คนกันเอง “ผู้การชาติ-เดชอิศม์” ศึกนอกสังเวียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454248

คนกันเอง “ผู้การชาติ-เดชอิศม์” ศึกนอกสังเวียน

คนกันเอง "ผู้การชาติ-เดชอิศม์" ศึกนอกสังเวียน

6 มกราคม 2564 – 10:59 น.

ศึกนอกสังเวียน “ผู้การชาติ” ไม่ยอมจับ เดินหน้าชน “นายกชาย” ขุนพลหลังม่าน ปชป.สงขลา คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
สมกับเป็นคู่เอกของภาคใต้ ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา ระหว่าง ไพเจน มากสุวรรณ์ ค่าย ปชป. กับ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ค่าย พปชร. ปรากฏว่า ฝ่าย “ไพเจน” ชนะ แต่ “ผู้การชาติ” ไม่จบ เดินหน้าร้องเรียน กกต. เกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้ง    

อ่านข่าว…   คู่เอกสงขลา “ผู้การชาติ-ไพเจน” เดิมพันอนาคต ปชป.

คนกันเอง "ผู้การชาติ-เดชอิศม์" ศึกนอกสังเวียน

นายกชาย และภรรยา ว่าที่รองนายก อบจ.สงขลา

วันที่ 4 ม.ค.2564 พ.อ.สุชาติ พร้อมสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. และกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร เดินทางมาสำนักงาน กกต.สงขลา ยื่นหนังสือร้องเรียนคัดค้านผลการเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา     

วันที่ 5 ม.ค.2564 ที่โรงเเรมคลิสตัล หาดใหญ่ เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และไพเจน มากสุวรรณ์ ได้เปิดการแถลงข่าวชี้แจงประเด็นข้อร้องเรียน ช่วงเลือกตั้ง นายก อบจ.สงขลา    

ทั้ง “เดชอิศม์” และ “ไพเจน” พร้อมจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หากทาง พ.อ.สุชาติ มีหลักฐานมายื่น ทาง ปชป.ก็พร้อม เเละยืนยันว่าไม่มีการทุจริต รวมไปถึงไม่มีการยุบพรรคอย่างเเน่นอน    

ในการแถลงข่าว ส.ส.เดชอิศม์ ยังพาดพิง พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล และสมพงษ์ สระกวี ที่จงใจปราศรัยในหลายเวที พุ่งเป้าโจมตีตัวเขา และบางเรื่อง ทำให้เขาเสียหาย    

“นายกชาย” หรือเดชอิศม์ ยังตัดพ้อว่า พ.อ.สุชาติ และสมพงษ์ ก็เป็นคนรู้จักกันมาก่อน ไม่น่าเล่นเกมแรงอย่างนี้ 

คนกันเอง "ผู้การชาติ-เดชอิศม์" ศึกนอกสังเวียน

ผู้การชาติ และสมพงษ์ สระกวี

++
สงครามตัวแทน
++
เนื่องจาก ไพเจน มากสุวรรณ์ ว่าที่นายก อบจ.สงขลา วางตัวทีมบริหาร ประกอบด้วยรองนายก คนที่ 1 ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว อดีต ส.ส.สงขลา (ถาวร เสนเนียม ส่งเข้าประกวด) ,รองนายกคนที่ 2 อับดุลรอหมาน กาเหย็ม อดีตรองนายก อบจ.สงขลา (ยุค นิพนธ์ บุญญามณี เป็นนายก อบจ.สงขลา) และรองนายกคนที่ 3 “น้ำหอม” สุภาพร กำเนิดผล ภรรยา “นายกชาย” เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา     

เหนืออื่นใด ส.ส.เดชอิศม์ เคยแจ้งความประสงค์จะลงสนามนายก อบจ.สงขลา มาก่อนหน้านี้ เมื่อมีเสียงทักท้วง เลยต้องถอย แต่ก็ส่งหวานใจ “น้ำหอม” ลงสนามแทน    

ฝ่าย พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล จึงพุ่งเป้าไปที่ ส.ส.เดชอิศม์ ในฐานะแม่ทัพหลังม่านตัวจริง    

เดชอิศม์ ขาวทอง หรือชื่อเดิม วรวิทย์ ขาวทอง เป็นคน อ.รัตภูมิ เริ่มเล่นการเมืองจากเวที สจ.สงขลา และก้าวเป็นนายก อบจ.สงขลา จนคนเรียกขานว่า “นายกชาย”   

ปี 2548 นายกชาย หัวคะแนนของถาวร เสนเนียม อยากลงสมัคร ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ แต่ปีนั้น นิพนธ์ บุญญามณี ขึ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ จึงหนุนประพร เอกอุรุ ลงสมัคร ส.ส. แทน ทำให้ “นายกชาย” ต้องไปสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อไทยรักไทย    

ตอนนั้น “ผู้การชาติ” และสมพงษ์ สระกวี ยังสังกัดพรรคไทยรักไทย จึงช่วย “นายกชาย”กับ “เสี่ยเกมส์” ประพร เอกอุรุ ที่สนามสงขลา เขต 5 แต่นายกชายก็พ่ายกระแส ปชป.  

++
ฉีกปฏิญญาสงขลา
++
การเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา ปี 2551 ถาวร เสนเนียม สนับสนุนทีมรักสงขลาของ “นายกชาย” แต่ก็พ่าย นวพล บุญญามณี หัวหน้าทีมสงขลาพัฒนา    

ต่อมา นวพลเจอใบเหลือง มีการเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลาอีกหน “นายกชาย” ลงสนามแข่งกับอุทิศ ชูช่วย ก็แพ้อีก หลังพ่ายเลือกตั้งนายก อบจ.สองรอบ “นายกชาย” ผู้ยึดคติที่ว่า “ไม่มีพรรค มีแต่พวก และเพื่อน” ยังเดินหน้าทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และช่วยเหลือเพื่อนฝูงตามประสาคนใจใหญ่ ใจถึงพึ่งได้    

กระทั่ง เลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ถาวร เสนเนียม ผลักดัน “นายกชาย” ลงสมัคร ส.ส.สงขลา ในสีเสื้อ ปชป. และเป็น ส.ส.สมัยแรก     

หลังเลือกตั้ง ถาวร เสนเนียม และ “นายกชาย” นัด พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล แม่ทัพพลังประชารัฐ พูดคุยกันในนาม “ลูกสงขลา” นำ ส.ส.สงขลา 8 เขต จับมือทำงานเพื่อสงขลาบ้านเรา หมดเวลาทะเลาะกัน ลดความขัดแย้ง เป็นต้นแบบในการทำการเมืองยุคใหม่    

ส.ส.สงขลา 8 เขต จาก 3 พรรคการเมือง ประกอบด้วย เขต 1 วันชัย ปริญญาศิริ (พปชร.) เขต 2 ศาสตรา ศรีปาน (พปชร.)  เขต 3 พยม พรหมเพชร (พปชร.) เขต 4 ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี (พปชร.) เขต 5 เดชอิศม์ ขาวทอง (ปชป.)  เขต 6 ถาวร เสนเนียม (ปชป.) เขต 7 ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ (ภท.) เขต 8 สุรินทร์ ปาลาเร่ (ปชป.)    

หลายฝ่ายตื่นเต้นกับ “ปฏิญญาสงขลา” ตามสโลแกนของนายกชายที่ “ไม่มีพรรค มีแต่พวก” หวังว่า ลูกสงขลาจะปรองดองกันเพื่อบ้านเมือง    

เมื่อฤดูกาลเลือกตั้งท้องถิ่นมาถึง “ผู้การชาติ” กับ “นายกชาย” ต้องฉีกปฏิญญาสงขลา ทำศึกเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา และสู้กันถึงฎีกา

พิษโควิด “สนามไก่ชน” สังเวียนคนการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454176

พิษโควิด “สนามไก่ชน” สังเวียนคนการเมือง

พิษโควิด "สนามไก่ชน" สังเวียนคนการเมือง

5 มกราคม 2564 – 14:33 น.

โควิดบ่อนไก่มาเงียบๆ อาจดับฝัน “คนรักไก่ชน” รวมถึงนักการเมืองคนดัง หวังผลักดันเสรีชนไก่

++
มิเพียงบ่อนพนันที่เป็นคลัสเตอร์การแพร่ระบาดโควิดรอบใหม่ “สนามชนไก่” ในภาคกลาง ก็มีการตรวจพบไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อโควิด ตระเวนเข้าออกสนามชนไก่หลายแห่ง     

หลายคนที่ไม่เคยติดตามข่าวสารเกี่ยวกับกีฬาชนไก่ อาจแปลกใจว่า ทำไมจึงมีสนามชนไก่มากมาย? พนันชนไก่ถูกกฎหมายแล้วหรือ?

อีกด้านหนึ่ง ผู้เลี้ยงไก่ชนก็มองว่า การแข่งขันชนไก่นั้นเป็นคัดสายพันธุ์ไก่ชน การตีชนะคู่แข่งบ่อยๆ ย่อมสร้างมูลค่าให้ไก่ชนตัวนั้น จึงมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลและใส่ใจกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงไก่ชน เพื่อเพิ่มรายได้จากธุรกิจขายไก่ชน    

ทุกวันนี้ กีฬาไก่ชนถูกต้องตามกฎหมายก็จริง แต่การขออนุญาต จะต้องขออนุญาตการพนันชนไก่จากเจ้าหน้าที่ทะเบียน(มหาดไทย) ซึ่งชาวไก่ชนอยากให้เปิด “เสรีชนไก่” มากกว่า

++
โควิดกับชนไก่
++
เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิดรอบแรก ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือแจ้งเวียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณางดออกใบอนุญาต การจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่ กัดปลา ชกมวย แข่งม้า ชนโค ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.2563ไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะคลี่คลาย    

ปลายปีที่แล้ว กระทรวงมหาดไทย ได้คลายล็อกอนุญาตให้มีการเปิดสังเวียนชนไก่ กัดปลาชกมวย แข่งม้า ชนโค     

ก่อนสิ้นปี เมื่อมีโควิดระบาดรอบใหม่ กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งให้ทุกจังหวัด งดออกใบอนุญาตการจัดให้มีการเล่นการพนัน รวมถึงการชนไก่ กัดปลา ชนโค พร้อมกวดขันจับกุมผู้ลักลอบจัดแข่งขัน

++
เสรีชนไก่
++
ย้อนไปสมัย พล.อ.สิทธิ จิรโรจน์ เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ได้สั่งเลิกการชนไก่ และห้ามเปิดบ่อนชนไก่ กระทั่งปี 2552 จึงมีการออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพนันชนไก่และกัดปลา พ.ศ.2552 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2552 เป็นต้นมา  

ระเบียบมหาดไทยฉบับนี้ อนุญาตให้เปิดบ่อนไก่ได้โดยเสรีทั่วประเทศ คนไทยมีอายุ 35 ปี สัญชาติไทย ไม่เคยล้มละลาย ไม่เคยติดคุก ถ้าติดแต่พ้นโทษมาแล้วเกิน 2 ปี ก็เปิดได้ โดยขออนุญาตกับผู้ว่าราชการจังหวัด ในต่างจังหวัด ถ้าในกรุงเทพฯ เป็นอำนาจของอธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย     

นับจากนั้นมา สนามชนไก่ก็ผุดขึ้นมากมาย รวมถึงอาชีพเลี้ยงไก่ชนขาย เรียกว่า ไก่ชนบูมสุดๆ เมื่อมีเซเลบอย่างเจ้าสัวซีพี และแอ๊ด คาราบาว เข้าสนามชนไก่     

เหนืออื่นใด เบื้องหลัง “ซุ้มไก่ชน” และสนามชนไก่นั้น มีนักการเมืองทั้งท้องถิ่น และระดับชาติให้การสนับสนุนทั้งสิ้น    

โดยเฉพาะนักการเมืองท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. สท. และ สจ. จะต้องมีเอี่ยวกับเกมกีฬายอดนิยมของชาวบ้าน นักการเมืองใหญ่คนหนึ่ง จึงเสนอนโยบายส่งเสริมการเลี้ยงไก่ชน เพื่อเพิ่มรายได้จากธุรกิจขายไก่ชน     

เมื่อวันที่ 12 ต.ค.2563 เลิศชาย หอบรรลือกิจ นายกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาไก่ไทย เข้าพบ สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ เพื่อขอให้การสนับสนุนและเสนอแผนปฏิบัติการ การเสนอกฎหมายโดยประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง “ร่าง พ.ร.บ.อนุรักษ์และพัฒนาการไก่พื้นเมือง”    

สมศักดิ์ เทพสุทิน ในฐานะผู้เลี้ยงไก่ชน อธิบายว่า กฎหมายฉบับนี้ จะมีการควบคุมอย่างเคร่งครัดให้แข่งขันตามประเพณีท้องถิ่น ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ และกฎหมายว่าด้วยการพนัน จึงเน้นการเพาะเลี้ยงไก่พื้นบ้านพื้นเมือง ซึ่งจะเป็นสัตว์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศได้ในอนาคต        

ในอนาคต หากร่างกฎหมายอนุรักษ์ไก่พื้นเมืองผ่านสภาฯ คำว่า เสรีชนไก่ ก็คงเกิดขึ้นได้จริง

“ปลัดแต” บ้านใหญ่มหาชัย ในวิกฤตโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454150

“ปลัดแต” บ้านใหญ่มหาชัย ในวิกฤตโควิด

"ปลัดแต" บ้านใหญ่มหาชัย ในวิกฤตโควิด

5 มกราคม 2564 – 10:57 น.

วิกฤตโควิดสมุทรสาคร สะเทือนไปทุกภาคส่วน ท้าทาย “ปลัดแต” บ้านใหญ่มหาชัย  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
คนไทยทั้งประเทศ ติดตามยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ของ จ.สมุทรสาคร เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน ด้วยความระทึกใจ ทางฝ่ายราชการกำลังเร่งหาโรงพยาบาลสนามขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับคนป่วยโควิด-19 ได้ถึง 3,000-4,000 เตียง

อ่านข่าว…  โควิดมหาชัย ท้าทาย “ทีมเฮียม้อ”

"ปลัดแต" บ้านใหญ่มหาชัย ในวิกฤตโควิด

ปลัดแต ท่ามกลางวิกฤตไวรัส

เนื่องจากผู้ที่ตรวจพบเชื้อโควิคเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ หากยังหาที่กักตัวไม่ได้ คนที่มีเชื้อโควิค ยังอยู่ข้างนอกที่กักกัน หรือไม่ก็ยังเที่ยวออกไปข้างนอก โดยไม่รับผิดชอบต่อสังคม เชื้อก็ยังถูกแพร่ออกไปอีก    

สมุทรสาคร เป็นจังหวัดที่มีเศรษฐกิจอันดับต้นๆของประเทศ เป็นเมืองอุตสาหกรรม มีโรงงานมากกว่า 7,000 โรง ภาครัฐจึงเรียกร้องให้ภาคเอกชนต้องมาช่วยกัน    

ส่องไปที่เพจ “ฅนทำงาน” ของทีมงาน อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ ว่าที่นายก อบจ.สมุทรสาคร เมื่อ 2 ม.ค.2564 มีการโพสต์ว่า “ท่านผู้ว่าฯปูครับ ชาวสมุทรสาครอยากให้ท่านปลอดภัย และพักรักษาตัวให้หายครับ ท่านไม่ต้องเป็นห่วงศูนย์ห่วงใยคนสาครครับ เพราะทุกๆภาคส่วนช่วยกันทำงาน จนศูนย์ห่วงใยคนสาครมีความพร้อมด้านสถานที่แล้วครับ”    

ศูนย์ห่วงใยคนสาคร ก็หมายถึงโรงพยาบาลสนามที่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงฝ่ายการเมืองท้องถิ่นอย่างทีม “ฅนทำงาน” 

"ปลัดแต" บ้านใหญ่มหาชัย ในวิกฤตโควิด

ศููนย์ห่วงใยสาคร

++
เคลียร์เรื่องตลาดกุ้ง
++
จากกรณีตลาดกลางกุ้งสมุทรสาคร บริเวณต่างระดับพระราม 2 ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร กลายเป็นคลัสเตอร์แรกๆ ในการระบาดของโควิดรอบใหม่ ก็มีเรื่องราวมากมาย รวมถึงการโจมตีตระกูล “ไกรวัตนุสสรณ์”     

“ปลัดแต”  อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ ว่าที่นายก อบจ.สมุทรสาคร จึงต้องออกมาชี้แจงถึงความเป็นมาของตลาดค้ากุ้งมหาชัย    

เดิมทีการค้าขายกุ้งอยู่แถวสะพานปลา ย่านท่าเรือ ต.มหาชัย ต่อมา “เฮียม้อ” มณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ ได้เข้าไปช่วยดำเนินงานจนกลายเป็นตลาดกลางกุ้ง แต่หลังจากเฮียม้อไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารแต่อย่างใด     

“ปลัดแต” บอกว่า มีน้องชายของบิดา (เฮียม้อ)เพียงคนเดียวที่ยังมีส่วนร่วมงานและถือหุ้นตลาดแต่จำนวนไม่มากนัก สำหรับ “เฮียม้อ” ได้ผันตัวเองไปเป็นเกษตรกร โดยลุยปลูกทุเรียนมา 6-7 ปีแล้ว ที่นายายอาม จ.จันทบุรี มีชื่อสวนว่า “อุดมชมจันทร์”    

อย่างไรก็ตาม ตระกูลไกรวัตนุสสรณ์ มีแพกุ้งอนุสรณ์ อยู่ในตลาดแห่งนี้ ซึ่งมีการจ้างแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย ประมาณ 25 คน 

"ปลัดแต" บ้านใหญ่มหาชัย ในวิกฤตโควิด

เฮียม้อ อดีตนายก อบจ.สมุทรสาคร

++
บ้านใหญ่มหาชัย
++
“เฮียม้อ” มณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ ทำธุรกิจประมง มีห้องเย็นชื่อ บริษัท มณฑลชัยห้องเย็น จำกัด มีลูก 5 คน คือ อุดร ไกรวัตนุสสรณ์ (เสียชีวิต),อุไร ไกรวัตนุสสรณ์, อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ , ร.ต.อ.หญิงสมพร ไกรวัตนุสสรณ์ และอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์          

สำหรับการเมืองท้องถิ่น คนในตระกูล “ไกรวัตนุสสรณ์” เป็นนายก อบจ.สมุทรสาคร ติดต่อกันมา 3 คนแล้ว เริ่มจาก “ตุ่น” อุดร ไกรวัตนุสสรณ์ ผู้ล่วงลับ , “เฮียม้อ” มณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ และ “ปลัดแต” ที่เพิ่งได้รับชัยชนะ    

การลงสนามนายก อบจ.ของปลัดแต เผชิญกับกระแสคลื่นลูกใหม่ จึงต้องงัดกลยุทธ์ทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ แต่ผู้สูงวัยยังจำปลัดแตได้ดี ทั้งในฐานะน้องชาย “นายกตุ่น”(อุดร ไกรวัสนุสสรณ์) และลูกชาย ”เฮียม้อ”     

สุดท้าย ปลัดแตก็ได้กลับมาทำงานสานต่อจากบิดาและพี่ชาย แต่ก็เจอวิกฤตโควิดที่ท้าทายอยู่

‘ราชิต’ กลับที่เดิม ไม่ได้คุมวิกทหาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454105

‘ราชิต’ กลับที่เดิม ไม่ได้คุมวิกทหาร

'ราชิต' กลับที่เดิม ไม่ได้คุมวิกทหาร

4 มกราคม 2564 – 17:07 น.

โควิดรอบใหม่ ชื่อ “ราชิต” ตกเป็นข่าวอีก ได้นั่งตำแหน่งเดิม แต่ทำไม่ไม่ได้บริหารวิกลุมพินี

++
    ส่องเวบไซต์กรมสวัสดิการทหารบก  เมื่อต้นปี 2564 มีข่าวกิจกรรมชิ้นหนึ่ง พล.ต.ราชิต อรุณรังษี เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก (จก.สก.ทบ.) พร้อมคณะ ถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2564 ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง เมื่อ 1 ม.ค.64

ขณะที่นักการเมืองจากพรรคเพื่อไทย ได้พูดถึงการกลับมาทำงานในตำแหน่งเดิมของ พล.ต.ราชิต โดยอ้างข่าวจากทวิตเตอร์ วาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหารที่ได้ทวีตข้อความเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2563 ระบุว่า คืนเก้าอี้เจ้ากรมสวัสดิการ ทบ. ให้ พล.ต.ราชิต อรุณรังษี หลังถูกเด้ง และถูกสอบสวน ปม จัดมวยลุมพินี แพร่โควิดฯ เผย “บิ๊กแดง” ให้กลับที่เดิม นานแล้ว แต่ลงโทษโดยการ “ดอง” ไม่ได้เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง ใน 2 โผโยกย้าย เม.ย.-ต.ค. ที่ผ่านมา

'ราชิต' กลับที่เดิม ไม่ได้คุมวิกทหาร

         เจ้ากรมคนเดิม

    สืบเนื่องจากศึกลุมพินีแชมเปี้ยนเกริกไกรซูเปอร์ไฟท์ วันศุกร์ที่ 6 มี.ค.2563 สนามมวยเวทีลุมพินี จะกลายเป็นคลัสเตอร์ มีการแพร่เชื้อโควิดกระจายไปทั่วประเทศ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกสมัยนั้น ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน พร้อมกับมีคำสั่งให้ พล.ต.ราชิต อรุณรังษี เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก ในฐานะนายสนามมวยลุมพินี มาช่วยราชการที่กองบัญชาการกองทัพบก 
    สนามมวยลุมพินีปิดตายมา 8-9 เดือน ข่าวของ พล.ต.ราชิต ก็ไม่มีคนสนใจ หากนักการเมืองฝ่ายค้านไม่นำขึ้นมาพูดอีกครั้ง หลังโควิดระบาดรอบใหม่

++
วิกทหารเป็นใหญ่
++
    เข้าไปดูเวบไซต์สนามมวยลุมพินี http://www.lumpineemuaythai.com พบว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานอำนวยการสนามมวยลุมพินี
    พล.ท.สุชาติ แดงประไพ เป็นนายสนามมวยลุมพินี ,พล.ต.รณวุธ เรืองสวัสดิ์ รองนายสนามมวยเวทีลุมพินี (1), พ.อ.วสันต์ พึ่งสำเภา รองนายสนามมวยลุมพินี (2) และ พ.อ.กฤษดา จินดาลัทธ รองนายสนามมวยลุมพินี (3)

'ราชิต' กลับที่เดิม ไม่ได้คุมวิกทหาร

           ทีมผู้บริหารสนามมวยลุมพินี ชุดใหม่ 

    มีข้อน่าสังเกต พ.อ.วสันต์ พึ่งสำเภา รองเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก และพ.อ.กฤษดา จินดาลัทธ รองเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก เป็นรองนายสนามมวยลุมพินี ยุคที่ พล.ต.ราชิต เป็นนายสนาม
    หากพลิกเข้าไปดูแฟ้มข่าว โครงสร้างบอร์ดบริหารสนามมวยลุมพินี ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) เป็นประธานอำนวยการสนามมวยลุมพินี โดยตำแหน่ง 
    เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก เป็นนายสนามมวยลุมพินี ,รองเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก คนที่ 1 เป็นรองนายสนามมวยลุมพินี คนที่ 1 และรองเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก คนที่ 2 เป็นรองนายสนามมวยลุมพินี คนที่ 2
    สนามมวยลุมพินี ยุค “บิ๊กบี้” กลับมีคนนอกกรมสวัสดิการทหารบก เข้ามาบริหารคือ พล.ท.สุชาติ แดงประไพ และ พล.ต.รณวุธ เรืองสวัสดิ์ 
    พล.ท.สุชาติ แดงประไพ ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย มาจากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ส่วน พล.ต.รณวุธ เรืองสวัสดิ์ ผู้ชำนาญการกองทัพบก มาจากนายทหาร กอ.รมน.แถวจังหวัดในภาคกลาง 
    พล.ท.สุชาติ เริ่มชีวิตราชการทหาร ภายในกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 รอ.) ปราจีนบุรี ก่อนจะไปเติบโตที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.)
    ดูเหมือนว่า พล.ท.สุชาติ หรือ “บิ๊กแดง” ของแวดวงมวยไทย มีภารกิจสร้างแบรนด์ “ลุมพินีเกริกไกร” ให้กลับมาเป็นแบรนด์ที่แข็งแรงในตลาดมวยไทย เป็นเวลา 1 ปี ตามนโยบายของ “บิ๊กบี้” แม่ทัพบก 

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าวิกฤติดวงเมือง ยุคปี 64 กับฑูตมรณะ เศรษฐกิจยับ เพราะโรคระบาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454085

‘ซินแสเข่ง’ผ่าวิกฤติดวงเมือง ยุคปี 64 กับฑูตมรณะ เศรษฐกิจยับ เพราะโรคระบาด

 'ซินแสเข่ง'ผ่าวิกฤติดวงเมือง ยุคปี 64 กับฑูตมรณะ  เศรษฐกิจยับ เพราะโรคระบาด

4 มกราคม 2564 – 14:03 น.

“ซินแสเข่ง”ผ่าดวงเมืองปี 64 กับฑูตมรณะ วิกฤติหนัก ทำเศรษฐกิจยับเพราะโรคระบาด เตือนยิ่งให้คนเที่ยวยิ่งแพร่กระจาย ยากที่จะหยุด ชี้นายฯต้องเด็ดขาด ต้องล็อกดาวน์ทั้งประเทศ เชื้อแรงลามหนักถึงสิ้นปี หากไม้ป้องกันคนตายหนัก สู้โควิดกลายพันธุ์หนักกว่าปี 63

“ซินแสเข่ง”  ผ่าวิกฤติดวงเมือง  ยุคปี  64  กับฑูตมรณะ  6 เดือน  วิกฤติหนัก  ดาวมฤตยู  ทำเศรษฐกิจยับ  เพราะโรคระบาด  ต่อเนื่องจากดาวราหู  ดาวพระเคราะห์ที่โคจรเข้ามาทับเส้นเดียวกันกับปัญหาความขัดแย้ง  ที่ทำให้เสถียรโจมตีรัฐบาลย่ำแย่  เตือนระวังในการแพร่กระจาย ที่ทำให้คนยิ่งเที่ยวยิ่งแพร่กระจาย  ยากที่จะหยุดโรคระบาดไม่ได้  นายกฯต้องเด็ดขาด ป้องกันได้ต้องล็อกดาวน์ทั้งประเทศ  เชื้อแรงอาจลุกลามหนักถึงสิ้นปี  12 เดือน  หากไม่ป้องกัน  คนตายหนัก  สู้โควิดรอบใหม่ที่กลายพันธ์ หนักกว่า ปี 63  

“ซินแสเข่ง”  อ.ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง  ผู้อำนวยการ    สถาบัน  โหราศาสตร์  พยากรณ์  แห่งประเทศไทย  จับยามดูเส้นทางโคจรของดวงดาววิกฤติต่อเนื่อง  ดาวมฤตยูฑูตมรณะโคจรตกทับดวงโลก  ส่งผลร้ายถึงดวงเมืองประเทศไทย  ที่รัฐบาลต้องเข้มงวดในการป้องกันเพราะโอกาสที่จะกว่าปีที่ผ่านมามีมาก  ที่จะเข้าสู่จุดวิกฤติหนักยากที่ดาวจะเคลื่อนตัวใน   3  เดือน  อาจลุกลามขยายตัวมากขึ้นที่จะนำไปสู่เหตุการณ์วิกฤติหนักเป็นไปตามการโคจรของดวงดาว  จึงเตือนคนไทยมักจะใช้ความคิดของตนเองเป็นใหญ่คิดว่าตนเองทำถูกต้องเสมอ   ไม่เกรงในสิ่งที่แพร่ขยาย  ที่ไม่ควรประมาท  ต้องรู้จักป้องกันตัวเอง  อีกทั้งรัฐบาลต้องเตรียมรับมือ  ช่วยเหลือในการป้องกันยับยั้งวิกฤติช่วยเหลือประชาชนให้อยู่รอด เพราะเชื่อโควิด 19  เป็น  20 คราวนี้อาจอยู่ยาว  12  เดือน  และมีโอกาสกลายพันธุ์  รุนแรง  และทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตมากขึ้น  หากไม่ล็อกดาวน์ประเทศ  เพราะดวงดาวบอกเหตุ

“ซินแสเข่ง”  วิเคราะห์เพิ่มเติมถึงเหตุโควิด 19  ไตรมาสแรก  ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา  จากผลของดาวมฤตยู  ที่บอกเหตุเป็นการแจ้งเตือน  ทำให้เกิดเหตุที่จะต้องระวัง เพราะโรคภัยส่วนโรคภัย   ปีส่วนปีพศ.  แต่ดวงดาวเป็นตัวแจ้งเหตุ  ส่วนคนจะเชื่อหรือไม่  ไม่ได้บังคับ  อยู่ที่ตัวบุคคล  หากไม่ระวังมากขึ้น  การแพร่กระจายหนักมากขึ้น  ปัญหาจะต่อเนื่องไปอีก  1  ปี  ถึงแม้นดวงดาวจะเคลื่อนตัวในเดือนเมษาผ่านพ้น  แต่เชื้อยังกระจายจากผลต่อเนื่องก็ไม่มีผลดีต่อประชาชนในประเทศ  ปีที่ผ่านมาซินแสเข่ง  เคยเตือนถึงการล็อกดาวน์แล้ว  แต่รัฐบาลยังปล่อยปละละเลย  ถึงปีนี้ก็เช่นเดียวกัน  หากปล่อยปละละเลย  อาจมีผลต่อเนื่องไปถึงสิ้นปี  แต่บอกไม่ได้ว่าจะรุนแรงมากน้อยขนาดไหน  หรือจะทำให้คนล้มตายมากน้อยอย่างไร   

ทำไม “ลาว” ได้วัคซีนฉุกเฉิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454084

ทำไม “ลาว” ได้วัคซีนฉุกเฉิน

ทำไม "ลาว" ได้วัคซีนฉุกเฉิน

4 มกราคม 2564 – 13:56 น.

ไขความจริง เหตุใด “ลาว” ได้ฉีดวัคซีนโควิดก่อน “ไทย” เรื่องของมิตรภาพและอุดมการณ์

++
ช่วงปีใหม่ สื่อออนไลน์ในเมืองไทย พร้อมใจกันเสนอข่าว “ลาวฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแล้ว” จากข่าวชิ้นนี้ ถูกนำไปขยายผลกลายเป็นดราม่าในโซเชียลมีเดีย โดยกลุ่มคนที่ไม่ชอบรัฐบาล ก็จะมีน้ำเสียงเยาะหยัน และกล่าวโจมตีความล่าช้าในเรื่องการจัดหาวัคซีนของรัฐบาลไทย

อ่านข่าว…  สู้โควิด “ปิดด่าน” บทเรียนลาว

ทำไม "ลาว" ได้วัคซีนฉุกเฉิน

วันแถลงข่าวก่อนสิ้นปี

นักการเมืองไทยบางคน ก็ฉวยโอกาสกระแนะกระแหนการทำงานของกระทรวงสาธารณสุขไทย “ลาวได้วัคซีนแล้ว แต่ไทยทำไมยังไม่ได้”     

หากเข้าไปอ่านข้อมูลโดยตรงจากสำนักข่าวข่าวปะเทดลาว มีรายละเอียดมากกว่าที่สื่อไทยรายงานหรือพาดหัวหวือหวา    

วันที่ 31 ธ.ค.2563 ดร.บุนกอง สีหาวง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขลาว รองหัวหน้าคณะกรรมการเฉพาะกิจป้องกัน ควบคุมโควิด-19 ได้เปิดการแถลงข่าวเกี่ยวกับการจัดหาและเตรียมใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งที่ผ่านมา พรรคและรัฐบาลลาว ไม่ได้นิ่งนอนใจ พวกเราได้มีความพยายามอย่างสูง ในการติดต่อกับสหพันธ์วัคซีนสากล,ประเทศเพื่อนมิตรทางยุทธศาสตร์ ,ประเทศภาคี และองค์การจัดตั้งสากล เพื่อจัดหาวัคซีนมาฉีดให้ประชาชนลาว     

จากนั้น ดร.บุนกอง ได้ลำดับความเกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด แยกออกเป็น 2 ส่วนคือ วัคซีนฉุกเฉินที่ได้รับมาจากประเทศเพื่อนมิตร และวัคซีนป้องกันโควิดที่ได้รับการจัดสรรมาจากโครงการ COVAX องค์การอนามัยโลก

ทำไม "ลาว" ได้วัคซีนฉุกเฉิน

เดือน เม.ย.2564 ประชาชนกลุ่มเสี่ยงของลาว จะได้รับการฉีดวัคซีน 1.4 ล้านคน

++
วัคซีนมิตรภาพ
++
วัคซีนป้องกันโควิดล็อตแรกที่กระทรวงสาธารณสุข สปป.ลาว ได้รับมานั้นคือ วัคซีน SINOPHARM ทางรัฐบาลจีน มอบให้ลาวไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน จำนวน 2,000 โดส จำเป็นต้องฉีด 2 เข็ม สามารถสร้างภูมิต้านทานได้ 3 ปี    

ขณะนี้ มีการฉีดรอบที่ 1 ให้อาสาสมัครแพทย์ที่ต้องดูแลคนป่วย จำนวน 200 โดสแล้ว ซึ่งได้รับผลดี และยังไม่มีผลข้างเคียงใดๆ    

นับแต่ไวรัสโควิดระบาดรอบแรก รัฐบาลจีนได้ส่งเวชภัณฑ์ต่างๆ มาช่วยรัฐบาลลาวหลายระลอก รวมถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้พูดคุยกับท่านบุนยัง วอละจิด ประธานประเทศ สปป.ลาว ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนท์ เกี่ยวกับการช่วยเหลือป้องกันโควิด 

ลาว-จีน ถือว่าเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ปัจจุบัน จีนเป็นประเทศที่มีการลงทุนในลาวเป็นอันดับ 1     

ความช่วยเหลือด้านวัคซีนของลาว อีกทางหนึ่งมาจากสหพันธ์รัฐรัสเซีย โดยวัคซีน SPUTNIK V จำนวน 500 โดส เดินทางมาถึงลาว เมื่อวันที่ 2 ม.ค.2564 เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน     

ย้อนไประหว่างปี 2518-2530 อดีตสหภาพโซเวียต ได้ช่วยเหลือ สปป.ลาว พัฒนาประเทศอย่างมากมาย และห่างหายไปหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย แต่ 4-5 ปีมานี้ รัสเซียได้เพิ่มทวีการช่วยเหลือลาวอีกครั้ง    

วัคซีน SPUTNIK V เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน จึงถูกส่งมาถึงนครหลวงเวียงจันทน์ เป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชนลาว

++
ลอตใหญ่ต้องรอ
++
รัฐบาลลาว ได้วางแผนจัดหาวัคซีนมาแต่เดือน ก.ค.2563 และกำหนดตัวบุคคลที่จะได้รับการฉีดวัคซีนไว้แล้ว โดยมุ่งไปที่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง และปานกลาง เช่นแพทย์ พยาบาล ในโรงพยาบาลรัฐ ทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น ,หมอประจำหมู่บ้าน, อาสาสมัครสังคมสงเคราะห์ , ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว    

วัคซีนที่จะมาฉีดกลุ่มเสี่ยงข้างต้น เป็นวัคซีนช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากทาง COVAX ซึ่งรัฐบาลลาวเป็น 1 ใน 92 ประเทศ ที่จะได้รับวัคซีน ภายในเดือน เม.ย.2564     

ระยะยาว รัฐบาลลาว จะได้แสวงหาความช่วยเหลือจากมิตรประเทศ และจัดหางบประมาณมาจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด มาฉีดให้ประชาชนลาวทุกถ้วนหน้า     

กระทรวงสาธารณสุขลาว ร่วมกับธนาคารโลก องค์การอนามัยโลก และยูนิเซฟ ประเมินว่า หากฉีดวัคซีนให้ครบโดส เฉลี่ยเป็นเงิน 18 ดอลลาร์ ถ้าฉีดให้ทุกคนก็จะใช้งบประมาณ์ 100 ล้านดอลลาร์

ปิดบูรพาเดิมพัน “หมอตี๋” เผชิญหน้า “หลงจู้” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454062

ปิดบูรพาเดิมพัน “หมอตี๋” เผชิญหน้า “หลงจู้”

ปิดบูรพาเดิมพัน "หมอตี๋" เผชิญหน้า "หลงจู้"

4 มกราคม 2564 – 11:02 น.

สู้ทั้งโควิด เกาะติดเรื่องบ่อน “หมอตี๋” เสนอแผนล็อกดาวน์แดนบูรพา ยอมเจ็บเพื่อจบ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มาตรการคุมเข้ม 28 จังหวัด แต่ไม่ล็อกดาวน์ของรัฐบาล จะเอาอยู่หรือไม่? มีความเห็นจากผู้คนมากมาย

อ่านข่าว…  บ่อนโควิด”คนการเมือง” ระยอง

ปิดบูรพาเดิมพัน "หมอตี๋" เผชิญหน้า "หลงจู้"

หมอตี๋ ยังเกาะติดเรื่องบ่อน

ล่าสุด สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุข ระบุการพบเชื้อโควิด-19 ระบาดหนักในพื้นที่ภาคตะวันออก เชื่อมโยงบ่อนพนัน 99% ทำให้กระทรวงสาธารณสุข เตรียมเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ล็อกดาวน์ 3 จังหวัด(ชลบุรี ระยองและจันทบุรี) 28 วัน เนื่องจากกลุ่มเสี่ยงปกปิดข้อมูล ทำให้ควบคุมผู้ติดเชื้อ และพื้นที่การกระจายของเชื้อได้ยาก    

ตามแนวคิด “หมอตี๋” จะมีการปิดกั้นพื้นที่ช่องทางหลักที่มุ่งสู่ภาคตะวันออก ได้แก่ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเชื่อมต่อกับภาคอีสาน ทางเข้า จ.ชลบุรี ทั้งเส้นทางมอร์เตอร์เวย์ และถนนบูรพาวิถี โดยจะทำการตั้งด่านสกัดตรวจสอบเข้มทุกเส้นทางที่จะห้ามคนในออก คนนอกเข้า

++
ระยองต้องไม่มีบ่อน
++
เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2564 มีการแชร์ภาพผู้ชายหลายคนขนตู้ม้า ตู้สล็อตขึ้นรถปิคอัพ พร้อมข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ระบุว่า “ฉลองปีใหม่ 2564 คนระยองไม่ทนแล้ว เจ้าของไม่เก็บ เจ้าหน้าที่ไม่เก็บ แค่หยุดบริการเฉยๆ คนระยองเลยช่วยเก็บไปโยนทิ้งให้เสียเอง #ระยองต้องไม่มีบ่อน”     

นักข่าวในพื้นที่ จ.ระยอง พยายามตรวจสอบข้อมูลจากตำรวจ ก็ไม่ได้คำตอบอะไร เป็นภาพเก่าหรือใหม่ และเหตุที่เกิดอยู่ในระยองหรือไม่    

ดูเหมือนผู้ที่เผยแพร่ภาพการขนตู้สล็อตไปทิ้ง ผ่านสื่อโซเชียลนั้น ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป หากว่า ตู้สล็อตเหล่านั้นอยู่ในเมืองระยองจริง พวกเขาคงต้องการ “สื่อ” อะไรบางอย่างไปถึง “คนมีสี” ในพื้นที่ และการติดแฮชแท็ก #ระยองต้องไม่มีบ่อน คล้ายเป็นคำขวัญเชิงยุทธวิธี     

ปิดบูรพาเดิมพัน "หมอตี๋" เผชิญหน้า "หลงจู้"

ตู้ม้า ตู้สล็อต ในระยอง ชาวบ้านไม่ทน ขนไปทิ้งเอง

ก่อนวันปีใหม่ สาธิต ปิตุเตชะ ได้อัพสเตตัสในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ผมเชื่อมั่นในท่านนายกรัฐมนตรี” โดย “หมอตี๋” เล่าเรื่องในคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า หากเจ้าหน้าที่รัฐ ฝ่ายการเมือง หรือใคร หากพบบ่อนผิดกฎหมาย ให้แจ้งมาที่นายกฯ โดยตรง      

“ผมจะติดตามแหล่งแพร่ระบาดเชื้อ ที่ยากต่อการสอบสวนโรค โควิด 19 คือ บ่อนการพนัน ถาวรไปด้วยกันไป พร้อมกับท่าน(นายกรัฐมนตรี) เราจะมากำจัดบ่อน แหล่งแพร่เชื้อโควิด-19 ไปด้วยกันครับ”     

สรุปว่า หมอตี๋มีภารกิจจะสู้ทั้งโควิด และทั้งปราบบ่อนโดยพลังประชาชน 

++
ใหญ่กว่านักการเมือง
++
ถึงวันนี้ คนทั้งประเทศทราบแล้วว่า บ่อนพนันในภาคตะวันออก ที่เป็นแหล่งแพร่เชื้อโควิดรอบใหม่ มีเจ้าของคนเดียวกันคือ “หลงจู้ ส.”     

สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล เปิดเผยว่า บ่อนการพนันในพื้นที่ภาคตะวันออกแทบทุกจังหวัด เปิดบ่อนนานนับปีแล้ว ลักษณะการประกอบการ “หลงจู้ ส.” จะเป็นนายทุนให้เครือข่ายไปประกอบการบ่อนการพนันในหลายพื้นที่ หลงจู้จะเป็นคนไปเจรจาเรื่อง “ส่วย” กับเจ้าหน้าที่เอง    

“เขาค่อนข้างมีพรรคพวกและบริวารจำนวนมาก จนทำให้ฝ่ายการเมืองก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว” สันธนะ ผู้ที่รู้จักนายบ่อนทั้งประเทศ พูดถึง “หลงจู้ ส.” สั้นๆ แต่เข้าใจได้    

หลงจู้ ส. เป็นผลพวงของระบอบอุปถัมภ์ในสังคมไทย ที่เป็นรากฐานของการคอร์รัปชั่น หรือส่วยบ่อน    

ย้อนไปอ่านคำให้สัมภาษณ์ของ สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ กรณีที่มีลูกชาย หลงจู้ ส. โผล่เข้าไปร่วมประชุมในอนุ กมธ.บ่อนพนันออนไลน์ฯ ได้นั้น เพราะมีนักการเมืองใหญ่คนหนึ่งฝากฝังมา นี่ก็คือตัวอย่างหนึ่งแห่งรูปธรรมของระบอบอุปถัมภ์     

บังเอิญว่า โควิดระบาดมาแต่ต้นปี 2563 ส่งผลให้กาสิโนในประเทศเพื่อนบ้านปิดตัว โดยเฉพาะตามแนวชายแดนด้านจันทบุรี และตราด ทำให้บ่อนพนันผุดขึ้นในพื้นที่ตะวันออก รองรับนักเสี่ยงโชค    

บ่อนเครือข่ายของหลงจู้ ส. จึงเบ่งบานโดยประการฉะนี้

‘หยุดโรงเรียนเพื่อชาติ’ ล็อกโควิด-19 ก่อนทุกอย่างสายเกินไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454023

‘หยุดโรงเรียนเพื่อชาติ’ ล็อกโควิด-19 ก่อนทุกอย่างสายเกินไป

'หยุดโรงเรียนเพื่อชาติ' ล็อกโควิด-19 ก่อนทุกอย่างสายเกินไป

3 มกราคม 2564 – 18:05 น.

‘หยุดโรงเรียนเพื่อชาติ’ ล็อกโควิด-19 ก่อนทุกอย่างสายเกินไป…..บทวิเคราะห์โดย ชัยวัฒน์ ปานนิล

การเคลื่อนย้ายของประชากรจำนวนมาก ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ได้ทำลายเขตพื้นที่จนเป็นพื้นที่เดียวกันทั้งประเทศแล้ว ขอวิงวอน ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา รวบรวมความกล้า ใช้ดุลพินิจของท่านเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ เพื่อบุตรหลาน เพื่อนักเรียนของท่าน เพื่ออนาคตของประเทศชาติ

อ่านข่าว:

:เปิดเรียน #4มกรา หลังหยุดยาวปีใหม่ ห่วงนักเรียนรับเชื้อเข้าสู่โรงเรียน

:‘รมว.ศธ.’ ออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ สั่งปิดสถานศึกษาในพื้นที่สีแดง 28 จังหวัด

หลังกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ประกาศให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับ 28 จังหวัด ปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ในระหว่างวันที่ 4-31 มกราคม 2564 โดยจัดการเรียนการสอนตามแนวทางที่ กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

ปรากฏว่า มีหลายพื้นที่นอกเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด(สีแดง) ที่ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ใช้ดุลพินิจปิดเรียนเพื่อให้การดำเนินการป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด-19 ในระลอกใหม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่ยังคงเปิดเรียนตามปกติ อาจเป็นเพราะว่า เป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูงสุด (สีเหลือง) จึงไม่จำเป็นต้องปิดเรียน ทำให้มองได้ว่า การสั่งการที่ไม่ชัดเจน การแบ่งเขตพื้นที่ไม่ชัดเจน อาจทำให้การป้องกันที่ทำลงไปไม่เป็นผล เนื่องจากในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา มีการเคลื่อนย้ายของประชากรเป็นจำนวนมาก 

โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางออกจาพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) กลับไปยังภูมิลำเนาเพื่อฉลองปีใหม่ และกำลังจะกลับมาทำงานในวันที่ 4 มกราคม 2564 แม้ว่าทางรัฐบาลจะประกาศให้กักตัวต่อเนื่องจนครบ 14 วัน แต่ก็เป็นเพียงการขอความร่วมมือ ทำให้หน่วยงานต้นสังกัดหรือนายจ้าง ถือเป็นเหตุให้ขาดงานได้ 

รวมทั้งจังหวัดที่เป็นทางผ่าน เป็นจุดเชื่อมระหว่างพื้นที่ เช่น จังหวัดพิษณุโลก ที่เป็นประตูจากภาคกลางสู่ภาคเหนือ มีประชาชนจำนวนมากใช้เส้นทางดังกล่าวในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา และเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่แวะพัก เติมน้ำมัน รับประทานอาหาร หรือแวะจับจ่ายซื้อของฝากที่ระลึก กันบ้างเลย

หากรัฐบาลหรือผู้รับผิดชอบจะดำเนินการแบ่งพื้นที่และกำหนดมาตรการเช่นปัจจุบัน ก่อนหน้าเทศกาลปีใหม่ ก็ยังคงพอรับได้ แต่เวลาที่เหมาะสมได้ผ่านไปแล้ว

หลังมีการเคลื่อนย้ายของประชากรจำนวนมาก ในช่วงเทศกาลปีใหม่ การแบ่งเขตพื้นที่เช่นนี้ไม่ได้ เพราะทุกคนไปทุกที่และกลับมาจากทุกที่ เหมือนทำลายการแบ่งกั้นเขตพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

ดังนั้น ทุกคน ทุกพื้นที่ ต้องอยู่ในมาตรการขั้นเด็ดขาดเช่นเดียวกัน การดำเนินการครั้งนี้ถึงจะเป็นผล ถึงจะช้าแต่ก็ยังทันต่อเหตุการณ์ อย่าเอาเศรษฐกิจเป็นข้ออ้าง เอาประชาชนเป็นตัวประกัน เพื่อให้รัฐบาลเอาตัวรอด

เพราะเหตุการณ์มันผ่านจุดนั้นมาแล้ว มีภาคเศรษฐกิจส่วนใดบ้างที่ไม่ได้รับผลกระทบในตอนนี้ มีประชาชนคนใดบ้างที่ไม่ได้รับผลกระทบในตอนนี้ ลงมือแก้ไขให้ทันเวลา และสิ่งที่ท่านต้องทำไปพร้อมกันก็คือ เยียวยา

เหลือเวลาอีก 1 วัน ก่อนที่นักเรียน ซึ่งอาจจะได้รับเชื้อในช่วงเทศกาลปีใหม่จากญาติ พี่น้อง พ่อ แม่ ที่เดินทางกลับจากพื้นที่สีแดงมาฉลองปีใหม่กับครอบครัวที่บ้าน จะต้องเดินทางไปรวมกันที่โรงเรียน

ฝากผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา รวบรวมความกล้า ใช้ดุลพินิจของท่านเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ เพื่อบุตรหลาน เพื่อนักเรียนของท่าน เพื่ออนาคตของประเทศชาติ ประกาศ หยุดโรงเรียนเพื่อชาติ 14 วัน ก่อนที่โอกาสนั้นจะผ่านไป

คิดแบบเถ้าแก่ บทเรียน ‘โภคิน’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454022

คิดแบบเถ้าแก่ บทเรียน ‘โภคิน’

คิดแบบเถ้าแก่ บทเรียน 'โภคิน'

3 มกราคม 2564 – 17:24 น.

การขยับของทักษิณรับปีใหม่ สะท้อนความจริงจากปาก “โภคิน” พรรคเพื่อไทยหนีไม่พ้น “พรรคครอบครัว”

++
    ก่อนที่จะมีข่าวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ยื่นใบลาออกจากพรรคเพื่อไทย ตามด้วย “บิ๊ก เนม”  อีกสามรายนั้น มีความเคลื่อนไหวของคนการเมืองกลุ่มหนึ่งที่รีสอร์ทหรูของ “โภคิน พลกุล” แถวเขาใหญ่ 
    นัยว่าเป็นการสุมหัวคิด ของ ส.ส. และอดีต ส.ส.สายอีสาน ที่คิดการจะตั้งพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งพวกเขาได้ถกกันเรื่องนี้มาแล้วหนหนึ่ง ที่สนามกอล์ฟเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น 
    สำหรับ “โภคิน” อดีตกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย หลังลาออกจากพรรคเพื่อไทย นักกฎหมายใหญ่ที่สนิทสนมกับทักษิณ ชินวัตร มากว่า 20 ปี ได้ให้สัมภาษณ์ประชาชาติธุรกิจ ว่า ไม่ได้มีความขัดแย้งส่วนตัวกับอดีตนายกฯทักษิณ แต่มีปัญหาเรื่องหลักคิด
    “การออกจากพรรคไม่มีปัญหาส่วนตัว แต่มีปัญหาในหลักการ ถ้าทีมคุณทักษิณยังบริหารพรรคแบบ family-ครอบครัว ต่อไป ผมจะอยู่ไปทำอะไร”
    คำว่า “ทีมคุณทักษิณ” นั้น อาจารย์โภคิน คงไม่ได้หมายถึง สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และทีมกรรมการบริหารพรรค หากแต่หมายถึง “กลุ่มแคร์” และผู้ทรงอิทธิพลนอกพรรค

 

คิดแบบเถ้าแก่ บทเรียน 'โภคิน'


                       โภคิน เลือกทางเดินสายใหม่

++
คนแดนไกลไม่หยุด
++
    กว่า 13 ปีที่ ทักษิณ ชินวัตร ใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดน ยังคงรับบท “เถ้าแก่ใหญ่” คอยกำกับคนใกล้ชิด ให้จัดทัพจัดแถวมาโดยตลอด ตั้งแต่พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคไทยรักษาชาติ ที่ถูกยุบไป 
    เหมือนโภคินพูดไว้ คนในพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ขัดแย้งเรื่องส่วนตัวกับทักษิณ แต่จะมีปัญหาเรื่องหลักคิด-หลักการ อย่างเช่นกรณี “จดหมายน้อย” ที่ทักษิณเขียนถึงคนเชียงใหม่ และเชียงราย คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยบางกลุ่ม รู้สึกอึดอัด กังวลเรื่องข้อกฎหมาย 
    ทักษิณปรึกษาน้องสาวที่อยู่ดูไบ ก็ลงมือเขียนจดหมายน้อย อ้อนคนเชียงใหม่ ให้เลือกพิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ แถมยังเขียนถึงคนเชียงรายให้เลือก วิสาระดี เตชะธีรา วัฒน์ ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงราย 
    คนแดนไกลคิดง่ายๆว่า เป็นสิทธิ์ของคนที่ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง จะเชียร์ใครก็ได้ แต่คนในเพื่อไทยกลับรู้สึกหนาวๆร้อนๆ 

คิดแบบเถ้าแก่ บทเรียน 'โภคิน'

                   อ้วน ภูมิธรรม หนึ่งทีมแคร์ ที่อยู่หลังม่านเพื่อไทย 

++
สมาคมไทย-จีน
++
    โภคินให้สัมภาษณ์สื่อล่าสุดว่า ส่วนตัวมีความคิดมาโดยตลอด ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในสนามการเมือง สมัยอายุ 42 ปี ลาออกจากมหาวิทยาลัยมา ต้องการเห็นพรรคการเมืองที่ทำงานแบบมืออาชีพ เป็นสถาบันทางการเมืองแท้จริง
    จากการเป็นมือกฎหมายรัฐบาลบรรหาร และรัฐบาลชวลิต ร่วมสร้างพรรคความหวังใหม่ และย้ายมาพรรคไทยรักไทย จนได้เป็นรองนายกรัฐ และประธานรัฐสภา 
    เนื่องจากโภคินมาจากสายวิชาการ จึงวาดหวังที่จะสร้างพรรคเป็น “สถาบันการเมือง” ไม่ใช่ “พรรคเถ้าแก่”
    อีกด้านหนึ่ง โภคินอยู่ในวงจรอำนาจมานาน จึงมี “พวก” อยู่ในหลายพรรค ช่วง คสช.เรืองอำนาจ โภคิน พลกุล ได้เข้าไปทำงานที่สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน โดยโภคิน เป็นนายกสมาคมฯ คนที่ 5 สุชาติ ตันเจริญ เป็นอุปนายกสมาคม และไพศาล พืชมงคล เป็นอุปนายก และเลขาธิการสมาคม
    ดังที่รู้กัน จุดยืนและความคิดการเมืองของโภคิน อาจแตกต่างจากสุชาติ และไพศาล แต่ด้วยคอนเนกชั่นไทย-จีน จึงทำให้พวกเขาเดินไปด้วยกันได้
    ดูเส้นทางการเมืองของโภคิน ย่อมแตกต่างจากคนแบบ “หมอมิ้ง” หรือ “อ้วน ภูมิธรรม”  เพราะสองคนหลังนั้น มีภาพชัดว่า เป็นคนในบ้านชินวัตร 
    คนนอกบ้านอย่างโภคิน และอีกหลายๆคน จึงทยอยลาออกมาสร้างบ้านหลังใหม่ 

แพทย์ศิริราช เผย ‘ผู้ว่าฯสมุทรสาคร’ อาการดีขึ้นหลังติดเชื้อโควิด-19 เตรียมถอดเครื่องช่วยหายใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454017

แพทย์ศิริราช เผย ‘ผู้ว่าฯสมุทรสาคร’ อาการดีขึ้นหลังติดเชื้อโควิด-19 เตรียมถอดเครื่องช่วยหายใจ

แพทย์ศิริราช เผย 'ผู้ว่าฯสมุทรสาคร'  อาการดีขึ้นหลังติดเชื้อโควิด-19 เตรียมถอดเครื่องช่วยหายใจ

3 มกราคม 2564 – 16:30 น.

แพทย์ศิริราช เผย ‘ผู้ว่าฯสมุทรสาคร’ อาการดีขึ้น ชีพจรคงที่ เตรียมถอดเครื่องช่วยหายใจ แต่ยังดูแลใกล้ชิด เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัว ด้าน ภรรยาผู้ว่าฯ อาการปกติดี ไม่ได้รุนแรง หลังทั้งคู่ติดเชื้อโควิด-19

วันที่ 3 มกราคม 2564  ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทย์ศาสาตร์ศิริราชพยาบาล(รพ.ศิริราช) เผยความคืบหน้าอาการป่วยของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร หลังติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า อาการในช่วง 24 ชั่วโมง(ชม.) ที่ผ่านมามีแนวโน้มดีขึ้น ชีพจรคงที่ ระดับออกซิเจนในเลือดดี สามารถปรับมาอยู่ท่านอนหงายตามปกติได้แล้ว

อ่านข่าว : จากใจผู้ว่าฯสมุทรสาคร มาตั้งโรงพยาบาลสนามหน้าจวนผู้ว่าฯผมเลย ถ้าตั้งไม่ได้ ผมก็ไม่รู้จะเป็นผู้ว่าฯไปทำไม

“ในหลวง-ราชินี” ทรงรับผู้ว่าฯสมุทรสาคร-ภรรยา เป็นผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์

แม้ว่าระดับออกซิเจนในเลือดจะตกลงเล็กน้อย แต่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีรับได้ ไม่ต้องกลับนอนพลิกคว่ำ และจากนี้จะค่อยเข้าสู่ขั้นตอนการถอดเครื่องช่วยหายใจ เพื่อให้ผู้ว่าฯ ฝึกหายใจได้ด้วยตนเอง แต่อาจยังต่อรับออกซิเจนบ้างเป็นระยะ ทั้งนี้เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัว และไม่อยากให้รีบร้อนจนเกินไป

ส่วนการให้ยาฟาวิพิราเวียร์ ยังคงต้องให้อยู่แต่จะค่อยๆลดปริมาณลง เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการตรวจปริมาณไวรัสในร่างกาย ภาพรวมอาการดีขึ้น

ขณะที่นางชูติพร วิจิตร์แสงศรี ภรรยา ผู้ว่าฯสมุทรสาคร  ที่ได้รับเชื้อโควิด -19 ขณะนี้ได้ย้ายมารับการรักษาที่ รพ.ศิริราช อาการปกติดี ไม่ได้รุนแรง แต่เพื่อให้ได้มาอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว เพื่อความสะดวก โดย ภรรยา ผู้ว่าฯสมุทรสาคร ยังต้องอยู่ในห้องแยกโรค และไม่ได้อยู่ในห้องไอซียู