‘นฤมล’แจ้งข่าวดี GACC ลดระดับการสุ่มตรวจสาร BY2 ณ ด่านนำเข้า สำหรับล้งทุเรียนที่มีระบบการจัดการที่ดี

'นฤมล'แจ้งข่าวดี GACC ลดระดับการสุ่มตรวจสาร BY2 ณ ด่านนำเข้า สำหรับล้งทุเรียนที่มีระบบการจัดการที่ดี

‘นฤมล’แจ้งข่าวดี GACC ลดระดับการสุ่มตรวจสาร BY2 ณ ด่านนำเข้า สำหรับล้งทุเรียนที่มีระบบการจัดการที่ดี

วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.51 น.

‘นฤมล’แจ้งข่าวดี GACC ลดระดับการสุ่มตรวจสาร BY2 ณ ด่านนำเข้า สำหรับล้งทุเรียนที่มีระบบการจัดการที่ดี เริ่ม 10 พ.ค.นี้ วอนผู้ประกอบการยังคงยกการ์ดสูง

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการประชุมหารือร่วมกับ ดร.ซุน เหมยจุน รัฐมนตรีว่าการสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) เกี่ยวกับการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกค้าสินค้าเกษตรระหว่างกัน รวมทั้งยกระดับความร่วมมือด้านคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยของสินค้าเกษตร เมื่อคราวเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์2568 และที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ GACC ได้ประชุมหารือและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อศึกษาแนวทางและมาตรการในการอำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียนไทยไปจีนอย่างต่อเนื่อง 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 กรมวิชาการเกษตรและ GACC ได้เห็นชอบร่วมกันในการจัดเกรดโรงคัดบรรจุ โดย GACC ได้แจ้งมาตรการลดระดับการสุ่มตรวจสาร BY2 ณ ด่านนำเข้า สำหรับล้งทุเรียนที่มีระบบการจัดการที่ดี เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำเข้าให้มีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป 

ในส่วนของห้อง Lab ตรวจวิเคราะห์หาสาร BY2 ในทุเรียนสดก่อนส่งออกไปจีนนั้น ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีห้อง Lab ทดสอบสาร BY2 จำนวน 9 แห่ง และอยู่ระหว่างยื่นขอกลับมามีคุณสมบัติอีกครั้ง (Resume) 4 แห่ง มั่นใจว่ามี Lab เพียงพอที่จะรองรับปริมาณทุเรียนจำนวนมากที่จะส่งออกไปจีนอย่างแน่นอน 

กระทรวงเกษตรฯ ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการควบคุมการผลิตทุเรียนส่งออกในการส่งออกตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด รวมถึงขอให้ผู้ประกอบการมีการทำความสะอาดโรงคัดบรรจุและอุปกรณ์ที่ใช้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การส่งออกสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง

กรมชลฯ เดินหน้ากำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

กรมชลฯ เดินหน้ากำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

กรมชลฯ เดินหน้ากำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.08 น.

กรมชลประทานเดินหน้ากำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและกักเก็บน้ำ พร้อมรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง

กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 10 ได้นำเครื่องจักรกลและยานพาหนะ พร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าดำเนินการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำบริเวณคลองระบายใหญ่มหาราช 1 ตำบลโพตลาดแก้ว อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งและฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง

ในขณะเดียวกัน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลเทพ ได้เร่งดำเนินการกำจัดวัชพืชและผักตบชวาด้วยเรือกำจัดวัชพืชขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง บริเวณประตูระบายน้ำพลเทพและปากคลองลาว ตำบลหาดท่าเสา อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท เพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำและกักเก็บน้ำไว้ใช้ในภาคเกษตรกรรมและการอุปโภคบริโภคของประชาชน

กรมชลประทานยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลบำรุงรักษาระบบชลประทานให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ โดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญที่ต้องอาศัยน้ำเพื่อการเกษตรและการดำรงชีวิตของประชาชน  ภารกิจกำจัดวัชพืชและเปิดทางน้ำ คืออีกหนึ่งหน้าที่สำคัญที่กรมชลประทานมุ่งมั่นดำเนินการ เพื่อให้ “น้ำ” เดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ “ชีวิต” ของประชาชนไทยดำเนินต่อไปอย่างมั่นคง

-(016)

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน  ร่วมงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.57 น.

9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังพลับพลาที่ประทับเพื่อเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568 ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

ในการนี้ นายประยูร  อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา พร้อมด้วยเทพีคู่หาบทอง และเทพีคู่หาบเงิน โดยมี ดร.ทวีศักดิ์  ธนเดโชพล   อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วย ดร.อาทิตย์ ศุขเกษม และ นายสุรชาติ  มาลาศรี  รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และนายชาคริต อินนะระ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 ผู้ทำหน้าที่คู่เคียงพระยาแรกนา ประจำปี 2568 เฝ้าฯ รับเสด็จ และร่วมประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ  โดยในปีนี้พระยาแรกนาได้เสี่ยงทายหยิบได้ผ้านุ่ง 5 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ผลการเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ที่ตั้งเลี้ยงพระโค พระโคกินน้ำ หญ้า และเหล้า ซึ่งผลเสี่ยงทายกล่าวว่า ถ้าพระโคกินน้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง              

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีการซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและส่งเสริม บำรุงขวัญเกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก กำหนดจัดขึ้นในราวเดือนหกของทุกปี หรือเดือนพฤษภาคมที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสม ต้องตามประเพณี ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนาอันเป็นอาชีพหลักของประชาชนคนไทย  อนึ่ง นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้วันพระราชพิธีพืชมงคลนี้  เป็น “วันเกษตรกร” ประจำปี และได้จัดงานวันเกษตรกรควบคู่ไปกับงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญตลอดมา โดยในปี พ.ศ. 2568 กรมพัฒนาที่ดิน มีเกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือกจะได้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี พ.ศ. 2568 ได้แก่ นางราตรี บัวพนัส หมอดินอาสาประจำตำบลจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์  และยังเป็นผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศหมอดินอาสาดีเด่น กรมพัฒนาที่ดิน ประจำปี 2568 อีกด้วย

-(016)

‘เลขาธิการมกอช.’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

‘เลขาธิการมกอช.’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

‘เลขาธิการมกอช.’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.17 น.

9 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังพลับพลาที่ประทับเพื่อเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568 ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

การจัดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้ ฤกษ์การไถหว่านอยู่ระหว่างช่วงเวลา 08.09 น. ผู้ทำหน้าที่ พระยาแรกนา คือ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เป็นผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ พร้อมด้วย นางกาญจนา แดงรุ่งโรจน์ รองเลขาธิการ (มกอช.) และดร. พงศ์ไท ไทโยธิน รองเลขาธิการ (มกอช.) เข้าร่วมพิธี

เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวธิรดา วงษ์กุดเลาะ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร และนางสาววราภรณ์ วิลัยมาตย์ เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน กรมวิชาการเกษตร เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวฉันทิสา อารีเสวต นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และนางสาวอภิชญา ฟูแสง นักวิชาการตรวจสอบบัญชีปฏิบัติการ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ ส่วนพระโคแรกนา ได้แก่ พระโคพอ และพระโคเพียง

ผลการเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ที่ตั้งเลี้ยงพระโค พระโคกินน้ำ หญ้า และเหล้า ซึ่งผลเสี่ยงทายกล่าวว่า ถ้าพระโคกินน้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง

-(016)

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.09 น.

9 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังพลับพลาที่ประทับเพื่อเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568 ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

การจัดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้ ฤกษ์การไถหว่านอยู่ระหว่างช่วงเวลา 08.09 น. ผู้ทำหน้าที่ พระยาแรกนา คือ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ พร้อมด้วย นายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านวิชาการ เป็นคู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวธิรดา วงษ์กุดเลาะ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร และนางสาววราภรณ์ วิลัยมาตย์ เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน กรมวิชาการเกษตร เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวฉันทิสา อารีเสวต นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และนางสาวอภิชญา ฟูแสง นักวิชาการตรวจสอบบัญชีปฏิบัติการ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ ส่วนพระโคแรกนา ได้แก่ พระโคพอ และพระโคเพียง

ผลการเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ที่ตั้งเลี้ยงพระโค พระโคกินน้ำ หญ้า และเหล้า ซึ่งผลเสี่ยงทายกล่าวว่า ถ้าพระโคกินน้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง

-(016)

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.06 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีพิธีเป็นองค์ประธานฯ ในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

09 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังพลับพลาที่ประทับ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568 โดยนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล นายพงษ์พันธ์ ธรรมมา รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ที่เกี่ยวข้อง เฝ้ารับเสด็จฯ

ซึ่งในปีนี้ กรมปศุสัตว์ ได้ทำการคัดเลือกพระโค เพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 2 คู่ เป็นพระโคแรกนาขวัญ 1 คู่ คือ พระโคพอ มีความสูง 165 เซนติเมตร ความยาวลำตัว 226 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอก 214 เซนติเมตร อายุ 13 ปี พระโคเพียง มีความสูง 169 เซนติเมตร ความยาวลำตัว 239 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอก 210 เซนติเมตร อายุ 13 ปี พระโคสำรอง 1 คู่ คือ พระโคเพิ่ม และพระโคพูล ซึ่งเป็นพระโคพันธุ์ขาวลำพูน มีสีผิวขาวอมชมพู ขนสีขาวสะอาด ทั้งลำตัวไม่มีจุดด่างดำ หรือสีอื่นบนลำตัว เขามีสีขาว ลำตัวเป็นลำเทียน เขาทั้งสองข้างมีลักษณะโค้งสวยงาม ดวงตาแจ่มใสสีน้ำตาลอ่อน ขนตาสีชมพู บริเวณจมูกขาว กีบสีขาว ขนหางเป็นพวงสีขาวยาว ลำตัวช่วงขาหลังและกีบมีความสมบูรณ์แข็งแรง เวลายืนและเดินสง่า

นอกจากนี้ ในปีนี้มีสถาบันเกษตรกรและเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2568  ที่อยู่ในการดูแลของกรมปศุสัตว์ ได้รับคัดเลือก ดังนี้ สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ (กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์) คือ วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่โคนมโคกก่อ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม  และเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ (อาชีพเลี้ยงสัตว์) คือ นายอนุพงษ์ พิพัฒน์วัชราภรณ์ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม

โดยปีนี้พระยาแรกนาได้ตั้งสัตยาธิษฐาน เสี่ยงทายหยิบผ้านุ่งแต่งกายได้ผ้า 5 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ส่วนพระโคกินน้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง ทั้งนี้จุดมุ่งหมายของพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พืชผลและบำรุงขวัญเกษตรกรให้มีใจมั่นในการเพาะปลูก และคณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้เป็น “วันเกษตรกร” ด้วย เพื่อให้เกษตรกรได้ระลึกถึงความสำคัญของอาชีพการเกษตรเป็นสิริมงคลแก่อาชีพของตนเอง รวมทั้งก่อให้เกิดประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศชาติต่อไป

-(016)

‘กรมชลประทาน’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568

‘กรมชลประทาน’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568

‘กรมชลประทาน’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568

วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.01 น.

9 พฤษภาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี โดยรถยนต์พระที่นั่งมายังพลับพลาที่ประทับ ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

ในการนี้ นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีพร้อมด้วย นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีฝ่ายบริหาร นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม เลขานุการกรม ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จในพระราชพิธีดังกล่าว โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่เป็น “พระยาแรกนา” ประจำปี 2568

สำหรับพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประกอบด้วยพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคลอันเป็นพิธีสงฆ์ และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

โดยผลการเสี่ยงทายพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 พระโคพอและพระโคเพียง ได้กินน้ำ หญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี กินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกยิ่งขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง ด้านการเสี่ยงทายผ้านุ่งเสี่ยงทาย พระยาแรกนาหยิบเสี่ยงทายได้ ผ้าห้าคืบ พยากรณ์ว่า น้ำสำหรับปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี

อนึ่ง พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีการซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและส่งเสริม บำรุงขวัญเกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก โดยกำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี อันถือเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นฤดูกาลแห่งการทำนา ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธี เกษตรกรและประชาชนสามารถเข้าไปเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวที่พระยาแรกนาหว่านไว้ในลานแรกนา เพื่อนำกลับไปหว่านในที่นาของตนเอง และเก็บไว้เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไป

-(016)

สชป.7 ลงพื้นที่อุบลฯ หารือแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำช่วยเหลือประชาชน

สชป.7 ลงพื้นที่อุบลฯ หารือแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำช่วยเหลือประชาชน

สชป.7 ลงพื้นที่อุบลฯ หารือแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำช่วยเหลือประชาชน

วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.55 น.

สำนักงานชลประทานที่ 7 นำโดย นายปริญญา คัชมาตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 7 พร้อมด้วย นายฐิฏิภัทร ฐิฏิภัทรสกุล ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรม นายปิยะ ประเสริฐศรี หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีล่างและเซบายล่าง และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกับ นายอภิรักษ์ นามบุตร รองนายก อบจ.อุบลราชธานี พร้อมด้วย นายพิสิฐ กังไพบูลย์ ปลัดอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ลงพื้นที่ร่วมหารือแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี

เนื่องจากพื้นที่ลำห้วยเรือในปัจจุบันค่อนข้างตื้นเขิน และมีวัชพืชเป็นบางช่วง ในช่วงฤดูฝนหรือฤดูน้ำหลาก น้ำจะล้นตลิ่งเอ่อท่วมขังในพื้นที่ และช่วงฤดูแล้งหรือฝนทิ้งช่วง กักเก็บน้ำได้ในปริมาณที่น้อย ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทั้งในด้านการอุปโภค – บริโภค และการเกษตร

ในการนี้ ได้ร่วมหารือ และสร้างความเข้าใจ ขอบเขตแนวทางการสนับสนุนเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำ ตลอดจนได้ร่วมรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ้งเป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และมุ่งเน้นเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก ณ ที่ว่าการอำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี

-(016)

ชาวกาฬสินธุ์‘ปลูกเห็ดฟาง’ลงทุนหลักพันฟันกำไรหลักหมื่น

ชาวกาฬสินธุ์‘ปลูกเห็ดฟาง’ลงทุนหลักพันฟันกำไรหลักหมื่น

ชาวกาฬสินธุ์‘ปลูกเห็ดฟาง’ลงทุนหลักพันฟันกำไรหลักหมื่น

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.34 น.

8 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพ ของเกษตรชาว จ.กาฬสินธุ์ ช่วงรอยต่อฤดูแล้งกับฤดูฝน ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลทำนาปี พบว่าที่บริเวณเขตติดต่อระหว่าง ต.บึงวิชัย และ ต.หนองสอ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ พบเกษตรกรรวมกลุ่มเพาะปลูกพืชฤดูแล้งเป็นบริเวณกว้าง โดยพืชที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นพืชทั่วไป เช่น พืชตระกูลแตง พืชตระกูลถั่ว พริก หน่อไม้ฝรั่ง และข้าวโพด ส่วนที่มีเสริมเข้ามาคือเห็ดฟาง ซึ่งเป็นการเพาะปลูกแบบง่ายๆ ตามภูมิปัญญาชาวบ้านดั้งเดิม ที่เรียกว่า “เห็ดฟางคลุมดิน” โดยไม่ได้เพาะปลูกในโรงเรือน แต่ให้ผลผลิตสูง และคุ้มค่า ที่สำคัญลงทุนน้อย อายุสั้นเพียง 20 วันเริ่มเก็บผลผลิตขาย สร้างรายได้งาม เผยลงทุนเพียง 1,500 บาท แต่สามารถสร้างรายได้หลัก 10,000 บาททีเดียว

นางทองทิพย์ แสงแก้ว อายุ 57 ปี เกษตรบ้านหนองทุ่ม ต.บึงวิชัย อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในฤดูฝน ตนและเพื่อนบ้านประกอบอาชีพทำนาเป็นอาชีพหลัก บางคนปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ขณะที่ในฤดูแล้งจะแบ่งพื้นที่ที่เคยทำนาปี เป็นพื้นที่ทำนาปรังส่วนหนึ่ง และปลูกถั่วลิสง ถั่วฝักยาว ข้าวโพด มะเขือ พริกและพืชตระกูลแตง อายุประมาณ 3-4 เดือนเก็บผลผลิต พืชเหล่านี้หากปลูกที่เดิมซ้ำบ่อยๆ จะไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร บางครั้งเกิดโรคพืชระบาด ผลผลิตตกต่ำ จึงต้องปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียนกันไป เพื่อปรับปรุงสภาพดิน

นางทองทิพย์ กล่าวอีกว่า สำหรับการเพาะปลูกเห็ดฟางในแปลงนา หรือที่เรียกกันว่าปลูกแบบ “เห็ดฟางคลุมดิน” นั้น เริ่มเพาะปลูกมาประมาณ 3 ปี โดยเห็นว่า เห็ดฟางนั้นอายุสั้น เพาะปลูกง่าย เริ่มจากเตรียมแปลง  ซื้อกากมันสำปะหลังจากลานรับซื้อมันฯ มาเข้าแบบทำเป็นบล็อกหรือก้อนสี่เหลี่ยม วางเรียงกัน เว้นช่องว่างประมาณ 1 คืบ

จากนั้นหาอาหารเสริมเพื่อเป็นอาหารเห็ดฟาง เช่น รำอ่อน ปุ๋ยคอก มาโรยตามช่องว่างระหว่างบล็อกและบนบล็อก และซื้อเชื้อเห็ดจากแหล่งที่เชื่อถือมาโรยตามช่องว่างระหว่างบล็อกและบนบล็อกนั้น รดน้ำใช้ชุ่มพอดี คลุมแปลงด้วยแผ่นพลาสติกใส และคลุมด้วยฟางข้าวอีกชั้นหนึ่ง เพื่อควบคลุมอุณหภูมิและป้องกันอากาศเข้า เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ โดยแปลงหนึ่งจะวางบล็อกคู่ เป็นแถวยาว ตามความเหมาะสม สำหรับตนลงทุนครั้งละ1,500 บาท จะได้แปลงเห็ดฟาง 5 แปลง

นางทองทิพย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนั้น หมั่นสำรวจความชื้นในแปลงเห็ดฟางคลุมดิน ประมาณ 7 วันเริ่มออกดอก 10 วันเริ่มเก็บผลผลิตเต็มที่ ซึ่งเรียกว่าเห็ดชุดแรก จากนั้นก็รดน้ำและคลุมแปลงให้อยู่ในสภาพเดิม เห็ดก็เริ่มจะออกดอกให้ผลผลิตชุด 2  ก็เก็บผลผลิตได้อีก รวมลงทุนครั้งเดียว ได้ผลผลิต 2 ชุด ภายในเวลา 20 วันก็หมดเชื้อ ราคาขายตามท้องตลาดเฉลี่ย กก.ละ 80 บาท ทั้งขายเองในชุมชนและมีแม่ค้าคนกลางมารับซื้อ ไปวางขายตามท้องตลาดอีกที ทั้งนี้ เห็ดฟางคลุมดิน ถือเป็นพืชเศรษฐกิจอายุสั้น เพาะปลูกคั่นเวลาจากการปลูกข้าวนาปรังและพืชชนิดอื่น หลังจากหมดชุด 2 ก็จะปลูกข้าวโพดและพืชตระกูลแตงต่อไป

อย่างไรก็ตาม จาการลงทุนครั้งเดียว 1,500 บาท หากเชื้อเห็ดมีคุณภาพ ก็จะได้ผลผลิตสูง สร้างรายได้หลายพันบาทหรือบางคนได้ถึง 10,000 บาททีเดียว นอกจากนี้ บล็อก รำอ่อนและปุ๋ยคอก ที่เป็นเศษวัสดุเหลือใช้ ยังสามารถย่อยสลายเป็นปุ๋ยบำรุงข้าวและพืชชนิดอื่นๆได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

.025

ก.เกษตรฯขับเคลื่อนคลินิกเกษตรฯต่อเนื่อง

ก.เกษตรฯขับเคลื่อนคลินิกเกษตรฯต่อเนื่อง

ก.เกษตรฯขับเคลื่อนคลินิกเกษตรฯต่อเนื่อง

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.47 น.

รมช.เกษตรฯ จ่อขับเคลื่อนโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เผยผลสำเร็จ มีเกษตรกรได้รับประโยชน์แล้วกว่า 4.6 ล้านราย

วันนี้ (8 พ.ค.) นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 1/2568 โดยมีนายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ผู้แทนหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าตามที่ได้ดำเนินโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับไว้เป็นโครงการในพระราชานุเคราะห์ และทรงพระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญอักษรพระนามาภิไธยไว้ในตราสัญลักษณ์โครงการฯ ซึ่งมีเกษตรกรได้รับประโยชน์แล้วกว่า 4.6 ล้านราย

สำหรับผลการดำเนินการจัดงานในปีงบประมาณ 2567 พบว่ามีเกษตรกรลงทะเบียนเพื่อขอรับบริการ (คลินิก 01) 80,669 ราย จากเป้าหมาย 30,800 ราย และมีการเข้ารับบริการในคลินิกต่างๆ (คลินิก 02)  176,764 ราย (เกษตรกร 1 ราย สามารถเข้ารับบริการได้มากกว่า 1 คลินิก) โดยให้บริการเสร็จสิ้นในวันเปิดให้บริการ 174,596 ราย และมีเกษตรกรที่ติดตามให้บริการต่อเนื่อง 2,168 ราย โดยเกษตรกรให้ความสนใจเข้ารับบริการคลินิกส่งเสริมการเกษตรมากที่สุด 30,463 ราย รองลงมาคลินิกสหกรณ์ 22,988 ราย คลินิกพืช   19,634 ราย คลินิกดิน 17,910 ราย คลินิกปศุสัตว์ 15,107 ราย คลินิกข้าว 15,002 ราย คลินิกหม่อนไหม  12,310 ราย คลินิกประมง 12,220 ราย คลินิกบัญชี 9,621 ราย คลินิกกฎหมาย (ส.ป.ก.) 9,341 ราย คลินิกชลประทาน 2,735 ราย และคลินิกอื่นๆ 9,433 ราย ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมเกษตรกรมีความพึงพอใจระดับมากที่สุด เนื่องจากได้ความรู้ คำแนะนำ เช่น โรคและแมลงศัตรูพืช การปรับปรุงดิน การดูแลพืช ตลอดจนได้รับปัจจัยการผลิต เช่น พันธุ์พืชผักสวนครัว สารชีวภัณฑ์ เวชภัณฑ์ น้ำหมัก และยังสามารถนำความรู้/คำแนะนำไปใช้ประโยชน์ ไปปรับใช้ในการประกอบอาชีพด้านการเกษตรของตนเอง เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต มีความมั่นคงในอาชีพต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบการจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ระดับประเทศ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 17–18 กรกฎาคม 2568 ซึ่งมีแนวคิดการจัดงาน “สร้างกระบวนการเรียนรู้แบบ Problems Base Learning เรียนรู้จากปัญหา และ Interactive Communication” โดยสำรวจปัญหาเชิงกระบวนการผลิต ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหา เปลี่ยนจากทำมากได้น้อย เป็นทำน้อยได้มาก เน้นการทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และให้บริการเกษตรกรที่มีความสอดคล้องกับภารกิจของแต่ละหน่วยงาน ทั้งนี้ ได้มอบหมายทุกหน่วยงานดำเนินการวิเคราะห์ปัญหา (Pain Point) ที่สอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงาน เพื่อนำมาให้บริการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรในวันจัดงานได้ตรงจุด อีกทั้งเห็นชอบการจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ระดับจังหวัด (76 จังหวัด) พร้อมมอบหมายทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมในการร่วมดำเนินงานโครงการฯ อย่างเต็มศักยภาพ เหมาะสม และสมพระเกียรติ เช่น การวิเคราะห์ปัญหา (Pain Point) ในพื้นที่ เพื่อนำมาให้บริการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกร สนับสนุนกิจกรรมการอบรม/ฝึกอาชีพระยะสั้น และการให้บริการอื่นๆ ตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้การดำเนินงานโครงการฯ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรต่อไป

015