หนังสือเด่น : เลิกใช้ชีวิตที่ฝืนใจทำตามคนอื่น มาใช้ชีวิตที่ทำเพื่อตัวเองเสียที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723079

หนังสือเด่น : เลิกใช้ชีวิตที่ฝืนใจทำตามคนอื่น  มาใช้ชีวิตที่ทำเพื่อตัวเองเสียที

หนังสือเด่น : เลิกใช้ชีวิตที่ฝืนใจทำตามคนอื่น มาใช้ชีวิตที่ทำเพื่อตัวเองเสียที

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลายคนมักทำตัวให้เป็นคนดีในสายตาคนอื่น เพื่อให้ส่วนรวม หรือคนที่เรารักพอใจและยอมรับ ทั้ง ๆที่บางครั้งต้องฝืนใจอย่างหนัก คนที่ใช้ชีวิตแบบนี้ไม่มีใครมีความสุขจริงๆสักคน ต้องอดทนเก็บความรู้สึก กดดัน เครียดและวิตกกังวล ทุกข์ และที่สำคัญไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง  ซึ่งวิถีชีวิตแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนเราควรจะเป็น และเลิกทำแบบนี้ได้แล้ว หากอยากมีความสุข อยากมีสุขภาพจิตที่ดี ควรใช้ชีวิตเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด และเลิกเป็นคนดีในสายตาคนอื่นเสียที

หนังสือ ‘เลิกเป็นคนดีซะที’ เขียนโดย เคนอิจิโร่ โมงิ ผู้แปล ไพลิน กลิ่นเกษร ผู้เขียนเป็นนักวิชาการทางสมองประจำมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์  หนังสือเล่มนี้จะมาแนะนำวิธีรีเซ็ตสมองและสร้างความเคยชินใหม่ โดยเลิกเป็นคนดีของคนอื่นและกลับมาเป็นคนดีเพื่อตัวเองอย่างแท้จริงเสียที  ในเล่มจะมีการปูพื้นฐานโดยเริ่มต้นด้วยเล่าว่าทำไมสมองของคนเราถึงได้อยากให้เราเล่นบทเป็นคนดีในสายตาคนอื่น  วิเคราะห์ว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น บอกถึงข้อเสียของการเป็นคนดีของคนอื่น   แนะนำวิธีเลิกสร้างความพอใจให้คนอื่นทั้งที่ตัวเองทุกข์ โดยใช้วิธีการเช่น ฝึกสมองเพื่อเลิกเป็นคนดีด้วยหลักวิชาการทางสมอง  วิธีการดำเนินชีวิตและสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นอย่างมีความสุขโดยเป็นตัวของตัวเอง และไม่เสียความสัมพันธ์ การเลิกเป็นคนดีเพื่อคนอื่นจะเป็นการเพิ่มคุณค่าของตัวเอง เป็นต้น

งานเขียนได้นำเสนอทั้งประสบการณ์ตรงจากการทำงานด้านสมองของผู้เขียนเอง ประสบการณ์จากบุคคลอื่นๆ และองค์กรที่มีชื่อเสียงทั้งอดีตและปัจจุบัน  เนื้อหาอ่านเข้าใจง่าย เรียกว่าสามารถถ่ายทอดวิชาการยากๆออกมาให้ผู้อ่านได้เรียนรู้ได้เข้าใจได้ง่ายและครบถ้วน  มีการอธิบายต้นเหตุที่ไปที่มาชัดเจน เสนอปัญหาที่พบจากการมีความสัมพันธ์แบบคนดีที่ต้องฝืนใจทำดีเพื่อคนอื่น ข้อแนะนำในการปฏิบัติที่ให้คำอธิบายที่สมเหตุสมผลชวนทำตาม และบอกถึงผลลัพธ์ของการมาทำดีเพื่อตัวเองได้ชัดเจน อาทิ มีความสุขในชีวิตมากจริงๆ สร้างความสำเร็จในชีวิตจากผลการเปลี่ยนแปลงตัวเองที่เป็นคนมีความสุข การเป็นคนดีที่ประสบผลสำเร็จ และยังได้เป็นตัวของตัวเอง ฯลฯ

หนังสือ‘เลิกเป็นคนดีซะที’ ถือเป็นหนังสือที่มีคุณค่าในราคาจับต้องได้ เล่มเล็กกะทัดรัดน่าอ่าน พกพาสะดวก แต่มีเนื้อหาที่ไม่ธรรมดา สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านมหาศาล เปลี่ยนความคิดและฝึกสมองใหม่เพื่อหันมารักตัวเองได้จริง คนที่รักแต่คนอื่นก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจากการรักตัวเองและเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง  หนังสือเล่มนี้ ภาคภาษาไทยราคาเล่มละ 189 บาทของสำนักพิมพ์ เชนจ์พลัส 

“ขอมโบราณ” วัฒนธรรมเก่าแก่

แห่งอุษาคเนย์ที่ไม่ใช่ “กัมพูชา”

“ขอมโบราณ” ผู้เขียน กิตติ โล่เพชรัตน์ “ขอม” เป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดชนชาติหนึ่งในภูมิภาคอุษาคเนย์ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน และเป็นชนชาติที่มีการพัฒนา มีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างยิ่ง หนังสือ”ขอมโบราณ” เล่มนี้ ได้พาผู้อ่านย้อนไปอ่านตำนานวัฒนธรรมบรรพบุรุษเก่าแก่ผู้เรืองอำนาจแห่งอุษาคเนย์ โดยได้รวบรวมเรื่องราวของชนชาติขอมโบราณ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ความเป็นมา เจ้าผู้ปกครองในช่วงรัชสมัยต่างๆในยุคนั้น  อารยธรรมที่ขอมได้ฝากไว้ให้ชนรุ่นหลัง แม้กระทั่งสงครามหรืออิทธิพลที่ขอมมีต่อไทย   ผู้สนใจศึกษาประวัติศาสตร์ขอมจะได้เห็นภาพรวมตามลำดับเวลา ง่ายต่อการอ่านและทำความเข้าใจ พร้อมบันทึกของยอดนักบันทึกโจวต้ากวนที่ได้กล่าวถึงชนชาติขอมไว้  หนังสือเหมาะสำหรับผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวขอมไม่มากนัก หรือไม่มีพื้นฐานเลย  โดยผู้เขียนตั้งใจจะให้หนังสือเล่มนี้ทำให้ผู้อ่านมีความรู้พร้อมทั้งสนุกไปกับเหตุการณ์ต่างๆ ของขอมไปพร้อมกัน และก็จะได้มั่นใจได้ว่าขอมไม่มีทางเป็นบรรพบุรุษของคนกำพูชาแน่นอน

รวมเรื่องสั้นของนักเขียนอินเดีย

ที่ได้รับรางวัลโนเบลคนแรกของเอเชีย

“รวมเรื่องสั้น รพินทรนาถ ฐากูร” ผู้เขียน Rabindranath Tagore (รพินทรนาถ ฐากูร) ผู้แปล เจือ สตะเวทิน “รพินทรนาถ ฐากูร” เป็นนักเขียนรางวัลโนเบลคนแรกของเอเชีย และเนื่องด้วยในโอกาส 110 ปี ที่ได้รับรางวัลโนเบลในปี 2566 อัศศิริ ธรรมโชติ นักเขียนรางวัลซีไรต์และศิลปินแห่งชาติ อยากให้นำรวมเรื่องสั้นในวาระ 100 ปี รพินทรนาถ ฐากูร ที่เคยรวบรวมไว้ก่อนหน้ามาจัดพิมพ์ใหม่อีกครั้ง ด้วยการบรรณาธิการ ตรวจทานใหม่ แต่ให้รักษาสำนวนการแปลของนักแปลรุ่นครูเอาไว้เป็นกรณีศึกษา เพราะเรื่องชุดนี้เคยเป็นบทเรียนอันสำคัญต่อการอ่าน-การเขียนวรรณกรรมร่วมสมัย และยังถือว่าทันสมัยอยู่เสมอ ถึงแม้จะมีนักเขียนเอเชียคนต่อ ๆ มาได้รับรางวัลโนเบล แต่ความคิดเชิงอุดมการณ์ต่อแผ่นดิน ผู้คนและบ้านเมือง ของ รพินทรนาถ ฐากูร หายิ่งหย่อนไปกว่านักเขียนสมัยใหม่แต่อย่างใด และหากพิจารณาถึงระดับคุณธรรมแล้ว รพินทรนาถ ฐากูร ย่อมหยัดยืนขึ้นโดดเด่นเสียยิ่งกว่า

รักษาโรคด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด

งดใช้ยาหรือสารประดิษฐ์หรือเคมี

“รักษาอาการเจ็บป่วย โดยไม่ใช้ยา” ผู้เขียน นิดดา หงส์วิวัฒน์ หนังสือเล่มนี้ ได้รวบรวมบทความเกี่ยวกับการบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บโดยสันติวิธีตามที่ผู้เขียนเรียก คือ ไม่ใช้ยาซึ่งเป็นสารประดิษฐ์เคมีใด ๆ เลย  ใช้วิธีธรรมชาติบำบัดเข้าช่วยเท่านั้น ความจริงแล้วมีหลากหลายวิธีน่ารักและเป็นวิธีที่เป็นมิตรกับร่างกายในการรักษาอาการเจ็บไข้ ที่ทำให้ไม่เห็นความจำเป็นของการกินยา การกินยามากกินยาบ่อยสร้างแต่ผลเสียต่อร่างกาย แต่สิ่งใกล้ตัว อย่างเช่น แสงแดดอ่อนยามเช้า หรือน้ำสะอาด นั้นมีอานุภาพในการรักษาโรคได้ดีทีเดียว เช่น ป้องกันมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก ด้วยการอาบน้ำ ถูตัว ขัดผิว รักษาโรคผิวหนัง ด้วยการอาบน้ำ ถูตัว ขัดผิว กระเพาะปัสสาวะอักเสบให้ดื่มน้ำขับพิษ เป็นต้น  เนื้อหาในเล่มจึงเปรียบเหมือนคู่มือสำหรับพิชิตทุกสรรพโรคด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด เป็นมิตรแท้ ให้หายจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วยโดยไม่ต้องใช้ยาใดๆ ทำให้สุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง จิตใจเบิกบานกันทุกคน   

สนุกสนานกับนิยายสืบสวนสอบสวน

ที่นักสืบสาวใช้ร้านซักรีดบังหน้า

ร้านซัก สืบ รีดของแพกอึนโจ ผู้เขียน Lee Jae-in (อีแจอิน) ผู้แปล วนิดา คราวเหมาะ “แพกอึนโจ” สาวมั่นผู้ช่างสังเกต รอบรู้เรื่องแฟชั่น ฝันจะเป็นดีไซเนอร์ แต่โชคชะตาเล่นตลก เมื่อมหาวิทยาลัยในโซลปิดตัวลง เธอจำต้องกลับมาดูแลร้านซักรีดของครอบครัวที่เมืองท่าเล็ก ๆ กิจวัตรประจำวันของเธอแสนจะน่าเบื่อ เพราะแต่ละวันก็แยกเสื้อผ้า ซัก อบรีดวนไป ไหนจะต้องรับมือกับคุณป้าแก๊งสามเกลอจอมนินทา แถมเกือบมีเรื่องมีราวกับตำรวจหนุ่มมาดกวนจากโซล  ขณะเฝ้ามองผู้คนผ่านประตูหน้าร้านอย่างเบื่อหน่าย อึนโจก็พบความไม่ปกติในละแวกบ้าน โดยยูทูบเบอร์ชื่อดังหายตัวไปอย่างลึกลับ สาวนิรนามมาทำลับ ๆ ล่อ ๆ หน้าร้านตอนตีห้า คุณยายเก็บกระดาษเก่าโดนลักพาตัว ตำรวจมืดแปดด้านคลี่คลายไม่ได้สักที  แต่สายตาเฉียบคมดุจเครื่องสแกนของแพกอึนโจ กลับเห็นเงื่อนงำที่ใครบางคนซุกซ่อนไว้  อึนโจจึงทนต่อไปไม่ไหวจึงทำหน้าที่เป็นนักสืบ ที่มีวิธีไขคดีแบบไม่ธรรมดา และจับคนร้ายได้โดยที่สุด ภายใต้ฉากหน้าที่เป็นเจ้าของร้านซักรีดที่แสนธรรมดา

หนังสือเด่น : มีชีวิตที่สุข มีความหวัง และสำเร็จ ด้วยปรัชญาอิคิไก ที่เรียบง่ายของญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/721438

หนังสือเด่น : มีชีวิตที่สุข มีความหวัง และสำเร็จ ด้วยปรัชญาอิคิไก ที่เรียบง่ายของญี่ปุ่น

หนังสือเด่น : มีชีวิตที่สุข มีความหวัง และสำเร็จ ด้วยปรัชญาอิคิไก ที่เรียบง่ายของญี่ปุ่น

วันอาทิตย์ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อิคิไก คือ ปรัชญาเซน ที่ต้องการให้มนุษย์ชื่นชมความงามของสิ่งรอบตัว ด้วยการสร้างความสุขทั้งกาย ใจ และจิตวิญญาณ ผ่านการรู้สึกตัวและค้นพบตัวตน ถือเป็นปรัชญาที่รู้จักอย่างกว้างขวางในญี่ปุ่น แต่อย่างไรก็ตามแนวคิดเรื่อง อิคิไก ได้ถูกนำมาตีความและนำเสนอหลายแง่มุม หนังสือ อิคิไก The Little Book of Ikigai ผู้เขียน Ken Mogi (เคน โมงิ) ผู้แปลวุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ ก็เป็นหนังสือเกี่ยวกับปรัชญาดังกล่าวที่ตีความได้น่าสนใจอีกเล่มหนึ่ง

 ผู้เขียนเป็นคนญี่ปุ่นที่อยู่ในสังคมและวัฒนธรรมที่มีแนวคิด อิคิไก อยู่แวดล้อมทุกเวลาเหมือนเช่นคนอื่น  แต่ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา เขาได้สำรวจและทบทวนแนวคิดนี้แตกต่างออกไปทั้งในเชิงจิตวิทยา ภาษาศาสตร์ วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ และปรัชญาร่วมสมัย ในส่วนตัวเขาเชื่อว่า อิคิไก ไม่ได้เป็นเรื่องของคนญี่ปุ่น แต่เป็นของทุกคน เพียงแต่ว่าเรียบง่ายกลมกลืนจนถูกมองข้ามไป ดังนั้นถ้าทุกคนเข้าใจในหลักปรัชญานี้ ก็จะสามารถยกระดับตัวเองให้เป็นคนที่พร้อมรับมือกับทุกอย่างที่เป็นเรื่องร้าย ปัญหาชีวิต หรือทั้งทางกายทางใจได้ 

Ken Mogi ได้นำเสนอสิ่งที่เรียกว่าแนวคิดหลักในมุมมองและประสบการณ์ของเขาว่า อิคิไก ประกอบด้วยเสาหลัก 5 ประการ คือ 1) การเริ่มต้นเล็กๆ คือจิตวิญญาณแห่งความอ่อนน้อมถ่อมตน โดยให้เราฝึกโดยการลองทำสิ่งต่างๆด้วยก้าวเล็กๆ ที่ไม่ได้คาดหวังผลตอบแทนในทันที ค่อยๆ ลงมือทำทีละขั้นเพื่อไปสู่ความสมบูรณ์แบบ  2) การปลดปล่อยตัวเอง คือการละวาง ไม่ติดยึดกับกับตำแหน่งเกียรติยศ ชื่อเสียง และสร้างสภาวะลื่นไหล ทำในสิ่งที่ตนเองชื่นชอบอย่างท้าทาย และด้วยความชำนาญ และมีความสุขเพลิดเพลินจนกระทั่งลืมวันเวลา เมื่อเข้าสู่สภาวะนี้แล้ว หากจะทำอะไรก็จะสำเร็จและมีความสุขที่สุด 3) ความสอดคล้องที่ยั่งยืน ดำเนินชีวิตให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม และผู้คนรอบตัว ในสังคม  4) มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ ง่ายๆเช่น การตื่นแต่เช้าด้วยความสดชื่นพร้อมดึงดูดสิ่งใหม่ๆดีๆเข้ามาในชีวิต สร้างนิสัยที่เริ่มทำสิ่งที่ชอบที่สุดอันดับแรกหลังจากตื่นนอนในตอนเช้า ก็จะเกิดผลดีกับตัวเอง  5)การอยู่ตรงนั้นตอนนี้  คือต้องอยู่ด้วยความมีสติเสมอ อยู่กับปัจจุบัน ไม่ต้องไปนึกถึงอดีตหรืออนาคตให้มากนัก

ผู้เขียนได้ถ่ายทอดปรัชญาดังกล่าวออกมาได้อย่างแตกต่างและมีสีสัน ผ่านประวัติศาสตร์อันยาวนานของญี่ปุ่นจนถึงวัฒนธรรมร่วมสมัยที่เราคุ้นเคย พร้อมกับนำเสนอกรณีศึกษาในวิถีชีวิต งานฝีมือ และไอเดียธุรกิจที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการมีชีวิตที่ดีทุกด้าน ตื่นขึ้นมาด้วยความสุขและความหวัง มีพลังขับเคลื่อนชีวิตไปถึงจุดเป้าหมาย และยังเหมาะสำหรับคนที่กำลังเหนื่อยล้ากับชีวิต สามารถใช้เสาหลักอันเรียบง่ายของอิคิไกมาช่วยขับเคลื่อนชีวิตและสร้างกำลังใจเพื่อให้มีความหวังและต่อสู้เพื่อความสำเร็จในชีวิตต่อไป

อิคิไก The Little Book of Ikigai จำหน่ายในรูปแบบหนังสือปกอ่อน โดยสำนักพิมพ์เชนจ์พลัส ราคาเล่มละ 275 บาท และจำหน่ายในรูปแบบ e-book และ Audio CD /MP 3 อีกด้วย

ทดสอบไอเดียธุรกิจที่เวิร์ค

ด้วยวิธีทดสอบอย่างเป็นระบบ

“คู่มือทดสอบไอเดียธุรกิจ” ผู้เขียน David J. Bland, Alex Osterwalder ผู้แปล วิญญู กิ่งหิรัญวัฒนา คนเราที่มีความต้องการทำธุรกิจ มักมีไอเดียธุรกิจอยู่ในหัว แต่ไอเดียไหนเวิร์คจริงๆ ตรงใจลูกค้า หรือมีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จนั้นมีส่วนน้อย  หรือหากจะทำธุรกิจแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร หรืออยากรู้ว่าทำอะไรแล้วจะสำเร็จ พบกับคำตอบทั้งหมดได้ใน “คู่มือทดสอบไอเดียธุรกิจ” หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวม 44 วิธีทดสอบไอเดียธุรกิจอย่างเป็นระบบ ไล่ตั้งแต่วิธีที่ใช้แค่กระดาษแผ่นเดียว ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพื่อให้ไม่ต้องฝากธุรกิจไว้กับสัญชาตญาณและการคาดเดาอีกต่อไป หนังสือเล่มนี้กลั่นกรองจากประสบการณ์ของทีมผู้เชี่ยวชาญที่อยู่เบื้องหลังแนวคิด Business Model Canvas ซึ่งทำงานร่วมกับบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลก เพื่อช่วยให้บริษัทเหล่านั้นหลีกเลี่ยงหลุมพรางทางความคิด อุดช่องโหว่ของไอเดียธุรกิจ และเปลี่ยนไอเดียที่พอใช้ได้ให้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นคู่มือสำหรับทำธุรกิจ ไม่ว่ากำลังทำงานในบริษัทขนาดใหญ่ ขับเคลื่อนธุรกิจขนาดกลาง หรือแค่อยากเริ่มสร้างธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเองก็ตาม

ศึกษาแนวคิดของคนสำเร็จระดับโลก

เพื่อเป็นแนวทางสู่ความสำเร็จของเรา

“ขโมยความคิดของคนเก่งที่สุดในโลก” ผู้เขียน เฌอมาณย์ รัตนพงษ์ตระกูล หนังสือจะช่วยให้ผู้อ่านได้เรียนรู้สุดยอดแนวคิดของบุคคลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกหลายคน บุคคลเหล่านี้เป็นคนที่เก่ง ประสบความสำเร็จ และรวย ไม่ว่าในธุรกิจ การลงทุน หรือสาขาอาชีพที่พวกเขาทำ คนที่ติดตามเรื่องราวของคนที่ประสบความสำเร็จ หรือเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับความสำเร็จ คงไม่มีใครไม่รู้จักบุคคลที่เป็นที่จับตามองของโลกเหล่านี้ บางคนก็ยังมีชีวิตอยู่และกำลังเป็นไอดอลหรือแบบอย่างสำเร็จให้กับทั่วโลก หรือบางท่านแม้จะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แต่แนวคิดและวิธีการสู่ความสำเร็จของพวกเขาก็ยังเป็นที่กล่าวถึงและเป็นเครื่องช่วยชี้ทางสู่ความสำเร็จให้กับคนรุ่นหลังมาจนถึงปัจจุบัน ในเล่มได้นำคติพจน์สั้น ๆ ที่เป็นสุดยอดแนวคิดสู่ความสำเร็จของพวกเขามาแบ่งปัน พร้อมสอดแทรกข้อคิดเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้อ่านแต่สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาตัวเอง สร้างความสำเร็จ ไม่ว่าในหน้าที่การงาน ธุรกิจ การลงทุน และก้าวไปสู่ความร่ำรวยที่มุ่งหวังในชีวิตได้ เมื่อแนวคิดเหล่านี้ช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จได้ ก็ย่อมช่วยให้คุณผู้อ่านประสบความสำเร็จได้เช่นกัน

แนะนำวิธีการนำไปสู่ความร่ำรวย

ด้วยการรักและใส่ใจและเข้าใจเรื่องเงิน

“จงคบค้ากับความร่ำรวย: Attribute of Money” ผู้เขียน Jim Kim (จิม คิม) ผู้แปล วิทิยา จันทร์พันธ์ เงินก็เหมือนคน ถ้าคบค้าอย่างถูกวิธี เงินจะยิ่งดึงดูดเงินดี ๆ มาให้จนไม่หมดสิ้น หากเป็นคนหนึ่งที่ใช้เงินแบบเดือนชนเดือน บริหารเงินไม่เป็น จนไม่มีเงินเก็บ หรืออยากลงทุนอะไรสักอย่าง แต่ไม่รู้ช่องทาง หนังสือเล่มนี้คือคำตอบ  “จิม คิม” ผู้เขียนเติบโตมาในครอบครัวที่ยากจน และต้องดิ้นรนเพื่อหาเลี้ยงตัวเองไปวัน ๆ  ก่อนจะไต่เต้าจนกลายเป็นนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จมหาศาล ในระหว่างทางเขาได้เรียนรู้คุณสมบัติของเงินอย่างละเอียดและเข้าใจอย่างท่องแท้ว่า การหาเงินมีความหมายอย่างไร เงินขับเคลื่อนไปอย่างไร ทำไมเงินถึงหายไป เงินไหลไปอยู่ที่ไหน เงินทำหน้าที่อะไร หรือแม้กระทั่งเงินทิ้งร่องรอยใดไว้บ้าง  เขาอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆ ว่า เงินก็เปรียบเสมือนบุคคลที่มีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเอง ถ้าใส่ใจและระวังการใช้เงิน เงินก็จะซาบซึ้งและชักชวนเงินอื่นให้เข้ากระเป๋าผู้เป็นเจ้าของ ในทางกลับกัน ถ้าได้เงินนั้นมาด้วยวิธีทุจริต ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย หรือไม่รู้จักวางแผน เงินก็จะหนีหายไปอย่างรวดเร็ว และสร้างความวอดวายเพื่อเป็นบทลงโทษ โดยเนื้อหาข้างในจะรวบรวมข้อคิด ประสบการณ์ หรือวิสัยทัศน์เกี่ยวกับเรื่องเงินในทุกแง่มุมไม่ว่าจะเป็นความสามารถสี่ประการสำหรับคนที่อยากเป็นเศรษฐี ลักษณะพิเศษสามประการของคนที่ได้กำไรจากหุ้น มีคนสามประเภทยามเกิดวิกฤติทางการเงิน กฎห้าข้อของการสร้างเงินต้นร้อยล้าน และคำถามสิบเอ็ดข้อวัดทักษะความสามารถของผู้ชนะในเกมการลงทุน

ศัพท์คณิตศาสตร์พื้นฐานกว่า 500 คำ

เสริมความรู้สำหรับเด็กประถมศึกษา

“พจนานุกรมภาพคณิตศาสตร์สำหรับเด็ก” ผู้เขียน Kirsteen Robson (เคิร์สตีน ร็อบสัน) ผู้แปล ศุภวิทย์ สายวิวัฒน์ ในหนังสือที่ประกอบด้วยคำอธิบายศัพท์คณิตศาสตร์พื้นฐานกว่า 500 คำ พร้อมตัวอย่างและภาพประกอบที่เข้าใจง่าย สามารถใช้เป็นคู่มือสำหรับเสริมพื้นฐานความรู้คณิตศาสตร์ สำหรับเด็กระดับประถมศึกษา เพื่อให้เรียนคณิตศาสตร์ได้อย่างสนุกสนานและเข้าใจง่าย ไม่น่าเบื่อ เนื้อหาแบ่งออกเป็น 5 หัวข้อหลัก ได้แก่ จำนวนและการนับ การคำนวณ รูปร่างและรูปทรง การชั่ง ตวง วัด และข้อมูล หนังสือนี้สามารถอ่านควบคู่กับแบบเรียนในชั้นเรียนได้  มีคำอธิบายความหมายคณิตศาสตร์กว่า 500 คำ ที่มีตัวอย่างประกอบต่างๆที่ช่วยให้เด็กๆสนใจและเข้าใจมากขึ้น นอกจากนี้หนังสือยังอัดแน่นด้วยภาพประกอบที่สวยงามหลายร้อยภาพ ช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ และสามารถนำเนื้อหาไปค้นคว้าเพิ่มเติมในเว็บไซต์เพื่อการศึกษา และทำแบบทดสอบ รวมถึงเล่นเกมปริศนาฝึกสมองได้อีกด้วย

หนังสือเด่น : คู่มือการใช้ชีวิตให้มีความสุขและเติบโตทางด้านจิตวิญญาณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/712050

หนังสือเด่น : คู่มือการใช้ชีวิตให้มีความสุขและเติบโตทางด้านจิตวิญญาณ

หนังสือเด่น : คู่มือการใช้ชีวิตให้มีความสุขและเติบโตทางด้านจิตวิญญาณ

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อเราตื่นขึ้นมาในวันใหม่แล้วส่องกระจก เรากำลังมองตัวเองที่ต่างไปจากเมื่อวาน เมื่อวันเวลาผ่านไป คนเรามีการเปลี่ยนแปลงไปทุกขณะทั้งร่างกายและจิตใจ และเมื่อถึงวัยหนึ่งร่างกายจะเสื่อมลง แต่ลึกลงไปในจิตวิญญาณของเรากลับไม่เสื่อมเหมือนร่างกาย หากเราหมั่นเอาใจใส่และเติมพลังลงไป จิตวิญญาณของเราสามารถเติบโตได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด  และความเป็นเด็กน้อยในตัวเราก็จะไม่จากไปไหนเช่นกัน ในกรณีนี้คงเคยสังเกตเห็นผู้ใหญ่หลายคนที่อายุมากแล้ว แต่ในแววตากลับซุกซนเหมือนเด็กๆ และมีไฟในการสร้างสรรค์ผลงานมากมาย รวมทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลัง ที่เป็นแบบนั้นเพราะว่าพวกเขาเหล่านั้นยังคงเติบโตจากภายในและโอบกอดเด็กน้อยคนนั้นไว้อย่างสม่ำเสมอ  เช่นเดียวกับ ลูอีส แอล. เฮย์ ที่ เรียนรู้การเชื่อมโยงกับ “ตัวตนภายใน” เพื่อรับรู้ความรู้สึกแสนวิเศษที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ทุกวัน มีความสนุก สุขใจได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น   

หนังสือ “Heart troughs  ให้หัวใจนำทาง” ผลงานของ  Louise Hay (ลูอิส เฮย์)  ผู้แปล ณัชชา บัวกลิ่น ลูอิส เฮย์ เป็นนักเขียน The New York Times Bestsellers เธอเป็นครูและผู้บรรยายด้านอภิปรัชญา และกูรูทางจิตวิญญาณ ที่มีหนังสือยอดขายมากกว่า50ล้านเล่มทั่วโลก  และเธอได้ก่อตั้งสำนักพิมพ์เฮย์เฮาส์ เมื่ออายุ 60ปี เพื่อจัดพิมพ์หนังสือสร้าง แรงบันดาลใจให้คนทั่วโลก  แม้เธอจะจากไปแล้วแต่ผลงานและจิตวิญญาณเธอยังโลดแล่นอยู่ต่อไป

หนังสือเล่มนี้ จัดทำขึ้นมาโดยนำข้อความที่คัดมาจากคำบรรยายของเธอ มาเรียบเรียงเพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวันด้านต่างๆ   มีหลากหลายเรื่องที่เป็นข้อความสั้นๆ ที่ให้ข้อคิด คำสอน และหลักปฏิบัติในด้านต่างๆ อาทิ ความสัมพันธ์  การทำงาน การทำธุรกิจ การใช้ชีวิตหลากหลายเรื่อง เพื่อเป็นการฝึกสติ  วิธีเยียวยาทางจิตวิญาณ และเติบโตจากภายในเพื่อนำไปใช้ในเวลาที่กำลังประสบความยากลำบาก สามารถค้นพบตัวตน และเชื่อมโยงตัวตนภายในให้มีพลังในการต่อสู้  มีพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้นได้  เรียนรู้และฝึกฝนความเชื่อละวิถีปฏิบัติใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ ก็จะมีส่วนร่วมกับแบบแผนใหม่ของโลกได้อย่างกลมกลืน  ทุกเรื่องในเล่มล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ และอ่านเข้าใจง่าย ด้วยภาษาง่ายๆที่จริงใจแต่พอครุ่นคิดกลับมีน้ำหนัก ลึกซึ้งและน่าเชื่อถือ ข้อความและรูปเล่มสวยงาม สี่สีทั้งเล่ม น่าอ่านน่าจับต้อง

หนังสือ “Heart troughs  ให้หัวใจนำทาง” เป็นเสมือนคู่มือการใช้ชีวิตเพื่อการเติบโตทางจิตวิญญาณ ผู้อ่านอาจจัดสรรเวลาเพียงเล็กน้อยยามที่ปลอดภาระเพื่อเลือกอ่านบางบทตามแต่ใจต้องการ และจะพบว่านี่คือช่วงเวลาที่ได้เปิดโอกาสให้ตัวเองได้ใช้หัวใจใคร่ครวญเกี่ยวกับชีวิต ข้อความบางหน้าอาจกระตุกให้เดินช้าลง บางหน้าอาจเติมไฟให้ก้าวหน้าได้เร็วขึ้น และไปได้ไกลกว่าเดิม  บางทีอาจอ่านบางบทซ้ำได้ถึงหลายรอบและพบว่าเข้าใจในแบบใหม่ ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลย นั่นเป็นเพราะตัวตนของผู้อ่านในวันนี้เติบโตมากขึ้นกว่าในเมื่อวาน  หนังสือจัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดยนานมีบุ๊คส์ ราคาเล่มละ 285 บาท

กลยุทธ์การบริหารธุรกิจยุคใหม่

จากบริษัท 8 แนวหน้าของโลก

“สุดยอดกลยุทธ์ 8 บริษัทแนวหน้าของโลก”  ผู้เขียน Michiak Tanaka (มิชิอากิ ทานากะ) ผู้แปล บัณฑิต ประดิษฐานุวงษ์  หนังสือเล่มนี้จะพาผู้อ่านไปรู้จักสุดยอดกลยุทธ์ 8 บริษัทแนวหน้าของโลก ในสาขาที่แตกต่างกัน เพื่อเรียนรู้กลยุทธ์การบริหาร การปรับตัวสู่ดิจิทัลทรานฟอร์เมชัน (DX) อย่างรวดเร็ว และเทคนิค เวิร์กชอปสร้างกลยุทธ์ดิจิทัลชิฟต์ของบริษัทญี่ปุ่น และสิ่งที่ 8 บริษัทมีร่วมกัน คือ การประกาศและรับมือความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม อย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีหรือการเปลี่ยนแปลงของค่านิยมและบริษัท ส่วนใหญ่ได้แสดงค่านิยมหรือโลกทัศน์ใหม่ของตัวเองด้วย “ดิจิทัล X กรีน X เอ็คควิตี่”  ความเคลื่อนไหวที่จะปฏิรูปโลกใหม่ผ่านการบริโภคของ Gen 2 ในทศวรรษที่ 1990 ยุคที่ผู้บริโภคไม่ได้ตัดสินใจซื้อเพราะฟังก์ชันหรือราคาอย่างเดียว แต่เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคตามความรู้สึกร่วมกับค่านิยมหรือโลกทัศน์ นี่คือยุคสมัยแห่ง “ดิจิทัล X กรีน X เอ็คควิตี” ห้องเรียน DX ที่เร่าร้อน หนังสือเล่มนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่หมดไฟหรือเจอปัญหาในการใช้ชีวิต ไม่รู้จะแก้ไขปัญหาอย่างไร หรือรู้สึกว่าตัวเองหมด Vision กับธุรกิจตัวเอง หรือชีวิต หนังสือเล่มนี้จะเปิดโลกให้คุณได้เห็นสุดยอดกลยุทธ์ใหม่ ๆ ได้ ราคา 270 บาท

วิธีสร้าง-ซื้อ-ขาย  NFT ทุกขั้นตอน

โดยไม่ต้องรู้เรื่องเทคโนโลยีก็ทำได้

“คู่มือทำเงินจากเอ็นเอฟที: The NFT Handbook”  ผู้เขียน Matt Fortnow (แมตต์ ฟอร์ตนาว),QuHarrison Terry (คูแฮร์ริสัน เทอร์รี)   ผู้แปล ศรรวริศา เมฆไพบูลย์  Non-Fungible Token หรือที่ถูกเรียกย่อ ๆ ว่า NFT ก็คือ Cryptocurrency ประเภทหนึ่งที่แสดงความเป็น “เจ้าของ” สินทรัพย์ โดยในแต่ละโทเคนจะมีความแตกต่าง มีมูลค่าที่ไม่เท่ากัน และ NFT ไม่สามารถแลกเปลี่ยนหรือทดแทนได้  คือเป็นของสะสมที่ไม่เสียหายหรือเสื่อมสภาพ และไม่มีทางที่จะหยุดทำงานหรือสามารถปลอมแปลงได้ มูลค่าและความนิยมเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน     หนังสือเล่มนี้จะพาผู้อ่านไปพบคำตอบ  เข้าถึงและเข้าใจ NFTได้โดยไม่ต้องมีพื้นความรู้เรื่องเทคโนโลยี  เริ่มตั้งแต่ชี้แนวทางในการสร้าง การขาย และซื้อ NFT โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานทางเทคนิคมาก่อน ครอบคลุมตั้งแต่จุดกำเนิดมูลค่าของเอ็นเอฟที ไปจนถึงแนะนำวิธีซื้อขาย ที่แบบให้ทำตามได้ทีละขั้นตอน นอกจากนี้ ในเล่มยังมีตัวอย่างจริงและกรณีศึกษาของผู้คนที่ประสบความสำเร็จในการสร้างและขาย NFT มาแล้ว สามารถใช้เป็นแนวทางให้สามารถเข้าสู่วงการ NFT ได้ทันที หนังสือเป็น  No.1 NFT book ที่สื่อชั้นนำทั่วโลกแนะนำให้อ่านราคา 395 บาท

การปรับฮวงจุ้ยบ้านแบบถูกหลัก

ตรงกับไลฟ์สไตล์ และปรับด้วยตัวเอง

“ฮวงจุ้ยดี บ้านนี้มั่งมีศรีสุข” ผู้เขียน ทศพร ศรีตุลา (อาจารย์ช้าง)  “ฮวงจุ้ย” คือศาสตร์ที่พยายามจัดการกับพลังชี่ที่มองด้วยตาไม่เห็น แต่สร้างความรู้สึกดีหรือไม่ดีให้เกิดขึ้นได้ หากได้อยู่ในสถานที่ที่มีชี่ที่เหมาะกับตัวเรา ก็จะรู้สึกสบายใจ อบอุ่น ตรงกันข้าม ถ้าได้อยู่ในชี่ที่ขัดกับเราก็จะไม่ค่อยสบายใจ ซึ่งในความเป็นจริงผลของพลังดังกล่าวมากกว่าเรื่องความรู้สึก คือจะส่งผลไปถึงสุขภาพ การเงิน การงาน ความรัก ฯลฯ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ  หนังสือเล่มนี้จึงเสนอวิธีการจัดบ้านอย่างถูกหลักฮวงจุ้ย แต่ไม่ขัดกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย ภายในเล่มจะมีการแนะนำทั้งลักษณะของบ้านที่ดี/ไม่ดี ลักษณะของที่ดินที่ปลูกบ้าน บ้านเลขที่ รวมถึงการจัดฮวงจุ้ยแยกตามห้อง ทั้งห้องนอน ห้องครัว ห้องน้ำ และห้องนั่งเล่น บ้านที่มีฮวงจุ้ยดี นอกจากจะส่งผลดีอย่างที่เราสามารถสัมผัสได้จากผู้คนรอบข้างหรือปัจจัยภายนอกเเล้ว ก็ยังส่งผลดีกับผู้อยู่อาศัยเเบบที่เจ้าตัวสัมผัสได้เองโดยตรงด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ ความสัมพันธ์ โชคลาภ หรือการเก็บเงินเก็บทอง อีกทั้งยังส่งผลให้คนในบ้านมีวิธีคิดหรือการตัดสินใจที่ดีขึ้นด้วย บ้านก็เหมือนกับคน มนุษย์มีลมหายใจ บ้านก็มีลมหายใจ ความรู้เรื่องฮวงจุ้ยในหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณสามารถต่อลมหายใจให้กับบ้าน เเละบ้านก็จะช่วยให้คุณหายใจได้อย่างมีความสุข หนังสือราคา 225 บาท

ทำความรู้จักและทำความเข้าใจ

ตัวตนแท้จริงของชาว “อินโทรเวิร์ต”

“My Introvert Story แค่คนเก็บตัว” ผู้เขียน Jin Minyoung (ชินมินย็อง) ผู้แปล จารุพรรณ์ สีดาฐิติวัฒน์ เมื่อเทียบคนอินโทรเวิร์ตคือคนเก็บตัว  กับชาวเอกซ์โทรเวิร์ต ที่คุยเก่ง เปิดเผยและเข้ากับคนได้แทบทุกคน    ที่จริงมนุษย์สองประเภทนี้เป็นเพียงบุคลิกลักษณะประเภทหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ข้อดีหรือข้อเสียแต่อย่างใด หนังสือเล่มนี้จะทำให้คนที่เป็น เอกซ์โทรเวิร์ต  จะได้เข้าใจและเข้าถึงชาวอินโทรเวิร์ตมากขึ้นได้แก่ ทำไมเขาถึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่คนเดียวอย่างมีความสุข ไล่เรียงตั้งแต่การทำความรู้จักชาวอินโทรเวิร์ตแบบคร่าว ๆ ไปจนถึงสารพัดคำถามแบบเจาะลึกกระตุ้นต่อมสงสัยเกี่ยวกับ “บุคลิกที่ดี” ต่าง ๆ นานาตามคำนิยามของสังคม และทำความเข้าใจระหว่างคนเก็บตัวหรือ อินโทรเวิร์ต  กับชาว เอกซ์โทรเวิร์ต ไปพร้อม ๆ กัน  อาจสามารถค้นพบตัวเองในแบบที่เป็นจริงๆ และสามารถทำสิ่งที่ตนเองต้องการได้อย่างมีความสุข   พูดถึงประเด็นผู้ที่มีลักษณะเป็นอินโทรเวิร์ตอย่างครอบคลุม เช่น ลักษณะของคนเป็นอินโทรเวิร์ต ความแตกต่างของคนที่เป็นและไม่เป็น การพูดคุยกับคนรอบข้าง การดูแล การปรับความคิด อ่านได้ทั้งคนที่เป็นอินโทรเวิร์ตและเอกซ์โทรเวิร์ต เนื้อหาอ่านง่าย เล่าเรื่องรอบตัว มีส่วนของยกตัวอย่างประสบการณ์จริงและความคิดเห็นของผู้เขียนที่เป็นอินโทรเวิร์ตอีกด้วยหนังสือราคา 225บาท

หนังสือเด่น : พัฒนาทักษะการสื่อสารเมื่อเข้าสังคม และทำงานร่วมผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/710449

หนังสือเด่น : พัฒนาทักษะการสื่อสารเมื่อเข้าสังคม  และทำงานร่วมผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หนังสือเด่น : พัฒนาทักษะการสื่อสารเมื่อเข้าสังคม และทำงานร่วมผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

การเป็นคนพูดไม่เก่งนั้น เมื่อเข้าสังคมก็ไม่รู้จะทักทายหรือคุยกับใครแบบไหน หรืออยู่ในที่ทำงานก็ไม่สามารถสื่อสารในสิ่งที่อยากบอกกับหัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงานได้ การเป็นเช่นนี้ บางทีผลงานก็ถูกด้อยค่า หรือเจ้านายไม่พอใจได้ทำให้คนที่มีปัญหาเรื่องการสื่อสารต้องตกในสภาพนี้ค่อนข้างเครียดในการสานสัมพันธ์กับคนอื่น คนที่เกิดมามีพรสวรรค์ในการสื่อสารก็ดีไป แต่คนที่พูดไม่เก่งก็ไม่ต้องสิ้นหวัง สามารถเป็นคนสื่อสารเก่งได้หากได้รับความรู้และการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง

หนังสือ “พูดดี พูดยังไง ให้ได้ใจคนทุกสถานการณ์” เขียนโดย ทากาชิ ไซโต Takashi Saito แปลโดย สุภัทร จันทร์ตะลิ ทากาชิ ไซโต ผู้เขียนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเมจิ และเป็นผู้เขียนหนังสือBest Seller ที่ขายได้ถึง 10 ล้านเล่มทั่วโลก ในหนังสือเล่มนี้เขาจะมาให้ความรู้และแนะนำเทคนิคและฝึกฝนวิธีการในการสื่อสารให้ได้ประสิทธิภาพ ได้แก่ การฝึกฝนสรุปใจความสำคัญ โดย ฝึกบ่อยๆสมองด้านสรุปใจความสำคัญก็จะได้รับการฝึกฝน ความสามารถในด้านการสื่อสารก็จะเพิ่มขึ้น

หนังสือได้แนะนำพื้นฐานการฝึกเริ่มแรกคือ การฝึกสรุปใจความสำคัญ โดยจดบันทึกการประชุมหรือการเจรจาธุรกิจ โดยจดเฉพาะใจความสำคัญ หรือคำสำคัญเพื่อ input หรือนำเข้าข้อมูล หลังจากนั้นสื่อสารออกไปหรือ Outputโดยอาจจะอาสาเป็นคนเขียนสรุปใจความสำคัญจากการประชุม หรือสรุปทบทวนประเด็นเพื่อให้ทุกคนเข้าใจ ฝึกสรุปใจความสำคัญโดยการอ่านหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร ด้วยการหัดสรุปย่อในแบบของตนเอง ลองฝึกพูด แล้วนำมาฝึกพูดให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสื่อสาร หรือใช้หลักการอ่าน 3 นาที ย่อ1นาที และพูด 1 นาทีเป็นต้น

เนื้อหาในเล่มจะแบ่งเป็น 7 ส่วนสำคัญ โดยเริ่มจากการสร้างความประทับใจในการสื่อสาร โดยการทำให้หลุดพ้นจากการเป็นคนไม่น่าสนใจ การสร้างบรรยากาศสนุกสนานหลีกเลี่ยงพูดเกินจริง, เทคนิคทำให้คนคิดว่าเรามีความสามารถและอยากร่วมงานกับเราด้วยการพูดคุยและเลือกใช้คำ เช่น การฝึกฝนเพื่อเพิ่มความสามารถในการใช้คำศัพท์ การตั้งคำถาม วิธีการพูดที่แสดงภูมิด้วยทักษะที่ชวนคิดว่าฉลาด,เคล็ดลับการสื่อสารให้ได้ในสิ่งที่ต้องการดังใจคิด เช่น การขอร้อง การเจรจาต่อรอง การประกาศ การขอโทษ วิธีสื่อสารเพื่อป้องกันการผิดพลาดและเข้าใจผิด,เทคนิควิธีการสื่อสารและคบค้าสมาคมกับคนที่ไม่ชอบและคุยด้วยลำบาก, วิธีการสั่งงานลูกน้องให้ทำตามเราต้องการ และไม่เกิดปัญหา, เทคนิคการสื่อสารทางอีเมลอย่างมีประสิทธิภาพและไร้ข้อผิดพลาด และ เทคนิคการประชุมให้ได้ผลงาน และสนุกสนานไม่น่าเบื่อและไม่มีการขัดแย้ง

หนังสือนี้มีประโยชน์สำหรับทุกเพศทุกวัยและเหมาะอย่างยิ่งในสังคมก้มหน้าอย่างเช่นทุกวันนี้ ที่ความสามารถในการสื่อสารนั้นโดนโทรศัพท์ดูดกลืนไปหมด หนังสือการสื่อสารเล่มนี้มีเนื้อหาเป็นรูปธรรม ยกตัวอย่างจากเหตุการณ์จริงอ่านเข้าใจได้ง่าย เห็นภาพและสามารถนำมาฝึกปฏิบัติได้จริง นำเสนอสิ่งที่เป็นปัญหาสำคัญในด้านการสื่อสารด้วยการพูดแบบครบถ้วน และแก้ปัญหาด้วยหลักการ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจ รวมทั้งเสนอแนะวิธีการฝึกปฏิบัติเป็นระบบและต่อเนื่อง และเต็มไปด้วยหลักการที่ทันสมัยและแก้ไขปัญหาด้านการสื่อสารได้จริง ครอบคลุมชัดเจน ครบถ้วน สมกับเป็นนักวิชาการ นักเขียนมือรางวัล และเบส เซลเลอร์ ระดับ 10 ล้านเล่ม

ใครที่กำลังเครียดจากการมีความสัมพันธ์กับผู้คนไม่ว่าการเข้าสังคม หรือในออฟฟิศ สามารถใช้ตำราเล่มนี้ฝึกฝนได้ ค่อยๆ ฝึกไปก็จะเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในการสื่อสารในที่สุด นิสิตนักศึกษาสายสื่อสารไม่ควรพลาดเพราะจะได้เรียนรู้จากเหตุการณ์จริงจากนักวิชาการระดับโลก

หนังสือของสำนักพิมพ์เชนจ์พลัสจัดจำหน่ายโดยซีเอ็ด มีทั้งในรูปแบบ audiobook,e-book และฉบับปกอ่อนจำหน่ายราคา 245 บาท

ทักษะของมนุษย์ที่ควรมีในอนาคต

ที่ AI ไม่สามารถทำแทนมนุษย์ได้

“Future Skills ทักษะอนาคตที่ AI ทำแทนคุณไม่ได้” ผู้เขียน Bernard Marr (เบอร์นาร์ด มาร์) ผู้แปล พรรษรัตน์ พลสุวรรณา ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หุ่นยนต์ (robotic) และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มีพัฒนาการขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด และสิ่งที่เป็นประเด็นควบคู่มาด้วยกัน ก็เห็นจะเป็นเรื่องที่เป็นหัวข้อสนทนาและวิพากษ์วิจารณ์ คือ สักวันจักรกลจะครองโลก หรือจะเข้ามาแย่งงานของ ‘มนุษย์’ ซึ่งเอาจริงๆ ก็นับวันก็จะใกล้ความจริงขึ้นทุกวัน แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีทักษะที่ระบบอัตโนมัติไม่สามารถทำแทนมนุษย์ได้อยู่เหมือนกัน และถ้ามนุษย์ยังอยากจะไปต่อ ต้องมีทักษะและความสามารถตรงกับความต้องการในตลาดแรงงานในอนาคต ซึ่งผู้เขียนเป็นนักอนาคตศาสตร์ นักพูด และที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก  ได้แนะนำทักษะการทำงานในโลกอนาคตที่จำเป็น 20 ประการ เพื่อพัฒนาศักยภาพของคนทำงานให้โดดเด่นและเป็นที่ต้องการ และชุดทักษะที่บริษัทและนายจ้างให้ความสำคัญ   เจาะลึกถึงทักษะที่ระบบอัตโนมัติไม่สามารถทำแทนได้ ความสามารถระดับพรีเมียมที่ตลาดแรงงานต้องการ หนังสือราคาเล่มละ 295 บาท

ชีวประวัติ ดร. นิเวศน์นักลงทุนคนเก่ง

ต้นแบบการลงทุน VI คนแรกของไทย

“เด็กวัดดอน ชีวิต ความฝัน และการลงทุน” ผู้เขียน ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร,ชัชวนันท์ สันธิเดช  หนังสือเล่มนี้เป็นชีวประวัติของ “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” ได้รับการยอมรับนับถือว่าเป็นผู้เผยแพร่แนวคิดการลงทุนแบบเน้นคุณค่า หรือเรียกว่าต้นแบบ VI คนแรกในประเทศไทย เพื่อให้นักลงทุนเลิกเก็งกำไรอย่างไร้หลักการในตลาดหุ้น หันมาลงทุนแบบเน้นคุณค่าและลงทุนอย่างปลอดภัยมากขึ้น นักลงทุนชาวไทยทุกคนรู้จักและนำแนวทางการลงทุนของเขามาใช้จนประสบความสำเร็จกันมากมาย  ในเล่มผู้อ่านจะได้ทราบถึงประวัติ ตั้งแต่เกิดที่เริ่มจากเด็กสลัมลูกคนงานก่อสร้างอพยพ สู่ “มหาเศรษฐีนักลงทุน” ที่ได้รับการยอมรับนับถือสูงสุดของประเทศไทย จนถึงวันที่ประสบความสำเร็จมีพอร์ตหุ้นระดับพันล้าน ผู้อ่านจะได้ทราบถึงแนวคิดการทำงาน การลงทุน และการใช้ชีวิตในทุกแง่มุมที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ทั้งในเรื่องการศึกษาตั้งแต่เด็กจนสำเร็จเป็นดอกเตอร์  อะไรคือจุดเปลี่ยนจากอาชีพมนุษย์เงินเดือนมาเป็นนักลงทุน และแง่มุมของชีวิตส่วนตัวในเรื่องภรรยาและลูกสาว หนังสือราคาเล่มละ 345 บาท

กลยุทธการบริหารจัดการธุรกิจ

โดยการอ่านเกมล่วงหน้า 5 ก้าว

“5 ก้าวพลิกกระดานธุรกิจ” ผู้เขียน Patrick Bet-David (แพทริก เบ็ต-เดวิด) ผู้แปล มิรา ปรมาจารย์หมากรุกและผู้ประกอบการชั้นยอด มีคุณสมบัติร่วมกันคือ “การอ่านเกมล่วงหน้า 5 ก้าว” ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เป็นอดีตผู้ลี้ภัยสงครามที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ก่อตั้ง Valuetainment ช่องยูทูบชั้นนำ หมวด entrepreneurs ที่เขาได้ถอดบทเรียนจากประสบการณ์ตรง และองค์ความรู้จากเหล่านักคิด นักสู้ และซีอีโอจากหลากหลายแวดวง มากลั่นกรองออกมาเป็นกลยุทธ์ที่เข้าใจง่ายและพร้อมใช้งานจริง “5 ก้าวพลิกกระดานธุรกิจ” เป็นการปลูกฝังแนวทางและวิธีคิดอย่างผู้ประกอบการแบบก้าวต่อก้าว ตั้งแต่การรู้จักตัวเองให้ถ่องแท้ สร้างทีมที่ไว้ใจได้ อ่านสถานการณ์ให้เด็ดขาด เล่นเกมอำนาจให้อยู่หมัด และวางยุทธศาสตร์ให้อยู่มือ เพื่อกรุยทางสู่การเป็นผู้ประกอบการชั้นยอด และคว้าชัยชนะได้ไม่ว่าจะเผชิญกลเกมแบบใด หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับพนักงานที่อยากเติบโตในหน้าที่การงาน ลูกจ้างที่คิดจะลาออกมาสร้างกิจการของตน นักวางแผนกลยุทธ์องค์กร จนถึงสุดยอดซีอีโอที่ต้องการรักษาความสำเร็จในทุกก้าวที่เดิน หนังสือราคาเล่มละ 395 บาท

ให้ความรู้เรื่องการเกิดแผ่นดินไหว

การเตรียมพร้อมและการเอาตัวรอด

คู่มือพร้อมสู้ ธรณีพิบัติ มหาภัยทำลายไทย (ฉบับสมบูรณ์) ผู้เขียน ศรีกานต์  จากข้อมูลแผ่นดินไหวที่ผ่านมา ในประเทศไทยนั้น เคยเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว เนื่องจากรอยเลื่อนในประเทศที่ยังเคลื่อนตัวอยู่ โดยรอยเลื่อนเหล่านี้จะอยู่บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศ ซึ่งจะมีแรงสั่นสะเทือนแตกต่างกันออกไป ดังนั้นไทยเราก็มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวได้เช่นกัน  หนังสือเล่มนี้ เหมาะสำหรับผู้อ่านทั่วไปทุกเพศวัย ให้ได้ตระหนัก และเตรียมรับมือกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย ในเล่มได้บอกเล่าถึงสาเหตุการเกิดแผ่นดินไหวในลักษณะต่างๆ รวมทั้งข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับแผ่นดินไหวที่คนไทยควรรู้เอาไว้ เช่นสาเหตุการเกิดแผ่นดินไหว รอยเลื่อนในประเทศไทย เหตุการณ์แผ่นดินไหวในไทย กรุงเทพฯ พื้นที่สุ่มเสี่ยงต่อเกิดแผ่นดินไหว  นอกจากนั้นยังเน้นเรื่องวิธีปฏิบัติตน ปฏิบัติตัวระหว่างเกิดแผ่นดินไหว ทำอย่างไรเมื่อต้องเผชิญกับภัยพิบัติ สิ่งของที่ต้องเตรียมทั้งหมดยามฉุกเฉิน การปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับผู้ประสบภัย ประมวลเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในไทย และการช่วยเหลือผู้ประสบแผ่นดินไหวเอาไว้อย่างละเอียด มีการรวบรวมเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลต่างๆ เอาไว้ท้ายเล่ม เพื่อพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน  หนังสือเล่มละ 39 บาท

หนังสือเด่น : เทคนิคประสบความสำเร็จในชีวิต ในแบบฉบับคนธรรมดาทั่วไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/708863

หนังสือเด่น : เทคนิคประสบความสำเร็จในชีวิต  ในแบบฉบับคนธรรมดาทั่วไป

หนังสือเด่น : เทคนิคประสบความสำเร็จในชีวิต ในแบบฉบับคนธรรมดาทั่วไป

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ยุคสมัยนี้โลกมีความเปลี่ยนแปลงรวดเร็วแบบอัตราเร่ง ทุกคนต้องต่อสู้เพื่อให้ได้ไปต่อในยุคที่มีการแข่งขันสูงกันทั่วโลก สิ่งที่เป็นคุณสมบัติของคนยุคใหม่คือต้องมีทักษะและเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอเพื่อพัฒนาตัวเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของทุกสิ่งอย่างที่ไม่อยู่นิ่ง พร้อมกับต้องรับมือกับงาน หรือหน้าที่ตรงหน้าอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้บกพร่อง ภาระหน้าที่สมัยนี้ถือว่าหนักหนา น่าวิตกกังวล และกดดันมากมาย หากไม่สามารถจัดการตัวเองให้ทำงาน ดูแลตัวเอง และเรียนรู้ได้ดีไปพร้อมๆกันได้

หนังสือ ไม่ต้อง “หัวดี” แค่รู้ “วิธี”ก็สำเร็จได้ ผู้เขียน Takenori Inomata (ทาเกโนริอิโนมาตะ) ผู้แปล ช่อลดา เจียมวิจักษณ์ ผู้เขียนมีดีกรีเป็นคุณหมอนักวิจัยที่ห้องปฏิบัติการ Harvard Medical School และเจ้าของปริญญาExecutive MBA จากมหาวิทยาลัยบอสตัน ซึ่งโปรไฟล์ของผู้เขียนก่อนจะมาโด่งดังก็เป็นคนโนเนมคนธรรมดาทั่วไป ไม่ได้เรียนเก่งอะไร ไม่เคยมีประสบการณ์การไปอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานาน แต่เขาก็ตั้งใจทำงานไปเรียนไปจนจบปริญญาเอกด้านการแพทย์ และยังทำงานในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และเมื่อเรียน Executive MBA ก็ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ได้อย่างเหลือเชื่อ

ผู้เขียนได้มาถ่ายทอดการจัดระเบียบวิธีเรียน วิธีคิด และทำวิธีปฏิบัติให้ประสบผลสำเร็จในแบบฉบับของคนที่หน้าที่การงานล้นพ้นตัวแบบเขา ด้วยการแนะนำวิธีที่มีประสิทธิภาพหลายวิธี ที่ทำให้ภารกิจชีวิต หรือเป้าหมายประสบผลสำเร็จ อาทิ การตั้งเป้าหมายให้เป็นรูปธรรมอย่างแน่วแน่ชัดเจนเพื่อช่วยให้เกิดวิสัยทัศน์ระยะยาวและแรงจูงในระยะสั้นเช่น จะต้องสอบให้ได้ Certificate ด้านคอมพิวเตอร์ภายใน 1 ปี ต้องมีอาชีพที่เสริมสร้างรายได้ขณะเลี้ยงลูกอยู่บ้าน หรือต้องสอบเลื่อนขั้นภายใน 1 ปี เป็นต้น และใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับตัวเอง, ตั้งเป้าหมายอย่างชาญฉลาดด้วยกรอบแนวคิดที่มีเกณฑ์มาตรฐาน 5 ข้อ ที่เรียกว่าเป้าหมายอันชาญฉลาด หรือ SMART Goals ที่เป็นรูปธรรมและวัดผลได้ สำเร็จได้โดยสอดคล้องกับความเป็นจริง และเสร็จสิ้นในเวลาที่กำหนด, เคล็ดลับเพิ่มพลังสมาธิ และเทคนิคบริหารเวลาของคนประสบผลสำเร็จเช่นแบบดอกเบี้ยทบต้น ทำป้ายคัดแยกความสำคัญก่อนหลัง ลดการใช้เวลาสูญเปล่าคือเวลาที่ขาดสมาธิ ให้กลับมามีสมาธิโดยเร็ว ควบคุมง่วงนอน เป็นต้น, เคล็ดลับการเรียนของคนที่สำเร็จ เช่นใช้วิธีคิดแบบ LEAN ใช้ปากกาไฮไลต์ให้เป็นประโยชน์ ทำตามTo-Do List วันละ1 ครั้งให้ได้ จัดการตามวิธี FIFO วิธีการเรียนที่ผู้เขียนได้จากมหาวิทยาลัยระดับโลก ฯลฯ

หนังสือเล่มนี้บอกวิธีปฏิบัติและเทคนิคอย่างละเอียด อ่านเข้าใจง่าย ไม่มีศัพท์แสงทางการแพทย์ให้ปวดหัว มีทางเลือก มีข้อเสนอแนะที่นำเป็นแนวทางปฏิบัติได้เหมาะสมกับแต่ละคน สมเหตุสมผล ดูเรียล เพราะว่ากลั่นกรองมาจากประสบการณ์ของผู้เขียนโดยตรง เหมาะสำหรับนักศึกษาจบใหม่ที่ต้องเริ่มทำงาน ผู้บริหารองค์กร หรือพนักงานที่ตั้งใจก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น คนที่มีครอบครัวมีลูกหรือพ่อแม่ที่แก่เฒ่าต้องดูแลพร้อมกับต้องทำงานเลี้ยงชีพเด็กนักเรียนที่อยากจะประสบผลสำเร็จในการเรียน หรือคนอื่นๆ ก็สามารถนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้บริหารชีวิตได้ ถึงแม้ทุกคนอาจมีงานยุ่งและทำหลายสิ่งหลายอย่างในแต่ละวันแต่ก็จะสามารถบาลานซ์ชีวิตและประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายในทุกๆ ด้านได้แน่นอน หนังสือเป็นของสำนักพิมพ์ เชนจ์พลัสจัดจำหน่ายโดย ซีเอ็ดยูเคชั่น มีจำหน่ายในรูปแบบe-book และรูปแบบหนังสือราคาเล่มละ 245  บาท

เจาะลึกเกาหลีใต้ที่ก้าวผ่านช่วงเลวร้าย

สู่ชาติที่โดดเด่นบนเวทีโลกทุกด้าน

“มหัศจรรย์เกาหลี : จากเถ้าถ่านสู่มหาอำนาจทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม” (ฉบับปรับปรุงเนื้อหาใหม่) ผู้เขียน Daniel Tudor (แดเนียล ทิวดอร์)  ผู้แปล ฐิติพงษ์ เหลืองอรุณเลิศ  ในอดีตเกาหลีบอบช้ำจากลัทธิอาณานิคมและสงครามที่ต่อเนื่องยาวนาน และไม่มีใครจินตนาการออกว่าดินแดนที่ถูกแยกเป็นสองข้าง ซ้ำยังมีทรัพยากรธรรมชาติมีอยู่แสนจำกัดนี้จะก้าวพ้นความทุกข์ยากแสนสาหัสได้ แต่เพียง 50 ปีให้หลัง เกาหลีใต้กลับมายืนหยัดอย่างสง่างาม มีชีวิตชีวาบนเวทีโลกในฐานะผู้นำด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม หนังสือเล่มนี้ จะบอกถึงหลากแง่มุมของเกาหลีอย่างเจาะลึกและครอบคลุม ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และประเพณี สู่การปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจ ไปจนถึงจิตวิญญาณแบบ “ฮัน” และ “ฮึง” ที่สะท้อนความเศร้าลึกและสุขล้ำอันเป็นแก่นของวัฒนธรรมเกาหลี พบกับกลุ่มธุรกิจ “แชโบล” ยักษ์ใหญ่ผู้ขับเคลื่อนและฉุดรั้งประเทศไปพร้อมกัน ลัทธิคนทรงเจ้าที่แฝงฝังอยู่ในวิถีชีวิตทุกชนชั้นมาทุกยุคทุกสมัย อุตสาหกรรมเคป๊อปและภาพยนตร์ในฐานะโฉมหน้าของเกาหลียุค Soft Power เบ่งบาน รวมถึงอดีตประธานาธิบดีพัก กึน-ฮเย ผู้อื้อฉาว  หนังสือราคาเล่มละ 435 บาท

จิตวิทยาประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

โดยเพียงเปลี่ยนแปลงสิ่งเล็กๆน้อยๆ

“คิดเล็ก = ผลลัพธ์ยิ่งใหญ่ Think Small: The Surprisingly Simple Ways to Reach Big Goals”   ผู้เขียน Owain Service (โอเวน เซอร์วิช),Rory Gallagher (รอรี่ กัลลาเกอร์) ผู้แปล ดร. พรรณผกา  คนเรามักมีคำมั่นสัญญากับตัวเองเสมอว่าจะทำชีวิตตัวเองให้ดีขึ้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่นตั้งใจแน่วแน่ว่าจะดูแลตัวเองให้ดีขึ้น เคยสัญญากับตัวเองว่าจะไม่โมโหคนที่คุณรัก และจะทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้สำเร็จ แต่กลับไม่เคยทำได้จริงสักที  ใครๆ ก็บอกให้ฝันให้ไกลไปให้ถึง ชีวิตไร้ขีดจำกัด ไม่มีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้ แต่ทำไมเป้าหมายยิ่งใหญ่ที่ตั้งใจไว้กลับไม่สำเร็จเสียที หนังสือเล่มนี้จะพาผู้อ่านไปพบกับ 7 ขั้นตอนสู่ความสำเร็จตามหลักจิตวิทยา ที่ไม่ว่าใครก็เข้าถึงได้ เป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงน้อยนิด ที่สร้างผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่ และในเล่มยังประกอบด้วยงานวิจัยมากมายที่ทดสอบโดยทีมความรู้ด้านพฤติกรรม (Behavioral Insights Team) ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลสหราชอาณาจักร เพื่อหาวิธีที่ชาญฉลาดกว่ามาใช้กระตุ้น สนับสนุนและผลักดันให้ผู้คนเลือกสิ่งที่ดีกว่าแก่ตัวเอง ด้วยการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ และการวางแผนที่ชัดเจนบนพื้นฐานบนความความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์ของพฤติกรรมมนุษย์ ซึ่งจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ปัจเจกบุคคลสู่ระดับประเทศ หนังสือราคาเล่มละ 225 บาท

แรงบันดาลใจจากนักเบสบอลตัวท้อปญี่ปุ่น

ที่ก้าวผ่านเวลายากลำบากด้วยศรัทธาตัวเอง

“แล้วชีวิตจะผ่านไปได้ด้วยดี Don’t Worry About Small Things”  ผู้เขียน Hichori Morimoto (ฮิโจริ โมริโมโตะ) ผู้แปล วลัยพร บำรุงสวัสดิ์  “ฮิโจริ โมริโมโตะ” อดีตนักกีฬาเบสบอลระดับท็อปของญี่ปุ่น แบ่งปันเรื่องราวสุดประทับใจของเขาในด้านการมองโลกในแง่ดีผ่านประสบการณ์ที่เลวร้าย  โดยเริ่มตั้งแต่ตอนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ฮิโจริ โมริโมโตะ ที่เริ่มป่วยด้วยโรคผมร่วงเป็นหย่อมโดยไม่ทราบสาเหตุจนกระทั่งล้านเลี่ยนไปหมดทั้งหัว ที่ในขณะนั้นเขาทั้งถูกสังคมรังเกียจ ถูกเพื่อน ๆ ล้อเลียนกลั่นแกล้ง เลยกลายเป็นปมในใจเขา ส่งผลให้เด็กที่ร่าเริงมาตลอดขาดความมั่นใจและทุกข์ทรมาน จนกระทั่งเพื่อนสนิทชวนมาเล่นเบสบอล และส่วนตัวเขาชอบเพราะระหว่างแข่งสามารถสวมหมวกได้  และทุกคนในทีมก็สวมหมวก ก็เลิกคิดมาก และก็มุ่งเล่นบอลโดยลืมเรื่องป่วยหรือความคิดเล็กคิดน้อยของตัวเองไปได้ทั้งหมด พอเลิกสนใจตนเอง และหันมามุ่งด้านเบสบอล  เส้นผมถึงงอกขึ้นมาเป็นปกติ เขาคิดว่าเป็นเพราะเขาเลิกกังวลและระบายความทุกข์ใจทั้งหมดไปกับการเล่นเบสบอล ในหนังสือเล่มนี้ เขาจึงมาแชร์ประสบการณ์ และวิธีการที่เขาก้าวผ่านช่วงเวลาเลวร้าย  เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านสามารถข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกับเขา ราคาเล่มละ 169 บาท

รักษาความอ่อนเยาว์ร่างกายและจิตใจ

ตลอดเวลา ด้วยการดูแลแบบ ‘ชินยะ’

“กินอยู่อย่างไรให้อ่อนวัยตลอดกาล” ผู้เขียน Hiromi Shinya (ฮิโรมิ ชินยะ), น.พ. ผู้แปล กาญจนา ประสพเนตร การมีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูอ่อนกว่าวัยเป็นสิ่งที่ใครๆ ต่างก็ถวิลหา แต่หลายคนกลับใช้ชีวิตตรงกันข้ามแบบเร่งความแก่ให้ตนเอง และจนกว่าจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อความเสื่อมโทรมรุกล้ำร่างกายมากจนดูแก่เกินวัย เกิดโรคภัยต่างๆรุมเร้า สิ่งเหล่านี้สามารถกู้คืนมาได้ด้วย รูปแบบการใช้ชีวิตที่ดีตามสไตล์ “ชินยะ” ด้วยการใช้ชีวิตและการกินด้วยวิธีง่ายๆ และยั่งยืน นอกจากจะช่วยให้ผิวพรรณดูสดใสเปล่งปลั่ง ร่างกายแข็งแรงสมวัยแล้ว ยังลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน โรคตับ โรคภูมิแพ้ และโรคร้ายแรงอื่นๆ ได้ด้วย วิธีที่เสนอแนะอาจจะไม่เห็นผลรวดเร็วทันใจ ดังเช่นการใช้สารเคมีหรือกรรมวิธีลัดอื่นๆ ตามสมัยนิยม แต่รับคือ วิธีคืนความอ่อนเยาว์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ให้ดูอ่อนกว่าวัยไปตลอดกาล หยุดสารพัดวิธีการกินอยู่เพื่อชะลอความแก่แบบผิดๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สารเคมีลดริ้วรอย ดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ กินอาหารโลว์คาร์บ กลับมาคืนความอ่อนวัยด้วยวิธีง่ายๆ และยั่งยืนแบบชินยะ ด้วยหนังสือการดูแลสุขภาพเล่มนี้ในราคาเล่มละ 135 บาท

หนังสือเด่น : รู้จักโรคซึมเศร้า (ที่ไม่เป็นตามรูปแบบปกติ) สังเกตอาการ ดูแลรักษา ก่อนจะสายเกินแก้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707320

หนังสือเด่น : รู้จักโรคซึมเศร้า (ที่ไม่เป็นตามรูปแบบปกติ)  สังเกตอาการ ดูแลรักษา ก่อนจะสายเกินแก้

หนังสือเด่น : รู้จักโรคซึมเศร้า (ที่ไม่เป็นตามรูปแบบปกติ) สังเกตอาการ ดูแลรักษา ก่อนจะสายเกินแก้

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จากผลวิจัยระบาดวิทยาสุขภาพจิต สหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2012  พบว่าอัตราการผู้ป่วยโรคซึมเศร้า (ที่ไม่เป็นตามรูปแบบปกติ) มีจำนวนสูงกว่าผู้ป่วยโรคซึมเศร้าแบบปกติถึง 1.6 เท่า และพบว่าผู้ป่วยซึมเศร้าไม่ปกติส่วนใหญ่ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นผู้หญิง มีสาเหตุมาจากความกังวลในการใช้ชีวิตในสังคมที่มีปัญหาที่ต้องเผชิญมากมาย อาการของโรคปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนและเกิดขึ้นได้ง่าย และมักวางแผนฆ่าตัวตายบ่อยครั้ง และแสดงอาการอารมณ์สองขั้วร่วมด้วย มีแนวโน้มจะมีอัตราสูงขึ้นเรื่อยๆทั่วโลกในปัจจุบัน

หนังสือ ฉันเป็น “โรคซึมเศร้า” ไหมนะ ผู้เขียน Hisanobu Kaiya (ไคยะ ฮิซาโน) ผู้แปล วิลาศิณี คู่ปัถพี  ผู้เขียนเป็นผู้อำนวยการสมาคมการแพทย์ญี่ปุ่น ที่ได้ทำการค้นคว้าการรักษาศึกษาโรคซึมเศร้า (ที่ไม่เป็นตามรูปแบบปกติ)มานานพอสมควร จนค้นพบวิธีรักษาและรับมือกับโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ  โรคนี้ในปัจจุบันยังไม่มียาใดรักษาให้หายขาดได้ และในเล่มได้อธิบายถึงโรคนี้3 ส่วนด้วยกัน คือเริ่มอธิบายถึงความหมายโรคซึมเศร้า (ที่ไม่เป็นตามรูปแบบปกติ)ว่ามีลักษณะแบบไหน สาเหตุการเกิดโรค ลักษณะอาการของโรคมี 8 ลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตั้งแต่ Type เอ- เอช  มีแบบเช็คลิสต์ทดสอบอาการ   อาการซึมเศร้า (ที่ไม่เป็นตามรูปแบบปกติ)ต่างจากซึมเศร้าปกติอย่างไรบ้าง   โรคนี้แฝงอยู่ในโรคซึมเศร้าแบบปกติอยู่ประมาณ28 %  และมักแฝงตัวอยู่ในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางอารมณ์เช่นโรคอารมณ์แปรปรวนเรื้อรัง มีอาการร่วมด้วยอยู่ประมาณ50 %   โรคอารมณ์2ขั้วชนิดที่ 2 แฝงอยู่ 53.7 %

อาการของโรคมักถูกคนภายนอกมองแบบเข้าใจผิดว่าผู้ป่วยขี้เกียจเท่านั้นไม่ได้เจ็บป่วย สาเหตุการเกิดโรคซึมเศร้า(ที่ไม่เป็นตามรูปแบบปกติ) มาจากปัจจัยหลักๆคือ ความเครียดสะสมจากสภาพแวดล้อม  ครอบครัว ที่ทำงาน การเลี้ยงดูที่ไม่ได้รับการเอาใจใส่หรือใช้ความรุนแรง ความสารถรับมือและจัดการความเครียด และการการรักษาด้วยยาและการรักษาด้านจิตใจ  จิตบำบัดโดยการปรับพฤติกรรม ปรึกษาแพทย์ ด้วยการใช้ยารักษา การปรับตัวให้อยู่กับโรคโดยนอนหลับให้เพียงพอในตอนกลางคืน ปรับนาฬิกาชีวิตในร่างกาย การนั่งสมธิ ออกกำลังกายเบาๆเพื่อกระตุ้นสมอง และอาการทางจิตใจที่เกิดร่วมและการรักษาเช่นโรควิตกกังวล อารมณ์สองขั้ว  โรคตื่นตระหนก โรคกลุ่มอาการล้าเรื้อรัง โครซึมเศร้าตามฤดูกาลเป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสถานที่รักษาแจ้งไว้ในเล่มอีกด้วย

หนังสือมีประโยชน์ เนื้อหาครอบคลุม อธิบายเรื่องยากๆให้เข้าใจได้ง่าย และยังมีนำการ์ตูนสวยงามไว้ประกอบคำอธิบาย อ่านเข้าใจง่าย เป็นหนังสือที่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า(ที่ไม่เป็นตามรูปแบบปกติ) และผู้ใกล้ชิดสามารถนำมาใช้เป็นคู่มือในชีวิตประจำวัน  ใช้เป็นแนวทางในการสังเกตอาการ เพื่อเช็คอาการของตัวเองและคนใกล้ชิด  เพื่อเตรียมดูแลรักษาให้ถูกวิธีก่อนและเข้าใจจะสายเกินแก้ หนังสือจำหน่ายในรูปแบบหนังสือราคา 165 บาท มีจำหน่ายในรูปแบบ e-book ด้วย จัดจำหน่ายโดยซีเอ็ด ยูเคชั่น

เทคนิคความสำเร็จในแบบฉบับคนสำเร็จ

ทั้งด้านการเรียนและการทำงาน

หนังสือ ไม่ต้อง “หัวดี” แค่รู้ “วิธี” ก็สำเร็จได้ ผู้เขียน Takenori Inomata (ทาเกโนริ อิโนมาตะ) ดีกรีคุณหมอนักวิจัยแห่งห้องปฏิบัติการ Harvard Medical School และเจ้าของปริญญา Executive MBA จากมหาวิทยาลัยบอสตัน ผู้แปล ช่อลดา เจียมวิจักษณ์  ผู้เขียนเป็นคนธรรมดาทั่วไปไม่มีอะไรโดดเด่นไม่ได้เรียนเก่งอะไร แต่สามารถประสบผลสำเร็จอย่างสูงได้ด้วยความมีระเบียบวินัย สม่ำเสมอและวางแผน จึงได้มาแชร์เทคนิคความสำเร็จของตนเอง ให้คนทำงานที่ต้องต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆด้วยเพื่อพัฒนาตนเองหรือเพิ่มพูนทักษะใหม่ๆให้ทันเหตุการณ์และตรงกับความต้องการองค์กร  นักศึกษาจบใหม่ที่กำลังจะทำงาน  นักธุรกิจที่ตั้งใจก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น หรือแม้แต่คนที่วางแผนจะมีครอบครัวหรือมีลูกและจะเรียนไปพร้อมกัน  ถึงแม้ทุกคนอาจมีงานยุ่งและทำหลายสิ่งหลายอย่างในแต่ละวัน  แต่ก็สามารถบาลานซ์ ชีวิตและประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายได้ โดยทำตามเทคนิคและทักษะที่แนะนำในหนังสือ อาทิ แน่วแน่ในเป้าหมายและทำภารกิจเดิมของตนเอง  มุ่งมั่นในสิ่งที่ควรทำ การสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการเรียน  การตั้งเป้าหมาย วิธีการทำเป้าหมายหรือภารกิจในชีวิตให้เป็นจริง การบริหารเวลา เคล็ดลับเรียนและทำงานให้เกิดประสิทธิผล ตลอดจนเผยความลับที่ทำให้คนสำเร็จเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ  เป็นต้น เป็นหนังสือหนังสือราคา 245 บาท

เจาะลึกการทำงานที่ไม่เหมือนใคร

จากคนเคยทำงานที่ Amazon

หนังสือ คนเก่งใน Amazon เขาทำงานกันแบบไหน : I Saw the Future at Amazon ผู้เขียน Park JungJoon (พักจ็องจุง) ผู้แปล ผศ.ดร. สิรินาถ ศิริรัตน์     ผู้เขียนเคยทำงานเป็นนักพัฒนาแอปพลิเคชั่น นักวิเคราะห์การตลาด วิศวกรด้านระบบธุรกิจอัจฉริยะที่ บริษัทเอมะซอน สำนักงานใหญ่ในซีแอตเทิลนานกว่า12ปี ดังนั้นเขาจึงถือว่าเป็นคนวงในที่รู้ลึกรู้จริงในทุกๆด้านในบริษัท หนังสือจะเจาะลึกวิธีการทำงานที่ไม่เหมือนใครของชาว Amazon ให้ผู้อ่านได้ไปรู้จักวัฒนธรรมธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์ และหลักการต่างๆที่ที่แฝงอยู่ในการเติบโตของเอมะซอน  กฎระเบียบที่มีประสิทธิภาพ ระบบการทำงานแบบสกรัม (Serum Process) ที่ช่วยสร้างผลิตภาพให้องค์กร รวมถึงเทคนิคต่างๆที่เป็นแบบเฉพาะตัว อาทิ ยืนคุยงานวันละ 10 นาที การระดมความคิดโดยใช้โพสต์อิด 1 แผ่น กลยุทธ์ประชุมด้วยกระดาษ A4 จำนวน 6 หน้า แทนการใช้ Power Point ไปจนถึงการเอาตัวรอดในที่ทำงานสไตล์แอมะโซเนียน (Amazonian) หนังสือราคาเล่มละ 239 บาท

พูดคุยสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

สามารถรับมือกับคนได้ทุกประเภท

หนังสือ พูดดี พูดอย่างไร ให้ได้ใจคนทุกสถานการณ์ เขียนโดย Takashi Saito (ทากาชิ ไซโต) ผู้เชียวชาญด้านการสื่อสาร อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเมจิ ผู้แปล : สุภัทร จันทร์ตะลิ หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมแก่นความรู้ต่างๆ ที่สามารถใช้เป็นคู่มือเพื่อให้การสื่อสารกับทุกเพศทุกวัย ทุกสถาณะ อย่างสัมฤทธิ์ผล อาทิ พัฒนาศักยภาพในการเข้าสังคม  การสื่อสารกับผู้อื่นอย่างได้ผลลัพธ์ตามต้องการ ฝึกทักษะ ของการต่อรอง ร้องขอที่ได้ผล เทคนิครับมือกับคนที่ไม่ถูกชะตาหรือขัดแย้งกันให้ไม่มีปัญหา วิธีแก้ปัญหาและสื่อสารอย่างได้ผล การสื่อสารด้วยอีเมลล์อย่างไร้ข้อผิดพลาด ฯลฯ เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาในการสื่อสารพูดคุย เข้าสังคมไม่เป็น ไม่กล้าเอ่ยปากสนทนา เครียดเมื่อสื่อสารกับคนอื่น  สื่อสารกับหัวหน้าหรือลูกน้องไม่เป็น อธิบายเรื่องราวต่างๆแล้วผู้ฟังไม่เข้าใจ สั่งงานลูกน้องไม่เคยได้งาน  ถ่ายทอดสิ่งที่ต้องการไม่ได้ กลัวการเจรจาต่อรอง ให้สามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น และสามารถสื่อสารเก่งได้ผลลัพธ์ที่ดีทุกสถานการณ์ ทุกเวลา หนังสือราคาเล่มละ 245 บาท

ฝึกสมอง กระตุ้นรหัสสมองทั้ง8 ด้าน

ป้องกันอัลไซเมอร์ด้วยการทำงานบ้าน

หนังสือ ฝึกสมองด้วยงานบ้าน เขียนโดยผู้เชียวชาญด้านสมองชื่อดังของญี่ปุ่น  Toshinori Kato (โทะชิโนะริ คะโตะ)ผู้แปล อังคณา รัตนจันทร์    เป็นหนังสือคู่มือฝึกฝนสมองด้วย 65 วิธี เพื่อกระตุ้นรหัสสมองทั้ง 8 ด้าน ได้แก่ รหัสสมองด้านการจดจำ รหัสสมองด้านการมองเห็น รหัสสมองด้านอารมณ์ รหัสสมองด้านความคิด รหัสสมองด้านความเข้าใจ รหัสสมองด้านการได้ยิน รหัสสมองด้านการสื่อสาร และรหัสสมองด้านการเคลื่อนไหว ให้มีความแข็งแรงอยู่เสมอ โดยผ่านการทำงานบ้านที่หลายคนคิดว่าไม่มีประโยชน์และแสนจะน่าเบื่อ  พร้อมทั้งบอกเล่าผลสำเร็จของการทำงานบ้านกระตุ้นสมอง ผ่านประสบการณ์จริงโดย “คุณฮิซะโกะ โยะชิซะวะ” นักวิจารณ์หญิงชื่อดังของญี่ปุ่นในวัยใกล้หลักร้อยที่ยังแข็งแรง สดใส และเมื่อรหัสสมองทั้ง 8 ด้านแข็งแรงแล้ว สมองก็จะอ่อนเยาว์ ทำงานอย่างเต็มศักยภาพ และห่างไกลอาการหลงลืมหรืออัลไซเมอร์ อย่างแน่นอน หนังสือราคา 185 บาท

หนังสือเด่น : เทคนิคการรับมือกับลูกสมาธิสั้น ให้ข้อมูล ความรู้ที่ครบถ้วนทุกด้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/705803

หนังสือเด่น : เทคนิคการรับมือกับลูกสมาธิสั้น ให้ข้อมูล ความรู้ที่ครบถ้วนทุกด้าน

หนังสือเด่น : เทคนิคการรับมือกับลูกสมาธิสั้น ให้ข้อมูล ความรู้ที่ครบถ้วนทุกด้าน

วันอาทิตย์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

การดูแลเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นหรือไฮเปอร์ เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความรักและความเข้าใจเป็นอย่างมาก ผู้ดูแลจะเหน็ดเหนื่อยและมีปัญหาให้แก้ไขทุกวัน ในขณะเดียวกันเด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้ ถึงแม้ว่าสังคมจะเริ่มรับรู้ แต่ผู้ปกครองและครูส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจธรรมชาติของการมีสมาธิสั้นดีพอ เด็กกลุ่มนี้เหมือนเด็กปกติทุกอย่าง บางคนฉลาดเป็นกรด แต่ก็จะดื้อซน ก้าวร้าว ชอบแหกกฎ เกเร มีพฤติกรรมที่มีปัญหา อยู่ไม่สุข ขาดสมาธิ ไม่รับผิดชอบในชีวิตประจำวันและการเรียน หุนหันพลันแล่น วู่วาม ใจร้อน โมโหร้าย ขาดทักษะทางสังคม จึงทำให้อยู่กับคนอื่นได้ยาก เมื่อขาดความเข้าใจดูแลกันไม่ถูกต้อง ก็จะตำหนิ ดุด่า กระทบกระเทียบเปรียบเปรย หนำซ้ำเด็กยังมักถูกรังเกียจและดูถูกจากญาติพี่น้องเพื่อนฝูงว่าเป็นเด็กเลว จึงทำให้เด็กอยู่ในวงจรแห่งความทุกข์ รู้สึกเป็นคนเลว ไม่มีใครรัก มีความรันทด อมทุกข์ เก็บกด จนอาการสมาธิสั้นพัฒนากลายเป็น โรคซึมเศร้าและอารมณ์แปรปรวน หรือโรคอารมณ์สองขั้ว กลายเป็นวัยรุ่นก็จะเป็นกลุ่มเสี่ยงสร้างปัญหาความรุนแรงและภัยให้สังคมได้

หนังสือเรื่อง สมาธิสั้น หายได้ไม่ยาก เป็นหนังสือที่เขียนโดย นภัทร พุกกะณะสุต ผู้ปกครองที่มีประสบการณ์ตรงในการดูแลเด็กสมาธิสั้นผสมออทิซึมอ่อนๆ และเป็นประธานชมรมผู้ปกครองบุคคลสมาธิสั้น ผู้ให้คำแนะนำแก่ผู้ที่ประสบปัญหาเด็กในความดูแลเป็นสมาธิสั้นมากว่า 10 ปี และได้พูดคุยกับบรรดาแม่ๆเกือบ 10,000 คน และปัญหาที่เธอพบคือส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่การเรียนของลูกโดยไม่คำนึงถึงศักยภาพปัญหา ข้อจำกัดของลูก จนปัญหาบานปลายมีผลร้ายต่อเด็ก ครอบครัวและสังคม ผู้เขียนจึงได้ทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดการเลี้ยงดูลูกสมาธิสั้นให้ถูกทาง ด้วยความรู้สึก ประสบการณ์และความรู้ที่ดูแลลูกของตนเองมาจนโตอย่างหมดเปลือกแบบกัลยาณมิตร เพื่อให้ผู้ปกครองคนอื่นๆที่ประสบปัญหาเดียวกันได้มีแนวทางในการช่วยเหลือลูกให้สามารถดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข ซึ่งถือเป็นหนังสือที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ปกครองที่ต้องดูแลเด็กที่มีความบกพร่องทางสมาธิ

หนังสือเล่มนี้ มีเนื้อหาที่เริ่มต้นตั้งแต่ความเป็นมาของความบกพร่องทางสมาธิที่มาจากปัจจัยหลายอย่าง อาทิ  การเกิดขึ้นของโรค ลักษณะของเด็กที่บกพร่องเป็นอย่างไร  แนวทางในการช่วยเหลือเลี้ยงดูให้เขาอยู่ในสังคมได้ ดูแลตัวเองได้ มีความสุข นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าจากคุณแม่ คุณครู ที่เป็นกรณีตัวอย่าง และอื่นๆ  ผู้เขียนได้ถ่ายทอดเนื้อหาออกมาได้อย่างชวนอ่าน เป็นแบ่งปันประสบการณ์  นอกจากนี้ยังมีการสอดแทรกความรู้เชิงวิชาการ และแบบประเมินผลความสำเร็จในการแก้ไขช่วยเหลือเด็ก โดยการถ่ายทอดด้วยภาษาที่อ่านง่าย และเป็นการให้ความรู้และประสบการณ์จากผู้ปกครองด้วยกัน จึงอาจสามารถช่วยเป็นกำลังใจให้ผู้ปกครองรู้สึกว่าตนเองไม่ได้มีปัญหาอยู่คนเดียว  

การเลี้ยงดูเด็กที่เป็นสมาธิสั้นไม่ใช่เรื่องง่าย พ่อแม่และผู้ปกครองและบุคคลใกล้ชิดมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการของเด็กเหล่านี้  โดยต้องมีความตั้งใจ อดทน ร่วมมือกันในการช่วยเหลือ ให้เวลา ให้ความรัก ความอบอุ่น ต้องมีทัศนคติเชิงบวกอยู่เสมอ และที่สำคัญนอกเหนือจากรักและเข้าใจแล้วยังต้องมีความรู้เพื่อต่อยอดการรักษาด้วยยาหรือบำบัดด้วยแพทย์  เรื่องเล่าจากคุณนภัทรนอกจากถ่ายทอดประสบการณ์แล้ว ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่ให้ความรู้และแนวทางอันเป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครองในการเลี้ยงดูลูกสมาธิสั้นได้อย่างดีทีเดียว  หนังสือราคา 275 บาท จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย นานมีบุ๊คส์

ทิ้งอดีตที่ทำให้ชีวิตไม่ก้าวหน้า

สร้างชีวิตใหม่ที่มีความสุขด้วยตัวเอง

ให้หัวใจนำทาง ผู้เขียน Louise Hay (ลูอิส เฮย์) ผู้แปล ณัชชา บัวกลิ่น  หนังสือเล่มนี้จะแนะนำเรื่องการเชื่อมโยงกับ “ตัวตนภายใน” เพื่อรับรู้ความรู้สึกแสนวิเศษที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ทุกวัน มีความสนุก สุขใจได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น “ลูอีส เฮย์” ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ เป็นกูรูด้านจิตวิญญาณ  หนโดยเนื้อหาจะเริ่มด้วยการชวนให้ผู้อ่านคิดและพิจารณาทิ้งนิสัยเสียและความเชื่อเดิม ๆ ที่คอยฉุดรั้งตัวเราไม่ให้ก้าวหน้าหรือจมอยู่กับความทุกข์ไว้เบื้องหลัง  และให้หันมายอมรับและรักตัวเองอย่างไม่มีเงื่อนไข และถือว่าอดีตที่ผ่านพ้นไปคือรากฐานอันดีงาม และมาสร้างอนาคตที่ดีด้วยการลงมือสร้างสรรค์ปัจจุบันให้ยอดเยี่ยมที่สุด ด้วยความคิดและการกระทำของตัวเอง ด้วยตัวเอง หนังสือนี้เป็นการให้ความรู้ด้านจิตวิญญาณที่มีคุณค่า ทำให้คุณตระหนักในคุณค่าของตัวเองและมองโลกด้วยหัวใจอย่างลึกซึ้ง “ลูอิส เฮย์” ยังเป็นผู้เขียนหนังสือขายดีเล่มอื่นๆด้วย เช่น ชีวิตนี้ลิขิตได้ (You Can Heal Your Life) ซึ่งตีพิมพ์ไปแล้วกว่า 50 ล้านเล่มทั่วโลก  และเป็นผู้เขียนหนังสือสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่อีกกว่า 30 เล่ม รวมถึงหนังสือขายดีอย่าง พลังแห่งการรักตัวเอง (The Power Is Within You) จงเป็นเธอในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด (Empowering Women) I Can Do It เชื่อสิฉันทำได้  หนังสือ ให้หัวใจนำทาง ราคา 285 บาท

ชนะใจคนอื่นด้วยด้วยความจริงใจ

การใช้คำพูดที่อ่อนน้อมถ่อมตน

หนังสือ วิธีชนะมิตรและจูงใจคน : How to Win Friends and Influence People ผู้เขียน Dale Carnegie (เดล คาร์เนกี) ผู้แปล อาษา ขอจิตต์เมตต์     “เดล คาร์เนกี” เป็นนักสังเกตการณ์มนุษย์ที่ยิ่งใหญ่ และมีความเข้าใจในธรรมชาติมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือประเภท “ฮาวทู” ที่จะช่วยสร้างสรรค์ให้มนุษย์อยู่ร่วมกันในสังคมได้ดีกว่า ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด การชนะใจผู้อื่นได้ด้วยการกระทำที่จริงใจ หรือด้วยคำพูดถ่อมตน ย่อมทำให้เกิดมิตรขึ้นได้ ดังนั้น การชนะมิตรที่มีเหตุผลและการใช้กุศโลบายที่แยบยล โดยไม่ทำให้เจ้าตัวทราบ จึงเป็นหนทางที่ถูกต้อง ซึ่งในเล่มได้แนะนำวิธีการต่างๆไว้   หนังสือเล่มนี้ถึงแม้จะเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์มานานมาก แต่เนื้อหายังคงทันสมัยและใช้ได้ตลอดการณ์  และได้ถ่ายทอดออกมาแบบสนุกสนานและน่าติดตามจนวางไม่ลง มีวิธีการเขียนแบบกึ่งเล่าเรื่องเมื่อถึงจุดที่จะเริ่มเบื่อ ก็จะเปลี่ยนแนวโดยยกตัวอย่างคนนั้นคนนี้มาเล่าให้ผู้อ่านผ่อนคลาย หนังสือเล่มนี้เหมาะกับทุกสาขาอาชีพ เพื่อการพัฒนาตนเองไปสู่การมีมิตรที่ดี และถาวรไว้กับตนเอง และถือเป็นหนังสือที่สร้างสรรค์ให้มนุษย์อยู่ร่วมกันในสังคมได้ดีกว่า ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด การชนะใจผู้อื่นได้ด้วยการกระทำที่จริงใจ หรือด้วยคำพูดถ่อมตน ย่อมทำให้เกิดมิตรขึ้นได้ หนังสือราคาเล่มละ 290 บาท

เรื่องราวที่ปรึกษาแมวเหมียว 9 ชีวิต

มารับฟัง และแนะนำการใช้ชีวิตให้มนุษย์

หนังสือ แมว9ชีวิตสอนฉันว่าเหมียว เหมียว เหมียว ผู้เขียน: อึล นยัง อี เป็นหนังสือจิตวิทยา พัฒนาตัวเอง ที่เลือกใช้แมวมาเป็นตัวชูโรงในการแนะนำการใช้ชีวิตของคน  ที่ใช้แมวมาทำหน้าที่นี้ อาจเป็นเพราะว่าเพราะคนเรามักสบายใจเวลาคุยกับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะแมว ถึงแม้ว่าแมวจะเป็นสัตว์ที่ถูกเลี้ยงโดยมนุษย์ แต่มันคิดว่าตัวเองเลี้ยงมนุษย์อีกทีหนึ่ง มนุษย์ยอมเป็นทาสแมว และเวลาที่เราแย่ๆจิตใจอ่อนแอแมวก็จะเลิกเมินเฉยแล้วเข้ามาคลอเคลียเหมือนคอยปลอบใจเรา ดังนั้นผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ จึงได้นำแมวเหมียวมาเป็นที่ปรึกษา คอยรับฟังคำพูดของมนุษย์ และแนะนำการใช้ชีวิตมากมาย ทั้งความรัก ความสัมพันธ์ เพื่อน การงาน ครอบครัว รวมทั้งเรื่องราวทางด้านจิตใจ และคอยแก้ปัญหา ปลอบประโลมจิตใจมนุษย์ โดยเริ่มตั้งแต่ชีวิตที่1 ถึงชีวิตที่ 9  เพื่อช่วยลดความกังวลกับเรื่องราวทั้งความสัมพันธ์ ความรัก และสร้างคุณค่าของตัวเอง ปลอบใจในความผิดหวัง และปัญหาจิตใจในชีวิต หนังสือใช้สำนวนแบบเป็นกันเอง เข้าใจง่าย คล้ายถามตอบกับผู้มีประสบการณ์ที่เป็นแมว เนื้อหาน่าสนใจทีเดียว หนังสือเล่มละ 245 บาท

วิวัฒนาการของระบบการเงินทั่วโลก

วิเคราะห์โลกการเงินใหม่ในอนาคต

Layered Money : พีระมิดเงินซ้อนชั้น จากทองคำและดอลลาร์สู่บิตคอยน์และเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง ผู้เขียน Nik Bhatia (นิก บาเทีย) ผู้แปล พิริยะ สัมพันธารักษ์    พบกับวิวัฒนาการของระบบการเงินทั่วโลก โดยย้อนกลับไปยังจุดที่ระบบการเงินพัฒนาเป็นระบบ “ซ้อนชั้น” โดยผู้เขียนใช้ทองคำเป็นตัวอย่างในการอธิบาย  และพาย้อนรอยวิวัฒนาการของทองคำ ตั้งแต่เป็นแร่ทองจนกลายเป็นเหรียญทอง และตั๋วแลกทองในที่สุด ผู้เขียนมีกรอบความคิดที่แปลกใหม่อธิบายถึงสกุลเงินดิจิทัลต่าง ๆ โดยบทวิเคราะห์เริ่มต้นขึ้นในกรุงฟลอเรนซ์ ยุคเรเนสซองส์ เหรียญทองฟลอริน และการเฟื่องฟูธุรกิจการธนาคารที่นำมาสู่วิวัฒนาการของระบบธนาคารกลาง มาจนถึงบทสรุปที่กล่าวถึงอนาคตของระบบการเงินระหว่างประเทศในปัจจุบันที่ธนาคารกลางทั่วโลกต่างเตรียมพร้อมที่จะสร้างสกุลเงินดิจิทัลของตนเอง  การเกิดขึ้นของบิตคอยน์ได้เปลี่ยนแปลงภูมิศาสตร์ของโลกการเงินและนำศาสตร์ทางการเงินและการเข้ารหัสลับมารวมกันได้อย่างไร เสนอมุมมองการวิเคราะห์ “พีระมิดเงินซ้อนชั้น” ที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ผู้อ่านอ่านแล้วสามารถเข้าใจตลาดเงินได้อย่างง่ายดาย และเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการทำงานของระบบเงินตราปัจจุบัน เหตุใดสกุลเงินดอลลาร์จึงยังมีความสำคัญ ทั้ง ๆ ที่อยู่ในสภาพย่ำแย่ และเข้าใจว่าสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางและสกุลเงินคริปโตจะสามารถอยู่รวมกันในโลกการเงินใหม่ของเราได้อย่างไร เป็นต้น หนังสือราคา 285 บาท

หนังสือเด่น : เบื้องลึกเบื้องหลัง การกำเนิด NETFLIX จากไอเดียเล็กๆสู่สตาร์ทอัประดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704261

หนังสือเด่น : เบื้องลึกเบื้องหลัง การกำเนิด NETFLIX จากไอเดียเล็กๆสู่สตาร์ทอัประดับโลก

หนังสือเด่น : เบื้องลึกเบื้องหลัง การกำเนิด NETFLIX จากไอเดียเล็กๆสู่สตาร์ทอัประดับโลก

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อกล่าวถึง NETFLIX คนก็จะนึกถึงสตาร์ทอัปสตรีมมิ่ง(Streaming)ชื่อดังระดับโลก ที่มีคนรู้กันคร่าวๆว่ามีต้นกำเนิดมาจากที่ Reed Hasting ต้องจ่ายค่าปรับกว่า40เหรียญให้ Blockbuster เพราะคืน วิดีโอ Apollo 13 ช้า จึงทำให้เขาหาทางทำร้านเช่าวิดีโอแบบไม่มีค่าปรับขึ้นมาบ้าง    ณ.เวลานั้น ร้านเช่าวิดีโอที่มีหน้าร้านเป็นดั่งราชา เกือบทุกคนต้องเคยโดนค่าปรับแสนแพงในการคืนวิดีโอล่าช้า และต่อมาการดูหนังผ่านดีวีดีที่นิยมกันมากขึ้นก็แทบจะเป็นอะไรที่เจ๋งสุด ๆ และในปี ค.ศ.1997 การยืมคืน และค่าปรับดูเป็นเรื่องที่ยอมรับกันทั่วไป แต่ Marc Randolph กลับไม่ชอบใจที่ผู้ชมต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมายกับการเช่าวิดีโอ จึงเกิดไอเดียใหม่บางอย่างขึ้นมา ซึ่งเป็นไอเดียง่าย ๆ คือการใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตเพื่อการเช่าหนัง และด้วยความร่วมมือของ Reed Hastings ในฐานะนักลงทุนหลัก และเขาเป็นซีอีโอ ทั้งคู่จึงร่วมกันก่อตั้ง NETFLIX ขึ้นมา 

กำเนิด NETFLIX เปลี่ยนคำว่าไม่ให้กลายเป็นเวิร์ก  ผู้เขียน Marc Randolph (มาร์ก แรนดอล์ฟ)เจ้าของไอเดียเเละซีอีโอคนแรกของ NETFLIX ผู้แปล โสภณ ศุภมั่งมี เป็นเรื่องราวอันน่าทึ่งและเบื้องลึกเบื้องหลังไอเดียธุรกิจสู่สตาร์ตอัประดับโลกที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้มาก่อน Marc Randolph ได้ถ่ายทอดจากประสบการณ์ที่เผชิญมาด้วยตัวเอง ทำให้เห็นว่าเส้นทางไอเดียสู่ความจริงของ Netflix นั้นไม่ได้ง่าย และรวดเร็ว ตลอดเส้นทางทางเต็มไปด้วยปัญหาและอุปสรรค และ Netflix นั้นเริ่มต้นจากไอเดียเล็กๆที่ไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น แค่รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่อยากลองทำ เป็นสิ่งที่เขาเชื่อ แม้คนรอบข้าง หรือแม้แต่ภรรยาเขาก็ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้

Marc Randolph ได้เล่าถึงการก่อตั้ง Netflix ที่ซับซ้อนมากกว่าที่คนทั่วไปคิด ในเล่ม ผู้เขียนได้ถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่เริ่มตั้งไอเดียคือประมาณสิบห้าเดือนก่อนเปิดตัว จนถึงเข้าตลาดหุ้นในปี 2002 คือสี่สิบเก้าเดือนหลังเปิดตัว โดยเริ่มตั้งแต่การเริ่มต้นของกลุ่มคน8คน ที่ต้องไปขอระดมทุนจากเพื่อนและครอบครัว ทำงานหามรุ่งหามค่ำ การแก้โค้ดที่ไม่มีวันจบ ประชุมในโรงแรมซอมซ่อ ใช้ตู้เซฟของธนาคารเก่าเก็บดีวีดี การรอดพ้นจากช่วงฟองสบู่แตก การโดนคู่แข่งดูถูก เกือบถูกซื้อกิจการหลายครั้ง เป็นไก่รองบ่อน และต้องเผชิญกับความผันผวนไม่แน่นอนตลอดเส้นทาง เรียกว่าจนกว่าจะเป็นบริษัทที่ซื้อขายในตลาดหุ้นและยิ่งใหญ่ในทุกวันนี้ได้ก็หนักหนาสาหัสทีเดียว

การเล่าเรื่องของเขาเต็มไปด้วยสีสัน และชวนติดตาม ความท้าทาย ความลำบาก การเปลี่ยนแปลง ความผิดหวัง เรื่องหักมุม บทเรียนมากมายที่มีทั้งรอยยิ้มและคราบน้ำตา จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันที่ประสบความสำเร็จ และมีสมาชิกมากกว่า 150 ล้านคนทั่วโลก และเป็นบริษัทสตาร์ตอัปที่สร้างความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในศตวรรษที่ 21

หนังสือเล่มนี้ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทำสตาร์ทอัปหรือธุรกิจด้วยตนเอง เพราะนอกจากความสนุกและตื่นเต้นจากเรื่องราวแล้ว ยังได้เห็นความมหัศจรรย์ของไอเดีย ที่เป็นจริงได้โดยกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่มีความเชื่อเหมือนกัน มีเป้าหมายเดียวกัน และพร้อมจะทุ่มเททุกอย่าง ทั้งกายและใจสร้างไอเดียในหัวให้เป็นจริง และนอกจากนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ ผู้ที่มีไอเดียอยู่แล้วเดินหน้ามุ่งสร้างไอเดียให้เป็นความจริง อย่างที่ Marc Randolph บอกในหนังสือเสมอว่า ไม่มีใครรู้อะไรเลย และเราไม่มีทางรู้เลยว่าไอเดียในหัวจะกลายเป็นอะไรได้บ้างถ้าเราไม่เริ่มลงมือทำ 

หนังสือจัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย ซีเอ็ดยูเคชัน  ราคาเล่มละ 375 บาท

ถ่ายทอดความรู้สึกผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

ในแง่มุมสนุกสนาน และสร้างสรรค์

จริงครึ่งบรรลัยครึ่ง : Hyperbole and a Half ผู้เขียน Allie Brosh (แอลลี บรอช) ผู้แปล นพ. ก้าวหน้า สุขสุชะโน  หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวชีวิตของผู้เขียนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ที่ได้ถ่ายทอดความคิดความรู้สึก มุมมองของผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าให้ผู้อื่นได้เข้าใจ และเห็นภาพชัดเจน โดยการถ่ายทอดได้อย่างสนุกสนาน  และมีภาพประกอบมากกว่า 400 ภาพ วาดโดยผู้เขียนเอง  เนื้อหาครึ่งหนึ่งเป็นการรวบรวมจากเว็บบล็อก Hyperbole and a Half และอีกครึ่งหนึ่งเขียนขึ้นใหม่จาก “ประสบการณ์การเรียนรู้ที่โคตรห่วย” ของเธอ  ไม่ว่าจะเป็นชีวิตวัยเยาว์สุดเพี้ยน การรับเลี้ยงน้องหมาที่มีปัญหาทางจิต การสำรวจความคิดความรู้สึกของตนเอง และการก้าวผ่านปัญหาต่าง ๆ ในชีวิต รวมถึงโรคซึมเศร้าของเธอเอง หนังสือเล่มนี้”บิล เกตส์” แนะนำให้อ่าน  เป็นหนังสือยอดเยี่ยมประจำปีของ Goodreads สาขาตลกขบขัน (Best Humor) และหนังสือขายดีติดอันดับจาก New York Times Bestseller และ NPR นาน 31 สัปดาห์ มียอดขายกว่าสามแสนเล่มในเดือนแรก ราคาเล่มละ 425 บาท

เทคนิคการขายสินค้าทุกชนิดให้ปัง

บนแพลตฟอร์ม Lazada & Shopee

เคล็ดลับที่ร้านขายดีใน Lazada & Shopee ไม่อยากบอก ผู้เขียน ชวพล ฟ้าอำนวยผล เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นจากการรวบรวมและประสบการณ์การทำงานจริงของผู้เขียน ในฐานะอดีต Head of Content ที่ Lazada และผู้เชี่ยวชาญการขายบน Marketplace ภายในเล่มรวบรวมกลยุทธ์ในการขายบน 2 แพลตฟอร์มดังกล่าวแบบที่เรียกว่าอ่านง่ายเลยก็ว่าได้  สิ่งที่ถ่ายทอดในเล่มถือเป็นสูตรสำเร็จรูปที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที และเป็นเนื้อหาที่อัปเดตทั้งใน Lazada และ Shopee คือเป็นเวอร์ชันล่าสุด ตัวอย่างเช่น สิ่งที่จำเป็นต้องศึกษาและเรียนรู้ก่อนการขาย วิธีสมัครเปิดร้านแบบสมบูรณ์แบบ สอนการอัปโหลดสินค้าต่างๆ  การทำ Marketing และตกแต่งหน้าร้านให้ขายสุดปัง  เทคนิคการทำ Promotion อย่างไรให้ได้ผล การซื้อโฆษณาเพิ่มยอดขายด้วย Lazada Ad และ Shopee Ad ตลอดจนถึงเทคนิคการตอบแชดให้เป็น และให้ได้ออร์เดอร์เพิ่มจนส่งไม่ทัน หนังสือเล่มนี้ อ่านได้ทั้งมือใหม่หัดขาย และผู้ที่ขายอยู่แล้วและต้องการขายให้ดีขึ้น หนังสือราคา 289 บาท

ฝึกเจริญสติ ภาวนา และปรับวิธีคิด

สามารถเปลี่ยนสมองและตนเองได้

Good Morning, I Love You วิธีฝึกสติ และปรับสมอง เปลี่ยนวิธีคิด เพิ่มความเมตตากรุณา เพื่อความสงบสุข แจ่มชัด และเบิกบาน ผู้เขียน Shauna Shapiro, PhD. (ชอว์นา แชพิโร, ดร.) ผู้แปล ภรณี ภูรีสิทธิ์  มีคำกล่าวที่ว่า “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับคุณ มันก็ได้เกิดขึ้นไปแล้ว คําถามที่สําคัญคือ คุณจะรับมือกับมันอย่างไร” คำถามนี้จะช่วยให้หาวิธีรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่การจมจ่อมอยู่กับความทุกข์หรือเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นกับตัวเอง หนังสือเล่มนี้จะสอนการฝึกเจริญสติ การภาวนา การปรับเปลี่ยนวิธีคิด และการฝึกตนเพื่อปรับสมอง เพราะสิ่งที่เราฝึกฝนเป็นประจำจะสามารถเปลี่ยนสมองของเราได้ จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในระบบประสาทวิทยา สมองของเราเปลี่ยนแปลงได้เพื่อตอบสนองต่อประสบการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อมีความใส่ใจ สายใยสมองจะส่งผ่านสัญญาณ และพัฒนาให้เกิดความเชื่อมโยงในระบบประสาท หนังสือเล่มนี้จะช่วยสอนให้คุณรู้วิธีที่จะรักษาความใส่ใจ เพื่อกระตุ้นระบบเครือข่ายในสมองเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายใน มีทั้งเนื้อหาและแบบฝึกปฏิบัติที่มีข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์และงานวิจัยรองรับ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการสร้างสุขภาวะทางจิตที่ดีแก่ชีวิตของเรา เรียนรู้วิธีการเสริมสร้างความเมตตากรุณาและความรัก เพื่อการดำรงอยู่ในโลกใบนี้อย่างเป็นสุข ด้วยการเสริมสร้างความงอกงามของชีวิตภายใน ราคาเล่มละ 220บาท

ใช้แพสชันเป็นพรสวรรค์สู่ความสำเร็จ

เล่าเรื่องเกี่ยวกับแพสชันได้ครบถ้วนที่สุด

ฉันหมด Passion หรือแค่ยังหามันไม่เจอ ผู้เขียน Brad Stulberg,Steve Magness ผู้แปลแป้ง ไตรรัตนานุสรณ์ พลิกมุมมองใหม่ให้ Passion เป็นดั่งพรสวรรค์ แล้วสร้างความสำเร็จให้ชีวิต คนเราต้องตามหาแพสชันให้เจอ  และต้องทุ่มเทกับแพสชันให้เต็มที่  แค่พร่ำบอกว่า “ตามหา” หรือ “ทุ่มเท” ใครก็พูดได้ แล้วถ้าหาแพสชันไม่เจอหรือทำแล้วหลงทางล่ะ ชีวิตของเราจะเดินต่อไปทางไหนดี “Brad Stulberg” อดีตที่ปรึกษาดาวรุ่งจากทำเนียบขาว และ “Steve Magnesss” อดีตนักวิ่งอัจฉริยะ เคยไล่ตามแพสชันจนประสบความสำเร็จ แต่ชีวิตก็พลิกผัน แพสชันที่มีกลับย้อนมาทำร้าย กว่าจะตั้งหลักได้ก็เกือบสายเกินไป Brad และ Steve ได้หยิบประสบการณ์ส่วนตัวมารวมกับงานวิจัยใหม่ๆ และไปสัมภาษณ์เหล่าคนดังที่ทั้งได้ดีและเคยล้มไม่เป็นท่า จนออกมาเป็นหนังสือที่เล่าเรื่องแพสชันได้ครบถ้วนและคมคายที่สุดเล่มนี้ ลองบ่มเพาะความฝัน ความรัก หรือความหลงใหล ให้กลายเป็นแพสชัน แล้วค่อยๆ ใช้เวลา เจียระไนแพสชันนั้นให้งดงามไปพร้อมกับหนังสือเล่มนี้ หนังสือราคา 250 บาท

หนังสือเด่น : โมเดลบริหารจัดการภาวะวิกฤติแนวใหม่ พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ในอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703024

หนังสือเด่น : โมเดลบริหารจัดการภาวะวิกฤติแนวใหม่  พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ในอนาคต

หนังสือเด่น : โมเดลบริหารจัดการภาวะวิกฤติแนวใหม่ พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ในอนาคต

วันอังคาร ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ภาวะวิกฤติ (Crisis) คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบรุนแรงและเกิดปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขทันท่วงที วิกฤติโควิดโควิด-19 ไม่ใช่วิกฤติครั้งแรกที่มวลมนุษยชาติได้สัมผัสกับความเปลี่ยนแปลง ถ้านับย้อนหลังไปแค่ประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา พวกเราหลายคนคงได้รับผลกระทบไม่ทางตรงก็ทางอ้อม อาทิ วิกฤติต้มยำกุ้ง 2540 ที่สร้างหายนะให้กับสถาบันการเงินและเศรษฐกิจไทย รวมถึงหลายประเทศในเอเชีย ความเปลี่ยนแปลงที่ทางธรรมชาติที่คลื่นยักษ์สึนามิ พัดถล่ม 14 ประเทศรอบชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย เมื่อปี 2547 วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ 2550-2551 ที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยไปสหรัฐอเมริกาอย่างมาก เป็นต้น และในช่วงวิกฤติที่ผู้คนท้อแท้สิ้นหวัง เราก็มักจะได้ยินเรื่องราวของผู้อยู่รอดและทวนกระแสจนประสบความสำเร็จเสมอนั่นหมายความว่าในวิกฤตินั้นมักมีโอกาสอยู่เสมอถ้ามีวิธีการจัดการบริหารอย่างเหมาะสม

หนังสือการบริหารจัดการภาวะวิกฤติ : Crisis Management ผู้เขียน ดร.ทรงวุฒิ ดีจงกิจ เป็นนักวิชาการรุ่นใหม่ ได้นำเสนอกรอบแนวคิดใหม่ที่ครอบคลุมการบริหารจัดการภาวะวิกฤติ “COVID Model” เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้อ่าน รับมืออย่างเข้าใจ อย่างรู้รอบ รู้เท่าทัน รู้ทาง เพื่อนำพาธุรกิจให้อยู่รอด และดำเนินไปได้ด้วยดี สามารถฝ่าคลื่นวิกฤติิต่างๆ ไม่ว่าในสถานการณ์แบบไหนก็ตาม

หนังสือเริ่มด้วยมีการทบทวน สังเคราะห์วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย ข้อควรปรับปรุง การบริหารจัดการจากงานวิจัยย้อนหลัง 15 ปี รวมทั้งกรณีศึกษาที่สามารถฝ่าฝันวิกฤติจากบริษัทชั้นนำ แล้วถึงจะมานำเสนอแนวคิดใหม่ที่ครอบคลุมการบริหารจัดการวิกฤติิคือCOVID โมเดล เพื่อเป็นแนวทางจัดการวิกฤติและเปลี่ยนเป็นโอกาสที่มีทั้งหมด 5 Frameworkได้แก่ เข้าใจคลื่นวิกฤติิ (C : Challenge คือทำความเข้าใจคำว่าวิกฤติคืออะไร องค์ประกอบสำคัญ 4 ปัจจัย 9 ประเภทวิกฤติิที่กระทบองค์กร, O : Overall Trigger & Communicationจะโต้คลื่นได้ ต้องอ่านคลื่นออก มองคลื่นเป็น ระบุกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในองค์กร จำแนกประเภทผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายใน-ภายนอกองค์กร ผลกระทบ ใครเสียหายมาก เสียหายน้อยหาจังหวะ trigger เปรียบเทียบกับการรับรู้ถึงสัญญาณเตือนแต่ละขั้นตอน เพื่อตัดสินใจ…, เปลี่ยนคลื่นให้เป็นโอกาส IV : Value Enhance 9R การตอบสนองหรือแก้ปัญหา ต่อวิกฤติ 9 ประเภท เป็นต้น

หนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนได้นำเสนอวิกฤติต่างๆ ในอดีต และบทเรียนที่ได้รับจากเหตุการณ์เหล่านั้นมาสรุปให้เข้าใจ และบอกถึงสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญได้พูดถึงกลยุทธ์ที่องค์กรควรจะมีในการรองรับวิกฤติในอนาคต เล่าเคสที่น่าสนใจและนำเสนอแนวคิดใหม่ที่น่าสนใจเพื่อเป็นกรอบความคิดที่มีความเป็นไปได้ในการรองรับปัญหาวิกฤติิในอนาคต

หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาที่มีคุณค่า เขียนด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและเชี่ยวชาญ อ่านง่าย เนื้อหากระชับ ถึงแม้จะมีศัพท์แสงที่อาจจะต้องทำความเข้าใจอยู่บ้าง แต่โดยรวมทำความเข้าใจได้ หากยังติดขัดก็สามารถไปดูสรุปท้ายเล่ม ที่สรุปถึงหลักการของหนังสือ และได้อธิบายถึงเนื้อหาในเล่มโดยสรุปอีกด้วยคือถ้าใครไม่มีเวลาก็อ่านตอนสุดท้ายได้เลย ถ้ามีเวลาค่อยมาดูในรายละเอียดในเล่มอีกที หนังสือเหมาะสำหรับนักธุรกิจ เจ้าของกิจการทุกระดับ พ่อค้า แม่ค้า หรือเยาวชนที่สนใจ จริงๆ แนะนำให้อ่านทุกคน เพื่ออย่างน้อยจะได้เตรียมความพร้อมหากมีวิกฤติิเกิดขึ้นในอนาคต หนังสือเล่มนี้ราคาเล่มละ 265 บาท จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์วิช จัดจำหน่ายโดยซีเอ็ดยูเคชั่น

เทคนิคการวางแผนทำงานให้สำเร็จ

ด้วยเครื่องมือและเทคนิคที่ดี ตั้งแต่เริ่ม

ทำน้อยได้มาก ไม่ยาก วิธีวางแผนงานให้สำเร็จตั้งแต่เริ่ม ผู้เขียน ศุภวิทย์ ภาษิตนิรันดร์ (เซนเซเล็ก), วิฑูรย์สูงกิจบูลย์ (เซนเซแป๊ะ) “การวางแผน” เป็นเรื่องพื้นฐานที่หลายคนมองข้าม แต่เป็นสิ่งสำคัญที่ “คนทำงานเก่ง” ที่ต้องการพัฒนาตนเองยิ่งๆ ขึ้นๆ ไปต้องมีการวางแผนล่วงหน้าโดยมีเครื่องมือและเทคนิคที่ดี นอกจาก “เพิ่มทางเลือก” ในการตัดสินใจแล้ว ยังทำให้เราได้“เส้นทางที่ดีที่สุด” เพื่อไปถึงจุดหมายด้วยระยะทางสั้นที่สุด โดยใช้เวลาน้อยที่สุด “เซนเซเล็ก”กับ “เซนเซแป๊ะ” ได้แนะนำวิธีคิด วิธีวางแผนงานยังไงให้สำเร็จตั้งแต่เริ่มวางแผน เป็นเทคนิคที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เกิดประโยชน์ได้ทันที รวมทั้งคีย์ลัดการทำงานให้มีประสิทธิภาพแบบเหนื่อยน้อยลง ภายในเล่มคือเนื้อหานั้นได้คัดเฉพาะประเด็นสำคัญเท่านั้น และนำเสนอด้วยรูปแบบการสรุปที่สนุก กระชับ น่าติดตาม สไตล์ 2 เซนเซให้คุณผู้อ่านทำความเข้าใจด้วยตัวเองได้ไม่ยาก และอ่านจบไวใน 4 ชั่วโมง หนังสือกลั่นจากประสบการณ์กว่า 20,000 ชั่วโมงของการทำงานจริง ในบริษัทระดับโลกกว่า 19 ปี เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง หนังสือราคาเล่มละ 289 บาท

วิธีการดูแลเด็กสมาธิสั้นให้อาการดีขึ้น

โดยคุณแม่ที่ดูแลเด็กสมาธิสั้นกว่า10ปี

สมาธิสั้นหายได้ไม่ยาก ผู้เขียน นภัทร พุกกะณะสุต เป็นหนังสือเรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรงในการเลี้ยงลูกชายที่ป่วยเป็นโรคสมาธิสั้นของคุณนภัทร พุกกะณะสุต ประธานชมรมผู้ปกครองบุคคลสมาธิสั้น ซึ่งเป็นผู้ให้คำแนะนำแก่ผู้ที่ประสบปัญหาเด็กในความดูแลเป็นสมาธิสั้นมากว่า 10 ปี การเลี้ยงดูเด็กที่เป็นสมาธิสั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ดูแลต้องมีความรัก ความเข้าใจ และความรู้ที่เหมาะสมเพื่อประคับประคองเด็กๆ ให้ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมร่วมกับคนรอบข้างได้อย่างมีความสุข โดยการให้ความรัก ความสุข คำชม ควบคุมอารมณ์ ไม่ฉุนเฉียว เป็นต้น เรื่องเล่าจากคุณนภัทรจะทำให้ผู้อ่านที่มีเด็กสมาธิสั้นในครอบครัวได้ตระหนักว่าการช่วยเหลือให้เด็กเหล่านี้มีอาการดีขึ้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ จะได้มีกำลังใจในการเลี้ยงดู และดูแลอย่างเหมาะสมนอกจากเรื่องเล่าจากกรณีตัวอย่างที่ถ่ายทอดออกมาได้ชวนอ่านแล้ว ภายในเล่มยังสอดแทรกความรู้เชิงวิชาการและแบบประเมินผลความสำเร็จในการแก้ไขช่วยเหลือเด็ก เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถติดตามความก้าวหน้าและปรับวิธีการเลี้ยงดูได้อย่างเหมาะสม หนังสือราคาเล่มละ 275 บาท

วรรณกรรมจีนร่วมสมัยสะท้อนสังคม

เชิดชูพลัง บทบาท หน้าที่ ของผู้หญิง

นารีนครา ผู้เขียน ฉือลี่ ผู้แปล สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นนวนิยายสมัยใหม่ของ “ฉือลี่” นักเขียนหญิงผู้มีชื่อเสียงที่สร้างวรรณกรรมร่วมสมัยของจีนหลายเรื่อง เนื้อหาในเล่ม สะท้อนสังคม และในขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นความงดงามของ “ความเป็นหญิง” ซึ่งมิได้หมายถึงรูปลักษณ์ภายนอกอันชวนให้หลงใหล หากแต่อยู่ในพลังและบทบาทหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของความเป็นแม่ ความเป็นภรรยา และที่สำคัญที่สุดคือความเป็นเพื่อนแท้ ผ่านตัวละครสำคัญ 3 ตัว ซึ่งเป็นตัวแทนหญิงรุ่นเก่า รุ่นกลางรุ่นใหม่ ที่ได้มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันในมิติต่างๆ และได้ถ่ายทอดเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ในกระแสสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อน การเชิดชู “ความเป็นหญิง” ในนวนิยายนี้ ทวีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น เมื่อผู้เขียนใช้ฉากสำคัญคือ “นครอู๋ฮั่น” ซึ่งเป็นนครที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมยาวนาน การบรรยายฉากอย่างละเอียดให้เห็นชีวิต ความงาม และความยิ่งใหญ่ของนครอู๋ฮั่นนี้ จึงเป็นฉากที่เพิ่มความหมายลึกซึ้งให้กับชื่อเรื่อง “นารีนครา” จนอาจกล่าวได้ว่า “นารีนครา”เป็นนวนิยายที่สะท้อนวีรกรรมอันเกิดจากดวงใจแกร่งแท้ดั่งเหล็กกล้าของหญิง ซึ่งได้ดำเนินมาแล้วในอดีต ดำรงอยู่ในปัจจุบัน และจะสืบเนื่องต่อไปในอนาคต หนังสือราคา 185 บาท

เข้าใจความแตกต่าง‘ผู้ชายและผู้หญิง’

ปรับจูนชีวิตคู่ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์ ผู้เขียน John Gray, Ph.D. (จอห์น เกรย์, ดร.) ผู้แปล สงกรานต์ จิตสุทธิภากร เป็นจิตวิทยาประยุกต์ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณผู้อ่านรู้ถึงความแตกต่างระหว่าง “ผู้ชายและผู้หญิง” ได้ดีที่สุด แต่ละฝ่ายก็จะรู้และเข้าใจถึงความแตกต่างของอีกฝ่ายหนึ่งได้เป็นอย่างดี และ พบกับแนวทางต่างๆ ที่จะช่วยปรับจูนช่วยให้ชีวิตคู่ของคุณเต็มไปด้วยความสุขเรียกว่าเป็นหนังสือเล่มเดียวที่ตอบปัญหาหลายอย่างที่อยากรู้เกี่ยวกับเพศตรงข้าม แต่ไม่เคยมีใครตอบ วิธีทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้้เป็นแนวทางที่ทำได้ และได้รับการพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผล “เนื้อหาภายในชี้ให้เห็นถึงต้นตอของความขัดแย้งว่าเกิดขึ้นและแก้ไขได้อย่างไร” เช่น ทำไมเวลาเกิดปัญหาผู้ชายจึงชอบเก็บตัวอยู่เงียบๆ คนเดียว ในขณะที่ผู้หญิงต้องหาทางพูดให้ใครสักคนฟัง จะรู้ว่า แม้ว่าผู้หญิงและผู้ชายพูดภาษาเดียวกัน แต่ในความรู้สึกของแต่ละฝ่ายจะไม่เหมือนกัน วิธีการทำให้อีกฝ่ายหนึ่งสนใจตนเอง ทุกบทล้วนมีคำอธิบายอย่างละเอียดพร้อมตัวอย่างประกอบที่ชัดเจน เข้าใจง่าย สามารถประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงได้ หนังสือเล่มนี้เป็น International Best Seller ที่ขายดีตลอดกาล หนังสือราคา 320 บาท

หนังสือเด่น : เรียนรู้เรื่องความฉลาดทางการเงิน เพื่อบริหารจัดการเงินให้งอกเงย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700379

หนังสือเด่น : เรียนรู้เรื่องความฉลาดทางการเงิน  เพื่อบริหารจัดการเงินให้งอกเงย

หนังสือเด่น : เรียนรู้เรื่องความฉลาดทางการเงิน เพื่อบริหารจัดการเงินให้งอกเงย

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ทุกๆวันมีคนออกไปทำงานหาเงิน ทำงานหนัก มีรายได้เพิ่มขึ้นทุกปี แต่ไม่สามารถเป็นคนร่ำรวยได้ หรือบางคนพลิกผันถูกลอตเตอรี่รางวัลที่1 ที่ชีวิตผลิกผันกลายเป็นคนรวยเพียงชั่วค่ำคืน แต่สุดท้ายไม่นานก็กลับมาเป็นคนจนอีกครั้ง ความร่ำรวยไม่ได้วัดกันว่ามีเงินมากแค่ไหน แต่จะวัดกันว่าสามารถจัดการเรื่องเงินให้งอกเงยขึ้นมาได้อย่างไร มีเงินมากแต่ถ้าจัดการไม่เป็น เพียงระยะเวลาไม่นานก็หมดไปอย่างง่ายดาย และนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการณ์โควิด-19 ระบาด ทั่วโลก  ตามติดด้วยสงครามรัสเซีย ยูเครนและเกิตมหันตภัยต่างๆอีกมากมาย ทำให้เกิดวิกฤติการเงินเกิดขึ้นทุกหัวระแหง  มีหลายคนที่ไม่สามารถเอาตัวรอดและล้มเหลวทางการเงินอย่างหนัก แต่ก็มีบางคนก็อยู่ได้อย่างสบายไม่เดือดร้อน คนที่รวยอยู่แล้วก็หาโอกาสจากวิกฤติได้อีก และก็จะยิ่งร่ำรวยมหาศาลขึ้นไปเรื่อย ๆ  เหตุการณ์วิกฤติต่างๆก็จะวนเวียนเกิดขึ้นแบบนี้เรื่อยๆ ลองถามตัวเองว่าอยากเป็นคนล้มเหลว หรืออยากเป็นคนที่เอาตัวรอดทุกสถานการณ์ หากอยากเป็นคนที่ได้ไปต่อก็ต้องมีคุณสมบัติที่เรียกว่า “ความฉลาดทางการเงิน”

พ่อรวยสอนปลุกอัจฉริยภาพทางการเงิน เรียนรู้วิธีสร้างความร่ำรวยด้วยความฉลาดทางการเงินผู้เขียน   Robert T. Kiyosaki (โรเบิร์ต ที. คิโยซากิ) ผู้แปล จักรพงษ์ เมษพันธุ์,เกียรติศักดิ์ ลีลาวโรภาสหนังสือเล่มนี้ได้ขยายความอย่างชัดเจน และอธิบายเหตุผลที่มาที่ไปซึ่งอยู่เบื้องหลังแนวคิดของ โรเบิร์ต คิโยซากิ ที่มีอยู่ในหนังสือชุด “พ่อรวยสอนลูก” ตั้งแต่เล่มแรก (เช่น บทเรียนทั้ง 6 บทของพ่อรวย) นั่นคือ แนวคิดที่ว่า “สิ่งที่จะช่วยให้เราร่ำรวยหรือมีอิสรภาพทางการเงินได้ ไม่ใช่ตัวเครื่องมือทางการเงิน แต่เป็นความฉลาดทางการเงินที่มีอยู่ในตัวเราต่างหาก”  คนจน คนชั้นกลาง คนรวยก็มีปัญหาทางการเงินเหมือนกัน  คนจนและคนชั้นกลางมีปัญหาคือมีเงินไม่เคยมากพอ และมักจะหลีกเลี่ยงและเสแสร้งว่าไม่มีปัญหาทางการเงิน ทัศนคติแบบนี้ ปัญหาเรื่องเงินก็ยังอยู่และความฉลาดทางการเงินก็พัฒนาช้า  คนรวยก็มีปัญหาคือมีเงินเยอะเกินไป และพวกเขาจะเผชิญหน้ากับปัญหา และแก้ไขอย่างไม่รอช้า เพราะการแก้ไขจะทำให้พวกเขาฉลาดขึ้น มี IQ การเงินที่สูงขึ้น และความฉลาดทางการเงินคือสิ่งที่ทำให้พวกเขารวย ไม่ใช่เพราะเงิน

หนังสือเล่มนี้เป็นการบอกวิธีที่จะทำให้ผู้อ่านมีระบบการเงินที่ดีขึ้น ร่ำรวยขึ้นโดยอาศัยความฉลาดทางการเงิน และช่วยเพิ่มพูน IQ ทางการเงิน 5 ประการ ได้แก่การทำเงินให้มากขึ้น วัดกันได้ที่ใครหาเงินได้มากกว่ากัน หรือรายได้เท่ากันใครเสียภาษีน้อยกว่ากันเป็นต้น, การปกป้องเงินที่หามาให้ได้ในทุกๆวันเช่นการดูแลการเสียภาษีให้ได้ในปริมาณที่เหมาะสมหรือน้อยที่สุดในขอบเขตกฎหมายกำหนด ,การจัดงบประมาณให้เหมาะสม เพื่อให้กินดีอยู่ดีและมีเงินเหลือเก็บ,สร้างพลังทวีให้เงินเก็บ คนที่ได้รับผลตอบแทนการลงทุนที่มากกว่าฉลาดทางการเงินมากกว่า และการจัดการและมีพื้นฐานข่าวสารทางการเงินที่ดีที่จะนำพาไปสู่ผลตอบแทนที่สูงขึ้น

เนื้อหาเข้าใจง่าย โดยหวังว่าผู้อ่านนำความรู้ที่ได้รับ สามารถยืนหยัดต่อสู้กับพายุทางการเงิน และกระแสทุนนิยมของโลกเราได้อย่างแข็งแกร่งและมีความสุข สามารถพัฒนาข้อมูลข่าวสารการเงินที่ได้รับให้กลายเป็นคนที่มีอิสรภาพทางการเงิน และร่ำรวยขึ้นด้วยตัวเอง  หนังสือราคาเล่มละ 265 บาท จัดจำหน่ายโดย ซีเอ็ด ยูเคชั่น

ทำความรู้จักสินทรัพย์ดิจิทัลทุกแง่มุม

เพื่อวางแผนการเงินการลงทุนให้ได้กำไร

DeFi และ NFT ความมั่งคั่งยุคดิจิทัล เล่มนี้ เขียนโดย นเรศ เหล่าพรรณราย ผู้ประสบการณ์ในด้านสื่อธุรกิจการเงินการลงทุนมากกว่า 15 ปี ที่ปรึกษาด้านธุรกิจบล็อกเชน ผู้ก่อตั้ง Ricco Wealth และเลขาธิการสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และถ้าหากความมั่งคั่งของคนในยุค Baby Boomer จนถึง Gen Y คือ อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ และหุ้น ความมั่งคั่งของผู้คนในยุคดิจิทัลก็คือ “สินทรัพย์ดิจิทัล” จากยุคของการเทรด Bitcoin มาจนถึง Altcoin ถือเป็นยุคทองของ ICO กันเลยทีเดียว สินทรัพย์ดิจิทัลได้มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปัจจุบัน “DeFi หรือการเงินไร้ตัวกลาง รวมถึง “NFT” คือสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นมีแนวโน้มเติบโตสูงภายในอนาคต ที่สำคัญยังรองรับกับเทคโนโลยีที่ถูกคาดว่าจะเป็นเมกะเทรนด์ใหม่อย่าง Metaverse อีกด้วย อย่างไรก็ตาม การลงทุนย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยง และในโลกออนไลน์เรามีสิทธิ์ที่จะตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดีได้เช่นกัน หนังสือเล่มนี้จะทำให้ผู้อ่านเข้าถึงข้อมูล Blockchain ได้ง่ายขึ้น ในโลกรู้เท่าทันต่อภัยอันตรายบนโลก DeFi ที่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแล ในช่วงที่เมกะเทรนด์ก็เพิ่งจะเริ่มต้น  สามารถศึกษาโอกาสและความเสี่ยงในการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการเป็นนักลงทุนที่มีคุณภาพ หนังสือเล่มนี้ถือเป็นแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือในการเงินการลงทุนการวางแผนทางการเงิน Cryptocurrency ของนักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลได้  ราคา 250 บาท

แนวทางบันทึกประจำวัน “PDCA Nippo”

และวงจรบริหารคุณภาพธุรกิจของญี่ปุ่น

PDCA For SMEs แค่จดวันละนิด ธุรกิจก็โตหลายเท่าตัว ผู้เขียน Yoshiki Nakazuka (โยชิกิ นาคาซึกะ) ผู้แปล ภัทรพล เหลือบุญชู (บูม Japan Salaryman)   หนังสือเล่มนี้ ได้นำเสนอแนวทางการจดบันทึกประจำวัน ควบคู่ไปกับการใช้วงจรบริหารคุณภาพอย่างต่อเนื่องแบบ “PDCA Nippo” ที่ผู้เขียนได้พัฒนาขึ้นมาสำหรับผู้ประกอบการ SMEs เขาเคลมว่าการจดบันทึกในแบบฉบับของเขาช่วยให้ผู้บริหารธุรกิจ SMEs ประสบความสำเร็จมาแล้วกว่า 200 บริษัท โดยในเล่มเล่าถึงได้แก่ การเขียนบันทึกประจำวัน (PDCA Nippo) สามารถเพิ่มยอดขายให้ได้หลายเท่าตัว เทคนิคการหมุนวงล้อ PDCA  การเล่าถึงกรณีตัวอย่างการใช้ PDCA Nippo ที่ประสบผลสำเร็จในสถานการณ์ธุรกิจจริง การกลบจุดอ่อน 2 อย่างในธุรกิจ SMEs  คือการฝึกเรื่อง “การขาย” ให้เต็มที่ และวิเคราะห์การเงินเพื่อเพิ่มรายได้ให้บริษัท การปรับธุรกิจให้ดีขึ้นกว่าเดิม 180 องศา เทคนิคการใช้แบบฟอร์มเพิ่มยอดขายหลายเท่าตัว และการจดบันทึกประจำวัน ฯลฯ ผู้เขียนเชื่อว่าถ้าหากรู้จักการจดบันทึกประจำวันเพียงแค่วันละ 2นาทีตามวิธี “PDCA Nippo”  จะทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้น มีรายได้และยอดขายเพิ่มขึ้นหลายเท่า หนังสือราคาเล่มละ 315 บาท

ย้อนรอย ชาวนูเบีย ชนชาติผิวดำโบราณ

ที่ร่วมยุคและถูกกลืนด้วยอารยธรรมอียิปต์

เปิดโลกอารยธรรมนูเบีย Ancient Nubia  ผู้เขียน ณัฐพล เดชขจร   เป็นเรื่องราวของ ชนผิวดำ ชนชาติโบราณร่วมยุคอารยธรรมอียิปต์ เผ่าพันธุ์ผู้มีตำนานและเทพเจ้าเป็นของตนเอง  บ่อยครั้งที่เรารู้จักชาวนูเบียผิวดำผ่านหนังสือประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณ ที่พูดถึงชาวนูเบียผ่านไอยคุปต์ แต่ยังไม่เคยมีหนังสือภาษาไทยเล่มใดที่เจาะลึกลงไปเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของชนผิวดำกลุ่มนี้   “นูเบีย” อารยธรรมที่ถูกอียิปต์กลืนกิน แต่ยังคงหลงเหลือความเป็นตัวตนอยู่ โบราณสถานโดดเด่นอย่าง พีระมิด เช่นเดียวกับอียิปต์ แต่มีมากกว่าถึง 2 เท่า มีตำนานความเชื่อใกล้เคียงกับอียิปต์ แต่มีเทพเจ้าเป็นของตนเอง หนังสือเล่มนี้จะพาทุกท่านไปเปิดโลกอารยธรรมนูเบีย   เริ่มจากประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม จนถึงช่วงที่อยู่ภายใต้การปกครองของอียิปต์ ต่อด้วยช่วงที่นูเบียก้าวขึ้นมาเป็นฟาโรห์ปกครองอียิปต์ และสุดท้ายที่อารยธรรมนูเบียเริ่มถดถอยลง นอกจากพีระมิดและสถาปัตยกรรมอื่น ๆ ที่คล้ายอียิปต์แล้ว ก็มีสถาปัตยกรรมแบบนูเบียแท้ ๆ คือ “เดฟฟูฟา” ทั้งยังมีเรื่องของภาษาที่เป็นอักขระเมโรอิติค และปิดท้ายด้วยแหล่งโบราณคดีที่สำคัญของนูเบีย ราคาเล่มละ 430 บาท

ชี้แนวทางให้วัยรุ่นตอนปลายรับมือ

กับความเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด ผู้เขียน Rando Kim (คิมรันโด) ผู้แปล วิทิยา จันทร์พันธ์ เป็นหนังสือจิตวิทยาประยุกต์ จิตวิทยาวัยรุ่น ที่มีเนื้อหาที่ช่วยปลอบประโลมและชี้แนวทางการใช้ชีวิตให้กับวัยรุ่นที่กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงและหลงทางในโลกของความเป็นผู้ใหญ่ที่เพิ่งเริ่มต้น เมื่อรับมือไม่ได้ก็จะทำให้ทรมานใจ เกิดความว่างเปล่าในจิตใจ หวั่นไหว เปลี่ยวเหงา โดดเดี่ยว เป็นต้น “คิมรันโด” เป็นที่ปรึกษาวัยรุ่นแห่งสาธารณรัฐเกาหลีใต้ เขาเขียนหนังสือเล่มนี้เพราะต้องการให้ลูกชายซึ่งอยู่ในช่วงวัยรุ่นอ่าน เขาเล่าเหตุการณ์ที่พบเจอกับลูกศิษย์หลากหลายประเภทในมหาวิทยาลัย ช่วยชี้แนวทางวัยรุ่นเกี่ยวกับเรื่องการเรียน การเก็บเงิน การหางานทำที่มีความสุขและสามารถมีเงินเก็บได้เป็นกอบเป็นกำ ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อเด็กอยู่ในช่วงวัยใกล้เรียนจบ กำลังจะเข้าสู่วัยทำงาน มักจะมีความกังวลเรื่องเหล่านี้มากเป็นพิเศษ หนังสือเล่มนี้อาจไม่ได้ให้คำตอบคำตอบสำเร็จรูปในทันที แต่ยืนยันว่ามีคำตอบปลายเปิดให้วัยรุ่นได้ค้นหาว่าจะผ่านช่วงวัยเรียน วัยทำงาน และวัยผู้ใหญ่ เพื่อสร้างฝันให้เป็นจริงได้อย่างไร? มียอดขายในเกาหลีมากกว่า 2,000,000 เล่ม ได้รับการตีพิมพ์เป็นภาษาต่างๆ อาทิเช่น ไทย ไต้หวัน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ บราซิล ญี่ปุ่น เวียนนาม ฯลฯ ติดอันดับหนึ่งหนังสือขายดี ในเว็บไซต์ Amazon.com ประเทศจีน ยาวนานถึง 16 สัปดาห์ หนังสือราคาเล่มละ 245 บาท