กรมชลฯปิดจ๊อบชุมชนต้นน้ำ 4 จังหวัดภาคเหนือ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802572

กรมชลฯปิดจ๊อบชุมชนต้นน้ำ 4 จังหวัดภาคเหนือ

กรมชลฯปิดจ๊อบชุมชนต้นน้ำ 4 จังหวัดภาคเหนือ

วันศุกร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 13.11 น.

นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ พร้อมด้วยนายพรมงคล ชิดชอบ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน สำนักงานชลประทานที่ 2 นายมหิทธิ์ วงศ์ษา ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม  และคณะที่ปรึกษา ร่วมเปิดการประชุมปัจฉิมนิเทศเวทีที่ 3 “โครงการจัดทำแผนส่งเสริมความมั่นคงด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ ในพื้นที่ชุมชนต้นน้ำสาธิต จังหวัดลำพูน จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดตาก และจังหวัดเชียงใหม่” โดยมีนายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง เป็นประธานการประชุม ณ โรงเรียนบ้านห้วยทราย อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน สภาเกษตรกร สื่อมวลชน และกลุ่มองค์กรผู้ใช้น้ำชลประทานในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าร่วมประชุม

กรมชลประทานในฐานะหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบในการพัฒนาแหล่งน้ำและจัดหาน้ำให้เพียงพอ ทั่วถึง และเป็นธรรม ได้ให้ความสำคัญต่อความต้องการของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ต้นน้ำ โดยได้ดำเนินงาน “โครงการจัดทำแผนส่งเสริมความมั่นคงด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ ในพื้นที่ชุมชนต้นน้ำสาธิต จังหวัดลำพูน จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดตาก และจังหวัดเชียงใหม่” โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 240 วัน พื้นที่ศึกษารวม  20 ตำบล ใน 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน  6 ตำบล ในเขตอำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย  จังหวัดลำพูน  1 ตำบลในเขตอำเภอลี้  จังหวัดตาก 5 ตำบล ในเขตอำเภอท่าสองยาง และอำเภอสามเงา จังหวัดเชียงใหม่ 8 ตำบล ในเขตอำเภออมก๋อย อำเภอฮอด และอำเภอดอยเต่า 

ซึ่งตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ 240 วันที่ผ่านมา (วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 จนถึง วันที่ 6 กรกฎาคม 2567) กรมชลประทานได้มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งในรูปแบบการประชุมใหญ่ และการจัดประชุมกลุ่มเล็ก เพื่อสร้างโอกาสพูดคุยกับประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่อย่างทั่วถึงมากกว่า 50 เวที ทำให้สามารถรวบรวมความต้องการของประชาชนที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยเหลือพัฒนามากถึง 610 โครงการ ครอบคลุมทั้งด้านแหล่งน้ำ การเกษตร การท่องเที่ยว การศึกษา รวมทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้มีการคัดเลือกโครงการนำร่องจำนวน 4 โครงการ ได้แก่ ฝายห้วยแม่ก้อ จังหวัดลำพูน อ่างเก็บน้ำห้วยจ๊อม จังหวัดแม่ฮ่องสอน  อ่างเก็บน้ำห้วยข้าวหลาม จังหวัดตาก และอ่างเก็บน้ำแม่ต๋อมตอนล่าง จังหวัดเชียงใหม่ อีกทั้งความต้องการพัฒนาทั้ง 610 โครงการจะถูกนำมาจัดทำแผนงานในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อกรมชลประทานจะได้นำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาของประชาชน

สำหรับการประชุมปัจฉิมนิเทศในครั้งนี้กรมชลประทาน จะนำข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญของการจัดทำแผนส่งเสริมความมั่นคงทางด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ข้อเสนอแนะ ความคิดเห็น และความต้องการต่างๆ ของประชาชนไปกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ให้เป็นไปตามเป้าประสงค์โครงการต่อไป

ทั้งนี้ หลังจากการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ ในช่วงบ่ายเวลา 13.30 น. กรมชลประทาน ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดแม่ฮ่องสอน นายอำเภอแม่สะเรียง และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง จะร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาแก้มช้ำ ปลาพลวงหิน และปลามูดหน้านอ รวมถึง 50,000 ตัว ลงสู่แม่น้ำยวม บริเวณกาดฮิมยวม ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแม่ฮ่องสอน ได้นำกล้าพันธุ์กาแฟเชียงใหม่ 80 จำนวน 400 ต้น มาแจกให้กับประชาชนที่สนใจและมีพื้นที่ปลูกในระดับความสูงที่เหมาะสมด้วย ซึ่งกาแฟเป็นพืชที่ต้องปลูกร่วมกับป่าไม้ ทำให้ลดการตัดไม้ทำลายป่า เป็นการทำการเกษตรแบบผสมผสานในพื้นที่เดียวกัน ช่วยสร้างความหลากหลายของชีวภาพของพืชและสัตว์ รวมทั้งลดการเผาป่าซึ่งจะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของพื้นที่ในเขตภาคเหนืออีกด้วย

นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ชาว อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่กรมชลประทานได้กำหนดให้พื้นที่ อ.แม่สะเรียง เป็นพื้นที่ศึกษาการจัดทำแผนส่งเสริมความมั่นคงด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ ซึ่งพื้นที่ อ แม่สะเรียง และ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ถือเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม รวมทั้งปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ซึ่งการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุตามแผนการพัฒนาโครงการ จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนข้อมูลด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ และมีทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจน เพื่อขับเคลื่อนโครงการ ซึ่งผลสำเร็จจากการศึกษาโครงการดังกล่าวจะเป็นเสมือนแนวทางหลักในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ อ.แม่สะเรียงและ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการจัดทำแผนส่งเสริมความมั่นคงด้านการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการจะสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง และ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ให้บรรลุเป้าหมายและเป็นต้นแบบในการขยายผลการจัดทำแผนในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่อื่นต่อไป

นายพรศักดิ์ ปัญญา ผู้ใหญ่บ้านแพะคะปวง ม.12 ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ทางกรมชลประทาน มีโครงการด้านน้ำ ที่จะช่วยให้ชาวบ้านนั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งการมีอาชีพประมง การเกษตร ที่เป็นวิถีชาวบ้านที่จะคงอยู่ สร้างความเป็นอยู่ให้กับประชาชนได้ดีขึ้น ตัวเองในฐานะผู้นำจึงขอขอบคุณกรมชลประทาน ที่มีโครงการด้านน้ำเข้ามา โดยเฉพาะในพื้นที่แม่สะเรียงที่ถูกคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 4 ของโครงการฯนี้

เกษตรฯลุยจัดพืชสวนโลกโคราช 2572

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802416

วันศุกร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) กล่าวว่า จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และมติการประชุมคณะกรรมการบริหารการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี พ.ศ.2569 เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2566 เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมจัดนิทรรศการในงาน Expo 2023 Doha โดยมอบหมายให้นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นหน่วยงานรับผิดชอบยื่นประมูลสิทธิ์การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.นครราชสีมา พ.ศ.2572 ซึ่งการประชุมสามัญใหญ่คณะกรรมการพืชสวนโลก AIPH ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์มีมติให้ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก Horticulture World Expo ระดับ A 1 ที่ จ.นครราชสีมา พ.ศ.2572

ทั้งนี้ ภายในงานมหกรรมพืชสวนโลกจ.นครราชสีมา พ.ศ.2572 ภายใต้แนวคิด “ธรรมชาติและพรรณพืชเขียวขจี อนาคตแห่งโลกสีเขียว” (Nature & Greenery: Envisioning the Green Future) จะจัดนิทรรศการเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติด้านพืชสวนโลกที่ทันสมัย โดยเป็นการผสมผสานนวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น เน้นความก้าวหน้าในด้านเกษตรกรรมที่ยั่งยืน การผลิตอาหารสำหรับอนาคต การปรับปรุงพันธุ์พืช สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมงานใช้วิถีชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้านเกษตรกร และชุมชนเกษตรกรรมในท้องถิ่น จะเกิดประโยชน์ในการส่งเสริมการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฯ มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันความสำเร็จของงานมหกรรมพืชสวนโลกในปี 2572 ที่ จ.นครราชสีมา ด้วยศักยภาพอันโดดเด่นทั้งด้านประวัติศาสตร์ ความชำนาญในด้านเกษตรกรรม และทางชีวภาพ ซึ่งคาดการณ์ว่างานนี้เงินจะสะพัดกว่า 20,000 ล้านบาท เพิ่ม GDP ในประเทศ 9,163 ล้านบาท รายได้จัดเก็บภาษีประมาณการ 3,429 ล้านบาท และสร้างงาน 36,003 อัตรา

ที่ปรึกษาฯร่วมแลกเปลี่ยน หุ้นส่วนภาคีทางเศรษฐกิจ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802417

วันศุกร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ (MOU) การแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรเชื่อมโยงหุ้นส่วนภาคีทางเศรษฐกิจระหว่างจังหวัด พร้อมทั้งปาฐกถาพิเศษ “การแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรด้วยเครือข่ายระหว่างจังหวัด” ระหว่างสภาเกษตรกร 29 จังหวัด และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ที่หอชมเมืองสมุทรปราการ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยมีนายศุภมิตร ชิณศรี ผวจ.สมุทรปราการ ร.อ.อุบล พุทธรักษ์ นายสมหวัง เกษมโกสินทร์ รองนายก อบจ.สมุทรปราการ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ นางชนานาถ สกุลสมบัติ เกษตรและสหกรณ์ จ.สมุทรปราการ น.ส.สุจิรา กิจเจริญ เกษตร จ.สมุทรปราการ และส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ต้อนรับ

ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร พร้อมทั้งขับเคลื่อนและแลกเปลี่ยนสินค้า ผลผลิตทางการเกษตร ในการเชื่อมโยงเครือข่ายหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคการเกษตรระหว่างจังหวัด และผลักดันสินค้าภาคการเกษตรของเกษตรกรเข้าโรงประกอบเลี้ยงหน่วยงานของกองทัพต่อไป

ผู้ช่วยฯร่วมประชุม ช่วยสหกรณ์กรุงเทพ ทำแผนแก้ปัญหาหนี้ กรมบัญชีฯพิจารณา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802419

วันศุกร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะทำงานพิจารณาช่วยเหลือสหกรณ์กรุงเทพ จำกัด เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงาน โดยมีคณะทำงานประกอบด้วย ดร.ธนสาร ธรรมสอน นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ คณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรมทรัพยากรน้ำบาดาลกรมบังคับคดี กรมบัญชีกลาง และกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นคณะทำงานและเลขานุการฯ เข้าร่วม

อย่างไรก็ตาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ได้ออกหนังสือขอความอนุเคราะห์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงยุติธรรม ในการชะลอการยึดทรัพย์ และอายัดบัญชี พร้อมทั้งขอลดหนี้ต้นเงินและดอกเบี้ยหรือขอผ่อนผันการชำระหนี้หรือขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ของสหกรณ์กรุงเทพ จำกัด เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ในการประชุมคณะทำงานครั้งนี้มีการพิจารณาแนวทางช่วยเหลือสหกรณ์กรุงเทพ จำกัด ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้สหกรณ์จัดทำแผนแก้ไขหนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน จากนั้นให้นำเสนอแผนต่อกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ก่อนจะเสนอกรมบัญชีกลางเพื่อพิจารณา โดยให้ยึดหลักประโยชน์ของทางราชการและทางสังคมเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้นายกฤษ อุตตมะโยธิน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหัวหน้าทีมที่ปรึกษาให้กับสหกรณ์ฯ ในการจัดทำแผนดังกล่าวด้วย

พด. ส่งเสริมพัฒนาที่ดินในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802438

พด. ส่งเสริมพัฒนาที่ดินในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร

พด. ส่งเสริมพัฒนาที่ดินในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 18.35 น.

กรมพัฒนาที่ดิน มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สร้างรายได้ภาคการเกษตร โดยใช้หลักการ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร ด้วยการส่งเสริมการบริหารจัดการแบบแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่/เกษตรแม่นยำ (Precision Farming) สนับสนุนการปลูกพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่ พร้อมทั้งส่งเสริมการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมในการปลูกพืช

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยส่งเสริมการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมในการปลูกพืช ให้คำแนะนำการผลิตพืชในพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการผลิตพืชสินค้าเป้าหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิต และส่งเสริมสนับสนุนการใช้สารอินทรีย์ลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร ผลิตปุ๋ยหมัก/น้ำหมักชีวภาพเพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต รวมถึงยังส่งเสริมการอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน 

“ปัจจุบันโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ มีพื้นที่ดำเนินการ จำนวน 772,998 ไร่ 7,885 แปลง ในพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ แบ่งเป็นแปลงใหญ่ข้าว แปลงใหญ่พืชไร่ แปลงใหญ่ไม้ผล-ไม้ยืนต้น และแปลงใหญ่พืชผัก-ไม้ล้มลุก โดยกรมพัฒนาที่ดินได้รับพื้นที่เป้าหมายดำเนินการจากกรมส่งเสริมการเกษตรตามพื้นที่พืชสินค้าเป้าหมาย และกรมการข้าวในพื้นที่แปลงใหญ่ข้าว (นาแปลงใหญ่) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพดินให้เหมาะสม ในการผลิตพืชในพื้นที่โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ผ่านแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) เพื่อสนับสนุนข้อมูลพื้นที่ที่มีความเหมาะสมสำหรับปลูกพืชในแต่ละแปลง

การตรวจวิเคราะห์ดินเพื่อการเกษตรทำให้สามารถใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร การถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านการพัฒนาที่ดินไปพร้อมกับการอนุรักษ์ดินและน้ำ การไถกลบตอซังพืชแทนการเผาช่วยลดมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์ลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร ด้วยการสนับสนุนปัจจัยการผลิตปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ จากผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ของกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อปรับปรุงดินให้มีคุณภาพที่เหมาะสมในการปลูกพืช โดยเกษตรกรสามารถนำองค์ความรู้และวิธีการบริหารจัดการดินไปพัฒนาพื้นที่ของตนเอง ช่วยลดต้นทุนการผลิต และสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพได้มากขึ้น ส่งผลทำให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้ที่มั่นคง มีทรัพยากรดินและน้ำไว้ใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนต่อไป” อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวทิ้งท้าย

‘อธิบดีกรมหม่อนไหม’ลงพื้นที่ติดตามการทอผ้าไหมยกดอกสุราษฏร์ธานี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802290

‘อธิบดีกรมหม่อนไหม’ลงพื้นที่ติดตามการทอผ้าไหมยกดอกสุราษฏร์ธานี

‘อธิบดีกรมหม่อนไหม’ลงพื้นที่ติดตามการทอผ้าไหมยกดอกสุราษฏร์ธานี

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 10.08 น.

‘อธิบดีกรมหม่อนไหม’ลงพื้นที่ติดตามการทอผ้าไหมยกดอกสุราษฏร์ธานี

2 พฤษภาคม 2567 พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย อธิบดีกรมหม่อนไหม พร้อมด้วยนางสาววนิดา สุวรรณสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 5 นายสุทธิไกร ดอกเกี๋ยง ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ชุมพร และเจ้าหน้าที่กรมหม่อนไหม ติดตามการทอผ้ายกดอกไหม กลุ่มทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยง อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฏร์ธานี โดยลวดลายที่ได้รับความนิยม เช่น ลายราชวัตรโคม ลายศรีสุราษฏร์ ลายศรีนารายณ์ ย้อมสีธรรมชาติจากพืชพื้นถิ่นในพื้นที่ เช่น การย้อมสีจากเปลือกไม้เคี่ยม เพื่อสร้างเอกลักษณ์และจุดเด่นของกลุ่ม ทั้งนี้ อธิบดีกรมหม่อนไหม ได้มอบใบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ไหมไทย ตรานกยูงพระราชทานสีเขียว Thai Silk Blend  ให้กับกลุ่มอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์การเกษตรชวนเที่ยวงาน ‘เรื่องข้าวชาวเกษตร’วันที่4-5พ.ค.นี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802235

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี ชวนเที่ยวงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “เรื่องข้าวชาวเกษตร” จัดเต็มองค์ความรู้ด้านข้าว เรียนรู้ความสำคัญของข้าวที่เป็นอาหารหลักของคนไทย ที่เชื่อมโยงวิถีเกษตรไทย วัฒนธรรมที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน โดยภายในงานพบกับนิทรรศการ “เรื่องเล่าของข้าว จากปลูกสู่ปาก” บอกเล่าความสำคัญของพันธุกรรมข้าวพื้นบ้านจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ นิทรรศการ “จากเมล็ดข้าวสู่ขนมปัง” การแปรรูปข้าวเป็นแป้งขนมปังในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการแปรรูปข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ พร้อมการอบรมวิชาของแผ่นดินและการอบรมเชิงปฏิบัติการ 8 วิชา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ชม ช้อป สินค้าผลิตเกษตรจากเครือข่ายและภาคีความร่วมมือทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.

พลอากาศเอกเสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ กล่าวว่า “การเกษตรถือเป็นรากฐานสำคัญของประเทศไทย เพราะคนไทยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมโดยมีพระมหากษัตริย์ที่ทรงให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่เลือกเพาะปลูกข้าว ซึ่งเป็นอาหารหลักของคนไทย ที่อยู่กับวิถีชีวิตคนไทยมาโดยตลอด และในทุกๆ ปี ประเทศไทยจะมีพระราชพิธีอันเป็นมงคลแห่งการเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก คือ พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรชาวไทย ซึ่งจัดขึ้นช่วงเดือนหก หรือประมาณเดือนพฤษภาคมของทุกปี เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติเกษตรกรไทย พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จึงจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง“เรื่องข้าวชาวเกษตร” ขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และนำเสนอสินค้า ผลผลิตปลอดภัยไปสู่ประชาชนคนไทยต่อไป”

กฟผ.แจ้งหากจะทำกิจกรรมฤดูร้อนนี้ เน้นตรวจสอบแผนการระบายน้ำเขื่อน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802237

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจรัญ คำเงิน รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า “เนื่องจากปีนี้ร้อนมาก หลายคนอาจเห็นว่าน้ำในลำน้ำมีปริมาณลดลง จึงมีการทำกิจกรรมกลางแม่น้ำ เช่น ซักผ้า ล้างรถ เมื่อมีน้ำไหลมาโดยมิทันระวังตัวอาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ จึงขอให้ประชาชนติดตามแผนการระบายน้ำก่อนทำกิจกรรมต่างๆ ริมน้ำโดยมาตรฐานทุกเขื่อนของ กฟผ. จะมีการแจ้งแผนระบายน้ำล่วงหน้าทั้งรายสัปดาห์และรายวันตามมติคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ https://water.egat.co.th รวมถึงช่องทางการสื่อสารอื่นๆ เช่น กลุ่มไลน์ของชุมชนและหน่วยราชการ ผู้ประกอบการที่อยู่รอบเขื่อนต่างๆ

นอกจากนี้ ควรปฏิบัติตามป้ายเตือนในแต่ละพื้นที่อย่างเคร่งครัดด้วยเพื่อมิให้เกิดอันตราย ดังเช่นกรณีเหตุการณ์รถยนต์ของชาวบ้าน 2 คัน ถูกน้ำในแม่น้ำแควน้อย จ.กาญจนบุรี ซัดลอยไปกลางลำน้ำ ณ บริเวณสะพานปรังกาสี เมื่อวันที่28 เมษายน 2567 เวลา 17.20 น. ที่ผ่านมา ทางเขื่อนวชิราลงกรณมิได้ระบายน้ำกะทันหันแล้วทำให้น้ำแม่น้ำเพิ่มขึ้นสูงและไหลแรง โดยทางเขื่อนได้แจ้งปริมาณน้ำและแผนการระบายน้ำล่วงหน้าเป็นรายสัปดาห์ และแจ้งล่วงหน้าก่อนระบายน้ำทุกวัน ผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวและกลุ่มไลน์ VRK Stakeholder ซึ่งในวันเกิดเหตุได้แจ้งเวลาระบายน้ำในเวลา 12.49 น. และแจ้งให้กลุ่มไลน์ดังกล่าวทราบเมื่อเวลา 12.50 น. ทั้งนี้ ระยะเวลาการไหลของน้ำจากเขื่อนใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง จึงจะถึงที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม เมื่อทางเขื่อนทราบเรื่องจึงหยุดเดินเครื่องให้ระดับน้ำลด เพื่อให้ทีมกู้ภัยสามารถผูกรถและลากขึ้นฝั่งได้ในวันรุ่งขึ้น(29 เมษายน 2567) เวลา 09.00 น. ทั้งนี้ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว”

รองปลัดฯถกคกก.บริหาร กองทุนฯกู้ยืมแก่เกษตรกร

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802232

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายนวนิตย์ พลเคน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน ครั้งที่ 1/2567 ที่ห้องประชุมสำนักตรวจราชการ และประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom) โดยที่ประชุมมีการพิจารณา 1.แผนการบริหารความเสี่ยงและคู่มือการบริหารความเสี่ยงของกองทุนหมุนเวียนฯประจำปีบัญชี 2567

2.กฎบัตรการตรวจสอบภายในเพื่อใช้ดำเนินงานด้านการตรวจสอบภายในของกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจนประจำปี พ.ศ. 2567 และ 3.ผลการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของสำนักตรวจสอบภายใน

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีข้อเสนอแนะในการจัดทำแผนฟื้นฟูอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร เพื่อนำมาชำระหนี้ รวมถึงสร้างความมั่นคงด้านอาชีพและรายได้แก่เกษตรกรในอนาคต ให้บูรณาการหน่วยงานในพื้นที่ส่งเสริมด้านอาชีพการลดต้นทุนการผลิตให้ตรงกับความต้องการของเกษตรกร เน้นให้ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเข้าใจและเข้าถึงการบริหารงานของกองทุน แหล่งทุนและการติดตามชำระหนี้คืนกองทุน

สวนสัตว์สงขลาจัดกิจกรรมชวนเที่ยว ชมฐานเรียนรู้แรดในวันแรงงาน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802233

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ (1 พ.ค. 2567) และวันหยุดตลอดเดือนพฤษภาคมนี้สวนสัตว์สงขลา ได้จัดกิจกรรมให้อาหารแรดขาว กิจกรรมเกาหลังแรดด้วยแปรงขนนุ่ม ให้แก่ “เจ้าน็อต” แรดขาวตัวเดียวของสวนสัตว์สงขลา ซึ่งแรดขาวในสวนสัตว์สงขลา มีพฤติกรรมที่น่าสนใจ สามารถใกล้ชิดกับคนทั่วไป มีความน่ารัก เชื่อง ไม่ดุร้ายที่พิเศษสุดก็คือ เมื่อเรียกชื่อ “น็อต” มันก็จะเดินมาหาทันที ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจเมื่อได้สัมผัส เจ้าน็อตอย่างใกล้ชิด กิจกรรมที่จัดขึ้นได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

นายนริศ แก้วสลับนิล ผู้ช่วยผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา เชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้ใช้แรงงานเข้ามาท่องเที่ยวสวนสัตว์สงขลาในวันแรงงานแห่งชาติ และวันหยุดตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ พบกับกิจกรรม พลังแรด ฉายารถถังมีชีวิตสัตว์บิ๊กไฟท์ อันดับ 1 ใน 5 ชนิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปรียบเสมือนความอดทน และแข็งแรงของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ให้บริการพิเศษกับกิจกรรมมาแรดกัน อาทิ เกาหลังแรด ให้อาหารแรดอย่างใกล้ชิด เรียกชื่อให้เดินมาหาและกิจกรรม animal tox รวมทั้งฐานให้ความรู้ เกมส์ถามตอบคนชอบแรดรับรางวัล ทำบุญอาหารเต่าและนานาสัตว์ให้ชีวิตยืนยาวเพิ่มสิริมงคลให้กับชีวิตในวันแรงงาน กิจกรรมคลายร้อนสัตว์ป่า (หมี, รีเมอร์หางแหวน, แรด)การแสดงความสามารถของวิถีชีวิตสัตว์ป่า แมวน้ำ/เพนกวินพาเหรด ฟีดดิ้งไทเกอร์และชมสัตว์โดยรอบ การแต่งกายแฟนซีผู้ใช้แรงงาน เวทีกิจกรรม มาสคอตหรรษา เล่นเกมถามตอบรับรางวัลของที่ระลึก จุดบริการคลายร้อนไดโนเสาร์พ่นน้ำ / จุดพ่นหมอก จุดบริการรถนำชม ร้านอาหารและคาเฟ่พร้อมชมวิวเมืองสงขลา จุดเช็คอินถ่ายภาพ
และบริการต่างๆ มากมาย พิเศษกับโปรโมชั่นส่วนลดค่าบัตรผ่านประตู(ใส่ส่วนลดเหมือนงานที่ผ่านมาเช่น เอไอเอสเดอะวันการ์ด นายหัวพาเที่ยว)