ตีเมืองจันท์ ‘ยุคล’ คืนรัง ซบค่าย ‘หมอตี๋’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466259

ตีเมืองจันท์ ‘ยุคล’ คืนรัง ซบค่าย ‘หมอตี๋’

9 พฤษภาคม 2564 – 16:28 น.

บูรพาไม่แพ้ “หมอตี๋” เตรียมการกอบกู้เมืองจันท์ ดึง ส.ส.เก่า “ยุคล” กลับมาสร้างดรีมทีม

++

บรรยากาศคล้ายใกล้จะมีการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2564 จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนิพนธ์ บุญญามณี แม่ทัพภาคใต้ เปิดพรรคประชาธิปัตย์ ต้อนรับ ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา อดีต ส.ส.จันทบุรี 3 สมัย กลับบ้านเก่า หลังลาออกไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ 

พร้อมกับเปิดตัว ชรัตน์ เนรัญชร  อดีตผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรี เขต 3 และ ทพ.อิทธิพล จังสิริมงคล อดีตนักการเมืองท้องถิ่นเทศบาลเมืองจันทบุรี  

“จุรินทร์” บอกว่า “ยุคล” เปรียบเสมือนเลือดเก่าไหลกลับ และยังมีเลือดใหม่ที่เข้ามาร่วมอุดมการณ์กับพรรคด้วย ซึ่งทั้งสามคือ “ดรีมทีม” ที่พร้อมจะตีเมืองจันท์คืนกลับมา ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

สำหรับ ชรัตน์ เนรัญชร ลูกชาย อดีต ส.จ.จันทบุรี เขต อ.สอยดาว เคยสมัคร ส.ส.ในนาม ปชป. สมัยที่แล้ว ปัจจุบัน ชรัตน์ เป็นคณะทำงานรัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ โดยส่วนตัวเป็นผู้ ประกอบการรายใหญ่ส่งออกลำไยไปประเทศจีน

                                 จุรินทร์ เปิดตัวดรีมทีมจันท์ฮิ

++
กอบกู้จันท์ฮิ

เลือกตั้งปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์ผิดหวัง ที่ไม่รักษาแชมป์ภาคพื้นบูรพาไว้ได้ เพราะในสนามจันทบุรี และตราด พ่ายหมด แถมระยองก็ไม่ชนะยกจังหวัด ทำเอา “หมอตี๋” สาธิต ปิตุเตชะ แม่ทัพบูรพา ผิดหวังอย่างแรง

เฉพาะสมรภูมิจันทบุรี ในรอบ 20 กว่าปีที่ผ่านมา มันเป็นการต่อสู้ของพรรคการเมือง 2 ขั้วคือ พรรคฝ่ายทักษิณ กับพรรคประชาธิปัตย์ 

ยุคประชานิยม พรรคไทยรักไทยกวาดเก้าอี้ ส.ส.ทั้งจังหวัด แต่หลังรัฐประหาร 2549 กระแสต้านระบอบทักษิณมาแรง การเลือกตั้ง 2550 และ 2554 พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ ส.ส.ยกจังหวัด

ผลเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา คนจันท์ฮิรู้ดีว่า พรรคอนาคตใหม่กวาดเก้าอี้ ส.ส.จันทบุรี ยกจังหวัด เพราะอุบัติเหตุการเมืองที่เกิดขึ้นกับพรรคไทยรักษาชาติ

ประวัฒน์ อุตตะโมต อดีต รมช.เกษตรฯ และอดีต ส.ส.จันทบุรี สมัยพรรคไทยรักไทย เป็นพี่เลี้ยงให้ผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรี พรรคไทยรักษาชาติ เมื่อพรรค ทษช.ถูกยุบ คะแนนคนเสื้อแดง คนรักทักษิณก็ไหลไปที่พรรคอนาคตใหม่

ปัจจุบัน 3 ส.ส.จันทบุรี พรรคอนาคตใหม่ ต่างแยกย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ “สารวัตรต๊อก” พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี เขต 1 สังกัดพรรคพลังประชารัฐ จารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี สังกัดพรรคพลังท้องถิ่นไท และ ญาณธิชา บัวเผื่อน ส.ส.จันทบุรี เขต 3 ขยับไปพรรคก้าวไกล หลังอนาคตใหม่ถูกยุบ

ส่วน ธวัชชัย อนามพงศ์ และยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา อดีต ส.ส. พรรค ปชป. ที่ยกทีมไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ สอบตกทั้งคู่ รวมถึง แสนคม อนามพงษ์ หลานชายธวัชชัยด้วย 

ตีเมืองจันท์ 'ยุคล' คืนรัง ซบค่าย 'หมอตี๋'

                               ยุคล อดีต ส.ส.จันทบุรี 3 สมัย

++
กลับบ้านเก่า

ตอนที่ “ธวัชชัย” และ “ยุคล” ลาออกจาก ปชป. ไปสังกัด พปชร. ก็ต่างฝ่ายต่างไป โดยสิงห์บ่อพลอย-ธวัชชัย จับคู่หลานชาย ยุคลก็บินเดี่ยว

หลังตั้งรัฐบาลประยุทธ์ ยุคลได้ตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีพลังงาน (สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์) และเมื่อ 4 กุมาร ถอนตัวจากพรรคพลังประชารัฐ และลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ยุคลจึงเริ่มวางแผนกลับบ้านเก่า

ตั้งแต่ปลายปีที่ 2563 ยุคลเปิดการเจรจากับ “หมอตี๋” แม่ทัพบูรพา และเริ่มเข้ามาทำงานให้พรรค ปชป. 

“ยุคล” เคยเป็นผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยอำเภอ ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จ.จันทบุรี ทำให้เขารู้จักเกษตรกรมากมาย โดยเฉพาะบ้านเกิด อ.ท่าใหม่ จึงอาศัยเดินลุยหาเสียงอย่างหนัก สมัยแรกๆ ก็แพ้ แต่ย้ายมาอยู่ ปชป.ก็ได้เป็นผู้แทนฯ 

อดีต ส.ส.จันทบุรี ของค่าย ปชป.คือ พงศ์เวช เวชชาชีวะ ก็หายหน้าไป ครั้งที่แล้วก็ไม่ลงสนาม

พงศ์เวช ลูกชายของ ประภัทรพงศ์ เวชชาชีวะ เกษตรกรผู้มีชื่อเสียง และเป็นที่รักใคร่ของชาวสวนผลไม้ ทำให้พงศ์เวชเป็น ส.ส.ไทยรักไทย 2 สมัย แล้วย้ายมาอยู่ ปชป.

ดังนั้น ดรีมทีมจันท์ฮิ ที่มี ส.ส.เก่าเหลืออยู่คนเดียวคือ ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ก็เป็นความหวังของ “หมอตี๋” ในการกอบกู้เมืองจันท์

ตีเมืองจันท์ 'ยุคล' คืนรัง ซบค่าย 'หมอตี๋'

                                          หมอตี๋ และยุคล

บ่แม่น CP ‘ส.ส.เดือน’ ขอโทษเด้อ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466189

บ่แม่น CP’ส.ส.เดือน’ขอโทษเด้อ

8 พฤษภาคม 2564 – 19:37 น.

พลาดจนได้ ส.ส.เสื้อแดงนครพนม จำผิด CP ไม่ใช่ CPTPP ลบโพสต์แทบไม่ทัน

สืบเนื่องจากประเด็นร้อนในโซเชียล เกี่ยวกับ CPTPP ที่หมายถึง ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership 

CPTPP เป็นความตกลงการค้าเสรีที่ครอบคลุมในเรื่องการค้า การบริการ และการลงทุนเพื่อสร้างมาตรฐานและกฎระเบียบร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก ครอบคลุมประเด็นการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานแรงงาน กฎหมายสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันสมาชิก CPTPP มีทั้งหมด 11 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น แคนาดา เม็กซิโก เปรู ชิลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน และเวียดนาม
    เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2564 มนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม แสดงความเห็นเรื่อง CPTPP ผ่านทวิตเตอร์ @ManapornCharoe1 โดยทวีตข้อความที่พาดพิง CP ทำนองประชดประชัน
    วันที่ 8 พ.ค.2564 ส.ส.มนพร ได้ลบข้อความเดิม และออกมาขอโทษกลุ่มซีพี โดยอ้างถึงแถลงการณ์ข้อเท็จจริง CPTPP ว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับซีพี ทั้งทางตรงและทางอ้อม
    “..ตามที่ซีพี ออกแถลงการณ์เรื่องของซีพีทีพีพี..นั้น ดิฉันได้รับทราบว่า กลุ่มทุนซีพี ไม่ได้เกี่ยวข้องใด..ขอโทษด้วยนะคะ ที่ออกมาชี้แจงให้ทราบ ขอบพระคุณมากค่ะ” พร้อมแปะลิงก์ข่าวคำแถลงของซีพี
    อย่างไรก็ตาม การทวีตข้อความแรกเกี่ยวกับ CPTTP กับ CP มีพลเมืองเน็ตได้วิพากษ์วิจารณ์ ส.ส.มนพร จำนวนมากเช่น “ท่านตรวจสอบมาดีรึยังหรือโพสต์เอาฮา”, “เก็บโพสต์ไว้อวดระดับคุณภาพ ส.ส. ฝ่ายค้านนานๆ อย่าลบนะคะ” ฯลฯ

 บ่แม่น CP'ส.ส.เดือน'ขอโทษเด้อ

ต้องรีบขอโทษ ซีพี 

++
เธอคือ ส.ส.เดือน
++
    มนพร เจริญศรี (อ่านว่า มะนะพร) หรือที่ชาวนครพนม รู้จักดีในนาม “ส.ส.เดือน” เกิดที่ตัวเมืองนครพนม สำเร็จการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ และศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต รามคำแหง 
    เส้นทางการเมืองของ “ส.ส.เดือน” หรือ มนพร นั้นได้รับการสนับสนุนจากพ่อบุญธรรม “หมอคนยาก” นพ.ประสงค์ บูรณ์พงศ์ อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง และ ส.ส.นครพนม 10 สมัย
    ปี 2547 ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.นครพนม โดยการสนับสนุนของ ส.ส.นครพนม พรรคไทยรักไทย 
    ปี 2552-53 อดีตนายก อบจ.หญิงคนแรกของนครพนม รับบทแกนนำเสื้อแดงนครพนม ร่วมกับ “หมอสงค์” ถือได้ว่า ยุคนั้นเสื้อแดงริมโขงเฟื่องฟูมาก 
    ปี 2554 เธอสวมเสื้อพรรคเพื่อไทย ลงสมัคร ส.ส.สมัยแรก ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.นครพนม เขต 2 ด้วยกระแสยิ่งลักษณ์ฟีเวอร์ และมนต์รักเสื้อแดง

 บ่แม่น CP'ส.ส.เดือน'ขอโทษเด้อ

ส.ส.เดือน อดีตแกนนำเสื้อแดงนครพนม 

    ปี 2562  “ส.ส.เดือน” มนพร เจริญศรี ลงสนามแข่งกับ “น้ำผึ้ง” ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ พรรคพลังประชารัฐ ที่เขต 2 อ.เมืองนครพนม (เฉพาะ 6 ตำบล), อ.โพนสวรรค์ และ อ.ท่าอุเทน 
    ปรากฏว่า ส.ส.เดือน ในนามเพื่อไทย เอาชนะน้ำผึ้ง หลานสาวบิ๊กจิ๋วไปขาดลอย ทั้งที่น้ำผึ้ง ได้รับการสนับสนุนจาก สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม 
    “ส.ส.เดือน” สังกัดเพื่อไทยก็จริง แต่อยู่คนละกลุ่มกับ ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม หลายสมัย แม้ “หมอสงค์” จะย้ายไปสังกัดพรรคเสรีรวมไทย แต่ก็ยังเป็นกองหนุนให้เธออยู่เหมือนเดิม

รู้จัก ‘อันวาร์’ ฝ่ายค้านใน ปชป. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466180

รู้จัก ‘อันวาร์’ฝ่ายค้านใน ปชป.

8 พฤษภาคม 2564 – 17:22 น.

สัมผัสตัวตน “อันวาร์” ส.ส.ปัตตานี ที่เสมือนเป็น “คนนอกพรรค” มาตั้งสมัยแรกยันสมัยที่ 4 คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

นับแต่พรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมรัฐบาลประยุทธ์ ก็มี ส.ส.ค่าย ปชป.อยู่ 2-3 คนที่มักแสดงความเห็นทำนองเป็นฝ่ายค้านในฝ่ายรัฐบาลอยู่เป็นประจำ และหนึ่งในนั้นคือ ‘อันวาร์ สาและ’ ส.ส.ปัตตานี
    สำหรับ ส.ส.อันวาร์ มิเพียงแค่แสดงความเห็น หากแต่เขายังโหวตสวนมติพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อครั้งศึกซักฟอกหนที่แล้ว โดย “งดออกเสียง” ให้รัฐมนตรี 9 คน รวมถึงจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ แต่“ไว้วางใจ” นิพนธ์ บุญญามณี เพียงคนเดียว
    ล่าสุด อันวาร์ สาและ ได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทั่วประเทศ เสนอขอให้พรรค ปชป.ถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล สืบเนื่องจากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไม่พ้นสภาพความเป็นรัฐมนตรีและ ส.ส. 
    วันที่ 8 พ.ค.2564 ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป. ได้ออกมาชี้แจงว่า กรณีที่พรรคเข้าร่วมรัฐบาล โดยยื่นเงื่อนไข 3 ข้อในการร่วมรัฐบาล  อีกทั้งการเข้าร่วมรัฐบาลไม่ได้มีการพิจารณาโดยคนเดียว แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับพรรคที่ระบุว่า ต้องให้ที่ประชุม ส.ส.กับคณะกรรมการบริหารพรรคร่วมกันหารือและลงมติว่าพรรคจะร่วมรัฐบาล ซึ่งรวมถึงการพิจารณาว่าควรจะถอนตัวจากรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งเป็นกระบวนการประชาธิปไตยของพรรค
    “ราเมศ” กล่าวว่า รัฐมนตรีของพรรคที่ไปร่วมรัฐบาล ประสบความสำเร็จในการพรรคผลักดันนโยบายต่างๆ ในทุกกระทรวง  จึงไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล สิ่งสำคัญในช่วงนี้ ทุกฝ่ายและพรรคการเมืองต้องมุ่งเน้นเรื่องการแก้ปัญหาโรคโควิด-19 ในการช่วยเหลือประชาชน และทุกฝ่ายควรร่วมมือกัน ไม่มีฝ่ายค้านและรัฐบาล 
    คนภายนอกพรรค ก็มีมุมมองต่ออันวาร์แตกต่างกันไป บ้างก็บอกว่า เขาคือ ขบถ ปชป. แต่อีกฝ่ายก็ชี้ว่า เขาเป็นแกะดำ 

รู้จัก 'อันวาร์'ฝ่ายค้านใน ปชป.

คนนอกพรรค หรือแกะดำ 

++
ไม่เอาเผด็จการ
++
    ผลการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 พรรคประชาธิปัตย์บอบช้ำที่สุด สูญเสียที่นั่งในเมืองหลวง และหัวเมืองปักษ์ใต้ จึงทำให้ ส.ส.หลายคน เรียกร้องให้พรรคต้องพิจารณาถอดถอนบทเรียน
    อันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้น ที่ต้องการให้พรรคแก้ไขความไม่ถูกต้อง เพื่อสร้างความศรัทธาให้กลับคืนมาให้ได้
    ก่อนมีการลงมติว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลประยุทธ์ สภาพภายในค่าย ปชป. ก็มี 2 กลุ่มคือ ต้องการร่วมรัฐบาล เพื่อประเทศเดินไปข้างหน้า และไม่ต้องการร่วมรัฐบาล เพื่อรักษาความบอบช้ำของพรรค ในที่สุด เสียงส่วนใหญ่เลือกร่วมรัฐบาล
    แน่นอน อันวาร์ สาและ ,พนิต วิกิตเศรษฐ์ และเทพไท เสนพงษ์ (สมัยยังเป็น ส.ส.) อยู่ในกลุ่มไม่เห็นด้วยกับการร่วมรัฐบาล เพราะเป็นการสืบทอดอำนาจของ คสช.
    “อันวาร์” ให้สัมภาษณ์สื่อสำนักหนึ่งว่า เห็นใจรองนายกฯ จุรินทร์ ในการทำงานหนัก แต่การทำงานหนัก ไม่ได้รับเสียงสนับสนุน ก็เหนื่อยในสนามเลือกตั้งสมัยหน้า

++
หนึ่งเดียวในปลายด้ามขวาน
++
    ผลการเลือกตั้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ (ปัตตานี,ยะลา และนราธิวาส) มี ส.ส. 11 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 9 ที่นั่ง เหลือเพียง 1 ที่นั่งคือ อันวาร์ สาและ เขต 1 ปัตตานี
    เขตเลือกตั้งที่ 1 ประกอบด้วย อ.เมืองปัตตานี และ อ.ยะหริ่ง (ยกเว้นบางตำบล) ซึ่งอันวาร์ เป็น ส.ส.เขตนี้มา 4 สมัยแล้ว
    “อันวาร์” เกิดที่ ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี บุตรของเอกชัย-เจะลีเมาะ สาและ ในวัยเยาว์จบการศึกษาที่โรงเรียนวรคามินอนุสรณ์ และโรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล จ. ปัตตานี ก่อนเข้ากรุงมาจบบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการตลาด รามคำแหง ได้ทำงานฝ่ายการตลาดในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่กรุงเทพฯประมาณ 3 ปี ก่อนทางครอบครัวจะเรียกตัวกลับปัตตานี เพื่อไปสานต่อกิจการรับเหมาถมที่ และก่อสร้างจากบิดา
    เนื่องจากปู่และบิดาของอันวาร์ เป็นกำนัน ต.สะบารัง จึงถูกทาบทามให้ลงสมัคร ส.ส.ปัตตานี ในนามพรรคความหวังใหม่ ปี 2538 และในการเลือกตั้งปี 2544 ก็เตรียมตัวจะสมัคร ส.ส.ปัตตานี เขต 3 แต่บิดารับปากญาติผู้ใหญ่ที่ขอลงสมัครก่อน อันวาร์ก็เลยไม่ได้ลง ส.ส.อีก

รู้จัก 'อันวาร์'ฝ่ายค้านใน ปชป.

อันวาร์ เกือบลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรกในนามพรรคความหวังใหม่ 

    ปี 2548 พรรคประชาธิปัตย์ติดต่อขอให้อันวาร์ ลงสมัคร ส.ส. แต่ก็ปฏิเสธไปในตอนแรกเพราะไม่เคยคิดจะเดินเส้นทางนี้ แต่พอมาลงพื้นที่ก็ผูกพัน จึงตัดสินใจลงสมัคร ส.ส. และได้รับเลือกเป็น ส.ส.ปัตตานี
    ตอนนั้น กลุ่มวาดะห์สังกัดพรรคไทยรักไทย และสอบตกยกก๊วน เพราะคน 3 จังหวัดภาคใต้ไม่เอาทักษิณ จึงมีปรามาสอันวาร์ว่า ชนะเพราะชาวบ้านไม่เอาไทยรักไทย
    อันวาร์ให้สัมภาษณ์นักข่าวท้องถิ่นสมัยที่เป็น ส.ส.สมัยแรกว่า “เป้าหมายในชีวิตคือ ทำอย่างไรก็ได้ ให้คนในพื้นที่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะตอนทำธุรกิจ ผมเคยผ่านช่วงประสบความสำเร็จ มีทุกอย่างที่คนรุ่น 24-25 ปี จะมีได้ แต่พอช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ รถสิบล้อของผม 20 คัน ต้องขายทั้งหมด ลำบากที่สุด แต่ได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อน และทำให้คิดได้ว่าการมีมาก ไม่ได้ทำให้ชีวิตมีความสุข กลับจะทำให้มีห่วง”
    ว่ากันว่า อันวาร์ เป็น ส.ส.ใต้ ที่ดูเสมือนเป็น “คนนอก” มาตั้งแต่สมัยแรกยันสมัยที่ 4 จึงไม่แปลกที่เขาพูดว่า อาจจะไม่ได้รับการคัดเลือกให้ลงสมัคร ส.ส.สมัยหน้า ในนาม ปชป.

ศึกกะเหรี่ยง BGF ไม่ช่วยพม่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466094

ศึกกะเหรี่ยง BGF ไม่ช่วยพม่า

7 พฤษภาคม 2564 – 17:39 น.

จับตาแผนกะเหรี่ยงรบกะเหรี่ยง แม้นายพลทหาร BGF ประกาศจะไม่ช่วยพม่ารบทหาร KNU

แนวรบด้านตะวันตก ยังไม่น่าไว้วางใจ เมื่อทหารกะเหรี่ยง KNU/KNLA กองพลน้อยที่ 5 ยังทำการสู้กับทหารพม่า ในพื้นที่ จ.ผาปูน ตรงข้าม อ.แม่สามแลบ จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลให้มีชาวกะเหรี่ยงในฝั่งพม่า ต้องหลบหนีออกจากหมู่บ้านไปอยู่ตามป่าเขา ตามแนวพรมแดนไทย-พม่า

วันที่ 2 พ.ค.2564 พล.อ.บอ จ่อ แฮ รองผู้บัญชาการกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) แห่งสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ได้ส่งสาส์นถึงผู้นำกองกำลังชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ได้แก่กองทัพกะเหรี่ยงประชาธิปไตยผู้มีความเมตตา (DKBA), สภาสันติภาพแห่งกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU/KNLA PC) และกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (Border Guard Force: BGF) ขอชาวกะเหรี่ยงทั้งมวลรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ต่อสู้กับกองทัพพม่า
    “เป็นช่วงเวลาที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งที่พวกเราต้องรวมเลือดเนื้อกัน การโจมตีของข้าศึกเราในพื้นที่กองพลและเขตเมืองทางภาคเหนือของกอทูเล”
    ในจดหมายของพล.อ.บอจ่อแฮ ยังเปิดเผยถึงแผนการของกองทัพพม่า จะใช้กองกำลังกะเหรี่ยง BGF มาทำการรบกับทหารกะเหรี่ยง KNLA กองพลน้อยที่ 5 
    “การใช้ยุทธวิธีโจมตีทางอากาศของข้าศึก เป็นการแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความอ่อนแอในปฏิบัติการภาคพื้นดิน พวกเขาไม่สามารถส่งกำลังเสริมเข้ามายังพื้นที่แนวหน้า ซึ่งถูกปิดล้อมโดยกำลังพลของเรา ตอนนี้พวกเขาจึงต้องการใช้กองกำลังพิทักษ์ชายแดน BGF ในการปฏิบัติการช่วยเหลือกองทัพพม่า..”
    ด้วยเหตุนี้ พล.อ.บอจ่อแฮ จึงเรียกร้องว่า “แผนการของข้าศึกนี้ ไม่เป็นสิ่งดีต่อประชาชนกะเหรี่ยงเราเลย แผนการนี้ทำให้คนกะเหรี่ยงด้วยกันต้องรบกันเอง คนบาดเจ็บ ล้มตาย ล้วนเป็นพี่น้องชนชาวกะเหรี่ยง จึงขอร้องให้พวกท่านยืนหยัดทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนกะเหรี่ยง ยืนอยู่เคียงข้างความถูกต้อง ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ และร่วมกันหาแนวทางสันติภาพที่แท้จริง”

 ศึกกะเหรี่ยง BGF ไม่ช่วยพม่า

พล.อ.บอจ่อแฮ 

    วันที่ 6 พ.ค.2564 พ.อ.ซอว์ ชิต ตู เลขาธิการกองกำลังป้องกันชายแดนในรัฐกะเหรี่ยง และผู้บังคับการกองบัญชาการควบคุมที่ 3 กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1022 แถลงว่า จะไม่ให้ความช่วยเหลือทหารพม่า โจมตีกองพลน้อยที่ 5 (KNU/KNLA) 
    นี่คือจุดยืนและท่าทีของผู้นำ BGF ที่แถลงต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก

 ศึกกะเหรี่ยง BGF ไม่ช่วยพม่า

พ.อ.ซอว์ ชิตตู ผบ.กองกำลัง BGF

++
BGF คืออะไร?
++
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน(BGF) จะเป็นกองกำลังทหารกลุ่มชาติพันธุ์ ที่เคยลงนามหยุดยิงที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของกองทัพพม่า ใช้ชุดฝึก อาวุธ และงบประมาณจากกองทัพพม่า และมีผู้บังคับการระดับกองพันมาจากกองทัพพม่า

 ศึกกะเหรี่ยง BGF ไม่ช่วยพม่า

กะเหรี่ยง BGF ใต้การบังคับบัญชาของทหารพม่า 

    สำหรับชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ที่เคยสังกัด KNU และแปรสภาพเป็นกองกำลังพิทักษ์ชายแดน(BGF) มีกำลังประมาณ 9,000 นาย
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1011 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ในเขตเมืองไล่ จ.ผาอาน) 
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1012 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ในเขตเมืองไล่ จ.ผาอาน)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1013 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.ผาปูน)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1014(มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.ผาปูน)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1015 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.ผาอาน)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1016 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.ผาอาน)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1017 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.เมียวดี), 
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1018 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.เมียวดี)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1019 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.เมียวดี)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1020 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.เมียวดี)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1021 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.กอกะเร็ก)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1022 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.เมียวดี) 
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1023 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.กอกะเร็ก) 

สมรภูมิโควิด “เพ้ง” ชิงธงท้องถิ่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466073

สมรภูมิโควิด “เพ้ง” ชิงธงท้องถิ่น

7 พฤษภาคม 2564 – 15:07 น.

เพื่อไทยเมืองกรุงยุคไร้เจ้าแม่ “โทนี่” มือโฆษณาประสานทัพ “เฮียเพ้ง” มือทำงานพื้นที่  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
การแพร่ระบาดของโควิด ในพื้นที่ชุมชนเมืองอย่างเช่นคลองเตย ห้วยขวาง ดินแดง ลาดพร้าว บางแค ฯลฯ กลายเป็นศึกหนักของรัฐบาลประยุทธ์ เพราะจำนวนประชากรที่หนาแน่น ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงต่อเนื่อง 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “แรมโบ้” เรียกร้องให้ “ทักษิณ”ออกมาขอโทษคนไทยที่พูดเรื่องวัคซีนไฟเซอร์เข้าไทยแล้วเป็นเท็จ 

สมรภูมิโควิด "เพ้ง" ชิงธงท้องถิ่น

เฮียเพ้ง ลุยสนาม กทม.    

ด้านหนึ่ง พรรคการเมืองที่มีฐานเสียงในเมืองหลวง ได้เริ่มขยับตัวหาทางช่วยเหลือประชาขนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด    

พรรคพลังประชารัฐ ได้มีการเปิดศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินโควิด-19 พรรคพลังประชารัฐ (ศปฉ.พปชร.) เพื่อประสานการช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ กทม. และปริมลฑล    

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า พรรคได้จัดตั้งศูนย์ ศปฉ. ปชป. เพื่อช่วยประสานงานหาเตียงให้กับประชาชนที่ประสบปัญหาโควิด และใช้มูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ในการจัดสรรหน้ากากอนามัยจำนวน 2 ล้านชิ้น กระจายผ่านสมาชิกพรรคไปยังกลุ่มเสี่ยง     

วันอาทิตย์นี้ พรรค ปชป. ได้นัดประชุมอดีต ส.ส. และ อดีต ส.ก. ส.ข. ของพรรค เพื่อไปทำหน้าที่ประสานงานต่อในรูปแบบต่างๆ ที่หลากหลาย    

ส่วนพรรคน้องใหม่อย่างพรรคกล้า  กรณ์ จาติกวณิช ได้นำทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. หลายเขตตั้งครัวชุมชนผลิตข้าวกล่อง ส่งต่อให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด

สมรภูมิโควิด "เพ้ง" ชิงธงท้องถิ่น

ทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เปิดตัวกลางโควิด

++
เพื่อไทยรุก
++
ปรากฏการณ์ “โทนี่” ในแวดวงการเมือง มีคนพูดถึงเยอะ หลังจาก ทักษิณ ชินวัตร ได้ร่วมพูดคุยในช่อง CARE Clubhouse มา 3-4 ครั้ง โดยเฉพาะครั้งล่าสุดว่าด้วยเรื่อง “พลิกฟื้นวิกฤติโควิด กับ Tony Woodsome” มีเสียงตอบรับค่อนข้างดี    

“ทักษิณ” จี้จุดอ่อนรัฐบาลประยุทธ์ เรื่องการบริหารจัดการพื้นที่คลองเตย รวมถึงเรื่องวัคซีนที่ล่าช้า และการสร้างโรงพยาบาลสนามของรัฐบาลในหลายพื้นที่ 

การกลับมาของทักษิณ ในวันที่ประเทศไทย กำลังเผชิญการระบาดของโควิดระลอก 3 ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือจังหวะก้าวทางการเมืองของพรรคในเครือข่ายคนแดนไกล

ตั้งแต่ปลายเดือน เม.ย.2564 พรรคเพื่อไทย ได้ทีมทำงานช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยแบ่งออกเป็น 4 ทีมคือ ทีมกองหน้า ,ทีมกองกลาง ,ทีมประชาสัมพันธ์ และทีมนโยบาย    

ทีมกองหน้า ประกอบด้วย ส.ส. , ส.ก. และทีมคิดเพื่อไทย ที่จะเข้าไปช่วยเหลือกรณีป่วยติดเชื้อหรือมีผู้ป่วยโควิด และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ซึ่งทีมนี้น่าสนใจ ตรงที่มี “ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.” รวมอยู่ด้วย    

หากเข้าไปส่องดูแฟนเพจของพรรคเพื่อไทย ก็จะเห็นภาพกิจกรรมของ “ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.” เกือบทุกเขตใน กทม.
ย้อนไปดูคำสั่งของสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการประสานพื้นที่เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ เฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่แบ่งเป็น 6 โซน มีแม่ทัพแต่ลโซนล้วนแต่เป็นมือทำงานเก๋าเกม อาทิ พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ,พวงเพ็ชร ชุณละเอียด ,วิชาญ มีนชัยนันท์ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง     

สำหรับคนในพรรค คงทราบดีว่า แม่ทัพใหญ่ตัวจริงคือ “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล คนสนิทของทักษิณ และคุณหญิงพจมาน 

เฮียเพ้งไม่ใช่นักสร้างภาพ ไม่ชอบออกสื่อ แต่มีทีมงานประชาสัมพันธ์ส่วนตัวที่เข้าถึงนักข่าวสนามทุกสำนัก 
นับแต่เล่นการเมืองครั้งแรก เมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว ในนามพรรคก้าวหน้า จนมาถึงพรรคไทยรักไทย เฮียเพ้งถนัดเล่นตำแหน่ง “กองกลางตัวรุก” มาโดยตลอด  


ทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เปิดตัวกลางโควิด

++
เปิดตัว ส.ก.
++
“ทิพจุฑา บุนนาค ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัย พร้อมอาหารและอุปกรณ์จำเป็นให้กับผู้ป่วยติดเตียง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากมาตรการควบคุมการระบาดของเชื้อโควิด-19 และปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง”    

นี่เป็นตัวอย่างการทำงานเชิงรุกของว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.หน้าใหม่ เขตบางพลัด    

เช่นเดียวกับสมพร อิทธิภูวกุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตลาดพร้าว, เมธา ขำโสภา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตพระนคร ,วันชัย ชัยณรงค์โลกา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางกอกใหญ่, ชาติชาย ปัตตะพงศ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตราษฎร์บูรณะ และสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตลาดกระบัง    

ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตราชเทวี อย่าง ทัดดาว ตั้งตรงเจริญ อดีตศิลปินซินเดอเรลล่า เพิ่งลาออกจากสมาชิกพรรคก้าวไกล มาอยู่พรรคเพื่อไทย     

คนรุ่นใหม่ ปิยะวรรณ จระกา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตสวนหลวง ก็สนิทสนมกับเยาวเรศ ชินวัตร และชยิกา วงศ์นภาจันทร์    

ขณะที่ ส.ก. และอดีตผู้สมัคร ส.ก. ของพรรค หลายคนก็เปิดตัวทำกิจกรรมเช่นกัน โดยเดินเข้าพื้นที่พร้อมกับ ส.ส. และอดีต ส.ส.    

ภาพรวมการเคลื่อนไหวการเมืองท้องถิ่นของเพื่อไทย บอกให้รู้ว่า “เจ้าแม่เมืองหลวง” ออกไปจากพรรคนั้น ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อพรรคเลย แถม “เฮียเพ้ง” ยังเปิดเกมพรมทะลวงทุกพื้นที่    

“โทนี่” ทำหน้าที่โฆษณาชวนเชื่อ ส่วน “เฮียเพ้ง” มือปฏิบัติการก็ลุยเต็มที่ นี่คือเพื่อไทยยุคไร้เจ้าแม่

บ่มีอั้น ลาวตะลุมบอน ฉีดวัคซีนโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465987

บ่มีอั้น ลาวตะลุมบอน ฉีดวัคซีนโควิด

6 พฤษภาคม 2564 – 19:18 น.

โควิดระบาดเกือบทั้งประเทศ ลาวตะลุมบอนฉีดวัคซีนโควิด เปิดห้างฉีดทุกวัน

++
 ยอดผู้ติดเชื้อโควิดสะสมแตะหลักพัน ทางการลาวสั่ง “ตะลุมบอนฉีดวัคซีน” ทั่วประเทศ เฉพาะนครหลวงเวียงจันทน์ เปิด 3 ห้างใหญ่ให้คนทั่วไปเขารับการฉีดวัคซีนทุกวัน

วันที่ 6 พ.ค.2564 คณะเฉพาะกิจควบคุม ป้องกันโควิด-19 ของลาวแถลงว่า พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 105 คน เฉพาะแขวงบ่อแก้ว 72 คน รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสม 1,177 คน 

นับจากต้นเดือน เม.ย. จนถึงปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อโควิดรวม 900 กว่า ซึ่งเป็นอัตราการติดเชื้อที่เพิ่มจำนวนขึ้นเร็วมาก กระทรวงสาธารณสุขลาว จึงปรับแผนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด จากเดิมที่ฉีดให้เฉพาะกลุ่มเสี่ยง เปลี่ยนมาฉีดให้บุคคลทั่วไป อายุ 18 ปี ถึง 60 ปี

สำหรับกลุ่มเสี่ยง ได้แก่พนักงานของรัฐ ตำรวจ ทหาร นักศึกษา พ่อค้าแม่ค้า พนักงานเอกชนที่ทำงานใกล้ชิดผู้คน ผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง และผู้สูงอายุ รวมถึงคนต่างประเทศที่อยู่ใน สปป.ลาว

บ่มีอั้น ลาวตะลุมบอน ฉีดวัคซีนโควิด
บ่มีอั้น ลาวตะลุมบอน ฉีดวัคซีนโควิด

ดร.ปานอม ฟองมะนี รองหัวหน้ากรมอนามัย และส่งเสริมสุขภาพ เปิดเผยว่า ปีที่แล้ว ทางการลาวได้ปรึกษากับตัวแทนองค์การอนามัยโลกว่า ภายในปี 2564  วางเป้าหมายการฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มเสี่ยง และประชาชนให้ได้ 1.6 ล้านคน ร้อยละ 22 ของจำนวนประชากรลาวทั้งประเทศ (7 ล้านคน) ปี 2565 จะฉีดให้ได้ร้อยละ 50

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน มีการระบาดของโควิดในขอบเขตทั่วประเทศ กระทรวงสาธารณสุขลาว จึงปรับแผน “ตะลุมบอน” ฉีดวัคซีนโควิดให้แก่คนทั่วไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงคนต่างประเทศที่อยู่ในลาว มีการเพิ่มบุคลากรสำหรับฉีดวัคซีนอีก 1,750 คน และกำหนดจุดฉีดวัคซีน 342 แห่ง ทั่วทั้ง 17 แขวง 1 นครหลวง

เฉพาะนครหลวงเวียงจันทน์ นอกจากโรงพยาบาลของรัฐ ยังได้เปิดจุดบริการฉีดวัคซีน ที่ห้างสรรพสินค้าเวียงจันทน์เซ็นเตอร์, ห้างสรรพสินค้าลาวไอเต็ก และห้างซังเจียง โดยบริการฉีดตั้งแต่วันจันทร์-เสาร์

บ่มีอั้น ลาวตะลุมบอน ฉีดวัคซีนโควิด
บ่มีอั้น ลาวตะลุมบอน ฉีดวัคซีนโควิด

                     ชาวลาว รอคิวฉีดวัคซีนที่ห้างลาวไอเต็ก

สำหรับวัคซีนป้องกันโควิด ที่มีการฉีดในเวลานี้มี 2 ยี่ห้อคือ ซิโนฟาร์ม ของจีน และแอสตราเซเนกา ผลิตในอินเดีย

จากเดือน มี.ค. จนถึงวันที่ 4 พ.ค.2564  ทางการลาวได้ฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 ไปแล้ว 3,30,900 คน และเข็มที่ 2 จำนวน 78,931 คน

อนึ่ง ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขลาว ลาวได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากประเทศจีน, รัสเซีย และ COVAX รวมทั้งสิ้น 1,538,000 โดส แยกเป็น วัคซีนซิโนฟาร์ม จำนวน 1,400,000 โดส (รัฐบาลจีนช่วยเหลือ), วัคซีนแอสตราเซเนกา จำนวน 132,000 โดส (โครงการ Covax) และ วัคซีนสปุตนิก วี จำนวน 5,000 โดส (รัฐบาลรัสเซียช่วยเหลือ)

บ่มีอั้น ลาวตะลุมบอน ฉีดวัคซีนโควิด

                               ในเมืองเล็กๆ ก็เร่งฉีดวัคซีน

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวง ขุนพลเอก รอดศาล ดวงปีเสริมราศี จับตาดวงเปลี่ยนขึ้นแท่น ต้องระวังเรื่องไร้สาระ ปัญหาจุกจิกต้องปล่อยวาง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465956

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวง ขุนพลเอก รอดศาล ดวงปีเสริมราศี จับตาดวงเปลี่ยนขึ้นแท่น ต้องระวังเรื่องไร้สาระ ปัญหาจุกจิกต้องปล่อยวาง

6 พฤษภาคม 2564 – 16:23 น.

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวง ขุนพลเอก รอดศาล ดวงปีเสริมราศี จับตาดวงเปลี่ยนขึ้นแท่น ต้องระวังเรื่องไร้สาระ ปัญหาจุกจิกต้องปล่อยวาง

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวง  วิกฤติ  วิเคราะห์  ขุนพลเอก  นายกฯ  รอดศาล  ชี้ไม่พ้นสถานะ  รมช.  และ  ส.ส. เพราะดวงปีเสริมราศีดวงสมพงษ์ดาวพุธเกื้อหนุน  ส่งผลให้เปลี่ยนแปลงดวงและโชคชะตา   อีกทั้งมีดวงหนุนนายกฯ  และสองรองฯ  ได้คู่มิตรเสริมบารมีให้มั่นคงมากขึ้น  จับตาดวงเปลี่ยนขึ้นแท่น เลขาธิการ  และมีโอกาสขยับขึ้น  รมต.ว่าการ เพราะดาวฤกษ์ส่งผลให้ผ่านพ้น ราศีจับเสริมกำลังทัพ  แต่อาจต้องระวัง  เรื่องไร้สาระกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง  เพราะดาวอุตริจะเข้ามาวุ่นวายกับปัญหาจุกจิกที่ต้องปล่อยวาง 

“ซินแสเข่ง” อาจารย์ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์ แห่งประเทศไทย จับยาม   ผ่าดวง  วิกฤติ วิเคราะห์ดวงชะตา  รมช.กระทรวงเกษตร  และสหกรณ์  อยู่ในช่วงขาขึ้น  มีดวงแห่งการเป็นผู้นำสูงสุดในอนาคต  เพราะดาวพุธ  สร้างอำนาจ และบารมี  ให้มีโอกาสอยู่แถวแนวหน้า  แต่ต้องระวังตนเอง  หากทำสิ่งใดแล้วไม่เบียดเบียนตนเอง  โอกาสที่จะก้าวสู่จุดสุดยอดสูงสุดมีแน่นอน  จังหวะปีนี้ดวงเสริม  ดาวฤกษ์จับส่งผลให้ดวงชะตาเกิดการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งขึ้นแท่น  เลขาธิการ  และมีโอกาสที่จะขยับตำแหน่ง  รัฐมนตรีว่าการ   หลังจากการผ่านวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ  ชี้ให้ไม่พ้นสถานะ  รมช.  และ  สส.  ด้วยเหตุไร้ข้อผูกพัน  กฏหมายไทย  เพราะดวงชะตาในปี  2564 เป็นช่วงจังหวะ  และโอกาสที่ดีมากกว่า  ที่จะเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ  แต่ด้วยดาวอุตริที่ยังผูกพัน  และคุกคาม   จึงให้มีเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องให้หงุดหวิด  อึดอัดใจไร้สาระไม่เป็นเรื่อง ไม่เป็นราว  ที่เข้ามาแทรกก่อความเดือดเนื้อร้อนใจให้เกิดขึ้น  แต่ก็เชื่อว่าเป็นเรื่องไร้สาระที่จะมากลบเส้นทางเดินชีวิต  หากตกดวงปีหน้า 65  อาจจะไม่แน่เพราะเจอปีชง

 'ซินแสเข่ง' ผ่าดวง  ขุนพลเอก รอดศาล ดวงปีเสริมราศี จับตาดวงเปลี่ยนขึ้นแท่น ต้องระวังเรื่องไร้สาระ ปัญหาจุกจิกต้องปล่อยวาง

“ซินแสเข่ง”  ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า  ดวง  รมช. ธรรมนัส  โชคดีเข้าขา ว่ามีดวงเสริม  ทั้งดวงนายกรัฐมนตรี  หากได้กำลัง  รมช.ธรรมนัส  มาเสริมทัพแล้ว  ถือว่าได้กำลังสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารงาน  เหมือนได้ทัพสู้ศึกทั้งกองทัพ  ตลอดจนดวงคู่มิตรประกบ  รองนายกฯ พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  และบิ๊กป๊อก  พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา  ทำให้ราศีของขุนทัพคู่ใจชัดเจนกลายเป็นได้นั่งเก้าอี้สี่ขาที่มีความมั่นคงมากขึ้น

ไผเป็นไผ สแกนค่าย “ผู้กอง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465942

ไผเป็นไผ สแกนค่าย “ผู้กอง”

6 พฤษภาคม 2564 – 15:08 น.

เปิดโฉม “กลุ่มลูกข้าวนึ่ง” สังกัด “ผู้กองธรรมนัส” สมกับนิยาม “เส้นเลือดใหญ่” รัฐบาลประยุทธ์ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ปฏิกิริยาหลังจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ไปต่อ ทั้งในตำแหน่งรัฐมนตรี และ ส.ส. ในโซเชียลก็ไปขุดวาทะ “เส้นเลือดใหญ่” ของรัฐบาลประยุทธ์ มาอธิบายปรากฏการณ์ “รอด” ของรัฐมนตรีผู้โด่งดัง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “ธรรมนัส” รอด ศาล รธน. ชี้ ไม่พ้น ส.ส. – รมต.


ธรรมนัส หัวหน้ากลุ่มลูกข้าวนึ่ง    

เมื่อวันที่ 11 ก.ค.2562 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แถลงเปิดใจว่า ตัวเองไม่ใช่มาเฟีย ไม่ได้ขนยาเสพติดเข้าออสเตรเลีย มีใครบางคนพยายามที่จะล้มเขาให้ได้ เนื่องจาก ร.อ.ธรรมนัส เป็นกำลังหลักในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้     

“หากล้มผมได้รัฐบาลก็สั่นคลอน เพราะในหลายๆ พรรค ในหลายๆ ส่วนที่ผมประสานไว้ ถือเป็นความลับที่ตัวเองรู้เพียงคนเดียว เขารู้ว่าผมเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่จะเอาเลือดไปหล่อเลี้ยงในหัวใจของรัฐบาล จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อล้มผม”    

จะว่าไปแล้ว ความเป็น “มุ้ง” ในพรรคพลังประชารัฐของกลุ่มผู้กองธรรมนัส มีไพร่พลไม่ได้มากไปกว่ากลุ่มสามมิตร แต่สิ่งที่เขาเหนือกว่า “หัวหน้ามุ้ง” คนอื่นคือ การเป็น “มือประสานสิบทิศ” เหมือนที่เขาพูดไว้ข้างต้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว    

ส.ส.ภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐ มีประมาณ 25 คน แต่ก็แยกสังกัด 3 มุ้งคือ มุ้งผู้กอง, มุ้งสามมิตร และมุ้งมะขามหวาน เฉพาะมุ้งผู้กองก็แค่ 6-7 คน     

ฉะนั้น เครือข่ายของผู้กองธรรมนัส จึงอยู่ที่นอกพรรคพลังประชารัฐ มิใช่แค่พรรคร่วมรัฐบาล หากยังข้ามไปถึงพรรคฝ่ายค้านด้วย

ไผเป็นไผ สแกนค่าย "ผู้กอง"

++
ขุมกำลังนอกพรรค
++
ตัวอย่างแห่งขุมกำลังของผู้กองธรรมนัส ต้องย้อนไปดูวันลงมติศึกซักฟอก เมื่อเดือน ก.พ.2564 บันทึกการลงคะแนนในส่วนของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยเกษตรและสหกรณ์ ได้คะแนนไว้วางใจ 274 ต่อ 199 งดออกเสียง 5 ไม่ลงคะแนน 1 ปรากฏมีเสียง ส.ส.ฝ่ายค้าน ลงมติสวนมติวิปจำนวนมาก     

ส.ส.ฝ่ายค้านที่ลงมติไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส มาจากพรรคเพื่อไทย 2 คน ,พรรคประชาชาติ 1 คน และพรรคเพื่อชาติ 3 คน    

สำหรับพรรคเพื่อชาตินั้น มี ส.ส. 5 คน ปรากฏว่า ไว้วางใจ 3 คน และงดออกเสียง 2 คน ซึ่งใครก็รู้ว่า พรรคนี้มีกองเชียร์ตัวจริงชื่อ ยงยุทธ ติยะไพรัช แถม 1 ใน 2 ที่งดออกเสียงคือ “โฮม” ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ลูกสาวของยงยุทธ    

ดังที่ทราบกัน ร.อ.ธรรมนัส ทำงานการเมืองหลังม่านมานาน ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยเฟื่องฟู ย้ายมาเป็นพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ผู้กองคนดังรู้จักแกนนำมุ้งต่างๆ ในพรรคการเมืองเครือข่ายของ “คนแดนไกล” เป็นอย่างดี    

สมัยที่ “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เป็นแม่ทัพใหญ่ภาคเหนือ ผู้กองธรรมนัสก็เข้าไปขอการสนับสนุนในการทำงานการเมืองที่บ้านเกิด-พะเยา     

ปัจจุบัน สังเกตจากการไปตรวจราชการของ ร.อ.ธรรมนัส ในภาคอีสาน และภาคเหนือ มักจะเห็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย มาให้การต้อนรับ รมช.เกษตรฯ คนนี้อยู่บ่อยๆ     

การมีเพื่อนพ้องน้องพี่ในแวดวงการเมืองมากมาย จึงทำให้ ร.อ.ธรรมนัส เป็น “มือประสาน 10 พรรคเล็ก” จัดตั้งรัฐบาลประยุทธ์ เพราะนักการเมืองอาวุโส สัมพันธ์ เลิศนุวัตร หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย และพิเชษฐ์ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ก็รู้จักกับผู้กองมานาน 

++
กลุ่มลูกข้าวนึ่ง
++
ขานชื่อ ส.ส.พลังประชารัฐ สายเหนือ ที่สังกัดค่ายผู้กอง ได้แก่ บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, จีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา, ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก , ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก และ ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ดูเหมือนขุมกำลังไม่เยอะ    

จริงๆแล้ว ร.อ.ธรรมนัส ยังมี ส.ส.พลังประชารัฐ สายอีสานอีกจำนวนหนึ่ง รวมถึง ส.ส.ใต้ 13 คน ล้วนอยู่ในการดูแลของผู้กอง    

ถ้ายังจำกันได้ เลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง เขต 4 แทน อิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ เมื่อปีที่แล้ว ผู้กองธรรมนัสบุกบ้านดอยเงิน ทำเอาพินิจ จันทรสุรินทร์ เปลี่ยนใจไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง และสนับสนุน “หมอรวย” วัฒนา สิทธิวัง พรรคพลังประชารัฐ    

วันหนึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ไปปราศรัยหาเสียงที่ อ.แม่พริก ว่า “ผมเป็นรัฐมนตรีลูกข้าวนึ่งคนเดียวในสภาขณะนี้ จึงอยากขอโอกาสให้โอกาสเพิ่ม ส.ส.ลูกข้าวนึ่ง พรรคพลังประชารัฐ มาช่วยพัฒนาบ้านเมืองเพิ่มอีกคนหนึ่ง”    

พอลงจากเวทีหาเสียง ร.อ.ธรรมนัส ยังมาเล่าให้นักข่าวฟังว่า กลุ่มลูกข้าวนึ่งหรือ ส.ส.คนเมือง(ภาคเหนือ) มีประมาณ 70 คน มีทั้ง ส.ส.พลังประชารัฐ และ ส.ส.เพื่อไทย นับรวม ส.ส.สอบตกพรรคพลังประชารัฐในภาคเหนือด้วย    

คอนเนกชั่นลูกข้าวนึ่ง ก็คือความสัมพันธ์ส่วนตัวของ ร.อ.ธรรมนัส กับเพื่อน ส.ส.ค่ายเพื่อไทย ที่รู้จักกันมานานนับสิบปี

ส่องพะเยา ‘ธรรมนัส’ ยึดเรียบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465828

ส่องพะเยา ‘ธรรมนัส’ ยึดเรียบ

5 พฤษภาคม 2564 – 18:53 น.

ศิษย์เก่าค่ายโทนี่ “ธรรมนัส” ผงาดเหนือกว๊านพะเยา ยึดพื้นที่การเมืองระดับชาติและท้องถิ่น 

++

สื่อออนไลน์ทุกสำนักต่างพาดหัวว่า “รอด” เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ แม้ “ธรรมนัส” เคยต้องคำพิพากษาที่ออสเตรเลีย แต่ไม่ใช่คำพิพากษาของศาลไทย

วันนี้ชื่อของ “ธรรมนัส” รมช.เกษตรและสหกรณ์ กลายเป็นยาสามัญประจำบ้าน ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ 

7-8 ปีที่แล้ว “ผู้กองธรรมนัส” มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้กว้างขวางของ คสช. เนื่องจากเขาเคยเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ปี 2557 และมีความใกล้ชิดกับแกนนำ นปช. 

ผู้กองธรรมนัส ต้องเดินทางออกจากพะเยาไปอยู่นราธิวาสอยู่หลายปี ก่อนจะกลับบ้านเกิดอีกครั้ง ในฐานะแกนนำภาคเหนือของพรรคพลังประชารัฐ

ส่องพะเยา 'ธรรมนัส' ยึดเรียบ

                                ธรรมนัส แห่งเมืองพะเยา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชิงฐานชิงพริก ‘อู๊ดด้า-ธรรมนัส’

++
พะเยารอผู้กอง

จริงๆแล้ว ลูกชายของ อินจันทร์ พรหมเผ่า อดีตผู้ใหญ่บ้านแห่งบ้านท่ากลองใหม่ อ.เมือง จ.พะเยา กลับแผ่นดินถิ่นกว๊านพะเยา ตั้งมูลนิธิช่วยเหลือเจือจุนคนจนคนด้อยโอกาสมาตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งคนกว๊านก็คาดไม่ถึงว่า “ธรรมนัส” จะยึดพะเยาได้เบ็ดเสร็จ ทั้งการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น

เลือกตั้งปี 2562 ร.อ.ธรรมนัส สร้างปรากฏการณ์ “ดับทักษิณ” โดยพรรคพลังประชารัฐ ยึด 2 ที่นั่ง ส.ส.มาได้ จากทั้งหมด 3 ที่นั่ง

เขต 1 (อ.เมือง และ อ.แม่ใจ) ร.อ.ธรรมนัส เอาชนะ อรุณี ชำนาญยา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย 

เขต 2 (อ.เชียงคำ อ.ภูซาง และอ.จุน) แชมป์เก่า “เสี่ยมี่” วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ค่ายเพื่อไทย ยังรักษาเก้าอี้ไว้ได้

เขต 3 (อ.ดอกคำใต้ อ.ภูกามยาว อ.ปง และ อ.เชียงม่วน) “เสี่ยยุ้ย” จิรเดช ศรีวิราช อดีตนายกเทศมนตรีเมืองดอกคำใต้ โค่น ไพโรจน์ ตันบรรจง อดีต ส.ส.เพื่อไทย หลายสมั

ปลายปี 2563 “อัครา พรหมเผ่า” น้องชาย ร.อ.ธรรมนัส ชนะเลือกตั้งนายก อบจ.พะเยา โดยเอาชนะคู่แข่งขาดลอย แถมตระกูล “ตันบรรจง” ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง 

++
ศิษย์เก่าไทยรักไทย

ปี 2542 สมัยที่ “ธรรมนัส” ยังใช้ชื่อ ร.อ.มนัส พรหมเผ่า เป็นนายทหารเด็กที่เดินตาม “เสธ.ไอซ์” พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต ซึ่งเป็นเพื่อน ตท.10 ร่วมรุ่นกับ ทักษิณ ชินวัตร, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีต รมว.กลาโหม และ พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต อดีต รมช.คมนาคม

เมื่อเพื่อนรักร่วมรุ่น “ทักษิณ” ตั้งพรรคไทยรักไทย ในช่วงการหาเสียงปี 2543-2544 “เสธ.ไอซ์” จึงได้เข้าไปช่วยเหลือเพื่อนด้วยความเต็มใจ

พ.ศ.โน้น กองบัญชาการรักษาความปลอดภัยของทักษิณ และพรรคไทยรักไทย จึงเป็นการผสมผสานระหว่าง “ทีมเสธ.ไอซ์” กับ “ทีมสหายเก่า” นำโดยสองพี่น้อง “โป๊ะ-วัชระพันธุ์ จันทรขจร“ และ “ป๋วย-ไพรัฎฐโชติ จันทรขจร”

ทีม เสธ.ไอซ์ นำโดย ร.อ.มนัส พรหมเผ่า ซึ่งหลังจากนั้น ผู้กองมนัสได้มาตั้งบริษัท ธรรมนัสการ์ด จำกัด ทำธุรกิจรักษาความปลอดภัย
 ดังนั้น ผู้กองธรรมนัสจึงรู้จักมักคุ้น ส.ส.เพื่อไทย และแกนนำ นปช. รวมถึง “คนแดนไกล” ทั้งนายใหญ่ เจ๊ใหญ่ และอดีตนายกฯ หญิง ต่างเคยใช้บริการผู้กองมาแล้วทั้งนั้น 

ส่องพะเยา 'ธรรมนัส' ยึดเรียบ

                           เมืองพะเยา กลายเป็นศูนย์อำนาจใหม่

++
ปิดฉาก “ตันบรรจง” 

จ.พะเยา แยกจาก จ.เชียงราย เมื่อ 41 ปีที่แล้ว เป็นเมืองเกษตรกรรม ชาวพะเยาปลูกข้าวเป็นหลัก ยาสูบเป็นรอง แต่ “ยาสูบ” กลับสัมพันธ์กับการเมืองจนมีวลีที่ว่า “พะเยา..ใบยาเมืองนี้ สำคัญนักหนา”

ตระกูลการเมืองแห่งพะเยาคือ “ตันบรรจง” สร้างเนื้อสร้างตัวมาจากโรงบ่มรวมเพียว อ.ปง โดย เพียว ตันบรรจง เป็นส.ส.พะเยา พรรคประชาธิปัตย์ ปี 2519

“เพียว” มีบุตรธิดา 6 คน ลงเล่นการเมือง 3 คนคือ วรภัส ธัญกมลภัทร หรือ พวงเล็ก ตันบรรจง อดีตรัฐมนตรีและส.ส.พะเยา 7 สมัย พรรคชาติไทย, ไพโรจน์ ตันบรรจง ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย และไพรัตน์ ตันบรรจง อดีตนายก อบจ.พะเยา

พวงเล็ก ตันบรรจง หรือ พวงเล็ก บุญเชียง เป็น ส.ส.พะเยา มายาวนาน และส่งต่อพี่ชายคนโต-ไพโรจน์ เป็นส.ส.ปี 2539 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และนับแต่ปี 2548 เป็นต้นมา ตระกูลตันบรรจง ก็ต้องขึ้นรถไฟสายชินวัตรเข้าสภา เมื่อใบยาสิ้นมนต์ขลัง

การเลือกนายก อบจ.พะเยา ปี 2554 เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ในการเมืองท้องถิ่น ไพรัตน์ ตันบรรจง พ่ายแพ้แก่ “เสี่ยอี๊ด” วรวิทย์ บุรณศิริ หลังผูกขาดตำแหน่งนายก อบจ.พะเยา มาหลายสมัย

ผู้อยู่เบื้องหลังการหักโค่นตันบรรจงคือ ผู้กองธรรมมนัส นั่นเอง

รอบหน้าชัวร์ “โทนี่” มั่นใจชนะถล่มทลาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465776

รอบหน้าชัวร์  “โทนี่” มั่นใจชนะถล่มทลาย

5 พฤษภาคม 2564 – 12:54 น.

โทนี่มาแรง โชว์กึ๋นเขย่าเก้าอี้ “ประยุทธ์” มั่นใจเที่ยวหน้า คว้าชัยขาดลอย คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
โควิดการเมืองยังแพร่เชื้อกัดกร่อนองคาพยพของรัฐบาลประยุทธ์ พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงใช้โอกาสนี้ โจมตีความล้มเหลวในการบริหารจัดการป้องกันและควบคุมไวรัสโควิด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…   อดีตนายก “ทักษิณ” เปิดตารัฐบาลหนทางหาวัคซีน ยัน “ไฟเซอร์” เข้าไทยแล้ว ด้าน ยิ่งลักษณ์ โผล่เซอร์ไพรส์ 


โทนี่ มาพบประชาชนถี่ขึ้น

ทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี วู้ดซัม (Tony Woodsome) ก็ไม่พลาดที่จะร่วมวงไพบูลย์ โดยอาศัยแอพพลิเคชัน Clubhouse เป็นเครื่องมือ     

ล่าสุด “โทนี่” แสดงวิสัยทัศน์การบริหารวิกฤตโควิด และจับประเด็นการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิดมาขยี้ จึงโดนใจคนทั้งประเทศ    

ถ้านับจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้บัญชาการทหารบก ปี 2550 จนถึงวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ถือว่า “พี่น้อง 3 ป.” อยู่ในอำนาจสูงสุดของไทยมา 14 ปีแล้ว    

แทบไม่น่าเชื่อว่า คนไทยจะอยู่กับ “ป้อม ป๊อก ตู่” มายาวนานมาก และอีกด้านหนึ่ง “ทักษิณ” ก็ยังเป็นเสมือน “ผู้นำเงา” คู่ขนานมา “3 ป.”     

จังหวะที่รัฐบาลประยุทธ์ เผชิญโควิดระลอกที่รุนแรงที่สุด แถมสะดุดเรื่องวัคซีนล่าช้า “อาการเบื่อประยุทธ์” จึงพุ่งปรี๊ด เมื่อมีคู่เปรียบเทียบอย่างโทนี่ ก็ยิ่งตอกย้ำความแตกต่างระหว่างวิสัยทัศน์ 2 ผู้นำ 


ยิ่งลักษณ์ ก็มาแจมด้วย

++
ชิงธงคนรุ่นใหม่
++
จังหวะที่ธงนำฝ่ายประชาธิปไตยกำลังขาดหาย เศรษฐกิจกำลังย่ำแย่ คนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่ามองไม่เห็นอนาคต “ทักษิณ” จึงเสนอตัวเข้ามาในนาม “พี่โทนี่”    

ไม่มีใครปฏิเสธว่า พรรคการเมืองของทักษิณ ไม่ว่าจะชื่อไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย ก็กำชัยชนะในสนามเลือกตั้งติดต่อกันถึง 5 ครั้ง นับตั้งเลือกตั้งปี 2544,2548,2550,2554 และ 2562 แต่การเกิดใหม่ของพรรคอนาคตใหม่ หรือพรรคก้าวไกล กลายเป็นขวากขวางของเพื่อไทย    

ปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ กลายเป็นพรรคที่ถือธงนำฝ่ายประชาธิปไตย ขณะที่พรรคเพื่อไทย ยังครองเสียงข้างมากในภาคเหนือและภาคอีสาน แต่เมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” โดนเว้นวรรค “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นผู้นำ โอกาสก็เป็นของเพื่อไทยอีกครั้ง    

ดังนั้น “พี่โทนี่” จึงพูดถึงกระแสกลุ่ม #ย้ายประเทศกันเถอะ ว่า “..ผมตกใจมาก 4 วัน 7 แสนคน ผมคิดว่าสรุปแล้วเราไม่พยายามจะเข้าใจประชาชน ไม่พยายามจะเข้าใจคน Gen Z Gen Y มันเป็นช่วงที่วิธีคิดเขาไม่เหมือนเรา ไม่เข้าใจกัน และไม่พยายามจะเข้าใจกัน ความไม่เข้าใจเป็นเรื่องธรรมดา แต่ความไม่อยากฟัง มีอำนาจก็ใช้แต่อำนาจ ไม่ใช่เรื่องธรรมดา”    

ทักษิณหรือโทนี่ เริ่มมีเสียงตอบรับจากคนรุ่นใหม่มากขึ้น ยิ่งการปรากฏตัวในคลับเฮาส์เมื่อค่ำวันที่ 4 พ.ค.2564 โทนี่พูดเอาใจเด็กๆ เต็มที่    

“แล้วเด็กยุคนี้ อย่าโกหกเขานะ ทำผิด เขาให้อภัยได้ แต่โกหกไม่ได้ อย่าไปก้าวล่วงชีวิตเขาเราต้องพยายามเข้าใจและฟังเขา เพราะทุกคนเกิดมาแล้วต้องดิ้นรนเพื่ออนาคตตัวเอง มาบอกว่าพวกคนนี้ไม่รักชาติ บ้าไปแล้ว นี่มันไม่พยายามเข้าใจเขา…” 

++
แลนด์สไลด์
++
ดังที่ทราบกัน “โทนี่” กลับมาในรูปแบบคลับเฮาส์ พร้อมกับการเข้ามายึดพรรคของกลุ่มแคร์ หรือกลุ่มวงในบ้านจันทร์ส่องหล้าอย่าง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และ ภูมิธรรม เวชยชัย     

ชั่วโมงนี้ พรรคเพื่อไทยอาศัย “โทนี่” ชิงธงนำฝ่ายประชาธิปไตยจากพรรคก้าวไกลมาได้แล้ว รวมถึงการปฏิรูปพรรค โดยมีเป้าหมายเจาะตลาดคนรุ่นใหม่     

ด้วยเหตุนี้ “ทักษิณ” จึงเปิดเกมรุก อย่างในคลับเฮาส์ มีคนถามว่า “มองอนาคตของคุณประยุทธ์อย่างไร” ทักษิณตอบว่า “ต้องถามว่าคุณประยุทธ์ เบื่อหรือยัง เบื่อไหม เชื่อเลือกตั้งคราวหน้า ถ้าพรรคใดพรรคหนึ่งได้คะแนนถล่มทลายเกิน 250 ส.ว.ก็พูดไม่ออกเหมือนกันนะ ส่วนตัวเชื่อว่าเลือกตั้งครั้งหน้า เสียงจะไม่เบี้ยหัวแตกแบบการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เพราะสถานการณ์ที่ประชาชนเจอในตอนนี้ มันชัดเจน”    

ทักษิณเริ่มมีความมั่นใจว่า ถ้ามีการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยมีโอกาสชนะแบบแลนด์สไลด์ ได้เกิน 250 เสียง ก็ไม่กังวลเรื่องเสียง ส.ว.แต่งตั้ง     

ช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 2562 “หมอเลี้ยบ” น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เคยเสนอโหวตยุทธศาสตร์ เลือกเพื่อไทยพรรคเดียวให้ได้เกิน 250 เสียง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ    

อย่างไรก็ตาม ทักษิณก็มีจุดอ่อน ตรงที่คนไทยอีกจำนวนไม่น้อย ยังมองว่าเขาเป็นผู้ก่อปัญหาในอดีตมากมาย จนทหารต้องเข้ามายึดอำนาจ    

การที่ “โทนี่” ออกมาแสดงความเห็นเรื่องการเมืองถี่ขึ้น ย่อมมีทั้งสองด้าน ด้านหนึ่งได้ใจคนรุ่นใหม่ ได้ใจเอฟซีเสื้อแดง แต่อีกด้านหนึ่งก็ปลุกเร้าอารมณ์กองเชียร์ลุงตู่ให้กลับมารวมตัวต่อต้าน