2 ป. ประสานเสียง “ใจถึงพึ่งได้” พลิกโฉมประเทศไทยใน5ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/487424

09 ต.ค. 2564 |10:00 น.

ขอเวลา5ปี พลิกโฉมประเทศไทย รัฐบาล-พลังประชารัฐ ประสานเสียง “ใจถึงพึ่งได้” ทูลเกล้าฯ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว

2 ป. ประสานเสียง "ใจถึงพึ่งได้" พลิกโฉมประเทศไทยใน5ปี2 ป. ประสานเสียง “ใจถึงพึ่งได้” พลิกโฉมประเทศไทยใน5ปี

รัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ ใจถึงพึ่งได้ เป็นคำปราศรัย ของพี่ใหญ่ ที่ฟังยังไงก็ไม่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาอุทกภัยที่สระบุรี แต่ถ้าลองฟังให้ดี จะมีข้อสงสัย  ใจถึงพึ่งได้ สโลแกนเดียวกับ วัน อยู่บำรุง สายเลือด ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุงผู้อาวุโส ทางการเมือง ย่านบางบอน ใจถึงพึ่งได้ ให้ความช่วยเหลือ เพื่อน พี่ น้อง เป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นฐานสนับสนุนทางการเมือง   ใจถึงพึ่งได้ในความหมายของหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ช่างบังเอิญไปสอดรับกับนายกรัฐมนตรี ขอเวลา5ปี พลิกโฉมประเทศไทย

2 ป. ประสานเสียง "ใจถึงพึ่งได้" พลิกโฉมประเทศไทยใน5ปี2 ป. ประสานเสียง “ใจถึงพึ่งได้” พลิกโฉมประเทศไทยใน5ปี

นครศรีธรรมราช พื้นที่ยังไม่ถูกน้ำท่วม ก่อนนายกฯ
ลงมา มีข่าวว่าจะเกิดน้ำหลากทางการเมืองในปักษ์ใต้ ลงมาคราวนี้ ลีลาพลเอกประยุทธ์ ขอให้คนในพื้นที่ ตั้งใจฟังเพลงชาติ เพื่อให้คิดถึงความหมาย แถมสามัคคีชุมนุมให้ฟังอีกเพลง    
 

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ทูลเกล้าฯ รัฐธรรมนูญแล้วตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม
ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยมาตรามาตรา ๑๔๖ ระบุว่าร่างพระราชบัญญัติใด พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยและพระราชทานคืนมายังรัฐสภา หรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันแล้วมิได้พระราชทานคืนมา รัฐสภาจะต้องปรึกษาร่างพระราชบัญญัตินั้นใหม่กำหนด 90 วัน จะครบในวันที่ 2 มกราคม 2565
ถ้ารัฐสภามีมติยืนยันตามเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนําร่างพระราชบัญญัตินั้นขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพระมหากษัตริย์มิได้ทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชทานคืนมาภายในสามสิบวัน ให้นายกรัฐมนตรีนําพระราชบัญญัตินั้นประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้บังคับเป็นกฎหมายได้เสมือนหนึ่งว่าพระมหากษัตริย์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว
 

ดูจากไทม์ไลน์ การที่พลเอกประยุทธ์ ขอเวลา 5 ปี พลิกโฉมประเทศไทย จึงมีความหมายว่า ที่คาดหวังจะมีการยุบสภาในเร็วๆนี้ คงยังไม่ใช่  กว่ากฏหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะแล้วเสร็จก็อยู่ราวๆเดือนกุมภา  ระหว่างนี้ก็เร่งลงพื้นที่ เวลายังมี ให้พลิกคะแนนนิยมทางการเมือง 

เทียนทองลายพราง “ขวัญเรือน” เปิดบ้านใหญ่เขาฉกรรจ์ รับลุงป้อม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/487378

08 ต.ค. 2564 |20:00 น.

กลับถิ่นเก่าบูรพาพยัคฆ์ “ขวัญเรือน” นายก อบจ.สระแก้ว ต้อนรับลุงป้อมอบอุ่น แสดงพลังเทียนทองยุคลายพราง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

การกลับถิ่นเก่าบูรพาพยัคฆ์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก “ขวัญเรือน” นายก อบจ.สระแก้ว ในฐานะเจ้าบ้าน

“ขวัญเรือน” ยังเปิดบ้านสวนน้ำเขาฉกรรจ์ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว รับรอง พล.อ.ประวิตร และรัฐมนตรี พร้อม ส.ส.พลังประชารัฐ กว่า 20 ชีวิต ระหว่างพักรับประทานอาหารกลางวัน

วันนี้ คนสระแก้วจะรู้จักนายแม่ “ขวัญเรือน” จนแทบจะลืมเจ้าพ่อวังน้ำเย็น-เสนาะ เทียนทอง ไปเสียแล้ว

ก่อนที่คณะของรองนายกฯ ประวิตร จะเดินทางไปเยือนสระแก้ว ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ และขวัญเรือน เทียนทอง นายก อบจ.สระแก้ว ได้ตระเตรียมงานอย่างแข็งขัน ป้ายไวนิลมีรูป พล.อ.ประวิตร พร้อมข้อความยินดีต้อนรับ ถูกติดตั้งตามเส้นทางที่คณะของบิ๊กป้อมจะผ่านทาง

วันที่ 8 ต.ค.2564 ภาคเช้า พล.อ.ประวิตร เดินทางไปดูแผนการป้องกันน้ำท่วมที่ อ.อรัญประเทศ ส่วนภาคบ่าย ตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับนักเรียนที่โรงเรียนวังน้ำเย็นวิทยาคม อ.วังน้ำเย็น และปิดท้าย ดูสภาพปัญหาที่ดินทำกินใน อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว

‘เทียนทองยุคใหม่’

นับแต่การเลือกตั้งทั่วไป 2562 “ขวัญเรือน เทียนทอง” ได้นำทายาท ฐานิสร์ เทียนทอง และตรีนุช เทียนทอง ลาออกจากพรรคเพื่อไทย มาเริ่มนับหนึ่งกับพรรคพลังประชารัฐ

เทียนทองลายพราง "ขวัญเรือน" เปิดบ้านใหญ่เขาฉกรรจ์ รับลุงป้อมเทียนทองลายพราง “ขวัญเรือน” เปิดบ้านใหญ่เขาฉกรรจ์ รับลุงป้อม

ศึกเลือกตั้ง ส.ส.สระแก้ว จึงเป็นการต่อสู้กันระหว่าง เสนาะ เทียนทอง กับทีมน้องสะใภ้ ขวัญเรือน เทียนทอง ซึ่งทีมเสนาะ ค่ายเพื่อไทยประสบความปราชัยยกจังหวัด

ทีมขวัญเรือน ได้รับเลือกตั้ง 2 คนคือ ฐานิสร์ เทียนทอง เขต 1 (อ.เมืองสระแก้ว, อ.เขาฉกรรจ์ และอ.วังน้ำเย็น) และตรีนุช เทียนทอง เขต 2 อ.วัฒนานคร

ส่วน สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ เขต 3 (อ.อรัญประเทศ, อ.ตาพระยา และ อ.โคกสูง) เป็นสายตรงของ พล.อ.ประวิตร

20 ปีที่แล้ว เสนาะ เทียนทอง สังกัดพรรคไทยรักไทย ส่งหลานสาว “เหน่ง” ตรีนุช เทียนทอง ลงสนามสระแก้วเป็นหนแรก ก่อนหน้านั้น ก็มีหลานชาย “หนึ่ง” ฐานิสร์ เทียนทอง เป็น ส.ส.มา 2 สมัยแล้ว สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ หนึ่ง-ฐานิสร์ ได้เป็น รมช.อุตสาหกรรม และ รมช.มหาดไทย โควต้าเสนาะ เทียนทอง

เมื่อพ้นจากอ้อมอกเจ้าพ่อวังน้ำเย็น คนสระแก้วคงไม่คาดคิดหรอกว่า ฐานิสร์-ตรีนุช จะได้เป็นรัฐมนตรี เพราะภายในพรรคพลังประชารัฐ มีหลายซุ้มหลายมุ้ง ด้วยบารมีของ พล.อ.ประวิตร ประมุขบ้านป่ารอยต่อฯ จึงทำให้ ตรีนุช ได้รับตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ

ไม่น่าแปลกใจที่วันที่ลุงป้อมมาเยือนสระแก้ว ขวัญเรือน เทียนทอง นายก อบจ.สระแก้ว จึงต้อนรับขับสู้อย่างเต็มที่

‘เธอชื่อกำนันกี’

คนสระแก้วจะคุ้นเคยกับ “ขวัญเรือน” ในชื่อกำนันกี เพราะเธอเป็นกำนันตำบลวัฒนานคร มายาวนานกว่า 30 ปี

เสนาะ เทียนทอง มีน้องชาย 2 คนคือ วิทยา เทียนทอง และพิเชษฐ์ เทียนทอง โดยวิทยาเล่นการเมืองมากับพี่ชาย แต่พิเชษฐ์ลุยงานด้านธุรกิจอย่างเดียว

พิเชษฐ์แต่งงานกับขวัญเรือน มีบุตรชายหญิง 4 คน ได้แก่ หนึ่ง-ฐานิสร์,เหน่ง-ตรีนุช, หนุ่ย-อนุรักษ์ และบดี หลังพิเชษฐ์เสียชีวิต ภรรยา-ขวัญเรือนได้เข้ามาดูแลกิจการต่อ โดยมอบให้ลูกชายคนเล็ก หนุ่ย-อนุรักษ์ กับบดี บริหารธุรกิจแทนบิดา ส่วนฐานิสร์กับตรีนุช เล่นการเมือง

หลังลูกสาว-ตรีนุช ได้เป็นรัฐมนตรีศึกษาธิการ กำนันกีหรือขวัญเรือน ขวัญใจสระแก้ว วัย 76 ปี ได้ตัดสินใจลงสมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.สระแก้ว เมื่อปลายปีที่แล้ว

ที่ผ่านมา ทรงยศ เทียนทอง ลูกชายวิทยา เทียนทอง เป็นนายก อบจ.สระแก้ว ติดต่อกันมา 5 สมัย แต่ครั้งนี้ ขวัญเรือนขอโอกาสทำงานบ้าง

เทียนทองลายพราง "ขวัญเรือน" เปิดบ้านใหญ่เขาฉกรรจ์ รับลุงป้อมเทียนทองลายพราง “ขวัญเรือน” เปิดบ้านใหญ่เขาฉกรรจ์ รับลุงป้อม

ดังนั้น กำนันกี จึงใช้คำขวัญว่า “ครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิม” แม้ว่าจะนามสกุลเทียนทอง แต่ก็เป็นเทียนทองยุคใหม่ ที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วม ไม่ผูกขาดแบบที่มีใครต่อใครวิพากษ์วิจารณ์

ในที่สุด ขวัญเรือน เทียนทอง ได้เป็นนายก อบจ.สระแก้ว สมใจปรารถนา และเธอบริหารท้องถิ่นด้วยวิสัยทัศน์ก้าวไกล แตกต่างจากเทียนทองยุคเก่า

เบื้องลึกส่ง”พีระพันธุ์”เข้าค่ายพปชร. ราศีจับส่อคว้าเก้าอี้เสนาบดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/487321

08 ต.ค. 2564 |18:00 น.

ภายหลัง”พีระพันธุ์” ลาออกจากปชป. ได้ไม่นานถูกจับมาเป็นกุนซือกฎหมายบนตึกไทยคู่ฟ้า กระทั่งล่าสุดเข้าสังกัดพปชร.อย่างเต็มตัวในนามที่ปรึกษาหัวหน้าพปชร. เหมือนราศีกำลังจับสู่เก้าอี้เสนาบดีในไม่ช้า /เจาะประเด็นร้อน เมฆาในวายุ

หลังจาก”พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ” รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ    ยืนยันไม่มีรอยร้าวในพปชร.และการที่ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค”  ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เข้ามาเป็น”ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพปชร.”ควบคู่กับสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรมและแกนนำกลุ่มสามมิตร โดยพีระพันธุ์สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคไปเมื่อวันที่4ต.ค.ที่ผ่านมา  

“ลุงป้อม”  ในฐานะเบอร์1 พปชร. ไขความกระจ่างกับสื่อมวลชนในการแต่งตั้งครั้งนี้ว่า  “นายพีระพันธุ์ เป็นคนของพรรคแล้ว จะเป็นคนของใครล่ะ ส่วนที่เลือกนายพีระพันธุ์ เพราะต้องการให้มาช่วยงาน และ เขาก็สมัครเป็นสมาชิกพรรคแล้ว โดยไม่ได้มอบหมายอะไรเป็นพิเศษ แต่ให้ช่วยตนทุกเรื่อง”และ ” ขุนพลหรือไม่ขุนพล ทุกคนเป็นขุนพลหมด”(ลุงป้อมตอบคำถามที่ชงประเด็นว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะถือว่านายพีระพันธุ์จะเป็นขุนพลของพรรคใช่หรือไม่)  

เส้นทางของพีระพันธุ์นับจากนี้คือคนของพปชร.เต็มตัว สลัดภาพเมื่อครั้งเคยเป็นส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ห้าสมัย+รมว.ยุติธรรมยุค”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”อย่างเป็นทางการ  

พีระพันธุ์  สาลีรัฐวิภาค  อดีตรมว.ยุติธรรม ลาออกจากประชาธิปัตย์ถูก "ลุงตู่" แต่งตั้งมาเป็นที่ปรึกษานายกฯพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรมว.ยุติธรรม ลาออกจากประชาธิปัตย์ถูก “ลุงตู่” แต่งตั้งมาเป็นที่ปรึกษานายกฯ

“พีระพันธุ์” ไขก๊อกการเป็นส.ส.และสมาชิกพรรคหลังจากพ่าย”จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ “เมื่อครั้งชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคสีฟ้า(ช่วงที่อภิสิทธิ์ลาออกจากหัวหน้าพรรคและส.ส.หลังการเลือกตั้ง24มี.ค.2562และก่อนลงมติเลือกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะอภิสิทธิ์เคยหาเสียงว่า” “ชัดๆ เลยนะครับ ผมไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อ แน่นอน เพราะการสืบทอดอำนาจสร้างความขัดแย้ง และขัดกับอุดมการณ์ของประชาธิปัตย์ที่ว่าประชาชนเป็นใหญ่ 5 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจย่ำแย่ ประเทศเสียหายมามากพอแล้ว”แต่ต่อมาพรรคสีฟ้าก็ร่วมรัฐบาลชุดนี้)

เส้นทางชีวิตของพีระพันธุ์นั้น เป็นนักกฎหมาย/ส.ส.ที่ครบเครื่องในการอภิปรายคนหนึ่ง บวกกับคอนเน็กชั่นหลากวงการที่ประสานไว้นั้น นับว่าไม่ธรรมดา จนใครหลายคนมองว่าการสวมเสื้อพปชร.ครั้งนี้ของพีระพันธุ์หลังเข้ารับหน้าที่ที่ปรึกษาสร.1(ครม.มีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้ง “พีระพันธุ์” ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. 2562และก่อนหน้านั้นพีระพันธุ์ ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ปีเดียวกัน ให้เหตุผลว่า เป็นเรื่องส่วนตัว ต้องการพักผ่อน)

ใครบางคนมองว่าการรับหน้าที่นี้ของ”อดีตส.ส.ตุ๋ย”ในพปชร.นั้น “ลุงตู่”  น่าจะคุยกับ”ลุงป้อม” หมดแล้ว ดีไม่ดีน่าจะเป็นการแต่งตัวรอการปรับครม.ประยุทธ์2/5ในโควต้ารมต.ของพรรค+สายตรงลุงตู่ไปในตัว

เพราะกระแสปรับครม.ที่เกิดขึ้นนั้นมาจากการที่สร.1ปลดร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หลุดรมช.เกษตรและสหกรณ์+ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นรมช.แรงงาน บนข้อหา”กบฏในพรรคและจ้องล้ม”ลุงตู่”ช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ” จนหลายกลุ่มในพปชร.ตื่นตัวและจ่อต่อท่อเพื่อมิให้โควต้ากระเด้ง/บางคนหวังสไลด์ขึ้นเก้าอี้ที่ดีกว่า  

เพราะอย่าลืมว่า ครม.เรือเหล็กเหลือเวลาราว 21 เดือนก่อนครบอายุสี่ปี ตอนนี้คือไตรมาสที่สามของปี 2564 เวลาที่มีอยู่เชื่อว่า”ลุงตู่”น่าจะทอดเวลาไประยะหนึ่งแล้วค่อยยกเครื่องครม.สร้างภาพลักษณ์ใหม่ทางการเมืองที่มีผลกับการเลือกตั้งครั้งถัดไป  (แหล่งข่าวประเมินว่า ช่วงนี้ลุงตู่กำลังติดตามการแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำท่วม/โควิด-19/เศรษฐกิจ เป็นภารกิจหลัก บวกกับจับกระแสการเมืองในพปชร.-พรรคร่วมรัฐบาล-ขั้วฝ่ายค้าน-ม็อบเคียงคู่ไปด้วย)

ส่วนชะตาของ”ผู้กองตุ๋ย-มาดามบิ๊กอาย”นั้น กางโผไทยคู่ฟ้าออกมาเลยว่า  “ไม่มีวันคัมแบ็กบนเรือเหล็ก”  และมีแววเด้งจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค-เหรัญญิกพรรคในวันข้างหน้า เพราะสายข่าวแอบได้ยินวงหารือระแวกริมคลองผดุงกรุงเกษม-มูลนิธิป่ารอยต่อฯว่า “หากจะเชือด ต้องอย่าทิ้งเชื้อ”   แม้จะมีการร้องขอจาก”ลุงป้อม”ให้ลุงตู่+พลเอกอนุพงศ์ เผ่าจินดา “ปล่อยผู้กองตุ๋ย-มาดามบิ๊กอายไว้แบบนี้ในพรรค”ก็ตาม

เบื้องลึกส่ง"พีระพันธุ์"เข้าค่ายพปชร. ราศีจับส่อคว้าเก้าอี้เสนาบดีเบื้องลึกส่ง”พีระพันธุ์”เข้าค่ายพปชร. ราศีจับส่อคว้าเก้าอี้เสนาบดี

ดังนั้นขอโฟกัสไปยัง”พีระพันธุ์”ในภารกิจที่มีลุ้นเก้าอี้เสนาบดีในโควต้ารมต.ของพรรค+สายตรงลุงตู่ เพื่อสยบข้อครหาของหลากมุ้งในพปชร.(หากต้องวืดเก้าอี้) และเป็นการเสริมบุคลิกรัฐบาลให้น่าเชื่อถือ รวมทั้งหาแนวร่วมบนกระดานการเมืองในช่วงเวลาข้างหน้า
 

เนื่องจากใครบางคนประเมินว่า หากรัฐบาลผ่านการทำงานมาสองปีแล้ว เวลาที่เหลือคือช่วงขาลง ดังนั้นการปรับเสริมบุคคลที่มีความเหมาะสมมาร่วมงานกับหัวหน้ารัฐบาล นับเป็นภารกิจที่ผู้นำหลายชาติหยิบมาใช้ บวกกับการลงพื้นที่เมืองคอนของลุงตู่และคณะ ซึ่งบางวรรคจากปากลุงตู่(นอกจากคำหวาน “รักจังฮู้”)หล่นออกมาให้สังคมตีความคือ ” วันนี้นำหัวใจ นำความห่วงใย นำความคิดถึงของคนกรุงเทพฯ ของรัฐบาลมาด้วย รัฐบาลรักทุกคน ทุกคนช่วยกันทำให้ชาติบ้านเมืองปลอดภัย ช่วยกันรักษาสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง นึกอะไรไม่ออกตอนเช้า ขอให้ลองฟังเพลงชาติให้ชัดอีกที ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ความหมายของเพลงชาติคืออะไร เริ่มตั้งแต่วันแรกจนประโยคสุดท้ายของเพลงชาติ พร้อมขอให้ฟังเพลงสามัคคีชุมนุม ผมขอ 2 เพลงเท่านั้น จะทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็นคนไทย เรารวมกันมาจากไหนเราเป็นชาติได้อย่างไร “

“ถ้าเราไม่รู้จักประวัติศาสตร์ว่ามาจากไหน ก็จะไม่รู้ว่าจะรักประเทศชาติได้อย่างไร รักจังหวัด รักเพื่อนพี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียงได้อย่างไร เพราะเราเป็นคนชาติเดียวกัน ใครก็มาแบ่งแยกไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ผมคาดหวังจากทุกคน ขอแค่นั้นเอง ให้สัญญากับผมได้หรือไม่ หากได้ขอให้ปรบมือ ซึ่งจะเป็นกำลังใจให้กับผมและคณะทั้งหมดเพื่อทำงานให้ประชาชนให้ดีที่สุด ทั้งนี้ทุกอย่างต้องใช้เวลาและต้องแก้ไขทั้งหมด ผมคิดว่าใน 5 ปีข้างหน้าหลายอย่างต้องดีขึ้นจากโครงสร้างที่ทำใหม่ทั้งหมด เหลือเพียงว่าคนจะเข้าถึงได้อย่างไร” 

การที่พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเช่นนี้นั้น อาจแปลความได้ว่า”ลุงตู่”มองข้ามช็อตไปถึงผลการเลือกตั้งครั้งหน้าแล้ว และมองข้ามข้อสังเกตการเป็นนายกฯแปดปีติดต่อกันของฝ่ายค้าน รวมทั้งอาจมั่นใจว่ากระแสนิยม “เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่” ยังมีราคาและมีจังหวะได้ไปต่อหลังหย่อนบัตรส.ส.ครั้งหน้า

แต่วันนี้”ลุงตู่”ต้องเช็กสภาพรัฐนาวา -ลูกเรือ-อุปสรรคบนนาวาให้กระจ่างก่อน เพราะความพร้อมในวันนี้สำคัญกว่าความพร้อมในวันรุ่งพรุ่งนี้

หากวันนี้ของ”ลุงตู่”มีความพร้อมเมื่อใด โอกาสของ”พีระพันธุ์” ก็สดใสขึ้นกับเก้าอี้รมต. ใน”ครม.ลุงตู่2/5!?!”

เมืองไทยไม่ได้มีแค่ “3ป” อดีต ผบ.ตร. แคนดิเดต ป. ที่ 4 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/487331

08 ต.ค. 2564 |16:00 น.

อดีต ผบ.ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ลุยเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เต็มที่ เปิดตัว ป.ที่4 ประเทศนี้ ไม่ได้มีแค่ “3ป”

เมืองไทยไม่ได้มีแค่ "3ป" อดีต ผบ.ตร. แคนดิเดต ป. ที่ 4เมืองไทยไม่ได้มีแค่ “3ป” อดีต ผบ.ตร. แคนดิเดต ป. ที่ 4

เพจจักรทิพย์ คนทำงานมีผู้ติดตามกว่าสองแสนคน เนื้อหาภายในเพจ เป็นคำอธิบายตัวตนแลผลงานของอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ที่ไม่ธรรมดาโดยเฉพาะผลงานด้านการปราบปรามที่มีชื่อเสียง อย่างกรณี่คลี่คลายคดีวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงเกล้าฯ เมื่อปี2561 แต่ผลงานที่ภาคภูมิใจ คือการคลี่คลาย คดีวางระเบิด18 จุด ทั่วกรุงเทพฯเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2562 ผลชี้ชัดว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ 
 

อดีต ผบ.ตร.บอกว่าต้องร่วมกับเจ้าหน้าที่ทำงานตามจับคนร้ายอย่างเร่งด่วน เพื่อกอบกู้ความมั่นใจและความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวกลับมา เพราะหลายจุดที่พบระเบิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวและย่านเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ และภายในเวลาเพียง 3 วัน สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ ซึ่งอาวุธที่ใช้ในการไขคดีคือ “กล้องวงจรปิด”

เมืองไทยไม่ได้มีแค่ "3ป" อดีต ผบ.ตร. แคนดิเดต ป. ที่ 4เมืองไทยไม่ได้มีแค่ “3ป” อดีต ผบ.ตร. แคนดิเดต ป. ที่ 4

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ถือเป็นสายปราบปรามสายลุย ไม่ทิ้งลูกน้อง ลายปักหลังเสื้อแจ๊คเก็ต เป็นประจักษ์พยานถึงการทำงานแบบถึงลูกถึงคนที่โคราช
ทีมงานของพลเอกจักทิพย์ แต่ละเขต หน้าตาคุ้นๆ ย้อนกลับไปเมื่อการเลือกตั้ง ส.ส.ปี62 ก็จะถึงบางอ้อ
มีอดีตผู้มสมัคร ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐ เข้ามาร่วมงานอย่างคับคั่ง ในเกือบทุกเขต ระยะหลังลงพื้นที่แบบถี่ๆทั่วกรุงเทพฯ แม้ไม่เปิดตัวในนามพรรคพลังประชารัฐ แต่ถ้าดูจากทีมงาน  สีและรูปแบบเสื้อ ก็ไม่ยากที่จะปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกัน
 


เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนเมืองตั้งตารอแบบจดจ้องไม่กระพริบตา  ที่เปิดตัวในขณะนี้ มีสองฝ่าย ฝั่งประชาธิปไตยชู ชัชชาติ สิทธิพันธ์ แต่ถ้ามองฝั่งรัฐบาลก็ตั้งพล.ต.อ.จักรทิพย์   แต่ล่าสุด ที่มาแรกตามผลสำรวจยังยกให้รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปัฐพี การันตีอยู่ในตัวเลือกลำดับแรก ว่ากันว่า ตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คือเสียงสะท้อนถึงการเมืองระดับประเทศ ว่า ใครจะเข้าการเมืองระดับชาติประเทศ นอกจากจะมีเขตเลือกตั้งมากที่สุด 
การเมืองระดับชาติอยู่ในกำมือของ 3ป. เรื่องนี้มีประจักษ์พยาน จากการบริหารประเทศมาแล้วสามปี และมีเค้าโครงว่า ถ้าไม่อยู่จนครบวาระก็น่าจะใกล้เคียง  ความพยายามจัดฐานการเลือกตั้งครั้งหน้า ผลการเลือกตั้ง นายกฯอบต.ปลายเดือนพฤศจิกา จะเป็นดัชนีชี้วัด  หากประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ประเทศไทยจะไม่ได้มีแค่ 3 ป.อีกต่อไป เพราะจะมีบิ๊กแป๊ะ เป็นป.ที่ 4  เบ่งบารมีจากแวดวงสีกากี สู่แวดวงทางการเมือง

แคนดิเดตผู้นำพรรค “ทักษิณ” เคาะชื่อทวีหรือลูกเขย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/487325

08 ต.ค. 2564 |16:00 น.

ค่ายเพื่อไทยอุบเงียบ รอสัญญาณ “ทักษิณ” เคาะชื่อ พ.ต.อ.ทวีหรือลูกเขย นักธุรกิจรุ่นใหม่ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

คล้ายฤดูเลือกตั้งมาถึงแล้ว หลายพรรคเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่พรรคเพื่อไทย กลับนิ่งผิดปกติ เหมือนรอสัญญาณจาก “ทักษิณ” คนแดนไกล

อย่าปฏิเสธให้เสียเวลา คนรู้กันทั้งบ้านทั้งเมืองว่า “ทักษิณ” ยังมีอิทธิพลทางความคิดต่อพรรคเพื่อไทย ใครจะเป็นหัวหน้าพรรค ใครจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ก็ต้องรอฟังสัญญาณจากแดนไกล

สไตล์ “ทักษิณ” อาจดึงเวลาไปจนถึงวันยุบสภาจริงๆ และพร้อมจะสร้างเซอร์ไพรส์นาทีท้ายๆ เหมือนเลือกตั้งปี 2554

เนื่องจากคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทย ก็อยู่ในระดับต้นๆ ยกเว้นภาคใต้ อย่างเช่นอีสานโพลของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ครั้งล่าสุด ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ คนอีสานอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 24.0 รองลงมา พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร้อยละ 23.0 และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 22.1

หากมาดูคำตอบว่า คนอีสานจะเลือกพรรคไหน พบว่า เลือกพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 34.7 รองลงมาพรรคก้าวไกล ร้อยละ 21.7 ขนาดพรรคเพื่อไทย ยังเปิดชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คะแนนนิยมในอีสานยังพุ่งนำโด่ง

ทั้งหลายทั้งปวง ก็ต้องรอสัญญาณชัดๆจากทักษิณ ชินวัตร คนอยากกลับบ้านว่าจะเลือกใคร มาถือธงนำสู่สมรภูมิเลือกตั้ง

‘สายตรงดูไบ’

สัปดาห์นี้ มีสื่อบางสำนักรายงานข่าวพรรคเพื่อไทยได้ทาบทามคนใกล้ชิด “ทักษิณ” มาเป็นหัวหน้าพรรค นั่นคือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ

จริงๆแล้ว ชื่อของ พ.ต.อ.ทวี มีการพูดถึงในแวดวงคนการเมืองเพื่อไทยมาระยะหนึ่ง บ้างก็ว่าจะมาเป็นเลขาธิการพรรค บ้างก็ว่าจะมาเป็นหัวหน้าพรรค

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้ออกมาปฏิเสธข่าวนี้ และยืนยันว่า ยังร่วมทำงานกับพรรคประชาชาติ “วันนี้เห็นใจพี่น้องที่ ก่อตั้งพรรคประชาชาติ กว่าจะเกิดพรรคนี้มาได้ แล้วอยู่ๆ เราไปทำให้เขาฝันสลาย ผมว่าพรรคนี้ยังมีอนาคต”

กรณีของ พ.ต.อ.ทวี ก็ไม่ต่างจาก “ศ.” นักธุรกิจ “บิ๊กเนม” สายอสังหาริมทรัพย์ ที่ถูกพูดถึงบ่อยครั้งว่าจะมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของค่ายเพื่อไทย

เซียนการเมืองหลายคนยังเชื่อว่า พ.ต.อ.ทวี จะมีบทบาทสำคัญในพรรคเพื่อไทย เนื่องจากเป็นคนที่ “ทักษิณ” และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไว้เนื้อเชื่อใจมากที่สุด

‘เขยแม้ว’

สำหรับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ ส.ส.เพื่อไทยบางคนบอกว่า สุดเซอร์ไพรส์นั้น หลายฝ่ายจับตาตัวแทนครอบครัว “ทักษิณ” ไม่ใช่ลูกสาวลูกชาย แต่เป็นลูกเขย และมีโอกาสคลิกชื่อนี้สูงมาก

ต้นปีนี้ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเยาวชนและคนรุ่นใหม่ โดยมี น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช , น.พ.สุรพงศ์ สืบวงศ์ลี และวิม รุ่งวัฒนจินดา คนสนิท พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล ร่วมเป็น กรรมการที่ปรึกษา ซึ่งรายชื่อกรรมการ 30 คน ปรากฏชื่อ สรพันธ์ คุณากรวงศ์ น้องชายของ ณัฐพงษ์ คุณากรวงศ์ สามีของ เอม-พิณทองทา คุณากรวงศ์ ร่วมเป็นกรรมการด้วย

รูปธรรมแห่งการทำงานของคณะทำงานเยาวชนและคนรุ่นใหม่ คือการสร้างทีมคิดเพื่อไทยนำโดย คณาพจน์ โจมฤทธิ์ ผู้อำนวยการโครงการ The Change Maker

ปลายปี 2561 มีข่าวลือว่า ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ จะลงลุยการเมือง และเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทย ร้อนถึง พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ต้องออกมาชี้แจง และยืนยันหนักแน่นว่า “พ่อทักษิณ” ไม่ได้บังคับหรือขอให้ลูกเขยลงเล่นการเมือง

ณัฐพงศ์ เป็นบุตรชายของวรวิทย์ คุณากรวงศ์ และอัญชลี คุณากรวงศ์ มีพี่สาว 1 คน และน้องชายอีก 2 คน เรียนจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ ที่เดอพอล ยูนิเวอร์ซิตี้ เมืองชิคาโก สหรัฐฯ ปริญญาตรีสถาปัตยกรรม จุฬาฯ และพบรักกับพินทองทา ในระหว่างที่อบรมโครงการหลักสูตรอสังหาริมทรัพย์ ที่จุฬาฯ

สองปีก่อน ณัฐพงศ์ ซีอีโอ บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น เคยเข้าร่วมเป็นวิทยากรหลักสูตร The Next Tycoon ของมหาวิทยาลัยชินวัตร สำหรับทายาทธุรกิจ และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ มี อนันต์ อัศวโภคิน เป็นประธานที่ปรึกษาโครงการ และ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการมหาวิทยาลัยชินวัตร เป็นต้นคิด

จะว่าไปแล้ว โครงการ The Change Maker ของเพื่อไทย ก็คือการก้อปปี้ The Next Tycoon ของมหาวิทยาลัยชินวัตร นั่นเอง

จะถึงคิว “เขยทักษิณ” เข้าสู่ถนนการเมืองหรือไม่ คาดว่าอีกไม่นานก็จะมีคำตอบสำหรับเอฟซีชินวัตร และเอฟซีเพื่อไทย

“คณะก้าวหน้า”ภาพซ้อนพรรคก้าวไกลในภาวะเลือดไหลออกหวังชิมลางเวทีอบต. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/487194

07 ต.ค. 2564 |18:00 น.

“คณะก้าวหน้า”ลุยเวทีเลือกตั้งสมาชิกอบต. หวังปักหมุดเป็นฐานเสียง”ก้าวไกล” สวนกระแส” ผู้แทนฯสีส้มไหลออก ติดตามในเจาะประเด็นร้อน โดย เมฆาในวายุ

หลังจากที่“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ”หลุดวงโคจรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหตุเพราะให้พรรคอนาคตใหม่ซึ่งตัวเองเป็นหัวหน้าพรรคกู้เงิน191.2 ล้านบาท  จาก “ธนาธร”  โดยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและ”ต้องยุบพรรค+ตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารสิบปี “

“ธนาธรและคณะ” จึงมาก่อตั้ง”คณะก้าวหน้า”ที่เดินเคียงข้างพรรคก้าวไกล ในฐานะทายาทพรรคสีส้มเพื่อลุยงานการเมืองให้ถึงฝั่งฝันที่พวกตนปรารถนา

วินท์ สุธีรชัย  เพิ่งประกาศยุติบทบาทส.ส.บัญชีรายชื่อและลาออกจากพรรคก้าวหน้า ไปตั้งพรรคใหม่ วินท์ สุธีรชัย เพิ่งประกาศยุติบทบาทส.ส.บัญชีรายชื่อและลาออกจากพรรคก้าวหน้า ไปตั้งพรรคใหม่

โดยเป้าหมายหลังจาก 24 มี.ค. 2562   พรรคอนาคตใหม่ได้ ส.ส.พลิกความคาดหมาย 81 ที่นั่ง (แบ่ง เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ 50 คน และ ส.ส.เขต 31 คน) จนเป็นพรรคอันดับสามในสภาผู้แทนราษฎรในช่วงนั้น  ต่อมาเกิดตำนานงูเห่าสีส้มหลายภาค จนคะแนนฝ่ายค้านลดลง เนื่องจากมีการขับงูเห่าสีส้มให้ย้ายไปสังกัดพรรคร่วมรัฐบาลเหตุจากการเป็นกบฏ จนวันนี้พรรคก้าวไกลเหลือส.ส.สองระบบจำนวน 48 คน และหลังจาก  6 ต.ค. 2564  “วินท์ สุธีรชัย ”  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศลาออกจาก ส.ส. และตั้งพรรคใหม่นั้น พรรคสีส้มเวอร์ชั่นสอง จะเหลือผู้แทนราษฎร 47 คน

แบบนี้พรรคก้าวไกลยังหวังจะได้ส.ส.เขตราว 150-170  คนในการเลือกตั้งครั้งหน้าได้จริงหรือ….น่าคิด

ย้อนเวลาไปนิด…หลังรัฐบาลไฟเขียวให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นขึ้น(แช่แข็งไว้หลายปีตั้งแต่คสช.ยึดอำนาจ) โดยเริ่มจากวันที่ 20 ธันวาคม 2563 คือวันเลือกตั้งนายกอบจ. ตอนนั้น “ธนาธร ” คาดหวังว่าสนามเลือกตั้งท้องถิ่นนี้ พลพรรคสีส้มเวอร์ชั่นล่าสุดในนามคณะก้าวหน้าจะปักธงไว้ได้ เพราะเชื่อว่า สังคมจะตอบรับเหมือนเมื่อครั้งพรรคอนาคตใหม่ลงสนาม แค่ธนาธรผิดหวัง จากเหตุที่ผู้สมัครนายก อบจ. 42 จังหวัดพ่ายทุกสนาม แต่อีกด้านหนึ่ง คณะก้าวหน้ายังได้ สมาชิกอบจ. ทั่วไทยกระจายในจังหวัดต่างๆรวม 57 คน

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แม้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองพรรคอนาคตใหม่โดนยุบแต่ยังคงเคลื่อนไหวทางการเมือง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แม้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองพรรคอนาคตใหม่โดนยุบแต่ยังคงเคลื่อนไหวทางการเมือง

จากนั้นวันที่ 28 มีนาคม 2564  ในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาล 2,472 แห่งทั่วประเทศ  รวม 33,666 ตำแหน่ง  คณะก้าวหน้าส่งผู้สมัคร กว่า 100 แห่ง (แยกเป็นนายกเทศมนตรีนคร 11 แห่ง, นายกเทศมนตรีเมือง 25 แห่ง,นายกเทศมนตรีตำบล 69 แห่ง)   พบว่า ตัวแทนคณะก้าวหน้าได้นายกเทศมนตรีตำบล 12 แห่ง แยกเป็น ลำพูน 1 แห่ง,ร้อยเอ็ด 3 แห่ง, หนองบัวลำภู 3 แห่ง, อุดรธานี 2 แห่ง, มุกดาหาร 2 แห่ง, สมุทรปราการ 1 แห่ง

เวทีล่าสุด “คณะก้าวหน้า” แถลงว่า ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่ได้รับการยืนยันลงสมัคร 195 แห่ง จาก 51 จังหวัดทั่วประเทศ โดยการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นวันที่ 28 พฤศจิกายน 2564

พบว่า คณะก้าวหน้าส่งผู้สมัครนายกอบต.มากที่สุด 5 ลำดับแรก คือ จ.อุดรธานี 21 แห่ง, จ.ร้อยเอ็ด 15 แห่ง, จ.หนองบัวลำภู 10 แห่ง, จ.มหาสารคาม 10 แห่ง และ จ.นครราชสีมา 9 แห่ง    

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  แกนนำคณะก้าวหน้า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า

มูลเหตุจูงใจที่ “ธนาธร” พุ่งเป้าไปที่ภาคอีสานนั้น เพราะเลือกตั้งเทศบาลที่ผ่านมา คณะก้าวหน้าได้รับชัยชนะในเทศบาลตำบลภาคอีสาน 8 แห่ง จากทั้งหมด 12 แห่ง  

ภาวะเช่นนี้แปลว่า “ธนาธร”วางหมากปูพรมดึงเซลล์เล็กที่สุดสำหรับการเลือกตั้งสนามส.ส.ไว้ในมือให้ได้ โดยเน้นพื้นที่นำร่องว่ามีโอกาสชนะเพื่อสอดรับกับการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรคก้าวไกลไปแบบ“ใครพร้อมก่อน เปิดตัวก่อน” ซึ่งตอนนี้  “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”  หัวหน้าพรรคลงพื้นที่ไปแล้วหลายจังหวัด


ทางการเมือง  จะพบว่า อบต.นั้นมีหลายหมู่บ้านในสังกัด,อำเภอนั้นนั้นมีหลายตำบลมาขึ้นตรง และหลายอำเภอคือหนึ่งเขตเลือกตั้งส.ส. หากนักการเมืองกุมสภาพพื้นที่ไว้ได้ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน-ตำบล-อำเภอ หรือเลื่อนขั้นกุมสภาพจังหวัดไว้ได้  นักการเมือง-พรรคการเมือง-กลุ่มการเมืองของขั้วนั้นๆจะมีแรงต่อรองสูงทั้งในท้องถิ่น-ภูมิภาค-ประเทศโดยพลัน

ตรงนี้คืออาจจะเป็นจุดอ่อนที่”ธนาธร”เคยละเลยเมื่อวันวาน และวันนี้เมื่อดวงตาเห็นสัจธรรมทางการเมือง การปูพรมลุยฐานเสียงระดับเซลล์เล็กสุดเพื่อขยายตัวเป็นเซลล์ใหญ่สุดให้พรรคก้าวไกลนั้นจึงต้องเร่งกระทำให้เกิดผลมากสุด

แต่อย่ามองข้ามการแปรพักตร์-ไขก๊อกของอดีตส.ส.อนาคตใหม่-ก้าวไกลหลายคนที่พูดเป็นนัยๆให้สังคมคิดต่อว่า พรรคสีส้มทั้งสองเวอร์ชั่นยืนบนหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่…และอย่าลืมว่าการเดินเกมเสี่ยงหนุนการชุมนุมของเยาวชนที่ใช้ความรุนแรงรายวันกับสามข้อเรียกร้องที่ตอนนี้สังคมเริ่มไม่ให้ราคาแล้วนั้นจะเป็นบูมเมอแรงสะท้อนกลับ หากการสอบสวนขยายผลของตำรวจเจาะลึกถึงรากหาตัวผู้บงการม็อบป่วนเมืองได้นั้น

…..หายนะจะมาเยือน….


หมายเหตุ


ข้อมูลจากเว็บไซต์กกต.ระบุข้อมูลสมาชิกและสาขาพรรคก้าวไกลสมาชิกทั้งหมด 31,141 คน 

ภาคเหนือ 5,827  คน 
ภาคกลาง 11,582  คน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10,181 คน
ภาคใต้ 3,551  คน 

ข้อมูลสาขา


สาขาทั้งหมด 6 แห่ง
ภาคเหนือ 2   แห่ง
ภาคกลาง 2   แห่ง 
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 แห่ง
ภาคใต้ 1  แห่ง 

ซ.ค.คอนเนคชั่น “ประวิตร” สัมพันธ์ลึกพีระพันธุ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/487184

07 ต.ค. 2564 |18:00 น.

สู่สมรภูมิเลือกตั้ง “ประวิตร” สานสายใยรัก 2 ป. ตั้งกุนซือพีระพันธุ์ พิสูจน์น้องพี่เซนต์คาเบรียลคอนเนคชั่น คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เป็นไปตามข่าวที่ถูกปล่อยมาก่อนหน้านี้ “ประวิตร” ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้แต่งตั้งสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค

กระแสข่าวรอยร้าว “ประวิตร-ประยุทธ์” ยังถูกนักข่าวเกาะติดและข้อสังเกต ไม่ว่าจะเป็นการตั้งที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค โดยเฉพาะพีระพันธุ์ ที่ถูกมองว่า นายกฯประยุทธ์ ส่งมาช่วยงานหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

ทุกย่างก้าวของ “ประวิตร” กับการเปลี่ยนแปลงภายในพรรคพลังประชารัฐ น่าสนใจยิ่ง เพราะศึกเลือกตั้งหนหน้านั้น ท้าทายพลังสามัคคีของพี่น้อง 3ป.ยิ่งนัก

วันที่ 7 ต.ค.2525 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์นักข่าวกรณีตั้งสมศักดิ์ เทพสุทิน และพีระพันธุ์ สาลีรัฐ เป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ โดย พล.อ.ประวิตร ยอมรับว่า พีระพันธุ์รู้จักกันตนมานานแล้ว และคุ้นเคยกับตนตั้งแต่ปี 2551 โดยตนเป็น รมว.กลาโหม และ พีระพันธุ์ เป็น รมว.ยุติธรรม

นักข่าวบางสำนักพยายามถามนำว่า พีระพันธุ์จบโรงเรียนเซนต์คาเบรียล เช่นเดียวกับพล.อ.ประวิตร ถูกมองว่าเป็นเซนต์คาเบรียลคอนเนคชั่น(ซ.ค.) หรือไม่ แต่ พล.อ.ประวิตร ไม่ตอบประเด็นนี้

ระบอบอุปถัมภ์ในสังคมไทยฝึงลึก เครือข่ายศิษย์เก่าสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสวนกุหลาบ, เซนต์คาเบรียล, ธรรมศาสตร์, จุฬา ฯลฯ ล้วนนำไปสู่การสร้างระบบอุปถัมภ์ชนิดหนึ่ง

‘ซ.ค.รุ่นเล็ก’

จริงๆแล้ว “ประวิตร” กับพีระพันธุ์ เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ที่ห่างรุ่นกันเยอะ แต่ก็ไม่ทิ้งความเป็นพี่น้องเลือดสีน้ำเงิน-ขาว หรือ ซ.ค.คอนเนคชั่น

ช่วงต้นปี 2564 ในแวดวงสื่อสายการเมือง พูดถึงพี่น้อง ซ.ค.คู่ใหม่คือ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ. ในประเด็นการเมืองหลังม่าน

พีระพันธุ์เป็นนักเรียนเซนต์คาเบรียล รุ่นพี่ของพล.อ.อภิรัชต์ 1 ปี แต่ทั้งคู่ต่างก็เป็นลูกทหาร โดยพีระพันธุ์ เป็นลูกชาย พล.ท.ณรงค์ สาลีรัฐวิภาค ผู้ริเริ่มการขุดเจาะน้ำมันที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และก่อตั้งปั๊มน้ำมันสามทหาร

พล.อ.อภิรัชต์ รองเลขาพระราชวัง ระดับ 11 สำนักพระราชวัง น้องรักของ พล.อ.ประยุทธ์และพีระพันธุ์ ก็ทำงานอยู่ใกล้ตัวนายกฯ จึงทำให้มีข่าวลืออยู่บ่อยครั้ง

‘ซ.ค.รุ่นใหญ่’

นับแต่ยุค คสช.เป็นต้นมา สายเลือดน้ำเงิน-ขาว ที่ต้องพูดถึงคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เจ้าของรหัส SG 5534 และได้ชื่อว่า สุภาพบุรุษเซนต์คาเบรียล

ว่ากันว่า ซ.ค.คอนเนกชั่น ปรากฏชัดในรายชื่อกรรมการมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ทั้งเสี่ยคราม- ปัฐวาท สุขศรีวงศ์(เสียชีวิตแล้ว) ,ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล และ ศิริธัช โรจนพฤกษ์

7 ปีที่แล้ว ซ.ค.คอนเนกชั่น ได้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้คนทั่วไป ในนามคณะที่ปรึกษา คสช. และทีมเศรษฐกิจรัฐบาลประยุทธ์ ชุดแรก

ซ.ค.รุ่นใหญ่ยังมีสายสัมพันธ์พิเศษ ที่ก่อรูปขึ้นโดย พล.อ.ประวิตร ผ่านมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ที่มีสำนักงานอยู่ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ (ร.1 รอ.)

ชั่วโมงนี้ ซ.ค.คอนเนกชั่น “ประวิตร-พีระพันธุ์” ในภารกิจนำพา พล.อ.ประยุทธ์ สู่สมรภูมิเลือกตั้งและเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 3 ต้องใช้คำว่าโคตรท้าทาย

“3 ป” สร้างดาวดวงเดียวกัน แยกร่างวางฐานเลือกตั้ง ส.ส. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/487163

07 ต.ค. 2564 |16:00 น.

“3 ป” แตกคอไม่จริง แค่แยกกันเดินร่วมกันตี ตามทฤษฎีสมคบคิด ลุ้นเลือกตั้งนายกฯ อบต. ปูฐานเลือกตั้ง ส.ส. ไปต่อ ทางการเมือง

"3 ป" สร้างดาวดวงเดียวกัน แยกร่างวางฐานเลือกตั้ง ส.ส.“3 ป” สร้างดาวดวงเดียวกัน แยกร่างวางฐานเลือกตั้ง ส.ส.

คำยืนยันส่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยืนหนึ่งในรายชื่อนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะมาถึงเมื่อไร  อย่างน้อยก็ทำให้ความวุ่นวายภายในพรรคพลังประชารัฐยุติลงชั่วคราว แยกย้ายกันไปลงพื้นที่ ช่วยผู้ประสบอุทกภัยโชว์ผลงาน รัฐบาลไม่ทิ้งประชาชน  และสถานการณ์ก็ดูเหมือนจะเป็นใจ ให้พลเอกประวิตร  ต้องคืนถิ่นบูรพาพยัคฆ์ เยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว ขณะที่พลเอกประยุทธ์ ไปนครศรีธรรมราช ที่ส.ส.เคลื่อนไหว อาละวาดก่อนหน้านี้ 

"3 ป" สร้างดาวดวงเดียวกัน แยกร่างวางฐานเลือกตั้ง ส.ส.“3 ป” สร้างดาวดวงเดียวกัน แยกร่างวางฐานเลือกตั้ง ส.ส.

ที่ว่ากันว่า การคืนสี่กรมกระทรวงเกษตรฯกลับไปให้ รองนายกฯจุรินทร์ ดูแล เป็นปฏิบัติการหักดิบพลเอกประวิตร อีกรอบ ได้รับคำตอบว่าไม่มีปัญหา ตำแหน่งประธานคณะกรรมการจัดการที่ดินแห่งชาติ และประธานคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ มีอำนาจมอบหมายคนทำงานได้ ไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งรัฐมนตรี ทั้งยังไม่มีปฏิกิริยาท่าทีใดๆ จากร้อยเอกธรรมนัส ที่ยังก้มหน้าก้มตา จัดวางสรรพกำลัง เตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งต่อไปให้พรรคพลังประชารัฐ 
ตั้งแต่อภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งล่าสุด อาการของ 3 ป. ส่อให้คิดไปว่า เกิดอาการไม่กินเส้นแตกคอกันแล้ว เช่นนั้นหรือไม่  มีคำถามว่า จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไร  มีคำตอบตามมา เริ่มจากปฏิกิริยาขณะตรวจน้ำท่วมที่สมุทรปราการ ที่พลเอกประยุทธ์ เหมือนจะสั่งการให้ภาครัฐรับฟังเสียงส.ส.เป็นปัจจัยในการลงมือแก้ไขปัญหาให้ประชาชน  สอดรับกับข้อเรียกร้อง เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เปิดโอกาสให้ส.ส.ได้มีผลงานอวดชาวบ้านบ้าง 
 

พลเอกประยุทธ์ ผ่านบทพิสูจน์ล่าสุด เรื่องการโยกสลับการกำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯจนเป็นเหตุให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่พอใจ แต่สุดท้าย แม้ต้องกลืนน้ำลายแต่ก็ยังนำพารัฐนาวาลำนี้ไปต่อได้  ส่วนปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ บารมีของพี่ใหญ่ก็แสดงให้เห็นว่ายังเอาอยู่ กลุ่มก๊วนที่พากันออกมาก่อกวนหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ เริ่มเงียบเสียงลงไปตามลำดับ  

"3 ป" สร้างดาวดวงเดียวกัน แยกร่างวางฐานเลือกตั้ง ส.ส.“3 ป” สร้างดาวดวงเดียวกัน แยกร่างวางฐานเลือกตั้ง ส.ส.


เดือนพฤศจิกายนนี้ จะมีการเลือกตั้ง นายกฯอบต. เป็นภาคต่อของการสร้างฐานทางการเลือกตั้งครั้งหน้า ที่ใครๆก็รู้กันว่าอยู่ในความดูแลของพลเอก
อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และเป็นที่รู้กันว่าฝ่ายที่กำชัยชนะส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายที่สนับสนุนจากอำนาจรัฐ หากประสบความสำเร็จถือเป็นการสร้างฐานเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งหมดนี้ตอบสมมติฐาน ว่า 3 ป. แตกคอกันจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงแสดงไปตามบทบาท แยกกันเดินร่วมกันตี เป็นไปตามทฤษฎีสมคบคิด 

นายห้างวินท์กับ “ธนาธร” บทเรียนงูเห่าสีส้ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/487136

07 ต.ค. 2564 |15:00 น.

ตราบาปงูเห่าสีส้ม “ธนาธร” เผชิญหน้าความจริง แยกมิตรแยกศัตรู กรณีนายห้างวินท์ทิ้งก้าวไกลไปตั้งพรรคใหม่ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

นับก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ “ธนาธร” ได้รับบทเรียนมากมาย โดยเฉพาะความขัดแย้งภายในพรรคช่วงก่อนเกิดเหตุยุบพรรค และตามมาด้วยปรากฏการณ์งูเห่าสีส้ม

กรณี วินท์ สุธีรชัย ลาออกจากการเป็น ส.ส. และอำลาพรรคก้าวไกล ก็เป็นสารตกค้างในใจมาจากยุค “ธนาธร” และผองเพื่อนอนาคตใหม่กลุ่มเพื่อน “ธนาธร” อาจมองว่าผู้ทิ้งพรรค

ไป เป็นงูเห่า ไม่มีอุดมการณ์ แต่ไม่เคยตรวจสอบปัญหาภายในขบวนของตัวเอง

ถ้ายังจำกันได้ ปลายปี 2562 พรรคอนาคตใหม่มีมติขับ 4 ส.ส.ออกจากพรรค ตกเป็นข่าวครึกโครม แต่หลังยุบพรรคอนาคตใหม่ ก็มี 10 ส.ส.สีส้ม ไม่ยอมตามไปพรรคก้าวไกล

กระทั่งวันนี้ มี 5 ส.ส.ก้าวไกล ที่ตัวยังอยู่ในพรรคแต่ใจนั้นไปสังกัดพรรคอื่นเรียบร้อยแล้ว ยกเว้น วินท์ สุธีรชัย เลือกลาออกจาก ส.ส.ไปตั้งพรรคใหม่

วันที่ 7 ต.ค.2564 วินท์ สุธีรชัย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ร่วมกับมิตรสหายเปิดตัวพรรครวมไทยยูไนเต็ด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยไม่ขอร่วมรัฐบาลกับพรรคเผด็จการ และไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ

แน่นอน การเปิดตัวพรรครวมไทยยูไนเต็ด ย่อมไม่ดังเปรี้ยงปร้างเท่ากับการปรากฏตัวของพรรคอนาคตใหม่ ภายใต้การนำของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

‘ฟาร์มงูเห่า’

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ “ธนาธร” ก็ส่งไม้ต่อให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ซึ่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ ยอมรับว่าภาพพรรคงูเห่าหรือฟาร์มงูเห่า กลายเป็นภาพลบที่ต้องใช้เวลาอธิบายให้ประชาชนได้เกิดความมั่นใจ เมื่อเลือกผู้สมัคร ส.ส.ก้าวไกลแล้ว จะไม่กลายเป็นงูเห่าในภายหลัง

ว่ากันตามตรง ความขัดแย้งภายในพรรคอนาคตใหม่ยุค “ธนาธร” ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เนื่องจากการก่อเกิดของพรรคในเวลาอันจำกัด ใช้เวลารวบรวมไพร่พลแค่ไม่กี่เดือนก็เข้าสู่สนามเลือกตั้ง

การปรับจูนความคิดยังไม่ทันลงตัวก่อให้เกิดช่องว่างทางความคิด ระหว่างแกนนำพรรคกับผู้สมัคร ส.ส.เขต ที่มีปูมหลังแตกต่างกัน พอได้เป็น ส.ส.แบบสามล้อถูกหวย ย่อมเกิดอาการไม่ลงรอยกันตามธรรมชาติของนักเลือกตั้ง

เหนืออื่นใด ภายในพรรคอนาคตใหม่ มีการต่อสู้กันภายในระหว่างนักเคลื่อนไหวภาคประชาชน สายตรงกลุ่มเพื่อนธนาธรกับนักการเมืองท้องถิ่น

กลุ่มเพื่อนธนาธร จะมองว่า ส.ส.เขต หรือ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้เป็น ส.ส.เพราะคนคลั่งธนาธร ฉะนั้น จึงไม่ต้องมาเรียกร้องหรือต่อรองจากพรรค

‘นายห้าง ว.’

วันแรกที่ วินท์ สุธีรชัย นักธุรกิจหนุ่มเข้ามาร่วมงานกับ “ธนาธร” ในพรรคอนาคตใหม่ คงไม่คาดคิดหรอกว่า วันหนึ่งจะต้องแยกทางกันแบบไม่สวยงามมากนัก

ต้นปี 2564 มีคนในพรรคก้าวไกล เปิดประเด็นความเคลื่อนไหวของ ส.ส.งูเห่า ที่แฝงตัวอยู่ในพรรค แถมระบุว่า “นายห้าง ว.” มีความพยายามสร้างมุ้งขึ้นมาในพรรค และมี ส.ส.อยู่ในกลุ่ม 3-4 คน ประกอบด้วย ส.ส.กทม. และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

บังเอิญว่า วินท์ สุธีรชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อขณะนั้น เป็น 1 ใน 9 ส.ส.ที่ไม่ลงชื่อเสนอร่างกฎหมายแก้ไขมาตรา 112 เขาจึงตกเป็นเป้าหมายของขบวนการปล่อยข่าวจากคนในพรรคก้าวไกล

วินท์ สุธีรชัย ก่อตั้งบริษัท ไพร์ม สตีล มิลล์ จำกัด และดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพร์ม สตีล มิลล์ จำกัด ผลิตเหล็กม้วนรีดร้อนที่นำไปใช้ได้กับหลายผลิตภัณฑ์ ทั้งเหล็กรูปพรรณ เหล็กโครงสร้างต่างๆ

นอกจากนี้ วินท์ สุธีรชัย ยังเป็นกรรมการบริษัทอสังหาริมทรัพย์อย่างน้อย 11 แห่ง ในเครือ ตระกูลสุธีรชัย ปี 2560 มีรายได้รวมราว 2 พันล้านบาท มาจาก 4 บริษัทหลัก

วินท์ นับหนึ่งทางการเมืองที่พรรคอนาคตใหม่ และเริ่มนับหนึ่งอีกหนกับพรรครวมไทยยูไนเต็ด ด้วยลำแข้งตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาชื่อเสียงของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

“ประยุทธ์” เดินสายนครศรีฯดูน้ำ แอบหวังรุกเพิ่ม ส.ส. ภาคใต้ ฐานที่มั่น ปชป. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/487078

07 ต.ค. 2564 |08:00 น.

นายกรัฐมนตรี “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ลงนครศรีฯ เมืองหลวงของพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนี้มี ส.ส. ถึง 8 เขตเลือกตั้ง ในอดีตพรรคประชาธิปัตย์ ยึดครองมาโดยตลอด แต่ปัจจุบันถูกพรรคพลังประชารัฐ แย่งมาได้ 4 ที่นั่ง และเมื่อรวม 14 จังหวัดภาคใต้พลังประชารัฐเจาะมาได้ถึง 14 ที่นั่ง

วันนี้(7 ต.ค.) เวลา 13.00 น. “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อตรวจการบริหารจัดการน้ำ แผนป้องกันอุทกภัย ดูการระบายน้ำที่คลองคูพาย และตรวจเยี่ยมศูนย์ดิจิทัลชุมชนตําบลมะม่วงสองต้น พร้อมมอบอุปกรณ์และครุภัณฑ์ให้แก่ศูนย์ดิจิทัลฯ ดังกล่าว

เป็นที่น่าสังเกตได้ว่าการลงพื้นที่ของ “พล.อ.ประยุทธ์” นายกฯ เริ่มมีขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เพชรบุรี, ชัยภูมิ, สุโขทัย, นนทบุรี ฯลฯ เหมือนเป็นการส่งสัญญาณทางการเมือง ว่าอาจเกิดการเลือกตั้งขึ้นในปีหน้า และการลงพื้นที่ครั้งนี้ บรรดา 14 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ในจังหวัดภาคใต้ เตรียมให้การต้อนรับ

14 ส.ส. พรรคพลังประชารัฐในภาคใต้ แบ่งเป็นนครศรีธรรมราช 4 คน,สงขลา 4 คน, ภูเก็ต 2 คน, นราธิวาส 2 คน, ตรัง 1 คนและยะลา 1 คน  
 

สำหรับ ส.ส. 4 คน พรรคพลังประชารัฐในจังหวัดนครศรีฯ ได้แก่ นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีฯ เขต 1 นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีฯ เขต 2 นายกองตรีอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นครศรีธรรมราช เขต 3 นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 7

ส่วนจังหวัดอื่นในภาคใต้ พลังประชารัฐ มี นายวันชัย ปริญญาศิริ ส.ส.สงขลา เขต 1 นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา เขต 2 นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา เขต 3 ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา เขต 4  นายสุทา ประทีป ณ ถลาง ส.ส.ภูเก็ต เขต1 นายนัทธี ถิ่นสาคู ส.ส.ภูเก็ต เขต 2 นายวัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส เขต 1 นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 2 นายนิพันธ์ ศิริธร ส.ส.ตรัง เขต 1 นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา เขต 1 

ส่วน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในนครศรีฯ มี 4 คน คือนายประกอบ รัตนพันธ์ ส.ส.เขต 4, นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส. เขต 5, นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส. เขต 6 และ นางพิมพ์ภัทรา วิริยะกุล ส.ส.เขต 8  

การลงพื้นที่นครศรีธรรมราชของ”พล.อ.ประยุทธ์” ครั้งนี้แน่นอนนอกจากไปดูการเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่แล้ว ยังเสมือนเป็นการรุกทางการเมืองเพื่อหวังจะขยายฐานสนามเลือกตั้ง ส.ส. ใน 14 จังหวัดภาคใต้ ที่พลังประชารัฐ สามารถตีฐานที่มั่นของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยึดครองเสียงข้างมากในภาคใต้มาร่วม 30 ปีมาได้ในหลายจังหวัด ทั้ง นครศรีธรรมราช, ภูเก็ต ฯลฯ ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา   

และในการเลือกตั้งสมัยหน้าที่อาจจะเกิดขึ้นในปีหน้า 2565 คาดว่า พลังประชารัฐ จะรุกหนักและรุกเพิ่มในหลายจังหวัดของภาคใต้ เพราะ ส.ส.เขต 400 คน ในส่วนของ 14 จังหวัดภาคใต้ ส.ส.จากที่มีได้ 50 คน จะเพิ่ม ส.ส.อีก 5-6 คน เป็นประมาณ 55-56 คน 

สนามเลือกตั้งสมัยหน้า 14 จังหวัดภาคใต้ ร้อนระอุแน่นอนและประชาธิปัตย์ จะยิ่งหนาวสะท้าน