เกษตรบูรณาการ : ม้าตีนปลายออกเดินสายโชว์ของ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/229353

251598

วันจันทร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จากนี้ไปต้องจับตามองเป็นพิเศษว่า จะมีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่หรือไม่ กับการบริหารงานของรัฐบาล ภายหลังการลงประชามติในการรับร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา เพราะแว่วว่า หลังการลงประชามติ อาจมีการปรับเปลี่ยนบางประการกับท่านผู้นำแต่ละกระทรวง เพื่อให้เข้าที่เข้าทาง ซึ่งกระแสข่าวการปรับเปลี่ยนทุกครั้งก็แว่วกันว่า มักจะมีลามมาถึงในส่วนของการปรับกระบวนทัพของกระทรวงเกษตรฯ ไปด้วยทุกครั้ง จึงไม่ค่อยแปลกใจว่าครั้งนี้ ก็มีหลายกระแส พูดตรงกันว่า ที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ค่อยแฮปปี้กับผลงานของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งจากนี้ไปต้องรอดูว่าจะหมู่หรือจ่า

ที่แน่ๆ ต้องบอกว่า ช่วงนี้กระทรวงเกษตรฯมีการขยับการทำงานไปในทิศทางที่ดีขึ้น ถึงแม้ว่าหลายเรื่องจะเป็นเพียงการปาหี่ แต่ก็ถือว่ายังดีที่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน โดยเรื่องแรกที่เห็นกันชัดเจน  โดดเด่น คือเรื่องของการเดินสาย ปักป้าย ของ ส.ป.ก. ไล่ตามล้างตามเช็ดพวกนายทุนที่ครอบครองที่ดินส.ป.ก. เกินกว่า 500 ไร่ขึ้นไป แม้สังคมคลางแคลงใจในพฤติกรรมที่เลือกทำเลือกปักแบบปาหี่ เหมือนละครน้ำเน่าหลังข่าว กับงานโชว์ปักป้าย อันเกิดจากส่วนใหญ่เลือกปักป้ายล้วนเป็นพวก ที่ศาลตัดสินไปแล้วเป็นชาติ แต่พวกนายทุนยังคงดื้อด้านไม่ยอมออกจากพื้นที่ ไหนๆ ก็ไหนๆ ไปปักไล่ดีกว่าพวกเราจึงได้เห็นการปักป้ายงานโชว์ออกมา ตามนั้นหละขอรับเจ้านาย

ซึ่งต้องติดตามตอนต่อไปว่า รายใหญ่ที่เห็นชัดๆ ว่าเป็นของคนโน้นคนนี้ ที่ชาวบ้านบอกมา ว่าเป็นของใครบ้าง จากนี้ไปกระทรวงเกษตรฯที่อยู่ในยุคของท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัยสาริกัลยะ” เอาจริงแค่ไหน ยังไงเอาให้ชัดเจน ไหนๆ ก็ปักป้ายขอคืน พาสื่อไปดูหน่อยว่าแปลงไหน ที่เห็นชัดๆ จะได้เห็นว่าท่านเอาจริง ในยุคท่าน “ฉัตรชัย” ไม่ใช่ที่สิ้นสุดคดีแล้วแต่ไม่ยอมออกถึงไปปักไล่ ออกไป อย่าลืมสิตอนนี้สังคมอยากเห็นการใช้ ม.44 แก้ปัญหาในพื้นที่ ส.ป.ก. เอาให้ชัดว่าตรงไหน เพราะเห็นคุยนักคุยหนาว่า เรื่องนี้เข้าตานายกรัฐมนตรีและกระทรวงเกษตรฯ ถือเป็นงานชิ้นโบแดง แบบแทงตรงใจนายกรัฐมนตรีที่สุด จริงเท็จแค่ไหนต้องดูต่อไปจ้า

มาอีกเรื่อง คือ แปลงใหญ่ที่กระทรวงเกษตรฯ กำลังส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรฯแบบแปลงใหญ่ ซึ่งว่ากันว่าเป็นงานโชว์ของกระทรวงเกษตรฯ อีกเรื่อง ที่กระทรวงจะต้องขับเคลื่อนเดินหน้าสนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มการผลิตสินค้าชนิดเดียวกัน แบบแปลงใหญ่โดยมีการเอาเทคโนโลยี เข้ามาช่วย ซึ่งหวังลึกๆ ว่าจะช่วยลดต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรได้ เพราะปีนี้ 2559 ท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย” ได้เน้นหนักหนาว่าต้องเป็นปีแห่งการลดต้นทุนการผลิตอย่างน้อยต้องร้อยละ 20 ต้องมีให้เห็น ขณะเดียวกันก็ยังจะมีการจัดการด้านการส่งเสริมวางแผนด้านการตลาด เป็นระบบที่รองรับสินค้าเกษตรที่มีผลผลิตออกมาชัดเจน จึงเห็นการเดินสายของท่านรัฐมนตรีไปตรวจงานในหลายจังหวัดเพื่อดูเรื่องของแปลงใหญ่ เรื่องนี้ว่ากันว่า มีการร่วมแรงแข็งขันของทุกกรม ผ่านขบวนการรวมกลุ่มในรูปสหกรณ์ และสถาบันเกษตรกร ซึ่งจะมีผู้จัดการชัดเจนในแต่ละพื้นที่ตามความเหมาะสมที่เห็นชัดเจน ก็จะมีทั้งแปลงใหญ่เรื่องของการส่งเสริมการเลี้ยงโคนม การปลูกมันสำปะหลังระบบน้ำหยด การปลูกข้าว การเลี้ยงปลา การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แม้กระทั่งสับปะรดก็ยังมีให้เห็น ว่ามีการส่งเสริมเรื่องของแปลงใหญ่ ต้องปรบมือให้ว่ามาถูกทาง ยังไงของให้ต่อเนื่องและเอาจริง อย่าให้เขาว่าได้ว่าแค่งานโชว์ก่อนโค้งสุดท้ายของใครบางคน นะขอรับครับท่าน

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : ระวัง! ฟ้าผ่าหลังฝนตก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/228240

251598

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เกษตรบูรณการสัปดาห์นี้  ต้องบอกว่าเข้มข้นเข้ามาทุกทีกับการแก้ปัญหาภาคการเกษตร ของกระทรวงเกษตรฯที่มีหัวเรือใหญ่ทางการเมืองแบบทหาร อย่างท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” ที่พยายามเดินหน้าแก้ปัญหาภาคการเกษตรเต็มที่ ต้องบอกว่าช่วงนี้ท่านขยันเป็นพิเศษ ลงพื้นที่วันศุกร์สุดสัปดาห์ รัฐมนตรีถึงคราวลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จังหวัดราชบุรี โดยมีทั้งการติดตามการแก้ปัญที่ดินทำกินในเขต ส.ป.ก. เขต 3 ที่เป็นปัญหาในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี  ประจวบคีรีขันธ์ ทั้งการติดตามงานด้านการส่งเสริมการทำเกษตรแปลงใหญ่ในพื้นที่ อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ซึ่งงานนี้ต้องบอกว่าลูกขยันท่านไม่น้อยกว่าใคร ในโลกทีเดียว เพียงแต่อยากบอกว่า ผลงานที่ิิทำมากับการแก้ปัญหาภาคการเกษตร จริงแล้วมันไม่เข้าตาในเรื่องผลงานก็เท่านั้น

ว่ากันว่างานการแก้ปัญหาภาคการเกษตรมันต้องรู้ปัญหาที่แท้จริงและต้องเกาให้ถูกที่คัน อย่างเช่นแปลงใหญ่ วันนี้ถือว่าสอบผ่าน เกาถูกที่คันไม่น้อย ที่หนุนนำให้เกิดการรวมตัว รวมกลุ่มกันผลิตสินค้าแบบแปลงใหญ่ลงมือลงไม้รวมใจ ส่งเสริมเกษตรกร เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองด้านการตลาด ลดต้นทุน สร้างรายได้ให้เกษตรกรให้ยั่งยืน ซึ่งต้องชมกันอย่างจริงใจว่ามาถูกทาง ต้องสางต่อ อย่าตีปี๊บแล้วหยุด ต้องจริงจัง ต้องเกากันบ่อยๆให้หายคัน มันถึงจะยั่งยืน

ส่วนเรื่องที่สังคมยังคงติดใจ ไม่ถูกที่คัน มันก็คงหนีไม่พ้น ปัญหาการจัดการสะสางการถือครองที่ดิน ส.ป.ก. ของกลุ่มนายทุนกลุ่มผู้มีอิทธิพล ต้องบอกว่าถึง  ณ เวลานี้  ถามเด็กที่ไหน มันก็พอจะรู้ว่า เอาเข้าจริง ไม่มีที่ไหนบ่งบอกว่า จัดการผู้ถือครองที่ดินแปลงใหญ่ได้แม้แต่รายเดียว ทั้งที่มีข้อมูลชัดเจนโจ่งแจ้ง ว่า ผู้มีอิทธิพล มันคือใครที่บังอาจถือครองในพื้นที่ ส.ป.ก. ทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ แม้แต่นิดเดียว แต่อนิจจา วันนี้ ที่เห็นชัดเจนไม่มีแม้แต่รายเดียว ที่เจอและที่รัฐมนตรีไปปักป้ายมันก็แค่ เป็นพิธีการปักป้าย เอาเชิงสัญลักษณ์เอาเข้าจริงคนที่ถือครองในพื้นที่ คนก็รู้ หมูหมา กาไก่ มันก็เห็นว่าที่ตรงไหนของใครถือครอง สรุปว่า ม. 44 ที่ว่ากันว่าเป็นอาวุธ ห้ำหั่นคนผิด สุดท้ายหั่นใครไม่ได้แม้แต่รายเดียว ที่เห็นมันแค่เสียบป้ายตามศาลสั่งเท่านั้น อย่าลืมนะทำกันอย่างนี้ หมดยุคท่านแล้ว ปัญหา ส.ป.ก. ที่ดินส.ป.ก. ที่เป็นปัญหาจะหมดปัญหาไปทันที เพราะจากนี้ไป ท่านผู้มีอิทธิพลทั้งหลายแหล่เขาจะตีปี๊บ ประกาศบอกชาวโลกว่า ที่ดินฉันได้มาอย่างถูกต้อง เว่ากันซื่อๆ หากแก้ปัญหา แบบลูบหน้าปะจมูก มันเท่ากับเป็นการฟอกขาว ให้คนผิดไปด้วยจะเอายังไงล่ะคราวนี้ คิดให้ดีนะท่าน เดี๋ยวมันจะเสียของอุตส่าห์ใช้ม.44 แล้ว ต้องจบให้ลง อย่าให้ใครเขาว่าได้…. มันขัดใจจริงๆ

มาถึงวันนี้ ต้องบอกว่า ไม่ใช่จะโทษเฉพาะท่านรัฐมนตรี อย่างเดียวเพราะเรื่องนี้ คนที่เป็นรัฐมนตรี คนเดียวคงแก้ปัญหาอะไรไม่ได้มากนัก หากไม่ได้รับการหนุนนำจากราชการ ที่มีแกนนำสำคัญอย่างท่านปลัด ฝน “ธีรภัทร ประยูรสิทธิ” 10 เดือนที่ผ่านมา ต้องบอกว่า ในฐานะแฟนคลับตัวยงของท่านปลัดฝน สมัยที่ใส่ชุด เสือไฟ ลุยแก้ปัญหาป่าไม้ ต้องบอกว่า ถึง ณ เวลานี้บอกตรง ไม่ชอบฝนตกเพราะกลัวฟ้าผ่า ส่วนหมายความถึงอะไรไปเดากันเอง แต่ที่แน่ๆ ว่ากันว่าหากมีอะไรไม่ผิดพลาด แว่วว่ากลางเดือนสิงหาคมที่กำลังจะมาถึงนี้ ที่กระทรวงเกษตรฯอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ภายในกระทรวงเกษตรฯ….. ก็เป็นได้ ….งานนี้ ใครจะโดนบ้างต้องรอลุ้นกันเองนะท่าน ว่า ในส่วนที่โดนผ่า ที่แน่ๆ ยืนยันได้ว่า ไม่ใช่ตำแหน่งที่กำลังจะเกษียณแน่นอน… งงสิท่าใบ้ให้ก็ได้ พวกประเภทที่ทำงานไม่เข้าตา งาบไม่ลืมหูลืมตา เพราะแว่วว่า มีข้อมูลส่งไปแถวทำเนียบเสียแล้ว แถมท่านนายกฯพูดถึงมาหลายที แต่ไม่ขยับไปในทางที่ดีขึ้น ใครเป็นใคร รอติดตามตอนต่อไป

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : เหลือไว้ทำไม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/227138

251598

วันจันทร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

แม้มีข่าวต่อเนื่องกับการเร่งสะสางปัญหาที่ดินทำกิน ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร หรือ ส.ป.ก. ที่รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ในนามผู้นำรัฐบาล และ คสช. ประกาศใช้ ม.44 เอาจริงกับการเดินหน้าปักป้าย ยึดที่ ส.ป.ก. คืนจากนายทุนผู้ครอบครองที่ดิน เกินกว่า 500 ไร่ ที่มีการโชว์การปักป้ายกับพื้นที่คดีสิ้นสุดศาลฎีกาพิพากษาให้ออกจากที่ไปเหอะ มายาวนาน แต่พระสงฆ์…คนใหญ่คนโตที่ถือครองที่ดินในพื้นที่ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ยังไม่ยอมออก จนงานนี้ท่านรัฐมนตรี ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ จึงควงแขนข้าราชการ ใกล้เกษียณ อย่าง “คุณพี่ สรรเสริญ  อัจจุตมานัส” เลขาธิการ ส.ป.ก.ต้องถึงกับออกลีลาโชว์การปักป้ายขับไล่ด้วยตนเอง ผ่านสื่อกว่าเกือบร้อยชีวิต เป็นข่าวใหญ่โต เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ถึงวันนี้ ในหลายพื้นที่ เมื่อกระจอกข่าวลงไปแอบสัมภาษณ์ข้าราชการ ส.ป.ก. ในพื้นที่ต่างจังหวัด หลายแห่ง ยัง..งง กับระยะเวลาการปักป้าย เพราะบ้างก็บอกว่า ให้จบภายใน 129 วัน นับจากวันปักป้าย เมื่อเอกสารไปถึง บ้างก็บอกว่า วันที่ ครม. มีมติให้ใช้ม.44 เรื่องนี้ต้องบอกว่า งงเหมียนกัน กับคนทำงานข่าว ว่าท่าน รมว.เกษตรฯ จะเอาอย่างไรหนอ เพราะว่ากันว่าเรื่องนี้ แม้แต่เรื่องวัน การกำจัดปัญหาเรื่องที่ดินทำกินต้องสิ้นสุดเมื่อใด ยังงงกันไม่จบ

แต่งานนี้ ท่านพี่ “สรรเสริญ” ยังมีการปล่อยงานใหม่ ทิ้งทวน จะสับผู้ถือครองเพิ่มอีก ซึ่งเป็นส่วนที่ดินที่รัฐหรือ ส.ป.ก. ไปจัดสรรให้เกษตรกรแล้วมันดันไปตกในอุ้งมือนายทุนครอบครองเกิน 100 ไร่ ว่ากันว่า เบื้องต้น ส.ป.ก.ได้ตรวจสอบที่ดินในลักษณะดังกล่าวจากภาพถ่ายทางอากาศ ใน 66 จังหวัด ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน ทั้งหมด 26,000 แปลง เนื้อที่ 370,000 ไร่ พบว่า พื้นที่ที่คาดว่าจะผิดไปจากสภาพเดิม มี 11,800 แปลง ซึ่งมีหลักฐานเบื้องต้นเชื่อว่ามีการเปลี่ยนผู้ครอบครองและมีสิ่งปลูกสร้างเพิ่มขึ้น จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบย้อนกลับไปถึงนายทุนที่กว้านซื้อที่ดิน หากครอบครองเกิน 100 ไร่ ก็จะให้ใช้มาตรา 44 เข้าไปดำเนินการทันที สำคัญกว่านั้น ถ้าพบว่ามีการแบ่งซอยๆ หั่นๆ พื้นที่ก็จะจัดทำแผนที่เพื่อชี้เป้าพื้นที่ที่มีปัญหา และเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบแล้วตรวจสอบอีก ไปถึงต้นขั้วการเสียภาษีที่ดินด้วย โดยตั้งเป้าจะออกประกาศคำสั่งและแผนที่แนบท้ายกรณีนี้ ให้เสร็จสิ้นภายในกลางเดือนสิงหาคมนี้ด้วย ขยันจริงท่านพี่ ไม่ทราบว่า พี่จะขยันทิ้งทวนไปถึงไหน ลืมแล้วรึพี่  “สรร”….. อีกไม่กี่วันเก้าอี้เลขาฯส.ป.ก.นั้น มันมิใช่ของท่านพี่เสียแล้ว…..ชักอยากรู้เสียแล้วงานนี้ท่าน “ฉัตรชัย” วางใครรับไม้ต่อเพราะหากเป็นคนรู้เรื่องปัญหา ส.ป.ก. จริง คงสางต่อแบบไม่ยาก…..ยังไงเอาให้จบ….อย่าให้ว่าได้เหลือไว้ทำไม….

มาอีกเรื่อง คือเรื่องยาง ที่อยู่กันมานานแต่แทบสางปัญหาไม่ได้เลย ว่ากันว่า ครบ 1 ปี การยางแห่งประเทศไทยที่มีการจัดตั้งกันมา โดยจัดงานวันสถาปนา ภายใต้แนวคิด “1 ปี สรรค์สร้างความเป็น 1 ยางพาราไทย” ระหว่างวันที่ 14-15 กรกฎาคม 2559 ณ การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ และสังคมชาวยาง ก็คาดหวัง ท่านผู้นำอย่าง ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยที่ชื่อ “ธีธัช สุขสะอาด” วันนี้ต้องบอกว่าผิดหวัง แทนเพื่อนพ้องน้องพี่ชาวสวนยาง  เอากันตรงๆ เรื่องของยางที่ยังค้างสต๊อกกว่า 3 แสนตัน ที่ว่ากันว่า รัฐบาลจะซื้อยางใหญ่ไปใช้ในหน่วยงานรัฐ ทั้งราดถนน และใช้อย่างอื่น วันนี้ต้องบอกว่า หลังจากประโคมข่าว ปักป้าย ว่าเอาจริงกับการใช้ยางในหน่วยงานรัฐ หน่วยงานละเท่าโน้นเท่านี้ มีตัวเลข ที่ชัดเจน กันมาหลายเดือน วันนี้ ไม่มีวี่แววว่าถนนในสยามประเทศ  หรือกิจการใดในหน่วยงานรัฐ มีข่าวว่าเขา เอายางในสต๊อกไปใช้ ณ…ที่แห่งหนตำบลใดที่ชัดเจน ต้องถามอีกครั้งว่า เหลือไว้ทำไม เพราะถึงเพ-ลานี้ ยางที่ว่ามีอยู่ในสต๊อกกว่า 3 แสนตัน ผลาญงบประมาณประเทศ ที่ทั้งเช่าโกดัง ทั้งเรื่องการประกันภัย กว่าเดือนละ 200 ล้านบาท ที่สำคัญหากยังเอาไว้นานไม่มีการระบายมันจะส่งผลให้คุณภาพตกลง และตกลงเรื่อยๆ สุดท้ายเน่าตายซากในโกดัง แล้วจะเหลือไว้ทำไม ช่วยตอบที

‘หมิงเทียน’

เกษตรบูรณาการ : ดูเขาทำ…จริงหรือเปล่า…

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/226071

251598

วันจันทร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

หลังจากยึกยักมานาน กับการแก้ปัญหาที่ดินทำกินในส่วนการรับผิดชอบของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. ที่อยู่ในส่วนรับผิดชอบของท่านเลขาธิการ “สรรเสริญ อัจจุตมานัส” ซึ่งนั่งในตำแหน่งคนล่าสุดก่อนโบกมืออำลาจากตำแหน่งในอีกไม่กี่เดือน วันศุกร์ที่ผ่านมาก็ได้ฤกษ์ปักป้ายยึดคืนที่ดิน จากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งที่ครองที่ดิน ส.ป.ก. มายาวนาน ในพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่ว่ากันว่าเป็นของอดีตนายตำรวจคนหนึ่ง ที่ถือครองที่ดินเกินกว่า 5,000 ไร่ ว่ากันว่า 5,000 นิดๆ

งานนี้ท่านพี่ “สรรเสริญ” และท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” รมว.เกษตรฯ ลงทุนนำสื่อมวลชน และคณะข้าราชการ ลงทำการปักป้ายยิ่งใหญ่ให้เห็นภาพว่าฉันเอาจริง เอาจังกับเรื่องนี้ หวังเป็นผลงานชิ้นโบแดง ที่แทงใจดำนายทุน ที่ถูกยึดไม่น้อย เพราะอุตส่าห์ลากเรื่องครองที่ดินมายาวนาน แบบไม่อยากออกไปไหน ซึ่งเรื่องนี้ดูสายตาของทีมงานที่พาลุยปักป้ายดีใจสุดขีดว่า เป็นผลงานชิ้นโบแดง ที่ประกาศปักป้าย ยึดคืนได้ แต่หลายคน โดยเฉพาะคนที่ติดตามต้องบอกว่า ผิดหวัง เพราะที่ดินที่ปักป้ายเป็นที่แรก เอาเข้าจริง แทนที่จะเป็นการปักป้ายยึดขับไล่ให้ออกจากพื้นที่

มันเป็นพื้นที่ ที่ส.ป.ก. ฟ้องกันมายาวนาน จนมีคำพิพากษาในชั้นศาลฎีกาที่ถือเป็นอันสิ้นสุด แต่ท่านๆ เจ้าของที่ไม่ยอมออกเท่านั้นเอง ซึ่งเป็นหน้าที่กรมบังคับคดี ต้องทำงาน และว่าไป เมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นๆ ที่สังคมรับทราบ จ.นครราชสีมา สังคมทราบดี มันมีการถือครองจากกลุ่มผู้มีอิทธิพลบางกลุ่มที่ชัดเจนว่าค้าขายที่ส.ป.ก.มานาน ซึ่งมีทั้งคนใหญ่คนโต นักการเมือง คนมีสี เป็นลูกค้า ว่ากันไป แม้แต่เพื่อนรักของท่านเลขาฯ “สรรเสริญ” ยังเป็นลูกค้า วันนี้ยังลอยนวล และต้องบอกตรง ว่า ผิดหวังจากที่สังคมคาดหวังอยากเห็นไม่น้อยทีเดียว

เพราะไหนๆ คิดจะให้เห็นภาพการเอาจริงเอาจังกับการสางปัญหาที่ดิน ส.ป.ก.  มันควรจะเห็นภาพชัดว่า ตัวจริงที่เดินสายค้าขายที่ในจ.นครราชสีมา มายาวนาน มันคือใครเพราะสังคมรู้ดีว่าใครเป็นใคร บอกตรงวันนี้ เห็นแล้วอายและผิดหวังแทน เพราะไหนๆ ถึงขั้น เอาม.44 มาใช้เป็นไม้เด็ดมันควรจะเป็นพื้นที่ เห็นชัดๆ ที่เป็นโรงแรม รีสอร์ท ที่แปลงใหญ่ๆ ที่ยังไม่ฟ้อง ไม่ใช่รอให้จบคดี ที่กรมบังคับคดี เขาต้องทำหน้าที่เขา บังคับให้ออก ทำงานไป ไม่ใช่ ส.ป.ก. เอา ป้ายไปปักไล่ ในส่วนที่มันจบไปแล้ว

บอกตรง เสียเวลาแทน เพราะงานนี้เห็นชัดว่า กระทรวงเกษตรฯ เลือกเป้าเล็กเปิดโรงละคร แต่เป้าใหญ่กับเดินผ่านไป ให้คนในสังคม ที่เขารู้จริง ยิ้มมุมปากพร้อมนึกในใจว่ามัน….อะไรกัน จากนี้ไปต้องติดตามยาวๆ ว่าละครโรงนี้ ปาหี่หรือเอาจริง และอย่าแม้แต่คิดว่า จะเป็นผลงาน เพราะที่ผ่านมา บอกตรง มันคืองานที่ ส.ป.ก. ต้องสางปัญหา  แต่ไม่เคยเอาจริงเท่านั้น วันที่ทำงานจริงๆ จังๆ ขึ้นมา อย่ามาอ้างว่า ผลงาน “ฉันเอง” เดี๋ยวสังคมที่เขารู้จริง เขาจะเย้ย ว่า….ดูเขาทำ…..นี่..มันจริงหรือเปล่า….. ทำอะไรกัน…. ยังไงก็ต้องบอกว่าเอาใจช่วยนะขอรับ

มาอีกเรื่อง ที่ต้องบอกว่า จากนี้ไปต้องจับจ้องเป็นพิเศษอีกเรื่อง ที่คนในสังคมกระทรวงเกษตรฯไม่ควรพลาด เพราะช่วงนี้เป็นเทศกาล…แข่ง…ครับท่าน ที่ว่ากันว่า ตอนนี้ ในกระทรวงเกษตรฯ มีข่าวว่า มีขบวนการในการเตรียมพร้อมจัดทัพกันใหม่ เพราะอีกไม่กี่วัน คนที่นั่งทับเก้าอี้ ซี10 จะอำลา จากตำแหน่งที่ต้องเกษียณอายุราชการ อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 11 ตำแหน่ง ที่ใช่ว่าจะเอาใครมานั่งก็ได้เพราะคนที่จะมานั่งตำแหน่งระดับบริหารต่อไป มันต้องมีฝีมือระดับเทพ…. ถึงจะเอาอยู่ วันนี้จึงได้เห็น ใครหลายคนมีการเตรียมพร้อม เข้าแข่ง ทั้งกัดเซาะ ทั้งเลื่อยขา ทั้งวางยา หลายคนเดินสายไหว้พระ ไหว้เจ้ากันเลยทีเดียวงานนี้ต้องบอกว่า มีทั้งการครองแชมป์ และชิงแชมป์ ครับเพราะมันไม่ใช่ แทนที่เฉพาะตำแหน่งที่เกษียณ จากไปในเวลาอันควร

แต่มันเป็นเรื่องที่อาจจากไปในเวลาสมควรต้องไป หากอยู่ไปแล้วมันไม่มีอะไรดีขึ้นในยุคทหารครองเมือง ตามรูปแบบต้องไวต้องกล้า…..และที่สำคัญไปกว่านั้น มันก็ไม่ใช่เฉพาะ ระดับ 10 มันยาวไป  ระดับ 11 ด้วย….อย่าวางใจเงาดำๆ ของปลัดใหม่ เตรียมมาแล้วครับ และต้องประกาศอีกครั้งยังไง ขณะนี้ ตำแหน่งที่ท่านๆ นั่งทับอยู่ หากยังหลงระเริงว่า ฉันทำงานดีล่ะก็โปรดฟังอีกครั้ง เตรียมตัว เก็บขอย้ายบ้านได้เลย เพราะท่าน…..เตรียมมา นั่งในตำแหน่งของท่านแล้ว ….จ้า

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : เอาจริง….. แค่ไหน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/224941

วันจันทร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

251598

อังคารที่ผ่านมา ต้องขอปรบมือให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก.ที่มีหัวเรือชื่อ “สรรเสริญ อัจจุตมานัส” ผลักดันเอาจริงกับการสะสางปัญหาเรื่องที่ดินทำกินจนเห็นผลในเบื้องต้น ในการใช้ ม. 44 เข้าสะสางปัญหาที่เรื้อรังมากว่า 30 ปี ตามที่หวังเดินหน้าออกกฎหมายพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหาผู้ถือครองที่ดินของรัฐโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เสนอร่างคำสั่งให้รองนายกรัฐมนตรี “วิษณุ เครืองาม” พิจารณาร่างคำสั่ง แล้วเสนอ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพื่อลงนามคำสั่งให้มีผลบังคับใช้กฎหมาย

ใช้อำนาจตามความใน ม.44 แห่งรัฐธรรมนูญ ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 36/2559 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมายประกาศราชกิจจานุเบกษา เนื้อหาขยายบทบัญญัติตามคำสั่งดังกล่าว จะเป็นไปตามบทเฉพาะกาลของ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย พ.ศ. … ที่ได้มีการนำเสนอไปแล้ว โดยตัวร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว คณะกรรมการกฤษฎีกาจะได้มีการพิจารณาตรวจร่าง เพื่อนำเสนอตราเป็นกฎหมายใช้บังคับต่อไป

ทั้งหมดในเบื้องแรกจุดใหญ่ใจความจะเข้าดำเนินการกับพื้นที่ใน 3 กรณี คือ 1.พื้นที่ที่ไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่ตั้งแต่ 500 ไร่ขึ้นไป มี 25 จังหวัด จำนวน 422 แปลง เนื้อที่ประมาณ 426,300 ไร่  2.พื้นที่ที่จัดให้เกษตรกรแล้ว แต่ขายให้กับบุคคลอื่น เนื้อที่ตั้งแต่ 100 ไร่ขึ้นไป มี 2 จังหวัด 2 แปลง เนื้อที่รวม 488 ไร่ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนครราชสีมา และ 3.พื้นที่ที่มีคำสั่งพิพากษาถึงที่สุดให้ขับไล่ เนื้อที่ตั้งแต่ 500 ไร่ขึ้นไป ใน 3 จังหวัด คือ จังหวัดกระบี่ สุราษฎร์ธานี และนครราชสีมา จำนวน 5 แปลง เนื้อที่ 5,906 ไร่ ซึ่งทั้ง 3 กรณี
ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ 25 จังหวัด 429 แปลง เนื้อที่รวม 432,765ไร่

หลังจาก เงื้อง้าง ยึกๆ ยักๆ มานาน วันนี้ได้เห็นรัฐมนตรี  “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” ประกาศลั่น แข็งขัน เอาจริงเอาจังสั่งให้ทาง ส.ป.ก. สะสางให้จบใน 129 วัน และแว่วว่า ในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ ท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย” พร้อมด้วย เลขาฯ ส.ป.ก. “สรรเสริญ” จะลงพื้นที่ปักป้ายประกาศพื้นที่ให้ผู้ที่ถือครองโดยผิดกฎหมายมาแสดงสิทธิ์ คิกออฟ เป็นแห่งแรกที่ จ.ชัยภูมิ จากนี้ไปต้องรอดูว่า เอาจริง….แค่ไหนกับการสางปัญหาที่ว่ามา เพระเรื่องนี้ คุณพี่ “สรรเสริญ” บอกว่า จะเดินหน้าอาจริงเต็มสูบไว้ลายในฐานะ นักกฎหมาย มือหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเดินจากไปในตำแหน่งเลขาธิการส.ป.ก. อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพราะต้องเกษียณอายุราชการ ซึ่งงานนี้ขอบอกว่า ไม่ง่าย เพราะคู่กรณีส่วนใหญ่ มีทั้งนักการเมือง ระดับประเทศ  นักการเมืองท้องถิ่น และนายทุนผู้มีอิทธิพล ที่มีทั้งเงิน ทั้งอำนาจ  พอตัว แต่ยกแรกในการเดินเกมของรัฐบาลกับการสางปัญหาที่ดิน  แม้จะมาช้า แต่ก็ถือว่าสอบผ่าน

ว่าด้วยเรื่องการติดตามตรวจสอบการทำงานกระทรวงเกษตรฯในฐานะคนทำงานข่าว  วันนี้ต้องขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของคนข่าวที่มีคุณภาพคนหนึ่ง “ภูชนก รักไทย ผู้สื่อข่าว TNN24” ที่เคยทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับเพื่อนพ้องน้องพี่สื่อกระทรวงเกษตรฯในหลายเรื่อง โดยจากไปอย่างสงบ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และมีการตั้งศพสวดอภิธรรม ในวันที่ 7-12 กรกฎาคมนี้ เวลา 19.00 น. ศาลา 11 วัดเสมียนนารี ถนนประชาสงเคราะห์ และจะฌาปนกิจศพ 17.00 น. วันที่ 13 กรกฎาคม  2559 หลับให้สบาย ในฐานะคนข่าว แม้จะสูญเสียน้องชาย “ภูชนก รักไทย” พวกพี่ๆ ยืนยัน จะต้องทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งต่อไป ขอจงสู่สุคติ

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : จริงจังแค่ไหนกับการแก้ปัญหา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/223764

251598

วันจันทร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เกษตรบูรณาการสัปดาห์นี้เรื่องที่กระจอกข่าวจากกระทรวงเกษตรฯ สนใจเป็นพิเศษคงหนีไม่พ้น เรื่องวุ่นๆ ในสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. ที่ ท่านพี่ “สรรเสริญ อัจจุตมานัส”นั่งในตำแหน่ง เลขาธิการ ส.ป.ก. นั่นเอง เพราะที่ผ่านมาท่านพี่ “สรรเสริญ” ประกาศเอาจริงกับการ “สังคายนา” ปัญหาที่ดิน ที่อีนุงตุงนังกันมาหลายสมัย ไม่จบ แม้ที่ผ่านมาตามกฎหมายของส.ป.ก. จะห้าม เกษตรกรที่ได้ที่ไป ห้ามจำหน่ายจ่ายโอนเด็ดขาด ทำได้ต้องทายาทโดยธรรม แต่สิ่งที่ทำกันมันดันมีคนที่ได้ที่ส.ป.ก. แอบขายให้กับมนุษย์พันธุ์พิเศษ ที่งาบที่ดิน เป็นหลายร้อยไร่ ที่เรียกกันว่า “นายทุน” นั่นอง

มาวันนี้ หลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากเข้าปี 2559 จึงได้เห็นการขยับตัวของท่านพี่ “สรรเสริญ” ในฐานะมือกฎหมายประกาศเอาจริง กับการสางปัญหา โดยลงพื้นที่ถามไถ่ผู้เกี่ยวข้อง ว่าเห็นเป็นไฉน ถ้า “ฉันจะสางปัญหากันในคราเดียวแบบเปิดใจที่วังน้ำเขียว” และอาจจะนำวังน้ำเขียวเป็นโมเดลสางปัญหา และก็ สรุปว่า อาจจำเป็นต้องในม.44 ปฏิบัติการสายฟ้าแลบในยุคทหารครองเมือง เพราะมันมีทางเดียว ว่างั้น แถมอ้อน ท่านรัฐมนตรีเกษตรฯ “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” ว่าต้องสมัยท่านต้องทำนะขอรับ มิฉะนั้นคงลำบาก เพราะที่ผ่านมารัฐบาลการเมืองบอกตรง ข้าราชการลำบาก พร้อมกับวางแผนหมากแรกจะจัดการกับพวกนายทุนรายใหญ่ ม๊ากมาก คนละกว่า 500 ไร่ ว่ากันว่า มีมากกว่า 5 แสนไร่ แต่ไม่รู้มีอะไร “รึเป่า”ไปๆ มาๆ สรุปตัวเลขล่าสุดมันเหลือ 4 แสน ไร่นิดๆ จ้า แถมมีแนวโน้มว่าสิน้อยลงไปอีก

งานนี้ยังไม่พอ เหมือนโฆษณาขายของตอนดึกๆ เมื่อนำเสนอเรื่องเข้า ครม. ตามที่ท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย” แถลงไขว่า
มันต้องเปิดกว้าง ม๊ากมากให้คนเขาวิจารณ์กันทั้ง ครม.สรุปออกมา ให้ตราเป็นกฎหมาย ให้ชัดเจน ว่างั้น  โอ้พระสงฆ์บอกตรงเรื่องนี้ ต้องบอกว่าคงอีกนาน แต้ๆ ถึงจะจัดการ เรื่องที่ ส.ป.ก. ได้ แต่นั้น…. ยังไม่พอ หลังจากมีการจี้ติดเรื่องนี้เป็นพิเศษจากสังคม งานนี้จึงมีแนวทางว่า ส.ป.ก.จะหารือกับกฤษฎีกา เพื่อเสนอกฎหมายพิเศษเพื่อแก้ไขผู้ถือครองที่ดินของรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเนื้อหาสามารถใช้ได้ระยะยาวกับผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบไม่จำกัดขนาดที่ดิน และขอแยกในบทเฉพาะกาล มุ่งใช้กับนายทุนหรือผู้มีอธิพล รายใหญ่ถือครองเกิน 500 ไร่  จำเป็นต้องใช้กำลังจากหน่วยงานความมั่นคงในการเข้ายึดพื้นที่ จึงเห็นว่าเรื่องจำเป็นเร่งด่วนขอไปกำหนดเป็นคำสั่งมาตรา 44 ได้ทันทีโดยเสนอนายวิษณุ เครืองาม ในสัปดาห์นี้ เว้ยเฮ้ย ….

อ้าว….ต้องติดตามกันวันต่อวันว่า ยังไง เพราะหนังเรื่องนี้อีกยาว บอกตรง พวกเจ้าของรีสอร์ท  โรงแรม และพวกครองที่ส.ป.ก. สบายใจได้อีกนาน เชื่อ…เขา มันเคยเป็นมา ต้องดูจากนี้ไป เขา…..จริงจังแค่ไหน….แต่ที่สำคัญ สัปดาห์นี้ โปรดติดตาม เรื่อง ส.ป.ก. ในส่วนตรวจที่ดิน เวิลด์พีซวัลเล่ย์ ในส่วนล้ำที่ ส.ป.ก. กว่า 50 ไร่ เพราะว่า ท่านพี่ “ชำนาญ กลิ่นจันทร์” ส.ป.ก. จังหวัดนครราชสีมา บอกว่าจะเร่งประสานที่ดินปากช่อง ดูหลักระวางที่ดิน น.ส.3.ก หากไม่มีแจ้งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ ส.ป.ก. “เอาจริงขนาดนี้ น่าจะมานั่งในส.ป.ก. ได้แล้วน้อ เผื่ออะไร ในส.ป.ก. ดีขึ้น

มาอีกเรื่องที่เป็นผลอันสืบเนื่องจาก “ธรรมกาย” ที่มีคนอุ้มเงินพี่น้องชาว สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนไปบริจาค หวังจะขึ้นจานบินไปสู่สวรรค์ แต่มันดันถีบสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นลงนรก ปวดกระบาลมาหลายปี เพราะเงินหาย เบิกจ่ายไม่ได้ อันเกิดจากเงินหายเข้าวัด ไปอันเป็นเหตุให้คนแก่ ต้องมาทะเลาะกันตีกันหัวร้างข้างแตก ไปแล้วนั้น วันที่ 30  มิถุนายนที่ผ่านมา ว่ากันว่า สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น นำเงินกองทุนลูกศิษย์วัดธรรมกาย เปิดจ่ายหนี้คืนเป็นวันแรก 600 ล้านบาท หลังเข้าแผนฟื้นฟูกิจการต้นปี59 สมาชิกแห่รับเงิน จนเกิบ…ร้องเท้าสมาชิก เต็มหน้าทางเข้า สหกรณ์โดยกลุ่มเจ้าหนี้ไม่เกินรายละ 1 หมื่นบาท กว่า 1.3 หมื่นราย จะได้รับหนี้ครบก่อน

งานนี้คุณพี่ “พิเชษฐ์ วิริยะพาหะ” รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์แก้ไขปัญหาสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ได้เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ที่สหกรณ์ฯบอกว่า มันเป็นไปด้วยดี….แหมลูกหนี้จ่ายหนี้มันก็ดีสิคุณพี่ แต่หอบเงินคนอื่น หนีไปบริจาคสิมัน มันมิดี …..

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : สุดท้ายก็ ได้แต่หวัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/222599

251598

วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ลุ้นกันมานานกับการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ในส่วนของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. ที่จะใช้ ม.44 เข้าดำเนินการสางปมปัญหาเอาผิดกับนายทุนที่ฮุบที่จากเกษตรกร โดยเริ่มต้นจากรายใหญ่ๆ ที่เกินกว่า 500 ไร่ ซึ่งทาง ส.ป.ก. เคยบอกว่ามีมากกว่า 5 ไร่ โดยจะใช้ ม.44 เป็นที่พิงหลังให้กับเจ้าหน้าที่เข้าทำการสางปัญหาให้จบภายในรัฐบาลนี้

เพราะก่อนหน้านี้ “สรรเสริญ อัตจุตมานัส” นักกฎหมายมือหนึ่งของกระทรวงเกษตรฯในฐานะ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ดูเหมือนว่า ประกาศจะสร้างเป็นผลงานชิ้นสุดท้าย ก่อนเกษียณอายุราชการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ว่าเขาคือ คนจริง เพราะที่ผ่านมา พูดหลายครั้งว่าเอาจริง เอาจังกับเรื่องนี้ หลังที่งึกๆ งักๆ เป็นคนเมาถอยเข้าถอยออกมานาน  และสุดท้ายเมื่อถูกสื่อประจำกระทรวงเกษตรฯตามจี้ ก็ออกอาการ และสวนกลับว่า “คอยดูว่าจะจริงแค่ไหน” ในวันอังคารที่ผ่านมา และย้ำว่ามีแนวโน้ม ใช้ ม.44 เรื่องนี้ต้องเดินเร็ว หากไม่จบสมัยที่นั่งเก้าอี้เป็นเลขาฯส.ป.ก. อาจมีปัญหา แต่สุดท้าย ต้องบอกว่าผิดหวังไปตามๆ กันกับคนติดตามผลงาน ที่ต้องบอกว่า จบ… ไม่ค่อยสวย

นั่นหมายความว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาทาง ครม. กับนำเรื่องการแก้ปัญหาที่ดินทำกินของ ส.ป.ก. แก้ปัญหาด้วยการร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้มีพระราชบัญญัติขึ้นมาใหม่ ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการกับผู้กระทำผิด และเข้าสู่สภาผู้แทนฯ ตามขั้นตอนต่อไป ก็กว่าจะใช้กัน ก็ต้องบอกว่า ต้องรอท่าน เลขาฯส.ป.ก. คนใหม่มาสางต่อ และที่อึ้งไปกว่านั้น ที่ดินจากที่เคยบอกว่า มีมากกว่า 5 เหลือที่ 4 แสนไร่เศษ มันชั่งหายไปชั่วข้ามสัปดาห์ซึ่งจากนี้ไปต้องคิดกันเองนะขอรับว่า กว่าพ.ร.บ. จะออกมาใช้ก็คงไม่มีคนผิดกฎหมายแล้ว ที่สำคัญ เลขาฯส.ป.ก. ที่กำลังจะมาใหม่ เชื่อขนมกินได้ว่า เรื่องนี้ ไม่มีทางสางต่อ เพราะ….. งานนี้ ต้องวัดใจรัฐบาลต่อไปกันยาวๆ ว่าจะเอาอย่างไร เพราะเท่าที่ทราบ ยิ่งหยิกเล็บยิ่งเจ็บเนื้อ….. เลยต้องทำงานแบบวัยรุ่น….. เอาที่สบายใจ

มาเรื่องสุดท้าย สำรับคนรักสุขภาพ คุณพี่ดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)ท่านมาเชิญชวน ประชาชนคนรักสุขภาพเข้าร่วมจัดกิจกรรม “Street Food Healthy By Q Restaurant” ในบริเวณโซน H1-H12 ข้าวเหนียวพาเที่ยวชิม มีร้านอาหารที่คัดสรรแล้วว่าอร่อยและใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพกว่า 10 ร้านอร่อย ทุกร้านได้รับการรับรองคุณภาพวัตถุดิบจากโครงการ “ร้านอาหารปลอดภัยเลือกใช้สินค้า Q หรือ Q Restaurant” โดยงานจัดที่หน้าสำนักพิพิธภัณฑ์และวัฒนธรรมการเกษตร ตั้งแต่ประตูงามวงศ์วาน 3-แยกสำนักการกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ระหว่างวันที่ 24 มิถุนายน-3 กรกฎาคม 2559  เวลา 11.00-20.00 น. นะเจ้าคะ

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : กล้าจริงหรือเปล่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/221403

251598

วันจันทร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ลากกันมายาวแล้วก็ลากเรื่องซื้อเวลาต่ออีกสัปดาห์ หลังจากลากยาวกันมาหลายปีดีดัก กับเรื่องการแก้ปัญหาที่ดินทำกินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. หลังจากที่พื้นที่เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นกับผู้มีส่วนได้เสียมาหลายเดือนจนสรุป ว่า ส.ป.ก. จะเดินหน้าใช้ ม.44 เข้าไปสะสางปัญหาผู้ถือครองรายใหญ่ ตั้งแต่ 500 ไร่ ขึ้นไป โดยก่อนหน้านี้มีการงึกๆ งักๆ มานานหลายเดือน สุดท้ายทั้งรัฐมนตรี “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” และ เลขาธิการ ส.ป.ก.  “สรรเสริญ อัจจุตมานัส” พูดตรงกันว่าจะเสนอเรื่องทั้งหมด ต่อการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยบอกว่าที่ผ่านมาต้องการความรัดกุม และเป็นธรรม เพราะต้องทำแผนที่แนบท้ายมาด้วย…โอ้โห!!!…งงจริงๆ คนที่ถือครองที่ดินแปลงใหญ่โคตรๆๆ…ที่ผ่านมา ส.ป.ก. มองว่า ต้องให้ความเป็นธรรม แต่สุดท้าย ไม่มีวี่แววว่าจะเสนอเข้า ครม.

เรื่องนี้ กลางสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังการประชุมผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ จึงไม่แปลกที่สื่อมวลชนประจำกระทรวงเกษตรฯจะต้องจี้ตามติดในเรื่องดังกล่าวว่าเกิดอะไรขึ้น จน“สรรเสริญ” ต้องโพล่งกลางวงว่า“อังคารนี้รู้แน่ว่ากล้าไม่กล้า เดี๋ยวก็รู้ว่า ส.ป.ก. เอาจริงหรือไม่” งานนี้ต้องติดตามกันอีกครั้งว่าอังคารนี้จะหมู่หรือจ่า จะกล้าเอาจริงกับพวกขี้โกง  ฮุบที่ ส.ป.ก. จริงหรือไม่ หรือจับได้แค่แพะ และที่สำคัญ อาจได้เพียงขนแพะเท่านั้น โดยวันนี้จากการตรวจสอบในเชิงลึกพบว่ามีแนวโน้มเป็นไปได้สูงว่า หากจริงใจ อาจจะใช้ ม.44 หวดรวดเดียวจบ

มาดูว่าผลของความล่าช้า ที่ไม่สามารถเข้าครม. ที่ผ่านมา หลังจากที่ดึงเรื่องกันมาสักระยะหนึ่งที่เคยอ้างว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายต้องการให้เกิดความรอบครอบ กับผู้ถือครองที่ดินรายใหญ่เกินกว่า 500 ไร่ในพื้นที่ ส.ป.ก. ที่มีกว่า 5 แสนไร่ ซึ่งในความเป็นจริงน่าจะมากกว่านั้น จึงให้ตรวจสอบอย่างละเอียดพร้อมทำแผนที่แนบท้ายให้ละเอียด ก่อนเสนอเข้า ครม. เพื่อความเป็นธรรม…สุดท้ายมามุขใหม่ บอกว่าต้องการให้เกิดความรอบครอบ เรื่องกฎหมาย จึงเห็นว่าอาจจะไม่ใช้ ม.44 และอาจมีการเสนอเป็นพ.ร.บ.ขึ้นมาแก้ปัญหา ซึ่งต้องถกกันในอังคารนี้แน่ๆ เนื้อหาโดยสรุปก็มีอยู่ว่าทาง ส.ป.ก. จะประกาศให้ผู้ถือครองที่ดินมาแสดงสิทธิ์ภายใน 45 วัน หากไม่มาแสดงสิทธิ์ภายใน 45 วัน ก็จะทำการประสานเจ้าหน้าที่ทางทหาร นำกำลังขับไล่ออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน เริ่มจากผู้ถือครองรายใหญ่ ที่มีรายชื่อตามบัญชีที่ ส.ป.ก. ทำเสนอ ครม. โดยจะให้ครม. ถกกันเอง ว่าเห็นเป็นอย่างไร ก็เดินตามนั้น ซึ่งทั้งสองอย่าง มีเนื้อหาที่เหมือนกัน หากใช้ ม.44 เร็วและหากต้องการให้มีการบังคับใช้ในระยะยาว ต้องพ.ร.บ. และอาจมีเขียนไว้ในบทเฉพาะกาลว่าให้ ส.ป.ก. ขอกำลังเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครอง ร่วมกันตรวจยึดด้วย

วันนี้ ต้องถามกันชัดๆ และตอบสังคมให้ได้ว่า กล้าหรือเปล่าที่จะเอาจริง  และสางปัญหาที่ดิน ส.ป.ก. เพราะที่ผ่านมา ปัญหาที่ดิน ส.ป.ก. มีปัญหารื้อรังมานาน ที่สำคัญทุกครั้งที่มีปัญหาล้วนมีคนในไปเกี่ยวข้องโยงใยพอสมควร จึงไม่แปลกใจที่ปัญหาเรื้อรังมานาน ส่วนใครเป็นใคร ไปสืบกันเอง แต่ที่แน่ๆ มีคนมีสีไปเอี่ยวหลายเรื่อง

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : กรรมติดจรวด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/220327

251598

วันจันทร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ตามติดเรื่องแวดวงเกษตรมาตลอด สัปดาห์ที่ผ่านมาต้องบอกว่า มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นมากมาย ที่ชาวกระทรวงเกษตรฯ ต้อง “คิดให้หนัก”โดยเฉพาะท่านๆ ผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรฯ เพราะทุกอย่างสังคมจับตามองในพฤติกรรมว่าท่านดีอย่างไรไม่ดีอย่างไร ในผลงานที่สร้างกันไว้ทั้งเรื่องดี เรื่องร้าย ส่วนเรื่องของใครจะโผล่ออกมาอย่างไร บอกตรงๆว่าคงแล้วแต่เวรแต่กรรม

มาว่ากันเรื่องแรก ที่เป็นผลงานที่ท่านๆผู้ใหญ่สร้างกันไว้ และเพิ่งจะโผล่ให้สังคมได้เห็นว่า ใครถูกใครผิด ใครจริงใครเท็จเมื่อศาลฎีกานักการเมืองสั่งจำคุก 6 ปี ไม่รอลงอาญา “ชูชีพ หาญสวัสดิ์”อดีต รมว.เกษตรฯ “วิทยา เทียนทอง” อดีตเลขาฯ คดีฮั้วประมูลจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ปี’45 หลายร้อยล้าน โดยคดีนี้ ศาลอ่านคำพิพากษา คดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายชูชีพ หาญสวัสดิ์ อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายวิทยา เทียนทอง อายุ 75 ปี อดีตเลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นจำเลยที่1-2 ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญาม. 157 และ พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ. 2542 มาตรา 17

จากกรณีเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2544 – 20 ก.ย. 2545 จำเลยได้ร่วมกันทุจริตจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยอัยการสูงสุด ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2558 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธต่อสู้คดี และได้ประกันตัวในชั้นไต่สวนโดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1,2 เร่งรีบในการพิจารณารับราคาที่มีการเสนอในการประกวดราคาจัดซื้อปุ๋ย และไม่ดำเนินการตรวจสอบข้อพิรุธในการจัดซื้อที่น่าจะทราบมาตั้งแต่ต้น หลังจากมีหนังสือปลัดกระทรวงเกษตรฯ และคณะกรรมาธิการตรวจสอบการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของ สส. แต่จำเลยกลับประวิงเวลากระทั่งกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ลงนามทำสัญญากับชุมนุมเกษตรกรแห่งประเทศไทย จัดซื้อปุ๋ยมูลอินทรีย์ มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ซึ่งองค์คณะของศาลมีมติด้วยเสียงข้างมาก พิพากษาว่านายชูชีพ จำเลยที่ 1 กระทำความผิด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2542 (ฮั้วประมูล) ม.10,12และประมวลกฎหมายอาญา ม. 157 ส่วนนายวิทยา จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานสนับสนุนนายชูชีพกระทำความผิด จึงให้จำคุกคนละ 6 ปีฐานทำผิด ม.12 พ.ร.บ.ฮั้วประมูลซึ่งเป็นบทหนักสุด

ทั้งหมดต้องบอกว่า ปิดฉาก ข้อกังขาคนกระทรวงเกษตรฯ ชัดเจนว่าที่ผ่านมา ฝ่ายตรวจสอบเขาทำงานกันอย่างไร และใครผิดใครถูก จากนี้รายต่อไปคงถึงเวลา ต้องตามในส่วนข้าราชการ ของกระทรวงเกษตรฯ ที่ทำเรื่อง ในครั้งนั้นว่าพัวพัน โยงใยกับใคร ก็คงต้องไปว่ากัน ซึ่งจากนี้ไปคนของกระทรวงเกษตรฯ จะทำอะไรคงต้องคิดให้หนักเพราะกรรมติดจรวดนะขอรับ

ราชดำเนิน

เกษตรบูรณาการ : วัดใจว่าเอาจริงแค่ไหนกับปัญหา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/219229

251598

วันจันทร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เกษตรบูรณาการสัปดาห์นี้ มาติดตามเรื่องของการทำงานในกระทรวงเกษตรฯ เรื่องปัญหาที่ดินทำกิน ที่เป็นปัญหาคาใจของสังคมว่า ผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรฯ ว่าจริงใจแค่ไหนกับปัญหาภายในกระทรวงเกษตรฯงานนี้ถือเป็นการวัดใจระหว่างข้าราชการที่ใกล้เกษียณ อย่างเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือ ส.ป.ก. “สรรเสริญ อัจจุตมานัส” ในฐานะนักกฎหมายที่ทำวิทยานิพนธ์ เรื่องปัญหา ส.ป.ก. และมานั่งเป็นเลขา ส.ป.ก. ก่อนทิ้งทวนจากตำแหน่งอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และรมว.เกษตรฯ “ฉัตรชัย สริกัลยะ” กับการสะสางปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่ ส.ป.ก. ในประเด็นที่มีการบุกรุกครอบครอง  โดยกลุ่มนายทุนที่ไม่ใช่เกษตรกรว่ากันว่า มีการถือครองที่ดินแปลงใหญ่ รวมเกินกว่า 500 รายซึ่งที่ผ่านา มีการตรวจเบื้องต้นพบว่ามีการถือครองผิดกฎหมายเป็นแปลงเกินกว่า 500 ไร่ ในพื้น 34 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวนกว่า 563 รายเป็นพื้นที่ 540,351 ไร่และจังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 170 แปลงรองลงมา คือ จังหวัดกำแพงเพชร 70 แปลงจังหวัดสระแก้ว ประมาณ 40-50 แปลง

ที่สำคัญหลังลุยรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่กับผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา หวังให้เป็นแนวทางแก้ปัญหาวังน้ำเขียวโมเดล เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายน “สรรเสริญ” ย้ำว่าปัญหาที่เกิดขึ้นสะสมมาตั้งแต่ปี 2536 ที่เป็นรัฐบาลการเมืองจึงไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ เมื่อมาเป็นรัฐบาลทหารที่มีอำนาจเต็มก็เห็นว่าน่าจะแก้ปัญหาได้แบบเบ็ดเสร็จหากใช้มาตรา 44 จากนี้ไปคงขึ้นอยู่กับท่านนายกรัฐมนตรี “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” และท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย” เพราะหากไม่สามารถแก้ปัญหาได้จบในครานี้ จะไม่มีโอกาสแก้ปัญหาได้อีกเลยในรัฐบาลปกติ

จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ตรวจสอบซ้ำอย่างละเอียด ก่อนที่จะทำแผนที่แนบท้ายเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เพื่อเสนอนายกฯใช้มาตร 44 กับกลุ่มผู้ถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย ซึ่งมีเส้นตาย ไว้ที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา และคาดว่าเรื่องนี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาด จากนี้ไปท่านรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ ที่ชื่อ “ฉัตรชัย”  คงจะเสนอรายละเอียดต่อนายกรัฐมนตรีในวันอังคารนี้ ว่าจะเอาอย่างไรกับการใช้มาตรา44 เข้าจัดการนายทุนรายใหญ่ ที่ฮุบที่ส.ป.ก.มานาน และจะจัดการสังคายนา คนในพื้นที่ ส.ป.ก. อย่างไร ส่วนที่เป็นปัญหา ซึ่งคงว่าไปตามท้องเรื่องบอกตรงว่า หากจริงใจในการแก้ปัญหาคงเห็นอะไรดีๆจากนี้ไป ที่สำคัญบอกตรงๆ มันหยิกเล็บคงต้องทนเจ็บเนื้อไม่น้อย…

มาอีกเรื่องที่เป็นปัญหา ที่ต้องสะสางเช่นเดียวกันมันคงหนีไม่พ้น เรื่องของยางพารา ทั้งขบวนการ หลังจากมีการแต่งตั้งผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. คนใหม่“ธีธัช สุขสะอาด” อดีตผู้อำนวยการองค์การตลาด กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ว่ากยท. เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องด่วนจะต้องสะสางคงหนีไม่พ้น เรื่องของการจัดรูปแบบวางระบบองค์กรและเรื่องยาง ในสต๊อก ซึ่งในส่วนการวางระบบ ก็ว่ากันไปตามหลักการตามท้องเรื่องที่ต้องสะสางปัญหาภายในองค์กร ให้จบ ให้เร็ว โดยไม่ควรจะเกรงอกเกรงใจใคร เพื่อโชว์กึ๋นผู้ว่าฯ กยท. คนใหม่คนแรกของประเทศไทย ว่าของจริงหรือ แค่ราคาคุย ต้องวัดกันที่ผลงาน ที่สำคัญ แว่วว่า วันนี้เริ่มมีการขยับเรื่องการการตรวจสต๊อกยางภายในโกดัง ที่เก็บมานานหลายชั่วอายุคน ไม่รู้ว่า ใครหมกเอาไว้กันบ้างที่แน่ๆ มีผลประโยชน์ทับซ้อนกันยุ่บยั่บ ใครเป็นใครไปล้วงกันเอาเอง

ที่แน่ๆ วันนี้มีสายข่าวบอกว่า ยางที่ยัดเอาไว้ในโกดังมาหลายปีดีดัก ทั้งดีทั้งไม่ดี  เท่าที่มีการตรวจสอบเบื้องต้น หายไปเป็นหมื่นตันส่วนจะกี่หมื่นตัน คงเป็นเรื่องที่ กยท. จะแจงสังคมเอง นะขอรับ ท่านผู้ว่า “ธีธัช” ที่แน่ๆ เริ่มมีให้เห็นว่า มีการทำงานเชิงรุก จนต้องมีการโยกย้าย เจ้าหน้าที่บางคนจากใต้ไปโผล่ที่อีสาน เรื่องที่พบว่ามีมูลว่าส่อไปยังทุจริตเกี่ยวกับปุ๋ย นั่นไม่รวมถึงขบวนการซื้ออะไรนะทิ้งทวนก่อนอำลาตำแหน่งของใครบางคน ก่อนได้ผู้ว่าฯตัวจริง เท็จจริงอย่างไง แจงออกมานะขอรับท่านๆ

ราชดำเนิน