แก้ รธน. “พรรคก้าวไกล” เสี่ยงสูง พรรคใหญ่ยึดบัตร 2 ใบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/480121

แก้ รธน. “พรรคก้าวไกล” เสี่ยงสูง พรรคใหญ่ยึดบัตร 2 ใบ

23 ส.ค. 2564

ศึกแก้รัฐธรรมนูญ “พรรคก้าวไกล” ขวางสุดฤทธิ์ ต้าน 2 พรรคใหญ่ยึดบัตร 2 ใบ ขวางยึดสภาฯ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ศึกงบประมาณผ่านพ้นไปแล้ว ก็ถึงคิวแก้รัฐธรรมนูญ ช่วงเวลาวันที่ 24-25 ส.ค.2564 จะมีการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ฉบับที่.…พ.ศ.… (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง ส.ส.) ซึ่งเป็นการพิจารณาในวาระ 2

ในร่างดังกล่าว ได้เสนอแก้ไขเป็นระบบบัตรเลือกตั้งสองใบ แยกคะแนน “ส.ส.เขต” กับ “บัญชีรายชื่อ” รวมถึงแก้ไขจำนวนและที่มาของ ส.ส.จากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่ให้มี ส.ส.เขต 350 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน ก็มีการแก้ไขให้มี ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน

ถ้าจำกันได้ การแก้รัฐธรรมนูญว่าด้วยระบบเลือกตั้ง ทำให้เกิดรอยร้าวในฝ่ายค้าน เมื่อพรรคเพื่อไทย เดินหน้าขอแก้เป็น “บัตร 2 ใบ” เหมือนรัฐธรรมนูญ 2540 แต่พรรคก้าวไกล ก็ค้านหัวชนฝา ขอเป็นบัตรใบเดียวเหมือนเดิม

ที่แปลกคือ ในชั้นกรรมาธิการฯ ส.ส.เพื่อไทย และพลังประชารัฐ สุมหัวแก้ระบบเลือกตั้ง ราวกับอยู่ฝ่ายเดียวกัน ด้านพรรคประชาธิปัตย์ ตัวชงเรื่อง กลับเล่นตามน้ำ

พูดตรงๆ พรรคของทักษิณ ชินวัตร ประสบความสำเร็จอย่างสูง จากกติกาเลือกตั้ง “บัตร 2 ใบ” (เลือกคนและเลือกพรรค) เลือกตั้ง 6 ก.พ.2548 พรรคไทยรักไทย ได้ ส.ส.เขต 310 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 67 คน รวม 377 คน เป็นรัฐบาลพรรคเดียว

แก้ รธน. “พรรคก้าวไกล” เสี่ยงสูง พรรคใหญ่ยึดบัตร 2 ใบ

พิธา ยังไม่ป็อบปูลาร์เท่า ธนาธร

มาวันนี้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล วัดกันที่ตัวบุคคล เรตติ้งยังต่ำ ถ้าเทียบกับ “ทักษิณ ชินวัตร” ก็ยังห่างกันไกล

++

เลือกระบบเยอรมัน

++

ดังที่ทราบกัน ส่วนพรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล) ได้ประโยชน์จากระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม(บัตรใบเดียว) ตามสูตรของ มีชัย ฤชุพันธ์

ซึ่งผลการเลือกตั้งปี 2562 พรรคก้าวไกล ได้ 6,265,950 คะแนน แยกเป็น ส.ส.เขต 31 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 50 คน ขณะที่พรรคเพื่อไทย ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แม้แต่คนเดียว

ในชั้นกรรมาธิการฯ ส.ส. พรรคก้าวไกล เสนอวิธีการคำนวณหาจำนวนที่นั่ง ส.ส.ของแต่ละพรรคการเมืองตามระบบเลือกตั้งแบบเยอรมันหรือระบบสัดส่วนผสม (MMP) แต่ไม่สำเร็จ เพราะ กมธ.เสียงส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย แต่ กมธ.ของพรรคก้าวไกล ก็สงวนความเห็นไว้ เพื่อมาอภิปรายในวาระ 2

แก้ รธน. “พรรคก้าวไกล” เสี่ยงสูง พรรคใหญ่ยึดบัตร 2 ใบ

ระบบเลือกตั้งแบบเยอรมัน ที่พรรคก้าวไกล ภูมิใจเสนอ

ระบบเลือกตั้งแบบเยอรมันหรือระบบสัดส่วนผสม (Mixed Member Proportional-MMP) ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ โดยแยกเป็นบัตรเลือก ส.ส. เขต และเลือกพรรค (ส.ส.บัญชีรายชื่อ) ซึ่งคะแนนของบัตรเลือกพรรคการเมืองนั้น จะถูกนำมาใช้เพื่อคำนวนเป็นจำนวน ส.ส.พึงมีของพรรคการเมือง คล้ายระบบจัดสรรปันส่วนผสมของมีชัย

ถ้าเอาตามระบบ MMP พรรคก้าวไกล ที่ไม่แข็งแกร่งในระบบ ส.ส.เขต ก็ยังพอหายใจได้บ้างกับการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบจัดสรรปันส่วนผสม

++

จุดอ่อนก้าวไกล

++

หากย้อนไปดูผลการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ผลคะแนนป็อบปูลาร์โหวต พรรคเพื่อไทยกับพรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล) ตัวเลขใกล้เคียงกันมาก แต่พรรคหนึ่งไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียว อีกพรรคหนึ่งได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 50 คน

เมื่อสแกน ส.ส.เขต ของพรรคอนาคตใหม่ แยกเป็น ส.ส.กรุงเทพฯ 9 คน , ส.ส.ภาคกลาง 6 คน ,ส.ส.ภาคตะวันออก 9 คน ,ส.ส.ภาคอีสาน 1 คน และ ส.ส.ภาคเหนือ 6 คน

ชัยชนะของ ส.ส.เขต ของพรรคสีส้ม ส่วนใหญ่มาจากกรณีพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ ส่งผลให้ไม่มีผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย ดังนั้น เอฟซีทักษิณจึงเทคะแนนมาที่พรรคอนาคตใหม่

ที่น่าสนใจ จำนวน ส.ส.เขตของพรรคก้าวไกลในวันนี้ จาก 31 คน เหลืออยู่เพียง 12 คน และในนี้ 8 คน เป็น ส.ส.กทม. ส่วนใหญ่ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ยกเว้นเขต 5 นครปฐม ที่มีการเลือกตั้งใหม่ และพรรคก้าวไกลก็พ่ายแพ้

สาเหตุหนึ่งที่ ส.ส.เขตเหล่านั้น ตัดสินใจไม่ไปต่อกับพรรคก้าวไกล เพราะประเมินดูแล้ว การเลือกตั้งสมัยหน้า ยากที่ค่ายสีส้มจะปักธงในพื้นที่ได้ เนื่องจากพรรคเพื่อไทย ส่งสัญญาณส่งผู้สมัคร ส.ส.ครบทุกเขตทั้งประเทศ ไม่เว้นให้พรรคใดพรรคหนึ่ง

พฤติกรรมของผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งในต่างจังหวัด ยังไว้เนื้อเชื่อใจ “นักเลือกตั้ง” ในระบบอุปถัมภ์ ซึ่งคณะก้าวหน้าของ “ธนาธร-ปิยบุตร” ก็ได้บทเรียนมาแล้ว จากการเลือกตั้งนายก อบจ.เมื่อปลายปี 2563 ปรากฏว่า แพ้ราบคาบ

ฉะนั้น อิทธิฤทธิ์บัตร 2 ใบตามสูตร 2540 อาจทำให้ค่ายสีส้ม ไม่ได้ ส.ส.แม้แต่คนเดียว ทั้งที่ป็อปปูลาร์โหวต 6-7 ล้านเสียง

ATK พิสูจน์ค่า รัฐบาล บริหารตามเสียงด่า ตัดสินใจตามคำขู่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/480125

ATK พิสูจน์ค่า รัฐบาล บริหารตามเสียงด่า ตัดสินใจตามคำขู่

23 ส.ค. 2564

https://www.youtube.com/embed/Jdp4LIm0jLc

ตัดสินใจตามคำขู่ บริหารตามเสียงด่า จัดซื้อชุดตรวจ ATK พิสูจน์คุณค่า เงื่อนไข TOR กับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี

 ข้อสั่งการพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในมติ ครม. วันที่ 17 สิงหาคมชุดตรวจต้องได้รับการรับรองจากองค์กรอนามัยโลก WHO เป็นปัญหาที่ทำให้ องค์การเภสัชกรรม ไม่กล้าเซ็นสัญญากับบริษัทที่ชนะประมูลจริงหรือไม่ 

ATK  พิสูจน์ค่า รัฐบาล  บริหารตามเสียงด่า ตัดสินใจตามคำขู่

สาเหตุที่การประมูลมีปัญหาคืออะไร ฟังจากนายแพทย์ สุภัทร ฮาสุวรรณกิจประธานชมรมแพทย์ชนบทจะพบคำตอบ 1.คือสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งกำหนดเงื่อนไข ในTOR ชุดตรวจ ATK ล็อตนี้ ต้องได้รับการรับรองจากWHO 2.คือ องค์การเภสัชกรรม ในฐานะผู้ดำเนินการจัดซื้อลดเงื่อนไขTOR ชุดตรวจATK ไม่ต้องผ่านการรับรองจาก WHO  

ในจดหมายเปิดผนึกที่ชมรมแพทย์ชนบทส่งถึงนายกรัฐมนตรีล่าสุดระบุว่า การยกเลิกประมูลสามารถทำได้ ขอให้คณะรัฐมนตรียืนยันการจัดซื้อชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชิ้น ต้องได้มาตรฐาน องค์การอนามัยโลกเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ในการควบคุมโรคโควิด 

ATK  พิสูจน์ค่า รัฐบาล  บริหารตามเสียงด่า ตัดสินใจตามคำขู่

ตรงกับที่นายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติประธานคณะทำงานกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ยืนยันเรื่องการสงวนสิทธิ์ ในแบบเชิญยื่นซองเสนอราคา หรือทีโออาร์ ที่องค์การเภสัชฯระบุไว้ว่า องค์การเภสัชกรรม ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะลดหรือเพิ่มจำนวน, จะงดซื้อหรือเลือกซื้อโดยไม่จำเป็นต้องซื้อจากผู้เสนอราคาต่ำสุดเสมอไป รวมทั้งสงวนสิทธิที่จะพิจารณายกเลิกการเสนอราคาเพื่อประโยชน์ขององค์การเภสัชกรรมเป็นสำคัญ

ATK  พิสูจน์ค่า รัฐบาล  บริหารตามเสียงด่า ตัดสินใจตามคำขู่

คำถามคือผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ ทำไม ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี จึงยังไม่มีการดำเนินการใดๆ หากเดินหน้าลงนามในสัญญาไม่ได้ มีวิธีการอื่นอีกไหม ที่จะทำให้การแก้ปัญหารุดหน้า นี่ยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่า หรือจะติดปัญหาหลังบ้าน เหมือนกับหลายๆโครงการที่กลับไปกลับมา 

ATK  พิสูจน์ค่า รัฐบาล  บริหารตามเสียงด่า ตัดสินใจตามคำขู่

ประชาชนเดือดร้อน ทุกๆระยะเวลาที่ล็อกดาวน์ ถูกเลื่อนออกไป ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่24 สิงหา จะเป็นบทพิสูจน์อีกครั้งว่า นายกฯตัดสินใจเรื่องใดๆภายใต้คำขู่และรัฐบาลบริหารงานด้วยคำด่าอย่างที่เขานินทา เป็นเรื่องจริงหรือไม่

ผ่าน เลือกตั้ง เข้ามาให้ได้ก่อนค่อยคุยกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/480101

ผ่าน เลือกตั้ง เข้ามาให้ได้ก่อนค่อยคุยกัน

23 ส.ค. 2564

https://www.youtube.com/embed/B0jlh3WJAhs

แก้ระบบ เลือกตั้ง ยังเป็นปัญหา เพื่อไทย ไม่ยี่หระ ก้าวไกล ขู่ยื่นตีความ ประชุมรัฐสภา พิจารณาแก้ รัฐธรรมนูญ 24-25 สิงหาคมนี้

การเปลี่ยนแปลงต้องมียุทธศาสตร์และกลยุทธ์ซึ่งจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย ปัญหาใจกลางของการเมืองไทยปัจจุบัน คืออำนาจสูงสุดของประเทศนี้ เป็นของใคร  การทำงานในสภา เพื่ออำนาจสูงสุดของประชาชนคู่ขนานกับการทำงานทางความคิดนอกสภาจึงสำคัญ  
นี่เป็นตะกอนที่ตกค้างมาจากการอภิปรายงบประมาณของชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล 

ผ่าน เลือกตั้ง เข้ามาให้ได้ก่อนค่อยคุยกัน

สอดรับกับความคิดของ ปิยะบุตร แสงกนกกุล จากกลุ่มก้าวหน้า ที่ตั้งคำถาม อนุมานได้ตามความหมายที่ชัยธวัชระบุว่า การทำงานในสภาและนอกสภา ต้องคู่ขนานกัน 

ผ่าน เลือกตั้ง เข้ามาให้ได้ก่อนค่อยคุยกัน

การประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 24-25 สิงหาคมนี้ ก่อนพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีการพิจารณาญัตติเรื่องด่วนที่พรรคก้าวไกลเสนอ ว่ากรรมาธิการฯแก้รัฐธรรมนูญเกินกว่าร่างฯที่รับหลักการสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ ประธานคณะกรรมาธิการฯแก้รัฐธรรมนูญ ไพบูลย์ นิติตะวัน ไม่กังวลเพราะเชื่อว่านอกจากสมาชิกรัฐสภาจะไม่เห็นด้วยศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะไม่รับพิจารณา 

หากยังจำกันได้ช่วงที่ กรรมาธิการ พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ เป็นพรรคก้าวไกลที่ออกมาโวยวาย ว่าพรรคการเมืองใหญ่ซูเอี๋ยกัน ผลักดันให้มีการเลือกตั้ง แบบบัตรสองใบ ทำให้พรรคก้าวไกลและพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาใหม่เสียเปรียบ ถามว่า แก้รัฐธรรมนูญคราวนี้ ประชาชนได้อะไร คำตอบคือได้เลือกตั้งแบบใหม่ที่ฝ่ายประชาธิปไตย เช่นพรรคเพื่อไทยเคยชนะมาในอดีต 

ผ่าน เลือกตั้ง เข้ามาให้ได้ก่อนค่อยคุยกัน

การเมืองฝั่งประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยยึดกุมฐานเสียงเสื้อแดงรุ่นเก่าเอาไว้เป็นกอบเป็นกำนำมาซึ่งชัยชนะอันดับหนึ่ง จากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ขณะที่มวลชนคนรุ่นใหม่ที่มาจากฐานเดียวกัน เป็นพรรคก้าวไกล ที่กุมสภาพขับเคลื่อนทั้งในและนอกสภามีหมุดหมายที่ว่า หากเอาชนะทางความคิดในสังคมไม่ได้ จะมีสส.กี่ร้อยคนสุดท้ายประชาชนก็แพ้อยู่ดี ความเจริญก้าวหน้าของสังคัมและปากท้องที่ดีของประชาชนจะเกิดขึ้นได้ถ้าระบบการเมือง รับใช้คนส่วนใหญ่

ผ่าน เลือกตั้ง เข้ามาให้ได้ก่อนค่อยคุยกัน

ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อยี่สิบปีแนวคิดนี้ปรากฏอยู่ในพรรคไทยรักไทย เจ้าของวลีที่ว่า คิดจะเดินบนเส้นทางประชาธิปไตยต้องใจเย็นๆไม่ต้องห่วงฐานเสียงจะถูกแย่งไปเพราะพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยผุดขึ้นมาให้เห็นเป็นดอกเห็ด คล้ายๆจะเตือนว่า ผ่านเลือกตั้งเข้าสภามาให้ได้ก่อน  ค่อยคุยกัน

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข” ตกดวงความขัดแย้งแบกคดีความจนเกษียณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/480009

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข” ตกดวงความขัดแย้งแบกคดีความจนเกษียณ

22 ส.ค. 2564

ความคิดสวนทางนาย ตกดวงความขัดแย้ง ได้รับตำแหน่งสูงสุดเพราะโชคช่วย แต่ “สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข” ดื้อเงียบ ถ้าใช้ไม่ทำ ถ้าทำๆเองไม่ต้องมาใช้ จนกลายเป็นปัญหา บั้นปลายชีวิต ต้องแบกคดีความจนเกษียณ

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิเคราะห์เจาะลึกวิกฤติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข  ผู้บัญชาการตำรวจแห่ชาติ(ผบ.ตร.)  ยุคมรสุมรัฐบาลลุงตู่ โชคช่วยหวังรับตำแหน่งบั้นปลายชีวิตสูงสุดในตำแหน่งหน้าที่การงานสูงสุด

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข" ตกดวงความขัดแย้งแบกคดีความจนเกษียณ

แต่กลับเจอช่วงมรสุมรัฐบาลร่วมก่อนทิ้งไพ่ใบสุดท้ายเกษียณอายุราชการ เพราะไม่ได้เหมือนดั่งใจที่คาดหวัง ความคิดและดาวจันทร์มักสวนทางตรงกันข้าม

ทั้งที่ผ่านมาดวงชะตามีดวงอุปถัมภ์มีผู้ใหญ่คอยให้การช่วยเหลือสนับสนุนเต็มที่ แต่ตกดวงความคิดกลับขัดแย้งปฏิปักษ์ แตกแยก สับสนไม่ไว้วางใจไม่ประสงค์ดี

เตรียมสละเรือในยามที่นายเจอมรสุมดาวมฤตยูทับดวงเมือง ทั้งปัญหาความขัดแย้ง และโรคระบาด ไม่เหมือนที่คาดหวังไว้ 

เส้นทางชีวิตไม่เหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบที่ตั้งใจ ก่อนการเกษียณกลับเต็มไปด้วยขวากหนาม ที่จะต้องฟันฝ่าอุปสรรคให้ผ่านพ้น

ทั้งวิกฤติจากเหตุวุ่นวายที่รุมเร้าถึงความผิดจากตำแหน่งผู้บังคับบัญชา อีกทั้งปมขัดแย้งในเหตุที่เกิดขึ้น ที่จะต้องแบกรับคดีความไปจนกระทั่งเกษียณอายุราชการ

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติมว่า จากพฤติกรรมของการดื้อเงียบ ถ้าใช้ไม่ทำ ถ้าทำๆเองไม่ต้องมาใช้ จากความพยายามถือว่าเป็นความสำเร็จของตัวบุคคล

ถ้าหากตั้งใจก็จะต้องทำให้สำเร็จ แต่ช่วงจังหวะดวงเสริมช่วงน้ำขึ้นตำแหน่งมาก็ต้องรับเพราะเป็นโอกาส แต่เมื่อผ่านพ้นนายเจอมรสุมเป็นอุปสรรคกลับเกรงจะเสี่ยงต่อปัญหาที่จะตามมา และอาจจะต้องคดีความทิ้งท้ายต่อเนื่องตำแหน่ง ผบ.ตร. ได้เหมือนกัน

ตามไปดู ม็อบ 22 สิงหา รู้จัก “ทะลุแก๊ซ” ขาประจำดินแดง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479993

ตามไปดู ม็อบ 22 สิงหา รู้จัก “ทะลุแก๊ซ” ขาประจำดินแดง

22 ส.ค. 2564

มาตามนัด ม็อบ 22 สิงหา เปิดตัวกลุ่ม “ทะลุแก๊ซ” ตั้งเป้าบุกบ้านประยุทธ์ ไม่ลาออก ไม่เลิก คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

สมรภูมิสามเหลี่ยมดินแดงไม่เคยเปลี่ยนแปลง เกิดเหตุปะทะรายวัน ชาวแฟลตดินแดง และพื้นที่ใกล้เคียง ได้รับผลกระทบจากควันแก๊สน้ำตา มินับเสียงปืน เสียงระเบิด ทั้งจากพลุ ประทัด และกระสุนยาง

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีปรากฏการณ์บนท้องถนน เสมือนม็อบคู่ขนาน กลุ่มทะลุฟ้า กับ “กลุ่มมวลชนอิสระ” หรือที่ฝ่ายความมั่นคงเรียกว่า “เด็กแว้น”

อย่างวันที่ 22 ส.ค.2564 กลุ่มทะลุฟ้า จัดกิจกรรมกีฬาสี ศึกฟุตบอลแดงเดือด ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีการเดินขบวนพาเหรดบนถนนราชดำเนินด้วย

ขณะที่แอดมินแฟนเพจเฟซบุ๊ค “เยาวรุ่นทะลุแก๊ส” ได้โพสต์นัดหมายว่า “วันนี้ มีม็อบอาทิตย์ 22 ไม่เอาประยุทธ์ #ม็อบ22สิงหา รวมพลสามเหลี่ยมดินแดง 17.00น. เป็นต้นไป เดินทางไปบ้านประยุทธ์ เพื่อส่งเสียงเรียกร้องให้ประยุทธ์ลาออกโดยไม่มีเงื่อนไข”

ตามไปดู ม็อบ 22 สิงหา  รู้จัก “ทะลุแก๊ซ” ขาประจำดินแดง

เพจเยาวรุ่นทะลุแก๊ส

จริงๆแล้ว เพจเยาวรุ่นทะลุแก๊ส หรือเพจทะลุแก๊ซ อาจไม่ใช่ตัวแทนของกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมด ที่มารวมตัวกันบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เนื่องจากพวกเขาเหล่านั้น เป็น “มวลชนอิสระ” ไม่ได้มีการจัดตั้ง ไม่มีแกนนำ ไม่มีผู้สนับสนุน

อย่างไรก็ตาม ทีมแอดมินเพจทะลุแก๊ซ ดูจะพยายามชูคำขวัญการต่อสู้ทางการเมือง เหมือนกับกลุ่มรีเด็ม เพื่อบอกว่า พวกเขาไม่ได้มาหวัง “ปะทะ คฝ.” อย่างเดียว หากแต่มีอุดมการณ์ทางการเมืองชัดเจน

++

เด็กอายุน้อย

++

ทีมงานโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ได้ลงภาคสนามแถวดินแดง เข้าไปพูดคุยกับกลุ่มวัยรุ่น หรือกลุ่มมวลชนอิสระที่มารวมตัวกัน โดยบันทึกไว้ในแฟนเพจเฟซบุ๊ค iLaw

ตอนหนึ่ง ทีมงาน iLaw พบว่า “กลุ่มผู้ชุมนุมอิสระเหล่านี้มีอายุน้อยลงและสามารถรวมตัวกันเองเพื่อปฏิบัติการกันเอง ไม่จำเป็นต้องรวมตัวหรือเดินขบวนตามการประกาศจากกลุ่มที่ใช้แนวทางการชุมนุมแบบอื่น”

จากการสอบถามหลายๆคน ทีมงาน iLaw จึงรับทราบถึงผลกระทบต่อตัวเขาและครอบครัว “…ภายใต้สถานการณ์โควิด -19 เด็กเป็นอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทั้งเรื่องการศึกษา ที่ไม่สามารถไปโรงเรียน ไปเจอเพื่อน หรือเข้าห้องเรียนเพื่อเรียนรู้ได้ตามปกติ และด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะสำหรับครอบครัวที่มีรายได้น้อยและผู้ปกครองต้องตกงานไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น”

พวกเขาหลายคนได้บอกว่า “สมรภูมิดินแดง กลายเป็นพื้นที่ให้พวกเขาได้ระบายออก ซึ่งความอัดอั้นจากผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้นในวัยที่ควรจะมีโอกาสได้เรียนรู้และเติบโต และความรู้สึกสำคัญที่มีร่วมกัน คือ พวกเขาไม่วางใจในตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาอีกต่อไป”

++

 เสียงจากผู้ใหญ่

++

“โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ แกนนำกลุ่มวีโว่ ได้ตั้งข้อสังเกตการต่อสู้ของมวลชนอิสระที่ดินแดงว่า “ผู้ชุมนุมมีหลายกลุ่ม หลายอารมณ์ และหลายแนวทางการต่อสู้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เจ้าหน้าที่ก็ต้องมีมาตรการที่ชัดเจนในการปฏิบัติ ที่แยกแยะ และไปตามหลักสากลที่บังคับใช้ภายใต้กรอบของกฎหมาย..”

แกนนำวีโว่ ที่ยึดแนวทางสันติวิธี แสดงความกังวลต่อแนวทางของกลุ่มมวลชนอิสระว่า “มันเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยอะไรบ้าง เช่นเรื่องวัยวุฒิ เรื่องความเข้าใจในสันติวิธีที่แตกต่างกัน เรื่องการทำงานมวลชนที่รวมตัวแบบธรรมชาติ และยังเข้าใจว่านี้จึงเกิดช่องว่างขนาดใหญ่ให้ผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ได้”

นักเขียนนักแปลคนหนึ่งที่เห็นด้วยกับการต่อสู้ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ รู้สึกเป็นห่วงกลุ่มเยาวชน เกรงพวกเขาจะตกเป็นเหยื่อการปราบปรามอย่างรุนแรง จึงตั้งคำถามต่อผู้ร่วมอุดมการณ์

“สายบวกเหล่านี้ล้วนเป็นเด็กอายุน้อย การที่พวกเขาต่อสู้ไม่อาลัยชีวิตเพราะเขามองไม่เห็นอนาคตแล้ว เราจะทิ้งเขาลงคอหรือ? เราเคยพูดไม่ใช่หรือว่า พวกเราคนรุ่นก่อนทำผิดที่ทิ้งภาระไว้ให้คนรุ่นหลัง?”

ฟังเสียงจากฝ่ายตำรวจเองก็ยังคาดเดาไม่ได้ว่า เหตุการณ์การชุมนุมที่สามเหลี่ยมดินแดงจะยุติลงวันใด เพราะกลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้ ไม่ได้มีแกนนำชัดเจน เป็นการรวมตัวผ่านสื่อโซเชียล

ตามไปดู ม็อบ 22 สิงหา  รู้จัก “ทะลุแก๊ซ” ขาประจำดินแดง

มวลชนอิสระที่สามเหลี่ยมดินแดง

สถานการณ์การปะทะกันรายวัน จะบานปลายหรือไม่? ด้านหนึ่ง ย่อมขึ้นอยู่กับผู้ใช้อำนาจ จะมีวิธีการจัดการการชุมนุมที่ไร้ระเบียบนี้อย่างไร? ไม่ให้เลือดตกยางออก

“นายกฯ” ฝ่า 3 ด่านหิน ก่อนยุบสภา เลือกตั้งใหม่ปีหน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479977

“นายกฯ” ฝ่า3ด่านหิน ก่อนยุบสภา เลือกตั้งใหม่ปีหน้า

22 ส.ค. 2564

3 ด่านหินที่เรือแป๊ะจะต้องฝ่าข้ามไป ก่อน “นายกฯ” ต้องตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการยุบสภาเพื่อไปเลือกตั้งใหม่ ต้นปี2565

การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ2565 ผ่านพ้นไปเรียบร้อย เท่ากับว่ารัฐบาลมีงบประมาณไว้ใช้แล้ว แต่มันเป็นแค่ด่านแรก เพราะยังเหลืออีก2 ด่านหินที่จะต้องฝ่าไป

ว่ากันว่าการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี2565 ไม่ใช่ประเด็นที่จะทำให้หนักใจ เพราะได้พรรคเพื่อไทย มาช่วยสนับสนุนงบกลาง1.6 หมื่นล้าน จะมีเพียงพรรคก้าวไกลที่จ้องโจมตีงบสถาบันเท่านั้น

ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันไม่มีพรรคไหนงอแงเนื่องจาก ทุกกระทรวงฯล้วนแฮปปี้กับงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร พอมีเม็ดเงินเข้ามา ตั้งแต่ตุลาคมเป็นต้นไป แต่ละพรรคก็จะรีบเบิกจ่ายงบประมาณไปเพื่อสร้างผลงานให้กับรัฐมนตรีของพรรคตนเอง จึงเรียกว่าทุกพรรควินวิน

นั่นคือด่านแรก ส่วนด่านที่สอง นี่ถือเป็นด่านหินที่สุดเพราะฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติเพื่อขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว มีนายกฯและรัฐมนตรีอีก5 คนดังที่ทราบกันดี

ครั้งนี้พรรคฝ่ายค้านไม่ได้ใช้ยุทธศาสตร์ในการเล่นการเมือง เพราะจับรัฐมนตรีมาซักฟอกครบทุกพรรค ทั้งพลังประชารัฐ ภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์ จะทำให้คะแนนเสียงไว้วางใจเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

แต่ก็ไม่แน่เสมอไป เพราะพรรคพลังประชารัฐ กับพรรคภูมิใจไทย มีหลายเรื่องที่เป็นปมร้อนคาใจกันอยู่ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาโควิด-19 ที่ฝ่ายค้านพุ่งเป้าไปที่การบริหารจัดการวัคซีนเป็นหลัก

เรียกว่าฝ่ายค้านจะทำหน้าที่คอยยุให้แยก ถ่างแผลที่ปริร้าวให้ห่างออกมากกว่าเดิม ด้วยประเด็น “เหลื่อมล้ำ” และการใช้วัคซีนหาเสียงระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐ

จากปัญหาการจัดซื้อ จัดสรรวัคซีน ที่เอาเปรียบกันเองก็มาถึงปัญหาการจัดการ อุปกรณ์ตรวจโควิดหรือที่เรียกว่าชุดตรวจATK ซึ่งก็ขัดแย้งกันชัดเจนระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน 

แหล่งข่าวในพรรคร่วมรัฐบาลบอกว่าการอภิปรายไม่น่าห่วง นายกฯน่าจะตอบได้ แต่ปัญหาอยู่ที่การโหวต เพราะตามรายชื่อจะต้องโหวตนายกฯก่อน แล้วตามด้วย นายอนุทิน ตรงนี้แหละจะมีการเปรียบเทียบว่า ใครจะได้คะแนนเท่าไหร่

อย่าลืมว่าครั้งที่แล้ว มีส.ส.พลังประชารัฐ ไม่โหวตให้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ทั้งเขากระโดงและผับทองหล่อ

ครั้งนี้ฝ่ายค้านจะย้ำแผลเขากระโดงอีก มันยิ่งชัดเมื่อการรถไฟฯส่งหนังสือให้กรมที่ดินเพิกถอนการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินมิชอบบนที่เขากระโดงกว่า5พันไร่ ซึ่งมีบ้านพักของรัฐมนตรีอยู่ด้วย

ฝ่ายค้านจะจี้ไปที่ต่อมจริยธรรมของรัฐมนตรี และความรับผิดชอบร่วมกันของส.ส. จะเป็นปมที่ทำให้ส.ส.ของพลังประชารัฐ ตัดสินใจแหกมติอีกครั้งหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม แม้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะผ่านไป แต่จะเต็มไปด้วยรอยร้าวและแผลขนาดใหญ่ของพลังประชารัฐและภูมิใจไทย ขณะเดียวกัน ลูกพรรคพลังประชารัฐ ก็จะก่อหวอดให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี

คนในพลังประชารัฐ มีความต้องการให้ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคขึ้นดำรงตำแหน่งรมว.มหาดไทย เพื่อคุมการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ก็จะทำให้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ไม่พอใจ แต่เรื่องนี้มีปัญหามาตั้งแต่ พล.อ.อนุพงษ์ ไม่ยอมตั้ง นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯที่ พล.อ.ประวิตรและร.อ.ธรรมนัสขอมา ขึ้นเป็นปลัดมหาดไทย

ประกอบกับ ตำแหน่งรมว.สาธารณสุข ที่นายอนุทิน นั่งอยู่นั้นมักจะมีปัญหาตลอด กระทั่งล่าสุดไปทะเลาะกับหมอชนชทเรื่อง ชุดตรวจATK ที่อาจมีการ “ล็อกสเปก”เลือกชุดตรวจจากจีน เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องใช้ความกล้าหาญ ยึดโควต้าคืนแล้วปรับใหญ่ ซึ่งจะมีขึ้นประมาณเดือนกันยายน

ส่วนด่านที่สามก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะมีขึ้นหลังการอภิปรายฯ ก็ประมาณกลางเดือนกันยายน เวลาจะสอดคล้องต้องกันพอดี โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นพร้อมกับการปรับครม.

ประกอบกับสถานการณ์ม็อบที่กดดันและชุมนุมขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ตลอดเวลา ก็มีการวิเคราะห์กันว่า หากพรรคร่วมแตกคอ พรรคภุมิใจไทยอาจจะย้ายขั้ว ทำให้รัฐบาลเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพื่อกดดันให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกแล้ว นายอนุทิน จะได้รับการสนับสนุนให้เป็นนายกฯ แต่คงยาก เพราะหากเป็นเช่นนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จะใช้วิธียุบสภา หลังจากเปิดสมัยประชุมอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน

นี่คือ3 ด่านหินที่เรือแป๊ะจะต้องฝ่าข้ามไป ก่อนจะตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการยุบสภาเพื่อไปเลือกตั้งใหม่ต้นปี2565

ส่อง “ดินแดง” ผ่าน ม็อบ 21 สิงหา 4 พรรคใหญ่ทำอะไร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479968

ส่อง “ดินแดง” ผ่าน ม็อบ 21 สิงหา 4 พรรคใหญ่ทำอะไร

22 ส.ค. 2564

สมรภูมิ “ดินแดง” ไม่รู้จบ ม็อบ 21 สิงหา กระทบชาวบ้าน 4 พรรคใหญ่สมัยหน้าเอายังไง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ไม่มีใครคาดเดาว่า เหตุปะทะรายวัน ระหว่างผู้ชุมนุมไล่ประยุทธ์ กับตำรวจชุดควบคุมฝูงชน (คฝ.) ที่สามเหลี่ยมดินแดง จะจบลงอย่างไร? และเมื่อใด?

วันที่ 21 ส.ค.2563 ผู้สื่อข่าวสายม็อบ จึงได้เห็นป้ายผ้าแขวนอยู่ข้างแฟลตดินแดง “ขอให้ยุติเสียงปืน-แก๊สน้ำตา มันสร้างความเดือดร้อน ให้กับพวกเรารู้บ้างไหม”

ส่อง “ดินแดง” ผ่าน ม็อบ 21 สิงหา 4 พรรคใหญ่ทำอะไร

อดิศร โพธิ์อ่าน พรรคก้าวไกล

เวลาเดียวกัน “อดิศร โพธิ์อ่าน” อดีตผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคอนาคตใหม่(ก้าวไกล) โพสต์เฟซบุ๊คว่า “วันนี้ไปติดป้าย ที่พี่น้องชาวดินแดงช่วยกันลงขัน เพื่อแสดงออกถึงความรู้สึก ที่ได้รับผลกระทบ จากการ ปะทะ ไม่ว่าเสียงปืน หรือแก๊สน้ำตา และเรียกร้องให้รัฐย้ายตู้คอนเทนเนอร์…”

ในฐานะผู้แทนนอกสภา “อดิศร” ยังเป็นตัวแทนชาวบ้านดินแดง ไปยื่นหนังสือให้ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมืองฯ เรื่องชาวดินแดงได้รับผลกระทบกับการใช้แก๊สน้ำตาของตำรวจควบคุมฝูงชน

แม้ “อดิศร” จะสอบตกในการเลือกตั้งปี 2562 แต่ก็ไม่เคยทิ้งพื้นที่ คอยช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ดินแดง-ห้วยขวางอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับอดีตผู้สมัคร ส.ส.คนอื่นๆ ในเขตนี้

++

สังเวียนเมืองกรุง

++

ผลการเลือกตั้งทั่วไป 2562 ที่สนามกรุงเทพมหานคร มีการเปลี่ยนแปลงชนิดหักปากกาเซียน เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ ส.ส.เขต แม้แต่คนเดียว เฉพาะเขต 5 (ห้วยขวางและดินแดง) แชมป์เก่า 2 สมัยอย่าง “ธนา ชีรวินิจ” ได้อันดับที่ 4

ย้อนดูคะแนนเลือกตั้ง ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เพื่อไทย 27,897 คะแนน ,อรพินทร์ เพชรทัต พลังประชารัฐ 27,667 คะแนน, อดิศร โพธิ์อ่าน อนาคตใหม่ 25,484 คะแนน และธนา ชีรวินิจ ประชาธิปัตย์ 18,711 คะแนน

สำหรับ “ประเดิมชัย” เป็น ส.ก. เขตห้วยขวาง มาหลายสมัย ขยับจากสนามเล็กขึ้นสนามระดับชาติ ก็ประสบผลสำเร็จ และวันนี้ ได้ลงช่วยชาวบ้านต้านโควิด-19 สุดกำลัง

เช่นเดียวกับ ธนา ชีรวินิจ คนสุราษฏร์โดยกำเนิด เป็น ส.ก.เขตดินแดง มาแต่ยุคพรรคพลังธรรม แล้วย้ายมาสังกัดค่าย ปชป. และเคยเป็นประธานสภา กทม. ก่อนจะเบนเข็มลงสมัคร ส.ส.

หลังสอบตก “ธนา” ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีเกษตรฯ (เฉลิมชัย ศรีอ่อน) ยังมีบทบาทสำคัญในพรรค ปชป. โดยเฉพาะสนามเมืองหลวง

++

เจ้าถิ่นดินแดง

++

ว่ากันตามจริง ตระกูล “เพชรทัต” ถือว่าเป็นเจ้าถิ่นดินแดงตัวจริง ทั้ง ชูพงษ์ เพชรทัต และ อนงค์ เพชรทัต ก็เคยเป็น ส.ก.เขตดินแดง ยุคพรรคไทยรักไทย กระทั่งลูกสาว “อรพินทร์ เพชรทัต” ได้เป็นประธานสมาชิกสภาเขตดินแดง (ส.ข.) พรรคเพื่อไทย

เลือกตั้ง ส.ส.สมัยที่แล้ว ครอบครัว “เพชรทัต” พาลูกสาว “อรพินทร์” ย้ายจากเพื่อไทย มาสมัคร ส.ส.กทม.เขต 5 พลังประชารัฐ แต่พ่ายแพ้แก่ “ประเดิมชัย” แค่ 230 กว่าคะแนน

หลังเลือกตั้ง ผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐ ปลอบขวัญอรพินทร์ ส่งไปเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. (พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง) และปี 2564 อรพินทร์ ได้รับตำแหน่งเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ (ตรีนุช เทียนทอง)

ส่อง “ดินแดง” ผ่าน ม็อบ 21 สิงหา 4 พรรคใหญ่ทำอะไร

อรพินทร์ เพชรทัต

หากมีการเลือกตั้งทั่วไปสมัยหน้า สนามเขต 5 (ดินแดง-ห้วยขวาง) ผู้สมัครหน้าเดิม 4 คน คงต้องสู้กันอีกยก เฉพาะ “อรพินทร์” คงอยากทำศึกล้างตากับประเดิมชัย ให้หายสงสัย

ส่วน อดิศร โพธิ์อ่าน อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล) ลูกชายคนโตของทนง โพธิ์อ่าน อดีตประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานแห่งประเทศไทย ที่ถูกบังคับให้สูญหายสมัยรัฐบาลทหาร รสช. ลงสนามครั้งแรก ได้กว่า 2.5 หมื่นคะแนน ถือว่าไม่ธรรมดาเลย

เสียงตอบรับจากเฟิร์สโหวต หรือเยาวชนคนรุ่นใหม่มาแรงมากในปี 2562 จึงทำให้พรรคอนาคตใหม่ ได้ ส.ส.เขต ในเมืองหลวง และการเลือกตั้งครั้งหน้า “อดิศร” ยังมั่นใจในฐานเสียงเดิม เพราะ “หัวหอก” ที่ออกมาขับไล่ประยุทธ์ในวันนี้ที่สามเหลี่ยมดินแดง ก็คือเยาวชนทั้งสิ้น

ดังนั้น หลังม่านควันแก๊สน้ำ พลุ ประทัดยักษ์ ก็คือ การช่วงชิงคะแนนเสียงในพื้นที่ดินแดง-ห้วยขวาง

เปิดร่างฯ “แก้รัฐธรรมนูญ” “ก้าวไกล” มองบน “เพื่อไทย” จับมือ “พลังประชารัฐ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479899

เปิดร่างฯ”แก้รัฐธรรมนูญ” “ก้าวไกล”มองบน “เพื่อไทย”จับมือ”พลังประชารัฐ”

21 ส.ค. 2564

“ก้าวไกล”เสียเปรียบ ร่างฯ”แก้รัฐธรรมนูญ” เตรียมเข้าที่”ประชุมร่วมรัฐสภา” บัตรสองใบ “เพื่อไทย” กระหนุงกระหนิง “พลังประชารัฐ”

เปิดร่างฯ"แก้รัฐธรรมนูญ" "ก้าวไกล"มองบน "เพื่อไทย"จับมือ"พลังประชารัฐ"

เปิดร่างฯแก้รัฐธรรมนูญซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาแล้วเสร็จ เตรียมเขาสู่การพิจารณาในที่ประชุมร่วมรัฐสภาวาระ2-3ในวันที่24-25สิงหาคมนี้ เนื้อหาสำคัญ คือการแก้ไขมาตรา 83 ว่าด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งแบบบัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จากเดิมสส.เขต 350คน บัญชีรายชื่อ150คน แก้ไขเป็น แบ่งเขต400 คน สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน มีบัตรเลือกตั้งสองใบเหมือนการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี2540 ตามสโลแกนที่ว่า เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ แยกคะแนนเป็นเอกเทศทั้งสส.เขตและบัญชีรายชื่อ ไม่นำคะแนนทั้งสองส่วนมารวมกันเพื่อหาจำนวน สส.พึงมี เหมือนการเลือกตั้งเมื่อครั้งที่ผ่านมา   

ที่มาของสส.แบบแบ่งเขตคำนวณจากจำนวนราษฎรตามทะเบียนราษฎร์ก่อนมีการเลือกตั้ง หารด้วยจำนวน สส.เขต  ผลลัพธ์เท่ากับจำนวนราษฎร ต่อ สส.1คน  จังหวัดใดมีจำนวนราษฎรต่ำกว่าผลลัพธ์ดังกล่าว ให้มีสส.เขตได้1คน จังหวัดใดมีจำนวนราษฎรเกินเกณฑ์ให้มีสส.เขตเพิ่มอีก1คน หากรวมทั้งสองกรณีแล้ว ได้สส.เขต ไม่ถึง400 คน ให้จังหวัดที่มีเศษเหลือมากที่สุด มีสส.เขตเพิ่มได้อีก1คน และใช้วิธีการเดียวกันนี้ ในจังหวัดใดๆที่เหลือเศษในลำดับรองลงมา จนกว่าจะได้ สส.เขต ครบ400 เขต  จังหวัดใด มีสส.เขตมากกว่า1คน ให้แบ่งเขตเลือกตั้งตามจำนวน สส.ของจังหวัดนั้น โดยการแบ่งเขตเลือกตั้งต้องแบ่งพื้นที่เขตที่ติดต่อกันแต่ละเขตมีจำนวนประชากรใกล้เคียงกัน 

เปิดร่างฯ"แก้รัฐธรรมนูญ" "ก้าวไกล"มองบน "เพื่อไทย"จับมือ"พลังประชารัฐ"

เขตเลือกตั้งใดที่มีจำนวนผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนมากกว่า คะแนนของผู้สมัครที่ชนะการเลือกตั้ง ให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งรายเดิม ไม่มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งที่จะจัดขึ้นใหม่นั้น

ส่วนการคำนวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองที่จะได้รับเลือกตั้งให้นำคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ มารวมกันทั้งประเทศแล้วคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นสส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง เรียงตามลำดับตามสัดส่วนของพรรคการเมืองนั้น  

เปิดร่างฯ"แก้รัฐธรรมนูญ" "ก้าวไกล"มองบน "เพื่อไทย"จับมือ"พลังประชารัฐ"

 การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่กำลังจะมีการพิจารณาในสัปห์หน้า สร้างความไม่พอใจ ให้กับพรรคก้าวไกลที่ต้องการให้มีการจัดการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม นำทุกคะแนนมาคำนวณ เป็นจำนวนสส.พึงมี เหมือนการเลือกตั้ง เมื่อครั้งที่ผ่านมา ซึ่งทำให้อดีตพรรคอนาคตใหม่ หรือปัจจุบันคือพรรคก้าวไกล ได้สส.เข้ามามากมาย จนทะลุฟ้า

พิษซักฟอก “เนวิน ชิดชอบ” ติวเข้ม “ภูมิใจไทย” สู้ขาลง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479844

พิษซักฟอก “เนวิน ชิดชอบ” ติวเข้ม “ภูมิใจไทย” สู้ขาลง

21 ส.ค. 2564

โควิดพาพัง “เนวิน ชิดชอบ” ปลุกลูกพรรคภูมิใจไทย อุ้มเสี่ยหนู-เสี่ยโอ๋ สู้ศึกซักฟอก คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ก่อนศึกใหญ่ในสภาฯ จะมาถึงในช่วงปลายเดือน ส.ค.2564 พรรคภูมิใจไทย จึงจัดประชุมติวเข้ม ส.ส.ที่บุรีรัมย์ วันอาทิตย์ที่ 22 ส.ค.นี้ เนื่องจาก กทม.ไม่สามารถจัดประชุมพรรคได้ เพราะเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม อาจผิดและฝ่าฝืนคำสั่ง ศบค.

วาระสำคัญมี 2 เรื่องคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะเข้าสู่ที่ประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 25-26 ส.ค.2564 และการอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันที่ 31 ส.ค.- 3 ก.ย.นี้

ในข่าวแจกของพรรคภูมิใจไทยระบุว่า “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ จะมาร่วมติวเข้มด้วย เพราะมีประสบการณ์โชกโชน ในเวทีสภาฯ มาก่อน

สถานการณ์การเมืองปัจจุบัน คณะรัฐบาล ภายใต้การนำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ต่างจากเรือเหล็กใกล้อับปาง เพราะมหาวิกฤตโรคโควิด-19 อันส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อสะสมทะลุล้าน และมีผู้เสียชีวิตหลายพันคน

วันนี้ พรรคภูมิใจไทย มี ส.ส. 61 คน (ได้ ส.ส.เพิ่ม 10 คน จากพรรคก้าวไกล) หากเล่นเกมโหวตสวน หรืองดออกเสียงในศึกซักฟอก พล.อ.ประยุทธ์ คงเลือกยุบสภา แต่เลือกตั้งใหม่ในวันที่พรรคภูมิใจไทย เรตติ้งต่ำเตี้ยติดดิด เพราะล้มเหลวในการแก้ไขวิกฤตโควิด-19 ไม่ใช่เรื่องดีแน่

เชื่อว่า ส.ส.ค่ายสีน้ำเงินส่วนใหญ่ก็ขวัญผวา กลัวการเลือกตั้งใหม่ โดยเฉพาะ ส.ส.ที่ย้ายมาจากพรรคก้าวไกล เซียนการเมืองมองว่า “สอบตกหมดทุกคน”

ดังนั้น การประชุมพรรคที่บุรีรัมย์เที่ยวนี้ “ครูใหญ่เนวิน” จึงต้องออกโรงปลุกขวัญ ส.ส. โดยเฉพาะ ส.ส.พรรษาแรก ให้มั่นใจในตัวเขา พร้อมกับ “เสี่ยหนู” และ “เสี่ยโอ๋”

++

ทุบกล่องดวงใจ

++

ศึกซักฟอกเที่ยวนี้ พรรคฝ่ายค้านอย่างเพื่อไทย และก้าวไกล จองกฐินถล่ม “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ว่าด้วยเรื่องความล้มเหลวในการกำกับดูแลงานด้านสาธารณสุขของประเทศ

“อนุทิน” ซึ่งกำกับดูแลทั้งกรมการแพทย์ กรมควบคุมโรค องค์การเภสัชกรรม และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กลับไร้ความรู้ความสามารถที่จะทำให้สถานการณ์โควิด-19ให้คลี่คลายลงลงได้

ที่น่าจะร้อนแรงกว่าการซักฟอกหนที่แล้ว คือ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีคมนาคม ผู้ถูกพรรคร่วมฝ่ายค้าน ตั้งข้อหาในญัตติว่า “ประพฤติตัวเสเพลไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง”

เชื่อว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ จะต้องหยิบยกเรื่องที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ มาชำแหละอีกรอบอย่างแน่นอน

ปัญหาที่ดินเขากระโดงที่มีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท ได้เกิดข้อพิพาทมายาวนาน ระหว่าง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับชาวบ้านที่เข้าไปอยู่อาศัย ส่งผลให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย ฟ้องร้องต่อศาลให้ขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ และศาลก็ได้วินิจฉัยตามที่ฟ้องร้อง และเพิกถอนสิทธิ์การถือครองที่ดิน เนื่องจากเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ สงวนไว้เป็นที่รถไฟเท่านั้น

“เนวิน” รู้ดีว่า “เสี่ยโอ๋” น้องชายสุดรักโดนชำแหละเรื่องนี้คาสภาฯ แน่ จึงลุกขึ้นมาติวเข้มสู้ศึกซักฟอก เพราะมหากาพย์เขากระโดงนั้น เขย่าตระกูลชิดชอบให้กระเทือนได้แน่

++

‘บัตร 2 ใบ’ตายแน่

++

ประเด็นแก้รัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ เห็นดีเห็นงามกับการแก้ระบบเลือกตั้งให้กลับไปใช้ “บัตร 2 ใบ” แทน “บัตรใบเดียว” แต่พรรคก้าวไกล และพรรคภูมิใจไทย ค้านสุดตัว

พรรคภูมิใจไทย เคยเข้าสู่สมรภูมิเลือกตั้งมา 2 ครั้งคือ เลือกตั้งปี 2554 และ 2562 ที่ระบบเลือกตั้งแตกต่างกัน

เลือกตั้ง 2554 มีการแก้รัฐธรรมนูญ 2550 จากพวงใหญ่เป็น “เขตเดียว เบอร์เดียว” คล้ายรัฐธรรมนูญ 2540 ผลปรากฏว่า ค่ายสีน้ำเงินพ่ายยับ

เลือกตั้ง 2560 ระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม และมีบัตรใบเดียว กลายเป็นกติกาที่ตอบโจทย์ภูมิใจไทย ภูมิใจไทย ได้ ส.ส.เขต 39 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 12 คน รวม 51 คน (ยังไม่รับรวมกลุ่ม ส.ส.จากพรรคก้าวไกลอีก 10 คน)

ดังนั้น ถ้าใช้กติกาบัตร 2 ใบ ค่ายสีน้ำเงินก็จะมีสภาพเหมือนปี 2554 คือ พ่ายกระแสพรรคใหญ่ และน่าจะเหลือ ส.ส.ชำนาญพื้นที่ สามารถรักษาเก้าอี้ ส.ส.เขต ไว้ได้ไม่กี่สิบคน

พรรคภูมิใจไทย จึงต้องหาทางขวางการแก้รัฐธรรมนูญสุดฤทธิ์ และคงต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ หากเกิดอุบัติเหตุยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ก็ใช้กติกาเก่า “บัตรใบเดียว” ค่ายเสี่ยเนวินก็พอได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเข้าสภาฯบ้าง

“ม็อบ” ก็เจอแรงต้าน “ฝ่ายค้าน” ก็ไม่สามัคคี ผลดีตกอยู่กับ “รัฐบาล” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479821

“ม็อบ”ก็เจอแรงต้าน “ฝ่ายค้าน”ก็ไม่สามัคคี ผลดีตกอยู่กับ “รัฐบาล”

21 ส.ค. 2564

https://www.youtube.com/embed/J0D_wz171HM

“ม็อบ”ก็เจอแรงต้าน “ฝ่ายค้าน”ก็ปีนเกลียว “รัฐบาล”นั่งบนภู ดูอย่างเดียวก็ได้ ส่วนการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ”อย่าหวังว่าใครจะถอนตัว

“ม็อบ”ก็เจอแรงต้าน “ฝ่ายค้าน”ก็ไม่สามัคคี ผลดีตกอยู่กับ “รัฐบาล”

ฝ่ายค้าน ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล แต่ก็มีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น เมื่อก้าวไกลออกมาทวงถามรายชื่อที่ตั้งใจจะยื่นอภิปรายหายไปไหน ทั้งพลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ และร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า มีเหตุผลอธิบาย ว่าไม่มีข้อมูลไม่พอจากพรรคเพื่อไทยยิ่งเพิ่มข้อสงสัยเรื่องดีลทิพย์ จนมีการเปิดศึกวิวาทะออนไลน์ ระหว่างภูมิธรรม เวชชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน กับชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล จนเป็นที่มาของวลีที่ว่า อยากอยู่บนเส้นทางประชาธิปไตยต้องใจเย็นๆ

“ม็อบ”ก็เจอแรงต้าน “ฝ่ายค้าน”ก็ไม่สามัคคี ผลดีตกอยู่กับ “รัฐบาล”


แม้การปรากฏตัวของปิยะบุตรจากกลุ่มก้าวหน้าในคลับเฮาส์ พูดคุยกับโทนี่  มีท่วงทำนองหย่าศึกระหว่างพรรค ดับกระสขัดแย้ง ชั่วครู่ แต่ความครุกรุ่น ระหว่างกัน ก็ยังดำรงอยู่  

ปัญหาสำคัญเริ่มจากในกรรมาธิการงบประมาณ ที่เพื่อไทยยกมือให้นำยอดปรับลดงบประมาณ 1.6หมื่นล้าน ไปไว้ในงบกลางฯ ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีอำนาจนำไปใช้ไม่ต้องตรวจสอบนี่เป็นความข้องใจประการที่1  ความไม่พอใจจากการแก้รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง แบบบัตรสองใบคำนวนสส.รายชื่อ 100 คน ตามสัดส่วนคะแนนพรรค ไม่ได้คำนวณจากเกณฑ์ สส.พึงมีตามรัฐธรรมนูญปี 60ทำให้สัดส่วนสส.พรรคก้าวไกลในอนาคตที่ใช้การเลือกตั้งแบบใหม่หายไปจำนวนมากโดยพรรคเพื่อไทย เห็นดีเห็นงามกับพรรคพลังประชารัฐชนิดกระหนุงกระหนิง นับเป็นประการที่2  
“ม็อบ”ก็เจอแรงต้าน “ฝ่ายค้าน”ก็ไม่สามัคคี ผลดีตกอยู่กับ “รัฐบาล”

ในการอภิปรายงบประมาณ พรรคก้าวไกลใช้เป็นเวทีซักซ้อมอภิรายไม่ไว้วางใจไปในตัว ขณะที่ พรรคเพื่อไทย ไม่มีบทบาทมากนัก วาระงบประมาณผ่านได้ไม่มีปัญหา  
แต่ที่รออยู่ข้างหน้า คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งยังไม่ได้กำหนดว่าจะอภิปรายวันไหน

ไทน์ไลน์สภา นอกจากอภิปรายงบประมาณ
แต่ยังมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในวันที่24และ25    ขณะที่การเคลื่อนไหวนอกสภาขบวนคาร์ม็อบผ่านการทดสอบมาหลายครั้ง นอกจากไม่มีพลังยังทำให้หลายคนเกิดความเบื่อหน่าย นี่ขบวนประชาธิปไตย หรือ ขบวนนัดหมายวัยรุ่นตีกัน และนั่นเป็นที่มาแยกน้ำแยกปลาออกจากขบวนคาร์ปาร์ค จากอดีตแกนนำนปช.ผู้มีประสบการณ์ อย่างณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ซึ่งนัดรวมกันครั้งใหม่ ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้  
แม้ฝั่งประชาธิปไตย จะพยายามเคลื่อนไหวทั้งในและนอกสภา แต่ก็อยู่ในสภาพขาดๆเกินๆ ไม่สามัคคีกันเดินทั้งสองขา  บาดเจ็บจากการปะทะ หรือ ได้รับผลกระทบ จากมาตรการล็อกดาวน์ เริ่มเข้าสู่กระบวนการเยียวยา ซึ่งสองพรรคฝ่ายค้าน แบ่งกันรับหน้าเสื่ออาสา เสมือนต้องการหย่าศึก  

“ม็อบ”ก็เจอแรงต้าน “ฝ่ายค้าน”ก็ไม่สามัคคี ผลดีตกอยู่กับ “รัฐบาล”

เสียงเรียกร้องพลเอกประยุทธ์ออกไปดูแผ่วปลายไม่ส่งเสียงดังเหมือนดั่งที่ผ่านมา เมื่อฝ่ายรัฐตั้งรับ ด้วยการจับขังแกนนำ ขบวนคนรุ่นใหม่ก็ประสบปัญหา ส่วนพรรคแกนนำฝ่ายค้าน แม้แต่พวกเดียวกันก็ยังส่ายหน้า นอกจากจาตุรน ฉายแสง อดีตแกนนำไทยรักษาชาติ จะไม่กลับมา  ยังเตรียมเดินหน้าขนขบวนจากคาร์ปาร์ค ไปจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ 

“ม็อบ”ก็เจอแรงต้าน “ฝ่ายค้าน”ก็ไม่สามัคคี ผลดีตกอยู่กับ “รัฐบาล”

ดูสถานการณ์ฝั่งประชาธิปไตย พลเอกประยุทธ์ ยังเวิร์คฟรอมโฮมแบบสบายใจไปได้อีกนาน แม้จะมีเสียงรบกวนจากยุงรำคาญบ้างแต่เชื่อเถอะว่า จ้างก็ไม่ไป แค่ออกอาการถูกขัดใจ เมื่อไม่ได้ของเล่นเท่านั้น  แก้ปัญหาโควิดยังต้องใช้เวลาอีกนาน หลายโครงการยังรออยู่