‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

'เลขาธิการ ส.ป.ก.'ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

วันพุธ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.22 น.

“เลขาธิการ ส.ป.ก.”ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ของ กษ.

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พร้อมด้วย รองเลขาธิการ ส.ป.ก. ผู้ตรวจราชการกรม ผู้อำนวยการสำนัก/กอง/ศูนย์ และเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. เข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) โดยมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมว.กษ.) นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นประธาน พร้อมด้วย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.กษ.) นายอัครา พรหมเผ่า ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานสังกัด กษ. ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานสังกัด กษ. เข้าร่วมพิธี ณ บริเวณหน้าอาคาร 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ในวันที่ 23 กรกฏาคม 2568 เวลา 08.00 น.

– 006

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

'อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร'ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

วันพุธ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 12.39 น.

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธี โดยมี นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายสุริยะ คำปวง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นำเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกันถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายพระพรชัยมงคล และร่วมแสดงพลังถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

– 006

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

'อธิบดีกรมฝนหลวง'ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

วันพุธ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 12.21 น.

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมด้วย นายปราบพล โล่หวีระ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ และผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการกลุ่ม เจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 โดยมี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหาร ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมพิธี ณ ลานหน้าอาคาร 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และแสดงออกถึงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีคุณูปการต่อภาคการเกษตรไทย รวมทั้งเพื่อให้ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความตระหนัก มุ่งมั่น สามัคคี และเปี่ยมด้วยขวัญ กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เป็นข้าราชการที่ดีและเป็นพลังของแผ่นดิน

– 006

อธิบดีฝนหลวงฯ เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคลและพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

อธิบดีฝนหลวงฯ เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคลและพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

อธิบดีฝนหลวงฯ เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคลและพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

วันอังคาร ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.53 น.

22 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.30 น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคลและพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 โดยมีนายปราบพล โล่ห์วีระ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุมหยาดพิรุณ ชั้น 3 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร

-(016)

เปิดตัวน้ำหมักชีวภาพสูตรปลาหมอคางดำ Waste , Not Wasted

เปิดตัวน้ำหมักชีวภาพสูตรปลาหมอคางดำ Waste , Not Wasted

เปิดตัวน้ำหมักชีวภาพสูตรปลาหมอคางดำ Waste , Not Wasted

วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.37 น.

‘ประมงสมุทรสาคร-สำนักงานพัฒนาที่ดิน-ซีพีเอฟ’เปิดตัวน้ำหมักชีวภาพสูตรปลาหมอคางดำ Waste , Not Wasted ชาวสวนฝรั่งบอกเห็นผลดีหลังใช้แถมช่วยลดค่าปุ๋ย

ประมงสมุทรสาคร จับมือร่วมกับสำนักงานพัฒนาที่ดิน และซีพีเอฟ เปิดตัว น้ำหมักชีวภาพสูตรปลาหมอคางดำ ตั้งเป้าช่วยลดจำนวนปลาหมอคางดำเดือนละ 6,000 กิโลกรัม พร้อมแบ่งปันสูตรให้วิสาหกิจชุมชน ต่อยอดเป็นสินค้าสร้างรายได้ แบรนด์ Waste, Not Wasted ของเสียที่ไม่เสียของ ช่วยเกษตรกรประหยัดค่าปุ๋ยได้ถึงหมื่นบาทต่อไร่ เกษตรกรย้ำน้ำหมักชีวภาพช่วยให้ฝรั่งลูกโตขึ้น และมีรสหวาน

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สนับสนุนประมงจังหวัดสมุทรสาครในการนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด บูรณาการกับ สถานีพัฒนาที่ดินสมุทรสาคร และศูนย์การเรียนรู้ของเสียที่ไม่เสียของ ต่อยอดนำปลาหมอคางดำที่จับได้จากกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” มาผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพสูตรปลาหมอคางดำ ที่พัฒนาโดยสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัด และซีพีเอฟสนับสนุนถังพลาสติกขนาดใหญ่สำหรับหมักปลาได้ 300 กิโลกรัมต่อถัง

เผดิม รอดอินทร์  ประมงสมุทรสาคร กล่าวว่า โครงการน้ำหมักชีวภาพใช้เวลา 1 เดือน จะช่วยให้สมุทรสาครจับปลาหมอคางดำออกจากระบบได้ทุกเดือน เดือนละ 6,000 กิโลกรัมหรือปีละ 72,000 กิโลกรัม เพิ่มมูลค่าเป็นของดีมาแบ่งปันให้พี่น้องเกษตรกรใช้รดบำรุงดินแทนปุ๋ย  เตรียมคิกออฟเป็นสินค้าภายใต้แบรนด์ WASTE, NOT WASTED “ของเสียที่ไม่เสียของ” รวมทั้งถ่ายทอดสูตรการหมักให้เกษตรกรนำไปทำใช้เอง เป็นการบูรณาการประชาชนมีส่วนร่วมในการลดประชากรปลาหมอคางดำอีกทางหนึ่ง

ธนัชกฤต กลิ่นหวล  ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสมุทรสาคร ได้แบ่งปันสูตรของน้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ มีส่วนประกอบปลาหมอคางดำ 30 กิโลกรัม หมักกับ กากน้ำตาล 10 กิโลกรัม และ สัปปะรด 10 กิโลกรัม ใส่ สารเร่งซุปเปอร์ พด.2 จำนวน 1 ซองผสมน้ำเปล่า 10 ลิตร บรรจุในถังหมักนาน 1 เดือนได้น้ำหมักเข้มข้น 30 กิโลกรัม  ก่อนใช้ต้องเจือจางกับน้ำก่อนนำมาฉีดพ่นและรดดิน ช่วยบำรุงพืชผลและบำรุงดิน  

“สำนักงานพัฒนาที่ดินนำน้ำหมักชีวภาพไปวิเคราะห์ พบว่ามีธาตุอาหารหลักสำหรับพืชทั้งไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตชเซียม ( N-P-K) ธาตุอาหารรอง รวมทั้งกรดอะมิโนที่ช่วยการเจริญเติบโตของพืช จากการสอบถามเกษตรกร น้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำช่วยประหยัดค่าปุ๋ยได้ถึง 8,000-10,000 บาทต่อไร่/ต่อปี และผลผลิตสูงขึ้นอีกด้วย” ธนัชกฤต กล่าว

ขวัญชัย อุทัยไป เล่าว่า หลังจากนำน้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำไปใช้กับสวนฝรั่ง เดิมฝรั่งให้ผลขนาดเล็ก และหน้าดินแข็งจากการใช้ปุ๋ยเคมีทำให้ต้นไม้ได้รับธาตุอาหารไม่สมบูรณ์ หลังจากใช้น้ำหมักชีวภาพเห็นการเปลี่ยนแปลงว่าดินร่วนฟู ทำให้น้ำไหลผ่านดินได้ดี ผลฝรั่งมีขนาดใหญ่ขึ้น และยังมีรสชาติหวานอร่อย ผลผลิตดี ช่วยลดต้นทุนจากค่าปุ๋ยได้ 35% 

“จากการดำเนินการตามมาตรการอย่างต่อเนื่อง  ส่งผลให้สมุทรสาครสามารถกำจัดปลาหมอคางดำไปแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ล้านกิโลกรัม จากการสำรวจเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา การแพร่ระบาดในพื้นที่ลดลงจนอยู่ในระดับปานกลาง พบปลาหมอคางดำ 10 ถึง 100 ตัว  ต่อ 100 ตารางเมตร เป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของภาครัฐ เอกชนและชุมชนในการดำเนินงานเชิงรุกอย่างจริงจัง ในการควบคุมและลดปริมาณปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ปลายังมีประโยชน์ สามารถนำมาผลิตเป็นสินค้าช่วยสร้างโอกาสให้ชุมชนมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง” เผดิมกล่าวปิดท้าย

‘สุชาติ’ลงพื้นที่เชียงใหม่-ลำพูน ติดตามสถานการณ์ลำไยภาคเหนือ แก้ราคาตกต่ำ

'สุชาติ'ลงพื้นที่เชียงใหม่-ลำพูน ติดตามสถานการณ์ลำไยภาคเหนือ แก้ราคาตกต่ำ

‘สุชาติ’ลงพื้นที่เชียงใหม่-ลำพูน ติดตามสถานการณ์ลำไยภาคเหนือ แก้ราคาตกต่ำ

วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.47 น.

“สุชาติ” ลงพื้นที่เชียงใหม่-ลำพูน ติดตามสถานการณ์ลำไยภาคเหนือ เร่งใช้มาตรการทุกด้านดูดซับผลผลิต แก้ราคาตกต่ำ – ยันไม่ปล่อยเกษตรกรแบกรับต้นทุนลำพัง

วันที่ 21 กรกฎาคม 2568  นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ผลผลิตลำไยภาคเหนือที่กำลังทยอยออกสู่ตลาดในช่วงฤดูกาลปี 2568 โดยได้ตรวจเยี่ยม สหกรณ์การเกษตรสันป่าตอง จำกัด อ.สันป่าตอง แปลงสวนลำไย และบริษัท แปรรูปลำไย ณ บริษัท อาร์ เค ฟู๊ด จำกัด อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน โดยได้หารือกับกลุ่มเกษตรกรของสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางบรรเทาปัญหาราคาตกต่ำและการกระจุกตัวของผลผลิต

รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า “รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับสินค้าเกษตรทุกชนิด แต่ปีนี้ลำไยมีผลผลิตมากขึ้นจาก 9 แสนตัน เป็นกว่า 1 ล้านตัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าและวางแผนในการแก้ปัญหาไว้แล้ว โดยจะใช้มาตรการเดิมยังไม่พอ ต้องมีการบริหารจัดการครอบคลุม 

วันนี้ตนจึงได้ลงพื้นที่เพื่อดำเนินมาตรการเชิงนโยบายเพื่อดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งขับเคลื่อนมาตรการตั้งแต่ต้นฤดู โดยเน้นเชื่อมโยงตลาด และกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต และรักษามาตรฐานการส่งออกโดยขยายตลาดใหม่ๆ ตั้งเป้าในการบริหารจัดการลำไยภาคเหนือ 151,000 ตัน โดยใช้ 8 มาตรการหลัก ได้แก่ 

1. รวบรวมลำไย (สดช่อ) เพื่อส่งออก ปริมาณ 15,000 ตัน 

2. จัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคผลไม้ “Thai Fruits Festival 2025” ทั่วประเทศ 

3. เชื่อมโยงลำไยผ่านเครือข่ายพันธมิตร ปริมาณรวม 65,555 ตัน โดยใช้กลไกผู้ประกอบการ และห้างค้าปลีก-ค้าส่งในการร่วมมือระบายผลผลิต โดยให้ผู้ประกอบการรับซื้อลำไย (รูดร่วง) เกรด B ปริมาณ 60,000 ตัน ในราคานำตลาดไม่ต่ำกว่า กิโลกรัมละ 4-5 บาท และเชื่อมโยงนำมาจำหน่ายในห้าง แมคโคร โลตัส บิ๊กซี ท็อปส์ โก-โฮลเซลล์ และเดอะมอลล์ รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง เพิ่มอีกปริมาณ 5,555 ตัน 

4.สับสนุนการรับซื้อผ่าน หน่วยงานรัฐ เอกชนผ่านบริษัทตลาดหลักทรัพย์ หน่วยงานราชการ บริษัทมหาชน เพื่อทำ CSR ตลอดทั้งฤดูกาล ปริมาณ 1,380 ตัน 

5. สนับสนุนกล่องใส่ลำไย ฟรีค่าขนส่งโดยบริษัทไปรษณีย์ไทย 

6. เชื่อมโยงผู้ประกอบการและสถาบันเกษตรกร รับซื้อผลผลิตโดยตรง ปริมาณ 18,000 ตัน 

7. เชื่อมโยงสินค้าเข้าสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง 1,000 ตัน 

8. ขยายช่องทางใหม่ๆให้กับลำไย อาทิ ทำเป็นอาหาร เครื่องดื่มผ่าน ตู้เต่าบิน แอร์เอเชีย

นอกจากนี้ รมช.พาณิชย์ ยังเพิ่มปริมาณเป้าหมายการรวบรวมรับซื้อลำไย (รูดร่วง) เกรด A เพื่ออบแห้งส่งออกต่างประเทศ จากเดิม 50,000 ตัน (สด) เพิ่มเป็น 101,000 ตัน  โดยผ่านโรงอบลำไยที่เป็นเครือข่ายของกรม กว่า 50 แห่ง ทั้งนี้ ยังได้กำชับให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดในกลุ่ม 8 จังหวัดภาคเหนือ กำกับดูแลโรงอบลำไยในพื้นที่ให้เปิดรับผลผลิตจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง  พร้อมจัดทำแผนเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดให้มีโรงอบรองรับเพียงพอกับปริมาณลำไยสดทั้งฤดูกาล

ในด้านการส่งออกลำไยไปต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เดินหน้าแผนตลาดการส่งออกอย่างจริงจัง ผ่านกลไกทูตพาณิชย์ ทั้ง 58 แห่งทั่วโลก ในการเร่งหาตลาดส่งออกลำไย และยังได้มีกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกผลไม้ ทั้งในรูปแบบการจับคู่เจรจาธุรกิจ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ และการส่งเสริมการขายผลไม้ผ่านห้างสรรพสินค้าและแพลตฟอร์มออนไลน์ในต่างประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดมูลค่าเจรจาการค้ากว่า 5,500 ล้านบาท อีกทั้ง การประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ผลไม้ไทยผ่านคาแรคเตอร์ “น้องฉ่ำฉ่ำ” ที่ได้เปิดตัวในช่วงงานแสดงสินค้าอาหาร Thaifex-Anuga 2025 อีกด้วย

นายสุชาติ ยังกล่าวต่ออีกว่า “ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ ทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตร วางแผนจัดการเรื่องโซนนิ่ง และเพิ่มผลผลิตต่อไร่ กระทรวงพาณิชย์จะต้องดูแลต้นทุนการผลิตให้พี่น้องเกษตรกร เพราะแม้ผลผลิตดี ราคาดี ถ้าต้นทุนสูง ก็ไม่ได้กำไร เราจึงต้องแก้ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ตนจะมีนโยบายธงเขียว ในการช่วยเหลือเกษตรกรให้ปุ๋ย ยาฆ่าแมลงราคาถูก  ต้นทุนเกษตรกรต้องควบคุมให้ได้ นี่คือสิ่งที่กระทรวงพาณิชย​์จะทำตั้งแต่ต้นน้ำ ”

“ขอให้พี่น้องเกษตรกรมั่นใจว่า กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าสู้ดันเรื่องลำไยอย่างเต็มที่จนจบฤดูกาลแน่นอน และสำหรับสินค้าเกษตรชนิดอื่น เราจะเร่งเข้าไปดูแลตลาดอย่างต่อเนื่องไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำเดิม” รมช.พาณิชย์ กล่าวทิ้งท้าย

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานรวมพลคนลำไยฯปี 2568

'อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร'ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานรวมพลคนลำไยฯปี 2568

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานรวมพลคนลำไยฯปี 2568

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.28 น.

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2568 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมนายสุริยะ คำปวง และนายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดี พร้อมทีมงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานรวมพลคนลำไยเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตสู่การแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน ปี 2568 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ มีเกษตรกรร่วมงานกว่า 6,000 คน ภายในงานจะมีการเตรียมจัดนิทรรศการ จากสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ : การยกระดับลำไยสดช่อ ให้มีคุณภาพ สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน : การเพิ่มสัดส่วนเกรด AA+ และสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย : การบริหารจัดการภัยพิบัติ เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิตให้อยู่ในเกรด AA+

– 006

รมว.เกษตรฯลงพื้นที่เร่งแก้ปัญหาน้ำที่สุราษฎร์ฯ

รมว.เกษตรฯลงพื้นที่เร่งแก้ปัญหาน้ำที่สุราษฎร์ฯ

รมว.เกษตรฯลงพื้นที่เร่งแก้ปัญหาน้ำที่สุราษฎร์ฯ

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.18 น.

“อรรถกร “สั่ง เร่งปรับปรุงการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำ “ลุ่มน้ำตาปี – พุมดวง” จ.สุราษฎร์ ใช้ประโยชน์ได้เต็มศักยภาพ แก้ปัญหาเกษตรกรขาดแคลนน้ำซ้ำซาก

วันนี้ (20 ก.ค.) นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ  ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี – พุมดวง พร้อมรับฟังปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ และมอบปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ให้แก่ผู้แทนเกษตรกร โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วม ที่โครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี – พุมดวง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ต.บางงอน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี

นายอรรถกร กล่าวว่า กรมชลประทาน ได้ดำเนินการการก่อสร้างโครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี-พุมดวง ระยะเวลาโครงการ 13 ปี ตั้งแต่ปี 2552 – 2564 งบประมาณ 3,330 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สามารถนำน้ำไปใช้ประโยชน์ทางด้านเกษตรกรรมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพิ่มพื้นที่ชลประทาน 73,980 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.พุนพิน และ อ.ท่าฉาง  ราษฎร 11,750 ครัวเรือน ใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับการอุปโภค – บริโภคของราษฎรในพื้นที่ และสนับสนุนการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง โดยการส่งน้ำจืดผสมกับน้ำเค็ม

ทั้งนี้ ช่วงเดือน ก.พ.-เม.ย.สถานีสูบน้ำ ไม่สามารถสูบน้ำได้ เนื่องจากปริมาณน้ำและระดับน้ำที่ไหลผ่านสถานีสูบน้ำของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี – พุมดวง มีระดับต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จึงไม่สามารถสูบน้ำส่งเข้าคลองส่งน้ำได้ในช่วงฤดูแล้ง รวมถึงไม่สามารถสูบน้ำระบบชลประทานที่ก่อสร้างแล้วเสร็จได้ ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กรมชลประทาน จึงดำเนินการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสูบน้ำ ด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อสูบน้ำจากคลองพุมดวงในช่วงที่ระดับน้ำในคลองต่ำ เข้าสู่บ่อพักน้ำของโรงสูบน้ำตาปี-พุมดวง ที่มีอยู่แล้ว เพื่อรักษาระดับน้ำในบ่อพักให้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ทำให้สามารถสูบน้ำส่งให้กับคลองส่งน้ำ MC1 และคลองส่งน้ำ MC2 ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ สามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่เกษตรกรรมของโครงการได้ตามวัตถุประสงค์ปัจจุบันโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างผนังคอนกรีตรับท่อส่งน้ำและผนังชั่วคราว (Sandbag) รวมทั้งเตรียมการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ที่จะสูบส่งน้ำเข้าสู่บ่อพักน้ำของสถานีสูบน้ำ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ และสามารถสูบน้ำได้ภายในเดือน ก.ย.2568

“วันนี้ตั้งใจลงมาเพื่อแก้ไขปัญหาที่ค้างคามากว่า 10 ปี เพราะงบประมาณต่างๆ ที่นำมาใช้นั้น เป็นภาษีของประชาชน แต่โครงการยังไม่สามารถใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ หาแนวทางแก้ไขเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้น้ำอุปโภคบริโภคได้อย่างเต็มศักยภาพของโครงการ สำหรับปัญหาเกษตรในด้านอื่นๆ จะเร่งนำกลับไปแก้อย่างเร่งด่วน” นายอรรถกร กล่าว

จากนั้นนายอรรถกร และนายอัครา พร้อมคณะ ได้มอบปัจจัยการผลิตด้านการเกษตรให้แก่ผู้แทนเกษตรกร เพื่อเสริมประสิทธิภาพด้านการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพสูง อาทิ มอบโฉนดเพื่อการเกษตร จำนวน 389 ฉบับ ปุ๋ยหมัก พด.1 น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ หญ้าอาหารสัตว์ นอกจากนี้ภายในงานยังมีนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้เกษตรกรได้เข้ารับบริการและองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อส่งเสริมการต่อยอดอาชีพเกษตรกรต่อไป

015

อ.ต.ก.ไลฟ์สดขายผลไม้เร่งกระจายผลผลิตลำไย

อ.ต.ก.ไลฟ์สดขายผลไม้เร่งกระจายผลผลิตลำไย

อ.ต.ก.ไลฟ์สดขายผลไม้เร่งกระจายผลผลิตลำไย

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 11.34 น.

อ.ต.ก. รับมือลำไยล้นตลาด เปิด Live กระจายผลผลิต พร้อมโปรโมชั่นราคาพิเศษ และส่งฟรีถึงบ้าน 21 ก.ค.2568

วันนี้ (20 ก.ค.) นายปณิธาน มีไชยโย ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.)เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ ปริมาณลำไยลำไยในฤดูการผลิต 2568 ที่จะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงเดือนกันยายนนี้ เพื่อการยกระดับสินค้าเกษตร และบริการมูลค่าสูง เน้นการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ตรงกับความต้องการของตลาด 

ทั้งนี้  ทางอ.ต.ก. จะลงพื้นที่ พบปะพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนลำไยภาคเหนือ  พร้อมทั้งจะตั้งโต๊ะ live จำหน่ายลำไยพันธุ์อีดอ เกรดพรีเมียม (AA–A) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นคือ ลูกใหญ่ เนื้อหนา รสหวานกรอบ ได้รับการคัดแยกและบรรจุอย่างมีมาตรฐานในวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่

สำหรับประชาชนที่ต้องการ สามารถสั่งPre – Order ผ่าน Facebook Live ในเพจ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร https://www.facebook.com/share/1753vyGvQn/ หรือ สั่งซื้อสินค้าได้ทาง  Line OA อ.ต.ก. https://lin.ee/uc1xpyh จำหน่ายแบบบรรจุตะกร้า 3 กิโลกรัม จำหน่ายราคาตะกร้าละ 179 บาท และบรรจุตะกร้า 5 กิโลกรัม จำหน่ายราคาตะกร้าละ 196 บาท มีบริการจัดส่งฟรี เฉพาะวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น

หากลูกค้าท่านใดพลาด อ.ต.ก. พร้อมจำหน่ายลำไยสดพันธุ์อีดอ ในงาน Thailand Agri Intertrade 2025 (ไทยแลนด์ อากรี อินเตอร์เทรด 2025) ระหว่างวันที่ 24 – 27 ก.ค.นี้ ที่ตลาด อ.ต.ก. จตุจักร กรุงเทพฯ (บริเวณด้านข้างตลาดเกษตรอินทรีย์) พบกับสินค้าเกษตรไทยจากทั่วประเทศกว่า 40 บูธ มาจัดแสดงและจัดจำหน่าย พร้อมกิจกรรมดีๆ ภายในงาน

กรมชลฯเตือนท้ายเขื่อนเจ้าพระยารับมือน้ำเหนือ

กรมชลฯเตือนท้ายเขื่อนเจ้าพระยารับมือน้ำเหนือ

กรมชลฯเตือนท้ายเขื่อนเจ้าพระยารับมือน้ำเหนือ

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 11.04 น.

กรมชลประทานประกาศเตือนประชาชนท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เตรียมรับน้ำเหนือเพิ่ม 25 ก.ค.นี้

วันนี้ (20 ก.ค.) นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศ ล่าสุดพบว่าพื้นที่างตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายแห่ง ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าไหลหลากลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น ประกอบกับในช่วงวันที่ 20-24 ก.ค.2568 คาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีฝนตกหนักมากขึ้น จะส่งผลให้ปริมาณน้ำในลำน้ำสาขามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ในช่วง 1-7 วันข้างหน้า คาดว่าในวันที่ 25 ก.ค.2568 ที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,400-1,500 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที เมื่อรวมกับปริมาณน้ำในลำน้ำสาขา อีกประมาณ 100-150 ลบ.ม./วินาที จะทำให้มีปริมาณน้ำสะสมบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ประมาณ 1,500-1,650 ลบ.ม./วินาที

ทั้งนี้ กรมชลประทาน จึงจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในช่วงอัตรา 700-1,200 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากระดับปัจจุบันอีกประมาณ 20-80 เซนติเมตร โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่  คลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยาต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา แม่น้ำน้อยจ.พระนครศรีอยุธยาขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการป้องกันความเสียหายจากน้ำเอ่อล้นตลิ่งไว้ล่วงหน้า หากมีการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ กรมชลประทานจะประกาศแจ้งให้ทราบต่อไป

015