โตมากับม็อบ “เจี๊ยบ นครปฐม” แดงแท้ถึงส้มแสบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458596

โตมากับม็อบ “เจี๊ยบ นครปฐม”  แดงแท้ถึงส้มแสบ

17 กุมภาพันธ์ 2564 – 10:58 น.

ไม่ได้อยู่หลังม็อบ “เจี๊ยบ นครปฐม” ยืนหน้าม็อบตลอด ทั้งม็อบต้าน กปปส. ม็อบคนอยากเลือกตั้ง จนถึงม็อบราษฎร คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ผ่านไปแล้ว ศึกซักฟอกวันแรก ดราม่าการเมืองก็ตามมามากมายในสื่อโซเชียล โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม กับอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…. เจี๊ยบรู้ยัง 45 ปี “แก้วพิจิตร” ยึดเทศบาลเจดีย์ใหญ่

เนื่องจากเที่ยวนี้ “เจ๊เจี๊ยบ” อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อาสาซักฟอก “ลุงตู่” กรณีอยู่บ้านพักหลวง 1.มีพฤติกรรมปกปิดข้อมูลส่วนตัวเพื่อหนีการตรวจสอบ เข้าข่ายให้ข้อมูลเท็จต่อศาลรัฐธรรมนูญ 2.ทำผิดกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) รับผลประโยชน์อื่นใดเกินที่กฎหมายกำหนด 3.ทำผิดกฎหมายประมวลรัษฎากร หนีภาษี    

เอาเข้าจริง เอฟซีทั้งสองฝ่าย ไม่ได้สนใจเนื้อหาที่เจ๊เจี๊ยบอภิปรายมากเท่าไหร่ แต่กลับไปแห่ชื่นชมการต่อปากต่อคำ โดยเจ๊เจี๊ยบ เหน็บนายกฯว่า ตัวยาว แขนยาว ขึ้นไม่รู้ว่าไปโหนอะไรมา     

“ลุงตู่” ลุกขึ้นชี้แจง แต่ก็ไม่วายแซวเจ๊เจี๊ยบ “ผมขอบคุณท่านที่สังเกตว่า ผมผอมลง ซึ่งผมก็สังเกตเช่นกันว่า ท่านตัวเตี้ยลงๆ เพราะไปหลบอยู่หลังม็อบทุกวัน”    

คำว่า “ไปหลบอยู่หลังม็อบทุกวัน” ทำเอากองเชียร์ลุงตู่เฮทั้งแผ่นดิน เหมือนกับคำว่า “ไม่รู้ไปโหนอะไรมา” กองหนุนกลุ่มราษฎรก็ส่งเสียงเฮเหมือนกัน

++
แดงนครปฐม
++
ปลายปีที่แล้ว “เจี๊ยบ นครปฐม” อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ให้สัมภาษณ์ The Momentum ว่าด้วยเส้นทางชีวิตและการเมือง น่าจะเป็นครั้งแรกที่ ส.ส.หญิงคนดัง เปิดเผยตัวตนแบบยาวๆ ผ่านสื่อออนไลน์    

เจ๊เจี๊ยบ โตมาจากครอบครัว “โชคปมิตต์กุล” เจ้าของกิจการรถทัวร์สายใต้ จบจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนจะประกอบธุรกิจส่วนตัวในบ้านเกิด-นครปฐม     

ก้าวแรกบนถนนการเมืองของเจ๊เจี๊ยบคือ การตั้งกลุ่มสันติภาพนครปฐม ทำกิจกรรมต้านกลุ่ม กปปส. ช่วงปี 2556-2557 เพราะเธอไม่เห็นด้วยกับแนวคิด “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ของ กปปส.    

เมื่อทหารออกมาดูแลความปลอดภัยในกรุงเทพฯ เจ๊เจี๊ยบ จึงนำมวลชนออกมาเรียกร้องให้กองทัพบก ต้องถอนกองกำลังทหารออกจากพื้นที่สาธารณะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งหมดภายใน 7 วัน    

ส.ส.เจี๊ยบ ที่ยืนข้างม็อบราษฎร

นอกจากนั้น เจ๊เจี๊ยบ ยังนำขบวนมวลชนเดินทางมามอบดอกกุหลาบและข้าวกล่องให้กับตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม ซึ่งเวลานั้น ตำรวจเหมือนยืนอยู่ฝ่ายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ส่วนกองทัพกลับปกป้องม็อบ กปปส. ในสายตาของเธอ    

ต้นเดือน เม.ย.2557 แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จัดการชุมนุมใหญ่ที่ถนนอักษะ พุทธมณฑล เป็นเวทีคู่ขนานกับ กปปส.    

เจ๊เจี๊ยบได้มาร่วมชุมนุมที่ถนนอักษะ และตั้งเต็นท์ติดป้ายชื่อ “แดงนครปฐม” ปักหลักพักค้างอยู่ยาว จนถึงวันที่ 22 พ.ค.2557 มีการประกาศยึดอำนาจการปกครองในนามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทหารจากกาญจนบุรี จึงเข้าสลายการชุมนุม    

เมื่อมีการชุมนุมต้าน คสช.ในกรุงเทพฯ ระหว่างปี 2558-2560 เจ๊เจี๊ยบก็เข้ามาร่วมด้วยทุกครั้ง แต่เวลานั้น เธอเป็นแค่ผู้ร่วมการชุมนุมคนหนึ่งเท่านั้น    

ปี 2561 รังสิมันต์ โรม,สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ และณัฏฐา มหัทธนา ตั้งกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ขยับทำกิจกรรมต่อเนื่อง ทั้งจัดชุมนุมย่อย และเดินขบวน เจ๊เจี๊ยบก็สนับสนุนทั้งกำลังคนและอาหารการกิน    

ตอนนั้นแหละที่เด็กๆ เริ่มเรียกหา “พี่เจี๊ยบ นครปฐม” รวมถึงกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาให้กำลังใจกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง    

จาก “พี่เจี๊ยบ” ของเด็กๆ ก็กลายเป็นหนึ่งในผู้ก่อการก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ตามคำชักชวนของปิยบุตร แสงกนกกุล

ลูกสาวอดีตกำนัน ต.นครปฐม ที่รู้จักมักคุ้นตระกูล “สะสมทรัพย์” มายาวนาน

++
บ้านใหญ่-บ้านเจี๊ยบ
++
บนถนนสายเลือกตั้ง ชื่อเสียงของ “เจี๊ยบ นครปฐม” เป็นที่รู้จักของนักข่าวสายการเมือง หลังจากผลการเลือกทั้งทั่วไป 24 มี.ค.2562 เมื่อพรรคอนาคตใหม่ สร้างปรากฏการณ์ “ล้มช้าง” ที่สนามนครปฐม    

ไม่มีคาดคิดหรอกว่า นักการเมืองสายบ้านใหญ่ “สะสมทรัพย์” จะสอบตก 3 คนรวด และผู้สมัคร ส.ส.โนเนม จะได้เป็น ส.ส.นครปฐม ถึง 2 คน และเจ๊เจี๊ยบ ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ    

มิเพียงเท่านั้น เจ๊เจี๊ยบยังมีบทบาทในการร้อง กกต.ให้มีการนับคะแนนใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 นครปฐม เพราะ พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ ชนะ สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ พรรคอนาคตใหม่แบบฉิวเฉียด     

ตอน กกต.นับคะแนนใหม่ เจ๊เจี๊ยบแสดงบทบาทแม่ทัพหญิงชนิดไม่เกรงใจตระกูล “แก้วพิจิตร” ที่คนเมืองเจดีย์ใหญ่รู้ดีว่า บ้านใหญ่ “แก้วพิจิตร” ผูกขาดเทศบาลเมืองนครปฐม มา 40 กว่าปีแล้ว    

สุดท้ายการนับคะแนนใหม่ สินธพเป็นผู้ชนะ มีแต้มเหนือสาวิกา 4 แต้ม นี่คือยกแรก    

ยกที่ 2 จุมพิตา จันทรขจร ส.ส.นครปฐม เขต 5 ป่วยไม่สามารถปฏิบัติงานได้ จึงลาออกจาก ส.ส. ทำให้มีการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 ได้เวลาเอาคืนของตระกูล “สะสมทรัพย์”     

“เสี่ยเตี้ย” เผดิมชัย สะสมทรัพย์ ที่แพ้จุมพิตา ได้โอกาสสางแค้น เอาชนะ “ป๋วย” ไพรัฎฐโชติ จันทรขจร สามีของจุมพิตา ไปได้ ทำเอา “เจ๊เจี๊ยบ” เสียหน้าไปไม่ใช่น้อย    

ยกที่ 3 เลือกตั้งนายก อบจ.นครปฐม จิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ ทายาทไชยา สะสมทรัพย์ ชนะชัชวาล นันทะสาร ตัวแทนคณะก้าวหน้า ขาดลอย งานนี้ เจ๊เจี๊ยบออกหน้าหาเสียงให้คณะก้าวหน้าไม่ได้ แต่ก็ลุ้นจนนาทีสุดท้าย    

ผลคะแนนที่ทิ้งห่างมากกว่า 2 แสน ทำให้คนนครปฐมรู้ว่า ส.ส.เขตที่พรรคอนาคตใหม่ชนะเมื่อปี 2562 นั้นเป็น “คะแนนส้มหล่น” อันเนื่องจากพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ     

แถมภาพเจ๊เจี๊ยบยืนหน้าม็อบราษฎร ก็เป็นจุดอ่อนให้คู่แข่งโจมตีจนคณะก้าวหน้าร่วงคาสนาม อบจ.เมืองเจดีย์ใหญ่     

ส่องพม่า ทะลุ “ม็อบไทย” ไยแกนนำ “เอาไม่อยู่” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458506

ส่องพม่า ทะลุ “ม็อบไทย” ไยแกนนำ “เอาไม่อยู่”

16 กุมภาพันธ์ 2564 – 15:05 น.

“ม็อบพม่า” โตวันโตคืน ตรงข้าม “ม็อบไทย” กลับถดถอย แกนนำก้าวล้ำนำมวลชน โดดเดี่ยวตัวเอง

++
สิบกว่าวันแล้ว สำหรับ “ม็อบพม่า” ที่เบ่งบานเต็มแผ่นดิน ผู้ชุมนุมมีทุกชาติพันธุ์ มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งเดินขบวนบนท้องถนน จัดกิจกรรมแฟลชม็อบ เคลื่อนพลทางน้ำ และโดยภาพรวมยังอยู่ในขบวนการอารยะขัดขืนโดยสันติวิธี 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ท้าพิสูจน์ ม็อบราษฎร ขาลงจริงหรือ

ม็อบ 13 กุมภา จุดเสื่อมม็อบรุนแรง    

ส่วนการเผชิญหน้าถึงขั้นปะทะกัน ระหว่างตำรวจกับม็อบพม่า มีให้เห็นในบางพื้นที่ เช่นเมืองมิตจีน่า รัฐคะฉิ่น และเมืองมัณฑะเลย์    

ที่น่าสนใจ “มินโกหน่าย” ผู้นำนักศึกษาพม่า รุ่นปี 1988 ที่มีประสบการณ์สู้เผด็จการทหารอย่างโชกโชน ได้ออกมาชี้นำคนรุ่นใหม่พม่า ผ่านองค์กร “รุ่น 88 เพื่อสันติภาพและสังคมเปิดกว้าง” (88 Generation Peace and Open Society) ตอกย้ำแนวทางต่อสู้สันติวิธี มุ่งรณรงค์การอารยะขัดขืนในกลุ่มข้าราชการไปทั่วประเทศ    

นับวันม็อบพม่ายิ่งโต ยิ่งกดดัน “สภาบริหารแห่งรัฐ” ของ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ปกครองประเทศยากขึ้น เพราะกลไกราชการทั้งประเทศ ไม่ยอมทำงานให้เผด็จการทหาร    

หันมามอง ม็อบราษฎร” ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหมู่มิตรดังหนาหูขึ้นเรื่อยๆ จากม็อบที่รวมพลคนได้หลักเฉียดแสน กลับลดน้อยถอยลงเหลือแค่หลักพัน ยิ่งสู้ ยิ่งเสื่อม เพราะอะไร?

++
คำเตือนรุ่นพี่
++
เมื่อ 16 ก.พ.2564 สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักกิจกรรมการเมือง โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กแสดงความเห็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของประชาชน โดยระบุว่า

“ปริมาณมวลชน คือ อำนาจต่อรองที่สำคัญ แต่มวลชนเหมือนเม็ดทราย จึงต้องมีการจัดตั้ง เกาะกลุ่ม และพัฒนากระบวนการของกลุ่มแต่ละกลุ่มให้ขับเคลื่อนสอดคล้องกัน”    

เอส พีระพัฒน์ บอกความจริง แต่เจอทัวร์ลง

บก.ลายจุด มีประสบการณ์จากการต่อสู้ร่วมกับคนเสื้อแดง จึงรู้ดีว่า การหลอมรวมผู้คนมีความจำเป็น ไม่ใช่ดำเนินกลยุทธ์ “ล้ำหน้ามวลชน”     

แกนนำมวลชนรุ่นใหม่ ต้องรู้จักสรุปบทเรียน “เดินทีละก้าว รุกทีละคืบ ไปในทิศทางที่ถูกต้อง ดีกว่าวิ่งก้าวกระโดดไปยังทิศทางที่ผิด”    

การแยกมิตรแยกศัตรู ก็เป็นเรื่องสำคัญ “ทัพใหญ่เดินทางไกล ย่อมเกิดเรื่องราวมากมาย ผู้คนหลากหลาย สถานการณ์บีบคั้น แนวทางมีมากกว่า 1 หนทาง ย่อมก่อเหตุให้กระทบกระทั่งกันระหว่างทางได้ง่าย การให้อภัยกัน ความอดทนต่อกัน การสื่อสารด้วยท่วงทำนองของมิตร แม้ดูเหมือนว่าเล็กน้อยแต่มันลดความบอบช้ำโดยไม่จำเป็น”

รุ้ง สรุปบทเรียนม็อบ 13 กุมภา

++
รุ้งขอโทษ
++
อันเนื่องจาก “ม็อบ 13 กุมภา” ส่งผลให้มีข้อถกเถียงมากมายในหมู่มวลชนสายราษฎร “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล โฆษกกลุ่มราษฎร ได้กล่าวผ่านสื่อมวลชนว่า อยากขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ก.พ.2564 ที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ และดูแลมวลชนได้ ส่วนตัวเสียใจอย่างมาก เเต่ขอโอกาสให้พวกตนได้กลับมาทำหน้าที่พร้อมยืนยันว่า จะพยายามทำให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด    

บรรดาแกนนำราษฎรบางคน ไม่ยอมรับความจริงว่า “เอาไม่อยู่” หรือพูดภาษาบ้านๆคือ “เอาม็อบไม่ลง” จึงทำให้ผู้ชุมนุมบางกลุ่มมีอารมณ์ค้าง    

“โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดวีโว่ สรุปเหตุอนาธิปไตยในม็อบว่า “เกิดการแทรกแซงโดยบุคคลที่ไม่ประสงค์ดี” และหวังให้เกิดความรุนแรง    

อีกด้านหนึ่ง “เอส พีระพัฒน์” การ์ดแนวร่วมประชาธิปไตย  ในนามทีม mayhem ได้โพสต์เฟซบุ๊กเล่าความจริงว่า “ในแต่ละครั้ง  ก็มักจะมีการปะปนของเหล่าวัยรุ่นเลือดร้อน  ห้าว และไม่ฟังคำเตือนแกนนำ  มีการพกอาวุธ มีการมาดื่ม แอลกอฮอล์ในสถานที่จัดงาน ควบคุมสติไม่อยู่และกระทบกระทั่งกันเองหรือกลุ่มอื่น ก็บ่อยครั้ง”    

นี่เป็นเรื่องจริงที่แกนนำราษฎร ไม่ยอมรับ แต่หากไปถามแกนนำเสื้อแดง เสื้อเหลือง และ กปปส. ก็ต้องทราบดีว่า ในม็อบจะมีคนประเภทนี้อยู่ ซึ่งแกนนำมืออาชีพ ก็จะมีวิธีจัดการให้อยู่ในแถว    

“ทีมการ์ดได้ประเมินสถานการณ์ครั้งนี้แล้วว่า การบุกเข้าใกล้พื้นที่วัดพระแก้ว จะมีความเสี่ยงเช่นไร..แนวทางดีสุดคือ ให้แกนนำเจรจา เพื่อให้ตำรวจ และม็อบ ต่างฝ่ายต่างยุติ..”    

“ขณะมีการเจรจา จนตำรวจยอมรับข้อตกลง และยอมอ่อนท่าที    แต่มีกลุ่มวัยรุ่นหัวรุนแรงทางด้านขวามือของ คฟ.(ชุดควบคุมฝูงชน)  พยายามยั่วยุ และปะทะ จะพยายามบุกทำร้ายเจ้าหน้าที่ คฟ.  ซึ่งตั้งกองกำลังอย่างนิ่งเฉย จนทีมการ์ดม็อบไประงับเหตุ ก็เกิดการกระทบกระทั่งด่าทอ และจะเข้ามาทำร้ายทีมการ์ดม็อบ หลังจากนั้น ครูใหญ่จึงเดินมาหน้ารั้ว หลังลวดหนามเพื่อพยายาม บอกกลุ่มวัยรุ่นหน้าลวดหนามให้ใจเย็นๆ  แต่ไม่เป็นผล หลังจากนั้นมีการขว้างปาขวดน้ำและสิ่งต่างๆตามมาทันที..”    

คำบอกเล่าของการ์ดอาสาคนนี้ สะท้อนภาวะการนำม็อบของแกนนำอย่างครูใหญ่ ,ไมค์ และรุ้ง ได้เป็นอย่างดี

4 ยอดกุมาร ปั้นเพื่อไทย ไม่พ้นเงา “เถ้าแก่” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458457

4 ยอดกุมาร ปั้นเพื่อไทย ไม่พ้นเงา “เถ้าแก่”

16 กุมภาพันธ์ 2564 – 10:26 น.

เพื่อไทยยุค “4 ยอดกุมาร” บวก “คนแดนไกล” เปิดแนวรบในและนอกสภา ปรับลุคใหม่ ไม่แทงกั๊ก 

++
กระบวนการรีแบรนด์พรรคเพื่อไทย เวอร์ชั่นจันทร์ส่องหล้า โดยการนำของ “4 ยอดกุมาร” “เพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, “มิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, “เลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และ “อ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย ดำเนินการไปอย่างคึกคัก ทั้งในและนอกสภา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ขายฝันเก่า “มิ้ง-อ้วน” ตัวจริงไทยรักไทยคืนชีพ

เริ่มต้นจากเปิดบ้านเอเอฟ ‘The Change Maker’ ตามมาด้วย “แก้จนสไตล์ทักษิณ” ขณะที่ในสภาฯ ขุนพลเพื่อไทย เปิดศึกซักฟอกรัฐบาลประยุทธ์ เที่ยวนี้ไม่มีกั๊ก ต้องเล่นบท “มือเชือด” สุดโหดเอาใจผู้ชมทางบ้าน เก็บแต้มนอกสภา     

ปีที่แล้ว พรรคเพื่อไทยพลาดท่าในเกมซักฟอก ถูกมองว่าเล่นกลเกมเกี้ยเซี้ย แต่ปีนี้ แม่ทัพใหญ่คือ ‘ประเสริฐ จันทรรวงทอง’ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย สายตรง “เฮียเพ้ง” รับประกันไม่มีลับลวงพรางแน่นอน    

4 ยอดกุมาร “เพ้ง มิ้ง อ้วน เลี้ยบ” หวังไว้สูงสำหรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลเพลี่ยงพล้ำหลายเรื่อง โดยเฉพาะวัคซีนโควิด และปัญหาปากท้องชาวบ้าน    

รัฐบาลประยุทธ์ พยายามปั้นประชารัฐ ลดแลกแจกแถม จนประชานิยมล้นตลาด พรรคเพื่อไทยโฉมใหม่ จึงต้องดิสรัปต์ “ประชานิยม” ขายฝันแก้จนแบบใหม่  

++
เถ้าแก่ใหญ่
++
เมื่อวันวาเลนไทน์ ทีม 4 ยอดกุมาร จัดเสวนาออนไลน์ “คนไทยไร้จน : ฝันเฟื่องหรือเรื่องจริง” เสนอทางออกให้คนไทยหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์แห่งความจน    

ไฮไลต์ของงานวันนั้นคือ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งคลิปมาร่วมเสนอแนวทางแก้จน แบบ “ทักษิณสไตล์”     

“ทักษิณ” แจงว่า คลิปชุดนี้บันทึกไว้ในวันที่ 9 ก.พ.2564 ซึ่งตรงกับวันที่ทักษิณรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2544    

20 ปีที่แล้ว ทักษิณอ้างว่า ได้ใช้แนวคิดแก้จน 3 หลักคือ 1.ลดรายจ่าย : สอนชาวบ้านทำบัญชีครัวเรือน เพื่อดูว่ารายจ่ายตรงไหนตัดได้บ้าง 2.เพิ่มรายได้ : มีโครงการ OTOP โดยรัฐบาลจะช่วยออกแบบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงหาตลาดให้ เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น 3.ขยายโอกาส : ให้คนจนสามารถตั้งตัวได้ และมีโอกาสเติบโตต่อไป    

ปูมาเต็ม เชียร์บ้านเอเอฟ

นโยบาย “30 บาทรักษาทุกโรค” ทำให้คนไทย “หายเจ็บ” มาแล้ว และขอยืนยันว่า “คนไทยไร้จน” สามารถทำให้เป็นจริงได้ ถ้าผู้นำประเทศ “คิดล่วงหน้า ตามให้ทันโลก”    

“การศึกษาต้องปรับใหม่ ต้องทันโลก เพราะโลกยุคใหม่ไม่สนใจใบปริญญา สนใจแต่ skill (ความสามารถ) ดังนั้น ต้องให้ “เสรีภาพในการศึกษา” ผสมกับการเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่ไปให้ถึงมือชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็น AI หรือ หุ่นยนต์ต่างๆ เพราะโรงงานใช้หุ่นยนต์หมดแล้ว จะให้คนจนไปใช้แรงงานเป็นกรรมกรแบบเดิมไม่ได้ ต้องฝึกทักษะใหม่ทั้งหมด”    

ทักษิณย้ำว่า ถ้าไม่คิดตั้งแต่วันนี้ แม้แต่ชนชั้นกลาง ก็จะร่วงกลายเป็นคนจนในที่สุด

++
เถ้าแก่เนี้ยก็มา
++
หลังทักษิณ ชินวัตร โผล่มาขายฝันแก้จน อีกวันถัดมา “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ก็โพสต์เฟซบุ๊กYingluck Shinawatra สนับสนุนโครงการบ้านเอเอฟการเมืองของเพื่อไทย    

“สัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันเห็นข่าวเปิดตัวแพลตฟอร์ม THINK – คิด เพื่อไทย ที่เสนอโครงการ ชื่อ ‘The Change Maker’ ดูแล้วน่าสนใจมาก..”    

อดีตนายกฯหญิงคนแรกของไทย บอกว่า พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคการเมืองที่ใกล้ชิดกับประชาชนก็ต้องหาวิธีที่จะสามารถช่วยกันผลักดันแนวทางการแก้ปัญหาและข้อเสนอของประชาชน     

“ดิฉันขอถือโอกาสนี้สนับสนุนโครงการที่ตอบโจทย์ประเทศในสถานการณ์ปัจจุบัน ตอบสนองปรัชญาและแนวทางที่เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนเช่นนี้ค่ะ และดิฉันอยากเห็นคนออกมาช่วยแสดงความคิดกันเยอะๆ เพราะถึงเวลาแล้วที่เราต้องช่วยกันคิดและหาทางออกด้วยกัน เพื่อให้ประเทศของเราก้าวทันหลายๆประเทศเหมือนอย่างที่เราเคยเป็นมาในอดีตค่ะ”    

นี่เป็นครั้งแรกที่อดีตนายกฯ หญิง ได้ออกมาแสดงตัวเป็นผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างเปิดเผย ต่างจากยุคที่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นั่งเก้าอี้ประธานยุทธศาสตร์พรรค    

ข่าวลือเรื่อง “คุณหญิงหน่อย” ต้องแยกวงไปสร้างรังใหม่ เพราะผู้หญิงทรงอิทธิพลนอกพรรค 2 คน ไม่พอใจอย่างแรง ก็น่าจะเป็นความจริง

Exclusive​ Interview​ เปิดปูมชายชาติทหาร “บิ๊กป้อม” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458420

Exclusive​ Interview​ เปิดปูมชายชาติทหาร”บิ๊กป้อม”

15 กุมภาพันธ์ 2564 – 18:38 น.

NationTV​ Exclusive​ Interview​ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ​ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(ตอน2)เกี่ยวกับชีวิตช่วงที่รับราชการเป็นทหารที่ต้องไปสนามรบ และความสามารถทางด้านกีฬา ที่หลายคนอาจไม่รู้ว่าเคยเป็นถึงนักวิ่งเหรียญทอง 

รายการเนชั่นทันข่าวค่ำ สัมภาษณ์พิเศษ บิ๊กป้อม- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นตอนที่ 2 โดย“อัญชลี อริยกิจเจริญ” ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี ซึ่งตอนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตทหารและความสามารถด้านกีฬา

# ให้เล่าชีวิตในช่วงที่เป็นทหาร เคยผ่านสนามรบอะไรมาบ้าง เพราะปัจจุบันทหารหลายคนไม่ค่อยได้มีประสบการณ์เกี่ยวกับสนามรบ ในช่วงเป็นทหารวัยรุ่น

 จบไปก็ไปอยู่ชายแดน ไปอยู่ภูพาน เดินอยู่แถวนั้นประมาณ 8 เดือน แล้วก็สมัครไปเวียดนาม ก่อนจะไปก็ไปฝึกที่เมืองกาญจน์ 6 เดือน ตอนอยู่ชายแดน ปะทะกันเกือบทุกวัน ปี 2512 ก็ลำบาก เพราะขึ้น 15 วัน ลงมา 2 วัน พักแล้วขึ้นอีก 15 วัน แล้วก็เดินไปเรื่อยๆในภูพาน อยู่ประมาณ 8 เดือนได้ก็มาสมัครไปเวียดนาม ไปเวียดนามปีกว่า ประมาณ 13 เดือน ก็เป็นการรบที่แตกต่างกัน ระหว่างที่เวียดนามกับที่เมืองไทย โดยเมืองไทยใช้ยิงกัน แต่ที่เวียดนามมีอากาศยาน มาสนับสนุนช่วยเหลือ

 #ทำไมถึงสมัครใจไปที่เวียดนาม

 ผมจบมาเป็นทหารราบ ต้องทำการรบ และผมคิดว่าเราจะเป็นผู้ใหญ่ต่อไปในอนาคตต้องผ่านสนามรบทุกสนามที่เราสามารถจะไปได้ จึงสมัครไป ก็ไปรบนั่นแหละ สนามรบที่เวียดนาม การส่งกำลังบำรุงดีกว่าในประเทศไทย ประเทศไทยลำบากกว่า โดย 4 วันส่งอาหารที แต่ที่เวียดนามส่งกันทุกวัน

# มีเหตุการณ์ที่รู้สึกประทับใจกับการทำหน้าที่ทหาร

 มันเยอะมากเลยประทับใจเยอะมาก ต้องยิงกันอะไรกัน ต่อสู้กัน

#ในสนามรบต้องระวังตัวเองอย่างไร

 เราก็ต้องหลบน่ะสิ หลบไม่ให้โดนจะทำยังไง ต้องทำเป้าเราให้เล็กที่สุด ทำตัวเราให้เล็กที่สุด อะไรบังได้ก็บัง

#เสร็จจากตรงนั้นกลับมาได้อะไร

  ได้ประสบการณ์จากการอยู่ในสนาม อยู่กับลูกน้องอยู่กับเพื่อนฝูงอยู่กับผู้ใต้บังคับบัญชา ได้รู้ว่าคนเราเวลาอยู่ในสนามรบเป็นอย่างไร เวลาอดอยากเป็นอย่างไร เพราะกินนอนอยู่ในป่า

# อยากให้เด็กรุ่นใหม่หรือทหารใหม่ๆได้รู้ว่าเป็นอย่างไรเพราะเขาจะไม่มีประสบการณ์ในสนามรบ แบบนี้แล้วส่วนใหญ่มีแค่เหตุที่ภาคใต้

 ใช่ ภาคใต้ก็ยังมีอยู่นะ แต่ว่ามันก็ไปทางกับระเบิดอะไรพวกนี้มากกว่าที่จะมายิงกันเหมือนสมัยที่ผมเป็นเด็กๆ เป็นร้อยตรี

# ชีวิตทหารเด็กๆตอนนั้นลำบากไหม กว่าเราจะขึ้นมา

 โอ๊ย ลำบากมาก เราก็ไม่รู้ว่าจะขึ้นมาอย่างนี้หรอก แต่เราเป็นทหารเราก็ต้องออกสนามรบ ทำเพื่อประเทศชาติใช่ไหม เราก็ทำตามนโยบายของรัฐบาล ให้เราทำอะไรเราก็ต้องทำตามนั้น เพราะเราอยากเป็นทหารเอง ไม่มีใครเขามานั่นเราหรอก เราสมัครและสอบเข้ามาเอง เราก็มาเป็นเอง ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเท่านั้น เป็นทหารเด็กๆมา ก็ไม่ได้คิดว่าจะมาเป็นใหญ่อย่างนี้หรอก ใครจะไปคิดก็คนมันตั้งเยอะแยะ มันเป็น 3 เหลี่ยมใช่ไหม เติบโตขึ้นมา กว่าจะขึ้นมาถึงข้างบนนี้มันใช้เวลานานมากนะ แล้วต้องเหนื่อยมาก ต้องเหนื่อยมาก

 # เวลาขึ้นมาถึงข้างบนตำแหน่งมันจะน้อย

 ก็น้อยน่ะสิ ใช่ เราจะไปรู้ได้ไง การที่เราจะเติบโตขึ้น ก็ต้องดูว่าผู้บังคับบัญชาจะมองเราอย่างไร เราต้องทำตัวเราให้มีคุณค่าของการที่จะรับใช้ประเทศชาติ รับใช้ประชาชน รับใช้กองทัพ ผู้บังคับบัญชาเท่านั้นที่จะเป็นผู้กำหนดว่าเราควรจะเป็นอะไรต่อไป ไม่มีใครจะไปรู้หรอก รู้ดีเท่ากับตัวผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาเขาจะมองเราว่าเราดี เราไม่ดี เรานิสัยเป็นอย่างไร ทำงานเป็นอย่างนั้นอย่างนี้

# สมัยท่านรองเป็นทหารเด็กๆ ที่เขาลงโทษ “หัวปักพื้น” ผ่านมาหมดไหม

 ผ่านหมดอ่ะ ทุกอย่างอ่ะ พวกนี้ (ชี้ไปที่ลูกน้อง) ก็เหมือนกัน ผ่านมาทั้งนั้นแหละ

# มันเป็นธรรมเนียมมาอยู่แล้ว

 ใช่ เขาไม่สั่งให้ไปตายหรอก เขาให้ทำตามคำสั่ง เขาฝึกให้คนอยู่ในคำสั่ง

# รู้สึกไหมว่าทำไมต้องให้ฉันทำแบบนี้ ทำไมต้องสั่งให้ทำอะไร

 ไม่มี เราก็อินไปกับการเป็นทหาร ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาว่าอะไรก็ตามนั้น เราเจอผู้บังคับบัญชาดีก็ดี เจอผู้บังคับบัญชาไม่ดีบางทีมันก็มีบ้าง แต่เราไม่เจอ ไม่เคยเจอ

 # เวลาที่เราขึ้นมาเป็นผู้บังคับบัญชา เราก็เลยไม่ทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ

 ไม่ทำ อะไรที่ผมเคยน้อยใจหรือเคยนั่น ผมก็จะไม่ทำกับผู้ใต้บังคับบัญชาเลย

#ตอนเป็นทหารเป็นนักกีฬาหรือมีกิจกรรมอะไร

 ก็เล่นฟุตบอล เล่นกับเพื่อน กรีฑาก็เล่น

 # มีรางวัลที่อวดคนอื่นได้

  อ้าว ก็วิ่งไง วิ่ง 100 เมตรนี่แหละ เคยได้เหรียญทองสมัยก่อนนะ

 # ไม่มีใครรู้ไงคะ หลายคนคงไม่ได้คิดว่าท่านรองฯ จะเป็นนักวิ่ง

  เป็นนักวิ่ง เป็นนักกีฬา เล่นฟุตบอล เล่นอะไรต่างๆ เป็นนักกีฬาโรงเรียนมาตั้งแต่เด็กแล้ว

 # ทุกวันนี้ออกกำลังกายลักษณะไหน

 ก็ออกในน้ำอย่างเดียว เดินในน้ำ ช่วยให้กำลังขาดีขึ้น ให้การทรงตัวมันดีขึ้น

 # หลายวันก่อน ที่มีนักข่าวถามท่านรองฯ บางคำถามแล้วเหมือนท่านรองฯ ไม่ได้ตอบ เดินไปเลย แล้วเดินลิ่ว ทุกคนก็เลยงงว่า ไหนว่าขาท่านรองฯ ไม่ค่อยดี

 ก็เดินไม่ไหวแล้ว มันใกล้นิดเดียว จากนั้นจะไปขึ้นรถ ก็เดินเร็วอ่ะสิ เฮ้อ จะไปงงอะไร ก็เดินใกล้นิดเดียวเอง ไม่ได้เดินไกลที่ไหน เดิน 3 ก้าว มันจะไปเดินยังไงล่ะ เฮอะ

ลาวกังวล ทางด่วนมรณะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458413

ลาวกังวล ทางด่วนมรณะ

15 กุมภาพันธ์ 2564 – 17:48 น.

ทางด่วนสายแรกของ สปป.ลาว กลายเป็นถนนสายมรณะ เกิดอุบัติบ่อย ทั้งชนวัว ชนควาย

เกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก บนทางด่วนสายใหม่ “นครหลวงเวียงจันทน์-วังเวียง” ตำรวจลาวปวดหัว เพียงเปิดใช้ทางด่วนได้แค่เดือนเดียว เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ 11 ครั้ง มีทั้งเจ็บและตาย

ล่าสุด วันวาเลนไทน์ 14 ก.พ.2564 เมื่อเวลา 19.30 น. ได้เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนวัว บริเวณบ้านปากแรด เมืองนาซายทอง จุดทางเข้าด่านเก็บเงินนครหลวงเวียงจันทน์ ปรากฏว่า รถกระบะพลิกคว่ำ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ และบาดเจ็บ 2 ราย วัวตายคาที่

ที่น่าเศร้า ผู้เสียชีวิตเป็นพี่ชายและน้องสาว เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี กำลังเดินทางกลับบ้านที่บ้านปากแจ้ง เมืองเวียงคำ แขวงเวียงจันทน์ 

ขณะนี้ ทางญาติได้นำศพพี่น้องคู่นี้ ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดปากแจ้ง และจะมีการฌาปนกิจศพในวันที่ 16 ก.พ.2564 

อุบัติเหตุบนทางด่วน เมื่อวันวาเลนไทน์

สองพี่น้อง เพิ่งจบปริญญาตรี เสียชีวิต

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดแล้ว ทางด่วนลาว เวียงจันทน์-วังเวียง

ไม่ใช่กรณีแรกที่เกิดอุบัติเหตุรถชนสัตว์เลี้ยง บนทางด่วนสายใหม่ เนื่องจากชาวบ้านได้ปล่อยสัตว์เลี้ยงไว้ตามป่าข้างทาง ชาวบ้าน ทั้งวัว ควาย แพะ และสุนัข จึงฝ่าแผงกั้นเข้ามาเดินในเขตทางด่วนสายนครหลวงเวียงจันทน์-วังเวียง

ย้อนไปเมื่อคืนวันที่ 15 ม.ค.2564 ได้เกิดอุบัติเหตุรถชนควาย บนทางด่วนสายใหม่ ใกล้จุดทางออกเมืองวังเวียง แขวงเวียงจันทน์ ทำให้ควายตายคาที่ 5 ตัว และบาดเจ็บอีกหลายตัว ส่วนเจ้าของรถได้รับบาดเจ็บเช่นกัน 

พ.อ.คำเหล็ก ไซยะสิด รองหัวหน้ากรมตำรวจจราจร นครหลวงเวียงจันทน์ เปิดเผยว่า นับแต่เปิดใช้ทางด่วน มาตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค.2563 จนถึงปลายเดือน ม.ค.2564 ได้เกิดอุบัติเหตุบนทางด่วนมากกว่า 10 ครั้ง และมีผู้เสียชีวิตแล้วหลายกรณี 

สาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุมาจากคนขับรถประมาท ขับรถด้วยความเร็วสูง และชาวบ้านปล่อยสัตว์เลี้ยงมาเดินเพ่นพ่านในเขตทางด่วน

พ่อแม่สุดเศร้า เสียลูกสองคนเพราะอุบัติเหตุรถชนวัว

อนึ่ง รัฐบาลลาวได้จัดพิธีเปิดทางด่วนนครหลวงเวียงจันทน์-วังเวียง อย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ธ.ค.2563 เป็นทางด่วนสายแรกของประเทศลาว

ทางด่วนสายนี้ มีจุดเริ่มต้นที่สามแยกสีเกิด นครหลวงฯ และปลายทางอยู่ที่เมืองวังเวียง 

ดำเนินการก่อสร้างและบริหารโดย บริษัทร่วมทุนพัฒนาลาว-จีน กำหนดค่าบริการทางด่วน จากนครหลวงฯ ถึงวังเวียง ไปกลับ 1.3 แสนกีบ (1 บาท 334 กีบ) ถ้าขาเดียว 6.5 หมื่นกีบ 

ทางด่วนสายแรกของ สปป.ลาว มีความยาวทั้งหมด 109.1 ก.ม. ลงทุนในแบบ BOT โดยบริษัทก่อสร้าง-ลงทุนมณฑลยูนนาน ถือหุ้น 95% รัฐบาลลาว 5% ในนามบริษัทร่วมทุนพัฒนาลาว-จึน อายุสัมปทาน 50 ปี

เจี๊ยบรู้ยัง 45 ปี “แก้วพิจิตร” ยึดเทศบาลเจดีย์ใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458393

เจี๊ยบรู้ยัง 45 ปี “แก้วพิจิตร” ยึดเทศบาลเจดีย์ใหญ่

15 กุมภาพันธ์ 2564 – 15:23 น.

“เจี๊ยบ นครปฐม” จ๋อย พ่ายเลือกซ่อม แพ้นายก อบจ. ก้าวหน้าถอดใจ หาคนมาแข่งตระกูล “แก้วพิจิตร” ไม่ได้

++
ปลายปีที่แล้ว จิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ ทายาทคนโตของไชยา สะสมทรัพย์ ชนะศึกนายก อบจ.นครปฐม เก็บแต้มได้เกือบ 3 แสนคะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งจากคณะก้าวหน้า นายสัตวแพย์ชัชวาล นันทะสาร ที่ได้แค่ 74,868 คะแนน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “เจี๊ยบ” เล่นโจ๊ก ขยี้บ้านใหญ่องค์พระ

เจี๊ยบ นครปฐม จากนักกิจกรรมสู่ ส.ส.    

ชัยชนะครั้งนี้ ทำให้ “บ้านใหญ่” นครปฐม เงยหน้ามองผู้คนได้เต็มตาอีกหน หลังตอนเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 พลาดท่าปราชัยให้พรรคอนาคตใหม่ชนิดเหลือเชื่อ    

ผลพวงจากบ้านใหญ่พ่าย ส่งผลให้“เจี๊ยบ นครปฐม” หรือ “อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (พรรคอนาคตใหม่) มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะแม่ทัพสีส้มเมืองเจดีย์ใหญ่    

ผ่านไปไม่ถึง 2 ปี พรรคสีส้มก็ถูก “บ้านใหญ่สะสมทรัพย์” เอาคืน ทั้งสนามเลือกซ่อมเขต 5 และเลือกตั้งนายก อบจ. ดังนั้น เมื่อถึงคราวเลือกตั้งเทศบาล คณะก้าวหน้า นครปฐม จึงเงียบเป็นเป่าสาก

สุนทร แก้วพิจิตร หัวหน้ากลุ่มสันติธรรม

++
กลุ่มสันติธรรม
++
การเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนครปฐม ปี 2564 ค่อยข้างเงียบเหงา มีเพียงกลุ่มสันติธรรม ลงสนามแข่งกับกลุ่มร่วมพัฒนา โดยไม่มีเงาคณะก้าวหน้า    

“ป๋าสุนทร” สุนทร แก้วพิจิตร วัย 89 ปี ก่อตั้ง “กลุ่มสันติธรรม” มาตั้งแต่ปี 2528 นำทีมลงสมัครสมาชิกสภาเทศบาลนครปฐม จนได้เป็นนายกเทศมนตรีหลายสมัย ก่อนจะส่งไม้ต่อให้ลูกชาย-เสรินทร์ แก้วพิจิตร เป็นนายกเล็ก    

8 ปีที่แล้ว ป๋าสุนทร หนุนหลานชาย “เอกพันธุ์ คุปตวัช” เป็นนายกเทศมนตรีนครนครปฐม และมาถึงสมัยนี้ จึงให้ “เสรินทร์” ลูกชายลงสนามอีกครั้ง    

กลุ่มสันติธรรม ยึดครองเทศบาลนครปฐม 45 ปี

ช่วง 2-3 ปีมานี้  “ป๋าสุนทร” ประธานสภาเทศบาลฯ ได้ทำงานเคียงคู่กับลูกชาย-เสรินทร์ เหมือนเป็นการประกาศล่วงหน้าว่า การเลือกตั้งนายกเล็กเมืองเจดีย์ใหญ่ครั้งต่อไป เป็นคิวของลูกชาย-เสรินทร์    

เป็นที่รู้กันในนครปฐม ตระกูล “แก้วพิจิตร” กับ “สะสมทรัพย์” จะแบ่งพื้นที่กันเล่นการเมือง โดย “ป๋าสุนทร” จะยึดเทศบาลนครนครปฐม เป็นฐาน ส่วนการเลือกตั้ง ส.ส. ก็ขอ “เขต 1” (อ.เมืองนครปฐม)    

ส่วนตระกูล “สะสมทรัพย์” จะเน้นสนาม อบจ.นครปฐม และเขตเลือกตั้ง ส.ส.รอบนอก ซึ่งเป็นสัญญาใจกัน ระหว่าง “ป๋าสุนทร” กับ “เสี่ยอ้อน ไชยา” ผู้ล่วงลับ    

เสรินทร์ แก้วพิจิตร อดีตนายกเล็กนครปฐม

ทุกวัน พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ลูกชายของป๋าสุนทร เป็น ส.ส.นครปฐม เขต 1 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ โดย “เสธ.แก้ว” พ.ท.สินธพ มาลงเล่นการเมืองแทนพี่ชาย สมพัฒน์ แก้วพิจิตร ที่เสียชีวิตไปแล้ว    

“สมพัฒน์” เป็น ส.ส.นครปฐม ในสีเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนามานาน ตอนแรก “สินธพ” ได้รับเลือกเป็น ส.ส.สมัยแรก ก็ยังติดยี่ห้อชาติไทยพัฒนา แต่เลือกตั้งปี 2562 “เสธ.แก้ว” สินธพ ได้ย้ายสังกัดพรรคประชาธิปไัตย์ เพราะมีความสนิทสนมกับสาธิต ปิตุเตชะ เป็นการส่วนมานาน

เลือกตั้งเทศบาลนครเจดีย์ใหญ่ คงหนีไม่พ้นคนหน้าเดิม ซึ่งเจี๊ยบ นครปฐม ลูกสาวกำนันหัวโต ก็รู้ลึก รู้ดี จึงไม่วิ่งหาตัวแทนมาลงสนามให้เหนื่อยเปล่า

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงทางตัน วิกฤติรัฐบาล ‘ประยุทธ’ ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458362

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงทางตัน วิกฤติรัฐบาล’ประยุทธ’ ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

15 กุมภาพันธ์ 2564 – 13:00 น.

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงทางตัน วิกฤติรัฐบาล’ประยุทธ’ ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และปมความขัดแย้ง กลุ่มราษฏร ระวังมากที่สุด เหตุนอกสภาก่อความวุ่นวาย

ซินแสเข่ง ผ่าดวงทางตัน วิกฤติรัฐบาลประยุทธ ศึกอภิปลายไม่ไว้วางใจ และปมความขัดแย้ง กลุ่มราษฏร ระวังมากที่สุด เหตุนอกสภาก่อความวุ่นวาย เพราะดาวพระเคราะห์ยังตกดวงขัดแย้ง แตกแยก ภายใต้ดาวมฤตยู แต่ดาวเกตุกลับเสริมดวง นายกฯ เสริมพลังบุญฤทธิ์ให้มีกำลัง ฝ่าอุปสรรคคู่อริ ทำให้ศัตรูพ่ายอย่างไม่คาดคิด ถึงดวงจะกระทบบ้างจากแรงยุแหย่ ผู้ไม่หวังดี สร้างความวุ่นวายจากกลุ่มพวกนอกสภา ก่อความสับสน สร้างความไม่เข้าใจดื้อดึง เพราะดาวจรเข้าแทรก กับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด จึงเตือนรัฐบาลให้รอบครอบทั้งในสภา และนอกสภา เพราะจะถูกแรงกดดันกลั่นแกล้งและเบียดเบียนคุกคามบ้านเมืองให้ได้รับความเดือดร้อน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤต ยามนี้ดวงเมืองตกทูตมรณะ

ซินแสเข่ง อาจารย์ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย วิเคราะห์ศึกอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ผ่าดวงแก้วิกฤติ ทางตัน  รัฐบาล ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในศึกอภิปรายครั้งนี้ ประเดิมปี 2564 ไตรมาสแรก แต่รัฐบาลประยุทธ์ ก็สามารถผ่านไปได้ฉลุย ตามดวงดาวที่วิเคราะห์ไว้ เพราะได้ดาวศุภฤกษ์ดาวศุกร์เสริมดวงนายกฯ และในช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ก็เป็นเดือนที่ส่งเสริมในหน้าที่การงานให้สำเร็จ ถึงจะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่ทำให้ผ่านอุปสรรคไปได้ดี ทำให้ฝ่ายค้านอาจมีเหตุให้แตกคอ เพราะตกดวงขัดแย้งเป็นศัตรู ทำให้เกิดความไม่เข้าใจ ระหว่างคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่า ที่กลายเป็นชนวน ท่าดีทีเหลว  

ศึกครั้งนี้ถือว่าเป็นจังหวะและโอกาศของรัฐบาล ที่ได้ดวงนายกฯ เสริมดวงแก้วิกฤติ ทำให้มีความมั่นคงคุมสถานการณ์ได้ ตลอด 4 วัน นับตั้งแต่วันที่ 16 ก็ถือว่า ดาวศุกร์ช่วยเสริม วันที่ 17  อาจจะมีอุปสรรคบ้างเล็กน้อย  เพราะดวงเมือง ถูกเบียดเบียนด้วยดาวพระเคราะห์  ที่สร้างปัญหาความขัดแย้ง จากกลุ่มราษฏรนอกสภา ที่จะต้องระวัง เพราะจะถูกกดชะตาจากกลุ่มเดินเท้า  ที่จะสร้างความยุ่งยาก วุ่นวายให้เป็นอุปสรรค   ส่วนวันที่ 18   ก็สามารถพลิกสถานการณ์ ผ่านไปได้  แต่ต้องรอบคอบในการรับมือฝ่ายค้านและ  จากพรรคร่วมรัฐบาล  ในการแก้ไขร่วมการตัดสินใจ การเจรจา  ไม่ลงตัวจากผู้ไม่หวังดี และศัตรูปองร้าย ที่จะทำให้ เกิดความผิดหวัง จึงต้องเตือน ทั้งศึกใน  และศึกนอกสภา หรือ ปัญหาการปะทะ   ส่วนวันที่ 19  ส่งผลให้ รัฐบาลประสบความสำเร็จ มากขึ้น   ในการแก้ไขสถานการณ์ทุกอย่างเชื่อว่า  สามารถผ่านวิกฤติไปได้ด้วยดี  เพราะทั้งหัวและท้ายลงตัวได้หมด  อีกทั้งเดือนที่เกื้อกูลเอาชนะ ปัญหาต่างๆ ไปได้

ซินแสเข่ง วิเคราะห์เพิ่มเติมถึง สถานการณ์ความเป็นไป ของเดือนกุมภาพันธ์นี้ ถึงแม้นจะเป็นเดือนที่ดุพอสมควรเพราะเป็นเดือนขาล แต่เป็นเดือนแห่งสิทธิของดวงเมือง ที่จะนำมาสู้กับปฏิปักษ์ และเสริมดวงผู้นำ ที่แก้ไขปัญหา ทำให้ฝ่าดวงวิกฤติคู่อริศัตรูได้ หากจะมีเหตุจากคนดวงตกสร้างแรงปะทะ ขัดแย้ง อิจฉาริษยา ไม่หวังดี มีโอกาศก่อความรุนแรง ปะทะ ที่อาจจะทำให้เกิดการเสียเลือดเนื้อได้ เพราะผู้ใหญ่ที่หลงผิด สร้างจุดแตกแยกให้เกิดการปะทะ รัฐบาลจึงต้องควบคุมสถานการณ์ แต่ไม่ใช่นิ่งเฉย ซึ่งจะยิ่งก่อให้เกิดการยืดเยื้อสถานการณ์อย่างไม่จบสิ้น

เสียงปืนแตก “ตั๊ดม่ะด่อ” เข้มคุมอารยะขัดขืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458352

เสียงปืนแตก “ตั๊ดม่ะด่อ”  เข้มคุมอารยะขัดขืน

15 กุมภาพันธ์ 2564 – 11:43 น.

ทหารมาแล้ว “มินอ่องหล่าย” ส่งรถหุ้มเกราะคุมม็อบอารยะขัดขืน จับตาเสียงปืนแตกที่คะฉิ่น คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ค่ำคืนวันวาเลนไทน์(14 ก.พ.2564) สถานการณ์ในเมียนมา เต็มไปด้วยความตรึงเครียด เมื่อ “ตั๊ดม่ะด่อ” หรือกองทัพเมียนมา ส่งรถหุ้มเกราะล้อยาง และกำลังทหารเข้าประจำการในตัวเมืองใหญ่ รวมถึงกรุงย่างกุ้ง เมืองหลวง เพื่อรักษาความปลอดภัย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  เขย “ตานฉ่วย” ชู 3 นิ้วอะไรก็เกิดขึ้นได้

รถหุ้มเกราะ จอดที่หน้าธนาคารกลาง กรุงย่างกุ้ง

นอกจากนั้น ผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตในเมียนมา ได้แจ้งว่า จะมีการตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต ระหว่างเวลา 01.00 น. ของเช้าวันใหม่จนถึงเวลา 09.00 น.    

เวลาเดียวกัน แฟนเพจเฟซบุ๊ก People Media ได้อ้างข้อมูลจากกองทัพเมียนมาว่า ทหารจะออกมารักษาความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนนอนหลับพักผ่อน และชุมชนสงบสุข    

สาเหตุที่ทหารเมียนมาเคลื่อนกำลังยามวิกาล สืบเนื่องจากวันจันทร์ที่ 15 ก.พ.2564 ขบวนการต่อต้านการทำรัฐประหาร ได้รณรงค์ข้าราชการก่อการ Civil Disobedience  Myanmar (CDM) เต็มรูปแบบ เพื่อให้กลไกราชการเป็นอัมพาตทั้งประเทศ     

ขณะเดียวกัน พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ประธานสภาบริหารภาครัฐ (SAC) ได้สั่งให้ข้าราชการที่หยุดงานได้กลับเข้าทำงานตามปกติ 

ชุมนุมวันที่ 10 หนุนอารยะขัดขืน

++
เรียกร้องอารยะขัดขืน
++
เวลา 09.00 น.วันที่ 15 ก.พ.2564 สัญญาณอินเตอร์เน็ต กลับมาใช้ได้ตามปกติ การชุมนุมต้านการทำรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมา ได้เริ่มต้นขึ้นเป็นวันที่ 10 โดยมีกลุ่มดารานักแสดง และประชาชนมารวมตัวกันที่หน้าแบงก์ชาติเมียนมา     

พวกเขาพวกเขาเรียกร้องให้ข้าราชการทุกคน มีส่วนร่วมในการยุติกลไกการบริหารทั้งหมด เพื่อล้มล้างระบอบรัฐประหาร    

เหนืออื่นใด นับแต่เกิดรัฐประหารในเมียนมา นี่เป็นวันแรกที่มี “ตั๊ดม่ะด่อ” หรือทหารเมียนมา ได้เข้ามาปฏิบัติการคุมฝูงชนแทนตำรวจ ในย่างกุ้ง, พะโค, มัณฑะเลย์, ตองจี, ท่าขี้เหล็ก ฯลฯ     

รถทหารในเมืองมัณฑะเลย์

ก่อนหน้านั้น พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ได้ใช้กำลังตำรวจเข้ามาดูแลความสงบ ปรากฏว่า ตำรวจท้องถิ่นในหลายเมือง ได้แปรพักตร์ไปเข้ากับฝ่ายผู้ชุมนุมประท้วง ด้วยเหตุนี้ กองทัพเมียนมา จึงต้องส่งกำลังทหาร พร้อมรถหุ้มเกราะ ออกสู่ท้องถนน    

องค์กร 88 Generation Peace and Open Society ภายใต้การนำของกลุ่มผู้นำนักศึกษา รุ่น 88 อย่างมินโกหน่าย และจิมมี่ พยายามย้ำหลักการต่อสู้สันติวิธี และเชื่อว่า “CDM อารยะขัดขืน เป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการต่อสู้ครั้งนี้”    

ทั้งมินโกหน่าย และจิมมี่ มีบทเรียนจากการลุกขึ้นสู้ในปี ค.ศ.1988 พวกเขาและพรรคเอ็นแอลดีของอองซานซูจี ชุมนุมเรียกร้องให้มีประชาธิปไตย แต่การประท้วงครั้งนั้น จบลงด้วยการปราบปรามของกองทัพเมียนมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึงราว 5,000 ศพ     

ดังนั้น ชาวพม่าทุกชั้นชน และชาติพันธุ์ จึงลุกขึ้นสู้ด้วยแนวทางสันติวิธี หนุนอารยะขัดขืนแบบเข้มข้นคือ ข้าราชการทุกคนลาออก พวกเขาได้จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือข้าราชการที่ลาออกไว้พร้อมแล้ว

สถานการณ์ที่โรงไฟฟ้ารัฐคะฉิ่น

++
เสียงปืนแตก
++
เหตุการณ์การชุมนุมของประชาชนที่ด้านหน้าโรงไฟฟ้า Bugar Electric Power เมืองมิตจีนา รัฐคะฉิ่น เพราะมีข่าวว่า ทหารเข้าไปประจำการที่โรงไฟฟ้า และอาจตัดกระแสไฟฟ้า ประชาชนออกมามาประท้วงที่ด้านหน้าโรงไฟฟ้าเป็นเวลา 3 วันแล้ว    

สถานการณ์ตรึงเครียดตอนหัวค่ำวันที่ 14 ก.พ.2564 เมื่อทหารดำเนินกลยุทธ์สลายการชุมนุมรอบนอกโรงไฟฟ้า จากรายงานของสื่อท้องถิ่น The 74 Media, Myitkyina News Journal และ Kachinwaves มีเสียงปืนดังเป็นชุดๆ และประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง และมีผู้สื่อข่าวถูกจับกุมตัวไป 5 คน คือ นักข่าวสำนักข่าว EPN 2 คน , The 74 Media 2 คน และ Mizzima  1 คน     

จนถึงเช้าวันที่ 15 ก.พ.นี้ สื่อท้องถิ่นในเมืองมิตจีน่า รายงานว่า นักข่าว 5 คนที่ถูกจับตัวไปยังไม่มีใครทราบว่าถูกนำตัวไปไว้ที่ใด    

อย่างไรก็ตาม เมื่อเสียงปืนเงียบลง ประชาชนก็ยังปักหลักชุมนุม แต่ขยับห่างออกจากแนวรั้วโรงไฟฟ้า

‘เฮียบุ๊ง’ ไม่ทน เคลียร์ ‘อาชีวะ’ ปมการ์ดนอกแถว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458313

‘เฮียบุ๊ง’ไม่ทน เคลียร์ ‘อาชีวะ’ปมการ์ดนอกแถว

14 กุมภาพันธ์ 2564 – 18:03 น.

ม็อบป่วนไม่เลิก “เฮียบุ๊ง” ขอนัดเคลียร์ “ขาใหญ่” อาชีวะ หวังขจัดปัญหาการ์ดแตกแถว

สืบเนื่องจากการชุมนุมของกลุ่มราษฎร “นับ 1 ถึงล้าน คืนอำนาจให้ประชาชน” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนจะเคลื่อนพลที่ศาลหลักเมือง

สองทุ่มเศษ  อรรถพล บัวพัฒน์ แกนนำกลุ่มราษฎร ประกาศว่า หากภายใน 7 วันนับจากนี้ ไม่มีสัญญาณว่าจะปล่อยเพื่อนเรา เราจะกลับมาเจอกันอีกภายใน 7 วัน คือวันที่ 20 ก.พ.2564 ถ้าเพื่อนเรายังไม่ออกมา เราจะประกาศศึกใหญ่กับรัฐบาลอีกครั้ง

หลังจากนั้น แกนนำราษฎรได้สั่งถอยรถเครื่องเสียง และยุติการชุมนุม ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมกลับบ้าน แต่ผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่ง ไม่ยอมกลับ และขว้างปาก้อนหินใส่แถวตำรวจ มีเสียงดังคล้ายประทัด ตำรวจจึงเคลื่อนกำลังเข้าสลายการชุมนุมทันที

เมื่อสถานการณ์ความวุ่นวายยุติลง ปรากฏว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งฝั่งตำรวจ และมวลชนราษฎร ตำรวจได้จับกุมผู้ชุมนุมบางส่วนที่ก่อเหตุความวุ่นวาย

“ม็อบ 13 กุมภา” ผ่านไปด้วยความวุ่นวาย แต่สงครามโซเชียลระอุเดือด มีเสียงโจมตีตำรวจว่า ทำร้ายประชาชน ขณะที่ฝั่งหนึ่งก็มองว่า มวลชนราษฎรก่อความวุ่นวายทำร้ายตำรวจ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“โตโต้” โชว์เดี่ยว วิวาทะม็อบพม่า

ขอเคลียร์อาชีวะ

เมื่อบ่ายวันที่ 14 ก.พ.2564 “เฮียบุ๊ง” ปกรณ์ พรชีวางกูร พ่อยกแห่งชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊ค Pakorn Pornchewangkurn ว่า “อยากคุยกับตัวแทนอาชีวะครับ อยากหาทางออกเพื่อแก้ปัญหาร่วมกันในเรื่องของอาชีวะ ใครสามารถดีลให้ได้ จัดให้ทีครับ ขอเป็นคนที่คุยแล้วจบนะครับ ขอเป็นคนที่คุยแล้วสามารถไปบอกรุ่นน้องให้รับทราบได้ว่าอะไรควรไม่ควร มาคุยกันแบบลูกผู้ชายครับ พูดกันตรงๆไปเลย”

ทำไมต้องเคลียร์อาชีวะ? ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เฮียบุ๊งพูดถึงกลุ่มอาชีวะ ซึ่งเข้ามาร่วมชุมนุมตั้งแต่ปีที่แล้ว กระทั่งเกิดกลุ่มการ์ดอาชีวะหลายก๊กหลายก๊วน จนเกิดความขัดแย้งบ่อยครั้งในช่วงหลัง 

ปลายปี 2564 เฮียบุ๊งได้บอกให้ “เพนกวิน” ประกาศยุบการ์ดทุกกลุ่ม เพราะต้องการเคลียร์การ์ดอาชีวะที่มีหลายกลุ่ม โดยคัดกรองเอาอาชีวะบางกลุ่มไว้ 

เฮียบุ๊ง พยายามบอกสื่อมวลชนว่า ได้จัดระเบียบ “การ์ดราษฎร” โดยไม่เอา “การ์ดนอกแถว” เข้ามาสร้างความวุ่นวาย โดยการประกาศรับสมัครการ์ดใหม่ 

แม้จะตั้งชื่อว่า หน่วยสันติวิธี แต่ก็ห้ามคนนอก หรือกลุ่มอาชีวะอื่นเข้าร่วมชุมนุมได้ เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล

ขอให้ยึดหลักการสันติวิธีเป็นหลักนะครับ ฝากสต๊าฟราษฎรเป็นหูเป็นตา ฝากผู้หลักผู้ใหญ่ทุกคน เห็นใครพกประทัดพกอาวุธที่จะเป็นเหตุนำให้ไปสู่ความรุนแรง ก็ช่วยกันแจ้งช่วยกันเตือนนะครับ ความรุนแรงที่ไม่จำเป็นมันไม่ใช่เรื่องเท่ ดูแลลูกหลานดูแลกันและกันไม่ให้เจ็บตัว..”

เหมือนรู้ปัญหา เฮียบุ๊ง จึงโพสต์ดักคอไว้ ตั้งแต่ตอนเช้าวันเสาร์ (13 ก.พ.2564) 

เฮียบุ๊ง

อาชีวะฝ่ายขวา

ด้าน “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดวีโว่ ได้อธิบายเหตุการณ์คืนวันที่ 13 ก.พ.2564 เนื่องจากการ์ดวีโว่ ได้อยู่แถวหน้านั้นเช่นกัน ก่อนจะสรุปว่า “ทั้งหมดทั้งมวลจากการสอบถามข้อเท็จจริงทุกคนในที่เกิดเหตุทั้งหมด และจากการที่ผมเฝ้าสังเกตนั้น ผมค่อนข้างแน่ใจว่ามันไม่ปกติแน่ๆ คาดว่าเกิดการแทรกแซงโดยมือที่สาม หรือกลุ่มจัดตั้งอันธพาลที่มาในรูปของมวลชนกลุ่มหนึ่งแฝงอยู่ในม็อบ สอดประสานกับ อันธพาลอีกกลุ่มที่รอดักซุ่มทำร้ายประชาชนอยู่ในเส้นทาง”

โตโต้ เชื่อว่า มีกลุ่มจัดตั้งอันธพาลแฝงตัวเข้ามาในม็อบ และคอยป่วนสถานการณ์ 

 “หลังจากนี้หวังว่าทางแกนนำทุกๆกลุ่มจะได้นำบทเรียนครั้งนี้ไปหาทางแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาด หากไม่ดำเนินการก่อนที่จะนำม็อบครั้งต่อไป ปัญหานี้จะไม่จบ”

 จริงๆแล้ว การ์ดวีโว่ ก็ตกเป็นเป้าโจมตีจากการ์ดคนเสื้อแดง เพราะมีหลายครั้ง ที่การ์ดวีโว่เป็นคนสร้างสถานการณ์เสียเอง

โตโต้

“โหรฟองสนาน” เปิดคำทำนาย เกณฑ์เมือง – คนคล้ายไปหาปลาแต่จะเจอขุมทองแทน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458307

“โหรฟองสนาน” เปิดคำทำนาย เกณฑ์เมือง-คนคล้ายไปหาปลาแต่จะเจอขุมทองแทน

14 กุมภาพันธ์ 2564 – 17:17 น.

“โหรฟองสนาน” เปิดคำทำนาย เกณฑ์เมือง-คนคล้ายไปหาปลาแต่จะเจอขุมทองแทน

โหรฟองสนาน” เปิดเผยคำทำนายในบทความ แม่หมอสมัครเล่นตอนที่ 363 โดยฟองสนาน จามรจันทร์ เกณฑ์เมือง-คนคล้ายไปหาปลาแต่จะเจอขุมทองแทน (หาได้ด้วยตัวเอง-ตามที่แนะนำในบทความนี้)

ภาพจักรราศีเมษ-มีน

พระเสาร์จร (7-เลขอารบิก) เดินอยู่ในราศีมังกร ทับพระราหูดวงเดิม (๘-เลขไทย) ของท่านที่ตั้งอยู่ในราศีมังกรตั้งแต่เกิดหรือ เล็งใส่พระราหู (๘-เลขไทย) ของท่านที่สถิตอยู่ในราศีกรกฎตั้งแต่เกิดหรือทำมุมพิเศษถึงพระราหูดวงเดิม (๘-เลขไทย) ของท่านที่สถิตราศีมีนหรือท่านที่มีพระราหูดวงเดิม (๘-เลขไทย) สถิตในราศีตุลย์ตั้งแต่เกิด

“พี่เคยทำนายไว้” คุณตู่วรวรรณ ธาราภูมิ มิ่งมิตรสะกิดมาทางไลน์ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 เมื่อปรากฏข่าวบริษัทลูกของบริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ PTTEP ประสบความสำเร็จในการขุดเจาะหาก๊าซธรรมชาติแหล่งนอกชายฝั่งมาเลเซียพบหลุ่มใหญ่ที่สุดตั้งแต่บริษัทนี้เคยพบมา

ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนก็ขอย้อนไปลอกคำทำนายดวงชะตาเมืองที่ให้ไว้ตั้งแต่ 18ธันวาคม 2563 ในบทความแม่หมอสมัครเล่นที่ 355 ความว่า…

5.4 ไม่ว่าจะแบกภาระหนักขนาดไหน ใครมาเป็นรัฐบาลก็จะเอาชนะปัญหาอุปสรรคได้ มีขุมทองให้ขุด-หา เพียงแต่จะหาพบหรือไม่ทั้งจากประเทศที่เป็นแขก-จีน-พลังงาน-แก๊ส-ของเก่า-ทรัพย์ในดินสินในน้ำ(พระเสาร์จร7ถึงพระราหูดวงเดิม๘) ถ้าเป็นชะตาคนก็เหมือนไปหาปลาเจอขุมทองตามโฉลก..จักชำนะศัตรู ประสิทธิโชคชัยยา ตำนานหนึ่งหญิง จรสุ่มประสงค์ปลา พบแท่นธนสาร์ ตรุรัตนะขุมทอง..และ

5.5 ตลอดทั้งปีรัฐบาลไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมีโอกาสพากันร่ำรวย ถึงแม้เคยมีปัญหาอุปสรรคก็จะแก้ไขได้….นี่คือคำทำนายครั้งนั้น

ส่วนข้อมูลการพบครั้งนี้คือบริษัทลูกของปตท.สผ.ไปร่วมทุนร้อยละ 42.5 กับบริษัทคูเวตปิโตรเลียมฯ มาเลเซียและบริษัทปิโตรนาสชาริกาลี สำรวจหาแก๊ส-น้ำมันในโครงการซาราวักเอสเค 410 บี ที่นอกชายฝั่งซาราวักของมาเลเซียประมาณ 90 กิโลเมตร พอเจาะหลุมที่ชื่อว่าลัง เลอ บาร์-2 ผลคือพบแก๊สมากที่สุดตั้งแต่บริษัทลูกนี้ของปตท.สผ.เคยพบมา

ข้อมูลในฐานะอดีตนักข่าวสายพลังงานผลต่อประเทศของการพบครั้งนี้คือความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศโดยรวม พูดง่าย ๆ คือประเทศจะมีก๊าซใช้ และก็ต้องหาต่อไปอีกเรื่อย ๆ ส่วนผู้ถือหุ้นของทั้งปตท.และปตท.สผ.ซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ย่อมมีส่วนได้ประโยชน์ด้วย รวมทั้งกระทรวงการคลังที่ถือหุ้นใหญ่ แต่สิ่งสำคัญที่ผู้เขียนอยากไขขานคือตามหลักโหรเอาอะไรมาทำนายอาการไปหาปลาเจอขุมทองของบริษัทที่เป็นมือไม้ของเมือง

สำคัญกว่านั้นที่อยากบอกคือคนทุกลัคนาราศีถ้าเข้าข่ายเกณฑ์นี้ก็มีโอกาสเจอขุมทองตามระดับวาสนา เพียงแต่รายละเอียดจะแตกต่างกันไปตามเรื่องราวของแต่ละคนที่มีระยะจะเกิดขึ้นระหว่าง 5 ธันวาคม 2563 – มีนาคม 2566 ดังนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
โหรฟองสนาน” เผยดวงเมือง รอด-สู่สภาวะจะฟุ่งเฟืองคนลือเลื่องลาภเหลือหลาย

1. โชคของเมืองจากปตท.สผ.เกิดจากพระเสาร์จรที่แทนด้วยเลข7 (เน้นว่าเลขอารบิก) ที่กำลังเดินอยู่ในราศีมังกร ทำมุมพิเศษถึงพระราหูดวงเดิมของเมืองที่แทนด้วยเลข ๘ ไทยที่สถิตอยู่ราศีมีนรออยู่ตั้งแต่เมืองถือกำเนิดมา ทำให้มีแนวโน้มเกิดโชคตามโฉลก..เสาร์(จร)ถึงราหู(ดวงเดิม)จักชำนะศัตรู ประสิทธิโชคชัยยา ตำนานหนึ่งหญิง จรสุ่มประสงค์ปลา พบแท่นธนสาร์ ตรุรัตนะขุมทอง.. ที่ราศีมีนที่พระราหูดวงเดิม๘ของเมืองตั้งอยู่นี้เป็นขอบเขตของเมืองชายทะเล-ทะเล-ปากอ่าวที่น้ำไหลลงทะเล นอกจากการพบครั้งนี้แล้วผู้เขียนเชื่อว่าเราจะพบทรัพย์ในดินสินในน้ำหรือทะเล หรือชายทะเลอีกมากไปถึงประมาณมีนาคม 2566 เช่นที่ผ่านมาคณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ พบปะการังอ่อนชนิดใหม่ของโลกสรินธรเน่และคอร์นิกีร่าที่แสมสารและหมู่เกาะแถวพัทยานำมาก่อนแล้ว ไม่นับรวมสัตว์ทะเลหายากที่โผล่มาที่ทะเลไทยเป็นระยะ ๆ

2. ไม่เพียงแต่ชะตาเมืองเท่านั้น แต่คนทุกลัคนาราศีหากผูกดวงชะตาแล้วมีพระราหูดวงเดิมที่แทนด้วยเลข๘ (เน้นว่าเลขไทย) อยู่ในราศีมังกร หรือราศีมีน หรือราศีกรกฎ หรือราศีตุลย์ตั้งแต่เกิด ถือว่ารองรับโชคจากพระเสาร์จร 7 (เน้นว่าเลขอารบิก) ซึ่งเป็นคู่มิตรกันในรอบนี้ไปถึง 1 มีนาคม 2566 เลยทีเดียว อาการคือหาแล้วได้มากกว่าที่คิด-หา
แต่การได้หรือจะได้นี้ก็ต้องแสวงหาเช่นบริษัทลูกของปตท.สผ.ก็เที่ยวร่วมทุน(เพื่อลดขนาดความเสี่ยงหากสำรวจแล้วไม่พบ) สำรวจขุดเจาะไปทั่วหลายแหล่ง พบบ้าง ไม่พบบ้าง แล้วก็มาโป๊ะเช๊ะพบมากที่สุด(ขุมทอง) ช่วงพระเสาร์จร 7 ถึงพระราหูดวงเดิม(๘)นี่เอง มีข่าวแว่วมาว่าทางมาเลย์ฯเองก็สงสัยว่า ”พบได้อย่างไร”

ส่วนการที่จะรู้ว่าพวกท่านมีพระราหูดวงเดิม(๘) รับโชคจากพระเสาร์จร(7) รอบนี้หรือไม่ให้ทำตามที่เคยบอกไว้นานแล้ว(วิธีผูกดวงชะตา) ดังนี้
2.1. เข้าไปที่ http://www.payakorn.com ขอบพระคุณเจ้าของเว็ป
2.2. ดูด้านซ้ายมือ-กดเลือกรายการผูกดวงฉบับย่อจากรายละเอียดที่เรียงกันอยู่ ซึ่งจะใช้ผูกดวงชะตาพวกท่าน(หาลัคนา-ตำแหน่งดาวที่เป็นแผนที่ชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย)ที่แสนสะดวก
2.3. ป้อนวัน-เดือน-ปี-เวลาตกฟากและจังหวัดที่เกิดของพวกท่านลงไป โดยไม่ต้องสนใจอย่างอื่นมากกว่านี้เพราะจะได้ไม่สับสน แล้วกด ok จากนั้นดวงชะตาของพวกท่านจะปรากฎบนหน้าจอ
2.4. ให้สนใจไปที่เฉพาะเลขไทยที่อยู่วงกลมด้านใน ดูไปที่เลข ๘ คือพระราหูดวงเดิมของพวกท่านหากตรงกับตำแหน่งในรูปที่แสดงไว้ถือว่าเข้าเกณฑ์นี้
2.5. หรือถ้างงให้ดูรูปหน้าจอ แล้วอ่านตัวหนังสือฝั่งที่เขียนว่า-ดวงกำเนิด-ก็ได้ โดยให้ดูบรรทัดที่เขียนว่า 8.ราหู หากต่อจากนั้นเขียนว่าราหูอยู่ มังกร หรือมีน หรือกรกฎ หรือตุลย์ ถือว่าเข้าข่ายนี้
ขอให้ท่านที่มีพระราหูดวงเดิม๘รองรับพระเสาร์จร 7 โชคดีในการตามหาปลา-ขุมทองตามระดับวาสนาของแต่ละคนไปถึงมีนาคม 2566

แต่ถ้ามีเกณฑ์ร้ายแทรกเข้ามาจากเกณฑ์นี้(มีอีกหลายเกณฑ์)ระวังเดือดร้อนเพราะเพื่อน ท่านที่ไม่ให้จากเกณฑ์นี้ก็ยังมีจากเกณฑ์โหรอื่นๆ-ส่วนเกณฑ์นี้หลัง1มีนาคม2566จะเคลื่อนไปสู่ท่านอื่นที่มีราหูดวงเดิ(๘)รองรับ-เมื่อพระเสาร์ย้ายราศี

โหรฟองสนาน จามจันทร์
12กุมภาพันธ์ 2564