ก.เกษตรฯ เปิดงานมหานครผลไม้ไทยภาคตะวันออก คุมมาตรฐาน ส่งเสริมเกษตรกรกระจายผลผลิต

ก.เกษตรฯ เปิดงานมหานครผลไม้ไทยภาคตะวันออก คุมมาตรฐาน ส่งเสริมเกษตรกรกระจายผลผลิต

ก.เกษตรฯ เปิดงานมหานครผลไม้ไทยภาคตะวันออก คุมมาตรฐาน ส่งเสริมเกษตรกรกระจายผลผลิต

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.38 น.

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมด้วย องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล จัดกิจกรรมส่งเสริมเกษตรและผลไม้ไทยภาคตะวันออกทั้งสด – แปรรูป จัดแสดงพร้อมจำหน่ายในงาน “มหานครผลไม้ไทยภาคตะวันออก” ณ ตลาด อ.ต.ก. เพิ่มช่องทางการตลาด ส่งเสริมช่องทาง E-Commerce  กระจายผลผลิตคุณภาพในช่วงฤดูกาล ส่งตรงถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศ สร้างโอกาสเพิ่มรายได้ สู่เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสถาบันเกษตรกร

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์การผลิตผลไม้ 4 ชนิด ได้แก่ ลำไย มะม่วง ทุเรียน และมังคุด ในภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ปี 2568 ที่มีจำนวน 3.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีปริมาณ 2.78 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 22% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยและต้นไม้มีความสมบูรณ์ ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ จะเป็นช่วงที่ผลผลิตทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ออกสู่ตลาดมากที่สุด

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและช่วยเหลือเกษตรกรไทยผลิตผลไม้คุณภาพได้มาตรฐาน สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีนโยบายที่มุ่งเน้นสนับสนุนการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร เพิ่มช่องทางการตลาด และส่งเสริมช่องทาง E-commerce

อย่างจริงจัง ซึ่งจะช่วยขยายฐานลูกค้าให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผลไม้ภาคตะวันออกซึ่งกำลังอยู่ในช่วงฤดูกาลออกผลผลิตจำนวนมาก เป้าหมายเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสถาบันเกษตรกร มีคุณภาพชีวิตที่ดีและรายได้ที่มั่นคง

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมมือกับ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จัดงานแสดงสินค้าพร้อมจำหน่ายสินค้าคุณภาพสู่ผู้บริโภค ภายในงาน “มหานครผลไม้ไทยภาคตะวันออก” ระหว่างวันที่ 19 – 31 พฤษภาคม 2568 บริเวณตลาดสด อ.ต.ก.เขตจตุจักร กรุงเทพฯ  เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อผลไม้สดใหม่และผลิตภัณฑ์แปรรูปคุณภาพจากเกษตรกรภาคตะวันออกโดยตรง อีกทั้งเตรียมขยายงานแสดงสินค้าสู่ภูมิภาคอื่นๆ ต่อไป 

นายปณิธาน มีไชยโย ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กล่าวว่า องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) มีหน้าที่และความรับผิดชอบหลักในการบริหารจัดการตลาดกลางสินค้าเกษตร เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีช่องทางจำหน่ายผลผลิตโดยตรง ลดปัญหาการถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง และสร้างความเป็นธรรมในระบบการค้าสินค้าเกษตร การดำเนินงานของ อ.ต.ก. ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาและบริหารจัดการพื้นที่ตลาด การอำนวยความสะดวกแก่เกษตรกรและผู้ซื้อ การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตร รวมถึงการส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ผลผลิตของเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง

“การร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ อ.ต.ก. ในการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล โดยการนำผลผลิตคุณภาพจากเกษตรกรโดยตรงมาจำหน่ายสู่ผู้บริโภคในวงกว้าง ผ่านกิจกรรมต่างๆ และช่องทาง E-Commerce ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาผลไม้กระจุกตัว ทั้งให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลไม้สดใหม่ คุณภาพดี ในราคาที่เป็นธรรม”นายปณิธาน กล่าวทิ้งท้าย

-(016)

อ.ต.ก.เปิดตลาดเกษตรไทยในฟิลิปปินส์ เสริมแกร่งสินค้าเกษตรมูลค่าสูงสู่เวทีโลก

อ.ต.ก.เปิดตลาดเกษตรไทยในฟิลิปปินส์ เสริมแกร่งสินค้าเกษตรมูลค่าสูงสู่เวทีโลก

อ.ต.ก.เปิดตลาดเกษตรไทยในฟิลิปปินส์ เสริมแกร่งสินค้าเกษตรมูลค่าสูงสู่เวทีโลก

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.51 น.

องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดตัวกิจกรรมภายใต้โครงการ “ส่งเสริมตลาดสินค้าเกษตรเมืองร้อนมูลค่าสูงสู่ตลาดโลก (Thailand Intertrade)” ผ่านการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า IFEX Connect 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–24 พฤษภาคม 2568 ณ World Trade Center Metro Manila กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยนับเป็นครั้งแรกที่ อ.ต.ก. ขยายกิจกรรมเชิงรุกสู่ตลาดฟิลิปปินส์อย่างเป็นรูปธรรม

นายปณิธาน มีไชยโย ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เปิดเผยว่า การเข้าร่วมงานในครั้งนี้มีเป้าหมายหลักในการเปิดตลาดสินค้าเกษตรมูลค่าสูงของไทยไปยังตลาดต่างประเทศอย่างยั่งยืน โดยฟิลิปปินส์ถือเป็นตลาดศักยภาพในภูมิภาคอาเซียนที่มีความต้องการบริโภคสินค้าเกษตรคุณภาพสูงจากไทยอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญในการขยายสู่ตลาดภูมิภาคโดยรอบ

“การเปิดตัวในวันแรกได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้เข้าร่วมงาน สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์ที่มีต่อสินค้าเกษตรไทย ซึ่งในครั้งนี้ อ.ต.ก. ได้คัดสรรสินค้าเกษตรคุณภาพสูงมาร่วมจัดแสดง อาทิ ข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว ข้าวกล้อง มะพร้าวอบกรอบ ทุเรียนและมังคุดแบบ Freeze Dried รวมถึงผลไม้แปรรูปแบบ Soft Dried อย่างสับปะรด ฝรั่ง ขนุน มะม่วง และกระเจี๊ยบแดง ซึ่งล้วนได้รับความสนใจจากผู้บริโภคในท้องถิ่นเป็นอย่างมาก และในวันแรกสามารถเจรจาคู่ค้าได้ถึง 15 คู่ค้า ที่สนใจในสินค้าเกษตรของเรา” นายปณิธานกล่าว

นอกจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์เกษตรไทยแล้ว ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมไทย เพื่อสร้างประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมควบคู่กับการส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทยในมิติใหม่ ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมงาน การจัดงาน IFEX Connect 2025 ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ในการขยายตลาดสินค้าเกษตรไทยสู่สากล ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างการรับรู้ในระดับนานาชาติ แต่ยังช่วยเสริมสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรไทย สู่การมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับงาน IFEX Connect 2025  นับเป็นหมุดหมายสำคัญของ อ.ต.ก. ในการสร้างเครือข่ายการค้าสินค้าเกษตรในระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการขับเคลื่อนผ่านความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนการส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ซึ่ง อ.ต.ก. จะยังคงดำเนินภารกิจนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้สินค้าเกษตรไทยมีความแข็งแกร่งในตลาดโลก และเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

-(016)

กรมวิชาการเกษตร เผย’นฤมล’สั่งระงับน้ำยางข้นนำเข้าจากต่างประเทศแล้ว

กรมวิชาการเกษตร เผย'นฤมล'สั่งระงับน้ำยางข้นนำเข้าจากต่างประเทศแล้ว

กรมวิชาการเกษตร เผย’นฤมล’สั่งระงับน้ำยางข้นนำเข้าจากต่างประเทศแล้ว

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.44 น.

กรมวิชาการเกษตร เผย’นฤมล’สั่งระงับน้ำยางข้นนำเข้าจากต่างประเทศแล้วทันที ด้าน’สมาพันธ์สวนยาง’ชม ทำงานรวดเร็ว ขอบคุณที่ให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกร 1.7 ล้านคน

เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2568 นายธรรมรัตน์ ทองมี ผู้อำนวยการกองการยาง กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยถึงกรณีที่สมาพันธ์สวนยางฯ ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกเพื่อสอบถามถึงสาเหตุที่กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อนุญาตให้นำเข้ายางธรรมชาติ น้ำยางข้นสูตรเฉพาะจากต่างประเทศว่า ศ.ดร นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมเพื่อตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวจนได้ข้อสรุปว่า สถานการณ์ราคายางตกต่ำเนื่องจากผลกระทบจากมาตรการการเก็บภาษีของสหรัฐอเมริกา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการตามนโยบายที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาราคายางอย่างต่อเนื่อง โดยการบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 ให้มีประสิทธิภาพ

“กระทรวงเกษตรฯได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการชะลอการนำเข้าน้ำยางข้นที่มีคุณภาพเทียบเท่าและเป็นไปตามมาตฐานยางที่ประเทศไทยสามารถผลิตได้เข้ามาในราชอาณาจักรไทยตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ.2542 เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคายางและลดผลกระทบต่อเกษตรกรในประเทศ ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีดำเนินการชี้แจงกับผู้ประกอบการให้ทราบถึงข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว และจะมีหนังสือแจ้งเวียนถึงผู้ประกอบการอย่างเป็นทางการด้วย“นายธรรมรัตน์ กล่าว

ด้านดร.อุทัย สอนหลักทรัพย์ นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า ทางกลุ่มเกษตรกรสวนยางต้องขอบคุณ ศ.ดร นฤมล ที่ทำงานแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และได้ให้ความเป็นธรรมแก่เกษตรกรไทย 1.7 ล้านคน

62 ปีกรมพัฒนาที่ดินมุ่งขับเคลื่อนการเกษตรไทย

62 ปีกรมพัฒนาที่ดินมุ่งขับเคลื่อนการเกษตรไทย

62 ปีกรมพัฒนาที่ดินมุ่งขับเคลื่อนการเกษตรไทย

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.34 น.

ครบรอบ 62 ปี กรมพัฒนาที่ดิน จัดยิ่งใหญ่ เปิดบ้าน โชว์นวัตกรรม “ดิน” ขับเคลื่อนเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน พร้อมเปิดตัว “พด. 16 นวัตกรรมการใช้จุลินทรีย์ควบคุมไส้เดือนฝอยรากปม” ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน ลดการใช้สารเคมีและส่งเสริมการเกษตรปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

วันนี้ (23 พ.ค.) นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันสถาปนากรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ 62 ปี จัดขึ้นในหัวข้อ “ดินนำ น้ำตาม สู่ความยั่งยืนเกษตรไทย” โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานเครือข่ายด้านการพัฒนาที่ดิน เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค หมอดินอาสา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วม ณ กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้เกียรติมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และรางวัลหมอดินอาสาดีเด่น พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการผลสำเร็จการดำเนินภารกิจของกรมพัฒนาที่ดิน เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการพัฒนาที่ดิน พบปะเกษตรกร และหมอดินอาสาที่มาร่วมจัดแสดงผลผลิตทางการเกษตร

นายอัครา กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จและความเจริญก้าวหน้าของกรมพัฒนาที่ดิน เนื่องในวันสถาปนา ครบรอบ 62 ปี กรมพัฒนาที่ดิน เป็นหน่วยงานหนึ่งในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการที่ดินและพัฒนาฟื้นฟูปรับปรุงบำรุงดิน เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมยั่งยืน เพิ่มพื้นที่ดินดีตามศักยภาพของที่ดินและเชิงลุ่มน้ำ การพัฒนาที่ดินด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ การจัดการดินและปุ๋ยให้เหมาะสมกับพืช เพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งการส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา โดยมีเครือข่ายหมอดินอาสาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนงาน และส่งเสริมให้เกษตรกร มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สร้างโอกาส สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ป้องกันบรรเทาภัยอันเกิดจากภาวะโลกร้อน เสริมสร้างการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาและจัดการที่ดิน เพื่อขับเคลื่อนทรัพยากรเกษตรยั่งยืน รองรับเกษตรสมัยใหม่ และสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

ด้าน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า กรมพัฒนาที่ดิน มีภารกิจหลักในการวางแผนและพัฒนาทรัพยากรดินให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน ด้วยวิสัยทัศน์ “เป็นองค์การอัจฉริยะทางดิน ขับเคลื่อนการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม 15 ล้านไร่ ภายในปี 2570” โดยในปี 2568 กรมพัฒนาที่ดินได้กำหนดทิศทางการพัฒนาที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาสู่เกษตรทันสมัยด้วยเทคโนโลยีด้านการเกษตร การยกระดับการบริหารจัดการน้ำ การฟื้นฟูทรัพยากรดินและรักษาสมดุลของระบบนิเวศการส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว การรับมือกับภัยธรรมชาติ และการพัฒนาระบบราชการดิจิทัล โดยตลอดระยะเวลา 62 ปี และปีต่อ ๆ ไป กรมพัฒนาที่ดินจะมุ่งมั่นและร่วมมือการทำงานเพื่อเกษตรกร โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภายในสังกัดฯ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตร ด้วยการบริหารจัดการดินและน้ำ ที่สอดคล้องตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาระดับต่าง ๆ ในแต่ละห้วงเวลา เพื่อให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมยั่งยืน มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง สร้างความมั่งคั่งทางอาหาร และรักษาสมดุลของระบบนิเวศไปพร้อมกัน

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย พิธีสมโภชพระศรีปฐพีพัฒนมุณี พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พิธีสงฆ์ พิธีเปิดงาน พิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่หน่วยงาน ข้าราชการ และหมอดินอาสาดีเด่น การจัดนิทรรศการ “6 ทศวรรษ กรมพัฒนาที่ดิน” นิทรรศการแบบจำลองการจัดการทรัพยากรดิน การเปิดตัว “พด.16 แบคทีเรียควบคุมไส้เดือนฝอยรากปม” และผลสำเร็จการดำเนินภารกิจของกรมพัฒนาที่ดิน กิจกรรม Kick off ขับเคลื่อนวันดินโลก ปี 2568 ในหัวข้อ “Healthy Soil for Healthy Cities” ซึ่งกรมพัฒนาที่ดิน กำหนดจัดงานวันดินโลกปี 2568 ระหว่างวันที่ 5 – 9 ธันวาคม ณ กรมพัฒนาที่ดิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ กิจกรรม HR Open house และกิจกรรม KPI พัฒนาความรู้ รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร จากหมอดินอาสา และเกษตรกรทุกภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ

015

‘นฤมล’เผย’มหกรรมพืชสวนโลก’ จ.อุดรธานี เงินสะพัดกว่า 3.2 หมื่นล้าน มั่นใจเสร็จทันตามเวลา

'นฤมล'เผย'มหกรรมพืชสวนโลก' จ.อุดรธานี เงินสะพัดกว่า 3.2 หมื่นล้าน มั่นใจเสร็จทันตามเวลา

‘นฤมล’เผย’มหกรรมพืชสวนโลก’ จ.อุดรธานี เงินสะพัดกว่า 3.2 หมื่นล้าน มั่นใจเสร็จทันตามเวลา

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.33 น.

‘นฤมล’เผย’มหกรรมพืชสวนโลก’ จ.อุดรธานี เงินสะพัดกว่า 3.2 หมื่นล้าน มั่นใจเสร็จทันตามเวลา พร้อมเชิญ ปชช.ร่วมเป็นเจ้าภาพต้อนรับ นทท.จากทั่วโลก 
 
เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2568 เวลา 09.00 น.ศ.ดร นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า งานมหกรรมพืชสวนโลก ที่จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ถือว่า เป็นงานระดับโลกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมกับประชาชนในท้องถิ่นให้มีบทบาทร่วมคิด ร่วมสร้าง ซึ่งจะเป็นการปลูกฝังความภาคภูมิใจและการเป็นเจ้าภาพร่วมกันได้เป็นอย่างดี ในส่วนของผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในช่วงการจัดงาน 134 วันนั้น คาดว่าจะมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานกว่า 3.6 ล้านคน ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้นและมีกระแสเงินสดหมุนเวียนเข้าสู่ประเทศกว่า 32,000 ล้านบาทจากการขยายตัวของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาร่วมงาน ก่อให้เกิดการกระตุ้นการใช้จ่าย รวมถึงการใช้จ่ายเงินของภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง 

นอกจากนี้ อัตราการจ้างงานระหว่างการจัดงานก็จะเพิ่มขึ้นประมาณ 81,000 ตำแหน่ง ซึ้งการจ้างงานดังกล่าวเกิดจากการขยายตัวจากกิจกรรมหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดงาน กิจกรรมด้านการท่องเที่ยว และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ อันจะส่งผลดี เป็นการป้องกันการไหลออกของแรงงานท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดให้ทุกประเทศที่จะมาจัดแสดงจะต้องจ้างแรงงานท้องถิ่นในการจัดทำสวนเท่านั้น

ศ.ดร นฤมล กล่าวต่อว่า กระทรวงเกษตรฯได้กำชับและให้แนวทางกับทุกหน่วยงานในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ โดยการจัดงานดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ หรือ AIPH ซึ่งให้ความสำคัญกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน มีการกำหนดให้มีการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องสิ่งแวดล้อมให้แก่ประชาชนและผู้เข้าร่วมงานอย่างทั่วถึง โดยงานยังเปิดโอกาสให้ประเทศต่าง ๆ ได้นำเสนอวิถีการใช้ชีวิตกับพืชพรรณ และสายน้ำ การอยู่ร่วมกัน อาศัยพึ่งพากันระหว่างคนกับธรรมชาติ ส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนาต่อยอด ซึ่งไม่จำกัดอยู่แค่ในด้านพืชสวนเท่านั้น แต่รวมไปถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนอีกด้วย
 
ทั้งนี้ ศ.ดร นฤมล เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานด้านความคืบหน้าการก่อสร้างอาคาร ระบบสาธารณูปโภค และงานภูมิสถาปัตย์ จากกรมวิชาการเกษตรว่าได้ส่งมอบพื้นที่ให้แก่ผู้รับจ้างก่อสร้างเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการก่อสร้างฯ แล้ว และมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างอาคาร ระบบสาธารณูปโภค และงานภูมิสถาปัตย์ แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อให้ทันเปิดงานในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ได้อย่างแน่นอน 

“มหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี พ.ศ. 2569 ไม่เพียงเป็นการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพงานระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมสร้างทักษะ เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจ และสร้างการมีส่วนร่วมในทุกระดับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ จังหวัดอุดรธานี และ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) จึงขอเชิญประชาชนร่วมเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก พร้อมนำเสนออัตลักษณ์ของไทยสู่เวทีนานาชาติ ระหว่างวันที่ 1 พ.ย.69 – 14 มี.ค.70 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี“ศ.ดร นฤมล กล่าว

ทั้งนี้ งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 จัดขึ้นภายใต้แนวความคิด Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living ที่สื่อถึงความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณสู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน โดยมีการออกแบบแผนแม่บทของโครงการให้สอดคล้องกับลักษณะทางกายภาพของพื้นที่จัดงานของจังหวัดอุดรธานีซึ่งเป็นการจัดงานบนพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) ครั้งแรกของโลก โดยมุ่งเน้นการวาง Roadmap ควบคู่ไปกับแผนการพัฒนาจังหวัดอุดรธานี โดยได้ตั้งเป้าหมายเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่นไทยน่าอยู่อย่างยั่งยืนสู่สังคมสีเขียว สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

กรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ 62 ปี โชว์นวัตกรรม ‘ดิน’ ขับเคลื่อนเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน

กรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ 62 ปี โชว์นวัตกรรม ‘ดิน’ ขับเคลื่อนเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน

กรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ 62 ปี โชว์นวัตกรรม ‘ดิน’ ขับเคลื่อนเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.14 น.

23 พฤษภาคม วันสถาปนาครบรอบ 62 ปี กรมพัฒนาที่ดิน จัดยิ่งใหญ่ เปิดบ้าน โชว์นวัตกรรม “ดิน” ขับเคลื่อนเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน พร้อมเปิดตัว “พด. 16 นวัตกรรมการใช้จุลินทรีย์ควบคุมไส้เดือนฝอยรากปม” ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน ลดการใช้สารเคมีและส่งเสริมการเกษตรปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันสถาปนากรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ 62 ปี จัดขึ้นในหัวข้อ “ดินนำ น้ำตาม สู่ความยั่งยืนเกษตรไทย” โดยมีคณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานเครือข่ายด้านการพัฒนาที่ดิน เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค หมอดินอาสา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงานกว่า 2,500 คน ณ กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดี ในความสำเร็จและความเจริญก้าวหน้า ของกรมพัฒนาที่ดิน เนื่องในวันสถาปนา ครบรอบ 62 ปี กรมพัฒนาที่ดิน เป็นหน่วยงานหนึ่ง ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีบทบาทสำคัญยิ่ง ในการบริหารจัดการที่ดิน และพัฒนาฟื้นฟูปรับปรุงบำรุงดิน เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมยั่งยืน เพิ่มพื้นที่ดินดีตามศักยภาพของที่ดินและเชิงลุ่มน้ำ การพัฒนาที่ดินด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ การจัดการดินและปุ๋ยให้เหมาะสมกับพืช เพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งการส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา โดยมีเครือข่ายหมอดินอาสาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนงาน และส่งเสริมให้เกษตรกร มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สร้างโอกาส สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ป้องกันบรรเทาภัยอันเกิดจากภาวะโลกร้อน เสริมสร้างการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาและจัดการที่ดิน เพื่อขับเคลื่อนทรัพยากรเกษตรยั่งยืน รองรับเกษตรสมัยใหม่ และสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้เกียรติมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และรางวัลหมอดินอาสาดีเด่น พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการผลสำเร็จการดำเนินภารกิจของกรมพัฒนาที่ดิน เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการพัฒนาที่ดิน พบปะเกษตรกร และหมอดินอาสาที่มาร่วมจัดแสดงผลผลิตทางการเกษตร

​ด้าน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า กรมพัฒนาที่ดิน มีภารกิจหลัก ในการวางแผนและพัฒนาทรัพยากรดินให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน ด้วยวิสัยทัศน์ “เป็นองค์การอัจฉริยะทางดิน ขับเคลื่อนการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม 15 ล้านไร่ ภายในปี 2570” โดยในปี 2568 กรมพัฒนาที่ดิน ได้กำหนดทิศทางการพัฒนาที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาสู่เกษตรทันสมัยด้วยเทคโนโลยีด้านการเกษตร การยกระดับการบริหารจัดการน้ำ การฟื้นฟูทรัพยากรดินและรักษาสมดุลของระบบนิเวศการส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว การรับมือกับภัยธรรมชาติ และการพัฒนาระบบราชการดิจิทัล

​สำหรับงานวันสถาปนาครบรอบ 62 ปี มีกิจกรรมประกอบด้วย พิธีสมโภชพระศรีปฐพีพัฒนมุณี พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พิธีสงฆ์ พิธีเปิดงาน พิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่หน่วยงาน ข้าราชการ และหมอดินอาสาดีเด่น การจัดนิทรรศการ “6 ทศวรรษ กรมพัฒนาที่ดิน” นิทรรศการแบบจำลองการจัดการทรัพยากรดิน การเปิดตัว “พด.16 แบคทีเรียควบคุมไส้เดือนฝอยรากปม” และผลสำเร็จการดำเนินภารกิจของกรมพัฒนาที่ดิน กิจกรรม HR Open house  และกิจกรรม KPI พัฒนาความรู้ รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร จากหมอดินอาสา และเกษตรกรทุกภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ

​ตลอดระยะเวลา 62 ปี และปีต่อ ๆ ไป กรมพัฒนาที่ดิน จะมุ่งมั่นและร่วมมือการทำงานเพื่อเกษตรกร โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภายในสังกัดฯ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตร ด้วยการบริหารจัดการดินและน้ำ ที่สอดคล้องตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาระดับต่าง ๆ ในแต่ละห้วงเวลา เพื่อให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมยั่งยืน มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง สร้างความมั่งคั่งทางอาหาร และรักษาสมดุลของระบบนิเวศไปพร้อมกัน

-(016)

ก.เกษตรฯพร้อมรับมือสาธารณภัยช่วงฤดูฝน

ก.เกษตรฯพร้อมรับมือสาธารณภัยช่วงฤดูฝน

ก.เกษตรฯพร้อมรับมือสาธารณภัยช่วงฤดูฝน

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.18 น.

กระทรวงเกษตรฯ เตรียมความพร้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในช่วงฤดูฝน 2568

วันนี้ (23 พ.ค.) นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 2/2568 โดยมีผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ (123) ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ (ร่าง) แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยด้านการเกษตร ในช่วงฤดูฝน ปี 2568 เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้น ในช่วงเดือน พ.ค.ถึงเดือน ต.ค.2568 อย่างเป็นระบบ โดยได้กำหนดมาตรการลดความเสี่ยง 3 แผนงาน ดังนี้ 1.แผนการป้องกันและเตรียมความพร้อม โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการวางแผนการจัดสรรน้ำและการวางแผนการเพาะปลูกข้าวนาปี พร้อมทั้งดำเนินการตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ เครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงจัดเตรียมสถานที่ในการอพยพสัตว์ ในกรณีเกิดสถานการณ์น้ำหลาก

2.แผนการเผชิญเหตุและการหยุดยั้งความเสียหาย โดยวางแผนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมถึงการปรับปฏิทินการเพาะปลูกให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ตลอดจนการเร่งระบายน้ำ และสนับสนุนเครื่องจักรเครื่องมือในการให้ความช่วยเหลือ และ 3.แผนการฟื้นฟูให้ดีกว่าเดิม โดยการสำรวจและประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจการเกษตรทั้งระบบ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างครอบคลุมทุกพื้นที่

นอกจากนี้รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวอีกว่า สำหรับการจัดทำ (ร่าง) แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยด้านการเกษตร ในช่วงฤดูฝน ปี 2568 เป็นการถอดบทเรียนจากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา โดยเปิดโอกาสให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถเพิ่มเติมแนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับภารกิจในแต่ละหน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันภัยให้มากขึ้น และลดความเสี่ยงในการเกิดผลกระทบกับพี่น้องเกษตรอย่างสูงสุดต่อไป

015

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เป็น ปธ.ประชุมเตรียมพร้อมชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปี 69

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เป็น ปธ.ประชุมเตรียมพร้อมชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปี 69

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เป็น ปธ.ประชุมเตรียมพร้อมชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปี 69

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.49 น.

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมในการชี้แจงงบประมาณรายจ่าย ประจำปี พ.ศ.2569 พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล นายพงษ์พันธ์ ธรรมมา และนายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เพื่อพิจารณาแผนงาน/โครงการฯ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมีผู้อำนวยการสำนัก/กอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ ห้องพระพิรุณ ตึกอำนวยการ ชั้น 1 กรมปศุสัตว์ พญาไท

– 006

ก.เกษตรฯผลักดันสินค้าเกษตรลดคาร์บอน

ก.เกษตรฯผลักดันสินค้าเกษตรลดคาร์บอน

ก.เกษตรฯผลักดันสินค้าเกษตรลดคาร์บอน

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.34 น.

“นฤมล” ลุยผลักดันสินค้าเกษตรลดคาร์บอน รับเทรนด์โลก เพิ่มรายได้เกษตรกร

วันนี้ (22 พ.ค.) ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอาหารแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2568 โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ  ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 123 โดยที่ประชุมรับทราบมาตรการดำเนินการกับหน่วยรับรอง (Certification Body: CB) ที่รับรองล้งทุเรียนสดให้มีการดำเนินมาตรการตรวจสอบล้งอย่างเข้มงวด หากพบสาร BY2 ในสถานประกอบการ หน่วยรับรองจะพักใช้หรือเพิกถอนการรับรองแก่สถานประกอบการทันที เพื่อวิเคราะห์สาเหตุ หาแนวทางการแก้ไข และป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ ซึ่งหากสถานประกอบการถูกแจ้งเตือนซ้ำหลังการแก้ไข จะเพิ่มความถี่ในการตรวจติดตาม เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ศ.ดร.นฤมล กล่าวขอบคุณและขอให้กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ตั้งใจทำงานบูรณาการร่วมกันดูแลหน่วยรับรองและสถานประกอบการให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมถึงมีมาตรการรองรับที่สามารถช่วยให้พี่น้องเกษตรกรสามารถค้าขายสินค้าเกษตรได้อย่างราบรื่นต่อไป ขณะเดียวกัน ให้เตรียมการดูแลคุณภาพทุเรียนทางภาคใต้ และลำไยทางภาคเหนือที่กำลังจะออกผลผลิตสู่ตลาดในฤดูกาลถัดไป เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้อย่างยั่งยืน และผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศได้รับสินค้าเกษตรปลอดภัย

“ขอให้ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกันส่งเสริมและผลักดันสินค้าเกษตรที่ใช้แนวทาง Low Carbon เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของโลกที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม หากมีมาตรการหรือแนวทางที่สามารถตรวจสอบการดำเนินการย้อนกลับให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นว่าสินค้าเกษตรที่ได้บริโภคมาจากแหล่งผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวสินค้าเกษตรได้” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบการยกร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร อาทิ 1.สับปะรด 2.ช่อดอกกล้วยไม้ 3.การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มแมลงบีเอสเอฟ (แบล็กโซลเจอร์ฟลาย) 4.แนวทางการใช้ยาต้านจุลชีพในปศุสัตว์รวมถึงสัตว์น้ำอย่างรับผิดชอบและรอบคอบ เพื่อไม่ให้สารเคมีตกค้างในสัตว์และให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และ 5.การจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตรและการแต่งตั้งคณะกรรมการวิชาการพิจารณามาตรฐานสินค้าเกษตร

015

เลขาธิการ ส.ป.ก. ร่วมการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 และ 2567

เลขาธิการ ส.ป.ก. ร่วมการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 และ 2567

เลขาธิการ ส.ป.ก. ร่วมการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 และ 2567

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.11 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้ร่วมการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พ.ศ.2566 และ พ.ศ.2567 ของสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย โดยมี นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ นายกสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย (ปัจจุบันเป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตร  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) เป็นประธานเปิดการประชุมในครั้งนี้    

การประชุมเสวนาวิชาการ เรื่อง โอกาสและความท้าทายภาคการเกษตรไทยในวิกฤตโลก ณ ห้องพระวิษณุ ชั้น 3 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวชั่น กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 มีสาระสำคัญ และตระหนักในเรื่อง ดินซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อภาคการเกษตรของไทย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหาร พืชพลังงานทดแทน และวัตถุดิบอุตสาหกรรมทางการเกษตร และมีบทบาทหลักต่อการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและภูมิคุ้มกันของประเทศ ปัจจุบันจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรดินอย่างมาก มีการขยายพื้นที่ผลิตและบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ ส่งผลให้เกิดปัญหาดินเสื่อมโทรมและการใช้ประโยชน์ที่ดินไม่ถูกต้องเหมาะสมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการจัดการดินและปุ๋ยตามหลักวิชาการที่เหมาะสมสามารถรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน ทำให้ดินมีศักยภาพการผลิตเพิ่มขึ้นและผลผลิตมีคุณภาพดีขึ้นได้ และยังมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ดังนั้นการวิจัยพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีด้านดินและปุ๋ย จึงจำเป็นต้องมีการส่งเสริม สนับสนุน และสร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่องในทุกภาคส่วน

เพื่อสอดรับกับกระแสโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีความก้าวหน้าของการพัฒนาเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด ขณะที่การพัฒนาประเทศมีแนวโน้มปัญหาการขาดแคลนทรัพยากร ดินเสื่อมโทรม ป่าไม้ถูกทำลาย ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม อุทกภัย ภัยแล้ง มีความถี่และรุนแรงมากยิ่งขึ้น ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เกษตรกรยากจนและไม่มีกรรมสิทธิ์ครอบครองในที่ดินเป็นของตนเอง ขาดวัยแรงงานเกษตร ทำให้ต้นทุนการผลิตภาคการเกษตรสูงและราคาผลผลิตไม่แน่นอน จึงมีแนวคิดเกี่ยวกับการปฏิรูปภาคการเกษตรของไทย สู่เกษตร 4.0 : เกษตรกรมั่งคั่ง ประเทศมั่นคงด้านอาหาร และเกษตรกรรมยั่งยืน

ในเรื่อง ปุ๋ย หมายถึง สารที่ใส่ลงในดินเพื่อให้ธาตุอาหารแก่พืช พืชต้องการธาตุอาหาร 16 ชนิด ได้แก่ ออกซิเจน ไฮโดรเจน คาร์บอน ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม กำมะถัน แคลเซียม สามารถใช้สำหรับหว่านปุ๋ย แม็กนีเซียม เหล็ก สังกะสี แมงกานีส ทองแดง โบรอน โมลิบดินัม และคลอรีน ในจำนวนนี้ ออกซิเจน ไฮโดรเจน คาร์บอน(โดยเฉพาะธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม หรือเรียกว่าธาตุอาหารหลัก) พืชได้รับจากน้ำและอากาศ

ส่วนไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม พืชต้องการในปริมาณมากเมื่อเทียบกับธาตุอื่น ๆ (ซึ่งถูกจัดเป็นธาตุอาหารหลักหรือธาตุปุ๋ย) และในดินมักมีไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก จึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มเติมธาตุเหล่านี้โดยการให้ปุ๋ย ปุ๋ยที่ไม่ใช่ปุ๋ยอินทรีย์ คือ ปุ๋ยไนโตรเจน ซึ่งชนิดของปุ๋ย ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย ได้แก่ ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยเชิงเดี่ยว ปุ๋ยเชิงผสม ปุ๋ยเชิงประกอบ ปุ๋ยชนิดอื่น ๆ

สำหรับสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย มีผลงานอันทรงเกียรติ ได้รับรางวัล King Bhumipol World Soil Day Award 2023 จากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO/United Nations) ในงานประชุมใหญ่สมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย สมัยที่ 20 เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2566 (By adminPosted on14 December 2023)

โดยแนวคิด ”Soils, Where Food Begins : อาหาร ก่อกำเนิด เกิดจากดิน” จนได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรด้านทรัพยากรดินจากทั่วโลกของสหประชาชาติ ให้เป็นผู้ชนะเลิศรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award ซึ่งเป็นรางวัลระดับโลกที่ไทยร่วมกับองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO) โดยจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2556 เพื่อกระตุ้นให้ทั่วโลกมีกิจกรรมด้านการจัดการทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน นำไปสู่ความมั่นคงทางด้านอาหาร และการขจัดความหิวโหย ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) ผ่านการจัดกิจกรรมเนื่องในวันดินโลก 5 ธันวาคมของทุกปี ด้วยผลงานชื่อ “Spirit of Soils, Spirit of Partnership” ที่แสดงพลังแห่งการบูรณาการ การดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่าย อาทิเช่น มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ สมาคมดินโลก ภาคีเครือข่ายเกษตรกร ภายใต้การสนับสนุนจากภาครัฐ และเอกชน ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย เป็นต้น

ทั้งนี้ เพื่อสร้างกิจกรรมปลูกจิตสำนึก “รักษ์ดิน” เห็นความสำคัญของทรัพยากรดินที่เป็นบ่อเกิดของอาหารและชีวิต กระตุ้นให้เกิดการปกป้อง ดูแลรักษาทรัพยากรดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ มีสุขภาพดี สามารถผลิตอาหารหล่อเลี้ยงทุกชีวิตได้อย่างยั่งยืน เพราะทุกคนล้วนเป็นเจ้าของทรัพยากรดินร่วมกัน

-(016)