ม็อบมุ้งมิ้ง จับตา “โตโต้” สหายสายสีส้ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ม็อบมุ้งมิ้ง จับตา “โตโต้” สหายสายสีส้ม

ม็อบมุ้งมิ้ง จับตา "โตโต้" สหายสายสีส้ม22 กรกฎาคม 2563 – 09:10 น.

ครั้งต่อไปไม่มีม็อบมุ้งมิ้ง “โตโต้” ม็อบปลดแอก เตรียมแผนปักหลักพักค้าง สมดังคำขวัญให้จบที่รุ่นเรา 

++
เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2563 ศาลฎีกา อ่านคำพิพากษาคดีฉีกบัตรเลือกตั้ง จำคุก 4 เดือน ปรับ 4 พัน “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ และพวกอีก 2 คน แต่ให้รอลงอาญา 1 ปี 

“ปิยบุตร แสงกนกกุล” แกนนำคณะก้าวหน้า ได้ไปให้กำลัง “โตโต้” ในวันดังกล่าวด้วย เนื่องจาก “โตโต้” และรังสิมันต์ โรม มีที่ปรึกษาอย่างอาจารย์ป๊อก มาแต่ครั้ง “ม็อบคนอยากเลือกตั้ง” 

อ่านข่าว…  ศาลฏีกาสั่งจำคุก 4 เดือน ‘ โตโต้ -ปิยรัฐ’คดีฉีกบัตรประชามติ รธน.
 

ม็อบมุ้งมิ้ง จับตา "โตโต้" สหายสายสีส้ม

ช่วงเลือกตั้งปี 2562 รังสิมันต์ลงสมัครในแบบปาร์ตี้ลิสต์ ขณะที่ปิยรัฐลงสมัครในแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่เขต 1 กาฬสินธุ์ แต่สอบตก
++
สมาคมเพื่อเพื่อน
++
“โตโต้” ทำกิจกรรมคัดค้านระบบโซตัสในมหาวิทยาลัย ตั้งแต่สมัยเรียนคณะ ครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ 


ปี 2559 โตโต้ เปิดตัว “สมาคมเพื่อเพื่อน” (FFA) เป็นสมาคมที่อำนวยการช่วยเหลือนักโทษทางความคิด โดยเฉพาะคดี 112 โดยมีตัวเขาเป็นนายกสมาคม และมีอานนท์ นำภา เป็นกรรมการสมาคม 

เมื่อโตโต้ มาเคลื่อนไหวม็อบคนอยากเลือกตั้ง ก็ลาออกจากสมาคมเพื่อเพื่อน ก่อนจะหันหน้าสู่ถนนการเมืองที่บ้านเกิด  

ม็อบมุ้งมิ้ง จับตา "โตโต้" สหายสายสีส้ม

“โตโต้” ประสานงานกับตำรวจ ในวันชุมนุมม็อบปลดแอก

โตโต้รู้ว่าเป็นรอง ส.ส.เก่า จากพรรคเพื่อไทย แตก็ได้สู้อย่างเต็มที่ในเขต 1 กาฬสินธุ์ สุดท้ายผลคะแนนสะท้อนว่า คนเมืองน้ำดำยังผูกพันกับพรรคเพื่อไทยสูง 

หลังพ่ายเลือกตั้ง โตโต้ยังทำงานในพื้นที่ และยังเกาะเกี่ยวอยู่กับพรรคอนาคตใหม่ จนกระทั่งมีการยุบพรรค โตโต้ก็ผันตัวมาทำงานการเมืองนอกสภาอีกหน 

วันนี้ “โรม” อยู่สภาฯ ส่วน “โตโต้-ทนายอานนท์” อยู่บนท้องถนน ก็ไม่ต่างจาก “กลุ่ม 40 ส.ว.” กับพันธมิตรฯ หรือ ส.ส.เพื่อไทยกับ นปช. หรือ ส.ส.ประชาธิปัตย์ กับ กปปส. 

คนบริหารจัดการม็อบปลดแอก ก็ล้วนคนหน้าเดิม เพิ่มเติมคือมีตำแหน่งในสภาฯ 

ม็อบมุ้งมิ้ง จับตา "โตโต้" สหายสายสีส้ม

“อาจารย์ป๊อก” ไม่ทิ้ง “โตโต้” คดีฉีกบัตรลงประชามติ

++
วันเฉลิมถูกอุ้ม
++
เมื่อเกิดกรณี “วันเฉลิม” ถูกอุ้มหายในกัมพูชา มีการพบปะพูดคุย กันของทนายความ นักกฎหมาย และ นักสิทธิมนุษยชน ในพื้นที่อีสานหลายจังหวัด จัดตั้งกลุ่ม “ทนายความอีสานเพื่อประชาชน”  เพื่อเป็นหลักประกันสวัสดิภาพด้านกฎหมาย และคดีให้กับระชาชนในพื้นที่ 
โตโต้ได้นำประสบการณ์จากการจัดตั้งสมาคมเพื่อเพื่อน มาผลักดันกลุ่มทนายความอีสานเพื่อประชาชน 

ช่วงการเคลื่อนไหวประเด็น “ตามหาวันเฉลิม” ทำให้โตโต้ และอานนท์ นำภา ได้ร่วมกันคิดและออกแบบการขับเคลื่อนการเมืองท้องถนน  

จริงๆ แล้ว โตโต้ และโรม ไม่เคยหยุดการเคลื่อนไหว นับแต่มีรัฐประหาร 2557 ได้แสดงจุดยืนไม่เอาเผด็จการ และต้องการหยุดระบอบเก่าไว้ที่รุ่นพวกเขา 

กิจกรรมรำลึก 24 มิ.ย.2475 ที่มีความคึกคักในปีนี้ ก็เหมือนการอุ่นเครื่องให้กับแฟลชม็อบ ภาค 2  

วันที่มีการชุมนุมใหญ่ครั้งแรก ในนามกลุ่มเยาวชนปลดแอก  “โตโต้ ปิยรัฐ” และทนายน้อย อานนท์ นำภา จึงเป็นพี่เลี้ยงคอยประคองน้องๆ อย่างเพนกวิน ,ฟอร์ด ทัตเทพ และนักกิจกรรมจากรั้วมหาวิทยาลัย 

จากม็อบคนอยากเลือกตั้ง ถึงแฟลชม็อบภาค 2 โตโต้กำลังเตรียมการใหญ่ สำหรับม็อบไล่ประยุทธ์แบบปักหลักพักค้าง

“เอก ณกรณ์” แฉเบื้องลึก”วุฒิศักดิ์คลินิก”รวยอู้ฟู่ 8,000 ล้าน ก่อนล่มสลาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“เอก ณกรณ์” แฉเบื้องลึก”วุฒิศักดิ์คลินิก”รวยอู้ฟู่ 8,000 ล้าน ก่อนล่มสลาย

"เอก ณกรณ์" แฉเบื้องลึก"วุฒิศักดิ์คลินิก"รวยอู้ฟู่ 8,000 ล้าน ก่อนล่มสลาย21 กรกฎาคม 2563 – 20:30 น.

“เอก ณกรณ์” แฉเบื้องลึก “วุฒิศักดิ์คลินิก” ขาดทุน 900 ล้านบาท ก่อนล่มสลาย แต่ยุคเฟื่องฟูขายหุ้นรายอู้ฟู้ได้เงิน 8,000 ล้านบาท ชี้ต้นเหตุอ่อนบริหาร-แบกต้นทุนสูง แต่ความสวยรอไม่ได้

รายการ “ถามสุดซอย” ออกอากาศวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 22.20 น. ทางช่องเนชั่นทีวี ช่อง 22 ดำเนินรายการโดย “เอิ๊ก-พรหมพร ยูวะเวส” เปิดใจสัมภาษณ์ “เอก-ณกรณ์ กรณ์หิรัญ” ผู้ร่วมก่อตั้งวุฒิศักดิ์ คลินิก กรณีข่าวช็อกวงการความสวยความงาม เมื่อ “วุฒิศักดิ์ คลินิก” ยื่นต่อศาลล้มละลายกลาง ขอฟื้นฟูกิจการ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :  “วุฒิศักดิ์คลินิก” ยื่นล้มละลาย ขอฟื้นฟูกิจการ

วุฒิศักดิ์มีหุ้นทั้งหมดกี่หุ้น?

“ตอนแรกที่ก่อตั้งกันมา ก็เป็นช่วงวัยรุ่นของเรา 3 คน มีหมอวุฒิศักดิ์ คุณพลพัฒน์ และผม”

รู้ตอนไหนว่าล้มละลาย?

“รู้ตอนข่าว ก็ตกใจเหมือนกัน ทุกคนโทรหาผม ไลน์เข้ามาว่าเอกล้มละลายหรือเปล่า หมดตัวแล้วเหรอ เยอะไปหมดเลย จริงๆ ตอนเข้าวุฒิศักดิ์มีคนรู้ แต่ตอนออกไม่มีคนรู้ว่าผมไม่ได้บริหารแล้ว จริงๆ กลุ่มเราก็ขายหุ้นออกไปนานแล้วในตอนแรก”

ตอนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวุฒิศักดิ์แล้ว?

“ผมเหลือหุ้นอยู่คนเดียวในบรรดา 3 คน แต่เหลือเล็กน้อยไม่ได้มาก เหลือแค่ 10% แต่มูลค่าเงินที่จ่ายไป ก็ 700-800 ล้าน ก็เยอะพอสมควร”

ตอนก่อตั้งวุฒิศักดิ์ช่วงแรกๆ เฟื่องฟูมาก เป็นเพราะอะไร?

มาเป็น เพราะ “ความสวยรอไม่ได้”

ตอนนั้นมีคู่แข่งมั้ย?

“อย่าเรียกว่าคู่แข่งดีกว่า ผมเข้ามาในวงการ ทำให้กระแสความงามดีกว่าเกาหลี ดีกว่ารอบบ้าน อย่างลาว พม่า ก็มาใช้บริการที่เราเยอะ ก็ดึงเงินมาในประเทศเราเยอะ”

นิติพลคลินิกใช่คู่แข่งมั้ย?

“ไม่ใช่ครับ จะเรียกว่าเราอยู่ในวงการเดียวกันดีกว่า”

วุฒิศักดิ์กำไรต่อเนื่องมากี่ปี?

“ตั้งแต่จำความได้ไม่เคยรู้จักคำว่าขาดทุน จริงๆ วุฒิศักดิ์ไม่ได้กำไรเยอะเลยถ้าดูงบ แต่จำนวนคนไข้ต่อวันเป็นร้อย เราก็ได้อำนาจต่อรองเรื่องคุณภาพยา เรื่องปริมาณ เรื่องหมอ มีแพทย์เป็นร้อย เรามีการอบรมกึ่งๆ โรงเรียนในสมัยนั้นที่เราทำ”

ช่วงเฟื่องฟู เห็นว่าขยายสาขาไปร้อยกว่าสาขา?

“130 ครับ ไปต่างประเทศด้วย ผมไปเปิดเองหมด มีลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม”

แบ่งกันบริหารยังไงบ้างใน 3 หุ้นส่วน?

“คุณหมอวุฒิศักดิ์ก็ดูเรื่องแพทย์ไป ผมก็ดูเรื่องการเงิน การตลาด และอะไรที่แปลกใหม่ คุณพลพัฒน์ก็ดูสถานที่ โลเกชั่น เรื่องการเปิด”

พอทราบว่ามีการขายหุ้นให้ซิตี้แบงก์บางส่วน?

“ตอนนั้นเราอยากขายลดความเสี่ยงบ้าง ตอนนั้นกลุ่มเราก็เลือกระหว่างการเข้าตลาดและลุยงานต่อไปเรื่อยๆ กับการขายลดความเสี่ยง เมื่อก่อนรายจ่ายเราต่อเดือน 200 กว่าล้าน ช่วงนั้นมีเรื่อง อย. สาธารณสุขที่ไม่เข้าใจเรา ต้องเป็นการตลาด ฮาร์ดเซลล์โน่นนี่ เข้ามาตรวจ ภาครัฐไม่ได้สนับสนุนเรื่องการแพทย์ความงามมีอยู่ เข้ามาตรวจ กฎหมายเปลี่ยนรายวัน เราขายหุ้นออกไปได้ 8,000 กว่าล้าน แต่เราลดสัดส่วนแค่ 30-35% ได้มา 3,000 กว่าล้าน ทั้งกลุ่มผม 3 คน”

สบายแล้ว?

“ก็ระดับหนึ่งครับ (หัวเราะ)”

น่าจะลอยลำ แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น?

“จะบอกว่ากลุ่มพวกผมไม่ success ในเรื่องธุรกิจก็คงไม่ใช่ เราทำให้มันโตขึ้นมา หลังขายให้ซิตี้แบงก์ผมบริหาร 1 ปี ทำสปอตทิ้งเอาไว้ ตอนนั้นมีพี่กบ ปภัสรา พี่หนูแหม่ม มีเจมส์จิ พี่ไก่ วรายุฑ ทีนี้อีกคนมาบริหารก็มองอีกแบบว่าแก่ไปหรือเปล่า ต้องเป็นวัยรุ่น การปรับเปลี่ยนค่อนข้างเร็ว ประกอบกับตอนนั้นเหมือนมีคู่แข่งเริ่มเข้ามา เราจะเรียกว่าเป็นคลินิกที่ได้มาตรฐานทุกอย่าง”

“เป็นที่เพ่งเล็งของทุกคน ถ้าจะไปจับ เยี่ยม ตรวจ ก็จะไปเบอร์หนึ่งก่อน แบรนด์ใหญ่ๆ ก็จะโดนเยอะในการตรวจ ของเราได้มาตรฐานยันเข็มฉีดยา แต่จะมาพร้อมต้นทุนที่มหาศาล เหมือนไปโรงพยาบาลชั้นนำ ทำไมรักษาแล้วแพง มันมีขั้นตอนที่ทุกอย่างต้องถูกต้อง เป๊ะจริงๆ นั่นแหละคือต้นทุน แล้วราคาเราขายถูกด้วย เพราะจำนวนเยอะ คนไข้เราหลักร้อยต่อวันทุกวัน ถ้าต่ำกว่า 50 ผมขาดทุนแล้ว เราจะเช็กมอนิเตอร์ เรามีร้อยสาขาต้องตรวจทุกวันว่าเป็นยังไงบ้าง”

ตอนขายให้ซิตี้แบงก์ 3,000 กว่าล้าน บอกว่าเป็นราคาปั้นแต่งให้ได้ราคามากเกินความเป็นจริง?

“มีการขายอย่างถูกต้อง หลังจากนั้นซิตี้แบงก์ก็ส่งคนมาบริหาร มันก็เกิดปัญหาคือมันเริ่มดาวน์ลง ตอนนั้นไม่ได้บริหารเองยอดก็ตก ตอน 1 ปีที่บริหารอยู่ยอดก็ยังดีแต่หลังจากนั้นก็ถอนตัว ก็เปลี่ยนมือมาเป็นอีฟอร์แอล มาถือหุ้นใหญ่ 51% จาก 8,000 กว่าล้าน ซื้อแค่ 4,500 ล้าน ก็มีคนชวนว่าเอามั้ย ผมก็ซื้อมาในส่วนผมเอง 25% แล้วก็กลับไปบริหาร ตอนนั้นถ้าดูในบัญชี จาก 70 กว่าล้าน ก็โตขึ้นมาเป็น 140 กว่าล้านในปีเดียว ขึ้นมาเท่าตัว เริ่มจะเข้าตลาดแล้ว ตอนนั้นเป็นที่ฮือฮาว่าเป็นไปไม่ได้หรอก อีฟอร์แอลจะซื้อบริษัทนี้ได้ เพราะบริษัทนี้ใหญ่กว่า เราเข้าไปบริหาร ปรับเปลี่ยนองค์กร สักพักเอาเราออกอีกแล้ว ข้อเสียของเราคือเวลาทำงานจะดุดันมาก คือถ้าไม่ใช่ก็ไม่ยอม การเข้ากับคนไม่ได้ง่ายเท่าไหร่ เราออกมาปุ๊บ ทางโน้นก็เข้ามาบริหาร”

“ไม่อยากโทษใครว่าใครผิดใครถูก แต่เปรียบเทียบว่าเขาขับรถสิบล้อเก่งมาก แต่ของเราเป็นรสบัส คนบริหารอาจชำนาญรถประเภทหนึ่งแล้วมาขับรถอีกประเภทหนึ่ง วุฒิศักดิ์เปรียบเหมือนรถบัสที่มี 100 กว่าสาขา การเลี้ยววันนี้ไม่ง่าย เข้าไปผมบอกว่าต้องคุยกับหมอดีๆ นะ ถ้าเรียกมาตำหนินิดเดียว ออก ปัญหาการเทรนนิ่งยากมาก อ๋อ งั้นเอาหมอออกให้หมดเลย เราเป็นความงาม ไม่จำเป็นต้องใช้หมอ โอ้โห หมอลาออก 30 คน สักพักยอดกระทบ ยอดฮวบ ก็กลับมารับสมัครหมออีก ให้เพิ่ม 20% มันก็กลายเป็นหมอเข้ามาใหม่ กว่าจะรู้จักลูกค้า กว่าจะตรวจเป็น มันมีดีเทล ธุรกิจบริหาร ต้องดูบริการตั้งแต่เริ่มต้น เคาน์เตอร์ หมอ เลเซอร์ ผลการรักษา ไม่ใช่ดูตัวเลขแล้วจบ ก็เป็นจุดล่มสลายส่วนหนึ่งเหมือนกันในการเป็นผู้นำ ตอนที่ผมออกไปแล้ว”

หมอออกไปเปิดคลินิกเองด้วย เป็นส่วนหนึ่งด้วยมั้ย?

“ผมว่าเป็นเรื่องการบริหาร กับสองภาครัฐไม่ให้การสนับสนุน ธุรกิจนี้มียาจริง ยาปลอม ยาหิ้ว อย่างคลินิกใหญ่ๆ เขาใช้ยาจริงหมด เพราะถ้ามีปัญหาจะไม่คุ้ม แต่ถ้าเป็นคลินิกเล็ก ต้นทุนต่ำกว่า 50% เช่น ยาหิ้ว อาจเอามาจากประเทศนั้นที่ผลิต เอามาจากเกาหลี แต่ไม่ได้ใช้ในอุณหภูมิที่พอเหมาะ ใช้ไปก็ดื้อยา ฉีดแล้วตึงจริงแต่แป๊บเดียว อีกประเภทคือการใช้ยาจากจีน เวียดนาม ยาปลอมเลย ซึ่งลูกค้าไม่รู้ เรายังดูยากเลย”

การล่มสลายของวุฒิศักดิ์ มาจากหนึ่งการบริหาร?

“สองคือต้นทุนการใช้ค่อนข้างสูง ถ้าเป็นเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ราคาไม่ถูก สังเกตมั้ยไป รพ.กรุงเทพ แพงมั้ย การใช้ยาแต่ละตัวค่อนข้างสูง และความเชี่ยวชาญ”

การขายเฟรนไชส์?

“จริงๆ วุฒิศักดิ์ไม่ควรขายเฟรนไชส์ การบริหารของคนใหม่ เข้ามาปุ๊บ ฉีกวุฒิศักดิ์เป็น 3 ส่วน ส่วนที่หนึ่งขายดี 30 แห่ง ผมนั่งเป็นบอร์ดอยู่ ผมก็เฮ้ย ขายก็เจ๊งสิ 30 สาขาโดนทั้งน้ำท่วม โดนทั้งการเมือง มันยังไม่เจ๊ง แต่คุณเอาไปเข้ากระเป๋าใครก็ไม่รู้ ไม่อยากจะบอก เดี๋ยวต้องเจอกันในศาลต่อไป สองขายให้กับบริษัทหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ แล้วเหลืออะไรไม่รู้ ส่งให้เรามา”

สาขาดีๆ ให้คนอื่นขายเฟรนไชส์ไป เก็บแต่สาขาไม่ดีเอาไว้?

“ใช่ เขาบอกว่าไม่มีเงิน ขาดสภาพคล่อง จำเป็น ผมก็อ้าว ถ้าของดีหมดเราก็เจ๊งสิ เสียงเราแค่ 10% ทำอะไรได้ ผมก็เลยลาออกหมด เพราะเราไม่เห็นด้วยในการบริหาร แล้วก็ไม่ได้สนใจอีกเลยในการทำงาน ไม่ได้ติดตามข่าว”

การลดจำนวนหมอทำให้วุฒิศักดิ์ขาดทุนหนัก?

“หนัก แต่ผมไม่รู้เรื่องเลยนะ ระหว่างขับรถอยู่ ประชุมบอร์ดครบวาระ ให้เราไปดูงบการเงิน เปิดมา ปีที่แล้วเราทำกำไร 140 ล้าน ปีนี้ขาดทุน 500 ล้าน โอ้โห ผมจำเหตุการณ์ได้เลย ตอนนั้นไม่เอาคนขับรถไป ขับเอง มันเบลอ มึน ขาดทุนยังไงวะ 500 ล้าน มึงใช้เงินกันยังไงวะ แล้วเราถือหุ้นเยอะ มันหลายปีแล้วไง เชื่อมั้ยมีคนมาถามผมวันก่อนว่าผมเสียหายเท่าไหร่ ผมคิดว่าเสียหาย 200-300 ล้าน

เพราะผมไม่ได้จำว่ามีหุ้นเท่าไหร่ เมื่อกี้นั่งคิด เราขาดทุน 800-900 ล้าน แต่สิ่งหนึ่งที่เรางงคือภาพจำคือภาพเรา วุฒิศักดิ์คือเรา สะท้อนมาเต็มเลย เพราะคิดว่าเรายังทำอยู่ จริงๆ ผมไม่ได้เปิดตัวว่าผมทำอะไรอยู่ ผมอยากให้ทุกคนเห็นว่าเราก็เริ่มจากไม่มีกิน เรียนไม่จบ เริ่มจากไม่มีอะไรเลย เราทำได้ถ้าใส่ใจ ผมก็เปิดออกไปและย้ำเสมอว่าเราเป็น 1 ใน 3 ไม่ใช่เป็นเจ้าของ ตอนนั้นได้กระแสมาส่วนหนึ่ง คนรักเรา ยอดก็ดี พอเราออกปุ๊บเราไม่ได้บอกว่าเราทำธุรกิจอะไรบ้าง มันก็เยอะพอสมควร”

เห็นบอกว่าย้ายตึก ฮวงจุ้ยเปลี่ยน คิดว่ามีผลทำให้วุฒิศักดิ์มาถึงวันล้มละลายมั้ย?

“จริงๆ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่ผมมีความรู้สึกอย่างนั้น เราอยู่กับหุ้นส่วนก็ไม่มีอะไร แฮปปี้ สักพักขายให้ซิตี้แบงก์ ย้ายตึกใหม่ ห้องใหญ่ เมื่อก่อนอยู่ตึกแถว 17 ห้อง ตอนนี้ไม่ได้แล้ว ต้องย้ายไปอยู่ตึกใหญ่อยู่งามวงศ์วาน อยู่ดีๆ หุ้นส่วนทะเลาะเบาะแว้งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ สักพักขายให้ซิตี้แบงก์ ซิตี้แบงก์ก็มาตีกับเราเรื่องอะไรไม่รู้ สักพักมาเจออีฟอร์แอล เหตุผลอะไรไม่รู้ หมอตีฝ่ายโน้น ฝ่ายโน้นตีฝ่ายนี้ เราก็คิดว่ามันมีสะพานลอยหน้าตึก ตอนแรกที่เข้ามา เราก็ไม่ได้เอะใจ เพราะเราเชื่อว่าการทำงานก็คือการทำงาน ไม่น่าเกี่ยวกับฮวงจุ้ย พยายามวิเคราะห์หลายๆ แง่มุม พยายามดูฮวงจุ้ยว่าตึกนี้ทำไมใครอยู่ก็มีปัญหากัน”

"เอก ณกรณ์" แฉเบื้องลึก"วุฒิศักดิ์คลินิก"รวยอู้ฟู่ 8,000 ล้าน ก่อนล่มสลาย

เคยเอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุมมั้ย?

“เคย (หัวเราะ) ก็มีการปรับศาลบ้าง กลายเป็นคนที่เข้ามาใหญ่กว่าผู้ถือหุ้นอีกจนตอนนั้นป่วน จนผมทำใจ ไม่เอาแล้ว เราทำธุรกิจอื่นดีกว่า เราชอบอะไรที่ได้ดูแลเอง ถ้าไม่ใช่คงไม่ได้ทำ”

วันที่เราสร้างมากับมือ กับวันนี้ที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้?

“ผมยังจำสาขาพระประแดง นอนไม่หลับเที่ยงคืน คือความสุขของผมคือไปดูงานช่าง เพราะวุฒิศักดิ์จะไม่มีปิด 360 วัน ลูกค้าออกไปปุ๊บต้องรีโนเวท เช้าเปิดรีโนเวท นอนไม่หลับอยู่แถวงามวงศ์วานก็จะไปพระประแดง บางวันไปอนุสาวรีย์ ไปรีโนเวท ไปดูช่าง แค่หลอดไฟเดือนหนึ่งก็เสียเป็นแสนแล้ว หลอดไฟหน้าป้าย ไปดูเองว่าคนเฝ้ายา เฝ้าจริงหรือเปล่า เอกสารเป็นยังไง เรามองเป็นลูกเรามากกว่า เราก็เสียใจนิดนึง”

ตอนนี้ทำอะไร?

“ผมทำพร็อพเพอร์ตี้ ทำคอมมูนิตี้มอลล์ ขายที่คอมมูนิตี้มอลล์ไป ปัจจุบันมีโรงแรมอยู่เชียงใหม่ 2 แห่ง มีลงทุนอาหารเสริม น่าจะติด 1 ใน 50 สินค้าขายดีในเซเว่น จริงๆ ผมตั้งโรงงานมาก่อนหน้านี้ เป็นหน้ากากกรองฝน”

ข่าวเจ๊งวุฒิศักดิ์ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา เราลอยลำไปแล้ว?

“ก็เป็นภาพลักษณ์จดจำว่าเอก วุฒิศักดิ์ ถามว่าเสียหายมั้ย ส่วนตัวเสียหายอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราทำงานมาหนัก วุฒิศักดิ์ก็ให้เรามาพอสมควร เราก็นอนไม่หลับเรื่องนี้เหมือนกัน ลอยแพพนักงาน กลับไปรอบที่ 2 ผมก็ช่วยเหลือพนักงาน จ่ายเงินเดือนพนักงาน รอบล่าสุด กลายเป็นคนไข้ซื้อคอร์สเยอะแยะไปหมด วันก่อนมีคนมาสัมภาษณ์ ผมก็เลิกคิดไม่เป็น เอาไงดีวะ มียาอยู่ มีโบท็อกซ์อยู่ เอางี้ดีกว่า เราจะให้ลูกค้าเราเยียวยาสักพันคน เราอยากให้เป็นความทรงจำดีๆ ที่เราคืนให้ลูกค้าของเราไป”

คุณสมบัติที่จะช่วยเป็นยังไง?

“ทุกคนที่ค้างยอดเกิน 6 พันบาท เราก็ให้ 6 พันบาทไปรับบริการที่คลินิก มีหลายคลินิกติดต่อเข้ามานะ ถ้ามีคลินิกที่ไหนอยากรับลูกค้าวุฒิศักดิ์ไป ไม่เป็นไร ผมมียาออฟเฟอร์ให้ได้ แต่ต้องไม่เก็บค่าใช้จ่ายนะ ดีลเข้ามาที่บริษัทผมเอง”

หลังจากนี้วุฒิศักดิ์จะเป็นยังไง?

“การเข้าแผนฟื้นฟู ต้องดูว่าทรัพย์สินวุฒิศักดิ์ก็มีหลายร้อยล้าน แต่ทำไมโอนออกไป ทำอะไรที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่รู้ ต้องมีการตรวจสอบอีกทีหนึ่ง และเข้าแผนฟื้นฟู ใครจะเป็นผู้ถือหุ้นต่อไปที่จะสามารถบริหารได้”

จะเหลือแค่ชื่อมั้ย?

“ผมไม่แน่ใจเลย ข่าวที่รู้ผมก็รู้พร้อมสื่อเหมือนกัน ทำใจ เราเสียหายไปเยอะนะ เสียหายหลายร้อยล้าน แต่ธุรกิจก็คือธุรกิจ ถ้าคิดแต่เรื่องเดิมๆ ผมว่าก้าวข้ามผ่านออกไปแล้วลุยใหม่ได้ดีกว่า”

มีโอกาสที่ 3 หุ้นส่วนกลับมาทำธุรกิจด้วยกันอีกมั้ย?

“ไม่แน่ใจ แต่อยู่กัน 16 ปี เหมือนแต่งงานกันมานาน ก็แยกย้ายกันไปบ้าง”

เปิด 3 สูตร ปรับ ครม. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิด 3 สูตร ปรับ ครม.

เปิด 3 สูตร ปรับ ครม.21 กรกฎาคม 2563 – 16:51 น.

เปิด3 สูตร ปรับ ครม. “ไพรินทร์ ” รองนายกฯ- “สุริยะ” พลังงาน- อนุชา นาคาศัย รมว.อุตฯ ปรีดี ดาวฉาย รมว.คลัง- ฐากร ตัณฑสิทธิ์ รมว.ดิจิทัลฯแทน บี-พุทธิพงษ์ ส่วนอาจารย์แหม่ม-นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ติดโผ นั่ง รมต.สำนักนายกฯ ทุกสูตร

ใกล้เข้ามาทุกขณะกับการปรับคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ 2/2 โดยโผคณะรัฐมนตรีแบ่งเป็น 3 สูตร 

สูตรเเรก นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร เป็นรองนายกฯ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ย้ายจาก รมว.อุตสาหกรรมไปเป็น รมว.พลังงาน เเล้วให้นายอนุชา นาคาศัย ไปเป็น รมว.อุตสาหกรรม, นายปรีดี ดาวฉาย เป็น รมว.คลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น ไปเป็น รมว.อุดมศึกษาฯ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นรมต.สำนักนายกฯ ,นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็น รมว.เเรงงาน

สูตรสอง สลับบางตำเเหน่งจากสูตรเเรก คือ นายไพรินทร์ เป็นรองนายกฯควบ รมว.พลังงาน นายสุชาติ ไปเป็น รมช.มหาดไทยหรือ รมช.เกษตรฯ โดยต้องจับตาว่าร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าจะต่อรองในเก้าอี้นี้ด้วยหรือไม่, นายอนุชา เป็นรมว.อุดมศึกษาฯหรือไปเป็น รมช.คลังเเล้วให้นายสันติ พร้อมพัฒน์ มารับหน้าที่ รมว.อุดมศึกษาฯเเทน 

ส่วนตำเเหน่งอื่นๆยังคงเดิมคือ นายเอนก เป็นรมว.เเรงงาน นางนฤมล เป็น รมต.สำนักนายกฯ นายปรีดี เป็นรมว.คลัง

สูตรสาม คือ นายสุชาติ เป็น รมว.แรงงาน และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หลุดจากตำเเหน่ง รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. มานั่งเป็น รมว.กระทรวงนี้แทน 

 ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ นักข่าวเคยถามถึงกระแสข่าวที่ว่านายฐากร จะมานั่งเป็น รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ  นายฐากร อมยิ้ม และบอกว่าขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ทำประวัติของตน เกี่ยวกับสิ่งที่ได้ทำมาและที่จะทำในอนาคต คนก็เลยตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าได้เป็นรัฐมนตรีแน่นอน 

ตำเเหน่งอื่นๆคือ นายไพรินทร์เป็นรองนายกฯเเละรมว.พลังงาน, นายปรีดี เป็นรมว.คลัง, นายเอนกเป็น รมว.อุดมศึกษาฯ , นางนฤมลเป็น รมต.สำนักนายกฯ 

ผ่าพลังประชารัฐ สามก๊กชิงเสนาบดี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ผ่าพลังประชารัฐ สามก๊กชิงเสนาบดี

ผ่าพลังประชารัฐ สามก๊กชิงเสนาบดี21 กรกฎาคม 2563 – 09:00 น.

ปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/2 จับตา “3 ก๊ก” พลังประชารัฐ โชว์เก๋าเขย่าเก้าอี้ “บิ๊กป้อม” จะเอาอยู่มั้ย

++
บ่ายสองวันที่ 21 ก.ค.2563 จับตาความเคลื่อนไหวการปรับคณะรัฐมนตรี “ประยุทธ์2/2” จากที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐว่า พรรคจะมีมติส่งชื่อผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในโควตาของพรรคว่าเป็นใครบ้าง  

แม้วันที่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะบอกว่า นับแต่นี้ไป พรรคพลังประชารัฐ จะมีแต่ความสามัคคี แต่การปรับ ครม.รอบนี้ พรรคกลับอึมครึม และตรึงเครียด

อ่านข่าว… สามมิตรผยอง “เฮียกวง” ดวงตก

++
กลุ่มสามมิตร
++
ตรวจสอบขุมกำลังหลักของกลุ่มสามมิตร มี ส.ส.ในมือไม่ต่ำกว่า 20 คน หลังจาก “เสี่ยแฮงก์” อนุชา นาคาศัย ได้ตำแหน่งเลขาธิการพรรค  

เป้าหมายหลักของกลุ่มสามมิตรคือ ต้องการผลักดันให้ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีพลังงาน และเสี่ยแฮงก์ต้องมีตำแหน่งรัฐมนตรี
 

“สุริยะ-สมศักดิ์” พยายามจะอ้างสัญญาใจกับ “บิ๊กป้อม” หลังจากกลุ่มสามมิตร อาสาเป็นหัวหอกกดกัน “กลุ่ม 4 กุมาร” จนทิ้งเก้าอี้หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค
++
กลุ่มวิรัช-สันติ-เฮ้ง
++
เมื่อวิรัช รัตนเศรษฐ ขาใหญ่โคราช แตะมือ “ซุ้มมะขามหวาน” สันติ พร้อมพัฒน์ พ่วงด้วย “มังกรน้ำเค็ม” สุชาติ ชมกลิ่น รวบรวมไพร่พลได้มากกว่า 30 คน จึงเป็นกลุ่มใหญ่มีอำนาจต่อรองสูง 

กลุ่มมะขามหวานอีสานบูรพา ยังหวังที่จะดัน สันติ พร้อมพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีพลังงาน และ “ส.ส.เฮ้ง” ต้องได้ตำแหน่งรัฐมนตรี 

บทบาทขาใหญ่ของวิรัช เป็นจุดอ่อนของกลุ่มนี้ ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่มีกำลังอยู่ในมือจำนวนไม่น้อย ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ จน “บิ๊กป้อม” ต้องจับมาเคลียร์ใจกัน

++
ก๊กเมืองหลวง
++
เดิมทีกลุ่ม กทม. “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” และ “พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์” เป็นแม่ทัพใหญ่ หลังเลือกตั้งผ่านไป  “ณัฏฐพล” เป็นรัฐมนตรีศึกษาธิการ และ “พุทธิพงษ์” เป็นรัฐมนตรีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กลับไม่ค่อยดูแล ส.ส.เขต 12 คน 

เวลานี้ ส.ส.เมืองหลวง แยกย้ายไปรวมตัวกันดูแลกันเอง เหลืออยู่ในมือ “รัฐมนตรีตั๊น-รัฐมนตรีบี” แค่ 4 คน จึงมีความพยายามปรับเปลี่ยนโควต้าใหม่ ริบเก้าอี้ของคนใดคนหนึ่ง 

อย่างไรก็ตาม “เสี่ยตั๊น” ณัฏฐพล พยายามดึงกลุ่มวิรัช-สันติ เป็นแนวร่วม เพื่อรักษาเก้าอี้ และยังแอบหวังที่จะได้เก้าอี้ตัวใหม่
 

การปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/2 จะพิสูจน์บารมีของ “บิ๊กป้อม” ว่าจะเอาบรรดาซุ้ม “มังกรซ่อนพยัคฆ์” อยู่หรือไม่?

ไผเป็นไผ “นวชีวิน” อดข้าว ที่แท้กลุ่มเพนกวิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ไผเป็นไผ “นวชีวิน” อดข้าว ที่แท้กลุ่มเพนกวิน

ไผเป็นไผ "นวชีวิน" อดข้าว ที่แท้กลุ่มเพนกวิน21 กรกฎาคม 2563 – 08:15 น.

ม็อบคนรุ่นใหม่รุกหนัก กลุ่มนวชีวินจากปากน้ำโพ โผล่อดข้าวประท้วง เดินตามรอย “ฉลาด วรฉัตร”  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

++
สร้างความประหลาดใจให้กับสื่อมวลชน เมื่อ “แนวร่วมนวชีวิน” (New life network) เครือข่ายภาคประชาชน และนักเรียน นักศึกษา ประกาศอดข้าวประท้วงรัฐบาลประยุทธ์ ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2563 

หลายคนสงสัยว่า “จอน” หรือ “ภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์” แกนนำกลุ่มแนวร่วมนวชีวิน ที่ทำการอดข้าวประท้วงนั้นคือใคร?

อ่านข่าว…  “เพนกวิน” โชว์ป๋า  พลังบริสุทธิ์สุ่มเสี่ยง

ภูมิวัฒน์ กล่าวว่า เขาอยากแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ให้พวกชนชั้นปกครองรู้ว่า คนที่หิวกำลังจะอดตายมาอยู่ตรงหน้าแล้ว คนที่หิวไม่มีข้าวกิน คนที่ตกงาน ไม่มีทางไปมาอยู่ที่นี่แล้ว จะแก้ปัญหาอย่างไร 

การต่อสู้แนวอหิงสา ภูมิวัฒน์จะเป็นไม้แรกของกลุ่มนำอดข้าว และจะมีเพื่อนสลับเวรในช่วงกลางคืน และในช่วง 4 วันแรกจะกินข้าวและน้ำแค่ 1 มื้อ จากนั้นจะดื่มน้ำอย่างเดียว ภายใน 7 วัน หากร่างกายปรับตัวได้จะอดทั้งข้าวและน้ำต่อไป
++
ขบถรุ่นเยาว์
++
ภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ และศิรัญญา ทองเชื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมนวชีวิน ล้วนเป็นผลผลิตของ “กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท” 

ปลายปี 2556 มีกลุ่มนักเรียนมัธยม 50 คน ที่ต้องการปฏิวัติการศึกษาไทย รวมตัวจัดตั้ง “กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท” โดยสมาชิกกลุ่มก่อการที่มีชื่อเสียง ประกอบด้วย เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ,”เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ ณัฐนันท์ วรินทรเวช  

ภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ ก็ได้เข้าร่วมกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท เวลานั้น เขาเรียนอยู่ชั้น ม.3 ร.ร.เก้าเลี้ยววิทยา อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ เช่นเดียวกับศิรัญญา ทองเชื้อ ที่เป็นบรรณาธิการกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท  

22 พ.ค.2558 ภูมิวัฒน์ เรียนอยู่ชั้น ม.5 ได้เข้าร่วมกับรุ่นพี่นักศึกษาแสดงออกเชิงสัญญลักษณ์ทางการเมือง ในวาระครบ 1 ปี การทำรัฐประหาร ที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร แยกปทุมวัน  

ภูมิวัฒน์ เป็น 1 ใน 38 คน ที่ถูกตำรวจสลายการชุมนุม และจับกุมตัวไปโรงพัก พร้อมเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เพื่อนนักเรียนร่วมอุดมการณ์
++
แฟลชม็อบปากน้ำโพ
++
ช่วงปลายเดือน ก.พ.2563 แฟลชม็อบเบ่งบานในรั้วมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ “ภูมิวัฒน์” ร่วมกับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ในนาม “แนวร่วมนิสิต มรภ.นว. เพื่อประชาธิปไตย” จัดกิจกรรม “มาร่วมกันทวงคืนอนาคตของเราเอง” 

หลังแฟลชม็อบ ภูมิวัฒน์ จึงก่อตั้ง “แนวร่วมนวชีวิน” (New life network) ประกอบด้วยภาคประชาชน , กลุ่มนักเรียนโรงเรียนนครสวรรค์ , มออยู่ข้างราบ11แต่ไม่เอาเผด็จการ(SPU.Rise) , มหาลัยแถวๆ ตีนดอย คนน้อยแต่100% (มทร.ล้านนา), แนวร่วมนิสิต มรภ. นว. เพื่อประชาธิปไตย และ BSRUFreedom (มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา) 

ก่อนหน้าจะมาทำเนียบรัฐบาล “ภูมิวัฒน์” เคลื่อนไหวในนาม “ประชาชนผู้ไม่ยอมนิ่งเฉย” กรณีการหายตัวไปของ “ตาร์” วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ระหว่างอยู่ที่กัมพูชา  

พลันที่ “เพนกวิน” ร่วมกับกลุ่มเยาวชนปลดแอก จัดการชุมนุมในกรุงเทพฯ “ภูมิวัฒน์” ในนามแนวร่วมนวชีวิน จับมือแนวร่วมนิสิต มรภ. นว. เพื่อประชาธิปไตย วางแผนจัดการชุมนุม “ไม่ทนต่ออำนาจเผด็จการ” ในวันที่ 29 ก.ค.2563 บริเวณหน้าประตู 13 อุทยานสวรรค์ ปากน้ำโพ 

การต่อสู้ของภูมิวัฒน์ ไม่โดดเดี่ยว เพราะมี สมยศ พฤกษาเกษมสุข เป็นพี่เลี้ยง ประสานกับกลุ่มของเพนกวิน และฟอร์ด ทัตเทพ มันเป็นการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่ที่น่าติดตามยิ่ง

“อานนท์” ลุยฮ่องกงโมเดล แฟลชม็อบภาค 2 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“อานนท์” ลุยฮ่องกงโมเดล แฟลชม็อบภาค 2

"อานนท์" ลุยฮ่องกงโมเดล แฟลชม็อบภาค 220 กรกฎาคม 2563 – 12:39 น.

แฟลชม็อบภาค 2 จากกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาค ทำไมเกจิการเมืองชี้ว่า ม็อบเยาวชนปลดแอก คือฮ่องกงโมเดล

++
หลัง “ม็อบไม่ทน” ต้องยกเลิกการชุมนุมแบบข้ามวันข้ามคืน คบเพลิงแห่งการต่อสู้ ก็ส่งต่อไปที่เชียงใหม่ และอุบลราชธานี 

วันที่ 22 ก.ค.2563 แนวร่วมนิสิต มมส.เพื่อประชาธิปไตย ก็แสดงพลัง “คนอีสานสิบ่ทน” ที่ลานแปดเหลี่ยม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม       

นอกจากนี้ ยังมีการทำกิจกรรมชุมนุมแฟลชม็อบอีกหลายจังหวัด ไม่จำกัดอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยอีกต่อไป

นี่คือแฟลชม็อบฉบับดาวกระจาย ที่เริ่มจาก “อานนท์ นำภา” ตามหาวันเฉลิม และขยายผลมาจาก “ม็อบไล่ประยุทธ์
++
ฮ่องกงโมเดล
++
ไพศาล พืชมงคล นักกฎหมายมือพระกาฬ และนักวิเคราะห์สถานการณ์ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊คส่วนตัว ได้ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับ “ม็อบเยาวชนปลดแอก” ว่า  “องค์กรของต่างชาติ ยืนกำกับการอยู่”  

ประเด็นฮ่องกงโมเดล ถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์การเคลื่อนไหวของแฟลชม็อบภาคแรกแล้ว เพียงแต่ตอนนั้น ม็อบนักศึกษายังไม่ลงถนน        

จะว่าไปแล้ว ตัวละครที่เป็นแกนนำม็อบ ก็ล้วนเป็นคนหน้าเดิม ตั้งแต่สมัยม็อบคนอยากเลือกตั้ง เพียงแต่เงื่อนไข และสถานการณ์เปลี่ยนไปจากปี 2560         

พิษเศรษฐกิจซบจากโควิดระบาด เป็นตัวเชื้อที่สำคัญในการกระตุ้นให้เกิดแฟลชม็อบที่กระจายไปทุกภูมิภาค และมีคนหลากหลายอาชีพเข้าร่วม        

กล่าวถึงที่สุด คงไม่ใช่การเคลื่อนไหวของนักศึกษาล้วนๆ หากแต่ม็อบคนชั้นกลางในรูปแบบฮ่องกงโมเดล

นัดแล้วไม่มา “ก้าวหน้า” ไปไหน ‘ก้าวไกล’ใจไม่ถึง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นัดแล้วไม่มา “ก้าวหน้า” ไปไหน ‘ก้าวไกล’ใจไม่ถึง

นัดแล้วไม่มา "ก้าวหน้า" ไปไหน 'ก้าวไกล'ใจไม่ถึง20 กรกฎาคม 2563 – 08:13 น.

ม็อบปลดแอกสะดุด เพราะ “นัดแล้วไม่มา”  “ธนาธร” ไปนครปฐม “พิธา” ก็ไปปากน้ำ  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ทำไมม็อบเยาวชนปลดแอก จึงเลิกกลางคัน ทั้งที่ประกาศชุมนุมถึงเช้าวันอาทิตย์
 

“ไพศาล พืชมงคล” ซือแป๋การเมือง ที่มีน้องชายทำงานกับพรรคอนาคตใหม่ยุคแรกๆ โพสต์ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ด้วยสเตตัส “นัดแล้วไม่มา” 
 

“หน่วยงานการข่าวตรวจพบว่ามีการนัดหมายระดมคนเข้ามาจากต่างจังหวัดราว 7-8 จังหวัด และมีการเขียนข่าว ในลักษณะนี้ชัดเจน  ในขณะที่ม็อบก็ประกาศชุมนุมค้างคืน แต่ปรากฏว่าเอาเข้าจริง ที่จะเดินทางมาสมทบก็ไม่มา  ที่จะชุมนุมจนสว่าง ก็เลิกก่อน..”

อ่านข่าว…  แถลงการณ์’เยาวชนปลดแอก’ ลั่นยิ่งเด็ดดอกไม้ยิ่งบาน มันจะไม่จบลงแค่นี้

ไพศาล พืชมงคล ไม่ได้บอกว่า คนต่างจังหวัดที่จะเข้ามาสมทบนั้น เป็นฝีมือบริหารจัดการของกลุ่มใด? แต่คาดเดาว่า ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย และ นปช.
 

เนื่องจาก “แกนนำม็อบไม่ทน” ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง สนิทสนมกับแกนนำกลุ่มก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล มากกว่า


++
ลุยท้องถิ่น
++
ในวันที่ “ม็อบไม่ทน” อยู่บนท้องถนน “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” มอนิเตอร์ผ่านสื่อออนไลน์ และทวีตข้อความ “ขอให้กำลังใจทุกคนที่ลุกขึ้นมาแสดงพลังเพื่อต่อสู้กับความอยุติธรรม ยืนตัวตรงต่อหน้าเผด็จการ และทวงอำนาจประชาชนกลับคืนมา”
 

เช่นเดียวกับ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ที่บอกว่า “เสรีภาพในการแสดงออก คือหัวใจสำคัญของสังคมประชาธิปไตย..”
 

ไม่มีท่าทีปลุกม็อบเหมือนช่วงยุบพรรคอนาคตใหม่ ไม่โค้ดคำพูดเชิงปลุกเร้า ตามสไตล์ปิยบุตร
 

ทั้ง “ธนาธร” และ “ปิยบุตร” กำลังมุ่งมั่นกับการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยคณะก้าวหน้า ได้เปิดรับผู้เสนอตัวเข้าคัดเลือกเป็นนายก อบต., นายกเทศมนตรี และนายก อบจ. 
 

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา “ธนาธร” เหยียบถิ่น “สะสมทรัพย์” ปลุกคนนครปฐมให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง
 

มีเพียง “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช คนเดียวที่โฉบไปให้กำลังใจม็อบไม่ทน เหมือนเซเลบการเมืองทั่วไป 

++
ลุยปากน้ำ
++
วันเสาร์ที่ผ่านมา “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดที่ทำการพรรคย่านฝั่งธนบุรี เปิดรับสมัครผู้ที่จะมาร่วมเปลี่ยนกรุงเทพมหานคร ด้วยการเสนอตัวลงสมัครสมาชิกสภา กทม.ทั้ง 50 เขต 
 

พรรคก้าวไกล ยังให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งซ่อมที่สมุทรปราการ เขต 5 เพราะนับว่าเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกหลังจากการยุบพรรคอนาคตใหม่ ที่พรรคส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง
 

“พิธา”จึงระดมกำลังลงพื้น อ.บางบ่อ อ.บางเสาธง และ อ.บาพลี เพื่อให้ พีท อิศราวุธ ณ น่าน ชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย
 

จะมีแต่ “รังสิมันต์ โรม” ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ลงพื้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ติดตามสถานการณ์การชุมนุม เพราะแกนนำม็อบไม่ทน ล้วนเป็นเพื่อน และรุ่นน้องของเขาทั้งนั้น
 

แล้วคืนนั้น (เสาร์ที่ 18 ก.ค.) “โรม” ก็ทำหน้าที่ “พี่เลี้ยง” พาน้องๆ ออกจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เหมือนปี 2558 “ธนาธร” นำรถตู้ของเจ๊สมพร มารับ “โรม” และ “ไผ่ ดาวดิน” ฝ่าวงล้อมตำรวจไปสวนเงินมีมา
 

วันนี้ “โรม” เป็น ส.ส. จึงมีเอกสิทธิ์ และตำรวจยังไม่ได้ตั้งข้อหาแกนนำเยาวชนปลดแอก

โปสเตอร์อันตราย ในม็อบเยาวชนปลดแอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โปสเตอร์อันตราย ในม็อบเยาวชนปลดแอก

โปสเตอร์อันตราย ในม็อบเยาวชนปลดแอก 19 กรกฎาคม 2563 – 20:05 น.

ควันหลงม็อบเยาวชนปลดแอก โปสเตอร์-ป้ายที่มีข้อความสุ่มเสี่ยง และถูกตั้งคำถาม

              จบไปแล้ว ยกแรกการชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลประยุทธ์ที่ถนนราชดำเนิน ในนาม “เยาวชนปลดแอก” แต่แท้จริงแล้ว “ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน” ต่างหากที่เป็นผู้วางแผนการชุมนุมครั้งนี้

อ่านข่าว

ไม่ทนอีกต่อไป..นักศึกษานัดชุมนุมใหญ่18ก.ค.นี้

:ตามนัด ม็อบ “เยาวชนปลดแอก” รวมตัว “อนุสาวรีย์ ปชต.”

ม็อบฮือ ฝ่าแนวรั้วตำรวจก่อนปักหลักนั่งชุมนุมบนถนนราชดำเนิน

:ประมวลภาพ “ลงถนน” เยาวชนปลดแอก – Free YOUTH เรียกร้อง 3 ข้อ ปิดการจราจร

ม็อบประกาศนอนค้างคืน เรียกร้องรัฐบาล 3 ข้อ 

             เหตุผลที่ “อานนท์ นำภา” แห่งศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน” ต้องประกาศยุติการชุมนุม อ้างว่า เพื่อความปลอดภัย

              เนื่องจากพวกเขา พบเห็นรถตู้ตำรวจไม่ต่ำกว่า 20 คัน เข้าสู่พื้นที่และจอดอยู่รายรอบบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

              มีข้อน่าสังเกต ในการชุมนุมครั้งนี้ คือ ป้าย หรือโปสเตอร์ ที่อ้างว่า ผู้ชุมนุมสร้างสรรค์ขึ้นเองจำนวนมาก เช่น #Free Tiwakorn เสรีภาพความคิด ปล่อยตัวทิวากร, “เราหมดศรัทธา” ,“คณะราษฎรยังไม่ตาย” ฯลฯ

             รวมถึงภาพของเหล่าบุคคลที่ถูกบังคับให้สูญหายถูกนำมาจัดวางบนพื้นถนนเพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบจากทางรัฐบาล

             ป้ายผ้า “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส” ที่เป็นชื่อกลุ่มในเฟซบุ๊กชื่อ ตั้งขึ้นโดย ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการปีกไม่เอาสถาบัน และผู้ลี้ภัย 112 ก่อตั้งขึ้นมา

 ++

เฟลอ ธงดำ

++

              การชูภาพโปสเตอร์ตามหา วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธ์ หรือต้าร์ ซึ่งหายตัวระหว่างการลี้ภัยที่กัมพูชา พร้อมมีการนำโปสเตอร์ภาพ 16 บุคคลผู้ถูกบังคับให้สูญหายโดยรัฐไปแจกในงานชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทำให้เสียงเพรียกหาประชาธิปไตยของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ถูกตั้งคำถาม

              เหตุใดจึงปล่อยให้เกิดประเด็น “สายล่อฟ้า” ในพื้นที่ม็อบฝ่ายประชาธิปไตย?

              สำหรับโปสเตอร์ 16 ผู้ถูกอุ้มหายนั้น นำมาแจกโดยกลุ่ม Spring Movement

              “ขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจนะคะ ผู้ที่ได้รับโปสเตอร์ในวันนี้สามารถนำโปสเตอร์กลับไปแจกจ่ายต่อหรือไปติดตามสถานที่ต่างๆ ได้ ส่วนใครไม่ได้รับวันนี้ก็สามารถเลื่อนหาโพสต์ก่อนๆ และดาวน์โหลดไฟล์ภาพนำไปปรินต์ออกมาได้เลยค่ะ”

              กลุ่ม Spring Movement ก็คือผู้จัดงานแฟลชม็อบจุฬาฯ รวมพล ซึ่งกลุ่มนี้เคยตกเป็นข่าว กรณีชักธงดำในรั้วจามจุรี

              แกนนำของกลุ่มแกนนำแฟลชม็อบ “จุฬาฯรวมพล CU Assemble คือ “เฟลอ” สิรินทร์ มุ่งเจริญ อดีตรองประธานสภานิสิตจุฬาฯ คนที่ 2

              ก่อนหน้านั้น เฟลอ ได้ร่วมกับกิจกรรมกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. ร่วมกับ “บอล” ธนวัฒน์ วงค์ไชย อดีตประธานสภานิสิตจุฬาฯ และ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์

              ต้นปีนี้ “เฟลอ” จับมือ “บอล” จัดกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” ที่โด่งดัง จนเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสนใจตัวเธอมากขึ้น

++

อุดมการณ์คนหาย

++

              โปสเตอร์ 16 คนที่ถูกอุ้มหาย มีคำถามเยอะ เนื่องจากมีบางฝ่ายตั้งคำถามกับอุดมการณ์ของ 8 คน ซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้ลี้ภัยคดี 112

               กลุ่มผู้ลี้ภัย 8 คน ประกอบด้วยสุรชัย แซ่ด่าน, “ลุงสนามหลวง” ชูชีพ ชีวสุทธิ์ และ โกตี๋ พร้อมกับคนใกล้ชิด

               อุดมการณ์ของคนเหล่านี้คือ ล้มระบอบอำมาตย์ และเสนอแนวทางปฏิวัติประเทศไทยชัดเจน

                การแจกจ่ายโปสเตอร์คนถูกอุ้มหาย จึงถูกมองด้วยความหวาดระแวงจากหน่วยข่าวความมั่นคง และไม่เป็นผลดีแก่ฝ่ายประชาธิปไตยเท่าใดนัก

โปสเตอร์อันตราย ในม็อบเยาวชนปลดแอก
โปสเตอร์อันตราย ในม็อบเยาวชนปลดแอก
โปสเตอร์อันตราย ในม็อบเยาวชนปลดแอก
โปสเตอร์อันตราย ในม็อบเยาวชนปลดแอก

หลังม่านม็อบ ‘กลุ่มเพื่อนโรม’เพียบ ลับลวงพราง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

หลังม่านม็อบ ‘กลุ่มเพื่อนโรม’เพียบ ลับลวงพราง

หลังม่านม็อบ 'กลุ่มเพื่อนโรม'เพียบ ลับลวงพราง19 กรกฎาคม 2563 – 11:48 น.

หลังม่านม็อบ ‘กลุ่มเพื่อนโรม’เพียบ ลับลวงพราง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดย ขุนน้ำหมึก

นับแต่ปี 2558 ที่มีการเคลื่อนไหวต้านเผด็จการทหาร ในนามขบวนประชาธิปไตยใหม่ หรือคนอยากเลือกตั้ง จะมีมวลชนเข้าร่วมหลักร้อย

อ่านข่าว : ม็อบไม่ทน สุ่มเสี่ยงอนาธิปไตย

ต่างจากการชุมนุมวันเสาร์ที่ 18 ก.ค.2563 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่มีประชาชนเข้าร่วมมากกว่า 2 พันคน ถือว่า “ม็อบจุดติด”

 เบื้องหน้าม็อบ นำโดย “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ ตัวแทนพรรคโดมปฏิวัติ และ “ฟอร์ด” ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี กลุ่มเยาวชนปลดแอก พร้อมกับสหายร่วมอุดมการณ์

 เบื้องข้างม็อบคือ “กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย” (Democracy Restoration Group – DRG) ที่ช่วยทำคู่มือการเข้าร่วมม็อบผ่านสื่อโซเชียล

 “โรม” รังสิมันต์ โรม ได้สร้างกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย มาแต่ปี 2558 ก่อนจะลาออกไปสมัคร ส.ส.ในสังกัดพรรคอนาคตใหม่

++

กลุ่มเพื่อนโรม

++ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

 ลึกๆแล้ว กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย” (Democracy Restoration Group – DRG) เป็นผู้ให้การปรึกษาหารือแก่กลุ่มเยาวชนปลดแอก ไม่ว่าจะเป็นอานนท์ นำภา ,ชลธิชา แจ้งเร็ว และ “โตโต้” ปิยะรัฐ จงเทพ

หลังม่านม็อบ 'กลุ่มเพื่อนโรม'เพียบ ลับลวงพราง

อานนท์ นำภา  และ ชลธิชา แจ้งเร็ว

 “อานนท์ นำภา” หรือ “ทนายน้อย” ที่รู้จักกันดีในกลุ่มนักกิจกรรมปีกก้าวหน้า และปีกไม่เอาเผด็จการทหาร

หลังม่านม็อบ 'กลุ่มเพื่อนโรม'เพียบ ลับลวงพราง

หลังสลายการชุมนุมปี 2553 ตอนนั้น ทนายอานนท์คำปรึกษาทางกฎหมายและทำคดีแก่ลูกความเสื้อแดง ก่อนจะมาตั้งศูนย์ทนายความสิทธิมนุษยชน

 ระยะหลัง ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน มีบทบาทสำคัญในการวางยุทธศาสตร์การต่อสู้บนท้องถนน

หลังม่านม็อบ 'กลุ่มเพื่อนโรม'เพียบ ลับลวงพราง

  ส.ส.โรม

 “ลูกเกด” ชลธิชา แจ้งเร็ว หนึ่งในผู้นำนักศึกษาในนาม ”ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย” (ศนปท.) และตอนหลัง มาดูแลกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย แทน ส.ส.โรม

 กิจกรรมแฟลชม็อบ ที่คึกคักเมื่อต้นปี2563นี้ ทั้งทนายอานนท์ และชลธิชา ได้เข้าไปมีบทบาทให้คำปรึกษาหารือแก่น้องๆ ผู้นำนิสิตนักศึกษายุคใหม่

 “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ เพื่อนของโรม การชุมนุมหนนี้ที่มีหน้าที่จัดหารถเครื่องเสียง เพราะมีประสบการณ์ตอนจัดม็อบคนอยากเลือกตั้ง

หลังม่านม็อบ 'กลุ่มเพื่อนโรม'เพียบ ลับลวงพราง

“โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ เลือกตั้งหนที่แล้ว “โตโต้” ไปสมัคร ส.ส.ที่บ้านเกิด-กาฬสินธุ์ พรรคอนาคตใหม่ สอบตก จึงกลับมาสู่เมืองหลวง ทำงานในศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมกับทนายอานนท์

 วันนี้ ส.ส.โรม ยังเฝ้าดูอยู่ และเข้ามาเคลียร์กับตำรวจ ขออย่าให้จับแกนนำม็อบในคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

 โรมอาสาพาแกนนำเยาวชนปลดแอกขึ้นรถตู้ ขับออกจากเวทีชุมนุม โดยใช้เอกสิทธิ์ ส.ส.เป็นเกราะคุ้มกัน

หลังม่านม็อบ 'กลุ่มเพื่อนโรม'เพียบ ลับลวงพราง
หลังม่านม็อบ 'กลุ่มเพื่อนโรม'เพียบ ลับลวงพราง
หลังม่านม็อบ 'กลุ่มเพื่อนโรม'เพียบ ลับลวงพราง
หลังม่านม็อบ 'กลุ่มเพื่อนโรม'เพียบ ลับลวงพราง

ม็อบไม่ทน สุ่มเสี่ยงอนาธิปไตย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ม็อบไม่ทน สุ่มเสี่ยงอนาธิปไตย

ม็อบไม่ทน  สุ่มเสี่ยงอนาธิปไตย19 กรกฎาคม 2563 – 09:30 น.

กองเชียร์ฝ่ายต้านเผด็จการ ทวีตข้อความในทวิตเตอร์รัวๆว่า “ม็อบจุดติดแล้ว” หลังมีคนเข้าร่วมการชุมนุมมากกว่า 2 พันคน

การชุมนุม “เราไม่ทนอีกต่อไป” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จัดโดยกลุ่มเยาวชนปลดแอก และกลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ถือประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง

ม็อบไม่ทน  สุ่มเสี่ยงอนาธิปไตย

อ่านข่าว:

ไม่ทนอีกต่อไป..นักศึกษานัดชุมนุมใหญ่18ก.ค.นี้

: เปิดโฉม “ทัตเทพ” เยาวชนปลดแอก จุดไฟไล่ประยุทธ์

:ม็อบไล่ลุง เปิดตัว 4 สหาย สายฮาร์ดคอร์

 แม้มีผู้ชุมนุมประมาณ 2 พันคน แต่ในทวิตเตอร์ #เยาวชนปลดแอก ขึ้นเป็นแฮชแท็กอันดับ 1 ด้วยยอดทวิต 2.78 ล้านครั้ง เมื่อ 21:20 น. ตามด้วย อันดับ 2 #respectdemocracyTHAI ด้วยยอดทวิต 1.85 แสนครั้ง

++

คนเบื่อประยุทธ์

++

 มีข้อสังเกตประการหนึ่ง การที่มีผู้ชุมนุมมากกว่าทุกครั้งในรอบ 7 ปี นับแต่ คสช.ยึดอำนาจติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ประการแรก โควิดส่งผลต่อภาพรวมด้านเศรษฐกิจ คนชั้นกลาง เริ่มหมดความอดทนต่อรัฐบาลประยุทธ์

 ประการที่สอง ความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ ทำให้สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ 4 กุมาร ทิ้งตำแหน่งรัฐมนตรี ตามมาด้วยการแย่งชามข้าวของนักเลือกตั้งฝั่งรัฐบาล

 การเมืองแบบน้ำเน่า ซ้ำเติมพิษเศรษฐกิจ คนชั้นกลางจึงออกมาร่วมชุมนุมมากกว่าเยาวชน หรือแดงขาประจำ

 อย่างไรก็ตาม แกนนำม็อบก็ต้องยุติชุมนุมแค่เที่ยงคืน หลังประเมินสถานการณ์แล้ว คนน้อยลง เสี่ยงที่จะแกนนำจะถูกตำรวจรวบตอนเช้า

++

เป้าหมายเหมือน 2475

++

 แคมเปญ “ไม่ทนอีกต่อไป” ของกลุ่มเยาวชนปลดแอกนั้น ไม่ได้หมายถึง “ทนต่อการบริหารประเทศ” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 “ถ้ารอให้ถึงเวลานั้น มันอาจจะสายเกินไป เรารอมากว่า 80 ปีแล้ว จะต้องรอไปอีกนานซักเท่าไหร่กัน”

 ประโยคนี้ของกลุ่มเยาวชนปลดแอก สอดรับกับกิจกรรม “ลบยังไงก็ไม่ลืม” ที่มีการฉายโฮโลแกรมอ่านประกาศคณะราษฎรเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ม็อบไม่ทน  สุ่มเสี่ยงอนาธิปไตย

++

สุ่มเสี่ยง-อ่อนไหว

++

ในการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก มีปรากฏการณ์ “ป้ายข้อความหมิ่นเหม่” และป้ายเรียกร้องให้ “ยกเลิก ม.112”

ที่ละเอียดอ่อนอีกอย่างคือ การนำภาพชุดคนหาย ที่ส่วนหนึ่งเป็นภาพของสุรชัย แซ่ด่าน ,โกตี๋ และลุงสนามหลวง พร้อมพวก

ใครๆก็รู้ว่า บุคคลเหล่านี้เป็นผู้หลบหนีคดี 112 และไปตั้งกองโฆษณาอยู่ฝั่งลาว ประกาศผ่านสื่อดิจิตอลว่า จะล้มล้างสถาบันเบื้องสูง

มีตัวอย่างของความชุลมุนวุ่นวาย เมื่อเจ้าหน้าที่สันติบาล 2 นายพยายามควบคุมตัวผู้ชุมนุมคนหนึ่งไป แต่ประชาชนเห็นเลยเข้าขัดขวาง และสามารถกันตัวผู้ชุมนุมคนนั้นออกมาได้

สันติบาลเห็นว่า ชายคนนั้นชูป้ายที่มีข้อความหมิ่นเหม่ จึงอยากพาตัวไปผู้ชุมนุมไปพูดคุยที่โรงพัก

 แม้แต่อานนท์ นำภา ยังโพสต์เฟซบุ๊ค ก่อนหน้าการชุมนุม 2 วันว่า “ถ้าป้าย ‘หมดความศรัทธา’ มาปรากฎที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อไหร่ ก็น่าจะนับได้ว่าเป็นการเริ่มอย่างเป็นทางการ”

 ข้อความ “หมดศรัทธา” นั้นเป็นที่รู้กันในกลุ่มนักเคลื่อนไหวมวลชนสายฮาร์ดคอร์

“อย่าให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องของลูกหลานเราที่ต้องมาเรียกร้องความยุติธรรมไม่จบสิ้น ให้มันจบในรุ่นของเรา”

 ป้ายหมดศรัทธา มีความนัยคล้ายข้อความข้างต้น ในทวิตเตอร์ของกลุ่มต้านเผด็จการ ก็จะทวีตกันโจ๋งครึ่มแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย 112

ม็อบไม่ทน  สุ่มเสี่ยงอนาธิปไตย
ม็อบไม่ทน  สุ่มเสี่ยงอนาธิปไตย
ม็อบไม่ทน  สุ่มเสี่ยงอนาธิปไตย