ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ หวั่นสงกรานต์เดือด บ้านเมืองจะเข้ากลียุค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462640

ซินแสเข่ง  ผ่าดวงวิกฤติ  หวั่นสงกรานต์เดือด บ้านเมืองจะเข้ากลียุค 

1 เมษายน 2564 – 08:57 น.

ซินแสเข่งผ่าดวงวิกฤติหวั่นสงกรานต์เดือดนางสงกรานต์ปีนี้นาม”นางรากษส”ทรงหลังหมูเตือนโรคระบาดคนเจ็บไข้ได้ป่วยบ้านเมืองจะเข้ากลียุคจะก่อเหตุปั่นป่วนเตือนเจ้าเมืองต้องบวงสรวงศาลหลักเมืองด้วยหัวหมูและเครื่องถวายบายศรีขอขมาเพื่อสยบวรวาหะ(สุกร)

ซินแสเข่ง  ผ่าดวงวิกฤติ  หวั่นสงกรานต์เดือด  ข้าวธัญญาหารจะน้อย   เศรษฐกิจจะทรุดตัว  ประชาชนจะใจร้อน  ระวังเตือนภัยพิบัติ   อุทกภัย  วาตภัยจะซ้ำเติม  อีกทั้งดาวพระเคราะห์  ดาวมฤตยู  ยังทับดวงเมือง  หวั่นปะทะ  เมษาเดือนแห่งมังกร   หวังคนองน้ำเจอแล้งจัด  ความร้อนระอุ  ในเดือนจะวุ่นวาย  นางสงกรานต์ปีนี้  นาม  “นางรากษส  ทรงหลังหมู”  เตือนโรคระบาดคนเจ็บไข้ได้ป่วยจะระบาดทั่ว  คนจะล้มตาย  บ้านเมืองจะเข้ากลียุค  จะก่อเหตุปั่นป่วน  สร้างความขัดแย้งก่อการกบฏ  จราจล  เตือนเจ้าเมืองต้องบวงสรวงศาลหลักเมือง  ด้วยหัวหมู  และเครื่องถวายบายศรีขอขมา  เพื่อสยบวรวาหะ (สุกร)

ซินแสเข่ง  ผ่าดวงวิกฤติ  หวั่นสงกรานต์เดือด บ้านเมืองจะเข้ากลียุค 

ซินแสเข่ง  อ.ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง   ผู้อำนวยการ  สถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์  แห่งประเทศไทย  จับยามวิกฤติบ้านเมือง  ตามประกาศประฏิทินหลวง  ประกาศสงกรานต์  ประจำปี  2564  ปีฉลู  ธาตุดิน  ตามหลักของโหราศาสตร์ไทย  ( เป็นมนุษย์ผู้ชาย  ธาตุดิน )  แต่หลักของดวงจีนจะเป็นปี ฉลู  ธาตุทอง  ตรีศุก  จุลศักราช  1383  และนางสงกรานต์ปีนี้นามว่า  “นางรากษส  เทวี”  ทรงพาหุรัดดอกบัวหลวง  พระหัตขวาทรงตรีศูล   พรุหัตซ้ายทรงธนูศร  เสด็จมาบนหลัง  วรวาระ (สุกร)  ดุมาก  เตือนภัยให้ระวังภัยโรคระบาดรุนแรง  คนเจ็บไข้ได้ป่วย   ล้มหายตายจาก  ประกอบกับ  ปัญหาความขัดแย้ง  จากพระหัตขวาทรงตรีศูล  

จากการกระทำของคนในบ้านเมืองที่จะสร้างความแตกแยก  ให้เกิดขึ้น  ถึงใบหน้าของนางรากษส  จะสวยงาม  ส่งผลให้เป็นยุคของสตรีเพศที่จะเข้ามาบริหารบ้านเมือง  หรือรับตำแหน่งหน้าที่ในการบริหารงานราชการมากขึ้น  จากภาวะของบ้านเมืองที่จะให้เกิดน้ำมาแรงและมามากจากพญานาค  6  ตัว  ที่มาให้น้ำ  จึงทำให้เกิดอุทกภัย  วาตะภัย  ภัยพิบัติ  ที่จะเกิดขึ้น  ทำให้ข้าวยากหมากแพง  เกณท์ธัญญาหารกันดารอาหารบ้านเมืองจะวิบัติฉิบหายให้ประชาชนใจร้อน  จนเกิดการปะทะกันเกิดขึ้น

อีกทั้งดาวพระเคราะห์  และดาวมฤตยู  ที่ก่อเหตุให้บ้านเมืองเจอวิกฤติปัญหาของบ้านเมือง  ตลอดจนประเทศเพื่อนบ้านที่ยังคงความรุนแรงมากขึ้น  แต่ก็เชื่อว่าประเทศไทย  ตามดวงราศีแล้วจะคลี่คลาย  ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติมว่า  ปัญหากระทบหลายด้านทั้งดวงผู้นำที่ต้องเผชิญปัญหา  ทั้งวิกฤติจากดวงดาวที่ทำให้เกิดวิกฤติต่างๆ  ทำให้คนไม่อยู่ในกฏเกณท์  นอกลู่  ดันทุรังดื้อดึง   จิตวิตถาร  แหกกฎก้าวร้าว  ก่อให้เกิดการกบฏ  จราจล  สร้างปัญหาทุจริต  ทรยศ  และก่อให้เกิดการหักหลัง

ซินแสเข่ง  กล่าวถึงการแก้ไข  วิกฤติ  เภทภัยต่างๆ  หรือกลียุค  ที่เกิดจากการกระทำลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมือง  ที่จะก่อความหายนะให้เกิดขึ้น  และจากที่กระทำของกลุ่มไม่หวังดี  ให้ดวงเมืองที่ถูกกระทำลบหลู่ทำให้เกิดอัปมงคล  สงกรานต์นี้ควรจะต้องมีพิธีบวงสรวง  ด้วยหัวสุกร  ตลอดจนเครื่องถวาย  เพื่อขอขมา  หนักจะได้เป็นเบาเรื่องเล็กน้อย  ก็จะไม่เกิด  ทำให้บ้านเมืองดวงเมืองดวงประเทศบังเกิดความเป็นมงคลตลอดไป

จับโป๊ะ 15 ทต. ก้าวหน้าเอฟซี ‘ทอน’ มั่ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462612

จับโป๊ะ15 ทต.ก้าวหน้าเอฟซี ‘ทอน’ มั่ว

31 มีนาคม 2564 – 16:56 น.

ปล่อยให้อึมครึม ข่าวลือก้าวหน้าชนะ 15 เทศบาล ตรวจสอบแล้ว พบแค่ 10 เทศบาลที่ผู้สมัครก้าวหน้าชนะ

++
    เนื่องจากคณะก้าวหน้า ไม่ชี้ชัดกรณีผลการเลือกตั้งเทศบาลว่า ชนะกี่เทศบาล ที่ไหนบ้าง เพียงแต่แถลงไว้กว้างๆว่า “คณะก้าวหน้าขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากประชาชน ที่ออกมาเลือกทีมเทศบาลคณะก้าวหน้าทั่วประเทศ ปลายปากกาของท่านได้เปิดโอกาสให้นักการเมืองที่มีความตั้งใจ มีวิสัยทัศน์ ได้เข้าไปใช้ความสามารถพัฒนาบ้านเกิดของตัวเองในกว่า 10 ท้องถิ่น”

จับโป๊ะ15 ทต.ก้าวหน้าเอฟซี 'ทอน' มั่ว

ควันหลงศึกเทศบาล
    ในคำว่า “กว่า 10 ท้องถิ่น” ทำให้เอฟซีคณะก้าวหน้า นำเสนอรายงานผลเลือกตั้งที่คณะก้าวหน้าชนะในระดับ “เทศบาลตำบล” (ทต.) 15 แห่ง เผยแพร่ในสื่อโซเชียล และมีสำนักข่าวใหญ่ได้นำไปเสนอเป็นข่าวว่า “ก้าวหน้าชนะ 15 เทศบาล” ประกอบด้วย
    มุกดาหาร ทต.โพนทราย, ทต.หนองแคน ร้อยเอ็ด ทต.อาจสามารถ, ทต.ตำบลดงสิงห์, ทต.ขวาว
    อุดรธานี ทต.ศรีธาตุ, ทต.บ้านยวด, ทต.ปะโค หนองบัวลำภู ทต.บ้านโคก, ทต.เก่ากลอยอำนาจเจริญ ทต.นาป่าแซง
    ลำพูน ทต.เหมืองจี้, ทต.ทากาศ , ทต.ป่าสัก สมุทรปราการ ทต.ด่านสำโรง รวมแล้วเป็นเทศบาลตำบล(ทต.) 15 แห่ง 
    เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว พบว่า เทศบาลตำบล (ทต.) ที่อ้างถึงข้างต้นนี้ มีผู้สมัครนายกเทศมนตรีในนามก้าวหน้า ชนะเลือกตั้ง10 แห่ง และที่เหลืออีก 5 แห่งนั้น สังกัดกลุ่มอื่น

จับโป๊ะ15 ทต.ก้าวหน้าเอฟซี 'ทอน' มั่ว

มีเอฟซีก้าวหน้า ทำรายงานผลเลือกตั้ง ตรวจสอบแล้วผิดพลาดเยอะ 

++
มุกดาหาร 1 เทศบาล
++
    บรรจง ไชยเพชร ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลหนองแคน อ.ดงหลวง ในนามคณะก้าวหน้า ซึ่งบรรจงเคยเป็นผู้สมัคร ส.ส.มุกดาหาร เขต 2 พรรคเสรีรวมไทย
    ส่วน ทองออน สิงห์สุ ว่านายกเทศมนตรีตำบลโพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร ที่ถูกระบุว่าสังกัดคณะก้าวหน้า แท้จริงแล้ว เขาลงสมัครในนามทีมพัฒนาบ้านเกิด เพียงแต่เครือญาติของทองออน เป็นหัวคะแนนพรรคก้าวไกล
++
ร้อยเอ็ด 2 เทศบาล
++
    คณะก้าวหน้า ร้อยเอ็ด ส่งผู้สมัครนายกเทศมนตรี 1 เทศบาลเมือง 8 เทศบาล ผลเลือกตั้งปรากฏว่า ผู้สมัครนายกเทศมนตรีของคณะก้าวหน้าได้รับเลือกตั้ง 2 แห่ง
    ทวีสิทธิ์ มนตรีชน ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลดงสิงห์ อ.จังหาร และเทพพร จำปานวน ว่าที่นายกเทศมนตรีอาจสามารถ อ.อาจสามารถ 
    ส่วน สถาพร รอเสนา ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลขวาว อ.เสลภูมิ ไม่เกี่ยวข้องกับคณะก้าวหน้า ซึ่งสมัยที่แล้ว สถาพรเป็นนายกเทศมนตรีตำบลขวาว
++
อุดรธานี 3 เทศบาล
++
    คณะก้าวหน้า อุดรธานี ส่งสมัครนายกเทศมนตรี ทั้งเทศบาลนคร เทศบาลเมืองและเทศบาลตำบล มี 3 เทศบาล คณะก้าวหน้าได้รับชัยชนะ แต่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ไม่เคยแวะไปหาเสียงช่วยเลย
    ถาวร นันทะแสง ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลศรีธาตุ อ.ศรีธาตุ ซึ่งชาวบ้านรู้จักกันดีในนามเสี่ยถา พ่อค้าพืชผลการเกษตร
    ทองคูณ ยางขัน ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลบ้านยวด อ.สร้างคอม และแก้ว เศวตวงศ์ ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลปะโค อ.กุดจับ
++
หนองบัวลำภู 1 เทศบาล
++
    คณะก้าวหน้า หนองบัวลำภู ส่งหลายเทศบาล แต่ได้รับเลือกตั้ง 1 แห่ง คือ ชัยวัฒน์ ดาวเรือง ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลบ้านโคก อ.สุวรรณคูหา
    ส่วน จิรศักดิ์ วิชัย ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลเก่ากลอย ไม่เกี่ยวข้องกับคณะก้าวหน้า

++
อำนาจเจริญ 1 เทศบาล
++
    ประจิณ สีทิม ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลนาป่าแซง อ.ปทุมราชวงษา ในนามคณะก้าว ซึ่งประจิณ เคยเป็น ส.ท.สมัยที่แล้ว และเป็นมือทำงานการเมืองของชัยศรี กีฬา อดีต ส.ส.อำนาจเจริญ 
++
ลำพูน 1 เทศบาล
++
    คณะก้าวหน้า ลำพูน ได้ส่งผู้สมัครนายกเทศมนตรีหลายแห่ง แต่ได้รับเลือกตั้งคนเดียวคือ พ.ต.ชนินทร พุฒิเศรษฐ์ ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลเหมืองจี้ อ.เมืองลำพูน 
    ส่วน พ.อ.คะนอง กันทะสัก ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลป่าสัก กลุ่มพลังตำบลป่าสัก ไม่เกี่ยวข้องกับคณะก้าวหน้า และบัญญัติ กิติกาศ ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลทากาศ อ.แม่ทา
++
สมุทรปราการ 1 เทศบาล
++
    สมพงษ์ วีรชาติวัฒนา ว่าที่นายกเทศมนตรีด่านสำโรง ซึ่งเป็นพี่ชายของสรชา วีรชาติวัฒนา อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ พรรคประชาธิปัตย์

“เก้าอี้” ร้าว “บอล” ร่วง สามมิตรสั่นไหว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462567

“เก้าอี้”  ร้าว “บอล” ร่วง สามมิตรสั่นไหว

31 มีนาคม 2564 – 10:53 น.

เอายังไงดี “สมศักดิ์”สายสามมิตร ทีมบอลตกชั้น เก้าอี้เลขาธิการพรรคก็ถูกเขย่า

++
ปิดฤดูไทยลีก 2020 ไปแล้ว ปรากฏว่า ไทยลีก 1 ทีมสุโขทัย เอฟซี พ่ายนัดสุดท้ายแก่ทีมสุพรรณบุรี เอฟซี ตกชั้นไปเล่นไทยลีก 2 เป็นที่เรียบร้อย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ชะตา “2 ส.” น้ำยมมีขึ้นมีลง “สมศักดิ์”นอนไม่หลับl

"เก้าอี้"  ร้าว "บอล" ร่วง สามมิตรสั่นไหว

สมศักดิ์ เจ๊เป้า ผู้สร้างทีมสุโขทัย เอฟซี

สรุปว่า สโมสรฟุตบอลอาชีพสายสามมิตร หรือสายวังน้ำยม เหลือรอดเล่นในไทยลีก 1 เพียงทีมเดียวคือ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ของ ส.ส.บุญยิ่ง นิติกาญจนา ส่วนสุโขทัย เอฟซี ของสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็ไปเล่นในไทยลีก 2 ร่วมกับชัยนาท ฮอร์นบิล ของอนุชา นาคาศัย     

“..วันนี้เราพลาด ในฐานะประธานสโมสรพูดไม่ออกบอกไม่ถูก มันช็อกและชาชั่วขณะ  คิดได้ว่าไม่มีประโยชน์อันใดที่จะหาจำเลย เพื่อตอกย้ำซ้ำเติมความผิดหวัง ความเศร้าเสียใจให้ทรุดหนักยิ่งขึ้น  แต่เราต้องลุกขึ้นให้เร็วเพื่อนั่ง ยืน และก้าวอย่างระมัดระวังต่อไป”    

นี่คือถ้อยแถลงของ “เจ๊เป้า” อนงค์วรรณ เทพสุทิน ประธานสโมสรฟุตบอลสุโขทัย เอฟซี    

สิบกว่าปีมานี้ สมศักดิ์ เทพสุทิน และอนุชา นาคาศัย ได้ใช้เวลาและทุนทรัพย์ทุ่มเทสร้างทีมลูกหนัง จากลีกภูมิภาคจนเลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดของประเทศ แต่ช่วงที่ทั้งสองหวนคืนสู่สังเวียนการเมือง ก็ไม่มีเวลาไปดูแลทีมบอล     

สุดท้าย ทีมค้างคาวไฟ และทีมนกใหญ่ต้องเล่นไทยลีก 2 ไปอีกหนึ่งฤดูกาล รอลุ้นปีหน้าว่าทีมไหนจะเลื่อนชั้นกลับมาไทยลีก 1 ได้หรือไม่?

"เก้าอี้"  ร้าว "บอล" ร่วง สามมิตรสั่นไหว

เสี่ยแฮงก์ ทีมชัยนาท ฮอร์นบิล

++
วังน้ำยมยุค 2
++
ช่วงหลังเลือกตั้ง 2562 ดูเหมือนว่า “กลุ่มสามมิตร” นำโดย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ,สมศักดิ์ เทพสุทิน และอนุชา นาคาศัย จะเป็นมุ้งใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐ แต่เวลาผ่านไป ได้เกิดมุ้งใหม่ๆ มีศักยภาพมากพอที่จะ “ดูด” กลุ่ม ส.ส.นกแล ไปอยู่ในสังกัด ทำให้กลุ่มสามมิตร ตกอยู่ในสถานะ “มุ้ง SME”    

ปีที่แล้ว มีการปรับโครงสร้างพรรคพลังประชารัฐ หลังสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ 4 กุมาร ออกจากพรรคไป อนุชา นาคาศัย ได้เลื่อนชั้นเป็นเลขาธิการพรรค ดูเหมือนจะเป็นคุณแก่กลุ่มสามมิตร ผ่านไปไม่ถึงปี เก้าอี้เลขาธิการพรรคของ “เสี่ยแฮงก์” เจอแรงเขย่าเข้าให้แล้ว    

นักข่าวสายการเมืองได้กลิ่นการเปลี่ยนแปลงภายในพรรค จึงพยามเอาไมค์ไปจ่อปากแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่มีใครให้คำตอบที่ชัดเจนได้    

อย่างสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ก็เจอคำถามเรื่องการเปลี่ยนตัวอนุชาออกจากเลขาธิการพรรค เสี่ยสมศักดิ์ตอบทีเล่นทีจริงว่า “เปลี่ยนแล้วให้ผมเป็นแทนใช่ไหม”     

เมื่อนักข่าวไปถาม “ลุงป้อม” ก็เกิดน็อตหลุด ดังที่เป็นข่าวใหญ่ไปในช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งท่าทีของหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ถูกตีความกันไปมากมาย 

"เก้าอี้"  ร้าว "บอล" ร่วง สามมิตรสั่นไหว

สันติ พร้อมพัฒน์

++
กลุ่มมะขามหวาน
++
ความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ เป็นเรื่องปกติของ “พรรครวมดาว” ไล่กลับไปอ่านประวัติศาสตร์การเมืองไทย การจัดตั้งพรรคการเมืองแบบร้อยพ่อพันแม่ ก็จะเจอปัญหาแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในพรรค    

ยิ่งพรรคพลังประชารัฐ เปรียบเสมือนทีมฟุตบอล “3 ป.ยูไนเต็ด” ที่มีตัวผู้เล่นถูกซื้อตัวมาจากทีมดังๆ ไม่ใช่นักเตะจากอะคาเดมี ก็โอกาสทะเลาะเบาะแว้งมีสูงยิ่ง    

เวลานี้ “กลุ่ม 3 ช.” ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ กำลังผงาดในพรรคพลังประชารัฐ ตีคู่มากับ “กลุ่มสันติ” จึงมีข่าวว่า สองก๊กนี้ผนึกกำลังกันเขย่าเก้าอี้เลขาธิการพรรคของเสี่ยแฮงก์    

“สันติ พร้อมพัฒน์” รมช.คลัง หัวหน้าก๊กมะขามหวาน อยากได้ตำแหน่งเลขาธิการพรรค มาแต่คราวที่แล้ว แต่หวยไปออกเสี่ยแฮงก์ จึงได้แค่ตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ควบผู้อำนวยการพรรค    

คนการเมืองแบบ “สันติ” โลว์โปรไฟล์ ไม่ค่อนให้สัมภาษณ์สื่อ แต่ “พวกเยอะ” เพราะใจถึง พึ่งได้ มาแต่สมัยพรรคความหวังใหม่ และพรรคพลังประชาชน จึงไม่แปลกที่เขาจะยกอาคารรัชดาวัน ตรงข้ามศาลอาญารัชดา ให้เป็นรังใหม่ของ พปชร.     

ดังที่ทราบกัน พรรค พปชร. เป็นแหล่งรวมอดีต ส.ส.พรรคการเมืองเครือข่ายทักษิณ เกือบครึ่งพรรค สันติจึงต่อสายได้ แถมทะลวงไปถึง ส.ส.เพื่อไทย อีกหลายก๊วนที่สามารถชักชวนให้มารับจ็อบได้เป็นคราวๆไป     

ด้วยเหตุนี้ กลุ่มสันติหรือกลุ่มมะขามหวาน จึงเติบใหญ่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่กลุ่มสามมิตร กลับถดถอย    

เมษาหน้าแล้ง..รอดูสงครามการเมืองภายในพรรคลุงป้อม งานนี้ คงไม่มีใครยอมใคร

แฉเบื้องลึก “ทักษิณ” “ตู่-เต้น” ปลุกแดงเผาเมืองคืนชีพ ขับไล่ “พล.อ.ประยุทธ์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462562

แฉเบื้องลึก “ทักษิณ” “ตู่-เต้น” ปลุกแดงเผาเมืองคืนชีพ ขับไล่”พล.อ.ประยุทธ์” 

31 มีนาคม 2564 – 10:23 น.

แฉเบื้องลึก “ทักษิณ” “ตู่-เต้น” ปลุกแดงเผาเมืองคืนชีพ ขับไล่”พล.อ.ประยุทธ์”  คอลัมน์…  วิเคราะห์การเมืองร้อน   

“จตุพร พรหมพันธุ์” แกนนำ นปช.หลังออกจากคุก ก็สงบเสงี่ยมเจียมตัว เพราะว่าได้รับเงื่อนไขที่พอใจว่าให้ยุติการเคลื่อนไหวทางการเมือง 

“จตุพร” ได้เงื่อนไขบางอย่างมา เพื่อปลุกปั้น “พีซ ทีวี” อันเสมือนเป็นหัวใจของจตุพร เพื่อใช้ในการสื่อสารและเคลื่อนไหวกับสมาชิกที่ยังมีเครดิตอยู่ 

แต่อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ จตุพร ทำผิดเงื่อนไขราคาแพง ด้วยการออกมาป่าวประกาศเพื่อขับไล่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี 

จตุพร คงไม่กลัวว่าจะมีใครกล้าเอาความจริงออกมาโพทะนาว่ามีข้อตกลงลับอะไรกับจตุพร ในวันที่สนทนากันในเรือนจำ   

แน่นอนว่าการที่จตุพร หันเป้ามาถล่ม พล.อ.ประยุทธ์ นั้น ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า มีจังหวะก้าวเดียวกันกับ “ทักษิณ ชินวัตร” นายเก่าที่กลับมามีบทบาทในการสื่อสารผ่าน คลับเฮ้าส์ แอพฯดัง ที่มาในนาม “โทนี่ วูดซัม” และมาแบบถี่มากทีเดียว  

จะว่าไป หลายคนคงวิเคราะห์กันว่า เวลา 7 ปีอาจจะสุกงอมมากพอที่จะได้แนวร่วมออกมาขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ เนื่องจากมองว่า ม็อบเด็ก เดินผิดทางเพราะหันเป้าใส่ สถาบันเบื้องสูง  

ทักษิณ มีบทเรียนจากการถูกยึดอำนาจเมื่อปี2549 นั้นเพราะว่ามีสถาการณ์บางอย่างที่ ทักษิณ หันเป้าไปที่สถาบัน จึงพบกับความพ่ายแพ้ “ทักษิณ” เป็นคนฉลาดย่อมรู้ดีว่า การที่ “ธนาธร” ก็ดี  “ปิยบุตร”  ก็ดี “พรรณิการ์”  ก็ดี พุ้งเป้าไปที่การปฏิรูปสถาบัน นั้น ไม่มีทางทำสำเร็จ  

ฉะนั้นสิ่งที่ “ทักษิณ”  พูดเอาไว้ใน คลับเฮ้าส์ เรื่องเมสเสท นั้นก็คือข้อเรียกร้องต้องชัดเจน ไม่คลุมเครือ และที่สำคัญต้องหยุดอยู่แค่การเมืองคือรัฐธรรมนูญและรัฐบาลเท่านั้น จึงจะได้รับการสนับสนุน 
เฉกเช่นนี้ เลยทำให้ “จตุพร”  ออกมาเคลื่อนไหวอย่างหนัก ในวันที่กระแสของม็อบราษฎรเริ่มซาลงและมีจำนวนคนไปร่วมม็อบน้อยลง ประกอบกับ “เต้น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ”  ได้รับอิสรภาพแล้ว มันจึงเป็นจังหวะก้าวที่สอดรับกัน  

แน่นอนว่า “ทักษิณ” ยังมีความแค้นต่อ “พล.อ.ประยุทธ์” เพราะไปยึดอำนาจน้องสาวคือ “ยิ่งลักษณ์” ดังนั้นต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอา “พล.อ.ประยุทธ์” ลงจากอำนาจ  

ขณะที่นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า การออกมาตั้งพรรคไทยสร้างไทยของ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์”  อาจเป็นแผนของทักษิณ ไม่ใช่เพราะเพื่อไทยแตกแยกกันเอง 
เป็นการแบ่งงานทำกันโดยให้คนใกล้ชิดอย่าง ภูมิธรรม เวชยชัย , นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นคนคุมเกมในเพื่อไทย ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ ไปคุมพรรคไทยสร้างไทย  

ในเกมการเมืองของ “ทักษิณ” จึงคู่ขนาดทั้งการเมืองในสภาและการเมืองนอกสภา ทำแบบเดียวกับปี2553  เลย แต่ว่าครั้งนี้  “ทักษิณ” จะทำสำเร็จหรือไม่ ต้องติดตามวันที่ 4 เมษายน ว่าเสื้อแดงจะถูกกดปุ่มให้มาขับไล่ “พล.อ.ประยุทธ์” เท่าไหร่  

แต่ที่แน่ๆ “จตุพร” และ “ณัฐวุฒิ” ก็ยังรับใช้ทักษิณเคลื่อนไหวไม่เปลี่ยนแปลง. 

7 ปีที่รอ “เอกพจน์” มาแล้ว คว่ำเด็ก “บิ๊กแจ๊ส” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462482

7 ปีที่รอ “เอกพจน์” มาแล้ว คว่ำเด็ก “บิ๊กแจ๊ส”

30 มีนาคม 2564 – 14:34 น.

ลูกทุ่งเสียงทองมาแล้ว “เอกพจน์” ขวัญใจสายคลอง ผงาดนายกเล็กเมืองคลองหลวง 

++
นับแต่ “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เถลิงอำนาจขึ้นเป็นนายก อบจ.ปทุมธานี บารมีแผ่กระจายไปทุกหย่อมหญ้า 

ปริมณฑลกรุงเทพฯ อย่างปทุมธานี ได้ผ่านยุค “บ้านใหญ่หาญสวัสดิ์” ไปเรียบร้อยแล้ว ยังเหลือแต่ “บ้านใหญ่ลุงชาญ” จะกลับมาได้หรือไม่?    

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “ดร.โบว์ลิ่ง” ลูกชายบิ๊กแจ๊ส คว่ำแชม์เก่าแบบฉิวเฉียดคว้าเก้าอี้เทศมนตรีนครรังสิต

7 ปีที่รอ "เอกพจน์" มาแล้ว คว่ำเด็ก "บิ๊กแจ๊ส"

เอกพจน์ กลับมาเป็นนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง

ผลการเลือกตั้งเทศบาลทั่วปทุมธานี สะท้อนพลังอำนาจท้องถิ่นยังไม่เทไปฝั่ง “บิ๊กแจ๊ส” เสียทั้งหมด แม้เทศบาลนครรังสิต ร.ต.อ.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง ลูกชาย “บิ๊กแจ๊ส” เอาเบียดเอาชนะ เดชา กลิ่นกุสุม อดีตนายกฯ ผูกขาดหลายสมัย แค่ 5 คะแนน สร้างปรากฏการณ์ “ล้มช้าง” สะเทือนไปทั้งทุ่งรังสิต    

แต่สนามเทศบาลเมืองคลองหลวง “ผู้การป๋อง” พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุพรศรี  อดีตผู้บังคับการกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ในนามกลุ่มคนรักปทุมของบิ๊กแจ๊ส พ่าย “เอกพจน์ ปานแย้ม” อดีต ส.ส.ปทุมธานี สังกัดกลุ่มเพื่อนเอกพจน์    

เอกพจน์ ปานแย้ม หรือ เอกพจน์ วงศ์นาค หายหน้าไปจากการเมืองระดับชาตินานหลายปี หลังหายป่วย ก็ลงเล่นการเมืองท้องถิ่น และได้รับคะแนนไว้วางใจจากคนสายคลอง 1.5 หมื่นคะแนน ก้าวขึ้นเป็นนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง    

แทบไม่น่าเชื่อ แม้จะห่างหายเวทีการเมืองไปนาน แต่คนคลองหลวงก็ให้การต้อนรับเอกพจน์อย่างอบอุ่น สมกับเป็นขวัญใจชาวบ้านสายคลอง 

7 ปีที่รอ "เอกพจน์" มาแล้ว คว่ำเด็ก "บิ๊กแจ๊ส"

++
สงครามสายคลอง
++
สมัยที่แล้ว นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ทีมงานของ ชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายก อบจ.ปทุมธานี ได้บริหารเทศบาล แต่สะดุดปัญหาการทำงาน เลยต้องถอยออกไป    

“กำนันสมศักดิ์” หรือ สมศักดิ์ ใจแคล้ว อดีต ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ถือว่าเป็น “บ้านใหญ่คลองหลวง” และมีความใกล้ชิดกับวัดพระธรรมกาย    

เลือกตั้ง 2562 กำนันสมศักดิ์พ่ายกระแสธนาธร เพราะคนธรรมกายส่วนหนึ่งเทคะแนนให้พรรคสีส้ม ทำให้ อนาวิล รัตนสถาพร ได้เป็น ส.ส. แต่ตอนหลังย้ายจากพรรคอนาคตใหม่ ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย    

“เอกพจน์ ปานแย้ม” ตั้งเป้าลงสมัครนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง จึงออกงานในนามกลุ่มเพื่อนเอกพจน์ ไม่มีพรรค ไม่ยุ่งการเมืองใหญ่ เน้นเรื่องท้องถิ่นอย่างเดียว เอกพจน์จึงทำแนวร่วมกับทุกพรรค ไม่ว่าจะเป็นอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี หรือสมศักดิ์ ใจแคล้ว อดีต ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย 

7 ปีที่รอ "เอกพจน์" มาแล้ว คว่ำเด็ก "บิ๊กแจ๊ส"

ผู้การป๋อง สายบิ๊กแจ๊ส พ่ายนักร้องเสียงทอง

++
ลูกทุ่งเสียงทอง
++
ปี 2558 เอกพจน์ ปานแย้ม ให้สัมภาษณ์สื่อเป็นครั้งแรก หลังร่างกายแข็งแรงขึ้นหลังป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง     

“เอกพจน์” เจ้าของเพลงดัง “ทหารเกณฑ์คนจน” คือนักร้องลูกทุ่งที่เข้าสู่วงการเมือง และประสบความสำเร็จมากที่สุดในประเทศไทย เพราะเป็น ส.ส.ปทุมธานี 4 สมัย    

เลือกตั้งปี 2539  “เอกพจน์” ลงสมัครรับเลือกตั้ง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ จ.ปทุมธานีบ้านเกิด โดยชนะชูชีพ หาญสวัสดิ์ ส.ส.เก่าเจ้าของพื้นที่ยาวนาน ทำให้เอกพจน์ได้กลายมาเป็นนักร้องลูกทุ่งคนแรกที่ได้เป็นผู้แทนฯ    

จากนั้น เอกพจน์ก็ลงสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อตัวเดิม ก่อนจะย้ายไปพรรคชาติไทย ซึ่งได้รับการเลือกตั้งอีก และปี 2551 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคชาติไทย ซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมืองปี 2551    

สาเหตุที่เอกพจน์ได้เป็นผู้แทนฯ นั้น มีความแตกต่างจากนักร้องลูกทุ่งคนอื่น ตรงที่ตระกูล “ปานแย้ม” เป็นนักการเมืองท้องถิ่นใน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงทำให้มีฐานเสียงที่แน่ชัด    

ประกอบกับ “กระแสพรรค ปชป.” ในพื้นที่ปทุมธานี ช่วงปี 2539-2548 ยังดีอยู่ โดยเฉพาะ อ.เมืองปทุมธานี และ อ.คลองหลวง จึงส่งผลให้เอกพจน์เอาชนะตระกูลการเมืองผูกขาด “หาญสวัสดิ์” ไปได้    

หลังกระแสความนิยมในพรรคเพื่อไทยมาแรง “เอกพจน์” ก็หลบไปรักษาตัวอยู่หลายปี กระทั่งเลือกตั้งปี 2562 เอกพจน์ก็ตัดสินใจไม่ลงสมัคร ส.ส. เพราะประเมินแล้ว ปทุมธานีมีความผันผวนค่อนข้างสูง ระหว่างกระแสทักษิณ และกระแสอนาคตใหม่    

เอกพจน์จึงเบนเข็มไปเล่นการเมืองท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายอยู่เทศบาลเมืองคลองหลวง ซึ่งทุกวันนี้ คลองหลวงไม่ใช่บ้านนอกบ้านนา เป็นย่านอุตสาหกรรม และตลาดขายส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุด 

แล้วเป็นไง “ช่อ” มาช่วยบทเรียน 78 คะแนน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462467

แล้วเป็นไง “ช่อ” มาช่วยบทเรียน 78 คะแนน

30 มีนาคม 2564 – 12:18 น.

บทเรียนศึกเทศบาล “เอก ป๊อก ช่อ” ช่วยอะไรไม่ได้ ชนะหรือแพ้ขึ้นอยู่กับตัวผู้สมัครเอง คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ยังถกเถียงกันไม่จบ ควันหลงศึกเลือกตั้งเทศบาลทั่วประเทศ กรณีคณะก้าวหน้า ได้ชัยชนะในระดับเทศบาลตำบล ซึ่งแกนนำคณะก้าวหน้า ก็ยังไม่แถลงชัดว่า ได้กี่เทศบาลกันแน่? เพียงแต่แอดมินเพจก้าวหน้า เขียนไว้กว้างๆว่า

อ่านข่าววันนี้… ลำพูน กรรมการบริหาร”คณะก้าวหน้า” ลงพื้นที่พบปะ และช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครการเมืองท้องถิ่นในนามคณะก้าวหน้า

แล้วเป็นไง "ช่อ" มาช่วยบทเรียน 78 คะแนน

ช่อมาเองที่ ต.หนองตาด

“ปลายปากกาของท่านได้เปิดโอกาสให้นักการเมืองที่มีความตั้งใจ มีวิสัยทัศน์ ได้เข้าไปใช้ความสามารถพัฒนาบ้านเกิดของตัวเองในกว่า 10 ท้องถิ่น”    

จนถึงวันนี้ “เทศบาลตำบล” ที่คณะก้าวหน้าได้รับชนะ มีกี่แห่ง และมีนายกเทศมนตรีชื่ออะไรบ้าง คล้ายไม่กล้าพูดเต็มปากเต็มคำ เนื่องจากไม่ใช่ “เทศบาลนคร” และ “เทศบาลเมือง”    

“ช่อ” พรรณิการ์ วานิช เพิ่งให้สัมภาษณ์สื่อทำนองว่า สำหรับการเลือกตั้งเทศบาล แกนนำคณะก้าวหน้า ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก เพราะรู้สึกเจ็บปวดจากความพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งนายก อบจ. และสมาชิกสภา อบจ. ซึ่งได้ทุ่มเทสรรพกำลังไปกับการหาเสียงอย่างมากมาย ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่คุ้มค่าเหนื่อย    

“ช่อ” สรุปบทเรียนการเมืองท้องถิ่นประการหนึ่งคือ แพ้หรือชนะ “ตัวบุคคล” ที่ลงสมัครในท้องถิ่นเป็นปัจจัยชี้ขาด ไม่ใช่ “กระแส” จากส่วนกลาง    

พูดง่ายๆ กระแสธนาธรไม่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกหรือไม่เลือก ดังนั้น ตัวผู้สมัครในท้องถิ่น ต้องทำงานหนักและยาวนาน เพื่อให้คนในท้องถิ่นนิยมชมชอบ จึงจะเอาชนะคู่แข่งได้    

ด้วยเหตุนี้ ช่วงเลือกตั้งท้องถิ่นเทศบาล คณะก้าวหน้า จึงเป็นแค่แพล็ตฟอร์ม ใครสนใจเสนอตัวมา เมื่อได้รับอนุมัติจากแกนนำ ก็ไปหาเสียงกันเอง เอาโลโก้ เอารูปธนาธรไปแปะได้

แล้วเป็นไง "ช่อ" มาช่วยบทเรียน 78 คะแนน

โครงการเกษตรก้าวหน้า ความฝันของกาญจนา

มีเพียงสัปดาห์สุดท้าย ธนาธร,ปิยบุตร และช่อ ออกเดินสายไปให้กำลังใจ ไปช่วยหาเสียง แต่ก็ไม่ครบ 100 กว่าเทศบาลที่ส่งลงสมัคร    

ฉะนั้น “ช่อ” สรุปว่า ชัยชนะใน 10 กว่าเทศบาลนั้น เป็นความนิยมส่วนตัวของผู้สมัครเอง ไม่ใช่กระแสธนาธร หรือความนิยมในคณะก้าวหน้า 

++
บทเรียนหนองตาด
++
สัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง พรรณิการ์ วานิช เดินทางช่วยหาเสียงให้กับ “กาญจนา เขียวรัมย์” ผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลบ้านตาด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์     

ตอนนั้น สำนักข่าวออนไลน์นำเสนอข่าวครึกโครม เนื่องจาก “ช่อ” พรรณิการ์ เหยียบถิ่นบุรีรัมย์ของ เนวิน ชิดชอบ และคนแถวถิ่นเซราะกราวทราบดีว่า เทศบาลตำบลบ้านตาด เป็น 1 ใน 8 เทศบาล ที่เป็นอาณานิคมการเมืองของบ้านใหญ่โรงโม่ศิลาชัย    

แล้วเป็นไง "ช่อ" มาช่วยบทเรียน 78 คะแนน

ไปออกรายการคุณปลื้ม แสดงวิสัยทัศน์

กาญจนา เขียวรัมย์ อดีตข้าราชการเทศบาลตำบลหนองตาด และเกษตรกรรุ่นใหม่ มีบทบาทส่งเสริมอาชีพเพาะเห็ดฟาง สร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ เธอจึงนำเสนอนโยบายเกษตรกรก้าวหน้าต่อประชาชนในพื้นที่ ต.หนองตาด    

ก่อนหน้าที่ “ช่อ” จะเดินทางไป ต.หนองตาด “กาญจนา” ได้เข้ามากรุงเทพฯ เพื่อให้สัมภาษณ์ในรายการ The Daily Dose ของ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล ทางช่องวอยซ์ ทีวี เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2564 พูดถึงเรื่องวิสัยทัศน์ และนโยบายที่จะพัฒนาตำบลของเธอ    

ในมุมกองเชียร์ก้าวหน้า ถือว่าเป็นมิติใหม่ ที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรีจากบ้านนอก จะได้โผล่ช่องวอยซ์ ทีวี เพื่อขายฝันสร้างโครงการเกษตรก้าวหน้า    

อันเนื่องมาจาก “กาญจนา” ออกรายการ The Daily Dose จึงทำให้ “ช่อ” วางโปรแกรมไปหาเสียงช่วยกาญจนา และเธอเป็นหนึ่งเดียวใน จ.บุรีรัมย์ ที่คณะก้าวหน้า ส่งลงสมัครนายกเทศมนตรี    

คู่แข่งของกาญจนา ประกอบด้วยณรงค์ ประพิณ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลหนองตาด ,จำรัส เสนาปักธงไชย อดีต ผอ.โรงเรียนบ้านนากลาง, พิมานมาศ ทองทรวง ทนายความ และวิเชียร อินกะสังข์ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลหนองตาด     

ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ จำรัส เสนาปักธงไชย ได้ 2,142 คะแนน, พิมานมาศ ทองทรวง 1,881 คะแนน , ณรงค์ ประพิณ 1,186 คะแนน, วิเชียร อินกะสังข์ 686 คะแนน และกาญจนา เขียวรัมย์ 78 คะแนน    

หลังความพ่ายแพ้ “กาญจนา” โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ขอบคุณพี่น้องตำบลหนองตาด จ.บุรีรัมย์ พระแม่ธรณีที่ลูกได้ย่างก้าวเดินทั้ง 22  หมู่บ้าน เข้าไปหาพี่น้องเฮา อีก 4 ปี บ่โดนดอก..เฮาพ้อกันแน่นอน ขอขอบคุณคะแนนบริสุทธิ์ 78 คะแนนที่เลือกน้องฝน 78 คนนี่คือทหารเอกที่จะเปลี่ยนแปลงหนองตาด เตรียมรบกับความยากจนเด้อพี่น้อง”    

“กาญจนา” ไม่ท้อ และไม่ยอมแพ้ แม้ว่าคน 22 หมู่บ้าน จะเลือกเธอแค่ 78 คน เพราะ “..78 เสียง คือ พลังเงียบที่พร้อมออกมาสร้างยุคใหม่ เพื่อพัฒนาหนองตาด”    

กรณี 78 คะแนนจากสนามเลือกตั้งเทศบาลบ้านหนองตาด อาจเป็นบทสรุปที่ทำให้ “ช่อ” บอกว่า ชนะหรือแพ้ ไม่ใช่อยู่ที่ “ธนาธร ปิยบุตร ช่อ พรรณิการ์” หากแต่ขึ้นอยู่กับตัวผู้สมัครเอง    

ขนาด “ช่อ” มาช่วยหาเสียง หรือ “คุณปลื้ม” ลงทุนสัมภาษณ์ออกทีวีด้วยตัวเอง ก็ยังได้ 78 คะแนน  

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤติ อนาคตดวงชะตานายกฯเปรียบดวงชะตา บิ๊กตู่ กับหญิงหน่อย ยังห่างไกล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462414

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤติ อนาคตดวงชะตานายกฯเปรียบดวงชะตา บิ๊กตู่ กับหญิงหน่อย ยังห่างไกล

29 มีนาคม 2564 – 17:18 น.

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวง ผ่าวิกฤติ เจาะลึกวิเคราะห์ อนาคตดวงชะตานายกฯ ประเทศไทย เปรียบดวงชะตา บิ๊กตู่ กับหญิงหน่อย ยังห่างไกล

ซินแสเข่ง’  ผ่าดวง  ผ่าวิกฤติ  เจาะลึกวิเคราะห์  อนาคตดวงชะตานายกฯ  ประเทศไทย  เชื่อวิกฤติทางการเมือง  ยังเลือกนายกฯ  คนใหม่ไม่ได้  หากวิกฤติบ้านเมืองไม่สงบ   และหากคนไม่มีอำนาจบารมีพอก็บริหารประเทศไม่ได้เหมือนกัน  เปรียบดวงชะตา  สองผู้นำ  คู่ปรับที่น่าสนใจ  ระหว่าง บิ๊กตู่  กับคุณหญิงหน่อย  เมื่อเทียบดวงชะตากันแล้ว  ยังห่างไกล  เพราะดวงชะตาคุณหญิงหน่อย  ขาดอำนาจ  ขาดผู้ช่วยที่จะแก้จุดปะทะในตนเอง  ต้องดิ้นรนขวนขวาย  หากมีผู้ช่วยก็หวังกลับมาครองตำแหน่ง  ไม่ได้รับความจริงใจ  อีกทั้งดวงชะตาเหมือนทำร้ายตนเอง  ให้เกิดความขัดแย้ง  ถึงจะมีดวงเป็นผู้นำ  ถ้าหากยังฝักใฝ่ชามถ้วยเก่า  อนาคตผู้นำคงเป็นได้ยาก
'ซินแสเข่ง'  ผ่าดวงวิกฤติ อนาคตดวงชะตานายกฯเปรียบดวงชะตา  บิ๊กตู่ กับหญิงหน่อย ยังห่างไกล

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤต ยามนี้ดวงเมืองตกทูตมรณะ

'ซินแสเข่ง'  ผ่าดวงวิกฤติ อนาคตดวงชะตานายกฯเปรียบดวงชะตา  บิ๊กตู่ กับหญิงหน่อย ยังห่างไกล

ซินแสเข่ง อาจารย์ชมม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์ พยากรณ์แห่งประเทศไทย วิเคราะห์เจาะลึก ผ่าดวงวิกฤต อนาคตนายกรัฐมนตรี กับดวงชะตา   ที่เกื้อหนุน ส่งเสริม และ สนับสนุน ให้คงไว้กับตำแหน่ง หน้าที่ การงาน  เปรียบดวงชะตา  ของสองผู้นำกับดวงชะตา  คู่กัดคู่ปรับ  ที่เดินไปด้วยกันไม่ได้  เพราะตกดวงชะตาตกดวงขัดแย้ง  เป็นศัตรู  และดวงชะตาในตัวตนที่ขัดแย้งส่งผลให้ขึ้นตำแหน่งและอำนาจทางการเมืองที่ต่างกัน  ประกอบกับดวงชะตาของนายกฯประยุทธ  จันทร์โอชา  ถึงแม้นจะตกดวงชะตาที่อยู่ในช่วงมรสุมก็ตาม  แต่ดวงชะตาแข็งได้เพราะเพราะดวงเมือง  เป็นเหตุประคับประคองหลายปัจจุย  ทั้งกองบัญชาการบ้านพัก  และดวงเกื้อหนุนจากคนใกล้ตัว  สร้างพลังอำนาจให้คงอยู่  และสามารถรับกระแสต้านจากเหตุการณ์ต่างๆได้อย่างเข้มแข็งที่สุด  ส่วนดวงชะตาของคุณหญิงหน่อย  ตกดวงศัตรู  สร้างความขัดแย้ง  ทำคุณคนไม่ขึ้น  ทำดีออกไปกลับเป็นผลร้ายตอบกลับ  ถึงมีดวงผู้นำก็จริง  แต่ถ้าไม่เปลี่ยนพฤติกรรมโอกาศจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็คงจะยากที่จะเกิดอย่างแน่นอน

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติมว่า ถึงดวงชะตานั้น ของบุคคลที่เป็นอดีต นายกรัฐมนตรี คุณทักษิณ  ชินวัตร   ที่มีทั้งฝ่ายค้าน  ฝ่ายกลุ่มการเมือง  ตลอดจนถึง  ประธาน  นปช. จตุพร  พรหมพันธ์  ที่กากบาทไว้   วันที่  4  เมษายน  เพื่อจะขับไล่ นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์  จันทร์โอชา ให้หลุดจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี และเพื่อที่จะดึงเอา คุณทักษิณ  ชินวัตร กลับมาสู่ตำแหน่ง ทางการเมือง ก็คงจะเป็นมวยล้มมากกว่า  เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาปี 2563  ก็ถือว่าเป็นโอกาสทอง ของคุณทักษิณ ชินวัตร ที่จะพลิกชีวิตใหม่   เหมือนฟ้าเปิด ให้คืนกลับถิ่น แต่เมื่อผ่านพ้น วิกฤตนั้นมาแล้ว โอกาสที่จะกลับมานั้น ก็คงเป็นไปไม่ได้  มีแต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้บ้านเมืองรุนแรงมากขึ้นและอาจจะเป็นจุดดับของ นปช. ก็เป็นได้เหมือนกัน

ชนะจุ๋มจิ๋ม เทศบาลก้าวหน้าคว้าชัย 12 ตำบล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462409

ชนะจุ๋มจิ๋ม เทศบาลก้าวหน้าคว้าชัย 12 ตำบล

29 มีนาคม 2564 – 15:22 น.

เทศบาลก้าวหน้า “ธนาธร” ไม่เข้าเป้า เทศบาลใหญ่พลาดหมด ได้เก็บตก 12 เทศบาลตำบล

++
การเลือกตั้งเทศบาลที่เพิ่งผ่านพ้นไป มีทั้งหมด 2,472 แห่ง แบ่งเป็นเทศบาลนคร 30 แห่ง ,เทศบาลเมือง 195 แห่ง และเทศบาลตำบล 2,247 แห่ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “ทอน” ถอย เทศบาลกร่อย ไม่สู้ “บ้านใหญ่”    

ชนะจุ๋มจิ๋ม เทศบาลก้าวหน้าคว้าชัย 12 ตำบล

ก้าวหน้าได้มา 12 ตำบล

คณะก้าวหน้า ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ส่งผู้สมัครนายกเทศมนตรีทั้งประเทศ ประมาณ 100 กว่าแห่ง แยกเป็นนายกเทศมนตรีนคร 11 แห่ง, นายกเทศมนตรีเมือง 25 แห่ง และนายกเทศมนตรีตำบล 69 แห่ง    

ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ คณะก้าวหน้าได้รับชัยชนะระดับ “นายกเทศมนตรีตำบล” 12 แห่งคือ จ.ลำพูน 1 แห่ง, จ.ร้อยเอ็ด 3 แห่ง, จ.หนองบัวลำภู 3 แห่ง, จ.อุดรธานี 2 แห่ง, จ.มุกดาหาร 2 แห่ง และ จ.สมุทรปราการ 1 แห่ง     

ตอนสายของวันที่ 29 มี.ค.2564 คณะก้าวหน้า ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งเทศบาลว่า “4 ปีนับจากนี้ เราจะทำเต็มที่ เพื่อพิสูจน์ว่า ผู้บริหารท้องถิ่น สามารถสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชนได้ คณะก้าวหน้าขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากประชาชน ที่ออกมาเลือกทีมเทศบาลคณะก้าวหน้าทั่วประเทศ ปลายปากกาของท่านได้เปิดโอกาสให้นักการเมืองที่มีความตั้งใจ มีวิสัยทัศน์ ได้เข้าไปใช้ความสามารถพัฒนาบ้านเกิดของตัวเองในกว่า 10 ท้องถิ่น”

ชนะจุ๋มจิ๋ม เทศบาลก้าวหน้าคว้าชัย 12 ตำบล

ธนาธร วิ่งรอกโค้งสุดท้าย เจาะเทศบาลตำบล

++
กระแสในเมืองตกต่ำ
++
คณะก้าวหน้า ส่งผู้สมัครนายกเทศมนตรีนคร 11 แห่ง ประกอบด้วยเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ (ชลบุรี), เทศบาลนครเชียงใหม่ (เชียงใหม่), เทศบาลนครนครราชสีมา (นครราชสีมา),เทศบาลนครสวรรค์ (นครสวรรค์), เทศบาลนครปากเกร็ด (นนทบุรี) ,เทศบาลนครหาดใหญ่ (สงขลา) ,เทศบาลนครอ้อมน้อย (สมุทรสาคร), เทศบาลนครแหลมฉบัง (ชลบุรี) ,เทศบาลนครอุดรธานี (อุดรธานี),เทศบาลนครรังสิต (ปทุมธานี) และเทศบาลนครนนทบุรี (นนทบุรี)    

สนามเทศบาลนคร พิสูจน์ให้เห็นกระแสความนิยมในตัวธนาธรได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นเขตเมืองใหญ่ มีฐานเสียงคนชั้นกลาง คนรุ่นใหม่ แต่ปรากฏว่า คณะก้าวหน้าพ่ายเลือกตั้งหมด    

อย่างเทศบาลนครปากเกร็ด แชมป์เก่า 5 สมัย วิชัย บรรดาศักดิ์ ได้ 36,502 คะแนน แต่ไพบูลย์ กิจวรวุฒิ คณะก้าวหน้าได้ 9,703 คะแนน
แถมในพื้นที่ จ.นนทบุรี มีทีมผู้สมัครคณะก้าวหน้า ลงสมัครนายกเทศมนตรีเมืองและตำบลอีก 6   แห่ง ปรากฏว่า แพ้หมดทุกแห่ง
เทศบาลนครเชียงใหม่ อัศนี บูรณุปกรณ์ กลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม ได้ 19,198 คะแนน ส่วนธีรวุฒิ แก้วฟอง คณะก้าวหน้า ได้ 6,797 คะแนน    

เทศบาลนครนครราชสีมา ประเสริฐ บุญชัยสุข เบอร์ 2 กลุ่มโคราชชาติพัฒนา ได้ 23,550 คะแนน ตามมาด้วย ฉัตร สุภัทรวณิชย์ คณะก้าวหน้า ได้ 10,367 คะแนน    

ดูเหมือนแกนนำคณะก้าวหน้า ก็ประเมินกระแสได้ โค้งสุดท้ายจึงมุ่งไปที่สนามเล็กระดับ “เทศบาลตำบล” ในภาคกลาง และภาคอีสาน จึงทำให้ได้มา 12 ที่นั่งนายกเทศมนตรตำบล

“บิ๊ก ป.” ส่งซิก “วิรัช” จับมือ “กลุ่มสันติ” ยึดเลขาพรรคจากสามมิตร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462393

“บิ๊ก ป.” ส่งซิก “วิรัช” จับมือ “กลุ่มสันติ” ยึดเลขาพรรคจากสามมิตร 

29 มีนาคม 2564 – 12:05 น.

“บิ๊ก ป.” ส่งซิก “วิรัช” จับมือ “กลุ่มสันติ” ยึดเลขาพรรคจากสามมิตร  คอลัมน์…  วิเคราะห์การเมืองร้อน  

คุกรุ่นมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มี 2 เรื่องใหญ่ๆ ในพรรคพลังประชารัฐ พรรคแกนนำรัฐบาล  

เรื่องแรก เป็นเรื่องระหว่างพรรคร่วมด้วยกันคือ พลังประชารัฐและภูมิใจไทย ที่ยังไม่จบสักที หลังจาก 6 ส.ส.ดาวฤกษ์ โหวตงดออกเสียงให้ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม 

นอกจากให้ ส.ส.ขอโทษ พรรคพลังประชารัฐยังเอาใจภูมิใจไทย ให้ ส.ส.ไปขอโทษ ศักดิ์สยามอีก   

แต่พอมีการปรับเปลี่ยนกรรมการประสานงานสภาฯ หรือวิปรัฐบาล ที่ปรับชื่อ วทันยา วงศ์โอภาสี และ ศิริพงษ์ รัศมี ก็ออกข่าวว่า เป็นการลงโทษ ส.ส.ดาวฤกษ์ ทั้งๆ ที่ วทันยา ขอลาออกตั้งนานเป็นปี กลับมามีข่าวช่วงนี้  

ว่ากันว่า คนขาใหญ่ที่เพิ่งได้เป็นรัฐมนตรีใหม่หมาดเป็นคนวางยาเล่นพวกเดียวกัน เพราะขาใหญ่คนนี้อยากจะเข้ามาดูแล ส.ส.กทม.ทั้งหมดของพรรคพปชร. 

ศึกนอกยังไม่จบ ก็มีการเปิดศึกในกันเอง เมื่อ 3 ช.เล็งเก้าอี้เลขาธิการพรรคจาก อนุชา นาคาศัย แกนนำสามมิตร 
งานนี้จะว่า 3 ช.เดินเกมเองก็กระไรอยู่ เพราะวันนี้ไม่ใช่ 3 ช. แต่เป็น 4ช.เพราะ ช่วยคมนาคม ของ อธิรัช รัตนเศรษฐ ลูกชาย วิรัช มาเข้าก๊วนด้วย 

ถามว่า อธิรัช มาเองหรือ วิรัช สั่งให้ลูกมา คำตอบคือ ไม่ทั้งสอง เพราะคนสั่งคือ ป.ประวิตร เพราะหาก วิรัช ไปทะเลาะกับ 3 ช. จะส่งผลกระทบต่อ ป.ประวิตร ด้วย  

ฉะนั้น วิรัช จึงจับมือกับ 3 ช. ส่งลูกมาเป็น 4 ช. พร้อมมีไฟเขียวเปิดปฏิบัติการทวงคืนเก้าอี้เลขาธิการพรรคจากสามมิตร ด้วยเห็นว่า  

หนึ่ง สามมิตร มี ส.ส.ดูแลน้อยลง บารมีก็น้อย สอง 4 ช.หากเอา ส.ส.ในก๊วนรวมกัน เกือบร้อย ย่อมมีอำนาจต่อรองในพรรคสูง และสาม ตามข้อตกลงเดิมที่ให้ อนุชา เป็นก่อน จากนั้นส่งต่อให้ สันติ พร้อมพัฒน์ เป็น เพราะเป็นเจ้าของที่ทำการพรรค 
 
ป.ประวิตร ก็ทราบว่า สามมิตร ใจไม่ค่อยร้อย ยิ่งทราบว่า สามมิตร มีพรรคสำรอง อยู่ด้วย จึงคิดว่าเลือกตั้งครั้งหน้า สามมิตร อาจจะไม่อยู่กับพลังประชารัฐ จึงตัดไฟตั้งแต่ต้นลม 
 
แน่นอนต้องจับตาเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเดือนเมษายน จะเดือดและร้อนยิ่งกว่าไฟ. 

พลิกแผ่นดิน “เพื่อนเนวิน” แพ้ ศึกเทศบาลบุรีรัมย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462387

พลิกแผ่นดิน “เพื่อนเนวิน” แพ้ ศึกเทศบาลบุรีรัมย์

29 มีนาคม 2564 – 11:27 น.

บทเรียนเพื่อนเนวิน พ่ายนายกเล็กเมืองบุรีรัมย์ แต่ยึดกุมสภาได้ “ผู้ชนะ” ทำงานยาก   คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
กลางดึกคืนวันที่ 28 มี.ค.2564 แอดมินเพจ “เพื่อนเนวิน เมืองบุรีรัมย์” ได้แถลงชี้แจงว่า “ในนามกลุ่มเพื่อนเนวิน กราบขอบพระคุณ ทุกคะแนนเสียง ที่มอบและไว้วางใจให้ทำงาน เพื่อประชาชนชาวเมืองบุรีรัมย์ทุกคนทุกท่าน  ถึงแม้ว่า การเลือกตั้งเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ในครั้งนี้  มิได้เข้ามารับใช้พี่น้องเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ตามที่ได้ตั้งใจไว้…”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  อิสาณเดือด “เพื่อนเนวิน” หนัก สู้สายเลือด “ชิดชอบ”

พลิกแผ่นดิน "เพื่อนเนวิน" แพ้ ศึกเทศบาลบุรีรัมย์

เนวิน เจอกระแสต้านจากคนรุ่นใหม่

นี่คือการยอมรับความปราชัยอย่างเป็นทางการ ของ “ยุทธชัย พงศ์พณิช” ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ ในนาม “กลุ่มเพื่อนเนวิน”

หลังการปิดหีบเริ่มนับคะแนน ประมาณ 2 ทุ่ม คนเซราะกราวก็ส่งไลน์ ส่งข่าวไปทั่วเมืองบุรีรัมย์ว่า กลุ่มเพื่อนเนวินพ่ายเลือกตั้งแบบฉิวเฉียด 

พูดตามภาษานักวิเคราะห์บอล ก็ต้องบอกว่า เกมนี้ “หักปากกาเซียน” เพราะไม่มีใครในแผ่นดินปราสาทสายฟ้า จะเชื่อว่ากลุ่มเพื่อนเนวินจะพ่ายแพ้ ซึ่งผลการนับคะแนนอย่างมาเป็นทางการ ปรากฏว่า สกล ไกรรณภูมิ กลุ่มรักษ์บุรีรัมย์ ได้ 5,613 คะแนน ชนะยุทธชัย พงศ์พณิช กลุ่มเพื่อนเนวิน ได้ 5,046 คะแนน    

อย่างไรก็ตาม ผลการนับคะแนนสมาชิกสภาเทศบาลฯ กลับตกเป็นของกลุ่มเพื่อนเนวิน ทั้งสภาฯ ซึ่งจะทำให้การทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายบริหารของ “สกล” คงลำบาก เพราะฝ่ายนิติบัญญัติไม่ใช่ทีมงานของตนเอง

พลิกแผ่นดิน "เพื่อนเนวิน" แพ้ ศึกเทศบาลบุรีรัมย์

รองบิ๊ก ยุทธชัย เด็กปั้นเนวิน

++
กระแสต้านเนวิน
++
หลัง “เสี่ยเกี้ย” กมล เรืองสุขศรีวงศ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ ตัดสินใจวางมือตามสัจจะลูกผู้ชาย ก็ประกาศหนุน “ยุทธชัย พงศ์พณิช” คนรุ่นใหม่ ลงชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์     

“รองบิ๊ก” ยุทธชัย พงศ์พนิช เคยเป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ นักธุรกิจรุ่นใหม่ของบุรีรัมย์ ซึ่งได้รับการโปรโมตจาก เนวิน ชิดชอบ มาหลายปีแล้ว    

สำหรับ “รองอ๋อง” สกล ไกรรณภูมิ ก็เป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ และอยู่ใต้ร่มธงเพื่อนเนวิน มาแต่สมัย “นายกเกี้ย” แต่ “รองอ๋อง” ตัดสินใจนาทีสุดท้าย ฟอร์มทีมกลุ่มรักษ์บุรีรัมย์ ลงสมัครนายกเล็กเมืองบุรีรัมย์    

พลันที่ไปสมัครชิงเก้าอี้นายกเล็ก “รองอ๋อง” ต้องออกปาก “ต้องกราบขอโทษ ผู้หลักผู้ใหญ่ ถึงความจำเป็นที่ตนต้องลงสมัครครั้งนี้ เพราะถอยไม่ได้”

ดังนั้น การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ จึงเป็น “ศึกศักดิ์ศรี” ของคนหนุ่มโดยแท้ ระหว่าง “รองบิ๊ก” กับ “รองอ๋อง” 

ตัวแปรที่สำคัญในสนามเทศบาลบุรีรัมย์คือ คณะก้าวหน้า บุรีรัมย์ ได้ระดมเสียงผ่านเครือข่ายโซเชียลให้แฟนพันธุ์แท้ธนาธร เลือก“รองอ๋อง” สกล ไกรรณภูมิ เพราะคนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้า ไม่ชอบเนวิน    

นี่คือ 500 กว่าคะแนนที่เป็นจุดเปลี่ยนเกม แต่ในอนาคต เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ คงหนีไม่พ้นร่มเงาบ้านใหญ่โรงโม่ เพราะจำนวน ส.ท.เป็นกลุ่มเพื่อนเนวินทั้งหมด 

พลิกแผ่นดิน "เพื่อนเนวิน" แพ้ ศึกเทศบาลบุรีรัมย์

รองอ๋อง สกล ผู้โค่นเพื่อนเนวิน

++
อิสาณไม่เปลี่ยน
++
ส่วนเทศบาลตำบลอิสาณ ที่ติดเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ซึ่งในวันนี้ กลายเป็น “พื้นที่เศรษฐกิจ” และเป็นหัวใจของบ้านใหญ่ศิลาชัย ผลการเลือกตั้ง “ไม่เปลี่ยน” 

ผู้ท้าชิง “อุชษณีย์ ชิดชอบ” ลูกสาวคนเดียวของกำนันชัย ชิดชอบ พ่าย “สุพจน์ สวัสดิ์พุทรา” อดีตนายกเทศมนตรีตำบลอิสาณ สังกัดกลุ่มเพื่อนเนวิน 

“สุพจน์” เป็นเด็กสร้างของเนวิน และเป็นมือทำงานในพื้นที่ ซึ่งเทศบาลตำบลอิสาณ เป็น 1 ใน 8 เทศบาลตำบลที่อยู่ชายขอบ อ.เมืองบุรีรัมย์ และการเลือกตั้งเทศบาลหนที่แล้ว นักการเมืองท้องถิ่น สาย “เพื่อนเนวิน” ยึดครองได้หมด    

เทศบาลตำบลอิสาณ ห่างจากที่ว่าการ อ.เมืองบุรีรัมย์ ทางทิศตะวันตก ประมาณ 3 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด ประมาณ 36.899 ตารางกิโลเมตร และมีประชากร 12,606 หลังคาเรือน    

แม้จะเป็นเทศบาลตำบล แต่มีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่าเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ โดยมีลักษณะเป็นเมืองปริมณฑลที่รองรับการขยายตัวของเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ปัจจุบัน ตำบลอิสาณกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก    

ปัจจุบัน บ้านศิลาชัย และโรงโม่หินศิลาชัย(1991) ล้วนอยู่ในพื้นที่เทศบาลตำบลอิสาณ รวมทั้งสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ,สนามช้างอารีนา ,บุรีรัมย์ คาสเซิล, โรงแรมอมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฯลฯ รวมถึงที่ดินที่มีข้อพิพาทระหว่างการรถไฟ กับประชาชนในเขตเขากระโดง ก็อยู่ใน ต.อิสาณ     

ดังนั้น สนามเลือกตั้งเทศบาลเมืองบุรีรัมย์แพ้ได้ แต่สนามเทศบาลตำบลอิสาณพ่าย เชื่อว่าลุกเป็นไฟทั้งแผ่นดินปราสาทสายฟ้าแน่นอน