เสียงการ์ด ไร้แกนนำสุ่มเสี่ยงสูง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446790

เสียงการ์ด ไร้แกนนำสุ่มเสี่ยงสูง

เสียงการ์ด ไร้แกนนำสุ่มเสี่ยงสูง

22 ตุลาคม 2563 – 10:27 น.

เสียงการ์ด ไร้แกนนำสุ่มเสี่ยงสูง ม็อบไร้แกนนำ มากด้วยปัญหา ฟังเสียง “หัวหน้าการ์ด” สะท้อนภาพจริง ไม่โลกสวย  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ชุนน้ำหมึก

++
หลังเล่นเกมม็อบดาวกระจายอยู่หลายวัน เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2563 แกนนำคณะราษฎร(ที่เหลืออยู่) จึงขยับเกมรุกต่อฝ่ายรัฐบาล โดยการเคลื่อนพลไปทำเนียบรัฐบาล ยื่นหนังสือให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออก

อ่านข่าว…  ม็อบไร้แกนนำ โคลนนิ่งฮ่องกง

เสียงการ์ด ไร้แกนนำสุ่มเสี่ยงสูง

โตโต้ หัวหน้าการ์ดอาสา

การเดินเท้าไปทำเนียบรัฐบาล เริ่มจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในช่วงก่อนค่ำ และยุติการชุมนุมก็ดึกโข ทุกอย่างจบลงด้วยดี    

นี่เป็นนวัตกรรมม็อบคนรุ่นใหม่จริงๆ ไม่มีรถเครื่องเสียง ไม่มีการปราศรัย มีแต่การสื่อสารผ่านแอพพลิเคชั่นเทเลแกรม และไลน์     

อย่างไรก็ตาม บทเรียนการเคลื่อนพลแบบไร้รถปราศรัย ไร้แกนนำ “โตโต้” หัวหน้าการ์ดอาสา บันทึกสรุปบทเรียนไว้น่าสนใจ
++
ลบภาพม็อบเก่า
++
“โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดอาสา ได้นำทีมการ์ดอาสาร้อยกว่าชีวิต มาดูแลความเรียบร้อยระหว่างการเดินขบวนไปทำเนียบ    

หลังม็อบยุติ มีเสียงวิจารณ์มากมาย รวมถึงเสียงบ่นของมวลชนคอซองผ่านเทเลแกรม ว่า เดินมาทำไม ไม่รู้อะไรเลย เมื่อยนะ    

“ผมเรียนอย่างนี้ตรงๆ ครับ  พวกท่านทั้งหลายที่ตำหนิ และแนะนำมา ผมยินดีรับฟังในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ไม่ใช่แกนนำ”    

โตโต้แสดงความรับผิดชอบ และได้บันทึกเรื่องราวต่างๆไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว    

เสียงการ์ด ไร้แกนนำสุ่มเสี่ยงสูง

ทีมการ์ดอาสา วันที่นำม็อบไปทำเนียบรัฐบาล

“ สิ่งที่ผมจะบอกทุกคนคือ คุณต้องลบภาพม็อบแบบเดิมในหัวคุณทิ้งไปเลย ภาพแบบที่ทั้งชีวิตนี้คุณเคยเห็น เคยสัมผัสมา คุณลืมมันไปได้เลย เวลานี้สิ่งที่คุณเห็นอยู่คือ ม็อบธรรมชาติเกือบ 100% ที่เหลือ ที่มีการชี้นำจากเพจหลักหลายๆ เพจนั้น ไม่มีการนำในระดับบุคคลจริง ทำให้ ในพื้นที่การชุมนุมจึงตอบโจทย์ #ทุกคนคือแกนนำ มันไม่สามารถจัดการอะไรได้เลยในแบบที่ในหัวอย่างให้เป็น”    

ม็อบราษฎรอีก 3 วันข้างหน้า จะกลับไปสู่การจัดการม็อบแบบเก่าหรือไม่ น่าติดตาม 

++
ม็อบธรรมชาติ
++
“โตโต้” ยอมรับว่า การดูแลม็อบธรรมชาติ มีความเสี่ยงพอประมาณ    

“มีปัจจัยมากมายที่ทำให้ม็อบมีความซับซ้อน ยุ่งยาก และ ท้าทายทุกความสามารถของผม หรือของทุกทีมที่เข้าอาสาดูแลขบวน  และแนวหน้า ไม่ว่าจะเป็น จำนวนคนมหาศาล , เส้นทางการเดินทางที่ต้องฝ่าการจราจร ที่หนาแน่น , การขัดขวางของ จนท. , อารมณ์ผู้คนที่เดือดดาล, การไร้แกนนำ และเครื่องขยายเสียง”    

อย่างไรก็ตาม โตโต้เชื่อว่า “ม็อบธรรมชาติ ที่ผู้คนต่างออกมาด้วยอุดมการณ์ของแต่ละคน ใครใคร่ทำอะไร ใคร่พูดอะไร มันคือสิ่งที่เราต้องทำใจยอมรับ  และนี้คือสิ่งที่รัฐบาลกลัวที่สุด”    

บังเอิญว่า ฝ่ายความมั่นคงก็ผ่อนปรนให้ม็อบเดินเท้าจนถึงที่หมาย และไม่บุกทะลุทะลวงด่านสุดท้าย     

ม็อบธรรมชาติ จึงยุติด้วยความปลอดภัย และกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ แต่ครั้งต่อไป ก็ต้องวัดใจแกนนำตัวจริง

ส่องเหตุผลม็อบ หลังเส้นตาย”บิ๊กตู่”ลาออก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446775

ส่องเหตุผลม็อบ หลังเส้นตาย”บิ๊กตู่”ลาออก

ส่องเหตุผลม็อบ หลังเส้นตาย"บิ๊กตู่"ลาออก

22 ตุลาคม 2563 – 09:45 น.

ส่องเหตุผลม็อบ หลังเส้นตาย”บิ๊กตู่”ลาออก

“ในเวลานี้ เราต้องถอยกันคนละก้าว เพื่อออกห่างจากทางที่จะนำไปสู่ปากเหว เส้นทางที่จะพาประเทศไทยของเราค่อยๆ ตกลงไปสู่หายนะ และสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมจะเริ่มเกิดขึ้นมากขึ้นๆ การใช้อารมณ์ความรู้สึกนำ ก็จะยิ่งสร้างอารมณ์ความรู้สึกที่ร้อนมากยิ่งขึ้น และการใช้ความรุนแรง จะยิ่งนำมาซึ่งความรุนแรงที่มากกว่าเดิม สิ่งเหล่านี้ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ได้สอนเรามาแล้วหลายครั้ง ซึ่งตอนจบของทุกครั้งก็คือความเสียหายที่ทิ้งไว้กับประเทศ”

บางส่วนจากถ้อยแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเมื่อคืนที่ผ่านมา และอีกหลายประเด็นที่น่าสนใจ 

“วิธีเดียวที่เราจะได้ทางออกของปัญหา ที่จะยุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย ทั้งสำหรับประชาชนที่ออกมาอยู่บนท้องถนน และสำหรับประชาชนอีกหลายสิบล้านคนที่ไม่ได้ออกมา คือการพูดคุยกัน ทำงานด้วยกัน ผ่านระบบ และกระบวนการของรัฐสภา ผมรู้ว่าเส้นทางนี้อาจจะต้องใช้เวลาและอาจจะไม่รวดเร็วทันใจ แต่เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่จะไม่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ ซึ่งเราต้องแสดงความใจเย็น และความเป็นผู้ใหญ่ในตัวของเราทุกคนออกมา กล้าที่จะเดินในเส้นทางสายกลาง”

การตั้งหัวข้อถอยคนละก้าวของนายกฯ ส่งสัญญาณว่า การแก้ปัญหาทางการเมือง ยังมีทางออก นั่นหมายถึงข้อเรียกร้องทั้งหมดของกลุ่มผู้ชุมนุม ไม่ว่าให้นายกฯลาออก การแก้รัฐธรรมนูญ หรือกระทั่งการปฏิรูปสถาบัน จะต้องถูกหยิบเข้าไปถกกันในที่ประชุมรัฐสภา อันเป็นตัวแทนประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย

หากสังเกตให้ดี จะเห็นว่าท่าทีของนายกฯมีการรับฟังมากขึ้น มากกว่าเดิม ถึงขนาดระบุว่าหากการชุมนุมเรียบร้อย ก็จะพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

นี่คือการยื่นไมตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ครั้งแรกต่อการชุมนุมที่มีขึ้นต่อเนื่องนับจากวันที่ 14 ตุลาคมเรื่อยมาจนถึงเมื่อวานนี้คือ 21 ตุลาคม นับเป็นเวลา 1 สัปดาห์พอดี

แต่สิ่งที่นายกฯ ใช้เวลาแถลงนั้น ม็อบเขาไม่ฟัง เขายังคงปลุกระดมคนให้ออกมาชุมนุมกัน จนเมื่อวานนี้ถือว่าการชุมนุมพีคที่สุดทั้งในด้านจำนวนคนและเนื้อหา

ในด้านจำนวนคนจะเห็นว่ามีคนที่เห็นด้วยกับคณะราษฎร เพิ่มจำนวนสูงขึ้น โดยเฉพาะเด็กนักเรียนและนักศึกษารวมถึงคนวัยทำงาน จะออกมาร่วมมากขึ้น 

และที่ชัดเจนที่สุดคือการยื่นหนังสือลาออกให้ พล.อ.ประยุทธ์ โดยการจัดพิมพ์หนังสือลาออกให้เรียบร้อย แถมหนังสือลาออกนั้นแผ่นใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้

การชุมนุมในห้วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา แทบจะเรียกได้ว่ายังหาเนื้อหาสาระข้อเรียกร้องที่ชัดเจนของคณะราษฎรไม่พบ  มีเพียงการยืนยันให้ นายกฯลาออก แต่ไม่ได้ให้เหตุผล

ที่ผ่านมาการชุมนุมก็เป็นไปด้วยความอะลุ้มอล่วยกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม แต่เมื่อวานนี้ เมื่อม็อบขีดเส้นตายให้นายกฯลาออกภายใน 3 วัน จุดนี้จะทำให้การเมืองตีบตันมากยิ่งขึ้น

ถามว่ามีเหตุผลอะไรมารองรับและเพียงพอแล้วหรือไม่ที่ นายกฯจะลาออก คำตอบคือยังไม่เพียงพอ นายกฯและรัฐบาลยังไม่ได้ทำอะไรให้เสียหาย 

แตกต่างจากการชุมนุมไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และการขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของกลุ่มแนวร่วม กปปส. 

รัฐบาลทักษิณ ทำความเสียหายทั้งการบริหารและเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทั้งการออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมสุดซอย และโครงการรับจำนำข้าว

แต่กับ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่มีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้น จึงเทียบกันไม่ได้ ขนาดรัฐบาลทักษิณ พันธมิตรฯใช้เวลาถึง 193 วันในการชุมนุม มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เอง กลุ่ม กปปส.ก็ใช้เวลาร่วมร้อยวัน มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บเช่นเดียวกัน

หรือจะย้อนไปถึงการชุมนุมของเสื้อแดง นปช.ขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ใช้เวลานาน มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีใครลาออก

มาถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กับการชุมนุม 1 สัปดาห์แล้วยื่นคำขาด ขีดเส้นตายว่าต้องลาออกภายใน 3 วัน เพียงเพราะพรรคการเมืองอย่างอนาคตใหม่ และแกนนำอย่าง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  , ปิยบุตร แสงกนกกุล และพรรณิการ์ วาณิช ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เท่านั้น ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่นายกฯจะลาออก

ที่สำคัญข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบัน และการชุมนุมที่มีการเสื่อมเกียรติพระราชีนี ที่ทำให้รัฐบาลและทหารจะยอมไม่ได้เป็นอันขาด

ข้อเสนอให้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนไปแก้ไข อันรวมถึงการบกร่างใหม่ตั้งแต่หมวด1และหมวด2 เป็นสิ่งที่รัฐบาลยอมรับไม่ได้ หากยอมวันนี้ สถาบันอันเป็นที่รักจะถูกก้าวล่วงและจะรักษาสถาบันเอาไว้ไม่ได้

พิเคราะห์จากสถานการณ์และเหตุผลดังกล่าว จึงเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีทางลาออก และจากนี้ไปให้จับตาว่า จะมีมาตรการด้านหนักออกมาจากภาครัฐเพื่อรับมือกับการชุมนุมที่จะสร้างความรุนแรงและความเสียหายให้ชาติมากขึ้น

เดินเดี่ยว ‘ชินวัตร’ แดงปลดแอก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446733

เดินเดี่ยว ‘ชินวัตร’ แดงปลดแอก

 เดินเดี่ยว 'ชินวัตร' แดงปลดแอก

21 ตุลาคม 2563 – 17:26 น.

มาแล้ว คณะราษฎรสายเสื้อแดง “ชินวัตร” นำทีมลุยเดี่ยว จับตาเครือข่ายแดงเมืองนนท์ วิทยายุทธ์ไม่ธรรมดา

++
    นับแต่มีการเคลื่อนไหวการเมืองท้องถนน แฟลชม็อบในนาม “เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี” ดูจะเป็นกลุ่มพลังที่ดูแปลกแยกกับกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ
    คณะแกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ส่วนใหญ่จะเป็น “แดงเมืองนนท์” นำทีมโดย “ไบรท์” ชินวัตร จันทร์กระจ่าง 
    เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2563 กลุ่มของชินวัตรประกาศพักการชุมนุม แต่ปรากฏว่า มีกลุ่มเยาวชนไม่ระบุสังกัด กลับนัดชุมนุมที่ห้าแยกปากเกร็ด ร้อนถึงกลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ต้องแจ้งว่า ไม่ใช่กลุ่มเดียวกัน
    เย็นวันที่ 21 ต.ค.2563 ชินวัตร นำทีมมาจัดกิจกรรมที่หน้ากระทรวงพาณิชย์ นนทบุรี พร้อมกับกลุ่มคนเสื้อแดงในนาม “แดงก้าวหน้า” 

++
เห็นต่างเพื่อไทย
++
    ในอดีต ชินวัตร จันทร์กระจ่าง เคยร่วมขบวนการแดงเมืองนนท์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากนักการเมือง พรรคเพื่อไทย 

 เดินเดี่ยว 'ชินวัตร' แดงปลดแอก

                                 ชินวัตร จันทร์กระจ่าง 


    พลันที่มีการเคลื่อนไหวมวลชน ใน พ.ศ.นี้ ชินวัตร กลับรู้สึกว่า ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ไม่ค่อยให้การช่วยเหลือพวกเขา
    วันก่อน ชินวัตร ปราศรัยพาดพิง ส.ส.นนทบุรี ทำให้สื่อบางสำนักนำไปพาดหัวว่า ชินวัตร ด่า ส.ส.เพื่อไทย แต่จริงๆแล้ว เขาแค่น้อยใจ
    “ผมแค่น้อยใจว่า ส.ส.บ้านผม ทำไมไม่มาช่วยเท่านั้นเอง และมีคนของ พท.นนทบุรี พยายามสกัดการชุมนุมของพวกเรา และไม่อยากให้พรรคเพื่อไทย จ.นนทบุรี สู้ไปกราบไปเท่านั้น หากทำให้พี่น้องเข้าใจผิด ผมขอกราบขอโทษจากใจจริงครับ”
    อีกประเด็นหนึ่ง ชินวัตรมองว่า “มันเป็นเรื่องที่ผมอึดอัดมานาน และผมไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยนนทบุรี ไปสนับสนุนหรือทำตัวเป็นพวกพ้องกับพรรคพลังประชารัฐ”
    สำหรับประเด็นว่า ตัวเขาสังกัดพรรคก้าวไกล ก็ไม่จริง และจะลงสมัคร ส.อบจ.นนทบุรี ได้ประกาศแล้ว ไม่ลงสมัครแล้ว

++
แดงเดินเดี่ยว
++
    ก่อนหน้านั้น ชินวัตร ในนามแกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี จัดกิจกรรม “รวมพลคนนนทบุรีไล่เผด็จการ” อยู่หลายครั้ง
    ด้วยความที่ชินวัตร เคยจัดรายการวิทยุชุมชนคนเสื้อแดง และเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาชน (กวป.) ที่จัดการชุมนุมคู่ขนานกับกลุ่ม กปปส. จึงรู้คนเสื้อแดงทุกกลุ่ม

    วันนี้ กลุ่มแดงก้าวหน้า 2563 และแดงปทุมธานี ได้ไหลรวมมาอยู่กับชินวัตร กลายเป็นคณะราษฎร สายเสื้อแดงไปโดยปริยาย


 เดินเดี่ยว 'ชินวัตร' แดงปลดแอก

แดงก้าวหน้า ร่วมกับชินวัตร 

ผู้ลี้ภัย 112 วอนอย่าทิ้ง “แดงก้าวหน้า” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446683

ผู้ลี้ภัย 112 วอนอย่าทิ้ง “แดงก้าวหน้า” 

ผู้ลี้ภัย 112 วอนอย่าทิ้ง "แดงก้าวหน้า" 

21 ตุลาคม 2563 – 14:10 น.

ผู้ลี้ภัย 112 ในยุโรป ขอแรงสนับสนุน “แดงก้าวหน้า” กองหนุนม็อบราษฎร 

++
วันนี้ พลังเยาวชนคนรุ่นใหม่ ในนาม “ม็อบราษฎร” มาแรง และได้รับการโจษขานทั้งแผ่นดิน     

“จรรยา ยิ้มประเสริฐ” นักเคลื่อนไหวด้านแรงงาน และผู้ลี้ภัยคดี 112 ในฟินแลนด์ ซึ่งได้ใช้สื่อโซเชียลปลุกระดมคนไทย ทั้งในและนอกประเทศ ให้สนับสนุนการชุมนุมของ “ม็อบราษฎร” 

อ่านข่าว…  แดงก้าวหน้า  แยกเวที 14 ตุลา 

ล่าสุด  “จรรยา” พูดถึงคนเสื้อแดง ที่ดูเหมือนว่า ช่วงหลังชุมนุมใหญ่ 14 ต.ค.2563 กลับไม่มีใครพูดถึงกลุ่มพลังเสื้อแดงมากนัก    

“หลายเดือนมานี้ กลุ่มแดงก้าวหน้า 2563 ได้ทำหน้าที่เป็นกองเสบียง กองเครื่องเสียง กองการ์ดอาสา และกองบริการรถพาผู้คนกลับบ้าน ในทุกการปราบปราม อุปกรณ์ของพวกเขาจะเสียหาย พวกเขาจึงฝากประชาสัมพันธ์ให้ช่วยกระจายช่องทางการสนับสนุนพวกเขาด้วย”    

จรรยาระบุถึง“กลุ่มแดงก้าวหน้า 2563”ซึ่งเป็นกลุ่มแดงอิสระ หรือกองหนุนลุงๆป้าๆ    

“ฝากพี่น้องเสื้อแดงทุก พ.ศ. ช่วยสนับสนุนกลุ่มแดงก้าวหน้า 2563 เพื่อให้ทำหน้าที่ของพวกเขาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ” 

++
แดงก้าวหน้าคือใคร?
++
“แดงก้าวหน้า 2563” หรือกลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย นำโดย ธนพล ธนเดชพรเลิศ หรือ ไก่ บิ๊กแมน เริ่มปรากฏตัวในม็อบประชาชนปลดแอก ตั้งแต่เดือน ก.ย.2563    

เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2563ไก่ บิ๊กแมน ได้ตั้งเวทีย่อยริมถนนราชดำเนิน ปราศรัยไล่ประยุทธ์ และเรื่องปากท้อง     

กลุ่มแดงก้าวหน้า ยังร่วมมือกับกลุ่มคนเสื้อแดงไม่เอาเผด็จการ ร่วมกับแดงเมืองหลวง,แดงพัทยา และแดงอีสาน นำโดย ศีรธนญชัย ไฮเทค, แป๊ะ บางสนาน ฯลฯ ให้การสนับสนุนม็อบราษฎร    

นอกจากนี้ กลุ่มแดงเมืองนนท์ นำโดย ชินวัตร จันทร์กระจ่าง และกลุ่มแดงปทุม นำโดย ศรรัก มาลัยทอง ก็ร่วมจัดแฟลชม็อบในพื้นที่เช่นกัน

โรคระบาด แฟลชม็อบข้ามโขง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446663

โรคระบาด แฟลชม็อบข้ามโขง

โรคระบาด แฟลชม็อบข้ามโขง

21 ตุลาคม 2563 – 10:01 น.

โรคระบาด แฟลชม็อบข้ามโขง ยุคดิจิตอล การเมืองไร้พรมแดน มีเสียงเรียกร้องประชาธิปไตยในลาว ผสมโรงจากฝั่งไทย   คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ม็อบออร์แกนิกรายวัน แสดงพลังให้คนไทยและชาวโลกได้ประจักษ์ถึงการเมืองรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในโลกดิจิตอล     

ประชาธิปไตยเบ่งบานในโลกดิจิตอล คนรุ่นใหม่ในไทยฝันถึง

อ่านข่าว…   ม็อบออร์แกนิก เอ็งมาข้ามุด เอ็งหยุดข้าแหย่

โรคระบาด แฟลชม็อบข้ามโขง

กฎหมายอาญา ว่าด้วยการกบฏ ของ สปป.ลาว

เหตุการณ์อาหรับสปริง (Arab Spring) ที่มีการใช้สื่อโซเชียลระดมคนออกมาประท้วงจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในโลกอาหรับ    

เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2563 แฟนเพจ Indochina Publishing Group ได้รายงานว่า มีการเรียกร้องประชาธิปไตยในโลกโซเชียลลาว ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 19 ต.ค. จนถึงเช้าวันที่ 20 ต.ค.2563  ปรากฏว่า แฮชแท็ก #ถ้าการเมืองลาวดี ขึ้นอันดับ 3  ของเทรนด์ทวิตเตอร์ในไทย     

เนื้อหาในทวีตจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลลาว และมีทวีตสนับสนุนจากแนวร่วมจากประเทศต่างๆ ที่เรียกกันว่า #MilkTeaAlliance     

“การชุมนุมประท้วงในเชิงกายภาพในประเทศลาว อาจทำได้ยาก แต่ในขณะนี้ การปลุกกระแสให้ออกมาตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้เริ่มขึ้นแล้วในโลกออนไลน์”      

ปฏิริยาต่อ #ถ้าการเมืองลาวดี ทางแฟนเพจ Lao Youth Radio FM 90.0 Mhz กระบอกเสียงขององค์กรชาวหนุ่มลาว ได้โพสต์ประมวลกฎหมายอาญาลาว ว่าด้วยการก่อกบฏ มาตรา 111 ผู้ใดเคลื่อนไหวต่อต้าน ล้มล้างรัฐ มีโทษจำคุก หรืออาจถูกประหารชีวิต

โรคระบาด แฟลชม็อบข้ามโขง

#ถ้าการเมืองลาวดี ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ในไทย

++
ไม่ใช่เรื่องใหม่
++
สงครามในลาวยุติมาแล้ว 44 ปีก็จริง แต่ความขัดแย้งทางความคิดระหว่าง “ลาวใน” (ฝ่ายซ้าย) กับ “ลาวนอก”(ฝ่ายขวา) ยังดำรงอยู่ มีการแบ่งขั้ว เลือกข้าง ยิ่งมีโซเชียลมีเดีย ยิ่งเห็นชัดถึงการต่อสู้ทางความคิดของคนลาวสองฝ่าย     

พลันที่โลกก้าวสู่ยุคดิจิทัล อิทธิพลของสื่อโซเชียล ทำให้คนลาวได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นกันมากขึ้น และเหนืออื่นใด คนลาวกว่า 80% ของประเทศ เสพข่าวออนไลน์เมืองไทย    

หลังสงครามเย็นยุติ ฝ่ายการเมืองของสหรัฐ เปลี่ยนนโยบายต่างประเทศ แต่คนกลุ่มหนึ่งที่รับมรดกความคิด “โลกเสรี-โลกคอมมิวนิสต์” มาแต่สมัยสงครามเย็น กลับปรับตัวไม่ทัน อย่างเช่นกลุ่มเวียดนามเสรี และกลุ่มลาวฝ่ายขวา ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินอเมริกา    

ในประเทศไทย ยังมี “ขบวนการลาวฝ่ายขวา” ฝังตัวอยู่ในรูปองค์กรเอ็นจีโอบ้าง องค์กรสื่อบ้าง     

พ.ศ.นี้ นักเคลื่อนไหวชาวลาว ยังใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นกระบอกเสียงในการวิจารณ์รัฐบาลลาว ในประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน, การละเลยสิทธิชุมชน และการทำลายสิ่งแวดล้อม 

โรคระบาด แฟลชม็อบข้ามโขง

ขบวนการเสรีลาว ที่เคลื่อนไหวในไทย

++
ลาวคุมเข้ม
++
ก่อนอื่น ต้องเข้าใจระบบการปกครองของ สปป.ลาว “พรรคประชาชนปฏิวัติลาว” (พปล.) มีอำนาจสูงสุด และใช้อำนาจผ่านฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ ตามหลักการ “ประชาธิปไตยรวมศูนย์” ประชาชนย่อมมีสิทธิเสรีภาพน้อยกว่าประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยสมบูรณ์     

ปี 2559 ตำรวจลาวจับกุมผู้ที่ตัดต่อรูปภาพ โฆษณาต่อต้านและใส่ร้ายป้ายสีผู้นำพรรค-รัฐ ผ่านเฟซบุ๊ก     

ปี 2562 ศาลแขวงจำปาสัก พิพากษาจำคุก 5 ปี “นางหมวย” เน็ตไอดอลลาว ในข้อหาสร้างความปั่นป่วนในสังคม      

ปีเดียวกัน ท้าวอ๊อด ไซยะวง สมาชิกกลุ่มเสรีลาวในไทย หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย      

แสดงว่ารัฐบาลลาว พร้อมใช้ “กำปั้นเหล็ก” จัดการกลุ่ม “คนบ่ดี” หรือคนต่อต้านรัฐ 

เบื้องลึกม็อบ เป้าอยู่ที่นายกฯหรือไปต่อที่สถาบัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446638

เบื้องลึกม็อบ เป้าอยู่ที่นายกฯหรือไปต่อที่สถาบัน

เบื้องลึกม็อบ เป้าอยู่ที่นายกฯหรือไปต่อที่สถาบัน

21 ตุลาคม 2563 – 09:20 น.

เบื้องลึกม็อบ เป้าอยู่ที่นายกฯหรือไปต่อที่สถาบัน

จากการประชุม ครม.เมื่อวานนี้ ดูเหมือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะยอมถอยหลายก้าวโดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญและการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ท่าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ต้องการให้การชุมนุมเลยเถิดมากไปกว่านี้ เพราะนั่นหมายถึงสถานการณ์จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการกระทบกระทั่งนำไปสู่การปะทะกันจะทำให้เสียเลือดเนื้อ

ดูจากการใช้รถฉีดน้ำ น้ำสี และน้ำผสมแก๊สน้ำตา ฉีกใส่ผู้ชุมนุม จุดนี้ทำให้นำไปขยายผลและมีการกระจายข่าวออกไปทั่วโลกว่า รัฐบาลใช้ความรุนแรง มันทำให้นานาชาติเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการชุมนุมในประเทศไทย อันจะทำให้สถานะของรัฐบาลตกเป็นรอง

ดังนั้นนายกฯ จึงมีดำริเพื่อเป็นการแก้เกม ทั้งยุทธวิธีในการจัดการผู้ชุมนุม และการเมืองระหว่างประเทศ ที่แน่นอนว่า กลุ่มผู้ชุมนุมและผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังม็อบ ต้องการที่จะให้นานาชาติเข้ามากดดันรัฐบาลไทย

อย่างไรก็ตาม การเปิดสภาสมัยวิสามัญเพื่อให้ ส.ส.และ ส.ว.ได้นำปัญหาไปพูดคุยไปอภิปรายกันนั้น ไม่น่าจะใช่ทางออกทั้งหมด เนื่องจากการชุมนุมของม็อบได้เลยจุดนั้นมาแล้ว

และยิ่งไปดูข้อเรียกร้องล่าสุด 3 ข้อ  ของคณะประชาชนปลกแอก คือ หยุดดำเนินคดี ปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมทั้งหมด และแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 

ส่วนข้อเรียกร้องของอีกของกลุ่มราษฎร63  ก็คือ นายกฯลาออก แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และปฏิรูปสถาบัน

ม็อบมีหลายกลุ่มข้อเรียกร้องเปลี่ยนแปลงรายวัน รัฐบาลจะเลือกเอาข้อเรียกร้องฝ่ายไหน เดิมเวลามีม็อบที่มีแกนนำ ฝ่ายรัฐบาลสามารถตั้งตัวแทนมาพูดคุยได้ว่า จะเอาอย่างไร แต่ครั้งนี้ บางกลุ่มมีแกนนำ บางกลุ่มไม่มี และบางกลุ่มแกนนำไม่ได้เปิดเผยตัว เลยทำให้เจรจากันยากเพราะแกนนำมีหลากหลาย ข้อเรียกร้องก็ผันแปรไปตามสถานการณ์ ซึ่งยากต่อการเจรจา

มีคำถามว่า หากนายกฯลาออกแล้ว จะจบหรือไม่ คำตอบคือเมื่อนายกฯลาออก ตามกติกาเดิม รัฐธรรมนูญเดิม ก็ยังไม่ใช่คำตอบที่ต้องการของกลุ่มผู้ชุมนุม เช่นเดียวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ให้นำร่างของประชาชนมาเป็นร่างหลักในการแก้ไข ก็ไม่ใช่แนวทางของรัฐบาล นายกฯคงยอมไม่ได้เพราะร่างของประชาชนที่เสนอมาโดยกลุ่มไอลอว์นั้น เป็นการร่างใหม่ทั้งฉบับซึ่งรวมถึงหมวด1 และหมวด2 ด้วย

ขณะที่นายกฯมีความต้องการให้สภาเร่งพิจารณานำร่าง 6 ฉบับ  เข้าโหวตในสภา แต่ว่าร่างของฝ่ายค้านและร่างของรัฐบาล ไม่แตะหมวด1 และหมวด2  นี่จึงเป็นความแตกต่างที่ชัดเจน

และที่ชัดเจนมากกว่านั้นคือผู้นำทางความคิดของม็อบ คือ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ยังเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการปฏิรูปสถาบัน ซึ่งแนวคิดนี้ต้องการลดทอนอำนาจของพระมหากษัตริย์ลง จะใช่โมเดลแบบอังกฤษหรือญี่ปุ่น ที่สถาบันไม่มีอำนาจทั้งทางตรงทางอ้อม โดยนิตินัยและพฤตินัยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมด รัฐบาลคงไม่ยอม

ดังนั้น  เมื่อพิจารณาจากข้อเรียกร้องและทางปฏิบัติที่จะเป็นไปได้แล้ว  จึงไม่เห็นว่ารัฐบาลจะทำตามข้อเรียกร้องเหล่านั้นได้ เป้าของม็อบจริงๆ ไม่ได้หยุดที่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เป้าอยู่ที่สถาบัน

เหมือนคำพูดที่ว่า ขอให้จบที่รุ่นเรา และสานต่อเจตนารมณ์คณะราษฎร2475 ให้จบสิ้น เหล่านี้คือสัญลักษณ์ของความต้องการที่แท้จริงของการชุมนุมในครั้งนี้

‘ฟ้าสีทอง’ เพลงม็อบราษฎร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446626

‘ฟ้าสีทอง’เพลงม็อบราษฎร

'ฟ้าสีทอง'เพลงม็อบราษฎร

20 ตุลาคม 2563 – 20:52 น.

เสียงเพลงฟ้าสีทอง บทกวีแห่งการต่อสู้เดือนตุลา กลับมากระหึ่มในม็อบราษฎรอีกครั้ง

++

 “ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า
ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาบสูญ
ไม่มีใครล้ำเลิศน่าเทิดทูน
ประชาชนสมบูรณ์นิรันดร์ไป
เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน”

บทกวีของ “วิสา คัญทัพ” ที่มีอายุกว่า 47 ปี ถูกเยาวชนคนรุ่นใหม่ นำมาอ่านซ้ำ และบางเวทีก็ร้องเพลงฟ้าสีทอง ในระหว่างการชุมนุมแบบม็อบดาวกระจาย  
    เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2563 “จุ๋ง” ไพจิตร อักษรณรงค์ อดีตนักร้องดังที่ใช้ชีวิตในเยอรมัน ได้โพสต์เฟซบุ๊คบอกเล่าความเป็นมาของบทกวีฟ้าสีทองว่า “บทกวีบทนี้พี่วิสาเขียนขึ้น เมื่อหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ไม่นานนัก ผ่านมา 47 ปีแล้วบ้านเมืองยังไม่มีประชาธิปไตยกลับเป็นเผด็จการมากกว่าเก่าวันนี้ขอส่งบทกวีบทนี้มาร่วมเป็นกำลังใจให้กับเยาวชน นักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชนอีกครั้งนะคะ” 

++
นักสู้แดนไกล
++
    ประมาณต้นเดือน มิ.ย.2563 “วิสา คัญทัพ” นักเขียนฝ่ายประชาธิปไตย ที่ลี้ภัยอยู่ในเยอรมัน ได้โพสต์คลิปอ่านบทกวีฟ้าสีทอง ทางแฟนเพจ Visa Khanthap
    “ในฐานะ 1 ใน 13 คน ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 หลังถูกปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไขจากเรือนจำชั่วคราวบางเขน ภาพที่เห็นตอนค่ำของคืนวันที่ 13 ตุลาคมคือ ภาพพลังนักศึกษาประชาชนเรือนแสนแน่นขนัดอยู่เต็มอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย”
    วิสา คัญทัพ เป็น 1 ใน 13 ผู้เรียกร้องรัฐธรรมนูญ ได้ถูกตำรวจจับกุม และเหตุการณ์ดังกล่าว ได้พัฒนาไปสู่การชุมนุมใหญ่ และเดินขบวนขับไล่เผด็จการ “ถนอม-ประภาส” 

เมื่อวิสา ถูกปล่อยตัวออกมา ก็ได้เห็นภาพการเดินขบวนครั้งประวัติศาสตร์ จึงเก็บภาพจำนั้นไว้ในใจ ยังไม่คิดจะเขียนบทกวี กระทั่ง ช่วงปี 2517-2518 วิสาได้ทำงานประจำที่กองบรรณาธิการ นสพ.“เสียงใหม่” รายวัน 
    “ผมเขียนกลอนบทนี้ที่นี่ ตอนนั้นผมรับเป็นผู้ถอดความหนังสือประกอบภาพปั้นของจีนที่ชื่อ “พืชพันธุ์แห่งการต่อสู้ : ภาพปั้นแกะสลักของชนผู้ยากไร้” อันเป็นเรื่องราวความทุกข์ระทมของชาวนาจีนในสังคมศักดินา ตอนจบของเรื่อง ที่หน้าสุดท้ายมีภาพดวงตะวันสีแดงดวงโตปรากฎซ้อนอยู่กับภาพชาวนาที่ลุกขึ้นสู้ จนได้ชัยชนะ”
    แรงบันดาลใจที่เขียนกลอนฟ้าสีทอง ไม่ใช่ใบหน้าชาวนาจีน แต่หากเป็นภาพพลังนักศึกษาประชาชน 14 ตุลา 
    ถัดจากนั้น วรรคทอง “เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน” ได้ถูกนำไปเผยแพร่ผ่านเวทีม็อบชาวนา ม็อบกรรมกร นักไฮด์ปาร์คนิยมท่องกวีบทนี้ปลุกเร้าประชาชน รวมถึงใส่ทำนองดนตรีเป็นบทเพลง

ม็อบมีหัว แกนนำเจ้าเก่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446509

ม็อบมีหัว แกนนำเจ้าเก่า

ม็อบมีหัว แกนนำเจ้าเก่า

20 ตุลาคม 2563 – 09:20 น.

ม็อบมีหัว แกนนำเจ้าเก่า ม็อบราษฎรเบ่งบาน เหมือนม็อบไร้หัว แต่ก็มี “เสนาธิการ” หลังม่าน เปิดเกมรุกไล่เผด็จการ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
วันที่ 19 ต.ค.2563 ดูเหมือนจะมีข่าวดี ท่ามกลางความตรึงเครียดของสถานการณ์การเมืองนอกสภา เมื่อทุกฝ่ายเห็นพ้องและตกผลึกร่วมกัน ให้ใช้เวทีรัฐสภาในการหาทางออกให้ประเทศ    

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็สนับสนุนให้ใช้เวทีสภา โดยการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ 

อ่านข่าว…  เปิดหน้าชน ‘ทอน’ สอนม็อบ พลิกฟ้าคว่ำดิน

ขณะเดียวกัน แกนนำคณะราษฎร (ที่ยังเหลือรอดจากการจับกุม) ได้ออกคำสั่งให้รัฐบาลทำตาม 3 ข้อ ดังต่อไปนี้    

1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออก พร้อมทั้งคณะรัฐมนตรี 2.เปิดสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของประชาชน 3.ปฏิรูปสถาบันฯ โดยด่วน    

พ่วงด้วยขอสั่งให้ปล่อยตัว และต้องไม่ดำเนินคดีใดๆ กับกุมผู้ถูกจับกุมอีก ยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินภายใน 24 ชั่วโมง 

++
เกมของเด็ก
++
นับแต่วันที่ 17 ต.ค.2563 เป็นต้นมา ได้มีการชุมนุมรายวัน โดยไร้แกนนำ นวัตกรรมใหม่ของม็อบการเมืองที่กำลังถูกพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้     

ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Starless Night – Harit Mahaton ได้วิเคราะห์ว่า “อย่างที่บอกว่าม็อบนี้เป็นลักษณะของม็อบ โอเพ่นซอร์ส คือเป็นแพล็ตฟอร์มให้กลุ่มต่างๆ นำทักษะที่ตัวเองมี มานำเสนออย่างเสรี หลักการคือ เป้าหมายอยู่ที่ประชาธิปไตย มีปัญหาให้แก้ไขรายวัน”    

ผู้เขียนได้พูดถึง “เกมออนไลน์” ที่คนรุ่นใหม่คุ้นเคย แต่เอาเข้าจริงแล้ว ในช่วงสองสามวันมานี้ ฝ่ายความมั่นคงมองว่า ไม่ใช่ออร์แกนิกม็อบ หรือม็อบไร้หัว    

ตัวละครหลังม่าน ยังบงการ “เกมชิงอำนาจ” อยู่ในซอกหลืบ ร่วมกับแกนนำที่ยังไม่ถูกจับกุม 

++
แกนนำคืนสังเวียน
++
เหมือนฝ่ายผู้ถืออำนาจเรียนรู้แล้วว่า เพลี่ยงพล้ำทางการเมือง จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่แยกปทุม จึงถอยมาหนึ่งก้าว    

การปล่อยตัวชั่วคราวบรรดาแกนนำ และผู้ร่วมชุมนุมของคณะราษฎร จึงบังเกิดขึ้นอย่างฉับพลันทันที    

จะว่าไปแล้ว การชุมนุมดาวกระจาย ที่ชูคำขวัญ “ทุกคนคือแกนนำ” แท้ที่จริงแล้ว ก็ยังมีแกนนำคณะราษฎรมากำกับการชุมนุมอยู่    

ไม่ว่าจะเป็น “จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ,ธัชพงศ์ แกดำ และ “ลูกเกด” ชลธิชา แจ้งเร็ว  ซึ่งคนเหล่านี้ เป็นรุ่นพี่ของเพนกวิน และรุ้ง ปนัสยา    

ดังนั้น เพจกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ที่ลูกเกดดูแลอยู่ จึงประกาศท้ารบกับรัฐบาล    

“หากครบ 24 ชั่วโมง (นับถึง 18.00 น. วันที่ 20 ต.ค.2563) แล้ว รัฐบาลไม่ยอมทำตามข้อเสนอที่ทางเราที่ได้เรียกร้อง ทางเราขอประกาศว่าเรามี ‘บิ๊กเซอร์ไพรส์’ รออยู่”    

กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย เป็นเสมือนหลังบ้านของ “แฟลชม็อบ” มาตั้งแต่ยกแรกๆ จนมีพัฒนาการเป็น “คณะประชาชนปลดแอก” และ “คณะราษฎร”     

ตัวละครในกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และนักการเมืองฝ่ายค้านค่ายสีส้ม ก็คือสหายร่วมอุดมการณ์เดียวกัน 

จับตา ปชป.-ภท. จะ”เท” พปชร.เอาตัวรอด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446505

จับตา ปชป.-ภท. จะ”เท” พปชร.เอาตัวรอด

จับตา ปชป.-ภท. จะ"เท" พปชร.เอาตัวรอด

20 ตุลาคม 2563 – 09:05 น.

จับตา ปชป.-ภท. จะ”เท” พปชร.เอาตัวรอด

ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ในการประชุมครม.วันนี้ มีคนเสนอให้ นายกฯและครม.ผ่าทางตันด้วยการเสนอเปิดประชุมเพื่ออภิปรายโดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา165

เนื้อหาของมาตรานี้บัญญัติว่า “ในกรณีที่มีปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินที่คณะรัฐมนตรีเห็นสมควรจะฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา นายกรัฐมนตรีจะแจ้งไปยังประธานรัฐสภาขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ รัฐสภาจะลงมติในปัญหาที่อภิปรายมิได้”

ความจริงต้นเหตุของปัญหาไม่ได้มาจาก ครม.เพียงฝ่ายเดียวแต่มาจากสภานิติบัญญัติด้วย นับแต่การซื้อเวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญอันเป็นข้อเรียกร้องของฝ่ายค้านและกลุ่มผู้ชุมนุม

ในเบื้องต้นทั้งรัฐบาลและ ส.ว.ต่างประเมินผิดคิดว่าม็อบไม่น่าจะมีการขยายตัว พูดง่ายๆ คือม็อบไม่มีทางจุดติดด้วยเงื่อนไขเพียงเท่านี้ แต่การที่รัฐบาลและ ส.ว.พยายามทุกวิถีทางในการซื้อเวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไปด้วยการตั้ง กมธ.ขึ้นมาศึกษาชุดแล้วชุดเล่า

นี่คือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ความไม่พอใจขยายวงออกไปยิ่งขึ้น ยิ่ง กมธ.ที่ศึกษา 30 วันขอขยายเวลาออกไปอีก 15 วัน  ยิ่งเป็นการเติมเชื้อฟืนใส่ไฟกว่าเดิม

ด้วยเหตุนี้การที่รัฐบาลเพิ่งจะมาเสนอให้เปิดสภาเพื่อหาทางออกตามรัฐธรรมนูญมาตรา165  เห็นว่าไม่น่าจะยุติการชุมนุมลงได้ เนื่องจากฝ่ายค้านทราบดีว่าการใช้สภาไม่สามารถเอาชนะรัฐบาลได้ มีทางเดียวคือเล่นเกมนอกสภานั้นคือลงถนน

ขณะเดียวกันพรรคร่วมรัฐบาลเอง ต่างมองเกมออกว่า การชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่การชุมนุมธรรมดา มีหลายอย่างที่ไปเร็วกว่าที่คาดเอาไว้ ฉะนั้นจึงเกิดการชิงการนำทางการเมือง เรียกง่ายๆ คือเอาตัวรอดทางการเมือง

ก่อนหน้านี้ ช่วงที่มีเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็มีพรรคภูมิใจไทย ที่ออกอาการชิงธงนำเรียกคะแนนก่อนเพื่อน ตามด้วยพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนพลังประชารัฐ พรรคแกนนำนั้นไม่ต้องพูดถึง ยังเอื่อยเฉื่อยอยู่เหมือนเดิม

ล่าสุดพรรคภูมิใจไทยก็ประกาศจุดยืนนำไปก่อนทั้งการจงรักภักดีต่อสถาบัน การแก้รัฐธรรมนูญและการแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ตามด้วยการแถลงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ และพลังประชารัฐก็ยังช้าอีก

ประกอบกับมีการเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย แสดงจุดยืนไม่เอาด้วยกับพรรคพลังประชารัฐ สถานการณ์เช่นนี้จึงน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งว่า พรรคไหนจะชิ่งดีดตัวเองออกจากพรรคร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ

หากประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย ถอนตัว หนทางเดียวที่นายกฯจะต้องเลือกคือยุบสภาไปเลือกตั้งใหม่ แต่การชุมนุสมน่าจะไม่ยุติเนื่องจากไม่ยอมรับกติกาเก่า 

ดังนั้นการเมืองในห้วงสัปดาห์นี้น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง 

“ไหมไทย” ไม่เอาประยุทธ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446463

“ไหมไทย” ไม่เอาประยุทธ์

"ไหมไทย" ไม่เอาประยุทธ์

19 ตุลาคม 2563 – 15:26 น.

“ไหมไทย” ไม่เอาประยุทธ์ พระเอกใหญ่ไม่กลัวทัวร์ลง “ไหมไทย” แสดงจุดยืน “ไม่เอาประยุทธ์” เอฟซีขานรับเกรียวกราว

++
หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังกระชับพื้นที่การชุมนุมของคณะราษฎร 2563 ที่สี่แยกปทุมวัน ได้สร้างความขัดแย้งในสังคมไทยอีกครั้ง เพราะมีทั้งผู้ที่ประณามปฏิบัติการของตำรวจ และสนับสนุนการใช้มาตรการเฉียบขาด

"ไหมไทย" ไม่เอาประยุทธ์

ที่ขาดไม่ได้ ดารา นักร้องคนดังในวงการบันเทิง ต่างออกมาแสดงความคิดเห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสนับสนุนการต่อสู้ของคณะราษฎร    

มีความน่าสนใจในสายลูกทุ่งอีสาน เมื่อพระเอกใหญ่ “ไหมไทย หัวใจศิลป์” ได้โพสต์เฟซบุ๊ค ตอนกลางดึกคืนวันที่ 17 ต.ค.2563 ข้อความว่า “ไม่พูดเยอะ เจ็บคอ จะนอนแล้ว…ยุทธ ออกไป”    

ปรากฏว่า มีแฟนเพลงมาแสดงความเห็นใต้สเตตัสนี้กันมากมาย ส่วนใหญ่จะชื่นชมและยกย่องการแสดงออกครั้งนี้ของไหมไทย    

"ไหมไทย" ไม่เอาประยุทธ์

วันถัดมา ไหมไทย หัวใจศิลป์ ได้โพสต์อีกครั้งว่า “ผมก็แค่ประชาชนคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่อยากเเสดงจุดยืนของตัวเองก็แค่นั้นครับ ทุกคนมีสิทธิ์ ตัวผมก็มีสิทธิ์เช่นกัน  คืนนี้เจอกันที่ เครือสหพัฒน์ ประตู3 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี (ถ้าไม่แจกทิป กรุณาอย่าด่าผม)…”    

นอกจากนี้ แฟนเพจดาวดิน สามัญชน ของกลุ่มไผ่ ดาวดิน ได้โพสต์แสดงความชื่นชม และขอให้แฟนหมอลำให้การต้อนรับไหมไทยทุกเวทีการแสดง    

“ใกล้เวทีไหน ไปเวทีที่นั่น ช่วยกันคนไทย #ม็อบ17ตุลา  #ขอนแก่นพอกัน ..คนที่ลำบาก เพราะ ปัญหาเศรษฐกิจ ผลกระจากการบริหารประเทศห่วยแตก ส่วนหนึ่งคือนักดนตรี ศิลปิน หมอลำ รถแห่ เจ้าของร้านเหล้า และอื่นๆของสายงานบันเทิง”