รวมตลาดชาวตากาล็อก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582120

โดย ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ 26 ก.พ. 2559 05:01

 

“ผมว่าประเทศฟิลิปปินส์ยังไม่พร้อมที่จะไปผนึกรวมเศรษฐกิจการค้ากับประเทศอื่นในภูมิภาคนี้” คำพูดที่ออกจากปากของ มร.มานูเอล วี.ปังกิลินัน มหาเศรษฐีชาวฟิลิปปินส์ เจ้าของบริษัททรงอิทธิพลมากมาย ในนามบริษัท ฟิลิปปินส์ ลอง ดีสแทนซ์ เทเลโฟน, เมโทร แปซิฟิค อินเวสเม้นต์ คอร์ป และมะนิลา อิเล็กทริก จำกัด

“ที่ว่าไม่พร้อมนี่ หมายถึง ชาวบ้านอาจมีการพูดถึง แต่ไม่รู้ความหมายจริงๆว่าคืออะไร ผมไม่ได้บอกว่าจะไม่เกิดขึ้น แต่คงไม่ใช่ชั่วอายุเราแน่ เพราะอย่าลืมว่าต้องอิงกับการเมืองด้วย ผมยกตัวอย่างเช่น ถ้าประเทศนำเข้าน้ำตาล ซึ่งมีราคาถูกกว่า และเป็นผลดี ต่อผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์

แต่จะทำให้คนตกงาน 4 ล้านคน ถ้าคุณ นั่งตำแหน่งผู้นำประเทศ คุณจะดูแลรับผิดชอบไหวเหรอ? ไม่มีทาง เป็นเรื่องฆ่าตัวตายชัดๆ แล้วไม่ว่านั่งเก้าอี้นี้ที่ประเทศไหน อินโดฯ มาเลย์ ก็เจอเหมือนกันหมด

อย่างร้านฟาส์ต ฟู้ด ที่พวกเราฮิตกิน Jollibee คุณเห็นว่าขายดิบขายดีที่เมืองไทยมั้ยล่ะ? ก็เปล่า ทำไม? ก็เพราะบริษัทของไทยเขาก็มีธุรกิจนี้เยอะแยะไปหมด

แล้วมีบุคลากรสำคัญ เช่น ทนาย บัญชี หรือนางพยาบาล ไหลทะลักไปอยู่สิงคโปร์หรือเปล่า? ก็เปล่า ถามว่าทำไม? เพราะพวก แพทย์ ทนาย พยาบาลที่นั่นเค้ารวมตัวกันบ่น ว่าคนฟิลิปปินส์กำลังเข้าไปแย่งงานพวกเขา แล้วโดยธรรมชาติ รัฐบาลก็ต้องปกป้องคนของตัวเองก่อนอยู่แล้ว

เมื่อเป็นอย่างนี้ การรวมตัวกันของประชาคมอาเซียนจะเกิดขึ้นได้ที่ไหนกัน?”

แต่ดูไปก็ช่างสวนทางกับข้อมูลเชิงตรรกะที่ว่า ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่พูดภาษาอังกฤษกว้างขวางที่สุดในหมู่เพื่อนพ้องอาเซียนด้วย กัน แล้วฐานการเป็นสมาชิกเฟซบุ๊กก็ใหญ่เป็นอันดับ 8 ตั้งแต่ พ.ศ. 2553 มีคนใช้อินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 531% ซึ่งถือว่าประเทศมีความพร้อมมาก

ติดอยู่ปัญหานิดเดียวก็ตรงที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่กว่า 98% ยังติดนิสัยการจ่ายสินค้าด้วย เงินสดมากกว่าระบบที่เรียกว่า E-payment ทำให้ภาครัฐเร่งเดินหน้าติดตั้งฐานระบบการชำระทางออนไลน์ ซึ่งนอกจากจะช่วยส่งเสริมธุรกิจภาคท้องถิ่น ยังขยายฐานตลาดทั่วโลกและทั่วอาเซียน

และเมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลก็เริ่มเจรจากับประเทศในกลุ่มอาเซียนถึงความเป็นไปได้ที่จะตั้งระบบเครื่องเบิกถอนเงินสด ATM Asean เพื่อลดความซ้ำซ้อนทั้งค้าขายและการเดินทาง อีกทั้งยังทำให้เป็นระบบมาตรฐานการโอนจ่ายออนไลน์

ดูๆแล้วอาจจะจริงอย่างที่บางคอมเมนต์วิจารณ์ว่า นายปังกิลินันกีดกันกลัวคู่แข่งต่างชาติมาแย่งพื้นที่หากินมากกว่า…

ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ

เก็บเงินลดใช้ถุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581661

โดย เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์ 25 ก.พ. 2559 05:01

 

หลังจากขบคิดหาทางลดปัญหาขยะมานาน จนตกผลึกได้ข้อสรุปออกมา ทำให้อินโดนีเซีย ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนได้ทีเข็นนโยบายเด็ดออกมาใช้แล้ว

โดยตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา อินโดนีเซียได้ประกาศบังคับใช้มาตรการลดขยะ (แบบทดลอง) ใน 22 เมืองใหญ่ทั่วประเทศ รวมทั้ง กรุงจาการ์ตา บันดุง บาลิกปาปัน มากัสซาร์และ สุราบายา เป็นต้น เมื่อผู้จับจ่ายซื้อของต้องจ่ายตังค์ถ้าอยากได้ถุงพลาสติกใส่ของกลับบ้าน

ซิติ นูร์บายา รมว.สิ่งแวดล้อมและป่าไม้ ของอินโดนีเซีย พูดถึงมาตรการใหม่นี้ว่า รัฐบาลกลางจะช่วยอำนวยความสะดวกและสนับสนุนรัฐบาล หรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกด้วยการบังคับทดลองใช้ “ระบบถุงพลาสติกเติมเงิน” (pre-paid) ที่ว่านี้

กระทรวงสิ่งแวดล้อมฯแนะนำด้วยว่า ใครที่อยากได้ถุงใส่ของควรถูกชาร์จเก็บเงินขั้นต่ำ 200 รูเปีย หรือราวๆ 53 สตางค์ แต่จะเก็บเงิน มากกว่านี้ก็ได้เพื่อจะเป็นกุศโลบายให้คนหิ้วถุงพลาสติกมาจากบ้านเอง

ส่วนที่ว่าแต่ละเมืองจะเก็บเงินเท่าไหร่กันบ้าง ก็พอมีรายละเอียดมาบ้างแล้ว เช่น กรุง จาการ์ตา จะเก็บเงินลูกค้า 5,000 รูเปีย (ราว 13.17 บาท) ต่อถุงพลาสติก 1 ถุงในทุกๆร้านค้า รวมทั้ง ตลาดขนาดเล็กและตลาดชุมชน

นาย ริดวัน คามิล นายกเทศมนตรีเมือง บันดุง บอกว่า นโยบายถุงพลาสติกเติมเงินจะสร้างผลกำไรทางเศรษฐกิจให้เมืองบันดุงมากถึง วันละ 1,000 ล้านรูเปีย (ราว 2.66 ล้านบาท) หรือตกปีละ 360,000 ล้านรูเปีย (ราว 957.86 ล้านบาท) เลยทีเดียว

ความพยายามลดขยะถุงพลาสติกยังเป็นส่วนหนึ่งใน “แผนพัฒนาครึ่งเทอมแห่งชาติ” ของรัฐบาล ที่มีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณขยะทั่วประเทศที่มีมากถึงปีละ 64 ล้านตัน (ซึ่งในขยะ ปริมาณมหาศาลนี้มีที่เป็นพลาสติกราวร้อยละ 14) ไห้ได้ราวร้อยละ 11 ภายในปีนี้

มาตรการหรือระบบนี้จะทดลองดำเนินการนาน 6 เดือน และจะประเมินผลลัพธ์ทุกสามเดือน ถ้าประสบความสำเร็จด้วยดี ปริมาณขยะถุงพลาสติกลดลงชัดเจน รัฐบาลกลางจะออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้ต่อไป

ขณะที่ดอกผลที่ได้จากมาตรการนี้จะเก็บสะสม เพื่อนำไปใช้ทำหรือสนับสนุนโครงการเพื่อสวัสดิการชุมชนนั่นเอง.
เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์

ดูยุโรปแก้ปัญหาผู้ลี้ภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581147

โดย อานุภาพ เงินกระแชง 24 ก.พ. 2559 05:01

 

ปัญหาผู้อพยพลี้ภัยจากแอฟริกา ตะวันออกกลางและเอเชียบางส่วนเข้ายุโรปยังเป็นวิกฤตการณ์ต่อเนื่องจากช่วงปีที่แล้ว ซึ่งผู้อพยพลี้ภัยหลั่งไหลเข้ายุโรปจำนวนมากทะลุกว่า 1 ล้านคน

ตัวเลขผู้อพยพลี้ภัยเข้ายุโรปปีนี้ยังเพิ่มอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยแต่ละสัปดาห์มากกว่า 10,000 คน แม้ช่วงเวลานี้แถบยุโรปยังเป็นฤดูหนาว แต่ผู้อพยพลี้ภัยยังพากันเดินทางเสี่ยงชีวิตข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสู่ดินแดนยุโรปตั้งแต่ 1 ม.ค.ถึง 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ทะลุแล้วกว่า 84,000 คน มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วกว่า 11,000 คน ผู้อพยพลี้ภัยส่วนใหญ่จากซีเรียและไม่น้อยจากอิรักกับอัฟกานิสถาน

หน้าด่านชาติที่ต้องแบกรับปัญหาผู้อพยพลี้ภัยก่อนเพื่อนคือ อิตาลีกับกรีซ โดยเฉพาะอิตาลี ซึ่งเรือผู้อพยพลี้ภัยต้องเดินทางรอนแรมข้ามทะเล เมดิเตอร์เรเนียนนานหลายวันหรืออาจเป็นสัปดาห์กว่าจะถึงฝั่ง ทั้งมีเรือผู้ลี้ภัยจำนวนไม่น้อยไปไม่ถึงฝั่งฝัน

ผู้ลี้ภัยเสียชีวิตหรือสูญหายระหว่างเดินทางข้ามทะเลปีนี้แล้วมากกว่า 400 ราย ขณะที่การ เดินทางข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจากฝั่งตุรกีถึงกรีซเสี่ยงน้อยกว่าเพราะระยะทางสั้นและคลื่นลมทะเลสงบมากกว่าเส้นทางสายอิตาลี

ความช่วยเหลือแบ่งเบาภาระแบกรับผู้อพยพ ลี้ภัยของเหล่าสมาชิกชาติสหภาพยุโรป 28 ประเทศ กำหนดตัวเลขเฉลี่ยแบ่งกันชาติละ 160,000 คน บ้างต้องกำหนดเงื่อนไขส่งกลับผู้อพยพที่ไม่ได้เผชิญปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศบ้านเกิดโดยตรง แต่แค่ต้องการอพยพเพราะปัญหาทางเศรษฐกิจ ขณะที่หลายประเทศนอกกลุ่มสหภาพยุโรปที่ยอมรับแบ่งเบาภาระดูแลผู้อพยพลี้ภัยด้วยก็มีคือ ตุรกี เลบานอนและจอร์แดน ส่วนผู้อพยพลี้ภัยที่ถูกเข้ากระบวนการส่งกลับมีจำนวนน้อยนิดแค่หลักพันคน

มาตรการรองรับปัญหาผู้อพยพลี้ภัยของสหภาพยุโรปดูเหมือนไม่ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน นโยบายใหม่เกี่ยวกับมาตรการปกป้อง ชายแดนและการปฏิบัติหน้าที่ของเหล่าหน่วยงานยามฝั่งแต่ละประเทศอยู่ระหว่างรอรับรองลงนามกันในช่วงเดือน ก.ค.ก็ไม่รู้จะได้ผลดีในทางปฏิบัติมากน้อยแค่ไหน รวมถึงมาตรการสงวนสิทธิผู้อพยพลี้ภัยเลือกเดินทางเข้าไปอยู่ในประเทศได้ตามความต้องการของตน

ความหวังของชาติสหภาพยุโรปห้วงเวลานี้ฝากไว้ที่ตุรกี หลังจากรัฐบาลตุรกีให้คำมั่นช่วยเข้มงวดกวาดล้างปัญหาการเคลื่อนไหวของผู้อพยพลี้ภัยผ่านเข้าออกประเทศ แลกกับการได้รับเงินช่วยเหลือหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้รับการผ่อนปรนวีซ่าชาวเติร์กเดินทางเข้ายุโรปง่ายขึ้น ทั้งจะช่วยเร่งกระบวนการให้ตุรกีได้เข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปเร็วขึ้น

เวทีประชุมสุดยอดผู้นำชาติสหภาพยุโรปว่าด้วยปัญหาผู้อพยพลี้ภัยในช่วงกลางเดือนหน้านี้ จะตกลงกันได้หรือไม่อย่างไรต้องรอติดตามผล…

อานุภาพ เงินกระแชง

ลุ้นซุปเปอร์ทิวส์เดย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/580738

โดย ตุ๊ ปากเกร็ด 23 ก.พ. 2559 05:01

 

ศึกเลือกตั้งตัวแทนพรรคสหรัฐฯครั้งนี้ เรียกได้ว่าเต็มไปด้วยความผกผัน จนแทบจะคาดเดาไม่ได้ว่าท้ายสุดแล้วใครจะเป็นตัวเต็ง 2 คนสุดท้าย ที่จะไปชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดี

ดูอย่างฟาก “เดโมแครต” ที่ตอนแรกใครๆก็คิดว่า ฮิลลารี คลินตัน อดีต รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ จะเป็นเสือนอนกิน แต่เอาเข้าจริงกลับเจอคู่ปรับสูสีอย่าง เบอร์นี แซนเดอร์ส ส.ว. อาวุโสจากรัฐเวอร์มอนต์ ผลล่าสุดของการเลือกตั้ง 3 รัฐอยู่ชนะ 1 แพ้ 1 เสมอ 1

ขณะที่ฟาก “รีพับลิกัน” กลับมันยิ่งกว่า เจ๊บ บุช สายตระกูลอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ อดีตผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ที่เริ่มแรกดูดี แต่ไปๆ มาๆร่วงหล่นกระเด็นปลิว ถอนตัวออกจากการแข่งขันไปเรียบร้อยเมื่อ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา หลัง ทำคะแนนได้ห่วยแตก มาวินเป็นอันดับ 4 ในรัฐฐานที่มั่นเก่าเซาท์แคโรไลนา

กลายเป็นม้ามืด คนเลือดเดือดปากจัดอย่างโดนัลด์ ทรัมพ์ ที่คะแนนนำลิ่วเหนือผู้สมัครคนอื่นๆ คว้าชัยไปแล้วสองที่รัฐนิวแฮมพ์เชียร์และเซาท์แคโรไลนา แม้จะแพ้ไปในศึกประเดิมที่ไอโอวา แต่ก็ทำเอาสื่อต่างวิเคราะห์ไม่ถูกว่า หากทรัมพ์คว้าชัยชนะต่อที่รัฐเนวาดาในวันที่ 23 ก.พ.นี้แล้วจะเป็นเช่นไร

เอาง่ายๆ แค่ตามสถิติการเลือกตั้งตลอดที่ผ่านมา ไม่เคยมีมาก่อนว่าใครที่ชนะนิวแฮมพ์เชียร์และเซาท์แคโรไลนาแล้ว จะแพ้ในการ โหวตประชุมใหญ่พรรคแนชนัล คอนเวนชัน ปลายเดือน ก.ค.

อย่างไรก็ตาม สายไม่อยากให้ทรัมพ์ได้ ต่างหวังว่า ในวันที่ 1 มี.ค.นี้เท่านั้น ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นการตัดสินชะตาชี้ขาดจริงๆ เพราะจะเป็นวันที่มีการโหวตเลือกตั้งพร้อมๆกันถึง 12 รัฐ

ได้แก่ อลาสกา อลาบามา อาร์คันซอ จอร์เจีย แมสซาชูเสตต์ มินเนโซตา โอกลาโฮมา เทนเนสซี เท็กซัส เวอร์มอนต์ เวอร์จิเนีย และไวโอมิง ส่วนของเดโมแครตจะยังไม่เลือกในรัฐอลาสกาและไวโอมิง แต่เลือกในรัฐโคโลราโดแทน โดยวันนี้ถูกเรียกกันว่า “ซุปเปอร์ทิวส์เดย์”

ยิ่งคว้าชัยได้เยอะในรัฐสำคัญก็ยิ่งเป็นการตอกตะปูฝาโลงผู้สมัครรายอื่น อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วอย่างจอห์น แม็คเคน ปี 2551 และมิตต์ รอมนีย์ ปี 2555 ที่ได้เป็นตัวแทนพรรคไปสู้ศึกประธานาธิบดี

แต่สุดท้าย ดูไปดูมาแล้วก็ยังไม่มีใครกล้าตอบอยู่ดีว่า “ถ้าทรัมพ์ชนะล่ะจะเป็นเช่นไร!?”

ตุ๊ ปากเกร็ด

ภาพหวานที่อื้อฉาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/580429

โดย ยูเรนัส 22 ก.พ. 2559 05:01

 

ไปเที่ยวช่วงเวลาแห่งความรักเมื่อเทศกาลวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ดี แต่ วาเนสซ่า ฮัดเจนส์ นักแสดงสาวชาวอเมริกันควง ออสติน บัตเลอร์ ไปหวานกันที่ไหนไม่ไป เล่นบุกเข้าไปเที่ยวในเขตอนุรักษ์ป่าสงวนแห่งชาติที่สวยสดงดงามในสหรัฐฯ เพราะรักธรรมชาติ, สายลมและแสงแดด ซึ่งการไปเที่ยวไม่เป็นปัญหาหรอก เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงก็มีโรงแรมหลายระดับราคาและเป็นที่พักสวยงามร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนอยู่แล้ว

แต่ปัญหาคือ คู่นี้ไปเที่ยวแล้วดันมือบอนอยู่ไม่สุข ไปสลักชื่อ ออสติน+วาเนสซ่าในรูปหัวใจไว้บนก้อนหิน และถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกพร้อมกับโพสต์ภาพดังกล่าวลงในอินสตาแกรมด้วยนี่สิ

ภาพที่พวกเขาโพสต์นี่แหละ ทำให้เกิดคำถามอื้ออึงว่า คู่นี้ทำผิดกฎหมายหรือไม่? เพราะธรรมชาติใดๆ ที่มีอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติชื่อก็บอกแล้วว่า จะไปขีดข่วน สะกิดสะเกาอะไร ไม่ได้ หากไม่ได้รับอนุญาตจากทางการเสียก่อน พอคู่รักคู่เลิฟคู่นี้รู้เข้าก็เริ่มหนาวขึ้นมาล่ะสิ พวกเขาจัดแจงลบภาพที่จะเป็นหลักฐานกลับมามัดตัวเองออกไปทันที แต่โลกยุคนี้หูตาไวเกินคาดถึงลบภาพไปแล้วแต่ภาพก็ถูกแชร์ไปจนเจ้าหน้าที่เริ่มตามสืบแล้วว่า เหตุการณ์เป็นไงมาไงกันแน่? และจุดหรือพิกัดที่ทั้งคู่ไปขีดเขียนไว้อยู่ตรงไหนหนอ?

แถมยังมีข้อกังขาเกี่ยวกับภาพที่ปรากฏให้เห็นอีกหลายประเด็น เช่น แม้วาเนสซ่ากับ ออสตินจะชวนกันไปเที่ยวป่าสงวนแห่งชาติโคโคนิโน ในรัฐอริโซนาก็จริง แต่ข้อความที่พวกเขาเขียนเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความเลิฟนั้น เขียนในเขตป่าสงวนจริงหรือไม่? รึว่าเขียน บนหินที่ไม่ได้อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติ? ข้อสงสัย ต่อมาได้แก่ พวกเขาใช้ของมีคมกรีดลงไปบน หินหรือใช้แค่สีชอล์กหรือปากกาเขียนลงไปเท่านั้น ที่มีคำถามตรงนี้เพราะถ้าเป็นการใช้มีดหรือของมีคมใดก็ตามกรีดลงไปละก็ ย่อมสร้างความเสียหายมากกว่า การใช้สีเทียนหรือเขียนด้วยชอล์กนั่นเอง แต่ไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์ใดในการสร้างรอยจารึกที่ไม่เหมาะสมก็สมควรโดนตำหนิทั้งนั้น

ส่วนสื่อต่างๆ ก็นำภาพที่พวกเขาลบออกไปแล้ว มาเสนอเป็นข่าวกันอึกทึก บอกแล้วไงสื่อน่ะหูตาฉับไว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพ่งเล็งกรณีนักแสดงมือบอนเป็นพิเศษ และอยู่ใน ขั้นตอนสืบสวนหาข้อเท็จจริงกันอยู่ ด้านวาเนสซ่า ฮัดเจนส์ วัย 27 ปี นักแสดงและนักร้องสาวคนนี้เคยมีผลงานภาพยนตร์ที่เข้ามาฉายบ้านเราเรื่อง ไฮสคูล มิวสิคเคิล ขณะที่ออสติน บัตเลอร์ วัย 24 ปี ก็เป็นนักแสดงและนายแบบมาแรง ที่จริงกรณีนี้ไม่ใช่เรื่องร้ายแรง เพียงแต่ไม่ควรทำเท่านั้นเอง.
ยูเรนัส

งดแบงก์ใหญ่สู้ภัยมืด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579536

โดย ตติกานต์ เดชชพงศ 20 ก.พ. 2559 05:01

 

ภาพธนบัตรสกุลดอลลาร์สหรัฐฯปลิว กระจายในอากาศ ซึ่งกองทัพสหรัฐฯเผยแพร่ผ่านสื่อเพื่อเป็นการยืนยันว่าปฏิบัติการทิ้งระเบิดโจมตีคลังเงินสดของกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอิรักและซีเรียตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมานั้นได้ผลเป็นอย่างดี แต่ขณะเดียวกัน ก็สะท้อนให้เห็นว่า “เงินสด” จำนวนมหาศาลได้รั่วไหลผ่านช่อง ทางเถื่อนไปยังกลุ่มติดอาวุธและกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจมืดต่างๆได้อย่างมากมาย ทำให้นักวิจัยบางรายเสนอให้ทบทวนการผลิตธนบัตรที่มีมูลค่าสูงๆ โดยหวังว่าจะเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วย ป้องกันไม่ให้เงินสดรั่วไหลไปถึงกลุ่มอาชญากร

“ปีเตอร์ แซนด์ส” อดีตผู้บริหารธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เพิ่งเสนอผลงานวิจัยต่อมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนายแลร์รี ซัมเมอร์ อดีต รมว.กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ หยิบเนื้อหางานวิจัยมาถกเถียงในวงประชุมฝ่ายนโยบายและการวางแผนรัฐบาล

ระบุว่าการลดปริมาณการผลิตหรือยกเลิกการใช้ธนบัตรใหญ่ๆ ในสกุลเงินตะวันตก เช่น แบงก์ 500 ยูโร, แบงก์ 1,000 ฟรังก์สวิส หรือแบงก์ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะทำให้การลักลอบขนเงินสดของกลุ่มอาชญากรระหว่างประเทศเป็นไปอย่างยากลำบากขึ้น พร้อมยกตัวอย่างว่า เงินสด 1 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นแบงก์ 100 ดอลลาร์ทั้งหมด มีน้ำหนักรวมเพียง 10 กก. ซึ่งสามารถบรรจุลงไปได้หมดในกระเป๋าเอกสารเพียง 1 ใบ ขณะที่เงิน 1 ล้านดอลลาร์ที่เป็นแบงก์ 20 ทั้งหมดจะหนักถึง 50 กก. และต้องใช้กระเป๋าเอกสารถึง 4 ใบ จึงจะบรรจุได้ทั้งหมด

น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของเงินสดจะทำให้ เจ้าหน้าที่รัฐสกัดจับการลักลอบขนเงินสดไปยังที่ต่างๆได้ง่ายขึ้น โดยยกตัวอย่างว่า หากกลุ่มค้า ยาเสพติดในเม็กซิโกต้องขนเงินสดประมาณ 7 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นแบงก์ 20 ดอลลาร์ทั้งหมด จะต้องใช้รถกระบะหนึ่งคันถึงจะขนย้ายได้หมดในครั้งเดียว ขณะที่การเก็บเงินสดของกลุ่มอาชญากรต้องใช้พื้นที่เพิ่มขึ้น และโกดังเก็บเงินที่ใหญ่ขึ้นก็จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สังเกตหรือจับพิรุธได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

งานวิจัยของแซนด์สย้ำด้วยว่าผู้ประกอบธุรกิจถูกกฎหมายจะไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากการลดหรือเลิกการผลิตธนบัตรมูลค่าสูง เพราะธุรกิจเหล่านี้มักหลีกเลี่ยงการขนย้ายเงินสดจำนวนมาก และหันไปใช้บริการโอนเงินผ่านระบบธนาคารออนไลน์กันมากขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนผลข้างเคียงในกรณีที่มีการบังคับใช้มาตรการลดหรือเลิกใช้แบงก์ใหญ่จริง อาจทำให้มูลค่าเงินในตลาดมืดสูงกว่าความเป็นจริง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความผันผวนของค่าเงินได้.

ตติกานต์ เดชชพงศ

อาเซียน E-Shopping

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579051

โดย ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ 19 ก.พ. 2559 05:01

 

ประเทศไทย 1 ใน 10 ประเทศสมาชิก ประชาคมอาเซียน ร่วมตั้งเป้าหวังเป็นตลาดเดี่ยวรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ด้วยจำนวนผู้บริโภครวมกันแล้ว 633 ล้านคน และมีเศรษฐกิจเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่สุดเป็นอันดับ 7 ของโลก จนคาดว่าอาจเขยิบขึ้นไปเป็นอันดับ 5 ในอีก 2 ปีข้างหน้าหากไม่มีอะไรสะดุด

หลายๆบริษัทที่ประกอบธุรกิจน้อยใหญ่ในภูมิภาคนี้กำลังอัดฉีดเงินทุนเพิ่มเพื่อสนองความต้องการคนในท้องถิ่น และจากการร่างแผนที่อาเซียนใหม่+การสำรวจ 171 บริษัทก็พบว่ามี 3 เหตุผลหลักที่แต่ละแห่งกำลังเลือก ตัดสินใจผลิตสินค้าป้อนอาเซียน ได้แก่

1.ตอบสนองความต้องการคนท้องถิ่นให้มากขึ้น 2.คิดหาวิธีแซงหน้าคู่แข่งท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และ 3.ลดต้นทุนการขนส่งด้วยการเข้าไปใกล้ตลาด

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็ทำให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า เป้าหมายหลักก็คือขายสินค้าในอาเซียน!!!

ตลาดค้าปลีกออนไลน์ด้วยระบบ อี-คอมเมิร์ซในอาเซียนพบใน 6 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนามและไทย คิดเป็นมูลค่า 7,100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แล้วกลุ่มประเทศเหล่านี้ก็มีประชากรที่เล่นอินเตอร์เน็ต 158 ล้านคน หรือเทียบเท่าเพียง 29% จากจำนวนประชากรทั้งหมด

ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา การค้า ปลีกออนไลน์ในอาเซียนเติบโตขึ้นปีละราว 15% และคาดว่าในอนาคตจะไต่ขึ้นไปเป็น 25% จากแรงขับของพลังแห่งการช็อปปิ้ง อินเตอร์เน็ต และการนำเสนอสินค้าที่เป็นความต้องการมากขึ้นๆ ตามสภาวะการเติบโตของตลาดออนไลน์ในอาเซียน

แล้วยิ่งมีการส่งเสริมทั้งภาครัฐและเอกชน ก็ยิ่งดึงสินค้าท้องถิ่นไม่ให้จมอยู่แต่ภายในบ้าน ผลักดันการพัฒนาศักยภาพฝีมือแรงงาน เปิดประตูให้สินค้าบางชนิดที่มีฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (niche market) ออกไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน

ไม่เพียงเท่านั้น หากสินค้ามีความหลาก– หลายในตลาดออนไลน์มากเท่าไหร่ ผลประ– โยชน์ก็ตกเป็นของลูกค้าที่มีโอกาสเลือกใช้บริการ งัดกลยุทธ์จนสินค้าในตลาดมีคุณภาพขึ้น แต่ราคาถูกลง ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ธุรกิจโลจิสติกส์ก็ได้รับอานิสงส์เบ่งบานไปด้วย.

ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ

ตึกสูงกว่ากิโลเมตรครึ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578095

โดย อานุภาพ เงินกระแชง 17 ก.พ. 2559 05:01

 

…เพราะเชื่อแน่ว่าภายในอีก 34 ปี หรือ พ.ศ.2593 ผู้คนจะอพยพเข้ามาอยู่ตามเมืองใหญ่ทั่วโลกเพิ่มอีกเท่าตัว แผนเตรียมสร้างที่อยู่อาศัยใช้ชีวิตถูกกำหนดรองรับแล้วในหลายประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น พื้นที่ราบลุ่มสร้างที่พักอาศัยแทบไม่เหลือแล้ว ต้องใช้วิธีถมทะเลขยายอาณาเขตและสร้างเพิ่มที่พักแนวสูง แม้ว่าความเสี่ยงก็สูงตาม ไม่ว่าจากภัยแผ่นดินไหว ไฟไหม้หรือการเผชิญพายุรุนแรง

ตึกสูงที่สุดของโลกยามนี้ปี 2559 คือ “เบิร์จ คาลิฟา” อยู่ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สูง 828 เมตร ทั้งโลกมีตึกสูงที่เรียกว่า “ซุปเปอร์ทอลล์” หรือสูงตั้งแต่ 300 เมตร มากแล้วถึง 100 ตึก

ถ้าตึกสูงเกิน 600 เมตร จะถูกเรียกขาน “เมก้าทอลล์” ยามนี้มีอยู่ 3 แห่ง คือ เบิร์จ คาลิฟา-เซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์ เมืองจีน และมัคกะห์ รอยัล คล็อก ทาวเวอร์ ในซาอุดีอาระเบีย

อนาคตตึกสูงที่สุดเร็วๆนี้ภายในปี 2564 คือ “เจดดาห์ ทาวเวอร์” ในซาอุดีอาระเบีย สูงถึงระดับ “หนึ่งกิโลเมตร” หรือ 1,000 เมตร

“สถิติมีไว้เพื่อถูกทำลาย” คำพูดนี้ยังอมตะ เพราะ “Next Tokyo 2045” โครงการสร้างที่พักอาศัยของญี่ปุ่น กลางอ่าวโตเกียว ถ้าได้สร้างแล้วเสร็จตามเป้าหมายในปี 2588 หรือ 29 ปีข้างหน้า จะมีตึกแห่งแรกของโลกทิ่มแทงขึ้นฟ้าสูงที่สุดถึง 1 ไมล์ หรือ 1,600 เมตร นาม “สกาย ไมล์ ทาวเวอร์”–Sky Mile Tower สูงกว่าตึกเบิร์จ คาลิฟาเกือบ 1 เท่าตัว

เป้าหมายสร้าง “สกาย ไมล์ ทาวเวอร์” หวังใช้เป็นที่พักอาศัยของผู้คน 55,000 ครัวเรือน พร้อมระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานรองรับผู้คนใช้งานได้มากราว 500,000 คน

โครงการ “Next Tokyo 2045” ออกแบบ โดยสถาปนิกและวิศวกรอเมริกัน ภายใต้โจทย์ยากคือ พื้นที่ก่อสร้างอยู่กลางทะเล เสี่ยงเผชิญพายุไต้ฝุ่นรุนแรงและสตรอมเสิร์จ เสี่ยงแผ่นดินไหวและสึนามิ

รูปแบบและเทคนิคก่อสร้างคร่าวๆของโครงการนี้ นอกเหนือจากอาคารหลัก “สกาย ไมล์ ทาวเวอร์” แล้วยังมีหมู่เกาะรูปทรง 6 เหลี่ยม ขนาดความกว้างเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 152 เมตร- 1.5 กม.รายล้อมเพื่อประโยชน์หลากหลายตั้งแต่ป้องกันคลื่นลมทะเล ใช้เป็นช่องทางเดินเรือ ใช้เก็บกักกรองน้ำดื่มน้ำใช้ สร้างเป็นชายหาดเทียม และเป็นพื้นที่เกษตรกรรมในเมือง

ความท้าทายมากที่สุดอีกประการหนึ่งของตึกสกาย ไมล์ ทาวเวอร์ คือการนำน้ำดื่มน้ำใช้สูบขึ้นไปสูงกว่า 1.6 กม.ต้องสิ้นเปลืองทั้งพลังงานและทรัพยากรมากมาย ทำให้สถาปนิกต้องออกแบบโครงสร้างแก้ปัญหาโดยสร้างพื้นที่เก็บกักกรองน้ำอยู่บนอาคารเป็นระยะๆ

โครงการนี้พร้อมดำเนินการก่อสร้างแล้ว รอเพียงตัวเงินลงทุนมหาศาลและคำสั่งอนุมัติเท่านั้น…

อานุภาพ เงินกระแชง

โฉมบินรบใหม่ญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577575

โดย ตุ๊ ปากเกร็ด 16 ก.พ. 2559 05:01

 

สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นแสดงให้โลกเห็นอีกครั้ง ถึงขีดความสามารถของอุตสาหกรรมทหารที่ไม่ด้อยไปกว่าใคร เปิดตัวเครื่องบินรบล่องหนที่ซุ่มพัฒนาอย่างเงียบๆ มานานกว่าสิบปี ชื่อรุ่นเบื้องต้นว่า มิตซูบิชิ เอ็กซ์–2 “ชิน ชิน” ที่แปลว่าวิญญาณแห่งจิตใจ

สำหรับสเปกคร่าวๆเป็นเครื่องบินขับไล่นักบิน 1 ที่นั่ง ขนาดยาว 14 เมตร กว้าง 9 เมตร กำลังขับไอพ่น 2 เครื่องยนต์แบบปรับทิศทางเพื่อความคล่องสู้รบระยะประชิดด็อกไฟต์ ความ เร็วสูงสุด 2.25 มัค บินได้ไกลสุด ประมาณ 2,900 กิโลเมตร ส่วนระยะการขึ้นสกัดกั้นข้าศึกที่เหมาะสมอยู่ที่ 761 กิโลเมตร

ออกแบบมาเพื่อการ “ป้องกัน” ภัยทางอากาศ และการสู้รบแบบติดพัน เห็นได้จากแกนปรับระดับปีกหางที่มีมุมองศาลึก ซึ่งจะทำให้เครื่องมีมุมเลี้ยวแคบวกเข้าไปอยู่ด้านหลังเครื่องข้าศึกได้ง่าย เช่นเดียวกับไอพ่นแบบปรับทิศทางสำหรับความคล่องตัว คล้ายกับเอฟ-22 เครื่องบินรบล้ำยุคของกองทัพอากาศสหรัฐฯ

เช่นเดียวกับอาวุธบนเครื่อง ที่แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่มีการประเมินไว้เบื้องต้นว่า อาจเป็นจรวดระยะกลางตรวจจับด้วยระบบเรดาร์มิตซูบิชิ “เอเอเอ็ม–4 บี” ระยะยิง 120 กิโลเมตร หรืออาจเป็นจรวดตัวใหม่ที่ญี่ปุ่นและอังกฤษมีแผนการพัฒนาร่วม โดยนำ เอาระบบค้นหาของญี่ปุ่นมาใส่กับ จรวด “มีที-ออร์” ของยุโรป ซึ่งมีความเร็วเหนือกว่า 4 มัค ระยะยิงไกลนอกสายตาตั้งแต่ 100-300 กิโลเมตร

งานนี้เรียกได้ว่า ญี่ปุ่นมีพี่ใหญ่สหรัฐฯเป็นแรงบันดาลใจก็ว่าได้ เพราะมาจากการที่ช่วง ต้นปี 2543 ญี่ปุ่นหวังจะซื้อเอฟ-22 นำมาทดแทนฝูงเอฟ-15 ตัวเก่า แต่ปรากฏมีอันต้องเคว้ง เนื่องจากสภาคองเกรส ปิดประตูตายสั่งห้ามขาย เนื่องจากเอฟ-22 มีเทคโนโลยีที่ “เซนซิทีฟ” เกินกว่าที่จะส่งออกไปให้ใครชำแหละดูได้

จึงเป็นที่มาของการส่งเสริมอุตสาหกรรม “ในประเทศ” มันเสียเลย ผลคือแม้จะใช้เวลาหน่อย แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนคือความภูมิใจ ดังชื่อของเจ้าเอ็กซ์ทูรุ่นนี้.

ตุ๊ ปากเกร็ด

รอดตายเพราะลูกเมีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577268

โดย ยูเรนัส 15 ก.พ. 2559 05:01

 

มีนักแสดงชาวเอเชียจำนวนมากที่ฝันหวานว่า อยากโกอินเตอร์ไปเป็นนักแสดงหรือนักร้องระดับโลกในสหรัฐอเมริกา แต่ใช่ว่าจะมีนักร้อง-นักแสดงชาวเอเชียได้โกอินเตอร์ไปแจ้งเกิดในโลกกว้างอย่างใจฝันซะทุกคน เพราะส่วนมากแล้วจะไปไม่ถึงฝั่งฝันกันมากกว่า ยกเว้นรายนี้ นักแสดงชาวญี่ปุ่นที่ชื่อ เคน วาตานาเบ้

แต่ไม่นานมานี้ มีข่าวไม่สู้ดีนักเกิดขึ้นในชีวิตของนักแสดงสายเลือดซามูไร ซึ่งเป็นหนุ่มใหญ่หน้าตาดีและสูงโปร่งคนนี้ เมื่อข่าวแจ้งว่า เขาต้องต่อสู้กับมะเร็งที่กระเพาะอาหาร แถมก่อนหน้านี้เคยเป็นโรคลูคีเมีย หรือมะเร็งเม็ดเลือดขาวมาแล้ว ตอนนั้นเดชะบุญที่เขาเอาชีวิตรอดจากลูคีเมียมาได้ทีนึงแล้ว

ล่าสุด หลังจากกลับบ้านที่ญี่ปุ่นช่วงวันหยุด ยาวเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา จู่ๆ นางคาโฮ มินามิ ภรรยาของวาตานาเบ้ ซึ่งเป็นนักแสดงหญิงชาวอาทิตย์อุทัยและบุตรสาวได้คะยั้นคะยอให้เขาเข้ารับการตรวจสุขภาพ เนื่องจากต้องบินไป-บินมาระหว่างสหรัฐอเมริกากับญี่ปุ่น เพราะอย่างที่บอก หนุ่มเคน วาตานาเบ้ วัย 56 ปีนั้น เป็นดาราเอเชียที่โกอินเตอร์ไปแล้ว เขาเคยร่วมงานกับทอม ครูซ เรื่อง เดอะ ลาสต์ ซามูไร ปัจจุบันมีงานทั้งแสดงภาพยนตร์และละครเวทีบรอดเวย์ให้ทำด้วย นอกเหนือจากน้ียังรับงานแสดงที่บ้านเกิด ของตัวเอง

วาตานาเบ้ เล่าว่า ผมรู้สึกช็อกไปเลยครับที่ผลตรวจสุขภาพซึ่งผมไม่คิดจะไปตรวจแต่โดนภรรยาและลูกแนะนำให้เช็กร่างกาย กลายเป็นผลการตรวจทำให้ทราบว่า ผมมีเซลล์มะเร็งในช่องท้อง หลังจากที่แพทย์ได้แจ้งข่าวนี้กับผมและครอบครัว ทุกคนต่างตกตะลึง แต่เป็นความโชคดีของผมอย่างมากๆครับที่มะเร็งซึ่งพบคราวนี้ เป็นเพียงระยะเริ่มต้น หลังจากนั้น แพทย์กับผมก็นัดแนะกันทำการผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออกทันที

นี่ถ้าพระเอกรุ่นใหญ่แดนอาทิตย์อุทัย ไม่ยอมไปตรวจสุขภาพตามที่ลูกเมียคะยั้นคะยอละก็ไม่อยากนึกเลยว่า เขาจะรู้ตัวเมื่อไหร่ว่าเป็น มะเร็ง? เพราะกว่าอาการจะแสดงออกมาก็คงเข้า ระยะที่น่าหวั่นวิตกว่าจะรักษาหายได้หรือไม่? เหตุการณ์คราวนี้วาตานาเบ้ต้องขอบคุณภรรยาและลูกอย่างมากทีเดียว

เขาเปิดเผยว่า หลังจากเข้าห้องผ่าตัดและผ่านเรื่องน่าตกใจคราวนี้ไปด้วยดี แพทย์ได้แนะนำให้พักรักษาตัวตลอดเดือนกุมภาพันธ์และคาบเกี่ยวไปถึงมีนาคม ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาได้รับการวางตัวให้กลับไปแสดงละครเวที ซึ่งจะ เริ่มในวันที่ 1 มี.ค. แต่ด้วยความจำเป็นที่ต้องรักษา ตัวให้หายซะก่อน ดังนั้น การแสดงที่กำหนดให้เขาต้องบินกลับไปสหรัฐฯ จึงต้องเลื่อนออกไป ขอให้หายไวๆละกัน ส่วนแฟนคลับที่ติดตามผลงานละครเวทีของเขาก็เข้าใจถึงความจำเป็นในครั้งนี้ จึงภาวนาให้วาตานาเบ้ปลอดภัยจะได้กลับมาแสดงละครให้พวกเขาได้ชมกันต่อไป.

ยูเรนัส