อธิบดีทวีศักดิ์ ร่วมพิธีเปิด ห้องเรียนสุขภาพดี ในงานวันดินโลก ปี 2567

https://www.naewna.com/local/846097

อธิบดีทวีศักดิ์ ร่วมพิธีเปิด ห้องเรียนสุขภาพดี ในงานวันดินโลก ปี 2567

อธิบดีทวีศักดิ์ ร่วมพิธีเปิด ห้องเรียนสุขภาพดี ในงานวันดินโลก ปี 2567

วันเสาร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 13.55 น.

วันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เวลา 16.30 น. ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน  พร้อมด้วย ดร.สุมิตรา วัฒนา รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีเปิด “ห้องเรียนสุขภาพดี” โดยมี นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก เป็นประธานในพิธี  นางสาวเบญจพร ชาครานนท์ ที่ปรึกษาสมาคมดินโลก  Mr. Alireza Esmaeily Falak เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย Dr. Safdar Niazi Shahraki  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน พร้อมด้วย คณะผู้แทนและเกษตรกรจากนานาประเทศที่มาร่วมเฉลิมฉลองในงานวันดินโลก ปี 2567  และคณะกรรมการสมาคมดินโลก เข้าร่วมงาน ณ ห้องเรียนสุขภาพดี ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ  อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งสมาคมดินโลก เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ และกรมพัฒนาที่ดิน ได้นำแนวพระราชดำริด้านการจัดการดิน และการบริหารพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ จัดทำเป็นห้องเรียนธรรมชาติในพื้นที่ 23 ไร่ เพื่อเป็นต้นแบบถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้สนใจทั้งในและต่างประเทศ สามารถนำองค์ความรู้นี้ไปปรับใช้ตามบริบทแต่ละพื้นที่ ตลอดจนเพื่อสร้างจิตสำนึกให้ตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรดิน และมีการจัดสร้างรูปจำลองเหรียญรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award เพื่อให้เป็น Landmark อีกแห่งหนึ่งของศูนย์วิจัยฯ

ห้องเรียนธรรมชาติแห่งนี้ เปิดให้ผู้สนใจทั้งไทยและต่างชาติ สามารถมาเรียนวิธีการจัดการดินด้วยวิถีธรรมชาติเพื่อสุขภาพที่ดีของคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม จึงเรียกว่าห้องเรียนสุขภาพดี และจะทำเป็นศูนย์เพาะกล้าไม้โดยไม่ใช้ถุงพลาสติก โดยมีเป้าหมายจะดำเนินการให้ได้ 1 ล้านกล้า เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนนำไปปลูกในที่ต่างๆ เพื่อบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ   นอกจากนี้ ในงานวันดินโลก ปี 2567 โซนห้องเรียนสุขภาพดี ยังมีกิจกรรมสำคัญอื่น ๆ อาทิ ตัวอย่างการจัดการพื้นที่ลาดชันเพื่อการเก็บกักตะกอน (stop soil erosion) ห้องเรียนธรรมชาติ เรียนรู้ดิน น้ำ ป่า Workshop ออกแบบการจัดทำ โคก หนอง นา และสอนการทำน้ำหมักชีวภาพ รสจืด 

ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ขอเชิญชวนผู้สนใจไปเที่ยวชมงานวันดินโลก 2567 และร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่เดียวครบจบเรื่องดิน ในวันที่ 6-11 ธ.ค. 2567 ภายใต้หัวข้อ “Caring for soils : measure, monitor, manage ใส่ใจมาตรฐาน ตรวจวัดจัดการ ดินดียั่งยืน” ณ ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ  อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ Facebook กรมพัฒนาที่ดิน เพจ Facebook World Soil Day วันดินโลก หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official : Thai World Soil Day

‘นฤมล’ไฟเขียวสอบปม’ภูนับดาว’เช่าที่ ส.ป.ก.-โฆษก กษ.ยัน’วิชิต’ไม่เกี่ยวข้องก.เกษตรฯ

https://www.naewna.com/local/846027

'นฤมล'ไฟเขียวสอบปม'ภูนับดาว'เช่าที่ ส.ป.ก.-โฆษก กษ.ยัน'วิชิต'ไม่เกี่ยวข้องก.เกษตรฯ

‘นฤมล’ไฟเขียวสอบปม’ภูนับดาว’เช่าที่ ส.ป.ก.-โฆษก กษ.ยัน’วิชิต’ไม่เกี่ยวข้องก.เกษตรฯ

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 18.37 น.

โฆษก กษ.ยืนยัน “วิชิต ปลั่งศรีสกุล” ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับกระทรวงฯ ขณะนี้”นฤมล”สั่งสอบข้อเท็จจริงการออกสัญญาเช่าที่ดินส.ป.ก.ไร่ภูนับดาว แล้ว

ตามที่นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน ออกมาระบุว่า นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อครั้งที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เจ้าหน้าที่ส.ป.ก. จังหวัดสระบุรี ออกสัญญาให้เช่าที่ดินเพื่อให้ไร่ภูนับดาว อ.มวกเหล็ก เข้าทำประโยชน์บนที่ดิน ส.ป.ก. เมื่อเดือนกันยายน 67 ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด วันนี้ (6 ธ.ค.67) นายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) ยืนยันว่า นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ไม่มีตำแหน่งและส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการฯ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่อย่างใด

“ที่สำคัญ เมื่อครั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ก็ไม่มีนโยบายให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปก้าวก่ายการทำงานของฝ่ายประจำ ดังนั้นในเรื่องนี้จะต้องมีการตรวจสอบกรณีดังกล่าวว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่”นายเอกภาพ กล่าว

‘เฉลิมชัย’ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม สงขลา-ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส

https://www.naewna.com/local/845913

'เฉลิมชัย'ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม สงขลา-ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส

‘เฉลิมชัย’ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม สงขลา-ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 12.38 น.

เฉลิมชัย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม สงขลา-ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส กำชับบูรณาการช่วยเหลือเป็น “ทส. หนึ่งเดียว” พร้อมสั่งการเร่งเสนอแผนป้องกันแก้ไขน้ำท่วม-เตือนภัยดินถล่ม ให้ครอบคลุมทั่วประเทศโดยเร็ว

6 ธันวาคม 2567 เวลา 09.00 น. ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ณ สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 8 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และผ่านระบบการประชุมทางไกล VDO Conference โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด ทส. และหัวหน้าหน่วยงาน ทส. ในพื้นที่ เข้าร่วมประชุม และรายงานสถานการณ์ในพื้นที่

ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี (นางสาวแพทองธาร ชินวัตร) ได้มีความเป็นห่วงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ โดยได้สั่งการให้รัฐมนตรีฯ แต่ละท่านลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย ซึ่งนอกจากตนที่ได้ลงติดตามสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดสงขลาแล้ว ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล ทส. จะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ทั้งนี้ ในส่วนการตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือของ ทส. ขอให้ทุกหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงฯ บูรณาการให้ความช่วยเหลือประชาชนร่วมกันเป็น “ทส. หนึ่งเดียว” โดยมีสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเป็นศูนย์กลางในการประสานงาน พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคส่วนอื่น ๆ ในพื้นที่ ในส่วนของการฟื้นฟูขอให้ทุกหน่วยงานเร่งสำรวจความเสียหายและแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ จัดทำเป็นโครงการเสนอขึ้นมา โดยเฉพาะกรมทรัพยากรน้ำ ขอให้จัดทำแผนทั้งการแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและแนวทางการวางแผนเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาในอนาคต เพื่อเสนอของบประมาณในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างตรงจุดที่สุดต่อไป“ 

นอกจากนี้ ในส่วนของการป้องกันและเตือนภัยแผ่นดินถล่ม ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ความสำคัญ ขอให้กรมทรัพยากรธรณี ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อดำเนินการติดตั้งระบบเตือนภัยให้ครอบคลุมทั้งประเทศโดยเร็วที่สุด สำหรับกรณีการเกิดแผ่นดินถล่มที่อำเภอเบตง ขอให้ร่วมส่งเจ้าหน้าที่ลงสำรวจร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้คำแนะนำและให้ความช่วยเหลือต่อไป“

เรื่องหมูที่ไม่หมู! ทุนใหญ่สยายปีกยึดธุรกิจ ‘เกษตรกรรายย่อย’เตรียมตายหมู่

https://www.naewna.com/local/845904

เรื่องหมูที่ไม่หมู! ทุนใหญ่สยายปีกยึดธุรกิจ ‘เกษตรกรรายย่อย’เตรียมตายหมู่

เรื่องหมูที่ไม่หมู! ทุนใหญ่สยายปีกยึดธุรกิจ ‘เกษตรกรรายย่อย’เตรียมตายหมู่

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 12.11 น.

‘นายกหมูฯ’หวั่นเกษตรกรรายย่อยหายจากระบบ วอนรายใหญ่หยุดขยายธุรกิจ หันจับมือสร้างเสถียรภาพในอุตสาหกรรมหมู พยุงเพื่อนร่วมอาชีพเติบโตไปด้วยกัน

6 ธันวาคม 2567 นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า สถานการณ์ของอุตสาหกรรมสุกรในขณะนี้กำลังมีการขยายธุรกิจของผู้ประกอบการรายใหญ่หลายราย ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตหมูไม่สอดคล้องกับความต้องการบริโภค เกรงว่าเกษตรกรรายเล็ก รายย่อยแข่งขันยากและจะหายไปจากระบบ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรายใหญ่ร่วมสร้างเสถียรภาพอุตสาหกรรม โดยหยุดขยายธุรกิจสุกรและหันมาจับมือเกษตรกรรายเล็ก-รายย่อยให้สามารถประกอบอาชีพ เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

“ผลผลิตหมูก็ไม่ต่างจากสินค้าเกษตรอื่นๆ ที่ต้องมีความสมดุลระหว่างซัพพลายและดีมานด์ ดังที่เคยปรากฏเหตุการณ์ราคาหมูพุ่งสูงขึ้นมากจากการที่หมูหายไปจากระบบเพราะโรคระบาด หรือราคาหมูที่ตกต่ำอย่างรุนแรงเมื่อมีหมูเถื่อนทะลักเข้ามาเบียดเบียนตลาด ความร่วมมือในการรักษาระดับผลผลิตให้สอดคล้องกับอัตราการบริโภคจึงเป็นสิ่งสำคัญ ในแวดวงของผู้ผลิตหมูก็มีทั้งเกษตรกรรายย่อย รายเล็ก รายกลาง และผู้ประกอบการรายใหญ่  ทั้งหมดต้องพึ่งพาอาศัยกันช่วยกันรักษาอุตสาหกรรมนี้ให้อยู่รอด หากรายใหญ่ซึ่งมีกำลังมากกว่า สายป่านยาวกว่า มุ่งแต่จะขยายธุรกิจสุกรของตนย่อมส่งผลกระทบถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมนี้ สู้ช่วยกันจับมือรายเล็ก-รายย่อยให้เดินร่วมกันบนเส้นทางอาชีพนี้ต่อไปจะมั่นคงและยั่งยืนกว่า” นายสิทธิพันธ์ กล่าว

นายสิทธิพันธ์ ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผลผลิตสุกรประมาณ 20 ล้านตัวต่อปี ส่วนใหญ่เป็นของผู้ประกอบการรายใหญ่ 10 ราย โดยแต่ละรายยังคงขยายธุรกิจสุกรอย่างต่อเนื่อง ไม่สอดคล้องกับความต้องการบริโภคที่มีเท่าเดิม และมีแนวโน้มลดลงจากประชากรไทยที่สูงอายุมากขึ้น หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จะส่งผลให้อุปสงค์-อุปทานไม่สมดุล และเป็นสาเหตุหลักให้เสถียรภาพของอุตสาหกรรมหมูต้องสั่นคลอน ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรายเล็ก-รายย่อยไม่สามารถแข่งขันได้ ต้องประสบปัญหาขาดทุนและหายออกไปจากระบบทั้งหมดเป็นแน่

ทั้งนี้ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ มีบทบาทหน้าที่ในการสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการทั้งระบบให้อยู่ร่วมกันได้ในระยะยาวอย่างยั่งยืน จึงต้องขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการรายใหญ่ โปรดชะลอและหยุดการเพิ่มปริมาณพ่อแม่พันธุ์ เพื่อให้ผลผลิตหมูในแต่ละปีสอดคล้องเหมาะสมกับอัตราการบริโภคของคนไทย และเหลือพื้นที่ให้เกษตรกรรายเล็ก-รายย่อยได้ประกอบอาชีพผู้เลี้ยงสุกรต่อไป ภายใต้การประคับประคองและสนับสนุนจากผู้ประกอบการรายใหญ่ ซึ่งจะส่งผลดีอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมสุกรโดยรวม

กรมการข้าวร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ ‘กรมสมเด็จพระเทพ’ ทรงเปิดงานวันดินโลกปี 2567

https://www.naewna.com/local/845866

กรมการข้าวร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ 'กรมสมเด็จพระเทพ' ทรงเปิดงานวันดินโลกปี 2567

กรมการข้าวร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ ‘กรมสมเด็จพระเทพ’ ทรงเปิดงานวันดินโลกปี 2567

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 09.11 น.

กรมการข้าวร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานวันดินโลกปี 2567

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2567 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานวันดินโลก World Soil Day 2024 ภายใต้หัวข้อ “ใส่ใจมาตรฐาน ตรวจวัดจัดการ ดินดียั่งยืน” โดยมี นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยผู้บริหาร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เฝ้ารับเสด็จฯ ณ ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

ในโอกาสเดียวกันนี้ กรมการข้าวได้ร่วมจัดนิทรรศการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านข้าวให้ผู้เข้ามาเยี่ยมชมภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง นิทรรศการจุลินทรีย์ย่อยสลาบฟางข้าว ตลอดจนนิทรรศการการพัฒนาพันธุ์ข้าวเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และความต้องการของตลสด
 

คปก.เดินหน้าโฉนดต้นไม้เขตปฏิรูปฯ

https://www.naewna.com/local/845830

คปก.เดินหน้าโฉนดต้นไม้เขตปฏิรูปฯ

คปก.เดินหน้าโฉนดต้นไม้เขตปฏิรูปฯ

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ครั้งที่ 5/2567 ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ว่า เตรียมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการศึกษาแนวทางการจัดทำ (ร่าง) กรอบการดำเนินงาน
หลักเกณฑ์เงื่อนไข ขั้นตอน และรูปแบบโฉนดต้นไม้ในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการทำเกษตรยั่งยืนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นการยกระดับมูลค่าที่ดินและสินทรัพย์ในพื้นที่ ส.ป.ก.เพื่อเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรจากการปลูกไม้มีค่าในอนาคต อาทิ การซื้อขายคาร์บอนเครดิต การค้าเนื้อไม้ทั้งในและต่างประเทศ (EUDR) และเป็นแหล่งเรียนรู้/ท่องเที่ยวในเขตปฏิรูปที่ดิน เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นการขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยใช้ไม้เศรษฐกิจอายุ 3 ปีขึ้นไปมีความสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร และเป็นพันธุ์ไม้ 58 ชนิด ตามบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.สวนป่า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2558 หรือ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2562 หรือเป็นพันธุ์ไม้ตามเกณฑ์มาตรฐานการประเมินมูลค่าต้นไม้เป็นหลักทรัพย์

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องพิจารณาการขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อสาธารณูปโภคและกิจการอื่นๆ ในเขตปฏิรูปที่ดิน ให้มีวางกรอบแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนเหมาะสมกับการขอใช้งานพื้นที่ เพื่อป้องกันการเสียโอกาสของเกษตรกรในการมีที่ดินทำดิน รวมถึงเร่งรัด ส.ป.ก.ในแต่ละจังหวัดในการประกาศเขตพื้นที่ชุมชน เพื่ออำนวยความสะดวกเกษตรกรในพื้นที่ให้มีที่อยู่อาศัยที่ถูกต้อง และนำรายได้จากการเช่าพื้นที่กองทุน ต่อยอดสู่การช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่อื่น

“สำหรับภารกิจของ ส.ป.ก.ด้านการจัดหาที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการจำแนกผู้มีสิทธิที่จะเข้ามาใช้พื้นที่ ซึ่งได้เน้นย้ำในเรื่องกฎระเบียบและความเหมาะสมในการขอใช้พื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อป้องกันการเสียประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรให้ได้มากที่สุด” รมว.เกษตรฯ กล่าว

ผู้ช่วยฯประชุมอนุกรรมการ จัดงานวันเกษตรแห่งชาติ

https://www.naewna.com/local/845831

ผู้ช่วยฯประชุมอนุกรรมการ  จัดงานวันเกษตรแห่งชาติ

ผู้ช่วยฯประชุมอนุกรรมการ จัดงานวันเกษตรแห่งชาติ

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายพรเทพ ศรีธนาธร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์การจัดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2567 ครั้งที่ 2/2567 ร่วมกับผู้แทนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม เพื่อติดตามความคืบหน้าการประชาสัมพันธ์การจัดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2567 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ไร่แม่เหียะ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ก่อนหน้านี้ นายพรเทพ ได้รับมอบหมายจาก รมว.เกษตรฯ ให้เข้าร่วมการหารือกับ นายจาง สู่ กวง (Mr. Zhang Shuguang) รองผู้ว่าการมณฑลอานฮุย สาธารณรัฐประชาชนจีน เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างกันด้านการเกษตร การส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตร และการแลกเปลี่ยนนวัตกรรม รวมทั้งได้ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม China Anhui (Thailand) Agriculture Investment Environment Promotion and Economic Trade Cooperation Exchange Activity ที่ห้องประชุมหอการค้าไทย–จีน ร่วมกับรองผู้ว่าการมณฑลอานฮุย รองประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน คณะนักลงทุนจากมณฑลอานฮุย และผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย

‘นฤมล’ถกอนุฯนบข. ยกเลิกปุ๋ยคนละครึ่ง ช่วยชาวนาไร่ละ500 ชู2โครงการลดต้นทุน

https://www.naewna.com/local/845833

‘นฤมล’ถกอนุฯนบข.  ยกเลิกปุ๋ยคนละครึ่ง  ช่วยชาวนาไร่ละ500  ชู2โครงการลดต้นทุน

‘นฤมล’ถกอนุฯนบข. ยกเลิกปุ๋ยคนละครึ่ง ช่วยชาวนาไร่ละ500 ชู2โครงการลดต้นทุน

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร่วมถก : ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ด้านการผลิต ครั้งที่ 1/2567 โดยยกเลิกโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง เปลี่ยนเป็นช่วยสนับสนุนค่าเก็บเกี่ยวข้าว ไร่ละ 500 บาทไม่เกิน 20 ไร่ และเตรียมเสนออีก 2 โครงการ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ด้านการผลิต ครั้งที่ 1/2567 ว่าตามที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) มีมติเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ให้คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต ทบทวนโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว (โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง) กรอบวงเงิน 29,980.1645 ล้านบาท เนื่องจากเกิดปัญหาอุปสรรคต่างๆ และเกษตรกรส่วนใหญ่ร้อยละ 72.20 อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวออกสู่ตลาด ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินงานโครงการไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน ครัวเรือนละ 20,000 บาท

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้สนับสนุนค่าเก็บเกี่ยวข้าว อัตราช่วยเหลือไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ วงเงินรวมดอกเบี้ย 3.05% รวม 27,550.96 ล้านบาท เสนอ นบข.พิจารณาให้ความเห็นชอบ พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบในหลักการมาตรการเพิ่มระดับผลิตภาพ (Productivity) ของการผลิตข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ในการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว 2 โครงการ เป้าหมาย 543 ศูนย์ รวม 2,428.1830 ล้านบาท ได้แก่ 1.โครงการศูนย์รวบรวมผลผลิตและกระจายสินค้าข้าว และ 2.โครงการสนับสนุนการลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยจะนำเสนอ นบข. พิจารณาอนุมัติเห็นชอบ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

‘อิทธิ’นำทีมปศุสัตว์KickOff ขจัดพิษสุนัขบ้าปี2568ตั้งเป้า5พันตัว

https://www.naewna.com/local/845832

‘อิทธิ’นำทีมปศุสัตว์KickOff  ขจัดพิษสุนัขบ้าปี2568ตั้งเป้า5พันตัว

‘อิทธิ’นำทีมปศุสัตว์KickOff ขจัดพิษสุนัขบ้าปี2568ตั้งเป้า5พันตัว

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิด (Kick Off) โครงการเร่งรัดกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าใน จ.ฉะเชิงเทรา ปีงบประมาณ 2568 ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนโครงการฯ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าแก่ประชาชนส่งเสริมให้ประชาชนเลี้ยงสุนัขและแมวอย่างถูกวิธี เพื่อให้ จ.ฉะเชิงเทรา ปลอดโรคพิษสุนัขบ้าและเป็นต้นแบบของการร่วมมือจากทุกหน่วยงานใน จ.ฉะเชิงเทรา โดยมี น.ส.ฉัตรประอร นิยม รอง ผวจ.ฉะเชิงเทรา นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์อธิบดีกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนที่สนใจ เข้าร่วม ที่ เทศบาล ต.พนมสารคาม อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

นายอิทธิ กล่าวว่า ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีทรงห่วงใยปัญหาโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญระดับชาติ ทรงมีพระประสงค์ให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทย จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมจัดทำแผนยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานฯ โดยสถานการณ์และแนวโน้มโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ใน จ.ฉะเชิงเทรา ยังคงพบสัตว์ป่วยตายจากโรคพิษสุนัขบ้า ประกอบกับเพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรมปศุสัตว์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันจัดโครงการเร่งรัดกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าใน จ.ฉะเชิงเทรา ปีงบประมาณ 2568

“กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุม และกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สัตว์เลี้ยงได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และผ่าตัดทำหมันเพื่อควบคุม ประชากรสัตว์ ทำให้ประเทศไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้าได้ตามพระปณิธานฯ โดยภายในงานมีกิจกรรมหลัก ประกอบด้วย การผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ารวมถึงประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าให้แก่ประชาชน และส่งเสริมให้ประชาชนเลี้ยงสัตว์อย่างถูกวิธี ตลอดจนปล่อยคาราวานหน่วยปศุสัตว์เคลื่อนที่ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ถึงเดือนกันยายน 2568 มีเป้าหมายรวมผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว ทั้งสิ้น 5,000 ตัวซึ่งประชาชนและเจ้าของสัตว์เลี้ยงในจังหวัดต่างๆ ที่สนใจ สามารถพาสัตว์เลี้ยงไปรับบริการได้ที่จุดให้บริการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดของท่าน” นายอิทธิ กล่าว

อ.ต.ก.ทำMOUเอกชนจีนส่งออกผลไม้

https://www.naewna.com/local/845640

อ.ต.ก.ทำMOUเอกชนจีนส่งออกผลไม้

อ.ต.ก.ทำMOUเอกชนจีนส่งออกผลไม้

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 08.30 น.

น.ส.อนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่องความร่วมมือในการส่งเสริมและจำหน่ายสินค้าในนามศูนย์แสดงสินค้าแห่งประเทศไทยในประเทศจีน ภายใต้ชื่อ “Thai Mall” ระหว่าง องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กับบริษัท Shanghai Taihuixuan Technology Co., Ltd. โดยมีนายปณิธาน มีไชยโย ผอ.องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ร่วมลงนามกับ Mr. Chen Zhifa Chairman ตัวแทนบริษัท Shanghai Taihuixuan Technology Co., Ltd. พร้อมด้วยนายเศรษฐเกียรติกระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และ Mr.Gao Jingsong ร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับพิธีลงนามครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งร้านค้า “THAI MALL” ในแพลตฟอร์ม E-commerce ของประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าเกษตรและอาหารของไทยให้ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง โดย อ.ต.ก. มีหน้าที่ในการจัดหาคัดเลือกผลไม้ที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งจัดส่งไปยังเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศจีน อีกทั้งยกระดับภาคเกษตรไทยในการขยายตลาดสินค้าเกษตรเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานให้มีความสมบูรณ์ โดยมีเป้าหมายในการเปิดแบรนด์สินค้าในร้านค้าดังกล่าว ไม่น้อยกว่า 10 ร้าน ภายในเดือนกันยายน ปี 2568 พร้อมทั้งให้ภาคการเกษตรของประเทศไทยมีส่วนร่วมในแพลตฟอร์มห่วงโซ่อุปทานของโลก (Global E-commerce
Platform) ผ่านการขยายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน ในระบบ E-commerce ต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดประเทศจีน ซึ่งมีความต้องการสินค้าเกษตรของไทยในปริมาณสูง

“กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญอย่างมากสำหรับการส่งออกผลไม้ไทย จึงมุ่งมั่นพัฒนามาตรฐานของผลผลิตทางการเกษตรให้มีคุณภาพสูง มีคุณภาพและมีความปลอดภัย ตอบสนองความต้องการของตลาดโลก” น.ส.อนงค์นาถ กล่าว