ทัพปะหล่อง ปกป้องมวลชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460518

ทัพปะหล่อง ปกป้องมวลชน

8 มีนาคม 2564 – 18:07 น.

ส่อเค้าสงครามกลางเมือง กองทัพปะหล่อง ประกาศยืนข้างประชาชน ต้านเผด็จการทหาร

ไม่เพียงแต่กองทัพปลดปล่อยแห่งกะเหรี่ยง (KNLA) ที่เคลื่อนกำลังออกมาสนับสนุนการประท้วงของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ในหลายเมืองของรัฐกะเหรี่ยง ตอนนี้ เริ่มมีกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์แสดงตัวเป็นฝ่ายประชาชนมากขึ้น 

ปัจจุบัน สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) และสภากอบกู้รัฐฉาน (RCSS/SSA) ได้เจรจากับพรรคเอ็นแอลดี ของอองซานซูจี เป็นแนวร่วมต้านเผด็จการเมียนมา 

ทัพปะหล่อง ปกป้องมวลชน

             ทหารกองทัพปะหล่อง ออกมาคุ้มครองเส้นทางในเมืองโก๊ตข่าย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
สู้เผด็จการทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูปกป้องประชาชน

วันที่ 8 มี.ค.2564 สำนักข่าว BBC burmese รายงานว่า บนถนนสายหนึ่งในเมืองโก๊ตข่าย แขวงหมู่แจ้ รัฐฉานเหนือ ทหารชาวปะหล่อง สังกัดกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) ได้ลาดตระเวนคุ้มครองเส้นทาง เพื่อปกป้องประชาชน ที่เดินขบวนประท้วงรัฐบาลกองทัพเมียนมา

นายทหารชาวปะหล่องกล่าวว่า “กองกำลังของพวกเรา จะยืนหยัดเคียงข้างประชาชน และข้าราชการที่อารยะขัดขืน ไม่เชื่อฟังรัฐบาลทหาร” 

ในรัฐฉานเหนือ ก็เหมือนในทุกภูมิภาค ที่มีประชาชนลุกขึ้นมาประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา เรียกร้องประชาธิปไตย 
ที่ผ่านมา ชาวไทใหญ่ ชาวปะหล่อง ชาวปะโอ ในรัฐฉานได้จัดกิจกรรมชุมนุมและเดินขบวนทุกวัน 

ทัพปะหล่อง ปกป้องมวลชน

                   กลุ่มชาติพันธุ์ในรัฐฉานเหนือ จัดเดินขบวนประท้วง

ทัพปะหล่อง ปกป้องมวลชน

                        ทหารปะหล่อง ขอปกป้องประชาชน

สำหรับกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) เป็นกองทหารของ “แนวร่วมปลดปล่อยรัฐปะหล่อง” (PSLF) ที่มีพื้นที่ยึดครองอยู่ในรัฐฉานเหนือ 

กองทัพปะหล่อง หรือกองทัพตะอาง (TNLA) เป็นพันธมิตรกับกองทัพไทใหญ่เหนือ (SSPP/SSA) ,กองทัพโกก้าง (MNDAA) และกองทัพอาระกัน (AA) ในนาม “กลุ่มพันธมิตรภาคเหนือ” 

กลุ่มพันธมิตรภาคเหนือ ยังไม่ได้เข้าร่วมเจรจาหยุดยิง และถูกกองทัพเมียนมา ขึ้นบัญชีเป็นกลุ่มก่อการร้าย

ทัพปะหล่อง ปกป้องมวลชน

                      ทหารปะหล่องลาดตระเวน คุ้มครองมวลชน

ส่องชีวิต ‘อาญาสิทธิ์’ นายอำเภอปฏิวัติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460509

ส่องชีวิต’อาญาสิทธิ์’นายอำเภอปฏิวัติ

8 มีนาคม 2564 – 16:39 น.

จากนายอำเภอ “ใจถึงพึ่งได้” สู่นักการเมืองหน้าใหม่ “อาญาสิทธิ์” มีเส้นทางชีวิตไม่ธรรมดา

หลังพ่ายเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.2562 “อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” อดีตนายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ได้ทำเรื่องขอกลับเข้ารับราชการ และถูกส่งไปเป็นนายอำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง

ระหว่างเป็นนายอำเภอเขาชัยสน “อาญาสิทธิ์” ก็แวะเวียนไปเยี่ยมชาวบ้านเขต 3 นครศรีธรรมราช อยู่เป็นระยะๆ พร้อมกับบันทึกเสียงเพลง “เสียงจากเขาชัยสน” ลงยูทูบ เพื่อสื่อสารมาถึงคนในพื้นที่เขต 3 

“ลืมผมหรือยังครับแฟน เลือกตั้งครั้งนี้อบอุ่น เพราะคุณๆช่วยลงคะแนน อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ขอเชิญทุกท่านเลือกเป็นผู้แทน อาสารับใช้บอกไปทั่วแดน สมัครผู้แทนพลังประชา…”

นายอำเภออาญาสิทธิ์ ร้องเพลงหาเสียงล่วงหน้ามาแรมเป็นปี ด้วยมั่นใจลึกๆว่า เขต 3 ต้องมีเลือกตั้งซ่อมแน่นอน

“ขอบคุณกำลังใจมอบให้ครั้งนี้ ขอบคุณทั้งน้องและพี่ มิตรไมตรีที่ท่านหวงแหน เขต 3 นคร ต้องดังกระฉ่อน เลือกตั้งผู้แทน อาญาสิทธิ์จิตใจหนักแน่น ขอเป็นผู้แทนของคนนคร”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เบื้องลึก ชัยชนะ ‘อาญาสิทธิ์’ อิทธิฤทธิ์บิ๊กป้อม

กลางดงคอมฯใต้

“เป็นคนเมืองคอน บ้านเกิดอยู่จุฬาภรณ์ ประชาชนต้องมาก่อน พร้อมแก้ไขทุกปัญหา ส่งเสริมและพัฒนา..ใจถึงพึ่งได้ ใช้คุณธรรม ปกครองท้องถิ่นไม่เหลื่อมล้ำ นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” นี่คือเพลงประจำตัว “นายอำเภออาญาสิทธิ์” 

บ้านเกิดเมืองนอนของ “อาญาสิทธิ์” อยู่ในพื้นที่ ต.สามตำบล อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเมื่อ 50 กว่าที่แล้ว บ้านเกิดของเขาเป็นส่วนหนึ่งของ อ.ร่อนพิบูลย์ ซึ่งเรียกกันว่า “ดงคอมมิวนิสต์” หรือที่มั่นจรยุทธ์ของเขตงานนครศรีธรรมราช 

อาญาสิทธิ์ เกิดเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2508 บุตรนายเผ้ง และนางจีน ศรีสุวรรณ จบการศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนร่อนพิบูลย์เกียรติวสุนธราภิวัฒก์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช

ครั้นจบมัธยมศึกษาตอนปลาย อาญาสิทธิ์เข้ากรุงเทพฯ มาอาศัยกินนอนที่วัดราชาธิวาส ถนนสามเสนแหล่งรวมเด็กใต้ เรียนนิติศาสตร์ รามคำแหง

ส่องชีวิต'อาญาสิทธิ์'นายอำเภอปฏิวัติ

                               สมัยจบนิติศาสตร์ รามคำแหง

หนุ่มเมืองคอนจบจบปริญญาตรีนิติศาสตร์ สอบบรรจุเป็นปลัดอำเภอ รับราชการหมุนเวียนอยู่ย่านบ้านเกิด ทั้ง อ.จุฬาภรณ์ อ.พระพรหม อ.ชะอวด และ อ.เฉลิมพระเกียรติ

อาญาสิทธิ์ได้เข้าเรียนหลักสูตรนายอำเภอรุ่น 70 วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง ปี 2553 เป็นเลขานุการรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ปี 2560 ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายอำเภอปลายพระยา จ.กระบี่ ปี 2562 นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช  

ส่องชีวิต'อาญาสิทธิ์'นายอำเภอปฏิวัติ

                 สมัยเป็นนายอำเภอ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช

ทางเดินสายใหม่

เลือกตั้งปี 2562 อาญาสิทธิ์ตัดสินใจลาออกจากนายอำเภอ มาสมัคร ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช สังกัดพรรคพลังประชารัฐ 

การตัดสินใจลาออกจากราชการ ขณะที่ยังเหลืออายุราชการอีก 8 ปีจะเกษียณ เจ้าตัวให้เหตุผลว่า แม้จะมีอนาคตทางราชการอีกมาก อาจจะถึงระดับผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ตัวเขาอยากจะเป็นผู้แทนราษฎร ที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหา สร้างโอกาสให้กับประชาชนได้ในวงกว้างระดับประเทศ จึงตัดสินใจเลือกเส้นทางใหม่

บนถนนสายเลือกตั้งครั้งแรก อาญาสิทธิ์ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ถือเป็นการเปิดตัวด้วยคะแนนไม่ธรรมดา จากนั้นเขาขอกลับเข้ารับราชการอีกครั้งหนึ่ง โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นนายอำเภอเขาชัยสน จ.พัทลุง

ส่องชีวิต'อาญาสิทธิ์'นายอำเภอปฏิวัติ

ช่วงที่เป็นนายอำเภอเขาชัยสน อาญาสิทธิ์ก็แอบหวังลึกๆว่า ต้องมีเลือกตั้งซ่อม และก็เป็นจริง เมื่อเทพไท เสนพงศ์ หลุดเก้าอี้ ส.ส. ตอนแรกอาญาสิทธิ์ก็ต้องลุ้นพรรคพลังประชารัฐ จะส่งเขาลงสนามอีกหรือไม่ เพราะทางพรรคประชาธิปัตย์ออกข่าวตีกันเรื่องมารยาททางการเมือง

สุดท้าย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ตัดสินใจส่งอาญาสิทธิ์ลงสนามแก้มือ พร้อมกับให้การสนับสนุนอาญาสิทธิ์เต็มที่ 

อาญาสิทธิ์ประสบความสำเร็จ ได้ก้าวเข้าสู่สภาฯสมความมุ่งหวังตั้งใจ กลายเป็น ว่าที่ ส.ส.เขต 3 เป็น ส.ส.คนที่ 4 ของนครศรีธรรมราช และ ส.ส.คนที่ 14 ของภาคใต้ และจะเป็นส.ส.คนที่ 122 ของพรรคพลังประชารัฐ 

อดีตนายอำเภอร่างเล็กคนนี้ ไม่ใช่ลูกเจ้าขุนมูลนาย หากแต่เป็นลูกคนบ้านบ้าน จึงมีสไตล์การทำงานแบบใจถึงพึ่งได้ เหมือนบทเพลงท่อนนี้ “..ใจถึงพึ่งได้ ใช้คุณธรรม ปกครองท้องถิ่นไม่เหลื่อมล้ำ นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ”

ส่องชีวิต'อาญาสิทธิ์'นายอำเภอปฏิวัติ

                           คนเล็กใจใหญ่ นายอำเภออาญาสิทธิ์

“อู๊ดด้า” พ่าย “เสนพงศ์” แพ้สะเทือนชิงนายกเล็ก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460491

“อู๊ดด้า” พ่าย “เสนพงศ์” แพ้สะเทือนชิงนายกเล็ก 

8 มีนาคม 2564 – 14:33 น.

แผ่นดินไหวชะอวด สะเทือน “นายกเล็ก” นครศรีธรรมราช ปชป.อาจพ่าย พปชร.อีกสนาม  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
สะท้านสะเทือนไปทั้งประเทศ เมื่อ พงศ์สิน เสนพงศ์ น้องชายของเทพไท เสนพงศ์ พ่ายนายอำเภอบ้านนอก-อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ส่งผลให้ ส.ส.นครศรีธรรมราช 8 คน แบ่งเป็นพรรคประชาธิปัตย์ 4 คน และพรรคพลังประชารัฐ 4 คน     

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  เคาะแล้ว “พงศ์สินธุ์” น้องชาย”เทพไท” ลงชิงเลือกตั้งซ่อม

"อู๊ดด้า" พ่าย "เสนพงศ์" แพ้สะเทือนชิงนายกเล็ก 

เทพไท ฝากน้องชายลงสู้อีก 2 ปีข้างหน้า

ปรากฏการณ์แบบนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นในเมืองคอนมานานนับ 20 กว่าแล้ว นับแต่ “ชำนิ ศักดิเศรษฐ์-วิทยา แก้วภราดัย” ย้ายจากพลังธรรมมาสังกัด ปชป. ก็ไม่พรรคใดเบียดแทรกเข้ามาได้    

“ส.ส.แทน” ชัยชนะ เดชเดโช ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งของ ปชป. เขต 3 บอกว่า ตนมีความพอใจต่อผลคะแนนที่ออกมาในครั้งนี้ เพราะได้คะแนนมากกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อน ซึ่งได้เพียง 33,000 คะแนน แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ได้เพิ่มมาอีก 10,000 กว่าคะแนน     

ส่วน “เทพไท เสนพงศ์” คาดการณ์ว่า “ผมเชื่อว่าภายในเวลาไม่เกิน 2 ปี ก็จะมีการเลือกตั้งใหม่อีก ผมหวังว่าทุกท่านคงจะให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์ และคุณพงศ์สินธุ์ ในการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง”    

ผู้ที่แบกรับความปราชัยหนนี้ไปเต็มๆคือ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ทุ่มเทสรรพกำลังลงไปช่วยหาเสียงในพื้นที่ไม่น้อยหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่บทเรียนจากความพ่ายแพ้ คาดว่าทางพรรค ปชป.คงรู้แล้ว ทั้งปัจจัยภาวะวิสัยและอัตวิสัย

"อู๊ดด้า" พ่าย "เสนพงศ์" แพ้สะเทือนชิงนายกเล็ก 

แคมเปญนี้ เทพไท ไม่พอใจ

++
แข่งคนกันเอง
++
หากพิจารณาจากผลการเลือกตั้ง กรณี สราวุฒิ สุวรรณรัตน์ พรรคกล้า ได้ 6,222 คะแนน ดูเหมือนว่า “กรณ์ จาติกวณิช” หัวหน้าพรรคกล้า จะพึงพอใจราวกับขนะเลือกตั้ง เพราะนี่คือสนามแรกของพรรคน้องใหม่    

โค้งสุดท้าย พรรคกล้าชูคำขวัญ “ล้มยักษ์” เหมือนจงใจปลุกชาวเขต 3 เมืองคอนให้พร้อมใจกันล้มแชมป์เก่า    

คำขวัญ “ล้มยักษ์” ทำให้ เทพไท เสนพงศ์ ไม่สบอารมณ์ ถึงกับโพสต์เฟซบุ๊กว่า “ผมไม่ทราบว่า ล้มยักษ์ ในความหมายของคุณกรณ์หมายถึงใคร แต่สำหรับผู้สมัครของ ปชป. คือ พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ เบอร์ 3 เป็นลูกชาวบ้านธรรมดาๆ ผ่านการทำงานการเมืองระดับท้องถิ่นและระดับชาติมาแล้ว ไม่ได้เป็นยักษ์เป็นมารแต่อย่างใด”    

แสดงว่า วาทกรรมล้มยักษ์อาจโดนใจชาวบ้าน จึงมีคนออกมาหย่อนบัตรเลือกผู้สมัครหน้าใหม่ของพรรคกล้า ได้กว่า 6 พันคะแนน    

ในทางกลับกัน หากไม่มีพรรคกล้า ไม่มี “กรณ์” อดีตคน ปชป. 6 พันแต้มนี้ อาจทำให้ตระกูล “เสนพงศ์” ไปถึงฝั่งฝันก็ได้

"อู๊ดด้า" พ่าย "เสนพงศ์" แพ้สะเทือนชิงนายกเล็ก 

แคมเปญนี้ เทพไท ไม่พอใจ

++
โดมิโน่ล้ม “อภิชาต”
++
หลังทราบผลการเลือกตั้งซ่อม เขต 3 สภากาแฟเมืองคอนถกกันหนักว่า ความปราชัยของพงศ์สินธุ์ อาจเป็นโดมิโน่ล้ม “อภิชาต ศักดิเศรษฐ์” ในสนามนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช     

ดังที่รู้กัน ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ กับเทพไท เสนพงศ์ จึงมีข้อตกลงร่วมกันที่จะสนับสนุน “กนกพร เดชเดโช” มารดา ส.ส.แทน เป็นนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ในนาม “กลุ่มพลังเมืองนคร”    

เมื่อกนกพรได้รับชัยชนะ ภารกิจต่อไปของ “ชำนิ เทพไท กนกพร” ก็คือสนับสนุน อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ที่สวมเสื้อกลุ่มพลังเมืองนคร ในศึกเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช    

ศึกนายกเล็กเมืองคอนหนนี้ ก็ไม่ง่าย เมื่อ “โกจู๋” วิฑูรย์ อิสระพิทักษ์กุล อดีตรองประธานสภาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้รับแรงใจจาก 3 ส.ส.พลังประชารัฐ อย่าง รงค์ บุญสวยขวัญ, สายันห์ ยุติธรรม และสันหพจณ์ สุขศรีเมือง    

ฉะนั้น ชัยชนะของ “อาญาสิทธิ์” ส่งผลสะเทือนต่อสนามนายกเล็กเมืองคอน “โกจู๋” มีโอกาสชนะทีมพลังเมืองนคร หรือทีม ปชป.นั่นเอง

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤต พลิกประวัติศาสตร์ ประชาธิปัตย์ ดวงตก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460466

ซินแสเข่ง   ผ่าดวงวิกฤต  พลิกประวัติศาสตร์  ประชาธิปัตย์ ดวงตก 

8 มีนาคม 2564 – 10:49 น.

ซินแสเข่ง   ผ่าดวงวิกฤต  พลิกประวัติศาสตร์  ประชาธิปัตย์ ดวงตก ถึงทางตัน ราศีดวงอ่อนกำลัง ขาดความเชื่อมั่น ดวงชะตาไม่เสริม ก่อให้เกิดความวุ่นวายในพรรค

ซินแสเข่ง   ผ่าดวงวิกฤต  พลิกประวัติศาสตร์  ประชาธิปัตย์ ดวงตก หัวหน้าพรรคนำทัพไม่มีกำลัง  ถึงทางตัน พลังประชารัฐยึดพื้นที่ โอกาศเป็นของบิ๊กป้อม ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ  เพราะดาวพระเคราะห์ และราศีดวงอ่อนกำลัง  ขาดความเชื่อมั่น  ดวงชะตาไม่เสริม  ก่อให้เกิดความวุ่นวายในพรรค  อำนาจการบริหารไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง เพราะดาวราศีเบียดเบียน สร้างความ ไม่มั่นคง ช่วงจังหวะรอบอายุเข้าเคราะห์  ทำให้ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง  วิกฤติเปลี่ยนหัวหน้าพรรค  ปชป.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  เลือกตั้งซ่อมเขต 3 นครศรีธรรมราช “ประชาธิปัตย์” อาการหนัก

ซินแสเข่ง   ผ่าดวงวิกฤต  พลิกประวัติศาสตร์  ประชาธิปัตย์ ดวงตก 

ซินแสเข่ง  อาจารย์ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง  ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์  แห่งประเทศไทย วิเคราะห์ผ่าดวง วิกฤต โชคชะตาหลังเลือกตั้งซ่อม   จังหวัดนครศรีธรรมราช  ชี้ชะตา  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  คุณจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์  ถึงจุดทางตัน เข้าสู่ภาวะ ดาวราศี ไม่เสริมดวง  ตกรอบอายุเข้าเคราะห์ เป็นอุปสรรค ในการบริหารงาน ตลอดจนถึง ในพื้นฐานดวงชะตา ไม่มั่นคงเท่าที่ควร  อีกครั้งองครักษ์ผู้ร่วมทีมพรรค ตกดวงขัดแย้ง มีผลกระทบเกิดขึ้น ทำให้เกิดปัญหากับการเบียดเบียนในการทำงานไม่มั่นคงในการบริหาร  เดินทางไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดหวังทำให้การบริหารมีแต่เรื่องให้เดือดเนื้อร้อนใจ อึดอัด  หงุดหงิด  ไร้สาระ  ไม่เป็นเรื่องไม่เป็นราว  สร้างความไม่มั่นคงให้แปรปวนให้เกิดขึ้น    

ซินแสเข่ง   ผ่าดวงวิกฤต  พลิกประวัติศาสตร์  ประชาธิปัตย์ ดวงตก 

ส่วนดวงคุณอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ   ถือว่าเป็นจังหวะอีกครั้ง  ที่จะแก้สถานการณ์ได้   แต่อยู่ที่คุณอภิสิทธิ์ ที่ใจจะคิดอย่างไร  ว่ายังยึดความคิดนโยบายเดิมหรือไม่  ถ้าความคิดเดิมก็คงล้มเหลวต่อไป   แต่ถ้ามีอัศวินม้าขาวอย่าง  คุณชวน  หลีกภัย  เชื่ออีกครั้งว่ามีโอกาสฟื้นตัว  และประชาธิปัตรเกิดแน่นอน

ซินแสเข่ง   ผ่าดวงวิกฤต  พลิกประวัติศาสตร์  ประชาธิปัตย์ ดวงตก 

ซินแสเข่ง วิเคราะห์เพิ่มเติมว่า ช่วงรอบอายุ ของ  คุณจุรินทร์  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในรอบปี 2564 เป็นช่วงจังหวะรอบอายุเข้าเคราะห์ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนของปี 2562 ต่อเนื่องถึง 2564 และไปสิ้นสุด ในเดือนมีนาคม 2565 รวมระยะเวลา 18  เดือน  ประกอบกับ ปี 2565 ตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ ก็จะมีผลปะทะ ก่อให้เกิดความแตกแยก  วุ่นวาย   สับสน สร้างความขัดแย้ง ให้เกิดขึ้นภายในพรรค  มรสุมที่จะก่อให้เกิดความรุนแรง เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ จากการวิเคราะห์ดวง ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของดวงชะตา ที่ไม่มั่นคงเท่าที่ควร ในการเป็นหัวหน้าพรรค ตลอดจนถึงช่วงจังหวะเดินอายุ ก็ยังเป็นอุปสรรค และประกอบด้วย องครักษ์ ประจำตัว มีผลเบียดเบียนให้เดือดเนื้อร้อนใจ  ด้วยเหตุนี้  จึงทำให้พรรคประชาธิปัตรมีโอกาศเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

เบื้องลึก ชัยชนะ ‘อาญาสิทธิ์’ อิทธิฤทธิ์บิ๊กป้อม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460436

เบื้องลึก ชัยชนะ ‘อาญาสิทธิ์’ อิทธิฤทธิ์บิ๊กป้อม

7 มีนาคม 2564 – 20:53 น.

แผ่นดินไหวเมืองคอน ปชป.พ่ายหวุดหวิด “อาญาสิทธิ์” ศิษย์หลวงพ่อป้อม เบียดแซงคืนสุดท้าย

การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช สร้างปรากฏการณ์ “แผ่นดินไหวเล็กๆ” เมื่อผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ “อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” ค่ายพลังประชารัฐ ชนะ “พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์” ค่ายประชาธิปัตย์ นัยว่าเฉือนชนะกันแค่หลักร้อยคะแนนเท่านั้น  

ก่อนวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง สภากาแฟเมืองคอนบอกว่า “อาญาสิทธิ์-พงศ์สินธุ์” มวยคู่นี้สูสี ใครชนะก็ได้ และเหนืออื่นใด ตัวชี้วัดการแพ้-ชนะอยู่ในการบริหารจัดการ “คะแนน” ในคืนสุดท้าย

ที่สำคัญ การเดินทางไปขึ้นเวทีหาเสียงครั้งแรกในชีวิตของ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่สี่แยกควนหนองหงส์ อ.ชะอวด เมื่อคืนวันที่ 5 มี.ค.2564 ซึ่งมีชาวนครศรีธรรมราช เขต 3 มากกว่า 5 พันคน มาฟังการปราศรัยใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐ 

2 ปีมานี้ มีการเลือกตั้งซ่อมหลายจังหวัด พล.อ.ประวิตร ไม่เคยเดินทางไปช่วยหาเสียงผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่จังหวัดใดเลย ซึ่งการเดินทางมาช่วย “นายอำเภออาญาสิทธิ์” ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ด่วน..”อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” ผู้สมัคร ส.ส.พปชร.ชนะเลือกตั้ง เขต3 นครศรีฯ

เบื้องลึก ชัยชนะ 'อาญาสิทธิ์' อิทธิฤทธิ์บิ๊กป้อม

                         อาญาสิทธิ์ สมัยมาเรียนหนังสือรามคำแหง

นายอำเภอคนดัง

อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” คน อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช โดยกำเนิด เป็นข้าราชการฝ่ายปกครองมา 30 ปี เคยเป็นปลัดชะอวด 2 ครั้ง ปลัดอำเภอจุฬาภรณ์ 1 ครั้ง ปลัดอำเภอเฉลิมพระเกียรติ 1 ครั้ง และเป็นเลขานุการรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช 2 ครั้ง 3 ปี

ก่อนลงสมัคร ส.ส.เมื่อ 24 มี.ค.2562 อาญาสิทธิ์ เป็นนายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เมื่อสอบตกจึงกลับเข้ารับราชการใหม่ และได้ย้ายไปเป็นนายอำเภอเขาชัยสน จ.พัทลุง

เนื่องจากอาญาสิทธิ์พ่ายเทพไท เสนพงศ์ แค่ 4 พันแต้ม จึงแอบหวังอยู่ในใจ หากมีโอกาสลงสนามแก้มือ เขาจะลงสนามแน่นอน เมื่อเกิดอุบัติเหตุ “เทพไท” หลุดจาก ส.ส. อาญาสิทธิ์จึงเสนอตัวต่อทางพรรคทัน

แม้ทางพรรคประชาธิปัตย์ พยายามจะอ้างเรื่อง “มารยาททางการเมือง” เพื่อกันไม่ให้พรรคพลังประชารัฐส่งผู้สมัคร ส.ส. แต่ “บิ๊กป้อม” ยืนยันจะส่งผู้สมัคร ส.ส.แน่นอน เพราะเชื่อมั่นในตัวนายอำเภออาญาสิทธิ์

เบื้องลึก ชัยชนะ 'อาญาสิทธิ์' อิทธิฤทธิ์บิ๊กป้อม

                      พลังประชารัฐ มี ส.ส.นครศรีธรรมราช 4 คน

เหตุปัจจัยแห่งชัยชนะ

เหตุปัจจัยแห่งชัยชนะของพรรคพลังประชารัฐ 

ประการแรก มีต้นทุน ส.ส.นครศรีธรรมราช 3 คน คือเขต 1 รงค์ บุญสวยขวัญ, เขต 2 สัณหพจน์ สุขศรีเมือง และเขต 7 สายัณห์ ยุติธรรม 

ในรอบ 20 ปีผ่านมา สนามเลือกตั้งนครศรีธรรมราช ไม่เคยมีพรรคไหน มาเบียดแย่งเก้าอี้ ส.ส.ไปจากพรรค ปชป.ได้ แต่หนที่แล้ว กระแสลุงตู่ ช่วยให้พลังประชารัฐ เจาะ ปชป.ได้ถึง 3 เขต 

ประการที่สอง พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นแกนหลักของรัฐบาลประยุทธ์ ประกอบกับช่วงนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างนิยมชมชอบโครงการ “เราชนะ” และ “คนละครึ่ง” 

ประการที่สาม อาญาสิทธิ์ จัดว่าเป็น “คนพื้นที่” เพราะมีบ้านเกิดอยู่ที่ อ.จุฬาภรณ์ ตรงข้ามกับตระกูล “เสนพงศ์” ที่มีบ้านเกิดอยู่ใน อ.เชียรใหญ่ 

มีข้อมูลเชิงลึกในกลุ่มหัวคะแนน ปชป.แอบกระซิบว่า อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช เจ้าของพื้นที่ อ.ชะอวด ตัวจริง ที่ถอยออกจาก ปชป.ไปหลายปีแล้ว แอบช่วยอาญาสิทธิ์

เบื้องลึก ชัยชนะ 'อาญาสิทธิ์' อิทธิฤทธิ์บิ๊กป้อม

                         ครั้งแรกในชีวิตบิ๊กป้อม บนเวทีหาเสียง

ประการที่สี่ แม่ทัพใหญ่ “บิ๊กป้อม” ให้ความสำคัญกับสนามเลือกตั้งซ่อมเขต 3 เป็นอย่างมาก จึงมอบให้ “อนุชา นาคาศัย” เลขาธิการพรรค และ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ลงไปเกาะติดขอบสนาม

โดยเฉพาะบทบาทของ “ผู้กองธรรมนัส” ที่เข้ามากินนอนอยู่ในพื้นที่นครศรีธรรมราช ในช่วง 2 คืนสุดท้าย ก่อนวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง

เบื้องลึก ชัยชนะ 'อาญาสิทธิ์' อิทธิฤทธิ์บิ๊กป้อม

                                     บิ๊กป้อมนำทัพลุยเมืองคอน

งานหิน.. ฝ่า “5 ด่าน” แก้ไข รธน. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460423

งานหิน.. ฝ่า”5 ด่าน”แก้ไข รธน.

7 มีนาคม 2564 – 16:34 น.

การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาถึงช่วง หัวเลี้ยว-หัวต่อ ที่สำคัญ ทั้งการที่ ศาล รธน.จะทำการชี้ขาดว่าการแก้ไขทั้งฉบับทำได้หรือไม่ และการที่ร่าง รธน.จะเข้าสู่พิจารณาวาระ 3 ของสภาฯ ..แต่รู้ไหมว่า การแก้ไข รธน. จะสำเร็จได้ ต้องฝ่าฝันถึง 5 ด่านสำคัญ

มาถึงช่วงสำคัญที่ต้องจับตามองสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 .. เมื่อศาลรัฐธรรมนูญกำหนดวินิจฉัยในวันที่ 11 มี.ค. นี้ เกี่ยวกับอำนาจของรัฐสภาว่ามีอำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยตั้ง ส.ส.ร. ขึ้นมายกร่างได้หรือไม่

ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้เกมแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าไปต่อได้ โดยอนุญาตให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยมี ส.ส.ร. ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งผ่านวาระ 2 ไปแล้ว ก็จะเข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 3 ของรัฐสภาในวันที่ 17 มีนาคมนี้

โดยสรุปเส้นทางของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้  ไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะสำเร็จได้ จะต้องฝ่าฟันถึง” 5 ด่านสำคัญ”  

ด่านแรกสุด : ศาลรัฐธรรมนูญซึ่งนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 11 มีนาคมนี้

หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการตั้ง ส.ส.ร. ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับทำไม่ได้ ก็ต้องเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ ตั้งแต่การเข้าชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญกันใหม่เป็นรายมาตราและเมื่อได้จำนวนชื่อครบตามที่กฎหมายกำหนด ก็นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าจะแก้ไขมาตราใด อย่างไร เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาวาระแรก

แต่หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยตั้งส.ส.ร.ยกร่างใหม่ทั้งฉบับทำได้ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็จะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวาระ 3 ต่อไป

ด่านที่ 2 :ที่ประชุมรัฐสภาจะต้องลงมติเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในวาระ 3 ซึ่งจะต้องใช้เสียง ส.ว. ถึง 1 ใน 3 หรืออย่างน้อย 84 เสียง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้ ส.ว. ถึง 84 เสียง จาก ส.ว.ที่มีทั้งหมดจำนวน 250 คน (ซึ่ง ส.ว. ส่วนมากมาจากการคัดเลือกของ คสช. ในขณะที่รัฐธรรรมนูญปี 60  คงอำนาจ คสช. )

ด่านที่ 3 :  หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบจากประชาชน  ต้องนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปทำประชามติถามประชาชน ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมกำหนดให้ต้องมีผู้มาใช้สิทธิมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 

และก.ม.ประชามติยังมีเงื่อนไขสำคัญว่า นอกจากผู้มาใช้สิทธิต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งแล้ว คะแนนเห็นชอบต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิอีกด้วย

ด่านที่ 4 : หลังจากรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมผ่านประชามติและประกาศใช้ ต้องมีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. 200 คนโดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง 

แต่ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งในลักษณะเดียวกับเลือกตั้ง ส.ส. มีส.ส.ร. ได้เขตละคน เป็นไปได้ว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ร. จะไปเกี่ยวพันกับอำนาจหรืออิทธิพลในท้องถิ่น รวมไปถึงการโยงใยกับการเมืองในระดับชาติ  

สุดท้าย ด่านที่ 5 : เมื่อ ส.ส.ร.จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จจะต้องให้ประชาชนเห็นชอบ โดยต้องทำประชามติอีกครั้ง ในเงื่อนไขเดียวกับด่านที่ 3 

หากผ่านประชามติก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

การฝ่าด่านทั้งห้า เพื่อนำไปสู่จุดหมายปลายทาง คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 60 ฉบับที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันสำเร็จ จึงเป็น “งานหิน” อย่างยิ่ง

‘โหรฟองสนาน’ เผย 29 มี.ค.นี้ ผลของพฤหัสบดีจรย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี(2) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460407

‘โหรฟองสนาน’ เผย 29 มี.ค.นี้ ผลของพฤหัสบดีจรย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี(2)

7 มีนาคม 2564 – 15:32 น.

โหรฟองสนาน” เผยเริ่ม 29 มีนาคม 2564-ผลของพฤหัสบดีจร ย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี(2) คนลัคนาราศีพฤษภ มิถุน กรกฎ

โหรฟองสนาน” เปิดเผยคำทำนายผ่านบทความ แม่หมอสมัครเล่นตอนที่366 โดยฟองสนาน จามรจันทร์ เริ่ม 29 มีนาคม 2564 -ผลของพฤหัสบดีจร ย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี(2)

พฤหัสบดีจร(5) ย้ายจากราศีมังกรเข้าไปเดินในราศีกุมภ์เริ่ม 29 มีนาคม -27กันยายน 2564 (มีเดินผิดปกติ)

มฤตยูจร(0)เดินอยู่ในราศีเมษ/พระราหูจร(8)เดินอยู่ในราศีพฤษภ/พระเสาร์จร(7)เดินอยู่ในราศีมังกร

ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 มาแล้วที่พฤหัสบดีจร(5)หัวหน้าดาวดีหรือศุภเคราะห์ดวงสำคัญี่สุดเข้ามาเดินในราศีมังกร ครั้นตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2564 เป็นต้นไปพฤหัสบดีจรมีกำหนดจะย้ายไปเดินในราศีกุมภ์ และจะอยู่ที่นี่จนถึงวันที่ 27 กันยายน 2564 แม้ระหว่างนี้จะมีเดินผิดปกติ-คาดหมายยาก แต่เพราะจากที่เป็นดาวสำคัญผู้เขียนจึงขอทำนายผลของพฤหัสบดีจรที่จะมีต่อทุกลัคนาราศีให้ทราบพอเป็นแนวทาง(ต่อ) โดยสัปดาห์นี้จะเป็นคิวของชาวลัคนาราศีพฤษภ มิถุน และกรกฎ ดังนั้น

                                          รูปจักรราศีเมษ-มีน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘โหรฟองสนาน’ ชี้ ลัคนาราศีกันย์ รีบออกจากทุกข์กล้าเลือกสิ่งใหม่

4. ลัคนาสถิตราศีพฤษภ โชคชัยเรื่องงานเริ่มเข้ามาในชีวิตรอบแรก- ตามด้วยเงิน และเป็นช่วงน่าพิจารณาแก้ไขทบทวนงาน-นาย-เพื่อนฝูง

ย้อนกลับไปเมื่อใกล้ๆนี้ท่านที่ลัคนาสถิตราศีพฤษทั้งหลายเรื่องผันผวนจัดในเรื่องการงาน ธุรกิจ กิจการ นายจ้าง ผู้บังคับบัญชาเพิ่งจบลงไปเมื่อประมาณต้นกันยายน 2563 ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นไปพร้อม ๆ กับพวกท่านส่วนใหญ่ได้เริ่มปฏิบัติการสำคัญคือเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิต-วิถีชีวิต-การงานขนาดใหญ่ในระดับน้องๆ แผ่นดินไหว มาแต่ตั้งแต่ต้นธันวาคม 2563 ด้วยความรู้สึกอึดอัด ผะผืดผะอม กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

หากพวกท่านเจอเข้ากับอาการที่ว่านี้อย่าได้แปลกใจเพราะถึงอย่างไรเรื่องของงานก็เป็นเงื่อนไขบังคับให้พวกท่านเปลี่ยนแปลง-ทาง-วิถีชีวิตไปถึงปลายมีนาคม2565 แถมงานเข้ามาแบบงานงอกมาก  อีกทั้งไม่ว่าพวกท่านจะเป็นอะไร หาอะไรได้อะไรดีแค่ไหนก็มักรักษาไว้ไม่ได้เช่น

นักการเมืองอยู่พรรคเดิมมานานเลือกทางย้ายพรรคแบบผะอืดผะอม-ทำทัวร์เจ๊งเพราะโควิด-19 ไปเปิดบาร์ขายอาหารท่ามกลางธรรมชาติ-เปลี่ยนจากช่างซ่อมเครื่องบินเลือกไปปลูกป่าเป็นงานรองเพื่อรอโควิด-19 จาง-เปลี่ยนจากหมอโรงพยาบาลเอกชนเข้าราชการ-เปลี่ยนจากงานประจำเป็นลูกจ้างรายปี(เสียงานเดิม) ฯลฯ

ภายใต้เงื่อนไขว่างานเป็นเงื่อนไขบังคับให้พวกท่านเปลี่ยนแปลงทางชีวิตที่เคยเป็นมาแต่เดิมไปถึงปลายมีนาคม 2565 นั้น แม้จะเริ่มต้นทุลักทุเลแค่ไหน ครั้นตั้งแต่ 29 มีนาคม -27 กันยายน 2564 พวกท่านส่วนใหญ่(มียกเว้น)จะได้อะไรดี ๆ ในเรื่องงาน-นาย-ผู้บังคับบัญชา-กิจการเป็นรอบแรก (ยังมีรอบที่สองรออยู่) ทั้งจากวงสังคม เพื่อนฝูง แดนไกล หรือสิ่งเก่า ๆ กลับมา เช่นลูกค้าหายไปเพราะโควิด-19 จะเริ่มกลับมา- หรือกลับไปทำงานหลักแบบเดิมที่เคยทำ-บางคนธนาคารลดดอกเบี้ยเงินกู้ธุรกิจให้ ฯลฯ

อีกทั้งระยะนี้หากเป็นไข้-มีปัญหา-หนี้สินหากพยายามทำแล้วจะแก้ได้ตามโฉลก..ไข้หายเอง คนยำเกรงจะรุ่งเรื่อง…เพียงแต่พวกท่านต้องลงมือทำ โดยขอให้ดูตัวอย่าง เมืองรัตนโกสินทร์ที่เคยทำได้มาแล้วจากการเจอกับปัญหาโควิด-19 สองระลอกแต่เป็นเพราะเกณฑ์นี้(พฤหัสบดีจรเดินอยู่ในภพที่สิบของเมือง) ไทยจึงรับมือได้ดี แล้วไข้ค่อย ๆ หายไป (ส่วนอเมริกา-ทำไม่ได้)

5. ลัคนาสถิตราศีมิถุน ชะตาเริ่มฟื้น(รอบแรก) มีแนวโน้มได้พบสิ่งใหม่-แฟนใหม่ และโดดเด่นเรื่องงานตามระดับวาสนา

ย้อนกลับไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้วคือกันยายน 2563 เป็นต้นมาท่านลัคนาสถิตราศีราศีมิถุนเจอฤทธิ์ดาวใหญ่ทยอยเข้ามุมอับและมุมร้ายเป็นระยะ ๆ ผลสรุปคือพวกท่านจะอึดอัด หงุดหงิดในทางหรือวิถีชีวิต หรือความเชื่อ หรืออุดมการณ์ที่เกี่ยวกับงาน หรือเพื่อร่วมงานหรือหุ้นส่วนในชีวิต  ต่อด้วยเจอเรื่องการตายหรือเจ็บไข้ได้ปวยของพ่อแม่หรือคนในครอบครัวหรือไม่ก็มี ปัญหามรดกหรือยุ่งยากทางการเงิน บางคนโชคร้ายถูกเรียกภาษีเพิ่มจากเรื่องที่คนอื่นทำ  ส่วนบางคนโชคดีได้คืนภาษีก็มี

กล่าวโดยสรุปที่ผ่านมานอกจากเรื่องรายได้พิเศษแล้ว ท่านที่ลัคนาสถิตราศีมิถุน (ส่วนใหญ่-มียกเว้น)เจอหนักอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องงานหลัก-นาย-หุ้นส่วนชีวิตทั้งหลายเช่นเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมอุดมการณ์ฯลฯว่าจะเอาอย่างไรดี

ครั้นตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป-27 กันยายน 2564 ผู้เขียนเชื่อว่าโชคชัยเริ่มจะอวยพวกท่านเรื่องงานหลัก-คู่ครองหรือหุ้นส่วนชีวิตทั้งหลายเป็นรอบแรก(ยังเหลือรอบที่สอง )เพื่อให้พวกท่านใช้เวลาที่ดีนี้ทบทวนว่าจะเอาอย่างไรดีกับเรื่องเหล่านี้ โดยคำแนะนำคือเป็นระยะที่จะทำอะไรใหม่ ๆ เช่น หากเป็นนักการเมืองอาจตั้งพรรคใหม่ หรือหาพรรคใหม่สังกัด หรือรวมกลุ่มใหม่ หรือบางท่านอาจไปทำงานแดนไกล ต่างประเทศ แสวงบุญ ออกบวช หรือเป็นตัวแทนของหน่วยงานเช่นได้เป็นพนักงานดีเด่น หรือบางท่านได้แฟนหรือไม่ลูกตามโฉลก..ได้ฐานา ลุลาภาอยู่นองเนือง…

แต่ท่านที่โชคร้าย (ช่วงพฤหัสบดีเป็นกาลกิณีจร) อาจถูกดำเนินการทางกฎหมาย หรือเกิดเรื่องราว ติดระเบียบ-หลักโน่นนี่ซึ่งหากจะมีก็ขอให้ใช้วิธีเจรจา หรือหาคนกลางมาช่วยประสาน

6. ลัคนาสถิตราศีกรกฎ ได้หรือเสียมรดกแบบไม่คาดฝัน-ระวังได้ความผิดที่ไม่ได้ก่อ-อาจมีคนป่วยในบ้านให้เสียเงิน-ทางโหรถือว่าหัวหน้าเทวดาประจำตัวป่วยหนักชั่วคราว-รอบแรก

ก่อนหน้านี้ท่านที่ลัคนาสถิตราศีกรกฎทั้งหลายเจออาเพศ หรือปฎิวัติใหญ่ (ผลมีทั้งดีร้าย) เรื่องงานมานานแล้ว และยังจะเป็นต่อไป ครั้นตั้งแต่ปลายปี 2563 เป็นต้นมาพวกท่านน่าจะมีโชคจากการเดินทางไกลไปต่างประเทศหรือไปเสี่ยง หรือได้มรดก ของเก่าพอหมอปากหอมคอ แต่ขณะเดียวกันก็เกิดผะอืดผะอมเรื่องคู่ครอง หรือหุ้นส่วนหรือกลุ่มคนที่มีส่วนได้เสียชีวิตทั้งหลาย

ซึ่งก็ต้องเตือนกันละว่าพวกท่านอยู่ระหว่างทุกข์-ยาก ๆ เรื่องคู่ครอง-ชีวิตสมรส หรือหุ้นส่วนชีวิตทั้งหลายเช่นบริษัทที่ทำงานอยู่-หรือเพื่อนร่วมงานเป็นต้นเป็นหละกใหญ่ ที่ต้องประคับประคองอย่างมากไปอีกยาวเช่นอาจมีคนเป็นหม้าย-อายุแตกต่างกันเข้ามากระทบชีวิตสมรส หรือร่วมหุ้นทำงานด้วยกันอยู่ดี ๆ เกิดแตกกันขึ้นมาเฉย ๆ แต่บางท่านที่โชคดีอาจได้แต่งงานตอนอายุมาก ๆ หรือได้แต่งงานกับคนเป็นหม้าย หรือคนสูงอายุหรือบางท่านได้ร่วมหุ้นกับคนสูงอายุ หรือเป็นหม้ายเป็นต้น

สำคัญคือครั้นตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม – 27กันยายน 2564 ท่านที่ลัคนาสถิตราศีกรกฎต้องเพิ่มการระวังตัวให้จงหนักว่าเรื่องลึกลับที่ปกปิดไว้อาจแดงขึ้นมา กลายเป็นเรื่องราวที่บั่นทอนจิตใจจนแทบถอดใจเกิดขึ้นรอบแรก(..ได้ความผิดจนน้ำจิตชัยปรา)-หรือพูดง่ายๆ เรื่องร้ายเช่นเกี่ยวกับชีวิตสมรส-หุ้นส่วนชีวิต-คดีความรอเกิดคล้ายๆ เทวดาประจำตัวป่วยมากคุ้มครองลัคนาไม่ได้

คำแนะ ช่วงนี้เป็นระยะที่เหมาะกับการส้องสุม หรือแอบทำอะไรลับๆก่อนเพื่อรอจังหวะดีๆเข้ามาในทางชีวิต

ส่วนด้านดี ในระยะนี้ที่พวกท่านส่วนใหญ่จะได้แม้จะเป็นทุกขลาภ หรือลาภทุกข์คือมีโอกาสได้รับเงินปันผล หรือส่วนแบ่งจากการลงทุน หรือเป็นหุ้นส่วน หรือได้เงินจากการประกันภัย หรือประกันชีวิต หรือได้มรดกจากพินัยกรรม หรือได้จากเรื่องลึกลับหรือแดนไกลเป็นต้น

(ยังมีต่อ)

ฟองสนาน จามรจันทร์

5 มีนาคม 2564

มายาม็อบ จบแล้ว ‘แดงก้าวหน้า’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460402

มายาม็อบ จบแล้ว ‘แดงก้าวหน้า’

7 มีนาคม 2564 – 14:37 น.

ปลุกแดง “ไบร์ท ราษฎร” เข็นแดงก้าวหน้าไม่ขึ้น ปมอีโก้แกนนำ ทำให้เสื้อแดงรวมกันไม่ติด

ประโคมข่าวเสียใหญ่โต รวมพลคนเสื้อแดง 4 ภาค จะไปปักหลักพักค้างที่ด้านหน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) บางเขน แถมนัดหมายแถวรังสิต ปทุมธานี ดงเสื้อแดงเสียด้วย

พอถึงวันนัดหมาย (6 มี.ค.2564) มีแค่ “ไบร์ท” ชินวัตร จันทร์กระจ่าง และรถกระบะคันหนึ่ง พร้อมคนเสื้อแดง 50 คน ไม่มีเงา “แดงลำลูกกา” และคนเสื้อแดงจาก 4 ภาค 

สุดท้าย “ไบร์ท” ก็เปลี่ยนแผนไม่ไป “ราบ 11” หันหัวรถไปศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ และประกาศยุติการชุมนุม

ถ้าติดตามการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก และกลุ่มราษฎร มาแต่ปลายปีที่แล้ว จะเห็นว่า มีความพยายามจะดึง “คนเสื้อแดง” มาร่วมชุมนุมกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ แต่ก็มีป้าๆลุงๆเสื้อแดงมาร่วมไม่มากนัก

แม้จะมีคนเสื้อแดงอีสาน และเหนือ ออกข่าวให้การสนับสนุนม็อบราษฎรเต็มที่ แต่ถึงวันนัดชุมนุมในกรุงเทพฯ ก็ไม่มีคนเสื้อแดงเคลื่อนพลมาเป็นหมื่นเป็นแสนคน เหมือนช่วงปี 2552-2553 

ที่คุ้นหน้าคุ้นตา ก็เห็นแต่คนเสื้อแดงอย่าง สมบัติ ทองย้อย,ฟอร์ด เส้นทางสีแดง, ไก่ บิ๊ก แมน รวมถึงชินวัตร จันทร์กระจ่าง ไม่มีแกนนำแดงระดับดาวเด่นดาวดัง โดยเฉพาะสาย นปช.นั้น ไม่โผล่มาร่วมม็อบราษฎรเลย 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ม็อบทะลุฟ้าจากราษฎรถึง Redem

แดงโดดเดี่ยว

ย้อนไปดูม็อบราษฎร วันที่ 14 ต.ค.2563  จะมีชื่อ “กลุ่มแดงก้าวหน้า63” ที่ตั้งเวทีคู่ขนาน บน ถ.ราชดำเนิน แต่ก็มีคนเสื้อแดงมาฟังการปราศรัยชนิดนับหัวได้

ถัดมา วันที่ 22 พ.ย.2563 กลุ่มแดงก้าวหน้า 63 ร่วมกับกลุ่มอาชีวะจัดกิจกรรมที่ถนนอักษะ พุทธมณฑลสาย 4 ครั้งนั้น ภานุพงษ์ มุกดารา ประธานกลุ่มแดงก้าวหน้า 63 พยายามเรียกร้องคนเสื้อแดงให้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่ง  

ช่วงต้นเดือน มี.ค.2564 มีชื่อองค์กรใหม่ “แนวร่วมแดงก้าวหน้า 63 เพื่อประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ” (น.ด.ช) หลังจาก “ไบร์ท” ชินวัตร จันทร์กระจ่าง แยกตัวออกมาจากเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี

                  กลุ่มแดงก้าวหน้า พยายามปลุกแดง แต่ไม่สำเร็จ

ดูเหมือนว่า “ไบร์ท” กับเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี จะจากกันแบบมีปัญหา เพราะในยุทธจักรคนเสื้อแดงเมืองนนท์ จะทราบดีว่า “ไบร์ท” มีลักษณะวีรชนเอกชน ตั้งแต่สมัยเป็นแกนนำแดงวิทยุชุมชนนนทบุรี ช่วงปี 2554-2557

งานแรกในนามแดงก้าวหน้าของไบร์ท กลับไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ดูอ้างว้างและโดดเดี่ยว

                                   ไบร์ท เคลื่อนไหวแบบเหงาๆ

แดงโซเชียล

พูดถึงคนเสื้อแดงที่รวมตัวกันขับไล่รัฐบาลประยุทธ์มาก่อนหน้ากลุ่มเยาวชนปลดแอก ก็ต้องให้เครดิตกลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย นำโดย ธนพล ธนเดชพรเลิศ หรือไก่ บิ๊กแมน ที่เปิดเวทีหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทุกวันอาทิตย์ มาตั้งแต่ปลายปี 2562

ช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก และกลุ่มราษฎร “ไก่ บิ๊กแมน” ได้รวบรวมกลุ่มคนเสื้อแดงไม่เอาเผด็จการ อาทิ ศีรธนญชัย ไฮเทค, แป๊ะ บางสนาน ฯลฯ มารวมพลังในนามกลุ่มแดงก้าวหน้า 63 แต่ตอนหลังก็แยกย้ายกันไป 

                                        ฟอร์ด เส้นทางสีแดง

“ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” ในนามกลุ่มเส้นทางสีแดง เคยร่วมงานกับไก่ บิ๊กแมน มาแต่สมัยม็อบคนอยากเลือกตั้งปี 2561 แต่ตอนหลัง สองคนนี้แตกคอกัน แยกกันไปคนละทาง
 สำหรับ “ฟอร์ด” เป็นคนเล่นโซเชียล จึงส่งเสียงผ่านเฟซบุ๊คอยู่ประจำ เหมือนจะเป็นแกนนำแดงอิสระ แต่เอาเข้าจริงก็มีสมาชิกแค่หลักร้อย

ขณะที่ “สมบัติ ทองย้อย” อดีตการ์ด นปช. ที่เข้ามาช่วยดูแลด้านความปลอดภัยให้ม็อบราษฎร พักหลัง สมบัติแสดงความเห็นวิจารณ์พวกเดียวกันบ่อย อาศัยความเก๋าและประสบการณ์โชกโชน แต่ก็เจอทัวร์ลง จนต้องปลีกวิเวกออกมาจากม็อบราษฎร 

ที่หนักหนาสาหัส “สมบัติ” งัดข้อกับ “เฮียบุ๊ง” เจ้าของม็อบราษฎร จึงเจอคำสั่งห้ามเข้าม็อบ

                                          สมบัติ ทองย้อย

บทเรียนโลกร้อน “เท็กซัส”…ไทยวางแผนรับมือตรงข้าม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460282

บทเรียนโลกร้อน “เท็กซัส”…ไทยวางแผนรับมือตรงข้าม

7 มีนาคม 2564 – 08:11 น.

คอลัมน์… ลึกลับโลกมนุษย์ โดย  ดร.บีจี

           พายุหิมะโหมกระหน่ำ อุณหภูมิติดลบกว่า 30 องศาใน “รัฐเท็กซัส” สร้างความพิสวงงงงวยให้นักวิทยาศาสตร์หลายคนเป็นอย่างยิ่ง เพราะพื้นที่แถบนั้น ถูกประเมินคาดหัวตัวแดงมาตลอดว่า “ต้องเจอภัยแล้งจัดเพราะโลกร้อนแน่ ๆ” ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นขั้วตรงข้าม คือ “ภัยหนาวจัด”  เนื่องจากหลายสิบปีที่ผ่านมา เท็กซัสเกิดการเปลี่ยนแปลงของน้ำฝนหรืออุณหภูมิที่สูงขึ้นแบบรุนแรง จนกระทบต่อการระบายน้ำบริเวณชายฝั่ง นักวิจัยหลายฝ่ายร่วมมือกันทำแบบจำลอง “worst case scenario” เป็นเสมือนคาดการณ์ล่วงหน้าว่า “กรณีเลวร้ายสุดจากผลกระทบโลกร้อนที่อาจเกิดขึ้นในเท็กซัสมีอะไรได้บ้าง” เพื่อให้รัฐบาลและหน่วยงานรัฐเข้าใจและเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงให้ทันท่วงที

        ผลการจำลองบอกว่า พื้นดินเท็กซัสอาจเผชิญความแห้งแล้ง ปริมาณน้ำในแม่น้ำสำคัญหลายสายจะแห้งขอด ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์และทุ่งข้าวจะกลายเป็นสีน้ำตาลเพราะแดดแผดเผาอย่างที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา สภาพเลวร้ายภัยแล้งของรัฐเท็กซัส  ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอเมริกานั้น เริ่มก่อเค้าความรุนแรงมาตั้งแต่ปี 2554

       มหันตภัยพายุหิมะที่เคลื่อนตัวเป็นระลอก ๆ มาเยือนแทบทุกพื้นที่เท็กซัส ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2021 กลายเป็นความหนาวเย็นสุดขั้วแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน… กรมอุตุนิยมอเมริกาโชว์ตัวเลขวันที่ 14 ก.พ.2021 อุณหภูมิลดลงแตะระดับ ติดลบ –18 องศาเซลเซียล  ถ้าเปรียบเทียบกับช่วงเดือนนี้ของปีที่แล้ว อากาศสบายๆ ประมาณ 15 องศาเซลเซียล หมายถึงความแตกต่างที่มากถึงเกือบ 30 องศา

         ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ตัวเลขผู้เสียชีวิตเพราะหนาวตายพุ่งสูงเกือบ 100 คน ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำประปาล่มสลาย ชาวเท็กซัส 12 ล้านคน ไม่มีน้ำไม่มีไฟใช้ หรือมีแบบติด ๆ ขัด ๆ  สำนักข่าวทั่วโลกรายงานโศกนาฏกรรมเด็กน้อยหลายคนนอนขดตัวหนาวตายภายใต้ผ้าห่มหลายชั้น เพราะในบ้านไม่เคยมีเครื่องทำความร้อน ระบบไฟฟ้าถูกตัดขาดหลายวัน บางครอบครัวแม่ตัดสินใจอุ้มลูกเข้าไปนอนเปิดฮีตเตอร์ในรถยนต์ แล้วเสียชีวิตเพราะก๊าซพิษจากท่อไอเสียไหลเวียนไม่ดีพอ

          นี่คือความลึกลับของ “ภาวะโลกร้อน” ไม่ว่ารัฐบาลทั่วโลกจะร่วมมือกันทุ่มงบประมาณประดิษฐ์เทคโนโลยีไฮเทค เพื่อวิเคราะห์จำลองคาดการณ์ไว้อย่างไรก็ตาม สุดท้ายอาจพลิกขั้วเป็นตรงข้ามได้เสมอ

       ผู้เชี่ยวชาญด้านโลกร้อนของเท็กซัส วางแผนเตรียมพร้อมรับมือ “ภัยแล้งร้อน” ไว้อย่างเต็มที่ แต่วิกฤติที่เกิดขึ้นเป็นขั้วตรงข้าม คือ ภัยหนาวพายุหิมะ แบบฉับพลันและรุนแรง !?!  

        มหาวิทยาลัยแห่งเท็กซัส  ทำวิจัยและเผยแพร่หนังสือชื่อ “ผลกระทบของภาวะโลกร้อนในเท็กซัส” (The Impact of Global Warming on Texas) เมื่อปี 2554 เนื้อหาแสดงให้เห็นประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอดีตของเท็กซัส และจำลองการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันจากปัญหา “ภาวะโลกร้อน” และปัจจัยอื่น ๆ  

CBSNEWS

       มีการยืนยันว่า พื้นที่ชายฝั่งทะเลกำลังได้รับผลกระทบรุนแรงจากปริมาณน้ำฝนหรืออุณหภูมิของโลกที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ชายฝั่งทรุดตัวต่อเนื่อง พร้อมเสียงเตือนถึงผลผลิตและรายได้ส่วนใหญ่ของชาวเท็กซัสที่มาจากภาคเกษตรอาจย่อยยับ เพราะภัยแล้งรุนแรง การขาดแคลนน้ำ ฟาร์มพืชและฟาร์มสัตว์เสี่ยงเผชิญศัตรูพืชและโรคระบาด คำเตือนเกี่ยวกับ “ภัยแล้งและอากาศร้อนจัด” มีมาต่อเนื่องเรื่อย ๆ  

        เมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเป็นขั้วตรงข้าม  “ภัยหนาวรุนแรง” ทำให้ชาวเท็กซัสไม่ขาดแคลนน้ำ แต่กินไม่ได้เพราะเป็นน้ำแข็ง และไม่มีไฟฟ้าส่งมาถึงหม้อต้มน้ำท่อส่งก๊าซเกิดภาวะน้ำแข็งเกาะ กังหันผลิตพลังงานลมหมุนไม่ได้เพราะหิมะท่วม ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้เตรียมสำรองเชื้อเพลิงหรืออุปกรณ์สิ่งของยังชีพไว้สำหรับรับภัยหนาว สิ่งที่พอมีก็คือ ถ่านดำถุงเล็ก ๆ ที่เตรียมไว้สำหรับเตาบาร์บีคิวย่างซี่โครงหมู

         บทเรียนโลกร้อน “เท็กซัส”…ทำให้ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย อาจต้องวางแผนรับมือความแปรปรวนของภูมิอากาศไว้หลายรูปแบบและหลากสถานการณ์มากกว่านี้ เพราะความลึกลับของมหันตภัยโลกร้อน อาจเกิดขึ้นแบบขั้วตรงข้ามได้เสมอ !

อธิบายง่าย ๆ คือ เท็กซัสที่มีอุณหภูมิคล้ายไทย บางพื้นที่ร้อน บางพื้นที่หนาว พื้นที่หนาวสุดเฉลี่ยประมาณ 1- 5 องศา เช่นเดียวกับไทยในภาคเหนือแถบเชียงรายหรือน่านก็เคยลดต่ำถึง 1-2 องศามาแล้วเช่นกัน

     ที่ผ่านมานักวิชาการของไทยมักกังวลถึง “ภัยร้อนแห้งแล้งแบบต่อเนื่องและรุนแรง” จากก๊าซเรือนกระจก แต่ไม่ค่อยมีคำเตือนให้ระวังภัยหนาวแบบหฤโหดมากนัก เพราะมั่นใจว่าอากาศร้อนชื้นของไทยไม่ทำให้เกิดหิมะตกอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่เกิดแบบขั้วตรงข้ามในเท็กซัส อาจทำให้พวกเราต้องกลับมาช่วยกันพิจารณาความเป็นไปได้แบบเลวร้ายที่สุด การสร้าง แบบจำลอง “worst case scenario” ถ้าเกิดภัยหนาวจัดแบบเท็กซัส คนไทยจะรับมือได้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะระบบสาธารณูปโภค ถ้าท่อส่งก๊าซกลายเป็นน้ำแข็ง หรือน้ำในบ่อเก็บของการประปาเป็นน้ำแข็งหมด ระบบไฟฟ้าไม่ทำงาน คนไทยจะทนความหนาวแบบไม่มีน้ำใช้ได้นานแค่ไหน

           ผศ.ประสาท มีแต้ม ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ในฐานะ กรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อมสภาองค์กรของผู้บริโภค ตอบคำถามข้างต้นว่า ตอนนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะไทยติด 1 ใน 8 ประเทศที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากโลกร้อนแบบรุนแรง  ข้อมูลคาดการณ์แบบเลวร้ายที่สุดนั้น  ส่วนใหญ่เน้นเผชิญปัญหา “คลื่นความร้อน” หรืออากาศร้อนติดต่อกันมากกว่าเดิมระดับ 100- 145 เท่า เช่น ไทยเคยร้อนสุด ๆ ปีละ 5 วัน ก็อาจเพิ่มเป็น 500 วันหรือร้อนต่อเนื่องทั้งปี หรือพื้นที่ทั่วไปจากที่เคยร้อนระดับ 2-3 ก็อาจพุ่งทะลุไประดับ 5 ได้

       ตอนนี้มีงานวิจัยแสดงถึงกระแสน้ำที่แปรปรวนในทะเลสาบ 700 แห่งทั่วโลก โดย UKCEH หรือ ศูนย์นิเวศวิทยาและอุทกวิทยาแห่งสหราชอาณาจักร (UK Centre for Ecology & Hydrology)  ระบุว่าปัญหากระแสน้ำแปรปรวนจะส่งผลต่อ สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบข้างทั้งหมด เช่น ทำลายพืช ทำให้สัตว์น้ำตาย ชายฝั่งและหน้าดินถูกทำลาย ความหลากหลายทางชีวภาพหมดไป น้ำท่วมภัยแล้งจะเกิดขึ้นแบบกระทันหัน

How did the Texas winter storm likely become the most expensive weather event in the state’s history? pic.twitter.com/eFKxBABYIr— Business Insider (@BusinessInsider) March 6, 2021

            ผส.ประสาท ชี้ให้เห็นว่าเหตุการณ์ขั้วตรงข้ามที่เกิดในเท็กซัส หนาวจัดติดลบเกือบ -20 องศา ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ในเมืองไทย เพราะประเทศเพื่อนบ้านของไทยทั้งเวียดนามและพม่า บางพื้นที่ของภูเขาสูงก็มีหิมะตกเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว โอกาสที่คนไทยเจออากาศหนาวจัดติดลบแบบต่อเนื่องยาวนานก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นศูนย์ ถ้าพวกเราไม่พยายามลดก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง พร้อมกล่าวย้ำว่า  รัฐบาลไทยที่ผ่านมา มีตัวเลขสวย ๆ มาโชว์ ยังไม่เห็นความจริงจังในการลดพลังงานฟอสซิล

            เช่น นโยบายบังคับเลิกใช้รถยนต์แบบเดิมแล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า หลายประเทศกำหนดไว้เลยว่าอีก 5 – 10 ข้างหน้า ต้องโละทิ้งรถยนต์แบบเดิมให้ได้ 20 – 50 เปอร์เซ็นต์ หมายถึงรถใหม่ที่ขายต้องเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น หรือ ส่งเสริมโซลาเซลล์และพลังงานทางเลือกอื่น ๆ  แต่ในไทยแลนด์เทคโนโลยีพวกนี้ยังไม่ได้รับการสนับสนุน ตอนนี้เอาแค่ลดฝุ่นพิษ พีเอ็ม 2.5 ให้ได้เสียก่อน ยังไม่รู้จะทำจริงจังแค่ไหน…

       นับว่าเป็นคำเตือนที่น่าสนใจยิ่ง จากข้อมูลปี 2563 ไทยแลนด์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับที่ 21 ของโลก และเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากอินโดนีเซีย หมายความว่าจากเกือบ 200 ประเทศทั่วโลก ไทยติดอันดับต้น ๆ แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรว่า เราจะรอดพ้นผลกระทบจากโลกร้อน?  

    ตัวการปล่อยก๊าซพิษเรือนกระจกของไทยมาจาก การใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น คาร์บอนฯจากท่อไอเสียรถยนต์ และโรงไฟฟ้า สัดส่วนมากถึงร้อยละ 70  ทำให้นายกบิ๊กตู่ ต้องรีบให้คำมั่นสัญญากับประชาคมโลกว่า ไทยจะลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้อย่างน้อย 20-25% ภายใน 10 ปีข้างหน้าหรือปี 2573 เราไปฟังว่าหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับ “ปัญหาโลกร้อน” คิดอย่างไรก็เรื่องนี้

       ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ ที่คลุกคลีข้อมูลวงในของ “กองประสานการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (กปอ.)” ในฐษนะตัวแทนรัฐไทยไปประชุมโลกร้อนมาเกือบทุกเวทีทั่วโลก วิเคราะห์ให้ฟังว่า  ตอนนี้ไทยลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ร้อยละ 12 ถือว่าสูงกว่าเป้าหมายที่ประกาศไว้ว่าร้อยละ 7 ในปี 2563 ส่วนใหญ่ลดเพราะเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5 รวมถึงรณรงค์เปลี่ยนไปใช้หลอดไฟฟ้าแอลอีดี และในอนาคตมีมาตรการอื่นๆ เช่น ระบบขนส่งทางรถไฟ ระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูง  และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวหรือป่าไม้

          สำหรับกรณีที่เกิดในเท็กซัสนั้น คงบอกไม่ได้ว่าไทยไม่เกิดแบบนั้น แต่ตอนนี้ไทยได้ “ยกร่างแผนการรับมือกับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน” เรียบร้อยแล้ว ทั้งแบบระยะยาวและแบบฉับพลัน แต่ที่เรากังวลยังคงเน้นปัญหาภัยร้อนกับภัยแล้งมากกว่า เช่น สายไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่บนถนนทั่วไปนั้น เป็นวัสดุที่ทนความร้อนได้ระดับไหน ระดับทนทานต่อแดดแผดเผาไม่หลอมละลาย หรือผังเมืองต้องเปลี่ยนไปตามสภาพของพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่ถูกกัดเซาะ การขาดน้ำยาวนานในภาคเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร  ฯลฯ

      สรุปง่าย ๆ ว่า รัฐไทยยกร่างแผนรับมือไว้หลายร้อยหน้ากระดาษแล้ว รอแค่คนไทยเอาไปทำตามให้ได้จริงเท่านั้น  ….แต่ก็อย่างที่เห็น ๆ มนุษย์โลกน้อยคนนักที่จะ “กลัว” ความลึกลับของ “มหันตภัยโลกร้อน” นอกจากวินาทีที่เกิดขึ้นจริงกับตัวเองเหมือนชาวเท็กซัส…!?!

ขุดศพ ‘มะแจซิน’ นางฟ้ามัณฑะเลย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460327

ขุดศพ’มะแจซิน’นางฟ้ามัณฑะเลย์

6 มีนาคม 2564 – 14:57 น.

ทหารเมียนมาขุดศพ “นางฟ้ามัณฑะเลย์” พิสูจน์หัวกระสุน หวังเคลียร์ปมสไนเปอร์

++
    เหตุการณ์การชุมนุมใหญ่ของประชาชนเมียนมา ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารัฐบาลทหารเมียนมา จะสั่งการให้ทหาร-ตำรวจใช้กำลังเข้าปราบปรามอย่างเด็ดขาด มีผู้เสียชีวิตเกือบ 60 คน และบาดเจ็บนับพันคน 

เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2564 แฟนเพจเฟซบุ๊ค Khurtai Maisoong ได้มีการรายงานข่าวว่า ช่วงกลางคืนวันที่ 5 มี.ค.2564 ตำรวจ-ทหารเมียนมา นำกำลังเข้าไปขุดศพมะแจซิน หรือ มะแจ่สิ่น หรือ เติ้งเจียซี (Ma Kyal Sin) ชาวพม่าเชื้อสายจีนยูนนาน  ที่ถูกยิงเสียชีวิตในการชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร  ภายในสุสานเมืองมัณฑะเลย์

หลุมฝังศพมะแจซิน 

    ก่อนหน้านี้ ทหารเมียนมาได้แถลงว่า แผลที่ถูกยิงไม่ได้เกิดจากกระสุนปืนของทหาร ฉะนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำศพขึ้นมาผ่าตัดชันสูตรพลิกศพใหม่ และฝังศพไว้ตามเดิม โดยทิ้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการผ่าตัดไว้ 

    ประเมินกันว่า กองทัพเมียนมา คงอยากทราบว่า กระสุนที่เจาะเข้าศรีษะเป็นชนิดใด เนื่องจากฝ่ายผู้ชุมนุมได้ออกข่าวไปแล้วว่า มะแจซิน ถูกสไนเปอร์ส่องเข้าที่ศรีษะ
    ย้อนไปเมื่อวันที่ 3 มี.ค.2564 มีการชุมนุมใหญ่ที่เมืองมัณฑะเลย์ กองทัพเมียนมาได้สลายการชุมนุม และสังหารประชาชนที่ออกมาประท้วง ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเด็กสาวอายุ 19 ปี ถูกยิงเข้าที่ศีรษะเสียชีวิต

ภาพข่าวการเสียชีวิตของมะ แจซิน วัย 19 ปี ขณะที่เธอร่วมชุมนุมอย่างกล้าหาญ กลายเป็นไวรัล ปลุกเร้าผู้คนให้เกลียดชังอำนาจเผด็จการทหาร และเรียกขานเธอว่า “นางฟ้ามัณฑะเลย์” และ “วีรสตรีประชาธิปไตย” 
    ครอบครัวมะแจซิน เจ้าของร้านบิวตี้ซาลอน อยู่ในเมืองมัณฑะเลย์ เธอมักจะย้อมผม และตัดผมให้พ่อด้วยตัวเองเสมอ


    นอกจากทำร้านบิวตี้ซาลอนแล้ว เธอยังเรียนศิลปะป้องกันตัวเทควันโด แถมยังเป็นนักเต้น และนักร้อง เมื่อปีที่แล้ว เธอทำเพลงและทำเอ็มวีเอง โดยใช้ชื่อในการร้องเพลงว่า Angel (นางฟ้า) 

มะแจซิน ลูกสาวคนพม่าเชื้อสายจีน