จบเกม เพดานม็อบทะลุหรือทะเลาะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447789

จบเกม เพดานม็อบทะลุหรือทะเลาะ

จบเกม เพดานม็อบทะลุหรือทะเลาะ

2 พฤศจิกายน 2563 – 09:49 น.

ทุกคนคือแกนนำ แกนนำย่อยหลุดคิว “ลดเพดาน” ทำเอาแกนนำตัวจริงส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว  คอลัมน์…. ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
คำว่า “เพดาน” หมายถึงส่วนที่สูงที่สุดของห้อง ไม่ว่าจะมีฝ้าหรือไม่ก็ตาม ถ้าไม่มีฝ้า หมายถึงส่วนสูงสุดถึงหลังคา 

การชุมนุมมวลชนของราษฎรครั้งล่าสุด กลายเป็นเรื่องลดหรือไม่ลดเพดาน เนื่องจากคณะราษฎร ได้ยื่นข้อเรียกแบบทะลุเพดานหลังคา ว่าด้วยเรื่องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ แต่กลับมีราษฎรอีกกลุ่มหนึ่ง กลับลดข้อเรียกร้องลงมา เหลือแค่ใต้หลังคา

อ่านข่าว…  “เพนกวิน” โชว์ป๋า  พลังบริสุทธิ์สุ่มเสี่ยง

เหตุเกิดที่สถานีรถไฟฟ้าอุดมสุข วันที่ 1 พ.ย.2563 มีการจัดกิจกรรมโดยกลุ่ม ‘All People Endgame’ เมื่อช่วงค่ำ ณัฐวุฒิ สมบูรณ์ทรัพย์ แกนนำคณะราษฎร โซนกรุงเทพฯ ตะวันออก ได้อ่านแถลงการณ์หัวข้อ ‘เพื่อนมนุษย์คือสิ่งสำคัญ’ เพื่อเรียกร้องต่อรัฐบาล 3 ข้อ ได้แก่ 1.นำรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 กลับมาใช้ใหม่ 2.ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ 3.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน

หลังจากนั้น สำนักข่าวออนไลน์หลายแห่ง ได้นำเสนอข่าว “ม็อบลดเพดาน” เพราะไม่มีข้อเรียกร้อง “ปฏิรูปสถาบัน” ทำเอาแกนนำระดับเซเลบหลายคนนอนสะดุ้ง

++
จ่านิวไม่รู้เรื่อง
++
ตกดึกวันเดียวกัน ณัฐวุฒิ สมบูรณ์ทรัพย์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่ออีกครั้งว่า แถลงการณ์ที่ตนเองได้อ่านต่อหน้ามวลชนและสื่อมวลชนนั้น เป็นไปในฐานะส่วนตัว เนื่องจากต้องการนำเสนอในมุมของผู้ที่ถูกดำเนินคดีจากการชุมนุม 

นัยว่า มวลชนส่วนหนึ่ง ไม่พอใจที่ณัฐวุฒิลดเพดานม็อบ จึงต้องมีการออกมาชี้แจงสื่อมวลชนอีกครั้ง

“จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ที่ร่วมปราศรัยในเวทีสถานีรถไฟฟ้าอุดมสุข ได้ชี้แจงทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ผมยังคงยืนยันข้อเรียกร้องเดิม ร่วมกับราษฎรทั้งหลาย ผู้เรียกร้องประชาธิปไตยทั่วประเทศ 

…ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ได้รับทราบมาก่อน และผมไม่ได้สังกัดกลุ่มดังกล่าวแต่อย่างใด”

ณัฐวุฒิ สมบูรณ์ทรัพย์ ปรากฏตัวครั้งแรกในการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2563 

วันที่ 18 ต.ค.2563 มีแฟลชม็อบที่แยกบางนา ณัฐวุฒิก็เป็นแกนนำมวลชนจัดกิจกรรมในโซนนี้ รวมถึงการจัดกิจกรรม ‘Endgame’ ที่แยกกิ่งแก้ว ลาดกระบัง 

ประเด็นทะลุเพดาน เคยเป็นข้อถกเถียงในกลุ่มแกนนำม็อบสามนิ้วมาก่อนหน้านี้ แต่เมื่อ “เพนกวิน-รุ้ง” เปิดแนวรุก 19 ก.ย.2563 เกมนี้ก็ถอยไม่ได้

++
เซเลบไม่ยอม
++
ข่าว “ม็อบลดเพดาน” ส่งผลให้เครือข่ายคณะราษฎร ต้องออกมายืนยันข้อเรียกเดิม โดยเฉพาะการปฏิรูปสถาบัน

‘เพนกวิน’ พริษฐ์ ชิวารักษ์ ที่นอนพักรักษาตัวอยู่ใน รพ.พระราม 9 ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ผมขอยืนหยัดต่อสู้เพื่อเป้าหมายที่ได้ปักธงกันไว้ และเราจะดำเนินตามยุทธศาสตร์ข้าวสามคำที่ทนายอานนท์ได้ประกาศไว้ คือ ขับไล่ประยุทธ์ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และปฏิรูปสถาบันกษัตริย์”

‘ลูกเกด’ ชลธิชา แจ้งเร็ว ได้โพสต์ย้ำข้อเรียกร้องเดิมว่า “เพื่อนเรา พี่เรา น้องเราหลายคนทุ่มแทบหมดหน้าตักในการต่อสู้ครั้งนี้ ที่สำคัญที่สุด มันคือการดูถูกความฝันและการต่อสู้ของตัวเอง ถ้าจะให้ทรยศการต่อสู้ของตัวเองและเพื่อนๆ เราทำไม่ได้จริงๆ เรามาไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับไปเป็นคนดวงตามืดบอดแล้ว”

เมื่อถอยหลังกลับไม่ได้แล้ว ก็ต้องเดินหน้าต่อไป แม้ว่าจะต้องชนกำแพง

ศึกเจดีย์ใหญ่ ‘สะสมทรัพย์’ รุ่น 3 ฝ่าด่านม็อบเด็ก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447715

ศึกเจดีย์ใหญ่ ‘สะสมทรัพย์’ รุ่น 3 ฝ่าด่านม็อบเด็ก

ศึกเจดีย์ใหญ่ 'สะสมทรัพย์' รุ่น 3 ฝ่าด่านม็อบเด็ก

1 พฤศจิกายน 2563 – 11:45 น.

เมืองเจดีย์ใหญ่เดือด “ไชยา” ส่งลูกชายคนโตลงสนามชิงนายก อบจ. เจอคู่แข่งค่าย “เจ๊เจี๊ยบ ก้าวไกล”

          สนามเลือกตั้งนายก อบจ.นครปฐม จะถูกจับตามองจากสื่อกระแสหลักอย่างแน่นอน เพราะตัวละครการเมืองท้องถิ่นนั้น เป็นเซเลบการเมืองระดับชาติ

          นั่นคือ ศึกวันดวลเกม ระหว่าง “กลุ่มชาวบ้าน” ของตระกูลสะสมทรัพย์ กับ “คณะก้าวหน้า นครปฐม” ที่มี “เจี๊ยบ นครปฐม” เป็นพี่เลี้ยง

       ++

       เจ้าพ่อขยะมาแล้ว

      ++

       กลุ่มชาวบ้าน เป็นองค์กรการเมืองท้องถิ่น ที่เสี่ยอ้อน-ไชยา สะสมทรัพย์ ก่อตั้งมาแต่ปี 2522

       สองทศวรรษที่ผ่านมา “ไชยา” เคยส่งคนลงสมัคร ส.จ. จนได้ยึดสภา อบจ.นครปฐม และมีตัวแทนเป็นนายก อบจ.นครปฐม มาเกือบทุกสมัย ตัวแทนของไชยาคือ พะเยาว์ เนียะแก้ว นายก อบจ.นครปฐม 3 สมัย      ศึกเจดีย์ใหญ่ 'สะสมทรัพย์' รุ่น 3 ฝ่าด่านม็อบเด็กสะสมทรัพย์ เดิมพันเลือกตั้งนายก อบจ.

       เมื่อบริบทการเมืองเปลี่ยน ตระกูล “สะสมทรัพย์” ก็ต้องปรับตัว ความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งใหญ่ ทำให้ไชยา ต้องส่งลูกชายหัวแก้วหัวแหวน “หนึ่ง” จิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ ลงป้องกันแชมป์

       หนึ่ง-จิรวัฒน์ เตรียมตัวลงชิงตำแหน่งนายก อบจ.นครปฐม มาตั้งแต่ช่วงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 นครปฐม ด้วยการช่วย “เผดิมชัย สะสมทรัพย์” ทำศึกล้างตาเอาชนะพรรคอนาคตใหม่ไปได้      

    เสี่ยหนึ่ง เรียนจบโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย จากนั้นไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศจนจบปริญญาตรี กลับมาก็เข้าทำงานกับครอบครัว ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับการกำจัดขยะ ที่ตนเองบอกว่าเห็นมาตั้งแต่ยังเด็ก โดยรับงานจาก กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นหลัก

ศึกเจดีย์ใหญ่ 'สะสมทรัพย์' รุ่น 3 ฝ่าด่านม็อบเด็ก

จิรวัฒน์ และไชยา สะสมทรัพย์ 

       ขณะที่เสี่ยหนึ่ง เป็นแม่ทัพธุรกิจ ไชยาก็ส่งลูกชายคนเล็ก “เสี่ยโหน่ง” พาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ ลงสนามการเมือง ได้เป็น ส.ส.นครปฐม มา 2 สมัยแล้ว

       ++

       แม่เจี๊ยบตัวจริง

       ++

      นครปฐม เป็นเป้าหมายหนึ่งของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ที่หวังปักธงให้ได้ และเป็น “โมเดลเขย่าท้องถิ่น”

        ตัวแทนคณะก้าวหน้า นครปฐมคือ ชัชวาล นันทะสาร หรือ “หมอชัช” เสนอตัวในนามกลุ่มปลุกนครปฐม

      ลำพัง “หมอชัช” คงไม่มีสีสัน หากไม่เอ่ยถึงคนนี้ “เจ๊เจี๊ยบ นครปฐม” อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

      ส.ส.อมรัตน์ หรือ “แม่เจี๊ยบ” ของแกนนำม็อบคณะราษฎร ไม่ว่าจะเป็นเพนกวิน ,รุ้ง, มายด์ และลูกเกด ชลธิชา ล้วนได้รับการดูแลจากแม่เจี๊ยบเป็นอย่างดี

      คาดว่า “เจี๊ยบ นครปฐม” คงใช้กลยุทธ์เดิม เกาะกระแสม็อบราษฎร เก็บเกี่ยวคะแนนจาก “คนเบื่อประยุทธ์” เหมือนสมัยการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562

      ภูมิทัศน์การเมืองนครปฐมในวันนี้ เปลี่ยนไปเยอะ โดยเฉพาะ อ.สามพราน อ.นครชัยศรี และ อ.พุทธมณฑล ที่มีสภาพ “กึ่งเมืองกึ่งชนบท

       คณะก้าวหน้าจึงแอบฝันล้มบ้านใหญ่ “สะสมทรัพย์” ด้วยกระแสม็อบราษฎร

ถอดรหัสคิด “อานันท์” ถึง “บิ๊กตู่” แนวร่วมมุมกลับ “ธนาธร” และขบวนการ 3 นิ้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447719

ถอดรหัสคิด “อานันท์” ถึง”บิ๊กตู่” แนวร่วมมุมกลับ “ธนาธร” และขบวนการ 3 นิ้ว

ถอดรหัสคิด "อานันท์" ถึง"บิ๊กตู่"  แนวร่วมมุมกลับ "ธนาธร" และขบวนการ 3 นิ้ว

1 พฤศจิกายน 2563 – 11:35 น.

ถอดรหัสคิด “อานันท์” ถึง”บิ๊กตู่” แนวร่วมมุมกลับ “ธนาธร” และขบวนการ 3 นิ้ว

ฮือฮามากเมื่อคนอย่าง อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯ ผู้ดีรัตนโกสินทร์ ส่งสัญญาณตรงๆไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นครั้งแรก

สัญญาณที่เป็น 2 ประเด็นใหญ่ของ ธนาธร ม็อบคณะราษฎร ก็คือ แก้รัฐธรรมนูญ และ นายกฯลาออก

ประเด็นแก้รัฐธรรมนุญ อานันท์ เปรียบเทียบว่า ในบางประเทศรัฐมนตรีเขามีไม่กี่มาตรา แต่ของบ้านเรามีเยอะเกินไป

ก่อนจะยิงเป้าตรง อันเป็นจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญปี 2560 คือ อำนาจ ส.ว. อานันท์ บอกว่า สภาสูงในอังกฤษมาจากการแต่งตั้งเหมือนกัน ไม่มีอำนาจเลือกนายกฯ ต่างจาก ส.ว.ไทยที่มาจากการแต่งตั้งและมีอำนาจในการเลือกตั้ง พร้อมสรุปว่านี่คือปัญหา

ขณะที่ประเด็นการเสนอให้นายกฯลาออก แม้นว่า อานันท์ ไม่พูดตรงๆ ว่า บิ๊กตู่ ควรจะลาออกตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม แต่หากถอดรหัสคำพูดและนัยของการพูดนั้นก็เท่ากับว่า เห็นด้วยที่นายกฯควรลาออกเพื่อยุติปัญหา

“ขอให้นายกฯ รับฟังเสียงของกลุ่มเยาวชนที่ออกมาเรียกร้อง และต้องพยายามทำความเข้าใจเยาวชนที่ออกมาชุมนุมด้วย แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จะตัดสินใจลาออกหรือไม่ นายอานันท์ระบุว่าก็เป็นสิทธิ์ของตัวนายกรัฐมนตรีเอง  เด็กเขายืนยันว่าท่านนายกฯ เป็นตัวปัญหา ผมไม่ทราบว่ามีประชาชนรุ่นอื่นอีกหรือเปล่า และเขามองว่าท่านนายกฯ เป็นคนเดียวที่สามารถปลดล็อกได้ จะปลดล็อกโดยวิธีลาออก หรือวิธีอะไรผมไม่รู้ หรือถ้าท่านไม่ลาออกผมก็ไม่ว่าอะไร เป็นสิทธิ์ของท่าน แต่ท่านต้องรู้นะ ว่าเขาเรียกร้องอย่างนั้น  เด็กเขาเริ่มต้นจากศูนย์ เขามองว่ามันผิดมาตลอดแล้ว มันผิดมา 7 ปีแล้ว”

ด้วยดีกรีความเสมอต้นเสมอปลาย และต้นทุนที่มีสูงของ อดีตนายกฯอานันท์ ที่โด่งดังในยุคเทคโนแครต ความเห็นต่อสาธารณะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พูดตรงๆ จึงสะเทือนถึง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่น้อย

ก่อนหน้านี้ อานันท์ ยังเคยเป็นนั่งฟัง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไปพูดถึงพรรคอนาคตใหม่ที่ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ อาคารมณียามาแล้ว

ครั้งนั้น เฟซบุ๊กของพรรคอนาคตใหม่ จงใจนำเสนอภาพนายอานันท์ และนายธนาธร เพื่อสร้างเครดิตให้กับ นายธนาธร ว่าผู้ดีรัตนโกสินทร์อย่าง นายอานันท์ ยังต้องมานั่งฟัง ความคิดของ นายธนาธร

ไม่มีใครทราบว่า แนวคิด ความคิด และอุดมการณ์ของ นายอานันท์ คือแนวคิด ความคิด และอุดมการณ์เดียวกันกับ นายธนาธร หรือไม่ เพราะนายอานันท์ ไม่กล้าสะท้อนความคิดของตนเองออกมาตรงๆ

จะเห็นว่าในบรรยากาศการบรรยายของนายอานันท์ ไม่ได้ข้องแวะไปที่ข้อเรียกร้องข้อที่ 3 คือการปฏิรูปสถาบัน เพราะนั่นจะเป็นการตอกย้ำ ”แผล” ในอดีตของ นายอานันท์ เข้าไปอีก นับเป็นความชาญฉลาดของอดีตนายกฯ

แต่หากเทียบกัน อดีตนายกฯอานันท์ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ได้สัมผัสความเป็นประชาธิปไตย แต่เป็นนายกฯที่มาจากเทียบเชิญ ต่างจาก พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไปอยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคในตำแหน่งนายกฯและเคยปราศรัยหาเสียงช่วยพรรคพลังประชารัฐ

อย่างไรก็ตาม นอกจากนายอานันท์แล้ว นายธนาธร ยังได้พบปะกับ ส.ศิวรักษ์ นักคิดนักเขียนชื่อดังอีกด้วย แต่ถึงวันนี้ ส.ศิวรักษ์ ยังไม่ได้แสดงแนวคิดออกมาในท่ามกลางข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ของม็อบ 3 นิ้วแต่ประการใด

จะด้วยเจตนาหรือไม่เจตนา แต่ความเห็นต่อสาธารณะครั้งนี้ของนายอานันท์ ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า เห็นด้วยกับ นายธนาธร และม็อบคณะราษฎร จนถือว่าได้ว่านี่คือแนวร่วมมุมกลับของนายธนาธร ที่น่ากลัวคนหนึ่ง

ยกระดับ ‘ม็อบราษฎร’ จะไปสู่หนไหน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447709

ยกระดับ ‘ม็อบราษฎร’ จะไปสู่หนไหน

ยกระดับ 'ม็อบราษฎร' จะไปสู่หนไหน

1 พฤศจิกายน 2563 – 10:45 น.

จะเป็นม็อบอีเวนท์ หรือยกระดับเป็น “ม็อบกดดัน” วัดใจแกนนำคณะราษฎร เมื่อรัฐรุกด้วยมาตรการทางกฎหมาย ..คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

        เหตุการณ์ความวุ่นวายที่ สน.ประชาชื่น เมื่อคืนวันที่ 30 ต.ค.2563 หากเป็นเมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว คงเกิดการจลาจล เหมือนกรณี สน.พลับพลาไชยไปแล้ว

        ดูเหมือน “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ พยายามบอกเพื่อนๆ ให้ยืนยันต่อสู้ด้วยสันติวิธี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ขอให้ใจเย็นๆ อย่าใช้ความรุนแรงในทุกกรณี

        คืนนั้นที่หน้า สน.ประชาชื่น เพนกวิน และมิตรสหายต่างร้องรำทำเพลงกันสนุกสนาน ไม่มีการปราศรัยปลุกเร้าเติมไฟเติมฟืนเหมือนบางม็อบในอดีต

        อย่างไรก็ตาม การที่นายตำรวจใหญ่แถลงข่าววว่า แกนนำม็อบราษฎร มีหมายจับอีก 80 หมาย ได้เพิ่มอุณหภูมิทางการเมือง อาจทำให้อารมณ์ม็อบทะลุจุดเดือดในสัปดาห์หน้านี้

        ++

        อีเวนท์ม็อบ

        ++

        คนเสื้อแดงบางกลุ่ม อาจรู้สึกหงุดหงิดกับกิจกรรมของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่ทำม็อบเหมือนจัดอีเวนท์ ไม่กดดัน ไม่ยกระดับ และไม่รู้ว่า เมื่อใดจะบรรลุเป้าหมาย

        ขณะที่แกนนำม็อบราษฎร ไม่ว่าจะอยู่นอกเรือนจำ หรือในเรือนจำ ยังยึดกุมเป้าหมายสะสมชัยชนะ และสร้างแนวร่วมให้เพิ่มขึ้น

        หัวหน้าการ์ดอาสาอย่าง โตโต้-ปิยรัฐ จงเทพ เห็นภาพเพนกวินและเพื่อนๆ ที่หน้า สน.ประชาชื่น ถึงโพสต์แรงว่า “อารมณ์ของผู้คนที่รักความยุติธรรมในตอนนี้ มันพุ่งกระชูดไปสู่จุดสูงเกินกว่าจะยอมรับฟัง ใครได้อีกแล้ว ราตรีนี้ จะเป็น ราตรี คืนสุดท้ายที่เราจะคุยกันที่โต๊ะเจรจา…”    

    ด้านกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ได้แสดงความไม่พอใจตำรวจผ่านเพจขององค์กรว่า “เมื่อประชาชนไว้ใจตำรวจไม่ได้ ความสงบที่ผู้มีอำนาจชอบอ้างกันนักหนา ก็จะค่อยๆ พังทลายลง ทั้งหมดนี้ผู้มีอำนาจจะโทษใครไม่ได้ นอกจากโทษตัวเอง”

       แปลความหมายได้ว่า การชุมนุมลักษณะอีเวนท์การเมือง อาจต้องยกระดับเป็น “ม็อบกดดัน”

       ย้อนไปเมื่อวันที่ 29 ต.ค.2563 “ไผ่ ดาวดิน” ได้ให้สัมภาษณ์สื่อทำนองว่า การเคลื่อนไหวชุมนุมมวลชน ต้องมีการยกระดับขึ้นก็ไปเรื่อยๆ และจะเพิ่มขึ้นมากอีก “รอดูแล้วกัน จะปิดหรือไม่ปิดถนนมิตรภาพ”

       แกนนำราษฎรหลายคน คิดยกระดับเป็น “ม็อบกดดัน” แต่ดูเหมือนแกนนำอีกปีกหนึ่ง ยังไม่ต้องการเผชิญหน้าแตกหักในเวลานี้

       ++

       ม็อบอุดมการณ์

       ++

       การออกแบบม็อบราษฎรให้เดินไปยื่นหนังสือที่สถานทูตเยอรมนี และการจัดกิจกรรมงานศิลปะราษฎร ที่วัดแขกสีลม อาจเรียกความสะใจของมวลชนบางกลุ่มได้ แต่เนื้อหาของกิจกรรมทั้งสองครั้งนั้น กลับกลายเป็นแรงกระตุ้นพลังอนุรักษนิยมให้มีการรวมตัวมากขึ้น

       ภาพและเสียงที่มีการไลฟ์สด ผู้เข้าร่วมชุมนุมบางคน ได้แสดงออกถึงการหยามหยัน และใช้ถ้อยคำหยาบคายต่อความเชื่อ ความศรัทธา ได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาโต้กลับทันที

       การแสดงพลังปกป้องสถาบันในต่างจังหวัด แกนนำราษฎรอาจประเมินว่าเป็นการจัดตั้งของข้าราชการ แต่การกลับมาของอดีตพระพุทธะอิสระ ในนามกองทัพประชาชนปกป้องสถาบัน หรือการขยับตัวของกองทัพธรรม สันติอโศก ก็มิอาจมองข้ามได้

       จินตนาการแบบ 6 ตุลา อาจไม่เกิดขึ้นในยุคนี้ แต่เหตุการณ์ความรุนแรง โดยตัวละครปริศนานั้น ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้

       ตราบใดที่ฝ่ายม็อบราษฎร ยังเน้นเนื้อหาทะลุเพดาน และปักธงอุดมการณ์เสรีนิยม

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤตการเมือง ธนาธร-อานันท์ พลิกเกมส์ แก้ลำปรับยุทธวิธี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447710

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤตการเมือง ธนาธร-อานันท์ พลิกเกมส์ แก้ลำปรับยุทธวิธี

'ซินแสเข่ง' ผ่าดวงวิกฤตการเมือง ธนาธร-อานันท์ พลิกเกมส์ แก้ลำปรับยุทธวิธี

1 พฤศจิกายน 2563 – 10:33 น.

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤตการเมือง ธนาธร ประกบ อานันท์ พลิกเกมส์ แก้ลำปรับยุทธวิธี ชี้ดวง อานันท์ เกิดปี 2475 ธนาธรหวังอาศัย เลขรัฐประหาร ปีวอก ทำลายดวงบ้านเมืองดวงประเทศ เพื่อหวังล้มสถาบันฯ

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤต การเมือง พลิกปม  ธนาธร  ประกบ  อานันท์  การเมืองอาวุโส  พลิกเกมส์  แก้ลำปรับยุทธวิธี  บุญหล่นทับ  ปีเสริมดวงอดีตนายกฯ  รับเสริมกำลังทัพ  กลุ่มก้าวหน้า  เมินเยาวชนปลดแอก ล้มสถาบันฯ  เคลียร์นายกฯ  ตู่   ต้องเข้าใจเยาวชน  ตัวปัญหา  ต้องลาออก  ชี้ดวง อานันท์  เกิดปี 2475  ธนาธรหวังอาศัย  เลขรัฐประหาร  ปีวอก ทำลายดวงบ้านเมืองดวงประเทศ เพื่อหวังล้มสถาบันฯ


'ซินแสเข่ง' ผ่าดวงวิกฤตการเมือง ธนาธร-อานันท์ พลิกเกมส์ แก้ลำปรับยุทธวิธี

ซินแสเข่ง   อ.ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง  ผู้อำนวยการ  สถาบัน  โหราศาสตร์  พยากรณ์  แห่งประเทศไทย  วิเคราะห์  เส้นทางการเมือง  อานันท์  ธนาธร  จับมืออดีตนายกฯ  อานันท์  ปันยารชุน  ออกมาเตือน บิ๊กตู่  พลเอก ประยุทธ  จันทร์โอชา  ต้องรับฟังข้อเรียกร้อง  ของเยาวชน ปลดแอกทำความเข้าใจข้อเรียกร้อง  เพราะนายกฯเป็นตัวปัญหา     โดย  หัวหน้ากลุ่มก้าวหน้า  ธนาธร  เป็นทางเลือกสุดท้าย  

'ซินแสเข่ง' ผ่าดวงวิกฤตการเมือง ธนาธร-อานันท์ พลิกเกมส์ แก้ลำปรับยุทธวิธี

ทำให้อดีตนายกฯ  เหมือนบุญหล่นทับ  ในยามชราสุดท้ายแห่งชีวิต  แต่ท่านจะต้องระวัง  เพราะในดวงชะตาท่านนั้น   ต้องระวังจากบุคคลที่ไม่หวังดี  ยุแหย่  สับสนขัดแย้งสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้น   ท่านจะต้องฟังหูไว้หู   เพราะปีเกิดของ  อดีตนายกฯ  ปี 2475    ตกดวงเป็นปีแห่งการสร้างความแตกแยกให้แก่ดวงเมืองของประเทศไทย  เป็นปีแห่งการสร้างความวุ่นวาย  สับสน  ก่อให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง  แตกแยก  ทำลาย  ทั้งที่ดวงท่านอานันท์   มีความเป็นผู้นำในการบริหารบ้านเมืองมาก่อน  แต่เชื่อว่าเส้นทางสุดท้ายนี้  จะต้องระวัง ถือว่าบุญหล่นทับ  รับทรัพย์ยามชรา  จนกลายเป็น  ลืมเสียงโห่ร้องขับไล่  ถึงสถาบันเบื้องสูง  ที่คนไทยทั้งประเทศเคารพนับถือ

'ซินแสเข่ง' ผ่าดวงวิกฤตการเมือง ธนาธร-อานันท์ พลิกเกมส์ แก้ลำปรับยุทธวิธี

ซินแสเข่ง  วิเคราะห์ถึงเหตุที่ผ่านมาเป็นการผิดพลาดอย่างร้ายแรงที่ไม่น่าจะเป็นไป  ถึงความรุนแรงที่จะตามมา  ถึงม็อบปลดแอกของกลุ่มนิสิต  นักศึกษา  นักเรียน  เยาวชน  ที่คาดว่าเป็นเพียงแต่ขับไล่ นายกฯในการบริหารงานแผ่นดิน  แต่ผลที่ออกมากลับลุกลามไป  จนยากที่จะแก้ไข  และตกเหตุให้เกิดความแตกแยกอย่างเดียว  หากปัญหาจะยุติลง  ในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน  ก็ถือว่า  ดวงเมืองชนะเหตุต่างๆได้  แต่ถ้าหากปล่อยให้สถานการณ์ลุกลามไปจนถึงเดือน  ธันวาคม รัฐบาลจะเดือดร้อน  เพราะทุกคนทั้งรัฐบาล  และกลุ่มประท้วงปลดแอก  ดวงตกมาตายหมู่พร้อมกัน   ถึงเวลานั้นก็จะต้องชี้ชะตาแล้วว่าใครจะอยู่หรือใครจะไป  ทั้งทางฝ่าย  กลุ่มก้าวหน้า  ธนาธร  ปิยุบุตร  และช่อพรรณิการ์  กลุ่มปลดแอก รวมถึง คณะราษฏร  หรือจะเป็น  นายกฯ  ประยุทธ  จันทร์โอชา  ชี้ขาดชัดเจน  และ  หากล้มใครไม่ได้  สิ่งที่จะเกิดขึ้น  คือ รัฐประหารอย่างแน่นอน  หนีไม่พ้น  อีกทั้งบ้านเมืองนี้   ทหารก็จะต้องเข้ามามีบทบาท  ในการปกครองประเทศต่อไป  และ  จะต้องมีการสูญเสียชีวิตของประประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน

คู่รักคู่แค้น ‘ชิดชัย’ ชน ‘กัลป์ตินันท์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447677

คู่รักคู่แค้น’ชิดชัย’ชน ‘กัลป์ตินันท์’

คู่รักคู่แค้น'ชิดชัย'ชน 'กัลป์ตินันท์'

31 ตุลาคม 2563 – 17:33 น.

เหมือนฉายหนังเก่า ศึกล้างแค้นของ “เกรียง กัลป์ตินันท์” กับ “ชิดชัย” อดีตขุนพลทักษิณ ที่วันนี้แยกทางสร้างอาณาจักรใหม่

++
    เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ต.ค.2563 “นายกแอน” สมปรารถนา วิกรัยเจิดเจริญ นายกเทศมนตรีนครอุบลฯ ได้อำลาข้าราชการ พนักงาน เทศบาลนครอุบลฯ เพื่อก้าวเข้าสู่สมรภูมินายก อบจ.อุบลฯ 
    ดังที่ “นายกแอน” เขียนไว้ในแฟนเพจ “นายกแอนหัวใจเพื่อประชาชน คนอุบลสมปรารถนา” มีใจความว่า “การจากลาในครั้งนี้ เพื่อก้าวสู่เส้นทางที่สูงขึ้นและนายกแอนจะกลับมาเพื่อช่วยกันพัฒนาบ้านเรา เพื่อประชาชน”
    7 ปีที่แล้ว “แอน สมปรารถนา” ได้รับการสนับสนุนจาก พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์, สิทธิชัย โควสุรัตน์ ,อดุลย์ นิลเปรม และ วิฑูรย์ นามบุตร โค่น “รจนา กัลป์ตินันท์” ภรรยาเกรียง กัลป์ตินันท์ คว้าเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครอุบลฯ ม าครอง

คู่รักคู่แค้น'ชิดชัย'ชน 'กัลป์ตินันท์'

                        นายกแอน-สมปรารถนา 

++
กลุ่มคุณธรรม
++
         หลังรัฐประหาร 2549 พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย กลับบ้านเกิด-อุบลราชธานี พลิกชีวิตจากนักการเมืองมาเป็น “นักพัฒนา” ก่อตั้ง “มูลนิธิพัฒนาอุบล” และหลายคนอาจยังไม่ทราบว่า “ชิดชัย” เป็นนายกสมาคมชาวอุบลราชธานี มาตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบัน 

คู่รักคู่แค้น'ชิดชัย'ชน 'กัลป์ตินันท์'

                    พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ 

    “ชิดชัย” จับมือกับนักการเมืองตระกูล “โควสุรัตน์” ตั้งกลุ่มคุณธรรม ส่ง สมปรารถนา วิกรัยเจิดเจริญ เป็นนายกเทศมนตรีนครอุบลฯ และ พรชัย โควสุรัตน์ เป็นนายก อบจ.อุบลฯ
    สำหรับการเลือกตั้งนายก อบจ.อุบลฯ ที่จะมาถึงในปลายปีนี้ กลุ่มคุณธรรม ตัดสินใจส่ง “นายกแอน” สมปรารถนา ลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.อุบลฯ 
    “ชิดชัย” เชื่อมั่นในฐานเสียงท้องถิ่นของตระกูล “โควสุรัตน์” บวกกับ ส.ส.อุบลฯ พรรคประชาธิปัตย์ จึงผลักดัน “นายกแอน” ข้ามชั้นเล่นสนามใหญ่

++
กัลป์ตินันท์ไม่ถอย
++
    แม้ไม่ได้เป็น ส.ส. แต่ “เกรียง กัลป์ตินันท์” ยังเป็นแม่ทัพ 3 จังหวัดอีสานใต้ (อุบลราชธานี ยโสธร และอำนาจเจริญ) และมีบทบาทในพรรคเพื่อไทย
    เลือกตั้งนายก อบจ.อุบลฯ หนนี้ เกรียง ส่งพี่ชาย “กานต์ กัลป์ตินันท์” อดีตนายก อบจ.อุบล ยุคพรรคไทยรักไทย ลงสนามในนามพรรคเพื่อไทย

คู่รักคู่แค้น'ชิดชัย'ชน 'กัลป์ตินันท์'

                             เกรียง กัลป์ตินันท์ ส่งพี่ชาย ทำศึกล้างตา 

    ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.อุบลฯ เที่ยวนี้ เกรียงมั่นใจมากขึ้น เพราะส.ส.อุบลฯ เพื่อไทย ไม่มีการแตกแถวเหมือนในอดีต 
    สองสมัยที่แล้ว ทีมเกรียงพ่ายแพ้แก่ตระกูล “โควสุรัตน์” เพราะสุพล ฟองงาม อดีตแกนนำเพื่อไทย ให้การสนับสนุนคู่แข่งของเกรียง แต่หนนี้ สุพลย้ายจากเพื่อไทยไปสังกัดพลังประชารัฐ
    นอกจากนี้ ยังกลุ่มอุบลคนดี ของ อดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ อดีต ส.ส.อุบลฯ หลายสมัย ที่ส่งลูกชาย “เชิดศักดิ์ (ตี๋เล็ก)โภคกุลกานนท์” อดีตรองประธานสภา อบจ.อุบลฯ ลงสนาม  

ไม่หลีกภัย ‘สาทิตย์’ คิดอะไร ชนทีมนายหัวกิจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447660

ไม่หลีกภัย ‘สาทิตย์’ คิดอะไร ชนทีมนายหัวกิจ

  ไม่หลีกภัย 'สาทิตย์' คิดอะไร  ชนทีมนายหัวกิจ

31 ตุลาคม 2563 – 13:40 น.

ศึกนายก อบจ.ตรัง สนุกเร้าใจ เมื่อ “สาทิตย์” ส่งน้องชาย “สาธร” ชนทีมเก่า “กิจ หลีกภัย”

++
    การเมืองท้องถิ่นเมืองตรัง ได้เวลาเปลี่ยนผู้เล่น เมื่อ “กิจ หลีกภัย” ที่เป็นนายก อบจ.ตรัง มาแต่ปี 2543 ในนาม “กลุ่มกิจปวงชน” ได้ประกาศวางมือ
    ต้นเดือน ก.ย.2563 “นายหัวกิจ” ได้ส่งไม้ต่อให้ “บุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ” นักธุรกิจรับเหมาระดับแถวหน้าเมืองตรัง เป็นหัวหน้าทีมกิจปวงชน 
    “โกเล้ง” บุ่นเล้ง เป็นพี่ชายของ “โกหนอ” สมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต ส.ส.ตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์
    หลัง “โกเล้ง-โกหนอ” เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.อบจ.ตรัง กลุ่มกิจปวงชน “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” ส.ส.ตรัง ให้สัมภาษณ์สื่อทำนองว่า กิจปวงชนไม่ใช่ ปชป. และตัวเขาเองก็เตรียมส่งทีม ส.อบจ.ลงสนามท้องถิ่นเหมือนกัน
    สัปดาห์ที่แล้ว มีข่าวว่า “โกหนอ” นัดเจรจากับสาทิตย์ จนได้ข้อยุติว่า ฝ่ายสาทิตย์จะได้ตำแหน่งรองนายกฯ และจะไม่ส่งผู้สมัครแข่งชิงเก้าอี้นายก อบจ.

+
เกมพลิก
++ 
    เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2563 มีข่าวใหญ่จากเมืองตรัง “สาธร วงศ์หนองเตย” เตรียมประกาศลงสมัครชิงเก้าอี้นายก อบจ.ตรัง เพื่อนำตรังสู่การพัฒนาที่สร้างสรรค์และยั่งยืน 
    “สาธร” เป็นน้องชายของสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมัยเป็นนักศึกษา เคยเป็นแชมป์โต้วาทีรามคำแหง ปี 2526 ประธานกลุ่ม นักศึกษาชาวตรัง รามคำแหง
    ปี 2556 สาธร เป็นแกนนำ กปปส.เมืองตรัง และปัจจุบัน สาธรทำหน้าที่ผู้ช่วยดำเนินงาน ส.ส.สาทิตย์ วงศ์หนองเตย 
    ข่าวชิ้นนี้ บอกให้รู้ว่า แผนการเจรจาร่วมกันเป็นพันธมิตรของตระกูล “โล่สถาพรพิพิธ” กับ “วงศ์หนองเตย” ไม่ประสบผลสำเร็จ

++
มังกรย่านตาขาว
++
    ตระกูล “โล่สถาพรพิพิธ” มีความแนบแน่นกันมาตั้งแต่ “นายหัวกิจ” เป็นนายก อบจ.ตรัง สมัยแรก และปีนั้น “โกหนอ” ก็เป็นรองนายก อบจ.ตรัง
    “โกหนอ” สมชาย โล่สถาพรพิพิธในฐานะบ้านใหญ่ อ.ย่านตาขาว ขยับเป็น ส.ส.ตรัง ประชาธิปัตย์ สมัยแรกปี 2544 
    สำหรับ “โกเล้ง” บุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ หัวหน้ากลุ่มกิจปวงชนคนใหม่ พี่ชายโกหนอ เจ้าของกิจการเล้งพานิชธนากูล และ หจก.โล่ทองการโยธา
    เมืองตรังในวันที่ “นายหัวกิจ” วางมือ “สาทิตย์” คนบ้านใหญ่ อ.ห้วยยอด จึงลุกขึ้นมาประกาศศึกว่า กลุ่มกิจปวงชน ยุค “โกเล้ง-โกหนอ” ไม่ใช่ประชาธิปัตย์

‘เน-หนู’ เอาไง คุณนายแป้งมัน ปะทะ ‘หมอแหยง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447650

‘เน-หนู’ เอาไง คุณนายแป้งมัน ปะทะ ‘หมอแหยง’

'เน-หนู' เอาไง คุณนายแป้งมัน ปะทะ 'หมอแหยง'

31 ตุลาคม 2563 – 11:47 น.

ท้องถิ่นโคราชมีแนวโน้มปรองดอง 3 พรรคใหญ่จับมือกัน ดัน “คุณนายแป้งมัน” สายภูมิใจไทย ยึด อบจ. 3 พันล้าน คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    ดังที่ทราบกัน อบจ.นครราชสีมา มีงบประมาณ 3-4 พันล้านบาท เกือบเท่างบฯบางกระทรวง และอาจจะมากกว่าบางกระทรวง จึงทำให้สมรภูมิเลือกตั้งท้องถิ่นนครราชสีมา มีการแข่งขันกันสูงโดยเฉพาะ ส.อบจ.โคราช มีมากที่สุดถึง 48 คน
    สำหรับเก้าอี้นายก อบจ.นครราชสีมา มีข่าวว่า พรรคและกลุ่มการเมืองเตรียมส่งผู้สมัครนายก อบจ.ลงชิงชัยมากกว่า 7 คน แต่ชั่วโมงนี้ คงเหลืออยู่ไม่กี่คน
    เมื่อ “เนวิน ชิดชอบ” และ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เปิดไฟเขียวให้ “วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” รมช.พาณิชย์ ส่งคู่ชีวิต “แม่หน่อย” ยลดา หวังศุภกิจโกศล ลงสนามนายก อบจ.เมืองย่าโม
    นัยว่า พรรคพลังประชารัฐ และพรรคชาติพัฒนา ก็พร้อมสนับสนุน “แม่หน่อย เอี่ยมเฮง” สานฝันยึด อบจ.โคราช
    ล่าสุด สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา เปิดเผยว่า ทีมโคราชชาติพัฒนาจะส่งเฉพาะ ส.อบจ. ในเขต อ.เมือง 8 เขต 8 คน และมีสโลแกนว่า “คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน”

++
คุณนายแป้งมันพันล้าน
++
    เมื่อวันที่ 19 ต.ค.2563 ที่ศูนย์การเรียนรู้โครงการเนื่องมาจากพระราชดำริ นิคมการเกษตรพืชอาหารและพืชพลังงานทดแทน บ้านดอนไร่ หมู่ 12 ต.กุดโบสถ์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา อันเป็นฐานที่มั่นการเมืองของ “กำนันป้อ” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ และเจ้าของโรงแป้งมันเอี่ยมเฮงอุตสาหกรรม ได้มีนักการเมืองท้องถิ่น 55 คน รวมตัวกันมาร้องขอให้ “เจ้หน่อย” หรือ ยลดา หวังศุภกิจโกศล ลงสมัครนายก อบจ.นครราชสีมา
    นี่คือพิธีกรรมทางการเมืองของกำนันป้อ ผู้มากบารมีในพื้นที่ อ.ครบุรี อ.เสิงสาง และ อ.หนองบุญมาก 

'เน-หนู' เอาไง คุณนายแป้งมัน ปะทะ 'หมอแหยง'

                        กำนันป้อ วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ผงาดคุมโคราช 

    จริงๆแล้ว ชาวบ้านในพื้นที่ 3 อำเภอที่ปลูกมันสำปะหลัง จะรู้จัก “เจ้หน่อย” หรือ “แม่หน่อย” เป็นอย่างดี ในบทบาทที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ชมรมทูบีนัมเบอร์วัน (เอี่ยมเฮง) อ.เสิงสาง และนักพัฒนาท้องถิ่น ที่มีสโลแกน “ฮักนะบ่ทิ้งกัน” 


'เน-หนู' เอาไง คุณนายแป้งมัน ปะทะ 'หมอแหยง'

                             แม่หน่อย-ยลดา หวังศุภกิจโกศล

++
หมอแหยงไม่ถอย
++
    อะไรก็เกิดขึ้นได้ ตอนแรกพรรคภูมิใจไทย เหมือนจะวางตัว “หมอแหยง” นพ.สำเริง แหยงกระโทก เป็นว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา แต่เกมพลิกกลายเป็น “คุณนายแป้งมันพันล้าน” คว้าโควต้าไป
    “หมอแหยง” นพ.สำเริง แหยงกระโทก อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา ได้วางแผนทวงแชมป์คืน ตั้งแต่วันแรกที่ตัดสินใจย้ายบ้านจากเพื่อไทยมาอยู่ภูมิใจไทย

'เน-หนู' เอาไง คุณนายแป้งมัน ปะทะ 'หมอแหยง'

                     หมอแหยง สู้หรือถอย 

    คนโคราชรู้ดี สมัยที่ “หมอแหยง” เป็นนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้ก่อตั้ง อสม. ทั้ง 32 อำเภอ และวันนี้มีตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีสาธารณสุข    

มีรายงานข่าวจากโคราชว่า หมอแหยงยังเดินหน้าจัดทีมลงสมัครนายก อบจ.นครราชสีมา แม้จะรู้สัญญาณจาก “บ้านใหญ่บุรีรัมย์”ว่า ให้หมอแหยงหลีกทางแล้วก็ตาม
    หมอแหยงจะแหยงสมชื่อ..หรือเดินหน้าขอทวงแชมป์คืน สัปดาห์หน้ามีคำตอบ

วิบากกรรม “ธนาธร” กับจุดจบบนเส้นทางการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447645

วิบากกรรม “ธนาธร” กับจุดจบบนเส้นทางการเมือง

 วิบากกรรม "ธนาธร" กับจุดจบบนเส้นทางการเมือง

31 ตุลาคม 2563 – 11:25 น.

วิบากกรรม “ธนาธร” กับจุดจบบนเส้นทางการเมือง

เอ่ยชื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นักการเมืองหนุ่มไฟแรงจากค่ายสีส้ม อนาคตใหม่ เสมือนผีพุ่งใต้ สว่างวาบแล้วค่อยดับหายไป

ด้วยการเล่นการเมืองแบบแรงและท้าทายกับอำนาจสารพัด เลยทำให้เส้นทางการเมืองของ ธนาธร ไม่ราบรื่น ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่ แม่สมพร อยากจะให้เป็น

การที่แม่สมพร อยากจะเห็น ธนาธร เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ตามระบอบประชิปไตย น่าจะหมดหนทาง เว้นเสียแต่ว่า จะมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมนักการเมืองตามมาในภายหลังเท่านั้น

นั้นหมายถึงโทษตัดสิทธิ์ทางการเมืองที่ธนาธรได้รับจะหายไป เป็นการล้างมลทินเพื่อให้บ้านเมืองกลับมาปรองดองสมานฉันท์อีกครั้งหนึ่ง

เพราะคดีของธนาธร ยังไม่ได้ร้ายแรงเท่ากับคดีของ ทักษิณ ชินวัตร ที่ทุจริตคอรัปชั่น โอกาสของ ธนาธร จึงยังไม่หมดไป ตราบใดที่เขายังกดปุ่มให้มนุษย์โซเชียลออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาล และร้องท้าทายสถาบันได้รายวัน

การถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองของธนาธร นับแต่เรื่องหุ้น มาจนถึงการยุบพรรคอนาคตใหม่ ก็ไม่ได้ทำให้ ธนาธร และผองเพื่อนอย่าง ปิยบุตร แสงกนกกุล และพรรณิการ์ วาณิช ท้อแท้เลย ตรงข้ามพวกเขากลับมามีพลังในการโหมฟืนใส่ไฟรัฐบาลได้หนักหน่วงและรุนแรงกว่าที่ยังมีสถานภาพเป็น ส.ส.เดินในสภา

การเปิดเกมนอกสภาโดยยึดเอาโมเดลและรูปแบบมาจาก โจว ชัวหว่อง ของฮ่องกง ได้กลายเป็นพลังที่น่ากลัวของฝ่ายรัฐบาลไปแล้ว เปล่าเลยรัฐบาลไม่ได้กลัวม็อบ แต่รัฐบาลไม่อยากสร้างรอยด่างในใจเพราะว่าผู้ชุมนุมคือเด็กนักเรียน นักศึกษา ที่มาตามคำสั่งออนไลน์ 

ถ้าในทางการเมืองนอกสภา ตอนนี้ธนาธร เป็นต่อฝ่ายรัฐบาล แต่ที่ธนาธร ได้รับ ไม่ได้มีเพียงคดีการเมืองเท่านั้น แต่ยังมีคดีอาญาที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ได้แจ้งข้อหาคดีอาญาตามมาหลังกรณีการกู้เงิน

คดีนี้ยังสู้กันอีกยาว แต่สิ่งที่ธนาธร เสียดายคือเงินส่วนเกินจาก 10 ล้านบาท จะตกเป็นของกองทุนพัฒนาการเมือง ตามกฎหมาย นี่คือสิ่งที่ยอมไม่ได้ 

แถมยังมีคดีอาญาการชุมนุมของแฟลชม็อบที่หน้าสกายวอล์ค ที่ ธนาธร ปิยบุตรและพรรณิการ์ เจออีกเมื่ออัยการสั่งฟ้อง ก็ต้องสู้กันอีกยาวนาน

แต่อย่างไรก็ตาม คดีเหล่านี้ก็คือเป็นคดีเล็กน้อย เป็นคดีข้างเขียงเท่านั้นเอง ธนาธร ยังคงแสดงอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชกดปุ่มให้ ”ซอมบี้”  ออกมาปิดถนนเส้นนั้นเส้นนี้เป็นรายวันได้อยู่ 

แต่หากเมื่อไหร่ที่ ฝ่ายความมั่นคงได้หลักฐานว่า คนเหล่านี้อยู่เบื้องหลังเทรนด์ปฏิรูปสถาบัน เมื่อนั้นจุดจบของ ธนาธร ก็จะมาถึง

ซินแสเข่ง ผ่าดวง ฮวงจุ้ย กรุงเทพมหานคร คู่ศึก ชิงเก้าอี้ ผู้ว่า กทม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447642

ซินแสเข่ง ผ่าดวง ฮวงจุ้ย กรุงเทพมหานคร คู่ศึก ชิงเก้าอี้ ผู้ว่ากทม

ซินแสเข่ง ผ่าดวง ฮวงจุ้ย กรุงเทพมหานคร คู่ศึก ชิงเก้าอี้ ผู้ว่ากทม

31 ตุลาคม 2563 – 10:47 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวง ฮวงจุ้ย กรุงเทพฯคู่ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่ากทม. ท่ามกลางวิกฤต ดวงเมือง ดาวมฤตยู มาแรง ทั้งการปะทะ แตกแยก โรคระบาด เหมือนคนดวงตก มาตายหมู่พร้อมกัน หากไม่แยกแยะ ปัญหาก็ไม่จบ ทั้งดวงผู้นำ รัฐบาล ผู้ก่อเหตุม็อบ ตกดวงแตกแยก ทำให้บ้านเมืองวิบัติ

ซินแสเข่ง ผ่าดวง ฮวงจุ้ย กรุงเทพมหานคร คู่ศึก ชิงเก้าอี้ ผู้ว่ากทม ท่ามกลางวิกฤต ดวงเมืองประเทศไทย ว่าใครจะอยู่ หรือใครจะไป เพราะในยุคนี้ ดาวมฤตยู มาแรง ทั้งการปะทะ แตกแยก  และโรคระบาด  เหมือนคนดวงตก มาตายหมู่พร้อมกัน ปัญหาความวุ่นวาย จึงเกิดขึ้น หากไม่แยกแยะ ปัญหาก็ไม่จบ   ทั้งดวงผู้นำ รัฐบาล   และดวงผู้ก่อเหตุม็อบ ทำลาย ตกดวงแตกแยก พร้อมกัน  ก็ทำให้บ้านเมืองวิบัติ

ซินแสเข่ง อาจารย์ชนม์ทรรศน์   ฤทัยผ่อง   หมอดูเข็มทิศทองคำ ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย  วิเคราะห์ดวง  อนาคต  ผู้ว่ากทม ยุคปี 2021 จับตา  3  ผู้นำ  คุณชัชชาติ    สิทธิพันธุ์  พลตำรวจเอก   จักรทิพย์  ชัยจินดา   และดร  สามารถ ราชพลสิทธิ์  ว่าใครจะมาแรง  แซงโค้ง  กับดวงชะตา ในยุคปี 2021   ซึ่งซินแสเข่ง  กล่าวว่า วิเคราะห์ไปตามจังหวะ  ดวงราศี  และโชคชะตา อาจมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง ก็มาจากช่วงจังหวะเดินดวงของดวงดาว ที่จะตีคู่ ว่าเกื้อหนุน ส่งเสริม และสนับสนุน  แต่ถ้าหากว่ามีดาวพระเคราะห์  ที่เข้ามาแทรก หรือกระทบ  ที่ก่อให้เกิดการทำลาย และสูญเสีย หากบุคคลดวงตก มาทำงาน   ถึงจะได้แต่เจอปัญหาก็ไปไม่รอด  เพราะฉะนั้นอ่านตามดวงคนดวงดี  มีโอกาสพาบ้านเมือง ไปสู่เป้าหมาย แห่งความสำเร็จ  ไม่ว่าจะเป็นสนามการเมือง ของประเทศ หรือ  ของกทม.

ดวงชะตา  คุณชัชชาติ   สิทธิพันธุ์   รอบอายุปี 2564   รอบอายุเข้าเคราะห์  55/56  ปี  อาจมีเรื่องให้หงุดหงิดใจ  ไม่สบายใจ  ชอบช่วยเหลือผู้อื่น  ได้ตำแหน่งก็เหมือนกับกินยาพิษเข้าไป  มีแต่ศัตรู   มีปัญหาความขัดแย้ง  ก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจ  สร้างความสับสน   ก่อให้เกิดความเป็นศัตรู   จากบุคคลที่ไม่หวังดี  อิจฉาริษยานินทาว่าร้าย  ทำดีออกไปกลับเป็นผลร้ายตอบกลับ  ให้ระวังเรื่องคดีความ 

ซินแสเข่ง ผ่าดวง ฮวงจุ้ย กรุงเทพมหานคร คู่ศึก ชิงเก้าอี้ ผู้ว่ากทม

ท่านพลตำรวจเอก จักรทิพย์  ชัยจินดา  ในปี 2564   รอบอายุเข้าเคราะห์เช่นเดียวกัน   62/63 ปี  หากมีเรื่องให้หงุดหงิดใจไม่สบายใจและไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง   มีปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้น   ในรอบปี 2564 นั้นไม่ได้เกื้อหนุนในดวงชะตาของ  พล ต อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา  ไม่ส่งผลให้ประสพความสำเร็จ  แต่ถ้าหากว่าได้รับเชิญให้เข้าร่วมกับรัฐบาลก็น่าจะอยู่ทางด้านกรมศาสนา  จะดีกว่า 

ซินแสเข่ง ผ่าดวง ฮวงจุ้ย กรุงเทพมหานคร คู่ศึก ชิงเก้าอี้ ผู้ว่ากทม

ส่วนทางด้าน  ดร.  สามารถ  ราชพลสิทธิ์   ปี 2564   ถึงแม้นว่ารอบอายุจะเข้าเคราะห์เช่นเดียวกัน  68/69  ปี  อาจมีเรื่องให้หงุดหงิดใจไม่สบายใจไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง  มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งเกิดขึ้น  แต่ฐานดวงชะตานั้นมีความมั่นคงกำลังเสริมในเรื่องของวันเกิด  และปีเกิด   ที่จะส่งผลให้เกิดความสำเร็จเกิดขึ้น  ทั้งโอกาศสามารถนำพากรุงเทพมหานครไปสู่เป้าหมายความสำเร็จ  และประสบความสำเร็จในด้านของการบริหารงาน   แต่ต้องระวังในปี 2564  มีเวลาก็อาจจะต้องหมั่นทำบุญบ่อยๆเพราะอย่างน้อยที่สุดก็จะเสริมดวงชะตาให้มีโอกาสประสบความสำเร็จ

ซินแสเข่ง ผ่าดวง ฮวงจุ้ย กรุงเทพมหานคร คู่ศึก ชิงเก้าอี้ ผู้ว่ากทม

ซินแสกล่าวเพิ่มเติมว่า  การวิเคราะห์ถึงดวงชะตาของผู้นำแต่ละคน บางคนถึงแม้นว่าจะมีโอกาสได้รับตำแหน่ง ก็ไม่ใช่ว่าโชคดี  แต่อาจจะเป็นกรรมก็ได้ ที่จะต้องมารับหน้าที่  และก็ต้องดูว่าสามารถที่จะบริหารงานไปได้หรือไม่   แต่ถ้าเอาคนดวงตกมาทำงาน   ก็อาจจะมีผลในการบริหารงานที่จะไม่สามารถบริหารนำไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จ  แต่ถ้าหากว่าผู้นำดวงตกแต่ยังอยู่ในหน้าที่และตำแหน่งทำอยู่ในปัจจุบันก็ต้องระมัดระวังในการตัดสินใจ  ไม่ประมาท  รู้เขารู้เรา  รู้จักประคองตัวเองให้ผ่าน  และพยายามตัดสินใจไม่ให้ผิดพลาด