ย้ำแค้น พท.เช็คบิล ‘บูรณุปกรณ์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458287

ย้ำแค้น พท.เช็คบิล’บูรณุปกรณ์’

14 กุมภาพันธ์ 2564 – 13:13 น.

โดน “ชินวัตร” รุกไล่ ตระกูล “บูรณุปกรณ์” เหลือเพียงเทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นที่อยู่ที่ยืนสุดท้าย

ตระกูล “บูรณุปกรณ์” นับเป็นตระกูลเก่าแก่สายหนึ่งของเชียงใหม่ แม้จะมีประวัติความเป็นมาไม่ยิ่งใหญ่เทียบเท่า “ชินวัตร” 

“นายใช้” เดินทางจากเมืองจีนมาปักหลักอยู่เชียงใหม่ เปิดร้านขายของชำชื่อ “ซิมชุ่ยไช้” อยู่ย่านกาดหลวง กับนางจิตรา และมีลูกๆ 11 คน ช่วยเหลือกิจการของร้านเล็กๆ แห่งนั้นประกอบ ด้วย 1.ชัยทัศน์ บูรณุปกรณ์ 2.พรทัศน์ บูรณุปกรณ์ 3.สมจิตร บูรณุปกรณ์ 4.สมพร สุวรรณธนาทิพย์ 5.สมร พาณิชย์พิศาล 6.ประพันธ์ บูรณุปกรณ์ 7.อารีย์ อุดมศิริธำรง 8.วิชิต บูรณุปกรณ์ 9.วิไล บูรณุปกรณ์ 10.บุญเลิศ  บูรณุปกรณ์ 11.ปกรณ์ บูรณุปกรณ์

พ.ศ.นี้  อาณาจักรธุรกิจของตระกูล “บูรณุปกรณ์” ยิ่งใหญ่มากน้อยเพียงใด คนเชียงใหม่ทราบดี ห้วงเวลา 20 ปีมานี้ “บูรณุปกรณ์” เติบโตทางธุรกิจและการเมือง 

ปลายปีที่แล้ว บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ผู้นำกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม พ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นความปราชัยที่ “บูรณุปกรณ์” รู้ดีว่า ลึกๆ พวกเขาสู้กับ “ทักษิณ ชินวัตร” พ่วงด้วยเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ต้นปีนี้ ในสังเวียนเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม (บูรณุปกรณ์) บริหารเทศบาลแห่งนี้มา 5 สมัย ได้ส่ง “อัศนี บูรณุปกรณ์” ลูกชายของประพันธ์ บูรณุปกรณ์ ลงสู้ศึกป้องกันแชมป์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
กระบี่คู่ใจ “แม้ว-มิ้ง” ปั้น ทรท.ภาค 2 

ที่มั่นสุดท้าย

เทศบาลนครเชียงใหม่ มีพื้นที่ 40.216 ตารางกิโลเมตร ข้อมูลในปี 2551 มีประชากรในเขตเทศบาล 148,477 คน โดยยกฐานะเป็นเทศบาลนครแห่งแรกของประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2478

ในรอบ 20 ปีมานี้ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ในรอบ 16 ปี ประกอบด้วย ปกรณ์ บูรณุปกรณ์ (ปี 2541-2543) ,บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ (ปี 2543-2550), เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ (ปี 2550 -2552) และทัศนัย บูรณุปกรณ์ (ปี 2552-2563)

การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ครั้งสุดท้าย (3 พ.ย.2556) ทัศนัย บูรณุปกรณ์ ลูกชายของพรทัศน์ บูรณปกรณ์ ชนะคู่แข่ง ธิดารัตน์ ศิริวิทยากร ได้เป็นนายกเล็กเชียงใหม่สมัยที่ 2 

ปลายปี 2561 “ทัศนัย” แถลงข่าววางมือทางการเมือง ไม่ขอลงสมัครนายกเล็กอีกสมัย พร้อมกันนั้น ประพันธ์ บูรณุปกรณ์ ประกาศจะลงสมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่แทนหลานชาย

ระหว่างนั้น ประพันธ์ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองนายกเทศมนตรีฯ ทำงานคู่กับ “อัศนี” ลูกชายที่มีตำแหน่งเลขานุการนายกเทศมนตรีฯ ในทำเนียบเจดีย์ขาวหรือเทศบาลนครเชียงใหม่ หลังการปราชัยของบุญเลิศ ตระกูล “บูรณุปกรณ์” จึงตัดสินใจส่ง “อัศนี” ลงสนามนายกเล็ก และเดินเกมหาเสียงแบบอนาล็อก เคาะประตูบ้าน ไม่ใช้สื่อโซเชียล

สองพ่อลูก สู้เพื่อศักดิ์ศรีตระกูล บูรณุปกรณ์

เพื่อไทยคึกคัก

หลัง พิชัย เลิศพงศ์อดิศร (ชื่อเดิม-ชูชัย) โค่นแชมป์เก่าได้เป็นนายก อบจ.เชียงใหม่ ทำให้พรรคเพื่อไทย มีความฮึกเหิมยิ่งในสนามเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ 

กลุ่มเพื่อไทยนครเชียงใหม่ เปิดตัว “เฮียหน้อย” ชาตรี เชื้อมโนชาญ ลงสมัครนายกเล็กเชียงใหม่ ด้วยความมั่นใจ เพราะเขาเดินหาเสียงคู่กับ “ทนายก้อง” พิชัย มาตั้งแต่ปี 2560 

“เฮียหน้อย” เริ่มเข้าสู่การทำงานการเมืองท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่ปี 2538 และเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ปี 2542 เป็นรองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ในสมัยของทัศนัย บูรณุปกรณ์ เป็นนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ 

ศึกเจดีย์ขาว(เทศบาลนครเชียงใหม่) เป็นสนามเล็ก มีพื้นที่ 40 ตารางกิโลเมตร ต่างจากสนาม อบจ.เชียงใหม่ ที่กว้างใหญ่ไพศาล

ตระกูล “บูรณุปกรณ์” ย่อมได้เปรียบ “เฮียหน้อย” เพราะยึดครองทำเนียบเจดีย์ขาวมานาน แถมหนนี้ มีตัวแปร “คณะก้าวหน้า” มาชิงฐานเสียงคนรุ่นใหม่ ทำให้ค่ายเพื่อไทย ต้องทำงานหนักขึ้น

จะถึงขั้นขอเสียงจาก “คนแดนไกล” เหมือนตอนเลือกตั้ง อบจ.หรือไม่? น่าลุ้นมาก

เฮียหน้อย มั่นใจสูง ชนะแน่ ย้ำแค้นตระกูล บูรณุปกรณ์

‘ซินแสเข่ง’ วิเคราะห์เหตุ ‘พิธีกรรมอุตริวิชามาร’ จิตวิตถารในการประกอบพิธีนอกลู่ให้เกิดความเพี้ยนในจิตคน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458270

‘ซินแสเข่ง’ วิเคราะห์เหตุ’พิธีกรรมอุตริวิชามาร’ จิตวิตถารในการประกอบพิธีนอกลู่ให้เกิดความเพี้ยนในจิตคน

14 กุมภาพันธ์ 2564 – 10:09 น.

‘ซินแสเข่ง’ วิเคราะห์เหตุ’พิธีกรรมอุตริวิชามาร’ จิตวิตถารในการประกอบพิธีนอกลู่ให้เกิดความเพี้ยนในจิตคน

ซินแสเข่ง‘ วิเคราะห์เหตุ’พิธีกรรมอุตริวิชามาร’ จิตวิตถารในการประกอบพิธีนอกลู่ให้เกิดความเพี้ยนในจิตคน ประกอบพิธีสาปแช่งศักดินา เหตุเพราะอยู่ในห้วงของดาวมฤตยูที่มีอุบาทคน กระทำการกระทบเทียบเบื้องสูงของสถาบันฯ กระทำการไม่อยู่ในประเพณี ของคนคิดนอกลู่หน้าศาลหลักเมืองของกลุ่มแกนนำ เตือนระวังภัยอาถรรย์ร้ายทำให้วิบัติตน บ้านเมืองที่จะรับเคราะห์ และประชาชนที่จะได้รับความเดือดร้อน เพราะเล่นของสูงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมืองทำลายความเชื่อถือโดยใช่เหตุ ครั้งที่สองหลังปักหมุดในสถานที่โบราณสถาน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤต ยามนี้ดวงเมืองตกทูตมรณะ

ซินแสเข่ง อาจารย์ชมทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์ แห่งประเทศไทย วิเคราะห์ถึงสาเหตุการกระทำของเมื่อคืนวันที่ 13 กพ.2564 เวลา 19.00 น. กลุ่มแกนนำ 3 นิ้ว กระทำการพิธีกรรมไสยาศาสตร์ ประกาศชัยชนะ หน้าศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร โดยให้ 4 แกนนำมีครูใหญ่อรรถพล และพยาบาลณัฏฐธิดา กับพวก เพื่อกระทำการ ประกอบพิธี สาปแช่ง เทน้ำลงพื้น เหมือนพิธีกรรมหลวง ในอดีตของ พิธีกษัตริย์ ในสมัยโบราณ เพื่อาปแช่งให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์  ทำให้ราษฏรได้รับชัยชนะ ไม่ใช่ศักดินา และสาปแช่ง ให้พวกศักดินาจงพินาศ และประชาราษฏร จงเจริญ  ซึ่ง เป็นการกระทำผิดต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดิน และในเทวสถาน ที่ไม่ใช่ของเล่นในการประกอบพิธีหลวงหากไม่ใช่พิธีกรรมที่ถูกต้องตามประเพณี เป็นความคิดของคนจิตคิดวิตถารที่ดื้อดึงเอาของสูงของแผ่นดินมาเล่นกัน และรัฐบาลเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะต้องปกป้อง เพราะมีผลต่อราษฏรของประเทศ กระทำการให้เกิดเภทภัยของแผ่นดิน สะสมรอวันระเบิด ให้เกิดอาถรรย์บ้านเมืองเกิดความระส่ำระส่าย ก่อการกบฏเหตุเกิดจลาจลบ้านเมืองไม่สงบ บุคคลเหล่านี้ทำให้เกิดความล้มเหลว แล้วก็ทิ้งเหตุไปดื้อๆเฉยๆ จนทำให้กลุ่มอารมณ์ค้างขว้างปาระเบิดปิงปอง ให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ การกระทำเช่นนี้สร้างความอัปมงคลให้แก่บ้านเมือง เพราะขาดการยอมรับภายใต้กฏเกณท์ ของคนร้อนวิชาต้องเอาพิธีกรรมเข้ามาแทรกการเรียกร้องประชาธิปไตย ที่หาเหตุผลไม่ได้ ของคนที่อยู่ในสภาวะไม่ปกติ คนจิตวิปริต และมักจะกระทำการเยี่ยงพ่อมดหมอผี เกี่ยวกับจิตวิญญาณ หรือ เทพเทวดาสิ่งศักดิสิทธิ์ทั้งที่ตนเองไม่ได้อยู่ในสถานะของผู้ดำเนินการ หรือมีความรู้ถึงเกตุ ( ๙ ) ที่จะกระทำการในด้านพิธีกรรมอันเป็นมงคลของพิธีกรรมหลวง

ซินแสเข่ง ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ในประเทศเมียนมาร์ กลุ่มผู้เรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องไปในฐานะประชาชน เพราะประเทศเมียนมาร์ จะเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมือง และไม่มีการยุ่งเกี่ยวพิธึกรรม ทั้งที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างมากมาย การสาปแช่ง โดยใช้วาจา ในการกล่าวถึงผู้มีศักดินาไม่ใช่มีผลต่อรัฐบาล หรือสถาบันสูงสุดของประเทศชาติ แต่อาจจะมีผลกระทบต่อ พวกผู้ดีไฮโซ คนมีเงินบรรดากลุ่มพ่อค้า คหบดีผู้มี ผู้ที่อยู่ในฐานะ มีอันจะกินที่จะได้รับความเดือดร้อนจากการสาปแช่ง ส่งผลให้ พ่อค้าคหบดี  ผู้ได้รับการแต่งตั้งได้รับยศฐาบรรดาศักดิ์ ผู้ที่มีความร่ำรวย มั่งคั่ง หรือเป็นเศรษฐี ที่จะได้รับ วิบากกรรม ที่กลุ่ม แกนนำ ราษฎร สาปแช่งไว้

รังสิตสะท้าน ‘ลูกบิ๊กแจ๊ส’ ชนแชมป์ ‘กลิ่นกุสุม’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458241

รังสิตสะท้าน’ลูกบิ๊กแจ๊ส’ ชนแชมป์ ‘กลิ่นกุสุม’

13 กุมภาพันธ์ 2564 – 17:22 น.

ขอทำสถิติใหม่ “แจ๊ส..ผู้ฆ่ายักษ์” เดินหน้าส่งลูกชาย “โบว์ลิ่ง” โค่นตระกูล “กลิ่นกุสุม” ยึดนครรังสิต

++
    จากทุ่งหลวงรังสิต เมื่อ 60 กว่าปีที่แล้ว สู่การเป็นแหล่งผลิตข้าวป้อนเมืองหลวง และเปลี่ยนเป็นชานเมืองที่รองรับโรงงานอุตสาหกรรม และบ้านจัดสรร 
    ถนนพหลโยธิน ที่ก่อสร้างในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้นำมาซึ่งตลาดรังสิต ปี 2510 และตลาดสุชาติ ปี 2520
    เมื่อกรุงเทพมหานคร มีอายุครบ 200 ปี ได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ทั่วประเทศ จึงเกิดตลาดและหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ตามมาด้วยตลาดสี่มุมเมือง โรงพยาบาลธัญญารักษ์ สนามมวยรังสิต ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต และสถานที่สำคัญอื่นๆ 
    ในแง่การปกครองท้องถิ่น ชุมชนรังสิต ได้ยกระดับเป็นสุขาภิบาล ต.ประชาธิปัตย์ เทศบาล ต.ประชาธิปัตย์ จนปัจจุบันเป็นเทศบาลนครรังสิต 

++
ตระกูล “กลิ่นกุสุม”
++
    สำหรับการเมืองท้องถิ่น ชาวรังสิตคงจะไม่มีใครไม่รู้จักครอบครัว “กลิ่นกุสุม” ที่บริหารนครรังสิตมายาวนาน จากรุ่นสู่รุ่น
    “เดชา กลิ่นกุสุม” ลูกชายพ่อค้าแม่ค้าร้านโชห่วยตลาดคลองหนึ่ง ในฐานะนักธุรกิจจัดสรรที่ดิน และเจ้าของสวนส้ม ได้เข้าสู่การเมืองท้องถิ่น เริ่มจากการเป็นคณะกรรมการสุขาภิบาล,ประธานสุขาภิบาลประชาธิปัตย์ และนายกเทศมนตรีตำบลประชาธิปัตย์ เมื่อเข้าสู่ยุคเทศบาลเมืองรังสิต “เดชา” ก็เป็นนายกเทศมนตรีเมืองรังสิต 3 สมัยติดต่อกัน
    การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครรังสิต วันที่ 24 ก.ค.2554 ตระกูล “กลิ่นกุสุม” ได้สร้างความประหลาดใจให้แก่ชาวรังสิต โดยการลงสมัครชิงนายกเทศมนตรียกครอบครัว
    ผลการเลือกตั้ง ธีรวุฒิ กลิ่นกุสุม(ลูกชาย) ได้ 8,528 คะแนน ชนะเดชา กลิ่นกุสุม(บิดา) ได้ 5,852 คะแนน ธีรวุฒิได้เป็นนายกนายกเทศมนตรีนครรังสิตคนแรก
    จริงๆแล้ว ธีรวุฒิ เคยเป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองรังสิต ในสมัยพ่อเดชาเป็นนายกฯ ตรงกันข้าม เมื่อธีรวุฒิเป็นนายกฯ เดชาก็มาเป็นรองนายกฯ 
    ปี่กลองเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งใหม่ดังขึ้น “เดชา” ตัดสินใจลงป้องกันแชมป์แทนลูกชาย เนื่องจากเจอคู่แข่งไม่ธรรมดา 

           สองพ่อลูก ตระกูล “กลิ่นกุสุม”

++
ทายาทบิ๊กแจ๊ส
++
    ชัยชนะของ “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เหนือชาญ พวงเพ็ชร์ ในศึกเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนการเมืองปทุมฯ
    “ชาญ” เติบโตมาจากบ้านใหญ่ “หาญสวัสดิ์” ได้ยึดครอง อบจ.ปทุมธานี มา 3 สมัย สร้างอาณาจักรใหม่ที่ใหญ่กว่าหาญสวัสดิ์ 
    ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่า “บิ๊กแจ๊ส” จะโค่นชาญลงได้ เมื่อกำชัยชนิดหักปากกาเซียน อดีตนายตำรวจคนดัง จึงพุ่งเป้าไปที่เทศบาลนครรังสิต ของบ้านใหญ่ “กลิ่นกุสุม” 

         บิ๊กแจ๊ส นายก อบจ.ปทุมธานี ฝันยึดนครรังสิต 

    ในนามกลุ่มคนรักปทุม “บิ๊กแจ๊ส” ส่งลูกชาย “ดร.โบว์ลิ่ง” ร.ต.อ.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง ลงชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครรังสิต พร้อมชูแคมเปญ “รังสิตไม่แช่แข็ง ปทุมฯต้องเปลี่ยน”

          ดร.โบว์ ลูกชายบิ๊กแจ๊ส

    เทศบาลนครรังสิต ไม่ต่างอะไรกับเขตดอนเมือง สภาพทางสังคม ไม่เหลือเค้าความเป็นสังคมเกษตรกรรม 
    ที่สำคัญ บิ๊กแจ๊สต้องการสร้างสถิติใหม่ ล้ม “ชาญ พวงเพ็ชร” สำเร็จแล้ว หากโค่น “เดชา กลิ่นกุสุม” ก็ต้องยกให้เป็น “แจ๊สผู้ฆ่ายักษ์” ตัวจริง 

‘ทอน’ ถอย เทศบาลกร่อย ไม่สู้ ‘บ้านใหญ่’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458228

‘ทอน’ ถอย เทศบาลกร่อย ไม่สู้ ‘บ้านใหญ่’

13 กุมภาพันธ์ 2564 – 15:15 น.

จืดสนิท “ธนาธร” หาคนอาสาสู้ศึกเทศบาลไม่ได้ “บ้านใหญ่” ยังเหนียวแน่น คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    เงียบผิดปกติ แทบไม่มีความเคลื่อนไหวของผู้สมัครนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาล ในนามคณะก้าวหน้า เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงการเลือกตั้ง อบจ.ทั่วประเทศ ปลายปีที่แล้ว 
    ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เคยให้สัมภาษณ์ว่า การเลือกตั้งในระดับเทศบาลที่จะมีขึ้น คณะก้าวหน้าจะส่งคนลงสมัคร เช่น เทศบาลนคร ในเขตที่เป็นตัวเมืองสำคัญ เราตั้งความหวังเอาไว้ 
    มาถึงวันนี้ ความฮึกเหิม ความคึกคักแบบการเลือกตั้ง อบจ.หายไป จากที่คณะก้าวหน้าเคยส่งผู้สมัครนายก อบจ. 42 จังหวัด กลับลดลงเหลือแค่ 4-5 จังหวัด 

++
ปักธงเมืองนนท์
++
    เมื่อเร็วๆนี้ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้เดินทางไปนนทบุรี เพื่อร่วมเปิดทีมผู้สมัครนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาฯ ทั้ง 6 แห่ง
    เริ่มจาก ไพบูลย์ กิจวรวุฒิ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด ตามมาด้วยวิรุฬห์ นันทภูษิตานนท์ ,วราธ์ โมรัฐเสถียร ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองบางกร่าง, ปรีติ เจริญศิลป์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลบางพลับ, สรศักดิ์ พึ่งฉิม ผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลบ้านบางม่วง และอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลบางสีทอง

      ธนาธร และไพบูลย์ ลงพื้นที่ปากเกร็ด

    เหตุที่คณะก้าวหน้า นนทบุรี มีความพร้อม มีความมั่นใจ คงต้องย้อนไปดูผลเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี พ.ต.อ.ธงชัย  เย็นประเสริฐ กลุ่มผึ้งหลวง ได้ 193,992 คะแนน ตามมาด้วย ไพบูลย์  กิจวรวุฒิ คณะก้าวหน้า 137,222 คะแนน 
    แม้จะแพ้เลือกตั้ง แต่เห็นตัวเลขคะแนน 1.3 แสนแล้ว คณะก้าวหน้า นนทบุรี มีกำลังใจ และพร้อมที่จะสู้ต่อไป จึงจัดทีมผู้สมัครนายกเล็กมาแต่ปลายปีที่แล้ว
    ไพบูลย์ กิจวรวุฒิ ตัดสินใจลงสนามเลือกตั้งอีกครั้ง ชิงนายกเล็กปากเกร็ด เป็นครั้งที่ 3 ครั้งแรก ลงสมัคร ส.ส.เขต 4 นนทบุรี (อ.ปากเกร็ด) และครั้งที่ 2 นายก อบจ.นนทบุรี
    ไพบูลย์ จะสมหวังหรือไม่? คนปากเกร็ดคือผู้ให้คำตอบ 

++
ลุ้นหาดใหญ่
++
    เมื่อส่องไปดูแฟนเพจเฟซบุ๊คสาขาของคณะก้าวหน้า พบอีก 3 จังหวัดคือ จ.สงขลา ,จ.เชียงใหม่ และ จ.นครราชสีมา ที่มีการเปิดตัวผู้สมัคร “นายกเล็ก” อย่างมีความหวัง
    ที่สร้างความประหลาดใจให้กับคอการเมืองสงขลา เมื่อ “ประยูร วงศ์ปรีชากร” ลงสมัครนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่
    ประยูร วงศ์ปรีชากร ประธานผู้ก่อตั้งหอการค้าจังหวัดสงขลา และอดีต สท.หาดใหญ่ ที่คลุกคลีกับการเมืองท้องถิ่นมานาน ในนามทีมเกียรติภูมิ แถมยัง สมบูรณ์ พงศ์เลิศนภากรณ์ เจ้าของธุรกิจโรงแรม และรีสอร์ท มาช่วยหาเสียงด้วย

        ประยูร คหบดีหาดใหญ่ 

    ขึ้นไปภาคเหนือ “เหมา” ธีรวุฒิ แก้วฟอง ข้าราชการชำนาญการ สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ได้ลาออกจากราชการ มาร่วมกับเพื่อนตั้งกลุ่มเชียงใหม่กว่า เตรียมลงสมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่
    คณะก้าวหน้า เชียงใหม่ เห็นหน่วยก้านดี จึงไปเจรจาให้ “เหมา” เจ้าพ่อคราฟท์เบียร์เชียงใหม่มาลงสมัครในสีเสื้อก้าวหน้า

          เฮียเหมา คนดังเชียงใหม่

    ส่วนภาคอีสาน “ฉัตร สุภัทรวณิชย์” อดีตรองประธานสภาเทศบาลนครราชสีมา ลงสมัครนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ในนามคณะก้าวหน้า 
    นอกนั้น ก็มี ยุทธเดช ศรีพรหมทัต” ผู้สมัครนายกเทศมนตรี ต.พรรณานคร จ.สกลนคร และบัญชา จันทศรี ผู้สมัครนายกเทศมนตรี ต.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร 
    ความปราชัยทั้ง 42 จังหวัด ในสนามเลือกตั้ง อบจ. ทำให้นักการเมืองท้องถิ่น ไม่เสนอตัวมาเป็นผู้สมัครนายกเล็ก ในนามคณะก้าวหน้า 
    เนื่องจากพวกเขาเห็นแล้วว่า ชื่อ “ธนาธร” ไม่ขลังเหมือนเลือกตั้งปี 2562 แถมข้อกล่าวหาเกี่ยวกับสถาบัน ก็เป็นตัวฉุดรั้งคะแนนนิยม

เปิดใจครั้งแรก ‘บิ๊กป้อม’ กับชีวิตนักการเมือง -สัมพันธ์พี่น้อง 3 ป.-แจงข้อกล่าวหาเป็นผู้มีอิทธิพล -พรรคพลังประชารัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458182

เปิดใจครั้งแรก’บิ๊กป้อม’ กับชีวิตนักการเมือง -สัมพันธ์พี่น้อง 3 ป.-แจงข้อกล่าวหาเป็นผู้มีอิทธิพล -พรรคพลังประชารัฐ

12 กุมภาพันธ์ 2564 – 22:18 น.

รายการเนชั่นทันข่าวค่ำ Exclusive talk บิ๊กป้อม- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เปิดใจครั้งแรกทุกคำถามที่สังคมอยากถาม ทั้งชีวิตนักการเมือง -สัมพันธ์พี่น้อง 3 ป.-แจงข้อกล่าวหาเป็นผู้มีอิทธิพล และกับพรรคพลังประชารัฐ

 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ  ให้สัมภาษณ์พิเศษเปิดใจเป็นครั้งแรกในรายการเนชั่นทันข่าวค่ำ ในทุกคำถามที่สังคมอยากรู้ อยากถามกับ “อัญชลี อริยกิจเจริญ” ผู้ดำเนินรายการ 

ทั้งเรื่องชีวิตนักการเมือง ความสัมพันธ์พี่น้อง 3 ป. รวมถึงข้อกล่าวหาเป็นผู้มีอิทธิพลที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจสัปดาห์หน้าและอนาคตทางการเมืองนับจากนี้ จะอยู่ช่วยงาน พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปถึงเมื่อไหร่

# อยากให้ท่านเล่าความผูกพัน พี่น้อง 3 ป. (  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ทำไมถึงรักกันมาก

ก็เราอยู่ด้วยกันมาตลอดนะ ผมมาเป็นผู้บังคับกองร้อย อนุพงษ์เป็นรองผู้บังคับกองร้อย ประยุทธ์เป็นผู้หมวด ก็อยู่ในกองร้อยเดียวกัน แล้วก็กินนอนด้วยกัน แล้วก็อยู่ด้วยกันมาตลอด ก็รู้จักนิสัยใจคอซึ่งกันและกันมาโดยตลอด ก็คบกันมา รู้ว่าทั้ง 2 คน มีนิสัยเป็นยังไง

#เคยโกรธกันไหม

ไอ้โกรธมันจะไปโกรธกันยังไง ไม่เคยโกรธกันเลย ทะเลาะกันอย่างนี้หรือ  จะทะเลาะกันเรื่องอะไร

# อาจจะคุยกันแล้วความเห็นไม่ตรงกัน หรือน้อยใจนิดนึง

อันนี้มันเป็นเรื่องความเห็น เดี๋ยวนี้ก็เป็นความเห็นไม่ตรงกัน มันไม่มีปัญหาหรอก แต่ไม่ได้เอามาอารมณ์มาเกี่ยวข้องเป็นเรื่องของเหตุผลที่เราจะคุยกัน

#ท่านรอง(พล.อ.ประวิตร)เคยให้สัมภาษณ์อยู่หน้าตึกที่ทำเนียบ แล้วนายกฯเดินออกมาก็เดินมาแซวท่านรอง คว้าไมค์นักข่าวมาถามท่านรองว่าท่านมีอะไรจะพูดไหม แล้วนายกฯก็หัวเราะเอง ท่านรองก็หัวเราะ ทำให้คนเห็นว่าเป็นความสนิทกันของพี่กับน้อง

สนิทกัน สนิทกันมาก ก็เราอยู่นอนบ้านเดียวกัน โตมาด้วยกัน เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ก็คุยกันมา ก็สนิทสนมกันมาตลอดทั้งสามคน

# ไม่มีปัญหากันเหมือนที่เวลาเขาเขียนข่าว ในทำนองท่านรองน้อยใจนายกฯ งอนกัน

โอ๊ยไม่มี ไปเขียนเองทั้งนั้นน่ะ เขียนเองทั้งนั้น ไม่มีหรอกผมจะไปน้อยใจอะไร เราก็รู้ตัวว่าขณะนี้เราเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาเขาทำงานคนละแบบ เขาเป็นผู้บังคับบัญชา เขาก็มีอำนาจสั่งการเอง จะเอายังไงก็เขาเป็นผู้รับผิดชอบใช่ไหม เราก็เป็นผู้ปฏิบัติเพราะฉะนั้นไม่มีอะไรหรอก ไม่มีงอนหรอก ไม่มีทะเลาะกัน ทุกคนแหละ ป๊อกก็ไม่มี

#วันนี้มีอะไรเป็นห่วงท่านนายกไหม

 ไม่ห่วงอ่ะ เขาทำงานเต็มที่ ที่นักข่าวเขียนผมว่าไม่ใช่เรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องจริงทั้งนั้น

#อย่างเช่น ยังไงคะ

อ้าวทุกเรื่องอ่ะ เรื่องอะไร เรื่องเขาทำงาน เขาเสียสละทุกอย่างนะเขาเสียสละให้กับประเทศชาติให้กับประชาชน เขาเสียสละทุกเรื่อง ก็ไม่มีเรื่องอะไรที่ห่วง อย่างอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ถามมาก็ตอบไป เรื่องจริงเป็นยังไงก็ตอบไป ก็ไม่เห็นมีอะไร เพราะเราไม่มีทุจริตไม่มีอะไรต่างๆเลย

#ท่านรองรู้สึกอย่างไรกับข้อกล่าวหาที่ถูกหาว่า ท่านรองเป็นผู้มีอิทธิพล

เป็นผู้มีอิทธิพลนี่หมายถึงอะไร เป็นผู้ที่มีมือปืนหรือ มีบ่อนการพนันหรือ ผมก็ไม่เคยไปยุ่งอะไรแต่ผมมีลูกน้องเยอะ เติบโตมาเป็นผู้หมวด ผู้กอง ผู้พัน ผู้การ ผบ.พล แม่ทัพ ลูกน้องเต็มบ้านเต็มเมือง แล้วผมเป็นคนสนิทกับลูกน้อง ลูกน้องเขามาหา ผมไม่มีอะไร ไม่เป็นอะไร เขาก็มาหา มาเยี่ยมเยียน ทุกคนที่ผมรู้จักภายนอกก็เหมือนกัน ก็มาหากันทั้งนั้นแหละ แล้วผมเป็นผู้มีอิทธิพลยังไง แล้วหน้าที่ผมไม่มีอะไร หน้าที่ผมก็ช่วยเหลือนายกฯในการทำงานให้ลุล่วงทุกเรื่องที่ผมสามารถพูดได้

#ก็จะได้เคลียร์ตรงนี้เพราะหลายคน จะมีข้อกังขาเเบบนี้

กังขาเรื่องอะไร ไม่เห็นน่ากังขาเลย

                   https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FNationtankhao%2Fvideos%2F420237435724464%2F&show_text=false&width=560

# ท่านรองอยู่ในแวดวงการเมืองมานาน มีหลายคนอยากรู้ว่าเมื่อไหร่ท่านรองจะวางมือหรือว่าจะพัก

 ก็ไปไม่ไหวก็เริ่มพัก “ตู่”ออกก็พัก

 #แต่ถ้าท่านนายก อยู่ต่อยาวก็..

 ถ้านายกอยู่ต่อ เขาอยากให้ผมช่วย ผมก็ช่วย คืออยู่ที่”ตู่” ข่าวนี้อยู่ที่เขา เขาก็รู้ว่าสภาพร่างกายผมเป็นยังไง

 #ทุกวันนี้ถ้าให้ท่านรองประเมิน สภาพร่างกายของตัวเองในการทำงาน มีกี่เปอร์เซ็นต์

ผมทำงานด้านสมอง ทำงานได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ทำงานด้านร่างกายได้สัก 50-60% มั้ง

# ตอนนี้มีผลงานอะไรที่อยากจะทำแต่คิดว่ามันยังไม่เสร็จ

 ก็ทำงานให้กับประชาชน ให้อยู่ดีกินดีทำเรื่องที่ดิน ทำเรื่องน้ำ ทำเรื่องหนี้นอกระบบ เรื่องที่อยู่อาศัยของประชาชน ค้ามนุษย์ เรื่องประมงผิดกฎหมาย เรื่องพวกนี้ผมทำมาทั้งนั้น แล้วก็ยังทำอยู่

#เวลาที่ท่านรองไปแจกโฉนดคืนชาวบ้านเรื่องหนี้นอกระบบ เวลาที่ชาวบ้านมากอด มาร้องไห้ ขอบคุณรู้สึกอย่างไร

ก็ดีใจกับเขา ที่เขาได้โฉนดคืน ก็ยังบอกเขาเลยว่าได้ไปแล้วอย่าไปจำนองอีกนะ สำคัญที่สุด กว่าจะได้คืนมาบางคนเป็น 10 กว่าปี บางคน 3 ปี บางคน 5 ปี บางคน 8 ปี บางคนทีเดียวแล้วไม่มีเงินผ่อนเป็นหนี้เยอะมาก หนี้นอกระบบ ผมทำมาเป็นหลายหมื่นคน แล้วทุกวันนี้ก็ยังทำต่อ

 # มีอะไรที่อยู่ในใจ อยากจะทำอยากจะพูดอะไรไหม

 ไม่อยากจะพูดแต่อยากเห็นประชาชนอยู่ดีกินดี อยากเห็นประเทศชาติ เลิกทะเลาะกัน ให้นักข่าวเขียนข่าวดีๆ เขียนแต่เรื่องความจริง ไม่ไปเขียนไปถามให้เขาตีกัน…

#เคยคิดไหมว่าจะมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

 ไม่เคยไม่เคยคิดมันตกกระไดพลอยโจน

#ตอนนี้ก็ตกมานานเเล้วเหมือนกัน ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง

ก็เฉยๆ ผมก็พร้อมที่จะออกด้วย พร้อมที่จะเป็นต่อ แล้วแต่ลูกพรรค

ไม่มีหรอกคิดไปเองทั้งนั้นปั่นป่วน คนเดียวบางทีพูดอะไรนิดหน่อยก็เอาแล้ว เกิดแตกแยกในพรรค โอ๊ย เขียนอย่างนี้ไม่ได้ประโยชน์ ใช่ไหม ได้ประโยชน์ไหม พรรคมีสามก๊ก มันใครกันสามก๊ก มีที่ไหนสามก๊ก มีก๊กเราก๊กเดียวนี่แหละ พลังประชารัฐไม่มี

#ถ้าเทียบการทำงานระหว่างชีวิตความเป็นทหารกับชีวิตการเป็นนักการเมือง เป็นรองนายกรัฐมนตรีมา อันไหนลำบากกว่ากัน

คือผมชอบการเป็นทหาร แล้วก็คิดว่าจบจากเป็นผบ.ทบ.แล้ว ก็จะไม่เล่นอะไรแล้ว แต่ก็ต้องตกกระไดพลอยโจน ก็ป๊อก ตู่ นี่แหละ ให้ผมเป็นรัฐมนตรีกลาโหมเนี่ย เชียร์อย่างเดียวเลยตั้งแต่ปี 51 แล้ว เป็นมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้

# มีโอกาสที่ท่านรองจะกลับไปดูแลกระทรวงกลาโหมอีกไหม

ไม่ไปแล้วเดินไม่ไหว ก็ผมเดินไม่ไหว แล้วเขาต้องแต่งเครื่องแบบกัน เดินผมแย๊กๆอยู่คนเดียว น่าเกลียดนะ

#ทุกวันนี้ภาระที่เป็นรองนายกก็เยอะอยู่แล้ว  

เยอะอยู่แล้ว

#ใน 1 วัน มีเวลาพัก ที่เป็นส่วนตัวของตัวเองเยอะไหม

 ตอนนี้แขกมันเยอะนะ มีทั้งนักการเมือง มีทั้งคนที่มารู้จัก คนที่มาหา ก็อย่างนี้ก็หาว่าผู้มีอิทธิพล เขาก็มาเล่าเรื่องอะไรของเขา มาคุยให้ฟัง ผมแก้ปัญหาได้ก็แก้ไป แก้ไม่ได้ก็ไม่เเก้ ก็ทำไปตามธรรมดานี่แหละ

# รู้สึกอย่างไรเวลาที่มีปัญหา ทุกคนก็จะวิ่งเข้าหาท่านรองก่อน เพราะคิดว่าพึ่งพาท่านรองได้

 ก็นี่ไงหาว่าผมเป็นผู้มีอิทธิพล  ที่มาก็มาหาให้ผมช่วยทั้งนั้นแหละ  อย่างนี้ผู้มีอิทธิพลยังไง หา

#น้อยใจกับคำนี้ไหม  

ไม่น้อยใจ มันก็เขียนไปอย่างนั้นแหละ

#คือเจออะไรมาเยอะแล้ว เลยไม่ค่อยรู้สึก

ไม่ค่อยรู้สึกอ่ะเพราะผมผ่านประสบการณ์อะไรมาเยอะ ก็รับราชการมา 55 ปี ตั้งแต่ร้อยตรีจนกระทั่งเป็นอย่างนี้ 55 ปีนะ

โอกาสฟื้น 5% เหยื่อ ตร.พม่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458163

โอกาสฟื้น 5% เหยื่อ ตร.พม่า

12 กุมภาพันธ์ 2564 – 16:26 น.

เนปิดอว์วิปโยค “นักศึกษาวัย 20 ปี” เหยื่อกระสุนตำรวจ โอกาสรอด 5% พี่สาวลั่นโค่นเผด็จการให้ได้

++
    สืบเนื่องจากกรณีตำรวจปราบจลาจลสลายการชุมนุมด้วยการฉีดน้ำแรงดันสูง และมีการใช้กระสุนยางยิงใส่ฝูงชนในกรุงเนปิดอว์ เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2564 ปรากฏว่า มีหญิงสาวชาวเมียนมาที่เข้าร่วมการชุมนุมประท้วงคนหนึ่งถูกกระสุนจริงยิงเข้าที่ศีรษะ ขณะนี้อาการโคม่าและแทบไม่มีโอกาสรอดชีวิต

เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2564 สำนักข่าว Irrawaddy ได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับอาการของนักศึกษาหญิงชื่อ มะ เมียะ เทฺว็ต เทฺว็ต ข่าย (Ma Mya Thwet Thwet Khine) อายุ 20 ปี ซึ่งเธอออกมาร่วมชุมนุมการก่อรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมา ในกรุงเนปิดอว์ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กระสุนจริงยิงตอบโต้ และถูกยิงด้วยกระสุนเข้าที่บริเวณศีรษะ บาดเจ็บสาหัส 

            มะเมียะ เทว็ตเทว็ต ข่าย นักศึกษาวัย 20 ปี

    ต่อมา โรงพยาบาล 1000 เตียง ในกรุงเนปิดอว์ ได้ออกแถลงการณ์ว่า ขณะนี้ มะ เมียะ เทฺว็ต เทฺว็ต ข่าย อยู่ในห้องไอซียู มีอาการเกิดภาวะสมองตาย และโอกาสที่จะฟื้นมีเพียงแค่ 5% เท่านั้น 

           ตำรวจพม่าที่ยิงปืนใส่เธอ

    เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2564 พี่สาวของ มะ เมียะ เทฺว็ต เทฺว็ต ข่าย ให้สัมภาษณ์กับ Irrawaddy ว่า “ฉันจะยังคงต่อสู้กับเผด็จการทหาร เพื่อเป็นการชดเชยความทุกข์ของน้องสาว ขอเรียกร้องให้ประชาชนทุกคนในชาติต่อสู้กับเผด็จการทหารต่อไป จนกว่าจะขุดรากถอนโคนเผด็จการสำเร็จ” 

             นาทีวิกฤต ของนักศึกษาหญิงพม่า เมื่อ 9 ก.พ.64

    พี่สาวของเธอยังบอกว่า เดือน มี.ค.นี้ ก็เตรียมฉลองวันเกิด อายุย่าง 21 ปี แต่ไม่คิดว่า น้องสาวจะต้องพบกับความโหดร้ายป่าเถื่อนเช่นนี้

คิดเพื่อทักษิณ บ้านเอเอฟ ‘เฮียเพ้ง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458153

คิดเพื่อทักษิณ บ้านเอเอฟ ‘เฮียเพ้ง’

12 กุมภาพันธ์ 2564 – 15:32 น.

ส่องบ้านเอเอฟเพื่อไทย “เฮียเพ้ง” ปิ๊งไอเดียชิง “ราษฎร” แข่งพรรคก้าวไกล

++
    วันตรุษจีนปีนี้ มังกรปากน้ำโพ เริ่มโผล่มาเคลื่อนไหวตามสไตล์ “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ไม่ออกหน้าแต่ออกความคิด 
    ชัดเจนแล้ว โครงการ “The Change maker คิด เพื่อ ไทย” นั้น ต้นคิดมาจากเฮียเพ้ง ที่อยากเปิดบ้านเอเอฟ ภาคการเมือง
    หลายคนจำได้ รายการเรียลิตี้บ้านเอเอฟ ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย อันโด่งดังได้เป็นอย่างดี เมื่อจะปรับขบวนพรรคเพื่อไทย ต้อนรับคนรุ่นใหม่ ก็ต้องเปิดบ้านเอเอฟ ชักชวน Gen Y Gen Z เข้ามาอยู่ในบ้าน The Change maker 
    เฮียเพ้งจึงขายไอเดียนี้ ต่อปูลิตบูโรเพื่อไทย เมื่อทุกคนโอเค จึงเดินหน้าเปิดโครงการบ้านเอเอฟการเมืองไปเมื่อหลายวันก่อน
    จริงๆแล้ว เฮียเพ้งมีบทบาทสำคัญในช่วงก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ตั้งแต่ปี 2542-2543 ทักษิณ ชินวัตร ไว้วางใจให้เป็นผู้อำนวยการพรรค และช่วยคิดกลยุทธ์หาเสียง เฮียเพ้งได้เปิดบ้านที่หมู่บ้านเกศินีวิลล์ เป็นฐานบัญชาการ
    หลังชัยชนะในสมรภูมิเลือกตั้ง 2544 มีคนในพรรคไทยรักไทย อวดอ้างผลงานเยอะ แต่เฮียเพ้ง ก็เก็บตัวเงียบ พูดน้อยแต่ทำมาก นี่แหละคนจริงจากปากน้ำโพ 

++
แคร์สายเฮีย
++
    วันเกิดปี 2562 “เฮียเพ้ง” จัดงานวันเกิดกับคนรู้ใจ และประกาศวางมือทางการเมือง หลังจบภารกิจพรรคไทยรักษาชาติ แต่สถานการณ์เปลี่ยน “คนแดนไกล” ทั้งพี่ ทั้งน้อง อยากดิสรัปต์พรรคเพื่อไทย เฮียเพ้งจึงต้องกลับมา
    เริ่มจากตั้งกลุ่มแคร์ และขยับมาที่พรรคเพื่อไทย จึงไม่แปลกที่ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา จะได้เป็นเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เพราะ “เฮียเสริฐ” เป็นขุนพลของเฮียเพ้ง
    ข้อมูลจากการบริจาคเงินให้พรรคเพื่อไทยของ กกต. เดือน พ.ย.2563 ปรากฏว่า พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล บริจาค 2 ล้านบาท ตามด้วยคนสนิท “เจ๊แจ๋น” พวงเพ็ชร ชุนละเอียด บริจาค 1 ล้านบาท 
    พูดถึง “เฮียเพ้ง” ช่วงที่ไปรับบทเสนาธิการหลังม่านพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งมีเป้าหมายแข่งกับพรรคอนาคตใหม่โดยตรง จึงรวบรวมคนรุ่นใหม่เข้ามาสร้างพรรค แต่ “คนแดนไกล” ดันคิดการใหญ่ ไม่ปรึกษาใคร เลยต้องจบแบบไม่สวย
    แถมคะแนนของพรรคไทยรักษาชาติ ก็ไหลไปที่พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอนาคต เฮียเพ้งคงจะไม่ให้มีสภาพแบบนั้นอีกแล้ว 

         เฮียเพ้ง กลับมาปั้นดาวรุ่ง 

++
ราษฎรสายเฮีย
++
    บ้านเอเอฟในฝันของเฮียเพ้ง หรือโครงการ The Change Make จะเปิดรับสมัครคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดใหม่ๆ จะอายุเท่าไหร่ก็ได้ ขอเพียงสนใจที่จะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมือง
    จะสมัครเข้ามากี่คนก็ได้ แล้วคัดเลือกให้เหลือเพียง 100 คน จากนั้นจะแบ่งออกเป็น 10 ทีม ทีมละ 10 คน เพื่อแข่งขันกัน ก่อนที่จะคัดเหลือเพียง 5 ทีม ซึ่งจะเป็น 5 นโยบายที่ผ่านการคัดเลือกจากแกนนำพรรคเพื่อไทยแล้ว และพร้อมที่จะนำไปจัดทำเป็นนโยบายของพรรคต่อไป
    พูดง่ายๆ พรรคเพื่อไทย กำลังช่วงชิงคนรุ่นใหม่ปีกประชาธิปไตย และไม่ต้องการให้ “ราษฎร” ไหลไปที่พรรคก้าวไกลพรรคเดียว
    สำหรับคนเสื้อแดง มวลชนพื้นฐานของเพื่อไทย เฮียเพ้งคงมอบให้ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นผู้ประสานงาน ร่วมกับธิดา ถาวรเศรษฐ และเหวง โตจิราการ ซึ่งแกนนำ นปช.ทุกคน ล้วนสนิทกับเฮียเพ้ง
    ภารกิจปั้นบ้านเอเอฟ ของเฮียเพ้ง ก็หวังที่จะได้นโยบายโดนใจชาวบ้าน มาแทนชุดเดิมที่ติดตลาดอยู่ในเวลานี้ 

ดาราพม่า ตั้ง ‘กองทุน’ สู้ทมิฬขัดขืนทั้งแผ่นดิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458128

ดาราพม่า ตั้ง ‘กองทุน’ สู้ทมิฬขัดขืนทั้งแผ่นดิน

12 กุมภาพันธ์ 2564 – 12:19 น.

กลไกราชการต้องอัมพาต ดาราพม่าหัวหอกปลุกขบวนการอารยะขัดขืน ตั้งกองทุนจ่ายเงินเดือนกรณีข้าราชการลาออก คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    ปกติวันที่ 12 ก.พ.2564 ตรงกับวันสหภาพ (The Union day) ปีที่ 74 ทั่วทั้งประเทศเมียนมา จะจัดงานรำลึกถึงวันที่นายพลออง ซาน ลงนามในสัญญาปางโหลง ร่วมกับเจ้าฟ้า กลุ่มชาติพันธุ์ก่อนได้รับเอกราชจากประเทศอังกฤษ แต่ปีนี้ มีสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงต้องเจอกับคลื่นการประท้วงการทำรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมาแทน
    อย่างไรก็ตาม พล.อ.อาวุโสมินอ่องหล่าย หัวหน้าคณะรัฐประหารในนามประธานสภาบริหารภาครัฐ(SAC) ได้ใช้โอกาสนี้ประกาศนิรโทษกรรมนักโทษ 2 หมื่นกว่าคนทั่วประเทศ รวมถึงนักโทษการเมืองด้วย 
    ก่อนหน้านั้น นายพลมินอ่องหล่าย ออกโรงประณามข้าราชการที่หยุดงานว่า ไร้สามัญสำนึก และเรียกร้องให้กลับเข้าทำงาน
    แสดงว่า กลุ่มผู้ประท้วงเผด็จการทหาร ทำการรณรงค์อารยะขัดขืนได้ผล เพราะมีข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจหยุดงาน และลาออกบ้างแล้ว  
    เฉพาะกลุ่มแพทย์และพยาบาล ได้หยุดงานกันทั่วประเทศ จนทำให้กองทัพเมียนมา ได้เปิด รพ.ทหาร รองรับผู้เจ็บป่วย ระดมหมอเสนารักษ์ และหมออาสาเข้ามาช่วยตรวจรักษาประชาชน
    อาการหงุดหงิดของ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ที่ข้าราชการก่อหวอดไม่รับฟังคำสั่งจากส่วนกลาง บ่งบอกถึงความสำเร็จในการต่อสู้ของฝ่ายประชาชน 

++
ทัพดาราพาเหรด
++
    ในการชุมนุมประท้วงที่ย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ ปรากฏว่า กลุ่มศิลปินนักแสดง นักร้อง นายแบบ นางแบบ พิธีกรรายการโทรทัศน์ ต่างออกมาร่วมแสดงพลังบนท้องถนน 
    เฉพาะที่ย่างกุ้ง สมาคมภาพยนตร์เมียนมา เป็นแกนหลักต่อต้านเผด็จการทหาร พร้อมเรียกร้องให้ข้าราชการเข้าร่วมขบวนการอารยะขัดขืน (Civil Disobedience Movement – CDM)
    วันที่ 11 ก.พ.2564 ที่หน้าสถานทูตจีนประจำย่างกุ้ง Paing Takhon นายแบบสุดหล่อ พาเพื่อนนักร้องมาประท้วงรัฐบาลจีน และขอให้ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ยุติการช่วยเหลือรัฐบาลทหารเมียนมา
    “เรามีความสุขมากในวันตรุษจีน ปีนี้เรากำลังประท้วงเพื่อประชาธิปไตย”

            Paing Takhon ประท้วงหน้าสถานทูตจีน 

    ก่อนหน้านั้น วันที่ 10 ก.พ.2564 ดาราสาวแสนสวย Wut Hmun Shwe Yee ได้ไปแสดงพลังที่หน้าสถานทูตสหรัฐฯ ในย่างกุ้ง ร้องขอให้สหรัฐกดดันเผด็จการทหารให้คืนประชาธิปไตยให้แก่ประชาชนเมียนมา
    “ฉันกลับมาจากค่ายปฏิบัติธรรม และวันนี้ ฉันเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ประท้วง และฉันก็ยืนหยัดอยู่กับผู้คน” นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนขบวนการอารยะขัดขืน (CDM) 

              Wut Hmun Shwe Yee ดาราสาวที่หน้าสถานทูตสหรัฐ

    เช่นเดียวกับ Mary นักร้องและนักแต่งเพลง ที่ลุกขึ้นมาประท้วงการรัฐประหาร เธอประกาศผ่านโทรโข่ง ให้ทุกคนยึดแนวสันติวิธี ปลอดภัย เลี่ยงการเผชิญหน้ากับตำรวจ 
    “ถ้าข้าราชการหยุดงาน 100% กลไกราชการอัมพาต เราชนะ” เธอจึงสนับสนุนให้ข้าราชการแสดงความกล้าหาญ ลาออกหรือหยุดทำงานรับใช้เผด็จการ                       

             Mary นักร้องดัง หนุนข้าราชการลาออก 

++
กองทุนอารยะขัดขืน
++
    การต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย และหยุดเผด็จการทหาร ดารานักแสดง นักร้อง เซเลบ จึงรวมตัวกันเป็นกลุ่ม We Support Heroes ซึ่งเป็นกลุ่มประชาสังคมสนับสนุนการอารยะชัดขืน(CDM)
    “ขอให้เราร่วมมือกันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง ให้ข้าราชการทุกคนเป็นวีรบุรุษของประเทศขบวนการอารยะขัดขืนเป็นองค์กรที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และไม่แสวงหาผลกำไร”
    นอกจากกลุ่ม We Support Heroes แล้ว ดาราพม่าอีกกลุ่มหนึ่งได้ก่อตั้งแฟนเพจ 21 Savage MM เพื่อรณรงค์ในแคมเปญกองทุน “People Give – Pyi Thu Pay” เพื่อนำเงินบริจาคทั้งหมดให้กับข้าราชการที่ลาออกประท้วงรัฐบาลทหาร หรือ CDM Heroes 
    พวกเขาอาสาดูแลข้าราชการที่ลาออก หรือหยุดงาน จ่ายเงินเดือนให้ และหาที่พักอาศัยให้ ในกรณีที่ข้าราชการเหล่านั้น รู้สึกว่าไม่ปลอดภัย

            กลุ่ม We Support Heroes พาข้าราชการกลุ่มหนึ่งไปหาที่พักใหม่ หลังลาออก 

    การชุมนุมต้านเผด็จการยุคนี้ ต่างจากเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว คนพม่าเรียนรู้บทเรียนจากอดีต เลี่ยงการเผชิญหน้าแตกหัก พวกเขานัดชุมนุมกันทุกวัน เริ่มจากเช้าจนถึงเย็น ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน 
    ผู้ประท้วงใช้โซเชียลเป็นเครื่องมือต่อต้านเผด็จการ และรณรงค์ให้ข้าราชการอารยะขัดขืน หากกลไกราชการเป็นอัมพาตทั้งประเทศ เผด็จการทหารก็ไปต่อไม่ได้ 

ศึกซักฟอก ลุ้น..รมต.เก้าอี้หัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458119

ศึกซักฟอก ลุ้น..รมต.เก้าอี้หัก

12 กุมภาพันธ์ 2564 – 10:49 น.

การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล กำลังจะระเบิดขึ้นในสัปดาห์หน้า แม้ว่ารัฐบาลคงสอบผ่านศึกครั้งนี้ไปได้ แต่อาจมี”รัฐมนตรี” บางคนกระเด็นตกจากเก้าอี้หล่นจาก”รัฐนาวา “

นับจากนี้อีกประมาณ 1 สัปดาห์ ก็จะถึงการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล 10 รัฐมนตรีจาก 3 พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งนับเป็นครั้งแรกหลังการเลือกตั้งที่หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งไม่ใช่พรรคแกนนำ ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไปด้วย

10 รัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย  ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ​, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข, นายจุรินทร์​ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ , นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ , นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม

สำหรับเสียงอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องได้ถึงเท่าไหร่จึงจะทำให้ “รัฐมนตรี ” พ้นจากตำแหน่ง  

รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 151 บัญญัติว่า มติไม่ไว้วางใจต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร

และมาตรา170 รัฐธรรมนูญบัญญัติว่า ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวเมื่อ

( 3 ) สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ไว้วางใจ

ส.ส. เท่าที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรขณะนี้มีจำนวน 487 คน (จากจำนวนเต็ม 500 คน) โดยจำนวน ส.ส. 487 คน แยกเป็น ฝ่ายรัฐบาล 277 คน ฝ่ายค้าน 210 คน

แต่เฉพาะซักฟอกครั้งนี้นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ จากพรรคไทยศรีวิไลย์ และนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ จากพรรคเศรษฐกิจใหม่ ร่วมกับฝ่ายค้านทำให้ฝ่ายรัฐบาลเสียงลดเหลือ 275 เสียง ส่วนฝ่ายค้านเสียงเพิ่มเป็น 212 เสียง

แต่จะเห็นได้ว่าเสียงฝ่ายรัฐบาล ก็ยังทิ้งห่างจากเสียงของฝ่ายค้านถึง 63 เสียง 

และนี่ยังไม่รวมถึง ส.ส. ฝ่ายค้าน บางคนที่พร้อมแหกโผเป็น“งูเห่า” ไปโหวตเสียงให้กับฝ่ายรัฐบาล อย่างที่เราเคยเห็นอยู่บ่อยๆจากการโหวตในสภาในหลายเรื่องที่ผ่านมา  

ดังนั้นโดยสรุปหากดูคะแนนเสียง จำนวนมือในสภา ฝ่ายค้านคงทำอะไร“รัฐบาล”ไม่ได้

อีกทั้งบรรดากูรูทางการเมืองทั้งนักการเมืองและนักวิชาการ มองตรงกันว่ารัฐบาลจะสามารถผ่านศึกซักฟอกไปได้อย่างแน่นอน เพราะฝ่ายค้านขาดเอกภาพ และอ่อนแรงไปมากส่งผลทำให้รัฐบาลสามารถเดินต่อไปได้แต่ประเด็นท้าทายกว่าหลังจากนี้คือปัญหาเศรษฐกิจ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และม็อบนอกสภา

อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สั่งการเตรียมพร้อมรับศึกการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเชื่อว่ากลไกรัฐสภา จะเป็นกลไกที่จะช่วยในการแก้ไขปัญหาของประเทศ โดยจะมีการชี้แจงผลงาน รายละเอียดการทำงานที่ผ่านมาผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ และพร้อมที่จะตอบปัญหาในทุกประเด็นของฝ่ายค้าน

ด้านฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทยได้จัด 15 ขุนพลฝีปากกล้า เตรียมซักฟอกรัฐมนตรี โดยมั่นใจว่าข้อมูลอภิปรายครั้งนี้ มีหลักฐานชัดเจน ไม่ออกนอกเรื่องอย่างแน่นอน

โดยเบื้องต้น“ขุนพล”ที่ฝ่ายค้านวางตัวไว้ซักฟอกรัฐมนตรี  ก็มีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์  นายสุทิน คลังแสง นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร นายจิรายุ ห่วงทรัพย์  นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว   นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ จากพรรคเศรษฐกิจใหม่  นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พรรคไทยศรีวิไลย์  นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  นายวิโรจน์  ลักขณาอดิสร  นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ จากพรรคก้าวไกล  พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส 

ส่วนทางฝ่ายรัฐบาลก็เตรียมพร้อมรับมือการซักฟอกเต็มที่  โดยจะมีการตั้ง“วอร์รูม” แถลงตอบโต้ทันทีเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งนอกสภาฯ และในสภาฯ

ทั้งนี้“วอร์รูม” ดังกล่าวมีหน้าที่ในการหาข้อมูลสนับสนุนพิทักษ์ 10 รัฐมนตรี ซึ่งภารกิจหลัก จะมีการเก็งข้อสอบ ล้วงตับฝ่ายค้าน เช็คภายใน ทั้งบนดิน ใต้ดิน และทางลับว่าพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะอภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรี ในเรื่องอะไรบ้าง 

ขณะเดียวกัน“วอร์รูม” ก็จะมีการเตรียมข้อมูลจากฝ่ายรัฐบาลให้กับ นายกฯ รองนายกฯ และรัฐมนตรี รวมถึงข้อเสนอแนะให้รัฐมนตรีชี้แจงตอบโต้ฝ่ายค้านในประเด็นต่างๆ และยังส่งข้อมูลให้ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล เพื่อให้ช่วยรัฐมนตรีตอบข้อซักค้านของฝ่ายค้านว่าที่กล่าวหามาอะไรเป็นเรื่องเท็จ 

ส่วน“ขุนพล” ของฝ่ายรัฐบาลที่เตรียมไว้รับมือกับฝ่ายค้าน ก็มีทั้งในและนอกสภา

นอกสภา ก็มี แรมโบ้อีสาน- สุภรณ์ อัตถาวงศ์  ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี , ธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

ส่วนในสภามี สิระ เจนจาคะ  ส.ส. กทม.พรรคพลังประชารัฐ  วิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล

ด้านพรรคประชาธิปัตย์ 2 รมต.ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์  และนายนิพนธ์ บุญญามณี  รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย นั้น ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้มอบหมายให้ นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ เป็นประธานคณะทำงานติดตามข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนคณะทำงานฯก็มี นายนริศ ขำนุรักษ์ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ และนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค เป็นเลขานุการคณะทำงาน

ด้าน“ซูเปอร์โพล”  ได้สำรวจความเห็นประชาชนเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้างใจในครั้งนี้ พบว่าประชาชนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปได้ 

แต่มีประชาชนมากถึง 99.3% เชื่อว่าหลังจบซักฟอกจะมีการ“ปรับ ครม.” ซึ่งก็มีความเป็นได้เช่นกัน

เพราะหากมองมาที่ฝ่ายรัฐบาลเองก็ไม่ได้เป็นเอกภาพโดยเฉพาะใน“พรรคพลังประชารัฐ” ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลว่าจะสอบผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปได้ 

จึงมีข่าวกระเส็นกระสายออกมาว่าจะมี ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐ ไม่โหวตให้กับ“รัฐมนตรี” บางคน 

ซึ่งหากมี“รัฐมนตรี” คนใด ได้คะแนน“ไว้วางใจ” น้อยกว่า“รัฐมนตรี”คนอื่นมากๆ ก็ยากที่จะนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีต่อได้แม้ว่าจะ “สอบผ่าน”การอภิปรายไม่ไว้วางใจไปได้ 

“สันธนะ” ตั้งข้อสังเกต จับหลงจู้ มีแบบเงื่อนไข – ข้อตกลงบางอย่าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458093

“สันธนะ” ตั้งข้อสังเกต จับหลงจู้ มีแบบเงื่อนไข – ข้อตกลงบางอย่าง

11 กุมภาพันธ์ 2564 – 20:26 น.

สันธนะ ตั้งข้อสังเกต บุกจับหลงจู้ แบบมีเงื่อนไข – ข้อตกลงบางอย่าง เชื่อเจ้าตัวรู้ตัวว่าจะมีเจ้าหน้าที่เข้าบุกจับ สังเกตยุทธวิถีเข้าจับกุม ทำอย่างละมุนละม่อม ส่วนข้อหาที่แจ้งนั้น โอกาสต่อสู้คดีจนชนะมีความเป็นไปได้สูง

ผ่านพ้นท่าทีการแถลงของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปเพียง 1 วันด้วยวลีที่ว่า “ผมไม่รู้จัก หลงจู้ เห็นจากข่าวเท่านั้น ” รุ่งเช้าวันนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 กองบังคับการปราบปราม นำทีมโดยพล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.ผบช.ภ.2 และพล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รองผบชก.บุกเข้าจับกุม นายสมชาย จุติกิต์เดชา หรือเป็นที่รู้จักกันดีว่า “หลงจู้

ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงระยอง ที่ จ.18/2564 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งต้องหาว่ากระทําผิดฐาน “ร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต”ภายในบ้านพักสุดหรูจังหวัดระยอง

“หลงจู้”ถือเป็นตัวละครแรกที่ถูกเปิดโปงชื่อโดยนายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีต ตำรวจสันติบาล หลังจากที่ก่อนหน้านี้พบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิดจำนวนมาก จากบ่อนพนันในพื้นที่ อ.เมือง จ.ระยอง จนทำให้มีคำสั่งย้ายผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดระยอง และ 4 เสือโรงพักมาแล้ว

ทันทีที่ถูกตำรวจเข้าจับกุมวันนี้ นายสันธนะยืนยันว่า หลงจู้ที่ถูกจับวันนี้ ตรงกับที่ตนเคยบอกไว้แล้วก่อนหน้านี้ ทั้งชื่อ นามสกุล และหน้าตา แต่การเข้าจับกุมวันนี้ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตได้ว่า การจับกุมเกิดขึ้นครั้งนี้ ถือว่าเป็นการจับที่ทิ้งเวลานานกว่าจะมีการจับกุม และการเข้าตรวจค้นวันนี้ไม่พบพยานหลักฐานที่สำคัญทางคดี ทั้งๆที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ว่าหลงจู้อยู่ที่ไหน หากเข้าตรวจค้นตั้งแต่ช่วงแรกๆที่่เป็นข่าว เชื่อว่าจะได้พยานหลักฐานมากกว่านี้ ทำให้เขาปฎิเสธข้อกล่าวทุกข้อหา

“ผมคิดว่าหลงจู้ น่าจะรู้อยู่แล้วว่าจะมีตำรวจเข้ามาจับกุม สังเกตยุทธวิธีการเข้าจับกุมวันนี้ ทำอย่างละมุนละม่อม เหมือนรู้กันมาก่อนว่าจะมีการเข้าจับกุม ถ้าจะเปรียบเทียบเหตุการณ์กับการเข้าจับกุมผู้ต้องหาในคดีอื่ีนๆอย่างเช่นการเข้าจับกุมเสี่ยคนดังที่ผ่านมา และข้อหาที่แจ้งนั้น เป็นเพียงผู้จัดให้มีการเล่นพนัน ซึ่งข้อหานี้โอกาสที่จะต่อสู้คดีจนชนะมีความเป็นไปได้สูง จึงเชื่อว่าการจับกุมครั้งนี้น่าจะมีการตกลงหรือเงื่อนไขอะไรบางอย่าง” นายสันธนะตั้งข้อสังเกตุ

นายสันธนะยังมองอีกว่า การถูกขยายผลจากการจับตู้สลอตนั้นถือเป็นความผิดของหลงจู้ ตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จากบ่อนระยอง จนขยายไปถึงการขนย้ายตู้สลอต

ขณะที่ข้อมูลเชิงลึกระบุว่า หลงจู้ มักจะให้คนใกล้ชิดไปแลกที่โรงกษาปน์ ในทุกเดือนนั้น นายสันธนะ บอกว่า เขามีการจัดการในเรื่องนี้เป็นอย่างดี เท่าที่ทราบส่วนหนึ่งจะมีการแลกเหรียญที่โรงกษาปน์ ส่วนหนึ่งแลกกับสถาบันการเงิน แต่จะมีการเปลี่ยนหน้า เปลี่ยนตัวคนไปแลกอยู่ตลอด เพื่อไม่ให้เกิดความผิดปกติ ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น ตนไม่สามารถยืนยันได้ รวมถึงเวลาที่เหรียญจากตู้สลอต ก็จะต้องมีการจัดการเปลี่ยนแปลงให้เป็นธนบัตร เพื่อความสะดวกในการเก็บ เพราะรายได้ของตู้สลอตทำเงินให้สูงต่อเดือนเกิน 170 ล้านต่อเดือนแน่นอน

เมื่อหลงจู้ถูกจับวันนี้ จะมีใครเข้ามาเปิดกิจการบ่อนในพื้นที่จ.ระยองได้หรือไม่นั้น นายสันธนะ มั่นใจว่า จะไม่มีใครเข้ามาเปิดกิจการบ่อนในพื้นที่จ.ระยองได้อีกอย่างแน่นอน เพราะป็นพื้นที่อิทธิพลของหลงจู้ ในวงการทราบกันดีและถือเป็นมารยาทว่า พื้นที่นั้นๆ เป็นพื้นที่ของใคร