ส.ป.ก.มุ่งหน้าสู่ทศวรรษที่5 มอบโฉนดฯเพิ่มโอกาสเกษตรกร

ส.ป.ก.มุ่งหน้าสู่ทศวรรษที่5 มอบโฉนดฯเพิ่มโอกาสเกษตรกร

ส.ป.ก.มุ่งหน้าสู่ทศวรรษที่5 มอบโฉนดฯเพิ่มโอกาสเกษตรกร

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ครบรอบ 50 ปี ภายใต้แนวคิด“5 ทศวรรษ ส.ป.ก.ก้าวที่มั่นคง สู่อนาคตที่ยั่งยืน” ว่า ส.ป.ก.ได้พลิกโฉมการปฏิรูปที่ดินของประเทศไทยครั้งสำคัญ ด้วยการปรับปรุงเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ให้พี่น้องเกษตรกรนำไปต่อยอดในการเข้าถึงโอกาสการให้บริการของภาครัฐ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เพิ่มมากขึ้น มีทางเลือกในการพัฒนาที่ดินและพัฒนาอาชีพของตนเอง และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน นับเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของ ส.ป.ก.ในย่างก้าวทศวรรษใหม่ที่เกิดขึ้น โดยยังสานต่อโครงการมอบโฉนดเพื่อการเกษตร มีการสำรวจพื้นที่และความต้องการของเกษตรกร เพื่อจัดทำโฉนดเพื่อการเกษตรแก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังคงตรึงความเข้มงวดในการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ส.ป.ก.ให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ ซึ่งหากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อยึดคืนพื้นที่และจัดสรรให้พี่น้องเกษตรกรมีที่ดินทำกินต่อไป

นายอิทธิ ได้กล่าวถึงผลงานโดดเด่นของ ส.ป.ก.ในรอบ 5 ทศวรรษที่ผ่านมา ว่าได้จัดที่ดินให้เกษตรกร 3 ล้านราย 36.6 ล้านไร่ มอบโฉนดเพื่อการเกษตร 335,943 ฉบับ เพิ่มพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืน 4.6 แสนไร่ 8.2 หมื่นราย ตรวจรับรอง GAP 1,709 ราย 12,355 ไร่ ส่งเสริมการรวมกลุ่ม สร้างความเข้มแข็งสถาบันเกษตรกร ให้แก่ วิสาหกิจชุมชน 648 แห่ง และสหกรณ์ในเขตปฏิรูปที่ดิน 109 แห่ง สร้าง Smart Farmer ต้นแบบ 2,303 ราย พัฒนาองค์ความรู้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศ 167,120 ราย สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุน (สินเชื่อรายบุคคล 11,958.67 ล้านบาท และสินเชื่อสถาบัน449.48 ล้านบาท) และสนับสนุนเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ในการพัฒนาพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน (ระหว่างปี 2563 – 2567) รวม 61 โครงการ วงเงิน 339.69 ล้านบาท อาทิ สร้างถนน สร้างบ่อบาดาล สร้างสระเก็บน้ำสาธารณะ และสร้างฝายชะลอน้ำชั่วคราว เป็นต้น

“ส.ป.ก.เดินหน้าแก้ปัญหาของเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง โดยสิ่งที่มุ่งเน้นในปี 2568 คือผลักดันการเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนพัฒนาอาชีพ มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่เพื่อยกระดับรายได้ คุณภาพชีวิตของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน และลดความเหลื่อมล้ำ โดยการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคในที่ดินที่ได้รับการจัดสรรในรูปแบบแปลงรวม การพัฒนาเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรมีความสามารถด้านการแข่งขันเชิงธุรกิจ และเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินค้าเกษตรแบบมืออาชีพ มีองค์ความรู้เรื่องระบบเกษตรกรรมยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของปัญหาการนำที่ดิน ส.ป.ก.ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือปัญหาการรุกล้ำต่างๆ ขอยืนยันว่าเรายึดหลักตามกฎหมาย เพื่อความยุติธรรมกับทุกฝ่าย และย้ำว่ากฎหมายต้องอยู่เหนือผู้มีอิทธิพลตลอดจนต้องยึดประโยชน์ของเกษตรกรผู้ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองให้ได้มีที่ดินทำกินอย่างเสมอภาคอย่างเท่าเทียมกัน” รมช.เกษตรฯ กล่าว

‘อัครา’ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกว่า1ล้านตัว

‘อัครา’ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกว่า1ล้านตัว

‘อัครา’ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกว่า1ล้านตัว

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ จ.พะเยา ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ตุ้ม หมู่ 6 ต.ท่าจำปี อ.เมือง จ.พะเยา ซึ่งกรมประมง มีแนวทางในการเร่งเพิ่มผลผลิตทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ฟื้นฟูทรัพยากรประมง มุ่งสร้างความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน ให้คงความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งน้ำในชุมชนที่ถือได้ว่าเป็นแหล่งอาหารโปรตีนสำคัญที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย สามารถสร้างรายได้และลดรายจ่ายในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี โดยภายในงานมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำทั้งหมด 1,076,000 ตัว ประกอบด้วย พันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจทั้ง 7 ชนิด เช่น ปลาบึก และกุ้งก้ามกราม เป็นต้น รวม 76,000 ตัว และพันธุ์ปลาตะเพียนที่ได้จากการเพาะพันธุ์ด้วยชุดเพาะพันธุ์ปลาเคลื่อนที่ (Mobile hatchery) 1,000,000 ตัว

ทั้งนี้ ปีงบประมาณ 2568 กรมประมง ได้ดำเนินโครงการบริหารจัดการทรัพยากรประมง กิจกรรมบริหารจัดการทรัพยากรประมงน้ำจืด ค่าใช้จ่ายในการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำชุมชนเพื่อเพิ่มรายได้และลดค่าครองชีพของประชาชน โดยคัดเลือกแหล่งน้ำชุมชนที่มีศักยภาพเหมาะสมในการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ และจัดตั้งคณะกรรมการประจำแหล่งน้ำ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้หลักการมีส่วนร่วมและการพึ่งพาตนเองของชุมชน มีแผนดำเนินการในแหล่งน้ำชุมชนที่เป็นแหล่งน้ำปิด ขนาด 10–60 ไร่ รวม 1,500 แห่งทั่วประเทศ จำนวนสัตว์น้ำที่ปล่อยแหล่งละ 77,600 ตัว ประกอบด้วย กุ้งก้ามกราม ปลาเกล็ดเงิน (ปลาจีน) ปลายี่สกเทศ ปลาตะเพียน ปลาบ้า และปลานิล พร้อมส่งเสริมให้มีการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ฟางข้าว มาเป็นวัตถุดิบในการสร้างอาหารสัตว์น้ำจากธรรมชาติ คาดว่าจะช่วยลดการเผาฟางข้าวได้ถึง 1,500 ตัน ตลอดการดำเนินงาน และสามารถเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำได้มากกว่า 10,100 ตัน

‘นฤมล’เปิดงาน เสริมพลังผู้หญิง ก้าวขึ้นเป็นผู้นำ ในระบบเกษตร

‘นฤมล’เปิดงาน เสริมพลังผู้หญิง ก้าวขึ้นเป็นผู้นำ ในระบบเกษตร

‘นฤมล’เปิดงาน เสริมพลังผู้หญิง ก้าวขึ้นเป็นผู้นำ ในระบบเกษตร

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังร่วมการสัมมนาของคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2568 ภายใต้หัวข้อ “การเสริมพลังผู้หญิงและเด็กหญิงเพื่อการเปลี่ยนแปลงระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน ยืดหยุ่น และเป็นธรรม” โดยมีนางลิน หยาง รองเลขาธิการคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก นายจอง จิน คิม ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ (UNCC) กทม.ว่าประเทศไทย มุ่งมั่นส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและเสริมสร้างบทบาทของสตรีในภาคเกษตรและอาหาร โดยตระหนักถึงคุณูปการอันล้ำค่าของสตรีเหล่านี้ต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหาร และการพัฒนาที่ยั่งยืน

รมว.เกษตรฯกล่าวว่า ได้ดำเนินโครงการต่างๆ ที่สามารถขยายผลได้เพื่อประโยชน์ของสตรีในระบบเกษตรและอาหาร พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือในระดับภูมิภาคและระดับโลก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงระบบเกษตรและอาหารจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไทยพร้อมสนับสนุนระหว่างรัฐสมาชิก องค์กรระหว่างประเทศ และภาคเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีร่วมกันเพื่อปิดช่องว่างทางเพศตามแนวทางขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)

‘กษ.’เผยโครงสร้างอาคารกระทรวงยังมั่นคงแข็งแรง พร้อมประกาศให้ทำงานปกติจันทร์นีั

'กษ.'เผยโครงสร้างอาคารกระทรวงยังมั่นคงแข็งแรง พร้อมประกาศให้ทำงานปกติจันทร์นีั

‘กษ.’เผยโครงสร้างอาคารกระทรวงยังมั่นคงแข็งแรง พร้อมประกาศให้ทำงานปกติจันทร์นีั

วันอาทิตย์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.48 น.

‘กษ.’เผยโครงสร้างอาคารกระทรวงยังมั่นคงแข็งแรง พร้อมประกาศให้ทำงานปกติจันทร์นีั

เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2568 นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เปิดเผยว่าภายหลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2568 จุดศูนย์กลางที่ประเทศเมียนมา ซึ่งได้ส่งผลกระทบมายังประเทศไทย ล่าสุดสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอแจ้งให้ทราบว่า กรมโยธาธิการ และผังเมืองร่วมกับกรมชลประทานเข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคารของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เบื้องต้นเมื่อวันที่ 30 มี.ค.2568แล้ว ปรากฏว่า ไม่พบความเสียหายในส่วนของโครงสร้างหลักของอาคาร เช่น คาน เสา และพื้น จึงไม่ส่งผลกระทบต่อตัวอาคาร และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ปฏิบัติงานภายในอาคาร สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ทั้งนี้ทางกระทรวงเกษตรฯ จึงขอประกาศให้ทราบ ดังนี้ 1.ให้ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตร
และสหกรณ์ มาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.2568 เป็นต้นไปตามปกติ 2.ห้ามการใช้ลิฟต์ในการขึ้นลงทุกอาคาร จนกว่าจะมีการตรวจสอบแล้วเสร็จ 3.ห้ามนำรถมาจอดบริเวณด้านหน้าอาคารของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ตลอดแนว เนื่องจากจะมีการตรวจสอบหลังคาอาคารเพิ่มเติมอึกครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ต่อไป

‘นฤมล’ยืนยัน​‘แผ่นดินไหว’​ไม่กระทบ‘เขื่อน’ ขอปชช.​มั่นใจ​ปลอดภัย​

‘นฤมล’ยืนยัน​‘แผ่นดินไหว’​ไม่กระทบ‘เขื่อน’ ขอปชช.​มั่นใจ​ปลอดภัย​

‘นฤมล’ยืนยัน​‘แผ่นดินไหว’​ไม่กระทบ‘เขื่อน’ ขอปชช.​มั่นใจ​ปลอดภัย​

วันอาทิตย์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.43 น.

‘นฤมล’ยืนยัน​‘แผ่นดินไหว’​ไม่กระทบ‘เขื่อน’ ขอปชช.​มั่นใจ​ปลอดภัย​

30 มีนาคม 2568 นางนฤมล​ ภิญโญ​สิน​วัฒน์​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​เกษตร​และ​สหกรณ์​เปิดเผยว่าล่าสุด ได้รับรายงาน​จาก​นายสุริยพล นุชอนงค์อธิบดี​กรม​ชลประทาน​ถึง​ผลการ​ตรวจสอบ​เขื่อน​ หลัง​เกิดแผ่นดินไหว​ในเมียนมา​และ​มีแรงสั่นสะเทือน​ถึง​ไทย​ โดยจากการตรวจวัดค่าอัตราเร่ง (ค่าวัดแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว) ที่วัดได้ที่เขื่อนของกรมชลประทาน พบว่า​ มีค่าที่ตรวจวัดได้อยู่ระหว่าง 0.00505 -0.01647 g ซึ่งค่าที่ตรวจวัดได้ดังกล่าวไม่เกินค่าตามมาตรฐานการออกแบบของกรมชลประทานและตามหลักการขององค์กรเขื่อนใหญ่ระหว่างชาติ (ICOLD) กำหนดไว้เพื่อรองรับอัตราเร่งคือ​ ไม่เกิน 0.2 g  ดั้งนั้น เหตุการณ์แผ่นดินไหวดังกล่าว  จึงไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของตัวเขื่อนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน

ทั้งนี้​กรมชลประทาน ได้ออกแบบเขื่อนทุกแห่งให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวไว้ด้วยค่าที่สูงสุดของความเสี่ยงในพื้นที่ประเทศไทย นอกจากนี้ยังตรวจสอบและติดตามข้อมูลทางสถิติของค่าความเร่งสูงสุดที่เกิดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวอยู่ตลอดเวลา เพื่อนำมาประเมินเหตุการณ์แผ่นดินไหว​ รวมทั้งแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเขื่อน เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ท้ายเขื่อน มีความมั่นใจและเชื่อมั่นในความปลอดภัยแข็งแรงของเขื่อนตลอดเวลา

นอกจากนี้​ยังมอบหมาย​ให้​อธิบดีกรมชลประทาน สั่งการหน่วยงาน​ในสังกัด​เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ ที่พร้อมรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่พื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังและ ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิดด้วย

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ลงพื้นที่ขอนแก่น ตรวจราชการ-มอบนโยบายฯ

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ร่วมติดตามคณะ'รมว.เกษตรฯ'ลงพื้นที่ขอนแก่น ตรวจราชการ-มอบนโยบายฯ

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ลงพื้นที่ขอนแก่น ตรวจราชการ-มอบนโยบายฯ

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 21.03 น.

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์ณรงค์ เลี้ยงเจริญ ผอ.สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ นายสัตวแพทย์รักไทย งามภักดิ์ ผอ.สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ นางสาวเยาวนิตย์ บุรีรักษา ปศุสัตว์เขต 4 นายสัตวแพทย์ชาญประเสริฐ พลซา ปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่น นายกล้าหาญ ศรีทองท้วม ปศุสัตว์จังหวัดหนองคาย นายสัตวแพทย์สายฝน วงษาทุม ปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร นายสัตวแพทย์สุทิน กาญจนรัช ปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์ นางวัลลภา วราอัศวปติ ปศุสัตว์จังหวัดหนองบัวลำภู นายสัตวแพทย์ปัญญา แววดี ปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ปศุสัตว์เขต 4 ร่วมติดตามคณะ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการ พร้อมกล่าวมอบนโยบายฯ พบปะประชาชน และรับฟังปัญหาความเดือดร้อน โดยมีผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกษตรกร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ต.โคกสี อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น

ในการนี้ กรมปศุสัตว์ได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้ด้านพืชอาหารสัตว์ และการเลี้ยงไก่ไข่ของเครือข่ายมูลนิธิก่อการดี พร้อมสนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านปศุสัตว์ ได้แก่ มอบหญ้าแห้ง จำนวน 250 ฟ่อน สนับสนุนเมล็ดพันธุ์หญ้ารูซี่ จำนวน 100 กิโลกรัม (เกษตรกร 50 รายๆ ละ 2 กิโลกรัม) มอบชุดถุงยังชีพปศุสัตว์ (แร่ธาตุพร้อมยาถ่ายพยาธิ) จำนวน 50 ชุด และแจกไข่ไก่กว่า 5,000 ฟอง ให้แก่เกษตรกรที่มาร่วมงาน นอกจากได้มีการออกหน่วยให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า การผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว จำนวน 106 ตัว และมอบอาหารสุนัข จำนวน 100 ถุง แก่ประชาชนที่นำสัตว์เลี้ยงมารับบริการด้วย

– 006

‘อธิบดีกรมการข้าว’ร่วมคณะ’รมว.นฤมล’เยือนขอนแก่น พบปะพี่น้องเกษตรกร

'อธิบดีกรมการข้าว'ร่วมคณะ'รมว.นฤมล'เยือนขอนแก่น พบปะพี่น้องเกษตรกร

‘อธิบดีกรมการข้าว’ร่วมคณะ’รมว.นฤมล’เยือนขอนแก่น พบปะพี่น้องเกษตรกร

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.53 น.

“อธิบดีกรมการข้าว”ร่วมคณะ”รมว.นฤมล”เยือนขอนแก่น พบปะพี่น้องเกษตรกร พร้อมมอบปัจจัยการผลิตช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากเกษตรกร พร้อมมอบปัจจัยการผลิตจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แก่ โฉนดเพื่อการเกษตร ปัจจัยการผลิต โฉนดต้นยาง พันธุ์สัตว์น้ำ เงินอุดหนุนกลุ่มเกษตรกร (กลุ่มละ 100,000 บาท) ใบรับรองมาตรฐานสินค้า/ใบอนุญาตร้านค้า พันธุ์หม่อน เงินอุดหนุนอุปกรณ์การตลาดให้แก่สถาบันเกษตรกร เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ให้แก่สหกรณ์ สมุดบัญชีรายรับ-รายจ่ายในครัวเรือนและบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ และสินค้าเกษตรที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสินค้าเกษตร (ดอกเกลือ) โดยมี นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมลงพื้นที่ ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ต.โคกสี อ.เมือง จ.ขอนแก่น

โดยในส่วนของกรมการข้าว ได้ร่วมสนับสนุนปัจจัยการผลิต อาทิ เมล็ดพันธุ์ข้าวจำนวน 533.62 ตัน จากโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว ของเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย สนับสนุนเครื่องจักรกลทางการเกษตร 13 กลุ่ม จากโครงการลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว สนับสนุนสารชีวภัณฑ์ จำนวน 11,073 ลิตร และสนับสนุนปุ๋ยอินทรีย์น้ำ จำนวน 11,073 ลิตร เป็นต้น

ในโอกาสเดียวกันนี้ ศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่นและศูนย์วิจัยข้าวบริเวณใกล้เคียง ได้ร่วมจัดนิทรรศการงานวิจัยด้านข้าว อาทิ เทคโนโลยีทำนาลดโลกร้อน มากิซูชิจากข้าวทับทิมชุมแพ ชาข้าวกล้อง เป็นต้น

– 006

‘รมว.นฤมล’เยือนขอนแก่น ลุยพัฒนา’หนองเลิง’บรรเทาปัญหาน้ำท่วม

'รมว.นฤมล'เยือนขอนแก่น ลุยพัฒนา'หนองเลิง'บรรเทาปัญหาน้ำท่วม

‘รมว.นฤมล’เยือนขอนแก่น ลุยพัฒนา’หนองเลิง’บรรเทาปัญหาน้ำท่วม

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.29 น.

วันนี้ (28 มี.ค.68) ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่พร้อมรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชน โดยมี นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยนายไพฑูรย์ ศรีมุก ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 นายทรงพล สวยสม ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม เลขานุการกรม และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน
จังหวัดขอนแก่น มีพื้นที่ชลประทาน 501,919 ไร่ มีแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่จำนวน 1 แห่ง ได้แก่เขื่อนอุบลรัตน์ และแหล่งเก็บกักน้ำขนาดกลาง 14 แห่ง มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 1,110.66 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 43% ของความจุเก็บกัก มีปริมาณน้ำใช้การได้ 515.9 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันสำนักงานชลประทานที่ 6 จังหวัดขอนแก่น ได้จัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งไปแล้วทั้งสิ้น 890 ล้านลูกบาศก์เมตร คงเหลือปริมาณน้ำที่ต้องจัดสรรอีกประมาณ 460 ล้านลูกบาศก์เมตร ในช่วงฤดูแล้งนี้มีน้ำเพียงพอใช้ทุกกิจกรรม ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นฤดูฝนหน้า

ด้านมาตรการเตรียมความพร้อมและการให้ความช่วยเหลือฤดูฝน 2567/2568 ได้จัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงสถานีสูบน้ำ บริเวณประตูระบายน้ำห้วยพระคือ (D8) จำนวน 20 เครื่อง และประตูระบายน้ำปากประแก (D10) จำนวน 5 เครื่อง เพื่อป้องกันอุทกภัยในพื้นที่

สำหรับพื้นที่ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น มีแหล่งน้ำที่สำคัญคือ อ่างเก็บน้ำห้วยสายบาตร หรือ หนองเลิง ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านเลิง ตำบลโคกสี อำเภอเมือง มีพื้นที่ประมาณ 3,000 ไร่ รับน้ำจากลำห้วยสายบาตรก่อนจะไหลลงสู่ลำน้ำพอง ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร และจากลำน้ำพองไหลลงสู่แม่น้ำชี ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร เมื่อช่วงฤดูฝนของปีที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงสู่หนองเลิงเป็นจำนวนมากเกินความจุ เกิดน้ำล้นข้ามสันฝายบริเวณทำนบดินหนองเลิง และกัดเซะฝายพังเสียหาย ประกอบกับตัวฝายมีอายุการใช้งานเป็นเวลานาน ทำให้ฝายน้ำล้นขาด ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ นั้น

กรมชลประทาน ได้วางแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน โดยการขุดลอกหนองเลิง พื้นที่ 270 ไร่ ส่วนแผนงานระยะกลาง มีโครงการที่จะก่อสร้างประตูระบายน้ำหนองเลิงพร้อมอาคารประกอบ ขนาดบานระบาย 5 ช่อง อัตราการระบายน้ำ 307 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมขุดลอกลำห้วยด้านท้ายฝายน้ำล้น ระยะทางประมาณ 800 เมตร เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และการเกษตรให้กับชาวตำบลโคกสี และพื้นที่ใกล้เคียง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,800 ไร่ ประชาชน 2,133 ครัวเรือน ช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูน้ำหลาก สร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับประชาชนในพื้นที่

– 006

‘นฤมล’สั่งด่วน’กรมชลฯ’ ตรวจสอบความแข็งแรง’เขื่อน’ทั่วประเทศ

'นฤมล'สั่งด่วน'กรมชลฯ' ตรวจสอบความแข็งแรง'เขื่อน'ทั่วประเทศ

‘นฤมล’สั่งด่วน’กรมชลฯ’ ตรวจสอบความแข็งแรง’เขื่อน’ทั่วประเทศ

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.35 น.

“รมว.นฤมล”เยือนขอนแก่น พบปะเกษตรกร พร้อมสั่ง”อธิบดีกรมชลประทาน”ตรวจสอบความแข็งแรงเขื่อนทั่วประเทศ หลังไทยได้รับผลกระทบแผ่นดินไหวในเมียนมา ด้าน”อธิบดีกรมชลฯ”ยืนยัน!มีระบบเตือนภัยล่วงหน้าหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากเกษตรกร พร้อมมอบปัจจัยการผลิตจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ โฉนดเพื่อการเกษตร ปัจจัยการผลิต โฉนดต้นยาง พันธุ์สัตว์น้ำ เงินอุดหนุนกลุ่มเกษตรกร (กลุ่มละ 100,000 บาท) ใบรับรองมาตรฐานสินค้า/ใบอนุญาตร้านค้า พันธุ์หม่อน เงินอุดหนุนอุปกรณ์การตลาดให้แก่สถาบันเกษตรกร เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ให้แก่สหกรณ์ สมุดบัญชีรายรับ-รายจ่ายในครัวเรือนและบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ และสินค้าเกษตรที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสินค้าเกษตร (ดอกเกลือ) ณ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ต.โคกสี อ.เมือง จ.ขอนแก่น

“หลังจากได้รับทราบสถานการณ์เหตุแผ่นดินไหว ได้มอบหมายกรมชลประทานในการตรวจสอบความพร้อมของเขื่อนต่าง ๆ ทั่วประเทศ จึงขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าเขื่อนทุกเขื่อนมีความแข็งแรงมั่นคง อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีเครื่องไม้เครื่องมือในการตรวจสอบและเตือนภัยที่ได้มาตรฐาน และจะนำเรียนให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ ในนามของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียหายทุกท่าน ส่วนใดที่กระทรวงเกษตรฯ สามารถช่วยเหลือเยียวยาได้พร้อมจะช่วยอย่างเต็มที่ โดยจะประสานทุกหน่วยงานดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ด้าน นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวกรมชลประทาน ได้ใช้เครื่องมือในการตรวจสอบความเสียหายประจำเขื่อน และได้ให้เจ้าหน้าที่สำนักชลประทานเข้าไปตรวจสอบเขื่อนทุกแห่งแล้ว โดยยืนยันว่าทุกเขื่อนมีสภาพการใช้งานปกติ เรามีเครื่องมือตรวจสอบอยู่ หากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวก็จะมีวิธีการรับมืออยู่แล้ว ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจะมีระบบเตือนภัยล่วงหน้าแน่นอน

– 006

กฟก.เชียงราย ชำระหนี้แทนเกษตรกร-ลูกหนี้สหกรณ์-คืนกองทุนโดยไม่มีดอกเบี้ย

กฟก.เชียงราย ชำระหนี้แทนเกษตรกร-ลูกหนี้สหกรณ์-คืนกองทุนโดยไม่มีดอกเบี้ย

กฟก.เชียงราย ชำระหนี้แทนเกษตรกร-ลูกหนี้สหกรณ์-คืนกองทุนโดยไม่มีดอกเบี้ย

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.09 น.

กฟก.เชียงราย ชำระหนี้แทนเกษตรกรสมาชิกฯ ลูกหนี้สหกรณ์ฯ กลุ่มเป้าหมายใช้บุคคลค้ำประกัน เกษตรกรชำระคืนกองทุนฟื้นฟูฯโดยไม่มีดอกเบี้ย

วันที่ 28 มีนาคม 2568 นายนิยม สุวรรณประภา หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดเชียงราย (กฟก.) และนางเกศรา สุภานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์เชียงราย (สตส.) ร่วมมอบเงิน จำนวน 352,002.55 บาท เพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกร จำนวน 3 ราย กลุ่มเป้าหมายเกษตรกรลูกหนี้ใช้บุคคลค้ำประกัน ให้กับสถาบันเจ้าหนี้สหกรณ์ฯ จำนวน 3 สหกรณ์ฯ โดยมีนายพิชิตพล ลือชัย นักวิชาตรวจสอบบัญชีชำนาญการพิเศษ สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์เชียงราย (สตส.) อนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดเชียงราย (ผู้แทนภาคราชการ) ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดเชียงราย (กฟก.) ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ชั้น 1

โดยมีผู้แทนสหกรณ์ฯ จำนวน 3 สหกรณ์ฯ เป็นผู้รับมอบเงินเพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกร ดังนี้ 1.สหกรณ์การเกษตรเมืองเทิง จำกัด ชำระหนี้แทนเกษตรกร จำนวน 1 ราย จำนวนเงิน 206,944.00 บาท มีนายเด่น ซาวคำเขต เลขานุการสหกรณ์ฯ เป็นผู้รับมอบ 2.สหกรณ์ อ.บ.ต.สันกลาง จำกัด ชำระหนี้แทนเกษตรกร จำนวน 1 ราย จำนวนเงิน 73,019.78 บาท มีนายคำ คำแก้ว ประธานกรรมการสหกรณ์ฯ เป็นผู้รับมอบ และ 3. สหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตขุนตาล จำกัด ชำระหนี้แทนเกษตรกร จำนวน 1 ราย จำนวนเงิน 72,038.77 บาท มีนางรุ่งพิสมัย ตาจุมปา ผู้จัดการสหกรณ์ฯเป็นผู้รับมอบ 

นายนิยม กล่าวว่า สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดเชียงราย (กฟก.) ได้รับจัดสรรงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2568 เพิ่มเติม เพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกรให้กับสหกรณ์ฯ ที่มีรายชื่ออนุมัติชำระหนี้ไว้แล้ว โดยเป็นกลุ่มเป้าหมายเกษตรกรลูกหนี้ใช้บุคคลค้ำประกัน จำนวน 3 ราย และเกษตรกรชำระเงินคืนกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) โดยไม่มีดอกเบี้ย

ทั้งนี้ สามารถสอบถามการช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร ได้ที่ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดเชียงราย (กฟก.) ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ชั้น 1 โทรศัพท์ 053-150156 ในวันและเวลาราชการ นายนิยม กล่าว ///-026