กรมชลฯระดมกำลังรับมือฝนเหนือ-น้ำหลาก หลัง’คาจิกิ’สลายตัว

กรมชลฯระดมกำลังรับมือฝนเหนือ-น้ำหลาก หลัง'คาจิกิ'สลายตัว

กรมชลฯระดมกำลังรับมือฝนเหนือ-น้ำหลาก หลัง’คาจิกิ’สลายตัว

วันพุธ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.25 น.

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยว่า พายุ “คาจิกิ” ได้อ่อนกำลังลงและสลายตัวเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคเหนือแล้ว แต่ยังคงทำให้มีฝนตกชุกในหลายพื้นที่ ทำให้มีน้ำป่าไหลลงลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำยม ลุ่มน้ำน่าน อย่างต่อเนื่องในช่วง 1 – 2 วันนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

พื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังฝนตกหนักและน้ำหลาก จ.น่าน พบปริมาณฝนสะสมเกิน 250 มิลลิเมตร (มม.) หลายจุด เฉพาะที่ ต.บ่อเกลือใต้ อ.บ่อเกลือ วัดปริมาณฝนได้สูงสุดถึง 349.7 มม. , จ.แพร่ ที่ อ.ลอง วัดปริมาณฝนได้ 202.5 มม.ขณะเดียวกัน ระดับน้ำในลุ่มน้ำยม – น่าน เริ่มมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะที่สถานี Y.37 อ.วังชิ้น จ.แพร่ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,241 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มเพิ่มขึ้นสถานีวัดน้ำ Y.14B อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เวลา 10.00 น.วัดได้ 989 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน

กรมชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการน้ำอย่างเข้มข้น ควบคู่กับการเร่งนำเครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำ และจัดเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที หวังลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ประชาชนได้รับทราบตลอดเวลา

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ wmsc.rid.go.th หรือ bigdata-swoc.rid.go.th หากต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือ โทร. 1460 สายด่วนกรมชลประทาน

– 006

‘อรรถกร’ ปลุกพลังอาหารหยาบคุณภาพสูง หนุนเทคโนโลยีช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์

'อรรถกร' ปลุกพลังอาหารหยาบคุณภาพสูง หนุนเทคโนโลยีช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์

‘อรรถกร’ ปลุกพลังอาหารหยาบคุณภาพสูง หนุนเทคโนโลยีช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.39 น.

“รมว.อรรถกร” ปลุกพลังอาหารหยาบคุณภาพสูง เผยใช้ 5,500 ไร่ ผลิตข้าวโพดหมักกว่า 2.7 หมื่นตัน หนุนเทคโนโลยีช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์

นายอรรถกร ศิริลัทยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการ “ถ่ายทอดเทคโนโลยีอาหารหยาบลดต้นทุนเพื่อเกษตรกร” ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคเนื้อ อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี ว่า รัฐบาลมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร โดยการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นคงในอาชีพ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ที่ต้องเผชิญปัญหาต้นทุนอาหารสัตว์สูง จึงมอบหมายให้กรมปศุสัตว์ขับเคลื่อนโครงการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อย เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยที่ประสบภาวะขาดแคลนวัตถุดิบ และบรรเทาความเดือดร้อนด้านต้นทุน และให้เข้าถึงองค์ความรู้และนวัตกรรม สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในฟาร์ม และสร้างความมั่นคงในอาชีพได้อย่างยั่งยืน

นายอรรถกร กล่าวว่า ในปี 2568 กรมปศุสัตว์ได้ใช้พื้นที่กว่า 5,500 ไร่ ของหน่วยงาน 11 แห่งทั่วประเทศ ปลูกพืชอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพดและข้าวฟ่าง เพื่อนำมาแปรรูปเป็นอาหารหยาบคุณภาพสูงด้วยวิธีการหมัก คาดว่าจะได้ผลผลิตไม่น้อยกว่า 27,500 ตัน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โคเนื้อ แพะ แกะ และกระบือ ทั้งนี้ ผลการดำเนินงาน (ตุลาคม 2567 – สิงหาคม 2568) มีการปลูกข้าวโพดในพื้นที่ศูนย์วิจัยและสำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ รวม 5,037 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 91.58 ของเป้าหมาย ได้ผลผลิตข้าวโพดพร้อมฝักสับหมักประมาณ 25,185 ตัน จากความสำเร็จดังกล่าว จึงได้ต่อยอดความสำเร็จสู่ “โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีอาหารหยาบลดต้นทุนการผลิต” เพื่อขยายองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปสู่เกษตรกรรายย่อยทั่วประเทศ

“โครงการนี้ถือเป็นการสานต่อแนวคิดที่ริเริ่มมาตั้งแต่สมัยนายอิทธิ ศิริลัทธยากร อดีตรัฐมนตรีช่วยฯ ที่มุ่งใช้พื้นที่ของกรมฯ ให้เกิดประโยชน์ ด้วยการทำแปลงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตามนโยบายลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ซึ่งจากการพิสูจน์แล้วพบว่าการใช้ข้าวโพดหมักสามารถเพิ่มปริมาณน้ำนมวัวได้จริง ผมเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่กระทรวงเกษตรฯ ขับเคลื่อนต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพดี ราคาย่อมเยา และขอเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรทุกท่าน มาร่วมสนับสนุนและใช้ผลิตภัณฑ์ของภาครัฐ เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรของเรา” รมว.อรรถกร กล่าวย้ำ

ด้านนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเสริมว่า กรมฯ ได้ใช้ศักยภาพของหน่วยงานในการผลิตและแปรรูปพืชอาหารสัตว์คุณภาพสูง เช่น ข้าวโพด ข้าวฟ่าง มันสำปะหลัง หญ้าและถั่วอาหารสัตว์ เพื่อให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้อง ได้แก่ โคนม โคเนื้อ แพะ แกะ และกระบือ ได้มีอาหารหยาบที่เพียงพอและต้นทุนต่ำลง โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนการผลิต แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนในอาชีพของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์อีกด้วย

ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการ “BAHGI Open House 2025” ของสำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ พร้อมกิจกรรมสาธิตการเก็บเกี่ยวข้าวโพดด้วยเครื่องจักรกลการเกษตร และการเก็บสำรองเสบียงสัตว์ด้วยเครื่องม้วนก้อนหญ้าพลาสติก นอกจากนี้ยังเปิดเวทีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรเครือข่าย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูง รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทยในอนาคต

-(016)

ชป. เฝ้าระวังพายุ ‘คาจิกิ’ บริหารจัดการน้ำสอดคล้องสถานการณ์ ลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด

ชป. เฝ้าระวังพายุ 'คาจิกิ' บริหารจัดการน้ำสอดคล้องสถานการณ์ ลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด

ชป. เฝ้าระวังพายุ ‘คาจิกิ’ บริหารจัดการน้ำสอดคล้องสถานการณ์ ลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.55 น.

กรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์พายุ “คาจิกิ” (KAJIKI) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนในวันนี้(25 ส.ค. 68) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันเคลื่อนเข้าสู่ประเทศลาวในช่วงเช้าวันที่ 26 ส.ค. 68 พายุนี้มีแนวโน้มที่จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณจังหวัดน่านในช่วงเย็นของวันที่ 26 ส.ค. 68 ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรงบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 25–27 ส.ค. 68 ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณน้ำจากทางตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น

ปัจจุบัน (25 ส.ค.68) เมื่อเวลา 06.00น. ที่สถานีสถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์  มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 1,605 ลบ.ม./วินาที  แนวโน้มเพิ่มขึ้น  เพื่อเป็นการเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา  กรมชลประทาน  ได้ทำการรับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง  ตามศักยภาพของคลอง   เพื่อเพิ่มช่องว่างในการรองรับปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้น  พร้อมปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในอัตรา 1,300 ลบ.ม./วินาที  รวมทั้งเร่งระบายน้ำด้านท้ายลงสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม  ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคั้นกันน้ำในพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังระดับน้ำจากฝนที่ตกหนักในพื้นที่ และติดตามการแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการในระยะนี้อย่างใกล้ชิด หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น จะแจ้งให้ทราบต่อไป

-(016)

‘กรมปศุสัตว์’เตรียมความพร้อมพิธีเปิดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีอาหารหยาบลดต้นทุนการผลิต

'กรมปศุสัตว์'เตรียมความพร้อมพิธีเปิดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีอาหารหยาบลดต้นทุนการผลิต

‘กรมปศุสัตว์’เตรียมความพร้อมพิธีเปิดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีอาหารหยาบลดต้นทุนการผลิต

วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.38 น.

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการจัดพิธีเปิด “โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีอาหารหยาบลดต้นทุนการผลิต” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคเนื้อ อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี เพื่อซักซ้อมด้านพิธีการและลำดับคิว การจัดเตรียมสถานที่ บุคลากร และพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมบูรณ์ และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

– 006

‘รมว.กษ.’ลงพื้นที่สระบุรี ลุยแผนพัฒนาแหล่งน้ำ ‘กรมชลฯ’เร่งขุดลอก-ซ่อมคันคลอง ลดเสี่ยงน้ำท่วม-ภัยแล้ง

'รมว.กษ.'ลงพื้นที่สระบุรี ลุยแผนพัฒนาแหล่งน้ำ 'กรมชลฯ'เร่งขุดลอก-ซ่อมคันคลอง ลดเสี่ยงน้ำท่วม-ภัยแล้ง

‘รมว.กษ.’ลงพื้นที่สระบุรี ลุยแผนพัฒนาแหล่งน้ำ ‘กรมชลฯ’เร่งขุดลอก-ซ่อมคันคลอง ลดเสี่ยงน้ำท่วม-ภัยแล้ง

วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.13 น.

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่สระบุรี เดินหน้าแผนพัฒนาแหล่งน้ำ กรมชลฯ เร่งขุดลอก-ซ่อมคันคลอง เสริมระบบชลประทาน ลดเสี่ยงน้ำท่วม-ภัยแล้ง

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาและปรับปรุงแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัดสระบุรี โดยมี นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และรายงานผลการดำเนินงาน ณ โดมอเนกประสงค์บ้านโคกขวิด อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี

นายอรรถกร เปิดเผยว่า จังหวัดสระบุรีมีพื้นที่ชลประทานกว่า 546,706 ไร่ ครอบคลุมโครงการหลัก 7 โครงการ และมีแหล่งน้ำสำคัญ เช่น เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก รวมถึงอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็ก กระทรวงเกษตรฯ จึงได้มอบหมายให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการขุดลอกอ่างเก็บน้ำและฝาย ซ่อมแซมคันคลอง และปรับปรุงประตูระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักและกระจายน้ำ รองรับทั้งฤดูน้ำหลากและภัยแล้ง

ด้าน นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานได้จัดทำแผนงานโครงการเพิ่มศักยภาพการจัดการน้ำ ครอบคลุมระยะสั้น – กลาง – ยาว เพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทานอีกกว่า 7,350 ไร่ และสร้างประโยชน์ต่อพื้นที่เพาะปลูกกว่า 440,000 ไร่ โดยในปีงบประมาณ 2569 – 2570 จะดำเนินโครงการสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเริงราง การปรับปรุงประตูระบายน้ำปากคลองส่งน้ำ 23 ขวา ตำบลรังโคก และคันคลองชัยนาท – ป่าสัก ฝั่งซ้าย อำเภอบ้านหมอ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและเสริมความมั่นคงของระบบชลประทานในพื้นที่

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะ ยังได้ติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งในตำบลบ้านครัว อำเภอบ้านหมอ เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะตลิ่งริมแม่น้ำป่าสัก ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จ จะสามารถป้องกันความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรกว่า 1,000 ไร่ และบ้านเรือนกว่า 184 ครัวเรือน รวมทั้งเสริมประสิทธิภาพการระบายน้ำและสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ประชาชน

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้มอบปัจจัยการผลิตทางการเกษตรแก่ผู้แทนเกษตรกร อาทิ เมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว ปุ๋ยชีวภาพ ต้นพันธุ์หม่อน น้ำหม่อน พันธุ์ปลากินพืช เมล็ดพันธุ์ผัก สารชีวพันธุ์ ไข่ไก่ และน้ำดอกเกลือสำหรับล้างผัก เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ

– 006

‘อรรถกร’สั่งจับตาสถานการณ์น้ำ 24 ชม.รับมือ’พายุคาจิกิ’

'อรรถกร'สั่งจับตาสถานการณ์น้ำ 24 ชม.รับมือ'พายุคาจิกิ'

‘อรรถกร’สั่งจับตาสถานการณ์น้ำ 24 ชม.รับมือ’พายุคาจิกิ’

วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.36 น.

‘อรรถกร’เผยระดมกำลังเฝ้าน้ำ 24 ชม.รับมือ’พายุคาจิกิ’ กำชับ’กรมชลฯ’พร่องน้ำเขื่อน-ระบายน้ำให้เป็นระบบ พร้อมแจ้งข่าว ปชช.ลดความเสียหายพื้นที่ท้ายน้ำ และพื้นที่การเกษตร

เมื่อเวลา 24 ส.ค.2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์พายุโซนร้อนคาจิกิ (KAJIKI) จากอิทธิพลดังกล่าวจะทำให้ในช่วงวันที่ 24 – 27 ส.ค.นี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคเหนือ จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ว่า ตนได้กำชับให้กรมชลประทานเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำหลาก น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม รวมถึงน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่เสี่ยงภัยเดิม ได้แก่ จ.น่าน, พะเยา, แพร่, บึงกาฬ, หนองคาย, เลย และจังหวัดใกล้เคียง ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบพายุโซนร้อน

นายอรรถกร เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางกรมชลประทาน ได้พร่องน้ำจากเขื่อน และอ่างเก็บน้ำล่วงหน้าไว้แล้ว เพื่อให้สามารถรองรับน้ำฝนที่คาดว่าจะตกลงมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งตรวจสอบ และซ่อมแซมอาคารชลประทาน รวมถึงคันกั้นน้ำและประตูระบายน้ำให้พร้อมใช้งาน รวมถึงกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อให้ระบายน้ำได้สะดวก นอกจากนี้ ยังได้จัดเตรียมเครื่องจักรกล และเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยการบริหารจัดการน้ำได้บูรณาการเชื่อมโยงการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ท้ายน้ำ

“ผมได้กำชับให้ทางกรมชลประทานเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชม. และปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนอย่างรวดเร็วและทันต่อสถานกาาณ์ เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงสามารถเตรียมตัวรับมือได้ทันท่วงที“ นายอรรถกร กล่าว

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ขณะนี้มีปริมาณน้ำรวม 50,913 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 67% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 25,593 ล้าน ลบ.ม. โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีเขื่อนหลัก 4 แห่ง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกัน 17,527 ล้าน ลบ.ม. (70% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 7,344 ล้าน ลบ.ม.

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’สั่งลุยจับแหล่งขายอาหารสัตว์เถื่อนในสุโขทัย ผิดหลายข้อหา

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'สั่งลุยจับแหล่งขายอาหารสัตว์เถื่อนในสุโขทัย ผิดหลายข้อหา

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’สั่งลุยจับแหล่งขายอาหารสัตว์เถื่อนในสุโขทัย ผิดหลายข้อหา

วันเสาร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.35 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์สั่งหน่วยเฉพาะกิจเข้าจับกุมแหล่งผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์โดยไม่มีใบอนุญาต ดำเนินคดีเข้มตาม พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ กำชับสารวัตรปศุสัตว์ไซเบอร์ตรวจสอบข้อมูลจากช่องทางจำหน่ายออนไลน์ หากพบจะดำเนินคดีทุกราย

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายสัตวแพทย์ทวี เกตุขุนทด ปศุสัตว์จังหวัดสุโขทัย ว่าเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ สำนักงานปศุสัตว์เขต 6, ด่านกักกันสัตว์พิษณุโลก, สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองสุโขทัย และชุดเฉพาะกิจกรมปศุสัตว์ ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.สุโขทัย

การเข้าตรวจสอบครั้งนี้ เป็นผลจากที่สารวัตรปศุสัตว์ไซเบอร์ตรวจสอบข้อมูลว่า มีการจำหน่ายอาหารสัตว์ผ่านโซเชียลมีเดีย จึงนำมาสู่การหาที่ตั้งของแหล่งผลิตและจำหน่ายจนพบ ในการเข้าตรวจสอบสถานที่ พบผู้ประกอบการชายรายหนึ่ง ลักลอบผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากใบอนุญาตขายอาหารสัตว์หมดอายุ ซึ่งถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุโขทัยได้รวบรวมพยานหลักฐาน และเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการตรวจสอบเบื้องต้น การกระทำของผู้ประกอบการเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ดังนี้

1. มาตรา 15 ผลิตเพื่อขาย หรือนำเข้าเพื่อขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ตามมาตรา 6 (1) ต้อง ได้รับใบอนุญาต  มีโทษตาม มาตรา 74 จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. มาตรา 17 ขายอาหารสัตว์โดยไม่มี ใบอนุญาต มีโทษตามมาตรา 75 จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

3. มาตรา 56(4) ห้ามผู้ใดผลิตเพื่อขาย นำเข้าเพื่อขาย หรือขายอาหารสัตว์ที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่มิได้ขึ้นทะเบียนไว้ มีโทษตามมาตรา 86 จำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

คณะเจ้าหน้าที่ยังได้เก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ หากผลการตรวจวิเคราะห์อาหารสัตว์ที่เก็บตัวอย่างมาพบว่ามี การใช้สารต้องห้าม จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม และโทษจะเพิ่มสูงขึ้นตามมาตราที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงนำตัวผู้กระทำความผิด พร้อมของกลางส่งดำเนินคดีที่สภ. สวนพริกไทย

อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของสัตว์ทั้งปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง และการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์อย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค โดยกรมปศุสัตว์จะควบคุมการผลิต นำเข้า และจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างเคร่งครัด ผู้ประกอบการต้องขออนุญาตให้ถูกต้อง หากพบการฝ่าฝืน จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

“กรมปศุสัตว์ยังได้มอบหมายให้สารวัตรปศุสัตว์ไซเบอร์ ตรวจสอบข้อมูลการจำหน่ายอาหารสัตว์ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ หากพบว่า มีการโฆษณาหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต จะถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน” อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าว

พร้อมกันนี้ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นการผลิตหรือจำหน่ายอาหารสัตว์เถื่อน สามารถแจ้งข้อมูลและเบาะแสได้ผ่าน แอปพลิเคชัน DLD 4.0 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที

จากป่าสู่แก้วกาแฟ! กษ.ผนึกกำลังขับเคลื่อน ‘กาแฟคุณภาพภาคเหนือ’

จากป่าสู่แก้วกาแฟ! กษ.ผนึกกำลังขับเคลื่อน ‘กาแฟคุณภาพภาคเหนือ’

จากป่าสู่แก้วกาแฟ! กษ.ผนึกกำลังขับเคลื่อน ‘กาแฟคุณภาพภาคเหนือ’

วันเสาร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.57 น.

กระทรวงเกษตรฯ เปิดโครงการ ‘กาแฟไทย เติบโตไปกับป่า สร้างคุณค่าให้โลก’ ยกระดับเกษตรกรสู่การผลิตที่ยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดงาน ‘กาแฟไทย เติบโตไปกับป่า สร้างคุณค่าให้โลก’ ขึ้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนกาแฟไทยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยการกำหนดพื้นที่เป้าหมายนำร่อง 1,000 ไร่ เพื่อส่งเสริมการผลิตกาแฟคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การยกระดับกาแฟครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การเพิ่มผลผลิต แต่เป็นการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นให้เกษตรกรรายย่อย โดยเฉพาะในพื้นที่สูง มีโอกาสเข้าถึงตลาดและเป็นเจ้าของกิจการของตนเองอย่างแท้จริง ซึ่งโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือระหว่าง 36 หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม

‘เรามีเป้าหมายที่จะพัฒนาเกษตรกรกว่า 12,000 ครัวเรือนให้เข้าสู่ระบบการผลิตกาแฟคุณภาพภายใน 3 ปี โดยวันนี้เราได้นำร่องด้วยการมอบต้นกล้ากาแฟพันธุ์อะราบิกาคุณภาพดีกว่า 66,900 ต้น พร้อมองค์ความรู้ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ’ นายอัครา กล่าว

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมภายในงานมุ่งให้ความรู้แก่เกษตรกรในพื้นที่สำคัญอย่าง อ.แม่แจ่ม และ อ.แม่วาง โดยครอบคลุมตั้งแต่การเพาะกล้า การจัดการดิน การบริหารศัตรูพืช ไปจนถึงวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว รวมถึงความรู้เสริมด้านการตลาดและอาชีพบาริสต้า เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลผลิต

ปัจจุบันความต้องการบริโภคกาแฟในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ผลผลิตในประเทศยังไม่เพียงพอ โดยในปี 2567/68 ประเทศไทยมีผลผลิตเพียง 14,665 ตัน ในขณะที่ความต้องการบริโภคสูงถึง 96,794 ตัน ดังนั้น การส่งเสริมและพัฒนากาแฟจึงเป็นโอกาสสำคัญของภาคเกษตรไทย

การขับเคลื่อนครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับการผลิตที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งหวังให้เกิดระบบการผลิตที่โปร่งใสและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศในอนาคต ///-026

นวัตกรรมเพื่อเกษตรกร! ‘เครื่องพ่นปุ๋ยอัตโนมัติ’ ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิตอ้อย

นวัตกรรมเพื่อเกษตรกร! ‘เครื่องพ่นปุ๋ยอัตโนมัติ’ ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิตอ้อย

นวัตกรรมเพื่อเกษตรกร! ‘เครื่องพ่นปุ๋ยอัตโนมัติ’ ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิตอ้อย

วันเสาร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.18 น.

มข.เปิดตัวนวัตกรรม ‘เครื่องพ่นอัตโนมัติพ่วงท้ายแทรกเตอร์’ ต่อยอดเกษตรอัจฉริยะ ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต-ปลอดภัย

วันที่ 23 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สกนช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ประสบความสำเร็จในการพัฒนา “ต้นแบบระบบพ่นปุ๋ยน้ำและสารเคมีแบบอัตโนมัติสำหรับติดตั้งพ่วงท้ายรถแทรกเตอร์” ซึ่งเป็นนวัตกรรมสำคัญที่จะช่วยยกระดับการทำเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) และเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลแปลงอ้อยในประเทศไทย

รศ.ดร.ศุภสิทธิ์ คนใหญ่ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้คิดค้นและพัฒนาระบบนี้ เปิดเผยว่า นวัตกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนแรงงานและเวลา เพิ่มความแม่นยำและความปลอดภัยในการทำงานของเกษตรกร โดยระบบถูกออกแบบมาสำหรับรถแทรกเตอร์ขนาดเล็ก 25-30 แรงม้า ซึ่งเป็นรุ่นที่เกษตรกรนิยมใช้งานอย่างแพร่หลาย

จุดเด่นของนวัตกรรมนี้คือแขนพ่นที่สามารถกางได้กว้างถึง 180 องศา และปรับระดับความสูงให้เหมาะกับความสูงของต้นอ้อยและพืชอื่นๆ ได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบควบคุมจากตำแหน่งคนขับ ทำให้เกษตรกรไม่ต้องสัมผัสกับสารเคมีโดยตรง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยได้อย่างดีเยี่ยม

ในด้านสมรรถนะ ระบบนี้มาพร้อมถังบรรจุขนาด 200 ลิตร สามารถพ่นได้ประมาณ 5 ไร่ต่อการเติม 1 ครั้ง และมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยเพียง 6.5 ลิตรต่อชั่วโมง

ล่าสุด ได้มีการส่งมอบเครื่องต้นแบบให้กับศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้ง 4 ภาค ได้แก่ กาญจนบุรี กำแพงเพชร ชลบุรี และอุดรธานี เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้สนใจได้เข้าศึกษาดูงานและทดลองใช้งานจริง

โดย รศ.ดร.ศุภสิทธิ์ กล่าวอีกว่า นวัตกรรมนี้คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทยให้ปลอดภัย คุ้มค่า และยั่งยืน ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อศูนย์ฯ ในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อเข้าชมและขอรับคำแนะนำได้แล้ววันนี้ ///-026

กรมชลฯ ติดตามความคืบหน้างานพัฒนาแหล่งน้ำเมืองราชบุรี – กาญจนบุรี

กรมชลฯ ติดตามความคืบหน้างานพัฒนาแหล่งน้ำเมืองราชบุรี - กาญจนบุรี

กรมชลฯ ติดตามความคืบหน้างานพัฒนาแหล่งน้ำเมืองราชบุรี – กาญจนบุรี

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.43 น.

22 สิงหาคม 2568 นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยนางสาว มัทนา เจริญศรี รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และคณะ ลงพื้นที่ไปติดตามความก้าวหน้าโครงการอาคารทดน้ำบ้านสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี โดยมีผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และสรุปผลความก้าวหน้าโครงการฯ 

สำหรับโครงการอาคารทดน้ำบ้านสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เป็นอาคารชลประทานประเภทประตูระบายน้ำ จำนวน 6 ช่อง สามารถระบายน้ำได้สูงสุด 1,750 ลบ.ม./วินาที เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในเขตเทศบาลตำบลสวนผึ้ง รวมทั้งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค ประชาชนได้รับประโยชน์ 1,217 ครัวเรือน ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้กว่า 4,000 ไร่

จากนั้น ได้รับฟังการบรรยายสรุปโครงการผันน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นงานก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4.20 เมตร ความยาว 20.50 กิโลเมตร พร้อมระบบส่งน้ำ หากโครงการฯ แล้วเสร็จ จะสามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้มากกว่า 414,000 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ประมาณ 53,810 ครัวเรือน ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมด้านวิศวกรรม (ศึกษาความเหมาะสมของโครงการ)

-(016)