เกษตรบูรณาการ : อย่าทำแค่ลูบหน้าปะจมูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/218082

251598

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ตามติดล้วงลึกความเคลื่อนไหวการทำงานของกระทรวงเกษตรฯ มานานหลายเดือน ภายใต้การนำพาของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ในฐานะ รมว.เกษตรฯ ซึ่งต้องบอกว่า มีการเอาจริงเอาจังไม่น้อยกับการทำงานในการแก้ปัญหาภาคการเกษตร แต่นั่นไม่ได้หมายถึงว่า ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้น มันเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรมากน้อยขนาดไหน เพราะเท่าที่เห็นบอกตรงๆ ว่าวันนี้ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งการแก้ปัญหาภัยแล้ง ปากท้อง  และปัญหาราคาสินค้า

ซึ่งจากนี้ไป คงเป็นการวัดใจ ของทั้งรัฐบาลและรัฐมนตรีเกษตรฯ ว่าจะต้องปรับกลยุทธ์การทำงานอย่างไร เพราะอีกไม่กี่เดือนก็คาดว่าน่าจะถึงเวลาหารือถึงการปรับเปลี่ยน ทั้งตัวคน และเรื่องของการทำงาน เพราะอีกไม่กี่เดือนก็จะถึงฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้ายใหญ่ ทั้งเกษียณอายุราชการ และต้องปรับจากราชการ เพราะทำงานไม่เข้าท่า ส่งผลงานล่าช้า อย่างไรก็ตามจากนี้ไปจะเลือกใครมาทำงาน อย่าลืมว่าต้องจริงใจไม่ใช่ลูบหน้าปะจมูกพวกดีแต่ปาก ทำงานไม่เป็น แถมยังไม่เข้าใจงาน นำพาเข้ามาทำงานใหญ่ เพราะจะทำให้เสียเวลา และไม่เกิดประโยชน์จริงๆ

มาเข้าเรื่องการทำงานของกระทรวงเกษตรฯ สัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ มีการเดินเกมสร้างข่าว หลังจากทำงานจริงๆ ไม่ค่อยมีใครเห็น งานนี้ท่านรัฐมนตรี จึงประโคมข่าว ดึงกลุ่มผู้ประกอบการ ด้านปัจจัยการผลิตมาร่วมลงนาม “โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อปัจจัยการผลิตทางการเกษตร” เพื่อให้เกษตรกรมีปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ พร้อมเตรียมให้บริการเกษตรกร ในงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) พร้อมเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 2559 และให้สมกับที่รัฐมนตรีเกษตรฯประกาศลั่นว่า ปีนี้กระทรวงเกษตรฯ จะทำให้เป็นปีลดต้นทุนการผลิตให้ได้ และว่ากันว่ามีการลดกระหน่ำ ทั้งราคาปุ๋ย และปัจจัยการผลิต เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพให้กับเกษตรกร

ถึงวันนี้ ต้องบอกว่าจากนี้ไป ต้องขึ้นอยู่กับรมว.เกษตรฯ ที่ชื่อ “ฉัตรชัย” และปลัดกระทรวงเกษตรฯ “ธีรภัทร ประยูรสิทธิ” จะเอาอย่างไรกับการแก้ปัญหาภาคการเกษตรฯ เพราะวันนี้ ต้องยอมรับความจริงว่า หลายเรื่องเดินผิดทางมาไกล และควรปรับทิศเปลี่ยนทางให้ถูกโดยเฉพาะ “ซิงเกิลคอมมาน” บูรณาการที่กระทรวงเกษตรฯ ชูว่าจะเป็นศูนย์รวมแก้ปัญหาเกษตรระดับจังหวัด เพราะวันนี้กว่า 7 เดือน ท่านปลัดยังไม่ตั้งคนไปลงให้จบ ซึ่งก็ไม่ทราบเหตุผลใด ส่วนจะเอาอย่างไร คงเป็นเรื่องของท่าน ข้าน้อยไม่อาจเอื้อมจริงๆ อย่าถามว่าจะให้ทำอย่างไร เพราะไม่ใช่ผู้บริหาร อย่าลืมนะครับว่าจากนี้ไปเกษตรฯ งานจะเข้าแน่ๆ ทั้งปัญหาราคาสินค้า  ภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง และอื่นๆ จะตามมา ต้องถามดังๆว่า เตรียมพร้อมรับมือหรือยัง…..

มังกรเขียว

เกษตรบูรณาการ : จริงจังแค่ไหนกับการแก้ปัญหาภาคเกษตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/216959

วันจันทร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
251598สัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสลงพื้นที่พบเกษตรกรในพื้นที่ภัยแล้ง เพื่อถกปัญหาภาคการเกษตร กับกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ แถวจังหวัดลำปาง พร้อมกับกลุ่มคนที่ทำงานเบื้องหลังในการวางแนวเบิกทางการแก้ปัญหา เรื่องภาคการเกษตรที่ยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรทุกอย่าง จะเน้นขบวนการแบบการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ให้กับเกษตรกร อย่างคนเกษตรคุยกับคนที่เป็นเกษตรกรจริงๆ

หลังแอบซุ่มมองการทำงานของทางรัฐบาลเกี่ยวกับการแก้ปัญหาภาคการเกษตร ซึ่งทีมที่ลงพื้นที่ ไปพบเกษตรกร ในครั้งนี้ มีทั้ง ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. (HAII) ที่เป็นผู้ดูแลในเรื่องการวางแนวทางการแก้ปัญหาเรื่องของน้ำ ที่คนในประเทศไทยทั้งประเทศ น่าจะพอรู้จักจากงานที่เขาทำโดยไล่มาจากทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา ให้เป็นระบบ นอกจากนั้น ยังมี  นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์  ที่เป็นประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ที่มีชื่อชั้นเป็นแกนนำในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาภาคการเกษตรมานานหลายปี และยังมีตัวแทนเกษตรกรอีกหลายคน ที่เป็นปราชญ์ชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมถกปัญหาแบบวงเล็กๆ

หลายรื่องที่มีการถกกันแบบพี่แบบน้อง เป็นข้อมูลแบบบ้านๆ ที่ชาวบ้าน ชาวเกษตรกรเขาคิดร่วมกัน บอกตรงว่า ถึงวันนี้ เขาคิดไปไกลกว่า กระทรวงเกษตรฯ ค่อนข้างมาก แบบคนเข้าใจต่อปัญหาร่วมกัน ไล่มาแต่เรื่องของปัญหาเรื่องของการจัดการน้ำ วันนี้มีเครือข่ายแจ้งเตือนระบบน้ำ ทั้งระบบผ่านระบบแอพพลิเคชั่น ที่มีข้อมูลทั้งปริมาณฝนตก ไปจนถึงปริมาณน้ำในพื้นที่ เพื่อวางแผนบริหารจัดการที่เชื่อมโยงต่อไป เป็นตาข่าย ทั้งหมดที่วางเครือข่ายกันมา เกษตรกรรุ่นใหม่สามารถนำข้อมูลไปเป็นแนวทางการปลูกพืชผลการเกษตร ได้อย่างมีระบบทุกอย่างเครือข่าย เน้นวางแผน การแก้ปัญหาวางระบบ การใช้น้ำสร้างแหล่งน้ำ  เน้นในพื้นที่นอกเขตชลประทานเป็นส่วนใหญ่ และขอบอกว่า จากข้อมูลที่ได้เห็น หากทางกระทรวงเกษตรฯ ฉุกคิดแบบจริงจัง ที่จะร่วมกันแก้ปัญหาบอกตรงว่า น่าจะจบภายในรัฐบาลทหาร อย่างแน่นอน

การถกปัญหาร่วมกับผู้ใหญ่ที่คลุกคลีกับภาคการเกษตรหลายคน  บอกตรงกันว่า ข้อมูลมีพร้อมแต่ต้องออกมาเดินสายทำงานร่วมกับชุมชนทำงานแบบใต้ดิน ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า ทุกอย่างของกลุ่มที่ทำงานใต้ดิน ต้องการให้สังคมได้เห็นว่า แนวทางที่เขาเสนอต่อรัฐบาลเป็นเรื่องที่ถูกต้อง วิธีเดียวคือทำให้เห็นผลจริงต้องลงทุนลงแรง ปฏิบัติจริงให้ชาวบ้านเห็นเป็นตัวอย่าง วันนี้จึงได้เห็นเครือข่ายภาคการเกษตร มีการขับเคลื่อนลงพื้นที่ ลงมือทำให้กระทรวงเกษตรฯเห็นเป็นตัวอย่างจำนวนมากเพื่อหวังให้ผู้นำภาคการเกษตร อย่าง “ฉัตรชัย”ได้คิดได้ตรอง ว่า ที่สิ่งพวกเขาเคยบอกเป็นเรื่องจริงเพราะทำให้เห็นจริง

สุดท้าย จากการแอบไปรับฟังเกษตรกร และคนทำงานในการส่งเสริมงานภาคการเกษตรแบบบ้านๆคุยกันนานหลายชั่วโมง บอกตรๆ ว่า เท่าที่สรุปได้ตรงๆ คือวันนี้ปัญหาที่ไม่สามารถนำพาพี่น้องเกษตรกรไปสู่การทำเกษตรที่แก้ปัญหาความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างพอเพียง น่าจะมาจากการไม่เข้าใจของคนที่มาบริหารงานด้านการเกษตรภาครัฐไม่เข้าใจคำว่าการเกษตรและเกษตรกรจริงๆ ซึ่งน่าจะผิดฝาผิดตัว

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : เกมวัดใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/215863

251598

วันจันทร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ยืดเยื้อกันมาหลายปีกับการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. เกี่ยวกับการสางปัญหาการถือครองที่ดินทำกิน ของกลุ่มนายทุนผู้มีอิทธิพลที่มีการถือครองที่ดินรายใหญ่ในพื้นที่ ส.ป.ก. ที่ ว่ากันว่า มีการถือครองมากกว่า แปลงละเกินกว่า 500 ไร่ ก็จบลงด้วยการเปิดฉาก แถลงข่าวร่วมกัน ถึงแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกันระหว่างท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ท่าน พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะและ นายสรรเสริญ อัจจุตมานัส เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หลังการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ

งานนี้ท่าน รัฐมนตรี “ฉัตรชัย” ได้สั่งการให้ เลขาฯ ส.ป.ก. “สรรเสริญ” แจงถึงกรณีข่าว การใช้ ม.44 เข้าแก้ปัญหาที่ดินทำกินแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ท่านเลขาฯ ส.ป.ก. สรรเสริญก็เปิดเกมวัดใจทันทีที่มีโอกาส ว่าเรื่องปัญหาที่ดินทำกิน ในพื้นที่ ส.ป.ก. เบื้องต้นจะมุ่งเน้น และย้ำว่า ขอสางปัญหาการถือครองที่ดินรายใหญ่ที่เนื้อที่การถือครองในลักษณะแปลงใหญ่ ที่คาดว่าเกินกว่า 500 ไร่ ในพื้นที่กว่า 34 จังหวัดเสียก่อน ซึ่งทั้งหมด มีกว่า 563  แปลง เป็นเนื้อที่ กว่า 540,351 ไร่ โดยพื้นที่มากสุด น่าจะอยู่ในพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา ว่ากันว่า มากกว่า 170 แปลง  และเชื่อว่า น่าจะมีการทำเป็นขบวนการ และน่าจะมีคนชั้นปกครองในพื้นที่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐบางคนให้การช่วยเหลือและสนับสนุน แต่เพื่อเปิดโอกาสให้แสดงตนอีกครั้งตามแนวทางของท่านรองนายกรัฐมนตรี อย่าง ท่านรองนายกฯ “วิษณุ เครืองาม” จึงสั่งให้ตรวจสอบซ้ำ ให้จบภายในเดือนพฤษภาคมนี้ พร้อมทำแผนที่แนบท้ายชัดเจนว่ามีแปลงไหนบ้างให้จบก่อน เสนอต่อท่าน “พลเอกฉัตรชัย” และนำเสนอต่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศ ใช้ ม. 44 ยึดคืนหลวงทั้งหมด

เรื่องนี้ ถือเป็นเกมวัดใจ ของนักกฎหมายมือหนึ่ง ของกระทรวงเกษตรฯ อย่าง “สรรเสริญ” ที่กล้า พูดชัดเจนต่อหน้ารัฐมนตรี และกระจอกข่าวว่าปัญหานี้ต้องใช้ ม. 44 เท่านั้น ที่จะแก้ปัญหาได้ เพราะเรื่องนี้เป็นปัญหาเรื้อรังมานานตั้งแต่ปี 2536 ในฐานะข้าราชการ บอกตรงว่าแก้ยาก เพราะนโยบายไม่ชัดเจน ไม่เด็ดขาด เมื่อมาเป็นรัฐบาลทหารเต็มตัว จึงคิดว่าน่าจะใช้เวลานี้สางปัญหาเต็มสูบ ถึงจะเอาอยู่ ส่วนจะเอาอย่างไรคงขึ้นอยู่กับท่านรัฐมนตรีที่ชื่อ “ฉัตรชัย” และท่านนายกรัฐมนตรี “ประยุทธ์” หากไม่ทำในรัฐบาลนี้ “สรรเสริญ” พูดชัดๆแบบไม่ต้องแปลกันเลยว่า ไม่สามรถทำได้เลย เรื่องนี้ ในฐานะคนทำงานด้านการข่าวของกระทรวงเกษตรฯมานาน บอกตรงว่า ถือเป็นการเปิดเกมวัดใจท่านผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และรัฐบาลกับ เลขา ส.ป.ก. จริงๆ จากนี้ไปคงต้องติดตามว่าท่านผู้นำจะเอาอย่างไร

อีกเรื่องถือเป็นเกมวัดใจเช่นเดียวกัน เมื่อจู่ๆนายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่ประเทศไทย หรือ กยท.  คนแรก ก็มีการประกาศแต่งตั้งรายชื่อผู้บริหารชั่วคราวระดับ ผอ. เข้ารักษาการ ผอ. กยท. ระดับจังหวัดตาม หนังสือเลขที่ 101 /2559  และ 102 /2559 จำนวนกว่า 99 คนทั่วประเทศ  โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 ซึ่งว่ากันว่า เป็นวันแรงงาน และแถมเป็นวันหยุดราชการคือวันอาทิตย์ จึงน่าจะมีความไม่ชอบมาพากล แบบรีบร้อนผิดปกติ แถมงานนี้ยังแต่งตั้งแบบข้ามจังหวัด แม้ เรื่องนี้ “ธีธัช” จะบอกว่า ตั้งเพียงรักษาการชั่วคราว เพื่อให้วางโครงสร้างการทำงานให้ชัดเจนตามโครงสร้างใหม่ ก่อนเดินหน้าเต็มสูบ แต่เรื่องนี้ ย่อมมีทั้งผู้สมหวังและผิดหวัง จึงมีร้องเรียนให้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น งานนี้เดือดร้อน พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ประธานคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ต้องออกโรงยุติเรื่อง ชี้ขาด สรุปว่า การดำเนินการเรื่องนี้ ชอบด้วยกฎหมาย แต่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เห็นควรให้ปรับเปลี่ยนบางตำแหน่งเพื่อให้เกิดความเหมาะสม จากนี้ไป คงต้องติดตามว่า ผู้ว่าฯกยท. คนแรกของประเทศไทย จะกล้าแค่ไหน ในการผ่าตัดโครงสร้าง พวกที่เข้ามาทำมาหากินในขบวนการยาง  กยท. เพราะหนังม้วนนี้ยังอีกยาว ต้องติดตามตอนต่อไปว่า “ธีธัช” กล้าแค่ไหน ถ้ากล้าต้องทำงานเชิงรุก ไม่ใช่ แต่ในห้อง ถ้าแน่จริงต้องกล้าลุย

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : ถึงเวลาทำงานของคนเกษตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/214881

วันจันทร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
251598มาถึงวันที่สำคัญของพี่น้องเกษตรกรไทยอีกครั้ง วันนี้จันทร์ 9 พฤษภาคม 2559 วันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) ประจำปี 255 โดยปีนี้มี นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนาฤกษ์พิธีไถหว่าน ระหว่างเวลา 08.29 -09.09  ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงซึ่ง เป็นพระราชพิธีที่สืบเนื่องมาแต่โบราณ มีความงดงาม และมีความหมายอย่างยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

ในปีพุทธศักราช 2559 นี้ ปฏิทินหลวงได้กำหนดวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งประกอบด้วยพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล อันเป็นพิธีสงฆ์ เป็นวันสวดมนต์เริ่มการพระราชพิธีพืชมงคล และถือเป็น “วันเกษตรกร” ประกอบพระราชพิธี ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในวันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2559 วันถัดมาของการประกอบพระราชพิธี คือ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์ จะประกอบพระราชพิธี ในวันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม 2559 ฤกษ์ไถหว่านระหว่างเวลา 08.29-09.09 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงนั้นคือ จะเป็นวันที่เกษตรกร ของไทยจะถือเป็น ฤกษ์ในการทำการเกษตรอย่างเต็มตัว

โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรฯเอง วันนี้ก็น่าจะถือฤกษ์เดินหน้าวางแนวทางในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรอย่างเต็มตัวเช่นเดียวกัน  โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา ในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ท่าน “พลเอกฉัตรชัย สาริกลัยะ”รมว. เกษตรฯ ก็ได้สั่งการกลางที่ประชุมให้ทุกหน่วยงานเร่งเตรียมพร้อมฤดูการผลิตใหม่ที่กำลังจะมาถึง  โดยเฉพาะกรมการข้าวจะต้องเตรียมพร้อมในเรื่องของเมล็ดพันธุ์ ข้าวที่มีคุณภาพ ให้กับเกษตรกร เพื่อเพาะปลูก พร้อมทั้งวางแนวทางในการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวที่จะปลูกในฤดูกาลให้ ให้เกษตรกรได้ปลูกข้าวพันธุ์ดี ในขณะที่กรมวิชาการเกษตรจะต้องลุยตรวจสอบ พวกปัจจัยการผลิตที่ไม่ได้คุณภาพ ทั้งปุ๋ย และเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร ขณะที่กรมส่งเสริมการเกษตรจะต้องทำหน้าที่แนะนำส่งเสริมการผลิตสินค้าให้ถูกที่ถูกทาง ด้านกรมชลประทานจะต้องวางแผนเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ส่วนกรมอื่นๆ ที่เหลือ ก็จะต้องร่วมมือกันคนละไม้ละมือ ช่วยกันให้สมกับคำว่ากระทรวงเกษตรฯ

จากนี้ไป กระทรวงเกษตรฯ ก็คงเข้าสู่โหมดการส่งเสริมและช่วยเหลือในฤดูกาลเพาะปลูก ในฤดูกาลใหม่อย่างเต็มที่ ควบคู่กับการจัดทำแผนการผลิตสินค้าเกษตรอย่างเป็นระบบ เพราะเดือนพฤษภาคมหากจำได้ ท่านรัฐมนตรี  “ฉัตรชัย” บอกว่า ปีนี้กระทรวงเกษตรฯ มีแผนจะมีการส่งเสริมการทำเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งจะได้ฤกษ์เบิกชัย ในเดือนพฤษภาคม เช่นเดียวกัน ว่ากันว่าเดิม จะมีการเปิดพร้อมกันในเดือนนี้ จังหวัดละแปลง แต่ถึงวันนี้ ยังไม่เห็นมีข่าวแว่วว่า ที่ไหนอะไรอย่างไงเลย

สุดท้ายนี้คงยังไม่เห็นเรื่องของการบริหารจัดการแปลงใหญ่คืบหน้าเท่าที่ควร ส่วนหน่วยงานไหน ใครรับผิดชอบเป็นอย่างไร ไปสวดกันเอง เพราะที่ผ่านมา บอกตรงๆ อืดเป็นเรือเกลือ ยังไงน่าจะถึงเวลาตาสว่าง วางคนให้ถูกที่ถูกทางเผื่องานจะได้เดินหน้า ส่วนพวกได้ครับพี่ ได้คะเจ้านาย แต่ไม่มีอะไรคืบ น่าจะปลดระวางเสียที ยังไงน่าจะได้ฤกษ์สังคายนานะขอรับ

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : ผลกระทบต่อประเทศไทย จากภาวะโลกร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/214030

วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
คำถาม จากสภาวะโลกร้อนขณะนี้ จะส่งผลต่อประเทศไทย อย่างไรบ้างครับ

กิติพันธุ์ โชติสุทธิ

อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช

 

คำตอบ ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศไทย สามารถสังเกตเห็น และรู้สึกถึงผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นได้ในหลายด้าน เช่น ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการเกษตร ด้านเศรษฐกิจสังคม และสุขภาพ ในด้านสิ่งแวดล้อมจะรู้สึกได้ว่าอากาศร้อนขึ้นกว่าปีก่อน ฝนตกไม่มาก น้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำมีน้อยลง มีน้ำทะเลเซาะ และท่วมชายหาดหลายแห่ง และบริเวณภาคใต้จะมีฝนมากกว่าปกติ และมีพายุรุนแรงเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็เกิดภาวะฝนแล้ง และฝนทิ้งช่วงยาวนานกว่าเดิม ซึ่งมีผลต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างมาก เกิดปัญหาทางประชากรในเมืองเพิ่มขึ้น คนวัยแรงงานย้ายเข้าไปทำงานในเมืองมากขึ้น และทิ้งคนแก่และเด็กอยู่ในหมู่บ้าน และประชากรจากประเทศเพื่อนบ้าน ก็จะหนีภัยแล้งเข้ามาหางานทำในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งจะเป็นตัวเร่งให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ถูกใช้มากขึ้น และหมดไปได้อย่างรวดเร็ว

ผลกระทบที่มีต่อภัยพิบัติจากธรรมชาติ เกิดบ่อยขึ้น และรุนแรงมากขึ้น เป็นเพราะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไป ฤดูหนาว
สั้นลง ฤดูร้อนยาวนานขึ้น และเมื่ออุณหภูมิของโลกสูงขึ้น น้ำจากทะเลและจากแหล่งน้ำต่างๆ ก็เกิดการระเหยมากขึ้น ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา ก็จะมีปริมาณน้ำสูงขึ้นจนทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ พืชผลปลูกได้ยากขึ้น จากการที่อากาศเปลี่ยนไป เพราะมีภัยพิบัติมาคอยทำลายพื้นที่เพาะปลูก ก็จะเกิดการขาดแคลนอาหารและน้ำสะอาดอีกด้วย

ผลกระทบต่อกรุงเทพมหานคร เมื่อระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น จะทำให้ได้รับผลกระทบ ทั้งทางด้านกายภาพและชีวภาพต่างๆ หลายประการ มีความเป็นไปได้ของภาวะการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เกิดอุทกภัยที่ถี่ขึ้น และรุนแรงยิ่งขึ้นในพื้นที่ราบลุ่ม เมื่อระดับน้ำในมหาสมุทรที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในบริเวณชายฝั่งของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ทั้งยังมีความหนาแน่นของประชากรสูง และอยู่เหนือระดับน้ำทะเลเพียง 1 เมตรเท่านั้น ระดับการรุกของน้ำเค็มจะเข้ามาในพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยาถึง 40 กิโลเมตร ส่งผลกระทบรุนแรงต่อพื้นที่เกษตรกรรมน้ำจืด น้ำเค็มรุกเข้าพื้นที่เกษตร เกิดความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำล้นตลิ่ง และอุทกภัย ที่จะก่อความเสียหายกับระบบสาธารณูปโภค และที่อยู่อาศัยของคนจำนวนมาก

ผลกระทบต่อรูปแบบของฝนและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป
ทำให้วัฏจักรของน้ำเปลี่ยนแปลงไป ลักษณะการไหลของระบบน้ำผิวดิน และระดับน้ำใต้ดิน ก็จะได้รับผลกระทบด้วย ทั้งพืชและสัตว์ จึงต้องปรับปรุงตัวเองเข้าสู่ระบบนิเวศที่เปลี่ยนไป ลักษณะความหลากหลายทางชีวภาพก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

ผลกระทบต่อพื้นที่ป่าไม้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก มีผลกระทบ
ความสมบูรณ์ของป่าไม้ไทย ป่าแล้งเขตร้อน มีแนวโน้มว่าจะลุกเข้าไปในป่าชื้นใกล้เขตร้อน พื้นที่ป่าชื้นมีแนวโน้มลดลง และพื้นที่ป่าแล้ง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ผลกระทบต่อภัยธรรมชาติ เหตุการณ์พายุถล่มทางภาคใต้ของประเทศ ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง เกิดภาวะน้ำท่วม แล้วยังมีพายุฝนต่อเนื่อง รวมทั้ง
แผ่นดินถล่ม เหตุการณ์เหล่านี้ เป็นเหตุการณ์ภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากที่สุด

ผลกระทบต่อประชาชน ปัญหาน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ ยังส่งผลต่อการแพร่กระจายของโรคระบาด ทั้งในมนุษย์ สัตว์ และพืช และมีการระบาดของแมลงศัตรูพืชที่สำคัญในการเกษตร

ผลกระทบต่อเกษตรไทย การปลูกพืชเศรษฐกิจของไทยที่มีปัญหาอยู่เสมอ เช่น ข้าวโพด และอ้อย พื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดมีจำกัด ผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่ต่ำ เนื่องจากความแปรปรวนของน้ำฝนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ปัญหาปริมาณน้ำฝนที่ไม่สม่ำเสมอ ก็ยังมี
ผลกระทบต่อการทำไร่อ้อยด้วย

ความแห้งแล้งนี้ เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ปัญหาการขาดแคลนน้ำ และสภาวะแห้งแล้ง จะเกิดขึ้นในหน้าแล้งและหน้าร้อน มีสาเหตุมาจากฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ทำให้แหล่งน้ำตามธรรมชาติแห้ง น้ำใต้ดินลดลง ไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชน ซึ่งปรากฏการณ์นี้ ก็เกิดเป็นผลต่อเนื่องมาจากสภาวะที่โลกร้อน

นาย รัตวิ

เกษตรบูรณาการ : ฟ้าผ่าได้ ทั้งที่ฝนยังไม่ตก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/212880

251598

วันจันทร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ตามติดเรื่องราวในกระทรวงเกษตรฯต่อเนื่องกันมา บอกตรงๆ ว่าเท่าที่ติดตามงานที่เป็นเรื่องเร่งด่วน ตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่กำชับให้ทางกระทรวงแก้ปัญหาแทบไม่ขยับ ในหลายๆ เรื่อง แม้จะมีเสียงสะท้อนของสังคมผ่านผลสำรวจความคิดเห็นต่อผลสัมฤทธิ์ของงานกระทรวงเกษตรฯ ที่สะท้อน ผลงานออกมาให้สังคมเห็นในหลายครั้ง ผลปรากฏว่า สังคมเห็นตรงกันว่า ทำงาน…. ไม่ผ่าน จริงๆ

แต่นั่นก็ยังไม่ได้ทำท่านๆ ผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรฯบางคน ย้ำว่า “บางคน” คิดได้ โดยกลับมองว่า ผลสำรวจถามไม่ตรงคำตอบ ที่ควรจะเป็น นั้นหมายถึงว่า ท่านๆโทษกระจกสะท้อน ถึงผลของงานที่ท่านทำนั้น ทุกอย่างเป็นเรื่องที่คนในสังคมน่าจะรู้ดีว่า กระทรวงเกษตรฯทำงานกันอย่างไร แต่ก็ไม่ใช่ว่าคนกระทรวงเกษตรฯจะไร้ซึ่งประสิทธิภาพ เพียงแต่คนที่มีคุณภาพหลายต่อหลายคนไม่ถูกผลักดันให้ทำงานถูกที่ถูกทาง ขณะที่คนบางกลุ่มที่เป็นคนการเมืองสายเก่ากลับถูกดันขึ้นตำแหน่งสูง จนทำให้ข้าราชการหลายคนท้อกับพฤติกรรมผู้บริหารที่เป็นขุนดันคนของนายเก่า แบบไม่ลืมหูลืมตา

ผลพวงตามมา คืองานที่ควรจะเดินหน้า ไม่ขยับ…เท่าที่มีควรจะเป็น นั้นไม่รวมถึงพวกที่ทำงานรอนายเก่าที่เป็นสายการเมือง และรอนายใหม่ ที่ว่ากันว่าจะมีการแต่งตั้ง จากการเกษียณอายุราชการของอธิบดีกรมต่างๆ อีกหลายกรมในเดือนตุลาคมนี้ ว่ากันซื่อๆ ก็คือเกียร์ว่างนั้นล่ะครับท่าน

ถึงวันนี้ ต้องบอกว่าบางเรื่องมันรอไม่ได้จริงๆ เพราะหากลากเรื่องต่อไปอาจเกิดผลกระทบยาวทั้งประเทศ  โดยเฉพาะเรื่องของการประมง ที่ทางสหภาพยุโรป หรือ EU ขอให้ไทยแก้ปัญหาการทำประมงโดยผิดกฎหมายเมื่อหลายเดือนก่อน แต่ไม่ค่อยขยับทั้งที่มีการเตือนล่วงหน้า สัปดาห์ที่ผ่านมา จึงได้เห็นความชัดเจนเค้าลางว่า จากนี้ไปกระทรวงเกษตรฯ จะเป็นอย่างไรเมื่อฟ้าผ่ามาที่กระทรวงเกษตรฯ จากท่านนายกรัฐมนตรี ใช้ ม.44  ปลดนายวิมล จันทรโรทัย พ้นจากตำแหน่งอธิบดี และนายอดิศร พร้อมเทพ รองอธิบดีกรมประมง ขึ้นแทนเพื่อไปสะสางปัญหา งานนี้ ทั้งนายกรัฐมนตรี และเจ้ากระทรวงเกษตรฯ “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” พูดตรงกันว่าต้องการให้งานกระฉับกระเฉงคล่องตัวมากขึ้น ต้องการให้คนทำงานไวกับการแก้ปัญหามาทำงาน หากยังช้า พร้อมปรับออกจากตำแหน่งทันที และในเดือนพฤษภาคมนี้ ทางไทยจะเจรจากับทาง EU ต้องดูว่า จะได้ใบเหลือง หรือใบแดง และ “อดิศร” จะทำหน้าที่ได้ดีแค่ไหน

จากนี้ไปต้องนัยสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เพราะฟ้าฝ่าครั้งนี้ถ้ามองกันให้ออก น่าจะพอเห็นอะไรหลายอย่าง เพราะจากนี้ไปคนที่จะนั่งในตำแหน่งอธิบดี  ไม่จำเป็นต้องผู้ตรวจหรือรองปลัด ตามที่พวก…. สายเก่าวางไว้ และหากมีปัญหาทำงานล่าช้า และยังบริหารงานเป็นเฉพาะหน้าจอ  ฟ้าก็พร้อมที่จะผ่าได้ทันที ไม่จำเป็นต้องฝนตกเสมอไป  เพราะวันนี้ แม้ …..ฝนมา ก็ไม่ได้ทำให้กระทรวงเกษตรฯดีขึ้น และที่สำคัญมีหลายเรื่องที่รัฐบาลมีธงให้กระทรวงเกษตรฯสางปัญหาเร่งด่วน ที่ท่านๆ ต้องมองให้ออก

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : ปีใหม่ไทยเริ่มใหม่ ให้บูรณาการจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/211829

251598

วันจันทร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เกษตรบูรณาการสัปดาห์นี้ ต้องกล่าวคำว่าสวัสดีปีใหม่ไทย ที่ผ่านพ้นมาหมาดๆ ในเทศกาลมหาสงกรานต์ปีใหม่ไทย 2559  ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ก่อนถึงเทศกาลหยุดยาวเมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา ทางกระทรวงเกษตรฯ ก็ได้มีการจัดงาน “รดน้ำและขอพร” เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมใจกันที่จะแสดงเจตจำนง สืบสานวัฒนธรรมด้วยการสรงน้ำพระ และรดน้ำขอพรผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งก็มีทั้ง “พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ”รมว.เกษตรฯและท่านปลัดกระทรวงเกษตรฯ “ธีรภัทร ประยูรสิทธิ”เพื่อเป็นขวัญและเป็นสิริมงคลแก่บรรดาข้าราชการ พนักงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

งานนี้ท่าน รมว. “ฉัตรชัย” ได้อวยพรให้กับข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ให้มีความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย ที่สำคัญนอกจากขอพรจากพระและผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรฯแล้วท่านยังย้ำว่า อย่าลืมกราบพระที่บ้าน ที่รออยู่ด้วย นั่นคือ พ่อแม่ที่สำคัญที่สุด จากนี้ไปขอให้ทุกคนทำงานให้สมกับเป็นข้าราชการที่ดีและตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้ พร้อมขอบคุณข้าราชการ ที่ร่วมกันทำงานอย่างจริงใจ ตลอดที่ร่วมกันทำงานในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา และขออโหสิกรรม หากมีการดุด่าและติติงการทำงาน กับใครบางคนแต่นั้นก็เพื่อให้งานเดินหน้าไปได้จากนี้ไปคงต้องเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่

หลังเทศกาลหยุดยาวฉลองสงกรานต์ มาหลายวันจากนี้ไปคงต้องเดินหน้าเต็มสูบ ในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรอย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมา ต้องบอกว่า เท่าที่สังคมประเมินการทำงาน หากยอมรับความจริงต้องบอกว่าไม่ผ่านเอาเสียจัง นั้นไม่ใช่จะติเรือทั้งโกลนเพราะไม่ใช่ว่าข้าราชการไม่ทำงาน เพียงแต่งานที่ควรจะเดินหน้ากับไม่ขยับเท่าที่ควรจะเป็น หากยอมรับความเป็นจริงต้องบอกว่าปีนี้แล้งหนัก ซึ่งการแก้ปัญหาและรับมือภัยแล้ง หากถามกันจริงๆ ถึงผลสัมฤทธิ์ มันคงประเมินยากจริงๆ แต่นั้นไม่ใช่ว่าข้าราชการระดับล่างๆ ไม่ทำงานนะขอรับ เพราะต้องขอบคุณข้าราชการในระดับพื้นที่ด้วยน้ำใจจริงทุกคนทำงานเต็มที่เพียงแต่ล่าช้าไม่ทันการณ์เท่านั้นเอง

สุดท้ายต้องบอกว่า ปีใหม่เริ่มใหม่อะไรที่ไม่ดี ก็น่าจะเริ่มต้นกันใหม่ ที่สำคัญแว่วว่า มีคำสั่งจากท่านรัฐมนตรีสั่งการให้ท่านปลัดเกษตรฯ เร่งแต่ตั้งข้าราชการ ทุกระดับ ที่ยังค้างคาอยู่ให้จบภายในเดือนเมษายนนี้ เพื่อจะร่วมกันขับเคลื่อนงานเดินไปได้ อย่าลืมขอรับครับท่านปลัดฝน “เร็วรุก สุขกับงาน วิชาการก้าวหน้า” ป่านนี้ปาเข้าไป 6 เดือน ตำแหน่งอำนวยการต้นและตำแหน่งอำนวยการสูงยังไม่ตั้งหลายตำแหน่ง ที่เกี่ยวข้องกับงานซิงเกิลคอมมานด์โดยตรง แถมยังมีขบวนการขัดแข้งขัดขากันเอง แล้วอย่างนี้ ไม่ทราบว่า  “เร็วรุก” ตรงไหนเพราะที่เห็นมีแต่ “ช้าจนชาชิน รอนาย สิ้นอำนาจ ค่อยฟาดกันใหม่” ใช่ไหมขอรับ ยังไงน่าจะถึงเวลาคิดใหม่ เผื่ออะไรจะดีขึ้น

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : อย่าหลงระเริงกับคำยอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/210887

251598

วันจันทร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เกษตรบูรณาการสัปดาห์นี้ ขอบูรณาการดำเนินการข้อมูลตรวจสอบงานแบบประชารัฐที่รัฐมนตรีหลายคนชอบพูดกันบ้าง   หลายสัปดาห์ต้องบอกว่าเห็นข่าวตามหน้าสื่อมีการเอาจริงเอาจังจากการระดมบูรณาการหน่วยงานของรัฐทั้งทหาร ตำรวจ และหน่วยงานอื่นๆ ในการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ทั้งพวก วินรถกระบะย่านนนทบุรี  ทั้งพวกชอบเปิดสถานบันเทิงเกินกำหนด และต่างๆ นานา จนสุดท้ายเด้งผู้เกี่ยวข้อง ในระดับหัวออกจากพื้นที่ไปมากมาย

นั่นคือ เรื่องทั่วๆ ไปของสังคมโดยมาเข้าเรื่อง ของกระทรวงเกษตรฯ หลาย เดือนที่ผ่านมาต้องบอกว่าส่วนของของกระทรวงเกษตรฯ ที่ค่อนข้างเข้าตานายกรัฐมนตรี  “ลุงตู่” ที่ลงพื้นที่ เยี่ยมเยือนความเดือดร้อนของประชาชน ว่ากันว่าหน่วยงานที่ท่านชมเปาะ เพราะถือว่าทำงานเข้าตาท่านนายกฯ เรื่องการแก้ปัญหาที่ดินทำกินดูเหมือนว่า จะหนีไม่พ้นหน่วยงานสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. ที่มีการปรับเปลี่ยนขบวนการแจกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. แบบใหม่ให้กับเกษตรกร จากเดิมแบบเดี่ยวๆ มาเป็นแบบกลุ่ม ในรูปของสหกรณ์ เพื่อการขับเคลื่อนให้มีการรวมกลุ่ม ก้อน ผ่านขบวนการสหกรณ์ ซึ่งขบวนการแบบใหม่หากไม่ทำกินหมดสิทธิ์ถือครอง เลิกทำจบกันนั้นถือว่าเข้าตาไม่น้อย แต่นั้นไม่ใช่ฝีมือ ส.ป.ก. อย่างเดียวแต่ยังยึดโยงกรมอื่นๆ ที่ต้องทำงานร่วมกัน ทั้งกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมหม่อนไหม และกรมส่งเสริมการเกษตรพร้อมทั้งกรมชลประทาน ต้องเข้าไปร่วมกันทำงานช่วยเกษตรกร อย่างจริงๆ จังๆ หากทำสำเร็จ ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีกับเกษตรกรทีเดียว

แต่นั้นงานที่ ส.ป.ก. จัดที่ดินทำกินดูเหมือน ไม่ใช่เรื่องเดียวที่ ส.ป.ก.ทำ และควรหลงระเริงกับคำชม ในอีกด้านต้องบอกว่า ยังไม่มีความคืบหน้าโดยเฉพาะเรื่องของการตรวจสอบสิทธิการถือครอง การเข้าทำประโยชน์บนที่ดินส.ป.ก.  ของกลุ่มคนชนชั้นที่ไม่ใช่เกษตรกร  โดยเฉพาะพื้นที่สวยงาม ที่คนรวย คนมีสีคนมีอำนาจย้ำว่าบางกลุ่ม แอบไปครองและสร้างบ้านพักตากอากาศ จนรัฐมนตรีคนเก่าของกระทรวงเกษตรฯ อย่างท่าน  “ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา” ต้องวางตัวนักกฎหมายมือหนึ่งของกระทรวงเกษตรฯ (ยุคนี้) อย่าง “สรรเสริญ อัจจุตมานัส” ที่ใกล้เกษียณอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ไปนั่งเป็น เลขาธิการ ส.ป.ก.หวังจะเดินหน้าแก้ปัญหาแบบไม่เกรงใจใคร

วันนี้ต้องบอกว่าผิดหวังอย่างแรง เพราะว่ากันว่างานตรวจสอบ แทบจะไม่คืบหน้าเรื่องการเอาผิดกับพวกกระทำผิดกฎหมาย จากนี้ไปต้องจับจ้องมองดูว่า ด้านมืดของส.ป.ก. จะถูกนี่สะสางอย่างไร เพราะล่าสุดว่ากันว่าหลายสัปดาห์ ที่ผ่านมา  ท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” สั่งในที่ประชุมให้ส่วนราชการทุกหน่วยงาน พิจารณาใช้มาตรา 44 ในส่วนงานที่เป็นอุปสรรคปัญหา เตรียมเสนอแผนการแก้ไข ต่อท่านรองนายกรัฐมนตรี “วิษณุ เครืองาม” ภายในวันที่ 18 เมษายน 2559 นี้ ที่พุ่งเป้าไปที่ให้ทางส.ป.ก. ศึกษาการแนวทาง การใช้ มาตรา 44 กับนายทุนรายใหญ่ ที่ยึดครอง ที่ดิน ส.ป.ก. มายาวนาน และให้คำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม และด้านอื่นๆ ประกอบไปด้วย

จากนี้ไป คงต้องติดตามว่า ทางส.ป.ก. เข้าจะปรับเปลี่ยนแผนการทำงานกันอย่างไร เพราะว่ากันว่า ถึงวันนี้ ที่มีมือกฎหมาย เข้าไปนั่งในตำแหน่ง เลขาส.ป.ก. เต็มตัว บอกตรงแทบไม่เห็นอะไรขยับหากมองลึกกันไป เอาให้ชัดพื้นที่ใหญ่ อย่างพื้นที่ใกล้เขาใหญ่ไปถึง อ.วังน้ำเขียว  เมืองโคราช วันนี้ จากเลขาคนเดิมที่ลาออกไปหลายเดือน คนใหม่มา จนใกล้เกษียณ แทบไม่มีคดีที่ฟ้องเพิ่มเติม ทั้งที่เห็นๆ ว่า พื้นที่ส.ป.ก. มีสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่มากมาย ที่ไม่น่าใช่เกษตรกรตัวจริง นั้นยังไม่หมายรวมถึงอีกหลายพื้นที่ เดี๋ยวจะทยอยเล่าให้ฟัง ในครั้งหน้านะขอรับ

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : 124ปีเกษตรฯเปลี่ยนโครงสร้างได้หรือยัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/209888

251598

วันจันทร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน 2559 เป็นวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครบรอบ 124 ปี ในการก่อตั้งกระทรวงเกษตรฯเมื่อย้อนหลังไปดู ประวัติศาสตร์ ด้านการเกษตร เมื่อเทียบกับอารยประเทศ ต้องบอกว่า วันนี้เกษตรกรของไทย ความเป็นอยู่และรายได้ ยังคงเหมือนเดิม และที่ซ้ำร้าย เมื่อเทียบรายได้จากราคาสินค้าเกษตรและค่าครองชีพดูเหมือนตกต่ำต่อเนื่อง

ต้องถามท่านรัฐมนตรีเกษตรฯ  “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” ในฐานะ เจ้ากระทรวงฯ ว่าวันนี้ท่านยังพอใจ การพัฒนาการเกษตรอยู่หรือไม่ และถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกระทรวงเกษตรฯที่อ่อนแอ เพื่อให้เดินหน้าพัฒนาการเกษตรไทยได้หรือยัง หรือจะปล่อยให้คนเขามองว่าล้าหลัง ไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาภาคการเกษตรให้กับประเทศชาติต่อไป

นั่นไม่รวมถึงการตั้งคำถามถึงปลัด ที่ข้ามห้วยมาจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่าง “ธีรภัทร ประยูรสิทธิ” ว่าจริงใจแค่ไหนกับกระทรวงเกษตรฯ วันนี้ต้องบอกว่าการทำงานช่างล้าหลังไปทุกที และในที่สุดก็มีแต่กลิ่นอายแห่งความล้มเหลวในการแก้ปัญหาภาคการเกษตรมาต่อเนื่อง จนถูกสังคมสะท้อนว่า การแก้ปัญหาภาคการเกษตรล้มเหลว จากผลโพลล์ที่ออกมา แต่นั้นมันยังไม่ทำให้กะเทาะใจท่านปลัด “ธีรภัทร” คิด แต่กลับบอกว่า ผลสอบถาม คนถามดันถามไม่ถูกหลักหากมองลึกเข้าไปสังคมและคนกระทรวงเกษตรฯ ก็น่าจะเห็นอะไรลางๆ จากท่านปลัดผู้นี้ว่า จะนำพากระทรวงเกษตรฯ ไปได้หรือไม่

ถามดังๆ ว่าถึงเวลาประเมินตนเองได้หรือยังว่าที่ผ่านมา ภาคการเกษตรของไทยยังล้าหลังเพราะอะไร ว่ากันว่า ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ ถูกครอบงำโดยนักการเมืองมานานหลายปีดีดัก และดูเหมือนเป็นสมบัติผลัดกันชม  ผลัดกันเข้ามาหากิน ซึ่งผู้บริหารระดับสูง เท่าที่ฟังมาดูเหมือนเป็นแค่ตรายางให้นักการเมืองประทับเท่านั้น ไม่มีแม้อำนาจต่อรอง เพราะแม้แต่การแต่งตั้งโยกย้าย ก็ขึ้นอยู่กับคำสั่งนักการเมืองทั้งสิ้น ส่งผลให้ล้มเหลวตั้งแต่ตั้งคนมาทำงาน

วันนี้ไม่ใช่จะไม่มีเรื่องดี เพราะหลังจากรัฐบาลทหารเข้ามา ก็มีความพยายามวางระบบการทำงาน แบบซิงเกิลคอมมาน ที่ศูนย์กลางการบริหารงานในจังหวัด ด้านการเกษตรฯโดยตรง จึงถือว่ามาถูกทางเลยทีเดียว เพราะจะได้วางแนวทางการทำงานร่วมกันในจังหวัด แต่งานนี้ สงสัยกันจริงๆ ว่า ทำไมคิดกันไม่จบไม่สุดครึ่งๆ กลางๆ ในเรื่องการให้อำนาจไปยังจังหวัด ยังไง
ว่างๆ ไปศึกษาดูว่า กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทยเขาทำกันอย่างไร คำว่าปลัดกระทรวงทั้งสองกระทรวงถึงศักดิ์สิทธิ์

กระทรวงเกษตรฯ วันนี้กับซิงเกิลคอมมานถือว่ามาถูกทางที่ถือว่าวางแนวทางการทำงานดูคล้ายกับกระทรวงสาธารณสุขหากแต่ต้องให้อำนาจกับทางจังหวัด เป็นผู้ดูแลโดยตรง โดยเฉพาะเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ที่ขึ้นตรงกับสำนักงานปลัด กระทรวงต้องมีอำนาจชัดเจน ที่จะต้องดูแลภาพรวมในตัวจังหวัดทั้งหมด รวมทั้งเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรด้วย ไม่ใช่ให้หน่วยงานต้นสังกัดเป็นผู้ดูแล เหมือนที่เกิดขึ้นขณะนี้ และหากเกิดปัญหา ปลัดก็สามารถสั่งตรงยังจังหวัด เท่ากับปลัดมีอำนาจสั่งตรงในการแก้ปัญหา ขณะที่กรมต่างๆ มีหน้าที่ดูแลแผนงาน ส่งตรงแผนงานการส่งเสริมให้กับพื้นที่ตามภาระหน้าที่ที่ควรจะเป็นเท่านั้น

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : ก๊าบๆประชารัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/208859

251598

วันจันทร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เฝ้าติดตามผลงานของกระทรวงเกษตรฯมานานหลายเดือนตามแนวนโยบายของรัฐบาล ต้องบอกว่า เท่าที่ทราบถึงแนวทางการทำงานตามนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา ปัญหาที่มีการกำชับในเรื่องแรกๆ เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องของปากท้อง  ปัญหาราคาสินค้า  และตามมาด้วยการจัดการเรื่องปัญหาที่ดินทำกิน มาถึงวันนี้นานหลายเดือน และเปลี่ยนมา 2 รัฐมนตรี จนล่าสุด มีการเปลี่ยนแปลงปลัดที่ข้ามห้วยมาจาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มานานกว่า 6 เดือน

ถึงเวลานี้ กระทรวงเกษตรฯมีแผนงานที่ออกมาว่ากันว่าเป็นรายสัปดาห์ และต่อเนื่องไล่มาจาก ก่อนหน้าก่อนที่จะถึงช่วงฤดูการเก็บเกี่ยวในช่วงปลายปีที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯมีการหารือต่อเนื่องในการวางแผนล่วงหน้าในการรับมือภัยแล้ง  โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมการส่งเสริมการปลูกพืชหลังนา และตามแผนจะสามารถปลูกได้ สุดท้ายที่วันที่ 15 มกราคม 2559 ปลูกพืชหลังนาได้ อันเนื่องมาจากความชื้นไม่เหมาะสมแล้งเกินไป สุดท้ายโดยสรุปจัดหาเมล็ดพันธุ์ไม่ทัน และต้องปรับไปปลูกพืชสวน เพาะเห็ด ตามติดไปด้วย การแนะนำ เปลี่ยนมาปลูกพืชสวน สรุป เวลานี้ยังไม่ชัดเจนว่าพื้นที่ไหนสำเร็จ

มาติดตามอีกเรื่อง คือเรื่องการจัดการเรื่องเกษตรแปลงใหญ่ ว่ากันว่า งานนี้กำหนดว่า มีแปลงใหญ่ตามนโยบายของท่านรัฐมนตรี มากมายถึง 226 ประเทศ และจะเริ่มเห็นผลชัดเจน ในช่วงเดือนพฤษภาคม พร้อมกัน 76 แปลง ทั่วประเทศ จังหวัดละ 1 แปลง โดยแปลงใหญ่ว่ากันว่า เป็นการดึงเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ให้ผลิตสินค้าเกษตรที่เหมือนๆ กัน เพื่อสร้างอำนาจการต่อรอง โดยจะมีการประสานงานกับภาคเอกชนในพื้นที่ เพื่อหาตลาดที่ชัดเจน ให้สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ซึ่งตามแนวคิดถือเป็นเรื่องที่ดี แต่การปฏิบัติต้องติดตามต่อไป เพราะทุกอย่างเป็นเพียงแผนงาน

มาตามต่ออีกเรื่อง ที่เพิ่งงอกออกมาไม่นาน คือเรื่องการจัดทำแผนที่โซนนิ่ง หรือแผนที่เกษตรว่ากันว่ากระทรวงเกษตรฯ จะทำให้เกิดความสมบูรณ์ ภายในเดือนเมษายนนี้ พร้อมกับจะนำไปเริ่มให้กับจังหวัดต่างๆ นำไปใช้บริหารจัดการพื้นที่เกษตรในพื้นที่ได้จริง ซึ่งข้อมูลมีความทันสมัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายต่อยอดพัฒนาเพิ่มผลผลิต และการตลาด หากพื้นที่ใดไม่เหมาะสม มีมาตรการให้แรงจูงใจช่วยให้ปรับเปลี่ยนพืชว่ากันว่า กระทรวงเกษตรฯ เสนอรายงานต่อท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อคราวที่ท่านนายกฯ “ลุงตู่” เดินทางไปตรวจพื้นที่ จ.อุดรธานี ที่ผ่านมา

แถมปลัดที่ข้ามห้วยมาจาก อธิบดีกรมป่าไม้ อย่างท่าน “ธีรภัทร ประยูรสิทธิ” ยังบอกด้วยว่า แผนที่เกษตรจะช่วยด้านการอนุรักษ์พื้นที่ป่าด้วย โดยพื้นที่เกษตรที่มีพื้นที่ติดกับพื้นที่ป่า จะเป็นการเกษตรแบบ “เขตกันชน” หรือบัฟเฟอร์โซน ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ไม่ให้บุกเข้าไปถางป่า ล่าสัตว์ เพิ่มความสมบูรณ์คืนพื้นป่า จะนำร่องพื้นที่ จ.อุทัยธานี รอบพื้นที่ป่าตะวันตก และรอบป่ารอยต่อ 5 จังหวัด สร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ และการพัฒนา อยู่ร่วมกันได้โดยไม่บุกรุกป่าเพิ่ม แก้ภัยแล้งน้ำท่วมได้ยั่งยืนเสียด้วย การปฏิรูปการเกษตรแผนใหม่นี้จะพัฒนาเทคโนโลยี เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน ทำการเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งรมว.
เกษตรฯได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่างกระทรวงเกษตรฯกับภาคเอกชน ที่มาเพิ่มการตลาดและเทคนิคทางวิชาการในรูปแบบ “ประชารัฐ”

ราชดำเนิน