เหลือทน “โบว์” สับ “ปวิน” หน้าด้านบิดเบือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446458

เหลือทน “โบว์” สับ “ปวิน” หน้าด้านบิดเบือน

เหลือทน "โบว์" สับ "ปวิน" หน้าด้านบิดเบือน

19 ตุลาคม 2563 – 15:15 น.

เหลือทน “โบว์” สับ “ปวิน” หน้าด้านบิดเบือน หลังม่านม็อบ “โบว์” ไม่ทน ลุกขึ้นมาวิพากษ์ “ปวิน” ศาสดาของเด็กๆ แบบไม่ไว้หน้า 

++
สืบเนื่องจากรายการดีเบตเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทย ทางสถานีโทรทัศน์อัลจา ซีรา เมื่อคืนวันที่ 18 ต.ค.2563 โดยมีการเชิญวิทยากรอย่าง ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ , “โบว์” ณัฏฐา มหัทธนา และ เจษฎ์ โทณะวณิก โฟนอินมาถกประเด็นดังกล่าว

เหลือทน "โบว์" สับ "ปวิน" หน้าด้านบิดเบือน

รายการดีเบต ทางสถานีอัลจาซีร่า

ควันหลงจากรายการดีเบตดังกล่าว ได้มีวิวาทะระหว่าง “ปวิน” กับ “โบว์” โดยเริ่มจากอาจารย์ปวิน ที่มองว่า โบว์ที่มีฉายา “นางฟ้าประชาธิปไตย” คอยจิกกัดเขาหน้าจอ ไม่จริงใจกับม็อบเยาวชนคนรุ่นใหม่ ไม่กล้าวิพากษ์สถาบันฯ     

“โบว์” จึงโต้ตอบผ่านแฟนเพจ  Bow Nuttaa Mahattana ในยกแรกว่า “ปวินนี่ฟังภาษาคนไม่ออกรึเปล่าคะ จึงบิดเบือนได้หน้าด้านๆ ตลอดไม่ว่าโบว์จะพูดภาษาไทยหรืออังกฤษ ขยะจริงๆ”

++
ครั้งสุดท้าย
++
พอตกช่วงใกล้เที่ยงวันที่ 19 ต.ค.2563 โบว์ โพสต์อีกครั้งแบบยาวๆ และบอกว่า จะขอเขียนถึงปวินเป็นครั้งสุดท้าย    

“ที่ผ่านมา โบว์อดทนเงียบตลอดทุกครั้ง ที่ถูกพาดพิงด้วยข้อมูลเท็จ ใส่ร้ายและบิดเบือน (โดยไม่เคยอ้างอิงแหล่งที่มาและมีคนที่อ่านแล้วเชื่อเลยเป็นจำนวนมาก) เพราะเห็นแก่ความรู้สึกของพี่น้องที่ไม่อยากเห็นความขัดแย้ง…”     

สำหรับพฤติกรรมจิกกัดแบบปวินครั้งล่าสุด โบว์บอกว่า ไม่ไหวแล้ว “…ถึงเวลาที่จะต้องพูดเพื่อความถูกต้องและหยุดความเสียหายต่อขบวนการประชาธิปไตยที่เกิดจากพฤติกรรมไม่สุจริตเช่นนี้เสียที”     

หลายหนแล้ว ที่ปวินคอยจิกกัดโบว์แบบไม่ทราบสาเหตุ อาจจะเพราะอัตตาแรง และเป็นลักษณะเฉพาะของอาจารย์ปวิน    

เหลือทน "โบว์" สับ "ปวิน" หน้าด้านบิดเบือน

ปวินจิกกัดโบว์มานานแล้ว

“เราเสียใจที่ทุกคนปล่อยเรื่องแบบนี้ให้ผ่านไป และให้พื้นที่กับสิ่งเหล่านี้ ในขบวนการที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่ต้องตั้งอยู่บนความเคารพสิทธิมนุษยชน และทั้งที่มีการพูดถึงสิทธิสตรีและความหลากหลายทางเพศอยู่เสมอ อย่าอ้างว่าเพราะเราถูกกระทำ เราจึงจะทำอะไรก็ได้ เพราะนั่นคือหนทางสู่ความเสื่อม ไม่ใช่ปลายทางของสังคมประชาธิปไตยที่เราต้องการ”      

โบว์ อาจไม่ใช่นักกิจกรรมบางประเภท ที่ดูเบาเรื่องสิทธิสตรี และมองว่า ความบกพร่องผิดพลาด เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่ควรนำเรื่องไม่ดี ไปพูดข้างนอก     

“ใครยังบอกว่าอยากให้เงียบเพื่อรักษาภาพของการต่อสู้ โบว์อยากบอกว่า เราไม่ได้ต่อสู้เพื่อ“ภาพของการต่อสู้”ค่ะ เราแลกทุกอย่างมามากขนาดนี้เพื่อสิ่งที่มีค่ากว่านั้น เราจึงต้องปกป้องมัน”     

ดังนั้น หลังม่านม็อบปลดแอก ยังมีเรื่องเชิงลบอยู่จำนวนไม่น้อย แต่นักเคลื่อนไหวรุ่นใหม่ก็พยายามจะปกปิด เพื่อรักษา “ภาพของการต่อสู้”    

ครั้งนี้ โบว์เหลือทนแล้ว จึงขอวิพากษ์อาจารย์ปวิน ศาสดาของเด็กๆ เป็นครั้งสุดท้าย

ออร์แกนิกม็อบ ไพ่ในมือ “มะกัน-จีน” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446443

ออร์แกนิกม็อบ ไพ่ในมือ “มะกัน-จีน”

ออร์แกนิกม็อบ ไพ่ในมือ "มะกัน-จีน"

19 ตุลาคม 2563 – 12:46 น.

ออร์แกนิกม็อบ ไพ่ในมือ “มะกัน-จีน” ม็อบโลกสวย ระวัง “เกมมหาอำนาจ” พลันที่ “สม รังสี” คู่กัดฮุน เซน แสดงตัวสนับสนุนม็อบราษฎร คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ไม่เพียงแต่ฝ่ายประชาธิปไตยในฮ่องกง จะประกาศรวมพลังแสดงสัญลักษณ์สนับสนุน “ม็อบราษฎร” ในไทย     

“สม รังสี” อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา ได้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับผู้เรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศไทย ผ่านทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ค 

ออร์แกนิกม็อบ ไพ่ในมือ "มะกัน-จีน"

ทุกวันนี้ สม รังสี ลี้ภัยในฝรั่งเศส แต่อดีต ส.ส.พรรคกู้ชาติกัมพูชาหรือพรรคซีเอ็นอาร์พี จะพักพิงอยู่ในสหรัฐอเมริกา    

ย้อนไป เมื่อวันที่ 9 พ.ย.2562 ตรงกับวันเอกราชกัมพูชา สม รังสี วางแผนกลับกัมพูชา ผ่านทางประเทศไทย โดยปลุกระดมแรงงานเขมรในไทยให้ไปจุดรวมพล “บุกเขมร” ที่ด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว    

สุดท้ายแผนการของสม รังสี ไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งสกัด สม รังสี และพวกทุกเส้นทาง อดีตผู้นำพรรคซีเอ็นอาร์พี เดินทางมาได้แค่มาเลเซีย     

ไม่น่าแปลกใจที่วันนี้ สม รังสี จะสนับสนุน “ม็อบราษฎร” เพราะยังแค้น “บิ๊กตู่” ไม่หาย    

ดังที่ทราบกัน สม รังสี และพวกนั้น ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ จึงทำให้สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เลือกข้างจีนเต็มตัว

ออร์แกนิกม็อบ ไพ่ในมือ "มะกัน-จีน"


++
มังกรขยับ
++
บังเอิญช่วงม็อบปลดแอกเคลื่อนไหวจุดชุมนุมใหญ่ ก็เป็นห้วงเวลาเดียวกัน หวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐ และรัฐมนตรีต่างประเทศจีน เดินทางเยือนกัมพูชา มาเลเซีย สปป.ลาว และไทย อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 11-15 ต.ค.2563    

นักวิชาการไทยบางกลุ่ม ตั้งข้อสังเกตว่า จีนอิทธิพลคุมลำน้ำโขงได้อย่างไม่ปัญหา ทั้งกัมพูชา ลาว ล้วนแต่ยืนข้างจีน จีนจึงมีฐานที่มั่นคงในฝั่งนี้    

ขณะที่สหรัฐมุ่งปิดล้อมจีน ด้วย “ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก” ย่อมไม่ปล่อยให้ไทย ต้องไปเลือกข้างจีนเหมือนกัมพูชา และลาว    

ดังนั้น สถานการณ์การเมืองที่ร้อนแรงในประเทศไทย ย่อมอยู่ในสายตาของมหาอำนาจ    

ออร์แกนิกม็อบ ไพ่ในมือ "มะกัน-จีน"

ไม่นานมานี้ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย จะออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้ให้เงินทุนหรือให้การสนับสนุนการประท้วงในประเทศไทย สหรัฐฯ ไม่ได้สนับสนุนบุคคลหรือพรรคการเมืองใด แต่เราสนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม    

คนไทยอีกจำนวนไม่น้อย ก็ไม่ได้ไว้วางใจสหรัฐ เพราะมีหลักฐานหลายอย่างที่บ่งชี้ว่า สหรัฐให้การสนับสนุนขบวนการนักศึกษาไทย ผ่านรูปแบบเงินทุนช่วยเหลือองค์กรพัฒนาเอกชน ด้านสิทธิมนุษยชน    

ออร์แกนิกม็อบในไทย คล้ายโคลนนิ่งม็อบฮ่องกง เนื่องจาก “ผู้กำกับการแสดง” คนเดียวกันหรือไม่? คำตอบไม่ได้อยู่ในสายลม หากปรากฏชัดในม็อบราษฎรวันนี้

“ประยุทธ์” ออกไป แล้วใครจะเป็น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446428

“ประยุทธ์” ออกไป แล้วใครจะเป็น

"ประยุทธ์" ออกไป แล้วใครจะเป็น

19 ตุลาคม 2563 – 11:00 น.

“ประยุทธ์” ออกไป แล้วใครจะเป็น : วิเคราะห์การเมือง

ในวิกฤติมีโอกาส เป็นคำกล่าวที่มักจะนำมาใช้กัน แต่ในทางการเมือง หากมีวิกฤติแล้วไม่มีทางออกหรือหาทางออกไม่ได้ เขาเรียกว่า ถึงทางตัน

การเมืองไทยถึงทางตันหรือยัง ต้องบอกว่ายัง แต่หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่า ข้อเรียกร้องของม็อบคณะราษฎร ยังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่ชัดเจน บางข้อกลับย้อนแย้งกันเอง

แต่ว่าเอาที่ชัดเจนที่มีการตะโกนไล่ ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯลาออก หากนายกฯลาออกแล้วอะไรจะตามมา ใครจะเป็นนายกฯ

ฉะนั้นหากจะว่ากันตามข้อเรียกร้องของม็อบก็คือเมื่อนายกฯลาออก ยังไงก็ต้องโหวตเลือกนายกฯใหม่ และการจะโหวตเลือกนายกฯก็ยังต้องใช้กติกาเดิมจะเป็นการยอมรับได้หรือไม่เนื่องจากกติกาเดิมยังไม่ได้แก้

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ได้ประกาศก่อนหน้านี้แล้วว่า ไม่ลาออก สมมุติว่านายกฯลาออก ก็ไปเข้ารัฐธรรมนูญมาตรา182 จะทำให้คุณสมบัติของนายกฯสิ้นสุดลง และทำให้ครม.ทั้งคณะสิ้นสุดลงตามไปด้วย 

ลำดับต่อมาคือ สภาจะต้องโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยสส.จะต้องเสนอชื่อคนจะเป็นนายกรัฐมนตรีในสภา ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังมีสิทธิ์ถูกเสนอชื่อเหมือนเดิม

เพราะในมาตรา159 กำหนดให้พรรคการเมืองที่มีสส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ5เป็นผู้เสนอชื่อนายกฯจากบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองตามมาตรา88

ขั้นตอนการเลือกนายกฯอยู่ในมาตรา272 แน่นอนว่า มาตรานี้อยู่ในข้อเรียกร้องและในญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านว่าต้องการนปิดสวิตซ์สว. ไม่ให้สว.มีสิทธิในการโหวตเลือกนายกฯ เพราะมาตรานี้ให้สิทธิ์สว.โหวตเลือกนายกฯได้ใน5ปีแรก

และเมื่อดูที่ต้นเหตุของปัญหาแล้ว การที่ม็อบไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ นั้นหมายถึงสภาจะต้องเสนอชื่อคนอื่นที่ไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์ จึงต้องไปดูว่ารายชื่อที่มีอยู่ของพรรคการเมืองมีใครบ้าง หากไม่เป็นที่ยอมรับ สมาชิกสองสภาต้องเข้าชื่อกันเพื่อยกเว้นการเลือกนายกฯจากบัญชีพรรคการเมือง เพื่อข้ามไปเลือกนายกฯคนนอก

และนายกฯคนนอกนี้ ส.ว.ยังมีสิทธิ์ในการเลือกนายกฯอยู่ จะทำให้ม็อบไม่พอใจ ฉะนั้นมองว่า วิธีการดังกล่าวจึงไม่สามารถจะเดินหน้าหรือคลี่คลายสถานการณ์ได้

หรือกระทั่งหากได้นายกฯใหม่ ครม.ที่มาจากพรรคการเมือง หากเป็นขั้วเดิม จะทำให้ไม่ได้รับการยอมรับอีก การชุมนุมก็จะไม่ยุติลง  

และแม้นว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภา จะเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อนำญัตติการชุมนุมเข้าไปหารือในสภา ก็ไม่ตอบโจทย์เนื่องจากความต้องการของม็อบนั้น ผ่านจุดนั้นมาแล้ว นับแต่สภามีมติให้ศึกษารัฐธรรมนูญก่อนจะมีการลงมติญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5 ร่าง

สุดท้ายก็มาถึงคำถามว่า เมื่อไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์แล้ว หาก พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกก็ยังหาทางออกหรือหาคำตอบไม่ได้ว่าจะเอาใครมาเป็นนายกฯ เพราะในกติกาเดิมเป็นกติกาที่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมรับ 

หรือกระทั่งหาก พล.อ.ประยุทธ์ ยุบสภา ก็ไม่แน่ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมจะยุติการชุมนุม นั่นหมายความว่า การเมืองเดินมาถึงทางตันแล้ว

ลุงตู่ กำลังสู้กับ”ผี” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446394

ลุงตู่ กำลังสู้กับ”ผี”

ลุงตู่ กำลังสู้กับ"ผี"

18 ตุลาคม 2563 – 20:09 น.

วิเคราะห์การเมืองร้อน : ลุงตู่ กำลังสู้กับ”ผี”

ปรากฎการณ์ม็อบคณะราษฎร 63 ที่ชุมนุมในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 จนยกระดับการชุมนุมจากถนนราชดำเนิน มาสี่แยกราชประสงค์ และดาวกระจายไปยังห้าแยกลาดพร้าว แยกบางนา อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และวงเวียนใหญ่ เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง

ข่าววงในระบุว่า รัฐบาลและตำรวจ ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด ไม่คิดว่าการชุมนุมของมวลชนจะมีจำนวนมากและเปลี่ยนแปลงสถานที่ได้อย่างรวดเร็วอย่างนั้น

อันที่จริง ม็อบเหล่านี้ก่อตัวมาจากแฟลชม็อบ ที่มีคนไม่กี่ร้อยกี่สิบ ขยายวงกว้างออกไป จนมีการตั้งชื่อเปลี่ยนแปลงข้อเรียกร้องไปมา ทั้งชื่อแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ทั้งชื่อ เยาวชนปลดแอก ประชาชนปลดแอก จนกลายมาเป็น คณะราษฎร 63

รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคง ยังคงใช้วิธีการแบบเดิมๆ ในการบริหารจัดการม็อบเหมือนในอดีต เพราะว่าม็อบในอดีต เกิดจากการจัดตั้ง ขึ้นกับว่า จัดตั้งมามากหรือน้อย และอยู่กันกี่วัน เนื่องจากสามารถพูดคุยกับแกนนำที่จัดตั้งได้ จึงทำให้บริหารจัดการง่าย

แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะแม้นตำรวจจะจัดการจับแกนนำหรือคนที่ขึ้นเวทีไปแล้วหลายสิบคน แต่ยังมีการนัดหมายและมีคนมาร่วมชุมนุมกันจำนวนมาก นี่แสดงให้เห็นว่าการกระบวนการในการจัดตั้งที่ รัฐมองไม่เห็น 

เพราะอย่างที่ทราบ ม็อบปัจจุบันนี้จะมาจากการนัดหมายในโลกโซเชียล แต่ก็เพียงแค่การนัดหมาย สถานที่และเวลาเท่านั้น ไม่มีใครทราบได้ว่า เมื่อมาชุมนุมกันแล้ว จะบริหารจัดการ จะมีการประท้วงอย่างไรและรูปแบบไหน

ลุงตู่ กำลังสู้กับ"ผี"

แต่ที่เห็น มีการรวมตัวกันเป็นขบวนการเหมือนถูกจัดตั้งมา มีรูปแบบที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน บางรูปแบบเหมือนม็อบในอดีต บางรูปแบบเหมือนม็อบฮ่องกง ที่สำคัญคือเมื่อจับแกนนำไปแล้ว ก็ยังปรากฏว่ามีการนัดหมายและมาชุมนุมกันได้ นี่คือโจทย์หินที่รัฐบาลและตำรวจยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเพราะอะไร

ลุงตู่ กำลังสู้กับ"ผี"

เสมือนหนึ่งว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังสู้กับกลุ่มคนที่มองไม่เห็น จะเป็นผี หรือจะเป็นอวตาร ที่ชอบพูดกัน แต่ปัญหาคือ ใครคือแอดมิน ที่คอยสั่งการหรือกดปุ่มเอนเทอร์ ให้อวตารเหล่านี้ออกฤทธิ์

จากการวิเคราะห์มองว่านี่คือสงครามไซเบอร์ที่ครั้งหนึ่ง บิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผบ.ทบ.ได้แสดงความคิดเห็นเอาไว้ เป็นสงครามไซเบอร์ที่แน่นอนว่า ย่อมกระทบกับความมั่นคง ของรัฐบาลและของประเทศ

หากข้อเรียกร้องของบรรดา อวตาร เหล่านี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล

ฉะนั้นรัฐบาลและหน่วยความมั่นคงต้องคิดใหม่ ไม่อย่างนั้นจะตามไม่ทันม็อบอวตารเหล่านี้ ที่สำคัญคือจะต้องเข้าให้ถึงว่า ใครคือ แอดมิน ตัวจริง คนในประเทศหรือระดับมืออาชีพจากประเทศยักษ์ใหญ่ กันแน่

เพราะหากรัฐบาลยังต่อสู้กับศัตรูที่ไร้ตัวตนอยู่เช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับการสู้กับผี โอกาสชนะจึงแทบจะไม่มีเลย.

อย่าโลกสวย ทำใจ ‘จลาจล’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446379

อย่าโลกสวย ทำใจ ‘จลาจล’

 อย่าโลกสวย ทำใจ 'จลาจล'

18 ตุลาคม 2563 – 17:30 น.

“โตโต้” หัวหน้าการ์ดราษฎร ชี้ม็อบร้องรำทำเพลง ไม่ชนะ เผด็จการไม่ถอย เตรียมใจรับมือจลาจล

        อันเนื่องมาจากแฟลชม็อบที่แยกตากสิน เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2563 ที่มีผู้คนมาร่วมจำนวนมาก และยุติชุมนุมเมื่อตอนสองทุ่ม หลังจากนั้น มีส่วนหนึ่งได้เคลื่อนมาชุมนุมต่อที่วงเวียนใหญ่

       อ่านข่าว 

       : 552 นักกฎหมายรวมตัว แถลงการณ์ค้าน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

       : เปิดหน้าชน ‘ทอน’ สอนม็อบ พลิกฟ้าคว่ำดิน

        กระทั่งเวลา 21.30 น. แกนนำในกลุ่มนั้นประกาศยุติการชุมนุม แต่มีกลุ่มนักเรียนอาชีวะแห่งหนึ่ง ย่านฝั่งธนฯ ไม่ยอมเดินทางกลับ พยายามที่จะชุมนุมต่อ

        เวลาเดียวกันนั้นเอง มีรถน้ำของเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตคลองสานวิ่งผ่านมา กลุ่มนักเรียนอาชีวะได้ขว้างปาสิ่งของเข้าใส่รถ รวมทั้งทุบและตีรถ และตะโกนต่อว่า แต่ภายหลัง มีการเคลียร์กันได้

        วันเดียวกันนั้น มีแถลงการณ์ในนามของ “กลุ่มฟันเฟืองธนบุรี” ได้ออกมาแสดงความขอโทษประชาชนและผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมในครั้งนี้ทุกคน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว

        ++

        เตรียมรับมือจลาจล

        ++       
       กรณีวงเวียนใหญ่ กับนักเรียนอาชีวะ ฝั่งธนบุรี “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดอาสา ที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านย่านวงเวียนใหญ่ ได้โพสต์เฟซบุ๊คแสดงความเห็นว่า “ผมเห็นหลายคนตำหนิกลุ่ม นักเรียนอาชีวะ ที่ออกมาแถววงเวียนใหญ่ ด้วยการแสดงท่าทีโกรธแค้น เจ้าหน้าที่รัฐ หากผมมองในมุมของ คนที่อยู่กับม็อบมานาน ผมกลับเข้าใจพวกเขานะ..”

        “โตโต้” ยังประเมินภาพรวมม็อบไร้แกนนำว่า “ผมเชื่อว่าเราโชคดีมากที่เหตุการณ์ทุกอย่างยังราบรื่นในภาพรวม เพราะม็อบธรรมชาติที่มาด้วยสภาวะกดดัน และเคียดแค้น มันก็จะมีความหลากหลายของฝูงชน เป็นเรื่องยากที่จะควบคุมให้เป็นไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งได้”

        อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคอนาคตใหม่ ยอมรับว่า การต่อสู้ครั้งนี้ ไม่มีโลกสวย ฝากมวลชนให้เตรียมใจรับมือ “จลาจล”

        “เราลืมภาพ มานั่งฟังปราศรัย ปรบมือ ร้องรำทำเพลง แล้วม้วนเสื่อกลับบ้านไปได้เลย ต่อจากนี้คือ สงครามแห่งยุคสมัย ระหว่างสิ่งเก่า กับสิ่งใหม่ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคน มันจึงมีอยู่เพียง2 หนทางคือ เผด็จการต้องถอย กับประชาชนต้องทำใจยอมรับสภาพจลาจลที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ”

        โตโต้ ไม่ใช่คนโลกสวย เพราะเขาต่อสู้กับอำนาจเผด็จการมาตั้งแต่ปี 2556

 อย่าโลกสวย ทำใจ 'จลาจล'

ม็อบไร้แกนนำ โคลนนิ่งฮ่องกง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446376

ม็อบไร้แกนนำ โคลนนิ่งฮ่องกง

ม็อบไร้แกนนำ โคลนนิ่งฮ่องกง

18 ตุลาคม 2563 – 17:00 น.

จริงหรือไม่? ม็อบราษฎร โคลนนิ่งม็อบฮ่องกง ภาวะไร้แกนนำ สุ่มเสี่ยงเลี่ยงอนาธิปไตยยาก

        การชุมนุมทางการเมืองแบบดาวกระจาย ไร้แกนนำ ในใจกลางเมืองหลวง และปริมณฑล ส่งผลสะเทือนไม่ธรรมดา เพราะแต่ละจุดมีคนเข้าร่วมจำนวนมาก

        “ม็อบราษฎร” กำลังเล่นเกมเอาล่อเอาเถิดกับตำรวจ ด้วยการประกาศนัดหมายกระชั้นชิด ชุมนุมระยะเวลาสั้น หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า

       อ่านข่าว:

         : เปิด171รายชื่อคนไทย เสนอรัฐบาลรับฟังเสียงปชช.-ใช้สภาหาทางออกให้สังคมโดยด่วน

         : เปิดหน้าชน ‘ทอน’ สอนม็อบ พลิกฟ้าคว่ำดิน

        หลายคนนึกถึง “ม็อบฮ่องกง” ในช่วงหลังๆ ที่มีการชุมนุมแบบไร้แกนนำ การสลายตัวแล้วรวมใหม่อย่างรวดเร็ว การรวมตัวกันเป็นก้อนเพื่อความปลอดภัย คอยระวังการใช้บริการต่าง ๆ โดยไม่ให้ถูกติดตามโดยรัฐได้ ใช้อุปกรณ์ในการป้องกันสารเคมี ใช้แอปพลิเคชั่นสื่อสารแบบเครือข่าย

        ม็อบราษฎร กำลังโคลนนิ่งม็อบฮ่องกง แต่เป็นฮ่องกง ยุคที่แกนนำตัวเบิ้มๆ ถูกจับ และหลายคนต้องไปลี้ภัยในต่างแดน

        ฝ่ายกองเชียร์ม็อบราษฎร พยายามพูดถึงคนรุ่นใหม่ที่มีพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง และเป็นเจนเนอเรชั่นที่คุ้นชินกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ จึงเหมาะแก่การทำม็อบไร้แกนนำได้

        ++

        บทเรียนฮ่องกง

        ++

      ถ้ายังจำกันได้ ปลายปี 2562 ม็อบฮ่องกงทวีความรุนแรง ผู้ประท้วงใช้แผนดาวกระจาย จัดกำลังเป็นกลุ่มย่อยๆ ในหลายพื้นที่ เพื่อที่จะให้ตำรวจกระจายกำลังปราบ     

      ลักษณะการเคลื่อนไหวแนวสุดโต่ง ได้นำมาซึ่งการจลาจล ได้เปิดทางให้รัฐบาลจีน นำเอาบทบัญญัติด้านความมั่นคงมาใช้กับฮ่องกง ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจีนเหมือนมีสิทธิสภาพเหนืออาณาเขตกับฮ่องกงได้เต็มที่

      เมื่อเร็วๆนี้ จิมมี ไล เจ้าพ่อสื่อฮ่องกง ที่ให้การสนับสนุนม็อบฮ่องกง ซึ่งถูกจับกุมในคดีความมั่นคง เขาได้ออกมาส่งสัญญาณถึงเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และผู้รักประชาธิปไตยในฮ่องกง ว่าควรจะยุติการเคลื่อนไหวแบบสุดโต่ง

       ขบวนเรียกร้องประชาธิปไตยภายในฮ่องกง ควรจะเปลี่ยนแนวทาง และรูปแบบการประท้วงต่อต้านของตนเองใหม่ อย่าให้ซ้ำรอยเดิม อย่าให้มีความรุนแรงสุดโต่งแบบเดิมอีก เพราะยิ่งต่อสู้ด้วยความรุนแรง สุดโต่งมากเท่าใด ก็จะยิ่งทำให้ขบวนการมีอายุที่สั้นลงมากเท่านั้น

       ++

       ระวังจลาจล

       ++

          ขณะที่หลายคนกำลังตื่นเต้นกับม็อบไร้แกนนำ แต่นักกิจกรรมที่เข้าใจสถานการณ์ กลับมีความเห็นว่า โอกาสเกิด “จลาจล” มีความเป็นไปได้สูง

        1.ความแค้นฝังใจจากที่โดนสลายเมื่อวันที่ 1ุ6 ต.ค.2563 อาจทำให้ผู้ชุมนุมบางกลุ่ม พร้อมปะทะเจ้าหน้าที่ตำรวจ

       2.การแถลงยั่วยุ และให้เกิดความเครียดแค้นโดยคนของรัฐบาล

       3.ม็อบธรรมชาติที่มาด้วยสภาวะกดดัน และเครียดแค้น มันก็จะมีความหลากหลายของฝูงชน เป็นเรื่องยากที่จะ ควบคุมให้เป็นไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งได้

       การโคลนนิ่งฮ่องกง ก็เป็นแค่กลยุทธ์หนึ่งที่ “คนอยู่เบื้องหลัง”พยายามออกแบบให้ม็อบมีความสวยงาม และดึงคนรุ่นใหม่ให้ออกจากทวิตเตอร์ หรือเฟซบุ๊ค

       ความเป็นจริงของม็อบไม่มีแกนนำ คือ ภาวะสุ่มเสี่ยง และมีโอกาสเกิดเหตุจลาจลได้ทุกเมื่อ

552 นักกฎหมายรวมตัว แถลงการณ์ค้าน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446371

552 นักกฎหมายรวมตัว แถลงการณ์ค้าน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

552 นักกฎหมายรวมตัว แถลงการณ์ค้าน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

18 ตุลาคม 2563 – 15:40 น.

552 นักกฎหมายรวมตัว แถลงการณ์ค้าน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงฯ อาจกลายเป็น “รัฐประหารจำแลง” พร้อมร้องปล่อยตัวมวลชนที่ถูกจับกุม

วันที่ 18 ต.ค. 2563 มีรายงานว่า กลุ่มนักกฎหมายร่วมกันแถลงการณ์ของนักกฎหมายต่อการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงฯ และการใช้กำลังเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563 โดยระบุว่า ตามที่นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ได้เข้าร่วมชุมนุมเพื่อแสดงออกทางการเมืองและยื่นข้อเรียกร้องเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองให้ประเทศเป็นอารยะมากขึ้น และรัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานครภายหลังการชุมนุมใหญ่เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563

อ่านข่าว : เปิด171รายชื่อคนไทย เสนอรัฐบาลรับฟังเสียงปชช.-ใช้สภาหาทางออกให้สังคมโดยด่วน

จากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงฯ ดังกล่าว รัฐบาลออกข้อกำหนดห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป และข้อห้ามอื่นๆ อีกหลายประการ ส่งผลให้เมื่อมีการชุมนุมอีกในคืนวันที่ 16 ตุลาคม 2563 เจ้าหน้าที่รัฐจึงใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม จนทำให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชนได้รับบาดเจ็บ ทรัพย์สินเสียหาย และถูกจับกุมจำนวนมาก

บุคคลผู้มีรายนามข้างท้ายนี้มีความเห็นว่า การกระทำของรัฐบาลในกรณีดังกล่าวขาดความชอบธรรมและไม่ถูกต้องตามหลักรัฐธรรมนูญ และหลักกฎหมาย ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงฯ จนกระทั่งการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม จึงขอแสดงความคิดเห็นและเรียกร้องรัฐบาล ดังต่อไปนี้

1.ถึงแม้ว่าระบบกฎหมายจะยอมให้รัฐสามารถจำกัดสิทธิและเสรีภาพที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญได้เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่เป็นสภาวะวิกฤติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที แต่ก็มิได้หมายความว่าระบบกฎหมายจะอนุญาตให้รัฐประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้ตามอำเภอใจ หรืออนุญาต ให้ขยายเหตุที่ไม่มีความร้ายแรงเพียงพอให้ใหญ่โตขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์ในการได้มาซึ่งอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยสถานการณ์ฉุกเฉิน

จนทำให้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินกลายเป็น “รัฐประหารจำแลง” การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งนั้น ย่อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนซึ่งได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพในการชุมนุม เสรีภาพในการเดินทางเสรีภาพในการติดต่อสื่อสาร รวมทั้งสิทธิในกระบวนการยุติธรรม

2.แม้จะมีความพยายามของรัฐบาลในการให้เหตุผล หรือเชื่อมโยงการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงกับเหตุการณ์รถพระที่นั่งของพระราชินีเคลื่อนผ่านกลุ่มผู้ชุมนุม แต่กรณีย่อมเห็นได้ว่ารัฐบาลพยายามขยายเหตุการณ์ดังกล่าวไปในทางที่เป็นผลร้ายเกินกว่าที่ปรากฏเป็นข้อเท็จจริงมาก ถึงขนาดมีการตั้งข้อหากับผู้ชุมนุมบางคนในฐานประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินีตามมาตรา 110 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และแจ้งข้อหานี้เพิ่มเติมกับผู้ชุมนุมในบริเวณดังกล่าวต่อเนื่องมาจนถึงขณะนี้ด้วย มาตรา 110 เป็นกฎหมายอาญาที่มีโทษรุนแรงมากถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต

ฉะนั้น การตั้งข้อหานี้กับบุคคลใด เจ้าหน้าที่รัฐต้องระมัดระวังมิให้มีลักษณะของการตีความตัวบทแบบขยายความจนพ้นความหมายตามธรรมดาของถ้อยคำ มิฉะนั้นจะกลายเป็นการใช้และการตีความกฎหมายตามอำเภอใจซึ่งถือเป็นการบิดเบือนกฎหมาย และอาจทำให้เข้าใจไปได้ว่าเป็นการตั้งข้อหาในลักษณะของการบัญญัติกฎหมายขึ้นใหม่เพื่อรับใช้วัตถุประสงค์ทางการเมืองที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ที่ถูกต้องแล้ว

3.เมื่อปรากฏว่าการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นไม่ถูกต้อง ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายเสียแล้ว การที่รัฐบาลออกข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ห้ามมิให้มีการชุมนุม จึงไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายตามไปด้วย

ทั้งนี้ โดยอาศัยเหตุผลทั้งหมดข้างต้น ผู้มีรายนามในแถลงการณ์นี้จึงขอเรียกร้องให้

1. ปล่อยตัวผู้ชุมนุมทางการเมือง ซึ่งถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงฯ ทันที โดยไม่มีเงื่อนไขการปล่อยตัว

2. ถอนข้อกล่าวหาฐานประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินีฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110

3. เพิกถอนการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชนสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองได้โดยสงบ ปราศจากอาวุธ อันเป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญบัญญัติคุ้มครอง และเป็นหลักการพื้นฐานแห่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

(คลิกอ่านรายละเอียดต้นฉบับ)

เปิดหน้าชน ‘ทอน’ สอนม็อบ พลิกฟ้าคว่ำดิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446362

เปิดหน้าชน ‘ทอน’ สอนม็อบ พลิกฟ้าคว่ำดิน

เปิดหน้าชน  'ทอน' สอนม็อบ  พลิกฟ้าคว่ำดิน

18 ตุลาคม 2563 – 13:35 น.

ธนาธร โผล่ม็อบดาวกระจาย เสนอปฎิรูปสถาบันฯ แก้ปัญหาขัดแย้งได้ทั้งหมด

         วันแรกของม็อบจรยุทธ์ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ไปแสดงพลังร่วมกับคนรุ่นใหม่ที่ห้าแยกลาดพร้าว วันที่ 17 ต.ค.2563 โดยย้ำว่า เขาไปม็อบนั้น “ไม่ใช่ในฐานะแกนนำ”

       อ่านข่าว :   คณะก้าวหน้าโพสต์โชว์ภาพธนาธรโผล่ร่วมชุมนุมบริเวณห้าแยกลาดพร้าวในฐานะพลเมืองไม่ใช่แกนนำ

         หลังเลิกม็อบ “ธนาธร” เปิดหน้าชน ด้วยการโพสต์ประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองเวลานี้ ไม่ใช่แค่รัฐบาลประยุทธ์กับประชาขน หากแต่เป็นเรื่องสถาบันฯ กับประชาชน

         “ข้อเสนอของการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่พยายามเรียกร้องประชาธิปไตยและปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ไปพร้อมกันจึงเป็นข้อเรียกร้องที่สมเหตุสมผล และเหมาะสมกับกาลเวลา”

         ประธานคณะก้าวหน้า สรุปว่า พล.อ.ประยุทธ์ลาออกเป็นก้าวแรกของการหาทางออกร่วมกันของสังคม

         ++

         สอนน้อง

         ++

         นับแต่มี “แฟลชม็อบ” ในรั้วมหาวิทยาลัย เมื่อปลายเดือน ก.พ.2563 สื่อกระแสหลักต่างจับตามองว่า “ธนาธร” จะก้าวออกมานำมวลชนลงท้องถนนหรือไม่?

         แต่สุดท้าย “ธนาธร” ก็เลือกที่จะเป็นโค้ชชิ่ง (Coaching) ว่าด้วยเรื่องม็อบต้านเผด็จการ

         จากนั้น เขาจึงเปิดหลักสูตร “ต่อสู้เผด็จการ 101” โดยแนะนำหนังสือเล่มแรกชื่อ “From Dictatorship to Democracy” หรือที่แปลเป็นไทยในชื่อ “จากเผด็จการสู่ประชาธิปไตย” ของ ยีน ชาร์ป (Gene Sharp) นักวิชาการผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับการต่อสู้โดยไม่ใช้ความรุนแรง         

        ยีน ชาร์ป รวบรวมวิธีการต่อสู้โดยไม่ใช้ความรุนแรงเอาไว้ถึง 198 วิธี

         ม็อบที่ไม่มีแกนนำ การชุมนุมลักษณะดาวกระจาย ไม่ปักหลักพักค้าง ก็ล้วนอยู่ในวิธีการต่อสู้แบบยีน ชาร์ป

         ++

         ฮ่องกงโมเดล

         ++

         เมื่อวันที่ 5 ต.ค.2562 ธนาธร ในวันที่เป็น ส.ส.และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้รับเชิญเข้าร่วมงาน Open Future Forum ที่เกาะฮ่องกง

         ตอนหนึ่งของการเสวนา มีการสอบถามความเห็นของธนาธรเกี่ยวกับสถานการณ์ในฮ่องกง ซึ่งเวลานั้น “ม็อบฮ่องกง” เป็นการเคลื่อนไหวที่ไร้ผู้นำ

         “จริงๆ แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาในฮ่องกงนั้นสร้างแรงบันดาลให้กับเรา”

         ธนาธรได้เล่าให้ชาวฮ่องกงฟังว่า ปี 2561 พวกเขากำลังตัดสินใจว่าจะตั้งพรรคการเมือง หรือเคลื่อนไหวมวลชนต้านเผด็จการ

         เหตุผลที่พวกเขาไม่เคลื่อนไหวทางการเมืองนอกสภา เพราะบาดแผลการชุมนุมพฤษภาคม 2553 ยังสดอยู่

         ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่คือ การตั้งพรรคการเมือง และการเลือกตั้ง 2562 ทำให้ธนาธร และแกนนำอนาคตใหม่ เห็นพลังคนรุ่นใหม่ “นิวโหวตเตอร์” ประมาณ 6-7 ล้านคน

         เมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ธนาธรจึงกลับไปเคลื่อนไหวนอกสภา โดยปลุกพลังเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้ลุกขึ้นเปลี่ยนแปลงสังคมไทย

         การต่อสู้นอกสภาฉบับธนาธร จึงแตกต่างจากพันธมิตรฯ , นปช.แดงทั้งแผ่นดิน และ กปปส.

เปิดหน้าชน  'ทอน' สอนม็อบ  พลิกฟ้าคว่ำดิน
เปิดหน้าชน  'ทอน' สอนม็อบ  พลิกฟ้าคว่ำดิน

ม็อบออร์แกนิก เอ็งมาข้ามุด เอ็งหยุดข้าแหย่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446308

ม็อบออร์แกนิก เอ็งมาข้ามุด เอ็งหยุดข้าแหย่

ม็อบออร์แกนิก  เอ็งมาข้ามุด เอ็งหยุดข้าแหย่

17 ตุลาคม 2563 – 17:52 น.

ออร์แกนิกม็อบ รูปแบบการชุมนุมของคนรุ่นใหม่ ไม่มีแกนนำ แต่ก็เสี่ยงเกิดอนาธิปไตย

++
    หลังตำรวจกระชับพื้นที่เพียงวันเดียว กลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Y Gen Z ก็ออกมาชุมนุม “ไล่ประยุทธ์” ในนาม “ราษฎร” เพราะทุกคนคือแกนนำ
    แฟนเพจเยาวชนปลดแอก วันที่ 17 ต.ค.2563 ประกาศว่า “ยืนยันจุดหลัก! ห้าแยกลาดพร้าว อุดมสุข วงเวียนใหญ่ พบกันได้เวลานี้! ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น!!!ใครใคร่ปราศรัย ปราศรัย! ใครใคร่ทำกิจกรรม ทำ! เพราะเราทุกคนคือแกนนำ!”
    เมื่อถึงเวลานัดหมาย ผู้ชุมนุมเดินทางมารวมตัวกันบริเวณบีทีเอสอโศก บีทีเอสอุดมสุขและห้าแยกลาดพร้าว 

ม็อบออร์แกนิก  เอ็งมาข้ามุด เอ็งหยุดข้าแหย่


   แกนนำประกาศแจ้งผู้ชุมนุมว่า เป็น Organic Mob ไม่มีรถปราศรัย ทุกคนเป็นแกนนำ รวมตัวกันทำกิจกรรม และให้แยกย้ายเดินทางกลับ ป้องกันการบาดเจ็บสูญเสีย เมื่อตำรวจเข้าสลายการชุมนุม

ม็อบออร์แกนิก  เอ็งมาข้ามุด เอ็งหยุดข้าแหย่

    อย่างวันที่ 17 ต.ค.2563 กลุ่มแกนนำ Organic Mob นัดหมายกันว่า จะยุติการชุมนุมตอนสองทุ่ม 

++
ออกมาจากโซเชียล
++
    ในที่สุด คนรุ่น Gen Y และ Gen Z ที่ถนัดสงครามโซเชียลก็เดินลงสู่ถนน หลังเกิดการกระชับพื้นที่บริเวณแยกปทุมวัน และสลายการชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล
    ว่ากันว่า คนรุ่น Gen Z สร้างเครือข่ายเป็นสากล โดยที่รัฐบาลไม่สามารถปิดกั้นได้เลยในโลกอินเทอร์เน็ต

ม็อบออร์แกนิก  เอ็งมาข้ามุด เอ็งหยุดข้าแหย่


    คนรุ่น Gen Z เกิดมาในโลกยุคดิจิตอล ไม่รู้จักอะนาล็อก จึงเจอการกระชับพื้นที่ ภายใต้ พรก.ฉุกเฉินฯ ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน
    หลายคนมองว่า  Organic Mob ที่ไม่มีแกนนำ มีความสุ่มเสี่ยงที่เป็นอนาธิปไตย เหมือนม็อบฮ่องกง

ไร้แกนนำ’ม็อบจรยุทธ์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446262

ไร้แกนนำ’ม็อบจรยุทธ์’

ไร้แกนนำ'ม็อบจรยุทธ์'17 ตุลาคม 2563 – 10:59 น.

ทุกคนคือแกนนำ ไม่มีคณะราษฎร สถานการณ์ร้อนแรง และมีแนวโน้มเผชิญหน้า แตกหัก คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    หลังปฏิบัติการกระชับพื้นที่บริเวณแยกปทุมวันผ่านไป “ลูกเกด” ชลธิชา แจ้งเร็ว หนึ่งในแกนนำคณะราษฎร 2563 ได้แจ้งผ่านแฟนเพจ Chonthicha Kate Jangrew ว่า “หลังจากนี้จะไม่มีแล้ว คณะราษฎร แต่จะมีแค่ราษฎรที่พร้อมลุกขึ้นสู้ไปด้วยกัน” พร้อมติดแฮชแท็ก “ทุกคนคือแกนนำ”
    เช่นเดียวกับ “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดอาสา ที่ยังเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้านพักย่านฝั่งธนบุรี โดยมีการ์ดอาสาจำนวนหนึ่งคอยดูแลความปลอดภัย
    “โตโต้” บอกว่า “นับแต่นาทีนี้ ผมคือหนึ่งประชาชน คุณก็คือ 1 ประชาชน  สลายการนำ เปลี่ยนสถานะสู้ตามความเหมาะสม  เขาไล่เราก็ถอย เขาถอยเราไล่คืน   สงครามแห่งยุคสมัยได้เกิดขึ้นแล้ว”
    ท่ามกลางข่าวแกนนำคนโน้นคนนี้ ถูกจับกุม “โตโต้” และ “ลูกเกด” ยังสื่อสารถึงมวลชน ผ่านโซเชียลมีเดีย 

++
ม็อบจรยุทธ์
++
    เมื่อวันที่ 15 ต.ค.2563 ปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดอาสา ไม่ได้ปรากฏตัวที่การชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ เนื่องจากศาลจังหวัดอุบลราชธานี ได้อนุมัติหมายจับเลขที่ 235/2563  มีผู้ต้องหาร่วม 3 คน คือ ปิยรัฐ จงเทพ ,พริษฐ์ ชิวารักษ์ และฉัตรชัย แก้วคำปอด (ทนายแชมป์) ในความผิดตาม ม.116 และ พรบ.คอมพิวเตอร์  

 “ผมกับทนายแชมป์ ปัจจุบัน อยู่ในที่พักอาศัย โดยได้รับความดูแล โดยพี่น้อง มวลชนอาสา ที่บ้านพักหลังหนึ่ง ตากสิน ซอย 9 ย่านวงเวียนใหญ่”  

 “โตโต้” ยังวิเคราะห์สถานการณ์การต่อสู้ของฝ่ายประชาชนว่า “เรื่องทิศทางการต่อสู้หลังจากนี้ เมื่อรัฐเลือกที่จะจับกุม แบบหว่านแห ไม่เฉพาะแกนนำ แต่จับประชาชนไปร่วมร้อยกว่าคน ณ เวลานี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดการไล่ล่าจับกุมทำให้ผมมองเห็น การณ์ข้างหน้านั้น ยากเหลือเกินที่ประเทศจะกลับไปสงบได้ในเร็ววัน”
    หัวหน้าการ์ดอาสา ประเมินว่า จะเกิดการต่อสู้ในรูปแบบ “จรยุทธ์ในเมือง” โดยการตอบโต้กลับของฝูงชนที่ไร้แกนนำ จะทวีความรุนแรง และเร่งเร้าให้เกิดการสรรหาวิธีการใหม่ๆมาต่อสู้กัน อย่างมากมาย
    “โดยเฉพาะการผุดโผล่ รุกรบถอย เป็นยุทธวิธีต่อสู้ในเมืองของคนรุ่นใหม่ที่ง่ายมากในการนัดหมาย ผมมองไม่ออกจริงๆว่ามันจะจบกันอย่างไร”

ไร้แกนนำ'ม็อบจรยุทธ์'

                          โตโต้ หัวหน้าการ์ดอาสา

++
วัดใจพลังนักศึกษา
++ 
    47 ปีที่แล้ว องค์การนักศึกษาหรือสโมสรนิสิต นักศึกษา ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่รวมตัวกันในนามศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรนำการชุมนุมใหญ่ 9-13 ต.ค.2516
    ต่างจากยุคของคนรุ่น Gen Y Gen Z ที่ไม่มีองค์กรแบบรวมศูนย์ หากแต่เป็น “กลุ่มอิสระ” ในมหาวิทยาลัย ที่รวมตัวกันหลวมๆตามสถานการณ์ 
    ส่วนองค์การนักศึกษา หรือสโมสรนิสิตนักศึกษา จะแสดงบทกองหนุน หรือผู้สังเกตการณ์มากกว่า 
    อย่างหลังการกระชับพื้นที่สลายการชุมนุม จึงมีแถลงการณ์ผู้แทนนิสิตนักศึกษาทั้ง 8 มหาวิทยาลัย องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ, องค์การนักศึกษาธรรมศาสตร์, องค์การบริหาร องค์การนิสิต เกษตรศาสตร์, สโมสรนักศึกษามหิดล, สโมสรนักศึกษาศิลปากร, องค์การนิสิตศรีนครินทรวิโรฒ ,องค์การนักศึกษาเชียงใหม่ และองค์การบริหาร องค์การนักศึกษาสงขลานครินทร์ ประณามการใช้ความรุนแรงในการเข้าสลายการชุมนุมในวันที่ 16 ต.ค.2563
    เวลานี้ มีแฟลชม็อบในรั้วมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ แสดงพลังคัดค้านการใช้ความรุนแรง ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้ จะมีพัฒนาการไปสู่การเป็นม็อบใหญ่หรือไม่ น่าติดตาม