แค้นข้ามฟ้า ‘ปูแดง’ ไม่ทน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467350

แค้นข้ามฟ้า’ปูแดง’ ไม่ทน

19 พฤษภาคม 2564 – 17:53 น.

รอสางแค้น “แม้ว-ปู” เอาคืน ช่วงโควิดปิดล้อมรัฐบาลประยุทธ์

อันเนื่องจาก CARE ClubHouse เมื่อค่ำวันอังคารที่ 18 พ.ค.2564 “พี่โทนี่” หรือ ทักษิณ ชินวัตร ได้มาพูดคุยเรื่องโควิด และตอบคำถามของวัยรุ่น
    ตอนท้าย “พี่โทนี่” เชิญ “น้องปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกมาพบกับเอฟซี ซึ่งหนที่แล้ว เธอก็โผล่มาตอนใกล้จบ ไม่พูดอะไร แต่หนนี้ ขอพูดนิดหน่อย

วันถัดมา แอดมินเพจ CARE คิด เคลื่อน ไทย ได้ถอดคำพูดของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก โดยเกริ่นว่า “ปิดท้ายโควทดีๆ วันนี้ ด้วยโควทของแม่ปู นายกฯ หญิงคนแรกของไทย และนายกฯ หญิงคนแรกที่โดนปล้นอำนาจไปเมื่อเกือบ 7 ปีก่อน” 
    ตั้งแต่ “ยิ่งลักษณ์” หนีการฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าวไปอยู่นครดูไบ ก็ไม่เคยแสดงความคิดเห็นทางการเมืองมากนัก ต่างจากปีนี้ หลังมีการปฏิรูปพรรคเพื่อไทย โดย “คุณหญิงจันทร์ส่องหล้า” นำกลุ่มแคร์เข้าไปรีโนเวทพรรค
    “…ตอนนี้ 7 ปีแล้วที่ถูกรัฐประหาร ทุกครั้งที่มีการปฏิวัติ ถ้ารัฐบาลปฏิวัติแล้ว พัฒนาประเทศก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ปฎิวัติมาสองครั้ง ไม่มีอะไรคืนให้ประเทศเลย เศรษฐกิจก็แก้ไม่ได้ อนาคตก็หวังไม่ได้ แทนที่จะเป็นประชาธิปไตย ที่บอกจะคืนความสุขให้ประชาชน วันนี้ความสุขนั้นอยู่ที่ไหน…การรัฐประหารมันคือการทำลายประเทศ เราสองคนทนได้ แต่เราสงสารประชาชนค่ะ”

    คำพูดของอดีตนายกฯ ปู โดนใจกองเชียร์เพื่อไทย และคนเสื้อแดง 
    ล่าสุด อดีตนายกฯ ปู ได้โพสต์เฟซบุ๊ค Yingluck Shinawatra ร่วมรำลึกเหตุการณ์พฤษภา 2553 
    “ดิฉันขอร่วมรำลึกถึงความสูญเสียของประชาชนจากการสลายชุมนุมปี 2553 ที่ประชาชนเป็นผู้ถูกกระทำจากฝ่ายรัฐ และขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วม #คืนความจริง ให้กับทุกคนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในวันนั้น…ดิฉันขอวิงวอนว่าความเจ็บปวดที่ครอบครัวของเหยื่อการเมืองไทยและผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น จะเป็นความเจ็บปวดครั้งสุดท้ายสำหรับประเทศไทยค่ะ #11ปี19พฤษภา”
    กลุ่มแคร์ ประเมินว่า การกลับมาของ “พี่โทนี่” ประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง โดยเฉพาะการเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่น Gen Y Gen Z ดังนั้น ทีมงานกลุ่มแคร์ จึงจัดกิจกรรม “ใครอยากถามอะไรพี่โทนี่ ถามเลย”


    พวกเชิญชวนทุกคนให้มาร่วมถามคำถามที่อยากรู้เกี่ยวกับ “พี่โทนี่” ในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นแนวคิด วิสัยทัศน์ ไลฟ์สไตล์ หรือ ความชอบต่างๆ 
    คำถาม-คำตอบ จะถูกนำมาเผยแพร่ในช่วงวันเกิดของทักษิณ คือวันที่ 26 ก.ค.2564

++
ปรากฏการณ์ยิ่งลักษณ์
++
    เมื่อวันที่ 16 พ.ค.2564 ที่ผ่านมา เพิ่งครบรอบ 10 ปี วันที่พรรคเพื่อไทย มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ “ยิ่งลักษณ์” เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันดับที่ 1 ลงสู่สนามเลือกตั้ง เพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 
    ยิ่งลักษณ์ ใช้เวลาหาเสียง 49   วัน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์มากมาย ในที่สุด พรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้งได้ ส.ส. 265 จาก 500 ที่นั่ง นับเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ไทยที่พรรคการเมืองพรรคเดียวครองเสียงข้างมากในสภา และสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย

 แค้นข้ามฟ้า'ปูแดง' ไม่ทน

เพื่อไทย ยังหวังเลือกตั้งครั้งหน้า จะมีปรากฏการณ์แบบนี้

    ชัยชนะของยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่ความบังเอิญหรือเพราะโชคชะตา แต่เกิดจากการวางแผนและมีการเตรียมตัวเข้าสู่สนามการเมืองมากกว่า 2 ปี โดยอาศัยจังหวะการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ระหว่าง 2552-2553
    นอกจากความเป็นน้องสาวของทักษิณ ทีมงานเพื่อไทย ได้ใช้กลยุทธ์ “การตลาดการเมือง” ปั้นยิ่งลักษณ์ให้เกิดกระแส “ปูแดงฟีเวอร์” ภายใน 49 วัน จนพรรคคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนั้น
    ทักษิณและยิ่งลักษณ์ ก็วาดหวังว่า จะสร้างปรากฎการณ์แบบปี 2554 อีกครั้ง สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป

เรตติ้งร่วง “หนู-โอ๋” โควิด ขวิดพรรค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467328

เรตติ้งร่วง “หนู-โอ๋”โควิด ขวิดพรรค

19 พฤษภาคม 2564 – 15:35 น.

แต้มบวกหาย “หนู-โอ๋” เจอพิษโควิด กองเชียร์กังขา “วัคซีนการเมือง” คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
คำว่า “กลยุทธ์การสื่อสารในภาวะวิกฤต” ถูกพูดถึงบ่อยครั้ง ในสถานการณ์ที่คนไทยกำลังเผชิญหน้าไวรัสมรณะโควิด-19 เนื่องจากมีความสับสนในการสื่อสารของภาครัฐหลายๆกรณี 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง….  
“อนุทิน” แจง ” Walk in”  ฉีดวัคซีนได้แต่หากคิวเต็ม ก็ไม่ได้ฉีด 

เรตติ้งร่วง "หนู-โอ๋"โควิด  ขวิดพรรค

แผนวอล์กอินของเสี่ยหนู สะดุด

ยกตัวอย่างกรณีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ประเด็นจะมีการเปิด “วอล์กอิน” ให้รับการฉีดวัคซีนได้หรือไม่? คนการเมือง และหน่วยงานภาครัฐกลับพูดไม่ตรงกัน ทำให้ประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่น

ด้วยเหตุนี้ พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล จึงโจมตีว่า รัฐบาลประยุทธ์สอบตกเรื่องการบริหารจัดการและการสื่อสารในภาวะวิกฤต ทำให้เกิดความสับสนอลหม่านในหมู่ประชาชน   

พูดถึงพรรคร่วมรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข และศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีคมนาคม สองแกนหลักพรรคภูมิใจไทย เจอโควิดระลอก 3 ประจานฟอร์มการบริหาร จนหา “แต้มบวก” ไม่เจอ    

สัปดาห์ที่แล้ว เนวิน ชิดชอบ พี่ใหญ่ค่ายสีน้ำเงิน พยายามจัดกิจกรรมฉีดวัคซีนโควิดให้ชาวบุรีรัมย์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น “อยากกลับมามีชีวิตเหมือนก่อนเกิดโควิด ต้องช่วยกันมาฉีดวัคซีน” เสมือนเป็นการโหมโรง ก่อนฉีดจริงในวันที่ 7 มิ.ย.2564    

จริงๆแล้ว ก็เป็นการฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยงเหมือนจังหวัดอื่นๆ แต่ “ลุงเนวิน” ก็เล่นใหญ่ตามสไตล์คนเซราะกราว บังเอิญสื่อสารคลาดเคลื่อน เลยทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิด ตกเป็นข่าวใหญ่โต    

ร้อนถึงสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ต้องออกมาชี้แจงว่า การฉีดวัคซีนของบุรีรัมย์ ไม่มีสิทธิพิเศษใดๆ เป็นการฉีดวัคซีนให้กลุ่มเสี่ยง แต่ถ้ากลุ่มเสี่ยงไม่กักตัว และไม่ไปฉีดวัคซีนตามที่กำหนด เจ้าหน้าที่สามารถเอาผิดได้ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ

++
สะดุดวอล์กอิน
++
ถัดจากมหกรรม “ใครไม่ฉีด GU ฉีด” ที่บุรีรัมย์ ก็มีข่าว ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีคมนาคม เตรียมความพร้อมเปิดสถานีกลางบางซื่อ เป็นสถานที่ฉีดวัคซีนวอล์กอิน ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่หารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข     

ข่าวนี้สร้างความฮือฮา หลายคนชื่นชอบไอเดียของ “เสี่ยหนู” และ “เสี่ยโอ๋” ก็ขานรับทันที หลายคนนึกภาพการฉีดวัคซีนแบบที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ใครใคร่ฉีด ก็ฉีดได้ทันที ไม่มีข้อจำกัดเรื่องสถานที่    

วันที่ 18 พ.ค.2564 พล.อ.ประยุทธ์ แถลงข่าวหลังประชุม ครม. เรื่องแผนการกระจายวัคซีนใน 3 ช่องทางคือ ผ่านระบบหมอพร้อม ,การลงทะเบียนที่จุดบริการฉีดวัคซีน หรือ Onsite Registration และจัดสรรฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเฉพาะ คือประชาชนกลุ่มเฉพาะเสี่ยง กลุ่มที่มีความจำเป็นพิเศษ     


เสี่ยโอ๋ ขยับไม่ออก เพราะพิษโควิด

สื่อออนไลน์ทุกสำนัก พาดหัวข่าวไปแนวเดียวกัน “ประยุทธ์เบรกวอล์กอินฉีดวัคซีน” หรือ “ประยุทธ์หักอนุทิน เบรกวัคซีนวอล์กอิน”    

วันถัดมา อนุทิน กล่าวว่า กรณีการวอล์กอิน ก็เป็นแผนสำรอง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ขอดูการฉีดในแผนปกติก่อน

“ผมอาจพูดเรื่องวอล์กอิน เร็วไปนิด เพราะเราดูแล้วว่าวัคซีนแม้จะเห็นว่าให้ได้ แต่เพื่อความสบายใจกับคนที่นัดหมายมาฉีด ว่าจะต้องได้ฉีดก่อน มิเช่นนั้นอาจต่อว่าได้ว่านัดแทบตายแต่ปล่อยให้คนวอล์คอินได้ก่อน ซึ่งตรงนี้จะเรียกว่าอะไรก็ได้ แต่วัคซีนเหลือไม่ได้ สาธารณสุขส่งวัคซีนออกไปต้องใช้ให้ครบทุกโดส ทิ้งไม่ได้ ผมไม่ยอม” อนุทิน กล่าว 

++
บ้านใหญ่กังขา
++
ส่องความเคลื่อนไหวสื่อออนไลน์ ในเครือข่าย “บ้านใหญ่อีสานใต้” พบว่า มีการนำเสนอบทวิเคราะห์กรณี “ล้มแผนวอล์กอิน” ให้ดำเนินการฉีดวัคซีนตามแผนปกติ

มีการตั้งข้อสังเกตว่า คำสั่งเรื่องการกระจายวัคซีนในช่องทางคือ ผ่านระบบหมอพร้อม และการลงทะเบียนที่จุดบริการฉีดวัคซีน หรือ Onsite ดูจะขัดแย้งกับนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องการเร่งปูพรมฉีดวัคซีนให้กับคนกรุงเทพ ให้ได้อย่างน้อย 5 ล้านคน หรือ 70% ของประชากร     

จุดบริการทั้งโรงพยาบาล และจุดบริการเสริม 25 จุด ที่กระจายทั่ว กทม. ในแต่ละจุด รองรับคน กทม.ได้มากสุด ไม่เกิน 3,000 คนต่อวัน บางแห่งได้ได้แค่ 1,000 คนต่อวันเท่านั้น    

เปรียบเทียบสถานีกลางบางซื่อ ที่รองรับประชาชนได้วันละหลักหมื่นคน ซึ่งจะทำให้สามารถฉีดวัคซีนได้เร็วขึ้น และช่วยให้บรรลุเป้าหมายสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับคนกรุงเทพได้เร็วขึ้น   

“มีกระแสข่าวซุบซิบในทำเนียบว่า ที่จำเป็นต้องเบรกเรื่องวอล์กอิน อาจเป็นเพราะกลัวจะเสียคะแนนเสียง เพราะอีกไม่นาน น่าจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งว่าที่ผู้สมัครบางส่วนก็เริ่มโหมโรงหาเสียงกันแล้ว”     

ดูเหมือนว่า บทบาทของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. จะตกเป็นเป้าหมายของการวิพากษ์วิจารณ์ และลากโยงมาถึงเรื่อง “เบรก” การฉีดวัคซีนแบบวอล์กอิน 

โควิดบุก ‘จ้าวเหว่ย’ หนาว คลัสเตอร์คิงส์โรมัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467254

โควิดบุก ‘จ้าวเหว่ย’ หนาว คลัสเตอร์คิงส์โรมัน

18 พฤษภาคม 2564 – 19:22 น.

โควิดระบาด อาณาจักร “จ้าวเหว่ย” สามเหลี่ยมทองคำ คนเชียงรายหนาว 

++

คนไทยจำนวนไม่น้อยรู้จัก “กาสิโนคิงส์โรมัน” ของจ้าวเหว่ย ที่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ตรงข้าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า เกาะดอนซาว เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว

จริงๆแล้ว กาสิโนคิงส์โรมัน เป็นเพียงสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งมี “จ้าวเหว่ย” เป็นประธานสภาบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ

ทุกวันนี้ สถานการณ์การระบาดของโควิดใน สปป.ลาว จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดยังไม่ลดลง และที่น่าสนใจ แขวงบ่อแก้ว มีผู้ติดเชื้อสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ

ข้อมูลในวันที่ 18 พ.ค.2564 ยอดผู้ติดเชื้อโควิดสะสม นครหลวงเวียงจันทน์ 812 คน และแขวงบ่อแก้ว 454 คน (ร้อยละ 90 เป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิดในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ)

โควิดบุก 'จ้าวเหว่ย' หนาว คลัสเตอร์คิงส์โรมัน

       จ้าวเหว่ย ต้อนรับคณะผู้เชี่ยวชาญดัานการแพทย์จีน ที่มาช่วยเหลือ

++
ทำไมปกปิด?

แม้การแถลงของคณะเฉพาะกิจควบคุม และป้องกันโควิด ระดับชาติของลาว จะพบว่า ยอดผู้ติดเชื้อโควิดสะสมนั้น อันดับ 1 นครหลวงเวียงจันทน์ และอันดับ 2 แขวงบ่อแก้ว แต่ก็ไม่มีแถลงรายละเอียดว่า เหตุใดแขวงบ่อแก้ว จึงมีผู้ติดเชื้อโควิดจำนวนมาก แต่คณะเฉพาะกิจฯ ก็ไม่ได้ให้รายละเอียด 

กระทั่งวันที่ 17 พ.ค.2564 เจ้าแขวงบ่อแก้ว ประชุมออนไลน์กับท่านพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี จึงได้มีการนำเสนอรายละเอียดของผู้ติดเชื้อโควิด

โดยอ้างอิงข้อมูลเมื่อวันที่ 15 พ.ค.2564 ทั่วแขวงบ่อแก้ว มีผู้ติดเชื้อโควิดสะสม 390 คน ในนั้น แยกเป็นคนในแขวง 45 คน และเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ 345 คน เฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง จำนวน 345 คน แยกเป็นคนลาว 199 คน (หญิง 170 คน) ,จีน 95 คน, ไทย 9 คน, เมียนมา 41 คน และเวียดนาม 1 คน
 มีข้อน่าสังเกตมีคนไทยติดเชื้อโควิด 9 คน จากจำนวนคนไทยที่ทำงานในสามเหลี่ยมทองคำประมาณ 300 คน

โควิดบุก 'จ้าวเหว่ย' หนาว คลัสเตอร์คิงส์โรมัน

                             สถานบันเทิงสามเหลี่ยมทองคำ

สำหรับการรักษาผู้ป่วยโควิด 390 คน แยกเป็นโรงหมอแขวงบ่อแก้ว 45 คน, โรงหมอเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ 345 คน ผู้ป่วยทั้งหมด รักษาหายแล้ว 110 คน 

ด้านการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ภายในแขวงบ่อแก้ว เริ่มฉีดวัคซีนมาตั้งแต่เดือน มี.ค.2564 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน(15 พ.ค.2564) ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 มี 27,670 คน เข็มที่ 2 มี 4,690 คน (รวม 32,360 คน) เฉพาะเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ ฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 มี 36,099 คน

จากข้อมูลข้างต้นสะท้อนว่า คลัสเตอร์ใหญ่ที่สุดของแขวงบ่อแก้วคือ กาสิโนคิงส์โรมัน และสถานบันเทิงภายในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ อาณาจักรธุรกิจของ จ้าวเหว่ย 

อย่างไรก็ตาม เฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ มีการตรวจหาเชื้อโควิดไปแลัว 43,471 คน

การที่มีผู้ติดเชื้อโควิดส่วนใหญ่อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ สะท้อนว่า ตั้งแต่ก่อนบุญปีใหม่ลาว กาสิโนคิงส์โรมัน และสถานบันเทิง ได้เปิดบริการ ทั้งที่คำสั่งของรัฐบาลลาว ยังไม่อนุญาตให้เปิดด่านสากล

นักท่องเที่ยวต่างชาติยังเข้า-ออก เขตเศรษฐกิจพิเศษฯ กระทั่งโควิดระบาดหนัก จึงมีการสั่งปิดการเข้า-ออก ทั้งทางฝั่ง อ.เชียงแสน และ จ.ท่าขี้เหล็ก

นอกจากนี้ เจ้าแขวงบ่อแก้ว ได้เสนอกระทรวงสาธารณสุขลาว ให้ส่งแพทย์จากศูนย์กลางมาช่วยแขวงบ่อแก้ว โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ และเมืองต้นผึ้ง พร้อมกับเรียกร้องให้คณะเฉพาะกิจขั้นศูนย์กลาง ระงับการออกใบอนุญาตให้คนต่างประเทศเข้า-ออก แขวงบ่อแก้ว

โควิดบุก 'จ้าวเหว่ย' หนาว คลัสเตอร์คิงส์โรมัน

              จ้าวเหว่ย ร้องขอแพทย์ลาวจากส่วนกลางมาช่วย

นางงาม ‘ชิน’ จักรวาลการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467244

นางงาม ‘ชิน’ จักรวาลการเมือง

18 พฤษภาคม 2564 – 18:05 น.

เบื้องหลังนางงามเมียนมา ใช้เวทีมิสยูนิเวิร์ส ฉีกหน้าเผด็จการทหาร ประสานกองกำลังชาวชิน

++

หลังจบภารกิจการประกวดนางงามจักรวาล (Miss Universe 2020) ตู่ส่าวิ่นท์หลุ่น (Thuzar Win Lwin) หรือ “แคนดี้” ได้ไปร่วมงานฉลองเล็กๆ กับพี่น้องชาวชิน ในรัฐฟลอริดา สหรัฐฯ 

ตู่ส่าวิ่นท์หลุ่น มิสยูนิเวิร์สเมียนมา ได้โพสต์เฟซบุ๊คว่า “ฉันมีความสุขมาก และขอบคุณชาวชินที่รัก ในฟลอริดาทุกคน สำหรับการเฉลิมฉลอง Thu Zar และให้กำลังใจเธอ

นางงาม 'ชิน' จักรวาลการเมือง

                     นางงามเมียนมา ฉลองกับชาวชินในฟลอริดา

ก่อนอื่น ต้องบอกว่า ตู่ส่าวิ่นท์หลุ่น (Thuzar Wint Lwin) เป็นชาวเมืองฮาคา รัฐชิน  ไม่ใช่รัฐกะฉิ่น ชุดประจำชาติที่เธอสวมใส่ จนได้รางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยมคือ ชุดชาวชิน ไม่ใช่ชุดชาวฉิ่นหรือกะฉิ่น

ที่สำคัญ สภาบริหารภาครัฐหรือรัฐบาลทหารเมียนมา ยังไม่ได้ออกหมายจับเธอ ตามที่มีข่าวออกไปก่อนหน้านี้

ดังที่ทราบกัน ตู่ส่าวิ่นท์หลุ่น ได้เตรียมชุดประจำชาติไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส แต่เกิดปัญหาเรื่องการขนส่ง จนตามหากระเป๋าใส่ชุดนั้นไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจนำชุดประจำเผ่าชินมาใส่แทน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากชาวชินในสหรัฐฯ

จริงๆแล้ว ตอนที่เธอประกวดมิสยูนิเวิร์สเมียนมา 2020 เมื่อปีที่แล้ว ก็ได้สวมชุดประจำเผ่าชิน ขึ้นเวทีมาแล้ว ซึ่งเป็นชุดที่หญิงสาวเผ่าชินผู้มีฐานะ สวมใส่ในวันแต่งงาน

นางงาม 'ชิน' จักรวาลการเมือง
นางงาม 'ชิน' จักรวาลการเมือง

           ชุดประจำชนเผ่าชิน ที่เธอใช้ประกวดบนเวทีมิสยูนิเวิร์สเมียนมา

หลังรัฐประหาร ตู่ส่าวิ่นท์หลุ่น ได้เข้าร่วมการชุมนุมประท้วงเผด็จการทหาร และเรียกร้องให้นำประชาธิปไตยกลับคืนมา ฉะนั้น นับแต่ก้าวแรกที่เธอเดินทางถึงสหรัฐฯ สื่อบางสำนักจึงขอสัมภาษณ์เธอเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในเมียนมา

ไม่แปลกเลยที่ในวันประกวดชุดแต่งกายประจำชาติ เธอจะชูป้าย “Pray for Myanmar” (ภาวนาให้เมียนมา) บนเวทีประกวด 

พอถึงค่ำคืนวันประกวดนางงามจักรวาล ตู่ส่าวิ่นท์หลุ่น ผ่านเข้ารอบ 21 คน จึงได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่ใช้ในการแนะนำสาวงามที่เข้าร่วมการประกวด เธอจึงมีโอกาสบอกเล่าสภาพที่เป็นจริงของเมียนมาให้ชาวโลกได้รับรู้

“ประชาชนของเรากำลังตายและถูกทหารยิงทุกวัน ด้วยเหตุนี้ ดิฉันจึงขอเรียกร้องให้ทุกๆ คนพูดต่อต้านรัฐประหารในเมียนมาด้วย”

++
สาวชาวชิน

ตู่ส่าวิ่นท์หลุ่น หรือ Candy วัย 22 ปี มีอาชีพเป็นนางแบบและบล็อกเกอร์ความงาม และกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัย East Yangon เอกภาษาอังกฤษ ในปีสุดท้าย 

นางงาม 'ชิน' จักรวาลการเมือง

                            นางแบบวัย 22 ชาวเมืองฮาคา รัฐชิน

แคนดี้ เป็นตัวแทนจากเมืองฮาคา จากรัฐชินคนแรก ที่ครองมงกุฎมิสยูนิเวิร์สเมียนมา เธอยังกวาดรางวัลพิเศษไปอีก 4 รางวัลคือ รางวัลชุดราตรียอดเยี่ยม , Miss Photogenic , Miss Healthy Skin, Miss Dentiste Award อีกด้วย

ระหว่างที่แคนดี้ ไปประกวดนางงามที่สหรัฐ การต่อสู้ของประชาชนในรัฐชิน กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด เมื่อกองกำลังป้องกันแผ่นดินชิน (Chinland Defence Force – CDF) มีสมาชิกราว 400-500 คน ซึ่งมีปืนไรเฟิลราว 30-40 กระบอก รวมทั้งปืนล่าสัตว์ ได้ปฏิบัติการโจมตีรถทหารเมียนมา เสียหายถึง 6 คัน

กองทัพเมียนมา จึงตอบโต้ด้วยการยกกำลังทหารเข้าปิดล้อมเมืองมินดัต และฮาคา ปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนอย่างโหดเหี้ยม

++
รัฐชินอยู่ที่ไหน?

รัฐชิน (Chin State) เป็นรัฐหนึ่งของสหภาพเมียนมา มีเมืองเอกของรัฐคือ เมืองฮาคา (Hakha) รัฐชินมีประชากร ประมาณ 478,801 คน ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวชิน 

ชาวชินร้อยละ 80 นับถือศาสนาคริสต์ นอกนั้นนับถือพุทธ อิสลาม ฮินดู และยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมที่สั่งสมมาตั้งแต่อดีต

รัฐชิน มีพื้นที่ 36,019 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาอันกว้างใหญ่ ทิศเหนือ ติดต่อกับ รัฐมณีปุระ อินเดีย ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ภูมิภาคมะเกฺว และภูมิภาคสะกาย ทิศใต้ ติดต่อกับ รัฐยะไข่ ทิศตะวันตก ติดต่อกับบังกลาเทศและรัฐมิโซรัม อินเดีย

นางงาม 'ชิน' จักรวาลการเมือง

                                           กองกำลังชาวชิน

ทางวิบาก พลังประชารัฐ ภาพซ้ำ “สามัคคีธรรม” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467199

ทางวิบาก พลังประชารัฐ ภาพซ้ำ “สามัคคีธรรม”

18 พฤษภาคม 2564 – 14:24 น.

โควิดปิดล้อมรัฐบาลประยุทธ์ สะเทือนพลังประชารัฐ ส่อแววซ้ำรอยสามัคคีธรรม คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ชุนน้ำหมึก

++
ในที่สุด พิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรฯ และอดีตประธาน ครป. ถือโอกาสวาระครบรอบ 29 ปี พฤษภาทมิฬ ออกมาสนับสนุน “ทนายนกเขา” ไล่รัฐบาลประยุทธ์ พ่วงข้อเสนอ “นายกคนนอก” เพื่อการสร้างชาติ 2 ปี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ไผเป็นไผ สแกนค่าย “ผู้กอง”

ทางวิบาก พลังประชารัฐ ภาพซ้ำ "สามัคคีธรรม"

ผู้กองธรรมนัส ถูกจับตามองเป็นพิเศษ    

ประสานเสียงกับ อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ และจตุพร พรหมพันธุ์ ที่ปักหลักจัดเวทีไล่ประยุทธ์อยู่ในสตูดิโอพีซทีวี รอวันลงถนนอีกครั้ง    

การต่อสู้เอาชนะโควิดรอบใหม่นี้ เป็นความท้าทายของผู้นำที่มาจากกองทัพ หากมหกรรมฉีดวัคซีนทั้งประเทศ ในเดือน มิ.ย.ที่จะถึงนี้ วัคซีนโควิดยัง “เอาไม่อยู่” รัฐบาลก็อยู่ยาก 

ดังนั้น บทวิเคราะห์การเมืองเกือบทุกสำนักข่าว ต่างฟันธงว่า หลัง พ.ร.บ.งบประมาณฯปี 2565 โยกย้ายข้าราชการเกษียณในเดือน ก.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คงได้ยุบสภาแน่ ถ้าการเมืองเรื่องโควิดยังมะรุมมะตุ้มอยู่อย่างนี้    

ว่ากันว่า พรรคพลังประชารัฐ อาจแปรสภาพเป็น “พรรคลูกข้าวนึ่ง” ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า  ส่วนก๊กอื่นๆ คงขยับขยายหาที่ทางใหม่ ตามวิถีนักเลือกตั้ง และในสภาพความเป็นจริงของพลังประชารัฐ ก็คือพรรคเฉพาะกิจ มาตั้งแต่แรกแล้ว 

ทางวิบาก พลังประชารัฐ ภาพซ้ำ "สามัคคีธรรม"

สมศักดิ์ และสุริยะ คู่หูสามมิตร

++
พรรครวมไทยภาค 2
++
เรื่องราวของพรรคสามัคคีธรรม จะถูกพูดถึงบ่อยครั้ง เมื่อเหตุการณ์พฤษภาทมิฬเวียนมาครบรอบปี แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่า พรรคสามัคคีธรรม เป็นการสานฝันของ ณรงค์ วงศ์วรรณ ที่ต้องการเป็น “นายกคนเมือง” คนแรกของประเทศไทย    

เลือกตั้งทั่วไปปี 2529 ณรงค์ วงศ์วรรณ อดีต ส.ส.แพร่ ได้ก่อตั้ง “พรรครวมไทย” พร้อมปลุกกระแสพรรคของคนเหนือ และชูคำขวัญ “นายกคนเมือง” หรือ “นายกลูกข้าวนึ่ง” แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ    

ปี 2532 พ่อเลี้ยงณรงค์ ตัดสินใจยุบพรรครวมไทย เข้ากับพรรคกิจประชาคม และพรรคประชาชน เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “พรรคเอกภาพ” ที่มีพ่อเลี้ยงณรงค์ เป็นหัวหน้าพรรค    

หลังรัฐประหาร 2534 “บิ๊กเต้” พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล แกนนำคณะทหาร รสช. มอบให้ พล.อ.อ.สมบุญ ระหงษ์ และ น.ต.ฐิติ นาครทรรพ ไปประสานกับนักการเมืองสายเหนือ จัดตั้งพรรคสามัคคีธรรม    

พ่อเลี้ยงณรงค์ เห็นช่องทางลัดสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี จึงอาสาเป็นหัวหน้าพรรค และระดมนักการเมืองภาคเหนือ และภาคอีสาน เข้ามาสังกัดพรรคสามัคคีธรรม    

ผลเลือกตั้ง 22 มี.ค.2535 พรรคสามัคคีธรรม ได้ 79 ที่นั่ง จึงเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล หากไม่สะดุดกรณีสหรัฐระงับวีซ่าเข้าประเทศ พ่อเลี้ยงณรงค์ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว    

ชั่วโมงนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ก็แอบฝันถึงการรวมพลัง “ลูกข้าวนึ่ง” เหมือนครั้งที่พ่อเลี้ยงณรงค์ ตั้งพรรครวมไทย 

++
พรรคเฉพาะกิจ
++
สองปีก่อน พรรคพลังประชารัฐ คือชุมทางนักเลือกตั้ง ใต้ร่มเงาอดีตนายทหารใหญ่อย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงได้เห็นอดีต ส.ส. และนักการเมืองท้องถิ่น ตบเท้าเข้ามาเป็นสมาชิกมากมาย    

ท่ามกลางความสามัคคีรวมพลังสู้ศึกเลือกตั้ง ก็เริ่มเห็นร่องรอยของความแตกต่าง ความแปลกแยกระหว่างนักเลือกตั้ง กับเทคโนแครตที่เป็นกรรมการบริหารพรรค    

มาถึงวันนี้ “บิ๊กป้อม” ต้องลุกออกจากหลังม่าน มาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อกุมสภาพ และสร้างเอกภาพภายในพรรค     

หลัง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และกลุ่ม 4 กุมาร ออกจากพรรคไป ก็เหลือกลุ่มก้อนใหญ่ๆในพลังประชารัฐ แค่ 2 กลุ่มคือ กลุ่มสามมิตร กับกลุ่มผู้กองธรรมนัส และสหาย    

กลุ่มสามมิตร นำโดย สมศักดิ์ เทพสุทิน ที่มีประสบการณ์โชกโชน และเคยนำไพร่พลย้ายมาหลายพรรค จึงเดินเกมเงียบๆ ไม่โฉ่งฉ่าง    

กลุ่มผู้กองธรรมนัส ที่มี สันติ พร้อมพัฒน์ และวิรัช รัตนเศรษฐ เป็นแนวร่วม ค่อนข้างมั่นใจว่า บิ๊กป้อมให้ความไว้วางใจ และมีผลงานจากการเลือกตั้งซ่อม จึงขยับหมากขยับเบี้ยบนกระดานอยู่เรื่อยๆ 

ส่วน ส.ส.สายอาวุโสอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้สังกัด 2 กลุ่มข้างต้น ด้วยมากประสบการณ์ จึงพร้อมจะตัดสินใจ เมื่อได้สัญญาณชัดว่า ใครจะเป็นคนรับไม้ต่อจากบิ๊กป้อม

ความเหมือนกันของพลังประชารัฐ กับสามัคคีธรรม คือพรรคการเมือง ที่มีอดีตนายทหารใหญ่ ให้การสนับสนุน เพื่อภารกิจเลือกตั้ง และฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาล     

นักเลือกตั้งไม่ต่างจากนักเตะอาชีพ เมื่อจบฤดูกาลก็หาสังกัดใหม่ โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่มีทีมฟุตบอลของตัวเองรู้ดีว่า นักเตะก็อยากสังกัดทีมที่มีแววว่าจะเป็นแชมป์     

นักการเมืองก็เช่นเดียวกัน ใครๆก็อยากไปสวมเสื้อพรรคที่มีโอกาสเป็นรัฐบาลสมัยหน้า  

อานันท์โมเดล ‘นายกคนพิเศษ’ 29 ปี พฤษภาทมิฬ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467126

อานันท์โมเดล ‘นายกคนพิเศษ’ 29 ปี พฤษภาทมิฬ 

17 พฤษภาคม 2564 – 16:51 น.

29 ปี พฤษภาทมิฬ มีเสียงเพรียกหา “รัฐบาลสร้างชาติ” และนายกรัฐมนตรีแบบอานันท์โมเดล

++

หากไม่มีการระบาดของโควิด-19 อย่างรุนแรง เชื่อว่า กิจกรรมรำลึกเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 17 พ.ค.2535 ครบรอบ 29 ปี คงมีความคึกคักกว่าทุกปี เนื่องจาก “จตุพร พรหมพันธุ์” และ “อดุลย์ เขียวบริบูรณ์” ได้จัดการชุมนุมไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน ไล่รัฐบาลประยุทธ์ มาแต่ต้นเดือน เม.ย.2564

ท่ามกลางวิกฤตโควิด “จตุพร” จึงจัดกิจกรรมอภิปรายออนไลน์แทนการลงถนน แต่กิจกรรมในสตูดิโอ ก็มีนักการเมืองใหญ่เรียงหน้ามาขึ้นเวทีไทยไม่ทนพอสมควร

ด้าน อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535  ได้ออกแถลงการณ์ 29 ปี พฤษภาประชาธรรม โดยมีฉันทามติขับไล่ประยุทธ์ พร้อมสนับสนุนรัฐบาลเพื่อการฟื้นฟูประเทศ

“นายกรัฐมนตรีเพื่อการฟื้นฟูประเทศหรือรัฐบาลช่วยชาติ ควรมีคุณสมบัติเบื้องต้นคือมีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ และประชาชนหรือสังคมเห็นพ้องถึงความมุ่งมั่น เจตนารมณ์ ที่จะนำพาประเทศหลุดออกจากวังวนของปัญหา”

จะว่าไปแล้ว ขอเสนอ “รัฐบาลช่วยชาติ” ของอดุลย์ ก็ไม่ต่างจาก “รัฐบาลสร้างชาติ” ของทนายนกเขา-นิติธร ล้ำเหลือ และปรีดา เตียสุวรรณ์ 

++

อานันท์โมเดล

ประวัติศาสตร์พฤษภาคม 2535 ภายหลังเหตุการณ์ความรุนแรง พล.อ.สุจินดา คราประยูรประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พรรคร่วมเสียงข้างมาก ร่วมกันสนับสนุนให้ พล.อ.อ.อ.สมบุญ ระหงษ์ หัวหน้าพรรคชาติไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่แล้ว อาทิตย์ อุไรรัตน์ รองหัวหน้าพรรคสามัคคีธรรม ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ได้ตัดสินใจเสนอชื่อ อานันท์ ปันยารชุน ขึ้นทูลเกล้าฯ แทนที่จะเป็น พล.อ.อ.สมบุญ 

อานันท์ ปันยารชุน ได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 จัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจ เพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ 

ปฏิบัติการเสนอชื่ออานันท์ เป็นนายกฯ ทำให้สื่อมวลชนสมัยโน้นยกย่องให้ อาทิตย์ อุไรรัตน์ เป็นวีรบุรุษประชาธิปไตย 

นับแต่ปี 2548 เริ่มมีการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนบางปีก ที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแบบ “อานันท์โมเดล” แต่จบลงด้วยรัฐประหาร 2549 

อานันท์โมเดล 'นายกคนพิเศษ' 29 ปี พฤษภาทมิฬ 

                                         อานันท์ ปี 2535

++
อานันท์วันนี้

แม้วันนี้ “กลุ่มเพื่อนอานันท์” จะไม่มีบทบาททางการเมืองเหมือนช่วงปี 2537-2540 แต่กลุ่มแกนบางคนก็ยังนัดพบอยู่กันเป็นประจำ บางครั้งก็จะมี “อานันท์” มาร่วมวงด้วย

วันที่ 29 ต.ค.2563 อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมรายการเสวนา “จากรุ่นแอนะล็อกสู่ยุคดิจิทัล เราจะลดช่องว่างการสื่อสารด้วยความจริงใจและความงามได้อย่างไร” ซึ่งในวันนั้น “อานันท์” ได้ฝากไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีด้วยว่า ขอให้นายกฯ รับฟังเสียงของกลุ่มเยาวชนที่ออกมาเรียกร้อง และต้องพยายามทำความเข้าใจเยาวชนที่ออกมาชุมนุมด้วย 

“เด็กเขายืนยันว่าท่านนายกฯ เป็นตัวปัญหา ผมไม่ทราบว่ามีประชาชนรุ่นอื่นอีกหรือเปล่า และเขามองว่าท่านนายกฯ เป็นคนเดียวที่สามารถปลดล็อกได้ จะปลดล็อกโดยวิธีลาออก หรือวิธีอะไรผมไม่รู้ หรือถ้าท่านไม่ลาออก ผมก็ไม่ว่าอะไร เป็นสิทธิ์ของท่าน แต่ท่านต้องรู้นะว่าเขาเรียกร้องอย่างนั้น…”

มาถึงวันนี้ ปรีดา เตียสุวรรณ์ แกนหลักของกลุ่มเพื่อนอานันท์ ได้ลุกขึ้นมาเรียกร้องให้รัฐบาลประยุทธ์ลาออก และเสนอให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ ด้วยวิธีพิเศษ 

ปีที่แล้ว อาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานสภาฯ ปี 2535 ก็เคยออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก และเลือกนายกฯ คนใหม่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 คือ “นายกคนนอก” 

สรุปว่า กลุ่ม “อดุลย์-จตุพร” , “นกเขา-ปรีดา” และกลุ่มอาทิตย์ คิดอ่านตรงกัน ต้องมีนายกรัฐมนตรีแบบอานันท์โมเดล

อานันท์โมเดล 'นายกคนพิเศษ' 29 ปี พฤษภาทมิฬ 

                                อาทิตย์ อุไรรัตน์ ปี 2535

เอาจริงดิ “เขยแม้ว-ชัชชาติ” ผู้นำเพื่อไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467104

เอาจริงดิ “เขยแม้ว-ชัชชาติ” ผู้นำเพื่อไทย

17 พฤษภาคม 2564 – 14:18 น.

กลุ่มแคร์ ปั้น “โทนี่” เล่นกับเด็กๆ จับตา “เขยแม้ว” ชิงดำ “ชัชชาติ” ตามรอย “ปู 2554” คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ค.2564 แอดมินเพจพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เหตุการณ์วันนี้( 16 พ.ค.2554) ในอดีต พรรคเพื่อไทย มีมติส่งชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 1 ในศึกเลือกตั้งชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ไร้ “พรรค” มีพวก “ชัชชาติ-ส.ก.เพื่อไทย”

เอาจริงดิ "เขยแม้ว-ชัชชาติ" ผู้นำเพื่อไทย

ชัชชาติอีกแล้ว    

ทีมงานเพื่อไทย ต้องการสื่อให้เห็นว่า ระยะเวลาเพียง 49 วัน เพื่อไทยภายใต้การนำของยิ่งลักษณ์ สามารถชนะการเลือกตั้งได้ ส.ส. 265 จาก 500 ที่นั่ง สร้างประวัติศาสตร์นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย    

ถัดมา วันอังคารที่ 18 พ.ค.2564 CARE ClubHouse เปิดเวที Tony Woodsome มาพูดคุยเรื่องปลดล็อกยูนีคสกิล สู่ยุคใหม่ของวัยรุ่น เพื่อความหวัง เพื่อความฝัน  และเพื่ออนาคต    

ดูเหมือนกลุ่มแคร์ จะพุ่งเป้าที่ไปกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ หลังให้ “ทักษิณ ชินวัตร” หรือโทนี่ มาเปิดเวทีคลับเฮาส์ เรียกเรตติ้งได้พอควร จึงเปิดเกมรุกชิงฐานเสียงคนรุ่น Gen Y Gen Z     

สอดรับกับข่าวภายในพรรค ที่ประเมินว่า หากต้องการชนะเลือกตั้งแบบปี 2554 จะต้องหา “ผู้นำ” ที่ทำการตลาดได้เหมือนยิ่งลักษณ์ มากระชากเรตติ้ง ฉะนั้น จึงมีชื่อของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” และ “ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์” เขยขวัญของโทนี่ หลุดออกมาจากวงในเพื่อไทยอีก    

ปฏิบัติการ 49 วัน คือโมเดลเลือกตั้ง ที่ค่ายเพื่อแม้ว กำลังสุมหัวคิดกัน เพราะสถานการณ์การเมืองยุควิกฤตโควิด อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงในเร็ววันนี้ 


ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์

++
ชัชชาติมาอีกแล้ว
++
เลือกตั้งปี 2562 พรรคเพื่อไทย ส่งรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 ชื่อ ประกอบด้วย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และชัยเกษม นิติสิริ    

วันนี้ “ชัชชาติ” ประกาศขอลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ พร้อมกับเดินหาเสียงมาแล้ว 2 ปี แต่คนเพื่อไทยบางส่วนยังเห็นว่า ชัชชาติ น่าจะเหมาะกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มากกว่าการจะไปเป็นผู้นำท้องถิ่น    

ชัชชาติ เป็นหุ้นที่มีอนาคต ในตลาดการเมืองไทยต้องการขายคนรุ่นใหม่ มากกว่าเทคโนแครต และอีกด้านหนึ่ง คู่ขัดแย้งเดิมของชัชชาติ ก็ลาออกจากพรรคไปแล้ว จึงไม่มีใครคอยเตะตัดขาอีก    

ขณะเดียวกัน ในสนาม กทม. กระแสของชัชชาติดีวันดีคืน จนทำให้สนามเลือกตั้ง กทม. กลายเป็นโจทย์ข้อยาก สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคก้าวไกล รวมถึง “บิ๊กแป๊ะ” และ “บิ๊ก วิน”    

ฉะนั้น ความไม่แน่นอนของชัชชาติ ในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ก็มีสูง ตราบเท่าที่เสถียรภาพรัฐบาลประยุทธ์เริ่มง่อนแง่น ได้ทั้งกลิ่นยุบสภา และลาออก

เอาจริงดิ "เขยแม้ว-ชัชชาติ" ผู้นำเพื่อไทย

สรพันธ์ คุณากรวงศ์ น้องชายสามีของเอม

++
ขานชื่อ ‘เขยแม้ว’
++
ต้นปี 2564  พรรคเพื่อไทย มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในพรรค หลังกลุ่มคุณหญิงสุดารัตน์ ยกทีมลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรค      

ที่น่าสนใจ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเยาวชนและคนรุ่นใหม่ โดยมี น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช , น.พ.สุรพงศ์ สืบวงศ์ลี และวิม รุ่งวัฒนจินดา คนสนิท “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล ร่วมเป็น กรรมการที่ปรึกษา    

รายชื่อกรรมการ 30 คน ปรากฏชื่อ สรพันธ์ คุณากรวงศ์ น้องชายของ ณัฐพงษ์ คุณากรวงศ์ สามีของ เอม-พิณทองทา คุณากรวงศ์ ร่วมเป็นกรรมการด้วย    

รูปธรรมแห่งการทำงานของคณะทำงานเยาวชนและคนรุ่นใหม่ คือการสร้าง “ทีมคิดเพื่อไทย” นำโดย คณาพจน์ โจมฤทธิ์ ผู้อำนวยการโครงการ The Change Maker    

ถ้าจำกันได้ ปลายปี 2561 มีข่าวลือว่า “เขยแม้ว” ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ จะลงลุยการเมือง และเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทย ร้อนถึง “เอม” พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ต้องออกมาชี้แจง และยืนยันหนักแน่นว่า “พ่อทักษิณ” ไม่ได้บังคับหรือขอให้ลูกเขยลงเล่นการเมือง    

“ณัฐพงศ์” เป็นบุตรชายของวรวิทย์ คุณากรวงศ์ และอัญชลี คุณากรวงศ์ มีพี่สาว 1 คน และน้องชายอีก 2 คน เรียนจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ ที่เดอพอล ยูนิเวอร์ซิตี้ เมืองชิคาโก สหรัฐฯ ปริญญาตรีสถาปัตยกรรม จุฬาฯ และพบรักกับ “พินทองทา” ในระหว่างที่อบรมโครงการหลักสูตรอสังหาริมทรัพย์ ที่จุฬาฯ    

หลังแต่งงาน ณัฐพงศ์เป็นซีอีโอ บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น และสองปีก่อน เคยเข้าร่วมเป็นวิทยากรหลักสูตร The Next Tycoon ของมหาวิทยาลัยชินวัตร    

หลักสูตรระยะสั้น The Next Tycoon สำหรับทายาทธุรกิจ และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ มี อนันต์ อัศวโภคิน เป็นประธานที่ปรึกษาโครงการ และ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการมหาวิทยาลัยชินวัตร เป็นต้นคิด    

จริงๆแล้ว โครงการ The Change Maker ของเพื่อไทย ก็คือ The Next Tycoon ของมหาวิทยาลัยชินวัตร นั่นเอง

ทำให้ “ไวรัสร้าย” กลายเป็น “ไข้หวัดกระจอก” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467079

ทำให้”ไวรัสร้าย”กลายเป็น”ไข้หวัดกระจอก”

17 พฤษภาคม 2564 – 10:16 น.

สถานการณ์ระบาดไวรัสร้าย”โคโรนาฯ”ในไทยรุนแรงขึ้นทุกที แต่ละวันมีผู้ติดเชื้อเพิ่มหลายพันราย เนื่องจากเชื้อไวรัสร้ายตัวนี้ติดกันง่ายมาก วิกฤตครั้งนี้จะยุติได้ก็ด้วย”วัคซีน”เท่านั้น ซึ่งวัคซีนจะทำให้ไวรัสร้ายกลายเป็น”หวัดกระจอก”

สถานการณ์ระบาดของ”โควิด-19”ในไทยระลอกที่ 3 รุนแรงกว่าที่คิด มีผู้ติดเชื้อในแต่ละวันเพิ่มขึ้นหลายพันราย  ขณะนี้มีผู้ป่วยสะสมสูงถึง 82,219 ราย เสียชีวิตไปแล้ว 638 คน  
เหตุก็เพราะเชื้อไวรัสร้าย “โควิด-19” ติดกันง่ายมาก  
มีคุณหมอที่เชี่ยวชาญท่านหนึ่งบอกว่า “ต่อให้คุณป้องกันตัวเองดีแค่ไหน ใส่หน้ากาก ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์  เว้นระยะห่างทางสังคม  ( Social Distancing) ก็ยังมีโอกาสติดเชื้อไวรัสตัวนี้อยู่ดี  เว้นเสียแต่ว่า อยู่แต่ในบ้าน  แล้วคุณทำได้หรือเปล่า และการอยู่แต่ในบ้านหรือที่พักอาศัยนั้น  ก็ต้องระวังคนที่อยู่ในบ้านหรือที่พักอาศัยร่วมด้วยที่ออกไปข้างนอก ซึ่งอาจนำเชื้อโควิดเข้ามาที่บ้านหรือที่พักอาศัยและทำให้คุณติดเชื้อได้  วิธีการเดียวที่ทำให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสร้าย”โควิด-19 “ คือ รับการฉีดวัคซีนโควิด-19  เท่านั้น 

ขณะนี้คนไทยฉีดวัคซีน ไปแล้วประมาณ 1,700,000  คน ปรากฏว่า ไม่มีใครตายจากการฉีดวัคซีน” โควิด-19 “ แม้แต่คนเดียว แต่ทุกวันมีคนเสียชีวิตจาก ” โควิด-19 “ และที่ฉีดแล้วเกิดอาการเคียง คือแพ้  แค่ 1 ในแสนรายเท่านั้น และอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจะเป็นชั่วคราวเท่านั้น ก็จะกลับมาปกติและรักษาได้  ไม่มีใครต้องพิการจากการฉีดวัคซีน
นอกจากนั้นในสถานที่ที่จัดให้มีการฉีดวัคซีน จะมีการจัดเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญ และยาแก้แพ้ไว้พร้อม  หากมีคนที่เกิดอาการแพ้วัคซีน เจ้าหน้าที่ก็จะฉีดยาแก้แพ้ให้ทันที จากนั้นก็จะส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง   
ส่วนที่เกรงกันว่าฉีดวัคซีนโควิด แล้วจะเกิดลิ่มเลือดอุดตันนั้น สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีใครเกิดลิ่มเลือดอุดตันจากการฉีดวัคซีนโควิดเลยแม้แต่รายเดียว และถ้าเกิดลิ่มเลือดอุดตันจากการฉีดวัคซีนโควิดก็รักษาได้ 
แต่ในทางกลับกัน ถ้าติดเชื้อโควิด โอกาสที่จะทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันเป็นไปได้สูงมาก   
คนที่ฉีดวัคซีนกับคนไม่ฉีดวัคซีน ต่างกันมาก   คนที่ฉีดวัคซีนแค่เข็มแรก โอกาสที่จะติดเชื้อ” โควิด” ลดลงทันทีครึ่งหนึ่ง และเมื่อฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม  คนที่รับวัคซีนภูมิต้านทานจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเพิ่มขึ้นถึงจุดหนึ่งปลอดภัยมากเลย 
แต่สำหรับคนที่ไม่รับการฉีดวัคซีน ยิ่งเวลานานออกไป โอกาสที่จะติดเชื้อ โควิด-19 จะมากขึ้น ขณะเดียวกันคนที่รับการฉีดวัคซีน โอกาสติดเชื้อน้อยลงเรื่อยๆ ถ่างห่างออกไปเรื่อยๆ ระหว่างคนรับการฉีดวัคซีนกับคนไม่ฉีด  
วิกฤตครั้งนี้จะแก้ปัญหาได้ด้วยวัคซีน จะเห็นได้ว่าทั่วโลกไขว่คว้าหาวัคซีนกันทั้งนั้น ประเทศไทยก็เหมือนกันจะหยุดวิกฤตครั้งนี้ได้ ก็ด้วยวัคซีน จะต้องฉีดให้ได้มากที่สุด เร็วที่สุด เพื่อผู้คนจะได้กลับมาเข้าสู่การใช้ชีวิตปกติ  ทำมาค้าขายได้เหมือนเดิม เศรษฐกิจของประเทศก็จะกลับมา 
การฉีดวัคซีนในคนหมู่มาก ยังเป็นการป้องกันการกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด ได้อีกด้วย
“ วิธีการที่เราจะจัดการกับไวรัสโควิดให้กลายเป็น”หวัดกระจอก” ก็คือการฉีดวัคซีน เพราะเมื่อเรามีภูมิต้านทาน จะป้องกันภาวะเจ็บป่วย ที่เราต้องเข้าโรงพยาบาล  ต้องนอนไอซียู ต้องเสียชีวิต ถ้าทุกคนยอมรับในประเด็นนี้ว่า เราต้องป้องกันป่วยรุนแรง นอนโรงพยาบาล  ถ้าทุกคนฉีดวัคซีนหมด ในที่สุดเราจะจัดการให้ไวรัสตัวนี้กลายเป็นหวัดกระจอกตัวหนึ่ง ติดเชื้ออาการก็ไม่หนัก เพราะทุกคนมีภูมิต้านทานแล้ว ก็คือการฉีดวัคซีน ขอให้กลัวโควิด อย่ากลัววัคซีน  ฉีดก่อนป้องกันก่อน ทุกคนปลอดภัยจากโควิด เราจะทำให้”โควิด”จากโรคร้าย กลายเป็นไข้หวัดธรรมดาด้วยวัคซีน “ศ.พญ. กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคลินิกและอาจารย์สาขาโรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล  

งานนี้มีลุ้น..ถ้าวัคซีนช่วยได้ ครูก็เต็มใจฉีด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467035

งานนี้มีลุ้น..ถ้าวัคซีนช่วยได้ ครูก็เต็มใจฉีด

16 พฤษภาคม 2564 – 18:16 น.

รู้สึกเสียใจ ที่ครูเป็นปัจจัยหลัก ในการติดโควิดของนักเรียน หากการฉีดวัคซีนของครูสามารถช่วยได้ก็ยินดี แต่เมื่อติดตามตัวเลขอัตราการฉีดวัคซีนต่อวันแล้ว ไม่กล้าบอกว่า มันคือความหวัง

ศบค. ชุดเล็กเห็นชอบ ฉีดวัคซีนบุคลากรทางการศึกษาทั้งภาครัฐ-เอกชน ทั่วประเทศกว่า 6 แสนคน ก่อนเปิดเทอม ลดปัญหาแพร่ระบาดโควิด 19 ในสถานศึกษา

ภาพจำเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยผ่านสื่อทุกแขนงว่ากระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)เสนอให้ศบค.ชุดเล็ก มีมติเห็นชอบให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาของรัฐและเอกชน ทั้งหมดประมาณ 600,000 คน ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด19 ก่อนจะเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 มิถุนายน 2564

โดยให้เหตุผลเพียงสั้นๆว่า เนื่องจากโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มีนักเรียนทั้งหมดประมาณ 8 ล้านคน และจากข้อมูลเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาพบว่า สาเหตุของการติด COVID-19 ของเด็กนักเรียนมาจาก 2 ปัจจัยหลักมาจากผู้ปกครองและครู

งานนี้มีลุ้น..ถ้าวัคซีนช่วยได้ ครูก็เต็มใจฉีด

จากการติดตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ผู้รับผิดชอบหลักในการฉีดวัคซีน เวลาผ่านไป 75 วัน สามารถฉีดวัคซีน ได้ 2.1 ล้านโดส ตกเฉลี่ยวันละ 28,329 คนต่อวัน ทั้งประเทศมีครูประมาณ 6 แสนคน ถ้าจะฉีดวัคซีนให้ครูทุกคน เมื่อเทียบกับตัวเลขในการฉีดวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข ต้องใช้เวลา 2 วัน ฉีดให้เฉพาะครูอย่างเดียว หลังจากนั้นอีก 2-3 สัปดาห์ถึงจะได้รับการฉีกเข็มที่ 2 คงเป็นช่วงเวลาที่เปิดภาคเรียนไปแล้ว 

นับเป็นช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงพอสมควร ถ้าจะให้มีผลจริงๆ ต้องรับวัคซีนให้ครบจำนวนก่อน การให้ครูรับวัคซีนเข็มแรกแล้วทำงานเลย เสี่ยงพอสมควร ยังไม่นับผลกระทบจากผลข้างเคียงของวัคซีนอีก ถ้าจะลงทุนแล้วไม่ทราบจะรีบร้อนเสี่ยงไปทำไม เลื่อนเวลาเปิดภาคเรียนออกไปเป็น 1 กรกฎาคม เหมือนปีที่แล้ว เพื่อให้วัคซีนมีผลเต็มประสิทธิ์ภาพก่อนดีไหม

กลับมาดูภาพรวมในระดับประเทศไทย ถ้าฉีดเฉลี่ยวันละ 28,329 คนต่อวัน หากต้องการจะฉีดให้ได้ครบ 97.88 ล้านโดสตามที่กล่าวอ้าง จะต้องใช้เวลาเกือบ 10 ปี (นำ 97.88 ล้านตั้งหารด้วย 28,329 จะได้เท่ากับ 3,455 วัน หรือ 9. 4 ปี) นั่นหมายความว่า จะเรียนออนไลน์ไปอีกกี่ครั้ง ปิดกิจการให้คนตกงานไปอีกกี่รอบ วิกฤตนี้ก็ไม่หายไปและสิ่งที่เราทำมาสูญเปล่า ถ้ายังฉีดวัคซีนล่าช้าแบบนี้

สุดท้ายเท่ากับว่า มีคนล้มละลายฟรี ตกงานฟรี เด็กก็ต้องอดทนมาเรียนออนไลน์ฟรีโดยที่วิกฤตยังอยู่เหมือนเดิม ใครจะบอกว่าวัคซีนมาช้ามาเร็วไม่มีผล ทำไมจะไม่มี เพราะเด็กเปิดเรียนไม่ได้ ผู้ปกครองไม่เป็นอันทำมาหากินเพราะต้องมาดูแลลูก

ความหวังและโอกาส 1 มิถุนายน 2564 จะฉีดวัคซีนโควิด19ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษากว่า 600,000 คนได้ทันจริงหรือ เพราะถ้าวัคซีนช่วยได้ ครูก็เต็มใจฉีด


ชัยวัฒน์ ปานนิล รายงาน

‘คริสติน่า’ ลูกครึ่งโซเวียต หลานนักปฏิวัติลาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467024

‘คริสติน่า’ ลูกครึ่งโซเวียต หลานนักปฏิวัติลาว

16 พฤษภาคม 2564 – 16:08 น.

สยบดราม่า ไปให้สุดหยุดที่จักรวาล “คริสติน่า” สาวลูกครึ่ง “ลาวลุ่ม ลาวเทิง โซเวียต” 

++

จากสมัยราชอาณาจักรลาว จนมาถึงยุคปัจจุบัน เพิ่งมี “นางงามลาว”เข้าร่วมการประกวด “มิสยูนิเวิร์ส” เพียง 4 คนคือ นุ้ย-สุพาพอน สมวิจิด ,ออน-ออนอานง หอมสมบัด ,เม-วิจิดตา พอนวิไล และคริสติน่า ลาชะสิมมา

เมื่อวันที่ 18 มี.ค.2564 ศูนย์กลางชาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาว (ชปล.) และกองประกวดฝ่ายลาว ได้จัดงานเปิดตัว คริสติน่า ลาชะสิมมา ครองมงกุฎ Miss Universe Laos 2020 เป็นตัวแทนสาวลาวไปประกวด Miss Universe 2020 ที่ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา 

'คริสติน่า' ลูกครึ่งโซเวียต หลานนักปฏิวัติลาว

                               วันที่ คริสติน่า เดินทางสู่สหรัฐ

สำหรับปีนี้ National Director (ND) ของลาวคือ แอรอน บุปผาปะเสิด (Aaron Bouphapraseuth) เป็น “ลาวนอก” หรือคนลาวที่เติบโตอยู่ในสหรัฐฯ มีประสบการณ์การเป็นผู้จัดการเวทีประกวด Miss World America , Nevada, New Mexico และเคยเข้าไปร่วมงานกับ Miss Universe Organization

กว่าที่ “คริสติน่า” จะฝ่าโควิดบินไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2020 ก็มีอุปสรรคมากพอสมควร เฉพาะเรื่องวีซ่า ก็ได้มาแบบเฉียดฉิว แถมทีมงานฝ่ายลาวขอวีซ่าไม่ได้ เธอต้องเดินทางคนเดียวไปสหรัฐฯ 

อย่างไรก็ตาม คริสติน่า ได้เข้าร่วมประกวดในรอบชุดประจำชาติ และรอบพรีลิมมินารี สร้างความประทับใจให้กับกองเชียร์เพื่อนร่วมชาติ แต่หลังจบรอบพรีลิมมินารี “คริสติน่า” กลับถูก ND “ท้าวแอรอน” วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักผ่านไลฟ์กองประกวด Miss Universe 2020 ตำหนิเธอที่ไม่ได้ทำตามคำสั่งของ ND และได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “เสียใจที่เลือกคนผิด” ก่อนที่จะลบทิ้ง

ดราม่าพลันบังเกิด ชาวพร้อมอกพร้อมใจกันติดแฮชแท็ก #savechristina ส่งแรงใจข้ามทวีปให้คริสติน่า สู้ต่อไป อย่าได้ใส่ใจคำพูดคำจาของ ND 

'คริสติน่า' ลูกครึ่งโซเวียต หลานนักปฏิวัติลาว

                                         คริสติน่า สาวลูกครึ่ง

++
ลูกหลานนักปฏิวัติ
++

ตอนที่ “คริสติน่า” ได้ครองมงกุฎมิสยูนิเวิร์สลาว อย่างเป็นทางการ วิไลคำ ลาชะสิมมา (Vilaykham Lasasimma) บิดาของคริสติน่า โพสต์เฟซบุ๊คว่า “ครอบครัวภูมิใจที่ลูกสาว คริสติน่า ลาชะสิมมา ได้ถูกคัดเลือกเป็นนางงามจักรวาลของลาว ปี 2020” ซึ่งมีการเขียนเป็นภาษาลาว ,รัสเซีย และอังกฤษ

เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว “วิไลคำ” ไปเรียนต่อที่ Belarusian State University สมัยสหภาพโซเวียต จึงทำให้เขาแต่งงานกับนาตาเลีย (Natalia Lasasimma) ชาวเบลารุส ทั้งคู่มีบุตร 2 คนคือ Chistina Lasasimma และ Dmitry Lasasimma (เบลารุส เป็นส่วนหนึ่งของโซเวียต ก่อนที่จะแยกประเทศออกมา)

'คริสติน่า' ลูกครึ่งโซเวียต หลานนักปฏิวัติลาว

                                    พ่อและแม่ของคริสติน่า

เหนืออื่นใด คริสติน่า มีย่าชื่อ เพ็ดสะหมอน ลาชะสิมมา ชาวเผ่าละเวน เป็นนักปฏิวัติหญิงลาวที่เคลื่อนไหวต่อสู้กู้ชาติอยู่ที่ราบสูงบอละเวน และเคยเป็นกรรมการบริหารศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ได้ทำงานใกล้ชิดท่านประธานไกสอน พมวิหาน ส่วนปู่ชื่อมหาคำแดง ชาวลาวเวียงจันทน์ ก็เป็นนักปฏิวัติเช่นกัน

อดีตนักหนังสือพิมพ์ลาว จึงกล่าวว่า คริสติน่าเป็นส่วนผสมของลาวลุ่ม ลาวเทิง และเบลารุส-อดีตสหภาพโซเวียต

คริสติน่า ลาชะสิมมา คว้ามงกุฎนางสาวลาว หรือมิสลาว 2012 ถือว่าเป็น “นางงามลูกซอด” (ลูกซอดหมายถึงลูกครึ่ง) คนแรกของวงการนางงามลาว

'คริสติน่า' ลูกครึ่งโซเวียต หลานนักปฏิวัติลาว

                       สมัยครองมงกุฏนางสาวลาว เมื่อ 8 ปีที่แล้ว

การตัดสินใจประกวดนางสาวลาว เพราะคริสติน่าอยากจะบอกทุกคนว่า เธอคือสาวลาว มีความภูมิใจในความเป็นลาว จึงตัดสินใจประกวดเวทีนางสาวลาว ซึ่งพัฒนามาจากนางสาวอาภรณ์ลาว 

เมื่อคริสติน่าได้ตำแหน่งนางสาวลาว ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น “ลูกซอด บ่แม่นลาวแท้” แต่ตลอดระยะเวลาการเป็นนางสาวลาว เธอได้ปฏิบัติหน้าที่ทูตวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวได้ดี จนในที่สุดคนลาวก็ยอมรับเธอ

ระยะหลังทางการลาวเปิดกว้าง ส่งเสริมให้การประกวดนางงามหลายๆเวที และมีสาวลาวไปประกวดในเวทีนางงามอินเตอร์ ข้อจำกัดเรื่องสาวลาว “บ่สมควรสวมชุดลอยน้ำ” (ชุดว่ายน้ำ) ก็จบไป 

คริสติน่า มีความฝันอยากไปประกวดเวทีนางงามจักรวาล เธอเฝ้ารอคอย ปีแล้วปีเล่า อายุก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะพ้นเกณฑ์ของกองประกวดฯ และฝันนั้นก็เป็นจริง เธอไปเวทีนางงามจักรวาล สมดังใจปรารถนา

'คริสติน่า' ลูกครึ่งโซเวียต หลานนักปฏิวัติลาว

                              คริสติน่าในชุดลอยน้ำ(ว่ายน้ำ)