เกษตรบูรณาการ : ถึงเวลาหรือยังที่ต้องคิดอย่างคนปกติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240399

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

251598

ติดตามการทำงานของกระทรวงเกษตรฯ มาอย่างต่อเนื่อง ต้องบอกว่า หลายอย่างยังมืดมน และหลายอย่าง เริ่มจะมีทางสว่างในตัวเอง สินค้าเกษตรหลายตัว  โดยเฉพาะยางพาราของไทย แม้วันนี้ยังคงมีขบวนการที่จะนั่งทับที่ของใครบางคนที่ทำอะไรไว้กับเรื่องของยางพาราในสต๊อกอยู่ โดยไม่ยอมขยับจากกระทรวงไป ส่วนจริงเท็จแค่ไหน ก็ไปตามกันเอง เพราะทุกอย่างล้วนแล้วแต่จิตใต้สำนึก ความรับผิดชอบชั่วดีของแต่ละคน ว่าจะยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติ หรือพวกตน จนไม่รู้จักคำว่าพอเพียง แต่ที่แน่นอนที่สุดคือวันนี้ยังมียางในสต๊อกของใครบางคนที่ทำเอาไว้ ผลาญเงินที่ทาง กยท. ปัจจุบันต้องมานั่งรับผิดชอบในการจัดเก็บ เดือนละกว่า200 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ กยท. พยายามที่จะใช้ยางพาราในสต๊อกให้เร็วที่สุด เพื่อลดภาระให้เร็วที่สุด

สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสนั่งคุยกับนักวิจัยที่ทำงานเรื่องของยางพารา ตลอดระยะเวลาในการทำงานของข้าราชการคนหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า ถึง ณ เวลานี้ บอกได้เลยว่า มีผลการวิจัยที่ชัดเจนว่า ยางพาราของเราสามารถใช้ในการทำถนนที่ดีเลิศ และมีการรับรองมาตรฐานที่ชัดเจน ขณะเดียวกันส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ก็กำลังจะเดินหน้าหาทางรับรองด้วยแล็บของตนเองเสียด้วย เพราะที่ผ่านมา การทำถนนที่มาจากยางพารา มีการคัดค้านจากกลุ่มคนบางกลุ่ม และมีขบวนการที่พยายามที่จะไม่ให้มีการนำยางพาราไปใช้ในการทำถนนเสียด้วย  โดยให้เหตุผลต่างๆ นานา ว่า ผสมลำบาก

ความจริงมันคือ ถนนที่สร้างจากยางพารา มีให้เห็นชัดเจน เป็นตัวอย่างในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา สร้างมากว่า 10 ปี วันนี้ยังใช้ได้ปกติ วันนี้มีข้อมูลชัดเจนว่า การสร้างถนนจากยางพารา 1 กิโลเมตร ใช้ยางแห้ง ประมาณ 3.3 ตัน ขนาดถนนกว้าง11 เมตร นั้นคือ ถนนในชนบททั่วไปโดยถนนที่ลาดยางหนากว่า 5.5 เชนติเมตร ว่ากันอย่างนั้น วันนี้ถนนที่บางหน่วยงานรับผิดชอบเขาต้องสร้าง กว่าปีละไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นกิโลเมตร ไปดูกันเองว่าใช้ยางปีละเท่าไหร่ กว่ายางที่ยังเป็นปัญหาเรื่องราคา จะยังเป็นปัญหาต่อไปหรือไม่ นั้นไม่รวมที่จะต้องแปรรูปอย่างอื่น ที่สามารถสร้างมูลค่าได้ หากคิดอย่างคนปกติ ยางพาราไทยน่าจะถึงทางรอดหากมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯคิดอย่างคนธรรมดา เพียงแต่วันนี้ ไม่ธรรมดา

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : งานผู้มาใหม่ ต้องเตรียมใจรับสถานการณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239253

251598

วันจันทร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เกษตรบูุรณาการฉบับนี้ต้องขอแสดงความยินดีกับอธิบดีใหม่ถอดด้าม ที่เพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ในหลายกรม  และอธิบดีเก่าเก๋าเกม ที่สลับสับเปลี่ยนไปกรมอื่น เพื่อให้เกิดสีสันการเปลี่ยนแปลงตามคอนเซ็ปต์ของท่านรัฐมนตรีเกษตรฯ “พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ” ที่บอกว่า ไม่ดีก็เปลี่ยนได้ งานนี้ว่ากันว่า ล่าสุด ได้มีการแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 เรียบร้อย ครบถ้วน
กระบวนความ ทั้งตำแหน่งอธิบดี ไปจนถึงผู้ตรวจราชการ

และเพื่อให้เกิดความกระฉับกระเฉงในการทำงานของท่านผู้บริหารระดับ 10 ท่านรัฐมนตรียังอุตส่าห์ เว้นวรรคเอาไว้ 1 ตำแหน่ง ในส่วนผู้ตรวจราชการเสียด้วย นั้นหมายถึงหากมองในแง่ดี ท่านรองอธิบดีบางคน ที่อาจมีแววดี หรือได้รับการสนับสนุนจากท่านๆๆๆๆๆ… อาจเท้าบวมจากบุญหล่นทับ มานั่งเป็นผู้ตรวจราชการ ได้ในอีกไม่นานก็เป็นได้

มาว่ากันเรื่องแรก ที่ยังเป็นเรื่องร้อนกันอยู่คือ เรื่องของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือ ส.ป.ก. ที่ไล่ตามล้างตามเช็ด ยึดที่จากคนที่ไม่ใช่เกษตรกรคืน ซึ่งคุณพี่ “สรรเสริญ อัจจุตมานัส” ที่เกษียณอายุราชการไป และส่งไม้ให้กับ “สมปอง อินทร์ทอง” เลขาธิการ ส.ป.ก. คนใหม่ ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้วันนี้ท่านพี่ “สมปอง” จะบอกว่าหมู เพราะเป็นบ้านเก่า แต่เตือนเลยว่างานนี้ไม่หมู เพราะสัปดาห์แรก ทันทีที่รับไม้ต่อก็มาเจอตอกับปัญหาเรียกคืนที่ดินสนามกอล์ฟไมด้า จ.กาญจนบุรี งานนี้ต้องว่ากันยาวไป เพราะเรื่องนี้ มีเงื่อนงำหลายเรื่องที่แอบแฝง เพราะท่าน ส.ป.ก. กาญจนบุรีที่เข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้ไม่ใช่คนธรรมดา เพราะที่ผ่านมา เขาลั่นวาจาชัดเจนหากจะย้ายก็ย้ายได้เลย   เพราะเขาทำตามคำสั่ง “พระยานาค 1” เท่านั้น แต่ถ้าจะย้ายขอไปอยู่ที่ ส.ป.ก นครราชสีมาที่เดียว งานนี้  บอกตรงว่าถ้าเอาตามข้อตกลง  “ฮานาก้า” แน่นอน บอกเลยว่า ยาว เพราะเขาคนนี้อดีต คนที่ถือกระเป๋าให้ใครคนใดคนหนึ่งมาก่อน สมัยเป็นเลขาฯส.ป.ก. และก็…… มาแล้วใหญ่แค่ไหน บอกเลยว่า กล้าหักกับบ้านใหญ่เลยทีเดียว  โปรดติดตามตอนต่อไป….

เรื่องร้อนผ่านมา มาอีกเรื่องที่ประเทืองปัญญา กับปัญหาธรรมชาติ ที่ผู้ใหญ่กระทรวงเกษตรฯต้องคิดแก้ปัญหา ไม่แพ้กันนั้นคือ การช่วยเหลือเกษตรกรตามหน้าที่ของกระทรวงเกษตรฯที่ควรจะกระทำเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ เรื่องการช่วยเหลือเกษตรกรจากปัญหาน้ำท่วม ถึงขณะนี้แม้ท่านรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องบอกว่า เอาอยู่ แต่ท่วมพื้นที่การเกษตรเสียหายไปแล้ว 420,577 ไร่ และข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ของGistda ที่ระบุว่ายังมีนาข้าวที่ยังไม่เก็บเกี่ยว มีน้ำท่วม 450,000 ไร่ จึงคาดการณ์เบื้องต้นว่าพื้นที่เกษตรที่เสียหายคงรวมกันไม่เกิน 600,000 ไร่ เบื้องต้น มีแนวทางที่คิดแบบประเทืองปัญญากันว่า  ทางกระทรวงเกษตรฯจะเสนอมาตรการพิเศษช่วยชาวนา ไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ 1,148 บาท พืชสวน 1,690 บาท รายละไม่เกิน 30 ไร่ และจะสรุปตัวเลขเสียหายสิ้นเชิง ก่อนเสนอเข้า ครม.ต่อไป ยังไง ก็คงต้องรอต่อไปครับเกษตรกรไทย เอาใจช่วยจริงๆ อย่าช้าจ้าอย่าช้า ท่านรัฐมนตรี เกษตรกรเขารอ…..

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : หลง….จนลืม ความจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238167

วันจันทร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

251598

เรื่องที่มีการกล่าวขาน และถูกจับตามองเป็นพิเศษของสังคมในกระทรวงเกษตรฯ  ณ สัปดาห์ที่ผ่านมาคงหนีไม่พ้นเรื่องของ ข่าวการที่ท่านรัฐมนตรี คิดจะรังสรรค์สร้างกระทรวงเกษตรฯใหม่  โดยมีการปรับปรุงกระทรวงเกษตรฯ เสียใหม่ ด้วยการทุ่มงบประมาณ กว่า 30 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมด บอกเหตุผลว่าพื้นมันร้าว เลยทำให้คนในกระทรวงเกษตรฯ “ร้าวฉานกันเอง” อันเป็นการดำเนินการต่อเนื่องในเรื่องการสร้างถนนในกระทรวงเกษตรฯ และแถมด้วยการสร้างเสาธงราคา 2 ล้านบาท

มาอีกเรื่องที่กำลังจะเป็นปัญหาที่ควรต้องดู นั้นคือ เรื่องการนำเข้าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ ที่กระทรวงพาณิชย์อนุญาตให้นำเข้าอาหารสัตว์ที่กำลังจะเป็นเผือกร้อนมายังกระทรวงเกษตรฯ โดยเฉพาะข้าวที่เกี่ยวข้องโดยตรง ว่ากันว่า มีการอนุญาตให้นำเข้ารำแป้งสาลี ด้วยไม่รู้มายังไง นำเข้าจากประเทศอาเซียนเสียด้วย นั้นไม่รวมถึงข้าวโพด และอื่นๆ ที่เป็นอาหารสัตว์ ระวัง… หากไม่แก้วันนี้ ระวังกระทบต่อราคาข้าวในประเทศไทย จะดิ่งเหว เพราะตอนนี้ ทั้งข้าวโพด มันสำปะหลัง กระทบไปแล้ว

มาถึงเรื่องสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาปัจจุบันกันบ้าง โดยขณะนี้กรมชลประทานชี้แจงว่า ยังคงระบายน้ำตอนบนลงสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด เพื่อรองรับปริมาณฝนตกหนักในพื้นที่ภาคกลาง ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(สสนก.)ได้คาดการณ์ไว้ว่า ในช่วงวันที่ 28 ก.ย. -2 ต.ค. 2559 ที่ผ่านมา ความกดอากาศต่ำจะเคลื่อนตัวขึ้นไปบริเวณภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ทำให้เกิดฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด (29 ก.ย. 2559) มีปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 1,998 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำด้านท้ายเจ้าพระยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมอีกประมาณ 50-70 เซนติเมตร

สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตามที่กรมชลประทาน ได้ประเมินว่ามีโอกาสที่เขื่อนจะมีปริมาณน้ำเต็มอ่างฯได้ ในวันที่ 8 ต.ค. 2559 นั้น จำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำออกจากเขื่อน เพื่อให้มีพื้นที่รองรับปริมาณน้ำจากฝนที่จะตกลงมาอีก โดยจะปรับเพิ่มการระบายจากเดิมวันละ 20.75 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบัน (29 ก.ย. 2559)มีการระบายน้ำวันละ 32 ล้านลูกบาศก์เมตร และจะทยอยเพิ่มเป็น 40 ล้านลูกบาศก์เมตร ภายในวันนี้ ซึ่งปริมาณน้ำจะไหลมารวมกับปริมาณน้ำที่มาจากคลองชัยนาท-ป่าสัก บริเวณเหนือเขื่อนพระรามหก กรมชลประทานจะควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านเขื่อนพระรามหกไม่เกิน 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที วันที่ 29 ก.ย. 2559 มีน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหก 433 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสัก ตั้งแต่ด้านท้ายเขื่อนพระรามหกลงมาไปจนถึงจุดบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1-1.50 เมตร

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมชลประทาน ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี และสุพรรณบุรี รวมถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำป่าสัก นอกคันกั้นน้ำให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำเอ่อล้นตลิ่งและเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อไปแล้ว

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : ผลงานประจำล้วนๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237039

251598

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เกษตรบูรณรการ วันนี้มาตามติดเรื่องผลงานกระทรวงเกษตรฯ สมัยท่านรัฐมนตรี  “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” จากการทำงานมากว่าเกือบปี ถึงวันนี้ก็มีอะไรโผล่ให้เห็น ความชัดเจนมากขึ้น จากเดิมที่ผลโพลล์รั้งท้าย ซึ่งงานนี้มีทั้งเรื่องดีๆ ออกมาให้เห็น อย่างเช่น ส.ป.ก. เรื่องการสะสางที่ เพราะแว่วว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ ก็มีขบวนการที่ทั้งกดทั้งดัน เพราะว่ามันมีขบวนการกลั่นกรองแอบแฝงในพวงมะม่วงของการตรวจสอบว่ากันว่า ไม่ปล่อยไปตามธรรมชาติ

นั่นหมายความถึงว่าอาจจะเลือกจิ้ม แต่สุดท้ายก็มีความพยายามจนได้ที่จะให้ใช้ ม.44 หวดไม่เลือกหน้า เลยได้ที่คืนมา และเป็นผลงานของท่านรัฐมนตรีมาจนถึงทุกวันนี้นั้นเอง ซึ่งจากนี้ไป ต้องดูว่าขบวนการจัดการจะดีแค่ไหน เพราะบางพื้นที่ คงต้องนำไปพัฒนาให้เกิดมรรคเกิดผล อันเนื่องจากบางพื้นที่ ไม่เหมาะทำการเกษตรฯ แต่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวส่วนจะเปิดให้เช่าเพื่อหาเงินเข้ารัฐ และบางพื้นที่อาจเหมาะกับการทำการเกษตรนั้นคงเป็นเรื่องที่หน่วยงานรับผิดชอบจะสะสาง คงต้องวัดกันที่มันสมองของคนทำงานต่อไป

ส่วนอีกเรื่องที่สังคมยังคงรอ คงหนีไม่พ้นการเร่งรัดกับการรับมือปัญหาราคาสินค้าเกษตร ที่กำลังออกมาทั้งยางพารา ข้าว มันสำปะหลัง  ข้าวโพด วันนี้ราคายังดิ่งกันนะขอรับเพียงแต่ ภาวะอย่างนี้ เกษตรกรยังออกมาร้องมากไม่ได้ เพราะอะไร ก็คงพอทราบแต่ที่รู้ๆ เขาเดือดร้อนจริง ยังไงมองให้ลึก หากเข้าใจจริง ที่มีใครบางคนในกลุ่มท่านรัฐมนตรีอ้างกับกระจอกข่าวว่าคนข้างกายท่านรัฐมนตรี เป็นระดับหัวกะทิ ในกองทัพ และ “อับดุล” รู้ทุกเรื่องก็น่าจะพอรู้ว่า อะไรเป็นอะไร และน่าจะเป็นตัวแก้ปัญหามากกว่าเป็นตัวสร้างปัญหา เผื่อเป็นผลงานได้บ้างนะขอรับ

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : สางต่อให้จริงต้องอิงผลประโยชน์ชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235893

251598

วันจันทร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ตีตื้นเรื่องผลงานขึ้นมาไม่น้อย ของกระทรวงเกษตรฯ กับอันดับต้นๆในตำแหน่งของรัฐมนตรีโลกลืม ถึงวันนี้เริ่มมีคนรู้จักมากขึ้นจากเรื่องการเดินหน้าทวงคืนพื้นที่ของเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  หรือ ส.ป.ก. ของ “สรรเสริญ อัจจุตมานัส” ที่ต้องการทิ้งทวนก่อนเกษียณอายุราชการในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แม้ที่ผ่านมา ต้องบอกว่ากว่าจะใช้ ม.44 เดินหน้าสางปัญหาได้ เบื้องหลังมันชั่งปวดใจไม่น้อยกับอุปสรรคที่ซ่อนไว้ที่ต้องเก็บไว้และให้เงียบไปกับการอำลาในการเกษียณอายุราชการของเขาเอง

ถึงวันนี้ต้องบอกว่า การเดินหน้าการแก้ปัญหาที่ดิน คงเป็นเรื่องใหญ่ของผู้มาใหม่ ที่ต้องรับไม้ต่ออย่าง “สมปอง อินทร์ทอง” ที่ถือเป็นลูกหม้อ ส.ป.ก.   ที่ต้องรับช่วงต่อ งานนี้ไม่ธรรมดา เพราะที่ผ่านมา “สรรเสริญ” ทิ้งท้ายผลงานที่เป็นงานโชว์ให้กระทรวงเกษตรฯ เป็นผลงานให้รัฐมนตรียิ้มกริ่มไม่น้อย เพราะเหตุว่าสามารถทวงคืนที่ดินส.ป.ก.จากผู้ถือครองโดยผิดกฎหมายได้มากว่าแสนไร่ พร้อมเดินหน้าเรียกคืนที่ใช้ม.44 รอบสองยึดที่ ส.ป.ก.4-01 ซื้อขายเปลี่ยนมือทำผิดวัตถุประสงค์ อีก 1 แสนกว่าไร่ส่วนใครจะโดนลอต 2 และลอต 3 ต้องไปว่ากันอีกที และที่แน่ๆ ท่าน “สมปอง” คนนี้ก็ไม่ธรรมดา ต้องบอกให้รู้ว่า เขาเคยนั่งในตำแหน่ง ส.ป.ก. นครราชสีมามาก่อน และน่าจะมี…… ต้องติดตาม

มาอีกเรื่องที่แว่วว่า เป็นเรื่องที่ทำให้ท่านนายกรัฐมนตรีหงุดหงิดไม่น้อย กับเรื่องการสะสางปัญหาเรื่องของสินค้าเกษตร  เพราะวันนี้คนดูแลเรื่องนี้ชักจะทำงานไม่เข้าตา…แต่บางเรื่องก็ยังมีทางออก  โดยเฉพาะเรื่องยาง ที่หมักหมมมายาวนาน….แต่กรรมยังตามไม่ทันเสียที  เพราะยางที่ผลาญงบไปมหาศาลยังคงเก็บในสต๊อกของรัฐบาล ผลาญงบในการจัดเก็บในโกดังกว่าเดือนละ 200 ล้านบาท ไปเฉยๆ ซ้ำร้ายยังคงเป็นประเด็นที่ทำให้พ่อค้าหัวใส บีบราคาอ้างสต๊อกยังมี ว่ากันว่าเรื่องนี้หากเอาจริงเอาจังในการสางปัญหาน่าจะมีทางออก เมื่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เสนอทางออกด้วยโครงการสร้างถนนยางพาราพอลิเมอร์ดินซีเมนต์ นวัตกรรมงานวิจัยสร้างถนนด้วยยางพาราว่ากันว่าถนนความยาว 1 กิโลเมตร สามารถใช้น้ำยางได้ถึง 10 ตัน หรือ 10,000 กิโลกรัม และพบว่ามีต้นทุนต่อตารางเมตรอยู่ที่ 240-280 บาท/ตารางเมตร ซึ่งหากนำมาเปรียบเทียบในเรื่องต้นทุนต่อตารางเมตรของถนนคอนกรีตที่ประเทศไทยนิยมใช้ในปัจจุบัน พบว่ามีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 800-850 บาท/ตารางเมตร โครงการนี้สิ่งสำคัญคือการสร้างมูลค่าของสินค้าการเกษตร และเป็นแหล่งสร้างรายได้หลักและการจ้างงานขนาดใหญ่ของประเทศเสียด้วยหากเอาจริง

สรุปกันง่ายๆ คือ วันนี้ มีการสร้างถนนที่สร้างที่ซ่อม ปีละกว่า 3  หมื่นกิโลเมตร หากคิดเป็น ลองคิดเลขเล่นๆ กันดู 10 ตันทำถนน 1 กิโลเมตร ยางที่อยู่ในสต๊อก ค้างเติ่งอยู่ ที่ต้องเสียค่าเก็บมันเดือนละ 200 ล้านบาท ควรจะทำอย่างไงต้องคิด และที่สำคัญไปกว่านั้น ถูกกว่าเห็นๆ จากใช้คอนกรีตปกติตารางเมตรละกว่า 500 บาท ลองดูว่ามหาศาลขนาดไหนในการลดงบประมาณของรัฐ และใครได้ผลประโยชน์หากคิดถึงผลประโยชน์ประเทศชาติจริง ในเร็วๆนี้ก็น่าจะเห็นถนนจาก “โครงการสร้างถนนยางพาราพอลิเมอร์ดินซีเมนต์”

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : เตรียมพร้อมเดินหน้า … แค่ไหน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/234796

วันจันทร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

251598

ต้องจับตามองเป็นพิเศษและมาลุ้นกันอีกสัปดาห์ว่า ท่านรัฐมนตรีจะเสนอรายชื่อการแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการระดับ 10 กันอีกกี่ตำแหน่งในสัปดาห์นี้ว่ามีใครเป็นตัวเด่น ตัวรองกันบ้าง เพราะตัวหลักในส่วนของราชการระดับ 10 ที่จะต้องขึ้นไปนั่งในกรมมีอีก 2 ตำแหน่งที่ยังเหลือ โดยมีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร หรือ สศก. ซึ่ง สศก. คงชัดเจนว่าน่าจะเป็นผู้หญิง ส่วนกรมฝนหลวงฯ วันนี้มีลุ้น เพราะมีตัวเลือกถึง 3 ท่าน ต้องลุ้นกันต่อไป แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ตำแหน่งระดับ 10 มีกันแค่นี้ ยังมีในส่วนตำแหน่งระดับ 10 ที่เป็นผู้ตรวจราชการ อีกหลายตำแหน่ง แถมมีระดับ 10 ผู้ทรงคุณวุฒิ ของกรมชลประทานอีกด้วย งานนี้ต้องบอกว่า เตรียมขึ้นกันถ้วนหน้า

จากนี้ไปคงได้เห็นการจัดกระบวนทัพการทำงานกันใหม่ ภายใต้การคัดสรรของท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” ที่คัดคนจากเข่งเดิมๆ หาคนที่คาดว่าทำงานได้ว่า แม่นแค่ไหนในการเลือกคน เพราะที่ผ่านมาจากรายชื่อที่แต่งตั้งโยกย้ายที่เห็นต้องบอกว่า รัฐมนตรีคนนี้ค่อนข้างเอาจริงขึ้นมาแล้วสิ ต่อแต่นี้ไปคงได้เห็นการวัดใจกันที่ผลงานว่าใครจะได้ไปต่อ หรือไม่ถูกต่อเวลา ให้เดินต่อไป

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องบอกว่า ในการเดินสายของรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เข้าดูพื้นที่ ส.ป.ก. ที่ยึดคืนจากการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ณ ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี วันนี้ได้เห็นกระทรวงเกษตรฯ เขาเข้าไปปักป้าย ถวายแหวนร่วมกันทุกกรม ว่าจะขอทำงานร่วมกันแบบบูรณาการกันเต็มที่ว่างั้น  โดยจะจัดสรรให้กับเกษตรกรที่ขาดแคลน
ที่ทำกิน แบบแปลงรวมโดยกระทรวงเกษตรฯ จะนำเสนอ คทช. ให้พิจารณาจัดสรร กรมพัฒนาที่ดินจะเข้ามาปรับปรุงดินให้เหมาะสมมากขึ้น กรมชลประทานจะเข้ามาพัฒนาแหล่งน้ำ ฝายทดน้ำ ระบบกระจายน้ำ ขณะที่ กรมปศุสัตว์ได้เตรียมการส่งเสริมการเลี้ยงแพะเนื่องจากแพะยังมีความต้องการทั้งในประเทศและการส่งออกถึงปีละ 212,000 ตัว กรมส่งเสริมการเกษตรจะเข้ามาส่งเสริมการทำเกษตรผสมผสาน เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ระหว่างรอผลผลิต กรมส่งเสริมสหกรณ์จะเข้ามาส่งเสริมการจัดตั้งสหกรณ์งานนี้ ต้องดูกันยาวๆว่า จะประสบความสำเร็จแค่ไหน

แต่ที่แน่เท่าที่เห็นเด่นชัดคงไม่มีอะไรจะดีเท่า “เศรษฐกิจพอเพียง” คาถา ลาจน…ตามรอยพ่อคำคุ้นหูที่หลายคนอาจ
จะมองว่าคนที่ทำต้องเป็นคนจน ไม่มีรายได้ เป็นชาวสวน ชาวไร่ แต่เนื้อแท้ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ ความพอดี ทั้งภายในจิตใจและภายนอก ที่เป็นแก่นแท้ ที่กระทรวงเกษตรฯที่เป็นข้าราชการ ควร ตระหนัก น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาให้กับข้าราชการ กว่า 70,000 คนทั่วประเทศ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น การสร้างหนี้ของข้าราชการและนำส่งผ่าน ไปหนุนนำให้เกษตรกรที่กระทรวง มีแนวคิด ขยายผลปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปยังเกษตรกรทั่วประเทศ กว่า 1 แสนคน ที่ยังไม่ได้ศึกษาเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างจริงจัง ยังไงลองไปคิดกันดูนะเจ้าคะ อย่าทำงานบนแผ่นกระดาษ และเอาแต่พูดในห้องแอร์ เพราะแก่นแท้ ทางรอด คือ ความพอดี ทั้งภายในจิตใจและภายนอก ที่เป็นแก่นแท้

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : วัดกึ๋นผู้ตั้งวัดใจคนทำงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/233663

251598

วันจันทร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จบกันไป หลังจากที่รอลุ้นกันมานานหลายสัปดาห์ที่มีการดึงเรื่องกันมาระยะหนึ่งถึงเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายใหญ่ของกระทรวงเกษตรฯ ส่วนใครจะเท้าบวมจากบุญหล่นทับหรือใครจะร้องไห้ หรือใครจะตีปีก บอกกับชาวโลกว่า เห็นไหม ข้าเส้นใหญ่ทำอะไรไม่ได้หรอก ก็ต้องว่ากันไป แล้วแต่ความรับผิดชอบชั่วดีของแต่ละคน ว่าจากนี้ไปจะเดินนหน้ากันอย่างไรในการพัฒนาด้านการเกษตรให้เป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางนโยบายเอาไว้ ก็เท่านั้นเอง เพราะหากไม่มีอะไรดีขึ้นก็ต้องบอกเลยว่า เจ๊งทั้งบ่าวและนาย กันล่ะขอรับ

ก่อนที่จะมีรายชื่อเสนอการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ต้องบอกว่ามีการเล่นกำลังภายในกันพอสมควรหอบปากหอมคอ เพราะบางคน เกิดปัญหาคนใกล้ชิดเป็นพิษ กร่างจนเป็นเรื่อง จนเจ้านายต้องเด้งจากกรมหนึ่งแว่วว่าแรกๆ กระเด็นมาถึงกระทรวงเกษตรฯกันเลยทีเดียวแต่ยังดีที่นายเก่าดี เลยแค่โยกกรม เท่านั้น แต่ที่แน่ๆ ต้องรอจากนี้ไป ว่าจะยังมีอะไรขยับอีกหรือไม่เพราะแว่วว่า จะมีการประเมินเป็นขั้นๆ และมีอีกเรื่อง ที่ส่งผลยึกยักกันมาหลายสัปดาห์ ก็เนื่องมาจากกรมฝนหลวง และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ที่มีใครบางคน พยายามจะดันรวดเดียวให้รองอธิบดีขึ้นนั่งแท่นอธิบดี ไปให้จบ ในครั้งเดียว ซึ่งตามระเบียบตามกพ. เข้าใจว่ามันน่าจะมีปัญหา ซึ่งให้เป็นไปตามระเบียบของก.พ. ท่านรองนายกรัฐมนตรี “วิษณุ เครืองาม” จึงมีการท้วงติง และให้ ทางกระทรวงเกษตรฯ ไปทำตาม ระเบียบกพ.ยึดหลัก ว22 ในเรื่องการคัดเลือก ข้าราชการพลเรือนสามัญขึ้นแต่งตั้ง ให้ดำรง ตำแหน่งระดับ 8 ลงมา และระดับ 9 ระดับ 10 ระดับ 11 ที่มีการเวียนมายังกระทรวงทบวงกรม ไปแล้ว ตามหนังสือที่น ร.0708.1/ว22

โดยเนื้อหาคือ หน่วยงานจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณา  ที่สำคัญผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ในความสามารถ ที่เป็นประโยชน์ ด้วย ว่ากันว่างานนี้ ท่านรัฐตรี “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” ท่านสั่งการด่วนให้ ตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาพิจารณาคัดเลือก ในวันจันทร์นี้ คณะกรรมการคงสรุปว่าจะเอาใครนั่งหัวเรือในส่วนสศก.และกรมฝนหลวงฯ และคงเป็นไปตามคาด สุดท้ายคงหนีไม่พ้น คนในเข่งการเมืองเดิม และคงเป็นไปตามโผไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยน คือ สำนักงานเศรษฐกิจ หรือ สศก.เป็นผู้หญิงส่วน  กรมฝนหลวงไม่แน่ใจ….จ้า

ต้นสัปดาห์นี้ ต้องบอกว่า คงไม่ต้องรอลุ้นว่าใคร เป็นใครเพราะคงเดากันได้แต่ท่ีเดายากคือ จากนี้ไป งานของการพัฒนาการเกษตรภายใต้การคัดเลือกหัวเรือในการขับเคลื่อนว่าจะนำพา การพัฒนาด้านการเกษตรฯไปได้ดีแค่ไหน เพราะแว่วว่าถึงวันนี้ งานด้านการเกษตรฯ ที่ท่าน “สมคิด  จาตุศรีพิทักษ์” กำกับดูแล ไม่เดินตามแถวตามแนวที่ท่านดูแลและสั่งการตามที่บอก แต่กลับออกนอกเส้นทางตลอด จนมีปัญหาต่อการพัฒนาประเทศ เพราะท่าน “สมคิด” คิดเอาว่าทางรอดประเทศ ต้องพึ่งพากันเองในประเทศให้รอด โดยลดการนำเข้า ให้ได้มากที่สุด และเน้นผลิตขายให้คนในประเทศ เพราะลำพังจะพึ่งพาการส่งออกคงหวังได้น้อย ทางรอดคือลดการนำเข้า โดยส่งเสริมการปลูกพืชทดแทนการนำเข้า แต่กระทรวงเกษตรฯกับทำเรื่องแปลงใหญ่ให้เน้นส่งออก แว่วว่า ทางทหารจะเอากระทรวงเกษตรฯไปดูแล จนมีวลีหนึ่งจากปากท่านสมคิด “ว่าเรื่องนี้ ทหารต้องคุยกับทหารเอง ผมคงไม่ยุ่ง”งานนี้คงต้องรอดูจ้า ว่าจะหมู่หรือจ่า

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : จัดกระบวนทัพกันใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/232586

251598

วันจันทร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

หลังจากหลงทิศไปไกล กับการทำงานภายใต้การนำพาของรัฐมนตรีที่ชื่อ “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” และ ปลัดเกษตรฯ  “ธีรภัทร ประยูรสิทธิ”ที่ต้องบอกว่าแทบจะไม่ต่างกัน สัปดาห์นี้ต้องจับตามองกันอีกครั้งว่า ท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย” จะเลือกม้าใช้งานเป็นใครกันบ้างเพราะว่ากันว่า เรื่องนี้ถือเป็นหมากสุดท้าย ทั้งคนเลือกม้า และคนขี่ม้า ว่าจะนำพาม้าทั้งหมดเข้าเส้นชัยอย่างไร ให้งานของกระทรวงเกษตรฯ ขับเคลื่อนไปได้ตามเป้าประสงค์ ที่นายกรัฐมนตรี ที่ชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อยากให้เป็น

ครั้งนี้ว่ากันตรงๆ บอกกันซื่อๆ ก็คือ กระทรวงเกษตรฯ แทบจะต้องจัดกระบวนการทำงานของผู้นำเกษตรฯ ระดับหัวใหม่ เพราะว่ามีการเกษียณอายุราชการของข้าราชการระดับ 10 ครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของกระทรวงฯ ที่แทบไม่ต้องมีใครต้องเจ็บหนักเพราะว่ากันว่า ครานี มีผู้เฒ่าระดับ 10 ต้องหมดวาระลงจากการหมดอายุราชการ ถึง 13 ตำแหน่ง นั้นหมายถึงท่านรัฐมนตรีมีสิทธิ์เลือกม้าใช้งาน ครั้งเดียวถึง 13 ตำแหน่ง ซึ่งงานนี้บอกถึงกึ๋น รมว.เกษตรฯ ว่าท่านแม่นแค่ไหนในการคัดเลือก เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมาท่านย้ำนักย้ำหนาว่า ไม่พลาด เพราะเล็งม้างานมานาน และเก็บไว้ในใจมาตลอด คราวนี้ก็จะได้เห็นกัน และไม่แก้ตัวว่าพิมพ์ประวัติไม่ทัน ซึ่งคงเลี่ยงยาก หากการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาการเกษตรฯแผนใหม่ไม่เป็นตามเป้าประสงค์ ไม่มีอะไรดีขึ้น ว่าไม่ได้เกิดจากตนเองเพราะทุกอย่างท่านเลือกมากับมือ แถมยังมีข่าวแว่วๆ ว่าอาจนำพาไปสู่การปรับในหน่วยงานที่ไม่เข้าตาตามมาอีกหลายกรมเสียด้วย….คงได้เห็นกันว่าการจัดกระบวนทัพใหม่ จะมีผลงานอะไรใหม่ มาขับเคลื่อนให้ประชาชนรู้จักรัฐมนตรี ที่ชื่อ “ฉัตรชัย” มากขึ้นมาลุ้นไปด้วยกันสัปดาห์นี้

มาอีกเรื่องที่เป็นงานโชว์  มีเรื่องเล่าว่า สัปดาห์นี้ท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย”จะนำเสนอผลงานเล็กๆ ของกระทรวงฯซึ่งเป็นตัวอย่างและอาจนำไปสู่การจัดกระบวนการจัดทัพใหม่ของการผลิตสินค้าเกษตร ให้นายกรัฐมนตรีได้เห็นเป็นตัวอย่างบางตอนนั้นคือ เรื่องของตัวอย่างแปลงใหญ่ของกระทรวงเกษตรฯ ที่กำลังมุ่งหน้าขับเคลื่อนอย่างจริงจัง ในเบื้องแรกว่ากันว่า มีทั้งเรื่องแปลงใหญ่ข้าว มันสำปะหลังแบบน้ำหยด ที่ไม่ใช่จะปลูกเฉพาะมัน ให้มันเล่นเป็นช่วงๆ เพราะราคาขึ้นลง ตกต่ำ แต่มันคือการจัดกระบวนการผลิตที่เป็นระบบ ตั้งแต่เริ่มต้นที่มีผู้จัดการแปลงเข้าไปดูแลชัดเจน และกรมต่างๆ ก็จะเข้าไปหนุนนำส่งเสริมรวมทั้งวางแผนการตลาดสร้างรายให้เกษตรกรได้อย่างยั่งยืน โดยแปลงใหญ่ จะเน้นรวมเกษตรกรรายย่อย ที่ต่างคนต่างทำแล้วย่อยยับในอดีตที่มีปัญหาราคาสินค้าเกษตรกรตกต่ำ ให้หันมารวมกันผลิต ในลักษณะรวมกลุ่มร่วมคิดร่วมสร้างร่วมวางแผน แถมยังมีการปรับเปลี่ยน ปลูกพืชอื่นเสริมตามความเหมาะสม เพื่อสร้างรายได้ ระยะสั้นก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิตทั้งหมด นั้นหมายถึงจะมีทั้ง ด้านปศุสัตว์ ด้านประมง ด้านพืช

งานนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี คงได้เห็นว่ากระทรวงเกษตรฯ เขามีทางออกกับปัญหาภาคเกษตรแค่ไหน และที่สำคัญยังแว่วว่า เรื่องนี้ท่านรัฐมนตรี  “ฉัตรชัย” จริงจังมากมายที่จะขับเคลื่อนเรื่องแปลงใหญ่ ให้เห็นเป็นผลงานให้ได้ เพราะคนที่ขับเคลื่อนเรื่องแปลงใหญ่ ที่กำลังจะเกษียณท่าน “ฉัตรชัย” แอบชักชวนมานั่ง เป็นรมช.เกษตรฯ เสียด้วย หากเป็นจริงดังนั้นจากนี้ไปคงได้เห็นท่าน “โอฬาร พิทักษ์” เดินเท้าบวมเพราะบุญหล่นทับแน่ๆ ยังไงหากจริงใจแก้ปัญหา ขอให้เดินหน้า เกษตรกรจะได้ลืมตาอ้าปากได้เสียที ไม่ใช่อ้าปากตาค้างเพราะเครียดจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำเพราะยิ่งทำยิ่งจนเหมือนที่ผ่านมา นะขอรับ

‘ราชดำเนิน’

เกษตรบูรณาการ : เขาบอกว่า มันเป็นเรื่องเดิมๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/231467

251598

วันจันทร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ต้องบอกว่าเรื่องที่มาแรงในต้นสัปดาห์นี้ที่สังคมกระทรวงเกษตรฯจับตามองเป็นพิเศษ คงหนีไม่พ้น อังคารนี้จะมีการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งใหญ่ของกระทรวงเกษตรฯ ที่มีการเกษียณอายุราชการ ในครั้งเดียวของข้าราชการระดับ 10 กว่า 13 ตำแหน่ง ซึ่งถือว่าเป็นเลขลัคกี้นัมเบอร์ ส่วนจะเป็นใครไปนั่งตรงไหน วันนี้ต้องบอกว่าที่ผ่านมาคงมีรายชื่อแพลมให้เห็นไปแล้วบางส่วน ส่วนใครจะลุ้นใครไปนั่งตรงไหน ก็ว่ากันไป

แต่ที่แน่ๆ งานนี้ว่ากันว่า มีตำแหน่งที่ว่างลงไป ในส่วนอธิบดีกรมต่างๆ กว่า 5 ตำแหน่ง ซึ่งก็มีกรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมชลประทาน และหน่วยงานสุดท้ายคือ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร หรือส.ป.ก. และแถมอาจมีพ่วงท้ายอีก คือ กรมพัฒนาที่ดิน  และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร  อันเกิดจากเรื่องบางเรื่องที่ส่งผลให้เขาเหล่านั้นไม่ได้ไปต่อ

มาว่าตัวอย่างบางตอนแต่ละกรมที่เกษียณอายุราชการไป ล้วนเป็นกรมที่สำคัญ แต่คนที่ไปทำงานจากนี้ไปต้องดูว่ามันสำคัญแค่ไหน มาเริ่มจากกรมฝนหลวงฯ กรมนี้อธิบดีเกษียณอายุราชการลงเช่นกัน ว่ากันว่ากรมนี้ ที่ผ่านมา เงียบๆ แต่คนวงในบอกว่าไม่เงียบนะขอรับ มีหลายเรื่องที่แฝงไว้ ให้จับตามองเพราะกรมนี้งบประมาณที่ใช้ในภารกิจฝนหลวงมหาศาลไม่น้อย  โดยเฉพาะเรื่องของการซ่อมเครื่องบิน จัดซื้อเครื่องบิน  และสารฝนหลวง

มาอีกกรมคือกรมปศุสัตว์ ถึงวันนี้ ต้องบอกว่า เป็นอีกแหล่งที่น่าจับตามองเช่นกัน เพราะกรมนี้ดูด่านกักกันสินค้าด่านตัวสัตว์ ว่ากันว่าที่ผ่านมาสร้างรายได้ให้ใครบางคนเป็นกอบเป็นกำเพียงแต่กรรมยังตามไม่ทันก็เท่านั้น ส่วนใครเป็นใครในขบวนการ คงต้องตรวจสอบกันไป แต่ที่แน่ๆ ต้องบอกว่าอีกยาว ซึ่งงานนี้ การเลือกใครไปต้องดูให้ชัดเจนเช่นกัน ตามมาอีกกรม คือหน่วยงาน ส.ป.ก.งานนี้ต้องบอกว่า การเลือกคนทำงานหากว่ากันไปถือเป็นอีกหน่วยงานหนึ่ง ที่รัฐมนตรีฉัตรชัยต้องคิดให้ลึกเพราะเรื่อง ส.ป.ก. หากไม่ดีจริงและทำงานจริงจัง คงยากที่จะสางต่อได้ ที่สำคัญเผลอๆ นอกจากสางงานต่อไม่ได้อาจเข้ามากลบขี้ของตนเองที่เคยทำเอาไว้ แต่ปางก่อนอาจเป็นได้…ต้องระวัง เอาพอหอมปากหอมคอ เรื่องการโยกย้าย

มาเรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องน่าเศร้าของผู้ปกครอง ต้องพูดอย่างงั้นจริงๆ เมื่อกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ระบุถึงการสุ่มตรวจคุณภาพนมโรงเรียนปี’59 พบว่าต่ำกว่ามาตรฐาน ร้อยละ 8.5  แต่ปลัดกระทรวงเกษตรฯ “ธีรภัทร ประยูรสิทธิ” ในฐานะคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์มิลค์บอร์ด ดันมาบอกว่า เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ และเป็นเรื่องเก่าๆ เดิมๆ ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เก็บตัวอย่างสุ่มตรวจตั้งแต่ปี’55-58 แต่อนิจจา มันเป็นเรื่องใหม่ขอรับ วันถัดมา ปลัดฝนจึงอ้อมแอ้มบอกกำลังให้ตรวจสอบ ทำให้เห็นชัดเจนว่าที่ผ่านมาเรื่องนี้ “ลูบหน้าปะจมูก ไปวันๆ จริงๆ” จากนี้ไปถ้าคิดเป็นคงรู้นะครับว่า นมโรงเรียนใครจะกล้าเสี่ยงให้ลูกๆ กิน สาธุถ้าเป็นไปได้ อยากให้เจอกับลูกหลาน ผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงเกษตรฯจริงๆ มันจะได้รู้สึกเสียทีว่ามัน…….แค่ไหน

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : เทศกาลขับเคลื่อน !

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/230383

251598

วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สัปดาห์นี้ของกระทรวงเกษตรฯ ต้องบอกว่าเป็นอีกสัปดาห์ของการขับเคลื่อน ที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ ซึ่งช่วงนี้ถือเป็นช่วงเทศกาลการขับเคลื่อนครั้งใหญ่ ทั้งระบบ ก็ว่าได้  โดยเรื่องแรกที่ชาวกระทรวงเกษตรฯ ถามกันหนาหูก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งใหญ่ของกระทรวงเกษตรฯ  เพราะงานนี้มีการเกษียณอายุราชการกว่า 11 ตำแหน่ง แว่วว่า ท่านๆ ผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรฯ บอกว่าจะเสนอ  ครม. ในสัปดาห์นี้ ส่วนจะเอาอย่างไร หรือจะเข้าครม. จริงหรือไม่ ต้องรอดูในอังคารนี้ ที่สำคัญงานนี้ ยังแว่วว่า บางกรมมีผู้บริหารถูกเรื่องร้องเรียนบางเรื่อง ไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี และอาจมีสิทธิ์โดนโยกก่อนเพื่อนไปนั่งในตำแหน่งพิเศษแถวทำเนียบก่อนใคร ซึ่งหากเป็นดังนั้น ต้องบอกว่าฟ้ามีตาจริงๆ…สาธุ

จากนี้ไปคงต้องรอดูอย่างใจจดใจจ่อของคนแต่ละกรมว่าจะมีนายใหม่เป็นใคร เพราะเรื่องของการทำงานจากนี้ไป คงขึ้นอยู่กับฝีมือคนคัดเลือกว่าจะเอาใคร มานั่งกุมบังเหียนแต่ละกรม ต้องฝากไว้ในมือของ  3 อรหันต์ กระทรวงเกษตรฯ จะเป็นผู้คัดเลือก ก่อนหน้านี้ มีข่าวลือสะพัดว่า ท่านรัฐมนตรี  “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” เป็นคนทำงานไวว่อง คล่องแคล่ว ฉับไว  หากไม่เป็นไปตามเป้าหมายก็จะมีการโยกย้ายหาคนเข้ามาทำงานเป็นมือไม้ ขับเคลื่อนให้งานเดินหน้า ร่ำลือมาว่าอย่างนั้น จึงได้เห็นช่วงแรกๆ ที่ท่านรัฐมนตรีเข้ามานั่งในกระทรวงเกษตรฯ ข้าราชการระดับหัวแทบทุกกรม ทำงานอย่างแข็งขัน และแล้วก็ไม่เป็นดังนั้น จึงเห็นการทำงานแบบอยู่อย่างไรก็อย่างนั้นไปวันๆ และเพิ่งมีการขยับอีกครั้งเมื่อเดือนที่ผ่านมา จนเป็นที่มาของกระทรวงลากเลื่อนขับเคลื่อนอะไรไม่ได้สักอย่างจนหลายครั้งนายกฯ ออกอาการหงุดหงิด  และเพิ่งเห็นชัดในช่วงเดือนที่ผ่านมาเพราะใกล้ถึงฤดูการโยกย้าย เอาอย่างไรกันหละคราวนี้ท่าน สังคมอยากเห็น เผื่องานกระทรวงเกษตรฯมันจะเดิน

มาว่าด้วย กรมสำคัญที่ถูกจับตามอง คงหนีไม่พ้น กรมหลัก  โดยเฉพาะกรมชลประทาน ที่ท่าน “สุเทพ น้อยไพโรจน์” อธิบดีคนปัจจุบันกำลังเกษียณอายุราชการลงไป ว่ากันว่า กรมนี้ เบื้องต้นมีคนที่ถูกคัดเลือกไว้สองคน  ซึ่งเป็นคนในทั้งคู่ ส่วนใครเป็นใครก็คงขึ้นอยู่กับกำลังภายใน หนุนหลัง  มาอีกกรมที่ถือเป็นกรมหลักอีกกรม ที่นักการเมืองสายเก่า เขาเอาเป็นที่ทำกินคือกรมส่งเสริมการเกษตรที่อธิบดีกำลังเกษียณลงเช่นกัน กรมนี้ ถือเป็นกรมใหญ่กรมหนึ่งว่ากันว่า มีระดับรองอธิบดีคนหนึ่งพยายาม วิ่งเต้น ให้ตนเองขึ้นมานั่ง ซึ่งงานนี้ต้องชิงกับคนในกระทรวง ที่นั่งหน้าเหลี่ยม ฟอกตัวมาหลายปี บี้กันมาติดๆ ส่วนอีกกรม ที่เป็นกรมที่สร้างเงินมหาศาล ส่วนสร้างเงินอย่างไง ไปถามคนในกรมคือกรมปศุสัตว์กันเอง ซึ่งกรมนี้กำลังมีอธิบดีเกษียณ ว่ากันว่า ตอนนี้ มีความพยายาม คนบางคน จะขอย้ายกรมมานั่ง  แต่ก็มีผู้ตรวจราชการบางคนอยากกลับไปนั่งเช่นกัน และที่สำคัญทั้งสองคือ มาจากสายนักการเมืองเดิมกลุ่มเดียวกันเสียด้วย ต้องลองดูว่าเผลอๆ อาจเป็นตาอยู่จากไหนมานั่งแทนก็เป็นได้ ต้องรอผลจะเป็นอย่างไร เล่าหมดเดี๋ยวอดลุ้นกันพอดีจ้า

สุดท้ายสัปดาห์นี้มาว่าด้วยเรื่องของงาน ไม่ได้เรื่องว่ามันใกล้โยกย้ายหรือไม่แต่ที่แน่ๆ งานมันเริ่มมีให้เห็น เพราะบางคนเขาใกล้เกษียณเขายังเดินหน้าทำงานเต็มที่ โดยเฉพาะท่านอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร “โอฬาร พิทักษ์” วันนี้ได้เห็นการเดินหน้าเต็มที่ในการขับเคลื่อนส่งเสริมแปลงใหญ่ ซึ่งได้เห็นความชัดเจนส่วนอีกกรม คือ ส.ป.ก. ของ “สรรเสริญ อัจจุตมานัส” วันนี้ต้องบอกว่าเป็นข่าวดังติดกันมาหลายสัปดาห์ และพอให้กระทรวงได้เห็นผลงานของกระทรวง ต่อแต่นี้ไปคงต้องรอฝีมือคนใหม่ว่าจะมีฝีมือหรือไม่ในการสางต่อ ต้องรอดู แต่ที่สุดผลงานที่ได้เห็น หรือที่ไม่โผล่ออกมา…….

ราชดำเนิน