กษ.เร่งพัฒนาแหล่งน้ำ ดันโครงการ ‘ประตูระบายน้ำลำน้ำยัง (กุดก่วง)’ แก้ภัยแล้งซ้ำซาก

กษ.เร่งพัฒนาแหล่งน้ำ ดันโครงการ 'ประตูระบายน้ำลำน้ำยัง (กุดก่วง)' แก้ภัยแล้งซ้ำซาก

กษ.เร่งพัฒนาแหล่งน้ำ ดันโครงการ ‘ประตูระบายน้ำลำน้ำยัง (กุดก่วง)’ แก้ภัยแล้งซ้ำซาก

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.37 น.

กษ. เร่งพัฒนาแหล่งน้ำ ดันโครงการ “ประตูระบายน้ำลำน้ำยัง (กุดก่วง)” แก้ภัยแล้งซ้ำซาก เพิ่มพื้นที่รับประโยชน์กว่า 10,000 ไร่ มอบปัจจัยการผลิตถึงมือเกษตรกร

1 สิงหาคม 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างประตูระบายน้ำลำน้ำยัง (กุดก่วง) พร้อมรับฟังปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ โดยมีสส.  นางรัชนี พลซื่อ สส.ร้อยเอ็ด นายจำลอง ภูนวนทา สส.กาฬสินธุ์ และนายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายเอกรัฐ พลซื่อ ข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ ให้การต้อนรับ

นายอรรถกร ระบุ โครงการประตูระบายน้ำลำน้ำยัง (กุดก่วง) เป็นโครงการที่ช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ในพื้นที่ โดยเริ่มก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่บ้านกุดก่วง-วังยาว และระบบส่งน้ำที่มีความยาวกว่า 3,500 เมตร เพื่อสนับสนุนพื้นที่การเกษตรประมาณ 3,024 ไร่ แล้วเสร็จในปี 2554 อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูแล้งพบว่า ไม่มีน้ำต้นทุนเพียงพอที่จะสูบไปใช้ในพื้นที่เกษตรได้ กรมชลประทานจึงได้ก่อสร้างประตูระบายน้ำลำน้ำยัง (กุดก่วง) เพื่อทดน้ำและเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง มุ่งบรรเทาและแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำให้ประชาชนในพื้นที่ มีระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (พ.ศ. 2568 – 2571)

 ทั้งนี้ในปี 2568 มีแผนงานสะสมทั้งโครงการ 0.66 % ผลงานสะสมทั้งโครงการ 1.21 % เร็วกว่าแผน 0.55 % ซึ่งหากแล้วเสร็จจะสามารถกักเก็บน้ำในลำน้ำยังได้ประมาณ 2.2 ล้านลูกบาศก์เมตร ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตำบลวังสามัคคี และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งจะมีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 10,000 ไร่ เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร และอุปโภคบริโภคได้ตลอดทั้งปี รวมทั้งยังช่วยส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการทำประมงพื้นบ้าน ตลอดจนบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ได้อีกด้วย

“โครงการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของภาคการเกษตร ช่วยให้เกษตรกรมีน้ำเพียงพอสำหรับการเพาะปลูก และส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่การเกษตรอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้กรมชลประทานพิจารณาดำเนินการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำ หรือฝายเพิ่มเติม เพื่อกระจายน้ำเข้าสู่พื้นที่การเกษตรอย่างทั่วถึง ช่วยให้เกษตรกรมีน้ำเพียงพอสำหรับการเพาะปลูก และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร” นายอรรถกร กล่าว

ทั้งนี้ นายอรรถกร ได้มอบปัจจัยการผลิตด้านการเกษตรให้แก่ผู้แทนเกษตรกร เพื่อเสริมประสิทธิภาพด้านการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพสูง อาทิ ข้าวสาร จำนวน 10 ตัน เมล็ดพันธุ์/ต้นกล้าพันธุ์ผัก ไข่ไก่ เมล็ดพันธุ์หญ้ารูซี่ ถุงยังชีพสัตว์ บริการทำหมันสุนัขและแมว มอบพันธุ์ปลากินพืช สารเร่งพด. และปุ๋ยหมัก จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

จากนั้น นายอรรถกร เดินทางลงพื้นที่ต่อไปยัง โรงเรียนหนองพอกวิทยาลัย ต.รอบเมือง อ.หนองพอก และหอประชุมที่ว่าการอำเภอโพธิ์ชัย ต.ขามเบี้ย อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด เพื่อพบปะเกษตรกรและรับฟังปัญหาในพื้นที่ พร้อมมอบโฉนดเพื่อการเกษตร และปัจจัยการผลิตด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกร

-(016)

‘เกษตร’รับมือภาษีทรัมป์ ชู 3 หลักการปกป้องเกษตรกร พร้อมรักษาขีดความสามารถทางการค้า

‘เกษตร’รับมือภาษีทรัมป์ ชู 3 หลักการปกป้องเกษตรกร พร้อมรักษาขีดความสามารถทางการค้า

‘เกษตร’รับมือภาษีทรัมป์ ชู 3 หลักการปกป้องเกษตรกร พร้อมรักษาขีดความสามารถทางการค้า

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.06 น.

‘เกษตร’รับมือภาษีทรัมป์ ชู 3 หลักการปกป้องเกษตรกร พร้อมรักษาขีดความสามารถทางการค้า

1 สิงหาคม 2568 นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายประจำ) เปิดเผยถึงผลการเจรจาภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) ระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาว่า ล่าสุดวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) กำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยที่อัตราร้อยละ 19 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป โดยอัตราดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากความพยายามในการเจรจาอย่างเข้มข้นของฝ่ายไทยที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากความพยายามในการเจรจาของฝ่ายไทยกับสหรัฐฯ ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบด้วย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ได้เข้าร่วมในการกำหนดท่าทีภาคการเกษตร ร่วมกับรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายพิชัย ชุณหวชิร) และกระทรวงพาณิชย์ในฐานะฝ่ายเลขานุการ

ในการเจรจาที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอท่าทีและยึดมั่นในหลักการสำคัญเพื่อปกป้องภาคการเกษตรของประเทศอย่างถึงที่สุด คือ

1.ต้องเกิดผลกระทบน้อยที่สุด การเปิดตลาดใดๆ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านราคาและการรับซื้อผลผลิตของเกษตรกรในประเทศ

2.ต้องมีมาตรการรองรับที่ชัดเจน รัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการที่พร้อมจะนำมาใช้ได้ทันที เพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรในสินค้าแต่ละรายการ

3.ต้องเป็นไปตามกฎระเบียบของไทย การดำเนินการทุกขั้นตอนต้องสอดคล้องกับกฎหมายและกฎระเบียบของไทย โดยเฉพาะมาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและไม่ให้กระทบต่อการค้ากับประเทศคู่ค้าอื่นๆ

นอกจากนี้ ไทยยังยึดหลักการพิจารณาการเปิดตลาดสินค้าเกษตรให้สหรัฐฯ ดังนี้ (1)เป็นสินค้าที่ไทยไม่ผลิต หรือผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ (2) เป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับกรอบความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ไทยเคยเจรจาไว้แล้ว (3) เป็นสินค้าที่ผู้ประกอบการไทยเรียกร้องให้นำเข้าเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบ อาทิ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และถั่วเหลือง และ (4) จะไม่เป็นการเปิดตลาดโดยทันที แต่ให้มีระยะเวลาในการทยอยเปิดตลาดสำหรับสินค้าบางรายการ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดสุดท้ายขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของหัวหน้าคณะเจรจาฯ รองนายกรัฐมนตรีฯ (นายพิชัย ชุณหวชิร) และกระทรวงพาณิชย์

อย่างไรก็ตามแม้จะต้องเผชิญกับอัตราภาษีใหม่ แต่เมื่อวิเคราะห์ในรายละเอียด อัตราภาษี 19% ที่ไทยได้รับนั้น ส่งผลให้ภาพรวมการแข่งขันทางการค้าของไทยในตลาดสหรัฐฯ ยังสามารถแข่งขันได้ โดยเฉพาะในสินค้าที่ไทยมีศักยภาพและส่วนแบ่งการตลาดสูงอยู่แล้ว ไทยมีความได้เปรียบประเทศคู่แข่งที่ถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่า โดยเฉพาะในสินค้าสำคัญอย่าง ข้าว ปลายข้าว และมะพร้าวอ่อนสด และไทยยังรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันได้ สำหรับสินค้าที่ประเทศคู่แข่งได้รับอัตราภาษีในระดับใกล้เคียงกับไทย เช่น ยางธรรมชาติ ยางแผ่นรมควัน และเนื้อปลาทูน่า-สคิปแจ็คแช่แข็ง ไทยยังคงสามารถรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันไว้ได้เป็นอย่างดี รวมถึงการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีอัตราภาษีไม่แตกต่างกันมากนัก

ทั้งนี้กระทรวงเกษตรฯ ตระหนักดีว่าการเปิดตลาดอาจส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตรในประเทศบางรายการ อาทิ เนื้อโค และผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ซึ่งอาจมีสินค้าจากสหรัฐฯ เข้ามาในปริมาณที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีมาตรการรองรับผลกระทบจากการเปิดตลาดอย่างรอบคอบ

“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะทำงานเชิงรุกร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมข้อมูลสำหรับประกอบการเจรจาในรายละเอียดกับฝ่ายสหรัฐฯ ต่อไป พร้อมทั้งจัดทำมาตรการช่วยเหลือ ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรอย่างรอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าภาคเกษตรของไทยจะได้รับประโยชน์สูงสุดและก้าวผ่านความท้าทายนี้ไปได้อย่างแข็งแกร่ง” โฆษกกระทรวงเกษตรฯ กล่าว

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ร่วมลงนาม MOU ส่งเสริม-พัฒนา-ต่อยอดเชิงพาณิชย์ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร

'อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร'ร่วมลงนาม MOU ส่งเสริม-พัฒนา-ต่อยอดเชิงพาณิชย์ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ร่วมลงนาม MOU ส่งเสริม-พัฒนา-ต่อยอดเชิงพาณิชย์ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร

วันพฤหัสบดี ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 19.01 น.

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร และกรมวิชาการเกษตร ว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมกระบวนการผลิต และการต่อยอดเชิงพาณิชย์ในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและการพึ่งพาตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน ภายใต้แผนวิจัยมุ่งเป้าเพื่อรองรับกฎระเบียบของสหภาพยุโรปว่าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ความร่วมมือนี้จะนำไปสู่การยกระดับภาคการเกษตรไทยให้ทันสมัย เพิ่มผลผลิต และเพิ่มความสามารถการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคาร 3 สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กรุงเทพฯ

– 006

ก.เกษตรฯ ถกเตรียมจัดงาน Sustainability Expo 2025

ก.เกษตรฯ ถกเตรียมจัดงาน Sustainability Expo 2025

ก.เกษตรฯ ถกเตรียมจัดงาน Sustainability Expo 2025

วันพฤหัสบดี ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.34 น.

ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานหารือการเตรียมความพร้อมการจัดงาน Sustainability Expo 2025 (SX 2025)

วันนี้ (31 ก.ค.) นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการหารือการเตรียมความพร้อมการจัดงาน Sustainability Expo 2025 (SX 2025) มหกรรมด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ครั้งที่ 6 ร่วมกับ ผู้แทนจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยมี น.ส.ภัทราภรณ์​ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นางอมราพร ชีพสมุทร์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ห้องประชุม 135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ทั้งนี้ สำหรับงาน SX 2025 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 ก.ย.2568-5 ต.ค.2568 ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainablity) ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การจัดนิทรรศการการนำเสนอนวัตกรรมด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน การเสวนาให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เป็นต้น

เกษตรฯผนึกกำลังพัฒนาเทคโนโลยีต่อยอดผลผลิตทางการเกษตร

เกษตรฯผนึกกำลังพัฒนาเทคโนโลยีต่อยอดผลผลิตทางการเกษตร

เกษตรฯผนึกกำลังพัฒนาเทคโนโลยีต่อยอดผลผลิตทางการเกษตร

วันพฤหัสบดี ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.25 น.

เกษตรฯ ผนึกกำลังส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยี 3 หน่วยงานในสังกัด ตั้งเป้าแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรต่อยอดเชิงพาณิชย์

วันนี้ (31 ก.ค.) นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมกระบวนการผลิต ต่อยอดเชิงพาณิชย์ในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และยกระดับศักยภาพของเกษตรกร ระหว่าง 3 หน่วยงาน โดยมีนายวิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร น.ส.ปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ร่วมลงนาม ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคาร 3 สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร

นายประยูร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมวิชาการเกษตร ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรของประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งกำหนดทิศทางการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญกับการบูรณาการนโยบาย งานวิจัย เทคโนโลยีและการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน รวมทั้ง “ปรับระบบการเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน” โดยเน้นการขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยี โดยเฉพาะใน 3 มิติหลัก ได้แก่ 1) เกษตรผลิตดี : ยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพการผลิต 2) เกษตรปลอดภัย : คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม และ 3) เกษตรยั่งยืน : เพิ่มศักยภาพการแข่งขันและความสามารถในการพึ่งพาตนเองของเกษตรกร

“การลงนามบันทึกความเข้าใจในวันนี้จะเป็นกลไกที่ช่วย “เชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้จริง” และ “ยกระดับงานส่งเสริมการเกษตรให้ทันสมัย” นำไปสู่การยกระดับกระบวนการผลิต การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้จริง และขอแสดงความยินดีกับทั้งสามหน่วยงาน รวมทั้งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างกว้างขวางต่อภาคการเกษตรของไทยในอนาคตด้วย” ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าว

015

ผู้ตรวจฯแจกจ่ายสิ่งของช่วยเกษตรกรพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

ผู้ตรวจฯแจกจ่ายสิ่งของช่วยเกษตรกรพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

ผู้ตรวจฯแจกจ่ายสิ่งของช่วยเกษตรกรพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันพฤหัสบดี ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 10.50 น.

ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ เขต 13 ลงพื้นที่ช่วยเหลือ ประชาชนที่ได้รับผลระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา  พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานกระทรวงเกษตรฯในพื้นที่

วันนี้ (31 ก.ค.) นายศรัญญู พูลลาภ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขตตรวจราชการที่ 13  บุรีรัมย์ สุริทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือประชนชนในพื้นที่ จ.สุรินทร์  พร้อมกับแจกสิ่งของช่วยเหลือประชาชน และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา  โดยมีนางศศิมาภรณ์ พันธโคตร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมกันส่งมอบสิ่งของ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ และมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการกุศล ได้ร่วมบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งมี นายอำนาจ ขืนตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายวีระชัย ประเสริฐโส  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นผู้รับมอบสิ่งของ

นอกจากนี้ยังมีการตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯเริ่มจาก  ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเปิดเป็นโรงพยาบาลสนามด้านปศุสัตว์ ศูนย์วิจัยและพัฒนากระบือ ซึ่งเปิดเป็นสถานที่อพยพสัตว์ และเสบียงอาหารสัตว์ และเยี่ยมช้างป่วย ณ สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ

นายศรัญญูู กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ เพื่อเป็นการตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตร พร้อมทั้งนำสิ่งของที่ได้รับบริจาคมามอบให้กับทางจังหวัดชายแดนที่ได้รับผลกระทบ สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา   เพื่อนำไปแจกจ่ายและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้ขนส่งอาหารและสิ่งจำเป็นในการดำรงชีพ  ที่ได้รับบริจาค  โดยมีการขนส่งมาให้ช่วยเหลือใน 4 จังหวัด ซึ่งมี จ.สุรินทร์ 3 คันรถ จ.บุรีรัมย์ 2 คันรถ จ.ศรีสะเกษ 2 คันรถ และ จ.อุบลราชธานี 2 คันรถ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้น

ทั้งนี้ ในฐานะผู้ตรวจราชการฯ ที่ดู แลพื้นที่ 4 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ นอกจากมาให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แล้ว ยังมา รับฟังปัญหาในพื้นที่ ในด้านต่างๆ  เพื่อสรุปข้อมูลและนำเสนอ ต่อกระทรวงเกษตรฯ และเร่งให้การช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่  โดยเร็วที่สุดโดยเฉพาะเกษตรกรที่เลี้ยงโค กระบือ  ซึ่งเบื้องต้น มีรายงายจากเจ้าหน้าที่ว่า มีโคกระบือ  ที่ตายจากระเบิดซึ่งฝ่ายกัมพูชา ยิงเข้ามา จำนวนหลายตัว ขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปตัวเลข  ความเสียหายและจะนำเสนอทางกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป

015

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ บันทึกเทปถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ บันทึกเทปถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ บันทึกเทปถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันพุธ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.28 น.

กรมปศุสัตว์บันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

30 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล นายพงษ์พันธ์ ธรรมมา นายสัตวแพทย์รักไทย งามภักดิ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นำคณะผู้บริหารกรมปศุสัตว์ ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) กรมประชาสัมพันธ์ กรุงเทพฯ

-(016)

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’ร่วมกับ’สมาคมผู้ผลิตถั่วเหลืองและรำข้าว’ ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย-ผู้ได้รับผลกระทบพื้นที่ชายแดน

'กรมส่งเสริมการเกษตร'ร่วมกับ'สมาคมผู้ผลิตถั่วเหลืองและรำข้าว' ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย-ผู้ได้รับผลกระทบพื้นที่ชายแดน

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’ร่วมกับ’สมาคมผู้ผลิตถั่วเหลืองและรำข้าว’ ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย-ผู้ได้รับผลกระทบพื้นที่ชายแดน

วันอังคาร ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 20.17 น.

กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับสมาคมผู้ผลิตถั่วเหลืองและรำข้าว ร่วมสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม 2568 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายสุริยะ คำปวง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และนายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ส่งมอบน้ำมันพืชจำนวน 100 ลัง และร่วมบริจาคสิ่งของ ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม เครื่องใช้ที่จำเป็น นำไปส่งมอบให้กับเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ความไม่สงบ ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ในพิธีส่งมอบสิ่งของบริจาคช่วยเหลือผู้ใด้รับผลกระทบจากเหตุสู้รบชายแดนไทย – กัมพูชา ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการศุล ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

'อธิบดีกรมฝนหลวง'ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันจันทร์ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 18.22 น.

วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.00 น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมด้วย นายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีของฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านวิชาการ นายปราบพล โล่ห์วีระ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ และผู้บริหาร ข้าราชการ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เข้าร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

– 006

ปลัด ก.แรงงาน นำคณะผู้บริหาร ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ปลัด ก.แรงงาน นำคณะผู้บริหาร ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ปลัด ก.แรงงาน นำคณะผู้บริหาร ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันจันทร์ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.30 น.

ปลัด ก.แรงงาน นำคณะผู้บริหาร ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.00 น. นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นำคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดยได้เข้าถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และลงนามถวายพระพรชัยมงคล เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

– 006