เกษตรบูรณาการ : คนดีชอบแก้ไข…ต้องเข้าใจเกษตรฯจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/207913

251598

วันจันทร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ติดตามการทำงานของกระทรวงเกษตรฯในสัปดาห์ ที่ผ่านมา ต้องบอกว่า เรื่องที่เป็นเรื่องหลักที่ ทำให้รัฐมนตรี กระทรวงเกษตรฯ “พอเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ” หัวเสียไม่น้อย คงหนีไม่พ้นเรื่อง ข่าวคราวของปัญหาภัยแล้ง ที่กระจอกข่าวในสำนักข่าวต่างๆ ส่งทีมลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ ถึงปัญหาวิกฤติภัยแล้งที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ว่ามีที่ใดบ้าง พร้อมเสนอข่าว ข้อเท็จจริงในพื้นที่ เพื่อหวังให้ประชาชนเกิดความตื่นตัว และตระหนักในปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น

งานนี้ต้องบอกว่า การลงพื้นที่ของกระจอกข่าวในสำนักข่าวต่างๆ ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่ามีสร้างผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของหน่วยงาน ภาคราชการ บางส่วนไม่น้อยถึงความด้อยฝีมือในการเข้าไปแก้ปัญหาและรับมือ กับวิกฤติภัยแล้งที่เกิดขึ้น จึงทำให้ข้าราชการระดับหัว หลายหน่วยงานไม่พอใจ แต่นั้นคือ หน้าที่ของกระจอกข่าวที่เข้าไปนำข้อมูลอีกด้านให้สังคมรับทราบ หากมองในแง่ดี และไม่คิดลบ คือจะได้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้กับหน่วยงานรัฐ เพื่อเสริมทัพร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน ที่ประสบปัญหาที่ถูกจุด

เกษตรบูรณาการ วันนี้เท่าที่ลัดเลาะลงพื้นที่อีสาน ไปคลุกคลีตีโมงกับข้าราชการหลายวันในพื้นที่ ต้องบอกว่าเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรฯ ระดับล่างๆ หลายพื้นที่ โดยเฉพาะ จังหวัดขอนแก่น ไปจนถึง ร้อยเอ็ด ที่ดูแลเกษตรกรในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ เขาทำงานค่อนข้างหนักอึ้ง เพราะพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นพื้นที่ ภัยแล้งซ้ำซาก แต่เขาก็ไม่ย่อท้อต่อการทำงานแม้แต่นิดลงช่วยเหลือชาวบ้านให้ข้อมูลแนะแนวทาง ต้องขอปรบมือให้จริงๆ และขอชื่นชมจากใจจริง ถึงแม้วันนี้จะไม่มีการพูดถึงเท่าที่ควร แต่ในฐานะข้าราชการไทยต้องทำงานร่วมกับชาวบ้าน แบบปิดทองหลังพระ สมกับเป็นข้าราชการ ในหลายพื้นที่ภาคอีสาน ไม่ค่อยได้รับการดูแลเท่าที่ควรจะเป็น ไม่เหมือนบางพื้นที่ที่ถูกหยิบยกมาพูดเสมอ แต่ชาวบ้าน หรือเกษตรกรก็ ไม่เคยย่อท้อกับการแก้ปัญหา

หากพูดไปคงไม่เห็นภาพ วันนี้พาไปดู กับพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ แล้งกันเห็นๆ ในพื้นที่ บ้านโพนตูม ต.ทุ่งทอง อ. เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ เขาพัฒนาจากงบหลวงอย่างเดียว และภาครัฐเล็กน้อยจากราชการ ที่สนับสนุนเรื่องวิชาการ นั้นล่ะครับ ท่านอาจงงเล็กน้อยไม่ต้องงงครับ เขาใช้งบหลวงพ่อในพื้นที่ครับใช้พื้นที่วัด ป่าทุ่งกุลาที่มีท่านพระครูวินัย ธรธีรปัญญา เป็น
เจ้าอาวาสพระนักพัฒนา ลงทุนขุดสระน้ำขนาดใหญ่ ลึกหลายเมตร เก็บกักน้ำ หวังให้ชาวบ้านได้มีแหล่งน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้ง แต่จากที่มองชาวบ้านทุกข์ร้อนจากราคาข้าวตกต่ำหลวงพ่อจึงคิดหาแนวทาง ให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมช่วงหน้าแล้ง จึงประสานหน่วยงานราชการ ก็ได้รับการช่วยเหลือ โดยสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 4 และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ด เข้ามาให้ความรู้เรื่องการปลูกผักปลอดสารพิษ หวังให้ทุ่งกุลายิ้มได้ เป็นโครงการเร่งด่วน วันนี้หลวงพ่อ บอกว่า มีห้างโลตัส ในพื้นที่เข้ามาซื้อกับชาวบ้านถึงที่อย่างมั่นคงกันเลยทีเดียว

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : ต้องรู้จักยอมรับความคิดต่าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/206770

251598

วันจันทร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เกษตรบูรณาการวันนี้ขอให้กำลังใจข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ที่ตั้งใจจริงในการทำงานในการแก้ปัญหาภาคการเกษตร ที่ทำงานสมกับเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม้วันนี้ผลการสำรวจความคิดเห็น กับการทำงานในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรในเรื่องความพึงใจ ในผลงานการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ถึงวันนี้ แม้อยู่ในอันดับรั้งท้ายก็ตาม เกษตรบูรณาการต้องขอให้กำลังใจทุกคนครับ เดินหน้าทำงานต่อไป แม้วันนี้อาจท้อไปบ้าง กับผลสำรวจความพึงพอใจต่อการทำงานแก้ปัญหาภาคการเกษตรที่ออกมา แต่เมื่อตั้งมั่นว่าจะเป็นข้าราชการที่ดีแล้ว ก็ต้องสู้ต่อไปครับเพราะวันนี้คนที่ปิดทองหน้าพระมีเยอะ ถ้าตั้งมั่นและต้องรู้จักคำว่าปิดทองหลังพระ นะขอครับ

ที่สำคัญ  เท่าที่ติดตามการทำงานของข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ มาหลายเดือนกับการแก้ปัญหา ภาคการเกษตรของรัฐบาลที่นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ที่มีโจทย์มากมายทั้งเรื่องปากท้อง ปัญหาราคาสินค้าเกษตร รวมทั้งเรื่องปัญหาภัยแล้ง ที่กำลังเป็นปัญหาขณะนี้ เท่าที่ติดตามการทำงานในระดับพื้นที่ และคลุกคลีกับพี่น้องข้าราชการ ที่เป็นข้าราชการระดับล่างจริงๆ ต้องบอกว่า เวลานี้ คนของข้าราชการเกษตรในระดับล่าง และระดับพื้นที่ทำงานกันอย่างหามรุ่งหามค่ำ เพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างจริงจังจริงๆ แต่บางครั้งก็นั้นล่ะครับ แม้อยากทำงานให้ดีแค่ไหน จะให้ถูกใจทุกคนก็คงไม่ใช่ และต้องยอมรับว่ายังมีหลายพื้นที่ แม้รัฐบาลจะมีนโยบายที่ชัดเจน แต่บางพื้นที่ การช่วยเหลือก็ยังไม่เข้าไปทั่วถึง เมื่อมีการสำรวจความคิดเห็นเกิดขึ้น จึงเป็นเรื่องธรรมดา และมีทั้งคนชอบ และไม่ชอบ  ที่สำคัญหากต้องการจะแก้ปัญหาจริงต้องยอมรับความเห็นต่าง และนำมาเป็นบทเรียน เพื่อแก้ปัญหาต่อไป มิฉะนั้น ใครเขาจะว่าได้ ว่ารับแต่ชอบไม่ยอมรับผิด เหมือนใครบางคน ที่เต้นผางก้นไม่ติดเก้าอี้ เมื่อเห็นผลโพลล์ออกมา อย่าลืมนะครับ ภาษิตมีว่า “คนดีชอบแก้ไข  คน….ชอบแก้ตัว” หากว่าไป ถึงตอนนี้  ดูเหมือนว่า ผู้บริหารในระดับการบริหารจริงๆ ยังไม่เข้าใจปัญหาภาคการเกษตรเท่าที่ควรจะเป็น นะขอรับ

มาไล่ถึงเรื่อง ที่เป็นอุปสรรค ปัญหา ที่น่าจะเป็นปัญหาต่อการบริหารงานของกระทรวงเกษตรฯเท่าที่รับฟังเสียงสะท้อนจากเพื่อนพ้องน้องพี่ข้าราชการ โดยเฉพาะในเรื่องการบริหารงาน เรื่องของซิงเกิลคอมมาน ที่จะมีผู้บริหารในเรื่องการเกษตรโดยตรง ในระดับจังหวัด จึงมีคำสั่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ มอบหมายให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัด ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมแก้ปัญหาภาคการเกษตร ระดับจังหวัดและเท่าที่สอบถามเจ้าหน้าที่ ระดับปฏิบัติ คำสั่งของรัฐมนตรี เอาเข้าจริงเป็นเพียงกระดาษเปล่าที่ไร้ค่า เพราะในความเป็นจริงทำไม่ได้ อันเนื่องมาจากสิ่งที่สั่งไป มันแทบไม่มีผลเพราะคำสั่งที่ว่า แค่ขอความร่วมมือให้ทำงานร่วมกัน

นั่นหมายถึง คำสั่งของท่านรัฐมนตรี หากเปรียบมันก็แค่ให้เพียงนกหวีด ให้เกษตรและสหกรณ์ จังหวัดที่เป็นหัวหน้าทีมคอยเป่านกหวีดให้คนอื่นเดินตาม แต่ไม่ให้ดาบ ให้ฟันใครได้ถ้าไม่ทำตามที่สำคัญ ข้าราชการทุกหน่วยงานล้วนมีภาระหน้าที่ ที่ต้นสังกัดสั่งการมา จึงฟังเพียงเจ้าสังกัด คือ กรมที่ตนสังกัด คอยสั่งเท่านั้น ซึ่งบางครั้งจึงทำให้ข้าราชการระดับล่างเกิดความสับสน สุดท้ายจึงทำให้งานสะดุด ชัดอย่างนี้ จากนี้ไปจะแก้อย่างไร คงเป็นเรื่องท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” และปลัดกระทรวงเกษตรฯ “ธีรภัทร ประยูรสิทธิ” จะไปพิจารณากันเองล่ะขอรับ ว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร สุดท้าย ต้องบอกว่า การแก้ปัญหาภาคการเกษตรวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่จะไม่สามารถแก้ปัญหาไม่ได้ มันอยู่ที่ผู้บริหารจริงใจและเข้าใจปัญหาแค่ไหนเท่านั้นเอง

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : มั่นใจว่าจะต้องเดินหน้าต้องกล้าปรับกลยุทธ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/205635

251598

วันจันทร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

หลังจากการลงพื้นที่ จังหวัดอุทัยธานี ของนายกรัฐมนตรี “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เพื่อเป็นประธานในการแจกเอกสารสิทธิที่ทำกินให้กับเกษตรกร ที่ไม่มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย 3 กลุ่ม คือ เกษตรกรผู้บุกรุกทำกินในพื้นที่ทุ่งแฝก ตำบลระบำ อำเภอลานสักเกษตรกรผู้บุกรุกทำกินในพื้นที่วนอุทยานห้วยคต อำเภอห้วยคต และกลุ่มที่สามคือเกษตรกรผู้ยากไร้ที่ไม่มีที่ดินทำกินและหรือที่อยู่อาศัย ในจังหวัดอุทัยธานีและจังหวัดอื่นๆ ซึ่งขึ้นทะเบียนไว้ตั้งแต่ปี 2553-2558 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ต้องบอกว่าการลงพื้นที่ ในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดเกมปิดข่าวการปรับเปลี่ยน ครม. ที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่า อาจมีการปรับ ครม. ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ที่มี พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ นั่งในตำแหน่งรัฐมนตรี  เนื่องจากทำงานไม่เข้าตา เพราะทุกครั้งที่มีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ในส่วนของรัฐมนตรีที่โลกลืม มักมีชื่อกระทรวงเกษตรฯ ติดอันดับต้นๆ ที่ไม่ค่อยมีผลงาน จึงมีข่าววงลึกว่า อาจมีการปรับ ในส่วนเก้าอี้รัฐมนตรีเกษตรฯ ด้วยแทบทุกครั้งซึ่งอยู่ๆนายกรัฐมนตรี “ประยุทธ์” ก็ออกโรงเอง กลางเวที ที่จังหวัดอุทัยธานี ว่า จะไม่มีการปรับครม.ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯแน่นอนอย่างไรรัฐมนตรีเกษตรฯยังคงต้องชื่อ “ฉัตรชัย”ต่อไป ถือเป็นการการันตีจากเจ้าสำนักว่า“คุณได้ไปต่อ” แม้ใครหลายคนจะโหวตให้ออกจากบ้านก็ตาม

จากนี้ไปต้องบอกว่า น่าจะเป็นโอกาสดี ที่รัฐมนตรี “ฉัตรชัย” ต้องปรับขบวนทัพการทำงานครั้งใหม่และคิดใหม่ เพื่อให้งาน “เกษตร” เดินหน้าไปให้ได้เท่าที่ควรจะเป็น เพราะปัญหาเรื่องปากท้องจากนี้ไป ต้องบอกว่าน่าจะเป็นงานหนักไม่น้อย
ถึงเวลานี้งานรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรฯ หากพูดตามตรง มันหนักหนาไม่น้อย เพราะขณะนี้เข้าสู่ภาวะภัยแล้งเต็มตัว ที่ปีนี้แล้งไปทุกหย่อมหญ้า ล่าสุด จากการประเมินสถานการณ์พบว่า มีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ที่เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ มีกว่า152 อำเภอ ซึ่ง 3 เดือนจากนี้ไป สถานการณ์ภัยแล้งจะหนักมาก ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคมต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษจะไม่ให้ขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ โดยขณะนี้มีบางพื้นที่ได้ปล่อยน้ำเป็นรอบเวร เขื่อนแม่กวงแม่งัด จ.เชียงใหม่ ปล่อยน้ำอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1.2 ล้านลบ.ม. เขื่อนทับเสลา วันละ 8 หมื่นลบ.ม. เขื่อนลำตะคอง วันละ 5 แสนลบ.ม. เขื่อนอุบลรัตน์ 8 แสนลบ.ม. เขื่อนลำพระเพลิง ลำแซะ หยุดการระบายสลับกับการปล่อยน้ำครั้งละ 1.7 แสนลบ.ม. ในปริมาณที่เพียงพอสำหรับอุปโภคบริโภคเท่านั้น

นั้นเป็นเพียงเรื่องของการรับมือภัยแล้ง ที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้า ไม่รวมเรื่องปัญหาสินค้าเกษตร อย่างยางพารา ที่เป็นช่วงพักยก เนื่องจากเป็นช่วงฤดูปิดกรีด ที่กำลังจะเปิดกรีดเร็วๆ นี้ และยังมีเรื่องมันสำปะหลังข้าว และสินค้าอื่นๆ ที่กำลังตามมา ที่สำคัญ
ยังมีเรื่องคาราคาซังอีกหลายเรื่องที่ต้องสังคายนาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสหกรณ์ ที่นายกรัฐมนตรี “ประยุทธ์” หวังจะใช้เป็นกระบวนการแก้ปัญหาภาคเกษตรงานนี้คงเป็นเรื่องที่ท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย”ต้องปรับทิศเปลี่ยนทางกันครั้งใหญ่โดยเฉพาะนโยบาย single command ที่ท่านรัฐมนตรี หวังจะให้หน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ ทำงานแบบบูรณาการในระดับจังหวัด โดยมอบหมายให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัด เป็น “หัวหน้าทีม” ที่สามารถสั่งการในการแก้ปัญหา ภาคการเกษตรในพื้นที่ทั้งหมด

วันนี้ต้องบอกเท่าที่ฟังมาเจ้าหน้าที่ ทั้งระดับเล็กจนถึงสูงสุด พูดตรงกันว่า นโยบายของรัฐมนตรี ดี แต่ทำจริงไม่ได้
เพราะหนังสือสั่งการไปนั้นมันแค่ขอความร่วมมือหน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯ ในพื้นที่ ซึ่งว่ากันตรงๆ ทุกหน่วยก็ต้องทำตามภาระที่กรมตนเองมอบหมาย สุดท้ายทุกคนต้องถามต้นสังกัดเอาไง “ครับนาย” ชัดๆ คือ ณ เวลานี้ คำสั่งของท่านรัฐมนตรีสั่งการไป หากเปรียบก็แค่มอบนกหวีดให้กับ “หัวหน้าทีม single command” คอยเป่าให้หน่วยงานที่ดูแลเรื่องเกษตรในพื้นที่ต้องเดินตาม ซึ่งคงหวังยากในความร่วมมือ มันเลยทำให้งานสะดุด มาถึงขั้นนี้หากจริงใจจะแก้ปัญหาจริงต้องกล้าที่จะปรับโครงสร้าง และติดดาบให้กับหัวหน้าทีม ไม่ใช่แค่นกหวีด ส่วนจะทำอย่างไรคงต้องไปว่ากันเอง นะขอรับ

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : แค่เรียกมาฟังแถลงผลงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/203479

251598

วันจันทร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

หลังจากที่นายกรัฐมนตรีมีการกำชับให้ทุกหน่วยงาน เดินหน้าบูรณาการในการแก้ปัญหาและรับมือภัยแล้งที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สัปดาห์ที่ผ่านมาต้องบอกว่าในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มี พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ โดยในวันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีการเชิญบรรดาบรรณาธิการข่าวทุกแขนงทั้ง ทีวี. วิทยุ และหนังสือพิมพ์ มาหารือ เพื่อขอความร่วมมือและเสนอแนวทางในการปรับเปลี่ยนทิศทางในการนำเสนอข่าว โดยเน้นเรื่องภัยแล้ง เพื่อให้ถึงประชาชนได้มากที่สุด

แนวทางที่ว่ากันมา ก่อนที่จะถึงวันที่จะมีการประชุมหารือ มีการชี้แนวมาว่าท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย” อยากฟังข้อเสนอของบรรดาบรรณาธิการข่าวว่า คิดเห็นอย่างไรในทิศทางการทำงานด้านประชาสัมพันธ์ ของกระทรวงเกษตรฯเพราะดูเหมือนที่ผ่านมาผลงานของกระทรวงเกษตรฯดูไม่เข้าตาและเข้าถึงประชาชนเท่าที่ควร

แต่วันนี้รู้สึกแปลกใจว่าที่ท่านรัฐมนตรีเรียกบรรณาธิการข่าวมาพบปะ มันคืออะไร เพราะเท่าที่สรุปและรับฟังในที่ประชุม ส่วนใหญ่
ท่านรัฐมนตรีร่ายยาวเรื่องผลงานของตนเองล้วนๆ เท้าความมาตั้งแต่ปี 2556 ที่รัฐบาลก่อนหน้าโน้นปล่อยน้ำ ให้ปลูกข้าวจนน้ำหมดเขื่อนและเชื่อมโยงมาถึงปี 2558 ที่รัฐมนตรี “ฉัตรชัย” ต้องมาวางแผนในการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำและที่สุด ต้องมาเผชิญภัยแล้ง พร้อมกับต้องวางแผนในการแก้ปัญหาแก้วิกฤติภัยแล้งจนปวดหัว จนต้องขอร้องให้บรรดาคนทำงานสื่อช่วยกันนำเสนอแนวทางในการชี้แจงผลงานรัฐมนตรีทำมาทั้งหมด

งานนี้ว่าไปตั้งแต่ต้นจนจบ บรรดาบรรณาธิการข่าวแทบจะไม่ได้แสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ใดๆ กับกระทรวง เพราะว่าไปแล้วคนที่ร่วมประชุมด้วยส่วนใหญ่ก็เป็นนักข่าวในพื้นที่ที่เป็นมวยแทน “บรรณาธิการข่าว” ส่วนพวกที่เป็นบรรดา “บรรณาธิการและนักข่าวเก่าเก๋าเกม” ก็ได้แต่นั่งยิ้มกริ่ม เพราะรู้ทันเกม เนื่องจากการเรียกบรรดาบรรณาธิการมาพบปะครั้งนี้ ต้องบอกตรงๆ ว่า คงไม่ต้องการมาให้ความเห็น หลังประชุมจึงสรุปตรงกันว่าที่ท่าน “ฉัตรชัย” เรียกมาพบปะครั้งนี้ คงเป็นเรื่องต้องการที่จะแถลงผลงานที่เคยทำมาเท่านั้น

และที่สำคัญไปกว่านั้น บอกตรงๆ เรื่องที่ท่านบอกว่า อยากถามความเห็นจากคนข่าว หากคิดเป็น คงมองออกว่า ไม่ควรพูดเรื่องข่าวกับท่าน “ฉัตรชัย” และทีมงานในเรื่องการข่าว เพราะท่านเป็นถึงอดีตผู้บริหารช่อง 5 มาก่อน ใครรึจะกล้าแนะเพราะเท่ากับสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ วันนี้ต้องบอกว่า ทุกอย่างท่านรู้ดีว่าจากนี้ไปท่านควรทำอย่างไร ไม่ต้องฟังสื่อกระมังครับท่าน ไหนบอกว่า ไม่ถนัดเรื่องการเมืองอย่างนี้ต้องบอกว่า นักการเมืองเรียกพี่ ครับเจ้านาย

เกษตรบูรณาการ : แก้แล้งอย่างรู้ทันเกมสายเก่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/202250

251598

วันจันทร์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เกษตรบูรณาการวันนี้ ไปติดตามการแก้ปัญหาของกระทรวงเกษตรฯ ที่น่าจะสร้างความปวดหัวให้กับรัฐมนตรี ที่ชื่อ “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” ไม่น้อยไปกว่าปัญหาราคาสินค้าเกษตร  อย่างยางพารา นั่นคือ ปัญหาภัยแล้ง ที่กำลังเริ่มเข้ามาถึง เพราะวันนี้ต้องบอกว่า แม้กระทรวงเกษตรฯ จะเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาภัยแล้ง ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าหลายเดือน แต่ดูเหมือนว่า จะยังไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร

ว่ากันไป หลายพื้นที่ยังไม่ได้มีการปลูกพืชหลังนาตามเป้าหมาย อันเกิดจากปัญหา ที่ติดขัดทั้งงบประมาณ และเรื่องของการจัดซื้อเมล็ดพันธุ์ไม่ทันต่อปัญหาที่เกิดขึ้น แต่นั้นก็ต้องว่ากันไปเพราะปัญหา เป็นเรื่องเดิมๆ ที่บางครั้งต้องเห็นใจข้าราชการ หากผลีผลามทำตามคำสั่งใครสักคนโดยไม่ดูระเบียบ ต้องมานั่งเช็ดน้ำตาทีหลังก็คงไม่น่าที่จะเข้าที่เข้าทางสักเท่าไหร่ งานนี้จึงปรับเปลี่ยนจากการปลูกพืชใช้น้ำน้อยปลูกพืชหลังนามาเป็น พืชสวน และเพาะเห็ด  เพื่อสร้างรายได้ เฉพาะหน้าสั้นๆ ก่อนถึงฤดูฝนที่อีกยาวไกล กว่าจะมาถึงอีกหลายเดือน

การเดินหน้าแก้ปัญหาภัยแล้งถึงวันนี้กระทรวงเกษตรฯต้องบอกว่า เดินหน้าเต็มสูบกับการแก้ปัญหาภัยแล้งที่หวังจะให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด โดยเป้าหมาย เพื่อให้เกษตรกรกินดีอยู่ดี  ซึ่งก็มีทั้งการจ้างแรงงานชุดลอกแหล่งน้ำ การจัดการฝึกอบรม ในศูนย์เรียนรู้ทั้ง 882 ศูนย์ทั่วประเทศ ที่มีอยู่ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ก็ถือโอกาสให้ความรู้กับคนในท้องถิ่นที่สนใจ เข้าไปศึกษา อ้าวใครสนใจก็ติดต่อสำนักงานเกษตรฯใกล้บ้านกันเอาแล้วกัน

ที่สำคัญล่าสุดสัปดาห์ ที่ผ่านมารัฐมนตรี “ฉัตรชัย” ยังบอกว่า ณ เพลานี้จากการทำงานของคนชื่อ “ฉัตรชัย” กับปัญหาภัยแล้ง ช่วยเกษตรกรได้ตรงจุดกว่า 3.8 ครัวเรือนในพื้นที่ เป้าหมาย 22 จังหวัด และจะเดินหน้าแก้ปัญหา ไปในจังหวัดอื่นๆ นอกเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาด้วยและเพื่อให้ถึงแก่นแท้ ยังมีแนวทางว่า จะเชิญบก. ทุกสื่อ ระดมความเห็นช่วยประชาชนพ้นวิกฤติภัยแล้งทั่วประเทศ ซึ่งจะเข้าโค้งวิกฤติสุดเดือน กุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน และเพื่อให้เข้าถึงปัญหา ยังสั่งการให้ข้าราชการระดับ ซี 9 ขึ้นไปลงพื้นที่ดูปัญหาจริงเพื่อแก้ปัญหาให้ทันท่วงทีเสียด้วย

ว่ากันว่า จะส่งข้าราชการลงไปดูพื้นที่โดยเริ่มตั้งแต่ 20 กุมภาพันธ์  เป็นต้นไปโดย ซี 9 ทุกกรมเกือบ 100 คน แบ่ง 4 สาย ลงพร้อมกัน 4 วันแรกลองดู โดยอาจเริ่มที่ ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี ลงจริงไปติดตามนโยบายรัฐบาลทั้งหมด ศูนย์เรียนรู้เกษตรแปลงใหญ่ ศูนย์เกษตรอินทรีย์ มาตรการภัยแล้ง แต่ละสายมีรองปลัดคุม ไปดูแล้วตอนเย็นกลับมารวมกันที่ จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วให้มารายงานกับรัฐมนตรี “ฉัตรชัย” โดยตรง และจะต้องสรุปปัญหา อุปสรรคในพื้นที่และแผนช่วยเหลือสำเร็จหรือไม่  ซึ่งจะให้เวลา 3 ชั่วโมง จะแก้ไขในพื้นที่ได้ทันเหตุการณ์ ก่อนเดินหน้า ส่งลุยพื้นที่อื่นในเดือนหน้า

และที่สำคัญสัปดาห์ ที่ผ่านมา นอกจากวางแผนปูพรมลงพื้นที่แก้ปัญหาภัยแล้ง ท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย” ยังโชว์ความเก๋า ในฐานะทหารช่าง กำชับ พร้อมปรามๆ พวกที่กำลังคิด จะฉ้อโกง ในเรื่องการขุดลอกแหล่งน้ำ แบบสุกเอาเผากิน แบบเคยๆ และหวังน้ำท่วมตรวจสอบไม่ทัน เหมือนเคยๆ ละก็อย่าหวังนะเขารู้ทัน ถ้าโดนฟันไม่เลี้ยง แล้วอย่ามาโวยทีหลัง เดินหน้าแก้แล้ง เพราะตรวจสอบโครงการขุดลอกทุกแห่ง อย่าให้เจอจะสาปแช่งใครลอกไม่จริง

สาธุ ขอให้เอาจริงที่เถอะ กระทรวงเกษตรฯของไทยจะได้ มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นเสียที

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : ต้องสร้างศรัทธา บารมีจะเกิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/201236

251598

วันจันทร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ติดตามการทำงานของกระทรวงเกษตรฯ ภายใต้การบริหารงานของรัฐมนตรีว่าการฯที่ชื่อ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ ต้องบอกว่าในเรื่องความจริงใจในการแก้ปัญหา  ถือว่าสอบผ่าน และเต็มร้อย เพราะที่ผ่านมา เท่าที่ดูการติดตามการทำงานมาหลายครั้ง ค่อนข้างเอาจริงเอาจังในการสั่งการ และติดตามงานอย่างต่อเนื่อง และเป็นคนที่ขยันทำงานในเชิงรุก ถึงลูกถึงคน สมเป็นชายชาติทหารที่นายกรัฐมนตรีไว้วางใจมาตลอด

แต่ดูไปผลงานที่ออกมาดูเหมือนว่า ไม่เข้าตาและการเดินหน้าแก้ปัญหาภาคการเกษตรไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เมื่อเทียบกับงานที่ท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย” สั่งไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเดินหน้าแก้ปัญหาปากท้อง เบื้องต้นในส่วนเกษตรกรที่พอได้ประทังชีวิตกับปัญหาราคาสินค้าตกต่ำ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากปัญหาราคายางพารา เพราะจนถึงขณะนี้ เงินในส่วนการแก้ปัญหาปากท้อง
เบื้องต้นให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางเบื้องแรก 1,500 บาทต่อไร่ ที่ช่วยทั้งเจ้าของสวนและคนกรีดยางยังไม่ถึงมือเกษตรกรครบถ้วน ตามที่ควรจะเป็นนั้นไม่รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่กำลังจ่อคอหอยอีกหลายเรื่อง

โดยแนวทางการแก้ปัญหาราคายางพารา ที่รัฐบาลเข้าไปดำเนินการแทรกแซงราคายางพารา เพื่อนำมาใช้ในโครงการของรัฐ 1 แสนตัน อันเกิดจากเอกชนกลุ่มพ่อค้ายางในประเทศ รวมหัวกับคนภาครัฐบางกลุ่มพยายามเอื้อประโยชน์ ให้กันกดราคายางพาราให้ดิ่งเหว จากสัญญาขายยางจีน ที่ผ่านมา จนรัฐบาลต้องออกมาตีปี๊บออกมาตรการแทรกแซงราคายาง เพื่อนำราคาตลาด พร้อมประกาศลั่นไม่ขายยางเก่า ส่งผลให้ราคาขยับขึ้นตั้งแต่ไม่เริ่มโครงการแทรกแซง จากราคาไม่ถึง 35 บาท โผล่ไปถึง 40 บาท ซึ่งนั้นน่าจะมีอะไรบอกชัดเป็นความในว่าเกิดอะไร ในกลุ่มคนยางพารา

ส่วนตัวบอกตรงว่างง และไม่เข้าใจกับฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะท่านผู้นำอย่างท่าน “ฉัตรชัย” เพราะเท่าที่ติดตามข่าวในกระทรวงเกษตรฯ หลายต่อหลายครั้งท่านบอกเสมอว่า ไม่ประสบความสำเร็จในโครงการ เพราะเกษตรกร นำยางมาขายน้อยกว่าเป้าหมาย ทั้งที่คนนอกมองมา นี่คือผลสำเร็จในการแทรกแซงราคายาง เพราะตามเป้าหมาย คือ ต้องการให้ราคาซื้อขายในตลาดสูงขึ้น เพราะมีหน่วยงานรัฐเข้าไปทำการซื้อแทรกแซง ไม่ให้พ่อค้าหัวใสกดราคาดิ่งเหว ซึ่งจะเป็นทางเลือกหนึ่งให้เกษตรผู้ปลูกยางมีตลาด ที่พวกเขาจะนำยางไปขายในราคายุติธรรม เปรียบเทียบกับพ่อค้าในท้องถิ่น หากกดราคามากก็ขายให้กับโครงการรัฐที่เปิดจุดรับซื้อ แต่หากราคารับซื้อใกล้เคียงกัน ก็ขายให้กับพ่อค้าคนกลางในพื้นที่เท่านั้น ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงใกล้ปิดกรีด จึงทำให้เกษตรกรนำยางมาขายน้อย ใช่ว่าการนำยางมาขายในโครงการน้อยจะไม่ประสบความสำเร็จ หากไม่ยึดปริมาณที่ต้องให้ได้ 1 แสนตัน เป็นหลัก ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นระวังจะเข้าทางคนบางกลุ่ม

มาถึงวันนี้ ต้องบอกว่าเท่าที่ สอบถาม ข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ อย่างพินิจวิเคราะห์ อย่างเข้าใจ จะพบว่าแม้รัฐมนตรีที่ชื่อ “ฉัตรชัย” จะจริงใจแก้ปัญหาขนาดไหน หากมีลิ่วล้อ และคนใกล้ตัว เป็นที่คนกระทรวงเกษตรฯ และสังคม ไม่ยอมรับละก้อ การจะหวังให้เกิดการ เกินหน้าแก้ปัญหาคงลำบาก ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดคือเรื่องของยางพารา ถึงวันนี้ยังเป็นชุดแนวคิดกลุ่มเดิมๆ ที่ยังเกาะกินกระทรวงเกษตรฯมายาวนาน แถมท่านยังนำคนที่เป็นคู่คิดคู่แค้นคนกระทรวงเกษตรฯ เข้ามาทำงานของท่านเสียด้วย พูดมาขณะนี้หากวิเคราะห์เป็นน่าจะเดาออก ใครเป็นใครหากเป็นผู้บริหารมืออาชีพ ระวังนะขอรับ หากยังมองคนไม่ขาด ท่านจะเป็นเหมือนอดีตท่านรัฐมนตรี “ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา” ลูกหม้อ กระทรวงเกษตรฯ ที่คนกระทรวงเกษตรฯ หวังว่าจะเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาภาคเกษตร สุดท้ายก็ตายเพราะทีมงานที่คนเกษตรไม่ยอมรับ จนกลายเป็นวิกฤติศรัทธาสุดท้ายก็เกิดการเกียร์ว่าง ต้องโบกมือลา กระทรวงเกษตรฯ บ้านเก่า
หลังคาเขียว

เกษตรบูรณาการ : ปรับกลยุทธ์เดินหน้าเฮือกสุดท้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/200106

251598

วันจันทร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

วุ่นมาหลายสัปดาห์ กับการแก้ปัญหาสินค้าเกษตรที่ผิดรูปผิดทาง ในเรื่องของยางพารา หลังจากมีการเซ็นสัญญากับเอกชนจีน แล้วมีขบวนการกดราคารับซื้อยางในประเทศ จนเป็นเหตุให้เกิดกลุ่มเกษตรกร ทั้งจริง และปลอมออกมาเดินหน้า ประท้วง แบบผู้ดี เสนอให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคายางพารา  โดยลงเอย ด้วยการแทรกแซงราคายางพารา โดยเปิดรับซื้อยางในวันแรก เมื่อวันที่ 25  มกราคม ที่ผ่านมา

ถึงวันนี้ต้องบอกว่าน่าแปลกใจเพราะยางที่บอกว่า จะมีเกษตรกรแห่นำยางมาขายในโครงการแทรกแซงราคายางพารา กลับน้อยกว่าเป้าหมายไปเยอะ งานนี้รัฐมนตรีจึงออกอาการไม่พอใจ เรียกรักษาการผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. และคณะกรรมการบริหาร กยท. มาเขย่าอีกครั้งเมื่อกลางสัปดาห์ ให้เร่งดำเนินการให้จบ พร้อมปรับแผนให้ถึงมือเกษตรกรและทั่วถึง พร้อมเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือชาวสวนยางในมาตรการแรก 1,500 บาทต่อไร่ ให้จบ หากไม่จบจะต้องมีใครจบไปด้วยแน่นอน เล่นเอาหนาวๆ ร้อนๆ ไปทั้ง กยท. เลยทีเดียวจากนี้ไป คงต้องรอ ว่าจะเอาอย่างไรกันต่อ ว่าใครจะไปก่อนใคร เพราะแม้แต่ตำแหน่งรัฐมนตรี ยังมีข่าวว่า อาจจะต้องถูกปรับไปด้วยหากยังเดินเกมแก้ปัญหาภาคการเกษตร หน่อมแน้มเหมือนเคยๆ และที่สำคัญไปกว่านั้น  ปัญหากระทรวงเกษตรฯ ณ เวลานี้ ไม่ใช่มีปัญหาแค่ราคายางพารา แต่ยังมีปัญหาสินค้าอื่นๆ กำลังจะตามมาทั้งข้าว และมันสำปะหลัง

แม้ว่าวันนี้ ปัญหาหลายอย่างยังเดินหน้าขับเคลื่อน ไม่ตามเป้าหมายแต่รัฐมนตรี ที่ชื่อ “ฉัตรชัยสาริกัลยะ” ก็พยายามทำอย่างเต็มที่ เพราะล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาก็พาทีมกระทรวงเกษตรฯ ลุยลงพื้นที่ติดตามการรับซื้อยางพารา ที่จังหวัดอำนาจเจริญ ปรับแผนให้ถึงมือเกษตรกรให้ได้มากที่สุด พร้อมเลยไปที่จังหวัดยโสธร  เพื่อสนับสนุนให้งานตามนโยบายประชารัฐ  ที่เน้นให้หน่วยงานกระทรวงเกษตรฯ เข้าไปร่วมกับทางจังหวัดยโสธร เข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชอินทรีย์ ตามนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและได้เน้นให้เกษตรกรเข้าสู่มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP ในขณะเดียวกัน

และเกษตรกรที่มีความพร้อม  กระทรวงเกษตรฯจะส่งเสริมสนับสนุนให้เข้าสู่ระบบการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ หรือออแกนิก (Organic) เพื่อยกระดับผลผลิตให้มีคุณภาพและมีความปลอดภัยเป็นไปตามความต้องการของตลาด ซึ่งระบบเกษตรอินทรีย์เป็นระบบที่ไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมี เน้นการพึ่งพาตนเองและลดการใช้ปัจจัยการผลิตจากภายนอก ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและส่งผลดีต่อสุขภาพของเกษตรกรผู้ผลิต รวมถึงผู้บริโภค ทั้งยังช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วย ปัจจุบันมีพื้นที่เกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน

ที่สำคัญท่านรัฐมนตรี กำชับให้ทุกหน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯ เข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรอย่างจริงจังและจริงใจ  เพื่อให้เกษตรกรอยู่ดีมีสุข…..เอ้า!!!! ต้องปรบมือให้ท่านดังๆ เลยขอรับ

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : ต้องล้อมคอกก่อนวัวจะหาย……หมด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/199018

251598

วันจันทร์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ติดตามการตีปี๊บของรัฐบาล ถึงการแก้ปัญหาราคายางพารา ต้องบอกว่า จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีความชัดเจนเท่าไหร่ว่าขบวนการเข้าไปรับซื้อแทรกแซงราคายางพารา จะถึงมือเกษตรกรและจะโปร่งใสจริงหรือ ไม่ เพราะการดำเนินการแทรกแซงราคายางพารา คนที่ดำเนินการยังเป็นพวกขบวนการเก่าๆ เพียงเปลี่ยนแต่ชื่อ มาเป็นการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. แทนเท่านั้น

วันนี้มีคำถามมากมายจากสังคมว่า ยางพาราที่จะต้องเร่งซื้อจากเกษตรกรมันเท่าไหร่กันแน่ และจะดำเนินการอย่างไร เท่าที่ได้รับคำตอบจากผู้เป็นรัฐมนตรี ที่ดูแลกระทรวงเกษตรฯ บอกชัดครับว่า จะเร่งซื้อจากเกษตรกร โดยเปิดฉากการรับซื้อวันแรกพร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 25 มกราคมนี้ ทั่วประเทศ 1,500 จุดรับซื้อ โดยเน้นว่าจะซื้อกับเกษตรกร หน่วยงานที่เป็นหลัก จะเป็น กยท.
ร่วมกับ องค์การคลังสินค้า หรือ อคส. ที่บอกว่าเก่งนักเก่งหนาในเรื่องขบวนการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตร นั้นล่ะครับส่วนเก่งอย่างไร ตอนนี้ มีคดีอื้อ ทั้งข้าว ทั้งมันสำปะหลัง แถมที่สำคัญ ยังมีคนจาก อคส. มานั่งข้างๆ แก้ปัญหายางร่วมกับ
รัฐมนตรี ที่ไปวงไหนแก้ปัญหาม็อบยางที่ไหนก็วงแตกนั้นล่ะครับ และเจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทยมาด้วย นอกจากนี้ยังมี คสช. ร่วมตรวจสอบ แต่ยังไม่พอยังมีสตง.ป.ป.ช. ในพื้นที่ มาร่วมตรวจสอบยังไงถ้าไม่ถึงมือเกษตรกร ให้มันรู้ไป นั้นคือ 1 แสนตัน ในเบื้องแรก ที่ต้องเร่งซื้อมาใช้ใน 8 กระทรวงในประเทศ โดยระบุว่าจะใช้ทันที 20,000 ตัน และจะใช้งบไปกว่า 20,000 ล้านบาทเช่นกัน

แต่ที่สำคัญ เมื่อพูดถึงเรื่องยางที่จะซื้อใช้ในประเทศ อย่าลืมนะครับว่า ตอนนี้ไม่ใช่ จะต้องเร่งซื้อ ในส่วนนี้อย่างเดียว ทาง กยท. ยังมีเรื่องของการซื้อยางที่ยังมีเงื่อนงำอีก 2 แสนตัน เตรียมส่งให้เอกชนจีน เงื่อนงำอย่างไงรึ  ก็ดันไปให้โควตาเอกชน 90%และเกษตรกร 10% จนทำให้มีขบวนการกดราคารับซื้อจนเป็นปัญหาม็อบยางที่ภาคใต้ บีบให้รัฐบาลแก้ปัญหา มาถึงวันนี้ อย่าลืมนะครับรัฐมนตรี “ฉัตรชัย” ว่า เกษตรกรเขาเรียกร้องให้ตรวจสอบและเอาผิดกับขบวนการกดราคายางพาราแต่พอจับได้ไล่ทันก็บอกว่า 90% แค่จ้างเอกชนแปรรูปให้  และที่สำคัญ วันนี้กระทรวงเกษตรฯต้องแจ้งให้ชัดในฐานะที่ดูแล กยท.ว่าเอาอย่างไร เพราะแปลกใจว่า เรามีตลาดส่งออกทันที 2 แสนตัน เท่ากับว่าวันนี้ กยท. ต้องซื้อยางกว่า 3 แสนตัน อ้าวจะเอาอย่างไรคงต้องชัดเจนนะขอรับ ยังไงก็ต้องเอาใจช่วยกับท่านรัฐมนตรี เดินหน้าสู้ๆเอาให้ชัดเจน ไม่ใช่เกิดปัญหาแล้วค่อยมาล้อมคอกกันทีหลัง

มาอีกเรื่อง คือ เรื่องสหกรณ์ แป๊บๆก็มาถึงวัน 100 ปีสหกรณ์ไทย ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดงานขึ้น งานนี้ท่าน “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษระบุว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับสหกรณ์  เพราะสหกรณ์ คือขบวนการรวมกลุ่มของคนในชุมชน โดยเฉพาะสหกรณ์การเกษตร หากทำหน้าที่ให้เข้มแข็งจะเพิ่มอำนาจการต่อรอง ไม่มีใครสู้ได้ ซึ่งต่างประเทศ ทั้งญี่ปุ่น ไต้หวัน ก็ใช้สหกรณ์เป็นหน่วยงาน ในการขับเคลื่อน แก้ปัญหาภาคการเกษตร  แต่วันนี้ในขบวนการสหกรณ์ค่อนข้างมีปัญหา ไม่เข้มแข็ง และยังมีปัญหาเรื่องการทุจริต 100 ปีสหกรณ์ไทย ต้องเร่งแก้ปัญหาและก้าวผ่านให้ได้

ชัดกันอย่างนี้ ว่ารัฐบาลหวังให้ขบวนการสหกรณ์เข้าช่วยแก้ปัญหา จากนี้ไปคงเป็นเรื่องของ ท่านๆ ในสหกรณ์แล้วล่ะว่าเอาอย่างไรต่อไป

หลังคาเขียง

เกษตรบูรณาการ : ถอดบทเรียนยางแก้ปัญหา คนเกษตรสำนึกหรือยัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/197884

251598

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

การประชุมหัวหน้าส่วนราชการของกระทรวงเกษตรฯ ในกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องบอกว่า ผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯที่นั่งประชุม ถึงกับอึ้งไปนานหลายนาที เมื่อรัฐมนตรี ที่ชื่อ “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” สั่งปิดห้องประชุมก่อนพูดเปิดอก เพื่อขอความร่วมมือกับข้าราชการระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯให้ทำหน้าที่ให้สมกับเป็นข้าราชการ หลังจากนายกรัฐมนตรี “สั่งการให้องค์การคลังสินค้า เข้าไปซื้อยางพารากับเกษตรกร” ในวันอังคารที่ผ่านมา

ก่อนตบท้ายว่า “ท่านอยู่นานก่อนผม ยังไงท่านก็หนีความเป็นคนของกระทรวงเกษตรฯไม่พ้นหรอก เห็นท่าไม่ดีเดี๋ยวอีกไม่เท่าไหร่ก็ไป ผมเปิดใจเต็มที่ทุกคนก็เห็นตัวอย่าง อะไรที่เกิดขึ้นแล้ว เชื่อว่าพูดกันมาขนาดนี้พวกเราทุกคนคงมีใจ ช่วยงานกัน” และจากนี้ไป ให้ถอดบทเรียนเรื่องปัญหาราคายางพารา มาเป็นบทเรียนที่คนกระทรวงเกษตรฯต้องช่วยกันให้มากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะตอนนี้ปัญหาที่กำลังตามมาคือ ปัญหาภัยแล้ง และประมง เพราะที่กำลังจะเป็นปัญหาคือ น้ำไม่พอ กรมชลประทาน และกรมส่งเสริมการเกษตร รู้หรือไม่ว่าศึกกำลังจะมา หรือกรมวิชการเกษตรมีการประเมินหรือยัง ทุกอย่างต้องร่วมมือกันวางระบบใหม่ เชื่อมั่นว่าทุกคนมีความรู้ความสามารถไม่อยากตำหนิใคร แต่ก็ต้องเข้าใจถ้ามาตรการการติดตามงานหากเป็นไปตามแผนมันคงไม่เป็นปัญหา

ถอดคำพูดกลางที่ประชุมชัดๆ กับข้าราชการระดับสูงให้เห็นเป็นภาษากันชัดๆ  เผื่อเป็นประโยชน์ กับข้าราชการว่าชาติทหารที่ชื่อ “ฉัตรชัย” คิดอย่างไรกับการถูกหักหน้ากลางที่ประชุม ครม. รัฐบาลโยน เรื่องยางไปให้องค์การคลังสินค้า หรือ อคส. ของกระทรวงพาณิชย์ ไปดูแลทั้งที่  อคส. เองก็มีปัญหาในองค์กรที่  ณ วันนี้ ยังไม่มีผู้อำนวยการเป็นตัวเป็นตน แถมที่ผ่านมา ผลงานของ อคส. ก็ชัดเจนว่าเป็นอย่างไร ในเรื่องการแทรกแซงทั้งข้าวทั้งมันสำปะหลัง ที่จากนี้ไปต้องติดตามว่าใครจะติดคุกกันบ้างแต่รัฐบบาลชุดนี้ ยังเลือก เชื่อมือ อคส. ให้เข้ามารับมือยางแทน กระทรวงเกษตรฯ แล้วคนกระทรวงเกษตรฯ จะคิดอย่างไร

ชัดๆกับคำพูด รมว. เกษตรฯ “ฉัตรชัย” ท่านครับเมื่อวานนั่งประชุมครม. ที่ผ่านมา เป็นวันที่ผมอึดอัดที่สุดตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีมา 2 กระทรวงแล้ว ผมไม่รู้ท่านคิดอย่างไงนะ แต่ด้วยความเป็นผมและเป็นทหาร มันงานของเรา แต่เวลานี้เขาสั่งให้คนนั้นทำ คนนี้ทำ ผมนั่งก้มหน้าในที่ประชุม ถ้าผมลาออกในที่ประชุมได้ ผมจะลาออกจริงๆ ผมถือว่าเราเสียศักดิ์ศรี ผมถือว่าเราไร้ความสามารถ ผมไม่รู้ท่านคิดแบบผมหรือเปล่า แต่ผมนั่งก้มหน้าและเป็นการประชุมครั้งเดียวในชีวิตผมที่นั่งอยู่ใน ครม. แล้วผมอยากให้มันจบไปเร็วๆ แล้วผมก้มหน้าตลอด  วันนี้เลือดในตัวผมหากกรีดมามันเป็นเกษตรไปหมดแล้ว และผมรักเกษตรกร ผมไม่อยากให้ใครมาว่าเราแบบนี้ วันนี้เขาให้ 8 กระทรวงมารวบรวมความต้องการใช้ แล้วให้ อคส. ไปซื้อ  กระทรวงพาณิชย์ ไปทำ นี่กระทรวงเกษตรฯไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ไม่รู้ผมพูดอย่างนี้ท่านคิดอย่างไร ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะกลับมาร่วมกันทำงาน ไม่รู้ท่านคิดกันอย่างไร แต่เมื่อวานนี้แว้บหนึ่งผมอยากจะลาออก แต่ผมคิดว่าผมคงลาออกไม่ได้ ผมคงทิ้งเพื่อน ทิ้งงาน ทั้งที่ผมรู้ว่ามันยาก เป็นมนุษย์ มันไม่ใช่หิน ไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่ไม่มีความรู้สึก แต่ก็แค่แว้บ แต่อย่างไรจากนี้ไป ก็คิดว่าจะทำอย่างไรที่จะทำวิกฤติให้เป็นโอกาสได้ จึงนึกในข้อดีว่าเราต้องใช้บทเรียนที่เกิดขึ้นให้เกิดประโยชน์ จากนี้ไปเราต้องเน้นย้ำ ว่าต้องเดินหน้าอย่างไรต่อไป อย่าให้เขามาทำอย่างนี้กับเราอีก ถ้าเป็นอย่างนี้มันต้องร่วมคิด พูดง่ายๆถ้า ให้กระทรวงเกษตรฯ ดีขึ้นแล้วถ้าตัดนิ้วผมไปนิ้วหนึ่งผมก็ยอม ถ้ากระทรวงเกษตรฯเป็นที่หนึ่งของประเทศ ผมยอมทุกอย่าง ผมเสียสละถึงขนาดนั้น ผมพร้อมทุ่มทั้งชีวิต ลูกเต้าก็ไม่ได้ดู ท่านจะให้ทำอะไรก็บอกมา พร้อมจะรับฟัง หลายเรื่องผมอาจทำไม่ถูกก็ได้ แต่ต้องเสนอกัน ผมพร้อมที่จะทำงานทุกอย่าง ยอมแล้วครับยอมทุกอย่าง ผมจะไม่ยอมอย่างเดียวยอมให้กระทรวงเกษตรฯเสียหาย วันนี้ผมพูดแรงและคงเข้าใจผมจะว่าอะไร ผมไม่เกลียดแต่โกรธ คนเราหากตั้งใจทำงาน มันผิดพลาดได้ โกรธแล้วก็หาย

มาถึงขนาดนี้ ต้องถามใจกันดูเอากันเองครับว่า ท่านๆผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ที่เป็นกำลังขับเคลื่อนหลักในการแก้ปัญหาภาคการเกษตรคิดอย่างไร กับการเดินหน้าแก้ปัญหาร่วมกันหรือจะรอให้คนอื่น ย่ำยีศักดิ์ศรีของคนเกษตรกันต่อไป แต่เรื่องนี้ต้องยอมรับด้วยนะขอรับท่านรัฐมนตรี เพราะถึงวันนี้ เรื่องการเมือง ไม่ใช่ว่าแทรกแซงการทำงานของคนเกษตรไม่ได้ ลองเปิดตาดูให้ชัดว่า วันนี้ใครเป็นใครของคนการเมือง ที่อยู่รอบข้างตัวท่าน และยังเป็นเงาทะมึน ขับเคลื่อนแทนนักการเมืองเดิมๆ ที่คนกระทรวงเกษตรฯขยะแขยง ที่สำคัญคนที่ท่านไว้ใจ ดูแลเรื่องยางวันนี้ต้องยอมรับว่า คือตัวปัญหา และมือไม่ถึงจริงๆ

หลังคาเขียว

เกษตรบูรณาการ : ยกแรกยังเอาไม่รอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/196755

251598

วันจันทร์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ต้องบอกว่ายกแรก แทบเอาตัวไม่รอด เมื่อเริ่มเข้าสู่ปีวอก 2559 หลังปิดยาวฉลองเทศกาลปีใหม่มาหลายวัน ก่อนกลับเข้าสู่การทำงานปกติ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ เปิดทำงานสัปดาห์แรกของปี ก็เห็นสีหน้าของท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย สาริกัลยะ”สีหน้าไม่สู้ดี และออกอาการหงุดหงิด อารมณ์บ่จอย เมื่อมีข่าวว่า กลุ่มแกนนำชาวสวนยางเริ่มเตรียมพร้อมในการเคลื่อนไหวใหญ่ เนื่องจากไม่ไหวจะเคลียร์กับปัญหาปากท้องที่ชาวสวนยางพาราต้องเผชิญ กับราคายางพาราตกต่ำต่อเนื่อง

จากเดิมที่ราคาไม่เคยดิ่งลงต่ำมากมายขนาดนี้ มาวันนี้ได้เห็นราคายางดิ่งเหวลงมาถึง 4-5 กิโลกรัม 100 บาท  นั้นคือราคายางแผ่นรมควัน และราคาน้ำยางข้นไม่รวมถึงยางพาราในพื้นที่ภาคอีสานที่เพิ่งหัดปลูกยางพาราไม่กี่ปีที่ผ่านมา ต้องเผชิญชะตากรรมหนักเพราะราคายางพารา ซึ่งเป็นยางก้นถ้วยของชาวอีสานมันขายได้ในราคาเพียงกิโลกรัมละ 16 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาสูงสุดที่ขายได้  ณ เวลานี้งานนี้เล่นเอาชาวสวนยางทั่วประเทศเดือดร้อนหนักจนแกนนำสำคัญของยางในพื้นที่ภาคอีสานอย่าง นายธีระชัย แสนแก้ว ในฐานะนายกสมาคมชาวสวนยางภาคอีสานต้องออกมาร้องขอให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด โดยอาจจะต้องมีการรวมกลุ่มแกนนำชาวสวนยางที่เป็นตัวจริงเพื่อหารือก่อนเสนอให้รัฐบาลแก้ปัญหาในสัปดาห์นี้

ถึงวันนี้ต้องบอกว่า ปัญหาเรื่องของยางพารา น่าจะเป็นเรื่องร้อนอีกเรื่อง ที่ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ นั่งไม่ติดเก้าอี้ เพราะคราวนี้ เกษตรกร น่าจะถึงคราวเอาจริง หากภาครัฐไม่ยอมแก้ปัญหาราคายางพาราที่ตกต่ำต่อเนื่อง เพราะพวกเขาประเมินว่าทั้งหมดทั้งมวลของต้นตอปัญหา ทำให้ราคาดิ่งเหวมันไม่ได้เกิดจากกลไกตลาดที่อ้างกันนักกันหนาว่าเกิดจากภาวะเศรษฐกิจโลก และราคาน้ำมัน มันดิ่งลงเลยฉุดราคายางต่ำลง หากยอมรับความจริง ส่วนหนึ่งมันก็น่าจะเกิดจากความผิดพลาดที่ไทยเราดันไปเซ็นสัญญาขายยางให้กับเอกชนจีนรายใหม่ โดยผู้ลงนามคือ รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยหรือ กยท.  ย้ำว่าเป็นรักษาการเท่านั้น ซึ่งดูเผินๆ จะมีคำถามตามมาว่าแล้วไง ก็ไทยขายยาง กยท. ก็มีหน้าที่ แก้ปัญหายาง ไม่ใช่หรือ ใช่ครับแต่ กยท. มีหน้าที่แก้ปัญหา แต่งานนี้ กยท. ดันสร้างปัญหา ตรงที่ยางที่ต้องส่งมอบให้จีน ต้องเป็นยางของ 5 เสือ กลุ่มบริษัทเอกชนไทยที่กุมตลาดยางของไทยนั้นเอง

จึงน่าแปลกใจว่า ไหนที่บอกว่า กยท.จะทำหน้าที่เหมือนเป็นเสือตัวที่ 6 แข่งกับเอกชนอีก 5 ราย แต่วันนี้กับทำหน้าที่หาตลาดให้เอกชน แล้วตรงไหน ใน พ.ร.บ.การยางฯที่ระบุให้ทำ และทำไมไม่เอายางในสต๊อกที่ค้างเติ่งอยู่ส่งออก และหากอ้างว่าเอกชนจีนรายใหม่ ต้องการยางใหม่ในฤดูกาลนี้ ทำไม กยท. ไม่ทำหน้าที่ที่ควรจะเป็น คือ เข้าไปรับซื้อยางส่งออก เพราะไหนๆ ก็มีตลาดในมือ ต้ัง 2 แสนตัน แต่ดันทำหน้าที่หาตลาดให้เอกชนแทน จนเป็นต้นเหตุให้เอกชนกดราคารับซื้อยางจากเกษตรกร เพื่อไปส่งมอบให้กับเอกชนจีนตามสัญญาใหม่อย่างน่าเศร้าใจแทนเกษตรกรชาวสวนยางเพราะนอกจากจะไม่แก้ปัญหา ยังสร้างปัญหา แล้วอย่างนี้ อยากถามทั้ง รัฐมนตรีเกษตรฯ ไปจนถึง ท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้แก้ปัญหาปากท้องให้กับเอกชน หรือเกษตรกรกันแน่

ถึงวันนี้ ต้องบอกว่า การแก้ปัญหาราคายางรัฐบาลชุดนี้ยังหลงทิศหลงทางไปไกล เพราะคนที่แก้ปัญหา ที่ท่าน รมว.เกษตรฯ ที่ชื่อ “ฉัตรชัย” เลือกมาเท่าที่เห็นล้วนมือไม่ถึง ไม่เข้าใจเรื่องยางจริง ไม่ใช่เคยนำเข้าน้ำมันปาล์ม แล้วจะมาแก้ปัญหายางได้ งานนี้ต้องดูกันยาวๆ เพราะแค่ยกแรก ก็ยังไม่ผ่านแล้วอย่าหวังจะการันตีราคา ไม่ต่ำกว่า 35 บาทได้ และอย่าหวังเชื่อเอกชน กลุ่มพ่อค้ายาง จะช่วยแก้ปัญหาร่วมหัวจมท้ายกับกระทรวงเกษตรฯ นี้แค่เรื่องเดียวยังแทบเอาตัวไม่รอด อย่าลืมปัญหาปากท้องยังรอแก้ไขอีก ไม่ใช่แค่เรื่องยางอย่างเดียว……

หลังคาเขียว