หลังม่าน ‘ตู่-นกเขา’ ทำเพื่อใครคนนั้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467005

หลังม่าน ‘ตู่-นกเขา’ ทำเพื่อใครคนนั้น

16 พฤษภาคม 2564 – 13:16 น.

จาก “วงข้าววงเหล้า” คนกันเอง สู่ขบวนการไล่ประยุทธ์ และรัฐบาลสร้างชาติ 

++

กลางปีที่แล้ว มีภาพ “วงข้าววงเหล้า” คนการเมืองนอกสภา ที่ทำให้เกิดดราม่าในปีกคนเสื้อแดง และคนเสื้อเหลือง 

ภาพนั้นมาจากงานแซยิดครบรอบวันเกิด 72 ปี ของ ประสาร มฤคพิทักษ์ ที่โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซค์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อคืนวันเสาร์ 12 ก.ย.2563

บังเอิญว่า ในภาพใบนั้น มีอานันท์ ปันยารชุน ,ธีรยุทธ บุญมี ,พิภพ ธงไชย ,สุริยะใส กตะศิลา และจตุพร พรหมพันธุ์ จึงมีดราม่าอย่างรุนแรงในปีกเสื้อแดง

เนื่องจากบทบาทของ “ตู่ จตุพร” ระยะหลัง ดูแปลกแยก และแตกต่างไปจากกลุ่มคนเสื้อแดงก้าวหน้า ที่กระโจนออกไปร่วมขบวนการ “ม็อบสามนิ้ว

จริงๆแล้ว บุคคลในภาพนั้นรู้จักกันมานาน ตั้งแต่เหตุการณ์พฤษภาคม 2535 จนมาถึงขบวนการธงเขียว ร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540

เหตุการณ์รัฐประหาร 2549 ทำให้คนกลุ่มนี้ต้องแยกทางกันเดิน ผ่านวันเวลา ผ่านม็อบเสื้อเหลือง ม็อบเสื้อแดง และม็อบ กปปส. จนมาถึงรัฐบาลประยุทธ์ เวอร์ชั่น 2

เพื่อนพ้องน้องพี่ที่ห่างหายกันไป ก็เริ่มกลับมาร่วม “วงข้าววงเหล้า” อีกครั้ง โดยมี “ปรีดา เตียสุวรรณ์” ประธานกรรมการ บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) และแกนหลักกลุ่มเพื่อนอานันท์ เป็นเจ้าภาพ

อย่าได้แปลกใจที่สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมช่องพีซทีวี ของ “ตู่ จตุพร” ได้ถ่ายทอดสดการแถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลเสียสละลาออก ของกลุ่มประชาชนคนไทย(ปท.) นำโดย นิติธร ล้ำเหลือ ,ปรีดา เตียสุวรรณ์ และพิชิต ไชยมงคล 

 ++
รัฐบาลสร้างชาติ
++

ใน 3 แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย(ปท.) “ทนายนกเขา” นิติธร ล้ำเหลือ ,ปรีดา เตียสุวรรณ์ และพิชิต ไชยมงคล ที่ตั้งโต๊ะแถลงข่าวให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเสียสละตนเอง เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดรัฐบาลสร้างชาติขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272

ทนายนกเขา” อาจไม่ใช่สมาชิกวงข้าววงเหล้าเพื่อนอานันท์ แต่ทนายนกเขานั้น สนิทกับ “ตั้ม” พิชิต ไชยมงคล มาตั้งแต่ม็อบเสื้อเหลือง จนถึงม็อบ คปท. ส่วน “ตั้ม” เป็นน้องรักของสุริยะใส กตะศิลา จึงรู้จักพี่ๆ แห่งเพื่อนอานันท์ทุกคน 

หลังการแถลงข่าว นักข่าวถาม “ทนายนกเขา” กรณีสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. แสดงจุดยืนเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป โดยโพสต์เฟซบุ๊คก่อนหน้า “ทนายนกเขา” แถลงแค่ 2 ชั่วโมง

ทนายนกเขา ตอบชัดว่า เป็นเรื่องของนายสุเทพ ไม่ได้คุยกัน ตนไม่ค่อยคุยกับใคร ไม่สร้างเครือข่าย ทำหน้าที่เมื่อประเทศวิกฤติ รัฐบาลไม่นำพา สุเทพจะเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ ก็เชียร์ไป 

สมัยการชุมนุมไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เวที กปปส. กับเวที คปท. เหมือนเป็นอิสระต่อกัน “ทนายนกเขา” ไม่ได้ขึ้นต่อ “สุเทพ” เพียงแต่ตอนนั้นมี “อุทัย ยอดมณี” คนสนิทของถาวร เสนเนียม เป็นสะพานเชื่อม 2 เวที 

ทนายนกเขามีความใกล้ชิดกับแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ หรือคนเสื้อเหลืองมากกว่า ฉะนั้น ทีมงาน คปท. จึงมาจากเวทีพันธมิตรฯ เป็นส่วนใหญ่ 

ปัจจุบัน ทนายนกเขา มีคอนเนกชั่นกับ “คนวงใน” มาแต่สมัยตั้งเวที คปท. จึงได้เห็นบทบาทเขาในเสื้อตัวใหม่ แต่อุดมการณ์เดิม 

หลังม่าน 'ตู่-นกเขา' ทำเพื่อใครคนนั้น

                                ทนายนกเขา กับบทบาทใหม่

++
ไล่ประยุทธ์
++

ไม่เพียงแต่ช่องพีซทีวี จะถ่ายทอดสดการแถลงข่าวของ “คณะนกเขา” แกนนำไทยไม่ทนอย่าง “อดุลย์ เขียวบริบูรณ์” เจ้าของร้านอาหาร ที่เป็น “วงข้าววงเหล้า” ของกลุ่มเพื่อนอานันท์อีกแห่งหนึ่ง ได้ให้สัมภาษณ์ชื่นชมนิติธร ล้ำเหลือ ที่แถลงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ เสียสละลาออก เป็นการชี้ให้เห็นถึงปัญหาของบ้านเมืองอย่างตรงไปตรง เห็นแก่ประชาชนอย่างแท้จริง ตนเห็นด้วยกับข้อเสนอทั้งหมด

ทำไม “อดุลย์” จะไม่เห็นด้วยกับ “คณะนกเขา” ? ในเมื่อร้านอาหารอิตาเลียนของเขา ย่านสถานีรถไฟสามเสน ได้ต้อนรับ “เพื่อนอานันท์” , พิภพ ธงไชย, สุริยะใส กตะศิลา และจตุพร พรหมพันธุ์ มาเสวนาหาทางออกให้บ้านเมืองอยู่บ่อยๆ

หลังม่าน 'ตู่-นกเขา' ทำเพื่อใครคนนั้น

                      อดุลย์ เจ้าของร้านอาหารดัง ย่านสามเสน

เบื้องแรก “ตู่ จตุพร” และ “อดุลย์” นัดทำกิจกรรม “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย” ที่อนุสรณ์พฤษภาประชาธรรม ต้นเดือน เม.ย.นี้ ก็มีข่าวว่า พิภพ ธงไชย และปรีดา เตียสุวรรณ์ จะมาร่วมด้วย แต่ไม่ทราบว่า ด้วยเหตุผลกลใด ทั้งสองกลับไม่มาปรากฏตัวที่เวทีไทยไม่ทน

น่าสนใจว่า เวทีไทยไม่ทน ที่จัดอภิปรายออนไลน์ไล่ประยุทธ์ มาแต่ต้นเดือน พ.ค.นี้ นับวันจะคึกคัก เพราะมีนักการเมือง “เบอร์ใหญ่” มาขึ้นเวทีหนาตาขึ้น 

มีข้อน่าสังเกต “ทนายนกเขา” กับ “ตู่ จตุพร” พูดเหมือนกันอยู่เรื่องหนึ่งคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สร้างความแตกแยกระหว่างประชาชนกับสถาบันมากที่สุด และหาก พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถปกป้องสถาบันได้ ก็ไม่ควรจะอยู่ต่อไป

ฤาข่าวลือที่ว่า “ตู่ จตุพร” รู้จัก “คนวงใน” จะเป็นจริง?

หลังม่าน 'ตู่-นกเขา' ทำเพื่อใครคนนั้น

                                           จตุพร ไล่ไม่เลิก

89 ปี ‘บิ๊กจิ๋ว’ รัฐบาลแห่งชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466940

89 ปี ‘บิ๊กจิ๋ว’รัฐบาลแห่งชาติ

15 พฤษภาคม 2564 – 16:37 น.

บังเอิญแท้ “ทนายนกเขา” เสนอ “รัฐบาลสร้างชาติ” ตรงกับวันเกิด “บิ๊กจิ๋ว” ต้นตำรับรัฐบาลเฉพาะกาล

วันเสาร์ที่ 15 พ.ค.2564 ไชยยงค์ รัตนวัน มือกระบี่ข้างกาย “นายจิ๋ว” ได้โพสต์เฟซบุ๊คว่า “สุขสันต์วันเกิดของนาย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรีคนที่ 22 ของประเทศไทย ในวัย 89 ปี ขอให้นายมีพลานามัยแข็งแรง เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ลูกหลานตลอดไปครับ”
    ไชยยงค์ ยังได้โพสต์ภาพวันเกิด “นายจิ๋ว” ที่มีคนใกล้ชิดไปร่วมอวยพร อาทิ “เสธ.หมึก” พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์ , สุชาติ ธาดาธำรงเวช และวัชระ เพชรทอง 

 89 ปี 'บิ๊กจิ๋ว'รัฐบาลแห่งชาติ

คนใกล้ชิด ร่วมอวยพรบิ๊กจิ๋ว

   ช่วงเช้า พล.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นตัวแทน “บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก นำกระเช้าผลไม้เข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 89 ปี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ  อดีตนายกรัฐมนตรี  โดยมี อรทัย สรการ ยงใจยุทธ ภริยาร่วมให้การต้อนรับคณะตัวแทนผู้บัญชาการทหารบก ที่บ้านพักย่านนวมินทร์

 89 ปี 'บิ๊กจิ๋ว'รัฐบาลแห่งชาติ

89 ปี พล.อ.ชวลิต 

 89 ปี 'บิ๊กจิ๋ว'รัฐบาลแห่งชาติ

    บังเอิญเหลือเกิน “ทนายนกเขา” นิติธร ล้ำเหลือ และปรีดา เตียสุวรรณ์ ออกแถลงข้อเสนอให้รัฐบาลประยุทธ์ลาออก แล้วจัดตั้ง “รัฐบาลสร้างชาติ” ตรงกับวันเกิดของ “บิ๊กจิ๋ว” ต้นตำรับรัฐบาลเฉพาะกาลหรือรัฐบาลแห่งชาติ 

++
โซ่ข้อกลาง
++
    ย้อนไปปี 2561 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ,จตุพร พรหมพันธุุ แกนนำ นปช. และเผด็จ ภูรีปติภาณ คอลัมนิสต์พญาไม้ ออกมาเคลื่อนไหว เพื่อเสนอแนวทางสันติ และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งหลังการเลือกตั้ง 2562
    ตอนนั้น พล.อ.ชวลิตได้จัดทำเอกสารทางออกประเทศไทย ให้ทุกฝ่ายร่วมกันเสียสละเพื่อบ้านเมืองตามยุทธศาสตร์เส้นทางของความสันติ
    ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งปี 2562 “บิ๊กจิ๋ว” สวมหมวกดาวแดงพาจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. บุกเข้าป่าไปร่วมงานบรรจุอัฐิ “สหาย” หรือผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) เขตงาน 444 ที่อนุสรณ์สถานภูดานยาว อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ซึ่งวันนั้น “บิ๊กจิ๋ว” ได้ปราศรัยกับอดีตสหายถึงความจำเป็นต้องก่อตั้งพรรคเพื่อชาติ เพื่อสร้างความปรองดอง และสลายความขัดแย้ง
    กลับมาจากภาคอีสาน  “บิ๊กจิ๋ว” เสนอพรรคการเมืองต่างๆ ต้องลืมความขัดแย้ง หันหน้ากลับมาสร้างรัฐบาลที่มีความสามัคคีเป็น “รัฐบาลเฉพาะกาล” ใช้เวลาไม่กี่เดือน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วค่อยจัดการเลือกตั้ง
    หลังเลือกตั้ง “บิ๊กจิ๋ว” ประสานเสียง “จตุพร” ว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี โดยการโหวตในสภาฯ คือทางตันของบ้านเมือง และทางออกประเทศไทย คือรัฐบาลแห่งชาติ

   เมื่อวันที่ 28 ก.ย.2563 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เดินทางไปที่กองทัพบก พบกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ที่เปรียบเป็นหลานชาย เพราะ “บิ๊กจิ๋ว” เป็นเพื่อนร่วมรุ่น จปร.1 กับ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ บิดาของบิ๊กแดง ซึ่งวันนั้น เป็นวันสุดท้ายที่จะอยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก
    การพบกันของ “อาจิ๋ว” กับ “หลานแดง” กลับมีข่าวลือลับ-ลับว่า สองคนนั้น คุยกันเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ

 89 ปี 'บิ๊กจิ๋ว'รัฐบาลแห่งชาติ

จตุพร สานต่อแนวคิดรัฐบาลเฉพาะกาล 

    แปลกมาก เมื่อ จตุพร พรหมพันธุ์ เปิดเกมไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน ไล่รัฐบาลประยุทธ์ ก็มีเป้าหมายอยู่ที่ “รัฐบาลเฉพาะกาล” หรือ “รัฐบาลแห่งชาติ” ตามที่ “บิ๊กจิ๋ว” เคยเสนอเอาไว้
    “ทนายนกเขา” และปรีดา เตียสุวรรณ์ ก็เปิดเกมกดดันให้รัฐบาลประยุทธ์ลาออก เพื่อดัน “รัฐบาลสร้างชาติ” ปกป้อง

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ “สุทธิพงศ์” ดวงตก โดนคดีหนัก หาเรื่องใส่ตัวเอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466936

“ซินแสเข่ง”ผ่าดวงวิกฤติ “สุทธิพงศ์” ดวงตก โดนคดีหนัก หาเรื่องใส่ตัวเอง

15 พฤษภาคม 2564 – 16:07 น.

“ซินแสเข่ง”ผ่าดวงวิกฤติ “สุทธิพงศ์” ดวงตก โดนคดีหนัก หาเรื่องใส่ตัวเอง ถึงคราวเคราะห์จากการกระทำของตนเอง ก็ต้องสู้กันต่อไป

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงวิกฤติ  “สุทธิพงศ์” ดวงตก  ศิลปินเพลงป๊อป  เหมือนหาเรื่องใส่ตนเอง  กับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง  ทำให้ตกดวงขัดแย้งเป็นศัตรู  สร้างความไม่เข้าใจ  คดีความ  นำข่าวดังแซง  อ.เต้  สยบ  โดนคดีหนักกับการ กับการกระทำของตนเอง  เพราะตกเดือนปะทะ  และโดนเอาผิดด้วยข้อหามาตรา 112  และ พ.ร.บ.คอมพ์ฯ แต่ไม่ยอมรับผิด  โชว์กึ๋นคู่ปิยบุตร  ช่อ พรรณิกา  และอ้างว่าแค่เอาข้อมูลจากคนอื่น  ถึงคราวเคราะห์เหตุเกิดแล้วต้องคดีก็ต้องต่อสู้กันต่อไป  จนกว่าจะเสร็จสิ้นคดีความ

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงวิกฤติ  วิเคราะห์  ดวง  ฮาร์ท  สุทธิพงศ์  นักร้อง-พิธีกร   ให้ข่าวบิดเบือนใส่ร้ายทำลายความเชื่อถือรัฐบาล  โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก  พาดพิงสถาบันฯ ข้อความหมิ่นตามมาตรา 112  และโดนแจ้งความเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  เซ่นเดือนพฤษภาคม  จังหวะเดือนที่มีผลปะทะต่อดวงชะตาทำให้ดวงตก  ทำอะไรก็ผิด  เดือนนี้ตกดวงแตกแยก  วุ่นวาย  สับสน  ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ  เป็นเพราะสาเหตุจากการกระทำของตนเอง  ที่ในดวงชะตาบ่งบอกถึงการกระทำที่เบียดเบียนตนเอง  กับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง  หรือหาเรื่องใส่ตนเอง  ให้เดือดเนื้อร้อนใจ  ถามว่าใครทำ  ก็เพราะทำตนเองจนกลายเป็นเรื่องเป็นราว  ต้องรู้ตนเองว่า  เดือนไหนทำได้หรือไม่ได้  ถ้าเดือนไม่ดีนิ่งเสียทุกอย่างก็จบ  อีกทั้งเป็นคนที่ไม่ยอมคน  พูดจาอะไรตรงเกินไป  ให้หลีกเลี่ยงบ้าง   และอาจจะผิดแต่เมื่อไม่ยอมคนใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง  ก็ไม่ยอมรับผิด  ถึงแม้นจะเป็นคนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่น  แต่ก็ไม่ควรแล้ว  ให้ตัวเองต้องเดือดร้อน  

“ซินแสเข่ง”  กล่าว  คุณสุทธิพงศ์  เป็นคนที่มีเสน่ห์ต่อเพศตรงกันข้าม  ผู้หญิงอยู่ใกล้ก็มักมีความชื่นชอบและพอใจ  เป็นนักร้องเสียงดี  เป็นที่ชื่นชอบ  ที่นิยมถึงแม้นช่วงหลังจะมีเรื่องของการเมืองเข้ามาปะปนอยู่บ้าง  แต่เพราะการกระทำของตนเอง  หากทำสิ่งใดก็แล้วแต่ให้ปล่อยวางลงบ้าง  ไม่นำเอาเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องมาทำให้ตนเองต้องเดือดร้อน  และหากอยู่ในช่วงจังหวะเดือนปีที่ไม่ดี  ก็ยิ่งไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง  เพราะจะทำให้เข้าตัวเองมากกว่า

 "ซินแสเข่ง"ผ่าดวงวิกฤติ "สุทธิพงศ์" ดวงตก โดนคดีหนัก หาเรื่องใส่ตัวเอง

เพื่อนอานันท์ ผนึก “นกเขา” ธง ‘นายกคนนอก’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466922

เพื่อนอานันท์ ผนึก “นกเขา”ธง ‘นายกคนนอก’

15 พฤษภาคม 2564 – 14:14 น.

ธงผู้นำ “คนนอก” มาอีกแล้ว “ทนายนกเขา” นำทีม “เพื่อนอานันท์” ขย่มรัฐบาลประยุทธ์ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

สถานการณ์การเมืองเรื่องโควิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตกเป็นฝ่ายตั้งรับ อันเนื่องมาจากการบริหารจัดการในภาวะวิกฤต ไม่ทันต่อการระบาดของโควิด ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก และผู้เสียชีวิตรายวัน 
    พรรคร่วมฝ่ายค้านส่งเสียงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็เป็นเรื่องปกติ 
    จู่ๆ มี “กลุ่มประชาชนคนไทย” (ปท.) ได้นัดแถลงข่าว “ขอให้รัฐบาลเสียสละลาออก” ซึ่งดูใบหน้าของตัวละครที่โผล่ออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ ล้วนแต่เป็น “กองเชียร์บิ๊กตู่” จึงสร้างความแปลกประหลาดใจให้แก่ผู้คนพอสมควร

 เพื่อนอานันท์ ผนึก "นกเขา"ธง 'นายกคนนอก'

กลุ่มประชาชนคนไทย ไม่เอาประยุทธ์

    บ่ายสองโมง วันที่ 15 พ.ค.2564 “ทนายนกเขา” นิติธร ล้ำเหลือ ,ปรีดา เตียสุวรรณ์ ,ศิริชัย ไม้งาม และพิชิต ไชยมงคล ในนามกลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) ได้เปิดใจแถลงว่า พวกเขาไม่ได้ฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ขอเรียกร้องให้รัฐบาลประยุทธ์ เสียสละลาออก เพื่อเปิดทางให้มี “รัฐบาลแห่งชาติ” แก้ไขวิกฤตการณ์บ้านเมือง
    จะว่าไปแล้ว แนวคิดรัฐบาลแห่งชาติ ได้มีการจุดพลุมาแต่ปีที่แล้ว เมื่อ อาทิตย์ อุไรรัตน์ ได้เสนอให้นายกรัฐมนตรี เสียสละลาออก และให้สภาฯ เลือกนายกรัฐมนตรีจาก “คนนอก” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรค 2 จัดตั้งรัฐบาลมืออาชีพ ไม่มีโควตาพรรค เพื่อสมานฉันท์ปฏิรูปประเทศ กอบกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก้าวสู่ระบอบสังคมธรรมาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ภายใน 2 ปี
    ก่อนหน้าการแถลงข่าวของกลุ่มทนายนกเขา ก็มีปฏิกิริยาออกมาจาก สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. ได้โพสต์เฟซบุ๊ค Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) “ขอเป็นกำลังใจให้ ลุงตู่ทุ่มเททำงานต่อไป นำประเทศผ่าวิกฤตินี้ให้จงได้” 
    อ่านใต้บรรทัดของสุเทพ ชัดเจนว่า ไม่หนุนแนวคิดรัฐบาลแห่งชาติ และนายกรัฐมนตรี ที่มาจาก “คนนอก” 

 เพื่อนอานันท์ ผนึก "นกเขา"ธง 'นายกคนนอก'

ปรีดา เตียสุวรรณ์

++
คปท.ไม่ใช่ กปปส.
++
    ช่วงปี 2556-2557 มีการชุมนุมประชาชนขับไล่นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยเวทีการชุมนุมหลักอยู่ 3 แห่งคือ เวที กปปส. , เวที คปท. และเวทีสันติอโศก
    “ทนายนกเขา” นิติธร ล้ำเหลือ มีชื่อเสียงในการเคลื่อนไหวมวลชนบนท้องถนน ในนาม “เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย” (คปท.) ร่วมกับ อุทัย ยอดมณี อดีตนายกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง

 เพื่อนอานันท์ ผนึก "นกเขา"ธง 'นายกคนนอก'

ทนายนกเขา 
    นิติธร จบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตั้งสำนักงานกฎหมาย KAT มีชื่อเสียงจากคดีฟ้องร้องต่อศาลปกครอง คดีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย, คดีแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา กรณีเสนอปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกขัดต่อรัฐธรรมนูญ และคดีการเมืองอื่นๆ     
    แม้ คปท. จะเป็นแนวร่วม กปปส. แต่ “ทนายนกเขา” ก็มีความคิดและจุดยืนเป็นของตัวเอง นอกจากนี้ ยังมีเครือข่ายความสัมพันธ์กับ “คนเดือนพฤษภา 35” ไม่ว่าจะเป็น ศิริชัย ไม้งาม, รสนา โตสิตระกูล, สุริยะใส กตะศิลา ฯลฯ
    ปี 2562 อุทัย ยอดมณี อดีตแกนนำ คปท. ไปร่วมสร้างพรรครวมพลังประชาชาติไทย แต่ “ทนายนกเขา” ก็ยังเป็นผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองอยู่วงนอก
    ปลายปี 2563 ทนายนกเขา และพิชิต ไชยมงคล ปรากฏตัวในนามกลุ่มประชาชนคนไทย ไปเคลื่อนไหวที่ด้านหน้าสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือชี้แจงสถานการณ์การเมืองไทย อันมีการจาบจ้วงล่วงมะเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ 
    ถ้าจำกันได้ อุดมการณ์ของ คปท. ก็คือการปฏิรูปการเมือง และการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ 
    ระหว่างการชุมนุมไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้มี “อดีตหน่วยซีล” เข้ามาเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยให้ คปท. เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับอะไร 

++
เพื่อนอานันท์คัมแบ็ก
++
    ก่อนหน้าวันที่ 4 เม.ย.2564 ที่มีการนัดหมายชุมนุม “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” ที่ “อนุสรณ์พฤษภาประชาธรรรม” ถ.ราชดำเนิน ภายใต้  รหัส 4 4 4 ประยุทธ์ออกไป
    “อดุลย์ เขียวบริบูรณ์” ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ได้ออกข่าวว่า พิภพ ธงไชย และปรีดา เตียสุวรรณ์ จะมาขึ้นเวทีด้วย 
    ถึงวันจริง ก็มีแต่กลุ่มแกนนำ นปช. ของ จตุพร พรหมพันธุ์ ที่มาร่วมไฮด์ปาร์ก โดยปีกคนเสื้อเหลือง ก็มีแต่ การุณ ใสงาม, ไทกร พลสุวรรณ ,สมบูรณ์ ทองบุราณ และวีระ สมความคิด
    สมัยที่ “อดุลย์” ก่อรูป “สภาที่ 3” กลางปี 2563 ได้มีการจัดเวทีสาธารณะสภาที่ 3 (The Third Council Speak) ทั้ง ปรีดา เตียสุวรรณ์ และพิภพ ธงไชย ก็ได้ร่วมเวทีสภาที่ 3 อยู่หลายหน
    กลุ่มเพื่อนอานันท์ เป็นผลพวงจากเหตุการณ์พฤษภาคม 35 ที่ได้เกิดปรากฏการณ์ “ประชาธิปไตยชนชั้นกลาง” และเป็นแรงบันดาลใจให้ “ประสาร มฤคพิทักษ์” จัดตั้งชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย
    ระหว่างการขับเคลื่อนชูธงแก้รัฐธรรมนูญ 2534 ประสารได้ก่อการตั้งกลุ่มเพื่อนอานันท์ โดยมี อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย เป็นแกนกลาง
    ผ่านม็อบสีเสื้อมาหลายยุค สมาชิกกลุ่มเพื่อนอานันท์ ก็ยังมีการนัดพบกันอยู่เป็นประจำ ไม่พบกันที่บ้านปรีดา ก็ร้านอาหารของอดุลย์ เขียวบริบูรณ์
    แนวคิด “นายกคนนอก” และ “รัฐบาลแห่งชาติ” มีการถกกันในวง “เพื่อนอานันท์” และ “คนรุ่นพฤษภา 35” มาหลายรอบแล้ว 

โทนี่แรง ‘เฮียล้าน’ จอมทอง ทิ้งพิธาซบเพื่อไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466857

โทนี่แรง’เฮียล้าน’จอมทอง ทิ้งพิธาซบเพื่อไทย

 โทนี่แรง'เฮียล้าน'จอมทอง ทิ้งพิธาซบเพื่อไทย14 พฤษภาคม 2564 – 18:17 น.

ท้องถิ่นเดือด “เฮียล้าน” บ้านใหญ่จอมทอง ทิ้ง “พิธา” ซบอก “โทนี่”

ท่าทาง “โทนี่” จะกลับครองใจคนกรุงอีกหน วันนี้(14 พ.ค.2564) “เฮียล้าน” สุทธิชัย วีรกุลสุนทร อดีต ส.ก.เขตจอมทอง 5 สมัย และอดีตประธานสภา กทม. เปิดตัวในสีเสื้อพรรคเพื่อไทย 
    คนแถวจอมทองรู้จัก “เฮียล้าน” นักการเมืองท้องถิ่น สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ มากว่า 20 ปี โดยปั้นภรรยา “เจ๊นัน” นันทพร วีรกุลสุนทร เป็น ส.ก.เขตจอมทอง คู่กัน ก่อนที่เจ๊นันจะขยับไปลงสมัคร ส.ส. และได้เป็น ส.ส.กทม. เขตจอมทอง มา 2 สมัย
    ปีที่แล้ว เฮียล้าน สร้างความประหลาดใจให้แก่กองเชียร์ ด้วยการพาลูกสาว และลูกชาย มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล 
    “เฮียล้าน” บ้านใหญ่ “วีรกุลสุนทร” แถลงผ่านแฟนเพจ Wee Team ทีมงานวีรกุลสุนทร ว่า จะทำการเมืองแบบใหม่กับทางพรรคก้าวไกลทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น
    เวลานั้น เฮียล้าน วางแผนจะลงสมัคร ส.ส.แทน “เจ๊นัน” และ “ลิ้ม” ศรัณสัณฑ์ วีรกุลสุนทร ลูกชายลงสมัคร สก.เขตจอมทอง ส่วน “เจ๊นัน” ยังไม่ลาออกจาก ปชป. เพราะยังเคารพรักหัวหน้าอภิสิทธิ์อยู่
    จู่ๆ เฮียล้าน ก็เปิดตัวกับพรรคเพื่อไทย โดยแชร์ CARE Talk พลิกฟื้นวิกฤติโควิดกับพี่โทนี่จากแฟนเพจเฟซบุ๊คแคร์ คิดเคลื่อนไทย มาที่เพจ Wee Team ทีมงานวีรกุลสุนทร

 โทนี่แรง'เฮียล้าน'จอมทอง ทิ้งพิธาซบเพื่อไทย

เฮียล้าน ทั้ง ปชป. และก้าวไกล ซบเพื่อไทย

++
บ้านใหญ่จอมทอง
++
    คนแถวถนนเอกชัย-บางบอน ทราบดีว่า วัดสิงห์คือชายขอบของเขตจอมทอง และเป็นจุดเริ่มต้นของบางบอน-บางขุนเทียน ที่มีตระกูล “ม่วงศิริ” เป็นบ้านใหญ่
    ส่วนเขตจอมทอง ก็ต้องยกให้บ้านใหญ่ตระกูล “วีรกุลสุนทร” เพราะเฮียล้าน เล่นการเมืองท้องถิ่นมานาน เป็น ส.ก.เขตจอมทอง 5 สมัย
    ก่อนเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 “เจ๊นัน” นันทพร วีรกุลสุนทร มีปัญหาทางใจกับคณะกรรมการบริหารพรรค ปชป. เตรียมจะย้ายไปพรรคภูมิใจไทย แต่นาทีสุดท้าย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (หัวหน้าพรรคสมัยนั้น) ได้โทรศัพท์พูดคุย ทำให้เจ๊นันมั่นใจว่า จะได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเดิม จึงตัดสินใจอยู่กับ ปชป.ต่อไป 

 โทนี่แรง'เฮียล้าน'จอมทอง ทิ้งพิธาซบเพื่อไทย

นันทพร วีรกุลสุนทร ยังอยู่ ปชป.

    ผลเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ทำเอาตระกูล “วีรกุลสุนทร” ถึงกับช็อก เพราะพ่ายแพ้แก่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 
    เขต 23 เขตจอมทอง และ เขตธนบุรี (เฉพาะแขวงดาวคะนอง แขวงบุคคโล และแขวงสาเหร่) ปรากฏว่า โชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี พรรคอนาคตใหม่(เวลานั้น) ได้ 27,651 คะแนน ตามมาด้วย ทิพานัน ศิริชนะ พรรคพลังประชารัฐ ได้ 26,015 คะแนน ส่วน “เจ๊นัน” อดีต ส.ส.กทม. 2 สมัย ได้แค่ 1.7 หมื่นคะแนน    

“ส.ส.อ๋า” โชติพิพัฒน์ เตชะโสภณ ส.ส.หน้าใหม่ ของเขต 23 กทม. เล่นการเมืองท้องถิ่นมานานแล้ว โดยเป็น ส.ข.แถวเขตธนบุรี 
    หลังพรรคอนาคตใหม่ ถูกยุบ “ส.ส.อ๋า” ก็ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย “ผมไม่ใช่งูเห่า เพราะการยุบพรรคเปรียบเสมือนการล้างไพ่”
    ว่ากันว่า ส.ส.อ๋า ไม่กินเส้นกับพิธา จึงโบกมือลา แต่ ส.ส.อ๋า ถือได้ว่าเป็นคนทำงานพื้นที่ตัวจริงคนหนึ่ง สมกับเคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่นมาก่อน
    พิธารู้สึกโกรธ ส.ส.อ๋า จึงจับมือเฮียล้าน ที่ทิ้งค่าย ปชป. มาอยู่ค่ายก้าวไกล โดยหวังว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า จะต้องล้ม ส.ส.อ๋าให้ได้
    ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น เฮียล้านเปลี่ยนใจมาสวมเสื้อพรรคเพื่อไทย สมกับคำกล่าวที่ว่า การเมืองไม่มีอะไรที่แน่นอน เฮียล้านอยู่กับ ปชป.มา 20 ปี ยังย้ายมาอยู่ก้าวไกลได้
    ด้วยหวังที่จะดันลูกชาย “ลิ้ม” ศรัณสัณฑ์ วีรกุลสุนทร เป็น ส.ก.เขตจอมทอง ให้ได้ เฮียล้านจึงหันมาพึ่งกระแส “พี่โทนี่” ที่กำลังมาแรงในยุคโควิด

กลุ่ม “3 พ.” ปะทะ “สุดารัตน์” ศึก ส.ก.เมืองหลวง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466822

กลุ่ม “3 พ.” ปะทะ “สุดารัตน์” ศึก ส.ก.เมืองหลวง 

14 พฤษภาคม 2564 – 12:48 น.

น้องใหม่ไม่ธรรมดา “สุดารัตน์” ปูพรมเปิดตัว “ไทยสร้างไทย” ค่าย “3 พ.” ได้หนาวกันบ้าง

++
หากปรายตาอ่านคอลัมน์วิเคราะห์การเมืองของสำนักข่าวใหญ่ๆ เริ่มปรากฏชื่อ “กลุ่ม 3 พ.” ได้รับการโจษขานมากขึ้นเรื่อยๆ หลังทีมงานท้องถิ่น กทม.ของพรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่ช่วงโควิดระบาด

กลุ่ม "3 พ." ปะทะ "สุดารัตน์" ศึก ส.ก.เมืองหลวง 

คุณหญิงสุดารัตน์ เดินเท้าเข้าชุมชน

3 พ.ที่ว่านี้ หมายถึง พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล มือทำงานของโทนี่ , พวงเพ็ชร ชุณละเอียด ว่าที่เจ้าแม่เมืองกรุงคนใหม่ และ พิชัย นริพทะพันธ์ คนกระเป๋าหนัก

พ.พงษศักดิ์ คุมโซน 1 เขตพระนคร, ป้อมปราบศัตรูพ่าย ,สัมพันธวงศ์, ดุสิต, ปทุมวัน ,บางรัก ,สาทร ,บางคอแหลม ,ยานนาวา ,คลองเตย และวัฒนา 

พ.พวงเพ็ชร คุมโซน 2  เขตดินแดง, ห้วยขวาง, พญาไท, ราชเทวี, จตุจักร, บางซื่อ, หลักสี่ ,จตุจักร, ลาดพร้าว, และวังทองหลาง 

พ.พิชัย คุมโซน 4 เขตคลองสามวา, หนองจอก, ลาดกระบัง ,สะพานสูง, ประเวศ, สวนหลวง ,บางนา และพระโขนง 

ว่ากันตามจริง คนที่เป็นแม่ทัพตัวจริง ก็น่าจะเป็น “พ.เพ้ง” คนเดียวนั่นแหละ เพราะมีทุน มีเครือข่าย และมีความไว้เนื้อใจจาก “นายใหญ่-นายหญิง”

เมื่อเอ่ยถึง “3 พ.” คนมักไปเปรียบเทียบกับ “1 ส.” ผู้ดูแลพื้นเมืองหลวงให้พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ซึ่งวันนี้ “1 ส.” กำลังปั้นพรรคไทยสร้างไทย หรือพรรคสร้างไทย 

กลุ่ม "3 พ." ปะทะ "สุดารัตน์" ศึก ส.ก.เมืองหลวง 

ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. ทีมไทยสร้างไทย

++
โหมโรง
++
ดังที่ทราบกัน โควิดระบาดรอบใหม่ ทำให้ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ต้องปรับแผนการเปิดตัวพรรคไทยสร้างไทย จากเดิมทีจะถือเอาฤกษ์วันเกิด 1 พ.ค. จัดกิจกรรมทำบุญวันเกิดครบรอบ 60 ปี เชื้อเชิญเพื่อนพ้องน้องพี่มาร่วมงาน ก็เปลี่ยนเป็นทำบุญภายในครอบครัว    

“ในโอกาสของการก้าวผ่านปีที่ 29 สู่ปีที่ 30 ในชีวิตทางการเมือง หน่อยตั้งใจจะทำภารกิจสำคัญครั้งสุดท้ายในชีวิตทางการเมือง คือการปูทางเพื่อสร้างประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม..”
นี่เป็นสาส์นที่ “คุณหญิงสุดารัตน์” ส่งไปถึงประชาชน เสมือนเป็นการเปิดตัวพรรคไทยสร้างไทย ไปโดยปริยาย    

จังหวะที่กรุงเทพมหานคร กลายเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ของโควิดระลอกใหม่ “คุณหญิงหน่อย” จึงส่งทีมไทยสร้างไทย ลงพื้นที่ “เดินเท้าเข้าชุมชน” ไปช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด 


หัวหน้าค่าย 3 พ.

++
ทีมงานคนหน้าเดิม
++
ทีมไทยสร้างไทย ชุดแรกที่เปิดตัวทำกิจกรรม “เดินเท้าเข้าชุมชน” เท่าที่ตรวจสอบผ่านโซเชียลมีเดีย พบว่า คนเหล่านั้นเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส. และอดีต ส.ก. ค่ายเพื่อไทย

อย่างเขตจอมทอง ธวัชชัย ทองสิมา อดีตผู้อำนวยการองค์การสัมพันธ์และกิจกรรมสังคม รพ.นครธน ซึ่งการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ลงสนามเขตจอมทอง ในสีเสื้อเพื่อไทย

เขตราษฎร์บูรณะ ไสว โชติกะสุภา อดีต ส.ก. 3 สมัย ค่ายประชาธิปัตย์ แต่การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่แล้ว ไสวลงสนามในสีเสื้อภูมิใจไทย 

เขตจตุจักร ประพนธ์ เนตรรังษี อดีต ส.ก. 3 สมัย ค่ายเพื่อไทย และเคยลงสมัคร ส.ส.กทม.เขตพญาไท ราชเทวี จตุจักร เมื่อปี 2562 มาแล้ว

เขตลาดพร้าว บุณฑริกา ประสงค์ดี อดีต สก. 2 สมัย เเละอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. ค่ายเพื่อไทย

ส.ก.บุณฑริกา อยู่กับคุณหญิงหน่อย ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย จึงไม่แปลกที่วันแรกของการเดินเท้าเข้าชุมชุม ว่าที่หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย จึงเลือกพื้นที่ลาดพร้าวเป็นจุดเริ่มต้น

เขตบางกะปิ ประเสริฐ ทองนุ่น อดีต ส.ก. ค่ายประชาธิปัตย์ ที่เพิ่งย้ายมาอยู่พรรคเพื่อไทย สมัยที่คุณหญิงหน่อย เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคฯ เมื่อคุณหญิงออกจากเพื่อไทย มาปั้นไทยสร้างไทย ส.ก.ประเสริฐ ก็ตามมาด้วย

เขตบางพลัด ศีลธรรม พัชรประกาย อดีตประธานสภาเขตบางพลัด และว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางพลัด ทีมไทยสร้างไทย
เขตบางกอกน้อย วีรยุทธ ว่องศิริพร (เอ นครหลวง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางกอกน้อย ทีมไทยสร้างไทย

สำหรับ “ศีลธรรม-วีรยุทธ” นั้น ได้เปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ในนามเพื่อไทยมานานแล้ว พลันที่คุณหญิงหน่อยแยกตัวออกมาตั้งพรรคเอง พวกเขาก็ตามมาด้วย
เพียงแค่ขยับก้าวแรก ทีมไทยสร้างไทยก็มีความคักคักไม่น้อย ต้องรอดูไปสักระยะ คงมีการเปิดตัวว่าที่ ผู้สมัคร ส.ก.เพิ่มขึ้นอีกหลายเขต

วิกฤตโควิด สามเหลี่ยมทองคำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466761

วิกฤตโควิด สามเหลี่ยมทองคำ

13 พฤษภาคม 2564 – 19:40 น.

ลาวยังหนัก โควิดระบาดทั่วประเทศ แหล่งบันเทิง “สามเหลี่ยมทองคำ” ผู้ติดเชื้อสูง 

++
 ภาพรวมของสถานการณ์โควิดใน สปป.ลาว จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ ยังไม่ลดลง ข้อมูลวันที่ 13 พ.ค.2564 มียอดรวมผู้ติดเชื้อโควิดสะสม 1,482 คน โดยแยกเป็นนครหลวงเวียงจันทน์ 774 คน รองลงไปได้แก่แขวงบ่อแก้ว 353 คน และแขวงจำปาสัก 221 คน

ที่น่าสนใจคือ แขวงบ่อแก้ว ที่มีพรมแดนติดกับไทย และเมียนมา กลายเป็นแขวงที่มีผู้ติดเชื้อโควิดสูงมาก ซึ่งตัวเมืองต้นผึ้ง มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงที่สุดในแขวงบ่อแก้ว

เมืองต้นผึ้ง เป็นที่ตั้งของ “เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ” มีด่านสากล 2 แห่ง และมีช่องทางธรรมชาติตามแนวลำน้ำโขง ที่กั้นพรมแดนลาว-ไทย และลาว-เมียนมา 

แม้ช่วงโควิดระบาด แขวงบ่อแก้วได้สั่งเมืองต้นผึ้ง ปิดเส้นทางเข้า-ออกเมือง รวมถึงการปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ แต่ก็ยังมีการลักลอบข้ามพรมแดน ทั้งคนลาว จีน ไทยและเมียนมา

วิกฤตโควิด สามเหลี่ยมทองคำ

          เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ออกคำสั่งเข้มคุมโควิด

วิกฤตโควิด สามเหลี่ยมทองคำ

                                แหล่งบันเทิงสามเหลี่ยมทองคำ

สถานกาสิโน และแหล่งบันเทิงในสามเหลี่ยมทองคำ ได้ปิดชั่วคราว แต่แหล่งบันเทิงแถวท่าขี้เหล็ก ยังมีการเปิดบริการ ทำให้มีการลักลอบข้ามแดน และมีคนนำเชื้อโควิดเข้ามาแพร่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ

เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2564 คณะคุ้มครองเขตเศรษฐกิจ แขวงบ่อแก้ว ขอแจ้งมายังกลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำ, บริษัทบันเทิงดอกงิ้วคำ ,บริษัทรับเหมาก่อสร้างสนามบิน บรรดานักธุรกิจที่อยู่ภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ให้เข้มงวดการสวมหน้ากากอนามัย และห้ามจัดกิจกรรมชุมนุม

เฉพาะกลุ่มแรงงาน ในโครงการก่อสร้างสนามบินนานาชาติ ให้อยู่แต่ภายในแคมป์คนงาน ห้ามเดินทางออกนอกแคมป์ และห้ามไม่ให้ไปพัวพันกับประชาชนที่อยู่รอบโครงการก่อสร้าง

อนึ่ง วันที่ 12 พ.ค.2564 คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากจีน ได้เดินทางมาถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อถ่ายทอดบทเรียนการรักษาผู้ป่วยโควิด ให้คณะแพทย์ของเขตเศรษฐกิจฯ และชี้แนะแนวทางป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด

วิกฤตโควิด สามเหลี่ยมทองคำ
วิกฤตโควิด สามเหลี่ยมทองคำ

                 คณะแพทย์จีน เดินทางมาถึงสามเหลี่ยมทองคำ

ไร้ “พรรค” มีพวก “ชัชชาติ-ส.ก.เพื่อไทย” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466716

ไร้ “พรรค” มีพวก “ชัชชาติ-ส.ก.เพื่อไทย”

13 พฤษภาคม 2564 – 14:39 น.

2 บิ๊กตำรวจใหญ่งัดกันเอง จึงเป็นโอกาสของ “ชัชชาติ” แถมเพื่อไทย ส่ง ส.ก.ครบทุกเขต คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ยังไม่รู้ว่า ศึกชิงเมืองหลวงจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ก็มีข่าว “จักรทิพย์ ส.ธรรมนัส” แซะ “บิ๊กวิน อ.ขวัญเมือง” ทำเอากองเชียร์ 2 ฝ่ายเฮโลสาระพา สาดสีกันสนุกสนาน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “จักรทิพย์-ชัชชาติ” พรรคอำพราง


เปิดรับเพื่อนชัชชาติ

สืบเนื่องจากแฟนเพจเฟซบุ๊ก “จักรทิพย์คนทำงาน” ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา มีการนำภาพโฆษณาแสดงผลงานของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ที่ติดอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ พร้อมระบุข้อความว่า “เป็นผม ผมไม่ทำ”    

หลังจากนั้น มีคนมาเมนท์มากมาย และบางคนสวน “บิ๊กแป๊ะ” ว่า กรณีไปแจกของชาวบ้าน เงินของใคร แถมถ่ายภาพออกสื่อ ร้อนถึงบิ๊กแป๊ะ ต้องชี้แจงว่า “โครงการรับอาหารฟรี ผมและเพื่อนพ้องได้รวบรวมน้ำใจด้วยจุดประสงค์ที่อยากจะช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน โดยเป็นการมอบเงินที่รวบรวมได้ให้กับผู้การทุกจังหวัด และทางจังหวัดสามารถนำไปบริหารจัดการเอง โปร่งใส ตรวจสอบได้”    

เป็นครั้งแรกที่ “บิ๊กแป๊ะ” ออกอาการสไตล์นักการเมือง จึงทำให้ข่าวลือที่ “จักรทิพย์-อัศวิน” เจรจากันไม่ลงตัว กรณีที่จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในครั้งต่อไป     

ทั้ง “บิ๊กแป๊ะ” กับ “บิ๊กวิน” ล้วนมีกองหนุนจากเครือข่ายซีกฝ่ายรัฐบาลประยุทธ์ ถ้าต่างฝ่ายต่างไม่ยอมถอย แข่งกันเอง “ชัชชาติ” ย่อมได้อานิสงส์ไปเต็มๆ


ชัชชาติ ลุยคลองเตย

++
เพื่อนชัชชาติ
++
ปลายเดือน เม.ย.2564 ไม่รู้ใครปล่อยข่าว สื่อบางสำนักเสนอข่าวว่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะถอนตัวไม่ลงรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และจะกลับไปทำงานกับพรรคเพื่อไทย       

“ชัชชาติ” ต้องออกมาปฏิเสธข่าวจะถอนตัว โดยตัวเขายืนยันว่า ยังคงตั้งใจที่จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.เช่นเดิม และตัวเขาเป็นอีกหนึ่งตัวเต็งในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งที่จะถึงนี้     

ล่าสุด “ชัชชาติ” ประกาศรับอาสาสมัครในนาม “เพื่อนชัชชาติ” โดยแจ้งข่าวว่า “ผมเชื่อในพลังของพวกเราทุกคน ผมเชื่อว่าเราทุกคนสามารถร่วมมือกันหาทางออกและลงมือทำเพื่อทำให้กรุงเทพฯของเราดีขึ้นได้  มาเป็นส่วนหนึ่งของอาสาสมัคร ”เพื่อนชัชชาติ” ที่จะช่วยกันทำให้กรุงเทพฯเป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน…”    

กลยุทธ์ “เพื่อนชัชชาติ” นั้น เป็นไปตามยุทธศาสตร์ “ไม่สังกัดพรรค” จึงเปิดกว้างสำหรับคนกรุง ไม่มีสี ไม่มีพรรค ซึ่งพฤติกรรมเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ของคนกรุง ก็เคยเลือกผู้สมัครอิสระแบบ “มหาจำลอง” หรือ “ดร.โจ” มาแล้ว     

เหนืออื่นใด พรรคเพื่อไทย ไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แต่เตรียมผู้สมัคร ส.ก. ไว้ครบทุกเขต และเริ่มการหาเสียงแล้ว 

ไร้ "พรรค" มีพวก "ชัชชาติ-ส.ก.เพื่อไทย"

ทีม ส.ก.เพื่อไทย

++
ส.ก.พร้อมรบ
++
อีกด้านหนึ่ง พรรคเพื่อไทย แต่งตั้งคณะกรรมการประสานพื้นที่เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ เฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ แบ่งเป็น 6 โซน ช่วงโควิดระบาด ทางพรรคได้จัดทีมงานช่วยเหลือประชาชน พ่วงด้วยการเปิดตัว “ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร”    

จากการสำรวจตรวจสอบผ่านโซเชียลของพรรค ก็เห็นปรากฏการณ์ “นักการเมืองรุ่นใหม่” ของเพื่อไทย ลงสนามกันเพียบ
บดินทร์ วัชโรบล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เขตพระนคร ซึ่งเป็นน้องชายของ ลีลาวดี วัชโรบล อดีต ส.ส.กทม.
เมธา ขำโสภา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ทีมงานของอดีต ส.ส.ลีลาวดี
ณพลเดช มณีลังกา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตสัมพันธวงศ์ อดีตผู้ก่อตั้งพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทย (สายธรรมกาย)

ใจพิชญ์  สุขุมมาลจันทร์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตปทุมวัน ซึ่งเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ
ทัดดาว ตั้งตรงเจริญ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตราชเทวี เพิ่งลาออกจากพรรคก้าวไกล มาสมัครพรรคเพื่อไทย
สมพร อิทธิภูวกุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตลาดพร้าว
อนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตวังทองหลาง เคยอยู่พรรคเพื่อไทย ย้ายไปพรรคก้าวไกล แล้วย้ายกลับเพื่อไทยอีกรอบ

มธุรส เบนท์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตสะพานสูง ก็เหมือนอนุรักษ์ เคยย้ายไปอยู่ก้าวไกล
พงศกร รัตนเรืองวัฒนา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางกะปิ
ประพฤทธ์ หาญกิจจะกุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตห้วยขวาง
กิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตทุ่งครุ
ชัชนภ นักสอน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางกอกน้อย
พรพิมล สูญญาจารย์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตทวีวัฒนา
ทิพจุฑา บุนนาค ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางพลัด
วันชัย ชัยณรงค์โลกา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางกอกใหญ่
ชาติชาย ปัตตะพงศ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตราษฎร์บูรณะ 
สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตลาดกระบัง
ปิยะวรรณ จระกา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตสวนหลวง    

ทั้งหมดนี้ กว่าร้อยละ 90 เป็นคนหน้าใหม่ ไม่เคยลงสนามมาก่อน แสดงว่า อดีต ส.ก. หรือผู้สมัคร ส.ก.พรรคเพื่อไทย ยุค “คุณหญิงหน่อย” นั้น ฝ่าย “เฮียเพ้ง” ไม่เอาเลย

เอาไงดี..รัฐมนตรีพร้อม แต่ครูไม่พร้อม ครูก็มีปอด ติดโควิดได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466673

เอาไงดี..รัฐมนตรีพร้อม แต่ครูไม่พร้อม ครูก็มีปอด ติดโควิดได้

13 พฤษภาคม 2564 – 08:44 น.

เอายังไงดีเมื่อครูไม่พร้อม ลาออกดีมั๊ย.. กับบทวิเคราะห์ รัฐมนตรีพร้อม แต่ครูไม่พร้อม ครูก็มีปอด ติดโควิดได้… โดย… ชัยวัฒน์ ปานนิล

เอายังไงดี ลาออกดีไหมเมื่อครูไม่พร้อม 

จากการเรียนการสอนปกติสู่ออนไลน์ จากออนไลน์สู่ติวเตอร์ กระทรวงศึกษาธิการ สนับสนุนครูอย่างไร ในช่วงของการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมาครูต่อสู่กับโควิดอย่างเดียวดาย ไร้การตอบแทน ไร้การดูแล มีแต่คำสั่ง ไม่มีวิธีการ กับระยะเวลา 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…
“ครูพร้อม” คืออะไร ทำไมถึงมีบทบาทในช่วงโควิดระบาด

ไม่มีที่ไหนในโลกเขาทำกัน “รมว.ศธ.” ดึงติวเตอร์มาอบรมครู

จากผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสู่ยุคของติวเตอร์สอนครู ในช่วงเวลาการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2563 เต็มปี ย่างเข้าสู่ปีที่ 2 ในปีการศึกษา 2564 แนวทางและวิธีการปฏิบัติในการแก้ไขปัญหายังคงวนเวียนอยู่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นการจัดการเรียนการสอน การจัดสรรงบประมาณ และวิธีการปฏิบัติ ยังคงเน้นคำว่า “ให้เป็นไปตามดุลพินิจของผู้อำนวยการโรงเรียน” ซึ่งขอย้ำว่าไม่เคยใช้ดุลพินิจ

เริ่มจากปีการศึกษา 2563 มีการทดลองจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์อย่างยิ่งใหญ่  มีการประกาศว่า จะจัดหาอุปกรณ์และสนับสนุนสิ่งต่างๆ มากมาย สุดท้ายผ่านไป 1 ปี ไม่มีอะไรตกถึงโรงเรียน ขอคำตอบกับคำถามง่ายๆ ว่า มีผู้ปกครองหรือโรงเรียนไหนได้รับกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลหรือทีวี บ้างหรือไม่ มีแต่ครูที่หอบใบงานฝ่าโควิดไปแจกถึงบ้าน จนนำมาซึ่งคำว่า “ครูไม่มีปอด” เรียนบ้างๆ หยุดบ้างก็ผ่านกันไป 1 ปี

เข้าสู่ช่วงปลายปีการศึกษา มีการยกเลิกการนำเอาผลการประเมินระดับชาติ O net มาใช้ในการประเมินผลการเรียนและการประเมินความผลการปฏิบัติงานของครู โดยบอกว่าการสอบ O net เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลนักเรียนจะสอบหรือไม่ก็ได้  ท่านเคยย้อนกลับไปติดตามคำสั่งของท่านหรือไม่ว่ามีนักเรียนกี่คนที่ไม่สอบ O net ถ้าเดาไม่ผิดปีที่ผ่านมานักเรียนน่าจะเข้าสอบ 100 % แถมหลังการประกาศผลสอบโรงเรียนต่างๆ ก็ยังคงนำผลคะแนนและรูปนักเรียนมาติดเต็มหน้าโรงเรียนเหมือนเดิม

เหตุการณ์เปลี่ยนไปอย่างไม่คาดคิด ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านใหม่ หลังรับตำแหน่งท่านก็กักตัว มาเริ่มทำงานในช่วงที่จะเปิดภาคเรียน ด้วยความเป็นห่วงว่า ข้าราชการครูจะไม่พร้อม ท่านนำเอาบรรดาติวเตอร์เก่งๆ ทั่วฟ้าเมืองไทย มาจัดกิจกรรมติวให้กับคุณครูก่อนเปิดภาคเรียน และประกาศอย่างเข็มแข็ง เสียงดังๆ ว่า “ครูพร้อม” ท่านบอกในตอนต้นว่าให้แต่ละโรงเรียนจัดกิจกรรมตามความพร้อมและบริบทของแต่ละพื้นที่ ไม่ต้องรายงาน ไม่ต้องบันทึก แต่ท่านหารู้ไม่ว่า เมื่อถึงระดับปฏิบัติมาเต็มครับ ทั้งรูปถ่าย เอกสาร รูปเล่มรายงาน เผลอๆ ผู้บริหารโรงเรียนกำชับให้อบรมให้ครบทุกหลักสูตรด้วยซ้ำ

เอาเป็นว่า ความพร้อมของ รัฐมนตรี ความพร้อมของปลัดกระทรวง ความพร้อมของเลขา สพฐ. ความพร้อมของ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ความพร้อมของผู้อำนวยการโรงเรียน ความพร้อมของครูผู้สอน และความพร้อมของนักเรียนกับผู้ปกครอง ไม่เหมือนกัน ส่วนหนึ่งในวันนี้ครูส่วนใหญ่อยากตะโกนดังๆ ว่า “ครูไม่พร้อม” โดยเฉพาะครูที่สูงอายุ มีโรคประจำตัว  ครูที่ต้องเดินทางไกล และอีกหลายปัจจัยที่ยังไม่พร้อม อย่าให้ถึงเวลาที่ครูเหล่านั้น ท้อแท้ หมดกำลังใจ ท่านอาจจะเห็นช่วงเวลาที่ครูหลายๆ คน ตัดสินใจลาออกจากราชการเพื่อรักษาชีวิตก็เป็นได้

ตามรอย ‘เช’ นางงามพม่าเข้าป่าจับปืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466643

ตามรอย ‘เช’นางงามพม่าเข้าป่าจับปืน

12 พฤษภาคม 2564 – 19:09 น.

ตาต่อตา ฟันต่อฟัน นางงามพม่าตัดสินใจเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยอาวุธ เพราะศรัทธา “เชกูวาร่า”

ปลายเดือน เม.ย.2564 สำนักข่าวต่างประเทศ ได้นำเสนอสกู๊ปข่าวการฝึกอาวุธของกลุ่ม United Defense Force (UDF) ประมาณ 250 คน ในนี้เป็นผู้หญิง 20 คน ได้เข้ารับการฝึกอาวุธและยุทธวิธีการรบจากกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ ในรัฐกะเหรี่ยง 

    กลุ่ม United Defense Force (UDF) เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มประท้วงเผด็จการ จากหลายเมืองในสหภาพพม่า ที่มีเป้าหมายเดียวกันคือ ต่อสู้เพื่อประชาชนและโค่นล้มเผด็จการทหาร
    พวกเขาเหล่านี้เดินทางจากเมืองหลวง และหัวเมืองใหญ่ เข้ามารับการฝึกอาวุธในที่มั่นของกองกำลังพิทักษ์กะเหรี่ยงแห่งชาติ (Karen National Defense Organization : KNDO) บริเวณชายแดนพม่า-ไทย ด้านตรงข้าม อ.พบพระ จ.ตาก
    ด้าน พล.ต.เนอดา โบ เมี้ยะ ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์กะเหรี่ยงแห่งชาติ (Karen National Defense Organization : KNDO) ให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติว่า เราฝึกการรบให้กับคนที่ต้องการฝึกและต้องการต่อสู้กับรัฐบาลทหารพม่า และเราเหมือนลงเรือลำเดียวกัน ช่วยเหลือกัน เพื่อความอยู่รอด และต่างก็มีเป้าหมายโค่นล้มรัฐบาลทหาร เพื่อก่อตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยขึ้นมาใหม่

++
สู้บนทางปืน
++
    เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2564 Htar Htet Htet อดีตมิสเมียนมา 2013 และนักแสดงชื่อดัง โพสต์ ภาพตัวเองในชุดนักรบประชาชน พร้อมกับใจความที่ว่า “เธอได้ไปยังดินแดนแห่งการปฏิวัติเป็นเวลา 1 เดือน 11 วันแล้ว…”
    “ถึงเวลาที่ต้องโต้กลับแล้ว ไม่ว่าคุณจะถืออาวุธ ปากกา คีย์บอร์ด หรือบริจาคเงินให้กับขบวนการประชาธิปไตยทุกคนต้องทุ่มเทเพื่อให้การปฏิวัติสำเร็จ” และ “ฉันพร้อมและพร้อมที่จะสละทุกสิ่ง แม้แต่ชีวิตของฉัน”

 ตามรอย 'เช'นางงามพม่าเข้าป่าจับปืน

อดีตมิสเมียนมา ตัดสินใจเข้าป่าจับปืน

    เมื่อ 8 ปีที่แล้ว Htar Htet Htet ครองมงกุฎ Miss Myanmar 2013 และเป็นตัวแทนสาวพม่าเข้าประกวด Miss Grand International 2013 ที่ จ.เชียงใหม่ เธอเข้ารอบ 20 คนสุดท้าย หลังจากนั้น เธอเข้าสู่วงการแสดงและเดินแบบ
    แน่นอน Htar Htet Htet ก็เหมือนคนบันเทิงพม่ากว่าร้อยละ 90 ที่ชื่นชอบออง ซานซูจี และสนับสนุนพรรคเอ็นแอล เธอมีความสุขมากที่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเมื่อ 8 พ.ย.2563
    นับแต่มีการรัฐประหาร Htar Htet Htet ได้ลุกขึ้นมาแสดงจุดยืนคัดค้านเผด็จการทหารพม่าทันที และประกาศสนับสนุนการเดินขบวนประท้วงเผด็จการ
    จากการต่อสู้สองมือเปล่า ผู้ประท้วงถูกยิงเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม ทำให้เธอตัดสินใจเข้าร่วมการฝึกอาวุธพร้อมกับเพื่อน ภายในที่มั่นขององค์กรป้องกันแห่งชาติกะเหรี่ยง ( Karen National Defence Organisation : KNDO)    

 ตามรอย 'เช'นางงามพม่าเข้าป่าจับปืน

ชีวิตในที่มั่นกะเหรี่ยง KNDO 

ระหว่างอยู่ในที่มั่นของ KNDO ริมชายแดนพม่า-ไทย เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2564 Htar Htet Htet ได้โพสต์ถึง “เชกูวาร่า” นักปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่ เธอโพสต์ว่า 
    “การปฏิวัติคือความรัก…เพราะความรักที่ยิ่งใหญ่ เขากลายเป็นนักปฏิวัติ รักสังคม รักความยุติธรรม เพราะความรักของเราที่มีต่อความจริง เขากลายเป็นนักปฏิวัติ”

 ตามรอย 'เช'นางงามพม่าเข้าป่าจับปืน

เธอศรัทธาในตัวเซกูวาร่า 

    เชกูวาร่า เป็นบิดาแห่งสงครามจรยุทธ์ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักต่อสู้รุ่นใหม่มาทุกยุคทุกสมัย
    อดีตนางงามพม่า ผู้รักประชาธิปไตย ก็หวังว่าเรื่องราวของเธอจะเป็นแรงบันดาลใจสำหรับทุกคน ไม่ต้องยกย่องว่าเธอเก่งกล้า เพราะมีคนที่กล้าหาญและเสียสละมากกว่าเธออีกมากมาย