หมอบินด่วน ‘จีน-เวียดนาม’ ช่วยลาวสกัดโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465726

หมอบินด่วน ‘จีน-เวียดนาม’ ช่วยลาวสกัดโควิด

4 พฤษภาคม 2564 – 19:21 น.

หมอจีน-หมอเวียดนาม บินด่วนช่วยลาว หลังยอดผู้ติดเชื้อโควิดแตะหลักพัน

++

สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ใน สปป.ลาว มียอดผู้ติดเชื้อสะสมแตะหลักพันคนแล้ว เฉพาะเดือน เม.ย.นี้ มีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 800 คน  

โควิดระบาดระลอกนี้ ได้มีผู้ติดเชื้อกระจายออกไป 14 แขวง 1 นครหลวง โดยยอดติดเชื้อสูงสุดคือ นครหลวงเวียงจันทน์ 669 คน รองลงไปได้แก่แขวงจำปาสัก 179 คน, แขวงบ่อแก้ว 139 คน, แขวงสะหวันนะเขต 32 คน เป็นต้น (ข้อมูล ณ วันที่ 4 พ.ค.2564)  

ด้วยเหตุนี้ ท่านพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรีลาว จึงได้ร้องขอคู่ร่วมชะตากรรมคือ จีน และสหายอ้ายน้องคู่ร่วมมือรอบด้านคือ เวียดนาม ส่งทีมแพทย์เข้ามาช่วยเหลือลาว

วันที่ 4 พ.ค.2564 ที่สนามบินสากลวัดไต นครหลวงเวียงจันทน์ มีความคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเช้าและช่วงบ่าย เมื่อมีเที่ยวบินพิเศษนำทีมผู้เชี่ยวชาญการแพทย์จากเวียดนาม และจีน มาช่วยเหลือทีมแพทย์ สปป.ลาว ต่อสู้กับการสกัดกั้นการระบาดของโควิด-19

หมอบินด่วน 'จีน-เวียดนาม' ช่วยลาวสกัดโควิด

                                 คณะแพทย์จีน เดินทางถึงลาว

++
25 หมออาสา

รัฐบาลจีน ได้ส่งคณะแพทย์ของจีน จำนวน 25 คน บินด่วนด้วยเที่ยวบินพิเศษ ถึงสนามบินสากลวัดไต ช่วงบ่ายวันที่ 4 พ.ค.นี้ โดยทั้งหมดเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา, การฆ่าเชื้อ, ห้องตรวจวิเคราะห์, ห้องไอซียู และอื่นๆ คณะนี้จะประสานสมทบกับฝ่ายแพทย์ลาว เพื่อวางแผนการรักษา

นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังมอบอุปกรณ์การแพทย์ต้านไวรัสโควิดให้รัฐบาลลาว มูลค่า 10 ล้านหยวน ซึ่งประกอบด้วยหน้ากากอนามัยการแพทย์, ชุดป้องกันทางการแพทย์, เครื่องตรวจหาเชื้อ ฯลฯ 

ท่านเจียงจ้ายตง เอกอัครราชทูตจีนประจำลาว กล่าวว่า “สองประเทศจีน-ลาว เป็นคู่ร่วมชะตากรรมที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อย่างทันการณ์ บนพื้นฐานคู่ร่วมชะตากรรม”

หมอบินด่วน 'จีน-เวียดนาม' ช่วยลาวสกัดโควิด

                           25 หมออาสาจากมณฑลยูนนาน

++
35 ผู้เชี่ยวชาญ

รัฐบาลเวียดนาม ส่งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 35 คน และมอบเงินสด 5 แสนดอลลาร์สหรัฐให้แก่ลาว พร้อมมอบอุปกรณ์ด้านการแพทย์ ได้แก่เครื่องช่วยหายใจ 200 เครื่อง, ยาฆ่าเชื้อโรค 1 หมื่นกิโลกรัม และหน้ากากอนามัย 2 ล้านชิ้น

สหาย โตแองญุ๋ง รมช.ต่างประเทศเวียดนาม ในฐานะตัวแทนรัฐบาลเวียดนาม กล่าวว่า “ลาว-เวียดนาม ยามใดก็ร่วมแบ่งปันช่วยเหลือกัน ข้าวเม็ดเดียวก็หักแบ่งกันกิน การที่เพื่อนลาวประสบปัญหา เวียดนามก็รู้สึกเช่นเดียวกัน…”

หมอบินด่วน 'จีน-เวียดนาม' ช่วยลาวสกัดโควิด

                        35 ผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ของจีนมาถึงลาว

หมอบินด่วน 'จีน-เวียดนาม' ช่วยลาวสกัดโควิด

                       เวียดนามมอบเงินสด และอุปกรณ์การแพทย์

ปั่นอิหยัง “อ้วน” ควรรู้ ลาวบ่มีวัคซีน “ไฟเซอร์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465674

ปั่นอิหยัง “อ้วน” ควรรู้  ลาวบ่มีวัคซีน “ไฟเซอร์”

4 พฤษภาคม 2564 – 13:11 น.

เงิบข้ามประเทศ เมื่อเจอข่าวปลอม กรณีลาวเปิดฉีดวัคซีนไฟเซอร์ “ภูมิธรรม” คิดอะไรอยู่ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ประเด็นร้อนในโซเชียล ยังเป็นเรื่องวัคซีนป้องกันโควิด ทำไมวัคซีนล่าช้า ทำไมมีแต่วัคซีนแอสตราเซเนกา และซิโนแวค และทำไมเลือกวัคซีนไฟเซอร์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “ชูวิทย์” ชี้ หากมีวัคซีน’โควิด-19′ คนไทยจำนวนมาก -“น้าค่อม” คงไม่ตาย
 

ปั่นอิหยัง "อ้วน" ควรรู้  ลาวบ่มีวัคซีน "ไฟเซอร์"

เฉพาะประเด็นไทยไม่ซื้อวัคซีนไฟเซอร์ นักการเมืองค่ายเพื่อไทย นำมาเขย่า “หมอหนู” ต่อเนื่อง จนเกิดวิวาทะมากมาย    

ล่าสุด “เสี่ยอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำกลุ่มแคร์ ได้ใช้ทวิตเตอร์ Phumtham Wechayachai ย้ำเรื่องวัคซีนไฟเซอร์ โดยอ้างอิงถึงประเทศเพื่อนบ้าน    

“ใครอยากฉีดไฟเซอร์ แต่ไม่มีเงินบินไปไกลๆ ลองไปขอประเทศลาวเขาฉีดนะ เขาเห็นคนไทยไม่อยากฉีดซิโนแวค แต่ รบ.ไทย ไม่เอาไฟเซอร์เข้ามา เขาสงสาร ประกาศว่า นักท่องเที่ยวสามารถขอรับวัคซีนได้ฟรีที่ลาว มีไฟเซอร์ แอสตรา สปุตนิค ชิโนฟาร์ม ให้เลือก ปล.อายเขาไหมล่ะ”    

หากใครอ่านแล้ว ไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็คงด่ารัฐบาลไทย และยกย่องรัฐบาลลาว แถมจะมีคนไทยบางกลุ่มดิ้นรนเข้าไปเมืองลาว เพื่อหวังฉีดวัคซีนไฟเซอร์    

ปั่นอิหยัง "อ้วน" ควรรู้  ลาวบ่มีวัคซีน "ไฟเซอร์"

วัคซีนบริจาคจาก COVAX

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขลาว ปัจจุบัน ลาวได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากประเทศจีน, รัสเซีย และ COVAX รวมทั้งสิ้น 1,538,000 โดส ดังนี้    

วัคซีนซิโนฟาร์ม จำนวน 1,400,000 โดส (รัฐบาลจีนช่วยเหลือ)
วัคซีนแอสตราเซเนกา จำนวน 132,000 โดส (โครงการ Covax) 
วัคซีนสปุตนิก วี จำนวน 5,000 โดส (รัฐบาลรัสเซียช่วยเหลือ)    

ดังนั้น ข่าวลือว่า ลาวมีวัคซีนไฟเซอร์ จึงไม่เป็นความจริง และไม่น่าเชื่อนักการเมืองอย่าง “ภูมิธรรม” จะทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ โดยไม่มีการตรวจสอบ    

ที่สำคัญ สปป.ลาว ปิดประเทศมาแต่โควิดระบาดปีที่แล้ว การเข้า-ออกก็เปิดให้เฉพาะชาวต่างชาติ ที่มาทำงานในลาวเท่านั้น และยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ปั่นอิหยัง "อ้วน" ควรรู้  ลาวบ่มีวัคซีน "ไฟเซอร์"

ข้อมูลการฉีดวัคซีนทั่วประเทศ ของลาว

++
วัคซีนเพื่อนมิตร
++
ตั้งแต่ปีที่แล้ว รัฐบาลลาว ได้วางแผนจัดหาวัคซีนป้องกันโควิดจาก 3 แหล่งคือ 1.ซิโนฟาร์ม จากจีน 2.สปุตนิก วี จากรัสเซีย และวัคซีนจาก COVAX    

สำหรับวัคซีนป้องกันโควิดของซิโนฟาร์ม ที่ทางการจีนมอบให้แก่รัฐบาลลาว โดยส่งมอบให้ 3 ครั้งแล้ว คือ ก.พ.2564 จำนวน 300,000 โดส, มี.ค.2564 จำนวน 800,000 โดส และ เม.ย.2564 จำนวน 300,000 โดส รวมการช่วยเหลือเบื้องต้น 1,400,000 โดส    

วันที่ 20 มี.ค.2564 มีการส่งวัคซีนบริจาคจากโครงการ COVAX ซึ่งเป็นวัคซีนแอสตราเซเนกา จำนวน 132,000 โดส มาถึง สปป.ลาว     

ส่วนวัคซีนสปุตนิก วี ตัวแทนรัฐบาลรัสเซีย ได้มอบให้แก่ลาวเพียง 5,000 พันโดส ตั้งแต่เมื่อต้นเดือน ม.ค.2564 ซึ่งทางการรัสเซียต้องให้ลาวซื้อในราคามิตรภาพ    

รัฐบาลลาวฝากความไว้กับโครงการ COVAX ที่จะจัดหาวัคซีนให้ประเทศกำลังพัฒนา และคาดว่า ในอีก 2 ปีข้างหน้า ประชาชนลาวร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ จะเข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิด 


วัคซีนซิโนฟาร์มจากจีน

++
ฉีดกลุ่มเสี่ยง
++
นับแต่ต้นเดือน เม.ย.2564 กระทรวงสาธารณสุขลาว ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด แก่กลุ่มเป้าหมายที่เป็น “กลุ่มเสี่ยง” ได้แก่พนักงานของรัฐ ตำรวจ ทหาร นักศึกษา พ่อค้าแม่ค้า พนักงานเอกชนที่ทำงานใกล้ชิดผู้คน และผู้สูงอายุ รวมถึงคนต่างประเทศที่อยู่ในลาว    

หลังยอดผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่เพิ่มสูงขึ้น ช่วงหลังสงกรานต์ ทางการลาว จึงเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด และเพิ่มจุดการฉีดวัคซีน โดยกระจายวัคซีนซิโนฟาร์มและแอสตราเซเนกา ไปยัง 17 แขวง 1 นครหลวง     

สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด ของกระทรวงสาธารณสุขลาว ถึงวันที่ 1 พ.ค.2564 มีผู้ได้รับการรับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 221,194 คน และเข็มที่ 2 จำนวน 73,166 คน (ประชากรลาวทั้งประเทศ 7.6 ล้านคน)     

ดังนั้น ข่าว “วัคซีนเสรี” ในลาว จึงไม่มีมูลความจริง เพราะทุกวันนี้ ทางการลาวก็เร่งมือฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยงให้ได้มากที่สุด 

ชิงฐานชิงพริก ‘อู๊ดด้า-ธรรมนัส’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465617

ชิงฐานชิงพริก ‘อู๊ดด้า-ธรรมนัส’

3 พฤษภาคม 2564 – 18:28 น.

พริกใต้ราคาตกต่ำ “ธรรมนัส” รุดอุ้มเกษตรกร ร้อนถึง “อู๊ดด้า” ต้องแก้เกม

++

จบไปแล้ว กรณีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบ แนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ในระดับพื้นที่จังหวัด ซึ่งยังคงเป็นคำสั่งเดิม 

ก่อนหน้านั้น มีข่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ จะลงไปดูแล 3 จังหวัดภาคใต้ ทำให้พรรคประชาธิปัตย์แสดงความไม่พอใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลม โดยยืนยันคำสั่งเดิม ปชป.ยังดูแลภาคใต้ 

ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่า พรรคพลังประชารัฐที่ถูกมองว่า เป็นพรรคเฉพาะกิจ จะกลายเป็นพรรคคู่แข่งสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ในสมรภูมิภาคใต้

ล่าสุด กรณีเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวเดือดร้อนใน จ.สงขลา ปรากฏว่า ส.ส.พลังประชารัฐ อาสาแก้ปัญหาพริกราคาถูก และพารัฐมนตรี “ธรรมนัส” บินด่วนลงใต้ไปพบชาวบ้าน ทำเอาฝ่าย ปชป. ต้องขยับตัวเช่นกัน

ชิงฐานชิงพริก 'อู๊ดด้า-ธรรมนัส'

                                     ธรรมนัส ลงพื้นที่สงขลา

++
การเมืองเรื่องพริก

วันที่ 30 เม.ย.2564 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย 3 ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ ได้แก่ ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.เขต 4, วันชัยปัญญาศิริ ส.ส.เขต 1 และศาสตรา ศรีปาน ส.ส.เขต 2 ลงพื้นที่สำนักงาน อตก. อ.เมือง จ.สงขลา ร่วมประชุมติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะราคาพริกดวงมณีหรือพริกเขียว ซึ่งเกษตรกรใน 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ระโรด ,อ.สทิงพระ และ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา กำลังประสบปัญหาผลผลิตพริกล้นตลาด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิค-19 ทำให้พริกในปีนี้มีราคาถูกลง 

ชิงฐานชิงพริก 'อู๊ดด้า-ธรรมนัส'

                      ส.ส.พลังประชารัฐ ช่วยเกษตรกรผู้ปลูกพริก

ด้าน จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ได้ดำเนินการแก้ปัญหาพริกในภาคใต้ราคาตกต่ำ โดยสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ ประสานงานกับเกษตรกรผู้ปลูกพริก และส.ส.ในพื้นที่ทันที หลังมีข่าว ร.อ.ธรรมนัส ดันหน่วยงาน อตก. มาแก้ปัญหาพริกราคาตกต่ำ

เมื่อนักข่าวเจอหน้า “รัฐมนตรีจุรินทร์ จึงมีการสอบถามกรณี ร.อ.ธรรมนัส นำคณะลงพื้นที่ไปพบเกษตรกรผู้ปลูกพริกว่าทำงานซ้ำซ้อนกันหรือไม่ 

“จุรินทร์” กล่าวว่า ไม่เป็นไร ช่วยกันหลายๆมือ ช่วยกันหลายๆทาง แต่อย่าทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องของการเมือง เพราะมันไม่คุ้ม มิฉะนั้นจะทำให้รัฐบาล มีความลำบากโดยไม่จำเป็น

                       จุรินทร์ สั่งการช่วยเกษตรกรใต้เช่นกัน

++
พปชร.ไร้หัว

หลังพรรคพลังประชารัฐ ได้ชัยชนะจากการเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช เขต 3 อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ จึงเป็น ส.ส.คนที่ 13 ของพรรคในภาคใต้

ตอนเลือกตั้งทั่วไป ปี 2562 พลังประชารัฐ มี ส.ส.เขตจากภาคใต้ สงขลา 4 คน ได้แก่ วันชัย ปริญญาศิริ, ศาสตรา ศรีปาน, พยม พรหมเพชร และร.ต.อ.อรุณ สวัสดี

ภูเก็ต 2 คน-สุทา ประทีป ณ ถลาง และนัทธี ถิ่นสาคู นครศรีธรรมราช 3 คน-รงค์ บุญสวย, สัณหพจน์ สุขศรีเมือง และสายัณห์ ยุติธรรม พ่วงด้วยตรัง-นิพันธ์ ศิริธร

ส่วน 3 จังหวัดชายแดนใต้ นราธิวาส 2 คน-วัชระ ยาวอหะซัน และสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ, ยะลา-อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ

บังเอิญแม่ทัพใต้ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ไม่ได้เป็น ส.ส. จึงทำให้ ส.ส.หน้าใหม่จากปักษ์ใต้ ถูกรุมทึ้งจากมุ้งต่างๆ ในพรรคพลังประชารัฐ 

แม้จะมีการตั้งกลุ่มด้ามขวานไทย เพื่อต่อรองทางการเมือง แต่แกนนำกลุ่มอย่าง ทวี สุรบาล ไม่ได้เป็น ส.ส. และทิ้งห่างสังเวียนไปนานแล้ว กลุ่มด้ามขวานไทย จึงไปไม่รอด

ในที่สุด “ธรรมนัส” ผู้มากบารมีแห่งภาคเหนือ จึงเข้ามาดูแล ส.ส.ใต้ แทน พ.อ.สุชาติ จึงทำให้ค่าย ปชป. เกิดความหวาดระแวง หวั่นว่าจะต้องเสียที่นั่ง ส.ส.เพิ่มในการเลือกตั้งสมัยหน้า

ถาม ‘โทนี่’ ย้ายประเทศกันเถอะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465606

ถาม ‘โทนี่’ ย้ายประเทศกันเถอะ

3 พฤษภาคม 2564 – 16:52 น.

อาการเบื่อลุง ส่งผลให้ “กลุ่มย้ายประเทศกันเถอะ” โตเร็ว เป็นโอกาสของ “พี่โทนี่” 

++

ระบาดอารมณ์เรื่องยอดผู้ติดเชื้อโควิดรายวัน บวกวัคซีนโควิดล่าช้า กลายเป็นคลื่นใต้น้ำรอวันล่มเรือเหล็ก หากรัฐบาลประยุทธ์ยังบริหารจัดการสะเปะสะปะอยู่อย่างนี้

แม้แต่กรณีคนรุ่นใหม่ตั้งกลุ่มบนเฟซบุ๊คที่มีชื่อว่า “ย้ายประเทศกันเถอะ” เนื่องจากเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโรคระบาด และการบริหารจัดการของรัฐบาล จึงคิดตั้งกลุ่มขึ้นมาแบบเอาตลกเท่านั้นในตอนแรกๆ แต่ผ่านไป 2 วัน ก็มีคนแห่เข้ามาเป็นสมาชิกแล้วกว่า 5 แสนบัญชี 

แน่นอน “ย้ายประเทศกันเถอะ” ย่อมกลายเป็นหัวข้อในการสนทนาของพลเมืองเน็ตที่ฝักใฝ่การเมือง โดยเฉพาะแนวร่วมม็อบราษฎร จึงมีถ้อยคำที่ว่า “เมืองไทยดีที่สุดแล้วคือคำโกหกคำโต” หรือ “ประเทศนี้มันเกินเยียวยาแล้ว ไม่มีพื้นที่สำหรับคนรุ่นใหม่ได้เติบโต”

จริงๆแล้ว ทีมงานกลุ่มแคร์ น่าจะตั้งท็อปปิก “ย้ายประเทศกันเถอะ” ให้ Tony Woodsome หรือทักษิณ ชินวัตร มาเสวนากับคนรุ่นใหม่ในคลับเฮาส์ รับประกันว่า มีคนสนใจเพียบ 

โทนี่ มาอีกแล้ว

++
ถามโทนี่ดีมั้ย

มหาวิกฤตโควิด ทุกพรรคการเมืองต่างระดมสรรพกำลังช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 พรรคเพื่อไทย ก็จัดทีมทำงานเป็น 4 ทีม ลงพื้นที่ แถมมีผู้ที่จะเตรียมลงสมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานครด้วย

มินับบรรดา ส.ส. และทีมงานเพื่อไทย ที่ดาหน้าออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานแก้ไขปัญหาโควิดของรัฐบาลประยุทธ์แบบจัดหนัก และเรียกคะแนนจากกองเชียร์ได้เต็มๆ

กลุ่มแคร์จึงจัดรายการ CARE Clubhouse x CARE Talk : คิดเคลื่อนไทย พลิกฟื้นวิกฤติโควิด กับ Tony Woodsome สองทุ่ม วันอังคารที่ 4 พ.ค.2564 

ใครยังกังวลสงสัยว่า ไทย(จะ)ชนะโควิดได้อย่างไร มาร่วมพูดคุยกับ พี่โทนี่ได้ ไม่ต้องยั้งมือ พี่โทนี่พร้อมตอบ แบบชัดๆ จัดทุกประเด็น” แอดมินเพจกลุ่มแคร์ ชักชวนเอฟซีโทนี่

เอาเข้าจริง การเป็น Tony Woodsome ของทักษิณ เหมือนจะกระชากเรตติ้งมาจาก “ธนาธร” ได้ไม่ใช่น้อย ขณะเดียวกัน วิสัยทัศน์ “พี่โทนี่” เกี่ยวกับบริหารจัดการสถานการณ์โควิด ย่อมถูกนำไปเปรียบเทียบกับ “ลุงตู่” ที่ดูทำอะไรก็ไม่โดนใจชาวบ้าน

กลายเป็นว่า โควิดระลอก 3 ทำเอาโทนี่ขาขึ้น แต่ลุงตู่ขาลง 

ถาม 'โทนี่' ย้ายประเทศกันเถอะ

         พลเมืองมอนเตรเนโกร และเซอร์เบีย ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว

++

มอนเตร-เซอร์เบีย

เชื่อว่า CARE Clubhouse x CARE Talk วันอังคารนี้ คงต้องมีใครบางคนแอบถามว่าเรื่องย้ายประเทศ แต่พี่โทนี่จะตอบหรือเปล่า คงต้องรอฟังกัน

ถ้ายังจำกันได้ปี 2552 ทักษิณได้รับสัญชาติมอนเตเนโกร ตอนนั้นเขาได้กลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในมอนเตเนโกร และมีคนพูดติดตลกว่า เป็นชาวมอนเตเนโกรที่ร่ำรวยที่สุด

นักการเมืองมอนเตรเนโกรบอกว่า ทักษิณจะช่วยเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการนำการลงทุนใหม่ๆเข้าไป หรือไม่ก็เข้าไปลงทุนด้วยตนเอง จึงมีข่าวทักษิณฝากเงิน 15 ล้านยูโร กับ ธนาคาร First Bank of Montenegro และใช้เงินลงทุน 24 ล้านยูโร ซื้อที่ดินขนาดเท่าสนามฟุตบอล 4 สนาม บนเกาะเซ็นต์ นิโคล่า 

ปี 2562 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้สถานะพลเมืองจากรัฐบาลเซอร์เบีย หลังหลบหนีการฟังคำพิพากษาคดีทุจริตจำนำข้าว เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2560 

กลุ่มย้ายประเทศกันเถอะ จึงควรที่จะให้ “พี่โทนี่” ช่วยชี้แนะแนวทางย้ายประเทศ เพราะมีประสบการณ์ในการเป็นพลเมืองของมอนเตรเนโกร รวมถึงช่วยเหลือน้องสาวจนได้เป็นพลเมืองเซอร์เบีย

ลึกๆแล้ว พี่โทนี่อาจกระซิบบอกคนรุ่นใหม่ว่า อย่าเพิ่งย้ายประเทศ รออีกไม่นาน พี่โทนี่จะกลับเปลี่ยนประเทศไทย

กะเหรี่ยงแตก DKBA แยกวง ดอดคุยทหารพม่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465531

กะเหรี่ยงแตก DKBA แยกวง ดอดคุยทหารพม่า

2 พฤษภาคม 2564 – 17:35 น.

วงแตก กะเหรี่ยง KNU รบทหารพม่า แต่กะเหรี่ยง DKBA และ KNLA-PC บินไปเนปิดอว์ เปิดวงคุยสันติภาพ

++

แนวรบด้านตะวันตกระอุเดือด เมื่อทหารกะเหรี่ยง KNLA กองพลน้อยที่ 5 นำกำลังเข้าโจมตีฐานทหารพม่า ริมฝั่งสาละวิน ตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลให้มีชาวกะเหรี่ยงอพยพหนีภัยสงครามข้ามแดนเข้ามาพักพิงทางฝั่งไทยหลายพันคน

อีกด้านหนึ่ง ทหารกะเหรี่ยง 2 กลุ่มคือ กลุ่มทหารกะเหรี่ยงพุทธ (DKBA) และทหารกะเหรี่ยงคริสต์ (KNU/KNLA–PC) ได้ส่งตัวแทนไปพูดคุยกับคณะทหารพม่า ในกรุงเนปิดอว์ เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2564

นอกจากนี้ ทหารกะเหรี่ยง (BGF) ร่วมกับทหารพม่า ได้เคลื่อนกำลังโจมตีทหารกะเหรี่ยง KNKL กองพลน้อยที่ 1 เมืองท่าตอน รัฐกะเหรี่ยง 

ภาพรวมกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์กะเหรี่ยงใน พ.ศ.นี้ แบ่งกันเป็น 5 ก๊ก ประกอบด้วย

1.สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง/กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU/KNLA)

2.กองกำลังกะเหรี่ยงเพื่อประชาธิปไตยผู้มีความเมตตา หรือกะเหรี่ยงพุทธ (DKBA)

 3.สภาสันติภาพกองทัพปลดปล่อยชนชาติกะเหรี่ยง (KNLA-PC)

4.กองกำลังพิทักษ์แห่งชาติกะเหรี่ยง (KNDO)

5.กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) อดีตทหารกะเหรี่ยงพุทธ ที่เข้าสังกัดกองทัพพม่า

วันที่ 2 พ.ค.2564 ที่กองบัญชาการกองพลน้อยที่ 5 เมืองผาปูน รัฐกะเหรี่ยง พล.ท.บอจ่อ แฮ รองผู้บัญชาการกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) ได้ส่งจดหมายเรียกร้องให้กองกำลัง DKBA , KNU/KNLA-PC และกองกำลัง BGF มาร่วมกับ KNU/KNLA ต่อสู้ขุดรากถอนโคนเผด็จการทหารพม่า

“สหาย DKBA ,KNU/KNLA-PC และ BGF กว่า 70 ปีที่การปฏิวัติกะเหรี่ยง ไม่มีโอกาสเช่นนี้ เราต้องใช้ประโยชน์จากสถานการณ์การลุกฮือของประชาชนพม่า รวมพลังโค่นล้มเผด็จการทหารพม่า”

สถานการณ์ขณะนี้ การรวมตัวของชาวกะเหรี่ยงมีความสำคัญ กองทัพพม่าได้ใช้เครื่องบินปฏิบัติการทิ้งระเบิด และยิงจรวดถล่มที่มั่นกอทูเล เพื่อสกัดการปิดล้อมฐานทหารพม่าของกองกำลัง KNLA ทางภาคพื้นดิน 

“เวลานี้ ทหาร BGFถูกเรียกระดมพลให้มาช่วยทหารพม่า ซึ่งแผนการนี้ไม่เป็นผลดีแก่ชาวกะเหรี่ยง เพราะกะเหรี่ยงต้องรบกันเอง” พล.ท.บอจ่อแฮ กล่าว

กะเหรี่ยงแตก DKBA แยกวง ดอดคุยทหารพม่า

                              พล.ท.บอจ่อแฮ รอง ผบ.KNLA

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘บอจ่อ แฮ’ กะเหรี่ยงสายแข็ง ดับสูญเผด็จการพม่า

++
กะเหรี่ยง DKBA

เมื่อ 27 ปีที่แล้ว ทหารกะเหรี่ยงพุทธ แยกตัวออกจากสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNU) หรือทหารกะเหรี่ยงคริสต์ ได้จัดตั้ง “กองกำลังกะเหรี่ยงเพื่อประชาธิปไตยผู้มีความเมตตา” (Democratic Karen Benevolent Army-DKBA) ขึ้นมาต่อสู้กับทหารกะเหรี่ยงของนายพลโบเมี้ยะ โดยกองทัพพม่าให้การสนับสนุน

พ.ศ.นี้ ทหาร DKBA มีฐานกำลังอยู่ใน จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ตรงข้ามบ้านวาเล่ย์ ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก และ พล.ต.มูเซ เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ปี 2552 ทหารกะเหรี่ยงบางส่วนจาก DKBA ได้นำกำลังพลเข้ามาร่วมกองทัพพม่า เป็นกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ซึ่งต้องปฏิบัติตามคำสั่งของกองทัพพม่า และหลายครั้งก็ถูกสั่งให้มารบกับกองกำลังกะเหรี่ยงกลุ่มอื่นๆ


                                    ทหารกะเหรี่ยง DKBA

กะเหรี่ยงแตก DKBA แยกวง ดอดคุยทหารพม่า
กะเหรี่ยงแตก DKBA แยกวง ดอดคุยทหารพม่า

                                      ทหารกะเหรี่ยงพุทธ

++
กะเหรี่ยง KNLA-PC

ปี 2550 พล.อ.ซอ เถ่ หม่อง ในฐานะ ผบ.กองพลน้อยที่ 7 ของ KNLA ได้เข้าเจรจาหยุดยิงกับกองทัพพม่า โดยมิได้บอกกล่าวคณะกรรมการสหภาพแห่งชาติ KNU จึงถูกสั่งปลดจากตำแหน่ง ผบ.กองพล

ต่อมา พล.อ.ซอ เถ่ หม่อง ได้แยกตัวออกจากสหภาพแห่งชาติ KNU มาตั้งสภาสันติภาพกองทัพปลดปล่อยชนชาติกะเหรี่ยง (Karen National Liberation Army-Peace Council : KNLA-PC)  

กองกำลัง KNLA-PC มีกำลังทหาร 1,500 นาย มีฐานอยู่ที่เมืองกอกะเร็ก รัฐกะเหรี่ยง ตรงข้าม อ.แม่สอด และ อ.พบพระ จ.ตาก

หลัง พล.อ.ซอ เถ่ หม่อง เสียชีวิต พล.อ.ซอท้อ เล รองประธาน KNLA-PC ได้รับเลือกให้เป็นผู้บัญชาการกองทัพคนใหม่ และ พล.ต.หญิง หน่อกะบ่อ ทู เป็นเลขาธิการ

กลุ่มผู้นำ DKBA และ KNLA-PC ค่อนข้างมีแนวคิดใกล้เคียงกันคือ เน้นการเจรจาสันติภาพ และดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในเขตพื้นที่ปกครอง พวกเขาจึงตอบรับคำเชิญคณะพูดคุยสันติภาพของทหารพม่า ไปเจรจากันที่กรุงเนปิดอว์

กะเหรี่ยงแตก DKBA แยกวง ดอดคุยทหารพม่า
กะเหรี่ยงแตก DKBA แยกวง ดอดคุยทหารพม่า

                                 ทหารกะเหรี่ยง KNLA-PC

เสียงฝั่งซ้าย เคสโควิดข้ามโขง โยงสัมพันธ์ลาว-ไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465494

เสียงฝั่งซ้าย เคสโควิดข้ามโขง โยงสัมพันธ์ลาว-ไทย

2 พฤษภาคม 2564 – 13:16 น.

ไขปริศนาโควิดข้ามโขง สะท้อนภาพสัมพันธ์ 2 รัฐ 2 ฝั่งโขง ทางการลาวเร่งสอบสวนหาต้นตอผู้แพร่เชื้อ

++

สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ใน สปป.ลาว เรียกได้ว่าอยู่ในขั้นวิกฤต สำหรับประเทศที่มีประชากร 7 ล้านกว่าคน เมื่อภายในเวลา 1 เดือน (เดือน เม.ย.) มีผู้ติดเชื้อรายไหม้เพิ่มขึ้น 733 คน และกระจายไปทั่วประเทศ

การกลับมาระบาดใหม่ในเมืองลาว เกิดขึ้นพร้อมกับโควิดระลอก 3 ทางฝั่งไทย เมื่อมีคนไทย ซึ่งเป็นเจ้าของร้านเกมออนไลน์ ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ลักลอบข้ามโขงจากเพชรบูรณ์กลับไปดูธุรกิจร้านเกม แล้วมีอาการป่วย ตรวจพบติดเชื้อโควิด

ช่วงบุญสงกรานต์ รัฐบาลลาวไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมกลางแจ้ง ห้ามเล่นสาดน้ำ แต่ร้านอาหาร สถานบันเทิง ไม่ได้สั่งปิด จึงมีคนไปเที่ยว ไปกินดื่มกันตลอดช่วงวันที่ 12-18 เม.ย.2564

หลังสงกรานต์หรือบุญปีใหม่ลาว มีนักศึกษาหญิงคนหนึ่ง ตรวจพบติดเชื้อโควิด ที่รู้จักกันในนามกรณีที่ 59 ซึ่งได้ร่วมมือกับ “เอื้อยฮัก” (พี่สาวที่รักนับถือกัน) พาคนไทย 2 คน มาเที่ยวสงกรานต์ในนครหลวงเวียงจันทน์ โดยคนไทยเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย 

กรณีที่ 59 กลายเป็นดราม่าในสังคมลาว เนื่องจากนักศึกษาหญิงคนนั้น ทราบข่าวจาก “เอื้อยฮัก” ที่ลอบข้ามโขงไป จ.หนองคาย ส่งข่าวมาว่า เธอและสองคนไทย ติดเชื้อโควิด และหนุ่มไทยรายหนึ่งมีอาการหนัก เข้ารักษาตัวที่ รพ.หนองคาย ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.2564

หญิงลาว 2 คน และหนุ่มไทย 2 คน ตกเป็นเป้าโจมตีจากคนลาวในโซเชียล เมื่อยอดผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มจำนวนสูงขึ้นทุกวัน และคนลาวส่วนใหญ่พิพากษาพวกเขาว่า เป็นคลัสเตอร์ใหญ่ไปแล้ว 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
โควิดข้ามโขงลาวรับตัว ‘เอื้อยฮัก’คลัสเตอร์หนุ่มไทย

เสียงฝั่งซ้าย เคสโควิดข้ามโขง โยงสัมพันธ์ลาว-ไทย
เสียงฝั่งซ้าย เคสโควิดข้ามโขง โยงสัมพันธ์ลาว-ไทย

        ไทม์ไลน์ของ 2 หญิงลาว 2 หนุ่มไทย ลักลอบเข้าเมืองเที่ยวสงกรานต์

++
เชือดหญิงลาว

ช่วงค่ำวันที่ 30 เม.ย.2564 ที่ด่านสากลสะพานมิตรภาพลาว-ไทย แห่งที่ 1 ทางการลาว พ.อ.สายสะหมิง สีวิไล หัวหน้ากรมตำรวจตรวจคนเข้า-ออกเมือง กรมใหญ่สันติบาล กระทรวงป้องกันความสงบ ได้มารับตัว นางพาวะดี วิพากอน หรือ “ตุ๊กติ๊ก” (เอื้อยฮักของกรณีที่ 59) จากเจ้าหน้าที่ ตม.หนองคาย หลังจากเธอรักษาอาการป่วยติดเชื้อโควิดหายแล้ว 

สาเหตุที่ต้องรับตัว นางพาวะดี วิพากอน กลับคืน สปป.ลาว เพราะมีพฤติกรรมลักลอบเดินทางเข้า-ออก สปป.ลาว และร่วมมือกับกรณีที่ 59 เดินทางไปสถานที่ชุมชนต่างๆในลาว ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุในการนำเอาเชื้อไวรัสโควิด-19 มาแพร่เชื้อใน สปป.ลาว 

ตำรวจลาวระบุว่า นางพาวะดีจะถูกกักบริเวณ 14 วัน ตามมาตรการทางสาธารณสุข หลังจากนั้น จะถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมลาว โดยจะถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายว่าด้วยการเข้า-ออก สปป.ลาว ,กฎหมายอาญา และกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและควบคุมโรค 

พ.อ.สายสะหมิง สีวิไล ได้กล่าวขอบคุณ ตม.ไทย ว่า “ข้าพเจ้าในนามหัวหน้ากรมตำรวจตรวจคนเข้าออกเมือง ที่ได้รับมอบหมาย เป็นตัวแทนฝ่ายลาว ขอแสดงความขอบใจอย่างสูงต่อเจ้าหน้าที่ ตม.ไทย ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง ที่ดีมาโดยตลอด ได้ให้ความร่วมมือในการส่งตัว ผู้ที่รัฐบาลและสังคมลาว ต้องการตัวที่สุดในระยะนี้ หวังว่าจะได้รับความร่วมมือที่ดีแบบนี้ตลอดไป”

คำขอบคุณของ พ.อ.สายสะหมิง สะท้อนว่า รัฐบาลลาวให้ความสนใจกรณีดังกล่าวมาก และนี่คือภาพสะท้อนความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่าง 2 รัฐ 2 ฝั่งโขง

เสียงฝั่งซ้าย เคสโควิดข้ามโขง โยงสัมพันธ์ลาว-ไทย

                          พ.อ.สามสะหมิง แถลงข่าวผ่านสื่อออนไลน์

++
ขยายผลเคสคนไทย

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2564 ทีมงานคลินิกทันเหตุการณ์ ของคณะเฉพาะกิจควบคุม ป้องกันโควิดลาว ได้สัมภาษณ์พิเศษ พ.อ.สายสะหมิง สีวิไล เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของเอื้อยฮัก ผู้ติดเชื้อกรณีที่ 59 สรุปว่า มีตัวละคร 5 คน ประกอบด้วย 1.นางพาวะดี วิพากอน หรือ ตุ๊กติ๊ก ผู้ชักนำคนไทยเข้าลาว 2.นางสอนนาลี ดวงสะหวัด หรือ นีน่า 3.กรณีที่ 59 นางมอนมีนา สุดทิดา หรือ ติ๊นา ผู้นำเที่ยวในนครหลวงเวียงจันทน์ 4.ท้าวเป๊ก คนไทย และ 5.ท้าวชิด คนไทย 

พ.อ.สายสะหมิง ยังเปิดเผยว่า วันที่ 7 เม.ย.2564 ท้าวเป๊ก ท้าวชิด ลงเรือที่บ้านนาสีนวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร ข้ามโขงมาขึ้นฝั่งที่บ้านดอนเซ็ง นครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต โดยนางพาวะดี และนางสอนนาลี นำรถไปรับ 2 หนุ่มไทย เข้าพักที่โรงแรมแพไหม และตอนกลางคืน ทั้ง 4 คน ไปร้องเพลงคาราโอเกะจนรุ่งเช้า 

วันที่ 8 เม.ย.2564 ช่วงค่ำ นางพาวะดี นำ 2 หนุ่มไทย นั่งรถทัวร์จากสะหวันนะเขต ถึงนครหลวงเวียงจันทน์ ตอนรุ่งเช้า ส่วนนางมอนมีนา หรือติ๊นา มารอรับที่คิวรถโดยสารสายใต้ 

ระหว่างวันที่ 9-15 เม.ย.2564 ทั้ง 4 คน พากันเที่ยวในนครหลวงเวียงจันทน์ตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ ก่อนที่นางพาวะดี จะพา 2 หนุ่มไทย ลักลอบข้ามโขงกลับไทย ผ่านทางบ้านปากงึ่ม ไป อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย 

สำหรับข้อสงสัยที่ว่า คนไทย 2 คน จะถูกดำเนินคดีในลาวหรือไม่? พ.อ.สายสะหมิง ชี้แจงว่า ตม.ไทย ดำเนินคดี 2 คนไทย กรณีเข้าเมืองผิดกฎหมายไปแล้ว หากทางการลาวสืบสวนได้ว่า พวกเขามีส่วนแพร่เชื้อโควิด ก็เป็นเรื่องรัฐบาลลาวกับรัฐบาลไทย ที่ฝ่ายลาวจะต้องทำเรื่องขอตัวคนไทย 2 คน มาดำเนินคดีในลาว 

ปัจจุบัน 2 หนุ่มไทย ยังไม่มีความผิดเกี่ยวกับโรคระบาดในลาว โดยจะต้องรอคณะเฉพาะกิจฯ กระทรวงสาธารณสุขลาว สอบสวนนางพาวะดี และนางมอนมีนาหรือกรณีที่ 59 หาข้อเท็จจริงเรื่องนี้ให้กระจ่างเสียก่อน

เสียงฝั่งซ้าย เคสโควิดข้ามโขง โยงสัมพันธ์ลาว-ไทย

               ตำรวจลาว พานางพาวะดี กลับไปดำเนินคดีที่ฝั่งลาว

“ซินแสเข่ง” เตือนภัย ลางร้าย แรงอาถรรพ์ “การแสดง” เหมือนการสาปแช่งให้มีอันเป็นไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465492

“ซินแสเข่ง” เตือนภัย ลางร้าย แรงอาถรรพ์ “การแสดง” เหมือนการสาปแช่งให้มีอันเป็นไป  

2 พฤษภาคม 2564 – 12:47 น.

ซินแสเข่ง เตือนภัย ลางร้าย แรงอาถรรพ์ วิเคราะห์เหตุ เหมือนการสาปแช่งให้มีอันเป็นไป การแสดง ควรหลีกเลี่ยง เพราะเป็งสิ่งอัปมงคล เหมือนการให้ร้ายกับคนที่ถูกกระทำให้เป็นไป เช่นการแสดงภาพยนต์ ละคร ตลก แรงอาถรรพ์อาจทำให้อายุสั้น

ซินแสเข่ง เตือนภัย ลางร้าย แรงอาถรรพ์ วิเคราะห์เหตุ เหมือนการสาปแช่งให้มีอันเป็นไป การแสดง ควรหลีกเลี่ยง เพราะเป็งสิ่งอัปมงคล เหมือนการให้ร้ายกับคนที่ถูกกระทำให้เป็นไป เช่นการแสดงภาพยนต์ ละคร ตลก แรงอาถรรพ์อาจทำให้อายุสั้นเป็นเหตุ อาจเกิดขึ้นได้ทุกจังหวะและโอกาศของชีวิต และทำให้มีเหตุอันเป็นไปทำให้เสียชีวิต ได้ทันที เหตุนี้น้าค่อม ชวนชื่น และโรเบิร์ต สายควัน ที่มักจะแสดงกันเหมือนให้ร้ายตนเอง เหมือนเป็นลางบอกเหตุให้มีอันเป็นไป ให้กับชีวิตของตนเอง ที่จะต้องระวังถึงเป็นเรื่องของการแสดง ก็ไม่ควรก็ทำเพราะเหมือนสาปแช่งให้ตนเอง ให้เป็นไปตามวิบากกรรม 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ซินแสเข่ง” ชี้ ชะตา “รมต.สาธารณสุข อนุทิน” จะอยู่หรือไป  วิกฤติโรคระบาดโควิด 19

ซินแสเข่ง อาจารย์ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย ขอไว้อาลัย น้าค่อม ชวนชื่น ตลกดังของเมืองไทย กับการเสียชีวิต บุคลากรของวงการตลก ชี้มูลเหตุที่เตือนภัยกับอาถรรพ์การแสดงที่ต้องระวังไว้ กับการแสดง เมื่อมักจะมีการแสดง หรือพูดในสิ่งที่ไม่เป็นมงคลที่จะกลายเป็นแรงอาถรรพ์ ทำให้เกิดสิ่งที่ไม่เป็นมงคลเกิดขึ้น เพราะบางครั้งไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาเล่นเป็นเรื่องสนุก ยกตัวอย่างเช่น คุณโรเบิร์ต มักจะโดนกล่าวหาถึงชีวิตบ่อยๆ วันหนึ่งทำให้เกิดเหตุจริงเกิดขึ้นได้ เหมือนการถ่ายละครเช่นเดียวกัน หากมีการแสดงถึงตอนเสียชีวิตและมีการตั้งโรงศพและนำภาพถ่ายมาตั้งไว้ หากไม่แก้ขอขมา ก็จะทำให้เป็นอัปมงคล ตามหลักของศาสตร์แห่งฮวงจุ้ยที่ถือว่าไม่เป็นมงคลเหมือนเป็นการสาปแช่งตนเองให้มีอันเป็นไป

ซินแสเข่งได้กล่าวเพิ่มเติม ถึงวิธีการ การแก้ไข เพื่อไม่ให้มีเหตุอาถรรพ์เหมือนต้องคำสาป หรือเป็นวิบากกรรม หรือคำสาบาน ที่พูดไว้ เพื่อต้องการถอนคำพูด ถอนการแสดง เมื่อหลังจากที่ จบการแสดงในสถานที่นั้นๆแล้ว ก็ควรที่จะตั้งเครื่องเซ่นไหว้ เพื่อขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสถานที่นั้นๆ เพื่อบอกกล่าว ว่าสิ่งที่แสดงไปนั้น เป็นเรื่องสมมติขึ้นไม่ใช่เรื่องจริง ขออย่าได้ เกิดเหตุเภทภัย หรือสิ่งอาถรรพ์ อัปมงคล ที่จะเกิดขึ้นก่อให้เกิดเหตุ กับบุคคลผู้แสดง หรือบุคคลในทีมงานหรือผู้ร่วมแสดงในทีมของข้าพเจ้า ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ สิ่งอาถรรพ์ก็อาจจะไม่เกิดให้ได้รับความเดือดร้อนได้

จับตา 6 พ.ค. ลุ้น ‘รุ้ง-เพนกวิน’ ปมยื่นประกันตัว ชี้ 8 เดือน 268 คดีสำหรับ “สามนิ้ว” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465453

จับตา 6 พ.ค. ลุ้น ‘รุ้ง-เพนกวิน”ปมยื่นประกันตัว ชี้ 8 เดือน 268 คดีสำหรับ “สามนิ้ว”

1 พฤษภาคม 2564 – 18:48 น.

จับตา 6 พ.ค. ลุ้น ‘รุ้ง-เพนกวิน’ได้ประกันหรือไม่ ชี้ 8 เดือน 268 คดี สำหรับ”สามนิ้ว” ในขณะที่การเคลื่อนไหวของฝ่ายจำเลยและกลุ่มมวลชนช่วงที่ผ่านมา เข้าข่ายเป็นการกดดันศาลหรือไม่

กรณีที่ผู้ชุมนุมกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเเละกลุ่มมวลชนอื่นๆไปชุมนุมที่ศาลอาญาเรียกร้องให้มีคำสั่งให้ประกันตัวในการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวนายพริษฐ์  ชีวารักษ์ หรือเพนกวิน จำเลยที่1คดีหมายเลขดำ อ.287/2564 (คดีฟ้องร่วมแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร รวม 22 คน) กับคดีหมายเลขดำ อ.286/2564 (คดีม็อบเฟสต์)

และกรณีที่มารดาของน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุลหรือรุ้ง แกนนำกลุ่มราษฎร จำเลยที่ 5 คดีหมายเลขดำ อ.287/2564  ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว น.ส.ปนัสยา  โดยวางหลักทรัพย์ประกันจำเลยคนละ 200,000 บาท

และศาลอาญากำหนดนัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวในวันพฤหัสบดีที่ 6 พ.ค.นี้ เวลา 10.00 น. พร้อมมีคำสั่งให้เบิกตัวจำเลยที่ 1 และที่ 5 มาในวันไต่สวนนั้น

ตามวิธีปฏิบัติในการพิจารณาว่าควรหรือไม่ควรให้ปล่อยตัวชั่วคราวหรือประกันตัวจำเลยหรือไม่นั้น  องค์คณะผู้พิพากษาศาลอาญาจะร่วมกันพิจารณากับรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาเเละอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาจะเป็นผู้วินิจฉัยในลำดับสุดท้าย 

แต่การเคลื่อนไหวของฝ่ายจำเลยและกลุ่มมวลชนช่วงที่ผ่านมา เข้าข่ายเป็นการกดดันศาลในการพิจารณาคดีหรือไม่ เริ่มมีคนตั้งข้อสงสัย เช่น การรณรงค์เเคมเปญปล่อยเพื่อนเรา ด้วยวิธีการต่างๆ  อาทิ การยืนประท้วงที่ศาลฎีกา เเละศาลอาญารวมทั้งพื้นที่อื่นๆของประเทศ, การให้สื่อบางเเขนงที่มีเเนวโน้มสนับสนุนการชุมนุมเสนอข่าวสาร รวมทั้งฝ่ายการเมืองบางส่วนมาร่วมสร้างกระแสด้วย 

คดีของ นายพริษฐ์หรือ เพนกวิน นั้นมีการยื่นประกันตัวไปแล้วไม่ต่ำกว่า9ครั้ง ตั้งแต่ถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี(วันที่ 9 ก.พ.2564) และเริ่มอดอาหารประท้วงจากการตกเป็นจำเลยในคดีโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. จนถึงวันนี้อดอาหารมานานกว่า46วัน โดยดื่มแต่น้ำเปล่าและน้ำเกลือแร่

 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ประมวลสถิติตั้งแต่เริ่มการชุมนุมของ“เยาวชนปลดแอก”จนถึง”ม็อบราษฎร” เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563 -31 มี.ค. 2564 รวมเวลากว่า 8 เดือน มีประชาชนที่ถูกดำเนินคดีไปแล้วอย่างน้อย 581 คน ในจำนวน 268  คดี

เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีกับในช่วงสิ้นเดือน ก.พ. 2564 มีผู้ถูกดำเนินคดีเพิ่มขึ้น 199 คน และคดีเพิ่มขึ้น 61 คดี (จำนวน 268 คดีนั้นพบว่า 41 คดี ที่สิ้นสุดไปแล้ว เพราะผู้ถูกกล่าวหายินยอมให้เปรียบเทียบปรับในชั้นตำรวจ หรือในชั้นศาล เนื่องจากข้อกล่าวหามีอัตราโทษปรับ เช่น ข้อหาตามพ.ร.บ.ความสะอาดฯ, ข้อหาไม่แจ้งการชุมนุมสาธารณะ หรือข้อหากีดขวางการจราจร )

โควิดข้ามโขงลาวรับตัว ‘เอื้อยฮัก’ คลัสเตอร์หนุ่มไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465439

โควิดข้ามโขงลาวรับตัว ‘เอื้อยฮัก’คลัสเตอร์หนุ่มไทย

1 พฤษภาคม 2564 – 15:15 น.

พิษโควิดข้ามโขง สาวลาวที่ลักลอบเข้าไทย ถูกนำตัวกลับไปดำเนินคดี เหตุพัวพันคลัสเตอร์หนุ่มไทย

สืบเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ใน สปป.ลาว ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นับแต่ต้นเดือน เม.ย.เป็นต้นมา จนถึงวันที่ 30 เม.ย.2564 มียอดสะสมของติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 600 คน
    จุดระเบิดการแพร่เชื้อโควิดในลาวคือ ช่วงบุญปีใหม่ลาว หรือสงกรานต์ ที่มีกรณีหญิงสาวชาวลาว 2 คน ได้ชักชวน 2 หนุ่มไทยลักลอบเข้าเมืองไปท่องราตรีเมืองลาว โดยหญิงลาวคนหนึ่งติดเชื้อโควิด เรียกกันว่า “กรณีที่ 59” หรือ ติ๊นา สุดทิดา
    ส่วนหญิงลาวอีกคนหนึ่งที่มีสถานะเป็น “เอื้อยฮัก” (พี่สาวที่เคารพนับถือ) ของกรณีที่ 59 ได้ลอบข้ามโขงไป จ.หนองคาย พร้อมหนุ่มไทย 2 คน และตรวจพบติดเชื้อโควิดทั้ง 3 คน จึงเข้ารักษาตัวที่ รพ.หนองคาย

 โควิดข้ามโขงลาวรับตัว 'เอื้อยฮัก'คลัสเตอร์หนุ่มไทย

นางพาวะดี หรือที่รู้กันว่าเป็น เอื้อนฮักของกรณีที่ 59

++
ไทยส่งตัวกลับ
++
    ค่ำวันที่ 30 เม.ย.2564 ที่ด่านสากลสะพานมิดตะพาบลาว-ไทย แห่งที่ 1 ทางการลาว ได้รับตัว นางพาวะดี วิพากอน หรือ “ตุ๊กติ๊ก” ซึ่งรู้จักกันในฐานะ “เอื้อยฮัก” ของกรณีที่ 59 จากเจ้าหน้าที่ ตม.หนองคาย หลังจากรักษาอาการป่วยติดเชื้อโควิดหายแล้ว     

 โควิดข้ามโขงลาวรับตัว 'เอื้อยฮัก'คลัสเตอร์หนุ่มไทย

พ.อ.สายสะหมิง สีวิไล หัวหน้า ตม.ลาว 

ต่อไปนี้คือ บันทึกของ พ.อ.สายสะหมิง สีวิไล หัวหน้ากรมตำรวจตรวจคนเข้า-ออกเมือง กรมใหญ่สันติบาล กระทรวงป้องกันความสงบ
    1.สาเหตุที่ต้องรับตัว นางพาวะดี วิพากอน กลับคืน สปป.ลาว เพราะนางพาวะดี ได้ลักลอบเดินทางเข้า-ออก สปป.ลาว และร่วมมือกับกรณีที่ 59 เดินทางไปสถานที่ชุมชนต่างๆในลาว ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุในการนำเอาเชื้อไวรัสโควิด-19 มาแพร่เชื้อใน สปป.ลาว ดังในสภาพปัจจุบัน
    ตำรวจลาวยังสอบสวนพบว่า นางพาวะดี เป็นผู้ชักชวนหนุ่มไทย 2 คน ลักลอบข้ามโขงเข้ามาที่แขวงสะหวันนะเขต ก่อนจะพากันเดินทางมาเที่ยวสงกรานต์ในนครหลวงเวียงจันทน์ 
    2.จากการสอบสวนของตำรวจลาว ทราบว่า วันที่ 15 เม.ย.2564 นางพาวะดี ลักลอบเดินทางออกจาก สปป.ลาว ที่บ้านหมากนาว เมืองปากงึ่ม นครหลวงเวียงจันทน์ ไปบ้านเดื่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย  (นางพาวะดี เดินทางออกจากลาว พร้อมหนุ่มไทย 2 คน) 
    วันที่ 16 เม.ย.2564 นางพาวะดี รู้สึกไม่สบาย จึงไปตรวจสุขภาพที่ รพ.หนองคาย ผลตรวจพบติดเชื้อโควิด และทำการรักษาจนหายป่วย
    3.เมื่อทราบข้อมูลดังกล่าว กรมตำรวจ ตม.ลาว จึงประสานกับ ตม.หนองคาย เพื่อให้ส่งตัวนางพาวะดี กลับ สปป.ลาว 
    4.ภายหลังรับตัวนางพาวะดี จาก ตม.หนองคายมาแล้ว ก็จะนำตัวนางพาวะดี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ใน สปป.ลาว โดยนางพาวะดี จะถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายว่าด้วยการเข้า-ออก สปป.ลาว ,กฎหมายอาญา และกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและควบคุมโรค

 โควิดข้ามโขงลาวรับตัว 'เอื้อยฮัก'คลัสเตอร์หนุ่มไทย

ข่าวสาวลาว ถูกส่งตัวกลับลาวได้รับความสนใจจากคนลาวมาก

ตอนท้ายของบทบันทึก พ.อ.สายสะหมิง สีวิไล ได้กล่าวขอบคุณ ตม.ไทย ที่ช่วยนำตัวบุคคลที่ทางการ และคนลาวต้องการตัวมากที่สุด กลับคืนประเทศลาว
    “ข้าพเจ้าในนามหัวหน้ากรมตำรวจตรวจคนเข้า-เมือง ที่ได้รับมอบหมาย เป็นตัวแทนฝ่ายลาว ขอแสดงความขอบใจอย่างสูงต่อหน้าที่ ตม.ไทย ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง ที่ดีมาโดยตลอด ได้ให้ความร่วมมือในการส่งตัว ผู้ที่รัฐบาลและสังคมลาว ต้องการตัวที่สุดในระยะนี้ หวังว่าจะได้รับความร่วมมือที่ดีแบบนี้ตลอดไป”
    อนึ่ง กรณีที่ 59 หรือนางติ๊นา ยังรักษาตัวจากการติดเชื้อโควิด อยู่ที่ รพ.มิดตะพาบ 150 เตียง และเมื่อออกจาก รพ. ก็จะถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกับนางพาวะดี เพราะทั้งคู่ถูกสังคมลาวว่าเป็นต้นตอของคลัสเตอร์หนุ่มไทย ที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด 19 ทั่วนครหลวงเวียงจันทน์

 โควิดข้ามโขงลาวรับตัว 'เอื้อยฮัก'คลัสเตอร์หนุ่มไทย

กรณีที่ 59 หรือติ๊นา สุดทิดา
    อย่างไรก็ตาม ตำรวจสันติบาลลาว จะดำเนินการสอบสวน “เอื้อยฮัก” และกรณีที่ 59 อีกครั้ง ซึ่งผลการดำเนินคดีจะเป็นเช่นใด ทางกรมตำรวจใหญ่สันติบาลลาว จะแถลงผ่านสื่อมวลชนในโอกาสต่อไป 

‘ปู’ ไม่ปล่อยให้พรรค ‘หน่อย’ โต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465435

‘ปู’ ไม่ปล่อยให้พรรค ‘หน่อย’ โต

1 พฤษภาคม 2564 – 14:15 น.

หญิงแดนไกลใจไม่นิ่ง ส่งสัญญาณมาถี่ๆ เพราะ “คุณหญิงหน่อย” ขยับตัวแรง ปั้นไทยสร้างไทย คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

นักวิเคราะห์การเมืองเกือบทุกสำนัก เชื่อกันว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 จะกลายเป็นจุดตายของรัฐบาลประยุทธ์ เพราะมีปัญหาการบริหารจัดกับโควิด-19 ราวกับเกิดวิกฤตสาธารณสุข และการจัดหาวัคซีนของรัฐบาลที่ล้มเหลว 
    เหตุปัจจัยภายนอก ส่งผลกระทบถึง “เอกภาพ” ภายในพรรคร่วมรัฐบาล มีความไม่ลงรอย กินแหนงแคลงใจระหว่างพรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ 
    เฉพาะลูกพรรคภูมิใจไทย ต่างรู้สึกกล้ำกลืนฝืนทน ศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จึงออกมาคร่ำครวญว่า “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล กลายเป็น ตำบลกระสุนตก และกำลังจะเป็นแพะรับบาป 
    ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ทีขยี้ขย่ม หยิบฉวยประเด็นวิกฤตโควิด โจมตีรัฐบาลประยุทธ์ และเก็บแต้มจากการช่วยเหลือประชาชนยามโควิดระบาด
    วันที่ 1 พ.ค.ของทุกปี ตรงกับวันแรงงานสากล และเป็นวันเกิด “เจ้าแม่เมืองหลวง” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ครบรอบ 60 ปี หากมีสถานการณ์โควิดระบาด วันนี้ จะมีความคึกคักที่บ้านพัก “คุณหญิงหน่อย” แถวซอยลาดปลาเค้า 60 เพราะมีข่าวว่า ทีมงานพรรคไทยสร้างไทย จะถือโอกาสเปิดตัวพรรคใหม่
    อีกด้านหนึ่ง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไปอยู่ต่างแดนมาหลายปีแล้ว ไม่เคยโพสต์อะไรที่เกี่ยวกับวันกรรมกร แต่ปีนี้ อดีตนายกฯ ปู กลับแสดงความรักและห่วงใยแรงงานไทย
    “ดิฉันขอส่งกำลังใจให้ผู้ใช้แรงงานทุกคนให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากจากวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 นี้ไปได้ด้วยกันค่ะ..เราทุกคนต้องมีความหวังค่ะ ให้ทุกท่านอดทน ต้องสู้ต่อไป อย่าเพิ่งท้อถอย แล้วเราจะผ่านความยากลำบากนี้ไปด้วยกันนะคะ”
    ช่างเป็นความบังเอิญที่น่าจับตามอง เพราะช่วงหลัง “ยิ่งลักษณ์” โพสต์แสดงความเห็นทางการเมืองถี่ขึ้น เหมือนกับพี่ชาย-ทักษิณ ชินวัตร ที่ใช้เวทีคลับเฮ้าส์มาพบปะเอฟซีเพื่อไทย 3-4 หนแล้ว

 'ปู' ไม่ปล่อยให้พรรค 'หน่อย' โต

อดีตนายกปู โพสต์ถึงกลุ่มแรงงาน

++
ตัวแทนปู
++
    ชั่วโมงนี้ พรรคเพื่อไทย ได้ระดมการช่วยเหลือประชาชน บรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤตโควิด โดยจัดทีมทำงานเป็น 4 ทีม เพื่อลงพื้นที่ และหนึ่งในนั้นคือ “แซนด์” ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ ลูกสาวของ เยาวเรศ ชินวัตร
    “แซนด์” เคยเป็นทีมเลขานุการของยิ่งลักษณ์ ตั้งแต่สมัยเป็นซีอีโอเอไอเอส พอเข้ามาทำงานการเมือง แซนด์ก็ติดสอยห้อยตามมาด้วย
    ดังนั้น แซนด์ จึงใช้เฟซบุ๊ค Sand Wongnapachant เป็นสื่อกลางระหว่างยิ่งลักษณ์กับเอฟซีคนเสื้อแดง อย่างเมื่อวันที่ 21 เม.ย.2564 แซนด์ได้จัดทำคลิปประมวลภาพที่อดีตนายกฯปู เคยใส่ชุดผ้าไทยสวยๆ มาฝาก “เผื่อจะยิ้มได้ หายเครียด และคลายคิดถึงท่านกันได้บ้างค่ะ”
          แซนด์-ชยิกา มีประสบการณ์ในฐานะหัวหอกทีมงานสื่อออนไลน์ของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยทำงานร่วมกับ “เสี่ยวิม” คนสนิทเฮียเพ้ง-พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล
    เหล่าเอฟซีชินวัตร ต่างทราบดีว่า แซนด์เป็นคนใกล้ชิดคนแดนไกล จึงเฝ้าเกาะติดความเคลื่อนไหวของ 2 อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ดูไบ ผ่านเฟซบุ๊คของแซนด์

++
หน่อยสร้างไทย
++
    เช้าวันกรรมกร คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ โพสต์ภาพการทำบุญวันเกิดกับครอบครัวที่บ้านพัก ผ่านเฟซบุ๊ค และช่วงบ่าย แม่ทัพไทยสร้างไทย จะออกไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากวิกฤตโควิด
    สำหรับข้อความในเฟซบุ๊ค คุณหญิงหน่อยบอกเล่าความในใจยาวเหยียด และมีใจความสำคัญว่า “…วันนี้ หน่อยครบ 60 ปีบริบูรณ์ หากนับเอาตัวเลขนี้ ก็ต้องบอกว่า หน่อยเดินทางมาถึงวัยเกษียณ เหมือนพี่น้องในวัยเดียวกัน แต่หน่อยก็ยังคงเกษียณหรือหยุดทำงานไม่ได้ เพราะพี่น้องยังทุกข์อยู่  “ทุกข์ของพี่น้อง ก็คือ ทุกข์ของหน่อย”…หน่อยไม่เคยคิดเลยว่า ในปีที่ครบรอบวันเกิด 60 ปี และครบรอบ 29 ปีในการทำงานการเมืองรับใช้พี่น้องประชาชน เราจะต้องมาพบกับมหาวิกฤต ที่ทำให้พี่น้องทุกคนยากลำบากขนาดนี้”

 'ปู' ไม่ปล่อยให้พรรค 'หน่อย' โต

คุณหญิงหน่อย ทำบุญวันเกิด
    ดังที่ทราบกัน “คุณหญิงหน่อย” วางแผนเปิดตัวพรรคไทยสร้างไทย ในช่วงวันเกิด และจัดการประชุมใหญ่กลางเดือน พ.ค.2564 เพื่อเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเดิมให้คุณหญิงหน่อยขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค แต่เมื่อโควิดระบาดหนักอย่างนี้ ก็ไม่ทราบว่าจะต้องเลื่อนต่อไปอีกหรือไม่?
    อย่างไรก็ตาม นับแต่มีการระบาดของโควิด-19 รอบที่ 3 คุณหญิงสุดารัตน์ ได้เคลื่อนไหวแสดงความเห็น และวิสัยทัศน์เกี่ยวกับเรื่องวัคซีนโควิด, การบริหารจัดการและผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ผ่านทางสื่อออนไลน์ที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่
    “หน่อยตั้งใจจะทำภารกิจสำคัญครั้งสุดท้ายในชีวิตทางการเมือง คือการปูทางเพื่อสร้างประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม” นี่คือคำมั่นสัญญาของนักการเมืองหญิง วัย 60 ปี ที่ตั้งใจจะสร้างพรรคไทยสร้างไทย ให้เป็นผลงานชิ้นโบแดง

 'ปู' ไม่ปล่อยให้พรรค 'หน่อย' โต

ภารกิจสุดท้ายคือ พรรคไทยสร้างไทย 
    ไม่แปลกหรอกที่คุณหญิงหน่อย ออกตัวเร็วและแรง จึงทำให้ใครบางคนหวาดระแวง กลัวมาแข่งบารมี เลยต้องส่งภาพ ส่งเสียงจากแดนไกลบ่อยครั้งขึ้นกว่าในอดีต