เปิดปูม “9 ก้าวไกล” ไม่แก้ ม.112 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458051

เปิดปูม “9 ก้าวไกล” ไม่แก้ ม.112

11 กุมภาพันธ์ 2564 – 14:52 น.

ไผเป็นไผ 9 ส.ส.ก้าวไกล ไม่หวั่นกระแสยี้ เมินลงชื่อแก้ไข ม.112 ตบหน้าแกนนำราษฎร

++
อึกทึกครึกโครมไม่แพ้ปี 2556 ที่คนเสื้อแดงและนักวิชาการปีกก้าวหน้าเสนอร่างแก้ไขมาตรา 112     

มาวันนี้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำ ส.ส. 44 คนยื่นหนังสือถึง ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เสนอแก้ไขกฎหมายคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก 5 ฉบับ ซึ่งรวมถึงประมาลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งระบุว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “พิธา” เดินหน้ายื่นแก้ไขร่างกฎหมาย 5 ชุด รวม ม.112

วินท์ สุธีรชัย    

หัวหน้าพรรคก้าวไกลยันว่า การเสนอแก้ไข ม.112 มีเป้าหมายและหลักการเพื่อทำให้สถาบันกษัตริย์เป็นที่เคารพสักการะ ปราศจากการติฉินนินทา หรือดึงสถาบันฯ ออกจากการเมือง ป้องกันไม่ให้ใครแอบอ้างความจงรักภักดีโจมตีอีกฝ่ายหรือใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งปิดปาก    

อย่างไรก็ตาม มี ส.ส.พรรคก้าวไกล 9 คน ไม่ลงชื่อเสนอแก้ไข ม.112 และ 1 ใน 9 ส.ส.นั้น คารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ บอกว่า เรื่องนี้ทางพรรคเข้าใจ ให้เอกสิทธิ์ ส.ส. เหตุที่ไม่ลงนามด้วย เพราะมองในแง่หลักการ บางอย่างยังไม่ถึงเวลา ตามหลักการกฎหมายแม้จะเขียนออกมา แต่ถ้าคนไม่ได้ทำผิด ก็ไม่เป็นปัญหาต่อคนนั้นๆ    

คารม พลพรกลาง

อีกทั้งขนบธรรมเนียมแต่ละประเทศ แตกต่างกัน ประเทศไทยมีระเบียบการปกครองเป็นเอกลักษณ์ มีลักษณะเฉพาะพิเศษ 

++
3 ส.ส.บัญชีรายชื่อ
++
วินท์ สุธีรชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ เจ้าของกิจการอสังหาริมทรัพย์ ส่งออกสินค้าเหล็ก และรับเหมาก่อสร้างเครือไพร์ม สตีล มิลล์    

เกษมสันต์ มีทิพย์

ช่วงที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ และมีการย้ายไปสังกัดพรรคก้าวไกล วินท์เป็น 1 ใน 5 ส.ส.ที่ตัดสินใจย้ายพรรคช้าที่สุด จนมีข่าวลือมากมาย    

คารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทนายความเสื้อแดงจากร้อยเอ็ด เดิมชื่อ ชิตธิพงษ์ พลทะกลาง จบนิติศาสตร์ รามคำแหง ตั้งบริษัทสำนักกฎหมายอยู่แถว อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อปี 2538    

เลือกตั้งปี 2539 คารมลงสมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 2 พรรคพลังธรรม ยุคทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรค แต่สอบตก ปี 2544 ทักษิณตั้งพรรคไทยรักไทย คารมตามมาเป็นสมาชิกพรรค จนถึงพรรคเพื่อไทย อยากลงสมัคร ส.ส. แต่ก็ไม่รับโอกาสสักที เลยหนีมาพรรคอนาคตใหม่    

วรรณวรี ตะล่อมสิน

เกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทำธุรกิจส่วนตัว ที่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก และเคยเป็นกรรมการหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก

++
6 ส.ส.เขต
++
“ป๊อป” วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. เขต 3 ยานนาวา,บางคอแหลม     

ตระกูล “ตะล่อมสิน” อยู่ในเขตยานนาวา มายาวนาน มีกิจการจัดจำหน่ายเม็ดพลาสติก สายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้า โรงงานผลิตโคมไฟฟ้า โรงงานประกบผ้าฟองน้ำ และสวนยางพารา     

ส.ส.ป๊อป เป็นลูกสาวคนเล็กของบ้าน “ตะล่อมสิน” เธอเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตะล่อมสินที่ดินพัฒนา จำกัด ดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์    

ทศพร ทองศิริ

ทศพร ทองศิริ ส.ส.กทม.เขต 24 ราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ    

เขตรอยต่อกรุงเทพฯ –พระประแดง เป็นฐานการเมืองตระกูล “วรรณศิริกุล” ทศพรแทบไม่มีโอกาสชนะ หากพรรคไทยรักษาชาติไม่ถูกยุบ    

ทศพรมีประสบการณ์ทำงานด้านสินเชื่อ 14 ปี และเจ้าของร้านกาแฟชื่อ Almonds & Coffee เชียงใหม่    

“ทนายบิลลี่” จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. เขต 27 ตลิ่งชัน,ทวีวัฒนา และหนองค้างพลู    

จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์

ด้วยการเป็นลูกชายของพรชัย อรัณยกานนท์ ผู้ก่อตั้ง และอธิการบดีคนแรกวิทยาลัยทองสุข จึงมีต้นทุนอยู่บ้างในเขตนี้ จึงล้มแชมป์เก่าสำเร็จ
จิรวัฒน์ เป็นทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย กรรมการสภาวิทยาลัยทองสุข พิธีกรร่วมรายการกฎหมายหน้าหนึ่ง ช่องทีวีรัฐสภา     

ขวัญเลิศ พานิชมาท

ขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี เขต 5 ศรีราชา    

อดีตนายกสมาคมสื่อมวลชนศรีราชา ทำงานด้านสื่อในท้องถิ่นมานาน เขาได้โพสต์เฟซบุ๊คว่า “กระผมขออนุญาตไม่ลงชื่อแก้ไขมาตรา 112 ตามมติพรรค หรือพูดง่ายๆ สวนมติพรรค ซึ่งกระผมยอมรับผลการลงโทษและการคาดโทษจากทางพรรคที่จะตามมา”  

เอกภพ เพียรพิเศษ

เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย เขต 1 อ.เมืองเชียงราย    

หมอเอก อดีตแพทย์สาขาเวชศาสตร์การกีฬา จากโรงพยาบาลโอเวอร์บรุ๊คเชียงราย และแพทย์ประจำทีมฟุตบอลสโมสรเชียงรายยูไนเต็ด    

พีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย เขต 6 เเเม่สาย เชียงเเสน และดอยหลวง    

ตระกูลของพีรเดช ประกอบธุรกิจโรงแรมใน อ.แม่สาย ส่วนตัวเขาทำธุรกิจร้านอาหาร และอสังหาริมทรัพย์ 

พีรเดช คำสมุทร

รู้จัก หลงจู้ “สมชาย” มังกรบูรพา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458022

รู้จัก หลงจู้ “สมชาย”มังกรบูรพา

11 กุมภาพันธ์ 2564 – 11:05 น.

มังกรแต้จิ๋ว “หลงจู้สมชาย” ที่มีภาพนักบุญซ้อนทับภาพเจ้ายุทธจักรสีเทา ครอบคลุมภาคพื้นบูรพา  

++
“หลงจู้” เป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว แปลว่า ผู้ควบคุมดูแล หรือผู้จัดการโรงงานหรือธุรกิจร้านค้า คนไทยมักจะออกเสียงผิดเป็น “หลงจู๊”    

ในนาทีนี้ ไม่มีใครไม่รู้จัก “หลงจู้สมชาย” หรือ สมชาย จุติกิต์เดชา คนดังเมืองระยอง 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…
กองปราบ เปิดปฏิบัติการเหนือเมฆ คว้าตัว ‘หลงจู้’ เจ้าพ่อบ่อนพนันตะวันออก คาบ้านพักสุดหรูในจ.ระยอง 
 

งานรวมพลคนรักหลงจู้สมชาย เมื่อหลายปีก่อน

เช้าวันตรุษจีน (11 ก.พ.2564) ตำรวจเข้าจับกุมตัว สมชาย จุติกิติ์เดชา ที่บ้านพักเลขที่ 158/28 ซอยราษฎร์สามัคคี (นครระยอง 22) ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ตามหมายศาล จ.ระยอง ที่ จ.18/2564 ข้อหาร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนัน พนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต    

ว่ากันว่า ในหมู่นักข่าวสายอาชญากรรม ก็พอจะได้กลิ่นข่าวการจับกุม “เจ้าของบ่อนระยอง” มาแต่เมื่อคืนวันที่ 10 ก.พ.2564    

ในแวดวงนักพนัน รู้จัก “หลงจู้สมชาย” ขาใหญ่แห่งภาคตะวันออกมานานแล้ว แต่คนทั่วไป อาจจะเพิ่งเคยได้ยินชื่อ ช่วงโควิดระบาดรอบ 2 เมื่อ “บ่อนพนัน RJ” กลางเมืองระยอง กลายเป็นคลัสเตอร์ แพร่กระจายเชื้อไปทั่วประเทศ     

จากนั้น สื่อออนไลน์ทั้งบนดินใต้ดิน ก็แฉว่า เจ้าของบ่อนระยองคือ หลงจู้สมชาย แต่นายตำรวจใหญ่ในท้องที่บอกว่า สถานที่แห่งนั้น ไม่ใช่บ่อน จึงถูกเด้งเข้ากรุ     

หลงจู้สมชาย เติบโตมาจากคนเดินโพยหวยมาเป็นเจ้ามือหวย เจ้าของสถานบริการในเมืองระยอง ทั้งนวดแผนโบราณ คาราโอเกะ ซึ่งมีฉายาว่า “ชาย ระยอง” หรือ “ชาย บ้านค่าย”     

ต่อมา ผู้ยิ่งใหญ่เมืองระยอง มีชื่อเข้าไปพัวพันกับบ่อนพนัน กิจการตู้ม้า ตู้สล็อต โดยการสนับสนุนของ “นายพลตำรวจ” คนหนึ่ง แต่ตัวเขาก็ไม่ได้ออกชี้แจง หรือตอบโต้ผู้ที่ให้ข่าวเรื่องนี้ นัยว่า อาณาจักรธุรกิจสีเทาของเขา ขยายจากระยอง ไปจันทบุรี และตราด     

แล้วก็มีวันนี้ สำหรับหลงจู้สมชาย

ปีที่แล้ว สำนักข่าวออนไลน์ในชลบุรี เกาะติดข่าวขาใหญ่เมืองระยอง สยายปีก จะมาเปิดบ่อนในพัทยา แต่เจอแรงต้านจากขาใหญ่ในพื้นที่     

อีกด้านหนึ่งของเหรียญ สมชาย จุติกิติ์เดชา หรือ หลงจู้สมชาย คือคหบดีใจบุญ ชอบแจกทุนการศึกษาเด็กยากจน ส่งเสริมโครงการห้องสุมดในโรงเรียน และสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์ของเยาวชนทั่วเมืองระยอง รวมถึงการทำบุญทำกุศลแก่ผู้ยากไร้     

ปีที่แล้ว หลงจู้สมชาย ได้ให้ลูกชายที่จบจากเมืองนอก ลุยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในพื้นที่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง     

หลงจู้สมชาย ไม่ต่างจากผู้มากบารมีแห่งบ้านใหญ่ มีตำรวจ นายทหาร ข้าราชการ และนักการเมือง นับหน้าถือตา    

ไม่แปลกหรอก หากลูกชายของหลงจู้สมชาย ธนา จุติกิติ์เดชา จะได้เข้าร่วมประชุมอนุกรรมาธิการพนันออนไลน์ สภาผู้แทนฯ     

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2563 “ธนา” มาร่วมประชุมคณะอนุกรรมาธิการศึกษาผลกระทบคาสิโนออนไลน์ที่มาจากต่างประเทศ ที่ห้องประชุม หมายเลข 402 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา โดยมีการเปิดเผยในภายหลังว่า ลูกชายหลงจู้สมชาย ได้รับการแนะนำจาก “อดีต ส.ส.” เมืองระยอง ผ่านเข้ามาทาง สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ  ขอเข้ามาฟังเรื่องพนันออนไลน์ดังกล่าว    

โลกมีสองด้าน ข่าวก็มีสองมุม การจับกุมหลงจู้สมชาย ในทางคดีความจะดำเนินไปถึงขั้นไหน ก็ต้องรอดูการทำสำนวนคดีของตำรวจ 

ดีใจก็ไม่ได้ ขำก็ขำไม่ออก ‘เงิน 1 บาท ต่อคนต่อวัน’ สำหรับ ‘อาหารกลางวัน’ นักเรียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457972

ดีใจก็ไม่ได้ ขำก็ขำไม่ออก ‘เงิน1 บาท ต่อคนต่อวัน’ สำหรับ ‘อาหารกลางวัน’ นักเรียน

10 กุมภาพันธ์ 2564 – 16:35 น.

30 ปี ของโครงการ ‘อาหารกลางวัน’ นักเรียน จาก 5 บาทถึง 21 บาท ในขณะที่สวัสดิการอื่นเกิดขึ้นมากมาย และจ่ายหนักจ่ายเต็ม ล่าสุด ครม.มีมติ เพิ่มเงินรายหัวค่าอาหารกลาวันนักเรียน คนละ 1 บาท ทำให้รู้สึกตื้นตันไปหมด ดีใจก็ไม่ได้ ขำก็ขำไม่ออก…โดยชัยวัฒน์ ปานนิล

ความเป็นมาของโครงการอาหารกลางวันนักเรียน เริ่มในปีงบประมาณ 2534 รัฐบาลในขณะนั้น ต้องการให้ความช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลนอาหารกลางวันให้รอดพ้นจากภาวะทุพโภชนาการ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ครม.เคาะแล้ว เด็กป.1-ป.6 ได้ค่า ‘อาหารกลางวัน’ เพิ่มอีก1บาท 

จึงตราพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา พ.ศ. 2535 ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายสำหรับการสนับสนุนและช่วยเหลือภาวะโภชนาการของนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา ในปีพ.ศ. 2536 การบริหารกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวัน

โดยกรรมการบริหารกองทุนได้กำหนดให้ได้รับเงินอุดหนุน อาหารกลางวันสำหรับนักเรียนที่มีภาวะทุพโภชนาการและนักเรียนที่ขาดแคลนอาหารกลางวัน โดยให้ได้รับ เงินอุดหนุน ปีการศึกษาละ 200 วันๆ ละ 5 บาทต่อคน

ต่อมาในปีการศึกษา 2542 เพิ่มขึ้นเป็นวันละ 6 บาทต่อคน ทั้งนี้กำหนดให้รับนักเรียนที่อยู่ในภาวะทุพโภชนาการทุกคนเข้าโครงการก่อน หากมีส่วนที่เหลือจึงจัดให้ นักเรียนที่ขาดแคลนอาหารกลางวันเข้าสมทบจนครบเงินอุดหนุนอาหารกลางวันที่จัดให้แต่ละปี

ปีงบประมาณ 2544 กระทรวงศึกษาธิการ ได้ถ่ายโอนงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้กระทรวงมหาดไทยตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมอบหมาย ให้โรงเรียนดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้กำกับดูแล

ปี พ.ศ. 2551 คณะรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้มีมติเห็นชอบให้เพิ่มเงินอุดหนุนสำหรับอาหารกลางวันนักเรียนระดับประถมศึกษาเป็นวันละ 10 บาทต่อคน และใน ปี พ.ศ.2552 ให้เพิ่มเป็นวันละ 13 บาทต่อคน ต่อมารัฐบาล ได้มี มติครม. เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2556 สนับสนุนงบประมาณเพื่อเป็นค่าอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนทุกคนในระดับอนุบาลและประถมศึกษาในอัตรา 20 บาทต่อคนต่อวัน โดยยังจัดสรรผ่าน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อโอนงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจัดสรรให้โรงเรียนดำเนินจัดอาหารกลางวันให้นักเรียน เช่นเดิม

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ประชุม ครม. เห็นชอบ ปรับค่าอาหารกลางวันนักเรียน เป็น 21 บาทต่อคนต่อวัน ในปีงบประมาณปี 2565 เป็นต้นไป งบประมาณ จำนวน 25,436 ล้านบาทเศษ แบ่งเป็นงบอุดหนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีงบประมาณเพิ่มจาก ปี 2564 จำนวน 823 ล้านบาทเศษ เพื่อจัดสรรให้เป็นค่าอาหารกลางวันของนักเรียนในระดับอนุบาลและประถมศึกษา

ระยะเวลา 30 ปี นับจาก ปี พ.ศ. 2534 ถึง ปี พ.ศ. 2564 งบประมาณรายหัวค่าอาหารกลางวันนักเรียนเริ่มต้นที่ 5 บาท ต่อวันต่อคน เพิ่มเป็น 21 บาทต่อวันต่อคน ในปัจจุบัน เทียบกับระยะเวลาที่ได้รับ 30 ปี เพิ่มมา 16 บาท คิดเฉลี่ยรัฐบาลเพิ่มงบประมาณค่าอาหารกลางวันนักเรียนให้ 50 สตางค์ ต่อคนต่อวัน ในระยะเลา 30 ปี

และขอเน้นย้ำให้เข้าใจว่า งบประมาณค่าอาหารกลางวันจัดให้เฉพาะนักเรียนที่มีภาวะทุพโภชนาการและนักเรียนที่ขาดแคลนอาหารกลางวัน ไม่ได้จัดให้ทุกคน และจัดให้เฉพาะนักเรียนระดับชั้นอนุบาลและประถมศึกษาเท่านั้น ไม่ได้จัดให้นักเรียนทุกคน

เมื่อเทียบกับงบประมาณที่จัดให้สำหรับสวัสดิการของรัฐอื่น เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ค่าตอบแทน อสม. หรือโครงการสวัสดิการอื่นๆ ที่รัฐจัดให้สำหรับประชาชนหรือวัตถุประสงค์อื่นๆ งบประมาณอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนถือว่าน้อยมาก โดยเฉพาะ มติ ครม.

ล่าสุดเพิ่มให้อีกคนละ 1 บาท ต่อคนต่อวัน ในปี 2565 (ปีหน้า ไม่ได้รับทันที) เป็นคำถามสะท้อนกลับไปยังผู้บริหารและผู้รับผิดชอบ ไม่ได้ดูถูกเงินน้อยหรือหมิ่นค่าของเงิน 1 บาทซื้ออะไรได้บ้าง ไม่รู้จะดีใจหรือขำ กับนโยบายนี้ของรัฐบาล

“ฮุนเซน” ถอย ส่งลูกชายฉีดวัคซีนโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457958

“ฮุนเซน” ถอย ส่งลูกชายฉีดวัคซีนโควิด

10 กุมภาพันธ์ 2564 – 14:35 น.

ลืลาฮุนเซน ส่งลูกชาย-ลูกเขย ฉีดวัคซีนโควิดแทน อ้างอายุมากแล้ว 

++

วันที่ 10 ก.พ.2564 สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เปลี่ยนแผนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มแรก จากที่เคยประกาศว่า ตัวเขาเองจะเป็นผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิดเป็นคนแรก ของกัมพูชา เพื่อแสดงความมั่นใจและปลอดภัยให้แก่ประชาชนทั้งประเทศ ก็เปลี่ยนให้ “ลูกชาย-ลูกเขย” รับการฉีดแทน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “ฮุน เซน” นายกกัมพูชา ประกาศ อาสารับฉีดวัคซีนโควิด-19 จากจีนเป็นคนแรก

ฮุนมาเน็ต คนแรกที่ได้รับการฉีดวัคซีน

ภายหลัง ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด 6 แสนโดส จากการบริจาคของรัฐบาลจีน สมเด็จฮุนเซน จึงได้จัดพิธีการฉีดวัคซีนโควิดเข็มแรก ที่สำนักงานนายกรัฐมนตรี 

ผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิดชุดแรก 5 คน ประกอบด้วย 
– พล.ท.ฮุน มาเน็ต ลูกชายคนโตของสมเด็จฮุนเซน ผบ.ทบ.กัมพูชา 
– พ.อ.ฮุน มานิต ลูกชายคนรอง ผบ.ข่าวกรอง
– ฮุน มานี ลูกชายคนเล็ก สมาชิกสภาผู้แทนฯ จ.กำปงจาม
พร้อมกับลูกเขย 2 คน ซึ่งเป็นสามีของฮุน มานา และฮุน มาลี ลูกสาวคนเล็ก 

ฮุนมาเน็ต คนแรกที่ได้รับการฉีดวัคซีน

สาเหตุที่สมเด็จฮุน เซน เปลี่ยนใจไม่รับการฉีดวัคซีนโควิดนั้น นายกฯกัมพูชา ได้โพสต์เฟซบุ๊ค อ้างว่า มีเสียงโจมตีเยอะ อายุมากแล้ว ไม่ควรฉีดวัคซีนโควิด 

สำหรับแผนการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 สมเด็จฮุน เซน ได้แถลงผ่านสื่อไปเมื่อวันก่อนว่า รัฐบาลกัมพูชา ได้ติดต่อไปยังหลายประเทศ เพื่อจัดหาวัคซีนโควิดมาฉีดให้แก่ประชาชนกัมพูชา 

รวมถึงการติดต่อขอซื้อวัคซีนโควิด ที่ไทยจะเป็นผู้ผลิตวัคซีนป้องกันโควิดอีก 10 ล้านโดส คาดว่า จะได้วัคซีนประมาณ พ.ค.ปีนี้ 

ลูกชาย และลูกเขย สมเด็จฮุนเซน ที่ได้ฉีดวัคซีนเป็นรุ่นแรก

ไฟลามทุ่ง “กองทัพชาติพันธุ์” สงครามท้องถนน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457913

ไฟลามทุ่ง “กองทัพชาติพันธุ์” สงครามท้องถนน

10 กุมภาพันธ์ 2564 – 08:55 น.

กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ ตัวแปรการเมืองในเมียนมา จะขยับหมากอย่างไร หาก “มินอ่องหล่าย” ปราบม็อบสามนิ้วเด็ดขาด  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เสียงปืน และเลือดหยดแรก บนถนนสายหลักในกรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงใหม่ของเมียนมา กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก หลังการชุมนุมเดินขบวนต่อต้านการรัฐประหารปะทุต่อเนื่อง    

วันที่ 9 ก.พ.2564 มีผู้ชุมนุมประท้วงต้านการรัฐประหาร เป็นวันที่ 3 ตำรวจได้พยายามขับไล่ผู้ประท้วงด้วยด้วยการยิงปืน ส่วนใหญ่เป็นการยิงขึ้นฟ้า รวมทั้งมีการใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง และกระสุนยาง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล 4 คน 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… กลิ่นปฏิวัติ “ทหารพม่า” จี้สอบโกงเลือกตั้ง


    3 ผู้นำกองทัพแห่งตะอาง

มีข้อน่าสังเกตว่า กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงทั่วประเทศเมียนมา จะเป็นคนหนุ่มสาว และกลุ่มชาติพันธุ์ ในหัวเมืองภูมิภาค    

ภาพข่าวการชุมนุมต้านรัฐประหารที่เผยแพร่ในโซเชียล จะพบว่า มีชาวคะฉิ่น, ชาวไทใหญ่, ชาวกะเหรี่ยง, ชาวมอญ, ชาวยะไข่(อาระกัน), ชาวชิน และชาวปะหล่อง ออกมาเดินขบวนบนท้องถนนกันอย่างคึกคัก     

ด้วยเหตุนี้ นักวิเคราะห์การเมืองในเมียนมา จึงจับตา “กองกำลังติดอาวุธ” ของกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ดำเนินการสู้รบกับกองทัพเมียนมา มายาวนาน บางส่วนเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพ บางกลุ่มมีเขตปกครองตนเอง แต่อีกหลายกองกำลังที่ถูกประทับตราเป็นผู้ก่อการร้าย    

ผู้นำกองกำลังชาติพันธุ์เหล่านี้ จะมีท่าทีอย่างไร? ในสถานการณ์การชุมนุมต้านประหารที่มีกลุ่มชาติพันธุ์ออกมาเดินขบวนกันคึกคักเช่นนี้

เจ้ายอดศึก ผู้นำกองทัพไทใหญ่

++
ปะหล่องชูสามนิ้ว
++
เมื่อไม่นานมานี้ โซเชียลพม่าแชร์ภาพ นายพลทาโบนจ่อ และมิตรสหาย ผู้นำกองทัพแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) ชู 3 นิ้ว แสดงจุดยืนคัดค้านการทำรัฐประหาร และสนับสนุนการชุมนุมประท้วงของชาวพม่าอย่างสันติวิธี    

กองทัพแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) เป็นกองกำลังของแนวร่วมปลดปล่อยรัฐปะหล่อง (PSLF) และเป็น 1 ใน 4 กองกำลังชาติพันธุ์ ซึ่งรวมตัวกันในนามพันธมิตรภาคเหนือประกอบด้วยกองทัพคะฉิ่น(KIA) ,กองทัพตะอาง (TNLA) กองทัพโกก้าง(MNDAA) และกองทัพอาระกัน(AA)    

ชาติพันธุ์ปะหล่อง หรือดาราอั้ง ในเมียนมา มีประมาณ 1 ล้านคน อาศัยอยู่ในเขตภูเขารัฐฉานเหนือ และตอนใต้ของรัฐคะฉิ่น โดยชาวปะหล่องได้ดำเนินการต่อสู้เพื่อการสร้างรัฐเอกราช มาหลายรุ่น    

ปี 2556 นักปฏิวัติชาวปะหล่องได้ตั้งองค์กรใหม่คือ แนวร่วมปลดปล่อยรัฐปะหล่อง(PSLF) และจัดตั้งกองทัพแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง  โดยการสนับสนุนของกองทัพคะฉิ่น (KIA)     

สมัยรัฐบาลอองซานซูจี ได้การประชุมสันติภาพปางโหลงศตวรรษที่ 21 หลายครั้ง โดยการเชิญผู้นำกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์มากกว่า 20 กลุ่ม เข้ามาพูดเรื่องเจรจาสันติภาพ แต่รัฐบาลซูจี และกองทัพเมียนมา ไม่เชิญ 3 กองกำลังคือ กองทัพตะอาง(TNLA) กองทัพโกก้าง(MNDAA) และกองทัพอาระกัน(AA) โดยถือว่ากลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์เหล่านี้ เป็นกลุ่มก่อการร้าย    

ไม่น่าแปลกใจ ที่นายพลทาโบนจ่อ พร้อมสหายคู่ใจ จึงโพสต์ภาพชู 3 นิ้ว ต้านรัฐประหาร 

มินอ่องหล่าย ยืนยันเดินหน้าเจรจาสันติภาพ

++
ลีลายอดศึก
++
ด้านกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ 10 กลุ่ม ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ (NCA) ในสมัยรัฐบาลเต็งเส่ง ปี 2558 นำโดยเจ้ายอดศึก ผู้นำสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (RCSS/SSA) ออกแถลงการณ์คัดค้านการยึดอำนาจของกองทัพเมียนมา เป็นการสวนทางกับแนวทางที่จะพัฒนาระบอบการเมืองของประเทศให้ก้าวสู่การเป็นสาธารณรัฐที่แท้จริง    

พร้อมกันนั้น เจ้ายอดศึกประกาศว่า สภากอบกู้รัฐฉานขอยืนอยู่เคียงข้างกับพ่อแม่ พี่น้อง ประชาชนส่วนใหญ่    

ส่วนสภาสันติภาพแห่งกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU/KNLA หรือ KPC) และสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ก็มีท่าทีและจุดยืนไม่ต่างจากเจ้ายอดศึก     

ขณะที่ผู้นำกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ระดับ “ขาใหญ่” อย่างกองทัพคะฉิ่น (KIA) และกองทัพสหรัฐว้า (UWSA) ยังนิ่งเงียบ ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ออกมา    

อย่างไรก็ตาม ช่วงโควิดระบาดหนัก พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ได้ส่งผู้แทนกองทัพเมียนมา นำอุปกรณ์การแพทย์ไปมอบให้ผู้นำกองทัพคะฉิ่น, กองทัพว้า และกองทัพเมืองลา     

ความขัดแย้งทางการเมืองในเมียนมา ไม่ได้มีแค่กองทัพเมียนมา กับพรรคเอ็นแอลดีของอองซาน ซูจี เท่านั้น หากแต่มีกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์อีก 20 กลุ่ม ที่น่าจับตามอง ในสถานการณ์ที่มวลชนกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เดินลงท้องถนน ชูสามนิ้วต้านรัฐประหาร

“โตโต้” โชว์เดี่ยว วิวาทะม็อบพม่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457852

“โตโต้” โชว์เดี่ยว วิวาทะม็อบพม่า

9 กุมภาพันธ์ 2564 – 14:53 น.

เหตุม็อบพม่าในไทย การ์ดวีโว่วิวาทะการ์ดเสื้อแดง ฝ่ายประชาธิปไตยบนเส้นขนาน 

++
อันเนื่องจากสถานการณ์การชุมนุมต้านเผด็จการทหารในเมียนมา ปรากฏว่า มีชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ได้รวมตัวกันจัดกิจกรรมต่อต้านการรัฐประหาร ที่ด้านหน้าสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย ถ.สาทรเหนือ หลายครั้งแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… กลิ่นปฏิวัติ “ทหารพม่า” จี้สอบโกงเลือกตั้ง

วีโว่ ไปร่วมม็อบพม่าหน้าสถานทูต

เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2564 ชาวพม่าได้นัดชุมนุมประท้วงการรัฐประหารต่อเนื่อง แต่เมื่อเลิกกิจกรรม ก็พากันแยกย้ายกลับที่พัก ได้เกิดเหตุมีเสียงคล้ายประทัดดังขึ้น บริเวณบันได BTS เซนต์หลุยส์ ทางออกที่ 1 ซึ่งเป็นจุดที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ประจำการรออยู่     

คืนวันนั้น แฟนเพจเฟซบุ๊ก วินาที ชั่วโมงข่าว ได้โพสต์ว่า “แกนนำเมียนมา ฝากขอร้องการ์ดปลดแอก หรือการ์ดวีโว่ ให้หยุดพฤติกรรมกำกับสั่งการการชุมนุมของนักศึกษา และพี่น้องชาวเมียนมา เนื่องจากต้องการชุมนุมแบบสงบ ไม่ต้องการให้คนไทยเข้ามามีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหว การชุมนุมของชาวเมียนมา จะไม่สร้างความวุ่นวายในประเทศไทย อีกทั้งแกนนำได้ประสานเจ้าหน้าที่ประจำสถานทูตเมียนมา ทุกครั้ง จึงขอฝากกลุ่มที่พยายามไปสร้างความขัดแย้ง ขอให้ยุติการกระทำดังกล่าว”    

ต่อมา เฟซบุ๊กสมบัติ ทองย้อย อดีตการ์ด นปช.คนดัง ได้แชร์ข้อความใต้คอมเมนท์สเตตัสข้างต้น อ้างถึงแหล่งที่ของข่าวสาร “ม็อบพม่าไม่พอใจการ์ดวีโว่” ว่า “…ข้อมูลมาจากการได้นั่งร่วมรับประทานอาหารกับแกนนำชาวเมียนมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ภายหลังยุติการชุมนุมที่บ้านพักทูตเมียนมา..”    

ดังที่รู้กัน การ์ดวีโว่ ได้เข้าไปร่วมชุมนุมกับคนพม่าหลายหน กรณีประท้วงการทำรัฐประหารในเมียนมา ซึ่งวันแรกนั้น มีการปะทะระหว่างตำรวจชุดควบคุมฝูงชน กับการ์ดวีโว่

++
การ์ดจอมป่วน
++
เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2564 ในเฟซบุ๊กโตโต้ ปิยรัฐ – Piyarat Chongthep หัวหน้าการ์ดวีโว่ แสดงความไม่พอใจนายตำรวจคนหนึ่ง ในเวทีม็อบพม่าหน้าสถานทูตฯ ที่ได้ประกาศให้ชาวพม่ากลับบ้าน พร้อมให้เหตุผลว่า “อย่าให้คนไทยสร้างความแตกแยกให้ท่านนะครับ”      

“ในเมื่อคนทั่วโลกกำลังพูดถึงประเด็นชาวเมียนมา ที่กำลังต่อสู้เรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ตำรวจไทยกลับบอกว่าคนไทยอย่ายุ่ง ผมไม่รู้ว่าเขาโง่ หรือ ฉลาดกันแน่..”    

สมบัติ วิจารณ์ม็อบมีเจ้าของ

“โตโต้” ดูเหมือนจะรู้ตัวว่า การ์ดวีโว่ ตกเป็นเป้าจากฝ่ายความมั่นคง เพราะมีหลายกรณีที่การ์ดวีโว่ กลายเป็นผู้ร้ายในสายตาพวกเดียวกัน    

“ในระยะหลังมานี้ ผมได้สังเกตเห็นปฏิกิริยาของฝ่ายปฏิบัติการโจมตีทางข้อมูล หรือ IO (Information Operation) เริ่มออกฤทธิ์ออกเดชมากขึ้น  พฤติกรรมเช่น การสร้าง Facebook มาแล้วตามแอดเพื่อนคนในแวดวงของประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล เพื่อหาข่าว ตีสนิท และแทรกซึมอย่างเนียบเนียน สร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นแล้วหาโอกาสค่อยๆปล่อยข่าวปลอมเพื่อสร้างความแตกแยก หรือปั่นทอนให้เกิดความสงสัยในหมู่ขบวนการเคลื่อนไหวในขณะนี้”      

หากถามเรื่องนี้กับแกนนำการ์ดบางกลุ่ม ก็จะมองว่า โตโต้ มีลักษณะวีรชนเอกชนสูง ชอบเคลื่อนไหวท้าทาย และยั่วยุให้เกิดความรุนแรง 

++
สมบัติทัวร์
++
สำหรับ “สมบัติ ทองย้อย” หัวหน้าการ์ดคนเสื้อแดง ที่พักหลังได้ฉายา “สมบัติทัวร์” เพราะโพสต์เรื่อง “ม็อบมีเจ้าของ” และ “การ์ดวีโว่” ก็เจอทัวร์ลง     

เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2564 สมบัติ โพสต์เฟซบุ๊คเชิงตั้งข้อสังเกตว่า “ถ้าการทำงานหรือการออกไปม็อบ(คนน้อยใช้คำนี้ได้ไหม) ในทุกครั้ง เป้าหมายหวังผลต้องการจะปะทะกับ คฝ.(ตำรวจควบคุมฝูงชน) ในเหตุที่ไม่จำเป็น (โปรดเข้าใจคำว่าเหตุจำเป็นและไม่จำเป็นด้วยนะครับ)เพื่อหวังผลทางการเมืองไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม คิดหรือว่าจะดึงมวลชนให้กลับมาแบบมืดฟ้ามัวดินได้..”    

โพสต์นี้ของสมบัติ คงอยากให้สติแก่ผู้นำการ์ดบางคน ที่ตั้งพาการ์ดไปปะทะกับตำรวจ เหมือนกรณีม็อบลูกผสมเมียนมา-ไทย หน้าสถานทูตเมียนมา ถนนสาทร ในวันแรกๆ     

ก่อนหน้านั้น สมบัติ ได้โอดครวญผ่านเฟซบุ๊คกรณีวิจารณ์เรื่องม็อบมีเจ้าของ ส่งผลให้การ์ดเสื้อแดงตกเป็นเป้าโจมตีจากทีมงานราษฎร     

“..ถามจริงๆนะ การ์ดเสื้อแดง มันผิด..อะไรนักหนา ถึงมองว่าเอะอะ อะไรก็ไม่ดี สมัยม็อบยังไม่มาถึงจุดนี้ โทรหาแต่..โทรหาแต่..หาคน หาทีมมาช่วยหน่อยพี่หนุ่ม(สมบัติ ทองย้อย) พอถึงตอนนี้บอกการ์ดเสื้อแดงเสือก หิวแสง อยากมีบท งอแง ไม่ได้ดังใจแล้วงี่เง่า แย่งประกบแกนนำ ช่วยนึกถึงวันที่กู พวกกูออกไปช่วยด้วยความยินดี..”    

ดูเหมือนการ์ดวีโว่ กับการ์ดเสื้อแดง จะกลายเป็นฝ่ายประชาธิปไตยบนเส้นขนาน 

มิงกะลาบา ดาราพม่า ชู 3 นิ้วลงถนน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457831

มิงกะลาบา ดาราพม่า ชู 3 นิ้วลงถนน

9 กุมภาพันธ์ 2564 – 12:14 น.

ทัพดาราพม่าลุยต้านเผด็จการ ลงถนนชู 3 นิ้ว เพรียกหาประชาธิปไตย ปล่อยอองซานซูจี  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
การต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยในเมียนมา ได้ขยับจากโซเชียลลงสู่ท้องถนน “ม็อบ 3 นิ้ว” ฉบับพม่าเบ่งบานไปทั่วประเทศ ทั้งย่างกุ้ง, พะโค, มัณฑะเลย์, ทวาย, ตองจี, มิตจิน่า ฯลฯ รวมถึงเมืองหลวงใหม่-เนปิดอว์    

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  เขย ‘ตานฉ่วย’ ชู 3 นิ้วอะไรก็เกิดขึ้นได้

ดาราพม่า ลงท้องถนนต้านเผด็จการ

ปรากฏการณ์ลุกขึ้นสู้ในย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2564 มีชาวพม่าออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านการรัฐประหารนับหมื่นคน ที่แยกเลดัน ย่านใจกลางกรุงย่างกุ้ง    

ย่านเลดัน ถนนอินเส่ง เป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุมประท้วงบนท้องถนน ตั้งแต่วันเสาร์ ยาวมาถึงวันจันทร์ ซึ่งในคลื่นมวลชนสีแดง ก็มีดาราพม่า ได้ออกมาชูแผ่นกระดาษที่มีข้อความว่า “We Want Democracy”, “Justice for People of Myanmar”, “Free Aung San Suu Kyi”, “We Want Our Leader” และ “Civil Disobedience Movement CDM”    

มีดาราบางคนได้จับโทรโข่งสีแดงไฮด์ปาร์ค เรียกร้องให้ปล่อยซูจี และให้กองทัพเมียนมาถอยกลับไป คืนประชาธิปไตยกลับมาโดยเร็ว

RZar Ni นักร้องดังของพม่าก็มาร่วมชูสามนิ้ว

++
ดาราอารยะขัดขืน
++
นับแต่มีการทำรัฐประหาร โดยกองทัพเมียนมา เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2564 แวดวงคนบันเทิงชาวพม่าจำนวนหนึ่ง ได้เปลี่ยนรูปโปรไฟล์บนเฟซบุ๊คส่วนตัว เป็นภาพชูนิ้ว พร้อมข้อความ “สนับสนุนอองซานซูจี”     

ขณะเดียวกัน แฟนเพจเฟซบุ๊ก Myanmar Celebrity ได้กลายเป็นศูนย์กลางการเคลื่อนไหวการต่อต้านทางการเมืองอย่างสันติ หรืออารยะขัดขืน ของกลุ่มคนบันเทิงไปในทันที    

เช้าวันที่ 8 ก.พ.2564 มีกลุ่มนักแสดง นักร้อง ได้รวมตัวกันทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านเผด็จการ ที่หน้าบ้านพักของอองซานซูจี แถวริมทะเลสาบอินยา ชานเมืองย่างกุ้ง ในนามสมาคมภาพยนตร์เมียนมา ก่อนจะเคลื่อนไปร่วมชุมนุมกับชาวพม่าที่แยกเลดัน    

Khar Ra นายแบบดัง จับโทรโข่งไฮด์ปาร์คต้านเผด็จการ

ท่ามกลางคลื่นมหาชน Khar Ra นักแสดงนายแบบและนักร้องชาวพม่าเชื้อสายฉาน-จีน จับโทรโข่งปราศรัยเรียกหาความยุติธรรม และ Paing Phyo Thu อดีตแพทย์ฝึกหัดที่กลายเป็นนักแสดงหญิงชาวพม่าที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง ก็กระโดดมาจับโทรโข่งโจมตีเผด็จการทหารเช่นกัน    

นักแสดงหญิง Myat Noe Aye ที่ประกาศว่า แบรนด์ใดที่เผด็จการเป็นเจ้าของ เราจะไม่รับงานถ่ายโฆษณาหรือแสดงภาพยนตร์ให้    

“ผู้คนกำลังออกไปสู่ท้องถนน และการประท้วง #CivilDisobedienceMovement จะดำเนินต่อไป”     

R zarni สุดยอดนักร้องแนวป็อบร็อคชาวพม่า ได้ร่วมชุมนุมต้านเผด็จการบนท้องถนน พร้อมโพสต์ภาพชู 3 นิ้ว ติดแฮทแท็ก #FreeBurma #FreeDawAungSanSuuKyi  #Wewantjustic #democracy #RZarNi     

Myat Noe Aye ก็จับโทรโข่ง ปราศรัยเหมือนกัน

++
สู้เผด็จการ
++
จริงๆแล้ว ดารานักแสดงชาวพม่าที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ ศรัทธาในตัวอองซานซูจี และพรรคสันนิบาตเพื่อประชาธิปไตยแห่งชาติ (NLD) พวกเขาเติบโตมาในยุคที่เมียนมาเปิดประเทศ    

ถ้าย้อนไปดูการหาเสียงเลือกตั้งปี 2558 ดารานักแสดง นักร้องชาวพม่าบางกลุ่ม ได้ปรากฏตัวบนเวทีหาเสียงของพรรค NLD อย่างเปิดเผย ส่วนการเลือกตั้งปี 2563 ไม่มีเวทีปราศรัย เพราะมีสถานการณ์การระบาดของโควิด แต่ดาราเหล่านั้น ก็เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ เป็นภาพซูจีแทน    

ส่วนดารานักแสดงที่สนับสนุนพรรคการเมืองอื่นก็มี อย่างพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ที่สนับสนุนอดีตผู้นำทหารพม่า ซึ่งมักจะเป็นนักแสดงรุ่นเก่า ที่มีชื่อเสียงสมัยเมียนมาปกครองโดยคณะทหาร    

ไม่แปลกใจที่จะเห็นนักแสดงรุ่นใหม่อย่าง Poe Mamhe Thar ได้โพสต์อินสตาแกรมว่า Fuck Military Coup เรียกร้องให้นานาประเทศ ช่วยเข้ามาแก้ไขต่อสถานการณ์การเมืองที่คุกรุ่นในเมียนมา    

นายแบบ Paing Takhon ที่มีแฟนคลับเป็นคนไทยมากมาย ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เราเรียกร้องให้ผู้นำทั่วโลก สหประชาชาติ และสื่อต่าง ๆ ทั่วโลก ช่วยเหลือประเทศของเรา ผู้นำของเรา และประชาชนชาวเมียนมา เราต้องการประชาธิปไตยและเราต้องการให้ประเทศของเราพัฒนาเฉกเช่นประเทศเพื่อนบ้านของเรา”    

การต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยในเมียนมารอบใหม่ เพิ่งเริ่มยกแรก และยังต้องสู้กันอีกหลายยก เพราะระบอบทหารได้ฝังรากลึกมายาวนานกว่าครึ่งค่อนชีวิตคน

เขย ‘ตานฉ่วย’ ชู 3 นิ้วอะไรก็เกิดขึ้นได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457778

เขย ‘ตานฉ่วย’ ชู 3 นิ้วอะไรก็เกิดขึ้นได้

8 กุมภาพันธ์ 2564 – 19:09 น.

อะไรก็เกิดขึ้นได้ เมียนมาในวันที่ “ม็อบต้านเผด็จการ” บานเต็มประเทศ เมื่อลูกเขยนายพลตานฉ่วย ออกมาชู 3 นิ้ว

คลื่นอารยะขัดขืน ต่อต้านการทำรัฐประหารของกองทัพเมียนมา ยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง มีการชุมนุม ทั้งหัวเมืองใหญ่ และเมืองหลวงของกลุ่มชาติพันธุ์ 

โดยเฉพาะเมืองหลวงใหม่ กรุงเนปิดอว์ ที่กองทัพเมียนมา คาดไม่ถึงว่า จะมีผู้ชุมนุมออกมาแสดงพลังเรียกร้องประชาธิปไตย คัดค้านอำนาจเผด็จการทหารจำนวนมาก

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ก.พ.2564 มีการชุมนุมใหญ่ในย่านเลดัน กรุงย่างกุ้ง ปรากฏว่า ดร.เนย์ โซหม่อง ได้ไปร่วมแสดงพลังสนับสนุนคนรุ่นใหม่ ได้โพสต์ภาพ “ชู 3 นิ้ว” ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว Dr.Nay Soe Maung ทำให้ชาวโซเชียลแชร์หน้าเฟซบุ๊คของเขาอย่างมากมาย

เหตุที่ ดร.เนย์ โซหม่อง นายกสมาคมศึกษาการพัฒนา และประธานสหพันธ์การเดินป่าและปีนเขาแห่งเมียนมา ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่พม่า เพราะตัวเขาเป็นบุตรเขยของ นายพลตาน ฉ่วย อดีตผู้นำเผด็จการทหารเมียนมา เคยดำรงตำแหน่งประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (SPDC) 

ดร.เนย์ โซ หม่อง  แต่งงานกับ จีจีฉ่วย บุตรสาวของนายพลตาน ฉ่วย มีลูกชาย 1 คน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผ่าม็อบพม่ารุ่น 88 – มินอ่องหล่าย

ดร.เนย์ โซหม่อง

นักปั้นมือทอง

ในตำนานจอมเผด็จการเมียนมา นายพลเนวิน ปั้นนายพลตาน ฉ่วย จนเป็นใหญ่คับประเทศ นายพลตานฉ่วยปั้นนายพลมินอ่องหล่าย จนกลายเป็นผู้นำรัฐประหารใน พ.ศ.นี้

ปี 2535 พล.อ.อาวุโส ตานฉ่วย ก่อการรัฐประหาร และได้ประกาศว่า “ทหารพม่าจะยึดอำนาจไว้เพียงชั่วคราวเท่านั้น” แต่ก็ปิดประเทศยาวนาน 21 ปี 

นายพลตานฉ่วย ปลุกปั้น พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ตั้งแต่นายทหารคุมกองทัพระดับภาค จนขยับขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการกองทัพ และเริ่มการปฏิรูปประเทศเมียนมา 

ปี 2551 เมียนมามีรัฐธรรมนูญ และมีการเลือกตั้ง นายพลตานฉ่วย ค่อยๆถอยไปเป็น “ผู้เล่นหลังฉาก” โปรโมตนายพลเต็งเส่ง เป็นประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้ง

ปี 2558 นายพลตานฉ่วย  ไฟเขียวให้อองซาน ซูจี จัดตั้งรัฐบาล หลังได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง 

นายพลตานฉ่วย คนปั้นนายพลมินอ่องหล่าย

จากศัตรูมาเป็นมิตร

สมัยที่นายพลตาน ฉ่วย ทรงอำนาจในเมียนมา จัดว่าเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับอองซานซูจี แต่ด้วยสถานการณ์การเมือง ซูจีก็เคยพบกับนายพลตานฉ่วย มาสองสามครั้งในช่วงที่เมียนมา ถูกนานาชาติกดดันให้เป็นประชาธิปไตย

หลังเลือกตั้งปี 2558 เนย์ ฉ่วย ธเว อ่อง หลานชายนายพลตานฉ่วย มาพบอองซานซูจี โดยนำสารมาส่ง และมีการตั้งข้อสังเกตว่า นายพลตานฉ่วยส่งหลานชายมาเป็น “ทูตพิเศษ” ดูจะเป็นเรื่องที่ไม่ปกตินัก

หลานชายนายพลตานฉ่วย อ้างคำพูดของอดีตจอมเผด็จการ ว่า “ท่านนายพลตานฉ่วยบอกอองซานซูจี ว่ามันเป็นความจริงว่าเธอจะเป็นผู้นำอนาคตของประเทศ และท่านจะสนับสนุนอย่างสุดความสามารถของท่าน”

กลางปี 2563 อดีตพลจัตวาเต็ง นัย บุตรเขยของนายพลตานฉ่วย เสียชีวิต ปรากฏว่า อองซาน ซูจี รัฐมนตรีต่างประเทศและที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมาร์ ส่งจดหมายแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของนายพลตานฉ่วย

เรื่องดังกล่าว แกนนำรัฐบาลเอ็นแอลดี ระบุว่า เป็นย่างก้าวไปสู่การปรองดองแห่งชาติ มันเป็นการแสดงมารยาทของซูจีที่ทางพรรคเห็นด้วย และยังแสดงให้เห็นว่าเธอไม่เคืองแค้นและไม่คิดจะแก้แค้น ทั้งที่ นายพลตานฉ่วย เป็นคนสั่งกักบริเวณซูจี นานเกือบ 20 ปี ตั้งแต่ปี 2535-2554 

ปัจจุบัน นายพลตานฉ่วย ยังมีชีวิตอยู่ และการที่ ดร.เนย์ โซหม่อง ออกมาชู 3 นิ้ว สนับสนุนพลังคนรุ่นใหม่ จึงเป็นที่โจษขานของคนพม่าอย่างกว้างขวาง

ซูจึ ยังถูกกักขังอยู่ที่เนปิดอว์

กระบี่คู่ใจ “แม้ว-มิ้ง” ปั้น ทรท.ภาค 2 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457705

กระบี่คู่ใจ “แม้ว-มิ้ง” ปั้น ทรท.ภาค 2 

8 กุมภาพันธ์ 2564 – 07:31 น.

ปลุกผีไทยรักไทย “หมอมิ้ง” นำทีมคนหน้าเดิม โจทย์ใหญ่ต้องชนะ “เด็กทอน”  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
นับแต่กลุ่มแคร์เข้ามาช่วยงานพรรคเพื่อไทย ก็เห็นความเปลี่ยนแปลงทันทีทันใด เมื่อเปิดตัวโครงการ “The Change Maker : นวัตกรรมทางการเมืองที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” (people-centric) ผ่านกิจกรรม “แฮกกาธอน” (Hackathon) หรือการสร้างนวัตกรรมแบบเร่งด่วน มาใช้ในการพัฒนาทางการเมือง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… ฝันข้ามฟ้า ยี่ห้อทักษิณ ไม่สิ้นมนต์ขลัง
 


หมอมิ้ง ในภารกิจใหม่

โครงการนี้จะคัดเลือกผู้สนใจ 100 คน เข้าร่วมกระบวนการออกแบบนโยบายร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมลงพื้นที่จริงกับ ส.ส. ในพื้นที่ ร่วมสร้างโปรเจคทดลอง เพื่อแก้ปัญหาระดับชาติได้จริงในอนาคต    

ประเสริฐ จันทรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โครงการ The Change Maker เป็นอีกก้าวหนึ่งที่พรรคเพื่อไทยจะ Disrupt ตัวเอง เปลี่ยนแปลงการทำงานของพรรคอีกครั้ง โดยโครงการนี้จะได้บุคคลและนโยบายใหม่ๆ มาพัฒนาประเทศ     

โครงการทดลองข้างต้นนี้ เหมือนย้อนไปสมัยที่พรรคไทยรักไทย เพิ่งตั้งไข่ ทักษิณ ชินวัตร ได้ทำในสิ่งที่พรรคการเมืองทั่วไปไม่ทำ คือ การตั้งทีมคลังสมอง คิดค้นนโยบาย และการเลือกเฟ้นเลือดใหม่เข้ามาสู่การเมือง    

โจทย์ใหญ่ของเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ใช่แข่งขันกับพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย หากแต่เป็นพรรคก้าวไกล และพรรคไทยสร้างไทย 

++
หมอมิ้งมาแล้ว
++
ภารกิจดิสรัปต์เพื่อไทย “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รับบทที่ปรึกษาด้านหลักสูตรโครงการ The Change Maker     

หมอมิ้งเป็นหนึ่งในทีมคลังสมอง ที่ปั้นพรรคไทยรักไทย ร่วมกับทักษิณ ชินวัตร จึงสรุปว่า 20 ปี พวกเขามีเคล็ดลับครองใจประชาชน 3 ชุด ได้แก่ คน คิด เคลื่อน โดยพรรคไทยรักไทย ได้รวบรวมบุคคลที่มีความสามารถ มุ่งมั่น ร่วมกันคิดเสนอนโยบาย แนวทางแก้ปัญหาที่ทำได้จริง     

ICE : I (Inclusive) ระดมความเป็นเจ้าของและการมีส่วนร่วม C (Collaborative) ร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ประสานประโยชน์อย่างเหมาะสม และ E (Empower)     

3C พลังแห่งความสร้างสรรค์ โดย C ตัวแรกคือ Creative, Communication และ Contest     

นอกจาก “หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี ก็ยังมี “พันศักดิ์ วิญญรัตน์” อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่ถูกรัฐประหารถึง 3 ครั้ง ซึ่งจะมาช่วยกันปั้นโครงการนี้    

ที่ขาดไม่ได้คือ คนแดนไกล ในฐานะอภิมหาที่ปรึกษาโครงการ The Change Maker อย่างไม่เป็นทางการ

++
ปั้นดาวบนดิน
++
เห็น “เฮียประเสริฐ” สายตรงเฮียเพ้ง เปิดโครงการ “The Change Maker : นวัตกรรมทางการเมืองที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ทำให้นึกถึงหลักสูตร The Next Tycoon    

3-4 ปีที่แล้ว สมัยที่หมอมิ้ง เป็นอุปนายกสภามหาวิทยาลัยชินวัตร และประธานคณะกรรมการอำนวยการมหาวิทยาลัยชินวัตร ได้ผลักดันให้มหาวิทยาลัยชินวัตรเปิดหลักสูตร The Next Tycoon หลักสูตรระยะสั้นสำหรับเจ้าของธุรกิจ ทายาทธุรกิจ และผู้ประกอบการรุ่นใหม่    

เป้าหมายของThe Next Tycoon หวังจะสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่ให้มีแนวคิดที่ไม่จำกัดอยู่ในแบบแผน มีความเข้าใจกระแสธุรกิจโลก โดยมี อนันต์ อัศวโภคิน รับบทประธานที่ปรึกษาโครงการ The NEXT Tycoon    

หมอมิ้งจับมือเสี่ยอนันต์ สร้างอะคาเดมี่ ชินวัตร และได้ต่อยอดแต่ละรุ่น เป็น The NEXT Tycoon Family เพื่อให้ความเป็นเพื่อน-พี่-น้องยังคงแนบแน่น     

The Next Tycoon มีอนันต์ อัศวโภคิน ส่วน The Change Maker จะมีชื่อ เศรษฐา ทวีสิน หรือไม่ ต้องถามกิตติรัตน์ ณ ระนอง 

‘โหรฟองสนาน’ ชี้ ลัคนาราศีกันย์ รีบออกจากทุกข์กล้าเลือกสิ่งใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457689

‘โหรฟองสนาน’ ชี้ ลัคนาราศีกันย์ รีบออกจากทุกข์กล้าเลือกสิ่งใหม่

7 กุมภาพันธ์ 2564 – 20:10 น.

“โหรฟองสนาน” ชี้ลัคนาราศีกันย์-รีบออกจากทุกข์เดินหน้าเข้าสู่ปรากฎการณ์ใหม่คือการได้อะไรกลางๆตามโฉลก..จะได้ของบ่เลิศพร้องพอใช้การ…ไปถึงประมาณ 1 มี.ค.66

“โหรฟองสนาน” เปิดเผยคำทำนายผ่านบทความ  แม่หมอสมัครเล่นตอนที่362 โดยฟองสนาน จามรจันทร์ อัพเดท-ลัคนาสถิตกันย์-รีบออกจากทุกข์กล้าเลือกสิ่งใหม่

ภาพลัคนาสถิตราศีกันย์ และเรื่องราวต่างๆของชีวิต

พระมฤตยูจร(0) เดินอยู่ในราศีเมษ

พระราหูจร(8) เดินอยู่ในราศีพฤษภ-29 มีนาคม 2565

พฤหัสบดีจร(5) ย้ายจากธนูเข้าราศีมังกรวันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 -จะอยู่ในมังกรรอบแรกถึงวันที่ 29 มีนาคม 2564

พระเสาร์จร(7) ย้ายจากราศีธนูเข้ามังกรเริ่มวันที่ 5 ธันวาคม 2563 -อยู่ในมังกรไปถึง1มีนาคม 2566

หลังจากที่เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2563 ผู้เขียนได้ทำนายเค้าโครงชีวิตท่านที่ลัคนาสถิตราศีกันย์ระยะระหว่าง 10 กันยายน 2563-9 พฤศจิกายน 2564-อย่าลังเลที่จะเริ่มทำอะไรใหม่ๆ-ไปแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“โหรฟองสนาน” เผยดวงเมือง รอด-สู่สภาวะจะฟุ่งเฟืองคนลือเลื่องลาภเหลือหลาย

สาเหตุที่แนะนำไปเช่นนั้นเพราะโดยพื้นฐานทางโหรท่านที่ลัคนาสถิตราศีกันย์ส่วนใหญ่ที่เริ่มค่อยๆเจอทุกข์ในเรื่องพื้นฐาน-ขอบเขตอาณาจักรของชีวิตประกอบด้วยการเรียน-บ้านที่ดินรถเก่ง-พ่อแม่ฯลฯเป็นหลักโยงถึงงาน-เจ็บไข้ได้ป่วย-หนี้สิน-ปัญหาอุปสรรค-เพื่อน-โบนัส-รายได้พิเศษมาตั้งแต่ต้นธันวาคม 2560 (พระเสาร์จร 7 เดินอยู่ในราศีธนู-ภพที่สี่-จะมีทุกข์ เพื่อนฝูงปลุกให้หม่นหมอง )แล้วมาทุกข์หนักในระดับสั่นสะเทือนพื้นฐานของชีวิต-อารมณ์ทุกข์ผิดหวัง-เสียใจ-อึกอัดเหมือนอกจะระเบิดมาตั้งแต่กลางกรกฎาคม 2563 (พระเสาร์จร 7 กุมพฤหัสบดีจร 5 ในราศีธนู)

โดยมีปรากฎการณ์ที่ยกเป็นตัวอย่างเช่นเรียนแล้วถูกอาจารย์เขม่น-ล้มละลาย-ถูกฮุบมรดก-พ่อแม่ป่วยเกิดปัญหาในบ้านต่างๆกันไปบางคนบุพการีมีกิ๊กทุกข์กันทั้งบ้าน-ออกจากกงสีสร้างอาณาจักรใหม่-ซ่อมหรือสร้างบ้านซื้อที่ดินหรือรถ-แบกภาระลูกน้องมหึมาต้องลดปริมาณลง-มีคนยกโขยงมาอยู่ในบ้าน-ลูกพาแฟนเข้าบ้าน-บวชอยู่ก็อึดอัดพระรูปอื่นจนอยากสึก-อกหักหรือมีเรื่องผิดหวังหนักฯลฯ

ครั้นเมื่อพ้นจาก 5 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป ผู้เขียนก็เบาใจแทนว่า พวกท่านที่ลัคนาสถิตราศีกันย์ส่วนใหญ่(มียกเว้น)จะเริ่มค่อยๆออกจากทุกข์เจอสิ่งใหม่ๆในชีวิตแล้ว

แต่หลังจากต้นเดือนธันวาคม 2563 เป็นต้นมา ท่านที่ลัคนาสถิตราศีกันย์ยังทยอยเดินมาตรวจดวงชะตากับผู้เขียนที่ตลาดบองมาเช่ไม่หยุดหย่อน และแต่ละคนเพิ่งผ่านทุกข์หนักตามท้องเรื่องของแต่ละคนมาแล้วและยังไม่สร่างกันสักเท่าไหร่

หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะต้องจองคิวล่วงหน้านานประมาณห้าเดือนซึ่งเป็นระยะที่พวกท่านยังอยู่ในเกณฑ์ทุกข์หนัก แม้ทุกข์จะผ่านพ้นไปก็ยังรักษาสัญญาจองจึงอาจจะเป็นเหตุให้ผู้เขียนได้เจอกับท่านที่ลัคนาสถิตราศีกันย์มากผิดปกติ 

แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ผู้เขียนขอส่งสัญญาณไปถึงท่านที่ลัคนาสถิตราศีกันย์ทั้งหลายอีกครั้งว่า ทุกข์-สุขในชีวิตคนยังจะมีอยู่ต่อไป ไม่มีเลยที่หนีพ้นได้

เพียงแต่วาระตั้งแต่ 5 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป ทางโหรทุกข์ในเรื่องพื้นฐาน-ขอบเขตอาณาจักรของชีวิตประกอบด้วยการเรียน-บ้านที่ดินรถเก่ง-พ่อแม่ฯลฯเป็นหลักที่พวกท่านเพิ่งผ่านพ้นมาจะค่อยๆลดลง(หยุดปรากฎการณ์พระเสาร์เป็นสี่-จะมีทุกข์เพื่อนฝูงปลุกให้หม่นหมอง)

หลังจากนั้นก็เดินหน้าเข้าสู่ปรากฎการณ์ใหม่คือการได้อะไรกลางๆตามโฉลก..จะได้ของบ่เลิศพร้องพอใช้การ…ไปถึงประมาณ 1 มีนาคม 2566 (พระเสาร์จรเดินอยู่ในราศีมังกร..เป็นห้ากับลัคนา..)

ยิ่งระยะบัดนี้จนถึง 29 มีนาคม 2565 หากได้อะไรที่เป็นลาภชั่วเช่นของที่คนอื่นไม่เอาแล้ว-ของมีพันธะผูกพัน-งานตำแหน่งที่คนอื่นไม่อยากได้-มรดกชิ้นที่ไม่มีใครเอาฯลฯยิ่งถูกโฉลก(พระราหูจรเดินอยู่ในราศีพฤษภ-ภพที่เก้า..ได้ลาภชั่ว ผู้เฒ่าตัวกล่าวมายา..)

โดยการได้รอบนี้ เรื่องหลักจะเกี่ยวกับความรักแบบได้เสียกันแล้วอาจนำไปสู่การแต่งงาน หรือได้หุ้นส่วนชีวิตหรือธุรกิจใหม่ หรือไม่ก็เป็นเรื่องลูกหลานหรือเด็กๆในความดูแลหรือความบันเทิงที่หนักๆ หรือการเสี่ยงที่ต้องเป็นการลงทุนระยะยาวเนิ่นช้า ที่สำคัญคือมีความหวังใหม่เช่น

ได้ลูกหรือหลานเพิ่ม-บางคนโชคร้ายอาจไม่สบายใจหนักใจลูกพาแฟนเข้าบ้าน-เพื่อนแนะนำแฟนให้-ได้ลุกขึ้นใหม่หลังจากล้มละลาย(ได้ลาภจากสิ่งชั่ว)-หลุดจากเครดิตบูโร-ต่อยอดงานเก่า-สร้างโรงงานใหม่-เริ่มสร้างบ้านใหม่ให้ลูกอยู่ -เลือกทางไปทำงานต่างประเทศ-หยุดทำงานบริษัทเดิมแต่เอาประสบการณ์มาต่อยอดที่บริษัทใหม่-ทยอยได้เงินที่สะสมไว้คืนฯลฯ

ย้ำอีกครั้งว่าการจะได้อะไรช่วงนี้หากทำใจว่าได้กลางๆจะสบายใจขึ้น เช่นบางคนได้แฟนกลางๆ-เรียนก็ได้มหาวิทยาลัยกลางๆ-จบก็ได้กลางๆ-ได้งานก็เป็นแบบกลางๆไม่โดดเด่นฯลฯ

ส่วนคู่มือในการใช้ชีวิตช่วงนี้คือเมื่อออกจากทุกข์หนักมาแล้วขอให้ทำจิตใจให้ผ่องใส อย่าให้ทุกข์กดพื้นฐานอารมณ์ เงียบขรึม เหี่ยวแห้ง  ชักช้า(พระเสาร์จรตัวแทนทุกข์เดินอยู่ในราศีมังกรภพที่ห้า-ปุตตะดินแดนแห่งอารมณ์)

แต่ขอให้พลิกเอาอาการด้านดีของพระเสาร์(มาตรฐานเกษตราธิบดี-ในราศีมังกร)มาใช้ นั่นคือความฉลาด ลึกซึ้งคิดดีแล้วทำ(แม้จะช้าบ้าง) มัธยัสถ์ ความสามารถทางปกครองและบริหารจัดการ และจัดระเบียบ อดทนไม่ย่นย่อต่อความลำบากและอดทนเป็นโคนันทวิศาลฯลฯมาใช้

แล้วเดินหน้าไปให้ถึงมีนาคม 2566- ระหว่างนี้ทุกข์สุขย่อมมีเป็นธรรมดาแต่อย่างน้อยก็ออกจากเกณฑ์ทุกข์ใหญ่ทางโหรสำหรับรอบที่ผ่านมาแล้ว

ฟองสนาน จามรจันทร์

5 กุมภาพันธ์ 2564