วยการตี หรือ ดุด่า อย่างรุนแรง ซึ่งผู้เขียน ได้รับการยกย่องจากคนญี่ปุ่น ว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งในการสนับสนุนให้ใช้วิธี เลี้ยงลูกแบบไม่ดุไม่ตี เนื้อหาในเล่มจะบอกให้พ่อแม่ได้รู้จักการควบคุมอารมณ์โกรธ เมื่อไม่ถูกใจกับการกระทำของลูกๆ เพื่อไม่ให้ลุกลามจนยับยั้งไม่ได้ถึงขั้นต้องลงมือทำร้ายเด็ก เนื้อหาในเล่มนำเสนอเรื่องราวที่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติการได้จริง และได้ผล ซึ่งจะไม่สร้างความเสียใจให้กับพ่อแม่เมื่อระงับอารมณ์ไม่อยู่ถึงกับต้องทำร้ายลูก

 

 

สาวหมาป่ากับนายเครื่องเทศ ยังชวนให้ติดตาม

ความรักที่หวานจนเลี่ยน นั้นเป็นเช่นไร ต้องนี่เลย

 

“สาวหมาป่า กับนายเครื่องเทศ” เขียนโดย นักเขียนชาวญี่ปุ่น นิยายกุ๊กกิ๊ก สำหรับคนวัยหนุ่มวัยสาว ฉบับกระเป๋า เล็กๆ จำหน่ายในราคาเล่มละ 250 บาท เป็นเรื่องราวของ พ่อค้าขายเครื่องเทศ กับสาวหมาป่าที่เดินทางไปด้วยกัน ซึ่งต้องผ่านเรื่องราวการผจญภัย และการเอาตัวรอด ท่ามกลางความรักความเข้าใจที่มีต่อกัน และเหนือสิ่งอื่นใดที่ไม่มีใครจะห้ามได้ก็คือ ความรักของหนุ่ม และสาวทั้งสองนี้ ไม่เพียงแต่ผู้อ่านเท่านั้น ที่อ่านไปแล้วต้องหาของเปรี้ยวมาเคี้ยวแก้เลี่ยน
แม่แต่ บอกอ หนังสือเล่มนี้ยังต้องบอกว่า เป็นความรักที่หวานจนเลี่ยนจนต้องระวังจะเป็นเบาหวาน

 

 

รวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย

ครั้งหนึ่งคนจีนก็ยังต้องทำเช่นนี้

“ไฟรักไฟสงคราม” เดินทางมาจนถึงเล่มที่ 12 แล้ว นับว่าเป็น ผลงานของ “จิ่วถู” อีกเรื่องหนึ่งที่ได้รับการยกย่องจากนักอ่านเช่นเดียวกับเรื่อง ไตรภาคสุยถัง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์เมื่อ 1,400 ปีที่ผ่านมา แต่สำหรับ เรื่อง ไฟรักไฟสงคราม เป็นเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่เพิ่งจะผ่านมาเมื่อ 70-80 ปีนี้เอง เมื่อจีนถูกญี่ปุ่นรุกราน จนต้องถอยรุ่นจากชายทะเลขึ้นไปอยู่ในแผ่นดินที่ห่างจากทะเลเป็นหลายพันกิโลเมตร และในเหตุการณ์ช่วงนี้เองที่เป็นเหตุให้ พรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งเป็นอริกับพรรคคอมมิวนิสต์ต้องร่วมมือเลิกเป็นศัตรูกันชั่วคราวเพื่อต้านญี่ปุ่นที่นับเป็นสิ่งที่ดีงามของคนจีนทั้งประเทศที่ยังฝังใจมาถึงทุกวันนี้ถึงเรื่อง ความสามัคคีกู้ชาติ

หนังสือเด่น : ดรุณดุริยางค์ฉบับท่องเที่ยวไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/384472

หนังสือเด่น : ดรุณดุริยางค์ฉบับท่องเที่ยวไทย

หนังสือเด่น : ดรุณดุริยางค์ฉบับท่องเที่ยวไทย

วันอาทิตย์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หนังสือ ดรุณดุริยางค์ 2 ฉบับท่องเที่ยวไทย เขียนและ วาดภาพประกอบ โดย ดร.อชิมา พัฒนวีรางกูล เป็นคู่มือในการสอนเล่นเปียโนให้กับเด็กๆ ที่เพิ่งจะหัดเล่น แนะนำให้รู้จักการใช้โน้ตเปียโนสำเนียงไทยระดับชั้นต้นถึงชั้นกลาง โดยผู้แต่ง หวังที่ จะปลูกฝังความเป็นไทยผ่านบทเพลงสำเนียงไทยแต่งใหม่ ที่แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในประเทศไทย ให้เป็นที่รู้จักโดยผ่านเสียงดนตรี ซึ่งถือเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับผู้เล่นเปียโน เพราะนอกจากจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการบรรเลงสำเนียงเพลงที่มีความหลากหลายแล้ว ยังได้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของไทยผ่านเนื้อหา และเกร็ดความรู้ต่างๆ พร้อมภาพวาดประกอบสี่สีสวยงามอีกด้วย

เนื้อหาในเล่ม มีบทเพลงที่แต่งใหม่เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว 12 เพลง อาทิหมู่เกาะพีพี, ผาช่อ, มอหินขาว, ภูชี้ฟ้า เป็นต้น โดยนำเสนอทั้ง แบบภาษาไทย และอังกฤษ ซึ่งผู้ประพันธ์ได้แรงบันดาลใจจากสำเนียงไทยทั้ง 4 ภาค และมีเพลงไทยเดิมอีก 8 เพลง ซึ่งเรียบเรียงให้ง่ายและไพเราะร่วมสมัย เพลงไทยเดิมที่ได้คัดเลือกมา ล้วนมีชื่อเพลงที่มีความหมายสอดคล้องกับฉบับท่องเที่ยวไทยทั้งสิ้น เด็กๆ จะได้สนุกกับบทเพลง อีกทั้งยังได้พัฒนาเทคนิคเปียโนตามแบบมาตรฐาน และสามารถบรรเลงบทเพลงสำเนียงไทยเพื่อแสดงเอกลักษณ์ของชาติไทยสู่สากลอีกด้วย

ความพิเศษของดรุณดุริยางค์เล่มนี้ ไม่ใช่มีแค่เพลงบรรเลงเปียโนอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีการขับร้องด้วย ซึ่งเป็นบทเพลงไทยเดิมที่นำมาเรียบเรียงใหม่ เช่น ค้างคาวกินกล้วย มีการนำมาแต่งเนื้อร้อง ขึ้นใหม่ ซึ่งจะกล่าวถึงประโยชน์ของกล้วย และเหตุใดค้างคาวถึงชอบกินกล้วย ทำให้เด็กๆ ได้ความรู้ควบคู่ไปกับความสนุกสนานของบทเพลง

นอกจากนี้ในหนังสือเล่ม 2 นี้ ยังมีความแตกต่างจากเล่มแรก คือ ได้เพิ่มแบบฝึกหัดนิ้ว อ่านโน้ต นับจังหวะ สอดแทรก ระหว่างบทเพลง มีภาพฝึกระบายสีเพื่อสร้างจินตนาการด้านศิลปะ และมีการสอดแทรกเกร็ดความรู้แขนงต่างๆ ให้รับรู้ จึงนับเป็นหนังสือเสริมทักษะเปียโนสำหรับเด็กที่ครบครัน สามารถใช้ควบคู่กับการเรียนเปียโนแบบสากลได้เป็นอย่างดี โดยที่ทุกเพลงมีเลขนิ้วแนะนำในการบรรเลงเพลง ซึ่งผู้บรรเลงสามารถปรับเปลี่ยนเลขนิ้วได้ตามความเหมาะสมเฉพาะบุคคลได้

จำหน่ายเล่มละ 490 บาท ซึ่งไม่แพงเกินไป สำหรับพ่อแม่ที่มีความประสงค์จะให้ลูกๆ เล่นเปียโน

บันทึกไว้ในความทรงจำสำหรับคนไทย เมื่อสวนสัตว์ดุสิตย้ายออกจากที่เดิม

“เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก” ฉบับภาษาไทย เดือน ธันวาคม 2561 ใช้ แม่มะลิ มาขึ้นเป็นปก รำลึกถึง การย้ายบ้านใหม่ หลังสวนสัตว์ดุสิต หรือ เขาดิน ที่มันใช้ชีวิตตลอดช่วง 50 ปีที่ผ่านมา
ปิดตัวลง พร้อมสาระความรู้ที่น่าสนใจมากมาย ฤดูกาลแห่งวาฬ การล่าวาฬที่สืบทอดมานานนับพันปี สานสัมพันธ์ในชุมชนพื้นเมืองทางเหนือของอะแลสกา, ในโลกที่รุมเร้าไปด้วยปัญหาสารพัด นักอนุรักษ์ผู้สร้างแรงบันดาลใจในวัย 84 ปี ฝากความหวังไว้กับคนรุ่นใหม่, นักสำรวจหน้าใหม่ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก หวังพาไดโนเสาร์และความรู้ที่เกี่ยวข้องหวนคืนสู่บ้านเกิดในมองโกเลีย, เทคโนโลยีไมโคร-ซีสแกน ช่วยนักวิทยาศาสตร์ไขปริศนากระบวนการกลายร่างอันน่าทึ่งของผีเสื้อ, ช่างภาพผู้ได้รับมอบหมายงานชิ้นสำคัญในชีวิตที่สุดชิ้นหนึ่งในชีวิตได้รับของขวัญล้ำค่า ราวกับประทานลงมาจากสวรรค์ จำหน่ายเล่มละ 120 บาท

บริหารชีวิตด้วยจิตวิทยา ปลูกฝังให้ลูกน้อยโตเป็นผู้ใหญ่

หนังสือ “บริหารชีวิตด้วยจิตวิทยา ตอน เลี้ยงให้ได้เรื่อง” เขียนโดย “คณาจารย์จากคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” เพื่อถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก โดยเฉพาะในด้านความคิด อารมณ์ สังคม จริยธรรม ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่งของคุณพ่อคุณแม่ ในยุคที่ความเจริญทางวัตถุก้าวนำความเจริญทางด้านจิตใจอย่างเช่นในปัจจุบัน เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ จะบอกให้รู้ว่า การเลี้ยงดูเด็กไม่ใช่เพียงการดูแลเรื่องการกินอยู่และการศึกษาเท่านั้น หากแต่ยังต้องลงมือทำเพื่อปลูกฝังให้บุตรหลานพร้อมเผชิญโลกกว้างในวันข้างหน้าที่เต็มไปด้วยอุปสรรคด้วย อาทิ การสอนลูกให้คิดเป็น การทำโทษลูก การเตรียมตัวเตรียมใจของพ่อแม่ยุคใหม่ในโลกยุคดิจิทัล การฝึกควบคุมอารมณ์ให้ลูกรัก เป็นต้น ราคาเล่มละ 150 บาท

เปิดใจพร้อมโชว์สาวของดาราลูกสอง ไขความลับความงามเพื่อสาวๆทุกคน

“นิตยสารแพรว” ฉบับธันวาคม 2561 ส่งท้ายปีด้วยปก อารยา เอ ฮาร์เก็ต กับแฟชั่นเซตสุดเก๋ โชว์หุ่นของคุณแม่ลูกสอง ที่ยังน่ามอง พร้อมบทสัมภาษณ์การเป็นแม่ของลูกชายฝาแฝดและอีกหลายเรื่องของครอบครัว นอกจากนี้ยังมีเรื่อง สารพัดเคล็ดลับความงามทั้งไทยและต่างประเทศถึง 50 ท่าน เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ให้เข้ากับตัวเอง รวมทั้งเรื่องราว ไขความลับความงาม ที่จะทำให้ทุกคนใช้เป็นคู่มือก่อนออกไปช็อปปิ้ง จำหน่ายเล่มละ 100 บาท

โชว์แฟชั่นชุดแต่งงานสากลชวนฝัน พานขันหมากไทยรูปแบบใหม่ไอเดียแปลก

“Wedding” ฉบับธันวาคม 2561-กุมภาพันธ์ 2562พบกับ พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ในชุดไทยเลอค่ากับคอนเซ็ปต์ “The Bridal Queen” และแฟชั่นเซตชุดแต่งงานสากลชวนฝันกับเก้า-สุภัสสรา ธนชาต พร้อมอัพเดทรางวัลที่สุดแห่งปี 2018 “รวมสุดยอดฝีมือแห่งวงการ wedding” ซึ่งถือเป็นสุดยอดคู่มือสำหรับว่าที่บ่าวสาวที่กำลังจะเตรียมจัดงานแต่งงานได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ พร้อมไอเดียแปลกใหม่ที่ปรับเข้ากันได้ดีกับพิธีไทยอย่างพานขันหมากไทยรูปแบบใหม่สไตล์โมเดิร์นเข้ากับทุกธีมงานและสถานที่แต่งงาน สำหรับคู่รักที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวหลังจากจบงานแต่งหรือคนโสดที่ยังไม่มีแพลนให้กับวันหยุดยาวปีใหม่นี้ จำหน่ายเล่มละ 175 บาท

หนังสือเด่น : PRD Magazine แหกกฎวารสารของราชการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383117

หนังสือเด่น : PRD Magazine แหกกฎวารสารของราชการ

หนังสือเด่น : PRD Magazine แหกกฎวารสารของราชการ

วันอาทิตย์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ธรรมชาติของ วารสารที่ทำขึ้นโดย ภาครัฐไม่ว่ากระทรวงไหนกระทรวงนั้นจะมีธรรมชาติ อันเป็นคุณสมบัติที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ เป็นหนังสือที่ไม่มีคนอยากอ่าน เหตุผล เมื่อ ลูกน้องเป็นคนทำ ก็จะเอาแต่เรื่อง หรือ กิจกรรมของ เจ้านายมาลง ทั้งเล่ม อาทิ การเปิดงานของเจ้านาย การแสดงผลงานของตัวเองที่จัดทำไปแล้ว แล้วก็ สารจากเจ้านาย ที่จะต้องเขียน เหมือนกับเป็นบทบรรณาธิการ ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมต้องมี คงต้องเหมารวมไปที่ ความเป็นธรรมชาติของหนังสือประเภทนี้ ที่จะต้องเป็นแบบนี้

แต่วารสาร (รายสามเดือน)ที่ชื่อ PRD Magazine ของกรมประชาสัมพันธ์ แหกกฎของธรรมชาติอย่างสิ้นเชิง โดย ทุกเรื่อง ไม่เป็นไปตามธรรมชาติของวารสารของราชการที่เอาเต่เรื่องของ ตัวเองมาลง โดยไม่คำนึงว่าจะมีใครอยากอ่านหรืออยากรู้บ้าง

ในวารสารเล่มนี้ อาจจะเป็นเพราะ กรมประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้แก่ภาครัฐทุกกระทรวง หรือเปล่าไม่ทราบ สาระในหนังสือเล่มนี้ จึงไม่ได้เป็นเรื่องราวในกรมประชาสัมพันธ์ แต่เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจอันเกิดขึ้นจากหลายๆกระทรวงที่มีอยู่ในประเทศ โดย ผู้จัดทำจะคัดเลือกเอามาแต่ละเรื่องน่าอ่านน่าสนใจทั้งนั้น

อย่างในเล่มล่าสุดเล่มนี้ เรื่องเด่นคือ งานอุ่นไอรัก จุดเด่นของเรื่องคือ ภาพถ่ายในมุมมองที่หลากหลาย พิมพ์สี่สีสวยงามในชั้นเชิงของงานศิลปะที่เหมือนได้ไปเดินชมจากงานจริงๆ พร้อมเรื่องราวความเป็นไปเป็นมาของงาน ซึ่งแน่นอนว่า จุดเด่น ของหนังสือคือ อ่านแล้ว มั่นใจว่าเป็นของจริง ไม่มั่วนิ่ม

ทุกเรื่องในเล่ม มีคุณสมบัติแบบเดียวกันทั้งสิ้นคือ เชื่อถือได้ รายละเอียดเป็นข้อจริงไม่ใช่เท็จ ภาพประกอบได้มาจากของจริงไม่ได้สร้างขึ้นเอง

ในสภาวะที่ภาครัฐมีการจัดทำโครงการ หรือ มีนโยบายมากมายหลายอย่าง อ่านวารสารเล่มนี้แล้วทำให้เราได้รู้เรื่องราวที่บางอย่าง
เราไม่เคยรู้เลย

นอกเหนือจากเรื่องงานอุ่นไอรักแล้วในวารสารเล่มนี้ยังมีเรื่องอื่น อาทิ เรื่องมิติใหม่ของอาชีวศึกษาเรื่อง ลำพูน จังหวัดที่สะอาดที่สุดในประเทศไทย เรื่อง ชุมชนไม้มีค่า และเรื่องนาทีนี้ ที่ชายแดนใต้

ทุกเรื่องอ่านแล้ว เอาไปคุยกับใครก็ได้ไม่อายเขา

ประชันความหล่อ ไทย กับ เกาหลี พร้อมสัมภาษณ์ทุกซอกมุมของความดัง

นิตยสารสุดสัปดาห์ฉบับ ธันวาคม 2561 ยกทัพความหล่อทั้งไทยและจากแดนกิมจิ กับ ครอบครัววรรธนะสิน พ่อเจ-เจตริน และ 3 เจ้า เจ้านาย, เจ้าขุน เจ้าสมุทร รวมตัวมาถ่ายแฟชั่นโชว์ความหล่อ น่ารัก พร้อมสัมภาษณ์เปิดใจพ่อเจและลูกทั้งสามคนถึงบทบาทการเป็นคุณพ่อ และสไตล์นิสัยของลูกๆ สำหรับฟากแดนกิมจิ เอาใจสาวๆ กับแฟชั่นหล่อละลายหัวใจเป็นที่สุด เร็น แห่งวง NU’ESTW พร้อมสัมภาษณ์ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวน่าสนใจอีกมากมาย ทั้งสัมภาษณ์กับโปรเจกท์พิเศษ HER จาก 6 นักร้องเสียงดีที่มาเผยเรื่องราวความรักของพวกเธอ พร้อมสร้างกำลังใจ ทั้ง นิว-จิ๋ว, ลุลา, หญิง-รฐา, มาตัง และ แพท วง Klear ราคาเล่มละ 90 บาท

แนวคิดหลักของการพัฒนาชุมชนจำเป็นต้องอาศัยความรู้จากหลายด้าน

“การพัฒนาชุมชน” เขียนโดย “อุทัย ปริญญาสุทธินันท์” ราคา 310 บาท เป็นหนังสือ ที่มีเนื้อหา ครอบคลุมเรื่องราวของ ชุมชน ค่อนข้างกว้างขวาง นับแต่เรื่องนิยามความหมายของชุมชน ทฤษฎีการพัฒนา และแนวคิดหลักของการพัฒนาชุมชน ทำให้เห็นชัดว่าการพัฒนาชุมชนมีขอบเขตที่กว้างขวาง จำเป็นต้องอาศัยความรู้จากหลายด้าน ที่สำคัญคือ ผู้เขียนได้รวบรวมเอกสารอ้างอิงไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อเอื้อต่อการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมของผู้สนใจใฝ่รู้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งแต่ละแนวคิดอาจจะให้ภาพไม่เหมือนกัน หากแต่แนวคิดเหล่านั้นจะมีประโยชน์ต่อเมื่อได้นำเอาพลวัตการเปลี่ยนแปลงเข้าไปพิจารณาร่วมด้วย อีกทั้งยังได้แนะนำเครื่องมือสำหรับการศึกษาชุมชนอย่างง่ายไว้ให้เข้าใจง่ายขึ้นด้วย

จากภาพการ์ตูนสู่ตัวอักษร เพื่อให้ได้รายละเอียดที่ลึกซึ้งกว่า

“Black Clouer บันทึกของหน่วยอัศวิน” เป็นนิยายแฟนตาซี สำหรับเยาวชน ที่ ต่อยอดมาจาก งานเขียนในรูปแบบของการ์ตูน จากบทประพันธ์ของ Yuki Tabata และ Johnny Cnda เนื้อหา กล่าวถึงดินแดนแห่งเวทมนตร์ ที่ปกครองโดย จักรพรรดิเวทมนตร์ โดยมี เหล่าอัศวินผู้กล้ากลุ่มหนึ่ง ที่เรียกตัวเองว่า อัศวินเวทมนตร์เป็นผู้คอยคุ้มครอง เรื่องราวต่างๆล้วนเต็มไปด้วย จินตนาการของความลี้ลับแปลกพิสดาร โดยผู้จัดทำนิยายเรื่องนี้ เปิดเผยว่า เป็นการขยายความจากงานในรูปแบบการ์ตูนให้กว้างมากขึ้น เนื่องจาก การเขียนเป็นภาพการ์ตูนไม่สามารถขยายความถึงรายละเอียดลึกๆ ได้ จึงจัดทำมาในรูปแบบ ตัวอักษรที่ได้ความละเอียดมากกว่า จำหน่ายเล่มละ 210 บาท

ไฮคิว นักตบสะท้านฟ้าเอาใจแฟนคลับ เปิดเผยความในใจด้วยรายละเอียดที่บอกใครไม่ได้

“ไฮคิว คู่ตบฟ้าประทาน” เขียนโดย “Haruichi Furudafe Hiyoko Hoski” เป็นนิยายสำหรับเยาวชน ที่มีเนื้อหากล่าวถึงทีมกีฬา ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มแฟนกีฬา โดยในเวอร์ชั่นนี้ผู้เขียนได้ดัดแปลงเรื่องราวมาจากงานการ์ตูนเพื่อต้องการจะลงลึกถึงรายละเอียดที่ การ์ตูนไม่มี ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความประทับใจระหว่างคนอ่านกับตัวละครในเรื่อง ที่มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากบอกแฟนคลับ แต่ไม่สามารถจะบรรยายออกมาได้ในแบบภาพการ์ตูน จำหน่ายเล่มละ 190 บาท

หนังสือเด่น : จะบริหารเงินต้องบริหารใจตัวเองก่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381776

หนังสือเด่น : จะบริหารเงินต้องบริหารใจตัวเองก่อน

หนังสือเด่น : จะบริหารเงินต้องบริหารใจตัวเองก่อน

วันอาทิตย์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เงินเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์มาทุกยุคทุกสมัย อย่างไม่มีอะไรเทียบเท่ามีอิทธิพลต่อชีวิตทั้งด้านบวกและด้านลบ เงินทำให้เราเป็นสุข แต่ในเวลาเดียวกันเงินก็สร้างทุกข์ให้กับเราไม่ใช่น้อย

พุทธศาสนา มองว่า เงินเป็นบ่าวที่ดี แต่เป็นนายที่เลว หากรู้จักใช้เงินย่อมเกิดผลดีและประโยชน์มากมาย แต่หากไม่ระวังและไม่รู้เท่าทัน จนปล่อยให้เงินเป็นนายเรา ให้เงินบงการเรา และเราปกป้องมันอย่างไม่หยุดหย่อน ซ้ำยังยอมทำชั่ว หรือแม้แต่ยอมตายเพื่อเงิน เราก็จะตกเป็นทาสเงิน ดังนั้นหากต้องการให้เงินเป็นบ่าวที่ดี ก็ต้องรู้เท่าทัน เห็นคุณเห็นโทษรอบด้าน และบริหารเงินให้เป็น

หนังสือ “ฉลาดบริหารเงิน สไตล์ ชาวพุทธ”ของ พระไพศาล วิสาโล เป็นหนังสือที่มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกาได้รวบรวมคำบรรยายเรื่องการบริหารเงินให้กับพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งถึงแม้ว่าท่านจะเป็นพระแต่ได้ให้ข้อคิดและคำสอนในการบริหารเงินอย่างเป็นรูปธรรมและได้ให้คำแนะนำและวิธีปฏิบัติที่เข้าถึงจิตใจฆราวาสอย่างเราๆและสามารถนำไปเป็นแนวทางในการบริหารเงิน โดยนำหลักคำสอนของพระพุทธเจ้ามาเป็นหลักในการใช้เงินได้อย่างดียิ่ง

เรื่องราวจะเริ่มต้นด้วยที่มุมมองศาสนาพุทธต่อเงินทอง การเป็นบ่าวที่ดี และนายที่เลวของเงิน ในเนื้อหา ทำให้แก้ความเข้าใจผิดที่ว่าพุทธศาสนาสอนให้คนปล่อยวางเรื่องเงินทองนั้นเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เงินเป็นภัยกับเพศบรรพชิต แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคฤหัสถ์ และต้องรู้จักทำตนเป็นนายของเงิน เห็นประโยชน์ต้องรู้เท่าทันโทษของมันอย่ามัวตามหาเงินจนสูญเสียสิ่งอื่นๆ ในชีวิตไป

ในเล่มเกริ่นนำด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้าเกี่ยวกับเรื่องเงิน คือการแบ่งทรัพย์ให้เป็น และควรแบ่งทรัพย์ออกเป็นสี่ส่วน โดยใช้เลี้ยงตนเอง ทำประโยชน์ต่อผู้อื่น ลงทุนประกอบการงาน และเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น นอกจากเรื่องบริหารเงินแล้วต้องรู้จักบริหารใจ ต้องฝึกตัวเองให้รู้เท่าทันความอยากสิ่งกระตุ้นเร้าต่างๆ จากสื่อที่มีอยู่ท่วมตัว ทำให้เกิดความอยากโดยเฉพาะมาจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทำให้เสียทั้งเงินและเวลา รู้จักการกำจัดจุดอ่อนและรู้เท่าทันตัวเองควบคุมตัวเองให้ใช้แต่เรื่องจำเป็น

สิ่งสำคัญที่สุดเป็นหัวใจของหนังสือเล่มนี้คือว่า เราจะทำอย่างไร จึงจะบริหารเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือเป็นบ่าวที่ดีของเราได้ซึ่งทุกอย่างต้องมาจากการบริหารใจตัวเองให้ได้ก่อน หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์และเผยแพร่เป็นวิทยาทาน สนใจติดต่อขอหนังสือได้ที่ เครือข่ายพุทธิกา

ปลูกฝังให้เด็กคิดอย่างเป็นกระบวนการ เปลี่ยนโจทย์คณิตศาสตร์ที่น่าเวียนหัวให้สนุก

สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ออกหนังสือเพื่อส่งเสริมวิชาการด้านคณิตศาสตร์ให้เด็กไทยได้รับรู้ โดย นำรูปแบบมาจาก หนังสือการเรียนคณิตศาสตร์ของญี่ปุ่น แปลเป็นไทย เพื่อฝึกฝนให้เด็กรู้จักการใช้สมองอย่างเป็นกระบวนการทางความคิด ในด้านคณิตศาสตร์เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะด้านการเรียนรู้คณิตศาสตร์แบบสนุกๆ เข้าใจง่าย ด้วยโจทย์ปัญหาที่ไม่ซับซ้อนและน่าปวดหัวเหมือนเดิมๆ หนังสือในชุดนี้มีตั้งแต่ระดับชั้นป.1 ถึง ป.4 จำหน่ายในราคาเล่มละ 185 บาท ภายในเล่มประกอบด้วย รูปภาพต่างๆ และตารางการคิดที่ง่ายต่อการจดจำ

เปิดฝากฟ้าของจักรวาลล้วงลึกความลับ หนังสือสำหรับเด็กเนื้อหาหลากหลายรูปแบบ

“ทายนิสัยตามราศี” ไม่ใช่หนังสือที่จะทำนายทายทักให้คนอ่านรับรู้ถึงโชคชะตาของแต่ละคน แต่หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือสำหรับเด็กๆ ที่ ผู้เขียนต้องการจะให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องของดาราศาสตร์ที่มีอยู่ในจักรวาลอันกว้างไกล โดยจัดทำเป็นรูปแบบการ์ตูนสำหรับเด็ก ประกอบด้วย หน้าที่เป็นความรู้ ทางด้านดวงดาวต่างๆ อันได้มีการนับเนื่องโยงใยมาถึงการจัดทำเป็นจักราศีของคนทั่วไป ว่า มีราศีใดเกี่ยวกับดาวดวงใด หน้าที่มีเนื้อหาสนุกสนานในรูปแบบการ์ตูนผจญภัยท่องไปในจักรวาล และ หน้าที่เป็นการ์ตูนส่งเสริมด้านความรู้ในเรื่องดาราศาสตร์ให้เด็กได้รับรู้ เป็นหนังสือที่เหมาะทั้งการให้ความรู้ ความบันเทิง และเป็นการปลุกฝังการรักในการอ่านให้แก่เด็กๆด้วย ราคา 158 บาท

รู้เรื่องการประหยัดอย่างมีอารมณ์ขัน ครอบครัวตึ๋งหนืด เดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

“ครอบครัวตึ๋งหนืด” เป็นหนังสือการ์ตูนสำหรับเด็กที่สอนให้รู้จักการประหยัด โดยนำเสนอในแบบที่มีอารมณ์ขันและความสนุกสนานเพื่อให้เด็กติดตาม และปลูกฝังเรื่องราวไว้ในสมองของเด็กเพื่อนำไปใช้เมื่อเติบโตในภายหน้า เนื้อหาภายในเล่มจะกล่าวถึงการรู้จักการประหยัดว่าควรทำอย่างไร และ สามารถทำได้ด้วยวิธีใดบ้าง โดยกำหนดตัวละครให้เกิดขึ้นในครอบครัวตึ๋งหนืด ซึ่งมีวิธีการประหยัดแบบง่ายๆ เช่น รู้จักการทำบัญชี รายรับรายจ่าย การเก็บรวบรวมใบเสร็จทุกใบเอาไว้ให้เหมือนเป็นสมบัติล้ำค่า หนังสือในชุดนี้ ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องจนถูกจัดทำขึ้นมานับเป็นสิบๆ ตอน จำหน่ายเล่มละ 158 บาท

อ่านวันละนิดเพื่อพิชิตภาษาอังกฤษ คู่มือสำหรับเด็กมัธยมที่มีประสิทธิภาพ

“พิชิตอังกฤษ” เป็นหนังสือภาพสำหรับเด็กในวัยเรียนระดับชั้นมัธยมที่จะจดจำ และเรียนรู้ วิชาภาษาอังกฤษแบบ สะดวกง่าย สบายสมอง โดย ผู้จัดทำจะแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนๆ อาทิ ส่วนที่เป็นคำศัพท์สำคัญๆ ที่ควรจดจำ ส่วนที่เป็นประโยคในการพูด โดยผู้เขียนจะมีการใช้สีแดงมากำกับเอาไว้ให้เห็นถึงความสำคัญในประโยค และ ส่วนที่เป็น บทสนทนาระหว่างเพื่อนๆ ในสังคม โดยทุกส่วนจะแสดงออกเป็นภาพการ์ตูนที่ดูง่ายๆ นอกจากนี้ ยังมีแบบฝึกหัดเพื่อให้เด็กได้ทดสอบความรู้ความเข้าใจของตนเอง พร้อมท้ายเล่มจะมีบทเฉลยให้รับทราบว่า ที่ทำแบบฝึกหัดมา ถูกหรือผิด จำหน่ายเล่มละ 195 บาท

หนังสือเด่น : ปัญหากวนๆของเด็กยุคใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/380383

หนังสือเด่น : ปัญหากวนๆของเด็กยุคใหม่

หนังสือเด่น : ปัญหากวนๆของเด็กยุคใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ใครที่มีอายุอยู่ในวัย สี่สิบ ห้าสิบ ในเวลานี้คงจะจำกันได้ดีถึง ความฮอตฮิต ของ งานเขียน ประเภทตอบปัญหาชีวิต และ ตอบปัญหาหัวใจ ซึ่งในยุคนั้น ไม่มีใคร(ที่เป็นนักอ่าน)จะไม่รู้จักชื่อของ ศิราณี คอลัมนิสต์ในหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ, นเรศ นโรปกรณ์ เจ้าของคอลัมน์ สาวเอยจะบอกให้ ในเครือ สยามรัฐ หรือ ถ้าจะเอากันแบบหวือหวา กาไก่ อย่างกับอ่านหนังสือปกขาว ก็ต้องไม่พลาด คอลัมนิสต์ ที่ชื่อ กระดิ่ง กิ่งทอง ใน หนังสือพิมพ์ ดาวสยาม

คอลัมน์ดังกล่าวจะเป็นคำถามที่ถามมาจากผู้อ่าน ซึ่งหลายคน ถกเถียงกันว่า “มันเป็นเรื่องจริงแค่ไหน”อย่างปัญหาที่ถามว่า “เมื่อวานหนูไปเที่ยวบาร์กับแฟนมาเรากอดรัดกัน และ จูบ กันอยู่ในบาร์ตลอดทั้งคืน หนูจะท้องไหมคะ” หรือ “หนูมีแฟนคนหนึ่ง สมมุติว่าชื่อ นาย ก. นะคะ หนูรักเขามาก แต่มี อีกคน ชื่อ นาย ข.เขามาขอความรักจากหนู หนูสงสารเขามาก และ อีกคนนาย ค. หนูไม่ถึงกับเกลียดเขานะคะ ก็มีใจให้กับเขาเหมือนกัน คนนี้ เขาเข้ามาทางพ่อแม่หนู เขาจะขอแต่งงานกับหนู คุณ อา คะ หนูอยากถามคุณ อาว่า หนูควรเลือกใครดีคะ ปล. รีบตอบด้วยนะคะ หนูร้อนใจมาก”

ในช่วงเวลานั้น คอลัมน์ประเภทนี้ ได้รับความนิยมอย่างสูง มาก เพราะคนอ่าน อ่านแล้ว มีทั้งอารมณ์ขันอารมณ์เซ็กซี่ อารมณ์กวนใจ สับสนไปหมดว่า หนุ่มสาวยุคนั้น มันโง่หรือฉลาดกันมากน้อยแค่ไหน ความโด่งดังของคอลัมน์ประเภทนี้ เป็นอยู่หลายปี จนในที่สุดก็เลือนหายไป

มาวันนี้ เราได้พบ คำถามทำนองเดียวกันนี้ กำลังดังขึ้นในหมู่ของเด็กยุคใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับ การทำงาน และ เรื่องราวรอบๆ ตัว ในหนังสือชื่อ “I hate my job อย่าปล่อยให้งานเป็นมารร้าย” เขียนโดย ท็อฟฟี่ แบรดชอว์ นักเขียนดังจากหนังสือ มนุษย์สุดมโน และคอลัมนิสต์สุดฮิตจากเว็บไซต์ The Standard ท็อฟฟี่ได้ทำหน้าที่ตอบคำถามซนๆ ของคนทำงานอันหลากหลายที่มีเข้ามามากมายอย่างคาดไม่ถึง และได้เรียนรู้ว่า “มารร้ายในการงาน” ของคน Gen Y นั้นมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นกว่าคนรุ่นก่อน ด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้พฤติกรรมของคนเรานั้นเปลี่ยนไป ซึ่งท็อฟฟี่แสดงให้เห็นว่าต้องใช้ความเข้าใจผสมกับทัศนคติที่ดีมากๆ ในการรับมือกับความขัดแย้งเหล่านั้น ไม่ปล่อยให้ลุกลามจนงานที่รักกลายเป็นมารร้ายในที่สุด กับปัญหาดราม่าในออฟฟิศ อาทิ ส่งข้อความเข้าไลน์กรุ๊ปผิดทำยังไงดี?, สัมภาษณ์งานครั้งแรกพังไม่เป็นท่า, จบมหาวิทยาลัยไม่ดังจะทำงานได้ไหม?, จะบอกเพื่อนยังไงว่าใช้แป้งรองพื้นผิดเบอร์? ฯลฯ ทุกคำถาม จะเป็นปัญหากวนๆ ไม่แพ้ในยุคหนุ่มสาวเมื่อ ห้าสิบปีเหมือนกัน ซึ่งทุกคำถามท็อฟฟี่มีคำตอบอันเผ็ดร้อน เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน พร้อมแทรกสาระให้ในลักษณะพี่สอนน้อง เพื่อนบอกเพื่อน หรือในฐานะผู้ที่เข้าใจมนุษย์ออฟฟิศเป็นอย่างดี

เป็นหนังสือประเภทที่อ่านแล้ว รู้สึกสนุก และเต็มไปด้วย ความฉงน ไม่แพ้รุ่น ลุง รุ่นยายที่เคยมีปัญหาหัวใจเหมือนกัน

ชี้ทางการทำหนังสือให้เด็กอ่าน เห็นชัดความแตกต่างระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่

“คิด เขียน สร้าง นิทานและหนังสือสำหรับเด็ก” เขียนโดย “ภัทรขวัญ ลาสงยาง” เป็นหนังสือที่รวบรวมความรู้เกี่ยวกับการเขียนและการจัดทำหนังสือสำหรับเด็ก ประเภทสารคดี บันเทิงคดี ตลอดจนการสร้างภาพประกอบ และการจัดรูปเล่ม เพื่อให้เด็กอ่าน ฟัง ดู โดยเฉพาะ โดยยึดหลักจิตวิทยาเด็กมีเนื้อหาตรงกับความสนใจและความต้องการของเด็กแต่ละวัย ซึ่งมีข้อแตกต่างจากหนังสือสำหรับผู้ใหญ่หลายประการ ทั้งในด้านเนื้อหา แนวคิด ตัวละคร โดยเฉพาะการใช้ภาษาในหนังสือสำหรับเด็กควรมีเนื้อหาที่สร้างสรรค์ มีภาษาที่ถูกต้องชัดเจน มีภาพประกอบที่สวยงามอีกทั้งมีรูปเล่มที่เหมาะสม จำหน่ายเล่มละ 190 บาท

ศึกษาหลักพัฒนาการมนุษย์ทั้ง 4 ด้าน ตั้งแต่ปฏิสนธิ ไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

“จิตวิทยาพัฒนาการ” เขียนโดย “พรรณทิพย์ ศิริวรรณบุศย์” ราคาจำหน่ายเล่มละ 190 บาท เป็นหนังสือที่บอกให้ทราบถึงพัฒนาการของมนุษย์ตั้งแต่ปฏิสนธิไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ด้วยการศึกษาถึงอิทธิพลของพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมต่อการพัฒนาการของมนุษย์ในวัยต่างๆ ซึ่งจะสามารถนำไปแก้ไขปัญหาความผิดปกติของเด็กๆ ได้ อาทิ พ่อแม่คนใดที่คิดว่า“ทำไมลูกฉันถึงไม่เหมือนคนอื่น” “ทำไมเขาก้าวร้าวทั้งที่ไม่เคยตีเขาเลย” “ทำไมเขาไม่สนใจการเรียน” คำถามเหล่านี้สามารถหาคำตอบได้จาก หนังสือ จิตวิทยาพัฒนาการ ซึ่งเป็นหนังสือที่กล่าวถึงหลักพัฒนาการมนุษย์ทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย ด้านเชาว์ปัญญา ด้านอารมณ์บุคลิกภาพ และด้านพฤติกรรมสังคม

เจาะลึกธุรกิจ โลจิสติกส์ รับส่งของ ยุคอีคอมเมิร์ส การเข้ามาของรายใหม่ และการล่มสลายการผูกขาด

“Marketeer” ฉบับล่าสุด Issue 222 เรื่องเด่นคือผลวิจัย ระบบโลจิสติกส์ในไทยในยุคอีคอมเมิร์ส เช่นทุกวันนี้ โดยได้ทำการวิจัยเจาะจงที่การขนส่งทางบก พบว่า Number 1 Brand คือ เคอรี่เอ็กเพรส และเหตุปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นนัยสำคัญอีกมากมาย นอกจากนี้จะมีบทสัมภาษณ์ผู้บริหาร ไปรษณีย์ไทยกับการปรับตัวสู่ยุคใหม่ และสัมภาษณ์ผู้บริหาร เคอรี่เอกเพรสถึง Key Success ที่ทำให้แบรนด์ติดอันดับหนึ่งในใจผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ยังมีเรื่องเด่นๆ อาทิ ธนาคารกสิกรไทยเปิด Online Shop Space สำหรับให้บริการผู้ค้าขายออนไลน์ครบวงจร กสิกรไทยตั้งไปรษณีย์ไทยเป็นธนาคารเอเจนต์ ทวิตเตอร์เป็นสื่อ Social Media ที่มาแรงที่สุดใน Digital Advertising Media ในทุกวันนี้ การผันตัวเองมาเป็น Youtuber เพื่อผลการตลาดของ ของเจ้าของแบรนด์ VATANIKA และอื่นๆ ราคา 90 บาท

สืบสวนสอบสวน วิญญาณนักสืบไร้ตัวตน ความเชื่อเรื่องโลกหลังความตายของญี่ปุ่น

4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย ด้านเชาว์ปัญญา ด้านอารมณ์บุคลิกภาพ และด้านพฤติกรรมสังคม “วิญญาณ ปริศนา คดี คำสาป” เป็นนิยายสืบสวนสอบสวนของ Sakaku Hishikawa แปลโดย Saya เป็นเรื่องราวหลังความตาย ในความเชื่อดั้งเดิมของญี่ปุ่นเรื่องการตายไม่มีจุดจบ โดยได้รับอิทธิพลจากลัทธิชินโต เรื่องราวของวัยรุ่นมัธยมปลาย ยูอิจิ เด็กมัธยมปลาย มีรุ่นพี่ที่รักเคารพเป็นสาวสวยมากความสามารถ ฉลาดลุ่มลึก ชื่อ ริริกะที่ได้ร่วมกันไขปริศนาคดีลึกลับสำเร็จ สาวรุ่นพี่กลับโดนฆ่า แต่ด้วยความห่วงภารกิจจิตใจติดยึดกับเงื่อนงำคดีต่างๆ ก็ยังคงอยู่ จึงทำเธอกลับมา กลายเป็นนักสืบวิญญาณ และหลังจากนั้นทั้งคู่ก็ร่วมกันไขคดีต่างๆ ด้วยกันเสมอมาด้านเนื้อหา เรื่องราวสนุกสนาน ดำเนินเรื่องได้ดี อ่านง่าย สำนวนเหมาะสมวัย ถ้อยคำกลั่นกรองออกมาเขียนดูเหมือนเรียบ แต่อ่านแล้วได้อรรถรสตามที่นักประพันธ์ตั้งใจ ราคา 220 บาท

หนังสือเด่น : สร้างความรักบนสวรรค์ใส่หัวมนุษย์โลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378955

หนังสือเด่น : สร้างความรักบนสวรรค์ใส่หัวมนุษย์โลก

หนังสือเด่น : สร้างความรักบนสวรรค์ใส่หัวมนุษย์โลก

วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลังจากที่นิยายกำลังภายในของนักประพันธ์จีน นำออกมาเผยแพร่จนสามารถเปลี่ยนทัศนคติ ทัศนวิสัย ในวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชนชาติจีน จนทุกภาคส่วนของคนบนโลกใบนี้ต่างมีความเชื่อกันว่า เรื่องราวจาก จินตนาการในนิยาย ไม่ผิดเพี้ยนไปจากชีวิตจริงของชนชาติจีนในอดีต

เรียกว่า ถ้าย้อนกลับไปในสมัยเมื่อพันปีได้แล้วพบว่า วิถีชีวิตของคนในชนชาติจีนมิได้เป็นเช่นนั้นเลย ทุกอย่างก็สายเกินแก้ที่จะเปลี่ยนทัศนคติของคนในปัจจุบันให้ลบเลือนทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกฝังอยู่ในสมองได้…และนี่แหละคือ อิทธิพลของนักประพันธ์ ที่หากจะพูดว่า “นักเขียนสามารถเปลี่ยนโลก หรือ ชี้นำสังคมได้ ย่อมไม่ห่างไกลจากความจริงเท่าไรนัก”

วันนี้ผม มีโอกาสมาหยิบนิยายจีน อีกแนวหนึ่งที่แตกต่างไปจาก แนวกำลังภายใน โดยผู้เขียนปั้นเค้าโครงของเรื่องให้คนอ่านเข้าไปถึง จักรวาลที่ประกอบไปด้วย สามภพ โดยมีเซียน หรือ เทพยดาเป็นผู้ปกครอง และ เทพยดาเหล่านี้แหละคือ เซียนที่มนุษย์บนโลก เฝ้าอ้อนวอน ร้องขอความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลาเมื่อมีความทุกข์

หนังสือเล่มนี้มีชื่อเป็นภาษาไทยว่า “ตำนานรักสองสวรรค์” เขียนโดย “ชิงหลิง” แปลเป็นไทยโดย “ธารยุทธ์” มีด้วยกัน สี่เล่มจบ

ในเล่มที่หนึ่งนี้ เปิดเรื่องด้วยการบรรยายถึงสภาพของ แดนสวรรค์ในจิตสำนึกของคนบนโลก เรื่องราวที่ถูกแต่งขึ้น เป็นไปตามสภาพของมนุษย์ มีเกิด มีแก่ มีเจ็บ มีตาย เพียงแต่เพิ่มอิทธิฤทธิ์ที่นอกเหนือมนุษย์เข้าไปให้เห็นเป็นบรรยากาศของ เซียน ไม่ใช่คนธรรมดา

จากเล่มที่หนึ่ง และจากการเจตนาของผู้เขียนพอจะเดาทิศทางออกว่า ผู้เขียนมิได้จะแนะนำ โลกสวรรค์ให้คนอ่านรู้จัก แต่ผู้เขียนกำลัง เขียนเรื่องของความรัก ให้กับคนอ่านประทับใจ โดยอาศัยจิตวิญญาณของเทพ มิใช่ความรู้สึกของปุถุชนคนธรรมดา

เมื่ออ่านแล้ว ผู้อ่านจะประทับใจ หรือ ตัดสินได้ว่า ในความรักของเทพ จะมีความลึกซึ้งมากกว่า มนุษย์หรือ มนุษย์มีความรักละเอียดอ่อนกว่าคนบนสวรรค์

ในเล่มที่หนึ่งก็นับได้ว่า สร้างความเพลิดเพลินให้กับคนด่านได้ด้วยสำนวนที่ ต้องบอกว่า “ไม่ธรรมดา”กับนักประพันธ์เรื่องรัก ส่วนการดำเนินเรื่องก็ได้สอดแทรกเหตุการณ์ในหลากหลายรูปแบบเพื่อเปลี่ยนอารมณ์ของคนอ่านได้ตลอดเวลา ไม่ได้จมปลักอยู่แต่พฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่งจะน่าเบื่อหน่าย

ถ้าพูดถึงความสมบูรณ์ทางด้านนิยายก็มีครบทุกรสนั่นแหละครับ ทั้ง รัก โลภ โกรธ หลงไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือเทวดา

ดาราหันมารักษ์โลกสะท้อนความห่วงใยสังคม เปิดใจสาวสวยแดนกิมจิ ในฐานะศิลปินเดี่ยว

นิตยสารสุดสัปดาห์ฉบับ พฤศจิกายน 2561 เอาใจแฟนๆ กับ 2 นักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่อง Homestay เจมส์-ธีรดนย์ และ เฌอปราง BNK48 ร่วมกัน ถ่ายแฟชั่น พร้อมสัมภาษณ์ ถึงผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่สร้างกระแสฮือฮาตั้งแต่ยังไม่เข้าฉาย และเผยเบื้องหลังการทำงานร่วมกันเป็นครั้งแรก อีกคู่ เจมส์-จิรายุ กับ ออกแบบ-ชุติมณฑน์ มาร่วมถ่ายแฟชั่นในธีมรักษ์โลกสะท้อนถึงความห่วงใยต่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพร็อพส์ทุกชิ้นที่นำมาเข้าฉาก ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งของที่ผลิตขึ้นมาจากขยะพลาสติกของโครงการ Upcycling Plastic Waste หรือ เสื้อยืดที่ผลิตจากขวดพลาสติกเหลือใช้ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของเหล่าคนดังมากมาย ทั้งสาวสวยจากแดนกิมจิ ทิฟฟานี่ กับก้าวใหม่ในฐานะศิลปินเดี่ยว และ นักแสดงสายฮา ปิงปอง ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ มาให้สัมภาษณ์สุดแซ่บ ราคาเล่มละ 90 บาท

เปิดตัวไพ่ยิปซีลายไทยสำรับแรกของโลก พร้อมคำพยากรณ์ทุกราศี ในช่วงเวลา ปี2562

“Horo Life Publishing” เปิดตัวหนังสือ “พยากรณ์ไพ่ยิปซี รวม 12 ราศี” โดยนักพยากรณ์ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ฮวงจุ้ย โหงวเฮ้ง และผู้คิดค้นไพ่ยิปซีลายไทยสำรับแรกของโลก“อาจารย์คฑา ชินบัญชร” จำหน่ายในราคาเล่มละ 190 บาท เนื้อหาเป็นการพยากรณ์ของ อ.คฑา ชินบัญชร กับคำทำนายจากชุดไพ่ยิปซีลายไทยสำรับแรกของโลก เพื่อบอกให้รู้ว่าช่วงใดของชีวิตในปี 2562 จะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้าง ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของผู้ที่เกิดทั้ง 12 ราศี, การพยากรณ์ภาพรวมเกี่ยวกับดวงชะตาของทั้ง 12 ราศี ในปี2562 ตั้งแต่เดือนมกราคม–ธันวาคม, การแนะนำเส้นทางทำบุญ, การไหว้พระเสริมดวงของทั้ง 12 ราศีในปี 2562

ด้านมืดของวัยรุ่น กับความลับที่น่าสะพรึง นิยายสะท้อนปัญหาที่สร้างขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

“Here Lies Daniel Tate โกหกมดเท็ต” แต่งโดย “Cristin Terrill” แปลโดย “เจนจิรา เสรีโยธิน” เนื้อหากล่าวถึง การโกหกสวมรอยเป็นคนอื่นของเด็กหนุ่มที่คาดไม่ถึงว่า ผลจากการโกหกได้สร้างความน่าสะพึงกลัวให้กับชีวิตของเขาอย่างคาดไม่ถึง เมื่อเขาต้องมาพบความจริงว่าชีวิตที่เขาแอบสวมทับอยู่นั้น เมื่อ 6 ปีที่แล้ว แดเนียล เท็ต เด็กชายวัยสิบขวบจากครอบครัวเศรษฐีในแคลิฟอร์เนียได้หายตัวไป ตำรวจสืบสวนคาดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของพวกค้ามนุษย์ แต่แล้ว 6 ปีถัดมาในแคนาดา มีเด็กหนุ่มนิรนามคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เขาถูกทารุณกรรมเกินกว่าจะพูดถึงเบื้องหลังของตนเองได้ แต่พอเวลาผ่านไป ความทรงจำต่างๆ ของเขาก็เริ่มกลับมา และบอกว่าตนเองคือแดเนียล เท็ต โดยเขาได้โอกาสกลับคืนสู่ครอบครัวของตนเองอีกครั้ง ทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดี แต่จริงๆ แล้ว เด็กหนุ่มที่กลับมาไม่ใช่แดเนียล เท็ต เกิดอะไรขึ้นกับแดเนียล เท็ต ตัวจริง กับความลับที่ถูกซ่อนอยู่ ราคา 375 บาท

เจาะทฤษฎีทางการศึกษาที่ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง งานชิ้นแรกของแพทย์หญิงคนแรกของอิตาลี

“จิตซึมซาบของเด็ก”งานเขียนของ “พญ.มาเรีย มอนเตสซอรี่” แพทย์หญิงคนแรกของอิตาลี แปลเป็นไทยโดย “ นวลจันทร์ ธัญโชติกานต์” จำหน่ายเล่มละ 350 บาท จัดพิมพ์ขึ้นในโอกาสครบรอบ 40 ปี มูลนิธิเด็ก ซึ่งเป็นหนังสือเล่มแรก ของผู้เขียน ที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย ชีวิตของเธอ เป็นนักการศึกษาร่วมยุคสมัยกับ เอ เอส นีล แห่งซัมเมอร์ฮิล แนวคิดของมอนเตสซอรี่ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นรูปแบบการศึกษาที่แพร่หลายตามโรงเรียนทั่วโลก รวมถึงสถานศึกษาในประเทศไทยมานานหลายปีแล้ว หากแต่ยังขาดการถ่ายทอดแก่นแนวคิดของมอนเตสซอรี่ที่แปลออกมาให้อ่านโดยตรง เนื้อหาเจาะลึกถึงงานและทฤษฎีทางการศึกษาที่พัฒนาจากการสังเกตหลายทศวรรษของมอนเตสซอรี่ ที่มีการนำไปใช้ในหลายประเทศทั่วโลกมากว่าร้อยปี โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ มีจุดเน้นเพื่อพัฒนามนุษย์และให้ความสำคัญของจิตวิญญาณของมนุษย์