“ตู่-บรรณวิทย์” รวม ‘จอสี’ ไล่ประยุทธ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466608

“ตู่-บรรณวิทย์” รวม ‘จอสี’ ไล่ประยุทธ์

12 พฤษภาคม 2564 – 15:07 น.

จอสีการเมือง “จตุพร” จับมือเครือข่าย “บรรณวิทย์” ไม่เอาประยุทธ์ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
หลายคนอาจประเมินการปราศรัยออนไลน์ “เวทีไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” เป็นแค่รายการ “ตู่ทอล์ค” ไม่มีผลสะเทือนทางการเมืองใดๆ

ไม่ว่าใครจะหยามหยันอย่างไร? นับแต่ปลายเดือน เม.ย.2564 จตุพร พรหมพันธุ์ ยังเดินหน้าจัดรายการปราศรัยออนไลน์ ผ่านช่องทีวีดาวเทียม, เฟชบุ๊ค และยูทูป

"ตู่-บรรณวิทย์" รวม 'จอสี' ไล่ประยุทธ์

จตุพร จับมือไพศาล พืชมงคล

ที่ผ่านมา ส. ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม ,จาตุรนต์ ฉายแสง และนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ก็มาเยือนเวทีไทยไม่ทน ที่สตูดิโอพีซทีวี 

สัปดาห์สุดท้ายของเดือน พ.ค.นี้ จะครบรอบ 7 ปีแห่งการรัฐประหารโดย คสช. “ตู่ จตุพร” เตรียมการจัดเวทีปราศรัย 9 วันรวด และเวทีนี้เปิดกว้างให้ทุกคนเข้าร่วม โดยไม่มีความแตกต่างทางการเมืองมาเป็นอุปสรรคขวางกัน     

สุดสัปดาห์นี้ เวทีไทยไม่ทน จะมีทั้งไพศาล พืชมงคล ,สุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน และธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง     

ที่น่าสนใจ วันอาทิตย์นี้ 3 อดีตประธานสภาผู้แทนฯ คือ วันมูหะมัด นอร์ มะทา, โภคิน พลกุล และอาทิตย์ อุไรรัตน์ จะมาร่วมอภิปรายหาทางออกของวิกฤตชาติ    

กลุ่มจตุพร กำลังเล่นเกมยาว เขย่ารัฐบาลประยุทธ์ไปเรื่อยๆ และเชื่อว่า โควิดระลอกใหม่รัฐบาลบริหารจัดการไม่ทันการณ์ ทั้งเรื่องเตียงผู้ป่วย และวัคซีน จึงทำให้เกิดแนวร่วมไม่เอาประยุทธ์เพิ่มขึ้น


พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน

++
จอสียังไม่ตาย
++    
คนเสื้อแดงปีกที่ไม่เอาแกนนำ นปช.สายตู่ มักจะแอบเมาท์เรื่องค่าใช้จ่ายสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมช่องพีซทีวี โดยเฉพาะการสร้างสตูดิโอใหม่ที่ซอยรามอินทรา 40 หรือซอยนวลจันทร์ 40 แยก33/1     

ใครเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้จตุพร? จึงก่อสร้างอาคารสถานีโทรทัศน์พีซทีวี บนเนื้อที่ 3 ไร่ โดยก่อสร้างเป็นอาคารชั้นเดียว คล้ายสตูดิโอบันทึกรายการทีวีทั่วไป    

ปลายปี 2563 จตุพรร่วมกับกลุ่มโปรโมเตอร์มวย ปรับสตูดิโอพีซทีวี เป็นเวทีมวยตู้ใช้ชื่อ “ศึกพีชทีวี ต้นกล้ามวยไทย” จัดมวยทุกๆ วันจันทร์ ถ่ายทอดสดทางช่องพีชทีวี เพื่อรายได้ให้แก่พีซทีวี    


สองจอสี หัวใจเดียวกัน

มาถึงวันนี้ จตุพรปรับสตูดิโอพีซทีวี เป็นเวทีปราศรัยออนไลน์ ไล่รัฐบาลประยุทธ์ เหมือนยุคหนึ่งที่แกนนำ นปช. ใช้ “จอแดง” หรือสถานีโทรทัศน์ช่องเอเชียอัพเดท หรือพีเพิลแชนแนล ถล่มรัฐบาลอภิสิทธิ์    

ปัจจุบัน ไม่มีจอแดง มีแต่ “จอรวมสี” เฉพาะกิจ ในปฏิบัติการขับไล่ระบอบประยุทธ์ 

++
บรรณวิทย์ยังอยู่
++
สำหรับผู้ติดตามชมการถ่ายทอดเวทีปราศรัยออนไลน์ ไทยไม่ทน จากช่องพีซทีวี ก็จะเห็นมีช่อง 13 สยามไท พ่วงถ่ายทอดด้วย    

ยุคสมัยจอสีเฟื่องฟู ช่อง 13 สยามไท ของ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัด กลาโหม จัดอยู่ในกลุ่ม “จอเหลือง” เพราะกระบอกเสียงให้กับ “เครือข่ายคนไทยรักชาติ” ที่เคลื่อนไหวปกป้องเขาพระวิหาร และพิทักษ์ราชบัลลังก์ ช่วงปี 2554-2556     

"ตู่-บรรณวิทย์" รวม 'จอสี' ไล่ประยุทธ์

สองจอสี หัวใจเดียวกัน

คณะผู้ก่อตั้งช่อง 13 สยามไท ประกอบด้วย พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ,ไพศาล พืชมงคล,ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และสมบูรณ์ ทองบุราณ มีสถานที่ตั้งอยู่เลขที่ 74/19 ซอยนวมินทร์ 85 แขวงคลองกุ่ม กรุงเทพฯ    

ตอนหลัง ช่อง 13 สยามไท ได้ย้ายมาอยู่ที่ ถ.บอนด์สตรีท เมืองทองธานี ซอย D4 อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ไม่มีไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แต่ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน และสมบูรณ์ ทองบุราณ ยังเป็นแกนหลักเหมือนเดิม    

2-3 ปีที่ผ่านมา ช่อง 13 สยามไท ไม่มีภาพความเป็นจอเหลือง เพราะเจ้าของช่องคือ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ ไม่ได้เคลื่อนไหวการเมืองนอกสภาเหมือนในอดีต แต่ก็ไม่ทิ้งเรื่องบ้านเมือง โดยมี ประเสริฐ เลิศยะโส อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ และอดีตแนวร่วมพันธมิตรฯ เป็นผู้อำนวยการสถานี ร่วมกับสมบูรณ์ ทองบุราณ อดีต ส.ว.ยโสธร    

ปีที่แล้ว ช่อง 13 สยามไท ได้รายงานข่าวการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก และกลุ่มราษฎร จนกระทั่งปีนี้ สมบูรณ์ ทองบุราณ และประเสริฐ เลิศยะโส ได้ไปขึ้นเวทีไทยไม่ทน ร่วมกับจตุพร และคณะ    

ดังนั้น รายการทอล์คการเมืองของช่อง 13 สยามไท ในระยะหลังๆ จึงมีแขกรับเชิญอย่างวิโรจน์  ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคก้าวไกล, อนุสรณ์ อุณโณ อดีตคณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษวิทยา ธรรมศาสตร์ และพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่า สตง.    

สมกับแคมเปญสามัคคีทุกขั้วสี “จอแดง” กับ “จอเหลือง” จึงร่วมมือกันในภารกิจเฉพาะหน้าไล่ประยุทธ์

“ครูพร้อม” คืออะไร ทำไมถึงมีบทบาทในช่วงโควิดระบาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466586

“ครูพร้อม” คืออะไร ทำไมถึงมีบทบาทในช่วงโควิดระบาด

12 พฤษภาคม 2564 – 13:45 น.

กระทรวงศึกษาธิการ เตรียมเปิดระบบ “ครูพร้อม” เว็บไซต์กลางที่จัดการ “เรียนออนไลน์” ก่อนเปิดเทอมจริง 11 วัน (เปิดเทอมวันที่ 1 มิ.ย.) เพื่อเด็กจะได้เรียนต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก ดีเดย์วันแรก 17 พ.ค.นี้

เมื่อกระทรวงศึกษาธิการเตรียมจัดการเรียนการสอนของครูและนักเรียน ผ่านเว็บไซต์ใหม่ป้ายแดง “ครูพร้อม” ที่จะเปิดให้เด็กเข้าใช้งานได้วันแรก 17 พ.ค. 2564 โดยเป็นการเตรียมความพร้อมให้เด็กก่อนเปิดเทอมในวันที่ 1 มิ.ย. 2564 (11 วันก่อนเปิดเทอมจริง) เพื่อปูทางสู่การ “เรียนออนไลน์” ได้ต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก ซึ่งจะจัดขึ้น 5 รูปแบบด้วยกัน

ชวนมารู้จักระบบ “ครูพร้อม” ให้มากขึ้น เพื่อให้นักเรียน-ผู้ปกครองได้เข้าใจและเตรียมตัว “เรียนออนไลน์” ได้อย่างเต็มที่ในช่วง “โควิด” ระบาดระลอกล่าสุด 

1. “ครูพร้อม” คืออะไร? 
“ครูพร้อม” เป็น Web Portal จากกระทรวงศึกษาธิการ ที่จัดทำขึ้นมาใหม่ เพื่อเสริมแพลตฟอร์มต่างๆ ที่หน่วยงานในสังกัด ศธ.มีอยู่ โดยจะเป็นคลังสื่อ ข้อมูลการเรียนรู้ ตลอดจนรูปแบบการจัดกิจกรรม ซึ่งมีข้อมูลทั้งของ สพฐ.-สช.-สำนักงาน กศน.-สอศ.

แบ่งเป็นหัวข้อหรือหมวดหมู่ตามความสนใจ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนทุกกลุ่ม ครู ผู้บริหาร และผู้ปกครอง สามารถเข้าถึงได้ผ่านระบบกลาง ส่วนกิจกรรมรูปแบบออฟไลน์ สถานศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) จะเป็นผู้ออกแบบกิจกรรมร่วมกับ ศบค.จังหวัด ซึ่งคิดขึ้นมาจากเหตุการณ์ร่วมสมัย สิ่งสำคัญคือทุกคนสามารถเลือกหัวข้อหรือกิจกรรมที่ต้องการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง

2. “ครูพร้อม” เปิดให้ใช้งาน 17-31 พ.ค.นี้
ตามที่ ศธ.ได้เลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ของสถานศึกษาในสังกัด เป็นวันที่ 1 มิ.ย.64 เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ระลอกสามยังรุนแรง ศธ. จึงได้จัดทำเว็บไซต์ “ครูพร้อม” ขึ้นมา โดยจะนำร่องเปิดใช้งาน 11 วันก่อนเปิดเทอม คือตั้งแต่วันที่ 17-31 พ.ค. 2564 เพื่อจัดกิจกรรมเรียนเสริมตามสมัครใจ โดยไม่มีการให้คะแนน

จากนั้นในวันที่ 1 มิ.ย. ซึ่งเป็นวัน “เปิดเทอม” ก็จะมีการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ แล้วแต่ความเหมาะสมของพื้นที่ของโรงเรียนนั้นๆ เช่น เรียนที่ รร., เรียนทางไกล, เรียนผ่านแอพฯ, เรียนออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ต, เรียนที่บ้านด้วยเอกสาร ทั้งนี้ ต้องเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก

3. “ครูพร้อม” วางแผนดำเนินงาน 2 ระยะ
เมื่อวันที่ 11 พ.ค.64 ที่ผ่านมา น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ได้แถลงข่าวในประเด็น “ศธ.รวมพลังจัดการศึกษาปลอดภัยใต้วิกฤติโควิดระลอกสาม” โดยระบุว่า ศธ.จึงได้เตรียมความพร้อมในการจัดการศึกษา โดยได้วางแผนการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้

– ระยะที่ 1 :  ตั้งแต่วันที่ 17-31 พ.ค. ก่อนเปิดภาคเรียน 11 วันทำการ จะเป็นการเตรียมความพร้อมของทั้งครูและนักเรียน โดยจัดกิจกรรมเสริมความรู้การจัดการเรียนรู้ที่น่าสนใจ เช่น
เปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ถึงทักษะชีวิตที่จำเป็นจากเหตุการณ์ร่วมสมัย
จัดการเรียนรู้ของจริง ประสบการณ์จริง เพื่อทำให้การเรียนรู้ของเด็กไทยต่อเนื่องไม่หยุดชะงักลง
ศธ.จะจัดทีมพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาแก่ครู ในการจัดกิจกรรมตามแนวทางดังกล่าว (อาจเริ่มจากการเรียนรู้เรื่องโควิดก่อน)

– ระยะที่ 2 :  ตั้งแต่การเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป จะเป็นการจัดการเรียนรู้ 5 รูปแบบ คือ
On-Site เรียนที่โรงเรียน โดยมีมาตรการเฝ้าระวังตามประกาศของ ศบค.
On-Air เรียนผ่าน DLTV
On-Demand เรียนผ่านแอพพลิเคชันต่างๆ
Online เรียนผ่านอินเทอร์เน็ต
On-Hand เรียนที่บ้านด้วยเอกสาร เช่น หนังสือแบบฝึกหัดใบงาน และในรูปแบบผสมผสาน
อาจใช้วิธีอื่นๆ เช่น เรียนผ่านวิทยุ เป็นต้น

4. “ครูพร้อม” เอกชนร่วมด้วย ไม่คิดค่าใช้จ่าย
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ระบุอีกว่า ศธ. จะรวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ ที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ จากคุณครูที่มีความรู้ความสามารถ เพื่อเป็นช่องทางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดเป็นชุมชนออนไลน์เพื่อการเรียนรู้อย่างแท้จริง ผ่านช่องทางที่เชื่อมต่อสู่เว็บไซต์ “ครูพร้อม” เพื่อให้ครูที่มีความพร้อมแล้ว มาช่วยเหลือแบ่งปันเพื่อนครูด้วยกัน

โครงการของครูพร้อม เกิดจากความห่วงใยว่าเมื่อเลื่อนการเปิดเรียนไปเป็นวันที่ 1 มิ.ย.แล้ว ในช่วงเวลา 11 วันทำการ ก่อนเปิดภาคเรียน ก็ถือเป็นเวลาที่มีค่าที่จะเป็นทางเลือกให้กับครู ผู้ปกครอง นักเรียน ให้มีโอกาสเข้าถึงกระบวนการการเรียนรู้ที่จัดไว้เป็น 2 รูปแบบดังกล่าวทั้ง Online และ On-Site ซึ่งเป็นการบูรณาการโดยหน่วยงานทุกสังกัดของ ศธ. รวบรวมเนื้อหาทุกส่วนที่สำคัญมาไว้ในเว็บไซต์เดียว อีกทั้งมีภาคเอกชนมาร่วมด้วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

5. จัดอบรมพัฒนาสรรถนะให้ “ครู” เพิ่มเติม
ศธ. อนุญาตให้สถานศึกษาแต่ละแห่ง สามารถจัดการเรียนการสอนในรูปแบบผสมผสาน หรืออาจใช้วิธีอื่นตามบริบทของตนเองได้ ส่วนการอบรมพัฒนาสรรถนะของ “ครู” แต่ละหน่วยงาน ศธ. ได้จัดหลักสูตรอบรมให้เหมาะสม เช่น สพฐ. จัดโครงการ OBEC 2021 WEBINAR การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ยุคปกติใหม่ : มุมมองของผู้บริหาร นักวิชาการ และครู ระหว่างวันที่ 17-21 พฤษภาคม 2564 ทาง OBEC CHANNEL

ที่มา : กระทรวงศึกษาธิการ

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวง พฤษภา มิถุนาเดือดจับตาหลังปล่อย “รุ้ง- เพนกวิน-แอมมี่” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466580

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวง พฤษภา มิถุนาเดือดจับตาหลังปล่อย “รุ้ง- เพนกวิน-แอมมี่”

12 พฤษภาคม 2564 – 13:06 น.

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวง พฤษภา มิถุนาเดือดจับตาหลังปล่อย ‘รุ้ง- เพนกวิน-แอมมี่’ เมื่อเสือ 2 ตัว 1 มังกร รวมตัวกันใช้ความคิดตนเองเป็นใหญ่ เป็นชนวนก่อเหตุ อาจเจอทั้งแรงอาฆาต พยาบาทไม่สำนึก

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงวิกฤตวิเคราะห์  พฤษภา มิถุนาเดือด   จับตาหลังปล่อยตัว  รุ้ง  ปนัสยา  เพนกวิน  และ แอมมี่  กลุ่มราษฏร  จากเรือนจำ  เตือน รัฐบาลเตรียมพร้อมรับมือ  เหตุ ราศีเดือนปะทะ ดวงเมือง  ทั้งดาวมฤตยู  โรคระบาดที่ยังครอบคลุมระบาดหนัก  และอย่างต่อเนื่อง   ระวังปัญหาความขัดแย้ง จากแรงยุแหย่ของกลุ่มผู้ไม่หวังดี  หวังล้มล้างรัฐบาล   พฤษภาเดือนปะทะ  ปัญหาแตกแยก วุ่นวาย สับสน  เป็นศัตรู ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ  อิจฉาริษยา  หากปลุกม๊อบลุกฮือ  เพราะแรงยุแหกกฏเงิ่อนไข ทำให้บ้านเมืองอาจลุกเป็นไฟ เมื่อเสือ 2 ตัว  1  มังกร  รวมตัวกันใช้ความคิดตนเองเป็นใหญ่  เป็นชนวนก่อเหตุ อาจเจอทั้งแรงอาฆาต  พยาบาทไม่สำนึก

“ซินแสเข่ง”  อ.ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง  ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย  ผ่าดวง  วิกฤติเตือนแห่งการปะทะ ของดวงเมือง  และราศีเดือนพฤษภา  มิถุนา  ดาวเสาร์ทับดวงเมืองดาวอุบาทว์  จากการปล่อยตัวชั่วคราว  รุ้ง  ปนัสยา   และเพื่อนคู่ใจ  เพนกวิน  สองนักกิจกรรม  และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง  อีกทั้ง  แอมมี่  กลุ่มราษฏร  หากหยุดไม่ได้  เพราะแรงอาฆาต   ประกอบแรงยุแหย่จากกลุ่มผู้ไม่หวังดี  จากฝ่ายตรงกันข้ามหวังล้มล้างรัฐบาล ให้ผิดกฏเงื่อนไขของศาล  ปะทุ ก่อเหตุความรุนแรงในช่วงเดือนแห่งการปะทะพฤษภาเดือด  ทั้งราศีดาวเสาร์ปะทะดวงเมือง  ปะทะดวงชะตาทั้ง  รุ้ง  ปนัสยา  และเพนกวิน  ตลอดจนกลุ่มที่ได้รับการปล่อยตัวแล้ว   ต้องจับตาบ้านเมือง  ว่าจะไปในทิศทางไหน  เพราะเสือสองตัว  อีกหนึ่งมังกร  ตกดวงไม่ยอมคน  เป็นชนวนก่อเหตุซ้ำ  มีความอาฆาต  พยาบาท  เชื่อว่าหยุดไม่ได้  และอาจเจอเหตุรุนแรง  เพราะดวงชะตาตกรอบอายุเข้าเกณท์เบญจเพศ  ตกดวงแตกแยกเป็นศัตรู  ก่อให้เกิดการ แตกแยก พลัดพราก  หรือตายจาก  ชี้มีสองเส้นทางให้เลือก  นิ่งสงบจบแล้วเตรียมหนี  หรือหวังสู้ต่อก็มีแต่ความล่มสลาย  แต่ด้วยความไม่ยอมคน  เป็นเรื่องลำบากที่สองเสือจะยอมถอย  เหตุนี้จึงต้องเตือนภัยรัฐบาลต้องเตรียมพร้อมที่จะรับมือ  อีกทั้งแรงยุแหย่   เพื่อยืมมือเด็ก  จากฝ่ายตรงกันข้าม  เพื่อก่อความแตกแยก  ขัดแย้ง  สับสน  วุ่นวาย  ให้เกิดขึ้น  เพื่อล้มล้างรัฐบาล

 "ซินแสเข่ง" ผ่าดวง พฤษภา มิถุนาเดือดจับตาหลังปล่อย "รุ้ง- เพนกวิน-แอมมี่"
 "ซินแสเข่ง" ผ่าดวง พฤษภา มิถุนาเดือดจับตาหลังปล่อย "รุ้ง- เพนกวิน-แอมมี่"
 "ซินแสเข่ง" ผ่าดวง พฤษภา มิถุนาเดือดจับตาหลังปล่อย "รุ้ง- เพนกวิน-แอมมี่"

“ซินแสเข่ง”  สรุปว่า  หากช่วงเดือนมีผลกระทบ  ต่อดวงเมือง   และดวงคนที่มีผลปะทะ  ต้องรู้จักควบคุมสถานการณ์บ้านเมือง  และควบคุมอารมณ์บุคคลที่อยู่ในระหว่างประกันตัว  ไม่สร้างปัญหาก่อเหตุ และ ซ้ำรอย   ทั้งเรื่องก้าวล่วง  112   และแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ปัญหาทุกอย่างก็จบ  แต่ถ้ากลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ยุติ  หวังสร้างความรุนแรงบ้านเมืองก็ยังวุ่นวายอย่างต่อเนื่อง  เพราะไม่ได้ซึ่งอำนาจของผู้ที่เสียผลประโยชน์  และผู้หวังล้มรัฐบาล  ตลอดจนถึงขบวนการแก้กฏหมาย  เพื่อให้คนผิดหนึคดีได้กลับประเทศอย่างอิสระ  และความสงบจะเกิดขึ้นได้อย่างไร  

ไม่มีที่ไหนในโลกเขาทำกัน “รมว.ศธ.” ดึงติวเตอร์มาอบรมครู #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466560

ไม่มีที่ไหนในโลกเขาทำกัน “รมว.ศธ.” ดึงติวเตอร์มาอบรมครู

12 พฤษภาคม 2564 – 10:00 น.

“ตรีนุช” ดึงติวเตอร์มาอบรมครู ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา​ ยังไม่พบว่ามีประเทศใดในโลกดำเนินการด้วยแนวทางนี้

เรียน​ รมว.ศธ.​(คุณตรีนุช​ เทียนทอง)​ ตรีนุช เทียนทอง

Cr. อ. อรรถพล  ครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับ.  น่าฟัง และใช้วิจารณญาณเพื่อ. Mindset ที่ถูกต้องต่อวิธีการจัดการศึกษา
“ผมได้เห็นโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์​ และเห็นกำหนดการในโปรแกรมอบรมครูทั่วประเทศ​ที่ส่งต่อกันในไลน์อย่างกว้างขวางแล้ว​ เกิดข้อสงสัยอย่างยิ่งเกี่ยวกับการคัดเลือกวิทยากรโดยระดมครูจากสถาบันกวดวิชา​ แ​ละเจ้าหน้าที่ฝึกอบรมจากสถาบันเอกชนที่ขายคอร์สพัฒนาครูเป็นหลัก​ มาอบรมครูในระบบ เท่าที่ผมศึกษาดูจากนโยบายพัฒนาครูในหลายประเทศ​ ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา​ ยังไม่พบว่ามีประเทศใดในโลกดำเนินการด้วยแนวทางนี้นะครับ

ธรรมชาติของงานที่ติวเตอร์ทำกับครู​เต็มเวลาใน รร.ทำ​ต่างกันมาก​ การดึงพวกเขามาไม่ใช่ความผิดพวกเขาเลย​ แต่มันสะท้อนว่าการกำหนดนโยบายยังขาดความเข้าใจเรื่องการศึกษา​และไม่ได้กำหนดนโยบายบนฐานปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยม ปฏิรูปนิยม​ และมนุษยนิยมใหม่​ อันเป็นหัวใจของการศึกษากระแสหลักที่มีคุณภาพทั่วโลก​ รวมทั้ง​ระบุอยู่ใน พ.ร.บ.การศึกษาฉบับปัจจุบัน กิจกรรมตามนโยบายนี้สะท้อนชุดความคิดที่ยังติดอยู่ในโลกของการศึกษา​ 100 ปีที่แล้ว​ ที่คิดว่าต้องหาวิธีถ่ายทอด​ อธิบาย​ วิเคราะห์ให้ฟัง​ มองงานสอนเป็นงานเชิงเทคนิควิธีการมากกว่าการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน

ความรู้ว่าด้วยการพัฒนาครูประจำการ  (In-service Teacher Development)​ ในระดับนานาชาติเน้นการสร้างความแข็งแกร่งชองชุมชนเรียนรู้ของครู ​(TLC : Teacher​ Learning​ Community)​ ใช้การสืบสอบ​ (Inquiry)​ การวิจัยชั้นเรียน​ (Classroom​Research)​ การศึกษาบทเรียน (Lesson​ Study)​  ทำให้ครูเป็นนักปฏิบัติที่ชำนาญขึ้นจากการไตร่ตรองสะท้อนคิด​ (Reflective Practitioner) และทำให้โรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้​ (SLC​: School​ as Leaning Community​)​ ที่มีชีวิตชีวาสำหรับทุกคน

การอบรมแบบฟัง​อย่างเดียวให้ได้​ Input แบบนี้หลายประเทศยกเลิกไปนานแล้ว​ ใช้เฉพาะวาระรับฟังนโยบายบางอย่างที่สำคัญมาก​ ๆ​ หรือเชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องระดับนานาชาติมาคุย

ในลิสต์รายชื่อวิทยากรที่มี​ ผมเชื่อว่าสำหรับครูไทยที่เก่ง​ ๆ​ ใฝ่รู้​ รักดี ก้าวข้ามกำแพงภาษาพอได้​ เห็นเข้าคงส่ายหัว​ พวกเขาหาฟังประชุมออนไลน์นานาชาติที่มีวิทยากรดัง​ ๆ​ ระดับเอเซีย-แปซิฟิค​ ระดับโลก​ ได้ด้วย​ Free Webinar​ หรือเรียนผ่าน​ Mooc และ Coursera ได้มากมาย​ ทั้งในและต่างประเทศ​ มาสักพักใหญ่แล้วนะครับ

ยิ่งไปกว่านั้นครูเก่ง​ ๆ​ ของเราเป็นวิทยากรอบรมระดับประเทศกันหลายคน​ พวกเขาน่าจะทำหน้าที่นี้ในการสื่อสาร​ แชร์ประสบการณ์จากห้องเรียนจริง​ ๆ​ สร้างแรงบันดาลใจ​ และพูดจาภาษาห้องเรียนเช่นเดียวกับเพื่อนครูได้มากกว่า

ปรากฎการณ์นี้ยังสะท้อนเรื่องใหญ่​ที่สำคัญในการพัฒนาครู​ นั่นคือการขาดการเชื่อมต่อยึดโยง​ (Alignment)​ กับสถาบันเตรียมครูพัฒนาครูอย่างคณะครุศาสตร์​ศึกษาศาสตร์​ ซึ่งเป็นปัญหาทั้ง​ 2 ฝั่ง​

กล่าวคือ​ ศธ.ก็มองไม่เห็นคุณค่า​ ไม่ศรัทธาเชื่อมั่น​ มองไม่เห็นทั้งความพร้อม​ที่มีอยู่​ (Availability)​ และการเปิดให้สาธารณะเข้าถึงได้​ (Accessibility)  จากสถาบันครุศึกษา ในระดับสถาบัน​นะครับ ไม่ใช่การเชื้อเชิญเจาะจงตัวเป็นราย​ ๆ​ ไป

ในอีกมุมหนึ่ง​ สถาบันครุศึกษาเหล่านี้ก็ทำตัวห่างเหิน​ ไม่แสดงภาวะผู้นำทางการศึกษา​ ไม่กระตือรือร้นมากพอที่จะร่วมรับผิดรับชอบ​กับสถานการณ์ปัญหาทางการศึกษา ลอยตัวจากความล้มเหลวของระบบ​ มาอย่างยืดเยื้อเรื้อรังยาวนาน พูดภาษาชาวบ้าน​ คือ​ ผู้กำหนดนโยบายเขามองไม่เห็นหัวพวกท่าน​ เพราะพวกท่านไม่เคยอยู่ให้เห็นหัว

พอจะเห็นบางคน​ บางกลุ่ม​ ในบางสถาบัน​ ที่พยายามจัดกิจกรรม​ โปรแกรมพัฒนาครูอยู่พอสมควร​ แต่ก็เป็นการดิ้นรนพยายามด้วยความมีแก่ใจจะร่วมรับผิดชอบ​ระดับบุคคลและกลุ่ม โดยขาดแรงส่งจากกลไกเชิงสถาบันที่เป็นกลุ่มเป็นก้อน​ (เรายังมีสภาคณบดีครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์ฯ​ และที่ประชุมคณบดีครุศาสตร์ฯ​ กลุ่ม​16+1 และกลุ่ม​มหาวิทยาลัย​ราชภัฏ​ อยู่นะครับ)​

แม้​ศธ.จะไม่ได้มีอำนาจโดยตรงในการสั่งการ​ และรีบูตบทบาทหน้าที่ให้คณะครุศาสตร์​ศึกษา​ศาสตร์​ แต่เป็น​หลักการพื้นฐานที่​ ศธ.​หรือ​ MOE.ทั่วโลก​ ต้องทำ​ คือ​ ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิ​ดกับสถาบันเตรียมครูพัฒนาครู​ อย่างคณะครุศาสตร์ศึกษา​ศาสตร์​

ถ้าพวกเขามองไม่เห็นบทบาทหน้าที่นี้​ ท่านก็ต้องหารือกับ​ กระทรวง​ อว.​ ให้จัดแพลตฟอร์มหารือกัน

เปรียบเทียบโดยง่าย​ กำลังเจอโจทย์ยากทางการแพทย์​ เช่น​ ​โรคระบาด​ ไม่มีประเทศใดจะกะเกณฑ์หมอ​ พยาบาล​ มานั่งฟังบรรยายจากนักเทคนิคการแพทย์​ หรือตัวแทนจำหน่ายยา ซึ่งทำหน้าที่ในฟังค์ชั่นอื่น มาอธิบายแนะนำ​ ‘เครื่องมือ’​ และ​ ‘สินค้า’​ แต่เขาจะสนับสนุนให้ระบบผู้ให้คำปรึกษา (Consultation)​ ระหว่างหมอและพยาบาลด้วยกันเข้มแข็ง​ ฟีดข้อมูลจากงานวิจัยและข้อมูลที่อัพเดตที่สุดให้คนทำงานภาคสนาม

ผมหาได้กล่าวโทษ​ หรือดูแคลนวิทยากรทุกท่านในลิสต์​ พวกเขาแค่ถูกเชิญ​ และเป็นการเลือกกำหนดโจทย์ที่ผิดจากผู้กำหนดนโยบาย

ผมเข้าใจว่า​ ท่าน​ รมว.ในฐานะผู้มาใหม่ของวงการย่อมถูกห้อมล้อม​ ให้คำแนะนำ​และมีคนพยายามขอเข้าพบจำนวนมากจากสารพัดบริษัทเอกชนที่ประกอบธุรกิจการศึกษา​และพร้อมเสนอความช่วยเหลือด้วยความหวังดีห่วงใย

น่าสนใจว่าเราเปลี่ยนรัฐมนตรีมาไม่รู้กี่คน​ แต่ปัญหาเหล่านี้ยังคงอยู่ ​เครือข่ายระหว่างเทคโนแครต ข้าราชการระดับสูง​ และหน่วยธุรกิจเหล่านี้​ น่าจะแข็งแกร่งเป็นกำแพงเหล็กที่ท่านคงต้องพยายามหาทางเจาะช่องรับฟังสื่อสารกับครูจริง ๆ ที่เป็นคนทำ​งานที่หน้างานให้มากขึ้น

ฟังเสียงครู​ เสียงเด็ก​ ๆ​ ที่เป็นผู้เรียนให้มากที่สุด​ ทำความเข้าใจกลไกเชิงระบบ​ จัดทีมศึกษาข้อมูลแนวปฏิบัติที่ดีจากต่างประเทศ​ แล้วกำหนดแผนการทำงานที่เป็นประโยชน์​ บนหลักวิชา  ความรู้​ และงานวิจัย

ผมมีข้อเสนอ 3 ข้อ​สำหรับช่วงเลื่อนเปิดเทอม​ 11​ วัน
1. สนับสนุนให้ทุก รร.มีการจัดการประชุมออนไลน์ถอดบทเรียนการทำงานในรอบปีที่ผ่านมา​ ครูทุกคนได้มีประสบการณ์ตรงและลงมือแก้ปัญหามาหมดแล้ว​ ทั้ง​ Online​ (เลื่อมเวลา/ประสานเวลา)​ -​ On​ Air – On Screen – On Hand – On Site. รวมทั้ง​ Hybrid

ไม่มีติวเตอร์หรือนักวิชาการเจอบริบทการสอนการทำงานแบบเดียวกับคุณครูในช่วง​ พ.ค.-ก.ค.​63​ ​และ​ ธ.ค.63​ -​ม.ค.64​ ที่ต้องจัดกิจกรรมการเรียนทั้ง​ 5 ช่องทางนี้ผสมกัน

คุณครูเท่านั้นที่เคยล้มเหลว​ เรียนรู้​ หลายคนปรับตัว​ จนเกิดแนวปฏิบัติที่ดี​ สามารถแลกเปลี่ยน​ ให้คำแนะนำเพื่อนครูร่วม​ รร.ได้

การรับมือสถานการณ์นี้  เราเรียนรู้จากประสบการณ์ของเพื่อนครู​ รร.อื่น​ ผู้สอนในบริบทอื่นได้​ แต่เรื่องสำคัญ​ คือการแลกเปลี่ยนกันเองกับครูที่ดูแลนักเรียนในบริบทเดียวกัน​ วิธีที่ใช้ได้กับ​ รร.ขนาดกลางระดับชุมชนเมือง​ ไม่อาจใช้ได้กับ​ รร.ในพื้นที้ห่างไกล​ หรือกระทั่ง​ รร.ใหญ่ในเมือง​

และต่อให้ขนาดใกล้เคียงกัน​ รร.ในบริบทเด็กหลากชาติพันธุ์​ เด็กในบริบทวัฒนธรรมเฉพาะ​ และเด็กที่มีพื้นเพสถานะ​ ความพร้อมสนับสนุนของครอบครัวก็ไม่อาจเหมือนกัน

ให้เวลาคุณครูได้คุยหารือ​ ได้พัก​ ได้เตรียมตัวสอนเถิดครับ ดีกว่าบังคับให้เปิดหน้าจอเช็คชื่ออบรมออนไลน์กับใครก็ไม่รู้​ ที่ไม่ได​้เข้าใจปัญหาเฉพาะหน้าที่ครูกำลังต้องเผชิญ​ แล้วก็ต้องแอบปิดกล้องนั่งประชุมเตรียมสอนกันไป

และฝากโจทย์ให้คุณครูขบคิดวิธีการทำความรู้จักสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับ​ นร.​ ในการสอนทางไกลตั้งแต่สัปดาห์แรกของเทอม

2. ให้เด็ก​ ๆ​ ได้พัก​ ได้เล่นสนุกตามใจบ้างเถิดครับในช่วง​ 11​ วันที่เลื่อนเปิดเทอม​ เด็ก​ ๆ​ ล้ามาเต็มทีกับการเรียนปนไปปนมาระหว่างออนไลน์์/ออฟไลน์​ หลายคนเครียด เบื่อ​ เหนื่อยล้า​ หมดแรงจูงใจไปแล้ว​ รวมทั้งอีกไม่น้อยที่ซึมซับรับรู้ความเครียดทางเศรษฐกิจ สังคม​ และความหวั่นกลัวการติดเชื้อร่วมกับผู้ใหญ่

ให้เขาได้เล่​น ได้เป็นเด็ก มีเวลาว่างสั้น ๆ สัก​ 11​ วัน​ ถ้าท่านเกรงว่าจะสูญเปล่า​ แนะนำว่าให้ รร.ประสานงานกับเด็กล่วงหน้าว่าไม่มีงาน​ ไม่มีการบ้าน​ ให้เล่นเต็มที่​ แต่ฝากให้เขียนสั้น ๆ หรือวาดอะไร​ เตรียมมาเล่าให้เพื่อนและครูฟังในวันแรกที่ได้เปิดเทอมว่า​ ’11 วันที่ได้มีเวลาว่าง​ ฉันทำอะไร’

3. หารือด่วนกับ​ อว.​ และเครือข่ายสถาบันครุศึกษา​ เชิญชวนผู้นำองค์กรของกลุ่มมหาวิทยาลัยทึ่มีคณะครุศาสตร์​ศึกษา​ศาสตร์​ หารือ​ ร่วมกันแบ่งพื้นที่ดูแลสนับสนุนงานคุณครูในช่วงภาคการศึกษาต้น​ ไม่มีงบประมาณก็น่าจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่​ ทุกสถาบันภายใต้มหาวิทยาลัย​ถูกกำกับด้วยตัวชี้วัดต้องให้บริการวิชาการอยู่แล้ว​ ทำเป็นออนไลน์แพลตฟอร์ม​ ให้เรียนรู้สนับสนุนยึดโยงกันระหว่างโรงเรียนและมหาวิทยาลัย

เริ่มจากมหาวิทยาลัยไหนที่ส่งนิสิตนักศึกษาลงฝึกสอน​ ต้องร่วมสนับสนุนงาน​ รร.นั้น​ และ​ รร.ใดทึ่ไม่ใช่พื้นที่ฝึกงานของนิสิตนักศึกษา​ ก็ควร​จัดโซนพื้นที่​ ระดมพลังช่วยสนับสนุนกัน

ทั้งหมดนี้คือข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่อยากนำเรียนฝากไว้เพื่อพิจารณาใคร่ครวญอย่างถ้วนถี่รอบคอบ​

ด้วยความเคารพ

อรรถพล​ อนันตวรสกุล
คณะครุศาสตร์​ จุฬาลงกรณ์​มหาวิทยาลัย​

หากข้อความนี้เป็นประโยชน์​ ฝากคุณครู​ นิสิตนักศึกษาครู​ นักการศึกษา​ นักวิชาการ​  สื่อมวลชน และทุกท่านช่วยแชร์เพื่อส่งไปให้ถึงท่านรัฐมนตรีและคณะทำงานด้วยครับ”

ลาวแจงด่วน ‘แม่ตู้’ เสียชีวิต ฉีดวัคซีนโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466508

ลาวแจงด่วน ‘แม่ตู้’ เสียชีวิต ฉีดวัคซีนโควิด

11 พฤษภาคม 2564 – 17:48 น.

สาธารณสุขลาวแถลงข่าว กรณี “แม่ตู้” วัย 63 ปี เสียชีวิต หลังฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา 

++

สถานการณ์การแพร่ระบาดของวัคซีนโควิด ใน สปป.ลาว มียอดผู้ติดเชื้อโควิดสะสม 1,362 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 11 พ.ค.2563) และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย

ในการแถลงข่าวของคณะกรรมการเฉพาะกิจควบคุม ป้องกันโควิด-19 เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2564 ได้มีข่าวด่วนที่ทางการลาว ต้องแถลงให้ประชาชนทราบคือ กรณีมีผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ยี่ห้อแอสตราเซเนกา (Astra Zeneca) เสียชีวิต 1 ราย

ดร.บันดิน ชุมพนพักดี คณะกรรมการที่ปรึกษาการใช้วัคซีนแห่งชาติ ได้ไขข้อข้องใจกรณีรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแล้วเสียชีวิต โดยอิงตามรายงานของคณะกรรมการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด นครหลวงเวียงจันทน์ คณะกรรมการที่ปรึกษาการใช้วัคซีนแห่งชาติ ตัวแทนกรมอาหารและยา และตัวแทนองค์การอนามัยโลก

ลาวแจงด่วน 'แม่ตู้' เสียชีวิต ฉีดวัคซีนโควิด

                                   ทางการลาวแถลงด่วน

วันที่ 10 พ.ค.2564 คณะกรรมการดังกล่าวข้างต้น ได้ลงพื้นที่ไปสืบสวนกรณีที่ผู้เสียชีวิต หลังการเข้ารับการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา ที่โรงหมอเมืองนาซายทอง นครหลวงเวียงจันทน์ ได้ข้อมูลดังนี้

1.ผู้ป่วยชื่อ แม่ตู้บุนยัง วัย 63 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านนาคูน เมืองนาซายทอง ได้เดินทางมารับวัคซีนแอสตราเซเนกา ที่จุดรับการฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ ศูนย์การค้าลาวไอเต็ม เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2564 

2.ก่อนการฉีดวัคซีน แม่ตู้ได้รับการตรวจวัดอุณหภูมิ และความดัน กรอกแบบฟอร์ม และเซ็นใบยินยอมตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุขลาว ซึ่งจากตรวจสุขภาพของแม่ตู้ ก็ไม่มีข้อห้ามใดๆในการฉีดวัคซีน

3.หลังจากกลับบ้านแล้ว ผ่านไป 1 วัน แม่ตู้มีอาการปวดตามเนื้อตัว ตามแขนขา จนถึงวันที่ 9 พ.ค.2564 มีอาการอาเจียนเป็นเลือดสีแดงสด ตกเย็น ญาติได้นำตัวแม่ตู้ไปโรงหมอนาซายทอง แต่อาการของแม่ตู้ อยู่ในสภาพสิ้นสติ แพทย์พยายามช่วยเหลือ แต่ก็ไม่สามารถกู้ชีพแม่ตู้คืนมาได้ หลังจากนั้น ญาตินำศพกลับบ้าน

4.จากการสอบถามของคณะผู้เชี่ยวชาญ ได้ข้อมูล แม่ตู้บุนยัง มีโรคประจำตัวได้แก่ วัณโรค แต่รักษาหายแล้ว,ความดัน เบาหวาน และที่ยังรักษาอยู่คือโรคกระดูกสันหลังทับเส้น 

5.สรุปในเบื้องต้น การเสียชีวิตของแม่ตู้ ยังไม่มีข้อใดที่เกี่ยวพันกับการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา เพราะว่า หลอดวัคซีนที่แม่ตู้ฉีด กล่องหนึ่งมี 10 โดส ในนั้น 9 โดสที่ฉีดให้คนอื่น ปรากฏว่า ไม่มีอาการใดๆ นอกจากแม่ตู้คนเดียว

ลาวแจงด่วน 'แม่ตู้' เสียชีวิต ฉีดวัคซีนโควิด

                              ลาวฉีดวัคซีนไปแล้ว 5 แสนโดส

อย่างไรก็ตาม ทางการสาธารณสุขลาว จะทำการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป เกี่ยวกับผลข้างเคียงที่เกิดจากการรับวัคซีนป้องกันโควิดยี่ห้อแอสตราเซเนกา 

สำหรับ สปป.ลาว ได้เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด มาตั้งแต่เดือน ก.พ.2564 โดยเน้นไปที่กลุ่มเสี่ยง แต่เดือน เม.ย.2564 พบการระบาดของโควิดรอบใหม่ จึงมีการระดมฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั่วไป 

รัฐบาลลาว ได้รับการช่วยเหลือจากจีน และโครงการ COVAX มีวัคซีน 2 ยี่ห้อคือ ซิโนฟาร์ม และแอสตราเซเนกา (ผลิตในอินเดีย) รวม 1.5 ล้านโดส  

จากเดือน ก.พ. จนถึงวันที่ 10 พ.ค.2564 มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดไปแล้ว 529,303 โดส แยกเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 373,773 โดส และเข็มที่ 2 จำนวน 82,715 โดส

ลาวแจงด่วน 'แม่ตู้' เสียชีวิต ฉีดวัคซีนโควิด
ลาวแจงด่วน 'แม่ตู้' เสียชีวิต ฉีดวัคซีนโควิด

                           ทางการลาว รณรงค์ให้ไปฉีดวัคซีน

ลึกแต่ไม่ลับ “ผู้กอง-คนเพื่อไทย” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466452

ลึกแต่ไม่ลับ “ผู้กอง-คนเพื่อไทย”

11 พฤษภาคม 2564 – 12:18 น.

หวานอมขมกลืน “คนเพื่อไทย” พูดไม่ออก กรณีบ่วงกรรม “ธรรมนัส” เสมือนหยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก
++
ในที่สุด “ตู่ใหญ่” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ก็เดินเครื่องใช้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลักฐานยื่นร้องตรวจสอบผิดจริยธรรมร้ายแรง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นอกจากนี้ จะดำเนินคดี ร.อ.ธรรมนัส ข้อหาส่งออกและนำเข้ายาเสพติดอีกคดีหนึ่ง เพราะยังไม่หมดอายุความที่กำหนดไว้ 30 ปี คดีเกิดขึ้นปี 2536 อายุความจะครบในปี 2566 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “ธรรมนัส” รอด ศาล รธน. ชี้ ไม่พ้น ส.ส. – รมต.


ร.อ.ธรรมนัส ลงพื้นที่ มักจะมี ส.ส.เพื่อไทย มาต้อนรับประจำ

อันที่จริง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส เป็น ส.ส.คนแรกๆ ของสภาฯ ชุดนี้ที่เรียกร้องให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัส และมีการเปิดเผยหลักฐาน “วีรกรรมที่ออสเตรเลีย” ชนิดไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม     

ตอนนั้น สื่อหลายสำนักตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใด “เสรีพิศุทธ์” ลดน้ำหนักลงมาชกกับ “ร.อ.ธรรมนัส” อดีตนักเรียนเตรียมทหารรุ่นน้อง เนื่องจากเสรีพิศุทธ์ จบเตรียมทหารรุ่นที่ 8 ส่วนธรรมนัส จบเตรียมทหาร รุ่นที่ 25 ห่างกันสูดกู่ 17 รุ่น     

จริงๆ แล้ว เป้าหมายแท้จริงของ “ตู่ใหญ่” ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี,พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ซึ่งเป็นผู้ดึง “ผู้กองธรรมนัส” มาทำงานให้ในสมรภูมิการเมือง    

เหมือนที่ ร.อ.ธรรมนัส ได้ให้สัมภาษณ์สื่อไว้สองปีที่แล้วว่า เขาเป็นผู้กุมความลับเรื่องบิ๊กดีลการจัดตั้งรัฐบาลผสม 3 พรรคใหญ่ 2 พรรคกลาง 3 พรรคเล็ก และ 10 พรรคจิ๋ว

++
หวามอมขมกลืน
++
ปฏิกิริยาหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะรัฐมนตรี และ ส.ส.ของ “ร.อ.ธรรมนัส” ส่องดูความเคลื่อนไหวของฝ่ายค้าน พรรคก้าวไกลแรงจัด ตามมาด้วยพรรคเสรีรวมไทย แต่พรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดในสภากลับเงียบผิดปกติ    

ฤาจะเป็นเรื่องของ “กรรมเก่า” ตามมาหลอกหลอนพรรคเพื่อไทย ดังที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ได้แถลงข่าวชี้แจงกรณีถูกวิพากษ์วิจารณ์โจมตีถึงคุณสมบัติของการเป็นรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 ก.ค.2562    

“ผมไม่เคยมีคดีค้างในชั้นศาล ผมได้ใช้กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ตัวเองมาทุกเรื่องทุกสถานการณ์ และผมไม่เคยละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับ และชีวิตของผมผ่าน พ.ร.บ.ล้างมลทินมาหลายฉบับแล้ว ผมเคยสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อกับพรรคการเมืองหนึ่ง หากไม่มีการรัฐประหารครั้งที่แล้ว ก็คงได้เป็น ส.ส. ทำไมถึงไม่มีปัญหา แต่ทำไมถึงมีปัญหาในครั้งนี้ และไม่ถูกโจมตีอะไรเลย”    


ลีลานักการเมืองแบบธรรมนัส ระดับแกนนำสมัชชาคนจน ยังหัวเราะ

แม้ผู้กองธรรมนัส จะไม่บอกว่าพรรคการเมืองไหน คนทั้งประเทศก็รู้ว่า พรรคเพื่อไทย ซึ่งปลายปี 2556 เขาเป็นแม่ทัพใหญ่ในสนามเลือกตั้ง จ.พะเยา    

ปี 2555 ผู้กองธรรมนัส จัดทีมผู้สมัครนายก อบจ.พะเยา แข่งกับตระกูล “ตันบรรจง” จนเกิดศึกคนกันเอง กลุ่มเสื้อแดงพะเยาโจมตีธรรมนัสมากมาย แต่แกนนำ นปช. ทั้ง “ตู่-เต้น” ยกทีมไปช่วยผู้สมัครนายก อบจ.สายผู้กองหาเสียง ทำให้ค่ายผู้กองล้มแชมป์ตระกูลตันบรรจง ลงไปได้    

นี่เป็น “ข้อเท็จจริง” ที่ขุนพลพรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. รับรู้อยู่แก่ใจ จึงเกิดมีอาการหวานอมขมกลืนอยู่ในเวลานี้ 

++
ลึกแต่ไม่ลับ
++
กรณีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 4 ลำปาง ช่วงต้นปี 2563 เป็นอีกรูปธรรมหนึ่งที่สะท้อนภาพความสัมพันธ์เชิงลึก ระหว่าง “ธรรมนัส” กับคนในพรรคเพื่อไทย    

แม้พรรคเพื่อไทยมีมติส่ง “พินิจ จันทร์สุรินทร์” ลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ในครั้งนั้น แต่เมื่อถึงวันสุดท้ายของการสมัครรับเลือกตั้ง “พินิจ” เจ้าพ่อดอยเงินประกาศ “ถอย” หน้าตาเฉย พรรคก็หาคนลงสมัครแทนไม่ทัน    

ไม่มีแกนนำเพื่อไทยคนไหนออกมาแฉเบื้องลึกเบื้องหลัง ทุกคนยอมรับการตัดสินใจของอดีต ส.ส.จอมเก๋า มิหนำซ้ำ หัวคะแนนบางส่วนของพินิจ ยังมาช่วยวัฒนา สิทธิวัง ผู้สมัคร ส.ส.ค่ายพลังประชารัฐ    

ตอนไม่ลงเลือกตั้งซ่อม พินิจ จันทร์สุรินทร์ อ้างว่าจะเตรียมตัวลงสมัครนายก อบจ.ลำปาง แต่เมื่อถึงฤดูเลือกตั้งท้องถิ่นจริงๆ เจ้าพ่อดอยเงินหายเข้ากลีบเมฆ     

กรณีเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย ตระกูล “ติยะไพรัช” จับมือตระกูล “เตชะธีราวัฒน์” สู้กับ “วันไชยธนะวงศ์” และเที่ยวนี้ ตระกูล “จงสุทธนามณี” ค่ายพลังประชารัฐ ขอถอนตัว    

เบื้องหลัง “จงสุทธนามณี” โบกมือลาสนามชั่วคราว ไม่มีใครรู้จริง แต่มีข้อน่าสังเกตในวันที่มีการโหวตศึกซักฟอก 9 รัฐมนตรี ผลปรากฏว่า พรรคเพื่อชาติ ทั้งยกมือไว้วางใจ และงดออกเสียง ให้ผู้กองธรรมนัส    

จากสนาม อบจ.เชียงราย ล่องมาถึงสนาม อบจ.นครสวรรค์ “พล.ต.ท.สมศักดิ์  จันทะพิงค์”อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในนาม “กลุ่มนครสวรรค์บ้านเรา” ชนะเลือกตั้งนายก อบจ.ขาดลอย ในปรากฏการณ์พิเศษคือ เพื่อไทย ,ภูมิใจไทย และพลังประชารัฐ พร้อมใจกันหนุน “อดีตมือปราบฉลามดำ”     

ที่สำคัญ ระยะหลัง “สมศักดิ์” ทำงานการเมืองนอกสภาร่วมกับ “ยงยุทธ ติยะไพรัช” มาโดยตลอด จู่ๆ สมศักดิ์ก็ปรับแผนลงนายก อบจ.ปากน้ำโพ โดยมี “หิมาลัย ผิวพรรณ” เป็นทีมงานสนับสนุน และไม่ต้องบอกว่า “หิมาลัย” เป็นตัวแทนใคร?     

กรณีตัวอย่างข้างต้นนี้ สะท้อนว่า “ผู้กองธรรมนัส” ยังมีบทบาทเป็นมือประสาน “หลังม่าน” ในหมู่เพื่อนพ้องน้องพี่เพื่อไทย

ซินแสเข่ง ผ่าดวง วิกฤติ “โทนี่ ทักษิณ” ดิ้นกลับไทย รวยล้นฟ้า แต่กลับไม่ได้ หากไม่รับกรรมก่อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466431

ซินแสเข่ง   ผ่าดวง วิกฤติ  “โทนี่  ทักษิณ”  ดิ้นกลับไทย รวยล้นฟ้า  แต่กลับไม่ได้  หากไม่รับกรรมก่อน

11 พฤษภาคม 2564 – 10:20 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ”โทนี่  ทักษิณ”ดิ้นกลับไทย รวยล้านฟ้า แต่กลับไม่ได้ หากไม่รับกรรมก่อน เชื่อตัดใจใช้ชีวิตจบในต่างแดน

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ”โทนี่  ทักษิณ“ดิ้นกลับไทย จังหวะรอบอายุเข้าเคราะห์  ทุ่มสุดตัวหวังล้มรัฐบาลทั้งในสภา-นอกสภาหวังกลับแผ่นดินเกิด  วิบากกรรมจากวันเดือนปีเหมือนถูกมัดด้วยตราสังดิ้นเท่าไหร่เหมือนยิ่งมัดตัวเองมากยิ่งขึ้น  รวยล้นฟ้าแต่กลับไม่ได้ หากไม่รับกรรมก่อน  เชื่อตัดใจใช้ชีวิตจบในต่างแดน หวังกำลังฝ่ายค้านม็อบบนถนนกลุ่มนปช.ก็ยากที่จะยื้อไม่มีปฏิหาริย์แก้วิบากกรรมได้

ซินแสเข่ง   ผ่าดวง วิกฤติ  "โทนี่  ทักษิณ"  ดิ้นกลับไทย รวยล้นฟ้า  แต่กลับไม่ได้  หากไม่รับกรรมก่อน

ซินแสเข่ง อาจารย์  ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบัน โหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย   ผ่าดวง วิกฤติ  อดีตนายกฯ  “โทนี่” ทักษิณ ชินวัตร  ครบรอบอายุ  72  ย่าง  73  ช่วงจังหวะปีเกิด  หวังเสริมดวงชะตารุกหนัก  หวังเอาชนะรัฐบาลและประชาชนเพื่อหาจังหวะกลับบ้านเกิด  แต่อุปสรรครอบนี้ยังมีอย่างต่อเนื่อง  ปี2564  อย่างต่อเนื่อง  18  เดือน  ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวังมีเรื่องให้อึดอัดหงุดหงิดไม่สบายใจ  และคาดหวังอะไรไว้ไม่สำเร็จ   ต่อเนื่องถึงชีวิตบั้นปลาย ที่ไร้จุดหมายในต่างแดน   เพราะวิบากกรรมจากวันเดือนปีเกิด  เหมือนถูกมัดด้วยตราสัง  อยากที่จะดิ้นรนกลับไทยหากไม่แก้ไข  

หวังสร้างสถานการณ์ ทุกวิถีทางหวังพึ่งทั้ง  กลุ่ม นปช. , ฝ่ายค้าน   กลุ่มม็อบที่สร้างขึ้น  เพื่อปฏิบัติการโจมตีเพื่อล้มล้างรัฐบาล ทุกช่องทาง และคาดว่าให้ปฏิหาริย์เป็นจริง  เพราะวิบากกรรมที่เป็นอยู่  คุณโทนี่  เป็นผู้สร้างและกำหนด  หากแก้ไขได้ให้กลับมารับกรรม  โอกาศที่จะกลับมีแน่นอน  แต่หากหวังเอาชนะทางการเมือง  หรือการโจมตียิ่งทำยิ่งพ่าย  ความสำเร็จไม่มีเกิด  ถึงแม้นเดือนกันยายน  จะเป็นเดือนที่บอกถึงการเสริมดวง  คุณโทนี่ก็ตาม  แต่ไม่ได้หมายความว่า  วิบากกรรม  และ  รอบอายุที่เข้าเคราะห์ที่ยังเหลืออยู่อีก  9  เดือนจากนี้ไป  อีกทั้งรอบอายุปี  65  ปีแห่งความขัดแย้ง  เป็นศัตรู  ปีแห่งคดีความ  และเบียดเบียนให้มีแต่เรื่องของความสูญเสีย  ให้อึดอัดใจ   กับปัญหาที่ไร้สาระไม่เป็นเรื่องไม่เป็นราว

ซึ่งในเรื่องนี้  ซินแสเข่ง กล่าว  ชีวิตจากวันเดือนปีเกิด  ที่ผูกดวงไว้เหมือนถูกมัดด้วยตราสัง  กับวิบากกรรม  ของอดีตนายกฯ จากการกระทำของตนเองกลับคือ  ติดคุก   หรือ  ล้มประเทศได้ให้เปลี่ยนระบบการปกครอง  อย่างไหนจะยากกว่า   เพราะจากการกระทำที่เกิดขึ้นมาจากผลพวง ของตนเอง  หากไม่ยอมรับ  ชะตากรรม  ยังไงก็ปิดบัญชีไม่ได้  และคนไทยที่จะตกดวงขัดแย้งอีกนานเท่าไหร่  อย่างที่ท่านเคยพูดไว้ว่า  ตราบใดท่านกลับไม่ได้  คนไทยก็อย่าหวังจะมีความสุข

ส่องคลองเตย ‘กรณิศ’ คนจริง ขวัญใจชาวบ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466367

ส่องคลองเตย ‘กรณิศ’ คนจริง  ขวัญใจชาวบ้าน

10 พฤษภาคม 2564 – 16:59 น.

การเมืองโควิด “ส.ส.กรณิศ” ไม่ทน เบรก “ขาใหญ่” ที่หวังผลคะแนนเสียงคนคลองเตย 

++

20 กว่าปีที่แล้ว เอ่ยชื่อ ส.ก.คลองเตย ก็ต้องคนนี้เลย สุนันท์ อึ้งทรงธรรม อดีต สก.คลองเตย หลายสมัย เคยสังกัดพรรคพลังธรรม และพรรคไทยรักไทย 

12-13 ปีมานี้ คนคลองเตยต่างรู้จัก “ส.ก.น้อง” เป็นอย่างดี ซึ่งวันนี้ คือ กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. เขต 4 คลองเตย-วัฒนา พรรคพลังประชารัฐ 

“กรณิศ” เป็น ส.ก.คลองเตย โดยมีคนในตระกูล “อึ้งทรงธรรม” เป็น ส.ข. สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ มา 2 สมัย ก่อนจะตัดสินใจย้ายมาอยู่พรรคพลังประชารัฐ และลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรกในชีวิต

ท่ามกลางการโจมตีเรื่องการย้ายพรรค กรณิศเดินหน้าหาเสียงเต็มที่ จนชนะคู่แข่งจากพรรคคนรุ่นใหม่ และทำคะแนนทิ้งห่างอดีต ส.ส.เท่าตัว

ปี 2564 เมื่อโควิดรุกชุมชนแออัดคลองเตย “กรณิศ” ได้เคลื่อนไหวช่วยเหลือประชาชนเต็มที่ ทั้งประสานเรื่องการนำตัวไปรักษาที่ รพ. และช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด

กรณีที่ตกเป็นข่าวใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ “กรณิศ” ได้รับข้อร้องเรียนจากชาวคลองเตยว่า มีการเล่นพรรคเล่นพวก แจกบัตรคิวฉีดวัคซีนโควิด รวมทั้งมีการย้ายสถานที่รถตรวจโควิดในชุมชนแออัดคลองเตย 

เนื่องจากมี “ขาใหญ่” บางคนเล่นพรรคเล่นพวก นำเอาเรื่องบัตรคิว ไปสร้างคะแนนเสียงให้กับตัวเอง ซึ่งในสถานการณ์ช่วงเวลานี้ ไม่ควรเอาชีวิตของคนมาทำเช่นนี้ ทั้งที่นโยบายของนายกรัฐมนตรีต้องการตรวจเชิงรุกให้ได้จำนวนมากที่สุด เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดในพื้นที่เขตคลองเตย 

ขาใหญ่รายนั้น ลงพื้นที่เตรียมการสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภา กทม.มา 5-6 ปีแล้ว โดยอาศัยเครือข่ายบรรเทาสาธารณภัย เป็นฐานมวลชน

                                    ส.ส.กรณิศ แห่งคลองเตย

++
ลูกไม้ใต้ต้น

ประสบการณ์ ส.ก.เขตคลองเตย 2 สมัย กรณิศ เน้นการพัฒนาและแก้ปัญหาให้กับคนในชุมชนแบบถึงลูกถึงคน โดยยึดหลักเป็นกันเอง หรือ “ใจเขา ใจเรา” เข้าถึงพึ่งได้ เธอจึงนั่งในใจชาวคลองเตยและวัฒนา 

จาก “ส.ก.น้อง” มาเป็น “ส.ส.น้อง” ยังมุ่งเน้นทำงาน เพื่อพัฒนาสาธารณูปโภคและคุณภาพชีวิตคนเมือง ทั้งในสภาและในพื้นที่อย่างเข้มข้น 

ระยะหลังนี้ คนคลองเตย จะเห็น “ส.ส.น้อง” ไปไหนมาไหน พร้อมกับลูกชาย พริษฐ์ จิตตโรภาส ซึ่งเขามาช่วยงานมารดาที่เขตคลองเตยและวัฒนา นานแล้ว ทุกวันนี้ พริษฐ์ยังมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีอุตสาหกรรม (สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ)

พริษฐ์รักการท่องเที่ยว ดำน้ำ และถ่ายภาพ เขาจบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จาก University of Exeter และปริญญาโทจาก Imperial College London ประเทศอังกฤษ

วันข้างหน้า พริษฐ์ อาจเดินตามรอยมารดา ด้วยการลงสนามการเมืองก็เป็นได้

ส่องคลองเตย 'กรณิศ' คนจริง  ขวัญใจชาวบ้าน

                        ทีมงาน ส.ส.กรณิศ แห่งพรรคพลังประชารัฐ

สู้กันเอง “อัศวิน-จักรทิพย์” ชิงเมืองหลวง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466341

สู้กันเอง “อัศวิน-จักรทิพย์” ชิงเมืองหลวง

10 พฤษภาคม 2564 – 14:30 น.

สมรภูมิผู้ว่าฯ กทม. “อัศวิน” ฮึดสู้อีกยก “จักรทิพย์” เหนื่อย เจอกระแสไม่เอาธรรมนัส คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ชั่วโมงนี้ คลัสเตอร์คลองเตย ถูกจับตามองมากที่สุด มิใช่แค่เรื่องโรคระบาด หากแต่ยังมีเรื่องการเมืองท้องถิ่นแทรกเข้ามาด้วย    

เมื่อเฟซบุ๊กของ ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ได้แชร์ภาพป้ายระบุสถานที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ในพื้นที่เขตคลองเตย ซึ่งระบุใจความว่า “สถานที่ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัส โควิด19 ตามมาตรการแก้ไขการระบาดเชื้อไวรัสโควิด ชุมชนคลองเตย ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สุชัย พงษ์เพียรชอบ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง.. คลัสเตอร์ชุมชนคลองเตยล่าสุดพบผู้ติดเชื้อโควิด 154 ราย

” พล.ต.อ.จักรทิพย์” ยันลงชิงผู้ว่าฯกทม. ปัด “พล.อ.ประวิตร” หนุนจนขัดแย้ง “ทยา ทีปสุวรรณ” 

สู้กันเอง "อัศวิน-จักรทิพย์" ชิงเมืองหลวง

อัศวิน ยังหวังที่จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.    

“ชัชชาติ” เขียนข้อความสั้นๆ ประกอบภาพดังกล่าวว่า “โดยใช้เงินภาษีของทุกคน” ดูเหมือนจะโดนใจกองเชียร์ชัชชาติพอสมควร 

ขณะเดียวกัน ชื่อของ สุชัย พงษ์เพียรชอบ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. ถูกพูดถึงมากที่สุดในสื่อออนไลน์ เพราะเขาทำงานการเมืองในพื้นที่คลองเตยมาหลายปีแล้ว

ปลายเดือน เม.ย.2564 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ได้แต่งตั้ง “สุชัย” เป็นที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. หลังจาก อรพินทร์ เพชรทัต ได้ลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. ไปดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ตรีนุช เทียนทอง)    

ก่อนหน้านั้น คนคลองเตยรู้จัก สุชัย พงษ์เพียรชอบ ในฐานะประธานอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนและบรรเทาสาธารณภัย (อปพร.) เขตคลองเตย และเตรียมการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ก. เขตคลองเตย    

ในอดีต สุชัยเคยเป็นผู้บริหารบริษัท ลีเกิ้ล โปรเฟสชั่นแนล จำกัด และบริษัท คลองเตย (2551) จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจส่วนตัวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สมัยที่เข้าไปดูแลตลาดคลองเตย เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว


จักรทิพย์ ลงพื้นที่กับ หิมาลัย ผิวพรรณ ตัวแทนธรรมนัส

++
บิ๊กวินเอาไงดี?
++
ไม่ว่าครั้งใดที่นักข่าวสอบถาม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ถึงการเตรียมตัวลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ที่จะมีขึ้นในอนาคต ก็มักจะได้คำตอบทำนองนี้ “ผมยังไม่ได้ตัดสินใจเลย แต่ก็เตรียมตัวฟิตร่างกายตลอด ประชาชนก็รู้ว่า ผมเตรียมตัวอยู่แล้ว”    

ด้วยความสัมพันธ์อันดีกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงได้นั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ใน สถานการณ์พิเศษ ตั้งแต่ยุค คสช. จนมาถึงปัจจุบัน    

“บิ๊กวิน” ยังมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ สุเทพ เทือกสุบรรณ และเคยเป็นหนึ่งในทีมงานรองผู้ว่าฯ กทม. ยุค “คุณชายหมู”    

นอกจากนั้น “บิ๊กวิน” ได้จัดทีมงานประชาสัมพันธ์ส่วนตัวในนาม “กลุ่มรักษ์กรุงเทพ” ที่เปิดแฟนเพจเฟซบุ๊ก เป็นสื่อกลางระหว่างประชาชนกับผู้ว่าฯ กทม. รวมถึงกลุ่มเพื่อนมิตรในแวดวงมวยไทย    

ที่สำคัญ “เอิร์ธ” พงศกร ขวัญเมือง ลูกชายคนสุดท้องของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ในฐานะโฆษก กทม. ได้กลายเป็นขวัญใจคนกรุง หลังทำหน้าที่สื่อสารภาวะวิกฤตโควิด มาตั้งแต่ปีที่แล้ว จนถึงปีนี้    

เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวลือว่า มีคนเสนอ “บิ๊กวิน” รับข้อเสนอไม่ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. แลกกับการให้ลูกชาย-เอิร์ธ เป็นรองผู้ว่าฯ กทม.


หิมาลัย ,ส.ก.อ้วน และวิทย์ บางแค ทีมงานของบิ๊กแป๊ะ

++
จักรทิพย์เหนื่อย
++
ด้าน “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ยังเดินหน้าหาเสียงเตรียมตัวลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. โดยไม่สังกัดพรรค และไม่กลัวที่จะถูกมองว่าเป็นนอมินี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ     

ช่วงโควิดระบาดรอบที่ 3 “บิ๊กแป๊ะ” ได้เปิดแฟนเพจเฟซบุ๊ก “จักรทิพย์คนทำงาน” เพื่อเป็นช่องทางช่วยเหลือและเยียวยาผู้รับผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด    

แม้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ บอกว่า จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ไม่สังกัดพรรค แต่ก็มีรายงานข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. จะเป็นแม่ทัพเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.     

ช่วงเดือน มี.ค.2564 ระหว่างที่ “บิ๊กแป๊ะ” ลงพื้นที่หลายเขต ก็จะเห็นภาพ “เสธ.หิ” หิมาลัย ผิวพรรณ อดีตนายทหารคนดัง เดินข้างกายเป็นเสมือนกุนซือส่วนตัว พร้อมด้วย “ส.ก.อ้วน” คำรณ บำรุงรักษ์ อดีตรองประธานสภา กทม.    

ด้านฝั่งธนบุรี จึงปรากฏชื่อ โกวิทย์ ธารณา หรือ “วิทย์ บางแค” อดีต ส.ส.กทม. รวมถึง สากล ม่วงศิริ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ที่ให้การสนับสนุนบิ๊กแป๊ะ
    
ว่ากันว่า “เสธ.หิ” ก็คือร่างเงาของ ร.อ.ธรรมนัส ที่ทำหน้าที่ในการวางแผนการลงพื้นที่ และคุมทีมงานประชาสัมพันธ์ของบิ๊กแป๊ะ
สถานการณ์การเมืองเปลี่ยนเร็ว พลันที่เกิดกระแสไม่เอาธรรมนัส หลังศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า “รอด” จากคดีค้างเก่าในต่างประเทศ ย่อมส่งผลสะเทือนถึงบิ๊กแป๊ะ

สนามเลือกตั้งเมืองหลวง ไม่ว่าระดับชาติหรือท้องถิ่น ยังชี้ขาดที่ “กระแส” ต่อให้มีทีมงานแข็ง และมีอำนาจแฝงหนุน หากกระแสคนเมืองไม่ตอบรับ ก็มีโอกาสพ่ายแพ้สูง

โควิดคร่าชีวิต รายแรกเมืองลาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466269

โควิดคร่าชีวิต  รายแรกเมืองลาว 

9 พฤษภาคม 2564 – 18:22 น.

โควิดยังระบาดหนักในลาว พบผู้เสียชีวิตรายแรก ปกปิดข้อมูล หลีกเลี่ยงการรักษาตัว

++

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ใน สปป.ลาว  มียอดผู้ติดเชื้อสะสมสูงถึง 1,302 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 9 พ.ค.2564) เฉพาะนครหลวงเวียงจันทน์ 699 คน รองลงมาคือ แขวงบ่อแก้ว 303 คน

ขณะนี้ มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิดเข้ารักษาตัวในโรงหมอ 1,069 คน รักษาหายแล้ว 232 คน  

โควิดคร่าชีวิต  รายแรกเมืองลาว 

                                  ข้อมูล วันที่ 9 พ.ค.2564

คณะเฉพาะกิจควบคุม ป้องกันโควิด-19 ของรัฐบาลลาว ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 9 พ.ค.2564 ว่า มีผู้เสียชีวิตรายแรก เมื่อเวลา 07.00 น.ที่โรงหมอเสดถาทิลาด อันเนื่องจากโควิด-19 ใน สปป.ลาว 

ผู้เสียชีวิตรายนี้ เพศหญิง สัญชาติเวียดนาม คนป่วยโควิดกรณีที่ 364 อายุ 53 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านนาไซ เมืองไซเสดถา นครหลวงเวียงจันทน์ ได้รับเชื้อโควิดมาจากสถานบันเทิงย่านบ้านนาไซ

ดร.บัวเทบ พูมิน รองหัวหน้ากรมรักษาและหน้าที่การ กระทรวงสาธารณสุขลาว เปิดเผยว่าผู้เสียชีวิต มีโรคประจำตัวคือ ตับอักเสบบี และเบาหวาน หลังตรวจเลือดที่โรงหมอเสดถาทิลาด เบาหวานขึ้น 200 

โควิดคร่าชีวิต  รายแรกเมืองลาว 

                          ผู้เสียชีวิตจากโควิด รายแรกของลาว

ที่สำคัญ ผู้ป่วยมีเจตนาหลบเลี่ยงการรักษา ปกปิดซ่อนเร้น กระทั่งมีอาการหนักแล้ว จึงเดินทางพบหมอ เมื่อผู้ป่วยมีโรคประจำตัว และเกิดอาการแทรกซ้อน ทำให้มีการติดเชื้อรุนแรง และเสียชีวิตในที่สุด

เท่าที่ติดตามข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุขลาว พบว่า มีคนลาวบางกลุ่มมาตรวจหาเชื้อแล้ว ไม่ยอมติดต่อรับฟังผล หรือบางส่วนรู้ว่าติดเชื้อก็หลบหนีเลย ทำให้ทางการต้องประกาศติดตามตัวมารักษาในโรงหมอ

ด้านหนึ่ง ทางการลาวได้เร่งระดมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด จนถึงวันที่ 6 พ.ค.2564 มีผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 343,356 คน  และเข็มที่ 2 จำนวน 81,330 คน 

รัฐบาลลาว มีวัคซีนป้องกันโควิด 2 ยี่ห้อคือ ซิโนฟาร์ม และแอสตราเซเนกา ประมาณ 1.5 ล้านโดส แต่ก็มีอุปสรรคที่ประชาชนลาวจำนวนหนึ่ง ยังไม่มั่นใจในวัคซีน กลัวผลข้างเคียง จึงไม่เดินทางรับวัคซีนดังกล่าว