บทเรียน “รักสามเส้า” ยุติรักร้าวด้วยปืน! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461483

บทเรียน “รักสามเส้า” ยุติรักร้าวด้วยปืน!

18 มีนาคม 2564 – 17:33 น.

ปี 2564 ผ่านไปไม่ถึง 3 เดือน คดี “พิศวาสฆาตกรรม” เกิดขึ้นหลายครั้ง โดยมูลเหตุหลักๆ มาจากความหึงหวงของคู่หนุ่มสาว จนทำให้สถิติ “ฆ่าเพราะรัก” พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด เมื่อไม่กี่วัน ยังมีอีก 2 รายที่ต้องจบชีวิตไปกับคดีลักษณะนี้อีก ภายในคอนโดฯ เมืองนนฯ

คดีพิศวาสฆาตกรรมนี้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 03.00 น. โดยนายธรรมภณ ผู้ก่อเหตุ ซึ่งมีอาการมึนเมา ได้ชักชวนเพื่อนที่ทำงานเดียวกันมาที่คอนโด เพื่อขอพบอดีตแฟนในการเคลียร์ปัญหาหัวใจ

จากนั้นเวลา 03.45 น. นายธรรมภณ ได้ทำการเจรจากับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยว่าขอขึ้นอาคารเพื่อไปพบกับเพื่อน โดยอาศัยความคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งได้เปิดประตูให้เข้าไปภายในอาคาร

ก่อนที่ช่วงเวลา 03.47 น. ผู้ก่อเหตุและเพื่อนได้ขึ้นไปถึงห้องพักของผู้ตาย พร้อมด้วยอาวุธปืน ก่อนจะทำการเคาะประตูเรียก แต่ผู้ตายไม่ยอมเปิดประตูให้ จึงกระหน่ำยิงประตูห้องพักที่มีระบบคีย์การ์ดป้องกันถึง 12 นัด แล้วทำลายประตูเข้าไปด้วยความโมโห 

บทเรียน "รักสามเส้า"  ยุติรักร้าวด้วยปืน!

จากนั้นผู้ก่อเหตุไดพบกับภาพบาดตาบาดใจ เมื่อเจออดีตแฟนสาวกับชายหนุ่มที่เป็นแฟนใหม่ ก่อนจะตัดสินใจใช้ปืนยิงใส่ชายคนดังกล่าว 1 นัด กระสุนทะลวงเข้าที่หัวไหล่ซ้าย ทำให้ฝ่ายแฟนใหม่จะวิ่งหนีเอาชีวิตรอดไปขอความช่วยเหลือ

บทเรียน "รักสามเส้า"  ยุติรักร้าวด้วยปืน!
บทเรียน "รักสามเส้า"  ยุติรักร้าวด้วยปืน!

ถัดมาไม่ถึง 1 นาที คือเวลา 03.48 น. เพื่อนหญิงของผู้ก่อเหตุ ได้วิ่งออกมาจากห้องและห้ามไม่ให้ผู้ก่อเหตุตามไปยิงผู้บาดเจ็บซ้ำ แต่เหตุกาณณ์ไม่จบลงแค่นั้น เนื่องจากนายธรรมภณ ได้เดินกลับเข้าไปในห้องพัก ก่อนใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงเข้าที่ศีรษะอดีตแฟนสาว 7 นัด จนเสียชีวิต ก่อนจะตัดสินใจ “อัตวินิบาตกรรม” (อัด–ตะ–วิ-นิ-บาด-ตะ-กำ) ตัวเองทันที

จากนั้นช่วงเวลา 04.49 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ

ทีมข่าวอาชญากรรม “คมชัดลึก” ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลกับเพื่อนผู้ก่อเหตุ ซึ่งให้การกับตำรวจว่า ได้ถูกนายธรรมภณชักชวนให้มาเป็นเพื่อน เพื่อขอคืนดีกับอดีตแฟนสาว แต่พอมาถึงที่คอนโด นายธรรมภณกลับก่อเหตุดังกล่าวขึ้น 

บทเรียน "รักสามเส้า"  ยุติรักร้าวด้วยปืน!

ด้าน พันตำรวจเอก เมษนนท์ นาขวัญ ผู้กำกับการ สภ.รัตนธิเบศร์ เปิดเผยกับทีมข่าวอาชญากรรมว่า สาเหตุการสังหารครั้งนี้ มาจากปมรักสามเส้า ซึ่งผู้ก่อเหตุและอดีตแฟนสาวที่ได้เลิกรากันไป แต่ทางฝ่ายชายไม่ยอมตัดขาดความสัมพันธ์ เพราะมีลูกด้วยกันถึง 3 คน 

แต่เมื่อเลิกกันกลับพบว่า อดีตคนรักไปคบหากับเพื่อนที่ทำงาน โดยทราบข้อมูลจากเพื่อนรุ่นพี่ว่า เป็นการคบซ้อนตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีการเลิกกัน จึงทำให้ตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว

บทเรียน "รักสามเส้า"  ยุติรักร้าวด้วยปืน!

หากย้อนกลับไปนับตั้งแต่ห้วงปี 2563 พบว่า คดี “พิศวาสฆาตกรรม” เกิดขึ้นหลายร้อยคดี 

จากการรวบรวมข้อมูลตัวเลขของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ซึ่งได้บันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับความรุนแรงระหว่างคู่รักแบบแฟนและครอบครัวมีมากกว่า 350 ข่าว โดยเป็นความรุนแรงที่สามีทำต่อภรรยาถึง 65 ครั้งและแบบคู่รักแบบแฟน 22 ครั้งโดยสาเหตุหลักจะมาจากความหึงหวงและจากการเมาสุรามีจำนวนถึง 41 ครั้ง ซึ่งจากสถิติที่มีการยืนยันนี้ ทำให้เห็นได้ว่า คดีรักต้องฆ่า ยังคงวนเวียนอยู่ในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับเหตุการณ์บุกยิงอย่างอุกอาจ ภายในคอนโดย่านรัตนาธิเบศร์

*อ่านข้อมูลเพิ่มเติม จากแฟนเพจ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล

คดีพิศวาสฆาตกรรมและความรุนแรงในครอบครัว ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังที่นับวันจะยิ่งฝังรากลึกลงไปในสังคมไทย โดยไม่มีท่าทีว่าจะมีใครแก้ปัญหานี้ได้ แต่สิ่งสำคัญที่อาจช่วยยับยั้งความรุนแรงเหล่านี้ได้ อาจจะต้องเริ่มจาก “ทักษะชีวิต” ที่ปลูกฝังกันในระดับครอบครัวเสียก่อน

“สมชาย แก้วกฤษดางค์” บันทึกภาพ
“สานนท์ เจริญพันธุ์” ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

ทัพ ‘คะฉิ่น’ รบ ‘ตั๊ดมะด่อ’ ป้องประชาธิปไตย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461460

ทัพ ‘คะฉิ่น’รบตั๊ดมะด่อ ป้องประชาธิปไตย

18 มีนาคม 2564 – 15:35 น.

ไฟสงครามลามภาคเหนือ กองทัพคะฉิ่น เปิดยุทธการตอบโต้กองทัพเมียนมา ที่เข่นฆ่าประชาชน

++
    สถานการณ์ในเมียนมา เหมือนสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ยังเดินหน้าปราบปรามประชาชนที่ออกมาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย และขับไล่เผด็จการทหาร ขณะที่ผู้ชุมนุมต่อสู้แบบสองมือเปล่า จึงถูกยิงราวใบไม้ร่วง
    วันที่ 17 มี.ค.2564 คณะกรรมการผู้แทนสมัชชาแห่งสหภาพ (CRPH) ประกาศให้กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ของเมียนมาทุกกลุ่มในเมียนมา ไม่เป็นองค์การก่อการร้ายหรือองค์การนอกกฎหมาย 
    ที่สำคัญ รัฐบาลประชาชนหรือ CRPH ยังได้ชักชวนกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ มาร่วมมือกับ CRPH ต่อต้านรัฐบาลทหารของเมียนมาหรือสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) และสร้างสหภาพสหพันธรัฐประชาธิปไตยต่อไป
    กลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธในเมียนมา มีประมาณ 30 กลุ่ม แต่ก็ยังไม่มีกลุ่มใดประกาศขานรับเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ CRPH อย่างเป็นทางการ
    กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์รู้ดีว่า การทำสงครามแบบแผนกับตั๊ดมะด่อ ที่มีกำลังสนับสนุนทางอากาศ ไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่มีการสนับด้านอาวุธ ยุทโธปกรณ์สมัยใหม่จากภายนอก

++
สงครามหน้าแล้ง
++
    ในภาคเหนือของเมียนมา เคียงข่าวการชุมนุมประท้วง ก็มีสื่อในท้องถิ่นรัฐคะฉิ่น นำเสนอข่าวการสู้รบระหว่างทหารกองทัพน้อยภาคเหนือ กองทัพเมียนมา กับทหารกองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIA) ที่ดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.2564
    สมรภูมิรบจะอยู่ในเขตเมืองผาก้าน เมืองโมก้อง ใกล้มิตจีน่า เมืองเอกของรัฐคะฉิ่น อีกด้านหนึ่งมีการสู้รบทางตอนเหนือของรัฐฉาน 
    พ.อ.หน่อ ปู่ โฆษกลุ่มองค์กรอิสรภาพคะฉิ่น/กองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIO/KIA) เปิดเผยว่าทหารกองทัพเอกราชคะฉิ่น(KIA) บุกโจมตีค่ายทหารเมียนมา ที่เมืองผาก้าน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อเป็นการตอบโต้ ที่ตำรวจเมียนมายิงชาวคะฉิ่นเสียชีวิต 2 ราย ขณะร่วมประท้วงต่อต้านการรัฐประหาร ในเมืองมิตจีน่า 
    องค์กรอิสรภาพคะฉิ่น/กองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIO/KIA) เรียกร้องให้กองทัพเมียนมา หลีกเลี่ยงการปราบปรามที่โหดร้าย และให้กำลังประชาชนอย่ากลัวเผด็จการ และขอให้พยายามต่อไปเพื่อทำให้เป้าหมายสำเร็จ
    ด้วยเหตุนี้ จึงมีชาวคะฉิ่นจำนวนมาก ถือป้าย We Support KIA เรียกร้องให้กองทัพเอกราชคะฉิ่น มายืนเคียงข้างประชาชนเมียนมา 

ทัพ 'คะฉิ่น'รบตั๊ดมะด่อ ป้องประชาธิปไตย

สติกเกอร์สนับสนุน KIA

    ปัจจุบัน องค์กรเอกราชคะฉิ่น(KIO) และกองทัพเอกราชคะฉิ่น(KIA) มีกองบัญชาการตั้งอยู่ที่เมืองหล่ายจ่า รัฐคะฉิ่น ติดพรมแดนเมียนมา-จีน โดยมี เอ็น ปาละ ดำรงตำแหน่งประธาน KIO และนายพลกันมอ เป็นผู้บัญชาการทหาร KIA

ทัพ 'คะฉิ่น'รบตั๊ดมะด่อ ป้องประชาธิปไตย

เอ็ม ปาละ ผู้นำ KIO

    กองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIA) เคยเจรจาหยุดยิงสองฝ่ายกับกองทัพเมียนมา เป็นเวลา 17 ปี แต่เมื่อปี 2561 กองทัพเมียนมา ได้เปิดการโจมตีเมืองหล่ายจ่า จึงเกิดสงครามใหญ่ มีผู้อพยพนับแสนคนที่ไปอาศัยอยู่ตามแนวชายแดนเมียนมา-จีน 

++
องค์กรเอกราชคะฉิ่น
++
    คะฉิ่น เป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งอยู่ในสหภาพเมียนมา มีประวัติเรียกร้องอิสรภาพจากเมียนมานมายาวนาน
    วันที่ 5 ก.พ.2494 ถือเป็นวันก่อตั้งกองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIA) โดยมีปฏิบัติการทางทหารเพื่อต่อต้านรัฐบาลเมียนมา จนถึงปี 2537 จึงได้มีการทำสัญญาหยุดยิง 2 ฝ่าย

ทัพ 'คะฉิ่น'รบตั๊ดมะด่อ ป้องประชาธิปไตย

งานฉลองวันก่อตั้งกองทัพเอกราชคะฉิ่น 

    องค์กรเอกราชคะฉิ่นแตกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มเข้าสวามิภักดิ์ต่อกองทัพเมียนมา แต่อีกกลุ่มหนึ่งไปอยู่ใต้ร่มธงของพรรคคอมมิวนิสต์พม่า แต่หลังการล่มสลายของพรรคคอมมิวนิสต์พม่า กลุ่มนักรบคะฉิ่นก็ได้แยกตัวมาตั้งองค์กรเอกราชคะฉิ่น (KIO) และกองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIA) 

ทัพ 'คะฉิ่น'รบตั๊ดมะด่อ ป้องประชาธิปไตย

มวลชนหนุน KIA

    ทุกวันนี้ กองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIA) มีกำลังพลนับหมื่นคน มีอาวุธทันสมัย เพราะองค์กรเอกราชคะฉิ่น(KIO) ได้จัดเก็บภาษีข้ามแดนไปยังประเทศจีน และเปิดสัมปทานป่าไม้ เหมืองหยก และธุรกิจกาสิโน ให้ทุนจีน จึงสามารถจัดหาอาวุธดีๆ มาใช้ในกองทัพได้
    นอกจากนี้ กองทัพเอกราชคะฉิ่น(KIA) ยังเป็นพี่เลี้ยงดูแลกองทัพตะอาง (TNLA) ,กองทัพอาระกัน (AA) และกองทัพโกก้าง (MNDAA) ซึ่งทำให้กองทัพเมียนมาไม่พอใจมากนัก 

เบื้องลึก “ภูมิใจไทย” เล่นใหญ่ไฟกระพริบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461423

เบื้องลึก “ภูมิใจไทย” เล่นใหญ่ไฟกระพริบ

18 มีนาคม 2564 – 11:48 น.

ลีลาพระเอกยี่เก “ค่ายสีน้ำเงิน” ในโรงมหรสพสภาฯ ถูกแกนนำไอลอว์ ฉีกหน้ากากคนเล่นใหญ่ไฟกระพริบ

++
เป็นที่ทราบกันแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ถูกโหวตคว่ำในวาระที่ 3 ตามคาด หลังที่ประชุมรัฐสภาลงมติ มีคะแนน “เห็นชอบ” 208 ต่อ 4 เสียง งดออกเสียง 94 และไม่ลงคะแนน 136 คะแนน เมื่อคะแนนเสียงที่ได้ไม่มากกว่ากึ่งหนึ่ง จึงถูกตีตกไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… รัฐสภาโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตีตกวาระ 3

เบื้องลึก "ภูมิใจไทย" เล่นใหญ่ไฟกระพริบ

ชาดา นำทีมวอล์กเอาต์

ก่อนจะถึงช่วงการลงมติ ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นสอบถามประธานรัฐสภากล่าวว่า “นี่เรากำลังจะลงมติวาระ 3 แล้วใช่ไหมครับ” เมื่อได้รับคำยืนยันแน่ชัด    

“หลาดา” คนโตเมืองอุทัยธานี ก็พูดเสียงดังฟังชัดว่า “ผมคงไม่ร่วมสังฆกรรมด้วยกับพวกฉ้อฉล ศรีธนญชัย โกหกปลิ้นปล้อน และก็ไร้สาระสิ้นดี นี่คือสภาโจ๊กครับ” จากนั้น ส.ส.ภูมิใจไทย ได้พร้อมใจกันวอล์กเอาต์ทันที และไม่อยู่ร่วมลงมติ    

ต่อมา ภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย และ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ร่วมกันแถลงกรณีที่พรรคภูมิใจไทย วอล์กเอาต์ในการลงมติร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3      

ตบท้าย นักข่าวถามว่า จะยังทำงานร่วมกันได้หรือไม่ ในพรรคร่วมรัฐบาล “ภราดร” ตอบทันที “นี่คือเรื่องของรัฐธรรมนูญ แต่การทำงานร่วมกันในรัฐสภายังมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องเดินหน้า เช่น การพิจารณา พรบ.ประชามติ และยังมีอีกหลายกฎหมาย และอีกหลายบทบาทหน้าที่ที่ต้องดำเนินต่อไป”

เบื้องลึก "ภูมิใจไทย" เล่นใหญ่ไฟกระพริบ

แก้รัฐธรรมนูญ จะเป็นประเด็นหาเสียงสมัยหน้า    

ด้วยการเล่นใหญ่ไฟกระพริบในโรงละครสภา และออกมาเล่นบท “ยี่เกหลงโรง” นอกห้องประชุม ทำให้ “เป๋า” ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ แกนนำโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) ผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน ทนไม่ไหว แสดงความเห็นผ่านทิวิตเตอร์ @yingcheep    

“ภูมิใจไทยวันนี้ ….ได้โล่ ปากบอกจะแก้ๆๆ พูดย้ำไปย้ำมา พอถึงคิวโหวต เล่นใหญ่ไฟกระพริบ แล้วหนีหายไป” ถ้อยคำที่เว้นวรรคไว้นั้น แรงและชัดมาก        

ร้อนถึง ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี ต้องออกมาชี้แจงว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เล่นละครตบตาประชาชน เพราะไม่จำเป็นต้องแคร์ใคร และไม่ต้องการรักษาอำนาจให้ใคร    

ประมุขบ้านดอนหมื่นแสน เมืองอุทัย ก็พูดเหมือน “ลูกชายเฮียตือ” ว่า เรื่องวอล์กเอาต์ในสภาฯ ไม่เกี่ยวกับเรื่องการทำงานในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล

++
ละครสองหน้า
++
กลางเดือน ก.ค.2563 กระแสแฟลชม็อบ ม็อบเยาวชนปลดแอก “จุดติด” และยกระดับเป็นประชาชนปลดแอก ประกาศ 3 ข้อเรียกร้องหลักคือ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา และหยุดคุกคามประชาชน    

พรรคภูมิใจไทย กระโดดรับลูกจากม็อบเยาวชนปลดแอกทันที “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำลูกพรรคแถลงข่าวที่รัฐสภา ประกาศความชัดเจนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ทุบโต๊ะให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ทันทีที่รัฐธรรมนูญร่างเสร็จ    

อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทยก็มีเงื่อนไข ต้องไม่กระทบหมวด 1 และ หมวด 2 อันเป็นลักษณะสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทย     

ช่วงเดือน ต.ค.2563 การชุมนุมนอกสภาแรงขึ้นเรื่อยๆ ทุกพรรคการเมือง รวมถึง ส.ว.ก็เห็นดีเห็นงามในการแก้รัฐธรรมนูญ 2560    

ปลายปีที่ผ่านมา ม็อบประชาชนปลดแอก ที่เปลี่ยนชื่อเป็นม็อบราษฎรเกิดสะดุดขาตัวเอง เพราะข้อเสนอทะลุเพดาน ส.ว.และพรรคพลังประชารัฐ ก็เริ่มตีรวนการแก้รัฐธรรมนูญ    

ค่ายสีน้ำเงินก็รู้อยู่แก่ใจ การแก้รัฐธรรมนูญ หาก ส.ว.ไม่เล่นด้วยก็แก้ยาก แต่เป็นเกมซื้ออนาคต จึงต้องเดินตามธงแก้รัฐธรรมนูญ 

++
เตรียมหาเสียง
++
ถ้าติดตามการชุมนุมของม็อบประชาชนปลดแอก จะเห็น สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พร้อมกับลูกชายเฮียตือ 2 คนคือ ภราดร ปริศนานันทกุล และ กรวีร์ ปริศนานันทกุล ออกไปสังเกตการณ์การชุมนุมทุกครั้ง        

พลันที่ม็อบเปลี่ยนชื่อเป็นม็อบราษฎร ชูธงทะลุเพดาน ทุละฟ้า ส.ส.ยังเติร์กของค่ายสีน้ำเงิน ก็ถอยห่างจากม็อบ คงเหลือแต่ ส.ส.พรรคก้าวไกล     

ย้อนไปดูช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 2562 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย วางตัวเป็น “พรรคทางสายกลาง” และการได้ “เสี่ยโต้ง” สิริพงศ์ นายทุนสร้างหนังไทบ้านเดอะซีรีส์ เข้ามา ก็ดึงคะแนนคนรุ่นใหม่ในอีสานมาได้เยอะเหมือนกัน    

สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคภูมิใจไทย มีอดีต ส.ส.อนาคตใหม่ อยู่ในมือแล้ว 10 คน และกำลังจะตามอยู่อีก 4 คน    

“เสี่ยหนู” ก็ต้องคิดถึง ส.ส.ส้มหวานกลุ่มนี้ ที่เจอข้อหาทรยศอุดมการณ์ ดังนั้น การรักษาภาพลักษณ์ “พรรคฝ่ายประชาธิปไตย” ย่อมเป็นผลดีแก่กลุ่ม ส.ส.ที่แปรพักตร์มาจากพรรคสีส้ม    

เบื้องหลังการเล่นใหญ่ไฟกระพริบ ก็เป็นกลเกม วางโพสิชั่นนิ่งให้ค่ายสีน้ำเงิน เป็นพรรคทางเลือกหรือทางที่สาม และเอียงข้างฝ่ายประชาธิปไตยเท่านั้นเอง 

รบสิบทิศ 76 ปี ‘ตั๊ดมะด่อ’ ผ่า 6 กองทัพภาค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461365

รบสิบทิศ76 ปี ‘ตั๊ดมะด่อ’ผ่า 6 กองทัพภาค

17 มีนาคม 2564 – 18:10 น.

ส่องแสนยานุภาพ “ตั๊ดมะด่อ” ผ่า 6 กองทัพภาค กำลังพลกว่า 5 แสนนาย คุมม็อบเบ็ดเสร็จ

วันที่ 27 มี.ค.2564 เป็น “วันกองทัพเมียนมา” หรือ “ตั๊ดมะด่อ” (Tatmadaw) ครบรอบ 76 ปี ซึ่งทุกปี จะมีการแสดงแสนยานุภาพกองทัพ ที่ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ในกรุงเนปิดอว์

สำหรับปีนี้ จะเป็นวาระพิเศษ เนื่องจากกองทัพเมียนมา ได้ทำการรัฐประหาร และปกครองประเทศ โดยการตั้งสภาบริหารภาครัฐ(SAC) ที่มี พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย เป็นประธาน

รบสิบทิศ76 ปี 'ตั๊ดมะด่อ'ผ่า 6 กองทัพภาค

                      วันกองทัพเมียนมา จัดทุกปีที่อนุสาวรีย์ 3 กษัตริย์

ขณะนี้ รัฐบาลของกองทัพเมียนมาหรือตั๊ดมะด่อ กำลังถูกต่อต้านจากประชาชนทั่วประเทศ โดยพรรคเอ็นแอลดี ได้ตั้งรัฐบาลเงาขึ้นมาบริหารประเทศ ปลุกเร้าประชาชนให้ลุกขึ้นมาโค่นล้มระบอบตั๊ดมะด่อ

พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เชื่อมั่นในแสนยานุภาพของกองทัพบก เรือ และอากาศ รวมถึงตำรวจ และกองกำลังอาสาสมัครป้องกันชายแดน ที่จะปราบปรามฝ่ายต่อต้านให้อยู่หมัดภายในเดือน มี.ค.นี้ 

ปัจจุบัน กองทัพบกเมียนมา มีกำลังทหารประจำการประมาณ 5 แสนนาย โดยแบ่งออกเป็นกองทัพภาค จำนวน 6 ภาค กระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ภายใต้สายการบังคับบัญชากองทัพภาคนั้น จะมี “กองทัพน้อย” (Regional Military Command) หรือ กองบัญชาการภูมิภาคทหาร 

รบสิบทิศ76 ปี 'ตั๊ดมะด่อ'ผ่า 6 กองทัพภาค
รบสิบทิศ76 ปี 'ตั๊ดมะด่อ'ผ่า 6 กองทัพภาค

                               ทัพเมียนมามีกำลังพลกว่า 5 แสนนาย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ส่องเมียนมา วัดใจ ’20 กองกำลัง’สู่สงครามประชาชน
 

กองทัพภาคที่ 1 

กองทัพภาคที่ 1 มีพื้นที่รับผิดชอบทางตอนเหนือที่ติดกับอินเดียและจีน และในพื้นที่ภาคกลางบางส่วน มีที่ตั้งของกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 อยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ ภาคมัณฑะเลย์ แบ่งออกเป็น 3 กองทัพน้อย

1.กองทัพน้อยภาคกลาง มีกองพลมัณฑะเล กำลังพล 17 กองพัน

2.กองทัพน้อยภาคตะวันตกเฉียงเหนือ มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองโมนยะวา ภาคสะกาย มีกองพลสะกาย กำลังพล 25 กองพัน 

3.กองทัพน้อยภาคเหนือ รับผิดชอบในรัฐคะฉิ่น ดินแดนส่วนใหญ่ติดกับประเทศจีน มีที่ตั้งกองบัญชาการกองทัพน้อยอยู่ที่เมืองมิตจีนา กำลังพล 33 กองพัน

กองทัพภาคที่ 2

กองทัพภาคที่ 2 รับผิดชอบพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศ ซึ่งติดกับไทยและลาว มีที่ตั้งกองทัพภาคที่ 2 อยู่ที่เมืองล่าเสี้ยว รัฐฉาน แบ่งเป็น 4 กองทัพน้อย

1.กองทัพน้อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองล่าเสี้ยว กำลังพล 47 กองพัน

2.กองทัพน้อยภาคตะวันออก มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองตองจี รับผิดชอบตอนใต้ของรัฐฉาน กำลังพล42 กองพัน ในนี้มีกองพันทหารราบเบา 16 กองพัน 

3.กองทัพน้อยภาคสามเหลี่ยม มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองเชียงตุง รับผิดชอบพื้นที่ภาคตะวันออกของรัฐฉาน หรือสามเหลี่ยมทองคำ กำลังพล 39 กองพัน

4.กองทัพน้อยภาคตะวันออกกลาง รับผิดชอบพื้นที่ตอนกลางของรัฐฉาน กำลังพล 50 กองพัน โดยประจำการอยู่ในรัฐคะยา 10 กองพัน ที่เหลือ 40 กองพันอยู่ในรัฐฉาน

กองทัพภาคที่ 3

กองทัพภาคที่ 3 มีที่ตั้งอยู่เมืองพะสิม แบ่งเป็น 3 กองทัพน้อย

1.กองทัพน้อยภาคตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งอยู่เมืองพะสิม (Pathein) มีกองพลอิระวดี กำลังพล11 กองพัน

2.กองทัพน้อยภาคใต้ มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองตองอู มีกองพลพะโค  และกองพลมะเกฺว กำลังพล 33 กองพัน 

3.กองทัพน้อยภาคตะวันตก มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองอาน รับผิดชอบรัฐยะไข่หรือรัฐอาระกัน และรัฐชิน กำลังพล 33 กองพัน 

กองทัพภาคที่ 4

กองทัพภาคที่ 4 รับผิดชอบอยู่ทางฝั่งทะเลอันดามันและพื้นที่ตอนใต้ที่ติดกับไทย มีที่ตั้งอยู่กับเมืองมะริด แบ่งเป็น 2 กองทัพน้อย 

1.กองทัพน้อยชายฝั่ง มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองมะริด ภาคตะนาวศรี มีกองพลตะนาวศรี กำลังพล 43 กองพัน 

2.กองทัพน้อยตะวันออกเฉียงใต้ มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองมะละแหม่ง เมืองเอกของรัฐมอญ (Mon State) กำลังพล 36 กองพัน

กองทัพภาคที่ 5

กองทัพภาคที่ 5 รับผิดชอบพื้นที่เขตย่างกุ้ง มี 1 กองทัพน้อยคือ กองทัพน้อยย่างกุ้ง มีที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองย่างกุ้ง 

กองทัพภาคที่ 6

กองทัพภาคที่ 6 มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองปินมะนา และกรุงเนปิดอว์ มี 1 กองทัพน้อยคือ กองทัพน้อยภาคเนปิดอว์ 

กองทัพภาคนี้ จัดตั้งขึ้นในปี 2548 ถือว่าเป็นกองบัญชาการกองทัพภาคและเป็นศูนย์กลางในการบริหารงานกองทัพเมียนมาทั้งหมด เป็นกองบัญชาการที่ทันสมัยมาก ประกอบด้วยเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารที่ทันสมัย สามารถสั่งการอำนวยการยุทธ์ต่อกองบัญชาการหรือกองทัพภาคต่างๆ ได้ทั่วประเทศ

รบสิบทิศ76 ปี 'ตั๊ดมะด่อ'ผ่า 6 กองทัพภาค

                          มินอ่องหล่าย แม่ทัพใหญ่ จะเอาม็อบอยู่หรือไม่?

ราษฎร สับ “โทนี่” เกมซื้อใจเด็ก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461327

ราษฎร สับ “โทนี่” เกมซื้อใจเด็ก

17 มีนาคม 2564 – 14:51 น.

แนวร่วมราษฎร ฟาดแรง “พี่โทนี่” ไม่จริงใจเรื่อง ม.112 กลุ่มแคร์แค่เล่นกลเกมซื้อใจเด็ก 

++
ค่ำคืนวันอังคาร “พี่โทนี่” (Tony Woodsome) คนเดิม มาเล่าถึงประสบการณ์ที่เคยใช้ศิลปะในการเจรจากับผู้นำต่างชาติ ดูจะได้แต้มบวก และ CARE ClubHouse ก็กลายเป็นชุมชนใหม่ที่มีเด็กๆ ให้ความสนใจมากขึ้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  เสียงจากปารีส แคร์ด้วยหรือ “โทนี่”

ราษฎร สับ "โทนี่" เกมซื้อใจเด็ก

กลุ่มแคร์ ปลื้มโทนี่พูดเรื่องเด็กๆ

การกลับมาสู่ CARE ClubHouse ของโทนี่ หรือทักษิณ เที่ยวนี้ เตรียมตัวมาดี จึงตอบประเด็นร้อนๆ แบบได้ใจกองเชียร์    

อย่างเช่นประเด็นผู้คุมบุกห้องขังแกนนำราษฎร กลางดึก อ้างว่าจะนำตัว “ไผ่-ไมค์” ไปตรวจโควิด โทนี่ตอบว่า “…ตรวจโควิดตอนเที่ยงคืนเป็นเรื่องผิดปกติแน่นอน ปกติสากลเขามีหลักว่าต้องสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ก่อน แต่ตอนนี้เผด็จการเป็นหลักกล่าวหาก่อนพิสูจน์ความผิด ไม่มีสากลที่ไหนเขาทำกัน กฎหมายเราไม่เป็นธรรมแบบนี้ สากลเขาไม่ยอมรับ เหมือนประเทศเราอยู่หลังเขา”    

เพียงแค่ “โทนี่” ตอบคำถามเกี่ยวกับแกนนำราษฎร ก็สร้างความพึงพอใจให้แก่คนเสื้อแดง และแนวร่วมราษฎรบางกลุ่ม    

“ไม่นึกว่า แกจะพูดเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมา เรารับรู้กันถ้วนหน้าว่า โทนี่แทบไม่แตะต้องเรื่องทำนองนี้เลย แถมวันนี้พูดในทิศทางวิจารณ์ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเพื่อนเราในคุกด้วย” นักวิชาการเสื้อแดง โพสต์เฟซบุ๊ก     

พูดง่ายๆ แนวร่วมกลุ่มราษฎรบางส่วน รู้สึกว่า พี่โทนี่พูดถึงเพื่อนของเขาในคุก ก็ถือว่า ก้าวหน้าแล้ว ทั้งที่ความจริง พี่โทนี่ไม่ได้แตะเรื่องแก้ไข ม.112 เลย    

เหนืออื่นใด แฟนเพจเฟซบุ๊ก “แคร์ คิด เคลื่อน ไทย” ก็ไม่ได้ถอดความแบบละเอียดมาให้อ่าน อาจเกรงว่า จะถูกลากเข้าสู่ประเด็นร้อนที่ละเอียดอ่อน

ราษฎร สับ "โทนี่" เกมซื้อใจเด็ก

พันธ์ศักดิ์ และธนาธร

++
แคร์คนแก่
++
ตรงกันข้าม พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ โพสต์เฟซบุ๊ก Punsak Srithep วิจารณ์กลุ่มแคร์ และวิพากษ์โทนี่แบบตรงๆ     

“กลุ่มแคร์..มีแต่คนแก่ๆ ประเมินว่าเด็กรุ่นใหม่ ไม่รู้จักทักษิณ จะหาคะแนนเสียงจากเด็กรุ่นใหม่ได้…เลยต้องพาทักษิณมาเล่นโซเชียล ขุดเรื่องเก่าหากิน ซื้อใจเด็กรุ่นใหม่ คนมาชื่นชมที่ทักษิณพูดถึง 112 คือนี่..กล้าแล้ว?”    

“พันธ์ศักดิ์” ยิงตรงไปที่ “กลุ่มแคร์” หรือคนเดือนตุลา ที่พยายามรีแบรนด์ไทยรักไทย และปั้นแบรนด์ทักษิณให้กลับมาอยู่ในใจเด็ก ด้วยการประดิษฐ์คำ “พี่โทนี่” ให้ใกล้ตัวลูกๆหลานๆ    

“ทักษิณกับองคาพยพ..ไม่เคยสรุป หรืออาจจะไม่กล้าสรุปเรื่องนี้เลยก็ได้ ถึงมีดีลอัปยศออกมาตลอดเวลา หนักสุดก็นิรโทษกรรมเหมาเข่ง รัฐประหารยิ่งลักษณ์..”    

จะว่าไปแล้ว ทักษิณหรือพี่โทนี่ ยังแก้ข้อกล่าวหาของสายตาสว่างไม่ตก โดยเฉพาะประเด็น “สู้ไป กราบไป” 

++
แก๊งลาบเลือด
++
พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพคือใคร? เขาเป็นแกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ มีคดีความที่ถูก คสช.ฟ้องใน “คดีเดินคนเดียว – พลเมืองรุกเดิน” จึงรู้จักกับ อานนท์ นำภา ทนายความ    

ปลายปีที่แล้ว พันธ์ศักดิ์และอานนท์ ก็มาประชุมเรื่องคดีความกัน ตามมาด้วยงานเลี้ยงเล็กๆ ที่มี  “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” นั่งอยู่ในวงเหล้าและลาบก้อย     

จริงๆแล้ว ธนาธรและเพื่อน “กลุ่มฟ้าเดียวกัน” รู้จักมักคุ้นกับพันธ์ศักดิ์มานาน เพราะเขาเป็นเอ็นจีโอ สาย ส.ศิวรักษ์

ศึกคนเพชร “ชทพ.-พปชร.” บางกลอยการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461316

ศึกคนเพชร “ชทพ.-พปชร.” บางกลอยการเมือง

17 มีนาคม 2564 – 13:10 น.

บางกลอยการเมือง “2 รัฐมนตรี” มีจุดยืนคนละขั้ว ลามไปถึง 2 ขั้วการเมืองเพชรบุรี  คอลัมน์.. ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ช่วงเย็นวันที่ 16 มี.ค.2564 แอดมินเพจภาคี Save บางกลอย ได้กระจายข่าวด่วน “พี่น้องชาวบางกลอยกลับมาปักหลักที่ทำเนียบ ณ บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐดังเดิมแล้ว เนื่องจากนายกรัฐมนตรีตระบัดสัตย์ไม่รักษาสัญญา ไม่ให้พี่น้องกลับใจแผ่นดิน..”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…. ม็อบบางกลอยข้างหลัง “ธรรมนัส” มีเงา “เสี่ยจ๊ะ”  พีมูฟ

ศึกคนเพชร "ชทพ.-พปชร." บางกลอยการเมือง

ครูป๊อด อดีตผู้สมัคร ส.ส.เพชรบุรี

แม้ช่วงบ่าย จะบรรลุข้อตกร่วมกันกับรัฐบาล โดยมีหนังสือรับรอง 4 ข้อเสนอของภาคประชาชน ลงชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่เมื่อ “บิ๊กตู่” ให้สัมภาษณ์สื่อทำเนียบว่า ใครก็กลับไปอยู่ใจแผ่นดินไม่ได้ ชาวบางกลอยก็ตัดสินใจกลับมาชุมนุมที่เดิม    

มหากาพย์บางกลอยไม่จบง่ายๆ นับแต่ปี 2554 เป็นต้นมา การเมืองเรื่องบางกลอย-ใจแผ่นดิน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และหายสาบสูญอีก 1 ราย    

หลายคนยังจำ “ครูป๊อด” ทัศน์กมล โอบอ้อม ได้ดี ครูนักสู้เพื่อกะเหรี่ยงถูกลอบยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 ก.ย.2554 โดยก่อนหน้านั้น ครูป๊อดเป็นผู้สมัคร ส.ส.เพชรบุรี พรรคเพื่อไทย    

ครูป๊อด ทัศน์กมล เคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหนองจอก อ.ท่ายาง ลงสมัคร ส.ส.เพชรบุรี 2 ครั้ง แต่สอบตกหมด    

กว่า 20 ปี ครูป๊อดคลุกคลีอยู่กับชุมชนชาวกะเหรี่ยงในป่าแก่งกระจาน เขาเห็นต่างจากเจ้าหน้าที่รัฐในการแก้ไขปัญหาชาวกะเหรี่ยง โดยการอพยพออกจาก “ใจแผ่นดิน” คือโป่งลึก-บางกลอยบน    

ครูป๊อดได้นำพากลุ่มชาติพันธุ์ฟ้องร้องเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในกรณีดังกล่าว จนกลายเป็นความขัดแย้งระหว่าง “รัฐ” กับชาวกะเหรี่ยงบางกลอย มาจนถึงทุกวันนี้ 

ศึกคนเพชร "ชทพ.-พปชร." บางกลอยการเมือง

ยุทธพล อังกินันทน์

++
เซฟแก่งกระจาน
++
หากไปส่องโซเชียล “คนเพชรบุรี” จะพบว่า มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ยืนเคียงข้างเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และมองว่า เจ้าหน้าที่อพยพชาวกะเหรี่ยงลงมาจากต้นน้ำบางกลอย เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว    

ดังที่ทราบกัน มีกลุ่มเซฟแก่งกระจาน นำโดย สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ประธานชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพชรบุรี และอดีต ส.ว.เพชรบุรี เดินทางเข้ามายื่นหนังสือที่ศูนย์เรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล คัดค้านบันทึกข้อตกลงเรื่องคนอยู่กับป่าได้ โดยอ้างคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดว่าไม่อนุญาตให้ผู้ใดขึ้นไปอยู่อาศัยและดำรงวิถีชีวิต    

ส.ว.สุมล กล่าวว่า แก่งกระจานเป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ จึงต้องการให้คนเมืองเพชรมีจิตสำนึก รักและหวงแหน ก่อนหน้านี้ เคยพบหลักฐานว่า ในป่าลึก มีกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่ มีการเผา และลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งเกรงว่าอาจเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์และต้นน้ำของเพชรบุรี อาจถูกทำลาย    

นักการเมืองเมืองเพชรอีกรายหนึ่งที่ตกเป็นเป้าโจมตีของฝ่ายเอ็นจีโอ คือ “ยุทธพล อังกินันทน์” ที่ปรึกษารัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับมอบหมายจาก วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ควบคุมยุทธการ “พิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร” หลังพบผู้บุกรุกพื้นที่ป่าบางกลอยบน     

“เสี่ยป๊อป” ยุทธพล อังกินันทน์ เป็น “อังกินันทน์ รุ่น 3” ลูกชาย ยุทธ อังกินันทน์ อดีต ส.ส.เพชรบุรี หลายสมัย เมื่อปี 2554 เสี่ยป๊อป เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา แต่การเลือกตั้งทั่วไป ปี 2562 เสี่ยป๊อป สอบตกที่เขต 1 เพชรบุรี

ศึกคนเพชร "ชทพ.-พปชร." บางกลอยการเมือง

สุชาติ อุสาหะ

++
เซฟบางกลอย
++
ในทางการเมือง อ.แก่งกระจาน อยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 3 (บ้านลาด,แก่งกระจาน,หนองหญ้าปล้อง,เขาย้อย และบ้านแหลม) ซึ่งมี “สุชาติ อุสาหะ” เป็น ส.ส.เพชรบุรี เขต 3
    
ช่วงเลือกตั้งทั่วไป ปี 2562 สุชาติ อุสาหะ เป็นแม่ทัพสายเพชรบุรี ของพรรคพลังประชารัฐ โดยส่วนตัว “สุชาติ” คนบ้านท่าตะคร้อ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี เล่นการเมืองท้องถิ่นมานาน ชาวบ้านเรียกขานว่า “สจ.เปี๊ยก”     

สุชาติเคยเป็นประธานสภาจังหวัด 2 สมัย ,รองนายก อบจ. 2 สมัย และได้รับเลือกเป็น ส.ว.เพชรบุรี ปี 2557 แต่หลังจากได้รับเลือกเพียง 20 วัน ก็เกิดรัฐประหาร จึงเรียกตัวเองว่า “ส.ว.เปี๊ยก”     

เดิมที “ส.ว.เปี๊ยก” ก็เป็นหัวคะแนนให้ อลงกรณ์ พลบุตร อดีต ส.ส.เพชรบุรี แต่เมื่อโอกาสมาถึง จึงลงสนามชนกับ “ส.ส.เล็ก” อภิชาติ สุภาแพ่ง อดีต ส.ส.เพชรบุรี ค่าย ปชป. และล้มแชมป์ได้สำเร็จ    

สำหรับปัญหาบางกลอย “ส.ว.เปี๊ยก” รับทราบปัญหานี้ดี จึงเชื่อว่า การเจรจาหาทางออกร่วมกันของเจ้าหน้าที่รัฐและชาวบ้าน จะนำไปสู่แนวทางปฏิบัติที่มีข้อตกลงร่วมกันได้    

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่กระโดดเข้ามาเป็นคนกลางรับหน้าเสื่อแก้ปัญหาบางกลอย ก็ได้ ส.ส.สุชาติ เป็นผู้ประสานงานแก้ปัญหาในพื้นที่    

ยามนี้ ขาเมาท์นอกพรรค จึงกระซิบว่า 3 ส.ส.เพชรบุรี ได้ย้ายจากมาสังกัดซุ้มผู้กองเรียบร้อยแล้ว

เปิดกลเกมแก้ไข รธน. …เพื่อใคร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461271

เปิดกลเกมแก้ไข รธน. …เพื่อใคร

16 มีนาคม 2564 – 20:05 น.

ทุกสายตาพุ่งไปที่การประชุมรัฐสภาวันพรุ่งนี้ที่จะมีการพิจารณาวาระ 3 ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เปิด 3 แนวทาง “ถอนร่าง-ชะลอโหวต-โหวตต่อวาระ 3”  แต่ฟันธงร่างแก้ไข รธน. ฝ่าวาระ 3 ไม่ได้แน่ และยิ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คลอดช้า เข้าทางรัฐบาล.. ทำไม    

วันพรุ่งนี้(17 มี.ค.) ที่ประชุมรัฐสภามีวาระพิจารณา“ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม” เป็นการพิจารณาในวาระ 3 หลังจากร่างรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 1 และ 2 มาแล้ว

แต่การที่จะเดินหน้าไปสู่การโหวตวาระ 3 ไม่ง่ายเสียแล้ว เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยคำร้องของประธานรัฐสภาตามที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐและนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ( ส.ว.) เสนอต่อประธานรัฐสภาให้ส่งผ่านไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญท้้งฉบับเพื่อให้เกิดสภาร่างรัฐธรรมนูญ ( ส.ส.ร. ) ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐสภามีอำนาจทำได้หรือไม่

ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกลางออกมาแล้วสรุปสาระสำคัญได้ว่า

1.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่รัฐสภากำลังดำเนินการอยู่มีหมวด 15/1 เกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่  และมีมาตรา 256/1 ที่ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ( ส.ส.ร.) จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 

2.แต่รัฐธรรมนูญปี 2560 ฉบับที่ใช้บังคับในปัจจุบัน หมวด 15 ที่ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้น บัญญัติให้สามารถแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้เท่านั้น ไม่มีบทบัญญัติที่ให้จัดทำรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับ 

3. การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้มีหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ย่อมมีผลยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 60 

4.ดังนั้นหากรัฐสภาต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องจัดให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ออกเสียงประชามติเสียก่อน 

ทำให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลอย่างพรรคพลังประชารัฐ และสมาชิกวุฒิสภาบางส่วน มองว่า เมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาเช่นนี้ว่าร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ผ่านวาระ 1 และวาระ 2 เป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

 แต่ที่ผ่านมาไม่ได้มีการทำประชามติถามประชาชนเสียก่อนว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ร่างฯที่ผ่านวาระ 1 และวาระ 2 มาแล้วนั้นจึงใช้ไม่ได้ เสียไป โหวตวาระ 3 ต่อไม่ได้  

ส่วนฝ่ายค้าน ยืนยันว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านรัฐสภาวาระ 1 และวาระ 2 มาแล้วนั้น  เป็นการแก้ไขมาตรา 256  เพียงมาตราเดียว ยังไม่ถึงขั้นตอนยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่ต้องไปทำประชามติถามประชาชนก่อน  ร่างแก้ไขรัฐธรรมูญทีี่กำลังดำเนินการจนผ่านวาระ 1 และวาระ 2 มาแล้วนั้น จึงไม่เสียไป สามารถโหวตวาระ 3 ได้  และยืนยันว่าจะโหวตวาระ 3 แน่นอน

ดังนั้นในที่ประชุมสภาวันพรุ่งนี้ จะเกิดขึ้นได้ 3 แนวทาง

 1.โหวตให้ถอนร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมออกไป ทำให้ร่างตกไป  จากนั้นก็ต้องเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ เริ่มตั้งแต่การทำประชามติถามประชาชนว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หากผ่านประชามติ ก็ต้องเริ่มจากการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมกันใหม่ เริ่มตั้งแต่วาระแรกเลย 

 2. ชะลอโหวตวาระ 3 ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม  จากนั้นไปทำประชามติถามประชาชนว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หากผ่านประชามติ ก็ยังต้องมาอภิปรายกันในที่ประชุมรัฐสภาอีกว่า สามารถนำเอาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ผ่านวาระ 1 และวาระ 2 มาโหวตในวาระ 3 ได้เลยหรือไม่

หรือต้องเริ่มเสนอร่างกันใหม่เริ่มตั้งแต่วาระแรก และอาจมีการส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้งว่าร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ผ่านวาระ 2 มาแล้ว  ตกไปแล้วหรือไม่

3.โหวตวาระ 3  ซึ่งทางฝ่ายค้านไม่สามารถสู้ฝ่ายรัฐบาลและ ส.ว. ในเรื่องจำนวนเสียงได้อยู่แล้ว ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมตกไป ต้องเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ ตั้งแต่การทำประชามติถามประชาชนว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หากผ่านประชามติ ก็ต้องเริ่มจากการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมกันใหม่ เริ่มตั้งแต่วาระแรกเลย

จะเห็นได้ว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมที่ผ่านวาระ 2 มาแล้ว.. ในวันพรุ่งนี้ไม่สามารถดันผ่านวาระ 3 ไปได้เลย  ไม่ว่าจะออกแนวทางไหน

แล้วหากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดช้า ใครได้ประโยชน์ 

หากมองที่ “ไทม์ไลน์” รัฐบาล ก็จะได้คำตอบ 

รัฐบาลนี้จะมีอายุครบเทอม 4 ปี ในวันที่ 23 มี.ค. ปี2566 ( อายุรัฐบาลยึดตามอายุของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเลือกตั้งเมื่อ  24 มีนาคม 2562 )หากร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ผ่านวาระ 1 และ 2 เดินไปตามปกติสู่การโหวตวาระ 3 และไม่ตกไป ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมจะเสร็จและประกาศใช้ประมาณธันวาคม 2565  ก่อนครบอายุรัฐบาล

และเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ รัฐบาลก็ต้องยุบสภา จัดให้มีการเลือกตั้้ง ซึ่งต้องเลือกตั้งตามกติกาใหม่ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งรัฐบาลหรือผู้กุมอำนาจในปัจจุบันไม่อาจมั่นใจได้ว่า ส.ส.ร. จะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมามีิกติกาอย่างไร

แต่ถ้าร่างรัฐธรรมนูญสะดุดหรือต้องนับหนึ่งกันใหม่  ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็จะเสร็จประกาศใช้ได้หลังอายุรัฐบาล 

นั่นหมายความว่าการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นจะใช้รัฐธรรมนูญปี 60 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ภายใต้กติกาเดิมที่รัฐบาล หรือผู้กุมอำนาจในปัจจุบันได้เปรียบ โดยเฉพาะการให้ ส.ว. ร่วมโหวตเลือกนายกฯเหมือนเดิม 

ปชป.ท้าชน ‘ฉายแสง’ เป็นต่อ นายกเล็กแปดริ้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461253

ปชป.ท้าชน’ฉายแสง’ เป็นต่อ นายกเล็กแปดริ้ว

16 มีนาคม 2564 – 18:02 น.

สนามนายกเล็กแปดริ้ว ตระกูล “ฉายแสง” ยึดครองมา 6 สมัย เลือดใหม่ค่าย ปชป.ขอท้าชิง

++
    ปลายปีที่แล้ว ตระกูล “ฉายแสง” ทั้ง 4 พี่น้อง “จาตุรนต์ กลยุทธ วุฒิพงศ์ ฐิติมา” หนุนจ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ลงชิงนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา หวังโค่น “นายกไก่” กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ แต่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน พ่ายแชมป์เก่าไป 5-6 หมื่นแต้ม
    อย่างไรก็ตาม ส.อบจ.ฉะเชิงเทรา เขต อ.เมือง 6 คน ปรากฏว่า ผู้สมัครทีมตระกูล “ฉายแสง” เอาชนะยกอำเภอ 
    อ.เมืองฉะเชิงเทรา เป็นฐานเสียงฐานคะแนนของ “เจ๊เปิ้ล” ฐิติมา ฉายแสง อดีต ส.ส.แปดริ้วมาหลายสมัย เพียงแต่หนที่แล้ว มีอุบัติเหตุการเมือง พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ

++
แชมป์ 6 สมัย
++
    สำหรับ “เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา” ตกอยู่ในการบริหารของตระกูล “ฉายแสง” มาแต่ยุคของอนันต์ ฉายแสง หรือ “เตี่ยนัน” ของพ่อค้าแม่ค้าหน้าวัดหลวงพ่อโสธร 
    อนันต์ ฉายแสง เป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ปี 2501 และเป็นเทศมนตรี ปี2502-2510 ก่อนจะขยับเล่นการเมืองระดับชาติ เป็น ส.ส.ฉะเชิงเทรา ปี 2512
    เมื่อ 30 ปีที่แล้ว “เตี่ยนัน” ดันลูกชายคนโต “อ๋อย” จาตุรนต์ ฉายแสง เป็น ส.ส. และวางตัวลูกชายคนรอง “เสี่ยก้อย” กลยุทธ ฉายแสง ลงเล่นการเมืองท้องถิ่น และเป็นนายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทรา มา 6 สมัยแล้ว 

ปชป.ท้าชน'ฉายแสง' เป็นต่อ นายกเล็กแปดริ้ว

กลยุทธ ฉายแสง นายกเล็กแปดริ้ว 6 สมัย

    ยุคหลังๆ “เตี่ยนัน” ส่ง “เสี่ยโก้” วุฒิพงศ์ และลูกสาวคนเดียว “เจ๊เปิ้ล” ฐิติมา เป็น ส.ส.เขต รักษาฐานเสียงของตระกูล 
    เลือกตั้งปี 2554 ตระกูลฉายแสง สอบตกทั้งเสี่ยโก้ และเจ๊เปิ้ล แต่ปีถัดมา มีเลือกตั้งเทศบาล “นายกก้อย” กลยุทธ ฉายแสง ก็เอาชนะชาลี เจริญสุข ค่ายประชาธิปัตย์ไปได้สบายๆ 
    สะท้อนว่า ไม่ว่าการเมืองระดับชาติ จะตกต่ำอย่างไร แต่สนาม “นายกเล็กแปดริ้ว” ยังไม่มีใครเอาชนะคนในตระกูล “ฉายแสง” ไปได้
    การเลือกตั้งเทศบาลปีนี้ “นายกก้อย” กลยุทธ์ ฉายแสง นำทีมรวมใจพัฒนา ลงป้องกันแชมป์ครบทีม ส.ท.ทั้ง 18 คน และในสายตาเซียนการเมือง มองว่า “นายกก้อย” มีโอกาสได้เป็นนายกเทศมนตรีแปดริ้ว สมัยที่ 7 ค่อนข้างสูง

++
หน้าใหม่ค่าย ปชป.
++    
    ส่วนผู้ท้าชิงหน้าใหม่คือ “กัปตันโป้ง” วัชระ ปิ่นเจริญ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ท้าชิง ในนามกลุ่มแปดริ้วยุคใหม่ 

ปชป.ท้าชน'ฉายแสง' เป็นต่อ นายกเล็กแปดริ้ว

กัปตันโป้ง ค่าย ปชป.

    กัปตันโป้ง เป็นลูกหลานชาวแปดริ้วโดยกำเนิด เป็นนักบินผู้ช่วย สายการบินไทยและนักบินที่ 1 (กัปตัน) สายการบินไทยสมายล์ ก่อนจะผันตัวมาเล่นการเมือง เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สาธิต ปิตุเตชะ) และคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ฉะเชิงเทรา
    เมืองแปดริ้ว มีแฟนคลับประชาธิปัตย์มาแต่รุ่น ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ขนาดตระกูล “ฉายแสง” ยังเคยสวมสีเสื้อ ปชป.ลงสนามเลือกตั้ง ส.ส.
    แม้จะรู้ว่าเป็นรอง แต่ “กัปตันโป้ง” ก็เดินหน้าหาเสียง ขายนโยบายเปลี่ยนแปดริ้ว แต่จะถึงขั้นล้มแชมป์ผูกขาดได้หรือไม่ คนแปดริ้วจะให้คำตอบ 

เสียงจากปารีส แคร์ด้วยหรือ “โทนี่” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461216

เสียงจากปารีส แคร์ด้วยหรือ “โทนี่”

16 มีนาคม 2564 – 13:55 น.

เพื่อไทยหายไปไหน เสียงก้องจากปารีส เมื่อแกนนำราษฎรอยู่ในเรือนจำ แต่ “พี่โทนี่” ยังสนุกอยู่ในคลับเฮาส์ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ขณะที่แกนนำกลุ่มราษฎร “อานนท์-เพนกวิน-รุ้ง-ไผ่” อยู่ในเรือนจำระหว่างการยื่นขอประกันตัว มีความเคลื่อนไหวจากฟากฝ่ายพรรคก้าวไกล นักวิชาการ และแนวร่วมกลุ่มราษฎร แต่ฝั่งพรรคเพื่อไทย กลับเงียบงัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… แม้วเลิกหมอบ เปลี่ยนรับเป็น “รุก”

เสียงจากปารีส แคร์ด้วยหรือ "โทนี่"

พี่โทนี่ มาอีกแล้ว    

อันเป็นที่มาของคำถามจากปารีส ฝรั่งเศส เมื่อ “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” โพสต์เฟซบุ๊กSomsak Jeamteerasakulเมื่อวันที่ 15 มี.ค.2564 ว่า “ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ สมควรได้รับการประกันตัว พรรคเพื่อไทย เห็นเป็นอย่างอื่นหรือ? เหตุใดไม่ได้เห็นท่าทีของพรรค?
การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ เป็นข้อเสนอที่สมเหตุสมผล พรรคเพื่อไทย มีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือ?”    

จริงๆ แล้ว เรื่องนี้มีคำตอบมาตั้งแต่ปี 2555 สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เมื่อ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 112 ที่นำเสนอโดยคนเสื้อแดง และนักวิชาการ ถูกตีตกไป โดยประธานรัฐสภาสมัยนั้น “สั่งจำหน่ายเรื่อง” เพราะหลักการไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย และหมวด 5 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550    

เวลานั้น พรรคเพื่อไทยครองเสียงข้างมากในสภาฯ กระแสคนเสื้อแดงยังแรงจัด นับว่าเป็นโอกาสทองในการจะแก้ไข ม.112 แต่ “พี่โทนี่” ก็ไม่ยอมเปิดไฟเขียวให้เพื่อไทยเต้นตามเพลงคนเสื้อแดงสายตาสว่าง      

ว่ากันตามจริง วันนี้ ชั่วโมงนี้ “อ้วน มิ้ง เลี้ยบ” ก็อยากไปยืนถือป้ายไฟให้กำลังใจน้องๆ แกนนำราษฎรที่ถูกจับกุมคุมขังอยู่ แต่ประสบการณ์ตรงจากรัฐบาลทักษิณถูกยึดอำนาจ พรรคไทยรักไทยถูกยุบ ทำให้พวกเขาต้องคิดถึงการต่อสู้ในระยะยาว 

เสียงจากปารีส แคร์ด้วยหรือ "โทนี่"

กลุ่มแคร์ใช้บริการพี่โทนี่ ผ่านการตลาดคลับเฮาส์

++
ก้าวข้ามขัดแย้ง
++
ชั่วโมงนี้ พรรคเพื่อไทย และกลุ่ม CARE กำลังวุ่นอยู่กับการปั้นคนรุ่นใหม่ ปูฐานเสียงสำ หรับการเลือกตั้งในอนาคต อย่างเช่นโปรเจ็กต์ “Disrupt เพื่อไทย” ผ่านโครงการ The Change Maker ที่คัดเอาคนรุ่นใหม่ 100 คน มานำเสนอไอเดียที่สามารถพัฒนาเป็นนโยบายเปลี่ยนประเทศให้ปรับตัวสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก    

กลุ่มแคร์ ขยับเข้ามาเล่นกับ Gen Y Gen Z มากขึ้น จึงใช้คลับเฮ้าส์ (Clubhouse) โซเชียล มีเดีย ที่มียอดผู้ใช้งานกว่า 2 ล้านคนในไทย เป็นช่องทางรีแบรนด์ “พี่โทนี่”      

หากเข้าไปส่องแฟนเพจเฟซบุ๊กแคร์ คิดเคลื่อนไทย ก็จะเต็มไปด้วยเรื่องของ “พี่โทนี่” ทักษิณ ชินวัตร ที่มาเสนอไอเดียทางธุรกิจ และข้อคิดการเมือง     

“รู้เร็ว!! รู้ทัน!! กิจกรรมโดนๆ กับพวกเรา CARE ClubHouse กิจกรรมดีๆ กำลังรอทุกคนอยู่ มาร่วมเป็น Members “Care ClubHouse” กัน แล้วสมาชิกทุกคนจะไม่พลาดเรื่องราวดีๆ จุ๊จุ๊!! ระวังจะไม่ทันพี่โทนี่นะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน”    

นี่คือถ้อยคำเชิญชวนผู้คนเข้าไปเป็นสมาชิก CARE ClubHouse โดยวางตัว “พี่โทนี่” เป็นจุดขาย

++
ผู้นำเจ๋งๆ 
++
สัปดาห์ที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี เลื่อนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ทำเอากองแช่งกระแนะกระแหนกันระเบ็งเซ็งแซ่ แอดมินเพจกลุ่มแคร์ ขึ้นสเตตัส “โธ่…ใจๆหน่อย นะน้องนะ!!”    

พร้อมกับนำภาพ “ทักษิณ ชินวัตร” สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี โชว์การกินไก่กลางท้องสนามหลวง และอธิบายความเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นสมัยไข้หวัดนกระบาด     

มาวันนี้(16 มี.ค.2564) พล.อ.ประยุทธ์ รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแล้ว เพจกลุ่มแคร์ก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ออกมา     

บังเอิญว่าคืนนี้ กลุ่มแคร์จะเปิดคลับเฮ้าส์ ให้ “พี่โทนี่” มาเล่าถึงประสบการณ์ที่เคยใช้ศิลปะในการเจรจากับผู้นำต่างชาติ เพื่อจะบอกว่า “ผู้นำที่เจ๋งๆ ควรทำอย่างไร”    

นักวิชาการหัวก้าวหน้าบางกลุ่ม อาจจะมองว่า “พี่โทนี่” ตกยุคตกสมัยไปแล้ว ไม่เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ในสภาพความเป็นจริงทางการเมือง พี่โทนี่ยังมีแฟนคลับ มีสาวกอยู่เยอะ      

กรณีกลุ่มแคร์ รีแบรนด์ไทยรักไทย ภาค 2 และขายความเป็น “พี่โทนี่” น่าจะดับฝันนักวิชาการบางคนที่แอบหวังให้มีการปฏิรูปพรรคเพื่อไทย สลัดพ้นจาก “พรรคเถ้าแก่” ไปสู่พรรคมวลชน    

หากวัดความนิยมของ “พี่โทนี่” กับ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ในตลาดกว้าง ปรากฏว่า ชาวบ้านยังจดจำพี่โทนี่ได้มากกว่าเสี่ยเอก    

การเลือกตั้งนายก อบจ.เมื่อปลายปีที่แล้ว ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พี่โทนี่ยังมีมนต์ขลัง ในสนามเลือกตั้งท้องถิ่นภาคเหนือและภาคอีสาน 

ม็อบบางกลอยข้างหลัง ‘ธรรมนัส’ มีเงา ‘เสี่ยจ๊ะ’ พีมูฟ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461153

ม็อบบางกลอยข้างหลัง ‘ธรรมนัส’มีเงา ‘เสี่ยจ๊ะ’ พีมูฟ

15 มีนาคม 2564 – 18:14 น.

เปิดตัว “เสี่ยจ๊ะ” มือประสานม็อบบางกลอย และเงาของ “ผู้กองธรรมนัส” ในเวทีคนจน

มหากาพย์บางกลอย-ใจแผ่นดิน ไม่จบง่ายๆ กว่า 20 ปีมานี้ มีปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างชาวกะเหรี่ยงกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มาโดยตลอด 

ปี 2554 ยุทธการตะนาวศรี มีการอพยพชาวกะเหรี่ยงออกจากใจแผ่นดิน นำไปสู่การฟ้องร้องในศาลปกครอง และการสังหารนักพัฒนาเมืองเพชร 

ปี 2564 ยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร นำไปสู่การจับกุมชาวบ้าน และม็อบภาคีเซฟบางกลอย ที่ข้างทำเนียบรัฐบาล

ม็อบบางกลอยข้างหลัง 'ธรรมนัส'มีเงา 'เสี่ยจ๊ะ' พีมูฟ

                                              ภาคีเซฟบางกลอย

ในมติการเมือง ม็อบบางกลอย 2564 ทำให้เห็นภาพ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ มีจุดยืนอยู่เคียงข้างชาวบ้านบางกลอย 

อีกภาพหนึ่ง วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะอดีต ส.ส.เพชรบุรี ที่ยืนอยู่ข้างเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 

ฉะนั้น ภาพลักษณ์ของ ร.อ.ธรรมนัส ในสายตาคนชายขอบ ก็คือรัฐมนตรีที่เข้าใจปัญหาของคนยากไร้ ตรงกันข้ามกับวราวุธ ที่กลายเป็นคู่ขัดแย้งของชาวบ้าน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ธรรมนัส” ชี้ ถอยคนละก้าว เพื่อแก้ปัญหา “ม็อบบางกลอย”-รอสรุป16มีนาคม

วัดใจลุงตู่-ลุงป้อม

วันที่ 14 มี.ค.2564 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการประสานเร่งรัดติดตามการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ร่วมกับตัวแทนภาคีเครือข่ายเซฟบางกลอย โดยที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาของพี่น้องชาวบางกลอย โดยมีผู้แทนจากกระทรวงต่างๆ และภาคประชาชนตัวแทนชาวบ้านบางกลอย 

ม็อบบางกลอยข้างหลัง 'ธรรมนัส'มีเงา 'เสี่ยจ๊ะ' พีมูฟ

  ร.อ.ธรรมนัส กลายเป็นขวัญใจม็อบรากหญ้า

วันที่ 15 มี.ค.2564 ภาคีเครือข่ายเซฟบางกลอย ได้ยื่นข้อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีดังนี้

1.ให้ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหากรณีชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย เพื่อทำหน้าที่ในการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพื่อคืนสิทธิ์ให้ชาวบ้าน และดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

2.ให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เปิดประชุมโดยเร่งด่วน

3.ให้นำผลการประชุมของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

4.ให้พนักงานสอบสวนชะลอการส่งสำนวนคดีไปอัยการจนกว่าการแก้ไขปัญหากรณีบางกลอยของรัฐบาลจะได้ข้อยุติ

วันที่ 16 มี.ค.2564 ร.อ.ธรรมนัส จะได้นำผลการประชุมดังกล่าว พร้อมข้อเรียกร้อง 4 ข้อต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หาก ครม.เห็นชอบเรื่องการตั้งคณะกรรมการอิสระ ม็อบบางกลอย อาจได้แยกย้ายกันกลับบ้าน  

มือประสานม็อบ

หลายคนอาจรู้สึกแปลกใจ ที่เห็น ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งมีภาพลักษณ์ติดลบในสายตานักประชาธิปไตยจ๋า กลับกลายเป็นขวัญใจคนรากหญ้า โดยเฉพาะภาคประชาชนที่เรียกกันย่อๆว่า “พีมูฟ” 

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ เป็นแหล่งรวมจอมยุทธ์เอ็นจีโอหลายรุ่น แต่ผู้ที่เป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างพีมูฟกับรัฐมนตรีคนดัง ก็คือ “เสี่ยจ๊ะ” ธนพร ศรียากูล มือทำงานมวลชน ที่เข้ามาคลุกคลีอยู่ในทำเนียบรัฐบาล มาแต่สมัยรัฐบาล คสช. จนถึงรัฐประยุทธ์

ม็อบบางกลอยข้างหลัง 'ธรรมนัส'มีเงา 'เสี่ยจ๊ะ' พีมูฟ

                                  เสี่ยจ๊ะ หัวหน้าพรรคคนธรรมดา

“เสี่ยจ๊ะ” ธนพร ศรียากูล มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ได้แก่ คณะทำงานสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (สบนร.) , ที่ปรึกษากรมประมงด้านการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ,ประธานคณะทำงานเฉพาะกิจขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ฯ และประธานคณะอนุกรรมการศึกษาความเป็นไปได้การถ่ายโอนภารกิจด้านทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม

สำหรับสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (สบนร.) เป็นหน่วยงานพิเศษในสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่มิใช่หน่วยราชการ และขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา)

สมัยที่ “บิ๊กตู่” เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ได้ทำวิทยานิพนธ์เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ และเสี่ยจ๊ะ เป็นผู้ดำเนินการเรียบเรียงงานวิทยานิพนธ์มาจัดพิมพ์รวมเล่ม กระทั่ง “บิ๊กตู่” เป็นนายกรัฐมนตรี เสี่ยจ๊ะ จึงได้เข้ามาทำงานในทำเนียบยุค คสช.

“เสี่ยจ๊ะ” ได้ใช้กลไกของ สบนร. ทำงานร่วมกับเพื่อนพ้องน้องพี่ภาคประชาสังคม และพีมูฟ มาหลายปีแล้ว จนรู้จักมักคุ้นกับแกนนำชาวบ้านทุกกลุ่ม ทุกชาติพันธุ์  

ม็อบบางกลอยยกแรก “เสี่ยจ๊ะ” และประยงค์ ดอกลำไย พี่ใหญ่เอ็นจีโอภาคเหนือ ได้ช่วยประสานฝ่ายต่างๆ จนกลายเป็น “เอ็มโอยู-ถอยกันคนละก้าว” ลงนามโดยวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ และตัวแทนภาครัฐ-ภาคประชาชน

คล้อยหลังการเซ็นเอ็มโอยูแค่ 2 วัน เจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือ ก็สนธิกำลังนำเฮลิคอปเตอร์เข้าไปรับชาวบ้านลงมา ตามมาด้วยยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร

เมื่อภาคีเซฟบางกลอย แตะมือกลุ่มราษฎร ปักหลักพักค้างข้างทำเนียบฯ เสี่ยจ๊ะก็ต้องทำหน้าที่พูดคุยกับเพื่อนพ้องน้องพี่ ก่อนจะพา “ร.อ.ธรรมนัส” มาถกปัญหาของบางกลอย จนได้ข้อสรุปเรื่องการตั้งคณะกรรมการอิสระ

 นี่แหละ “เสี่ยจ๊ะ” หัวหน้าพรรคคนธรรมดา ที่มีบทบาทหลังม่านม็อบแบบไม่ธรรมดา