ครม.เคาะ18ม.ค.วันกล้วยไม้แห่งชาติ

ครม.เคาะ18ม.ค.วันกล้วยไม้แห่งชาติ

ครม.เคาะ18ม.ค.วันกล้วยไม้แห่งชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.33 น.

‘นฤมล’ เผยคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดให้วันที่ 18 ม.ค.ของทุกปี เป็นวันกล้วยไม้แห่งชาติ เพื่อให้เห็นคุณค่าและภาคภูมิใจในเอกลักษณ์และภาพลักษณ์ของความเป็นชาติไทย

วันนี้ (3 เม.ย.) ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้วันที่ 18 มกราคมของทุกปี เป็นวันกล้วยไม้แห่งชาติ โดยไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ เพื่อให้สาธารณชนเกิดความตระหนักรู้และเห็นคุณค่าของกล้วยไม้ไทย รวมถึงเป็นการสร้างให้เกิดความภาคภูมิใจในกล้วยไม้ ที่เป็นทั้งเอกลักษณ์และภาพลักษณ์ความเป็นชาติไทย ซึ่งประเทศไทยเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตและส่งออกกล้วยไม้เขตร้อน (Tropical orchid) อันดับ 1 ของตลาดโลก ด้วยสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมกับการผลิต มีพื้นที่เพาะปลูกในจังหวัดสำคัญ ได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร กทม.ราชบุรี และนนทบุรี รวมเนื้อที่เพาะปลูกกล้วยไม้ 17,183 ไร่ มีเกษตรกรปลูกกล้วยไม้ที่มีทักษะ และประสบการณ์ประมาณ 1,600 ราย นับเป็น Land of Orchid แห่งหนึ่งของโลก ที่เป็นแหล่งกระจายพันธุ์ของกล้วยไม้พันธุ์แท้ (Species) มีพันธุกรรมของกล้วยไม้เขตร้อนที่พบในธรรมชาติมากกว่า 1,200 ชนิด จึงได้รับความสนใจจากนักอนุรักษ์กล้วยไม้ทั่วโลก สำหรับพันธุ์กล้วยไม้ที่ส่งออกหลักของไทย ได้แก่ สกุลหวาย (พันธุ์โซเนีย และขาวสนาน) สกุลอะแรนดา (มอคคารา) แวนดา และออนซิเดียม ให้ผลผลิตมากในช่วงเดือนกันยายน – มกราคม ซึ่งผลผลิตทั้งหมดจะแบ่งสัดส่วนเพื่อใช้ในประเทศ และส่งออกร้อยละ 50

ด้านนายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กล้วยไม้สามารถเป็นเครื่องแสดงถึงพลัง Soft Power ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของไทยสร้างชื่อเสียงในวงการกล้วยไม้ทั่วโลก โดยในปี 2567 ไทยส่งออกดอกกล้วยไม้ปริมาณ 19,129 ตัน มูลค่า 2,181.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่ส่งออก 17,992 ตัน มูลค่า 2,116.28 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.32 และร้อยละ 3.07 ตามลำดับ มีตลาดส่งออกมูลค่าสูง 3 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เวียดนาม และญี่ปุ่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของกล้วยไม้ไทย ดังนั้นเพื่อกระตุ้นการส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว รวมทั้งสามารถยกระดับมาตรฐานกล้วยไม้ให้เกิดอาชีพที่สร้างรายได้ สู่การเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่สำคัญสำหรับส่งออกของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กล้วยไม้ เป็นไม้ดอกที่ใช้เพื่อประดับตกแต่งในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน เริ่มมีการปลูกเลี้ยงตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แต่ยังไม่แพร่หลายมากนัก ต่อมาจอมพลเรือ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงนิพนธ์และทรงจัดพิมพ์หนังสือ “ตำราเล่นกล้วยไม้” เล่มแรกของไทย เมื่อปี พ.ศ. 2460 เพื่อเผยแพร่ความรู้ให้แก่ผู้ที่สนใจปลูกเลี้ยงกล้วยไม้เป็นงานอดิเรก ทำให้การปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ขยายตัวออกสู่ประชาชนในวงกว้าง และได้รับการยกย่องให้ทรงเป็น “พระบิดาวงการกล้วยไม้ของประเทศไทย” ก่อนจะสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2487”

นอกจากนี้ในปี พ.ศ.2521 ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน The 9th World Orchid Conference Bangkok 1978 ณ สวนสามพราน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นการจัดงานกล้วยไม้ในระดับนานาชาติขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย มีผู้เข้าร่วมงานประชุมกว่า 3,000 คน จาก 41 ประเทศทั่วโลก โดยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เสด็จฯ แทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จร่วมงานและเป็นประธานเปิดงานชุมนุมกล้วยไม้โลกครั้งที่ 9 และไปรษณีย์ไทย ได้ออกแสตมป์ชุดการประชุมกล้วยไม้โลกครั้งที่ 9 ปี พ.ศ.2521 ด้วย

015

กรมตรวจบัญชีฯเน้น การยกระดับมาตรฐาน มุ่งสู่ศูนย์กลางการเงิน ขับเคลื่อนงานสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีฯเน้น  การยกระดับมาตรฐาน  มุ่งสู่ศูนย์กลางการเงิน  ขับเคลื่อนงานสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีฯเน้น การยกระดับมาตรฐาน มุ่งสู่ศูนย์กลางการเงิน ขับเคลื่อนงานสหกรณ์

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวในการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ยกระดับมาตรฐานข้อมูลสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินของสหกรณ์ไทย” โดยมี น.ส.อนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กทม.ว่าปัจจุบันมีสหกรณ์ที่จดทะเบียน รวม 9,530 แห่ง มีสมาชิก 11,339,612 ล้านคน มีทุนดำเนินงานกว่า 3.5 ล้านล้านบาท มูลค่าธุรกิจรวม 2,139,486.96 ล้านบาท โดยมีแนวโน้มที่จะเติบโตเพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพการบริหาร จัดการทางการเงินให้เท่าทันเทคโนโลยีที่หลากหลาย และธุรกิจของสหกรณ์ที่มีความก้าวหน้า

ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสครบรอบ 73 ปี แห่งการสถาปนากรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จึงจัดประชุมสัมมนาดังกล่าวขึ้น ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนการยกระดับมาตรฐานและสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการทางการเงินแก่สถาบันเกษตรกร เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์ เกษตรกร มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคงและยั่งยืน โดยปีงบประมาณ 2568 กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กำหนดเป้าหมายในการยกระดับความเข้มแข็งโปร่งใสในภาคสหกรณ์และเกษตรกรไทย อาทิ การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม การรักษามาตรฐานวิชาชีพ และกำกับ ดูแล ป้องกันปัญหาการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม โดยทบทวนและปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ ให้สอดคล้องตามมาตรฐานสากลและสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นต้น

ก.เกษตรฯกำจัดศัตรูพืชยั่งยืน เน้นพัฒนา-ยกระดับภาคเกษตรไทย

ก.เกษตรฯกำจัดศัตรูพืชยั่งยืน  เน้นพัฒนา-ยกระดับภาคเกษตรไทย

ก.เกษตรฯกำจัดศัตรูพืชยั่งยืน เน้นพัฒนา-ยกระดับภาคเกษตรไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

น.ส.อนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานงานเปิดตัวกรอบการจัดการสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างยั่งยืนของประเทศไทย (Sustainable Pesticide Management Framework: SPMF) โดยมีนายพรเทพ ศรีธนาธร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ น.ส.ซิโมน บาร์ช ประธานองค์กรครอปไลฟ์เอเชีย น.ส.กล้วยไม้ นุชนิยม นายกสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย นายปิติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ประธานกรรมการคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคม และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กทม. ว่าการดำเนินงานภายใต้กรอบ SPMF ของประเทศไทย ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมของไทยไปสู่การผลิตอาหารที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และสามารถเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม เพื่อตอบสนองความต้องการของทั้งประชาชนไทยและประชาคมโลกในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านโครงการต่างๆซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรไทยได้รับการถ่ายทอดนวัตกรรมที่ทันสมัยผ่านการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ และสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ที่สามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือที่แข็งแกร่งและแสดงถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย ที่ได้สนับสนุนและร่วมมือกับภาครัฐ ในการส่งเสริมและยกระดับภาคเกษตรของไทย เพื่อเสริมสร้างระบบอาหารที่ปลอดภัยและยั่งยืนตามแนวทางของ SPMF ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ซึ่งกรอบความร่วมมือนี้จะเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเกษตรยั่งยืนของประเทศไทย

น.ส.อนงค์นาถกล่าวต่อว่า มีนโยบายที่สำคัญซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาหารและลดการใช้สารเคมีในภาคการเกษตร เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค
ส่งเสริมความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม มีแนวทางส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย ให้ความสำคัญกับการผลิตพืชอาหารที่ปลอดภัยสำหรับการบริโภคทั้งในประเทศและส่งออก เน้นการลดการใช้สารเคมีและส่งเสริมการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP) เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค รวมถึงนโยบายสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดการใช้สารเคมีและหันมาใช้วิธีการทางธรรมชาติในการควบคุมศัตรูพืชและโรคพืช

“ปัจจุบันภาคการเกษตรต้องเผชิญความท้าทายไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ ตลอดจนประเด็นด้านความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหาร ซึ่งอุปสรรคเหล่านี้อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเกษตรกรและระบบการผลิตอาหารของประเทศ ดังนั้น การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้ในภาคเกษตรกรรมจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความมั่นคง และเพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรไทย” น.ส.อนงค์นาถ กล่าว

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานประชุมหารือโรคไวรัสเริมชนิดเอนโดธีลิโอโทรปิกในลูกช้าง (EEHV)

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานประชุมหารือโรคไวรัสเริมชนิดเอนโดธีลิโอโทรปิกในลูกช้าง (EEHV)

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานประชุมหารือโรคไวรัสเริมชนิดเอนโดธีลิโอโทรปิกในลูกช้าง (EEHV)

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 21.50 น.

ธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานการประชุมหารือโรคไวรัสเริมชนิดเอนโดธีลิโอโทรปิกในลูกช้าง (EEHV)

วันที่ 2 เมษายน 2568 เวลา 13.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานการประชุมหารือโรคไวรัสเริมชนิดเอนโดธีลิโอโทรปิกในลูกช้าง (EEHV) โดยมีนายสัตวแพทย์ณรงค์ เลี้ยงเจริญ อำนวยการสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ นายสัตวแพทย์ชัยวลัญช์ ตุนาค ผู้อำนวยการกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ นายสัตวแพทย์อิสระ ปัญญาวรรณ ผู้อำนวยการสำนักกฏหมาย รศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร อุปนายกสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าประชุมฯ ณ ห้องพระพิรุณ ตึกอำนวยการ ชั้น 1 กรมปศุสัตว์ กรุงเทพฯ และประชุมผ่านระบบทางไกล (Zoom Conference)

ทั้งนี้ เพื่อทราบความสำคัญของโรคไวรัสเริมชนิดเอนโดธีลิโอโทรปิกในลูกช้าง (EEHV) และเพื่อพิจารณาการควบคุมและป้องกันโรคไวรัสเริมชนิดเอนโดรีลิโอโทรปิกในลูกช้าง (EEHV) ต่อไป
 

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เฝ้ารับเสด็จฯ’กรมสมเด็จพระเทพฯ’ทรงปล่อยโค เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เฝ้ารับเสด็จฯ'กรมสมเด็จพระเทพฯ'ทรงปล่อยโค เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เฝ้ารับเสด็จฯ’กรมสมเด็จพระเทพฯ’ทรงปล่อยโค เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.35 น.

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปล่อยโค เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่ 2 เมษายน 2568 ณ ท่าวาสุกรี

วันพุธที่ 2 เมษายน 2568 เวลา 08.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปล่อยโค เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่ 2 เมษายน 2568 ณ ท่าวาสุกรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร (เป็นการส่วนพระองค์) โดยมี นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยนายพงษ์พันธ์ ธรรมมา รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ผู้อำนวยการสำนัก/กอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าเฝ้ารับเสด็จฯ

ในการนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ขอพระราชทานพระราชานุญาต นำข้าราชการกรมปศุสัตว์เข้าเฝ้าถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2568 ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญแก่พสกนิกรชาวไทยตราบกาลนาน และน้อมเกล้าฯ ถวายโค จำนวน 1 คู่ เป็นโคเพศผู้ 1 ตัว และเพศเมีย 1 ตัว สำหรับโคที่ทรงปล่อยชีวิตในครั้งนี้ กรมปศุสัตว์จะนำไปช่วยเหลือแก่ นางมณีรัตน์ หาญมนตรี เกษตรกรอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี เลี้ยงดูแลและใช้ประโยชน์ เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรต่อไป

– 006

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’เป็นปธ.เปิดประชุมสัมมนาเชิงวิชาการ โครงการ Fonluang Sympoium 2025

'อธิบดีกรมฝนหลวง'เป็นปธ.เปิดประชุมสัมมนาเชิงวิชาการ โครงการ Fonluang Sympoium 2025

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’เป็นปธ.เปิดประชุมสัมมนาเชิงวิชาการ โครงการ Fonluang Sympoium 2025

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.56 น.

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการ โครงการ Fonluang Sympoium 2025 ณ ห้องประชุมเทวกุล ชั้น 6 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการที่เกี่ยวข้องกับด้านการดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายนักวิจัยและนักวิชาการของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และส่งเสริมการนำผลงานไปใช้ประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินการสัมมนาในวันที่ 2, 9, 23 และ 30 เมษายน 2568 ผ่านกิจกรรมการบรรยายและการนำเสนอผลงานวิชาการจากนักวิจัย ภายใต้ยุทธศาสตร์งานวิจัย หัวข้อ 4S ได้แก่ 1 “Safety” เกี่ยวกับการปฏิบัติการฝนหลวงและดัดแปรสภาพอากาศที่ลดการปลดปล่อยคาร์บอน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรวมทั้งควบคุมคุณภาพน้ำฝนหลวงให้มีความปลอดภัย 2 หัวข้อ “Security” เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวงให้มีปริมาณและการกระจายตัวของน้ำฝน ที่เหมาะสมกับการเกษตร รวมทั้งวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดัดแปรสภาพอากาศทางเลือก 3 หัวข้อ “Seamlessness” เกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์ม และผลักดันการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม และนำเสนอบทความวิชาการ และ 4 หัวข้อ “Sustainability” เกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะและความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงาน ขยายเครือข่ายความร่วมมือทั้งระดับประเทศและนานาชาติ

รองปลัดฯเปิดงาน อบรมนักบริหารฯ พัฒนาการเกษตร สู่ผู้นำในยุคใหม่

รองปลัดฯเปิดงาน  อบรมนักบริหารฯ  พัฒนาการเกษตร  สู่ผู้นำในยุคใหม่

รองปลัดฯเปิดงาน อบรมนักบริหารฯ พัฒนาการเกษตร สู่ผู้นำในยุคใหม่

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดอบรมหลักสูตรนักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ระดับสูง รุ่นที่ 89และบรรยายพิเศษหัวข้อ “การขับเคลื่อนโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ และความคาดหวังสำหรับหลักสูตร นบส.” โดยมีผู้เกี่ยวข้อง และผู้เข้าร่วมอบรมจากหน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯ 100 คน เข้าร่วมที่โรงแรม เอบีน่า เฮ้าส์ (Ebina House) กทม.มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพ และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในหลักการและเทคนิคด้านการบริหาร รวมทั้งเสริมสร้างคุณลักษณะของการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีความพร้อมด้านบริหารจัดการตามแนวทางการพัฒนาระบบราชการให้ประสบผลสำเร็จ เป็นผู้บริหารที่มีศักยภาพ เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง สามารถนำความรู้ไปปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

นางอัญชลีกล่าวว่า มีนโยบายด้านการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงฯ ที่ชัดเจน ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรทุกระดับอย่างมีระบบทั่วถึงและต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีทักษะในการปฏิบัติงาน รวมทั้งความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและวิทยาการสมัยใหม่ที่มีความสำคัญต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ จึงจำเป็นที่นักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ จะต้องพัฒนาศักยภาพและความสามารถในการเรียนรู้ และทำความเข้าใจกับสภาพความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ต้องก้าวตามให้ทันวิทยาการใหม่ๆที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว และพัฒนาตนเองในการเป็นผู้บริหารยุคใหม่

กรมตรวจบัญชีฯชูยกระดับมาตรฐาน

กรมตรวจบัญชีฯชูยกระดับมาตรฐาน

กรมตรวจบัญชีฯชูยกระดับมาตรฐาน

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ น.ส.อนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์เปิดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ยกระดับมาตรฐานข้อมูลสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินของสหกรณ์ไทย” โดยมี น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กทม.ว่าตามนโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯ ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการนำนวัตกรรมที่ทันสมัย มาใช้เสริมสร้างความเข้มแข็งเพื่อบริหารจัดการภาคสหกรณ์ พัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพของบุคลากรในการบริหารจัดการทางการเงินอย่างครอบคลุมรอบด้านรู้เท่าทัน

นอกจากนี้ยังได้มอบนโยบายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ดำเนินการร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ ขับเคลื่อนการยกระดับการกำกับดูแลสหกรณ์ด้วยระบบ Co – operative Core System : CCS เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในภาคสหกรณ์และกับสมาชิก ยกระดับความโปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นในระบบสหกรณ์ ควบคู่กับการเสริมสร้างองค์ความรู้และความสามารถการจัดทำบัญชีแก่เกษตรกรเยาวชน และประชาชน เพื่อใช้วางแผนการประกอบอาชีพ การลงทุนและการผลิต พัฒนาอาชีพเกษตรกรรมให้มีความยั่งยืน มีวินัยในการใช้จ่ายเงินและมีเงินเก็บออม ซึ่งการจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกรรมทางการเงิน เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ และการบริหารสภาพคล่อง วิเคราะห์ตรวจจับการทุจริตหรือธุรกรรมผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว

ในโอกาสนี้ เลขานุการ รมว.เกษตรฯ ได้มอบประกาศเกียรติคุณและโล่รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2568 และรางวัลชนะการประกวดการออกแบบตราสัญลักษณ์กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ครบรอบ 73 ปี ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อต่างๆที่น่าสนใจมากมาย

ที่ปรึกษาฯติดตามโครงการ ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำน้ำปี้ฯ

ที่ปรึกษาฯติดตามโครงการ  ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำน้ำปี้ฯ

ที่ปรึกษาฯติดตามโครงการ ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำน้ำปี้ฯ

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามการดำเนินงานโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำน้ำปี้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงาน
ในกระทรวงเกษตรฯ เร่งจัดทำแผนเตรียมความพร้อมให้กับเกษตรกรในพื้นที่ส่งน้ำในการวางแผนการปลูกพืช เพื่อยกระดับรายได้ให้กับเกษตรกร

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าโครงการจะแล้วเสร็จในปี 2568 โดยอ่างเก็บน้ำจะสามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานเดิม 3,000 ไร่ และเพิ่มพื้นที่เพาะปลูก 25,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ ต.เชียงม่วน ต.บ้านมาง และ ต.สระ อ.เชียงม่วน จ.พะเยา ในฤดูแล้งสามารถส่งน้ำผ่านลำน้ำปี้ลงสู่แม่น้ำยมให้กับโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ยม (ฝายแม่ยม) จ.แพร่ ได้รวม 35,000 ไร่

ส.ป.ก.ก้าวสู่ทศวรรษที่ 5 สานต่อมอบโฉนดการเกษตร

ส.ป.ก.ก้าวสู่ทศวรรษที่ 5  สานต่อมอบโฉนดการเกษตร

ส.ป.ก.ก้าวสู่ทศวรรษที่ 5 สานต่อมอบโฉนดการเกษตร

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการส.ป.ก. กล่าวในโอกาสงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ครบรอบ 50 ปี ภายใต้
แนวคิด “5 ทศวรรษ ส.ป.ก.ก้าวที่มั่นคง สู่อนาคตที่ยั่งยืน” ซึ่งมีนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานฯ ว่าแนวทางการขับเคลื่อนการทำงานของ ส.ป.ก.ในทศวรรษใหม่สิ่งที่จะก้าวไปข้างหน้า คือการเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน พัฒนาอาชีพและที่ดินอย่างยั่งยืนมุ่งเน้นเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินและลดความเหลื่อมล้ำ โดยการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคในที่ดินที่ได้รับการจัดสรรในรูปแบบแปลงรวม การพัฒนาเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรมีความสามารถด้านการแข่งขันธุรกิจ และเป็นผู้ประกอบสินค้าเกษตรมืออาชีพ

นอกจากนี้ยังมีองค์ความรู้เรื่องระบบเกษตรกรรมยั่งยืน รวมถึงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม เกษตรกรมีองค์ความรู้และพัฒนาอาชีพตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนเพื่อส่งเสริมทักษะ องค์ความรู้อาชีพเสริมนอกภาคการเกษตรด้านงานศิลปหัตถกรรมของไทยและร่วมสมัยให้เกษตรกรสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพเสริม ยกระดับศักยภาพของเกษตรกรหรือคนรุ่นใหม่สู่การเป็น Smart Farmer ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตและบริหารจัดการสินค้าเกษตร ให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็ง ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตสินค้าคุณภาพที่ได้มาตรฐานและมีตลาดรองรับ ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

สำหรับงาน “5 ทศวรรษ ส.ป.ก.ก้าวที่มั่นคง สู่อนาคตที่ยั่งยืน” มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ นิทรรศการให้ความรู้ เช่น โซน 5 ทศวรรษ ส.ป.ก. สืบสานและต่อยอดงานศิลปหัตถกรรม สู่การสร้างงาน สร้างอาชีพ ก่อให้เกิดรายได้แก่เกษตรกร โซน Smart Farmer loT นวัตกรรมการจัดการน้ำเพื่อการเกษตรอัจฉริยะ โซนจัดแสดงสินค้างานหัตถกรรมฝีมือจากแผนกช่างฝีมือ จากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร (หรือศูนย์ศิลปาชีพ) ประวัติความเป็นมาแปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย โซนกิจกรรมร้านค้าของกลุ่มเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน/กลุ่มสหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน

รวมทั้งการยกทัพสินค้าและผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศ มาจำหน่ายในราคาย่อมเยา กว่า 100 ร้านค้า สินค้า 500 รายการ ประกอบด้วย หมวดเครื่องดื่มและอาหารปรุงสุกมีทั้งอาหารพื้นถิ่น อาหารอีสานตามฤดูกาล ผลิตภัณฑ์สมุนไพร หมวดพืชผัก/ผลไม้ตามฤดูกาล/สินค้าทางการเกษตรของแต่ละภูมิภาค โซนจัดแสดงสินค้าหัตถกรรมแผนกช่างฝีมือ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพฯ (ศูนย์ศิลปาชีพ) กิจกรรม workshop การจัดโปรโมชั่นพิเศษเมื่อซื้อสินค้าครบ 1,000 บาท เป็นต้น