“ร้อยเอกธรรมนัส” ดวงดีขึ้นแท่นรับวันเกิด กันยานี้รับตำแหน่งใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479301

“ร้อยเอกธรรมนัส”ดวงดีขึ้นแท่นรับวันเกิด กันยานี้รับตำแหน่งใหม่

18 ส.ค. 2564

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “ร้อยเอกธรรมนัส” มีดวงผู้ใหญ่อุปถัมภ์ เตือนภัยเพราะมรสุมรออยู่ในปี 65 ปมขัดแย้งอิจฉาริษยาไม่หวังดี เป็นปีที่ต้องประคองตัวเองให้มากที่สุด เพราะรอบอายุเข้าเคระห์หนักเจอปีปะทะ

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติวิเคราะห์ “ร้อยเอกธรรมนัส” พรหมเผ่า รํฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการ พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ฉลองวันเกิด 18 สิงหาคม 2508 ราศีเสริมขาขึ้นจ่อคิวดวงดีขึ้นแท่น

กันยายนนี้ หากมีปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีโอกาศเปลี่ยนตำแหน่ง ถ้าไม่โดนแซงคิว เพราะจังหวะและโอกาศมาถึงดวงผู้ใหญ่อุปถัมภ์

แต่ต้องเตือนภัยเพราะมรสุมรออยู่ในปี 65 ปมขัดแย้งอิจฉาริษยาไม่หวังดี ก่อให้เกิดการให้ร้ายป้ายสี ตำแหน่งใหญ่แล้วต้องนิ่งทุกสิ่งก็จะผ่านพ้น

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤติวิเคราะห์เจาะลึก ดวงชะตา “ร้อยเอกธรรมนัส” พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) หลังรับตำแหน่งเพราะดวงเสริม เกิดวันพุธที่ 18 สิงหาคม 2508 ตกดวงสมพงษ์ราศีปีเกิดเสริมดวงชะตา เป็นจังหวะขาขึ้นของดวงชะตา ส่งผลให้ได้รับตำแหน่งเลขาธิการพรรค 

อีกทั้งไตรมาสที่ 3 นี้ เป็นข่าวดีที่ไม่มีชื่อในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของสภาฯ ในครั้งนี้อีกด้วย รอแต่เดือนกันยายนนี้ ที่เป็นเดือนที่เกื้อกูล ส่งเสริม และสนับสนุน เป็นเดือนคู่มิตร หากจังหวะดี บุญหนุนส่งเสริมให้ได้รับการพิจารณาจากผู้ใหญ่หยิบยื่นให้ได้รับตำแหน่งใหม่ ก็ถือว่าเป็นโอกาศ หากปฏิเสธก็ถือพลาดโอกาศทอง โอกาศที่จะเรียกคืนในอนาคตก็คงยาก 

เพราะหลังจากปีนี้ผ่านไป ปีหน้า 2565 เป็นปีที่ “ร้อยเอกธรรมนัส”จะต้องประคองตัวเองให้มากที่สุด เพราะรอบอายุเข้าเคราะห์หนักเจอปีปะทะ จากบุคคลที่ไม่หวังดีสร้างความขัดแย้ง กลั่นแกล้งเบียดเบียนให้เดือดเนื้อร้อนใจ ต้องคดีความเตือนระวังให้มาก ก่อให้เกิดความเสียหายเสียงชื่อเสียงทั้งในตำแหน่งหน้าที่การงาน เพราะเกณฑ์ปี 2565 ดาวราหูโคจรทับดวงชะตา หากหลีกเลี่ยงได้ควรหลีกเลี่ยง และต้องประคองตนเองให้ผ่าน จนถึงสิ้นปี 2565

ซินแสเข่ง สรุปท้ายนี้ว่า ปี 2564 เป็นช่วงจังหวะขาขึ้น หากคาดหวังสิ่งใดจงทำให้สำเร็จ อย่ารอปีหน้า ซึ่งเป็นปีปะทะแห่งอุปสรรคที่ไม่ควรใช้ฤกษ์ยาม

อีกทั้งเดือนกันยายนเป็นเดือนที่เกื้อกูล หากมีผู้ใหญ่หยิบยื่นตำแหน่งหน้าที่การงาน ก็ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดก็ควรรีบรับ และประคองตนเองให้ดี

เพราะตำแหน่งหน้าที่การงานสูงขึ้นย่อมมีคนอิจฉาริษยา และไม่สร้างความขัดแย้งกับใครให้เป็นอุปสรรค เพราะอยู่ในช่วงขาลง ให้ปล่อยวางไม่เอามาเป็นเหตุให้เดือดร้อน ทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “พล.อ.ประวิตร” ยิ่งแก่ยิ่งมั่นคง อำนาจบารมีล้นเหลือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479299

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “พล.อ.ประวิตร” ยิ่งแก่ยิ่งมั่นคง อำนาจบารมีล้นเหลือ

18 ส.ค. 2564

โหงวเฮ้ง ยิ่งแก่ยิ่งมั่นคง ช่วงคางอิ่มหนามั่นคง ปีนี้ถือว่าปีมงคลเสริมดวงโชคชะตา “พล.อ.ประวิตร” ให้แคล้วคลาด และถือว่านิมิตรหมายที่ดีได้ทหารคู่บารมีเสริมดวงชะตา

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤติวิเคราะห์เจาะลึก ดวงชะตา  สรุปเพิ่มเติมจากดวงเลขาธิการพรรค ถึงดวงของหัวหน้าพรรครุ่นใหญ่ พปชร. บิ๊กป้อม “พล.อ.ประวิตร” วงษ์สุวรรณ วัย 76 / 77 ปี

ลักษณะโหงวเฮ้ง ยิ่งแก่ยิ่งมั่นคง อายุเดินอยู่ช่วงคางอิ่มหนามั่นคง เส้นโฮวบเล่ง เส้นบารมียิ่งแก่ตัวก็ถือว่ายังมีอำนาจให้บริวาร เกิดความยำเกรง คิ้วเหลี่ยมเป็นคนช่างคิด ใบหูใหญ่แนบ ถือว่ามีโอกาศได้อยู่ในตำแหน่งหน้าที่การงานสูง

“พล.อ.ประวิตร” เกิดอังคารที่ 11 เดือนธันวาคม 2488 ตกดวง เจ้าชะตาเกื้อหนุนดวงปี ได้ดาวเกตุมาเสริม ถือเป็นเลขศักดิ์สิทธิ์ อำนวยความสำเร็จ เสริมด้วยอำนาจวาสนา บารมีชื่อเสียง และบริวาร

ปีนี้ถือว่าปีมงคลเสริมดวงโชคชะตา ให้แคล้วคลาด อันตรายคนคิดร้าย ใครกล่าวแช่งก็เข้าตัว ตกดวงโชคดีที่ไม่มีรายชื่อในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้

และถือว่านิมิตรหมายที่ดี ได้ทหารคู่บารมีเสริมดวงชะตา ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นเลขาธิการ ปีเสริมดวงสมพงษ์ที่จะเกิ้อกูลให้มั่นคงมากขึ้น

อีกทั้งดวงชะตาของ “พล.อ.ประวิตร” ตกดวงการเป็นผู้นำในดวงชะตาปีนี้ถือว่าตกเกณท์ดี แต่ปีหน้า 2565 ก็ไม่ได้มีผลกระทบ ถือว่าเส้นทางการยังไปได้ดี

“แก้รัฐธรรมนูญ” แบบ “บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ” พรรคเล็กตายเรียบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479291

“แก้รัฐธรรมนูญ” แบบ “บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ” พรรคเล็กตายเรียบ

18 ส.ค. 2564

พรรค”ก้าวไกล” โวยเลือกตั้งแบบใหม่ไม่แฟร์ “เพื่อไทย”-“พลังประชารัฐ” จับมือแก้คำนวณคะแนนแบบใหม่ พรรคเล็กหมดโอกาสทางการเมือง

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” เพิ่มเติม สัดส่วนส.ส.เขต 400 บัญชีรายชื่อ 100 โดยใช้ “บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ” วิธีคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน คำนวณจากฐานส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน เหมือนรัฐธรรมนูญ 40  ไม่ใช่คำนวณจากฐานส.ส.ทั้งหมด 500 คน ตามการคำนวณในรธน. 2560 และให้ใช้รูปแบบการเลือกตั้งที่มีการเสนอแก้ไขในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า

ผลที่จะเกิดขึ้นหากรัฐสภามีมติรับร่างแก้ไขในการพิจารณาวาระสอง ปลายเดือนนี้ และวาระสามกลางเดือนหน้า จะทำให้พรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงพรรคน้อยกว่า 300,000  คะแนน สูญพันธ์หมด ยกเว้นพรรคที่ได้ส.ส.เขต พรรคเสรีรวมไทยและพรรคก้าวไกล จะเป็นพรรคที่จะได้รับผลกระทบมากสุด เลือกตั้งภายใต้กติกาใหม่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะหายไป 50-70 % จากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาคำนวณ ภายใต้กติกาใหม่ ส.ส.บัญชีรายชื่อหนึ่งคนจะต้องมีคะแนนพรรคอย่างน้อย 330,000 คะแนน ขณะที่การเลือกตั้งปี 62 คะแนนเฉลี่ยต่อส.ส. หนึ่งคนอยู่ที่ 66,000 คะแนน เท่านั้น

"แก้รัฐธรรมนูญ" แบบ "บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ" พรรคเล็กตายเรียบ

นี่อาจเป็นที่มาทำให้พรรคก้าวไกลออกมาตั้งคำถามว่า ในการพิจารณาของสภา ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านการรับรองหลักการมีแค่ร่างของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมี 2 มาตราเท่านั้นคือ มาตรา 83 และ เป็นเรื่องจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากเดิม 500 คน แบ่งเป็น ส.ส.เขต 350 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน แต่มีการแปรญัตติให้แก้เป็นสส.เขต 400 คน สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ส่วน มาตรา 91 เป็นเรื่องการคำนวณระบบเลือกตั้ง โดยให้ใช้ระบบคู่ขนานเหมือนรัฐธรรมนูญ 40 ซึ่งเรื่องนี้มีปัญหาในการไม่สะท้อนความนิยมของพรรคหรือนโยบายตามเสียงที่ประชาชนต้องการจริงๆ

"แก้รัฐธรรมนูญ" แบบ "บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ" พรรคเล็กตายเรียบ

ส่วนในรัฐธรรมนูญ 60 มีปัญหาที่การใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ซึ่งพรรคก้าวไกลเสนอหลักการคือ จำนวน ส.ส.เหมือนเดิมเป็น 350 กับ 150 แต่การคำนวณให้ใช้แบบ MMP จากบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คะแนนของบัตรเลือกพรรคการเมืองจะถูกนำมาใช้เพื่อคำนวนเป็นจำนวน ส.ส. พึงมีของพรรคการเมือง นำจุดแข็งของทั้งรัฐธรรมนูญ 40 และ 60 มารวมกัน เป็นพัฒนาทางการเมืองที่เป็นธรรม โดยกำจัด ส.ส.ปัดเศษออกไปด้วยการคำนวณที่เหมาะสม แต่การพิจารณากลับเป็นไปอย่างเร่งรีบ จนไม่สามารถอภิปรายเรื่องระบบการเลือกตั้งแบบ MMP ได้

จะเห็นได้ว่า “การแก้รัฐธรรมนูญ” ครั้งนี้ พรรคที่จะได้ประโยชน์เต็มเหนี่ยวกับรูปแบบ เลือกตั้งที่มีการแก้ไข คือ “พลังประชารัฐ”  

"แก้รัฐธรรมนูญ" แบบ "บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ" พรรคเล็กตายเรียบ 
และ “พรรคเพื่อไทย”

"แก้รัฐธรรมนูญ" แบบ "บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ" พรรคเล็กตายเรียบ

โดยในการลงมติวาระสามต้องได้เสียงส.ว.สนับสนุน หนึ่งในสามหรือ 84 คน จากส.ว.ทั้งหมด 250 คน ตามไทม์ไลน์ที่ประธานกรรมาธิการ พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ก่อนปิดสมัยประชุมนี้

สิงห์ไม่มีเส้น “ผู้ว่าฯปู” ไปไม่ถึง “สุพรรณบุรี” นักการเมืองคนไหนขวาง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479208

สิงห์ไม่มีเส้น “ผู้ว่าฯปู” ไปไม่ถึง “สุพรรณบุรี” นักการเมืองคนไหนขวาง

17 ส.ค. 2564

ทั้งไม่มีสีไม่มีเส้น “ผู้ว่าฯปู” เหนื่อยหนักขอพัก ไขปริศนานักการเมืองขวาง ย้ายไปสุพรรณบุรี คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

กรณี วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการ ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว ยังมีข้อสงสัยอยู่บางประเด็น

เมื่อ “ผู้ว่าฯปู” โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับความในใจเรื่องที่อยากพักผ่อน ไม่รับราชการจนเกษียณอายุในปลายปีหน้า และตอนหนึ่งระบุว่า “จะขอย้ายไปสุพรรณบุรี แต่ผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย อ้างว่านักการเมืองเขาไม่ยอมรับ”

คำว่า “นักการเมือง” ใน จ.สุพรรณบุรี ก็มีแต่พรรคชาติไทยพัฒนาเท่านั้น ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ในเวลานี้ ซึ่ง “ผู้ว่าฯปู” รู้จัก ส.ส.สุพรรณบุรี ทุกคน เพราะรับราชการในพื้นที่นี้มายาวนานมาก

นักข่าวจึงต้องถาม “วราวุธ ศิลปะอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ได้คำตอบว่า ตนคงตอบแทนใครไม่ได้ เพราะเรื่องของการโยกย้ายเป็นเรื่องที่กระทรวงมหาดไทยมีขั้นตอน แต่ไหนแต่ไร จ.สุพรรณบุรี ทางกระทรวงมหาดไทยก็ดำเนินการ เราไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไร

ผู้ใช้ชื่อบัญชีเฟซบุ๊ค “เอก ประทุมรัตน์” นักธุรกิจชาวสุพรรณ ที่สนิทสนมกับแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา และรู้จักมักคุ้น “ผู้ว่าฯปู” ยอมรับว่า มีคนโทรศัพท์หาเขาเยอะมาก ถามไถ่เรื่อง“ผู้ว่าฯปู” ขอลาออก

นี่คือข้อความตอนหนึ่งในเฟซบุ๊คของ “เอก ประทุมรัตน์” อันสะท้อนถึงความอึดอัดใจบางประการ “ผมรู้สึกช็อค โทรศัพท์ไปหาผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่าน ที่มีความคุ้นเคย ได้แต่ถอนหายใจ…#คนดีไม่มีวันตาย ได้แต่ภาวนาขอให้ทบทวนใหม่ ทำงานต่อไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน”

ปลายปี 2562 ตอนที่ “ผู้ว่าฯปู” ย้ายจากศรีสะเกษ มาอยู่สมุทรสาคร “เอก ประทุมรัตน์” และ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ก็ไปต้อนรับถึงเมืองมหาชัย

จริงๆแล้ว การโยกย้ายในปีนั้น “ผู้ว่าฯปู” อยากขอกลับมาเกษียณที่สุพรรณบุรี เลยมีคำถามเหมือนกัน เพราะศรีสะเกษ มี 22 อำเภอ แต่สมุทรสาคร มีแค่ 3 อำเภอ ระนาบเดียวกันหรือเปล่า แต่ก็มีคำอธิบายว่าเป็นเมืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เหตุผลกล้อมแกล้มไปได้

++

คนอ่างทอง

++

ดังที่ทราบกัน วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี เติบโตในตลาดศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง บ้านเดียวกันกับ สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีต ส.ส.อ่างทอง

หลังจบปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต (มนุษยศาสตร์) มหาวิทยาลัยบูรพา ปี 2526 ก็มาเป็นนักพัฒนาชุมชน อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี และพบรักกับ ชุติพร วิจิตร์แสงศรี

ปี 2538 สมัยรัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา ที่มีโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชื่อ สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล จึงได้ขอตัว “ผู้ว่าฯปู” มาช่วยงานราชการที่สำนักนายกฯ อยู่พักหนึ่ง ระหว่างนั้น สมศักดิ์นำให้ผู้ว่าฯปู ไปเข้าโรงเรียนนายอำเภอ และจบหลักสูตรนายอำเภอ รุ่นที่ 41 วิทยาลัยการปกครอง ได้เป็นนายอำเภอครั้งแรก ที่ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ เมื่อปี 2544

ช่วงหนึ่ง อดีตนายกฯ บรรหาร ต้องการพัฒนาบึงฉวาก อ.เดิมบางนางบวช จึงอยากได้นักปกครองมีฝีมือมาทำงาน “สมศักดิ์” แนะนำผู้ว่าฯปู ให้รู้จัก และจากนั้น ผู้ว่าฯปู ก็ย้ายมาเป็นนายอำเภอเดิมบางนางบวช

++

อยากเป็นผู้ว่าฯสุพรรณ

++

“ผู้ว่าฯปู” พัฒนาบึงฉวาก จนเขียนหนังสือได้เล่มหนึ่ง จาก อ.เดิมบางนางบวช ก็ย้ายไปอีกหลายอำเภอใน จ.สุพรรณบุรี จนได้เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เรียกว่า กว่าครึ่งค่อนชีวิต เขารับราชการอยู่ในสุพรรณบุรี

ว่ากันว่า “ผู้ว่าฯปู” ถูกวางตัวให้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี แต่อดีตนายกฯ บรรหาร ถึงแก่อนิจกรรมไปเสียก่อน จึงได้ไปขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร

จำได้ว่า วันที่ 1 ต.ค.2559 วันที่ วีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี ไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร มีชาวสุพรรณบุรีนับพันคนตามไปส่งถึงจวนผู้ว่าฯ นำโดยจองชัย เที่ยงธรรม และสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รวมถึงบรรดานักการเมืองท้องถิ่นจากสุพรรณบุรี และอ่างทอง

หากจะถาม“ผู้ว่าฯปู” ก็คงไม่ตอบว่า นักการเมืองคนไหน ไม่อยากให้เขาไปเป็นผู้ว่าฯสุพรรณบุรี และไม่ใช่คนศรีประจันต์ที่ชื่อ จองชัย เที่ยงธรรม แน่นอน

ดีลลับ “ประวิตร-ธรรมนัส” รอดศึกซักฟอก “เพื่อไทย” เล่นเกมคนแดนไกล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479122

ดีลลับ “ประวิตร-ธรรมนัส” รอดศึกซักฟอก “เพื่อไทย” เล่นเกมคนแดนไกล

16 ส.ค. 2564

ฝ่ายค้านร้าวลึก รอดศึกซักฟอกไร้ชื่อ “ประวิตร-ธรรมนัส” เพื่อไทยรบไปเจรจาไป  คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

จะเป็นศึกซักฟอกหนสุดท้ายของรัฐบาลประยุทธ์ หรือไม่? เพราะสถานการณ์การเมืองโดยภาพรวม ไม่เป็นบวกแก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มหาวิกฤตโควิดฉุดเรตติ้งรัฐบาลให้ดิ่งลงอย่างรวดเร็ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

“ฝ่ายค้าน” ยื่นซักฟอก”นายกฯ- 5 รมต.” แก้” วัคซีน-โควิด-เศรษฐกิจ” ล้มเหลว

“ประยุทธ์” บอบช้ำ ไปต่อลำบาก พปชร.เล็ง “ประวิตร” นายกฯสำรอง

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “อนุทิน” เส้นทางสู่เก้าอี้ “นายกฯ” ไม่ไกลเกินฝัน

วันที่ 16 ส.ค.2564 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ฤกษ์ยื่นญัติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในการอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 นำโดย สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน

พร้อมอีก 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคก้าวไกล, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคเพื่อชาติ, พรรคพลังปวงชนไทย และพรรคไทยศรีวิไลย์ในนามมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์

เปิดรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม, อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีสาธารณสุข, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีคมนาคม, เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรเเละสหกรณ์, สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีเเรงงาน และชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม

พลันที่ปรากฏ 6 รายชื่อรัฐมนตรี แวดวงกองเชียร์พรรคก้าวไกล ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวว่า ทำไมไม่มีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ อยู่ในบัญชีซักฟอกเที่ยวนี้

รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้โพสต์เฟซบุ๊ค Rangsiman Rome อธิบายความว่า “พรรคก้าวไกลต้องการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อย่างที่เราได้เคยทำมาใน 2 ปี 2 ครั้งที่ผ่านมา..แต่ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่เอาด้วย พรรคก้าวไกลเพียงพรรคเดียวจึงไม่สามารถยื่นชื่อ พล.อ.ประวิตรเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจได้”

ขณะที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า กรณีที่ไม่มีชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในครั้งนี้นั้น เป็นเพราะแต่ละพรรคมีรายชื่อบุคคลไม่น่าไว้วางใจของตัวเอง แต่ที่สุดต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ให้โฟกัส 6 คน มีความจำเป็นต้องพูดคุยกัน และรักษาบรรยากาศของการทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน

พรรคก้าวไกลตกอยู่ในสภาพ “กลืนเลือด” มาตลอด และรู้ดีว่า พรรคพลังประชารัฐกับพรรคฝ่ายค้านบางพรรค กำลังเล่นเกมอะไรกันอยู่

++
บารมีบิ๊กป้อม
++

ต้องยอมรับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในปีที่ 7 บนเส้นทางอำนาจ เหมือนไต่เส้นลวด นับจากวันนี้ไป อุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นได้ตลอด

ดีลลับ "ประวิตร-ธรรมนัส" รอดศึกซักฟอก "เพื่อไทย" เล่นเกมคนแดนไกล

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มองเกมบนท้องถนน มีการเปิดเวทีไล่ประยุทธ์ทั้งเดือน ขยับเข้าเดือน ก.ย. ความดุเดือดจะกลับไปที่เวทีสภา เมื่อฝ่ายค้านเปิดศึกซักฟอก “บิ๊กป้อม” จึงเตรียมทางหนีทีไล่ไว้ หากพรรคร่วมรัฐบาลหักดิบ “โหวตสวน” หรือมีแรงกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออก

ด้วยเหตุนี้ พล.อ.ประวิตร จึงเลือก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นเลขาธิการพรรค เพื่อเป็น “มือประสานสิบทิศ” กับพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย

รู้กันทั้งวงการเมือง “ร.อ.ธรรมนัส” มีความสนิทสนมกับแกนนำเพื่อไทย ราวกับเป็นคนพรรคเดียวกัน เนื่องจากได้คลุกคลีตีโมงอยู่กับนักการเมืองค่ายนี้ มาแต่สมัยพรรคไทยรักไทย ยันพรรคเพื่อไทย

ดีลลับ "ประวิตร-ธรรมนัส" รอดศึกซักฟอก "เพื่อไทย" เล่นเกมคนแดนไกล

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า

“ทักษิณ ชินวัตร” ยังเอ่ยปากเล่าในคลับเฮาส์ว่า สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ “ผู้กองธรรมนัส” ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ จึงคิดเล่นการเมือง และได้มีโอกาสขอคำปรึกษาทักษิณที่อยู่ต่างแดน

++
ลอยแพก้าวไกล
++

รูปธรรมความสัมพันธ์อันดีเป็นพิเศษระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทย คือการแก้รัฐธรรมนูญ 2560 ว่าด้วยการแก้ระบบเลือกตั้งแบบเดินหน้าเร็วมาก

ระบบเลือกตั้ง กำลังจะถูกแก้ให้กลับไปใช้แบบรัฐธรรมนูญ 2540 คือ “บัตร 2 ใบ” ประกอบด้วย ระบบหนึ่งเขตหนึ่งคน (ส.ส. 400 คน) กับระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน แต่ไม่มีเกณฑ์ขั้นต่ำ 5%

“ทักษิณ” และพรรคเพื่อไทย มีความต้องการให้ระบบเลือกตั้งเป็นบัตร 2 ใบ โดยที่พรรคพลังประชารัฐ ,พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคชาติไทยพัฒนา ก็เห็นด้วย

สำหรับพรรคก้าวไกล จะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างสูง หากมีการใช้ระบบบัตร 2 ใบ จึงออกแรงค้านสุดตัว แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะสองพรรคใหญ่ต่างขั้วจับมือกัน 

ประเมินว่า การแก้ระบบเลือกตั้งจะผ่านวาระ 2 และ 3 (รอ15 วัน) ได้โดยง่าย ประมาณกลางเดือน ก.ย.นี้ ก็จบวาระสาม 

แสดงว่า หากมีการยุบสภาเกิดขึ้น ระบบการเลือกตั้งครั้งใหม่ ก็จะเป็นบัตร 2 ใบ สมใจเพื่อไทยและพลังประชารัฐ  

แผนทะลุฟ้า “ม็อบ 16 สิงหา” อำพราง “ไล่ประยุทธ์” หวังผลรื้อระบอบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479081

แผนทะลุฟ้า “ม็อบ 16 สิงหา” อำพราง “ไล่ประยุทธ์” หวังผลรื้อระบอบ

16 ส.ค. 2564

ป่วนรายวัน “ม็อบ 16 สิงหา” กลุ่มทะลุฟ้าไล่ประยุทธ์ จุดไฟโกลาหล เล่นลับลวงพราง ก่อนบุกทำเนียบรัฐบาล คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ม็อบรายวัน ม็อบไร้ระเบียบ ม็อบไร้แกนนำ ก็สุดแท้แต่จะวิเคราะห์วิจารณ์กันไป ในวันที่ “กลุ่มเยาวชนปลดแอก” (กลุ่มรีเด็ม) โดยวิพากษ์จากพวกเดียวกัน “กลุ่มทะลุฟ้า” ได้ก้าวเข้ามาแบกรับภารกิจ “ม็อบรายวัน”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

พาคนไปเสี่ยง “ม็อบ 13 สิงหา” เมิน “บก.ลายจุด” เตือนกับดักความรุนแรง

คุ้ยใส้ใน “คาร์ปาร์ก” 15สิงหา “วันผีโลงแตก”

หมอประเวศ เตือนผู้นำระวังปากต้องพูดจริง “นายกฯ” พลิกกลไกรัฐสู้โควิด-19

พลันที่มีการปะทะด้านหน้าแนว แอดมินกลุ่มทะลุฟ้า ก็ประกาศยุติการชุมนุม แล้วก็ปล่อยให้ “วัยรุ่นหัวร้อน” กลุ่มหนึ่ง ดวลพลุ ดวลกระสุนหัวน็อต กับตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) เป็นภาพที่เห็นจำเจซ้ำซาก

ทำไมต้องไป “บ้านประยุทธ์”? คำว่า “บ้านประยุทธ์” หมายถึงบ้านพักข้าราชการ ที่อยู่ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.)

เป้าหมายของกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น ต้องการไปทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ด้านหน้า ร.1 ทม.รอ. ซึ่งพวกเขาก็รู้ว่า ไม่สามารถเข้าไปค่ายทหารแห่งนี้

ลึกๆแล้ว กลุ่มทะลุฟ้า รวมถึงกลุ่มอื่นๆ ล้วนมี “ธง” การเคลื่อนไหวที่ไม่ใช่แค่ “ไล่ประยุทธ์” ดังคำขวัญสู้ทะลุเพเดาน ทะลุฟ้าของพวกเขา ฝ่ายความมั่นคงต่างรู้แผนการดังกล่าว จึงไม่ยอมให้กลุ่มสามนิ้วผ่านกำแพงคอนเทนเนอร์มาทำกิจกรรมได้

ดังนั้น วันที่ 16 ส.ค.2564 กลุ่มทะลุฟ้า ปล่อยข่าวจะไปบ้านประยุทธ์ ที่ ร.1 ทม.รอ. แต่ก็ถูกตำรวจตั้งคอนเทนเนอร์กั้น จึงเปลี่ยนแผนทำเนียบรัฐบาลแทน

++

“ไผ่” ต้นคิด

++

จุดเริ่มต้นของกลุ่มทะลุฟ้า คือ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” และชาวคณะ ทำกิจกรรมเดินทะลุฟ้า จากโคราชถึงกรุงเทพมหานคร รวมระยะทาง 247.5 กิโลเมตร โดยมีข้อเรียกร้องปล่อยแกนนำราษฎร ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และยกเลิก ม.112 เมื่อจบภารกิจเดินทะลุฟ้า ก็ยกระดับการเคลื่อนไหวกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ลาออกจากตำแหน่ง

แผนทะลุฟ้า "ม็อบ 16 สิงหา" อำพราง "ไล่ประยุทธ์" หวังผลรื้อระบอบ โฆษกกลุ่มทะลุฟ้า

จากนั้น “ไผ่” ได้ใช้ชื่อกลุ่มทะลุฟ้า ทำกิจกรรมขับไล่ประยุทธ์ โดยปักหลักชุมนุมพื้นที่ข้างทำเนียบรัฐบาลโดยใช้ชื่อ “หมู่บ้านทะลุฟ้า” และตำรวจเข้าสลายการชุมนุม จากนั้น “ไผ่” ก็หันมาใช้ชื่อกลุ่มทะลุฟ้า ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ช่วงโควิดระบาด เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลาออก

วันนี้ ไผ่ ดาวดิน ถูกจับกุมคดีสาดสีแดงใส่ป้าย สน.ทุ่งสองห้อง และศาลอาญา มีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว ดังนั้น ภารกิจไล่ประยุทธ์ จึงตกอยู่กับรุ่นน้อง 6-7 คน ที่พยายามเคลื่อนไหว “บุกบ้านประยุทธ์” มา 2-3 ครั้งแล้ว

++

แนวร่วมฟันเฟือง

++

ทุกครั้งที่กลุ่มทะลุฟ้า ทำกิจกรรมการเมือง ก็จะได้กำลังของ “ฟันเฟืองประชาธิปไตย อาชีวะปกป้องประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย” มาช่วยเป็นการ์ดอาสา ดูแลขบวนม็อบ

อย่างเมื่อวันที่ 15 ส.ค.2564 กลุ่มทะลุฟ้า ได้เข้าร่วม “คาร์ม็อบ” โดยเลือกเส้นทางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย-ฝั่งธนบุรี ซึ่งมีขบวนแถวมอเตอร์ไซค์จากฟันเฟืองอาชีวะปกป้องประชาธิปไตยฯ เข้าร่วมด้วย

ดังที่ทราบกัน กลุ่มอาชีวะที่เข้าร่วมเกมบนท้องถนน แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ “ฟันเฟืองประชาธิปไตย อาชีวะปกป้องประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย” กับ “กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”

โดยกลุ่มฟันเฟืองฯ ยึดแนวทางต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เคียงข้างขบวนการเยาวชนคนรุ่นใหม่ทุกกลุ่ม ไม่ว่าเยาวชนปลดแอก,ราษฎร, ทะลุฟ้า ฯลฯ

แผนทะลุฟ้า "ม็อบ 16 สิงหา" อำพราง "ไล่ประยุทธ์" หวังผลรื้อระบอบ

กลุ่มทะลุฟ้าและฟันเฟืองฯจัดคาร์ม็อบ

สำหรับกลุ่มฟันเฟืองฯ จะคอยฟังสัญญาณการเคลื่อนไหวจากผู้ก่อตั้งกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตย (Gear of Red) ปี 2556 คือ “ตั้ง อาชีวะ” หรือ เอกภพ เหลือรา หรือ สตีเว่น เบรนท์วู้ด ซึ่งปัจจุบัน ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์

“ตั้ง อาชีวะ” ใช้การสื่อสารยุคดิจิตอล ร่วมต่อสู้กับรุ่นน้องอาชีวะฝ่ายก้าวหน้าถึง “หน้างาน”อยู่เสมอ

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “อนุทิน” เส้นทางสู่เก้าอี้ “นายกฯ” ไม่ไกลเกินฝัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479092

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “อนุทิน” เส้นทางสู่เก้าอี้ “นายกฯ” ไม่ไกลเกินฝัน

16 ส.ค. 2564

แต่ “อนุทิน” ไม่มีดวงผู้นำ ต้องมีคู่เสริมบารมี หรือคู่แฝด-คู่แท้สะเทือนปฐพี เพื่อนเป็นเพื่อนตาย อย่าง”เนวิน ชิดชอบ” ที่มีดวงเป็นผู้นำ อีกทั้ง2565 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิต

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติเจาะลึกดวงดาว อนุทิน ชาญวีรกุล กับเส้นทางอนาคต ทางการเมืองสู่เป้าหมาย ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในอนาคตหรือไม่ หากอนาคตต้องเปลี่ยนตัวบุคคล

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

หมอประเวศ เตือนผู้นำระวังปากต้องพูดจริง “นายกฯ” พลิกกลไกรัฐสู้โควิด-19

 “ซินแสเข่ง”ผ่าดวง”ณัฐวุฒิ”เจอวิบากกรรมผู้ใหญ่ให้โทษระวังพาเพื่อนไปตาย

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “ป๋าเทพ โพธิ์งาม” ตลกอาวุโสอัจฉริยะ ดื้อ “คนไม่ยอมคน”

ก้าวใหม่ของเสี่ยหนู ตามหลักของดวงดาวในปี 2565 ไม่ไกลเกินฝันอย่างแน่นอน แต่อยู่ที่มีความมั่นคงแข็งแกร่งมากน้อยขนาดไหน เพราะในดวงชะตาหากไม่มีคู่เสริมบารมี มาช่วยค้ำจุนให้มั่นคงบทบาทตำแหน่งคงอยู่ได้ไม่ครบเทอมอย่างแน่นอน เพราะดวงชะตาไม่มีดวงการเป็นผู้นำ

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงเจาะลึกวิเคราะห์ เสี่ยหนู นายอนุทิน  ชาญวีรกุล  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถึงอนาคตทางการเมือง ว่าอยู่ยงคงกะพันบนเส้นทางการเมืองอีกนาน

แต่ความมั่นคงในด้านการเป็นผู้นำนั้นหาไม่ได้ เพราะดวงชะตาถูกจำกัดฟ้าลิขิตไว้เพียงแค่นั้น แต่หากจังหวะโอกาศมาถึง ในปี 2565 ก็มีโอกาศถือว่าเป็นช่วงน้ำขึ้น แต่จะอยู่ได้นานหรือไม่ ตอบยาก เพราะอาจจะยังมีผลกระทบในอุปสรรคของรอบอายุ ทำให้ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวังเก้าอี้ไม่มั่นคง

ซินแสเข่ง  ผ่าดวง "อนุทิน" เส้นทางสู่เก้าอี้ "นายกฯ" ไม่ไกลเกินฝัน

ประกอบกับมีเรื่องให้หงุดหงิดใจ อึดอัดใจไม่สบายใจ กัดกร่อนจิตใจ ปะทะให้เกิดเหตุไร้สาระไม่เป็นเรื่อง และอยู่ในตำแหน่งได้ไม่ได้นาน หากรู้จักระวังตัว และพยายามประคองตนให้ผ่านก็อาจจะไปได้บ้าง

แต่จะให้มั่นคงต้องได้คู่แฝดคู่แท้สะเทือนปฐพี อย่างคุณเนวิน ชิดชอบ มาร่วมชะตากรรมด้วย เพราะดวงชะตาของคุณอนุทิน มีดวงชะตาที่ถูกเสริมบารมีให้มั่นคงจากชะตาชีวิตของคุณเนวิน ที่เป็นทั้งคู่เสริมอำนาจบารมี และเสริมทรัพย์ให้มีความมั่นคง เสริมโชคช่วยเกื้อกูลและเกื้อหนุนส่งผลให้ประสพความสำเร็จ

ซินแสเข่ง  ผ่าดวง "อนุทิน" เส้นทางสู่เก้าอี้ "นายกฯ" ไม่ไกลเกินฝัน

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติม ถึงดวงทางการเมืองของคุณเนวิน ชิดชอบ มีความเป็นผู้นำทางการเมืองสูง บทบาทในวงการราชการและมีโอกาศก้าวไปได้สูงสุดของการเป็นผู้นำ หากไม่เอาความเครียดมาเบียดเบียนตนเองให้เป็นอุปสรรค

ดวงชะตาคุณเนวินเป็นคู่ดวงสมพงษ์กับคุณอนุทินที่ทิ้งกันไม่ได้เสมือนเพื่อนเป็นเพื่อนตาย และในปี 2565 จะเป็นปีที่ชีวิตของคุณเนวิน ชิดชอบจะเปลี่ยนวิถีชีวิตครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่ง

ซักฟอกรัฐบาล แต่ “ฝ่ายค้าน” ร้าว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479080

ซักฟอกรัฐบาล แต่”ฝ่ายค้าน”ร้าว

16 ส.ค. 2564

ศึก”อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” ส่อทำฝ่ายค้านร้าวอีกรอบ หลังเป้าหมายก้าวไกล หลุดโผซักฟอกรัฐมนตรี

ซักฟอกรัฐบาล แต่"ฝ่ายค้าน"ร้าว

ฝ่ายค้าน ยื่นอภิปราย รัฐมนตรีรายบุคคลแล้ว นอกจากนายกรัฐมนตรี ยังมีเจ้าประจำจากภูมิใจไทย สองรายอย่างอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ข้อกล่าวหาทำนองเดียวกันคือขาดซึ่งองค์ความรู้ ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะการรับมือกับโรคอุบัติใหม่อย่างโควิด ทำให้ระบบสาธารณสุขของประเทศล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
 

ขณะที่เลขาธิการพรรค พ่วงข้อกล่าวหามุ่งแต่แสวงหาและกอบโกย
ผลประโยชน์จากโครงการขนาดใหญ่ของหน่วยงานที่อยู่ในกำกับดูแล รู้เห็นและปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในการประมูลโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ บุกรุกครอบครองที่ดินของรัฐเพื่อนำมาเป็นของตนและเครือญาติ เข้าไปในแหล่งอบายมุขจนเป็นต้นตอการแพร่ระบาดของโรค  โควิด-19 ไปทั่วประเทศ เข้าไปด้วย

ซักฟอกรัฐบาล แต่"ฝ่ายค้าน"ร้าว

น้องใหม่ศึกอภิปรายคราวนี้ มีสามคน เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ทำนองเดียวกันบริหารงานด้านการเกษตรล้มเหลวทั้งระบบ มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ก็ถูกกล่าวทำให้เกิดคลัสเตอร์การติดเชื้อใหม่ในโรงงานรายวันโดยไม่มีมาตรการป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ ปล่อยปละละเลยให้แรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ไม่มีมาตรการรองรับผลกระทบของผู้ใช้แรงงานและโรงงานจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค
ขณะที่ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ถูกมองว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่และสื่อของรัฐเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงและสร้างความแตกแยกในสังคมไม่ว่าจะเป็นกรณีสั่งปิดเวปไซด์และเพจออนไลน์ หลายครั้ง
ซักฟอกรัฐบาล แต่"ฝ่ายค้าน"ร้าว

ซักฟอกรัฐบาล แต่"ฝ่ายค้าน"ร้าว

แต่ที่น่าสนใจ คือเป้าหมายหายไปสองราย หนึ่งคือพลเอก ประวิตร วงศสุวรรณ
รองนายกรัฐมนตรี สองคือ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ที่มีรายชื่ออยู่ในเพจ ธรรมศาสตร์และการชุมนุม เป็นหนึ่งใน เป้าหมายขับไล่ทรราชย์ และเป็นพรรคก้าวไกลที่นำเสนอเป้าหมายทั้งสองรายนี้

ซักฟอกรัฐบาล แต่"ฝ่ายค้าน"ร้าว

หนึ่งวันก่อนยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีข่าวลือกันขนาดว่า เมื่อมีรายชื่อพลเอกประวิตร ขึ้นมา นักการเมืองรุ่นใหญ่ทั้งซีกฝ่ายค้านทั้งซีกรัฐบาลก็ต่อสายกันวุ่นเพื่อล็อบบี้แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นให้หาทางตัดชื่อออก ภาพความใกล้ชิดของ
พลเอกประวิตรกับบ้านจันทร์ส่องหล้า ก็ฉายชัด ยิ่งร้อยเอกธรรมนัส ยิ่งปรากฏท่าทีทอดไมตรีจากโทนี่    รอยร้าว ระหว่างฝ่ายค้านรุ่นเก่า และฝ่ายค้านรุ่นใหม่  ยังไม่ทันเริ่มอภิปราย ก็ยิ่งขยายชัด   ละครการเมืองฉากนี้มีนัยอย่างไร คอการเมืองพากันสงสัยและตั้งคำถาม

เร่งทำสัญญา นำ “ATK” เข้ามา ถ้า “องค์การเภสัช” กล้าพอ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479038

เร่ง่ทำสัญญา นำ “ATK” เข้ามา ถ้า”องค์การเภสัช” กล้าพอ

16 ส.ค. 2564

“ชมรมแพทย์ชนบท” พร้อมช่วยตรวจสอบ “ชุดตรวจโควิด” ที่”องค์การเภสัช”จะจัดซื้อ ตามสัญญา เพื่อหาหลักฐานว่า ไม่มีประสิทธิภาพ

เร่ง่ทำสัญญา นำ "ATK" เข้ามา ถ้า"องค์การเภสัช" กล้าพอ

11 สิงหาคม ปลัดกระทรวงสาธารณสุขออกโรงแถลงการ ขอรัฐบาลออกกฏหมายคุ้มครองการทำหน้าที่ ของบุคคลากรทางการแพทย์ หลังจาก #องค์การเภสัชกรรม เตรียมทำสัญญา  ออสแลนด์ ฯนำเข้า ชุดตรวจโควิด antigen test kid หรือ #ATK ของ LEPU จากจีน ที่ FDA สหรัฐ ไม่อนุญาตให้วางจำหน่าย มาตั้งแต่เพือนพฤษภา เพราะคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน มีความผิดพลาดสูง โดย#องค์การเภสัชกรรม ยอมชะลอทำสัญญา ตามข้อท้วงติง ของ#ชมรมแพทย์ชนบท เมื่อวันที่10สิงหาคมที่ผ่านมา  โดยนายแพทย เกียรติภูมิ วงศ์รจิต นั่งเก้าอี้ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม อีกตำแหน่ง

แต่ในเวลาต่อมา #องค์การอาหารและยาของไทย ยืนยัน ว่า LEPU ได้มาตรฐานเพราะ ผ่านการประเมินเทคโนโลยีจากรามาธิบดี ด้วยจำนวนทดสอบ 150 ตัวอย่าง  สวนทางกับงานวิจัยในวารสารระดับโลกอย่าง Virology Journal ที่วิจัยจากผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ LEPU 33,000 คน พบความคลาดเคลื่อนเกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์

วิษณุ เทพเจริญ ประธานกรรมการ กลุ่ม ณุศาศิริ  ซึ่งมีข้อมูลว่าเรียน วปอ.รุ่น21
รุ่นเดียวกับ อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันกับฐานเศรษฐกิจว่า ชุดตรวจเชื้อไวรัสโควิด
ของ Lepu ที่ออสท์แลนด์ แคปปิตอล ได้นำเข้า มีมาตรฐานยุโรป แต่ถูกFDA สหรัฐ เรียกเก็บจากตลาดเพราะไม่ได้ยื่นขออนุญาตนำเข้าไปในสหรัฐเท่านั้น

เร่ง่ทำสัญญา นำ "ATK" เข้ามา ถ้า"องค์การเภสัช" กล้าพอ
เร่ง่ทำสัญญา นำ "ATK" เข้ามา ถ้า"องค์การเภสัช" กล้าพอ

คำถามที่ว่า การจัดซื้อครั้งนี้มีคอร์รัปชันหรือไม่ มีคำตอบจาก ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ยังไม่ปรากฏข้อมูลชัดเจน แต่มีข้อสังเกตว่า การเขียนทีโออาร์ บ่อยครั้งเกิดปัญหาเพราะเบื้องหลังมีการล็อคสเปกหรือสมรู้ร่วมคิดกันแอบแฝงอยู่ ระบบเต็มไปด้วยกติกาให้ใช้ดุลยพินิจ ขาดความโปร่งใส ผู้ใหญ่บางคนจ้องใช้อิทธิพลหาประโยชน์ ชุดตรวจ #ATK แจกจ่ายกระจัดกระจาย ใช้แล้วโยนทิ้งไป ต่างจากเรือเหาะและเครื่องตรวจระเบิด GT200 ที่ทิ้งหลักฐานคอร์รัปชันและความล้มเหลวให้พิสูจน์ย้อนหลังได้ตลอดเวลา

ทั้งหมดนี้เป็นที่มาแถลงการณ์ฉบับ 2 ของ#ชมรมแพทย์ชนบท เรียกร้องให้ #องค์การเภสัชกรรม รีบลงนามจัดซื้อ เพื่อให้ความผิดสำเร็จ โดยพร้อมใช้เครือข่าย
หาใบเสร็จให้ เพื่อให้ธรรมาภิบาลภาครัฐใหม่ที่ควรจะเป็น อนุมัติแล้วต้องรับผิดชอบผลที่จะตามมา  อย่าแอบอยู่ข้างหลัง  พรก.นิรโทษกรรมที่กำลังเร่งผลักดัน กันอยู่
ในขณะนี้

เร่ง่ทำสัญญา นำ "ATK" เข้ามา ถ้า"องค์การเภสัช" กล้าพอ

หมอประเวศ เตือนผู้นำระวังปากต้องพูดจริง “นายกฯ” พลิกกลไกรัฐสู้โควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/478948

หมอประเวศ เตือนผู้นำระวังปากต้องพูดจริง “นายกฯ” พลิกกลไกรัฐสู้โควิด-19

15 ส.ค. 2564

หมอประเวศ เตือนผู้นำระวังปากต้องพูดจริง "นายกฯ" พลิกกลไกรัฐสู้โควิด-19

ราษฏรอาวุโส ติงนายกฯรวบอำนาจจนทำไม่ไหว โควิด-19คนล้มตายอย่างน่าอนาถ พร้อมๆกับเศรษฐกิจล้มละลาย แนะเป็นผู้นำทิศทาง/นโยบายไม่ใช่มั่วงานทุกอย่างจนเสียศูนย์ ควรใช้ 2เครื่องมือใหม่ ระวังปากผู้นำต้องพูดจริง

ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฏรอาวุโส  เสนอทางออกวิกฤติประเทศผ่านบทความหัวข้อ”พลิกกลไกรัฐ พลิกสถานการณ์โควิด” มีใจความดังต่อไปนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :  

“ครม.”เคาะลดภาระค่าเรียน”นักเรียน-นักศึกษา” วงเงิน 32,000 ล้านบาท

ด่วน “ตรีนุช” นำทัพผู้บริหารศธ.แถลงทุกข้อสงสัย”เงินเยียวยา”นักเรียนคนละ 2,000 บาท

เช็กสิทธิ์ เงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท รร.รัฐบาล-เอกชน ครบทุกขั้นตอนที่นี่

ความเป็นรัฐราชการ (Bureaucracy) คือปัญหาใหญ่ของประเทศ

นักคิดนักวิชาการได้เตือนมานานว่า โครงสร้างอำนาจ คือ ปัญหาใหญ่ของประเทศ ระบบอำนาจรวมศูนย์ไว้ที่ส่วนกลาง ระบบราชการที่เน้นการควบคุมด้วยกฎหมาย กฎ ระเบียบ จำนวนมหาศาล เหมือน “มัดตราสังประเทศไทย” ให้ไม่มีศักยภาพที่จะคิดเองทำเอง ริเริ่มใหม่ หรือนวัตกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ระบบราชการจึงอืดอาดยืดยาด เช้าชามเย็นชาม ไม่มีสมรรถนะที่จะเผชิญสิ่งที่ยากและซับซ้อน เป็นเหตุให้ประเทศวิกฤตและควบคุมโควิดไม่อยู่

ระบบรวมศูนย์อำนาจ ทำให้นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาทุกคนทำผิดบทบาท คือใช้เวลาไปกับการบริหารจิปาถะรอบตัวจนทำไม่ไหวและทำไม่ได้ดี แทนที่จะทำหน้าที่ผู้นำทิศทางและนโยบายของประเทศ

นายกรัฐมนตรีควรจะเป็นผู้สร้างเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม ให้ทุกภาคส่วนของประเทศมีความมุ่งมั่นร่วมกันและเป็นผู้ปฏิบัติ อีกนัยหนึ่งคือการกระจายอำนาจไปอย่างทั่วถึงส่วนกลางทำหน้าที่นำทิศทางและนโยบาย ซึ่งรวมทั้งสนับสนุนให้เกิดความสำเร็จ 

การปรับตัวฉับพลันให้ทันสถานการณ์เฉพาะหน้า

สถานการณ์เฉพาะหน้าคือ คนไทยทั่วประเทศกำลังเจ็บป่วยล้มตายอย่างน่าอนาถ พร้อมๆ กับเศรษฐกิจล้มละลาย เราจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกลไกของรัฐปรับตัวอย่างฉับพลันให้กระฉับกระเฉง ว่องไว รวดเร็ว ทันการณ์ และมีสัมฤทธิภาพสูง

ในระบบร่างกาย หัวใจ ตับ ปอด ต่อม ไต ต่างๆ ต้องมีความเป็นอัตโนมัติ (Autonomy) จะไปรอให้มีใครมาสั่งไม่ได้ เพราะจะไม่ทันการณ์และสั่งผิดสั่งถูก หัวใจต้องเต้นเอง ปอดต้องหายใจเองฉันใด กลไกของรัฐก็ฉันนั้น นั่นคือปล่อยให้ทุกส่วนมีความเป็นอัตโนมัติ สามารถคิดเอง ทำเอง ริเริ่มเอง ปรับตัวได้รวดเร็วให้สอดคล้องกับสถานการณ์

รัฐส่วนกลางปรับตัวมาทำหน้าที่ชี้นำทิศทางและนโยบาย ซึ่งรวมทั้งสร้างเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม หรือความมุ่งมั่นร่วมกัน เมื่อคนทั้งประเทศมีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม ก็จะเป็นประดุจการจูนคลื่นแสง เกิดเป็นพลังแสงเลเซอร์ที่มีอำนาจทะลุทะลวงสูง 

นายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้นำทิศทางและนโยบาย ไม่ใช่มั่วงานทุกอย่างจนเสียศูนย์ และทำการสื่อสารให้คนทั้งประเทศมีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วมรัฐสภาต้องรวมตัวกันแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคโดยรวดเร็ว ถ้าสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน สามารถแก้กฎหมายเก่า สร้างกฎหมายใหม่ ได้รวดเร็วภายใน ๑ วัน

เครื่องมือใหม่ ๒ อย่างของนายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรีตั้งแต่นี้ต่อไป ควรจะมีเครื่องมือใหม่ ๒ อย่าง คือ

(๑) ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีที่มีความเฉียบแหลมประดุจขงเบ้ง นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ใช้อำนาจสูงสุด จึงต้องประกอบด้วยปัญญาสูงสุด ที่ประชุมครม.ไม่ใช่องค์ปัญญาสูงสุด แต่มีหางของอำนาจและผลประโยชน์ยาวไกล

ปัญญาสูงสุดต้องเป็นอิสระจากผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ

นายกรัฐมนตรีต้องตามหาที่ปรึกษาชนิดนี้ เหมือนเล่าปี่ตามหาขงเบ้ง นายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาต้องมีความสัมพันธ์เชิงกัลยาณมิตร เหมือนเล่าปี่ – ขงเบ้ง เล่าปี่มีขุนพลที่รบเก่ง แต่รบไม่ชนะจนกระทั่งได้ขงเบ้งมาเป็นที่ปรึกษา ฉันใด นายกรัฐมนตรีไทยต่อไปก็ควรเป็นเช่นนั้น

(๒) ทีมสัมฤทธิศาสตร์ของนายกรัฐมนตรี (Prime Minister’s Delivery Unit = PMDU) การบริหารนโยบายจากครม. ไปตามช่องทางปรกติของระบบราชการไม่นำไปสู่ความสำเร็จ เพราะระบบราชการเน้นที่การบริหารกฎระเบียบ ไม่ใช่ระบบบริหารความสำเร็จ

การบริหารนโยบายไปสู่ความสำเร็จต้องทำให้ครบวงจร ซึ่งมี ๑๒ ขั้นตอน ถ้าทำเป็นระบบครบวงจร ไม่มีทางไม่สำเร็จ แม้จะยากเพียงใดก็สำเร็จ จึงเรียกกระบวนการนี้ว่าสัมฤทธิศาสตร์

ทีมสัมฤทธิศาสตร์ของนายกรัฐมนตรี (PMDU) ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญในการขับเคลื่อนนโยบายครบวงจรสู่ความสำเร็จ จะช่วยให้เกิดความสำเร็จในนโยบายต่างๆ

กระทรวงต่างๆ ก็ควรมีทีมสัมฤทธิศาสตร์ ด้วยเหมือนกัน

เครื่องมือใหม่ ๒ อย่าง จะช่วยให้ใครก็ตามที่เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีมีความสำเร็จสูง

เป้าหมาย ๓ ประการในการเผชิญสถานการณ์โควิด-19

ขณะนี้โควิด-19 ได้ระบาดไปทั่วประเทศแล้ว เป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม น่าจะมี ๓ ประการ คือ

1.รักษาผู้ป่วยทุกคนทั่วประเทศ

2.ฉีดวัคซีนประชากรให้มากที่สุดเร็วที่สุด

3. สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ สังคม

โดยขยายความดังนี้

1. รักษาผู้ป่วยทุกคนทั่วประเทศ

(๑) ผู้ป่วยอาการไม่หนัก รักษาตัวที่บ้านหรือในชุมชน โดยให้ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์โดยสะดวกทุกคน ต้องทุ่มเทเรื่องการผลิตยา และนำยาถึงบ้านผู้ป่วยอย่างเพียงพอและรวดเร็ว

(๒) ผู้ป่วยอาการปานกลาง ขยายฐานการรักษา วัด โรงเรียน มหาวิทยาลัย ชุมชน กองทัพ บริษัท ดูแลโดยอาสาสมัครที่เคยป่วยด้วยโควิดมาแล้ว คนเหล่านี้มีภูมิคุ้มกัน รู้วิธีรักษา และกำลังตกงาน ถ้าได้ทำงานนี้มีเบี้ยเลี้ยงด้วย ดูแลได้ดีด้วย โดยไม่ต้องกลัวติดโรคด้วย

(๓) ผู้ป่วยหนัก ดูแลโดยแพทย์ และพยาบาลในสถานพยาบาล

2. ฉีดวัคซีนโควิดในประชาชนให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด

จะโอ้เอ้ล่าช้าเหมือนเมื่อเริ่มต้นไม่ได้ ต้องกระจายอำนาจไปให้องค์กรที่สามารถทำได้รับผิดชอบ เช่น อบต. มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชน สภากาชาด มูลนิธิที่เข้มแข็งภาคธุรกิจที่แข็งแรง 

3. สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ทุกตำบล อำเภอ จังหวัด

เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันทางสังคมและเศรษฐกิจ

การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ทำให้ประชาชนมีกินมีใช้ มีเงินในมือ ทำให้มีกำลังกาย กำลังใจ กำลังทางสังคม เป็นภูมิคุ้มกันทางสังคมเศรษฐกิจเข้ามาบรรจบกัน การสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนหยุดยั้งการระบาดของโควิดลงได้ทั้งประเทศในเวลาไม่นาน

ทั้งนี้ รัฐส่วนกลางต้องไม่ออกคำสั่งเชิงปฏิบัติ ซึ่งจะล่าช้าไม่ทันการณ์และสั่งผิดสั่งถูก ให้เป็นหน้าที่ของภาคส่วนต่างๆ ของสังคม ที่จะคิดเองทำเองอย่างสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยส่วนกลางทำหน้าที่นำทางทิศทางและนโยบาย สร้างเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม

การมีทีมสัมฤทธิศาสตร์ของนายกรัฐมนตรีและของกระทรวงต่างๆ จะช่วยให้นโยบายทุกอย่างเป็นผลสำเร็จ

อนึ่ง ในยามคับขันที่จะต้องเอาชนะข้าศึก การพูดจาของทุกฝ่ายจะต้องระมัดระวัง แม้ของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเชี่ยวชาญ จะพูดจากความรู้ทางเทคนิคเท่านั้นไม่ได้ เพราะนโยบายต้องเป็นปัญญาสูงสุดรอบด้านที่สุด วิเคราะห์ผลดีผลเสียทุกด้านมาอย่างดีที่สุด แล้วจึงพูดหรือไม่พูด สาธารณะจะได้ไม่สับสนอย่างทุกวันนี้ ถือหลักสัมมาวาจาที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้จะดีที่สุด คือ

(๑) จะพูดอะไรต้องเป็นความจริง มีที่มา มีที่อ้างอิง

(๒) พูดเป็นปิยวาจา ไม่พูดเพ้อเจ้อ ส่อเสียด ยุยงให้เขาแตกกัน

(๓) พูดถูกกาละเทศะ

(๔) พูดแล้วเกิดประโยชน์ ไม่เกิดประโยชน์ไม่พูด