เกษตรบูรณาการ : เริ่มต้นเปลี่ยนใหม่….มันคงมีอะไรดีขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/250115

251598

วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ปีใหม่ 2560 ที่ได้แต่หวังว่าจากนี้ไป กระทรวงเกษตรฯ คงจะมีเรื่องดีๆ ที่ผ่านเข้ามา ให้นำไปสู่การแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น หลังจากมีรัฐมนตรีช่วยคนใหม่ ที่ว่ากันว่าจะรับมือกับเรื่องเก่าแต่จะขับเคลื่อนให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ให้ได้ตามเป้าประสงค์ต่อไป

สัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องบอกว่ามีการเคลื่อนไหว ในกระทรวงเกษตรฯ ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก หลังจากที่มีการแต่งตั้ง รมช.เกษตรฯ “ชุติมา บุณยประภัศร” อย่างเป็นทางการ  ซึ่ง รมช. เกษตรฯ คนใหม่ ได้ถือฤกษ์ 06.45  น. วันอังคารที่ 20 ธันวาคม เข้าสักการะสิ่งศักสิทธิ์ และทำงานวันแรกก่อนจะเดินทางไปร่วมประชุมครม. เป็นนัดแรก โดยมี นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ พลเอกปฐมพงศ์ ประถมภัฏ และข้าราชการกระทรวงเกษตรฯให้การต้อนรับ และการเข้าสักการะ สิ่งศักสิทธิ์ ของ “ชุติมา” ก็ถือว่าไม่ธรรมดาทีเดียว เพราะระหว่างที่คล้องพวงมาลัย พระพิรุณทรงนาค ที่ถือเป็นสิ่งที่คนเกษตรฯ เคารพนับถือท่านก็ได้ขอให้ปลัดเกษตรฯ “ธีรภัทร” และข้าราชการที่มาให้การต้อนรับมาช่วยร่วมคล้องพวงมาลัยพระพิรุณด้วยกัน และบอกกับทุกคนว่า จะเป็นฤกษ์ที่ดีจากนี้ไปจะต้องร่วมมือร่วมใจในการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน

ซึ่งท่านรัฐมนตรีช่วยคนใหม่ บอกว่า จากนี้ไปก็พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาให้กับเกษตร ขอเป็นคนสางงานตามแนวคิด “ฉัตรชัย” แบบว่าท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย” เป็นคนคิด ท่าน “ชุติมา” เป็นคนขับเคลื่อน ให้เกิดผลทันที งานที่รับมอบหมายหลัก คือ ดูแลเรื่องข้าวอย่างครบวงจร และมาตรฐานสินค้า ตามแนวถนัด และเชื่อว่าจะทำงานขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี  แหมไม่บอกคงจะไม่รู้ ว่าเข้าขาขนาดไหน เพราะมีคนแอบกระชิบว่า ก็ท่านรัฐมนตรีทั้งสอง แค่มองตา ไม่บอกก็รู้แนวทางกันว่าจะไปทางไหน ซึ่งเท่าที่ตามข้อมูลมา ผลงานก็เป็นที่ประจักษ์กันมาแล้ว โดยเฉพาะเรื่องการนำเข้าน้ำมันปาล์มสมัยที่ท่าน “ฉัตรชัย” ดำรงตำแหน่ง รมว. พาณิยช์ และท่าน รมช. คนที่ชื่อ “ชุติมา” ส่วนเรื่องของการนำเข้าปาล์มน้ำมัน เป็นอย่างไรดีหรือไม่ดีอย่างไร ใครได้ใครเสียไม่ขอวิจารณ์

ทิ้งท้ายปี 2559 ที่มีรมช.คนใหม่ มาใหม่ กับปีใหม่ที่กำลังจะมา ต้องบอกว่ามันส์ตั้งแต่ยกแรก  เพราะการประชุมหัวหน้าส่วนครั้งแรก ที่มีลูกคู่อย่าง “ชุติมา” ท่าน “ฉัตรชัย” ก็จี้ติดการทำงานของผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรฯทันที ซึ่งว่ากันว่า พอมาถึงเรื่อง การเดินหน้าขับเคลื่อนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงให้ได้ 7 หมื่นครัวเรือน ที่มีท่านปลัด “ธีรภัทร” เป็นคนดูแลทันทีที่ปลัดชี้แจงความคืบหน้าเสร็จ  ท่าน “ฉัตรชัย” ก็ออกอาการหัวเสีย และสวนกลับทันทีว่า “เรื่องทฤษฎีใหม่ถ้ายังทำงานไม่เข้าเป้าตามที่กำหนด ผมจะย้ายทันทีตั้งแต่ปลัดกระทรวง  อธิบดีที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมด ให้ผู้ตรวจรองอธิบดีเตรียมตัวไว้ได้เลย ถ้ายังทำงานกันอย่างนี้ผมไม่เอาไว้แน่ เพราะผมมีไกด์ไลน์กรอบเวลาทั้งหมดทุกโครงการให้เดินตามแนวที่ผมบอกแต่ยังไม่คืบหน้า” หลังจากพูดจบได้สั่งปิดประชุมเดินออกไปทันที ชัดๆ กันอย่างนี้ จากนี้ไปหลังปีใหม่ ก็น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรให้เห็น  ส่วนจะดีหรือร้าย ต้องบอกไว้ก่อนว่า เริ่มต้นเปลี่ยนใหม่….มันคงมีอะไรดีขึ้น

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : ปากเปียกปากแฉะ แต่เหมือนเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249238

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
251598สัปดาห์ที่ผ่านมาต้องบอกว่า ลุ้นกัน ตุ๊มๆต้อมๆ  ของคนหลายคน ในกระทรวงเกษตรฯ มีการเช็คข่าวกันใหญ่และบางส่วนมีการฉลองกันล่วงหน้า ในส่วนตำแหน่งท่านรอง .. อธิบดีที่ว่างอยู่ ซึ่งว่ากันว่า งานนี้มีผู้สมัคร กว่า 20 คน ส่วนใครจะเด็กใคร นั้นปลัดกระทรวงเกษตรฯ อย่าง “ธีรภัทร ประยูรสิทธิ” บอกว่างานนี้ ไมมีเด็กฝากนะขอรับ ส่วนพวกที่ฉลองล่วงหน้า เหมือนว่าได้นั่งเก้าอี้แล้วนั้น ระวังนั่งกินแห้วแทน ส่วนใครจะไปไหน ก็ต้องรอลุ้นกันต่อไป เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ ภายใต้การนำพาของปลัดกระทรวงที่ชื่อว่า “ธีรภัทร” เพราะแว่วว่า ท่านถือคติ ยิ่งทุบยิ่งหวาน จึงคัดกันน้านนาน งานการพัฒนาจึงเป็นอย่างที่เห็น

มาอีกเรื่องที่มีคนลุ้นกันยกใหญ่ เรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครหลายคน จับตามอง และติดตามเป็นพิเศษ คือเรื่องของการแต่งตั้งโยกย้าย ของ ครม.ที่ต้องลุ้นเช่นกันเพราะมีข่าวว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ของท่าน รัฐมนตรี “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” แพลมมาเล็กน้อยในช่วงกลางสัปดาห์หลายอธิบดีหลายกรม เขาเช็คข่าวกันใหญ่ สงสัยจะเตรียมพร้อมรับนายใหม่ ซึ่งต้องบอกว่า หมดสิทธิ์ เพราะยังไงเสีย วันนี้ที่สายข่าวประเมินหากเดาใจ ท่านผู้นำ อย่างท่านนายกรัฐมนตรี “ประยุทธ์ จันทร์โอชา”
ว่ากันว่าน่าจะยังอยู่ครับผม ส่วนจะเดินหน้าอย่างไร ในงานกระทรวงเกษตรฯหากมีรัฐมนตรีชื่อ “ฉัตรชัย”ยังอยู่ต่อไป ต้องบอกว่า จากนี้ไปต้องลุ้นกันเพราะ ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯทำงานไม่เข้าตาและต้องปรับตัวเองให้ชาวบ้านเขาเห็นผลงานให้ได้

คงต้องปรับตัวกันยกใหญ่ เพราะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างท่าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ถึงกับบ่น อุบ ในงานร่วมปาฐกถาพิเศษ“นโยบายข้าวและชาวนา” ที่จัดขึ้นแถวม.เกษตรฯ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม  ท่านบอกโดยสรุปว่า เรื่องของการทำงาน ของกระทรวงเกษตรฯ บอกกันหลายครั้งให้มีการปรับตัวในการทำงานของคนกระทรวงเกษตรฯเสียใหม่ ต้องเข้าใจเข้าถึงประชาชน ต้องรู้จักลงพื้นที่หาแนวร่วม ต้องลงไปทำความเข้าใจกับเกษตรกร รับฟังความคิดเห็นของเกษตรกรจริงๆ เพื่อทำงานร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่ให้ได้และเรื่องนี้ ท่านย้ำนักย้ำหนาว่า บอกทุกครั้งในที่ประชุมกับข้าราชการเกษตรฯ แต่ก็เหมือนเดิมไม่ทำอะไร ซึ่งเรื่องนี้ ผลงานมันก็ชัดเจนให้เห็นกันชัดๆ เพราะที่ผ่านมา เรื่องของการขอความร่วมมือ เรื่องการลดพื้นที่ปลูกข้าวเรื่องเดียวยังทำไม่ได้ ถึงวันนี้ การลดพื้นที่ปลูกข้าวไปปลูกข้าวโพด ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพราะมีเกษตรกรร่วมโครงการไม่ถึงร้อยละ 10  ก็น่าจะถึงเวลาที่คนกระทรวงเกษตรฯ ต้องทบทวนบทบาทการทำงานของตนเองที่ผ่านมา มันเกิดอะไรขึ้น เพราะดูเหมือนว่า ท่านรัฐมนตรีจะบอกชัดเจนปากเปียกปากแฉะ แต่งานยังเหมือนเดิม

สุดท้ายนี้ต้องขอบอกว่าเหนื่อยแทน รัฐมนตรี “ฉัตรชัย” จริงๆ ที่ทำงานไม่ได้ดั่งที่วางไว้ และคงจะได้เห็นการเปลี่ยนทิศทางการทำงานจากนี้ไปเพราะวันนี้ปัญหาการเกษตรฯคงรอไม่ได้ ส่วนใครจะกระเด็นกระดอนไปไหนกันบ้าง คงต้องดู กันหลังเทศกาลปีใหม่ ว่า ท่านฉัตรชัยคนนี้ จะกินเส้นขนมจีนเปล่าๆ หรือท่านจะกินขนมจีนที่มีน้ำยา

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : เกาเหลาไม่เอาถ่าน เลยงานเข้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248389

251598

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ตามติดการทำงานของกระทรวงเกษตรฯ หลายเดือนที่ผ่านมา ต้องบอกว่าน่าเห็นใจ รมว.เกษตรฯ “พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ” ไม่น้อย  เพราะงานด้านเกษตรต้องขับเคลื่อนอย่างมีระบบแบบแผน แม้ว่ารัฐมนตรีจะตั้งใจจริง เอาจริงเอาจัง แต่สุดท้ายการขับเคลื่อนดูเหมือนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เหมือนสมองส่งการ แต่แขนขาดันไม่ทำงาน ตามสมองสั่งเลย

วันนี้ จึงได้เห็นงานที่ขับเคลื่อนทั้งหมดดูผ่านตาเหมือนว่ารัฐมนตรีทำงานหนักอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย เพราะเท่าที่เห็น สัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันพฤหัสบดี ดูเหมือนรัฐมนตรีจะเดินหน้าลงพื้นที่ อย่างขยันขันแข็ง เพื่อดูแลเกษตรกรในที่น้ำท่วมในเขตภาคใต้ ร่วมกับพี่น้องข้าราชการบางส่วน และศุกร์ที่ผ่านมายังต้องเดินทางลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร และจังหวัดกาฬสินธุ์ เมืองน้ำดำ เพื่อวางระบบการจัดการพื้นที่ ส.ป.ก. ที่แจกให้กับเกษตรกรที่ไร้ที่ทำกินให้เป็นไปตามเป้าประสงค์ แต่งานนี้จะดีไม่น้อย หากวันนี้ มีหัวหลักข้าราชการ อย่างปลัดกระทรวงเกษตรฯ สักคนที่จะช่วยขับเคลื่อนไปพร้อมกัน แต่…..

วันนี้เท่าที่ติดตาม แม้ รมว. “ฉัตรชัย” จะยังไม่เอ่ยปาก ให้ใครได้ยินว่าหนักใจกับปัญหา ไม่เอาถ่านของปลัดเกษตรฯ อย่าง “ธีรภัทร ประยูรสิทธิ”  เพราะความเป็นชาติทหาร ไม่หนักหนาจะไม่พูด ที่ว่ากันมา ไม่ใช่จะพูด เพราะมันปากแต่มันคือความจริง เอาเรื่องแรกที่เห็นชัดเจนคือเรื่องของความไม่เข้าใจงานด้านเกษตรฯ ของท่านปลัด “ธีรภัทร” ทั้งงานบริหารและงานมวลชน ทั้งที่มีการจ้างที่ปรึกษา ด้วยเงินรัฐมาช่วยเสริมเป็นเงินหลายแสนบาทต่อเดือนที่ชัดเจนที่สุดในส่วนเรื่องมวลชน เรื่องความน่าเชื่อถือของปลัดเกษตรฯต่อสังคม โดยเฉพาะประชาชน คนรากหญ้า ยกกันให้เห็นความไม่เอาใจเขามาใส่ใจเรา ที่เห็นชัดเจนคือ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมง มีการจัดกิจกรรม “คืนหอยลายสู่ทะเลตราด สนองแนวพระราชดำริด้านการจัดการทรัพยากรประมง เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน” บริเวณหาดช่องช้าง  ตำบลอ่าวใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งตามกำหนดการ ปลัด “ธีรภัทร” คนนี้เขาต้องไปเป็นประธาน โดยมีนายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เป็นคนรายงานความเป็นมาของโครงการ “การเพาะเลี้ยงและการจัดการทรัพยากรหอยลายเพื่อเพิ่มผลผลิตและศักยภาพการส่งออก”

โดยงานเริ่มในเวลา 09.00 น. ของวันที่ 3 ธันวาคม 2559 ไม่ใช่ปี 2560 ครับสุดท้ายเบี้ยว งานนี้ทั้งอธิบดีกรมประมง และปลัด “ธีรภัทร” ปล่อยให้ นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตรผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรเป็นประธานเปิดงานทั้งน้ำตา ก่อนที่ปลัดเกษตรฯคนนี้จะโทร.มาบอกคุณพี่ “พรรณพิมล” สั้นๆ ว่า “ลืม”

นั่นไม่ใช่เรื่องเดียวที่เกิดขึ้น ยังมีเรื่อง อีกหลายงานที่พฤติกรรมของท่านปลัด ที่แปลกแบบไม่น่าเชื่อ ก็ต้องเชื่อ นั่นคือ การมอบหมายงานให้กับท่านรองๆ ทั้งหลายต้องไปงานแทน ว่ากันว่า มีบางครั้ง มอบหมายงานให้แล้ว บางงานท่านปลัดไปงานเอง ทำให้เกิดปัญหาปวดเศียรเวียนกล้าไม่น้อย จนท่านรองฯ ทั้งผู้ร่วมงานถึงกับมึนฯเอาไงเนี่ยอย่างนี้ ต้องบอกว่า ไม่ใช่เกาเหลาอย่างเดียวแล้วกระมัง มันคือเกาเหลาไม่เอาถ่าน หละขอรับ

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : เป็นการเป็นงานจริงๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247527

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

251598หลังจากนายกรัฐมนตรี “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” เดินทางเยี่ยมเยือน กระทรวงเกษตรฯที่ไว้ใจให้เพื่อนรักอย่าง “พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ” มานั่งหัวโต๊ะ เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา แม้ว่าในวันนั้นใครต่อใคร จะแจงนายกรัฐมนตรี เป็นนกแก้วนกขุนทอง ตามบทที่มีข้าราชการเตรียมไว้ให้แต่สุดท้ายท่านนายกรัฐมนตรี ก็ไม่วายโชว์ความเก๋า ตั้งคำตาม ใครบางคนให้ตกม้าตายเล่นๆ นั้นหมายถึงหากมองเหมือนคนปกติ ก็น่าจะเข้าใจ ว่ามีนัยอะไรจากนี้ไป และนายกรัฐมนตรีก็น่ารู้ดีว่า สิ่งที่เห็นมันอาจไม่เป็นจริงดังที่คิด สิ่งที่คิดมันอาจไม่ได้ตามที่ท่านหวัง และนั้น คือวัดกันไปว่าของจริงหรือ…เก๊

หากมองกันให้ดี ก็ชัดเจนว่า หลังจากวันที่นายกรัฐมนตรีก็มีทั้งสื่อเล็กสื่อใหญ่ ทั้งหัวสี และไม่สี รุ่นน้องรุ่นพี่ ต่างออกมาพูดไปในทิศทางเดียวกันว่า น่าจะถึงเวลาที่กระทรวงเกษตรฯ ต้องมีอะไรที่เปลี่ยนแปลง ให้มันดีขึ้น ไม่ใช่เดินสายแก้ตัว ขายข้าวเอาหน้ารอด..เอ้ยขายผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ ซึ่งงานนี้เล่นเอากระทรวงเกษตรฯต้องหามุขเล่น เพื่อให้มีผลงาน โดยงานนี้อาจมีผู้ที่ต้องเจ็บจริง แบบไม่มีตัวแทนหากรัฐมนตรีเอาจริง นั้นคือเรื่องตั๋วปุ๋ยที่เป็นปัญหาต่อเนื่องมาหลายปี ซึ่งท่านอธิบดี “วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ บอกว่า เรื่องนี้เกิดปัญหาการดำเนินธุรกิจของ สหกรณ์ตั้งแต่ ปี 2552-2557 เกิดจากสหกรณ์จัดหาปุ๋ยให้สมาชิกโดยไม่สำรวจความต้องการของสมาชิกซึ่งผิดกฎระเบียบสหกรณ์ โดยบริษัทออกตั๋วปุ๋ยล่วงหน้า โดยให้สหกรณ์ซื้อขายล่วงหน้า ยังมีสหกรณ์ไปปล่อยสินเชื่อให้สหกรณ์อื่นซื้อตั๋วปุ๋ยด้วย เรื่องนี้ รมว.เกษตรฯสั่งการเร่งฟ้องร้องดำเนินคดีกับสหกรณ์ และบริษัทที่ไม่ส่งมอบทั้งหมดให้จบภายในสิ้นปีนี้ และสอบสวนเอาผิดว่าเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องดำเนินการเด็ดขาด ที่ผ่านได้ไล่ออกเจ้าหน้าที่ระดับกรมไปแล้ว 1 ราย

มาอีกเรื่อง  ที่น่าจะเป็นงานต่อเนื่องและเป็นเรื่องสำคัญ นั่นคือเรื่องของการสะสางปัญหาที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ  ส.ป.ก. วันนี้มีการขยับขยายรุกไล่ เอาผิด กับผู้ครอบครองผิดกฎหมาย แต่ อยู่ๆ ก็เงียบหายไป ซึ่งแว่วว่าเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีเอาจริง กับการสะสางปัญหาให้เร็ว เพื่อนำไปแจกให้กับเกษตรกร ที่ขาดที่ดินทำกิน ซึ่งมีคนบอกว่า วันที่ 9 ธันวาคมนี้ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ จะลงไปแจกให้กับเกษตรกรด้วยตนเอง แต่แปลกใจเรื่องดีๆ อย่างนี้ ทำไม ส.ป.ก.กับเงียบงันไม่บอกใคร เท็จจริงแค่ไหน ช่วยแจงทีเผื่อจะได้แอบไปดู จะได้ไม่ต้องบ่นทีหลังว่า กระทรวงไม่เคยมีข่าวดี ก็เล่นปิดเงียบขนาดนี้ ใครจะไปรู้หละขอรับ

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : เสียงไม่ดัง เลยฟังไม่ชัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246613

251598

วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

มาแล้วเจ้าข้าเอ้ย มีเรื่องมาบอก… สัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องที่กระทรวงเกษตรฯฮือฮากัน และตามหาที่มากันยกใหญ่ว่า เรื่องเป็นไงมาไง คงหนีไม่พ้นเรื่อง วันครบรอบของกระทรวงเกษตรฯว่า ที่แท้จริงเขาตั้งกันมากี่ปีกันแน่ หลังจากที่มีข่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรี  “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่ดันถามมากลางที่ประชุมระหว่างการเดินทางมาแวะเวียนเยี่ยมเยือนกระทรวงเกษตรฯ  เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เพราะเรื่องนี้มีคนบอกว่า ในที่ประชุมไม่มีใครตอบได้ ท่านนายกรัฐมนตรีจึงหันไปถามท่านปลัดฯ “ธีรภัทร ประยูรสิทธิ” แต่ท่านเงียบ ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลกลใด จนเรื่องนี้เข้าหูกระจอกข่าวเข้า จึงนำไปเขียนบอกเล่าให้คนไทยในสังคมได้รับรู้เท่านั้นเอง

แต่หลังจากที่มีทั้งข่าวและคอลัมน์เขียนไป งานนี้มีผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรฯ ถึงกับเต้นผาง จากเก้าอี้ว่า ทำไมกระจอกข่าว ถึงไปเขียนข่าวกันอย่างนี้มันสร้างผลเสียไม่สร้างสรรค์   ไม่เกิดประโยชน์ต่อสังคมบ้างหละ เขียนข่าวไม่คิดบ้างหละ  สุดท้ายต้องบอกว่า ท่านปลัดฯ “ธีรภัทร” ต้องออกมาบอกด้วยตัวของตัวเองว่า ฝากบอกพวกเขียนข่าวเขียนคอลัมน์ด้วยนะว่า “ผมตอบได้ครับ แต่พอดีวันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ยินเอง และก็ไม่เข้าใจว่าทำไมท่านไม่ได้ยินเช่นกัน “อ้าวฟังกันให้ดีนะขอรับ ชาวบ้านร้านรวง เจ้าข้าเอ๊ยท่านปลัดตอบได้นะครับ ว่ากระทรวงเกษตรฯ ตั้งมาแล้ว 124 ปี เพียงแต่ท่านนายกรัฐมนตรีเองที่ไม่ได้ยินคำตอบเท่านั้นเอง รับทราบกันทั่วหน้านะขอรับประชาชน “โปรดฟังอีกครั้งท่านปลัดฯท่านเก่งท่านตอบได้ครับว่ากระทรวงเกษตรฯ ตั้งมาแล้ว 124 ปีนะครับ” แจ้งให้แล้วนะครับท่านปลัด…..

เออว่าแต่ว่า แปลกใจจริง ทำไมท่านปลัดพูดอะไร พูดไปก็ไม่ค่อยมีใครได้ยิน แม้แต่ท่านนายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้ยิน มิน่าหล่ะ ท่านสั่งใครในกระทรวงไปถึงไม่ค่อยมีใครทำตาม สงสัยไม่มีใครได้ยินท่านนี่เอง เรื่องนี้ท่านคงปรับตัวเองแล้วหละว่าต้องเลือก สั่งหรือบอกผ่านไมค์ หรือสั่งการผ่านเสียงตามสาย ให้ได้ยินกันทั่วหน้า เผื่ออะไรจะได้ยินชัดขึ้นซึ่งงานที่สั่งการไปมันอาจจะเดินหน้าได้เร็วมากขึ้นเพราะที่ผ่านมา อืดเป็นเรือเกลือ ยังไงลองดูนะขอรับท่านปลัด เผื่อได้จัดซื้อจัดจ้างอีกสักโปรเจกท์

ตามติดมาอีกเรื่องที่อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ในภายหน้าอีกไม่กี่เดือน หากยังดึงดันกันต่อไป นั้นคือ เรื่องการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดทดแทนการปลูกข้าว ว่ากันว่า 2.5 แสนไร่ ตามเป้าหมายส่วนใครจะได้ประโยชน์หรือไม่ไม่ทราบเอาเป็นว่าอย่างนี้ ข้าวโพด วันนี้ใช้เวลาการปลูก 4  เดือน ถึงจะเก็บเกี่ยวได้ นั้นคือหากส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกข้าวโพดแทนข้าวก็ควรจะปลูกในช่วงไม่เกินเดือนพฤศจิกายน เท่านั้นหากยาวไป ช่วงปลายมกราคม คิดกันดู จะเจออะไร ทั้งแล้งทั้งฝน ซึ่งหากปลูกช่วง กุมภาพันธ์จะเก็บเกี่ยวช่วงมิถุนายน เข้าฝนแล้ว ข้าวโพดไม่ถูกกับฝน แล้วใครจะรับซื้อ ระวังนะครับ มันจะสร้างปัญหาให้กับเกษตรกรมากกว่าการแก้ปัญหานะขอรับ เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอก

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : นกแก้วนกขุนทอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245569

251598

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สัปดาห์ที่ผ่านมาต้องว่าคึกคักเป็นพิเศษมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หลังจากที่มีข่าวว่านายกรัฐมนตรี  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเดินทางมาตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายแบบพิเศษๆ ให้กับข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ทั้งน้อยใหญ่ ให้เดินหน้าแก้ปัญหาให้ถูกที่ถูกทาง  โดยงานนี้ว่ากันว่า ไล่มาตั้งแต่ช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน และจู่ๆก็เลิกไม่มาติดภารกิจด่วน และแล้วก็แว่วว่า อังคารที่ 15 พฤศจิกายน เวลา 14.30 น. หลังประชุม ครม. งานนี้ท่าน รัฐมนตรี “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” จึงมอบหมายให้ท่านปลัด  “ธีรภัทร ประยูรสิทธิ” เรียกท่านอธิบดีกรมต่างๆ มาเตรียมพร้อมตั้งแต่ช่วงเที่ยงแบบด่วนๆ ซึ่งว่ากันว่า จะแจ้งล่วงหน้าเพียง 2 ชั่วโมง

งานนี้จึงได้เห็นการทำงานของกระทรวงเกษตรฯว่าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะท่านปลัด  “ธีรภัทร” ว่ากันว่า ซ้อมท่องบทเป็นนกแก้วนกขุนทอง รายงานนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างดี แบบอ่านสดผ่านไมค์ ซ้อมแล้วซ้อมอีก และแล้วก็แว่วว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มาแล้วขอรับ ยกเลิกเช่นเคย งานนี้ท่านรัฐมนตรี และท่านปลัดไหนๆก็มาแล้วจึงถือโอกาส ประชุมหัวหน้าส่วนราชการไปพลางๆ พร้อมกับซ้อมสรุปรายงาน ให้กับนายกรัฐมนตรีกันไปเลยทีเดียวเพราะไม่รู้ว่าท่านจะโผล่มากระทรวงเกษตรฯ เมื่อไหร่และจู่ๆ ท่านนายกรัฐมนตรี ก็แจ้งด่วนมา เมื่อช่วงสายวันพุธที่ 16 พฤศจิกายน ล่วงหน้าเพียงไม่กี่นาทีว่า จะเข้ามาที่กระทรวงเกษตรฯ ระหว่างการประชุมหัวหน้าส่วนราชการซึ่งเป็นการประชุม เป็นปกติทุกสัปดาห์  ต้องยกเลิกกันกลางคัน และรอต้อนรับนายกรัฐมนตรีแทน ก็เป็นไปตามคาดหมายเช่นเดิม หลังซ้อมกันมาหลายวัน เป็นนกแก้วนกขุนทอง ท่านปลัดก็ถือโอกาสท่องบทสรุปที่เตรียมไว้เป็นอย่างดี ที่กระทรวงเกษตรฯแต่งบทเอาไว้ ตั้งแต่แผนการพัฒนารายได้ให้เกษตรกร 20 ปี  และ 5 ปี พร้อมทั้งแนวทางการพัฒนาการเกษตรของไทย ให้รุ่งเรืองศรีวิไลดั่งใจหมาย สรุปว่าโคตรดี ไม่มีที่ติจนนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ “ประยุทธ์” ชมเปาะ เยี่ยมจริงๆ กระทรวงเกษตรฯ ทำตามนโยบายที่ผมให้ไว้เป็นอย่างดี

เมื่อคุยไปคุยมา ถามโน่นถามนี่จนจบสิ้นกระบวนความ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ถามขึ้นว่า แล้วกระทรวงเกษตรฯ ของพวกท่านตั้งกันมากี่ปีแล้วครับ  งานนี้เล่นเอาเงียบกันทั้งห้อง ก็ไม่รู้เพราะคนในห้อง เกรงใจท่านปลัด หรือไม่ทราบจริงๆ  หรือ….แล้วท่านนายกรัฐมนตรี ก็หันไปถามท่านปลัด “ธีรภัทร” ว่าท่านปลัด กระทรวงท่านปีนี้ตั้งมากี่ปี งานนี้ท่านปลัดอึ้ง และมองหาตัวช่วยแต่ก็ยังไม่มีใครช่วยได้ ชั่งรักท่านปลัดกันจริงๆ แล้วนายกรัฐมนตรีจึงบอกว่า “อย่างนี้มันน่าชาร์ท ดีไหมนี่ไม่รู้ว่ากระทรวงตัวเองตั้งมากี่ปี” ก็จะไปรู้ได้อย่างไรล่ะครับท่านนายกฯ เพราะไม่มีในบทที่ข้าราชการเขาเตรียมไว้ให้ท่านปลัดแจงกับท่านนี่นาเขาพูดได้แค่ที่เตรียมเอาไว้แค่นั้นเองเขาปิดกันให้แซ่ดในกระทรวงเกษตรฯ ยังไงจำไว้นะครับท่านๆกระทรวงเกษตรฯ เขาตั้งมาแล้ว 124 ปี นะขอรับ ตั้งมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2435 มาถึงวันนี้

ผ่านไปแล้วกับเรื่องของการท่องบทนิยายให้นายฟัง มาถึงเรื่องความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้นกันบ้าง  โดยเฉพาะเรื่อง ปรับพื้นที่ปลูกข้าว ที่ว่ากันว่าจะเอาข้าวโพด ไปปลูกแทนมีผู้รู้คนหนึ่งบอกว่า เรื่องนี้ มองกันให้ดีนะขอรับเพราะทุกอย่างไม่ใช่แค่ลมปากพูด แล้วไม่ดูตาม้าตาเรือ ผลเสียมันจะมากกว่าผลดี ว่ากันว่า ช่วงที่น่าจะได้ผลดี คือ ต้องปลูกช่วงนี้คือ พฤศจิกายนเท่านั้น เพราะข้าวโพด ต้องใช้เวลา 4 เดือน หากเผลอไปปลูกช่วงเดือนมกราคม หรือกุมภาพันธ์ ระวังเจอแล้ง เจอฝน จะเจ๊งกันไปใหญ่ แถมยังมีเรื่องตลาดรองรับ ที่ยังไม่ชัดเจน งานนี้คิดให้ดี ผลประโยชน์อยู่ที่ใคร อย่าหวังแค่เอาใจพวกขายเมล็ดพันธุ์อย่างเดียวนะขอรับ คิดๆๆๆๆๆๆ คิดให้ดี

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : อย่าทำงานด้วยปาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244512

วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

251598

เกษตรบูรณาการวันนี้ มาดูเรื่องของการทำงานของกระทรวงเกษตรฯ ภายใต้การนำของท่านรัฐมนตรี  “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” ที่มีข่าวเนืองๆ ว่า เรื่องงานของกระทรวงเกษตรฯว่า มีการสำรวจ เรื่องความพึงพอใจต่อผลงานของกระทรวงเกษตรฯ ตั้งแต่มีท่านผู้นำชื่อ “ฉัตรชัย” และมีปลัดกระทรวงเกษตรฯ ชื่อ “ธีรภัทร ประยูรสิทธิ” แทบทุกครั้ง กระทรวงเกษตรฯมักเป็นดาวเด่นว่าผลงานรั้งท้ายมาโดยตลอดจน ท่านปลัด “ธีรภัทร” ต้องเดินสายแจงว่า ทำงานดี แต่คนถามดันถามไม่ตรงคำตอบ สิ่งที่ได้มันเลยไม่น่าพึงพอใจของ ท่านปลัดกระทรวงเกษตรฯเอาเสียเลย  ซึ่งนั่นก็คงต้องว่ากันไป เพราะการทำดี ทำเด่น ที่เห็นเป็นประจักษ์ ต้องบอกว่า อาจต้องใช้เวลาและความจริงใจ และต้องรู้จักคำว่า “ปิดทองหลังพระ” เมื่อปิดมากๆ ก็จะเห็นเอง

วันนี้ในเรื่องของความเดือดร้อนของคนเกษตร โดยเฉพาะเกษตรกร ต้องบอกว่า ท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย” ดูเหมือนจะเอาจริง ตามจี้ตามจิก ท่านอธิบดีใหม่ เป็นพิเศษ เพราะแว่วว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรี ถามในที่ประชุมผู้บริหารระดับสูงว่า 100 กว่าปีกระทรวงเกษตรฯ เคยคิดกันไหมว่าทำไมเกษตรกรไทยยังจน งานนี้มีคนในที่ประชุม เล่าว่า ท่านให้ท่านๆ ข้าราชการระดับ 10 พูด…. ตอบ … และก็คิดช่วยกัน และมีใครต่อใครหลายคน โบกมือบอก โบกมือพูด  งานนี้มีแม้กระทั่งว่าข้าราชการบางคนเขาบอกที่เกษตรกรไทยไม่พัฒนาไปถึงไหน เพราะการศึกษาต่ำ เห็นบอกว่ารัฐมนตรีสวนทันทีว่าชาวบ้านเขาจบอะไร และก็อึ้งไปตามๆ
กัน เพราะส่วนใหญ่ แทบไม่เห็นว่าเขาเหล่านั้นจบสูงแม้แต่คนเดียว และที่สำคัญเขายังประสบความสำเร็จ จากการทำเกษตรได้ดี ส่วนว่าดีแค่ไหน รึขอรับ ดีจนมีอยู่มีกิน และที่มากไปกว่านั้น มีจนรวย…ที่รวยมากที่สุดคือความสุข  สุขที่ได้อยู่บนผืนแผ่นดินไทย ที่มีพ่อหลวง ทรงแนะนำทาง เรื่องดีๆ เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง  30 30 30 10 รายละเอียดเป็นอย่างไร ลองอ่านฉบับที่แล้วนะขอรับ

ส่วนดีขนาดไหน ดีจนทุกครั้งที่ข้าราชการกระทรวงเกษตรฯทุกหน่วยงานคิดอะไรไม่ออก และคิดจะเอาเป็นผลงานของตนที่ดีๆ และเป็นงานโชว์ให้กับใครบางคนได้เห็นเวลาลงพื้นที่ก็เที่ยว เขียนชื่อหน่วยของตนไปแหมะ ติดว่าตนเข้าไปส่งเสริม ว่างๆ ท่านรัฐมนตรี หรือท่านปลัด ลองนั่งรถกินลมชมวิวไปดูสักที่ เผื่อจะได้เห็นอะไรดีๆ และอาจกระจ่างว่า ที่ผ่านมาที่ เขา…รายงานท่านกับความเป็นจริงมันคืออะไร อย่าลืมลองดูนะครับ อาจเห็นความหมายของคำว่าคนดีชอบแก้ไข…. คนอะไรชอบแก้ตัว….ยังไง ที่ทำได้และพัฒนาได้อย่างรวดเร็วที่สุด ผมว่า ว่างๆ ท่านรัฐมนตรี ลองเรียกท่านๆ อธิบดีที่ท่านพึ่งแต่งตั้ง มาถามและให้อ่านชัดๆ ในส่วนภาระหน้าที่ของแต่ละกรม แล้วลงมือทำตามกรอบภารกิจของงานจริงๆ แค่นี้ก็คิดว่า การเกษตรของไทยก็น่าจะพัฒนาไป
ไกลโขขอรับท่าน ลองดูนะครับ เผื่ออะไรมันจะดีขึ้น เพราะทุกเรื่องต้องลงมือทำ ไม่ใช่ทำงานด้วยปาก ….

‘ราชดำเนิน’

เกษตรบูรณาการ : แก้ปัญหาเกษตรต้องเดินเกมไว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243403

251598

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เกษตรบูรณาการสัปดาห์นี้ต้องขอบคุณแทนเกษตรกร ที่เป็นชาวนา ที่ประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ  จริงๆ ที่กระทรวงเกษตรฯ ขยับตัวที่จะช่วยชาวนาจริง โดยใช้กระบวนการสหกรณ์ เข้าแก้ปัญหา ด้วยการไปรับซื้อข้าวจากชาวนา ทั้งในพื้นที่ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด โดยใช้สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด ที่เป็นแหล่งข้าวหอมมะลิ ทุ่งกุลาอันลือชื่อและสหกรณ์การเกษตรพิมาย จำกัด เข้าไปดำเนินการรับซื้อข้าวนำมาปรับปรุงคุณภาพก่อนที่จะสีแปรรูป เป็นข้าวสาร มาจำหน่ายให้กับประชาชน ได้บริโภคข้าวที่มีคุณภาพ โดยไม่ผ่านพ่อค้าหน้าเลือดที่เอาเปรียบทั้งชาวนาและผู้บริโภค โดยกดราคาข้าวจากชาวนา

ถึงวันนี้ ต้องบอกว่า เป็นการเดินเกมไวไม่น้อย ในการรับลูก จากรัฐมนตรี “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” ของท่านพี่ “วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กับการแก้ปัญหาราคาข้าวให้กับชาวนา โดยใช้ขบวนการสหกรณ์ที่ทำอยู่แล้ว เข้าไปรับซื้อข้าวเปลือกที่ราคาตกต่ำเพิ่มขึ้น และแปรูปเป็นข้าวสาร กระจายข้าว จำหน่ายข้าวให้กับชาวบ้านโดยตรง  งานนี้ท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย” สั่งการเป็นพิเศษ ให้ทุกหน่วยงานราชการของกระทรวงเกษตรฯ เปิดเป็นจุดขายข้าวถุงคุณภาพราคาถูก และประเดิม ที่หน้ากระทรวงเกษตรฯ เป็นแห่งแรกในวันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา  โดยขายในราคาถูกซึ่งข้าวหอมมะลิ 100% จากแหล่งข้าวหอมทุ่งกุลาโดยตรง ในราคาที่ 160 บาท ในส่วนข้าวถุง 5 กิโลกรัม ซึ่งถูกแสนถูก อ้าว ใครสนใจมาซื้อได้ ที่บริเวณหน้ากระทรวงเกษตรฯ ถนนราชดำเนิน ได้ทุกวัน และยังซื้อได้ในหน่วยงานราชการทุกแห่ง ด้วยอ้าวช่วยกันครับพี่น้อง

ผ่านเรื่องดีๆ ไปแล้ว มาอีกเรื่องที่ฟังแล้วอึ้งไม่น้อย ในเรื่องของเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ที่ท่านรัฐมนตรี  “ฉัตรชัย” ต้องการที่จะให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนให้จบ 70,000 แห่ง ให้เกิดให้ได้ในปี 2560 ซึ่งหากทำได้ ถือเป็นเรื่องที่ดี และจะดีมากๆ ต่อเกษตรกรและประชาชน ที่จะสามารถเพิ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

มาทำความเข้าใจนะครับ  “การเกษตรทฤษฎีใหม่” เป็นพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเป็นจุดเริ่มต้นของหลักเศรษฐกิจพอเพียง (ความพอดี) นั้น โดยเน้นการจัดการเรื่องดินและน้ำเพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็ก นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สรุปแนวพระราชดำริได้ ดังนี้ คือ  ที่ดินเกษตรกรส่วนใหญ่ถือครองมีขนาดเล็ก เฉลี่ยครอบครัวละ 15 ไร่ ให้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน เพื่อใช้ทำกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า ดังนี้ (1) ทำเป็นสระน้ำ ร้อยละ 30 (2) ใช้เลี้ยงปลาและเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการอุปโภค และเพาะปลูก พื้นที่ปลูกพืชไร่ พืชสวน ร้อยละ 30 เช่น ปลูกผักสวนครัว กล้วย มะละกอ ฯลฯ (3) พื้นที่ทำนาข้าว ร้อยละ 30 (4) ที่อยู่อาศัย ร้อยละ 10 ใช้ปลูกบ้าน ลานอเนกประสงค์ เลี้ยงสัตว์บกเป็ด ไก่ ฯลฯ

ผลดีของ “การเกษตรทฤษฎีใหม่” คือ (1) ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น มีงานทำตลอดปี มีแหล่งน้ำไว้ใช้ แก้ปัญหาภัยแห้ง มีผลผลิตบริโภคภายในครอบครัวอย่างเพียงพอ เช่น ข้าว ผัก ผลไม้ ปลา ไข่ไก่ ฯลฯ และสามารถนำไปจำหน่ายในตลาดได้ทุกวัน (2) ที่ดินที่มีอยู่อย่างจำกัดสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า เป็นแนวทางการพัฒนาการเกษตรแบบพึ่งตนเอง โดยผสมผสานการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ และประมงไว้ด้วยกัน ช่วยให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน เพราะเน้นความพออยู่พอกิน ไม่เป็นหนี้สินและย้ำว่าทั้งหมด สามารถปรับได้ตามความเหมาะสม ให้เน้นความพอดี เป็นหลัก

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : กราบขอบคุณแทนเกษตรกรไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242374

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

251598

เกษตรบูรณาการสัปดาห์นี้ ต้องกราบขอบคุณแทนเกษตรกรไทยจริงๆ สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย สาริกัลยะ”
ประกาศก้องชัดเจนว่า ท่านจะเดินหน้าน้อมนำแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียง ในการเดินหน้าพัฒนาด้านการเกษตร โดยเบื้องแรกท่านรัฐมนตรี พลเอกฉัตรชัยประกาศก้องว่าจะสร้างเกษตรกรเข้าสู่การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ขึ้นอีก 7 หมื่นครัวเรือนทั่วประเทศ ภายในปี’60 ซึ่งไม่เกี่ยวกับเกษตรกรที่เคยทำตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ที่ทำมาดีแล้ว แต่จะเน้นส่งเสริม และชี้แนะแนวทางให้กับเกษตรกรกลุ่มใหม่ที่อยากจะเดินตามรอยพ่อหลวง

งานนี้ท่านรัฐมนตรีย้ำว่า จะขยายจากแนวทางที่พระองค์ท่านพระราชทานไว้ให้ทำต่อไปให้มากที่สุด แถมยังยืนยันว่ามีรมว.เกษตรฯ ที่ชื่อฉัตรชัย จะไม่รู้จักคำว่า “ผักชี” จากนี้ไปให้คนกระทรวงเกษตรฯทำงานเวอร์ชั่นใหม่ ซึ่งทุกคนประกาศไว้แล้วทำให้เกิดจริงจังพร้อมใจถวายพ่อหลวง  โดยบอกชัดว่า “ก่อนหน้านี้ผมเล่าเรื่องนี้ให้ สนช.ฟัง ยังบอกว่าถ้าในหลวงรับทราบท่านคงดีใจมาก ซึ่งตอนนี้ผมคิดว่าข้าราชการกระทรวงฯต้องเข้าใจตรงกันก่อนในเรื่องแนวทางทฤษฎีใหม่ ขุดบ่อไม่มีน้ำไม่ได้ ไม่ใช่สักว่าทำ ทำแล้วไม่เกิดผมไม่ต้องการ ต้องปรับใหม่เลย ที่พูดคุยกับข้าราชการในห้องประชุม ผู้บริหารระดับสูง ให้เกิดความเข้าใจ ปลัดกระทรวงฯก็ต้องเข้าใจ ว่าสุดท้ายต้องเกิดให้ได้ต้นปี’60 โดยทำแผนใหม่มาให้ผมดู ต้องเริ่มให้เข้าใจว่าไม่เอาของเดิมมาทำ” นั่นคือคำพูดของรัฐมนตรีที่ชื่อ “ฉัตรชัย” ได้ยินอย่างนี้ ชื่นใจแทนเกษตรกรไทยจริงๆ แม้ว่าวันนี้ ยังเป็นเพียงแค่คำพูดแต่ก็ได้แต่หวังว่า สักวันจะเห็นผลจริง ในอีกเร็ววันและต้องขอกราบขอบพระคุณแทนเกษตรกรไทยจริงๆ

จากนี้ไป ก็คงได้แต่หวังท่านๆ ว่าเรื่องราวและคำพูดของท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย” จะถูกนำไปขับเคลื่อนได้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาก็นับเป็นเวลาหลายเดือน ที่มีผู้นำกระทรวงเกษตรฯ ที่ชื่อ “ฉัตรชัย” ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ และมีปลัดกระทรวงเกษตรฯ ที่ชื่อ “ธีรภัทร” แต่งานการพัฒนาการเกษตรยังเป็นอย่างที่เห็น ตามที่ประจักษ์ชัดต่อสายตาประชาชน โดยไม่ต้องบรรยาย  เพราะวันนี้เกษตรกรไทยยังยืนไม่ได้ด้วยตนเอง ราคาพืชผลการเกษตรยังตกต่ำ  ข้าว ยางพารา และอื่นๆ ยังมีปัญหา ซึ่งทุกอย่างไม่ใช่ ท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย” และปลัดประทรวงเกษตรฯ “ธีรภัทร” ไม่ขับเคลื่อน เพราะมีหลายคนเล่าให้ฟังชัดว่า ท่านรัฐมนตรีกำชับชัดเจนในที่ประชุมผู้บริหารทุกสัปดาห์ว่าต้องเดินหน้าอย่างไร  แต่ยังเหมือนเดิม แถมเพิ่มปัญหา ทำให้งานล่าช้า จนบางครั้งถูกถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับกระทรวงเกษตรฯ ยิ่งนาน ยิ่งล้าหลัง ยิ่งทำยิ่งหลงทิศทางไปไกล

ถึงวันนี้ ผ่านร้อยปีกระทรวงเกษตรฯ มาหลายปี และคงไม่อาจเอื้อมจะว่าใคร เพียงแต่อยากฝากให้ท่านๆ ผู้บริหารของกระทรวงเกษตรฯหันกลับไปอ่าน ภารกิจที่หน่วยงานของแต่ละกรมที่ตนเองรับผิดชอบว่า ท่านๆ ทำหน้าที่อะไร แล้วกลับไปถามตนเองว่าทำหน้าที่ของตนเอง ดีพอหรือยัง กับคำว่า “ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”หากจะคิดทำดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลจริง จงทำแต่วันนี้ ไม่ใช่แค่ปากพูดว่ารักพ่อ “จะน้อมนำทำตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง”โดยผ่านลำคอ แต่ไม่เคยกระทำจริง อย่างนี้อีกหลายร้อยปีเกษตรไทย ก็คงไม่พัฒนาตามที่พ่อหวัง ให้ลูกๆ ของพระองค์ท่าน เดินตามรอยพ่อเดินตามทางเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ลูก มีอยู่มีกิน ไม่อดอยาก

นายดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : ส่งเสริมการเกษตรไทยไม่ใช่แค่ปลูก‘ผักชี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241444

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

251598

เกษตรบูรณาการวันนี้ ว่าด้วยเรื่องของ “ผักชี” ที่ถือเป็นพืชหลักที่ท่านผู้นำกระทรวงเกษตรฯ อย่าง ท่าน ปลัดกระทรวงเกษตรฯที่เป็นผู้นำในภาคราชการ คิดว่าสังคมชอบจึงคิดส่งเสริมกันใหญ่ เรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อถูกซักถามและติดตามการทำงานอย่างหนักหน่วงในเรื่องของงานของกระทรวงเกษตรฯตามภาระหน้าที่ ว่าที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ กระทรวงเกษตรฯมีการแก้ปัญหาภาคการเกษตรอย่างไร ถึงไม่มีอะไรคืบหน้าเท่าที่ควรจะเป็น จากกระจอกข่าวประจำกระทรวงฯ จากระดับนโยบายและผู้บริหาร อย่างปลัดกระทรวงเกษตรฯ  “ธีรภัทร  ประยูรสิทธิ” เพราะวันนี้งานเหมือนว่าซอยเท้าอยู่กับที่ เพราะถามทุกที่ มีคำตอบว่ากำลังทำ…และกำลังเดินหน้าทำ

เมื่อถูกจี้ถามกันตรงๆ แทบทุกเรื่องจะมีคำตอบที่ให้กับกระจอกข่าวที่ต้องไปเล่าต่อให้สังคมฟังจากท่านผู้นำกระทรวงเกษตรฯ “ธีรภัทร” ว่า ผมเพิ่งมาทำงาน และกำลังจะเริ่มทำ กำลังทำ แต่สิ่งที่ได้เห็น ดูเหมือนว่า สิ่งที่ทำมันเป็นเพียงแค่ แก้หน้าไปวันๆ จนเป็น “วลี” เด็ดประจำว่าวันนี้ กระทรวงเกษตรฯ ทำไม ส่งเสริมแต่ปลูกผักชี เพราะมันไม่ตรงจุด แต่เรื่องนี้ ท่านปลัดกระเกษตรฯอย่าง “ธีรภัทร” กลับไม่ฉุกคิด และกลับดันสวนกลับ ว่าก็ชอบกันไม่ใช่รึปลูกผักชี วันนี้จึงชัดเจนว่า มิน่าล่ะ….ขอรับท่านมันเป็นอย่างนี้นี่เอง งานจึงแทบไม่เดินหน้า เพราะท่านมัวแต่คิดว่า การพัฒนาการเกษตรคือการต้องส่งเสริมปลูกผักชีอย่างนี้นี่เอง

มาอีกเรื่องที่ถูกซักถาม เมื่อจู่ๆ หลังการหัวหน้าส่วนราชการ ที่ต้องมีการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ ในวันพุธที่ 19  ตุลาคม ที่ผ่านมา จู่ๆท่านรัฐมนตรีก็ผุดไอเดีย ว่า จะเดินหน้าเสกให้เกิดแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ 7 หมื่นครัวเรือนทั่วประเทศให้ ได้ภายใน 100 วัน ที่ท่านรัฐมนตรี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ บอกตรงว่าจะทำทุกวิถีทาง และบอกว่า ตั้งใจมากที่สุดเพื่อน้อมนำแนวพระราชดำริ ให้เกิดผลจริงครบ 100 วันพระบรมศพ ตั้งเป้าให้พร้อมสานต่องานด้านเกษตรอย่างมากมายนำไปให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผ่านศูนย์เรียนรู้ฯ 882 อำเภอ วางโครงการให้เกษตรกรเสนอตามความต้องการต่อเนื่องจากฤดูแล้งปี’59-60 เพื่อช่วยเหลือปัจจัยการผลิตพืช ปศุสัตว์ ประมง ถึงฤดูแล้งหน้า 9,999 โครงการ ซึ่งเรื่องนี้ต้องบอกว่าหากทำได้จริง และตั้งใจจริง ถือว่า
เป็นสิ่งที่ดีที่จากนี้ไป อย่างน้อยท่านผู้นำกระทรวงเกษตรฯ ถือว่าคิดได้ และคิดจะน้อมนำแนวทางพระราชดำริ เกษตรทฤษฎีใหม่ แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ไปส่งเสริมอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชน ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ของพระองค์ท่าน ได้มีอยู่มีกิน ตามแนวทางที่พ่อหลวงของแผ่นดินวางแนวทางให้ลูกๆ ของพระองค์ท่าน

ราชดำเนิน