รู้จัก ‘ชูศักดิ์’ มือขวา ‘สมศักดิ์’ คลัสเตอร์สุโขทัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464719

รู้จัก ‘ชูศักดิ์’ มือขวา ‘สมศักดิ์’ คลัสเตอร์สุโขทัย

24 เมษายน 2564 – 17:24 น.

คลัสเตอร์สุโขทัยไม่แพ้ทองหล่อ รู้จัก “ชูศักดิ์” ติดโควิดคนสนิท “สมศักดิ์ เทพสุทิน” เจ้าพ่อค้างคาวไฟ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมีก

++
    การแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบนี้ เกี่ยวกับคนการเมืองถึง 2 กลุ่มก้อนคือ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ติดเชื้อโควิดจากกรณีคนใกล้ชิดไปที่สถานบันเทิงย่านทองหล่อ
    ตามมาด้วย ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ติดเชื้อโควิด เพราะร่วมวงกินข้าวกับ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรียุติธรรม และกลุ่มเพื่อน ที่ร้านอาหารในเมืองสุโขทัย เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2564 ที่พบการแพร่ระบาดไปยังผู้ร่วมงานอย่างน้อย 28 ราย โดยเสียชีวิตแล้ว 1 ราย 
    วันที่ 23 เม.ย.2564 “ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง” ออกมาขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเวลานี้ตัวเขาได้เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 

 รู้จัก 'ชูศักดิ์' มือขวา 'สมศักดิ์' คลัสเตอร์สุโขทัย

ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย

    ส่วน “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รมว.ยุติธรรม ยืนยันว่า เป็นการกินข้าวในกลุ่มผู้ใกล้ชิด ไม่ใช่งานรดน้ำสงกรานต์ แต่บังเอิญมีคนกลุ่มหนึ่งที่เคารพนับถือกันมารดน้ำขอพรเท่านั้นเอง 
    หลังกลับกรุงเทพฯ เมื่อทราบข่าวว่าคนร่วมวงกินข้าวติดเชื้อโควิด สมศักดิ์ และครอบครัวจึงไปตรวจหาเชื้อโควิด และผลออกมาเป็นลบ จึงทำการกักตัว 14 วัน
    จริงๆแล้ว ร้านอาหารดังกล่าว เป็นร้านคนสนิทของสมศักดิ์ ยามใดที่เขาเดินทางกลับสุโขทัยก็มักจะนัด “คนการเมือง” ในท้องถิ่นมากินข้าวที่ร้านนี้

++
ชูศักดิ์คือใคร?
++
    สมศักดิ์ เทพสุทิน เล่นการเมืองมาแต่อายุ 25 ปี เป็น ส.ส.สุโขทัย มายาวนาน พักหลังส่งไม้ต่อให้ภรรยา, น้องสาว และพี่เมีย สมัยรัฐบาลประยุทธ์ ยามใดที่สมศักดิ์แถลงข่าว จะปรากฏผู้ชายร่างใหญ่ๆ ยืนเป็นฉากหลังอยู่เป็นประจำ
    เนื่องจากเพิ่งเป็น ส.ส.สมัยแรก จึงไม่ค่อยมีใครรู้จัก “ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง” กระทั่งโควิดระบาดระลอกใหม่ ส.ส.สุโขทัยรายนี้ติดเชื้อโควิด ตกเป็นข่าวใหญ่ ผู้คนจึงรู้จักหน้าค่าตามากขึ้น
    นักเลือกตั้งแบบ “ชูศักดิ์” เริ่มต้นทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในนาม หจก.คีรีมาศก่อสร้าง ก่อนจะเป็นสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านโตนด ,นายกเทศมนตรีตำบลบ้านโตนด อ.คีรีมาศ และ ส.อบจ.สุโขทัย เขต อ.คีรีมาศ 
    เลือกตั้งทั่วไปปี 2554 ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ลงสมัคร ส.ส.เป็นครั้งแรก ที่เขต 2 สุโขทัย สังกัดพรรคเพื่อไทย ขณะนั้น สมศักดิ์ เทพสุทิน พาพลพรรค “ค้างคาวไฟ” ไปอยู่ที่พรรคภูมิใจไทย ส่ง เกียรติศักดิ์ ต้นประสงค์ เสี่ยรับเหมารายใหญ่ อ.กงไกรลาศ ลงสนาม
    ทั้งชูศักดิ์ และเกียรติศักดิ์ พ่าย สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล พรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็น ส.ส.สมัยแรกปี 2550 ด้วยกระแสต้านระบอบทักษิณ 
    หลังจากนั้น ชูศักดิ์ได้เข้าไปอยู่ในกลุ่มค้างคาวไฟ เพราะช่วงว่างเว้นการเมือง สมศักดิ์ เทพสุทิน หันไปปลุกปั้นทีมฟุตบอล “สุโขทัย เอฟซี” ที่มีฉายาว่า ค้างคาวไฟ

 รู้จัก 'ชูศักดิ์' มือขวา 'สมศักดิ์' คลัสเตอร์สุโขทัย

ชูศักดิ์ ในชุดค้างคาวไฟ

++
อภินิหารแบ่งเขต
++
    ก่อนการเลือกตั้งปี 2562 มีการแบ่งเขตใหม่ โดยสนามสุโขทัย ลดจาก 4 เขต เหลือ 3 เขต มาตัั้งแต่การเลือกตั้งปี 2557 (เลือกตั้งโมฆะ) และที่เขต 2 กกต. จัดการผ่า อ.กงไกรลาศ ให้บางตำบลไปอยู่ที่เขตเลือกตั้งที่ 1 และส่วนใหญ่อยู่ที่เขตเลือกตั้งที่ 2 พ่วงด้วย อ.บ้านด่านลานหอย อ.ทุ่งเสลี่ยม และ อ.คีรีมาศ
    ถ้ายังจำกันได้ สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล อดีต ส.ส.สุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ควันออกหู เพราะ อ.กงไกรลาศ เป็นฐานเสียงสำคัญของสัมพันธ์มาทุกสมัย แถม กกต. ยังโยก อ.ทุ่งเสลี่ยม อันเป็นฐานคะแนนของกลุ่ม “ค้างคาวไฟ” เข้ามาอยู่ในเขตนี้
    ในที่สุด ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง เอาชนะสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ไปได้ด้วยคะแนนที่ทิ้งห่างกันกว่า 2 หมื่นคะแนน แต่กลุ่มค้างคาวไฟของสมศักดิ์ ก็ไม่ชนะยกจังหวัด ได้มาเพียง 2 เก้าอี้ จากเขต1 พรรณสิริ กุลนาถศิริ น้องสาวสมศักดิ์ และเขต 2 ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง 

 รู้จัก 'ชูศักดิ์' มือขวา 'สมศักดิ์' คลัสเตอร์สุโขทัย

สมศักดิ์ สุริยะ และชูศักดิ์ 
    อย่างไรก็ตาม ชัยชนะของชูศักดิ์ ก็มาจากกลยุทธ์ปลุกคนคีรีมาศเลือกคนบ้านเดียวกันเป็นผู้แทน บวกกระแสลุงตู่ที่มาแรงในเวลานั้น
    วันนี้ ชูศักดิ์กลายเป็นกำลังหลักในพื้นที่ของสมศักดิ์ และในวันข้างหน้า หากกลุ่มค้างคาวไฟจะต้องไปอยู่ที่ไหน พื้นที่เขต 2 ชูศักดิ์ต้องเป็นตัวยืน และรักษาแชมป์ไว้ให้ได้

โควิดลาวพุ่งวันเดียว 65 ราย คลัสเตอร์หนุ่มไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464650

โควิดลาวพุ่งวันเดียว 65 ราย คลัสเตอร์หนุ่มไทย

23 เมษายน 2564 – 18:59 น.

ลาววิกฤต ติดโควิดพุ่งวันเดียว 65 คน ต้นตอ “คลัสเตอร์หนุ่มไทย” ท่องราตรีเวียงจันทน์ช่วงสงกรานต์

วันที่ 23 เม.ย.2564 ดร.พูทอน เมืองปาก รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุขลาว และคณะ ในนามคณะเฉพาะกิจควบคุม ป้องกันโควิด-19 ได้แถลงข่าวผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ จำนวน 65 คน แยกเป็นนครหลวงเวียงจันทน์ 60 คน, แขวงจำปาสัก 2 คน, แขวงบ่อแก้ว 2 คน และแขวงเวียงจันทน์ 1 คน 
    นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต้นปี 2563 มาจนถึงช่วงหลังสงกรานต์ 2564 สปป.ลาว มียอดสะสมการติดเชื้อโควิดเพียง 60 คน 

 โควิดลาวพุ่งวันเดียว 65 ราย คลัสเตอร์หนุ่มไทย

คณะเฉพาะกิจลาว แถลงติดโควิดวันเดียว 65 ราย\

    เฉพาะต้นเดือน เม.ย. ถึงวันที่ 23 เม.ย.นี้ มียอดสะสมผู้ติดเชื้อโควิดร้อยกว่าคน เกิดจากแรงงานลาวในไทยกลับบ้าน และช่วงบุญปีใหม่ลาว ที่มีคนไทย 2 คน ลักลอบข้ามแดนมาเที่ยว พร้อมกับหญิงลาว 2 คนให้การต้อนรับ พบว่า มีผู้ติดเชื้อโควิดจากการสัมผัสกรณีที่ 59 (นักศึกษาหญิงลาว) รวมแล้ว 86 คน (26+60)

 โควิดลาวพุ่งวันเดียว 65 ราย คลัสเตอร์หนุ่มไทย

หลังเกิด “คลัสเตอร์หนุ่มไทย” ที่ลักลอบข้ามแดนมาเที่ยวสงกรานต์ ท่านพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรีลาว จึงออกคำสั่งล็อกดาวน์นครหลวงเวียงจันทน์ ตั้งแต่ 22 เม.ย. ถึง 5 พ.ค.2564
    ขณะเดียวกัน เจ้าแขวงที่มีชายแดนติดประเทศไทย ก็มีคำสั่งล็อกดาวน์ รวมถึงบางแขวงที่มีผู้ติดเชื้อโควิดเข้าไปในแขวง รวมทั้ง 6 แขวง ได้แก่แขวงบ่อแก้ว, แขวงพงสาลี, แขวงไซยะบุลี, แขวงบอลิคำไซ, แขวงเวียงจันทน์ และแขวงเซียงขวาง

++
แกะรอยหนุ่มไทย
++
    หนุ่มไทย 2 คน เป็นชาวอีสาน มีภูมิลำเนาอยู่ในอีสานตอนกลาง ทำธุรกิจออนไลน์ จึงรู้จักหญิงสาวชาวลาว เลยมีการชักชวนให้เล่นสงกรานต์เมืองลาว
    6 เม.ย. หนุ่มไทย 2 คน ลอบนั่งเรือข้ามโขงจากมุกดาหาร โดยมีข้อมูลว่า นักศึกษาหญิงที่ติดเชื้อโควิด กรณีที่ 59 และเพื่อนหญิงคนหนึ่ง ได้ไหว้วานให้สาวชาวสะหวันนะเขต ติดต่อเรือรับจ้าง ลักลอบพาหนุ่มไทยข้ามโขง มาขึ้นฝั่งที่นครไกสอนพมวิหาน
    จากนั้นหญิงสาวกรณีที่ 59 และเพื่อนหญิงก็พาหนุ่มไทยทั้งคู่ เดินทางมานครหลวงเวียงจันทน์และเข้าพักที่โรงแรมเจือง 2 เมืองจันทะบุลี
    ระหว่างวันที่ 8-12 เม.ย.2564 สาวลาวทั้งสอง ได้พาหนุ่มไทยทั้งสอง ไปไหว้พระที่วัดสีเมือง และกินเที่ยว ทั้งร้านอาหาร คลับบาร์ คาราโอเกะ และร้านนวด  
    13 เม.ย. หนุ่มไทยคนหนึ่ง มีอาการไข้ ปวดเนื้อปวดตัว และ 16 เม.ย. สาวลาวอีกคนหนึ่งและคนไทยออกจากโรงแรม เดินทางกลับไทย โดยว่าจ้างเรือลักลอบข้ามโขงไปขึ้นฝั่งที่ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย 
    17 เม.ย. นักศึกษาหญิงได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนหญิงลาวว่า ทั้งสามคน ติดเชื้อโควิด โดยทั้งหมดรักษาตัวอยูที่ จ.หนองคาย 
    19 เม.ย. นักศึกษาหญิงลาว รู้สึกไม่สบาย จึงเดินทางไปตรวจหาเชื้อโควิดที่โรงหมอมิดตะพาบ 150 เตียง ผลเป็นบวก เธอจึงเข้ารักษาอาการป่วยติดเชื้อโควิด

 โควิดลาวพุ่งวันเดียว 65 ราย คลัสเตอร์หนุ่มไทย

จากกรณีหญิงลาว 2 คนและหนุ่มไทย 2 คน ท่องราตรีเวียงจันทน์ ติดเชื้อโควิด ทำเอาโซเชียลลาวร้อนเป็นไฟ โดยเฉพาะนักศึกษาหญิงติดโควิด มีคนลาวนำภาพเธอไปแชร์ผ่านเฟซบุ๊ค พร้อมก่นด่าอย่างรุนแรง
    บรรยากาศในโซเชียลลาวช่วงนี้ บรรยากาศคุกรุ่น เหมือนยุคสงครามเย็น มีคนลาวจำนวนไม่น้อยที่มองคนไทย และคนลาวที่ขายแรงอยู่ในเมืองไทยเชิงลบ มองว่า เป็นพาหะนำเชื้อโควิดข้ามโขง
    คลัสเตอร์หนุ่มไทยท่องราตรีเวียงจันทน์ จึงเป็นบทเรียนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในภาวะวิกฤตโควิด แต่คนไทยบางกลุ่มยังดูเบา และทำผิดกฎหมายประเทศเพื่อนบ้าน

ไฟโควิดลามไหม้รู ‘หนู’ อยู่ยาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464627

ไฟโควิดลามไหม้รู’หนู’ อยู่ยาก

23 เมษายน 2564 – 15:04 น.

โควิดระลอก 3 ก่อวิกฤตสาธารณสุข เตียงไม่พอ ยาจะไม่มี วัคซีนมาช้า “เสี่ยหนู” จะรับผิดชอบอะไรบ้าง คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมีก

เสียงสวดชยันโตรัฐบาลดังหนักขึ้นทุกวัน เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ไม่ลดระดับความรุนแรง ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งทะลุสองพัน
    มิหนำซ้ำ ปัญหาการประสานจัดหาสถานที่รักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อรายใหม่ ไม่เพียงพอ ไม่ทันต่อความต้องการของผู้ป่วย เกิดมีดราม่ามากมายในสื่อโซเชียลล่าสุด วันที่ 23 เม.ย.2564 แฟนเพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้โพสต์ข้อความกรณีอาม่า 3 คน ติดโควิดตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. จนถึง 22 เม.ย. ยังไม่มีใครเข้าช่วยเหลือ และเกิดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 คน กรณีอาม่าสร้างความเศร้าสะเทือนใจคนทั้งแผ่นดิน
    การระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 แพร่กระจายขยายเป็นวงกว้าง จากคลัสเตอร์ผับ บาร์ คาราโอเกะ ลุกลามไปยังคณะรัฐมนตรี ,ทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภา ซึ่งมีอัตราการแพร่เชื้อเร็วและรุนแรงกว่าปีที่แล้ว
    “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะแม่ทัพใหญ่ฝ่ายการเมืองของกองทัพสาธารณสุขไทย ถูกตั้งคำถามมากมาย เรื่องเตียงคนไข้ไม่เพียงพอ ,การประสานงานล้มเหลว รวมไปถึงเรื่องบริหารจัดการวัคซีน
    รัฐมนตรีสาธารณสุข ผู้ที่เคยประกาศอย่างทะนงองอาจว่า การสาธารณสุขเรารับมือไหวกับโควิดทุกสายพันธุ์ บอกผู้สื่อข่าวว่า ระบบสาธารณสุขทั่วประเทศสามารถคุมสถานการณ์ได้ หากผ่านพ้นวงรอบการระบาดเดือน เม.ย.นี้ ประมาณ 2-3 สัปดาห์ คาดว่าจะกลับเป็นปกติ
    ประเด็นร้อน “วัคซีนโควิด” ทำเอารัฐบาลประยุทธ์เป๋ไปทั้งองคาพยพ วันก่อน “เสี่ยหนู” ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ตนจะพบกับตัวแทนจากไฟเซอร์ บริษัทยาสัญชาติสหรัฐฯ อีกครั้งหนึ่ง เพื่อเจรจาให้ผู้ผลิตรายนี้ส่งมอบวัคซีนให้ไทยได้เร็วที่สุด
    “จะให้กราบเขาเพื่อให้ส่งได้เร็วที่สุด ก็จะทำ” ถ้อยวลีนี้ ถูกแชร์ไปมากมายในโซเชียล และค่อนข้างเป็นลบแก่รัฐมนตรี
    เนื่องจาก “เสี่ยหนู” ได้ให้สัมภาษณ์สื่อเรื่องการบริหารจัดการวัคซีนมาแต่ปีที่แล้ว ด้วยความมั่นอกมั่นใจว่า เราจัดหาวัคซีนได้เพียงพอแน่ แต่ถึงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน เราก็มีวัคซีนจำนวนไม่มาก กระทั่งภาคเอกชนต้องมากระตุ้นรัฐบาลให้เร่งจัดหาวัคซีนโควิดมาโดยเร็ว
    คำว่า “วัคซีนเสรี” ที่ฝ่ายค้านเรียกร้องมาหลายครั้งหลายหน จึงเริ่มเป็นจริง เมื่อรัฐบาลประยุทธ์มีปัญหาเรื่องการจัดหาวัคซีน

++
การเมืองเก่า
++
    ช่วงปี 2561 พรรคภูมิใจไทย ที่มี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค ได้พยายามสร้างภาพลักษณ์ใหม่ ให้เป็นพรรคการเมืองทางเลือกของประชาชน
    อันดับแรกคือ การสร้างภาพ “อนุทิน” จากลูกชายเถ้าแก่รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของประเทศ ให้เป็นนักการเมืองคนรุ่นใหม่ คนติดดิน จึงมีจัดพิมพ์หนังสือชีวิตอนุทินชื่อ “ “มีรู..มีหนู” อันหมายถึง “ที่ไหนมีโอกาส ที่นั่นมีอนุทิน”
    ที่ไหนมีโอกาส ก็มีเสี่ยหนู เริ่มจากปี 2539 ได้เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาฯ ช่วงนั้น บิดา-ชวรัตน์ ชาญวีรกูล นั่งรัฐมนตรีช่วยคลัง สมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ โควตาพรรคชาติพัฒนา
    ปี 2539-2542 เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีตั้งแต่กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รัฐบาลพล.อ.ชวลิต และรัฐบาลชวน 
    ปี 2544 เป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย และเป็นกรรมการที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม (พล.อ.วัฒนชัย วุฒิศิริ)
    ปี 2547-2548 ได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุข ,รัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ แล้วกลับไปนั่งรัฐมนตรีช่วยสาธารณสุข อีกรอบ
    จริงๆแล้ว เส้นทางการเมืองในอดีตของเสี่ยหนู ไม่ค่อยมีใครได้จดจำเท่าไหร่ เพราะเข้ามาสู่วงจรอำนาจการเมืองเพียงช่วงสั้นๆ

ไฟโควิดลามไหม้รู'หนู' อยู่ยาก

อนุทิน เจอศึกหนักในโควิดระลอก 3

++
คนชื่อหนู
++
    นับแต่ปี 2560 “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ใช้เฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul สื่อสารความคิดความอ่านทางการเมือง เพื่อแนะนำตัวกับผู้คน ด้วยสไตล์นักการเมืองรุ่นใหม่
    ปี 2561 เสี่ยหนูมอบให้ทีมงาน “สื่อคนเสื้อแดง” มาทำสื่อออนไลน์ ทั้งช่องยูทูบ “Ringside การเมือง” ที่เผยแพร่ทางเฟซบุ๊กด้วย พร้อมกับเว็บไซต์ เนื่องจากเมื่อการเลือกตั้งปี 2554 ภาพของพรรคภูมิใจไทย คือพรรคทรยศคนแดนไกล จึงไม่เป็นชื่อชอบของคนเสื้อแดงทั่วไป
    ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เสี่ยหนูได้โปรโมตตัวเอง ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ของนักสื่อสารรุ่น Gen X ทำให้ฝ่ายผู้รักประชาธิปไตย และไม่ชอบ คสช. มีความชื่นชอบเสี่ยหนู จำนวนไม่น้อย
    หลังเลือกตั้ง เข้าสู่ห้วงเวลาเตรียมการจับขั้วตั้งรัฐบาล ฝ่ายประชาธิปไตยจึงส่งเสียงถึงเสี่ยหนู ให้จับขั้วกับฝ่ายพรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ แต่สุดท้าย เสี่ยหนูก็เข้าร่วมรัฐบาลประยุทธ์
    ความจริงทางการเมืองที่ “ละอ่อน” ฝ่ายประชาธิปไตยไม่ทราบคือ พรรคภูมิใจไทย ได้เจรจากับ “3 ป.” ไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าจะได้กระทรวงไหนบ้าง
    นี่คือคุณลักษณะของนักการเมืองผู้ยึดคติที่ว่า “ที่ไหนมีโอกาส ที่นั่นมีเสี่ยหนู” ฉะนั้น นักการเมืองสายพันธุ์นี้ ก็ไม่ต่างจากนักการเมืองยุคเก่า 

‘มิน’ ถาม ลืมยัง ‘โทนี่’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464556

‘มิน’ ถาม ลืมยัง ‘โทนี่’ 

22 เมษายน 2564 – 17:46 น.

อดีตหลอน ภาพเก่า “ทักษิณ” เจอ “มินอ่องหล่าย” แชร์กระจายในโซเชียล

++

กลับมาดังอีกรอบ สำหรับชายชื่อ Tony Woodsome หรือทักษิณ  ชินวัตร ลุกขึ้นมาเสนอความเห็นเกี่ยวกับวัคซีนโควิด แถมอาสาจะเป็นตัวกลางเจรจาขอซื้อวัคซีนสปุกนิกจากปูติน 

ย้อนไปต้นเดือน มี.ค.2564 ทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ ได้มาพูดคุยเรื่อง “ศิลปะในการเจรจาระหว่างประเทศ” โดยเขาเล่าประสบการณ์สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ยกตัวอย่างการแก้ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหลายกรณี

เมื่อมีคนถามว่า หากโทนี่ มี authority จัดการทางการทูต จะดีลแบบไหน กับรัฐบาลทหารเมียนมาในปัจจุบัน

“ผมรู้จักมักคุ้นกับทหารมานาน เพราะตันฉ่วยเป็นเคาเตอร์พาร์ทมาหลายปี ขอความร่วมมือก็ยอมทุกอย่าง พวกนี้กลัวเช็คบิลก็เลยสืบทอดอำนาจ เหมือนบ้านเรานี่แหละ..”

ไม่ใครเถียงว่า “ทักษิณ” มีความสัมพันธ์อันดีกับทหารเมียนมา ตั้งแต่สมัยรัฐบาลไทยรักไทย กับนายพลตันฉ่วย จนมาถึงยุคนายพลมินอ่องหล่าย แม้ทักษิณจะหมดอำนาจ แต่ก็เข้าไปเมียนมา เยี่ยงผู้มากบารมี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิถีพม่า “มินอ่องหล่าย”รัฐประหารซ้อน

บังเอิญแฟนเฟซบุ๊ค  Khurtai Maisoong ได้แชร์ความทรงจำเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ซึ่งหน้าเฟซบุ๊คKhurtai Maisoong วันที่ 18 เม.ย.2556

“อดีตนายกรัฐมนตรีไทย คนหนึ่ง กำลังรดน้ำปีใหม่ ให้ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ผบ.ทหารสูงสุดพม่า  ที่บ้านพักในเมืองปยินอูลวิ่น (เหม่เมี้ยว) ภาพนี้ ไม่ใช่ภาพแอบถ่ายเหมือนที่ใน ทวาย เพราะลงอยู่ในเฟซบุ๊กของเจ้าตัวเอง แหล่งข่าวในพม่ารายงานเพิ่มเติมว่า อดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนนี้ น่าจะมีทรัพย์สินอยู่ในทวายและปยินอูลวิน  และเคยไปพบ พล.อ.อาวุโสตานฉ่วย มาแล้ว  รายละเอียดขอกั๊กไว้ก่อน”

'มิน' ถาม ลืมยัง 'โทนี่' 

                           เฟซบุ๊คแชร์ความทรงจำ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว

นี่คือข้อความของเจ้าของเฟซบุ๊ค ที่เขียนบรรยายภาพทักษิณ กำลังรดน้ำ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย โดยมียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยืนอยู่ข้างๆ และที่เห็นแต่หลังคือ ซอมินตุน โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมาในวันนี้

สอดรับกับสำนักข่าว Eleven media group รายงานว่า ปี 2556 ทักษิณเดินทางไปที่เมืองทวายเพื่อเข้าดูท่าเรือของโครงการทวาย และช่วงสงกรานต์ ทักษิณได้พบ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ที่บ้านพักหรูเชิงเขาในเขตมัณฑะเลย์ 

                       สงกรานต์ที่บ้านนายพลมินอ่องหล่าย ปี 2556

ต่อมา ก่อนการรัฐประหาร 2557 ทักษิณได้เข้าพักที่โรงแรมชาเทรียม ย่างกุ้ง โดยมีแกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดยเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และรัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พร้อมข้าราชการเดินทางเข้าพบจำนวนมาก มีการระบุว่า ทักษิณมาเพื่อทำบุญแก้กรรม

อนึ่ง ตอนที่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ขยับขึ้นผู้บัญชาการทหารสูงสุด และเป็นสมาชิกของสภาป้องกันและความมั่นคงแห่งชาติ (NDSC) และเป็นมือทำงานของเต็งเส่ง ประธานาธิบดีเมียนมาสมัยนั้น

วิถีพม่า “มินอ่องหล่าย” รัฐประหารซ้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464537

วิถีพม่า “มินอ่องหล่าย”รัฐประหารซ้อน

22 เมษายน 2564 – 16:15 น.

ข่าวลือรัฐประหารซ้อน “มินอ่องหล่าย” กักตัว 10 นายพล จับตาจอมเผด็จการบินไปอินโดนีเซียสุดสัปดาห์นี้ 

++
สุดสัปดาห์นี้ สถานการณ์ในเมียนมาที่น่าจับตาคือ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และประธานสภาบริหารภาครัฐ (SAC) จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “มินอ่องหล่าย” หลังพิงมังกร สู้ม็อบสามนิ้ว


ซอมินตุน โฆษกรัฐบาลทหาร    

ขณะที่รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติเมียนมา (NUG) นำโดยพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของออง ซาน ซู จี ส่งเสียงคัดค้านการเข้าร่วมประชุมอาเซียนของจอมเผด็จการเมียนมา     

วันที่ พล.ต.ซอ มิน ตุน โฆษกสภาบริหารภาครัฐ (SAC) บอกผู้สื่อข่าว Nikkei Asia ว่า “มินอ่องหล่าย” จะเดินทางไปกรุงจาการ์ตาอย่างแน่นอน    

พร้อมกันนั้น พล.ต.ซอ มิน ตุน ยังชี้แจงข่าวเรื่องควบคุมตัวนายทหารผ่าน Nikkei Asia ว่า พล.ท.หย่าปญิ กับนายทหารอีก 10 คน ไม่ได้ถูกควบคุมตัว เพราะคัดค้านรัฐประหารตามข่าวลือ แต่มีงานยุ่ง จึงไม่ได้ปรากฏตัวในการแถลงข่าวที่กรุงเนปิดอว์    

หลังรัฐประหารในเมียนมาไม่นานนัก นักวิชาการไทยบางท่าน อธิบายว่า พล.อ.อาวุโสมินอ่องหล่าย อาจถูกนายทหารเมียนมารุ่นใหม่ ก่อการยึดอำนาจก็ได้ เพราะมีข่าววงในว่า มีแม่ทัพนายกองบางส่วนไม่พอใจที่กองทัพทำรัฐประหาร และปราบปรามเข่นฆ่าประชาชน

++
มือการทูตชาติพันธุ์
++
สำหรับ พล.ท.หย่าปญิ มีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการพูดคุยเพื่อสันติภาพกองทัพเมียนมา/กรรมการคณะกรรมการกลางเพื่อความสามัคคีและการสร้างสันติแห่งชาติ/รองประธานคณะทำงานความสามัคคีและการสร้างสันติแห่งชาติ/ประธานคณะกรรมการประสานงานความสามัคคีและการสร้างสันติแห่งชาติ คณะกรรมการสันติภาพของรัฐบาลทหาร หรือสภาบริหารภาครัฐ(SAC)    

พล.ท.หย่าปญิ เคยเป็นผู้บัญชาการกองทัพน้อยภาคตะวันออก มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองตองจี รับผิดชอบพื้นที่ทางตอนใต้ของรัฐฉาน และเป็นผู้บัญชาการกองทัพน้อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รับผิดชอบพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือ 

วิถีพม่า "มินอ่องหล่าย"รัฐประหารซ้อน

พล.ท.หย่าปญิ ที่มีข่าวลือว่าถูกกักตัว    

เนื่องจากรัฐฉาน มีกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์อยู่มากกว่า 10 กลุ่ม นายทหารเมียนมาคนไหนที่ถูกส่งมาประจำการ ย่อมถูกคัดเลือกมาเป็นพิเศษ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ก็เติบโตจากภูมิภาคนี้    

ดังนั้น พล.ท.หย่าปญิ จึงถูกวางตัวให้เป็น “นักพูดคุยสันติภาพ” เพราะจะรู้จักผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธเป็นอย่างดี    

วันที่ 7 เม.ย.2564 พล.ท.หย่าปญิ และ พล.ท.อ่องส่อเอ ผู้บัญชาการกองยุทธการพิเศษที่ 2 กองปฏิบัติการพิเศษของกองทัพเมียนมา กับคณะ ได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังเมืองหมากหมาง เขตปกครองพิเศษว้า 2 แห่งรัฐฉาน ได้หารือกับ จาว กว๋อ-อาน รองประธาน คนที่ 2 พรรคสหรัฐว้า/กองทัพสหรัฐว้า(UWSP/UWSA) และมนตรีการต่างประเทศ เพื่อต้องการอธิบายสาเหตุที่กองทัพเมียนมาตัดสินใจทำรัฐประหาร พร้อมเสนอแนวทางพูดคุยสันติภาพ และเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพ     

วันที่ 8 เม.ย.2564 คณะนายทหารเมียนมาชุดพูดคุยสันติภาพ ได้เดินทางมายัง บก.บ้านไฮ รัฐฉาน พบกับ “ป่างฟ้า” ประธานพรรครัฐฉานก้าวหน้า/กองทัพรัฐฉาน (SSPP/SSA) ในเรื่องเดียวกันกับที่ไปแจ้งกับตัวแทนว้าแดง    

เหตุที่กองทัพเมียนมา เลือกพูดคุยกับว้าแดง และกองทัพไทใหญ่เหนือ เนื่องจากสองกลุ่มนี้มีความใกล้ชิดกัน และเป็นปฏิปักษ์กับกลุ่มไทใหญ่ใต้ของเจ้ายอดศึก 

++
เกมแย่งกลุ่มชาติพันธุ์
++    
กลุ่มผู้ประท้วงบนท้องถนน พยายามชูป้ายและเรียกหา “กองทัพสหพันธรัฐ” (federal army) เพื่อมาต่อกรกับกองทัพเมียนมา แต่ดูเหมือนว่า เรื่องการตั้งกองทัพของกลุ่มชาติพันธุ์ยังดูเลื่อนลอย    

ที่ผ่านมา ดร.ซาซ่า ตัวแทนของคณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ (CRPH) และรัฐมนตรีกระทรวงความร่วมมือระหว่างประเทศของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ได้ต่อสายพูดคุยกับตัวแทนกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ไปแล้ว     

จริงๆแล้ว เรื่อง “กองทัพสหพันธรัฐ” (federal army) เคยถูกหยิบยกมาพูดคุยบนโต๊ะเจรจาสันติภาพสมัยรัฐบาลเต็งเส่ง ซึ่งกองทัพเมียนมา ต้องการมีกองทัพเดียว (single army) ด้านกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ เห็นว่าต้องเป็น “กองทัพสหพันธรัฐ” (federal army)     

สภาพความเป็นจริงของกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ในวันนี้ ผู้นำกลุ่มเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะมีแนวคิด “ลัทธิขุนศึก” สอดคล้องกับแนวคิดทหารเมียนมาคือ อำนาจรัฐเกิดจากปากกระบอกปืน พวกเขาจึงมองว่า รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ไม่ต่างจากรัฐบาลเงา ไร้อำนาจแท้จริง    

หากในอนาคต รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ไทยเตรียมพร้อมรับมือ “โควิดกลายพันธุ์ข้ามแดน” แค่ไหน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464511

ไทยเตรียมพร้อมรับมือ “โควิดกลายพันธุ์ข้ามแดน” แค่ไหน

22 เมษายน 2564 – 14:30 น.

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อโควิดรายวันเพิ่มสูง อินเดียอ่วมเจอเชื้อโควิดกลายพันธุ์ ไทยเตรียมพร้อมรับมือ

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อโควิดรายวันในแต่ละประเทศยังคงเพิ่มสูง โดเฉพาะที่ประเทศอินเดียมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 2 รองจากสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเพิ่มจำนวนการติดเชื้อโควิดในอินเดียอย่างรวดเร็ว มีปัจจัยร่วมด้วยนั้นก็คือ การจัดพิธีกรรมตามความเชื่อของทางอินเดียเอง  รวมไปถึงการเกิดเชื้อโควิดกลายพันธุ์ 

ล่าสุด รัฐบาลฮ่องกงประกาศระงับเที่ยวบินจากประเทศ’อินเดีย ปากีสถาน และฟิลิปปินส์’ เป็นเวลา 14 วัน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันอังคารที่ 20 เม.ย.นี้เป็นต้นไป หลังมีรายงานพบผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดกลายพันธุ์จากอังกฤษ หรือสายพันธุ์ N501Y จากเที่ยวบินของทั้ง 3 ประเทศนี้ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา 

ทั้งนี้พบว่าการกลายพันธุ์ของโควิดนั้น จากข้อมูลของ หมอแล็บ ที่เคยให้ข้อมูลในเรื่องของไวรัสโควิด กลายพันธุ์เอาไว้อย่างน่าสนใจว่า ปกติแล้วไวรัสมันจะพยายามกลายพันธุ์อยู่แล้ว  เพื่อที่มันจะเอาชีวิตรอด จากสภาพแวดล้อมต่างๆไวรัสโควิดมันจะมีหนามรอบตัว สีชมพูในภาพ เวลาที่มันจะเข้าสู่ร่างกายเรา มันจะใช้หนามเกาะกับเซลล์มนุษย์และค่อยผลุบเข้าไปในเซลล์ของมนุษย์ ทำให้เราติดเชื้อ โดยมีการกลายพันธุ์ในตำแหน่ง N501Y  มันจะเปลี่ยนกรดอะมิโนตัวที่ 501 โดยการเอาตัว Y หรือ tyrosine  มาแทนที่ตัว N หรืออะมิโน asparagine ทำให้โควิดเกาะกับเซลล์ได้แน่นขึ้น ดีขึ้น ก็เลยเข้าสู่ร่างกายได้เร็ว แพร่กระจายเร็ว

ขณะที่สถานการณ์โควิดในประเทศอินเดียวิกฤติหนัก หลังพบยอดติดเชื้อโควิดเพิ่มสูงขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยยอดติดเชื้อโควิดสะสมถึง 15,924,806 ราย เสียชีวิตสะสม 184,672 ราย  พบว่าวันนี้ (22 เมษายน 2564) มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 6,159 ราย  ติดเชื้อเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐอเมริกา 

ด้านนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี กล่าวว่า ตอนนี้รัฐบาลกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อจัดหาออกซิเจนให้แก่ประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่จำเป็นต้องใช้ รวมไปถึงการจัดหาเตียงให้เพียงพอ ด้วยการเพิ่มจำนวนเตียงในโรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้น  ทั้งนี้นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการไปยังผู้ผลิตวัคซีนให้เร่งมือในการผลิตวัคซีนโดยเร็วที่สุดในช่วงเวลาเร่งด่วน อีกทั้งขอให้รัฐต่างๆในอินเดียพิจารณาเลือกการล็อกดาวน์เป็นตัวเลือกสุดท้าย 

ทั้งนี้หากมองย้อนมาดูสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยของเรานั้น  แหล่งข่าวในแวดวงการวิจัยวัคซีนโควิด-19 ของประเทศไทย 
ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าวายร้ายไวรัสโควิด-19สายพันธุ์  N501Y มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการแพร่ระบาดขึ้นในประเทศไทย ด้วยเส้นทางและพรหมแดนที่ติดกันของประเทศอินเดีย เชื่อมต่อชายแดนเมียนมาและเชื่อมต่อชายแดนไทยประเทศไทย ดังนั้นมาตรการภาครัฐ ทั้งตรวจคนเข้าเมือง ด้านศุลกากร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในแต่ละพื้นที่ ที่ติดแนวตะเข็บชายแดน ต้องเตรียมพร้อมรับมือการแแพร่ระบาดของ ไวรัสโควิด-19สายพันธุ์N501Y ควบคู่ไปกับการกระจายวัคซีนให้ครอบคลุมบุคลากรทางการแพทย์และประชาชน หากภาครัฐร่วมมือภาคเอกชน ทำได้และรัดกุม การฝ่าวิกฤติโควิดรอบ3 อาจจะไม่ต้องใช้เวลานานข้ามปี จนเกิดความเสียหายในทุกมิติของสังคมไทย

ขอบคุณ : The indian express ,หมอแล็บ

เอาบ่อยู่ ล็อกดาวน์ เวียงจันทน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464431

เอาบ่อยู่ ล็อกดาวน์ เวียงจันทน์

21 เมษายน 2564 – 19:21 น.

นายกรัฐมนตรีลาว สั่งปิดเวียงจันทน์ หวั่นคุมโควิดไม่อยู่ 

++

วันที่ 21 เม.ย.2564 ท่านพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรีลาว มีคำสั่งด่วนที่สุด ล็อกดาวน์นครหลวงเวียงจันทน์ ตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. ถึง 5 พ.ค.2564 

สรุปการล็อกดาวน์เมืองหลวง ดังนี้

– ห้ามการเดินทางเข้า-ออก นครหลวงเวียงจันทน์

– หยุดการขนส่งโดยสารสาธารณะ 

– ห้ามประชาชน และคนต่างชาติที่อยู่ในลาว ออกจากบ้าน ยกเว้นออกไปซื้ออาหาร ไปหาหมอ 

– ให้ข้าราชการทำงานที่บ้าน และจัดเวรเข้าสำนักงาน 

– ห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่มผู้คนจำนวนมาก ยกเว้นงานศพ 

– ปิดสถานบันเทิง ร้านอาหาร 

– ธนาคาร ปั๊มน้ำมัน ตลาดขายอาหาร รวมถึงไฟฟ้า ประปา เปิดบริการตามปกติ 

สืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ใน สปป.ลาว เข้าสู่จุดเสี่ยงการแพร่ระบาดใหญ่ เมื่อตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด วันเดียว 28 กรณี 

เอาบ่อยู่ ล็อกดาวน์ เวียงจันทน์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ลาวติดโควิด วันเดียว 28 ราย คลัสเตอร์บันเทิง

วันที่ 20 เม.ย.2564 ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งเป็น 28 กรณี คือ นครหลวงเวียงจันทน์ 26 กรณี และแขวงจำปาสัก 2 กรณี

คณะเฉพาะกิจควบคุม ป้องกันและแก้ไขการระบาดโควิด ของลาว ได้แถลงว่า จากผู้ติดเชื้อโควิด กรณีที่ 59 นักศึกษาหญิงวัย 25 ปี ที่ได้พาคนไทย 2 คน ท่องเที่ยวไปตามสถานบันเทิง และหมู่บ้าน ในนครหลวงเวียงจันทน์ ช่วงสงกรานต์ ทางสาธารณสุขลาว ได้เก็บตัวอย่าง 294 คนมาตรวจ พบการติดเชื้อ 26 กรณี 

ผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่นั้นมาจากมาสถานบันเทิง และกิจกรรมงานบุญสงกรานต์

– ร้านนวด 3 คน

– ไดมอนด์คาราโอเกะ 2 คน

– มารีน่าไนท์คลับ 3 คน

– ร้านอาหารฟันนี่ 2 คน 

– บาร์แอนด์คาราโอเกะ 1 คน 

และผู้คนในหมู่บ้านที่กรณี 59 ไปเที่ยวช่วงสงกรานต์ 15 คน

ส่วนผู้ติดเชื้อโควิดในแขวงจำปาสัก 2 คนนั้น เป็นแรงงานลาวที่กลับจากเมืองไทย 

สิ่งที่ทางการลาวเป็นห่วงคือ คลัสเตอร์ “นักศึกษาหญิงลาว” ที่ได้สัมผัสกับคนไทย 2 คนที่ลักลอบข้ามโขง มาเที่ยวสงกรานต์เมืองลาว

เอาบ่อยู่ ล็อกดาวน์ เวียงจันทน์

ถั่งโถม “โทนี่-ทอน” รื้อระบอบประยุทธ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464390

ถั่งโถม “โทนี่-ทอน” รื้อระบอบประยุทธ์

21 เมษายน 2564 – 15:21 น.

ขาลง 3 ป. “โทนี่” ฉวยจังหวะรุกกลับ “ธนาธร” ได้ “ไอติม” มาช่วยรื้อระบอบประยุทธ์ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ถ้าเป็นสมัยก่อน บทวิเคราะห์การเมืองของ นสพ.หัวสี บางสำนัก อาจเป็นตัวชี้วัดความมั่นคงหรือง่อนแง่นของรัฐบาลได้ แต่ในสถานการณ์ “ใครก็เป็นสื่อได้” ในทุกวันนี้ นักวิเคราะห์ข่าวการเมืองระดับเทพ ถูกแย่งชิงความน่าเชื่อถือไปเยอะแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  โควิดวิกฤต แนวร่วม “โทนี่” ขยี้ประยุทธ์


ทักษิณลุยเต็มเหนี่ยว    

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของ “ระบอบ 3 ป.” อยู่ในห้วง “ขาลง” จับอาการได้จากการแก้ไขวิกฤตใหม่ระลอกใหม่ ดูมวลชนไม่ให้ความไว้วางใจเหมือนครั้งแรก เนื่องจากรัฐบาลประยุทธ์ มีแผลเหวอะหวะเต็มตัว     

เหมือนเสือได้กลิ่นเลือด “ทักษิณ ชินวัตร” ไม่รอช้า กระโจนเข้าร่วมขยี้แผล “พี่น้อง 3 ป.” เราจึงได้เห็นรายการ “ฝ่าวิกฤติโควิด” กับ Tony Woodsome ใน CARE clubhouse ที่มีการเผยแพร่ไปทุกช่องทาง ไม่ว่าแฟนเพจเฟซบุ๊กและยูทูบ    

ก่อนหน้านั้น “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ร่วมกับเวบไซต์ 101 จัดห้อง Club House พูดคุยในประเด็นสถานการณ์โควิดระลอกที่สาม     

“ธนาธร” ขยี้แผลเรื่องการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด พูดยังไงก็เข้าเป้า เพราะรัฐบาลประยุทธ์ออกอาการไปไม่เป็น ต้องดึงภาคเอกชนมาช่วยจัดหาวัคซีน     

“โทนี่” ขยับเกมรุก พร้อมกับการจัดทัพเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ทำนองเดียวกัน “ธนาธร-ปิยบุตร” ประสาน “พิธา ก้าวไกล” ลุยรื้อระบอบประยุทธ์ ด้วยการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา


ธนาธร จับมือไอติม รื้อระบอบ 3 ป.

++
หยันระบอบทหาร
++
ถ้าฟัง “โทนี่” หรือทักษิณ ชินวัตร พูดในคลับเฮาส์หนล่าสุด ช่วงตอบคำถามเรื่องการเมือง โทนี่ฟาดระบอบประยุทธ์เต็มๆ    

“การบริหารจัดการไม่ได้กระจายอำนาจให้ประชาชนจริงๆ รวมศูนย์กลางอยู่ที่นายกฯ รู้หมด ทำได้ทุกเรื่อง ถ้ารวมศูนย์ไปนานๆ ประเทศไปลำบาก ในสายตาต่างประเทศ ประเทศไทยเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีที่สร้างปรากฎการณ์ เผด็จการผงาด พม่าเลียนแบบไทย แอฟริกาเลียนแบบตาม”    

อีกตอนหนึ่ง โทนี่ดิสเครดิตกันเห็นๆ “ประยุทธ์ เป็นข้าราชการทหารมาทั้งชีวิต อยู่กับระเบียบวินัย อยู่กับการสั่งการแบบบนลงล่าง ใช้งบประมาณรัฐเป็นหลัก ไม่ใช่คนเก่งเศรษฐกิจอะไร เราต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่พูดแล้วประยุทธ์ฟัง”    

โทนี่รู้ว่า ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยชื่นชอบโครงการเราชนะ หรือคนละครึ่ง แม้จะเคยเป็น “เจ้าพ่อประชานิยม” แต่โทนี่ก็ตอบคำถามในคลับเฮ้าส์เรื่องเลือกตั้งครั้งใหม่ “ผมไม่สัญญาแจกเงิน ผมไม่ชอบการแจกเงิน”    

เมื่อถูกถามถึงผู้นำประเทศคนต่อไป จะเป็นอย่างไร? โทนี่ตอบว่า “คนไทยมีคนเก่งเยอะ แต่การเมืองแบบนี้ คนเก่งๆ ไม่ค่อยกล้าเข้ามา เกิดมาเจอ 250 ส.ว.ก็เจ๊ง คือการเมืองแบบนี้ เราจะคัดคนเก่งยาก ต้องอาศัยทหารต่อไป แต่ถ้าสมมติว่า พรรคการเมืองประชาธิปไตยเสนอคนที่มีประสบการณ์ กล้าตัดสินใจและรับฟัง จะเป็นคนที่แก้ปัญหาประเทศได้มากกว่า ไม่ต้องระบุว่าควรเป็นใคร แต่เป็นคนที่พร้อมเรียนรู้สถานการณ์ มีประสบการณ์บริหารจะแก้ปัญหาประเทศได้ เท่านั้นก็ได้หมด” 

++
รื้อระบอบ 3 ป.
++
ด้าน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล จึงจับมือ “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ ผุดกิจกรรมรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา “ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์” ในนามกลุ่ม Re-solution     

กลุ่ม Re-solution เป็นความร่วมมือกันของ 4 องค์กรคือ 1.คณะก้าวหน้า 2.พรรคก้าวไกล 3.กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า และ 4.โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์    

ดังนั้น ไอติมทำการเปลี่ยนที่อยู่และเปิดให้ส่งจดหมายเข้ามาได้ทุกช่องทาง โดยใช้บริษัทขนส่งใดก็ได้ ให้ส่งมาที่ Re-Solution สำนักงานคณะก้าวหน้า 1768 อาคารไทยซัมมิททาวเวอร์ ชั้นที่ 5 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310    

หลังจาก “ไอติม” ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ก็ตั้ง “กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า” แตะมือกับภาคประชาชน จัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ “คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” (ครช.) เมื่อปลายปี 2562    

แนวโน้มที่ “ไอติม” จะเข้าเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลมีสูงมาก เพราะล่าสุด ไอติมให้สัมภาษณ์สื่อใหญ่ว่า ไม่มีทางหวนกลับพรรคประชาธิปัตย์อีกแล้ว แม้ว่า “อภิสิทธิ์” จะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง    

การที่ “ธนาธร-ปิยบุตร” ได้หลานชาย “เดอะมาร์ค” มาร่วมงาน ก็เท่ากับว่าได้ขยายงานแนวร่วมคนรุ่นใหม่ได้อีกระดับหนึ่ง 

ลาวติดโควิด วันเดียว 28 ราย คลัสเตอร์บันเทิง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464358

ลาวติดโควิด วันเดียว 28 ราย คลัสเตอร์บันเทิง

21 เมษายน 2564 – 13:23 น.

ยอดผู้ติดเชื้อโควิดลาวพุ่ง วันเดียว 28 ราย พบต้นตอ “คลัสเตอร์บันเทิง” ที่มีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง

++
สถานการณ์โควิด-19 ใน สปป.ลาว เข้าสู่จุดเสี่ยงการแพร่ระบาดใหญ่ เมื่อตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด วันเดียว 28 กรณี ถือเป็นยอดผู้ติดเชื้อที่สูงสุดที่สุด นับแต่เกิดการระบาดโควิด-19 เมื่อปีที่แล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  โควิดไทย ลามเข้า “ลาว”

ลาวติดโควิด วันเดียว 28 ราย คลัสเตอร์บันเทิง

ทำสถิติสูงที่สุด นับแต่โควิดระบาด    

ตั้งแต่เดือน มี.ค.2563 จนถึงวันที่ 19 เม.ย.2564 สปป.ลาว พบผู้ติดเชื้อโควิด 60 กรณี และเคยมีผู้ติดเชื้อต่อวัน เฉลี่ย 2-3 กรณี แต่ สำหรับวันที่ 20 เม.ย.2564 ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งเป็น 28 กรณี คือ นครหลวงเวียงจันทน์ 26 กรณี และแขวงจำปาสัก 2 กรณี    

คณะเฉพาะกิจควบคุม ป้องกันและแก้ไขการระบาดโควิด ของลาว ได้แถลงว่า จากผู้ติดเชื้อโควิด กรณีที่ 59 นักศึกษาหญิงวัย 25 ปี ที่ได้พาคนไทย 2 คน ท่องเที่ยวไปตามสถานบันเทิง และหมู่บ้าน ในนครหลวงเวียงจันทน์ ช่วงสงกรานต์ ทางสาธารณสุขลาว ได้เก็บตัวอย่าง 294 คนมาตรวจ พบการติดเชื้อ 26 กรณี     

ผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่นั้นมาจากมาสถานบันเทิง และกิจกรรมงานบุญ แยกเป็นร้านนวด 3 คน, ไดมอนด์คลับ 2 คน, มารีน่าคลับ 3 คน, ฟันนี่คาราโอเกะ 2 คน ,ร้านอาหาร 1 คน และผู้คนในหมู่บ้านที่กรณี 59 ไปเที่ยวช่วงสงกรานต์ 15 คน    

ส่วนผู้ติดเชื้อโควิดในแขวงจำปาสัก 2 คนนั้น เป็นแรงงานลาวที่กลับจากเมืองไทย 

ลาวติดโควิด วันเดียว 28 ราย คลัสเตอร์บันเทิง

ทางการลาวแถลงข่าวโควิด ประจำวัน

++
ต้นตอคลัสเตอร์บันเทิง
++
สำหรับไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อกรณีที่ 59 เพศหญิง อายุ 25 ปี สัญชาติลาว นักศึกษา ปัจจุบัน พักอาศัยอยู่ที่บ้านโพนสะหว่าง เมืองจันทะบุลี นครหลวงเวียงจันทน์    

6 เม.ย.2564 หนุ่มไทย 2 คน ที่เป็นเพื่อนของเอื้อยฮักของนักศึกษาหญิง ลอบขี่เรือข้ามโขงจากมุกดาหาร และเข้ามาพักอยู่โรงแรมสายแพไหม 2 แขวงสะหวันนะเขต เอื้อยฮักได้พาหนุ่มไทยทั้งสอง ไปร้องเพลงที่คาราโอเกะ  สองทุ่ม ก็นั่งรถโดยสารจากสะหวันนะเขตมานครหลวงเวียงจันทน์    

7 เม.ย. ทั้งสามคน (หญิงลาวและสองหนุ่มไทย) ถึงนครหลวงเวียงจันทน์ และเข้าพักที่โรงแรมเจือง 2 เมืองจันทะบุลี โดยนักศึกษาหญิงคนนั้นได้ไปต้อนรับ    

ระหว่างวันที่ 8-12 เม.ย.2564 นักศึกษาหญิง ได้พาเอื้อยฮัก และหนุ่มไทยทั้งสอง ไปไหว้พระที่วัดสีเมือง และกินเที่ยว ทั้งร้านอาหาร คลับบาร์ คาราโอเกะ และร้านนวด      

ลาวติดโควิด วันเดียว 28 ราย คลัสเตอร์บันเทิง

ทางการสั่งปิดสถานบันเทิง ต้นตอแพร่ระบาดระลอกใหม่

13 เม.ย. ปรากฏว่า หนุ่มไทย 2 คน มีอาการไข้ ปวดเนื้อปวดตัว แต่ไม่ได้พบกับนักศึกษาหญิง
16 เม.ย. เอื้อยฮัก และคนไทย 2 คน ออกจากโรงแรม เดินทางกลับไทย โดยว่าจ้างเรือน้อยลักลอบข้ามโขงไปขึ้นฝั่งที่ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย 
17 เม.ย. นักศึกษาหญิงได้รับโทรศัพท์จากเอื้อยฮักว่าทั้งสามคน ติดเชื้อโควิด และหนึ่งในหนุ่มคนไทยนั้น มีอาการป่วยหนัก 
19 เม.ย. นักศึกษาหญิงรู้สึกไม่สบาย จึงเดินทางไปตรวจหาเชื้อโควิดที่โรงหมอมิดตะพาบ 150 เตียง ผลเป็นบวก เธอจึงถูกแยกเปลี่ยว(แยกตัวออกจากคนไข้ทั้งหมด) รักษาอาการป่วย    

กรณีที่ 59 นักศึกษาหญิงลาวคนนี้ เป็นที่โจษขานทั่วเมืองลาว กระแสโซเชียลวิพากษ์ วิจารณ์พฤติกรรมของเธออย่างมาก เพราะดูจากไทม์ไลน์ล้วนไปสถานที่บันเทิง และแหล่งที่มีกิจกรรมรื่นเริงช่วงสงกรานต์

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ ของอดีตนักเล่าข่าว “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” หลังประกาศหวนคืนจอ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464335

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ ของอดีตนักเล่าข่าว “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” หลังประกาศหวนคืนจอ

21 เมษายน 2564 – 10:39 น.

“ซินแสเข่ง” เจาะลึกผ่าดวงวิกฤติ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ตกอยู่ในดวงแตกแยก ไม่สมหวัง วุ่นวาย อยู่ในช่วงมรสุม ยังไม่ถึงเวลาปัญหายังรออยู่ พ้นคุก แต่ไม่พ้นกรรม หากคิดจะเริ่มชีวิตใหม่ปีนี้ ก็จะเจอแต่อุปสรรค เหมือนกินยาพิษเข้าไป

“ซินแสเข่ง”   วิเคราะห์เจาะลึกผ่าดวงวิกฤติ  ตกอยู่ในดวงแตกแยก  ไม่สมหวังวุ่นวายก่อให้เกิดความสับสน  ของอดีตนักเล่าข่าวช่อง  3  “สรยุทธ  สุทัศนะจินดา”   ตกดวงปีปะทะ  แตกแยกวุ่นวาย   อยู่ในช่วงมรสุม  ยังไม่ถึงเวลาปัญหายังรออยู่   เหมือนบ่วงไม่พ้นคอ  พ้นคุก  แต่ไม่พ้นกรรม  รอบอายุเข้าเคราะห์ที่จะต้องเจอปัญหาความขัดแย้ง ตลอดทั้งปี  หากคิดจะเริ่มชีวิตใหม่ในปีนี้  ก็จะเจอแต่อุปสรรค  เหมือนกินยาพิษเข้าไป หลังจากช่อง  3  ประกาศอย่างเป็นทางการ  กับการกลับมาของนักเล่าข่าวฉาว

“ซินแสเข่ง”   อ.ชนม์ทรรศน์   ฤทัยผ่อง   ผู้อำนวยการสถาบัน  โหราศาสตร์  พยากรณ์  แห่งประเทศไทย  วิเคราะห์เจาะลึกผ่าดวง  “สรยุทธ   สุทัศนะจินดา”  ถึงดวงชะตาที่ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องทำอะไรอยู่ในช่วงจังหวะ  ที่ยังอยู่ในมรสุมชีวิต  ถึงได้รับการปล่อยตัว  พ้นคุก  แต่ไม่พ้นกรรม  เพราะยังอยู่ในช่วงของปีปะทะ  แตกแยก  วุ่นวายสับสน  ก่อให้เกิดเคราะห์กรรม  หากจะให้ราบรื่นต้องรอเวลา  และ จังหวะ  ใน ปี  2565   ถึงจะมีดวงที่จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่มั่นคงมากกว่า  เพราะช่วงจังหวะปีนี้ดวงเปลี่ยนเพียงแค่  30  %  เท่านั้น  แต่อีก  70  %  ยังเป็นลบ  เส้นทางชีวิตในช่วงระหว่างปี  2564  ยังไม่ราบรื่นเท่าที่ควร  หากมีการเปลี่ยนแปลง  ก็เหมือนกินยาพิษเข้าไปมีแต่รอวันล่มสลายของชีวิตอีกครั้ง  หลังได้รับอภัยโทษ  และได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ  ในคดีโกงเงินค่าเวลาของรัฐกว่า  138  ล้านบาท และได้รับเชิญเข้าเป็นหัวหน้าทีมข่าวช่อง 3  อย่างเป็นทางการเเปิดตัวเป็นที่เรียบร้อย  ในขณะเดียวกันเช้าวันที่  20 เมษายน  2564  นายศรีสุวรรณ  จรรยา  ก็ได้ประกาศยื่นเอกสารให้ทางฝ่าย  กสทช. ได้พิจารณาทบทวนถึงพฤติกรรมของคุณสรยุทธ  ที่เคยต้องหาในคดีโกงเงินค่าเวลาของรัฐ  ว่า  เป็นการผิดจริยธรรมของผู้ที่ทำหน้าที่  คนอ่านข่าวช่อง  3  หรือไม่

“ซินแสเข่ง”  กล่าวเพิ่มเติมว่า  ช่วงจังหวะของคุณสรยุทธ  ดวงเปลี่ยนเสริมชีวิตแค่ 30 %  แตปัญหาที่จะเจอ  70 % จังหวะชีวิตคนเราที่มีความแตกต่างกัน  ถ้าหากต้องการความมั่นคงของชีวิต  ควรให้โอกาสและเวลากับชีวิตของตน  หรือควรดูฤกษ์ผานาที  อย่าพยายามที่จะเปลี่ยนลำเรือในขณะที่เรือกำลังเจอมรสุมอยู่กลางทะเล  เพราะอาจจะทำให้ตกทะเลได้เหมือนกัน

"ซินแสเข่ง"  ผ่าดวงวิกฤติ ของอดีตนักเล่าข่าว "สรยุทธ  สุทัศนะจินดา" หลังประกาศหวนคืนจอ