เปิดเกม ซุ้มสะเทือน กระทุ้ง “3 ป.” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465015

เปิดเกม ซุ้มสะเทือน กระทุ้ง “3 ป.”

27 เมษายน 2564 – 14:50 น.

ดิ้นหนีตำบลกระสุนตก สายตรง “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” ชี้เป้าต้นตอบริหารจัดการผิดพลาดคือ “ประยุทธ์”

++
โควิดรอบแรก ดูเหมือน “เสี่ยหนู” และพลพรรคสีน้ำเงิน จะเก็บเกี่ยวผลงานการต่อสู้กับโควิด-19 ไปได้พอสมควร ต่างจากโควิดรอบนี้ “ซุ้มบุรีรัมย์” กลายเป็นตำบลกระสุนตก ตั้งแต่คลัสเตอร์ทองหล่อ ยันมาถึงกรณีวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ขาดเขิน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “หมอไม่ทน” ผุดแคมเปญล่ารายชื่อจี้ “อนุทิน” ลาออก ล้มเหลวแก้โควิด-19 ระบาด

เปิดเกม ซุ้มสะเทือน กระทุ้ง "3 ป."

เนวิน อนุทิน ศักดิ์สยาม ต้องเรียกเรตติ้งคืนมา    

ศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จึงใช้เฟซบุ๊ก Suphachai Jaismut อธิบายความเรื่องการบริหารจัดการโควิดที่ผิดพลาด     

“การประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินและการตั้ง ศบค. ซึ่งการใช้อํานาจพิเศษเป็นสิ่งที่นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ถนัดที่สุดจึงไม่แปลกที่มีการเลือกใช้อํานาจพิเศษในการจัดการกับ “โรค ระบาด” ซึ่งโครงสร้างของ ศบค. ได้ตัดการมีส่วนร่วมของภาคการเมืองออกรวมถึงได้ ตัดคณะรัฐมนตรีออกจากการทํางานใน ศบค. โดยหน่วยงานที่นั่งหัวโต๊ะกําหนดทิศทาง ของ ศบค. กลับเป็นหน่วยงานความมั่นคงนําโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติแทนที่จะเป็นสาธารณสุข เราจึงเห็นการมองโรคระบาดเป็นภัยความมั่นคง เป็นอริราชศัตรู ต่างจากการแก้ปัญหา โรคระบาดในรอบที่ผ่านๆ มาไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่ประสบความสําเร็จ”    

นี่คือความเห็นส่วนตัวของศุภชัย แต่คนการเมืองมองแวบเดียวก็รู้ว่า ศุภชัยคือตัวแทนของใคร?     

ศุภชัยถือได้ว่าเป็นมือกฎหมายเบอร์ต้นๆของซุ้มสีน้ำเงิน และ “นายใหญ่บุรีรัมย์” ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจมาแต่เริ่มก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย

++
สัมพันธ์ 3 ป.
++
นับแต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ก่อรูปขึ้นโดยปฏิบัติการ “หักนายใหญ่” ทำให้ “เนวิน ชิดชอบ” สนิทสนมกับ 3 พยัคฆ์บูรพา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา     

ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปปี 2554 “พี่น้อง 3 ป.” หนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนระบบเลือกตั้งจากพวงใหญ่ให้เป็นเขตเดียวเบอร์เดียว โดยออกแบบให้ภูมิใจไทยลุยสนามอีสาน ประสานประชาธิปัตย์ยึดภาคใต้ และภาคกลาง     

แผนการหนุน “มาร์ค” นั่งนายกฯ รอบ 2 ไม่สำเร็จ เพราะกระแสยิ่งลักษณ์มาแรงเกินต้าน ค่ายสีน้ำเงินพ่ายยับเยิน    

เปิดเกม ซุ้มสะเทือน กระทุ้ง "3 ป."

เสี่ยหนู เปิดเกมสร้างผลงาน

ช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ “เนวิน” หันหลังให้การเมืองไปลุยตลาดลูกหนัง และเริ่มปรับแผนใหม่วางเกมดัน “เสี่ยหนู” เข้ามาดูแลพรรค เนื่องจากเสี่ยหนูยังเป็น “เด็กดี” ในสายตาคนแดนไกล    

อย่างไรก็ตาม เนวินก็ยังเป็นคนสนิทของ “พี่น้อง 3 ป.” และดูแลกันมาตลอดช่วงรัฐบาล คสช. จนมาถึงการเลือกตั้งปี 2562 

++
ชิงสร้างผลงาน
++    
หลังเจอกระแสขับไล่ในโลกออนไลน์ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีสาธารณสุข จึงเดินเกมสร้างผลงาน โดยประสานกับพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา ขอใช้สนามกีฬาอินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ใช้เป็น “ศูนย์แรกรับและส่งต่อ” ของกระทรวงสาธารณสุข ช่วยสนับสนุนและแบ่งเบาภาระของ กทม.ในการรับส่งและเตียงผู้ป่วย     

ศูนย์แรกรับและส่งต่อ เหมือนจะเป็นจิ๊กซอว์ต่อให้ครบ ระหว่างบ้านผู้ป่วย กับโรงพยาบาลสนามของ กทม.     

สิ่งที่เสี่ยหนูทำในเวลานี้ เหมือนส่งสัญญาณไปถึง ศบค. ที่มีนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะว่า ความวุ่นวายเรื่องหาเตียงไม่ได้ หรือต้องนอนรอเตียงจนตายนั้น เป็นปัญหาระบบราชการที่ไม่มีการประสานงานกัน    

หากนายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้นักการเมืองมีส่วนร่วมใน ศบค. ก็น่าจะช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อแก้ปัญหาคอขวดได้    

ด้านหนึ่ง ทีมงานโซเชียลสีน้ำเงินเริ่มตอบโต้ “กลุ่มหมอไม่ทน” โดยพยายามชี้เป้าว่า มีกลุ่มการเมือง และพรรคฝ่ายค้าน อยู่เบื้องหลัง ปฏิบัติการล่ารายชื่อขับไล่เสี่ยหนูออกจากตำแหน่ง    

เนื่องจากมี ส.ส.รายหนึ่ง เป็นไม้เบื่อไม้เมากับเสี่ยหนูมาตั้งแต่เรื่องการจัดหาวัคซีน มักมีวิวาทะตอบโต้กันอยู่เสมอ     

หลังโควิดคลี่คลายให้จับตาบทบาท “พี่ใหญ่บุรีรัมย์” ที่ต้องเปิดเกมรุกเรียกคะแนนคืน และค่ายพี่ใหญ่ 3 ป. น่าจะเจอแฉรายวันแบบเดียวกับที่ศุภชัยออกมาเล่นวันนี้

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ “อแมนด้า” ท้าชิงมงกุฎมิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 69 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464993

ซินแสเข่ง   ผ่าดวงวิกฤติ “อแมนด้า”  ท้าชิงมงกุฎมิสยูนิเวิร์ส  ครั้งที่  69

27 เมษายน 2564 – 13:16 น.

ซินแสเข่ง   ผ่าดวงวิกฤติ “อแมนด้า”  ท้าชิงมงกุฎมิสยูนิเวิร์ส  ครั้งที่  69 อุปสรรคมงกุฎใหญ่นั้น  เกิดขึ้นมาจากพื้นฐานดวงชะตาของตนเอง  ที่มีดวงปะทะ  ขัดแย้ง  เป็นศัตรู  ทำดีกลับเป็นผลร้ายตอบกลับ  

ซินแสเข่ง    ผ่าดวงวิกฤติ  “อแมนด้า ออบดัม”  ท้าชิงมงกุฎมิสยูนิเวิร์ส ฟลอริดา  ครั้งที่  69  พร้อมเดินทาง  27 เมษายน  ทั้งฤกษ์ยาม   และ  ดวงชะตากำลังมาแรง  ทั้งโอกาส และจังหวะชีวิต  เจอดาวพฤหัสเสริมดวง สมพงษ์  เกื้อหนุน ให้เข้ารอบ แต่ต้องระวัง  ดวงปะทะศัตรูทั้งความคิดตนเองและบุคคลรอบข้าง  ทำดีกลับเป็นผลร้ายตอบกลับ  อีกทั้งมีความคิดขัดแย้งก่อให้เกิดเป็นศัตรู ไม่ไว้วางใจ  อาจเป็นอุปสรรคทำให้อาจพลาดโอกาสตำแหน่งที่สูงสุด  ต้องให้ปล่อยวาง  และหลีกเลี่ยง  ความไม่เข้าใจขัดแย้ง   แล้วกราฟชีวิตจะพุ่งสูงขึ้น

ซินแสเข่ง   ผ่าดวงวิกฤติ "อแมนด้า"  ท้าชิงมงกุฎมิสยูนิเวิร์ส  ครั้งที่  69

ซินแสเข่ง อาจารย์ชนม์ทรรศน์   ฤทัยผ่อง  ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย วัดดวงวิเคราะห์  วิกฤติอุปสรรค  “อแมนด้า ออบดัม”  ชิงมงกุฎใหญ่ยังมีอยู่อีก 30 %   ติด 1 ใน  5  อาจได้มงกุฎ แต่ต้องระวังอุปสรรคดวงศัตรู  ขัดแย้ง ทั้งในตนและผู้อื่น  ตั้งใจทำดีกลับเป็นผลร้ายตอบกลับ  เพราะในพื้นฐานดวงมั่นคงทั้งดวงชะตาที่เกื้อหนุน  ทั้งวันเกิด  วันเดินทาง  และวันประกวด  17  เมษายน  ที่จะส่งผลให้ได้รับตำแหน่ง  แต่อุปสรรคมงกุฎใหญ่นั้น  เกิดขึ้นมาจากพื้นฐานดวงชะตาของตนเอง  ที่มีดวงปะทะ  ขัดแย้ง  เป็นศัตรู  ทำดีกลับเป็นผลร้ายตอบกลับ  ระวังทั้งความคิด  และจิตใจ  ที่จะต้องปรับและจูนเพื่อให้มีความคิดเดียวกัน  ไม่คิดในสิ่งที่ให้ร้ายให้กับตนเอง  หรือทำให้เป็นศัตรูเกิดขึ้น  และมาจากการกระทำของตนเอง  ที่จะทำให้เกิดความสับสนไม่เข้าใจ

เพราะในดวงชะตา   “อแมด้า  ออบดัม”   รอบอายุช่วงนี้ไม่ได้เข้าเคราะห์  ถือว่าผ่านแต่เป็นบุคคลที่ดื้อรั้น  อยากรู้อยากเห็น   กล้าได้กล้าเสียทะยานไม่นิ่งอยู่กับที่   มักจะใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง  คิดอะไรมักจะคิดว่าตนเองถูกต้องเสมอ  เป็นคนที่รักสวยรักงาม  ไม่ชอบผิดนัดแล้ว จะทำให้หงุดหงิดไม่สบายใจ   สัญญาอะไรกับใครไว้ต้องทำให้ได้  ถ้าไม่ได้จะรู้สึกไม่สบายใจ

ซินแสเข่ง  จึงเตือนให้ระมัดระวัง  ที่จะต้องควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ให้มีผลกระทบเกิดขึ้น  พยายามปรับจูนให้ความคิดกับจิตใจให้ตรงกัน      และหากใครไม่เข้าใจก็ไม่ต้องไปสะท้อนกลับยิ่งจะทำให้แย่มากขึ้น  เพราะจะทำให้ตัวเราแพ้ได้  หากถูกกรรมการมองยังไม่ดีพอก็ขอให้ตั้งใจทำให้ดีที่สุด  เพราะเป็นแก้ที่จะเป็นกำลังใจให้ตัวเองได้ดี  และอวยพรให้สำเร็จในความตั้งใจที่ดีให้ได้รับตำแหน่งสูงสุด

วัคซีนฟรี 1.4 ล้านโดส จีนช่วยลาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464928

วัคซีนฟรี  1.4 ล้านโดส จีนช่วยลาว

26 เมษายน 2564 – 19:54 น.

ส่งด่วนวัคซีนซิโนฟาร์ม จีนช่วยลาว หยุดโควิดระบาดรอบใหม่

++

วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของ Sinopharm จำนวน 300,000 โดส เดินทางมาจาก สปป.ลาว เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 เม.ย.2564 ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ที่ทางการจีนมอบวัคซีนฟรีให้แก่ สปป.ลาว

ตามข้อมูลเบื้องต้น จีนได้มอบวัคซีนป้องกันโควิดแบบให้เปล่าแก่ลาว 3 ครั้ง

-ต้นเดือน ก.พ.2564 จำนวน 300,000 โดส

-ปลายเดือน มี.ค.2564 จำนวน 800,000 โดส

-วันที่ 26 เม.ย.2564 จำนวน 300,000 โดส 

รวมการช่วยเหลือเบื้องต้น 1,400,000 โดส

วัคซีนฟรี  1.4 ล้านโดส จีนช่วยลาว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ลาวติดโควิด คาดทะลุ 2 พัน เหตุคลัสเตอร์หนุ่มไทย

เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2564 เป็นวันครบรอบ 60 ปี สายพัวพันลาว-จีน ซึ่งทางการจีน จึงจัดส่งวัคซีนซิโนฟาร์ม มาให้ลาวอีกล็อต 

นับแต่ต้นเดือน เม.ย. เป็นต้นมา กระทรวงสาธารณสุขลาว ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด แก่กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่พนักงานของรัฐ ตำรวจ ทหาร นักศึกษา พ่อค้าแม่ค้า พนักงานเอกชนที่ทำงานใกล้ชิดผู้คน และผู้สูงอายุ

สำนักข่าวซินหัว ได้รายงานข่าวไปแล้วว่า ทางการลาวจะฉีดวัคซีนให้ได้ร้อยละ 85 ของกลุ่มเป้าหมาย แต่นักเล่าข่าวทีวีไทยบางช่อง กลับไปอธิบายว่า ลาวฉีดวัคซีนได้ร้อยละ 85 ของประชากรลาว ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดอย่างมหันต์

วัคซีนฟรี  1.4 ล้านโดส จีนช่วยลาว



ขอบคุณภาพ/ข้อมูลวิทยุจีนสากล(ลาว) Cri Laos
สำนักข่าวสารปะเทดลาว

ทองลนไฟ “หนู” อยู่ไม่สุข #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464889

ทองลนไฟ “หนู” อยู่ไม่สุข

26 เมษายน 2564 – 15:32 น.

สถานการณ์เปลี่ยน “เสี่ยหนู” หวังให้สาธารณสุขเป็นฐานต่อยอดการเมือง แต่โควิดระลอกใหม่ ทำเอาเรตติ้งดิ่งเหว คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
กลางดึกวันที่ 25 เม.ย.2564 โลกโซเชียลร้อนระอุ วิพากษ์วิจารณ์ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข ผ่าน #ทองแท้ไม่กลัวไฟ อย่างดุเดือด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “หมอไม่ทน” ผุดแคมเปญล่ารายชื่อจี้ “อนุทิน” ลาออก ล้มเหลวแก้โควิด-19 ระบาด

ทองลนไฟ "หนู" อยู่ไม่สุข

สี่ยหนู มั่นใจมีลูกพี่ชำนาญเกมการเมือง

ต้นเหตุแห่งโซเชียลสะเทือน สืบเนื่องมาจากที่หลายโรงพยาบาล เช่น โรงพยาบาลปากช่องนานา (จ.นครราชสีมา), โรงพยาบาลลำปาง (จ.ลำปาง) และ โรงพยาบาลพุทธชินราช (จ.พิษณุโลก) พร้อมใจกันขึ้นโพสต์ข้อความให้กำลังใจรัฐมนตรีอนุทิน ที่ได้เสียสละทุ่มเทแรงกายแรงใจแก้ปัญหาโควิด-19 มาโดยตลอด และมีการติดแฮชแท็ก #ทองแท้ไม่กลัวไฟ และ #Saveอนุทิน    

นัยว่า ขบวนการ #ทองแท้ไม่กลัวไฟ นั้น น่าจะเกมตอบโต้กรณีกลุ่ม “หมอไม่ทน” ตั้งแคมเปญล่ารายชื่อผ่านเว็บไซต์  เรียกร้องให้อนุทิน ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีสาธารณสุข เนื่องจากล้มเหลวในการแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 ล่าสุดมีผู้ร่วมลงชื่อแล้วจำนวนกว่า 100,000 คนแล้ว

++
หมอชนบทไม่ทน
++
ด้านหนึ่ง ชมรมแพทย์ชนบท ซึ่งเป็นทหารราบของทัพสาธารณสุขไทย ในการต่อสู้กับโควิดเมื่อวันที่ 23 เม.ย.2564 นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ  ประธานชมรมแพทย์ชนบท ได้โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “วัคซีนโควิด บทสะท้อนความล้มเหลวของรัฐบาลและระบบราชการไทย”     

ทองลนไฟ "หนู" อยู่ไม่สุข

สี่ยหนู มั่นใจมีลูกพี่ชำนาญเกมการเมือง

“ประเทศไทยเป็นหนึ่งประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในสัดส่วนที่น้อยลำดับท้ายแถวของโลก แถมยังมีการพยายามแก้ตัวว่า เพราะเรามีการะบาดน้อย การที่เราใส่แมสก์ล้างมือเว้นระยะห่างนั้นดีกว่าวัคซีนอีก ทั้งหมดนี้เพื่อกลบเกลื่อนข้อเท็จจริงที่ว่า “เรามีการจัดการเรื่องวัคซีนที่ผิดพลาด จนแทบจะไม่มีวัคซีนจะฉีดให้ประชาชน”…”    

ชมรมแพทย์ชนบท ไม่ได้เจาะจงไปที่ “เสี่ยหนู” คนเดียว หากแต่ยังมองภาพรวมระบบสาธารณสุขไทย     

“โควิดและวัคซีน จึงไม่ควรจบเพียงการจัดหาวัคซีนหรือการฉีดวัคซีนถ้วนทั่วเท่านั้น  แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของรื้อใหญ่รัฐธรรมนูญไทยและระบบราชการไทย ที่ทุกองค์กรต้องช่วยกันผลักและดันให้เป็นจริง” 

++
หมอแหยงหายไปไหน
++
ย้อนไปตั้งแต่ปี 2561 พรรคภูมิใจไทย ได้เคลื่อนไหวเรื่องกัญชาทางการแพทย์ โดยมี “เนวิน ชิดชอบ” เป็นหัวเรือใหญ่ และมอบให้ “เสี่ยหนู” เดินสายไปทั่วประเทศ    

เวลานั้น “เนวิน” ได้วางแผนจับจอง “กระทรวงสาธารณสุข” ไว้แล้ว พร้อมเดินหน้ายุทธศาสตร์กัญชาเสรี และยึดฐาน “อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน” (อสม.)     

เฉพาะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทั่วประเทศ จำนวน 1,054,729 คน และทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ไม่ว่าระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ อสม.จะถูกชักนำให้เป็น “หัวคะแนน” ประจำหมู่บ้าน
 
ค่ายภูมิใจไทย วางตัว “หมอแหยง” นพ.สำเริง แหยงกระโทก อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา และคร่ำหวอดอยู่ในสายหมอเอ็นจีโอมายาวนาน เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันเรื่อง อสม.    

“หมอแหยง” อดีตแกนนำชมรมแพทย์ชนบท หลังพลาดท่าปราชัยในสนามเลือกตั้งนายก อบจ.ปี 2555 จึงสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย    

นับแต่ก้าวแรกที่ “อนุทิน” ชักดาบต่อหน้าย่าโม ช่วงต้นปี 2561 ย้ำชัดว่า “กำนันป้อ” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ต้องเป็นรัฐมนตรี และ “หมอแหยง” จะกลับมาบริหาร อบจ.โคราช อีกครั้ง     

หลังจัดตั้งรัฐบาลเสร็จ “เสี่ยหนู” คุมกระทรวงสาธารณสุขตามเป้าหมาย “หมอแหยง” ได้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีสาธารณสุข และรับผิดชอบงาน อสม.ทั่วประเทศ    

ปลายปีที่แล้ว “กำนันป้อ” ตัดสินใจส่ง “มาดามหน่อย” ยลดา หวังศุภกิจโกศล ชิงนายก อบจ.โคราช และขอร้องให้ “หมอแหยง” หลีกทาง จึงเกิดปัญหาภายในพรรคสีน้ำเงิน   

หมอแหยงเดินหน้าลงสมัครนายก อบจ.โคราช แข่งมาดามหน่อย โดยไม่สนคำขอร้องจากผู้มากบารมี และหัวหน้าพรรค ผลเลือกตั้ง หมอแหยงพ่ายขาดลอย และเร้นกายหายไปจากพรรคสีน้ำเงิน    

ปีที่แล้ว เสี่ยหนูหน้าบาน เพราะองค์การอนามัยโลกชื่นชม อสม.คือด่านหน้าที่ประเทศไทยมี แต่ประเทศอื่นไม่มี การรับมือการระบาดโควิด-19 ของประเทศไทย    

โควิดระลอก 3 สถานการณ์เปลี่ยน ความรุนแรงของโรคมากขึ้น และเรื่องวัคซีนล่าช้า ทำให้ภูมิใจไทยตกเป็นฝ่ายตั้งรับ    

จับตา อาจมี อสม.บางจังหวัด ออกมาชูป้ายให้กำลังใจ “เสี่ยหนู” เพราะเกมแบบนี้ ผู้มากบารมีบุรีรัมย์ถนัดมาก 

“ซินแสเข่ง” ชี้ ชะตา “รมต. สาธารณสุข อนุทิน” จะอยู่หรือไป วิกฤติโรคระบาดโควิด 19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464820

“ซินแสเข่ง” ชี้ ชะตา “รมต.สาธารณสุข อนุทิน” จะอยู่หรือไป  วิกฤติโรคระบาดโควิด 19

25 เมษายน 2564 – 20:46 น.

“ซินแสเข่ง” ชี้ ชะตา “รมต.สาธารณสุข อนุทิน” จะอยู่หรือไป  วิกฤติโรคระบาดโควิด 19

ซินแสเข่ง เจาะลึกแก้วิกฤต  พลิกชะตาดวงเมือง  ดวงโลก  ตกดาวมฤตยูดาวบาปพระเคราะห์ ดวงสูญสิ้น  ดวงมรณะ  วิกฤติหนักรอบ 100 ปี โรคระบาดโควิด 19 ต่อเนื่องสุดยับยั้งเชื้อไวรัสชีวภาพกลายพันธุ์รุนแรงเพิ่มขึ้น รัฐบาลพังหากไม่เด็ดขาด ชี้ชะตา รมต.สาธารณสุข อนุทิน ดวงตกไร้ฝีมือทำประเทศไทยสู่วิบัติ  จี้คนไทยไร้วินัยกักตัว เตือนภัย เดือนปะทะดวงเมืองซ้ำเติมพฤษภาคมนี้ ชี้ชะตาคนไทย ตกดวงมรณะ เร่งรัฐบาลวางมาตรการ แก้ไขด่วน ก่อนถึงจุดสุดท้าย สังเวยชีวิตคนไทย เตือนไม่จำเป็นอย่าออกจากบ้าน 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ ของอดีตนักเล่าข่าว “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” หลังประกาศหวนคืนจอ

ซินแสเข่ง  อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย วิเคราะห์ผ่าดวงเมือง  จับยามดวงเมืองประเทศไทย ดวงโลก ตกเกณท์มรณะ ดาวมฤตยูโคจรทับดวงเมืองตลอดช่วง เดือนพฤษภาคม ดวง รมต.สาธารณะสุข อนุทิน ชาญวีรกุล จะแก้ไขอย่างไร แสดงความรับผิดชอบ ต่อวิกฤติหนักปะทะดวงเมืองอีกระลอกเป็นลูกโซ่ จากไวรัสกลายพันธ์โควิด 19 กระหน่ำเพิ่มกับสายพันธ์ใหม่ ทำให้เศรษฐกิจทรุด รัฐบาลควรจะต้องเร่งจี้มาตราการคุมเข้ม แก้สถานการณ์ก่อน เชื้อกลายพันธ์ก่อนบานปลายแพร่ระบาดหนัก รัฐบาลเอาไม่อยู่ รมต.สาธารณะสุข ไร้ฝีมือกำกับสถานการณ์ พารัฐบาลล่ม เพราะดวงคุณอนุทิน ชาญวีรกุล ก่อให้เกิดทรัพย์สูญ ปะทะทั้งปี และรอบอายุเข้าเคราะห์ โรมรัน สาดซัด เจอวิกฤติ สัยสนวุ่นวายเดินไม่ถูกทาง แก้ปัญหาไม่ได้ มีแต่เรื่องที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง ดวงชะตาไม่สมพงษ์ ต้องรู้จักลงมือแก้ไขเอง ปัญหาและอุปสรรคทำให้ต้องมีเสียงเรียกร้องให้ รมต.สาธารณะสุข  ลาออก หากแก้ไขสถานการณ์ไม่ได้ต้องพืจารณาตนเองหรือไม่ ก่อนที่จะทำให้รัฐบาลล่ม ประกอบกับต้องเตือนคนไทยให้มีวินัยในการป้องกัน ไม่ต้องให้รัฐบาลประกาศล๊อกดาวน์ ต้องคุมกันเอง ไม่จำเป็นไม่ควรออกนอกบ้าน เพื่อยับยั้งโรคระบาดไวรัสชีวภาพ โควิด  19  

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติม จากการวิเคราะห์จับยาม ฑูตมรณะ ทับดวงเมือง ประเทศไทย ดวงโลก เป็นตัวชี้วิกฤติที่จะเกิดขึ้น ที่จะต้องแก้ไขจากกำลังใจของคนทั้งประเทศ  ต้องผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้  หากวิเคราะห์จากสถิติศาสตร์ หากวิกฤติในบ้านเมืองที่คนไทย ตกอยู่ในดวงมรณะมาเยือนทำอย่างไรที่จะไม่ให้คนไทยตายมากขึ้น และอยู่ที่กระทรวงสาธารณะที่จะต้องบริหารการจัดการ กำลังแพทย์ พยาบาล ที่ต้องพอเพียงกับสถานการณ์ และหน่อยราชการทุกภาคส่วน เพียงเพื่อช่วยเหลือชีวิตให้รอดกับวิกฤตินี้ไปให้ได้ และเดือนพฤษภาคม เป็นเดือนที่ต้องเตือนผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุด ที่รัฐบาลที่จะต้องฟันฝ่าวิกฤตินี้ให้ผ่านพ้นและชี้ชะตาวัดดวงของ รมต.สาธารณะสุข ว่าจะอยู่หรือจะไป

หนีโควิด ลาวเปิดด่าน รับแรงงานกลับบ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464810

หนีโควิด ลาวเปิดด่าน รับแรงงานกลับบ้าน

25 เมษายน 2564 – 18:21 น.

ช่วงโควิดระบาด ลาวเปิดด่านรับแรงงานคืนถิ่น ป้องกันลักลอบข้ามโขง

++
วันที่ 24 เม.ย.2564 สำนักข่าวสารปะเทดลาว รายงานข่าวว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองลาวและไทย เห็นดีร่วมกัน จะอนุญาตให้คนลาวที่เข้าไปทำงานในไทย แบบไม่ถูกกฎหมาย สามารถกลับลาวได้ “บ่ถือว่ามีความผิดใดๆ”

เจ้าหน้าที่ ตม.ลาว ได้แจ้งเรื่องดังกล่าวให้สื่อมวลชนลาว ได้ทราบว่า คนลาวที่เข้าไปทำงานในไทย ด้วยกรณีใดๆก็ตาม สามารถกลับลาวได้ ขอแต่ให้รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ ตม.ประจำด่านสากลให้ทราบ

 “จะบ่มีการเอาผิดเอาโทษหยัง ถือว่านโยบายให้กลับประเทศลาวได้ในระยะนี้

รายงานข่าวแจ้งว่า ท่านสอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีลาว ได้ลงไปตรวจราชการที่ด่านสากล สะพานมิตรภาพลาว-ไทย แห่งที่ 1 (นครหลวงเวียงจันทน์-หนองคาย) เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2564 คาดว่า คงมีการพูดกันเรื่องแรงงานลาวในไทย จะขอกลับบ้าน หลังประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อโควิดสูงขึ้น 

ด้านรัฐบาลลาว ไม่มีนโยบายปิดกั้นคนลาวกลับบ้าน แต่ต้องการให้พวกเขาเข้ามาอย่างถูกต้อง เพื่อจะได้ตรวจหาเชื้อโควิด และกักกัน 14 วัน เนื่องจากที่ผ่านมา มีการลักลอบข้ามแดน และเข้าไปในหมู่บ้าน ไม่แสดงตัว ทำให้ทางการไม่ทราบข้อมูล หลายคนติดเชื้อโควิด

หนีโควิด ลาวเปิดด่าน รับแรงงานกลับบ้าน

                        รัฐบาลลาว ให้แรงงานผิดกฎหมายกลับบ้านได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เอาบ่อยู่ ล็อกดาวน์ เวียงจันทน์

ดังนั้น แรงงานลาวในไทย ผู้ใดประสงค์จะเดินทางกลับลาว ได้ไปติดต่อ ตม.ไทยและลาว ประจำด่านสากล นับแต่วันที่ 25 เม.ย.2564 เป็นต้นไป

สำหรับท่าทีทางฝั่งไทย พ.ต.อ.ธานินทร์ อินทพรต ผกก.ตม.หนองคาย เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากตรวจคนเข้าเมือง สปป.ลาว ในการรับคนลาวที่ลักลอบเข้ามาทำงานในไทยโดยผิดกฎหมายกลับประเทศ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ทั้งในประเทศไทยและ สปป.ลาว 

วันที่ 25 เม.ย.2564 เป็นวันแรกที่จะดำเนินการ ซึ่งขั้นตอนนั้นคนลาวที่ต้องการกลับประเทศ ต้องมาลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ณ ด่านสากล จุดใดก็ได้ เช่น ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 จ.หนองคาย หรือด่านสากลจังหวัดชายแดนไทย-ลาว

หนีโควิด ลาวเปิดด่าน รับแรงงานกลับบ้าน

            ทหารลาว ลาดตระเวนลำน้ำโขง ป้องกันคนลักลอบข้ามแดน 

ขั้นตอนการลงทะเบียนรอกลับลาวของคนลาว ที่เข้าเมืองไม่ถูกกฎหมาย

1.ลงทะเบียน ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย จะส่งรายชื่อคนลาวที่ระบุไว้ให้ทางการลาวตรวจสอบว่าเป็นประชากรลาวจริงหรือไม่ มีประวัติอาชญากรรมสำคัญหรือไม่

2.คัดกรอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและปฏิบัติตามขั้นตอนป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาดเช่นเดียวกันทุกคน

3.รอเดินทางกลับ เมื่อทางการลาวตรวจสอบประวัติและรับรองเป็นประชากรลาวแล้ว ก็จะแจ้งให้ตรวจคนเข้าเมืองหนองคายทราบ และจะมีการส่งกลับตามจำนวนที่ลาวกำหนด ซึ่งยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ทันที ต้องรอการดำเนินการตามขั้นตอนที่กล่าวมา 

โดยระหว่างรอกลับประเทศลาว ก็ต้องอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่และปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทย

หนีโควิด ลาวเปิดด่าน รับแรงงานกลับบ้าน

                       การลักลอบข้ามโขง ทำให้ควบคุมโควิดไม่ได้

‘โอ๋’ ขาลง หนาววงศ์วาน ‘เนวิน’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464794

‘โอ๋’ ขาลง หนาววงศ์วาน ‘เนวิน’

25 เมษายน 2564 – 15:36 น.

โควิดวิกฤตศรัทธา “ศักดิ์สยาม” ฝ่ามรสุมคลัสเตอร์ทองหล่อ “เนวิน” จะเอายังไง

++

หลังจากเข้ารับการรักษาจากอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.2564 สัปดาห์หน้า “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีคมนาคม จะกลับมาปฏิบัติงานตามปกติ

ระหว่างที่ “เสี่ยโอ๋” หายหน้าหายตาไป สื่อมวลชนก็ยังเกาะติดประเด็น “คลัสเตอร์ทองหล่อ” ต้นตอโควิดรอบใหม่ ซึ่งเสี่ยโอ๋ได้ชี้แจงไปแล้ว ไม่ได้เข้าไปสถานบันเทิงย่านนั้น แต่ติดเชื้อโควิดจากคนใกล้ชิดที่ไปแถวทองหล่อ  

อย่างไรก็ตาม “เสี่ยโอ๋” มอบอำนาจให้ทนายความส่วนตัว แจ้งความดำเนินคดีกับมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กรณีหมิ่นประมาทตามที่มีข่าวไปก่อนหน้านี้

ด้าน “เสี่ยเต้” โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า “ขอบคุณเสี่ยโอ๋ที่กรุณาฟ้องผม ต่างคนต่างทำหน้าที่..” ดูเหมือน “เสี่ยเต้” จะไม่ยอมจบง่ายๆ เตรียมบุกบุรีรัมย์ไปฟ้องเสี่ยโอ๋อีกต่างหาก 

เนวิน ชิดชอบ” พี่ชายเสี่ยโอ๋ รู้ดีว่า คลัสเตอร์ทองหล่อ จะตามหลอกหลอนน้องชายสุดรักไปอีกนาน และเริ่มมีขบวนการใต้ดินออกมาแล้ว จึงต้องเดินเกมรุกโตกลับบ้าง

คลัสเตอร์ทองหล่อ และการบริหารจัดการโควิดระลอก 3 ทำเอาพรรคภูมิใจไทยตกเป็นเป้าการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง แถมมีคนลุกขึ้นมาขับไล่ “เสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีอีก

ใครก็รู้ว่า พรรคภูมิใจไทยที่มี “เสี่ยหนู” เป็นหัวหน้าพรรค และ “เสี่ยโอ๋” เป็นเลขาธิการพรรคนั้น แท้จริงๆแล้ว ผู้ถือดุลอำนาจแฝงในพรรคคือ “เสี่ยเป็ด” แห่งบ้านชิดชอบ

                                  เนวิน พี่เลี้ยงเสี่ยหนู และเสี่ยโอ๋

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไฟโควิดลามไหม้รู’หนู’ อยู่ยาก
 

++
นักกลยุทธ์
++

14-15 ปีที่แล้ว สมัยที่ “เนวิน” ยังเป็นยอดขุนพลของทักษิณ ชินวัตร มีนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังคนหนึ่ง ที่เขียนบทความประจำใน นสพ.ผู้จัดการรายวัน ได้อธิบายความเป็นยอดขุนพลของนักการเมืองบุรีรัมย์ว่า

“คุณเนวินเป็นคนมีเสน่ห์ทางการเมือง ในบรรดาพรรคการเมืองที่มีชีวิตเกือบครึ่งหนึ่งในปัจจุบัน คุณเนวินมีโอกาสโปรยเสน่ห์ทางการเมืองมาแล้ว บรรดาหัวหน้ารัฐบาลที่คุณเนวินร่วมด้วย ล้วนหลงเสน่ห์คุณเนวินทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นคุณบรรหาร ศิลปอาชา หรือคุณชวน หลีกภัย หรือแม้แต่คุณทักษิณเอง”

บทความนี้เผยแพร่เมื่อปี 2547 แต่ก็ยังใช้ได้ เพราะยุคหลังๆ สุเทพ เทือกสุบรรณ และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ยังหลงเสน่ห์เนวิน รวมถึง “พี่น้อง 3 ป.” ที่ไว้เนื้อเชื่อใจกันมาแต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ จนมายุครัฐบาล คชส. และรัฐบาลประยุทธ์ 

“เสน่ห์ของคุณเนวิน มิได้อยู่ที่คุณสมบัติด้านกายภาพ หากแต่อยู่ที่การเป็นคนเอาการเอางาน หนักเอาเบาสู้ อ่านใจ “นาย” แม่นราวกับจับวาง เมื่อทำงานรับใช้ใคร ก็ทำงานอย่างเต็มสติปัญญา และกำลังความสามารถ เรียกได้ว่าเป็นการทำงานชนิดถวายหัว”

นักเศรษฐศาสตร์-นักเขียนคนดังกล่าวพูดถึงเนวิน ยอดขุนพลของอดีตนายกรัฐมนตรีหลายคน และในวันข้างหน้า เขาพร้อมจะทำงานถวายหัวให้ “นาย” ใหม่ ซึ่งจะเป็นใครก็ได้ 

'โอ๋' ขาลง หนาววงศ์วาน 'เนวิน'

                                           เสี่ยหนู และเสี่ยโอ๋

++
คืนดีนายใหญ่
++

แม้คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ ยังมองว่า เนวินคือคนทรยศนายใหญ่ และไม่มีวันที่คนแดนไกลจะให้อภัย แต่คนที่รู้จักเนวินก็เชื่อว่า ในอนาคต ผู้มากบารมีบุรีรัมย์กับทักษิณ อาจได้ทำงานร่วมกันอีกก็ได้ 

หลายปีก่อน มีคนเล่าว่า ที่วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร ในงานบำเพ็ญกุศลศพนายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ค่ำคืนหนึ่ง บังเอิญว่า เนวิน ชิดชอบ, วิษณุ เครืองาม และคุณหญิงพจมาน พร้อมลูกๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพ

ก่อนที่คุณหญิงอ้อ จะเดินทางเข้าสู่ศาลาสวดศพ เนวินลุกขึ้นมายืนรอตรงประตูทางเข้าอย่างตั้งใจ ทันทีที่คุณหญิงจันทร์ส่องหล้าเดินเข้ามา เนวินยกมือไหว้อย่างนอบน้อม คุณหญิงก็รับไหว้ด้วยใบหน้ายิ้มนิดๆ 

คำว่า การเมืองไทยไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร ยังคงใช้ตลอดไป ซึ่งนักเลือกตั้งระดับจอมยุทธ์เชื่อว่า วันข้างหน้าโอกาสที่พรรคสีน้ำเงิน จะจับขั้วกับพรรคสีแดงก็เป็นไปได้

ที่สำคัญ อนุทิน ชาญวีรกูล ก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไรกับทักษิณ และเขาเคยให้สัมภาษณ์สื่อว่า ยังเคารพนับถืออดีตนายกฯ ทักษิณ 

ดังนั้น ในภาวะขาลงของภูมิใจไทย อันเนื่องจากมาวิกฤตโควิด เนวินอาจยอมเจ็บเหมือนตอนเจอกระแส “ยี้” เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ซึ่งครอบครัว “ชิดชอบ” ต้องถอยไปสังกัดพรรคเล็กๆ เพื่อรอคอยโอกาสการกลับมาผงาดอีกหน

‘โหรฟองสนาน’ ชี้ดวงเมือง หวาดเสียวเพราะโควิดหนัก-ยกสุดท้าย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464790

‘โหรฟองสนาน’ ชี้ดวงเมือง หวาดเสียวเพราะโควิดหนัก-ยกสุดท้าย

25 เมษายน 2564 – 15:28 น.

“โหรฟองสนาน” คาดสถานการณ์การรับมือโควิด-19 รอบสาม ระหว่าง 14 เม.ย.- 8 พ.ค.64 ตัวเลขจะหวาดเสียว แต่ผลปรากฏว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำสถิติรายวันสูงกว่าการรับมือสองรอบใหญ่ที่ผ่านมาหวาดเสียวมากกว่าที่คิด

“โหรฟองสนาน” เปิดเผยคำทำนายผ่านบทความ แม่หมอสมัครเล่นตอนที่ 373 โดยฟองสนาน จามรจันทร์ หวาดเสียวเพราะโควิดหนัก-ยกสุดท้ายโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน-ฟัง

'โหรฟองสนาน' ชี้ดวงเมือง หวาดเสียวเพราะโควิดหนัก-ยกสุดท้าย

ภาพลัคนาเมือง (และโลก) รับมือโควิด-19 ระลอกที่สาม-และคาดหมายการแปรเป็นสถานการณ์ปกติ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘โหรฟองสนาน’ เผย 29 มี.ค.นี้ ผลของพฤหัสบดีจรย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี(4)

แม้ในบทความแม่หมอสมัครเล่นตอนที่ 371 ผู้เขียนจะคาดหมายถึงสถานการณ์การรับมือโรคระบาดโควิด-19 รอบที่สามจาก-สถานบันเทิงเอฟเฟค-ว่าระหว่าง 14 เมษายน – 8 พฤษภาคม 2564 ตัวเลขจะหวาดเสียว แต่ผลปรากฏว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำสถิติรายวันสูงกว่าการรับมือสองรอบใหญ่ที่ผ่านมาหวาดเสียวมากกว่าที่คิด

บทความและภาพของแม่หมอสมัครเล่นตอนนี้จึงขออธิบายเพิ่มเติมถึงปรากฏการณ์ทางโหรที่บ่งบอกความแรงของโควิด-19 ที่เป็นอยู่และคาดหมายถึงการเป็นจะแปรโรคปกติ ดังนี้

A1. เริ่มตั้งแต่ 6 มีนาคม 2559 มฤตยูจร (0) เจ้าของภัยอาเพศ+การปฏิวัติใหญ่+โรคระบาดใหญ่เข้ามาเดินในราศีเมษทับลัคนาดวงเมือง(และโลก)เป็นสื่อล่อเป้ารอดาวร้ายมาผสมโรงให้เกิดโรคระบาดใหญ่ 

ถ้ายังจำกันได้วันที่ 6 มีนาคม 2559 เจ้าคุณธงชัยวัดไตรมิตร หรือปัจจุบันคือ “สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี” หรือ “สมเด็จธงชัย”  “เจ้าคณะใหญ่หนกลาง”เคยพาสวดเจริญพระพุทธมนต์สร้างขวัญ-กำลังใจมาแล้ว-เพียงแต่คงละลืมกัน และแล้วผ่านไปตั้งนานครั้นวันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 จีนก็พบผู้ป่วโควิด-19 หมายเลข 1 ที่อู่ฮั่น

แล้วโรคนี้เข้าไทยครั้งแรกจากนักท่องเที่ยวชาวจีนเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 เมืองต้องสู้ยก-ระลอกแรกเกิดความแตกตื่น-วุ่นวาย-ล้อคดาวน์ทั้งประเทศแต่รับมือได้ดีจนได้รับทำชมจากองค์การอนามัยโลก( ทางโหรคือพฤหัสบดีจร(5) หัวหน้าเทวดาประจำเมืองกำลังอยู่ในระหว่างเข้มแข็งเป็นฐานสำคัญสำหรับรับมือ)

แต่เป็นเพราะมฤตยูจร(0) ยังเดินอยู่ในราศีเมษ ที่ลัคนาเมือง(และโลก)ตั้งอยู่ จึงเป็นสื่อรอให้โรคเกิดได้เป็นระยะ ๆ ตัวเลขติดเชื้อขึ้น ๆ ลง ๆ แบบสามวันดี สี่วันไข้

A2. เกณฑ์ร้าย(กว่ารอบแรก) ผสมโรงรอเกิดอีกหนึ่งเกณฑ์เพื่อรอดาวอื่นมาช่วยกันบีบเมืองเริ่ม 10 กันยายน 2563 เป็นต้นไป – 29 มีนาคม2565 (ราหูจร8 ที่เดินตามเข็มนาฬิกาสวนกับดาวอื่นเข้าราศีพฤษภค้นทรัพย์ดวงเมือง-รอดาวดวงอื่นที่เดินทวนเข็มนาฬิกามาบีบลัคนาเมืองที่ราศีมีน)

ผลจากที่เกณฑ์ร้าย A2. นี้เข้ามาผสมโรง (กับมฤตยูจร0)ทำให้การระบาด-ยก-ระลอกที่สองจากตลาดกลางกุ้ง+บ่อนการพนันภาคตะวันออกหนักกว่าระลอกแรก แต่แม้จะสาหัสขึ้นเคยติดเชื้อสูงสุดเมื่อ 26 มกราคม 2564 ที่ 959 คนก็ตามเมืองก็ค่อย ๆ ผ่านมาได้ทุกองศาที่เกณฑ์ร้ายเคลื่อนไป

A3. เกณฑ์ระลอกสามเริ่ม 14 เมษายน 2564 เป็นผลร้ายจากความบันเทิงเกินเหตุส่งต่อจากย่านทองหล่อไปทั่วประเทศ(พระอาทิตย์จร1ร่วมกับพระราหูจร 8 ช่วยกันบีบลัคนาเมือง)

A4. ระลอกสามเกิดเกณฑ์-ร้ายมาก-กว่าระลอกแรกและระลอกสอง (เป็นเพราะรอบนี้เกิดขณะมฤตยูจร0ที่เดินทวนเข็มนาฬิกาอยู่ในราศีเมษอ้อยอิ่งล่อเป้ามานานเข้าประชิดองศาใกล้ลัคนาเมืองที่ตั้งอยู่ในราศีเมษประมาณ 24 องศา 10 ลิปดาทุกขณะคือ ช่วยนอกจากจะช่วยพระราหูจร 8 บีบ-แล้วมฤตยูเองก็กดทับลัคนาเมืองเพิ่มเกณฑ์ร้ายขึ้นอีกหนึ่งหนึ่งเท่า)     

ผลคือขณะปิดต้นฉบับนี้ 23 เมษายน 2564 ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันทำสถิติสูงสุดทะลุเกินสองพันคนขึ้นไปแล้ว เป็นที่หวาดเสียวจริง ๆ ต้องสร้างโรงพยาบาลสนามและหาวัคซีนเพิ่มจ้าละหวั่น แถมคนดัง-ดารา-คนสำคัญติดเชื้อกันเพียบสร้างความระทึกใจไปทั่ว โดยสถานการณ์จะบีบคั้นเมืองไปอีกระยะหนึ่ง

ฐานการสู้ยกที่สาม ระหว่าง 29 มีนาคม – 17 มิถุนายน 2564 ระบบและบุคลากรทางสาธารณสุขของเมืองยังเข้มแข็งพอจะพารอดได้-มีเพื่อนช่วยเช่นได้ซื้อวัคซีนจากรัสเซีย ฯลฯ (พฤหัสบดีจร5เดินอยู่ในราศีกุมภ์ภพสิบเอ็ดของเมือง-เหมือนพิเภกไม่ว่าจะเจอหนักแค่ไหนก็รอดจากศึกมหาบาลเพราะหนุมานดั้นเมฆมาช่วย)เพื่อยันสถานการณ์ไว้พอให้เกณฑ์จากดาวร้ายค่อยๆเคลื่อนไปคือ

B1. ระลอกสามเริ่มคลี่คลายขั้นแรก จะเริ่มเห็นตั้งแต่ประมาณ 8 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป-เหมือนที่เคยทำนายไว้ในแม่หมอสมัครเล่นตอนที่ 371 (พระอาทิตย์จร1ยุติการร่วมกับราหูจร8บีบลัคนาเมืองทางองศา)

B2. คลี่คลายสองเริ่มประมาณ 15 พฤษภาคม เป็นต้นไป -15มิถุนายน2564(พระอาทิตย์จร1ย้ายเข้าราศีพฤษภหยุดการช่วยพระราหูจร8บีบลัคนาเมืองทางราศี)

B3.คลี่คลายขั้นสามความร้ายแรงสุด ๆ ค่อย ๆ จางเริ่มประมาณ 25 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป (มฤตยูจร0เดินอยู่ในราศีเมษประมาณ 24 องศา 12 ลิปดาหยุดร่วมพระราหูจร 8 บีบ+กดลัคนาเมืองทางองศา)

แต่ถึงอย่างไรบรรยากาศของโรคยังอ้อยอิ่งล่อเป้ารอเกณฑ์ร้ายผสมโรงเกิดใหม่พอให้ได้รับมือ-ปรับแผนไปเรื่อย (มฤตยูจร0ยังเดินอยู่ในราศีเมษ)เพียงแต่ความรุนแรงจะไม่เท่ารอบที่สามที่จะหนักที่สุดสำหรับโรคระบาดนี้อีกทั้งเมืองจะสามารถรับมือข้ามปีไปได้ดี-เมื่อหาเกณฑ์ได้แล้วจะได้เตือนแนวโน้มต่อไป

B4. เริ่มตั้งแต่ประมาณ 8 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป วาระเมืองและโลกลาจากมฤตยูจรคือการปฏิวัติใหญ่+ภัยอาเพศรวมทั้งจากโควิด19ที่เป็นมาเจ็ดปี(มฤตยูจร0ย้ายจากราศีเมษเข้าไปเดินในราศีพฤษภ )

จึงคาดว่าหลังจากสู้ไปจนถึงบัดนั้นโควิด-19 จะกลายเป็น-โรคสามัญประจำโลก-ด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์และยารวมทั้งวัคซีน

แต่แม้มฤตยูจร(0) จะย้ายจากเมษไปแล้ว เมืองและโลกก็จะมีปรากฏการณ์ปฎิวัติเรื่องใหม่-โรคใหม่ท้ายทายอยู่เรื่อย และมีผลต่อคนทุกลัคนาราศีเอาไว้ใกล้ ๆ จะได้บอกเค้าโครงให้ทราบต่อไปเพื่อเป็นคู่มือให้ใช้ไปอีก 7 ปี

ฟองสนาน จามรจันทร์

23เมษายน2564

ลุงป้อม ขยับ หาพรรคสำรอง เล็ง เพื่อไทย แทน ภูมิใจไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464766

ลุงป้อม ขยับ หาพรรคสำรอง  เล็ง เพื่อไทย แทน ภูมิใจไทย 

25 เมษายน 2564 – 11:53 น.

ลุงป้อม ขยับ หาพรรคสำรอง เล็ง เพื่อไทย แทน ภูมิใจไทย 

การเมืองเรื่องโควิด กำลังเขย่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯอย่างหนัก หลังการระบาดระลอก3 ที่ดูเหมือนว่ารัฐบาลไร้ประสิทธิภาพในการยับยั้งไวรัสตัวนี้ 
 
อย่างที่ทราบกันดีว่า ความระหองระแหงในพรรคร่วมรัฐบาลระหว่าง พลังประชารัฐ กับ ภูมิใจไทย ส่งผลต่อการร่วมมือกันในการบริหารงานในครม.  
 
ความไม่เป็นเอกภาพเห็นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆระหว่างตัวนายกฯ และ อนุทิน ชาญวรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่กำกับดูแลกระทรวงสาธารณสุข 
 
นับแต่การจัดหาวัคซีนที่มีความล่าช้า จนนายกฯต้องตั้งคณะกรรมการภาคเอกชนให้จัดหาวัคซีนในองค์กรธุรกิจเนื่องเพราะอำนาจการอนุญาตไปอยู่ที่คณะกรรมการอาหารและยา ที่มีพรรคภูมิใจไทยคอยกำกับอยู่   

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไฟโควิดลามไหม้รู’หนู’ อยู่ยาก

แต่กว่าจะถั่วจะสุกงาก็ไหม้ เพราะการระบาดระลอกที่3 ที่มีต้นตอมาจากสถานบันเทิงย่านทองหล่อ นอกจากดารา นักร้อง และสาวบริการจะติดโควิดแล้วเป็นตัวแพร่เชื้อไปทั่วประเทศ ยังมีรัฐมนตรีติดโควิดในช่วงเวลาเดียวกันด้วย แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธว่าไม่ได้ไปเที่ยวทองหล่อ แต่มีลูกน้องและตำรวจติดตามรวมถึงสส.ในพรรคไป สังคมก็คงมีคำตอบเองว่าไปหรือไม่ไป 
 
ประกอบกับการระบาดรอบ3 สะท้อนความบกพร่องในการบริหารจัดการของกระทรวงสาธารณสุขที่มี อนุทิน เป็นรัฐมนตรี เพราะมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่สามารถตรวจหาเชื้อจากโรงพยาบาลได้ และไม่มีโรงพยาบาลรับคนป่วย นี่ถือเป็นความบกพร่องร้ายแรงของผู้บริหาร  
 
จนกระทั่งกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า หมอไม่ทน เปิดแคมเปญรณรงค์ล่ารายชื่อขับไล่ อนุทิน ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี 
 
พล.อ.ประยุทธ์ ก็คงจะอึดอัดอยู่พอสมควร แต่ก็ทำอะไรได้ไม่มาก ต้องปล่อยให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และผู้จัดการรัฐบาลไปดำเนินการหาแผนสองรองกรณีฉุกเฉินเอาไว้ 
 
เพราะก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร ก็ได้พูดคุยกับ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ที่มีสัมพันงะ์อันดีกับ ทักษิณ ชินวัตร ที่สำคัญ สุริยะ ก็มีสส.ฝากเลี้ยงไว้ในพรรคเพื่อไทย จำนวนหนึ่ง เพื่อขอพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคทางเลือกหากจำเป็นต้องปรับคณะรัฐมนตรีเพื่อปรับพรรคภุมิใจไทยออก  

“ทางพรรคเพื่อไทย ยืนยันมาจากแดนไกลว่า ไม่มีเงื่อนไขและข้อต่อรองกับตำแหน่งรัฐมนตรี จะให้เก้าอีกระทรวงไหนก็ได้” แหล่งข่าวคนใกล้ชิดระดับแกนนำเปิดเผยการหารือกัน 
 
เช่นนี้เท่ากับว่าหากปรับพรรคภุมิใจไทยออก จะทำให้กระทรวงสาธารณสุข ที่มีความสำคัญในการต่อสู้กับโควิด มาอยู่ในมือของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้วางตัว นพ.ปิยสกล สกลสัตยาธร อดีตรมว.สาธารณสุขเอาไว้เป็นตัวตายตัวแทนในเก้าอี้ว่าการสาธารณสุข  
 
การปรับเปลี่ยนครั้งนี้จะเกิดขึ้นหลังจากมีการเปลี่ยนแปลในพรรคพลังประชารัฐ เพราะในการประชุมใหญ่ที่จะมีขึ้น พล.อ.ประวิตร จะประกาศลาออกเพื่อล้างไพ่แล้วให้สมาชิกเลือกหัวหน้าใหม่ ก็ยังเป็นพล.อ.ประวิตร เหมือนเดิม 
 
ส่วนตำหน่งเลขาธิการพรรคนั้น ให้ สันติ พร้อมพัฒน์ กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไปตกลงกันว่าใครจะเป็นเลขาธิการพรรค เพราะตำแหน่งเลขาธิการพรรคจะต้องมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายพรรคเดือนละ20ล้าน  
 
เมื่อเปลี่ยนโครงสร้างใหม่พลังประชารัฐเสร็จสรรพแล้ว จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะต้องปรับใหญ่ทั้งครม.มีการเกลี่ยเก้าอี้กันใหม่ จะอาศัยช่วงนี้ ปรับเอาพรรคที่มีปัญหาอย่างภุมิใจไทยออกไป แต่ข่าววงในรายงานว่า อย่างเร็วน่าจะหลังงบประมาณปี2565 ผ่านสภาไปเสียก่อน 
 
จากนั้นแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วยุบสภาเลือกตั้งใหม่

ลาวติดโควิด คาดทะลุ 2 พัน เหตุคลัสเตอร์หนุ่มไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464722

ลาวติดโควิด คาดทะลุ 2 พัน เหตุคลัสเตอร์หนุ่มไทย

24 เมษายน 2564 – 17:42 น.

ลาววิกฤต คลัสเตอร์หนุ่มไทย ตะลุยเวียงจันทน์ คาดมีคนติดโควิดทะลุ 2,000 คน เตรียม 1,300 เตียงรองรับ

วันที่ 24 เม.ย.2564 คณะเฉพาะกิจป้องกัน ควบคุมและแก้ไขการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้แถลงว่า สปป.ลาวตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 88 คน แยกเป็นนครหลวงเวียงจันทน์ 84 คน ,แขวงบ่อแก้ว 2 คน และแขวงจำปาสัก 2 คน
    คลัสเตอร์ใหญ่ที่สุดก็มาจากกรณีที่ 59 คือ นักศึกษาหญิงวัย 25 ปี ที่ได้พา 2 คนไทยเที่ยวราตรีทั่วนครหลวงเวียงจันทน์ ช่วงบุญปีใหม่ลาว 
    นับจากกรณีที่ 59 (20 เม.ย.) จนมาถึงกรณีที่ 247 (24 เม.ย.)ปรากฏว่า มีถึง 167 กรณี ที่เกิดขึ้นในนครหลวงเวียงจันทน์ ถือเป็นการระบาดระลอกใหม่ที่สาธารณสุขลาว ยอมรับว่าเป็นเชื้อโควิดสายพันธุ์อังกฤษ 

 ลาวติดโควิด คาดทะลุ 2 พัน เหตุคลัสเตอร์หนุ่มไทย

วันที่ 24 เม.ย. ยอดผู้ติดโควิดรายใหม่ 88 คน 
    ผู้เชี่ยวชาญลาวและตัวแทนองค์การอนามัยโลก คาดการณ์เบื้องต้นว่า เฉพาะนครหลวงเวียงจันทน์ จะมีผู้ติดเชื้อโควิดสูงถึง 2,000 คน อันเนื่องมาจากคลัสเตอร์บุญปีใหม่ลาวหรือสงกรานต์     

 ลาวติดโควิด คาดทะลุ 2 พัน เหตุคลัสเตอร์หนุ่มไทย

สื่อออนไลน์ลาว พาดหัวคาดติดโควิด 2,000 คน

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงสาธารณสุขลาว จึงได้เตรียมโรงพยาบาลสนามไว้รองรับ 1,366 เตียง ประกอบด้วย
    โรงหมอมิดตะพาบ, โรงหมอกองทัพ, โรงหมอเซดถาทิราด รวม 216 เตียง
    สนามกีฬาห้วยพง จำนวน 150 เตียง
    สโมสรหลัก 27 จำนวน 500 เตียง
    สนามกีฬาหลัก 16 จำนวน 500 เตียง

 ลาวติดโควิด คาดทะลุ 2 พัน เหตุคลัสเตอร์หนุ่มไทย

ทางการลาว เตรียมโรงพยาบาลสนาม

++
ล่าสองหนุ่มไทย
++
    แม้ทางการลาวจะไม่แถลงข่าวใดๆ เกี่ยวกับ 2 คนไทยที่ลักลอบข้ามแดนไปเที่ยวสงกรานต์ในนครหลวงเวียงจันทน์ แต่สำนักออนไลน์ในลาว ต่างให้ความสนใจการติดตามดำเนินคดีผู้ลักลอบเข้าเมืองของเจ้าหน้าที่ ตม.ของไทย
    สืบเนื่องจาก พ.ต.ท.พีรภัทร์ ปรมพุฒิ รอง ผกก.ตม.หนองคาย พร้อม พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สว.ตม. ได้เข้าพบ ร.ต.ท.หญิง ชลธิชา ธิศาลา รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษชาวไทย 2 คน คือ “ชิตพล” ขอสงวนนามสกุล อายุ 30 ปี ชาวร้อยเอ็ด , “ธนกฤต” ขอสงวนนามสกุล อายุ 31 ปี และหญิงลาว 1 คน อายุ 26 ปี ที่ลักลอบเข้าออกประเทศโดยผิดกฎหมาย ต้องสงสัยนำเชื้อโควิดไปแพร่ระบาดใน สปป.ลาว และปกปิดข้อมูลการเดินทางต่อเจ้าพนักงาน  

รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหนองคายตรวจสอบแล้ว ปรากฏหลักฐานชี้ชัดว่า ผู้ลักลอบเข้าลาว-ไทยช่วงก่อนและหลังสงกรานต์ เป็นชิตพลกับธนกฤตจริง มีพฤติกรรมพาหญิงสาวไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในแขวงสะหวันนะเขต และนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เมื่อกลับมาในประเทศไทย มีอาการเข้าข่ายต้องสงสัย จึงไปตรวจหาเชื้อและพบว่าติดเชื้อโควิด

ทุกวันนี้ หนุ่มไทยสองคน และหญิงลาว ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหนองคาย และเมื่อพวกเขาหายป่วยแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวมาสอบสวนและดำเนินคดีตามที่ ตม.หนองคาย แจ้งจับ