สหายสเก็ต “ทอน” ไถถอย ฤาลอยแพม็อบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461768

สหายสเก็ต “ทอน” ไถถอย ฤาลอยแพม็อบ

22 มีนาคม 2564 – 15:22 น.

“ทอน” ไปไถสเก็ตที่ไหน คณะราษเก็ตกร่อย แท้จริงแล้ว ประธานก้าวหน้าวิ่งรอกหาเสียงเทศบาล

++
เพียงแต่ประกาศว่าจะไปร่วมกิจกรรมกับม็อบ Redem ที่ท้องสนามหลวง ก็กลายเป็นพาดหัวข่าว “ม็อบทอน” แต่ที่ตกเป็นข่าวเมาท์ในโซเชียลคือ “ธนาธร” หายไปไหน ไม่โผล่สนามหลวง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ตัวละครลับ ความรุนแรง บทเรียนรีเด็ม

สหายสเก็ต "ทอน" ไถถอย ฤาลอยแพม็อบ

ธนาธร โปรโมตเต็มที่จะไปไถสเก็ต    

สืบเนื่องจาก กลุ่มคณะราษเก็ต ประกาศเข้าร่วมการชุมนุม 20 มีนา โดยชวนประชาชนไปเล่นสเก็ตที่สนามหลวง ร่วมไถไปข้างหน้า โยกซ้ายขวาฝ่าเพดานกะลา “ขอชวนสหายสเก็ต สตรีท เซิร์ฟ ลองบอร์ด แดนซ์ ฟรีไตล์ ดาวน์ฮิล เวอร์ติคัล หรือแค่ไถเล่นขําๆ มาไถสเก็ตกัน”    

ทันใดนั้น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ทวีตภาพพร้อมข้อความทางทวิตเตอร์ ว่า “วันนี้! ราษเก็ตทั้งผอง มารวมตัวกัน ขอเชิญชวน “ราษเก็ต” ทั่วทุกหมู่เหล่า มารวมตัวกันเย็นนี้ที่สนามราษฎร์ หกโมงเย็นถึงสามทุ่ม ใช้เสรีภาพและศิลปะของเราวาดลวดลายแสดงออกทางการเมืองอย่างสันติ…”    

แอดมินเพจคณะราษเก็ต Sk8tizen โพสต์ว่า “สหายสเก็ตที่คาดไม่ถึง  ปรากฎตัว!!!”    

สามทุ่มเศษ คืนวันที่ 20 มี.ค.2564  แอดมินคณะราษเก็ต โพสต์เล่าเหตุการณ์ว่า “ตอนมีเสียงตู้คอนเทนเนอร์ดัง คณะราษเก็ตกําลังย้ายที่เล่นจากที่เดิมกลางสนามราษฏร์ที่เริ่มมืดไปเล่นที่ที่สว่างบริเวณใกล้มหาวิทยาลัยธรรมศาลตร์ บรรยากาศโดยรวมเหมือนลานสเก็ตทั่วไป มีคนมาปูเสื่อ นั่งปิกนิก ชาวเก้าอี้พับก็มากัน ได้ข่าวว่าจะมีเต้นอารบิก  ขณะที่ขนของกันอยู่ก็ได้ยินเสียงตูม ฉีดนํ้า แล้วก็เริ่มสลายการชุมนุม”    

ไม่มีการพูดถึง “ธนาธร” ว่า มาร่วมไถหรือไม่? หรือมาแล้ว แต่สถานการณ์ไม่ปกติเลยเร้นกายหายไปในความมืด

สหายสเก็ต "ทอน" ไถถอย ฤาลอยแพม็อบ

บรรยากาศการไถ ก่อนเกิดเรื่อง

++
แนะนำคณะราษเก็ต
++ 
คณะราษเก็ตปรากฏตัวครั้งแรก ในการชุมนุมทางการเมือง บนถนนรัชดาภิเษก ในค่ำคืนวันที่ 25 พ.ย.2563 เกิดจากขึ้นรวมตัวของเหล่าสเก็ตเตอร์เมืองไทย ผู้ต้องการใช้สเก็ตบอร์ด เพื่อแสดงออกทางความคิดอย่างสันติวิธี และไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ โดยจะใช้พละกำลังเรี่ยวแรงมาปลดปล่อยลงไปกับการไถสเก็ตบอร์ดเท่านั้น    

ความหมายของคำว่า “ศิลปะการต่อสู้” ของคณะราษเก็ต หมายถึงการต่อสู้เชิงอุดมการณ์ โดยใช้ศิลปะการเคลื่อนไหวของร่างกายไปบนสเก็ตบอร์ด และศิลปะบนลวดลายในแผ่นกระดานสี่ล้อ เพื่อสื่อสารข้อความ ความรู้สึกนึกคิดออกไปให้คนภายนอกและสังคมได้รับรู้อย่างสันติวิธี    

นัยว่า การชุมนุมของม็อบ Redem ในวันเสาร์ที่ผ่านมา แกนนำ 4 กลุ่มหลัก ต้องการให้มีกิจกรรมที่หลากหลาย สร้างความสนุกสนาน ไม่เคร่งเครียด เพื่อดึงผู้ชุมนุมทั่วไปให้เข้ามาร่วม เหมือนม็อบไร้แกนนำ ปลายปีที่แล้ว    

เสียดายที่คณะราษเก็ต ยังไม่ทันได้ลงมือโชว์การไถเต็มรูปแบบ และสหายสเก็ตอย่างธนาธร ยังไม่ปรากฏตัว ก็เหตุการณ์การสลายการชุมนุมไปเสียก่อน 

สหายสเก็ต "ทอน" ไถถอย ฤาลอยแพม็อบ

ขณะที่ชวนเด็กไปไถสเก็ต ตัวเองอยู่นครพนม

++
ไปหาเสียงเทศบาล
++
จากการติดตามข่าวสารของ “ธนาธร” ในฐานะประธานคณะก้าวหน้า ช่วงกลางวัน วันที่ 20 มี.ค.2564 ธนาธรเดินทางพบปะผู้สมัครนายกเทศมนตรี สมาชิกสภาเทศบาล ในพื้นที่ จ.นครพนม โดยเริ่มต้นที่เทศบาลตำบลพระซอง อ.นาแก, เทศบาลเมืองนครพนม และเทศบาลตำบลท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน    

ขณะที่วันที่ 21 มี.ค.2564 ธนาธรเดินสายพบปะผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมือง 4 เทศบาล ใน จ.สมุทรปราการ คือ เทศบาลบางแก้ว, เทศบาลแพรกษาใหม่,เทศบาลลัดหลวง และเทศบาลปู่เจ้าสมิงพราย    

ช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้งเทศบาล ปรากฏว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล และพรรณิการ์ วานิช ต่างแยกย้ายกันลงไปช่วยพบปะผู้สมัครนายกเทศมนตรี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นระดับเทศบาลตำบล และเทศบาลเมือง    

ส่วนสนามเลือกตั้งเทศบาลนคร พบว่า มีผู้สมัครของคณะก้าวหน้า ไม่กี่จังหวัด ต่างจากสมัยสมัครนายก อบจ. ที่คณะก้าวหน้าส่งมากถึง 42 จังหวัด    

หลังจากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ธนาธรก็ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆออกมา ยังเดินหน้าหาเสียงตามปกติ

‘อ๋อย-เศกสิทธิ์’ สานฝัน พรรคเส้นทางใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461723

‘อ๋อย-เศกสิทธิ์’สานฝัน พรรคเส้นทางใหม่

21 มีนาคม 2564 – 21:40 น.

โบกมือลาทักษิณ ซุ่มตั้งพรรคเส้นทางใหม่ “อ๋อย” ผนึก “เสี่ยเอ” ร้อยเอ็ด

“เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์” อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ตั้งใจว่าจะสมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด แต่น้องเขย-มังกร ยนต์ตระกูล เกิดเปลี่ยนใจไม่ยอมถอย ขอลุยต่อสนาม อบจ. แต่สุดท้ายก็พ่าย “เอกภาพ พลซื่อ” สร้างความเจ็บช้ำให้กับตระกูล “ไวนิยมพงศ์” และ “ยนต์ตระกูล” 

 วันที่ 20 มี.ค.2564 เสี่ยเอ-เศกสิทธิ์ โพสต์เฟซบุ๊ค Seksit Vainiyompong แจ้งข่าวการจัดตั้งพรรคการเมืองชื่อ “พรรคเส้นทางใหม่” 

'อ๋อย-เศกสิทธิ์'สานฝัน พรรคเส้นทางใหม่

 “30 ปีในทางการเมือง ผมยืนหยัดในแนวทางและอุดมการณ์ทางการเมืองที่ผมเชื่อมั่นมาตลอด ชีวิตการเมืองผมเริ่มจากพรรคความหวังใหม่ ย้ายมาอยู่ตั้งแต่ไทยรักไทย พลังประชาชนจนมาเป็นเพื่อไทยเพราะเชื่อมั่นว่าพรรคการเมืองนี้จะทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีผู้นำที่มีความสามารถและผมก็จะทำประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวมได้..”

สถานการณ์เมืองในปัจจุบัน มีหลายปัจจัยที่ทำให้เขาต้องคิดใหม่ ทำใหม่ “ผมได้ตัดสินใจแล้วครับว่าจะลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เพื่อไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ คงต้องหาวันไปยื่นใบลาออก และลาผู้หลักผู้ใหญ่ที่ผมเคารพ โดยเฉพาะบุคคลที่ผมรัก เคารพและศรัทธา คือท่านทักษิณ ชินวัตร”

ตอนท้าย “เสี่ยเอ” บอกว่า “ส่วนพรรคการเมืองใหม่ ใครจะเป็นหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค เมื่อถึงเวลาจะแจ้งให้ทุกท่านทราบต่อไปครับ”

 ถึงเสี่ยเอ จะไม่บอกโดยตรง แต่ก็มีทีมประชาสัมพันธ์แจ้งผ่านสื่อสายทักษิณว่า หัวหน้าพรรคเส้นทางใหม่คือ “จาตุรนต์ ฉายแสง” อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)  

คนการเมืองรู้ดีว่า “เสี่ยเอ” อยู่ในกลุ่มก๊วนของจาตุรนต์ ฉายแสง มาตั้งแต่พรรคความหวังใหม่ เมื่อเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด จาตุรนต์ก็ไปขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วย “นราภรณ์” ภรรยาเศกสิทธิ์ ที่ลงสมัคร ส.อบจ.ร้อยเอ็ด เขต อ.ธวัชบุรี

'อ๋อย-เศกสิทธิ์'สานฝัน พรรคเส้นทางใหม่

เศกสิทธิ ไวนิยมพงศ์

ผิดหวังเพื่อไทยทิ้ง

โดยส่วนตัว “เสี่ยเอ” เป็นนักฟุตบอลฝีเท้าดีของภาคอีสาน เกือบติดทีมชาติ แต่ “เสี่ยอู๊ด”พรศักดิ ไวนิยมพงษ์ บิดาของเขาเป็นนักการเมืองท้องถิ่น มีฐานเสียงอยู่ใน อ.ธวัชบุรี 

ช่วงปี 2529-2531รู้กันทั้งร้อยเอ็ด เสี่ยอู๊ดเป็นนักปั้น ส.ส. และเลือกตั้ง 2535/1 เสี่ยอู๊ดตัดสินใจส่งลูกชาย “เสี่ยเอ” วัย 25 ปี สวมเสื้อความหวังใหม่ ลงสมัคร ส.ส. และได้เป็น ส.ส.ที่หนุ่มที่สุดใน พ.ศ.โน้น

เลือกตั้งปี 2544 เสี่ยเอย้ายจากพรรคความหวังใหม่ไปพรรคไทยรักไทย ตามลูกพี่-จาตุรนต์ ฉายแสง ลงสมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด ได้คะแนนมาเป็นอันดับที่ 1 แต่ กกต.แจกใบแดงแก่เขา
 ตอนเลือกตั้งซ่อม ตระกูล “ไวนิยมพงศ์” เทคะแนนให้บุญเติม จันทะวัฒน์ ผู้สมัครจากพรรคถิ่นไทย และได้รับการเลือกตั้ง

จากนั้น เศกสิทธิ์ได้กลับมาเล่นการเมืองอีก ก็อยู่พรรคการเมืองในเครือข่ายทักษิณ ทั้งพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย 

ช่วงเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด เศกสิทธิ์รู้สึกผิดหวังพรรคเพื่อไทย ที่ไม่ยอมส่งมังกร ลงสมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ในสังกัดเพื่อไทย แต่ก็อนุญาตให้ใช้โลโก้พรรคเพื่อไทยได้

'อ๋อย-เศกสิทธิ์'สานฝัน พรรคเส้นทางใหม่

                          เศกสิทธิ์ เตรียมสมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด แต่วืด

ระหว่างการหาเสียง “เศกสิทธิ์” ต้องประสานขอให้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ไปช่วยหาเสียงให้มังกร นอกจากนั้น ก็มีพงษ์เทพ เทพกาญจนา และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ไปช่วยอีกระลอกหนึ่ง

ส่วนคนที่ไปเงียบๆคือ จาตุรนต์ ฉายแสง ที่ไปขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ในตัว อ.ธวัชบุรี ช่วยหาเสียงให้นราภรณ์ ภรรยาของเสี่ยเอ และมังกร น้องเขยเสี่ยเอ 

แม้ภรรยา นราภรณ์ จะได้เป็น ส.อบจ.ร้อยเอ็ด แต่น้องเขย-มังกร พ่ายคู่แข่งตระกูล “พลซื่อ” และ “จุรีมาศ” บวก ส.ส.ร้อยเอ็ด เพื่อไทยบางคนลอยแพมังกร เสี่ยเอรู้สึกเคว้งคว้าง 

สำหรับพรรคเส้นทางใหม่ เสี่ยเอตั้งใจจัดการประชุมใหญ่ เดือน มิ.ย.2564 แต่กว่าจะถึงวันนั้น อาจมีการเปลี่ยนแปลงก็เป็นได้

'อ๋อย-เศกสิทธิ์'สานฝัน พรรคเส้นทางใหม่

                          จาตุรนต์ ฉายแสง หัวหน้าพรรคจริงหรือ?

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ ตกดวงปะทะ ราหูเข้า ดาวเสาร์แทรก “อนุทิน” ทะลวงลั่นรัฐบาลประยุทธสะเทือนทั้งเฟสบุ๊ค รู้ทั้งรู้ว่าดวงตก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461719

“ซินแสเข่ง”ผ่าดวงวิกฤติ ตกดวงปะทะ ราหูเข้า ดาวเสาร์แทรก ” อนุทิน”ทะลวงลั่นรัฐบาลประยุทธสะเทือนทั้งเฟสบุ๊ค รู้ทั้งรู้ว่าดวงตก

21 มีนาคม 2564 – 20:49 น.

“ซินแสเข่ง”ผ่าดวงวิกฤติ ตกดวงปะทะ ราหูเข้า ดาวเสาร์แทรก ” อนุทิน”ทะลวงลั่นรัฐบาลประยุทธสะเทือนทั้งเฟสบุ๊ค รู้ทั้งรู้ว่าดวงตก ไม่น่าปะทะทั้งรอบอายุเข้าเคราะห์ทะเลาะเบาะแว้ง

ซินแสเข่ง  ผ่าดวงวิกฤติ  ตกดวงปะทะ  ราหูเข้า  ดาวเสาร์แทรก  รองนายกฯ อนุทิน ปรี๊ดแตก วิปฉะในเฟสใช้วาจาขวานผ่าซาก  ทะลวงลั่นรัฐบาลประยุทธสะเทือนทั้งเฟสบุ๊ค  รู้ทั้งรู้ว่าดวงตก  ไม่น่าปะทะทั้งรอบอายุเข้าเคราะห์ทะเลาะเบาะแว้ง   ชงปีปะทะ  ขัดแย้งสร้างความเป็นศัตรู  นินทาว่าร้ายไม่ประสงค์ดี  สับสนวุ่นวาย  ซาดซัด  ก่อให้เกิดความไม่ปรองดอง  ขัดแย้ง  แตกแยก  เป็นศัตรู  เมื่อราหูเข้าดาวเสาร์แทรก   อารมณ์ปะทุไม่ไว้หน้าปะทะปัญหาจึงเกิด  ต้องระวังความขัดแย้ง  ไม่ได้ดั่งใจที่คาดก่อให้เกิดความหงุดหงิด  ฟิวล์ขาดกลายเป็นปากพาจนแม้น สว.  ก็ยังไม่เว้น  เชื่อวาจาเช่นนี้  ราศีตกอดดวงนายกฯ แน่นอน 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤต ยามนี้ดวงเมืองตกทูตมรณะ

"ซินแสเข่ง"ผ่าดวงวิกฤติ  ตกดวงปะทะ  ราหูเข้า  ดาวเสาร์แทรก " อนุทิน"ทะลวงลั่นรัฐบาลประยุทธสะเทือนทั้งเฟสบุ๊ค  รู้ทั้งรู้ว่าดวงตก

ซินแสเข่ง   อาจารย์ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง   ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย วิเคราะห์ผ่าดวง วิกฤต รองนายก อนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย   ตกดวงชะตาชงปีปะทะ   ขัดแย้งเป็นศัตรูจากบุคคลที่ไม่หวังดี  อย่าปะทะมักจะเสียเปรียบ  เพราะก่อให้เกิดปัญหา ความขัดแย้ง แตกแยก  เป็นศัตรู  สู้ไปก็แพ้เปล่าๆ  สู้นิ่งเายก็ไม่เสียหลาย   เพราะสิ่งที่เกิดจะก่อให้เกิดความ สับสน วุ่นวายไม่เข้าใจ   ขัดแย้งเป็นศัตรู  ประกอบกับรอบอายุตกดวงชะตาเข้าเคราะห์  เพราะราหู เข้าทับดวงชะตา  1  ปีเต็มๆ  อีกทั้ง ดาวเสาร์เคลื่อนตัวเข้าแทรก   ก่อให้เกิดปัญหาหงุดหงิดไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง   สร้างปัญหาให้อึดอัดใจ   ทำอะไรก็ผิด  ก่อให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งเกิดขึ้น สิ่งที่จะแก้ไขได้ต้องรู้จักหลีกเลี่ยง ไม่ปะทะ  ใครจะว่าอย่างไรนิ่งเสียก็จบ  ปัญหาที่เกิดขึ้นและต้องระมัดระวัง  อย่าเอาตัวเข้าแลก   ได้ไม่มเสียพยายามประคองตัวเองให้ผ่าน   ต้องใจเย็นๆ  หากมีเวลาก็ต้องหมั่นไปทำบุญบ้าง อย่างน้อยที่สุด  ลดแรงปะทะลงได้ ไม่มากก็น้อย 

ซินแสเข่งกล่าวเพิ่มเติม  ช่วงรอบปีนี้   ดวงชะตาของ  คุณอนุทิน  ยังอยู่ในช่วงแห่งอุปสรรค ที่จะต้องรู้จักหลีกเลี่ยง  อย่าเข้าทางคนพาล  ที่จะพาไปหาผิด   และในรอบอายุตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2563 ต่อเนื่องถึง 2564 ช่วงจังหวะรอบอายุนี้    อาจจะมีผลกระทบทุกข์หนักเป็นสองเท่า   ทำดีออกไปก็อาจจะถูกมองในแง่ร้าย   แต่ถ้าโวยวายไปก็เข้าทางศัตรู  ในบางสิ่งบางอย่าง  ก็ต้องอธิบายให้ใจเย็นๆ  ร้อนไปก็มีแต่คำว่า  แพ้  และอาจจะมีผลเสียในการเป็นผู้นำ   ทำให้ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง  ปีนี้ ต้องฝ่ามรสุมปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น   และแก้ไขตนเองให้เป็นไปอย่างมีสติ  เพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทาง

ตัวละครลับ ความรุนแรง บทเรียนรีเด็ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461708

ตัวละครลับ ความรุนแรง บทเรียนรีเด็ม

21 มีนาคม 2564 – 18:09 น.

เบื้องหลังความรุนแรง วงในม็อบแฉ “ตัวละครลับ” จุดชนวนความโกลาหล

ผ่านมาแล้ว 1 ปีเศษ จากแฟลชม็อบเล็กๆ ในรั้วมหาวิทยาลัย และโรงเรียน หลังการยุบพรรคอนาคตใหม่ ช่วงปลายเดือน ก.พ.2563 ขยับออกมาเป็น “ม็อบบนท้องถนน” ตั้งแต่การขับไล่ประยุทธ์ ทะลุเพดานไปถึงการปฏิรูปสถาบันฯ

ย่างเข้าสู่ปีที่ 2 ของการม็อบ มีความรุนแรงทั้งจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ และผู้ชุมนุมบางกลุ่ม มีการจับกุมแกนนำด้วยกฎหมายมาตรา 112 เริ่มมีคำถามจากผู้มีประสบการณ์ในการเคลื่อนไหวการเมืองนอกสภา

การม็อบของเยาวชนปลดแอก และกลุ่มอื่นๆ ในนาม “ม็อบรีเด็ม” ซึ่งทำกิจกรรมมาได้ 3 ครั้ง แต่ก็จบด้วยความรุนแรงถึง 2 ครั้ง 

ตัวละครลับ ความรุนแรง บทเรียนรีเด็ม

                             ภาคีกลุ่มต่างๆ ที่ร่วมกันในนาม REDEM

 สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ผู้เคยออกแบบกิจกรรมอาทิตย์สีแดง ได้ประเมินการม็อบยุคใหม่ผ่านเวบไซต์ 101ทั้งข้อดีข้อเสียว่า “การที่ไม่มีแกนนำแล้ว มวลชนยังดำรงมุ่งหมายที่จะออกมาบนท้องถนน เป็นเรื่องที่รัฐจัดการยากมาก เพราะรัฐเป็นโครงสร้างแนวดิ่ง เขาคุ้นเคยว่าถ้าเด็ดหัวได้ ตัวและหางก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แต่แน่นอนว่าการที่ไม่มีแกนนำ มีอิสระกันมากๆ ก็ถูกแทรกแซงได้ง่าย อาจจะขาดการเคลื่อนที่แหลมคม ฉะนั้นอาจจะต้องดูบริบทว่าวิธีการแบบไหนจะเหมาะสม”

เหตุการณ์ความรุนแรงในการทำกิจกรรมของม็อบรีเด็มล่าสุด หลายคนคงคิดว่า บก.ลายจุด อ่านเกมขาด “การที่ไม่มีแกนนำ มีอิสระกันมากๆ ก็ถูกแทรกแซงได้ง่าย”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ม็อบทิพย์’คน’ หายไปไหน

ม็อบไม่มีแกนนำ

ก่อนม็อบรีเด็ม หรือม็อบ 20 มีนาที่ท้องสนามหลวง จะเริ่มขึ้น กลุ่มแกนนำเยาวชนปลดแอก ได้ออกแบบกิจกรรม Free Arts ไม่มีการเดินขบวน ไม่มีแกนนำ ร่วมกันแสดงพลังให้เต็มพื้นที่ นำกิจกรรมมาร่วมกันทำ 

ด้วยเหตุนี้ จึงมีกิจกรรมเต้นแอโรบิก ,สเกตบอร์ด ,เล่นว่าว และอื่นๆ รวมถึงพับจรวดจดหมาย ส่งไปให้ถึงรั้ววัง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม หวังระดมผู้คนให้ได้จำนวนมาก เหมือนช่วงออแกนิกม็อบปลายปีที่แล้ว

เมื่อการชุมนุมเริ่มต้นขึ้น ปรากฏว่า มีคนมาทำกิจกรรมไม่หนาแน่น และมีวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ไปรวมตัวที่หน้าตู้คอนเทนเนอร์ พร้อมได้ทำการผูกแล้วลากตู้คอนเทนเนอร์ออกได้หนึ่งตู้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศสั่งให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุมทันที พร้อมเตือนว่ารถฉีดน้ำแรงดันสูงมีความพร้อมแล้ว หากฝ่าฝืนหรือกระทำการใดที่ทำลายทรัพย์สิน 

ความโกลาหลก็บังเกิดขึ้น เมื่อตำรวจฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุม ตามมาด้วยเสียงระเบิดปิงปอง ตำรวจกรูออกมาปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุม สถานการณ์ความวุ่นวาย ไม่ต่างจากม็อบรีเด็มที่เคลื่อนไปหน้าค่าย ร.1 รอ. 

ตัวละครลับ ความรุนแรง บทเรียนรีเด็ม

                                     สถานการณ์ความโกลาหล

ตัวละครลับ

ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ค Thanapol Eawsakul ได้โพสต์เฟซบุ๊คตอนดึกวันที่ 20 มี.ค.2564 โดยตั้งข้อสังเกตว่า “ขณะที่มีเยาวชน ที่อายุไม่ถึง 18 ปีจำนวนมากถูก คุมขัง เนื่องจากมาชุมนุม แต่มีเยาวชนคนหนึ่งที่ ยังสร้างความแปลกประหลาดใจ คือคนชื่อ “ภูมิ” ที่อ้างว่า อายุ 17 ปี คนนี้คือคนที่ไปยั่วยุตำรวจแทบทุกครั้งโดยเฉพาะหลังปีใหม่ คนนี้คือคนที่ตำรวจจับที่บอกว่าเป็นคนขับรถให้แอมมี่ไปเผารูป แล้วตำรวจกันให้เป็นพยาน..”

“ล่าสุด  เป็นคนที่สั่งการให้ดึงตู้คอนเทนเนอร์ลงมาที่สนามหลวง  จนเป็นการเริ่มต้นยิงน้ำ แกสน้ำตา  กระสุนยาง ฯลฯ ที่น่าแปลกกว่านั้นคือ คนชื่อ “ภูมิ”  ยังไม่ถูกดำเนินการใดๆ”
 ชื่อ “ภูมิ หัวลำโพง” ถูกพูดถึงมาก่อนหน้านี้ โดยเจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ “เจ๊จุก คลองสามวา” ในช่วงที่มีข่าวเยาวชนชาย อายุ 17 ปี เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ในฐานะพยาน กรณีอยู่ในเหตุการณ์การเผาป้ายหน้าเรือนจำคลองเปรม 

หากพูดจาภาษานักการข่าว “ภูมิ” อาจเข้าข่าย “ตัวละครลับ” ซึ่งหากพลิกอ่านเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองในอดีต ไม่ว่า 14 ตุลา หรือพฤษภา 35 ก็มีตัวละครลับ คอยจุดสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง

ด้วยเหตุนี้ สมบัติ บุญงามอนงค์ จึงพยายามเสนอการออกแบบกิจกรรมการเมืองแนวสันติวิธี ซึ่งเมื่อวันที่ 21 มี.ค.2564 บก.ลายจุด ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ @nuling  “ผมเสนอให้กิจกรรม #รูปที่มีทุกบ้าน เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างแรงกดดันให้มีการปล่อยตัวแกนนำและมวลชนที่เรียกร้องประชาธิปไตยทั้งหมด เพราะมีเพียงหนทางเดียวที่จะหยุดกิจกรรม #รูปที่มีทุกบ้าน ได้คือการปล่อยตัวพวกเขา”

บก.ลายจุด สะท้อนให้เห็นว่า การใช้ฝาบ้านของตนเองเป็นพื้นที่การต่อสู้ทางการเมือง ปลอดภัยและไม่เจอการปราบปราม 

หากประชาชนทำกิจกรรมดังกล่าวพร้อมกันทั้งประเทศ จะส่งผลสะเทือนยิ่งกว่าการนัดไปชุมนุมบนท้องถนน

‘โหรฟองสนาน’ เผย 29 มี.ค.นี้ ผลของพฤหัสบดีจรย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี(4) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461699

‘โหรฟองสนาน’ เผย 29 มี.ค.นี้ ผลของพฤหัสบดีจรย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี(4)

21 มีนาคม 2564 – 16:58 น.

“โหรฟองสนาน” เผยเริ่ม 29 มีนาคม 2564-ผลของพฤหัสบดีจร ย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี(4) คนลัคนาราศีพิจิก ธนูและมังกร

“โหรฟองสนาน” เปิดเผยคำทำนายผ่านบทความ แม่หมอสมัครเล่นตอนที่ 368 โดยฟองสนาน จามรจันทร์ เริ่ม 29 มีนาคม 2564 – ผลของพฤหัสบดีจรย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี (4)

พฤหัสบดีจร(5) ย้ายจากราศีมังกรเข้าไปเดินในราศีกุมภ์เริ่ม 29 มีนาคม -27กันยายน 2564 (มีเดินผิดปกติ)

มฤตยูจร(0) เดินอยู่ในราศีเมษ/พระราหูจร(8) เดินอยู่ในราศีพฤษภ/พระเสาร์จร(7) เดินอยู่ในราศีมังกร

ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 มาแล้วที่พฤหัสบดีจร(5) หัวหน้าดาวดีหรือศุภเคราะห์ดวงสำคัญที่สุดเข้ามาเดินในราศีมังกร

ครั้นตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2564 เป็นต้นไปพฤหัสบดีจรมีกำหนดจะย้ายไปเดินในราศีกุมภ์ และจะอยู่ที่นี่จนถึงวันที่ 27 กันยายน 2564 แม้ระหว่างนี้จะมีเดินผิดปกติ-คาดหมายยาก แต่เพราะจากที่เป็นดาวสำคัญผู้เขียนจึงขอทำนายผลของพฤหัสบดีจรที่จะมีต่อทุกลัคนาราศีให้ทราบพอเป็นแนวทาง(ต่อ)

'โหรฟองสนาน' เผย 29 มี.ค.นี้ ผลของพฤหัสบดีจรย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี(4)

โดยสัปดาห์นี้จะเป็นเรื่องของชาวลัคนาราศีพิจิก ธนูและมังกร ดังต่อไปนี้

10. ลัคนาสถิตราศีพิจิก กิจกรรมเรื่องลูก-เงิน-คึกคัก-และได้ลุ้นเรื่องงาน-เก่า-ไกล

ก่อนหน้านี้ท่านที่ลัคนาสถิตราศีพิจิก สุขภาพทรุดโทรมมานานแล้ว หรือไม่ลูกน้องคนใช้หรือสัตว์เลี้ยงก็ก่อกวนสร้างปัญหาให้หรือไม่ก็มีหนี้แปลก ๆ ที่เป็นได้ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้  ซึ่สถานการณ์นี้จะเป็นต่อไปอีกสักพัก

ครั้นตั้งแต่กันยายน 2563 เป็นต้นมา พวกท่านเจอเข้ากับปรากฏการณ์ดวงแตก-ร้าว(ราหูเล็งลัคนา) ทำให้เดือดเนื้อร้อนใจทั้งตัวท่านเองและผู้มีส่วนได้เสียรวมทั้งคู่ครองตามระดับวาสนาของแต่ละคน อันเป็นปัจจัยจากบ้านหรือที่ดินหรือ รถเก่งหรือ การเรียนเช่น บางคนได้คดีความ บางคนย้ายบ้านไปอยู่ห้องขัง บางคนย้ายไปเช่าบ้านเพราะซ่อมหลังเดิม บางคนวางแผนย้ายภูมิลำเนาไปต่างประเทศ เบาะ ๆที่เห็นคือที่บ้านถูกรบกวนโดยพนักงานส่งวันละหลายรอบเพราะสับสนบ้านเลขที่ แต่ด้านดีมากพวกท่านส่วนใหญ่(มียกเว้น)ยังโชคดีคือมีแนวโน้มจะได้โชคใหญ่จากการเซ็นต์เอกสารสัญญาใหญ่ ๆ ในชีวิตแทรกเข้ามาให้ชื่นใจ เช่นบางคนได้เซ็นต์ปรับโครงสร้างหนี้ บางคนได้ค้ำประกันหนี้กยศ.(หนี้ดี)ให้ลูก บางคนลูกได้ได้การสนับสนุนให้เป็นตัวแทนหน่วยงานไปต่างประเทศเป็นต้น หรือไม่บางท่านก็มีวาระต้องเดินทางทั้งใกล้และไกลเองซึ่งความดีความร้ายโดยพื้นฐานทั้งหมดนี้จะยังอยู่อีกระยะหนึ่ง

สิ่งที่จะเพิ่มเข้ามาคือครั้นระหว่าง 29 มีนาคม – 27 กันยายน 2564ปรากฏการณ์โดดเด่นที่จะแทรกเข้ามาชีวิตพวกท่านให้ชื่นใจเรื่องแรกคือลูก ๆ หรือเด็ก ๆในดูแล หรือความรักเช่นลูกไปเรียนต่อต่างประเทศ หรือเริ่มห่างบ้าน แต่เป็นไปเพื่อพื้นฐานที่ดีของชีวิต หรือพวกท่านอาจอาจจะใช้เป็นจังหวะพาแฟนเข้าบ้านเป็นต้น

กิจกรรมที่จะโดดเด่นอีกด้านคือเรื่องเงินที่พวกท่านอาจจะได้มรดก หรือมีคนติดต่อขอซื้อบ้าน หรือเช่าที่ดิน หรือบางท่านได้งาน-ตำแหน่งใหม่ที่อาจเชื่อมโยงกับงานหรือนายเก่าหรืออาจจะไปไกลเป็นรอบแรก(ยังมีรอบที่สองรออยู่) การได้นี้ดูจะยังไม่นิ่งนักเพราะอาจจะมีการทบทวนอีกรอบประมาณกลางเดือนมิถุนายน 2564 เป็นต้นไป

อีกตำราบอกว่าระยะนี้ต้องระวังมีเรื่องราวกับญาติพี่น้องเพราะความอิจฉาริษยาตามโฉลก…พี่น้องหยามจะทำความด้วยริษยา…

11. ลัคนาสถิตราศีธนู ช่วงบุญเก่าหนุนนำ ด้านญาติ ติดต่อสื่อสารนายหน้า แผ่รัศมีถึงคู่ครองหรือหุ้นส่วนชีวิต รายได้พิเศษ หรือโชค

นานมาแล้วที่ท่านที่ลัคนาสถิตราศีธนูเจอเข้ากับการผันแปรครั้งใหญ่เรื่องความรัก-เพศสัมสัมพันธ์ก่อนสมรส หรือความหวังใหม่ หรือความรื่นรมย์ใหม่ ๆ ในชีวิต เช่นบางท่านถูกกิ๊กทิ้งไม่คาดฝันชอกช้ำมาก บางท่านได้กิ๊กมาชีวิตกลับหมดความสุขเพราะชีวิตวุ่นวายมาก บางท่านหยุดสิ่งที่เคยทำเดิม ๆ หันมาทำอะไรพิเศษ ๆ ที่เป็นความสุข-รายได้พิเศษของชีวิต ฯลฯ

ครั้นตั้งแต่ปลายปี 2563 เป็นต้นมา พวกส่วนยังเจอเข้ากับทุกข์ใหญ่เรื่องเงินนำหน้าชีวิตต้องแบกภาระหนักเอาเรื่อง เช่นบางท่านเป็นหมอแท้ ๆ น่าจะหาเงินคล่อง แต่เพราะเจอโควิด19กลับหาเงินฝืด บางท่านเจอภาษีย้อนหลัง หรือมีคนป่วยในครอบครัวต้องใช้เงินมากเป็นต้น แต่ขณะเดียวกันก็โชคดีที่ตั้งแต่กันยายน 2563 เป็นต้นมาพวกท่านจะมีพละกำลังในการต่อสู้แบบไม่ถอย แถมสู้แล้วส่วนใหญ่จะได้ตามระดับวาสนา แต่ถึงอย่างไรทุกข์เรื่องเงินและทุกข์นำหน้าชีวิตคงจะเป็นไปต่ออีกนาน

ขณะที่กำลังทุกข์หนักเรื่องเงิน-ทุกข์นำหน้าชีวิตหน้าตาเคร่งเครียดที่ทางโหรเปรียบคล้ายหินโหดใหญ่ทางการเงินหล่นทับ(โทษแท้ประเหินหิน)อยู่นี้ ครั้นตั้งแต่ 29มีนาคม-27กันยายน2564 พวกท่านส่วนใหญ่(มียกเว้น)ก็จะสิ่งดี ๆ แทรกเข้ามาในชีวิตพอให้หายใจหายคอคล่องด้วยแรงบุญเก่าน้อมนำช่วยเหลือตามโฉลก..ถึงบุญเพรง คนยำเกรงให้ลาภา..

โดยบุญเก่านี้มีปัจจัยจากตัวพวกท่านเอง และสิ่งที่เป็นพื้นฐานชีวิตทั้งหลายคือครอบครัวเช่นพ่อแม่ หรือกงสีหรือมรดกหรือบ้านที่ดินหรือรถเก่งหรือการเรียนที่แผ่รัศมีดาวดีไปให้ถึงคู่ครอง หรือบรรดาหุ้นส่วนชีวิตทั้งหลายของท่าน โดยมักจะได้จากกิจกรรมประเภทวงสังคม หรือหารายได้พิเศษ หรือเกี่ยวกับนายหน้า ติดต่อสื่อสาร ปนะสานงาน จับคู่ธุรกิจ การเดินทางท่องเที่ยว ขึ้น ๆ ล่อง ๆ ทั้งใกล้-ไกล เช่นบางคนครอบครัวช่วยตั้งกองทุนเพื่อให้ท่านนำไปต่อทุนทำธุรกิจเป็นต้น ขณะที่สติก็เริ่มหายตื้อ ๆกลับแจ่มใสขึ้นเป็นรอบแรก หรือหากเรียนอยู่ก็หวังผลว่าจะดีขึ้น

12. ลัคนาสถิตราศีมังกร  ศัตรูมีโอกาสขอจับมือ ได้ผลดีเรื่องเงิน-การงาน

ตั้งแต่ธันวาคม 2563 มาแล้วท่านที่ลัคนาสถิตราศีมังกรกำลังอยู่ในระหว่างมีภาระหนักในการเริ่มต้นสร้างตัวตนรอบใหญ่ว่าจะเป็น-ทำอะไรในระดับที่หากจะให้ถูกโฉลกต้องเปลี่ยนแปลงใหญ่ในตัวเองอีกครั้ง โดยต้องทำ-สู้หนักพอ ๆแบกหินก้อนใหญ่ไว้บนบ่าไปอีกยาว  บวกกับก่อนหน้านี้นานแล้ว(ตั้งแต่มีนาคม 2559) ก็เกิดการปฎิวัติใหญ่ในพื้นฐานชีวิตทั้งบ้านหรือที่ดินหรือรถเก่งหรือกงสีหรือธุรกิจครอบครัว หรือการเรียนชนิดแทบไม่เหลือเค้าเดิม แถมด้วยอีกหนึ่งเรื่องที่เพิ่งก่อตัวเร็วๆนี้คือวุ่นวายเรื่องเงินเกี่ยวกับลูก หรือคนรัก หรือเด็ก ๆ ในดูแลเข้ามาอีกเช่นบางคนยกเงินให้ลูก แต่ลูกจะเอาอีก บางคนยกกิจการครอบครัวให้ลูก ตัวเองจะสร้างกิจการใหม่เป็นต้น

จริงอยู่ภาระหนักนี้จะคงอยู่อีกยาวแต่สำหรับคนลัคนาสถิตราศีมังกรไว้ใจได้ว่าพวกท่านคือกลุ่มคนที่เป็นผู้นำประดุจธงชัยกองทัพ รู้จักคิด-ตรองดีแล้วค่อยทำ โดยระหว่าง29 มีนาคม – 27 กันยายน 2564 พวกท่านส่วนใหญ่(มียกเว้น)เรื่องดี ๆ จะแทรกเข้ามาคือ..ถึงจะมีศัตรูก็จะคืนดีกันได้ตามโฉลก…ศัตรูมีมาคืนดีโอนอ่อนเอง..หรืออีกนัยหนึ่งหากมีปัญหาอุปสรรค-หนี้สินก็มีทางแก้ไข เช่นเจรจากับเจ้าหนี้มานานคุยกันไม่รู้เรื่อง ครั้นจังหวะนี้กลับเป็นช่วงที่การเจรจาก้าวหน้าเป็นต้น

อีกทั้งระยะนี้น่าจะมีผลดีเรื่องการเงินจากทั้งงานประจำหรือรายได้พิเศษมาช่วยเติมให้พวกท่านรอบแรกตามระดับวาสนาของแต่ละคน(เพราะตำราบอกชัดว่าที่ราศีกุมภ์นี้พฤหัสบดีเป็นตัวแทนถึงสองเรื่องคือเงิน-กฎุมภะ+โชคลาภและรายได้พิเศษ-ลาภะ)หรืออีกนัยหนึ่งพวกท่านอาจจะต้องใช้เงินหรือควักเงินเพื่อลงทุนก็เป็นได้ แล้วยังจะมีคล้าย ๆ กันนี้ตามมารอบที่สองอีก หลังเว้นระยะไปสักพัก แล้วจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ฟองสนาน จามรจันทร์

19 มีนาคม 2564

พม่ามืดมน ‘ทัพสหพันธรัฐ’ ฝันไม่เป็นจริง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461595

พม่ามืดมน’ทัพสหพันธรัฐ’ฝันไม่เป็นจริง

20 มีนาคม 2564 – 10:12 น.

ฝันร้ายชาวพม่า “มินอ่องหล่าย” ปราบปรามประชาชนโหดเหี้ยม ฝ่ายต่อต้านฝันถึง “กองทัพสหพันธรัฐ” แต่ยังไม่เป็นจริง คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    นักวิเคราะห์และนักวิชาการไทยบางกลุ่มที่เอาใจช่วยประชาชนเมียนมาต่อสู้กับเผด็จการทหาร มองว่า ทางออกของวิกฤตในเมียนมาครั้งนี้จะแก้ได้ก็ด้วยความร่วมมือของกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์เท่านั้น
    การรอคอยให้สหประชาชาติและชาติมหาอำนาจ นำกองกำลังเข้าไปแทรกแซงในเมียนมาคงเกิดขึ้นได้ยาก การลุกฮือของประชาชนประสานกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ ดำเนินสงครามประชาชน จึงจะเอาชนะกองทัพเมียนมาได้
    ว่ากันตามจริง สงครามกลางเมืองในเมียนมา มีโอกาสสูงที่จะเกิดขึ้น แต่จะจบลงแบบใดนั้น ยากจะคาดเดา เพราะความขัดแย้งในเมียนมา ไม่ได้มีแค่ “อองซานซูจี” กับ “มินอ่องหล่าย” หากแต่ยังมี “กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์” ประมาณ 20 กลุ่ม และมีกำลังพล 7 หมื่นนาย เป็นตัวแปรที่มิอาจมองข้าม

 พม่ามืดมน'ทัพสหพันธรัฐ'ฝันไม่เป็นจริง

อองซานซูจี และนายพลกันมอ ผบ.กองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIA)

    ล่าสุด คณะกรรมการผู้แทนสภาสหภาพ(CRPH) หรือรัฐบาลของออง ซานซูจี พรรคเอ็นแอลดี ได้ประกาศให้กองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ไม่เป็นกลุ่มก่อการร้าย เพื่อหวังจะดึงกลุ่มต่างๆ รวมตัวเป็น “กองทัพสหพันธรัฐ” (federal army)  

 พม่ามืดมน'ทัพสหพันธรัฐ'ฝันไม่เป็นจริง

กองทัพสหพันธรัฐ ความฝันของคนพม่า

    ขณะนี้ ตัวแทนของพรรคเอ็นแอลดีได้เปิดการเจรจากับตัวแทนกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์บ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป และไม่น่าจะบรรลุข้อตกลงในเร็ววัน
    จริงๆแล้ว ประเด็น “กองทัพสหพันธรัฐ” (federal army) ก็เคยถูกหยิบยกมาพูดคุยบนโต๊ะเจรจาสันติภาพ รัฐบาลและกองทัพเมียนมา คาดหมายว่าปลายทางของการบูรณาการด้านความมั่นคงต้องนำไปสู่การมีกองทัพเดียว (single army) ด้านกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ เห็นว่าต้องเป็น “กองทัพสหพันธรัฐ” (federal army) ที่ประกอบด้วยกำลังพลของกลุ่มชาติพันธุ์
    สภาพความเป็นจริงของกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ในวันนี้ ผู้นำส่วนใหญ่แล้ว จะมีแนวคิด “ลัทธิขุนศึก” ไม่ต่างจากผู้นำทหารพม่า

++
ผู้นำยอดเขา
++
    แม้ว่ากลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ 10 กลุ่มที่ลงนามหยุดยิงทั่วประเทศ (NCA) จะมีความคืบหน้าในการพูดคุยกับพรรคเอ็นแอลดี และมีแนวโน้มที่จะเป็นกองทัพสหพันธรัฐชุดแรก ที่ร่วมต่อสู้กับประชาชนพม่า แต่ก็ยังไม่ง่ายที่จะผนึกกำลังกันชั่วข้ามคืน
    เนื่องจากยังมีรายละเอียดในเรื่องการนำ ใครจะเป็นผู้นำกองกำลัง ระหว่างเจ้ายอดศึก ประธานสภากอบกู้รัฐฉาน (RCSS/SSA) และมูตู เซพอ ประธานสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU)
    ปัจจุบัน กองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ 10 กลุ่ม มีกำลังพลรวมกันแล้ว ไม่ต่ำกว่า 20,000 คน มีเพียงสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNU) และสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (RCSS/SSA) ที่มีศักยภาพในการรบกึ่งแบบแผน
    สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) มีกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNLA) จำนวน 7 กองพลน้อย แต่ในกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ก็ยังมีกองกำลังติดอาวุธที่ไม่ขึ้นต่อ KNU อีก 3 กลุ่ม มินับรวมทหารกะเหรี่ยง BGF ที่แปรพักตร์เป็นทหารชายแดนของกองทัพเมียนมา
    เช่นเดียวกัน ในรัฐฉาน ก็มีทั้งกองกำลังไทใหญ่ใต้ (RCSS/SSA) และกองกำลังไทใหญ่เหนือ (SSPP/SSA) ซึ่งสองกลุ่มก็มีความขัดแย้งกัน และสู้รบกันเองมาโดยตลอด

++
ขุนศึกภาคเหนือ
++
    ย่างเข้าหน้าแล้ง มีการสู้รบในรัฐคะฉิ่นเกือบทุกวัน เมื่อกองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIA) เปิดปฏิบัติการทางทหาร โจมตีค่ายทหารและสถานีตำรวจถี่ขึ้น ท่ามกลางเสียงเรียกร้องของชาวคะฉิ่น ให้กองทัพ KIA มายืนเคียงข้างประชาชนที่ออกมาขับไล่เผด็จการทหาร
    โฆษกขององค์กรเอกราชคะฉิ่น (KIO) และกองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIA) ได้แถลงสนับสนุนการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมโดยสันติวิธี และขอให้กองทัพเมียนมา อย่าใช้ความรุนแรงต่อประชาชน

 พม่ามืดมน'ทัพสหพันธรัฐ'ฝันไม่เป็นจริง
 พม่ามืดมน'ทัพสหพันธรัฐ'ฝันไม่เป็นจริง

กองทัพเอกราชคะฉิ่น มีกำลังพล 2 หมื่นนาย รองจากกองทัพสหรัฐว้า 

    อย่างไรก็ตาม พันธมิตรฝ่ายเหนือ (FPNCC) ที่ยังไม่ร่วมลงนามหยุดยิงทั่วประเทศ เป็นกลุ่มที่มีอำนาจต่อรองสูง แกนนำหลักคือกองทัพสหรัฐว้า(UWSA) มีกำลังพล 30,000 นาย นับแต่เกิดรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมา กองทัพสหรัฐว้า(UWSA) ยังไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆ และไม่มีการชุมนุมต่อต้านกองทัพเมียนมาในเขตปกครองพิเศษชนชาติว้า รัฐฉานเหนือ ติดพรมแดนเมียนมา-จีน
    ทั้งกองทัพสหรัฐว้า (UWSA) และองค์กรเอกราชคะฉิ่น/กองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIO/KIA) เป็นกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ ที่มีศักยภาพในการสู้รบมากที่สุด เพราะกำลังพลมีระเบียบวินัย สู้รบเก่ง อาวุธทันสมัย และมีแหล่งทุนสนับสนุนทำสงคราม

 พม่ามืดมน'ทัพสหพันธรัฐ'ฝันไม่เป็นจริง

เปาโหยวเฉียง ผู้นำกองทัพสหรัฐว้า (USWA)

    เหนืออื่นใด ทั้งกองทัพสหรัฐว้า และกองทัพเอกราชคะฉิ่น ยังเป็นพี่เลี้ยงของกองทัพเมืองลา (NDAA),กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง(TNLA), กองทัพโกก้าง(MNDAA), กองทัพไทใหญ่เหนือ (SSPP/SSA)และกองทัพอาระกัน (AA)
    หากพรรคเอ็นแอลดีของออง ซานซูจี สามารถกล่อม “ขาใหญ่ภาคเหนือ” ให้เข้าร่วมเป็น “กองทัพสหพันธรัฐ” ได้จริง จะถือว่าเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านในเมียนมา

“ปั๊มน้ำมัน” สังเวียนวัดพลัง “จิ๊กโก๋สายซิ่ง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461577

“ปั๊มน้ำมัน” สังเวียนวัดพลัง “จิ๊กโก๋สายซิ่ง”

19 มีนาคม 2564 – 20:45 น.

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “ปั๊มน้ำมัน” กลายเป็นจุดนัดรวมพลใหม่ของกลุ่มวัยรุ่นที่นัดมารวมตัวมั่วสุมหรือรวมแก๊งกัน จากการที่เป็นสถานที่เปิด-เข้าออกง่าย และบ่อยครั้งที่ปั๊มน้ำมัน กลายเป็นสมรภูมิรบของวัยรุ่น เหมือนอย่างเช่นเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นที่นี่

ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ย่านถนนเทพรักษ์ เขตบางเขน บันทึกเหตุการณ์ขณะที่วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งยกพวกมารุมทำร้ายคู่อริ ซึ่งกำลังรวมกลุ่มกันอยู่ภายในปั๊มน้ำมันแห่งนี้ โดยมีชนวนเหตุมาจาก “ความหมั่นไส้” ที่อีกฝ่ายมองหน้า

หนึ่งในเพื่อนของผู้บาดเจ็บ ให้การกับตำรวจว่า ได้นัดกับเพื่อนเพื่อนำเสื้อผ้าที่ยืมไปเอามาส่งคืน โดยเลือกปั๊มน้ำมันแห่งนี้เป็นจุดนัดหมาย ซึ่งเพื่อนของตนเองได้เดินทางมากับเพื่อนชายอีกหนึ่งคน ระหว่างนั้นเพื่อนชายคนดังกล่าวได้ไปนั่งข้างๆกับผู้บาดเจ็บ แต่กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อเพื่อนชายคนนั้น ได้ตะโกนถามว่า  “มองหน้าทำไม” ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์ออกไป และกลับมาพร้อมกับพวกนับ 10 คน โดยเข้าไปรุมทำร้ายและใช้มีดไล่ฟัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: วัยรุ่นบางเขน เจ็บ 1 หลังวิวาทกลางปั๊มน้ำมัน ‘ไม่พอใจถูกมองหน้า’

หลายครั้งที่มักจะได้ยินข่าวของกลุ่มวัยรุ่นยกพวกตะลุมบอนกัน และมักจะเห็นภาพการนัดรวมตัวในบริเวณภายในปั๊มน้ำมัน จนสร้างความเดือดร้อนชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง และร้านอาหาร ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนจากการรวมกลุ่มของกลุ่มโจ๋เลือดร้อน 

"ปั๊มน้ำมัน" สังเวียนวัดพลัง "จิ๊กโก๋สายซิ่ง"

เจ้าของร้านอาหารร้านรายนี้ บอกกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า ร้านของตนเองจะเปิดให้บริการลูกค้าในตอนกลางคืนไปจนถึงช่วงดึก ซึ่งมักจะเห็นกลุ่มเด็กแว้นออกมารวมกลุ่มแข่งรถซิ่งเป็นประจำ สร้างความเดือดร้อนรำคาญอย่างมาก ทั้งเสียงดังจากท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ ที่รบกวนลูกค้าที่มารับประทานอาหาร รวมถึงชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง บางครั้งก็เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง จนมีบางคนทนไม่ไหวออกมายิงปืนไล่

"ปั๊มน้ำมัน" สังเวียนวัดพลัง "จิ๊กโก๋สายซิ่ง"

แม้ก่อนหน้านี้ จะเคยมีการใช้ “ยาแรง” ซึ่งเป็นคำสั่งจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่ 22/2558 เรื่องมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ

โดยระบุว่า ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและอันตรายจากการรวมตัวแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จึงต้องกำหนดมาตรการป้องกันแก้ปัญหาการมั่วสุม ซึ่งมีการระบุโทษหนัก คือ การเอาผิดกับพ่อแม่ผู้ปกครอง หากปล่อยลูกหลานไปแข่งรถซิ่ง จะต้องโทษจำคุกไม่เกิด 3 เดือน ปรับ 3 หมื่น 

นอกจากนี้ ยังได้วางกฏเหล็กไปถึงร้านแต่งรถซิ่งทั้งหลาย หากอยู่ในฐานยุยงส่งเสริมการแข่งรถตามท้องถนน ก็จะต้องโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับ 2,000-20,000 บาท และหากเป็นผู้ประกอบการให้สั่งผิดหรือเพิกถอนใบอนุญาต

แต่ถึงแม้จะมีการออก “ยาแรง” มาขนาดนี้ แต่ดูเหมือนว่า ปัญหาเด็กแว้น จะยังไม่มีท่าทีว่าจะสามารถแก้ไขให้หมดไปจากสังคมไทยได้

"ปั๊มน้ำมัน" สังเวียนวัดพลัง "จิ๊กโก๋สายซิ่ง"

เหตุการณ์การรวมกลุ่มแข่งรถซิ่งหลายครั้งมักมีเหตุการณ์ความรุนแรงจากการกระทบกระทั่งกันตามมา ถ้ามองที่ต้นเหตุก็เริ่มมาจากการรวมกลุ่มแข่งรถซิ่งของกลุ่มวัยรุ่น แม้ภาครัฐจะมีมาตรการต่างๆออกมาเพื่อยับยั้งและทำให้ปัญหาสังคมนี้ลดลง แต่ปัจจุบันเราก็ยังคงเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

‘สมชาย แก้วกฤษดางค์’ ถ่ายภาพ
‘สานนท์ เจริญพันธุ์’ ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

“ธรรมนัส” ขอยกเลิกตั้ง ‘อมร มีมะโน’ นั่ง ขรก. การเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461562

“ธรรมนัส”ขอยกเลิกตั้ง’อมร มีมะโน’นั่ง ขรก. การเมือง

19 มีนาคม 2564 – 18:38 น.

รมช.เกษตรฯ” ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า” ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี  ขอยกเลิกแต่งตั้ง “อมร มีมะโน” ซึ่งเคยถูก ก.ล.ต.ดำเนินคดีสร้างราคาหุ้น AJD ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง หลังครม.มีมติแต่งตั้งไปเมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ส่งหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาทบทวนมติคณะรัฐมนตรี โดยเสนอให้ยกเลิกการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จำนวน 2 ราย คือ นายอมร มีมะโน และนายภูวิช ปัญญาสิทธิ์

"ธรรมนัส"ขอยกเลิกตั้ง'อมร มีมะโน'นั่ง ขรก. การเมือง

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ร.อ. ธรรมนัส ได้เสนอขอแต่งตั้งจำนวน 3 ราย คือ นายอมร มีมะโน, นายภูวิช ปัญญาสิทธิ์ และนายสมชาย สาโรวาท และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้มีรายงานว่าการแต่งตั้งบุคคลทั้งสาม เพื่อให้มาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศไทย หลังจากประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยจะเข้ามาช่วยส่งเสริมและสนับสนุนในเรื่องเศรษฐกิจระหว่างประเทศ การค้า การลงทุน

อย่างไรก็ตามการแต่งตั้งดังกล่าวเป็นที่น่าสนใจและสร้างความประหลาดใจโดยเฉพาะวงการตลาดหุ้นไทยเนื่องจากนายอมร มีมะโน เคยถูกดำเนินคดีทางแพ่งกรณีสร้างราคาหุ้นบริษัทคราวน์เทคแอดวานซ์จำกัด(มหาชน) (AJD)

ปัจจุบันคือบริษัทเอเจแอดวานซ์เทคโนโลยีจำกัด(มหาชน) (AJA)เมื่อวันที่21มีนาคม2562ซึ่งครั้งนั้นมีผู้กระทำผิดรวม40ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น2,303ล้านบาท

สำหรับนายอมร เป็นอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ AJD ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AJA 

ส่วนนายภูวิช ปัญญาสิทธิ์ เป็นเจ้าของ หนังสือพิมพ์ โปลิสนิวส์ และเคยเป็นกรรมการตรวจสอบ AJA

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธันวาคม ปี 2561   สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 40 ราย กรณีสร้างราคาหุ้นบริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) (AJD) (ปัจจุบัน คือ บริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (AJA)) โดยเรียกให้ชำระค่าปรับทางแพ่งรวม 1,727.38 ล้านบาท และสั่งห้ามเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน

ก.ล.ต.ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าในช่วงระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 ถึงวันที่ 8 ตุลาคม 2557 หุ้น AJDมีการซื้อขายผิดไปจากสภาพปกติของตลาด โดยราคาปิดเพิ่มสูงขึ้นจากหุ้นละ 2.60 บาท เป็นราคา 15.00 บาท ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดจากบุคคล 40 รายร่วมกัน สร้างราคาหุ้น AJD ซึ่งหนึ่งในนั้นมีนายอมร มีมะโน ถูกกล่าวหารวมอยู่ด้วย

“อมร มีมะโน”เป็นใคร

 นายอมร มีมะโน เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทในเครือ AJ Group ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ AJ ที่มีสโลแกน“พระเอกตัวจริง”และเป็นอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี หรือ AJA ( ชื่อเดิม :บมจ.คราวน์ เทค แอดวานซ์ หรือAJD) โดยข้อมูล ณ 26 มิ.ย. 63 เขาถือหุ้นเป็นอันดับ 1 สัดส่วน 11.70%

จบการศึกษาจากปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ 

ต่อมาได้ศึกษาต่อระดับปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง

ส่วนทางทางด้านการเมือง เคยเป็นอดีตคณะทำงานที่ปรึกษา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

อดีตที่ปรึกษานายพินิจ จารุสมบัติ รองนายกรัฐมนตรี และ ผศ.ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯ

อดีตที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ พ.อ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานรัฐสภา

อดีตที่ปรึกษา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  รมว.เกษตรฯ

ลาวจักรวาลมงลง ‘คริสติน่า’ ลูกซอดสังคมนิยม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461552

ลาวจักรวาลมงลง ‘คริสติน่า’ ลูกซอดสังคมนิยม

19 มีนาคม 2564 – 17:13 น.

เปิดตัว “คริสติน่า” ลูกครึ่งลาว-เบลารุส ไปชิงมงกุฎ “มิสยูนิเวิร์ส” ที่สหรัฐ

++
    ค่ำวันที่ 18 มี.ค.2564 ที่โรงแรม Landmark Mekong Reverside นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ศูนย์กลางชาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาว (ชปล.) และกองประกวด Miss Universe Laos ได้จัดงานเปิดตัว Miss Universe Laos 2020 เพื่อเป็นตัวแทนสาวลาวไปประกวด Miss Universe 2020 ที่ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา 
    สำหรับผู้จัดการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สลาวปีนี้คือ ท้าวแอรอน บุปผาปะเสิด (Aaron Bouphapraseuth) เป็นคนลาวที่เติบโตอยู่ในสหรัฐฯ มีประสบการณ์การเป็นผู้จัดการเวทีประกวด Miss World America , Nevada, New Mexico และเคยเข้าไปร่วมงานกับ Miss Universe Organization
    จริงๆแล้ว คนลาวส่วนใหญ่ทราบมาล่วงหน้าแล้วว่า สาวลาวที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็น “มิสยูนิเวิร์สลาว” คนที่ 4 จะเป็นใคร? เพราะคนทั้งประเทศเชียร์ให้เธอเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สมาหลายปีแล้ว
    พิธีการแต่งตั้งมิสยูนิเวิร์สลาว 2020 ได้เริ่มจาก “ท้าวแอรอน” ประกาศชื่อ “คริสติน่า ลาชะสิมมา” (Christina Lasasimma) ผู้คนที่มาร่วมงานต่างปรบมือ พร้อมกับชาวลาวที่รับชมเฟซบุ๊คไลฟ์ ต่างดีใจที่ถึงเวลาของคนสวยที่สุดของเมืองลาว จะประชันโฉมกับสาวงามทั่วโลกในเวทีนางงามจักรวาล 2020 

 ลาวจักรวาลมงลง 'คริสติน่า' ลูกซอดสังคมนิยม

พิธีแต่งตั้งมิสยูนิเวิร์สลาว 

    นับตั้งแต่ก่อตั้ง สปป.ลาว เมื่อปี 2518 ทางการลาวเพิ่งอนุญาตให้มีการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ลาว ครั้งแรกเมื่อปี 2560 นุ้ย-สุพาพอน สมวิจิด ครองมงกุฎคนแรก ตามมาด้วยปี 2561 ออน-ออนอานง หอมสมบัด และปี 2562 เม-วิจิดพา พอนวิไล 

 ลาวจักรวาลมงลง 'คริสติน่า' ลูกซอดสังคมนิยม

คริสติน่า ตัวแทนสาวลาวในเวทีนางงามจักรวาล 

++
นางงามลูกซอด
++
    เมื่อ 8-9 ปีที่แล้ว คริสติน่า ลาชะสิมมา (Christina Lasasimma) คว้ามงกุฎนางสาวลาว หรือมิสลาว 2012 ถือว่าเป็น “นางงามลูกซอด” (ลูกซอดหมายถึงลูกครึ่ง)คนแรกของวงการนางงามลาว เนื่องจากคริสติน่า มีบิดาเป็นชาวลาว และมารดาเป็นชาวเบลารุส

 ลาวจักรวาลมงลง 'คริสติน่า' ลูกซอดสังคมนิยม

คริสติน่า ถ่ายภาพกับครอบครัว

    สมัย สปป.ลาว ยังได้รับการช่วยเหลือจากสหภาพโซเวียต วิไลคำ ลาชะสิม หนุ่มลาวได้ไปศึกษาต่อที่เบลารุส จึงพบรักกับ “นาตาเลีย” ทั้งคู่แต่งงานกันและใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองลาว มีพยานรักชื่อ “คริสติน่า” 
    ปี 2557 มีการประกวดนางงามจักรวาล ที่ไมอามี รัฐฟลอริดา สหรัฐฯ ก็มีข่าวลือว่า ผู้จัดกองประกวดนางสาวลาวสมัยนั้น จะส่งคริสติน่าไปประกวดเวทีนางงามระดับโลก แต่ติดขัดที่ทางการลาวไม่อนุญาต เกี่ยวกับการใส่ชุดว่ายน้ำเข้าประกวด “บ่เหมาะสม”  
    ถัดจากนั้นมา ทางการลาวได้อนุญาตให้ใส่ชุด “ลอยน้ำ” (ว่ายน้ำ) ในเวทีประกวดนางงามอินเตอร์ได้ จึงมีการประกวดมิสยูนิเวิร์สลาว, มิสแกรนด์ลาว และมิสเวิลด์ลาว พร้อมกับส่งสาวลาวเข้าประกวดเวทีนางงามนานาชาติ 

++
ตลาดนางงามลาว
++
    ตลาดนางงามอินเตอร์ในลาว มีอยู่ 3-4 ค่าย อย่างกลุ่ม Miss Universe Laos และ Miss International Laos ก็จะมีคนลาวรู้จักมากที่สุด รองลงมาคือกลุ่ม Miss World Laos และ Miss grand Laos
    เวทีนางงามในประเทศที่มีการประกวดมายาวนานคือ “นางสาวลาว” (Miss Laos) และ “นางสาวนครหลวงเวียงจันทน์” (Miss Vientiane) ทั้งเวทีนางสาวลาว และนางสาวนครหลวงเวียงจันทน์ จะเน้นการรักษาวัฒนธรรมประเพณีลาว โดยเฉพาะชุด “อาภรณ์ลาว” จึงไม่มีการสวมชุดลอยน้ำหรือชุดว่ายน้ำ

 ลาวจักรวาลมงลง 'คริสติน่า' ลูกซอดสังคมนิยม

สมัยคริสติน่า เป็นนางสาวลาว 

    จะอย่างไรก็ตาม การประกวดสาวงามทุกเวทีล้วนอยู่ในการดูแลของศูนย์กลางชาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาว (ชปล.) และเมื่อเร็ว ๆ นี้ องค์กรชาวหนุ่มได้ออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้เกี่ยวข้องกับตลาดนางงามลาว ย้ำเตือนว่า การประกวดนางงาม จะต้องได้รับอนุญาตจาก ชปล.เท่านั้น

‘ทอน’ ไม่รู้ โค่น ‘นายกเล็ก 101’ เหมือนโค่นหอโหวด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461529

‘ทอน’ ไม่รู้ โค่น ‘นายกเล็ก 101’เหมือนโค่นหอโหวด

19 มีนาคม 2564 – 12:54 น.

สนามนายกเล็กร้อยเอ็ด “ธนาธร” ย่องเงียบหาเสียง เจอคู่แข่งสายแกร่ง ตระกูล “จุรีมาศ” ผูกขาดท้องถิ่นมา 40 กว่าปีแล้ว คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    ดังที่ทราบกัน เลือกตั้งท้องถิ่นเทศบาลรอบนี้ คณะก้าวหน้า ไม่ออกรบเต็มรูปแบบเหมือนตอนเลือกตั้งนายก อบจ. และสภา อบจ. เนื่องจากมีผู้อาสาลงสนามเทศบาลจำนวนไม่มาก แถมสมัครในสนามเทศบาลตำบลเสียเป็นส่วนใหญ่
    อย่างไรก็ดี “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ก็ไม่ปล่อยให้ผู้สมัครนายก เทศมนตรี ต้องว้าเหว่จนเกินไป จึงวางคิวเดินสายเยี่ยมเยียนในบางจังหวัด แต่ไม่ขึ้นรถแห่ ไม่ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่
    วันที่ 18 มี.ค.2564 ธนาธรเดินทางพบปะผู้สมัครนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาล ในนามคณะก้าวหน้าที่ จ.ร้อยเอ็ด เตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นในระดับเทศบาล ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มี.ค.2564
    ตอนกลางวัน  “ธนาธร” แวะไปพูดคุยกับทีมงานผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลอาจสามารถ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด และค่ำๆ จึงแวะไปพบปะทีมของ “ทนายโก้” พงศ์กรณ์ ตั้งกิตติ์ตระกูล ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด ในนามคณะก้าวหน้า ร้อยเอ็ด

'ทอน' ไม่รู้ โค่น 'นายกเล็ก 101'เหมือนโค่นหอโหวด

ทนายโก้ และธนาธร

    “ทนายโก้” เป็นประธานสภาทนายความจังหวัดร้อยเอ็ด ทีมผู้สมัครสภาเทศบาลส่วนใหญ่ จึงมีอาชีพทนายความ
    คู่แข่งของทนายโก้คือ “บรรจง โฆษิตจิรนันท์” นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด 5 สมัย ในนามกลุ่มพิทักษ์ท้องถิ่น ผู้สร้าง “หอโหวด” แลนมาร์คท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเมืองร้อยเอ็ด

'ทอน' ไม่รู้ โค่น 'นายกเล็ก 101'เหมือนโค่นหอโหวด

หอโหวด ผลงานของบรรจง สมัยนั่งนายกเล็กร้อยเอ็ด

++
อดีตกลุ่ม 16
++ 
    ย้อนไปเมื่อการเลือกตั้ง 22 มี.ค.2535 สนามเลือกตั้งร้อยเอ็ด ได้ ส.ส.เลือดใหม่เข้าสภาฯ 2 คนคือ บรรจง โฆษิตจิรนันท์ พรรคสามัคคีธรรม และเศกสิทธิ์ ไวยนิยมพงศ์ พรรคความหวังใหม่
    เนื่องจาก “บรรจง” อดีตพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นลูกเขยของ ถวิล จุรีมาศ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด (บรรจงมีภรรยาชื่อ แพทย์หญิงกฤษณา จุรีมาศ) จึงไม่แปลกที่เขาจะเป็น ส.ส.ร้อยเอ็ด 

'ทอน' ไม่รู้ โค่น 'นายกเล็ก 101'เหมือนโค่นหอโหวด

บรรจง นายกเล็กร้อยเอ็ด 5 สมัย

    เลือกตั้งทั่วไป 13 ก.ย.2535 บรรจงย้ายไปสังกัดพรรคชาติพัฒนา ก็ได้เป็น ส.ส.สมัยที่ 2 และช่วงนี้เองที่บรรจงได้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม 16 ที่มี สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นหัวหน้ากลุ่ม 
    แม้จะมาจากฐานเสียงตระกูล “จุรีมาศ” แต่บรรจงก็แยกกันเดินกับ “อนุรักษ์ จุรีมาศ” ที่สังกัดพรรคชาติไทย ซึ่งเป็นวิถีคนการเมืองท้องถิ่นที่ไม่อยากเป็นศัตรูกับผู้มีอำนาจสมัยนั้น
    หลังยุบสภาปี 2538 “บรรจง” ก็หันหลังให้การเมืองระดับชาติ และกระโจนสู่สนามท้องถิ่น โดยเป็นหัวหน้ากลุ่มพิทักษ์ท้องถิ่น ลงสมัครสมาชิกสภาเทศบาลร้อยเอ็ด ตอนนั้น ระบบเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ยังเป็นการเลือกทางอ้อม กลุ่มไหนมีเสียงข้างมาก ได้เป็นนายกเทศมนตรี
    กลุ่มพิทักษ์ท้องถิ่น ได้ 14 เสียง บรรจงเป็นนายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด และปี 2542 เป็นนายกเล็กต่อมาอีกสมัย กระทั่งมีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีโดยตรง ปี 2547 บรรจงก็ได้รับเลือกให้นายกเล็กร้อยเอ็ดเรื่อยมา จนถึงสมัยที่แล้ว 
    ไม่แปลกหรอกที่ตระกูล “จุรีมาศ” แทบจะผูกขาด ส.ส.เขต 1 ร้อยเอ็ด เพราะฐานที่มั่นเทศบาลนั้น มั่นคงและยาวนาน 

++
คนจีนกับการเมืองท้องถิ่น
++
    ตอนที่มีการหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ. ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ชอบพูดเรื่อง “บ้านใหญ่” หรือการเมืองอุปถัมภ์ท้องถิ่น แต่พอถึงเลือกตั้งเทศบาล ธนาธรไม่เอ่ยคำว่า “บ้านใหญ่” เลย เพราะเขาถูกประชาชนสั่งสอน โดยการเลือก “บ้านใหญ่”เป็นนายก อบจ.มาแล้ว
    จริงๆแล้ว ธนาธรได้ชื่อว่าเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ น่าจะหางานวิชาการเรื่อง “วิถีและชีวิตของคนจีนอีสานกับการขยายเมือง : ศึกษาเฉพาะร้อยเอ็ด และมหาสารคาม” ของ นารีรัตน์ ปริสุทธิวุฒิพร มาอ่าน
    ตอนหนึ่ง มีการคนจีนในร้อยเอ็ด ที่เริ่มเล่นการเมืองในนาม “กลุ่มพิทักษ์ท้องถิ่น” เมื่อปี 2517 โดย “ถวิล จุรีมาศ” อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เจ้าของถวิลภาพยนตร์ ซึ่งเป็นธุรกิจหนังเร่รายใหญ่ ได้จัดตั้งกลุ่มการเมืองท้องถิ่นขึ้นมา
    ถวิล จุรีมาศ เป็นน้องชายของ สมพร จุรีมาศ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด ผู้ล่วงลับ และเป็นพี่ชายของ สมควร จุรีมาศ ซึ่งเป็นบิดา “เสี่ยแกละ” อนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคชาติไทยพัฒนา
    ตอนที่ตั้งกลุ่มพิทักษ์ท้องถิ่น ถวิลก็จับมือน้องชาย-สมควร และน้องสาว-สมพิศ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล สมพร จุรีมาศ เป็นนายกเล็กร้อยเอ็ด ปี 2518 ก่อนจะลาออกไปสมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด 
    กลุ่มของ “ถวิล” เป็นนายกเทศมนตรี ติดต่อกันมาหลายสมัย โดยวิธีการของกลุ่มนี้ จะให้คนในกลุ่มหมุนเวียนเป็นนายกฯ คราวละ 1 ปี กระทั่งปี 2538 ถวิลส่งไม้ต่อให้ลูกเขย-บรรจง โฆษิตจิรนันท์ เป็นหัวหน้ากลุ่มพิทักษ์ท้องถิ่น และเป็นนายกเทศมนตรีร้อยเอ็ดติดต่อกัน 5 สมัย
    ตำนานคนจีนกับการเมืองร้อยเอ็ด ยังมีข้อมูลที่น่าศึกษาอีกเยอะ และมิควรด่วนสรุปว่า บ้านใหญ่คือการเมืองอุปถัมภ์เพียงด้านเดียว