“รันเวย์”ของ “กลุ่มสี่กุมาร” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“รันเวย์”ของ “กลุ่มสี่กุมาร”

"รันเวย์"ของ "กลุ่มสี่กุมาร"11 กรกฎาคม 2563 – 20:06 น.

รหัสจากบางคำพูดของใครบางคนในพรรคพลังประชารัฐและนายกฯ น่าพอจะถอดความและแทงหวยล่วงหน้าไปแล้วว่าในวันข้างหน้า “สมคิด”และ”สี่กุมาร”จะไม่มีชื่อร่วมรัฐบาล คนการเมืองจะยินยอมไร้สังกัดเชียวหรือ..” รันเวย์”ของ”กลุ่มสี่กุมาร” อยู่ที่ไหน

การแถลงอำลาจากพรรคพลังประชารัฐของ”กลุ่มสี่กุมาร”เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาหลัง”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ“ได้รับการเลือกให้ทำหน้าที่”หัวหน้าพรรค”นี้แทน”อุตตม สาวนายน”นั้น
 มีคำถามตามมาทันทีว่า “กลุ่มสี่กุมารและสมคิด จาตุศรีพิทักษ์”จะมีอนาคตเช่นใดใน ครม.?
 หลายคนอ่านจังหวะนี้ออกแล้วว่าหากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะปรับครม.ประยุทธ์2/2 ในช่วงหลังร่างกฎหมายงบประมาณพ.ศ.2564ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา รหัสจากบางคำพูดของใครบางคนในพรรคพลังประชารัฐและนายกฯยามนี้น่าพอจะถอดความและแทงหวยล่วงหน้าไปแล้วว่าในวันข้างหน้า“เฮียกวงและคณะ”จะไม่มีชื่อร่วมรัฐบาล
และเด่นชัดขึ้นเมื่ออดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐบางคนทยอยยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค  นัยยะว่าติดตาม”เจ้านาย”ในกลุ่มสี่กุมารไปเผชิญโชคดาบหน้า
คนการเมืองจะยินยอมไร้สังกัดเชียวหรือ..หากมิรู้สัญญาณ

บางคนเชื่อว่าเฮียกวงและคณะจะไปตั้ง”พรรคใหม่”ขึ้นมาเป็นแน่แท้ แม้ว่าก่อนหน้านี้ กลุ่มสี่กุมาร บอกว่า”วันนี้ยังไม่คิดถึงเรื่องนี้”และ “เฮียกวง”บอกว่า”พร้อมยุติบทบาททางการเมืองตั้งแต่ปีที่แล้ว” ก็ตาม ภาษาการเมืองนั้น บัญญัติไว้ว่ายามขึ้น”หลังเสือ”ยากแท้ที่จะลงไปง่ายๆ

 และคำว่า”ไม่”ในตอนนี้อาจจะแปลว่า”ใช่”ในวันหน้า เพราะเป็นไปได้ยากยิ่งที่เมื่อบางคนที่เข้ามาสัมผัสบรรยากาศอำนาจการเมืองแล้ว จะตัดใจจากการกลิ่นอายนี้ไปได้ง่ายๆติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ดังนั้นการไขก๊อกจากพรรคพลังประชารัฐคราวนี้ กลุ่มสี่กุมารอ่านไพ่การเมืองของ”บิ๊กตู่”ออกว่า จะปรับ ครม.หลังร่างกฎหมายงบประมาณปี 2564 เสร็จสิ้น,แผนฟื้นฟูวิกฤตเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19ลงตัว,การจัดตำแหน่งของผบ.เหล่าทัพบรรลุ แต่หากเกิดเหตุพลิกผันการยุบสภา คือคำตอบจาก”บิ๊กตู่”
และอย่าลืมว่ากระแสการเมืองในพรคพลังประชารัฐนั้นแรงร้อนยิ่ง แม้”บิ๊กป้อม”จะเข้าไปกุมสภาพอย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม แต่คนการเมืองเขี้ยวลากดินในพรรคนี้มีเพียบและน่าจะแผลงฤทธาทันทียามไม่สมหวัง
“กลุ่มสี่กุมาร”คงจะอ่านหมากนี้ออก จึงมี”รันเวย์”ไว้รองรับแล้ว
“รันเวย์ ” ดังกล่าวคืออะไร?
ประวัติศาสตร์การเมืองไทยเคยบันทึกไว้ว่า รันเวย์การเมืองเหล่านั้นเคยเกิดขึ้นมาแล้ว และ”เฮียกวง”เคยสร้างมันขึ้นมา โดยยามเมื่อพรรคต้นสังกัดของ”เฮียกวง”ยุบยวบ(ปี2548-49 พรรคไทยรักไทยทรุดหนักหลายวาระจากการเดินจังหวะของทักษิณ ชินวัตร ที่พลาดผิดจนก่อให้เกิดการยึดอำนาจของ คมช.ตอนนั้น”เฮียกวง”ไปหนุนพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและเคยไปร่วมขึ้นโครงพรรคมัชฌิมาธิปไตย)
ฉะนั้นวันนี้รันเวย์ของ”เฮียกวง”และ”กลุ่มสี่กุมาร”ย่อมต้องมีไว้ล่วงหน้า เพราะสัญญาณขับไล่จากคนในพรรคพลังประชารัฐมันกระหึ่มมาระยะใหญ่แล้ว โดย”เฮียกวง”และคณะรับรู้มานานแล้ว

”การตั้งพรรคการเมืองใหม่”ในช่วงกระแสข่าวเปลี่ยน“กลุ่มสี่กุมาร”ออกจากกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ แม้ใครบางคนจะออกมาปฏิเสธกระแสข่าวนี้ไปแล้ว แต่เมื่อมี”ควันย่อมมีกองไฟ” และเหตุวันนั้น มันสอดรับกันยิ่งกับจังหวะการเมืองของ“กลุ่มสี่กุมาร”ในยามนี้

นิคมจะนะ ส.ส.จะเอายังไง ‘สุรินทร์ ปาลาเร่’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นิคมจะนะ ส.ส.จะเอายังไง ‘สุรินทร์ ปาลาเร่’

นิคมจะนะ ส.ส.จะเอายังไง 'สุรินทร์ ปาลาเร่' 11 กรกฎาคม 2563 – 16:32 น.

กรณีนิคมจะนะ ชาวบ้านมีทั้งหนุน และค้าน มีเสียงถามหา ส.ส.สงขลา เอายังไงกันแน่

++
    วันที่ 11 ก.ค.2563 มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษเฉพาะกิจ อ.จะนะ จ.สงขลา ที่จัดขึ้นโดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่โรงเรียนจะนะวิทยา อ.จะนะ จ.สงขลา ท่ามกลางการเผชิญหน้าของมวลชนฝ่ายคัดค้านและฝ่ายสนับสนุน
    ชาวบ้านในพื้นที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน ทั้งเห็นด้วยเพราะเชื่อว่าจะเกิดการจ้างงานและพัฒนาพื้นที่ ส่วนอีกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย มองว่าจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตประมงพื้นบ้าน
    โครงการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อ.จะนะ จ.สงขลา เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคัง ยั่งยืน” ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ ศอ.บต.มุ่งใช้แนวทางการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบและปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่ 

นิคมจะนะ ส.ส.จะเอายังไง 'สุรินทร์ ปาลาเร่'

                       ชาวบ้านค้านนิคมจะนะ

++
ส.ส.อยู่ไหน
++
    ฝ่ายค้านนิคมจะนะ ได้เรียกร้องหา “ผู้แทนของเขา” นั่นหมายถึง ส.ส.สงขลา เขตเลือกตั้งที่ 8 อ.จะนะ และ อ.เทพา 
 “พล.ต.ต.สุรินทร์” คนจะนะ อดีตข้าราชการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสงขลา ในปี พ.ศ.2549 ด้วยคะแนนเสียงอันดับหนึ่งของจังหวัด
 ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

   เลือกตั้งปี 2550 พล.ต.ต.สุรินทร์ ร่วมกับ นพ.แวมาฮาดี แวดาโอะ จัดตั้งกลุ่มสัจจานุภาพ และเข้าสังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน ลงสมัครรับเลือกตั้งปี 2550 แต่ พล.ต.สุรินทร์ ไม่ได้รับการเลือกตั้ง พ่ายแพ้ต่อนาราชา สุวิทย์ พรรคประชาธิปัตย์ 2 สมัย อย่างสูสี  

  เลือกตั้งปี 2554 พล.ต.ต.สุรินทร์  ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งที่สงขลา อีกครั้ง ในนามพรรคประชาธิปัตย์  ชนะการเลือกตั้ง และได้เป็น ส.ส.สมัยที่ 2 เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 

นิคมจะนะ ส.ส.จะเอายังไง 'สุรินทร์ ปาลาเร่'

                              ส.ส.สุรินทร์
    ช่วง คสช.ปฏิวัติรัฐประหาร พล.ต.ต.สุรินทร์ ยังทำงานมวลชนตลอดโดยเฉพาะในนามเลขาธิการคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย เปรียบเสมือนแม้บ้านของ สำนักจุฬาราชมนตรี ที่มีบทบาทในสังคมมุสลิมไทย 
    โดยเฉพาะ อนุมัติ อาหมัด ส.ว. และเคยเป็นแม่ทัพพลังประชารัฐ 3 จังหวัดชายแดนใต้ กับ พล.ต.ต.สุรินทร์ ได้ทำงานร่วมกันในคณะกรรมการกลางอิสลามฯ โดยอนุมัติเป็นรองเลขาธิการ  จึงมีเรื่องเล่าเหตุที่สุรินทร์ รอดจากสึนามิการเมืองนั้น เกี่ยวกับกรรมการกลางอิสลามคอนเนกชั่น

    เหนืออื่นใด อนุมัติ เป็นสายตรงบ้านป่ารอยต่อฯ และไม่น่าแปลกใจที่มีคนจะนะบางกลุ่ม ส่งเสียงถามหา ส.ส.เขต 8 อยู่ไหน

บ้านน้องชมพู่ รอยอดีต ‘กกกอก’กลางสงครามประชาชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บ้านน้องชมพู่ รอยอดีต ‘กกกอก’กลางสงครามประชาชน

บ้านน้องชมพู่ รอยอดีต 'กกกอก'กลางสงครามประชาชน11 กรกฎาคม 2563 – 14:57 น.

แกะรอย “กกกอก” ตำนานบ้านน้องชมพู่ จากยุคสงครามประชาชน สู่สงครามชิงเรตติ้งทีวี

++
    60 กว่าวันผ่านไป สำหรับคดีน้องชมพู่ เสียชีวิตปริศนาบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้านพัก 2 กิโลเมตร ในพื้นที่บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตำรวจยังทำงานอย่างหนักเร่งหาหลักฐานคลี่คลายคดี 
    คดีน้องชมพู่ ได้รับความสนใจจากคนทั้งประเทศ ทำให้ชื่อหมู่บ้าน “กกกอก” และ “กกตูม” ดังกระฉ่อน
    คนที่เสพข่าวน้องชมพู่ต่อเนื่อง ถึงกับอาการหลอนชื่อ “กกกอก-กกตูม” 
    น้อยคนนักที่จะทราบว่า “กกกอก” และ “กกตูม” คือฉากหนึ่งของสงครามประชาชน ที่กินเวลายาวนานกว่า 30 ปี 
    โดยเฉพาะช่วงปี 2511-2524 ทั้งสองหมู่บ้านตกอยู่ “หว่างเขาควาย” ฝ่ายหนึ่งรัฐบาลไทย และอีกฝ่ายหนึ่งคือ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)

บ้านน้องชมพู่ รอยอดีต 'กกกอก'กลางสงครามประชาชน

++
บ้านบนภูเขา
++
    เมื่อ 50 ปีที่แล้ว บ้านกกตูม เดิมขึ้นตรงกับ อ.นาแก จ.นครพนม เป็นชุมชนบนภูเขา หรือเทือกภูพานตะวันออก และเป็น 1 ใน 30 หมู่บ้าน ที่กระจายตัวอยู่ตามหุบเขา รอยต่อนครพนม-สกลนคร-กาฬสินธุ์ (สมัยโน้น ยังไม่มี จ.มุกดาหาร)
    หมู่บ้านบนเทือกเขาภูพานตะวันออก ส่วนใหญ่จะชุมชนชาวบรูหรือโซ่ และมีชุมชนชาวภูไทแทรกอยู่บ้าง
    บ้านกกตูม และบ้านกกกอก อยู่ติดกัน เป็นชุมชนภูไท ที่อพยพมาจาก อ.เต่างอย จ.สกลนคร 
    เนื่องจาก ต.จันทร์เพ็ญ อ.เต่างอย จ.สกลนคร มี 2 หมู่บ้านที่อยู่ภูเขาคือ บ้านกวนบุ่น และบ้านบึงสา โดยสองชุมชนนี้อยู่ใกล้กับบ้านกกกอก และบ้านกกตูม สืบเชื้อสายภูไท เหมือนกัน
    2 หมู่บ้านชาวภูไท เหมือนถูกขนาบด้วยหมู่บ้านชาวบรู สองฝั่งห้วยบังทราย ฟากหนึ่งคือ ต.พังแดง ในปัจจุบัน อีกฟากหนึ่ง เป็นชุมชนบรู ที่อยู่ในเขต ต.กกตูม 

บ้านน้องชมพู่ รอยอดีต 'กกกอก'กลางสงครามประชาชน

                       สหายชาวบรู และชาวภูไท ในฐานที่มั่นภูพาน ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official


    เมื่อชนชาติบรู หรือโซ่ แห่งภูพานตะวันออก ประกาศเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยอาวุธกับ พคท. แผ่นดินก็ลุกเป็นไฟ เมื่อกองทัพภาคที่ 2 เปิดยุทธการ 15 กองพัน เคลื่อนกำลังเข้าปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ตั้งแต่เขต ต.ดงหลวง ต.พังแดง และมาบรรจบที่ ต.กกตูม
    บ้านกกตูม และบ้านกกกอก กลายเป็นจุดพักพลของฝ่ายทหาร เพราะไม่ใช่บ้านชาวบรู 

บ้านน้องชมพู่ รอยอดีต 'กกกอก'กลางสงครามประชาชน

                                   ภูเขารอบหมู่บ้านกกกอก 

++
อำนาจรัฐแดง
++
    ปี 2515 สหายสู้(อุดม สีสุวรรณ) ,สหายสยาม และสหายเจริญ คณะนำของ พคท.อีสานเหนือ สถาปนา “อำนาจรัฐแดง” ปลดปล่อยหมู่บ้านบนเทือกเขาภูพานตะวันออก เรียกว่า “ฐานที่มั่นสระบุรี” (ต.ดงหลวง) , “ฐานที่มั่นลพบุรี”  (ต.พังแดง) , “ฐานที่มั่นสระบุรี” (ต.กกตูม) และ “ฐานที่มั่นเพชรบุรี” (ต.กกตูม)
    9 หมู่บ้านในเขต ต.กกตูม ที่ประกาศปลดแอกจากรัฐไทย ส่วนใหญ่เป็นชุมชนชาวบรู และมีชุมชนภูไท เพียงบ้านขัวสูง หมู่บ้านเดียวเท่านั้น
    บ้านกกตูม และบ้านกกกอก ยังเป็น “เขตช่วงชิง” ของฝ่ายรัฐบาล กับฝ่ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งตอนหลัง มีกำลังทหารพรานขึ้นมาประจำการที่บ้านกกตูม 
    กลางปี 2516 กองทัพภาคที่ 2 เปิดยุทธการล้อมปราบอำนาจรัฐแดง โดยใช้บ้านกกตูม เป็นหนึ่งในฐานปฏิบัติการส่วนหน้า เมื่อเกิดเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516   กองทัพภาคที่ 2 จึงสั่งถอนกำลังกลับ

บ้านน้องชมพู่ รอยอดีต 'กกกอก'กลางสงครามประชาชน

++
ถนนเปรมพัฒนา 
++
    ปี 2525 ไฟสงครามมอดดับ เทือกภูพานตะวันออก กลับสู่ยุคการเมืองนำการทหาร กองทัพภาคที่ 2 เร่งสร้างถนนหลวง ตัดผ่าฐานที่มั่นเก่าของ พคท.อีสานเหนือ
    ปีเดียวกันนั้น กระทรวงมหาดไทย ได้ตั้ง กิ่ง อ.ดงหลวง ขึ้นกับ จ.มุกดาหาร (แยกออกจาก จ.นครพนม) 
    ถนนเปรมพัฒนา เชื่อม อ.ดงหลวง ถึง อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ เป็นถนนยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคง หลังสิ้นเสียงปืนบนภูพาน 
    ถนนเปรมพัฒนา ตัดผ่านทุกหมู่บ้านที่เป็นอำนาจรัฐแดงเก่า รวมถึงบ้านกกตูม และบ้านกกกอก สองชุมชนที่ไม่ได้เป็นอำนาจรัฐแดง
    สาเหตุที่บ้านกกตูม และบ้านกกกอก รอดจากการเป็นหมู่บ้านอำนาจรัฐแดง เพราะผู้นำหมู่บ้านเชื่อมั่นฝ่ายรัฐ และคนส่วนใหญ่เป็นไทครัวจากที่ราบ อ.เต่างอย  ใกล้ชิดอำนาจรัฐมากกว่า
    ตอนหลัง มีการตัดถนนใหม่ แยกจากถนนเปรมพัฒนา ช่วงบ้านกวนบุ่น ลงไปที่ราบ อ.เต่างอย และ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ทำให้ชุมชนบนภูเขา ได้ใกล้ชิดเมืองใหญ่มากขึ้น

บ้านน้องชมพู่ รอยอดีต 'กกกอก'กลางสงครามประชาชน

                         แผนที่บ้านกกตูม สมัยสงครามประชาชน ยังไม่มีถนนเปรมพัฒนา

++
กกตูม-กกกอก
++
    พ.ศ.นี้ หากเอ่ยถึง “ดงหลวง” ก็ต้องพูดถึง “งานวัฒนธรรมชนเผ่าบรูไฮไทโซ่” ซึ่งจัดติดต่อกันมาทุกปี เป็นการสืบสานอนุรักษ์ ประเพณีวัฒนธรรมจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ประกอบด้วยเผ่าบรูหรือไทโส้ และเผ่าภูไท 
    วัฒนธรรมชนเผ่ายังคงอยู่ในเชิงสัญลักษณ์ แต่วัฒนธรรมบริโภคนิยม ทะลุทะลวงทุกหมู่บ้านในแถวเทือกภู 
    ปัญหาสังคมจึงเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้ายาเสพติด และการค้าไม้พยุง เนื่องจากบ้านกกกอก เป็นจุดเชื่อมสามเส้นทางไป อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ,อ.เต่างอย จ.สกลนคร และ อ.นาแก จ.นครพนม 
    ในทางการเมือง อิทธิพลของ “ประชานิยมทักษิณ” ยังปกคลุมเทือกภูพานตะวันออก จึงทำให้พรรคการเมืองของทักษิณ ยึดครองพื้นที่การเมืองแถวถิ่นนี้มา 4-5 สมัยแล้ว
    หากไม่มีคดีน้องชมพู่ ก็คงไม่มีใครรู้จัก “กกตูม-กกกอก” มากนัก 

‘พ่อใหญ่จิ๋ว’ไร้ที่ยืนริมโขง นครพนมเปลี่ยนไป #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘พ่อใหญ่จิ๋ว’ไร้ที่ยืนริมโขง นครพนมเปลี่ยนไป

 'พ่อใหญ่จิ๋ว'ไร้ที่ยืนริมโขง  นครพนมเปลี่ยนไป11 กรกฎาคม 2563 – 11:32 น.

ขาลง ‘พ่อใหญ่จิ๋ว’ จะกลับไปโดดน้ำโขงยังลำบาก เพราะนครพนม มี “สมชอบ” คนสนิท “พ่อมดดำ” ยึดครองพื้นที่เบ็ดเสร็จ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    วันเสาร์แรกของเดือน ก.ค.2563 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ วัย 88 ปี นัดนักข่าวมาวิเคราะห์การบ้านการเมืองที่โรงแรมหรู แถวดอนเมือง
    อย่างที่ทราบกัน “พ่อใหญ่จิ๋ว” หย่าร้างกับ “คุณหญิงหลุยส์” มาหลายปีแล้ว โดยมี อรทัย สรการ ยงใจยุทธ เป็นคู่ชีวิตคนใหม่ ทำธุรกิจเล็กๆ ร้านอาหารและกาแฟ พร้อมจะเปิดธุรกิจใหม่ World Laundry 

 'พ่อใหญ่จิ๋ว'ไร้ที่ยืนริมโขง  นครพนมเปลี่ยนไป

                                    พ่อใหญ่จิ๋ว กับร้านอาหารเล็กๆของอรทัย ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official


    ทุกวันนี้ “พ่อใหญ่จิ๋ว” ยังมีไฟฝัน วาดหวังจะให้ประเทศไทยเข้าสู่ความปรองดอง สมานฉันท์
    นครพนม ในอดีตคือ พื้นที่การเมืองของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และยังมีบ้านพักของพ่อใหญ่จิ๋ว อยู่ริมฝั่งโขง แต่ปัจจุบัน สถานการณ์เปลี่ยน พ่อใหญ่สิ้นมนต์ขลังเสียแล้ว

++
“สมชอบ”สายสุชาติ
++
    ต้นปี 2563 มีข่าวเล็กๆ จากนครพนม มีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ได้ออกมาคัดค้านการจัดงานมหกรรมศูนย์รวมใจไทย 4 ภาค ภายใต้ชื่อ”เปิดตำนานอาณาจักรศรีโคตรบูร” บริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช นครพนม โดยงานนี้ มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานจัดงาน 
    พ่อค้าแม่ค้าอ้างว่า การจัดงานกระทบกับการทำมาหากินของพวกเขา ร้อนถึง “พ่อใหญ่จิ๋ว” ต้องออกมาชี้แจง
    ตัดกลับมาที่นครพนมวันนี้ กำลังบูมการท่องเที่ยวหลังโควิด โดยวันที่ 7-13 ก.ค.2563  มีงานบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช ประจำปี จัดโดย “สมชอบ นิติพจน์” นายก อบจ.นครพนม 

 'พ่อใหญ่จิ๋ว'ไร้ที่ยืนริมโขง  นครพนมเปลี่ยนไป

                                 สมชอบ กับงานบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช


    นี่คืองานใหญ่งานแรกของนครพนม หลังวิกฤตโควิด  
    “สมชอบ” เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ที่เติบโตมาในยุคพ่อใหญ่จิ๋วยึดครองนครพนม และระยะหลัง พ่อใหญ่จิ๋วก็โหนกระแสทักษิณ พอมีที่ยืนทางการเมืองอยู่บ้าง
    แม้การเลือกตั้ง ส.ส. คนนครพนมยังชื่นชอบทักษิณ เลือกพรรคเพื่อไทยเกือบทั้งจังหวัด แต่ อบจ.นครพนม ยังอยู่ในกำมือของ “สมชอบ”
    หลายคนอาจไม่ทราบว่า สุชาติ ตันเจริญ ประมุขบ้านริมน้ำ ได้แผ่บารมีมาคุม อบจ.อีสานเหนือ 5 จังหวัด อาทิ นครพนม,สกลนคร,หนองคาย, มุกดาหาร และยโสธร 
    สมชอบจึงไม่ให้ราคาการเคลื่อนไหวของพ่อใหญ่จิ๋วในหัวเมืองชายโขง
    ศึก อบจ.นครพนมเที่ยวหน้า สมชอบ ได้วางตัวผู้สมัคร ส.อบจ.ไว้ทุกเขตแล้ว พร้อมลุยสมรภูมิเลือกตั้งท้องถิ่น

++
น้ำผึ้งลุยเดี่ยว
++
    สิบกว่าปีที่แล้ว พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พยายามปั้น “น้ำผึ้ง” ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ เป็นนายก อบจ.นครพนม แต่ก็เอาชนะ “สมชอบ” ไม่ได้
    เมื่อพ่อใหญ่จิ๋วเลิกรากับคุณหญิงหลุยส์ ก็แทบไม่ได้กลับไปนครพนม ขณะที่ “น้ำผึ้ง” ยังทำงานการเมืองต่อไป ด้วยลำแข้งของตัวเอง

 'พ่อใหญ่จิ๋ว'ไร้ที่ยืนริมโขง  นครพนมเปลี่ยนไป

                                น้ำผึ้ง และคุณหญิงหลุยส์ ช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 62


    วันนี้ “น้ำผึ้ง” ยังเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และมีตำแหน่งทางการเมืองเป็นที่ปรึกษา รมช.คมนาคม (อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ลูกชายของวิรัช รัตนเศรษฐ) 
    ช่วงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง “น้ำผึ้ง” ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ได้ร่วมคณะของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ไปหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง ในฐานะเป็นลูกหลานคน อ.สบปราบ 
    ในพื้นที่นครพนม “น้ำผึ้ง” ยังทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมเหมือนที่ผ่านมา เพื่อรักษาฐานเสียงในเขตเทศบาลเมืองนครพนม
    เลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า น้ำผึ้งยังฝันที่จะล้มแชมป์เพื่อไทย เข้าสภาให้ได้

แพ้ยังไง เพื่อไทยปากน้ำ เสียแชมป์ 4 สมัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แพ้ยังไง เพื่อไทยปากน้ำ เสียแชมป์ 4 สมัย

แพ้ยังไง เพื่อไทยปากน้ำ เสียแชมป์ 4 สมัย10 กรกฎาคม 2563 – 17:56 น.

พลิกแฟ้มเลือกตั้ง “สลิลทิพย์” จะชนะยังไง เมื่อพรรคก้าวไกล คือขวากขวาง หนทางสู่ชัย

++
เป็นที่แน่ชัดแล้ว คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย มีมติส่ง “สลิลทิพย์ สุขวัฒน์” อดีต ส.ส.สมุทรปราการ 3 สมัย ลงทำศึกล้างตากับกรุงศรีวิไล สุทินเผือก
เลือกตั้งซ่อมเที่ยวนี้ มิใช่แค่การเอาชนะพรรคฝ่ายรัฐบาล หากแต่ยังเป็นการกู้หน้ากู้ศักดิ์ศรี “แชมป์ ส.ส.ปากน้ำ” 4 สมัย เพราะเที่ยวที่แล้ว เพื่อไทยพ่ายเรียบวุธ

++
ตำนานแชมป์
++
สนามเลือกตั้งสมุทรปราการ เคยตกอยู่ในการยึดครองของตระกูล “อัศวเหม” พร้อมตระกูลการเมืองท้องถิ่น มาหลายสมัย กระทั่ง “ทักษิณ ชินวัตร” นำพรรคไทยรักไทย เข้าสู่สมรภูมิ การเมืองในปากน้ำก็เปลี่ยน


การเลือกตั้งปี 2544 พรรคไทยรักไทย เบียด “อัศวเหม” พ้นสังเวียนการเมือง พรรคราษฎรของวัฒนา อัศวเหม เหลือรอดเพียงคนเดียวคือ เรวดี รัศมิทัต ลูกสาวกำนันคนดังฝั่งพระประแดง
    ปี 2548 ความแรงของทักษิณ “เรวดี” ต้องย้ายซบพรรคไทยรักไทย และปีนั้น ไทยรักไทยก็ยึดทั้งแผ่นดินปากน้ำ
    ปี 2550 จากไทยรักไทย เปลี่ยนเป็นพรรคพลังประชาชน ก็ยึดเก้าอี้ ส.ส.ทั้งจังหวัดไว้ได้ หลังพลังประชาชนถูกยุบ ก็มี ส.ส. 2 คนย้ายไปซบพรรคภูมิใจไทย
    ปี 2554 สมุทรปราการ ถือว่าเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน สถานีวิทยุชุมชนคนเสื้อแดงก็มีหลายแห่ง
    การเลือกตั้งในปีนั้น พรรคเพื่อไทยกวาดมา 6 ที่นั่งจาก 7 ที่นั่งเหลือ เรวดี รัศมิทัต ที่ย้ายไปภูมิใจไทยไว้คนเดียว

++
เจอกระแสธนาธร
++
สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ กลับมาเป็น ส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 อีกสมัยในสีเสื้อเพื่อไทย ปี 2554
ครั้นถึงการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2563 เกจิการเมืองทุกสำนัก ต่างฟันธงว่า พรรคเพื่อไทย กวาดเก้าอี้ ส.ส.ปากน้ำ เหมือนเดิม ผลการเลือกตั้ง ส.ส.สมุทรปราการ ต้องใช้คำว่า หักปากกาเซียน
  

แพ้ยังไง เพื่อไทยปากน้ำ เสียแชมป์ 4 สมัย

                          ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย สมุทรปราการ ปีที่แล้วติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

 ลองมาไล่ดูคะแนนเปรียบเทียบ ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล)
    เขต 1 ชนสิษฏ์ ยอดฉิม (อนาคตใหม่) ได้ 21,344 คะแนน และสุทธิรัตน์ ยังตรง ลูกสาวหมอวัลลภ (เพื่อไทย) ได้ 21,121 คะแนน
    เขต 2 ภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ ทายาทเสี่ยสงคราม (เพื่อไทย) ได้ 31,655 คะแนนและนิตยา มีศรี (อนาคตใหม่) ได้ 30,366 คะแนน
    เขต 3 หนึ่งสตรี ตุ่ยไชย (อนาคตใหม่)  ได้ 23,235 คะแนน และประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย อดีต ส.ส. (เพื่อไทย) ได้ 22,703 คะแนน
    เขต 4 วุฒินันท์ บุญชู (อนาคตใหม่) ได้ 36,320 คะแนน ได้เป็น ส.ส. และวรชัย เหมะ อดีต ส.ส. และแกนนำ นปช. (เพื่อไทย) ได้ 29,402 คะแนน
    เขต 5 สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ (เพื่อไทย) ได้ 33,007 คะแนน และตรัยวรรธน์ อิ่มใจ (อนาคตใหม่) ได้ 31,430 คะแนน
    เขต 6 นฤมล ธารดำรงค์ อดีต ส.ส. 3 สมัย (เพื่อไทย) ได้ 22,349 คะแนน และธัชชวิน โกพัฒน์ตา (อนาคตใหม่) ได้ 20,177 คะแนน
    เขต 7  นันทวรรณ ประสพดี ภรรยาประชา ประสพดี (เพื่อไทย) ได้ 27,648 คะแนน และคณินทร์ อธิศักดิ์ชานนท์ (อนาคตใหม่) ได้ 19,679 คะแนน

แพ้ยังไง เพื่อไทยปากน้ำ เสียแชมป์ 4 สมัย

                           สลิลทิพย์ ขอแก้มืออีกครั้ง
  

หากวิเคราะห์จากผลคะแนน 7 เขตเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย แชมป์ 4 สมัย พ่ายเพราะพรรคอนาคตใหม่ หรือพรรคก้าวไกล ในวันนี้
กระแสธนาธรมาแรง จนทำให้คนรุ่นใหม่และคนเสื้อแดงบางส่วน ไม่เลือก “พรรคทักษิณ” เหมือนในอดีต

แพ้ยังไง เพื่อไทยปากน้ำ เสียแชมป์ 4 สมัย

                                  พรรคก้าวไกล มุ่งมั่นมาก


การเลือกตั้งซ่อม เขต 5 สลิลทิพย์ และทีมงานเพื่อไทย ต้องแก้โจทย์นี้ให้ได้ มิเช่นนั้น ก็จะพ่ายซ้ำสอง

“พิธา”โชว์พาว เหนือธนาธรปากน้ำล้อมกรุง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“พิธา”โชว์พาว เหนือธนาธรปากน้ำล้อมกรุง

"พิธา"โชว์พาว เหนือธนาธรปากน้ำล้อมกรุง10 กรกฎาคม 2563 – 13:00 น.

“พิธา”โชว์พาว เหนือธนาธรปากน้ำล้อมกรุง “พิธา” หนีไม่พ้นคำครหา “นอมินีธนาธร” ศึกเลือกตั้งซ่อมปากน้ำคือ บททดสอบแรก ก่อนเคลื่อนสู่สนาม กทม.

++
เป็นเรื่องตลก วันก่อน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ,ปิยบุตร แสงกนกกุล และพรรณิการ์ วานิช เพิ่งแถลงเปิดยุทธศาสตร์เขย่าเลือกตั้งท้องถิ่น ในนามคณะก้าวหน้า
 

วันนี้ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเตรียมความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งสภากรุงเทพมหานคร (สก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.)

อ่านข่าว…  “พิธา”ไร้เดียงสาพิษลัทธิพรรคพวกหักดิบสนามปากน้ำ

"พิธา"โชว์พาว เหนือธนาธรปากน้ำล้อมกรุง

พร้อมกันนั้น พิธายังเปิดตัว  “พีท อิศราวุธ ณ น่าน” ผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อม เขต 5 สมุทรปราการ
 

ฟังถ้อยแถลงของพิธา จับความได้ว่า ชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 สมุทรปราการ คือบันไดขั้นแรก ในยุทธศาสตร์ “ปริมณฑลล้อมกรุงเทพ” 
 ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

เมื่อก้าวไกลประกาศศึกเมืองกรุง ย่อมกระทบถึง “ชัชชาติ สิทธิพันธ์” อย่างไม่ต้องสงสัย
++
ตั้งใจชนเพื่อไทย
++ 
ผลคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.สมุทรปราการ 24 มี.ค.2562 พรรคอนาคตใหม่ ได้ ส.ส. 1 คน จากทั้งหมด 7 คน แต่คะแนนรวมในแต่ละเขต ก็อยู่ในลำดับ 2  ไม่เป็นรองเพื่อไทย


ฉะนั้น ทีมสาขาพรรคก้าวไกล ปากน้ำ (อดีตอนาคตใหม่) จึงมั่นใจว่า ในศึกเลือกตั้งซ่อม จะทำแต้มได้ถึง 5 หมื่นคะแนน จากเดิม 3 หมื่นคะแนน


“ศึกของอนาคตใหม่ได้ปิดฉากจบไปแล้ว ตั้งแต่พรรคถูกยุบไป กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิทางการเมือง กรรมการสรรหาตัวผู้สมัครถูกเลือกมาใหม่ ศึกครั้งนี้ จึงเป็นศึกครั้งใหม่ของพรรคก้าวไกล โดยการนำทีมของทิม พิธา..”
 

แกนนำก้าวไกล สมุทรปราการ หรือทีมสมุทรปราการมหานคร บอกถึงเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนตัวผู้สมัคร ส.ส.
 

เหนืออื่นใด การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์ภาวะผู้นำของ พิธา และวัดเรตติ้งพรรคก้าวไกล จะไปได้ไกลแค่ไหน

"พิธา"โชว์พาว เหนือธนาธรปากน้ำล้อมกรุง

++
เสี้ยมหรือสรรเสริญ
++
เมื่อ 9 ก.ค.2563 เทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์และนักเทววิทยา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในหัวข้อ “พิธา และธนาธร ใครมีสิทธิ์เป็นนายก”

อาจารย์เทพมนตรี วิเคราะห์ว่า “หัวหน้าพรรคก้าวไกล และหัวหน้าคณะก้าวหน้า ใครมีสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีมากกว่า ประชาชนรู้ดี…หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นคนหนุ่ม อภิปรายดี มีคดีน้อย หน่วยก้านก้าวไกลตามชื่อ แต่ต้องสลัดปลดแอกตนเองออกจากหัวหน้าคณะก้าวหน้า”


บังเอิญจุดยืนอาจารย์เทพมนตรี ใครก็ทราบดี บทวิเคราะห์นี้อาจถูกตีความว่าเป็นเกมเสี้ยม แต่ข้อเท็จจริง พิธาก็อยากสลัดเงา “ธนาธร” เช่นกัน


“ถ้าหัวหน้าพรรคก้าวไกลอยากเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องยืนด้วยลำแข้งของตนเองประกาศตัวนำพาพรรคให้เป็นอิสระ”


การเลือกตั้งซ่อมปากน้ำ  คือบททดสอบแรกของพิธา ว่าจะสอบผ่านหรือสอบตก

"พิธา"โชว์พาว เหนือธนาธรปากน้ำล้อมกรุง

พลังลุงป้อม หลอมใจชาวยุทธ์ “ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พลังลุงป้อม หลอมใจชาวยุทธ์ “ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ”

พลังลุงป้อม หลอมใจชาวยุทธ์ "ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ"10 กรกฎาคม 2563 – 11:15 น.

พลังลุงป้อม หลอมใจชาวยุทธ์ “ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ” “บิ๊กป้อม” ประมุขพลังประชารัฐ ยุคร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ได้เวลาขับเคลื่อน สู่โหมดการเลือกตั้งครั้งใหม่ 

++
ระหว่างการพบปะสื่อเครือชั่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวถึงการปรับ ครม. และพรรคพลังประชารัฐ ไว้ตอนหนึ่งว่า “ส่วนปัญหาในพรรคพลังประชารัฐ ตนไม่ทราบ แต่เข้าใจว่าพรรคนี้มาจากร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ มีอะไรจึงต้องพูดคุยกัน”
 

สำนวน “ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ” หมายถึง ทั่วทุกหนทุกแห่ง อีกสำนวนหนึ่งใช้ว่า ร้อยเอ็ดเจ็ดนคร หมายถึง ทั่วทุกหนทุกแห่งเช่นเดียวกัน 

อ่านข่าว…  นายกฯยันยังไม่ปรับครม.-ลั่นขอให้เชื่อมั่นม

พลังลุงป้อม หลอมใจชาวยุทธ์ "ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ"

นายกฯประยุทธ์ เปรียบเปรยลักษณะทางกายภาพของพรรคพลังประชารัฐ ได้ชัดเจน และตรงประเด็น
 

ดังนั้น วันที่ 10 ก.ค.2563 เป็นวันแรกที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คนใหม่ จะได้เข้าร่วมประชุมกับ ส.ส.ร้อยกว่าชีวิต ที่อาคารรัชดาวัน
++
ร้อยเอ็ดเจ็ดนคร
++
หลังการประชุมพรรคพลังประชารัฐ คงมีความชัดเจนเรื่องตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ผู้อำนวยการ พรรรค และโฆษกพรรค 
 

สำหรับว่าที่รองหัวหน้าพรรค 10 คน ที่สื่อนำเสนอไปก่อนหน้านั้น ก็ครอบคลุมทั้งร้อยเอ็ดเจ็ดนคร
 ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

กลุ่มสามมิตร 2 คน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และสมศักดิ์ เทพสุทิน 
การปรับโครงสร้างพรรคครั้งนี้ กลุ่มสามมิตรประสบความสำเร็จในการผลักดันให้ “เสี่ยแฮงก์” อนุชา นาคาศัย ขึ้นแท่นเลขาธิการพรรค

พลังลุงป้อม หลอมใจชาวยุทธ์ "ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ"

ถ้าจะให้สมหวังครั้งหนึ่งในชีวิต ปรับ ครม. สุริยะคว้าเก้าอี้รัฐมนตรีพลังงานได้ เสี่ยสมศักดิ์ คงเปิดร้านกินเส้นฉลองกินฟรีทั้งเดือน 
 

กลุ่มโคราช-ชลบุรี 2 คน วิรัช รัตนเศรษฐ และสุชาติ ชมกลิ่น 
เสี่ยเฮ้ง ดาวรุ่งพุ่งแรงจากเมืองชลบุรี แตะมือขาใหญ่โคราช หวังผงาดเต็มที่ เที่ยวนี้คงไม่ตกขบวนรถไฟสายรัฐมนตรี
 

กลุ่มเมืองหลวง 2 คน พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
แม้จะไม่ได้ดูแล ส.ส.กรุงเทพฯ เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ก็ยังอาศัยชื่อชั้น และคอนเนกชั่นกลุ่มทุน เอาตัวรอดมาได้ 
 

กลุ่มลูกข้าวนึ่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 
รู้ตัวว่า ต้นทุนต่ำ “ผู้กองธรรมนัส” จึงต้องสร้างผลงานการดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และอีสานบางส่วน 
 

กลุ่มมะขามหวาน สันติ พร้อมพัฒน์
เป็นคนพูดน้อย แต่ใจถึง พึ่งได้ เหมาะสำหรับการต่อสู้ชิงยุทธภูมิ ใช้ปืนใหญ่ สนับสนุนทหาราบ “บิ๊กป้อม” จึงมอบตำแหน่งผู้อำนวยการพรรคให้ 
 

กลุ่มสะตอลายพราง นิพันธ์ ศิริธร
ไม่มีอะไรมาก แค่สัญลักษณ์ของกลุ่มทักษิณ ส่วนผู้บัญชาการตัวจริง มีอยู่แล้ว เดี๋ยวบิ๊กป้อมจัดการเอง
 

พลังลุงป้อม หลอมใจชาวยุทธ์ "ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ"

อนุชา นาคาศัย

กลุ่มบ้านป่ารอยต่อ ไพบูลย์ นิติตะวัน
ครบเครื่องเรื่องกฎหมาย และการเมือง จึงกลายเป็น “ยาสามัญประจำบ้านป่ารอยต่อ” 
 

นี่คือภาพรวมของนักเลือกตั้ง ที่ได้ชื่อว่ามาจากร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ หรือร้อยเอ็ดเจ็ดนคร++
จบภารกิจเทคโนแครต
++
ดังที่รู้กันอยู่ คณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐชุดแรก เป็นการผสมผสานเครือข่ายงานประชารัฐกับนักการเมืองอาชีพ
          

ระหว่างการเลือกตั้ง ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ระดับเขี้ยวลากดิน ทราบดีว่า ใครคือเจ้าของพรรคตัวจริง และบ้านหลังไหน เป็นบ้านใหญ่ที่ดูแลผู้สมัคร ส.ส.ได้
          

หลังเลือกตั้งบรรดานักเลือกตั้ง จึงจัดแถวจัดทัพแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า และวิ่งไปบ้านใหญ่ ที่เป็นตัวจริงเสียงจริง
          

สถานภาพของอุตตม และสนธิรัตน์ จึงถูกมองว่า เป็นแค่ “หน้าเค้ก” ในสายตานักเลือกตั้ง
 

วันนี้ พลังประชารัฐ ปาดหน้าเค้กทิ้ง จึงเหลือแต่ “นักเลือกตั้ง” ล้วนๆ

“จ้าวเหว่ย” วุ่น ปมสังหาร 4 ศพหวั่นบัญชีดำกาสิโน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“จ้าวเหว่ย” วุ่น ปมสังหาร 4 ศพหวั่นบัญชีดำกาสิโน

"จ้าวเหว่ย" วุ่น ปมสังหาร 4 ศพหวั่นบัญชีดำกาสิโน9 กรกฎาคม 2563 – 15:11 น.

“จ้าวเหว่ย” วุ่น ปมสังหาร 4 ศพหวั่นบัญชีดำกาสิโน หลังโควิดซา เปิดกาสิโนสามเหลี่ยมทองคำ เกิดเหตุสังหารชาวจีน 4 ศพ ร้อนถึง “จ้าว เหว่ย” เจ้าพ่อคิงส์โรมัน ต้องสะสาง

++
หลังรัฐบาลลาว ผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มโควิด โดยอนุญาตให้เปิดกาสิโนได้ แต่ต้องคุมเข้มเรื่องการป้องกันโควิด จู่ๆ เกิดเหตุสังหารโหดชาวจีน 4 ศพ ที่สามเหลี่ยมทองคำ
 

เมื่อวันที่ 9 ก.ค.2563 นสพ.เวียงจันทน์ไทม์ รายงานความคืบหน้าคดีฆ่าโหดที่กาสิโนคิงส์โรมัน เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ โดยอ้างข้อมูล ปกส.(ตำรวจ) ประจำเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว

อ่านข่าว…   จ้าวเหว่ย” สร้างสนามบิน ปลุกสามเหลี่ยมทองคำ
 

เบื้องต้นผู้สื่อข่าวท้องถิ่นรายงานข่าวว่า เกิดเหตุปล้นชิงทรัพย์ แต่ตำรวจเขตสามเหลี่ยมทองคำ ตรวจที่เกิดเหตุแล้ว กลับไม่ใช่การปล้น
 ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นช่วง 20.30 น. คืนวันที่ 7 ก.ค.2563 มีรถนักเสี่ยงโชคชาวจีน ออกจากกาสิโนคิงส์โรมัน ขับไปตามถนนเขตบ้านค้วน เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว โดยระหว่างทาง เกิดเหตุยิงกัน ทำให้มีชาวจีนเสียชีวิต 4 ศพ (ชาย 3 หญิง 1) 

ตำรวจเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ สันนิษฐานว่า มีผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียว ไม่ได้ประสงค์ชิงทรัพย์สิน เมื่อตรวจภายในรถ พบเงินสกุลหยวน และบาท พร้อมอาวุธปืนพก 
++
บัญชีดำจ้าวเหว่ย
++
ต้นปี 2561 กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีดำกาสิโน “คิงส์ โรมันส์ กาสิโน” ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงข้ามกับบ้านสบรวก ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เนื่องจากมีหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่าเป็นชุมทางของกิจกรรมผิดกฎหมายหลายอย่างในเขตสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งมีจ้าว เหว่ย ชาวจีน เป็นเจ้าของ และต้องถูกคว่ำบาตร 

ถัดมา จ้าว เหว่ย ในฐานะประธานสภาบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ และประธานกลุ่มบริษัทงิ้วคำ ผู้ได้สัมปทานเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ได้ออกมาแถลงโต้สหรัฐฯ ว่า ข้อกล่าวหาทั้งหลายทั้งปวงนั้น ไม่เป็นความจริง

กาสิโนคิงส์โรมัน เป็นแค่ส่วนหนึ่ง ของเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำเท่านั้น และรัฐบาลลาวได้ให้การรับรองเขตเศรษฐกิจแห่งนี้

แม้รัฐบาลลาว จะไม่แถลงข่าวชี้แจง แต่การมีผู้นำทางการเมืองของลาว เดินทางไปเยี่ยมเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ก็เป็นการยืนยันว่า รัฐบาลลาวยืนเคียงข้างจ้าวเหว่ย

นับจากนั้น ข่าวสหรัฐขึ้นบัญชีดำจ้าว เหว่ย และกาสิโนก็เงียบหายไป ไม่มีสื่อสหรัฐตามมาขุดคุ้ยเรื่องสีเทาๆ ในกาสิโนสามเหลี่ยมทองคำ

++
ว่าที่นายกลาวมาเยือน
++
ต้นเดือน มิ.ย.2563 ท่านสอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีลาว และรัฐมนตรีแผนการและการลงทุน ได้เดินทางเยี่ยมยามเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ โดยจ้าว เหว่ย ได้มาต้อนรับด้วยตัวเอง พร้อมจัดการปูพรมแดงรับถึงบันได ฮ.

ในวงการเมืองลาว ทราบดีว่า ท่านสอนไซ ถูกวางตัวให้เป็นนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว คนต่อไป 

ถัดมา วันที่ 26 มิ.ย.2563 จ้าว เหว่ย ได้เป็นประธานเปิดงานวันต้านยาเสพติด ภายใต้หัวข้อ “แนวคิดปราศจากยาเสพติด ชีวิตมีความสดใส” ที่สวนอุทยานหน้าต่างแห่งสามเหลี่ยมทองคำ ดอนซาว เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว

นี่เป็นอีเวนท์สร้างภาพลักษณ์ใหม่ของจ้าว เหว่ย ทำให้สามเหลี่ยมทองคำ กลายเป็นสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ ไม่ใช่แหล่งค้ายาเสพติด

ขณะเดียวกัน มีข่าวว่าคณะกรรมการคุ้มครองเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ เสนอจะสร้างสนามบินสากล มูลค่า 150 ล้านดอลลาร์ สนามบินดังกล่าว มีมูลค่าการก่อสร้าง 150 ล้านดอลลาร์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการศึกษาค้นคว้า และเตรียมเสนอต่อรัฐบาลลาว

เดชเฮียกวง ทะลวงป้อมค่าย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เดชเฮียกวง ทะลวงป้อมค่าย

เดชเฮียกวง ทะลวงป้อมค่าย9 กรกฎาคม 2563 – 14:22 น.

เดชเฮียกวง ทะลวงป้อมค่าย สี่กุมาร พ้นจากพลังประชารัฐ สปอตไลท์การเมืองสาดจับ “จอมยุทธ์กวง” ก้าวต่อไป จะหยุดที่สถานีไหน  

++
การตัดสินใจลาจากพรรคพลังประชารัฐของ “4 กุมาร” อุตตม สาวนายน, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ , สุวิทย์ เมษินทรีย์ และ กอบศักดิ์ ภูตระกูล ก็เหมือนการจบภารกิจ และจบดีลกับผู้ทรงอำนาจ ยุคหลังรัฐประหาร 2557 

อย่างที่รู้กัน พรรคพลังประชารัฐ ถูกออกแบบให้เป็นพรรคเพื่อการเลือกตั้ง และให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ที่มาจากการโหวตในสภาฯ

อ่านข่าว…  ทางเดินเฮียกวงจับตา ‘สัมมาชีพ” บ้านพัก 4 กุมาร

4 กุมาร สายตรง “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” จึงเป็นผู้ก่อร่างสร้างพรรคตอนแรกๆ ก่อนที่จะมีผู้คนเข้ามาอีกมายมาย หลายเผ่าพันธุ์การเมือง 

ช่วงแรกๆ ที่ตั้งพรรคพลังประชารัฐ มีนักข่าวไปถาม “สมคิด” เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับกลุ่มสามมิตร   

“ทุกคนเป็นเพื่อนกันทั้งนั้น และไม่ใช่แค่สามมิตร เป็นมวลหมู่มหามิตรเลย เป็นเพื่อนฝูงกันทั้งนั้น วงการเมืองคือเพื่อนๆ กัน”
 ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นี่คือคำตอบของ “เฮียกวง” สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ผู้อยู่กับการเมืองไทยเกือบ 20 ปี 
++
มวลมหามิตร
++
แรกที่มีข่าวเรื่องกลุ่มสามมิตร นำโดยสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็คล้ายมีชื่อสมคิด เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย แต่ลึกๆ แล้ว สมคิดได้ติดต่อกับอดีตนักการเมืองจากพรรคไทยรักไทย หลายกลุ่มหลายก๊วน มิได้มีเพียงแต่สุริยะ และสมศักดิ์ 

คำว่า   “มวลหมู่มหามิตร” ที่หลุดออกจากปากสมคิด น่าขยายความเป็นอย่างยิ่ง           

เมื่อแยกทางจาก “ทักษิณ” ราวปี 2550 สมคิดซุ่มซ่อน สะสมเครือข่ายสายสัมพันธ์เดิม โดยตั้ง “กลุ่มธรรมาธิปไตย” เชื่อมร้อยกับกลุ่มที่แตกตัวออกมาจากไทยรักไทย          

“พิมล ศรีวิกรม์” และ “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” เป็นตัวยืนในการพบปะกันของนักการเมืองหลายพรรค โดยใช้โรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล เป็นสถานที่นัดพบกัน          

ผ่านไประยะหนึ่ง จึงตั้งชื่อ “กลุ่มธรรมาธิปไตย” สมาชิกส่วนใหญ่จะเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มาจากแวดวงธุรกิจ นักการธนาคาร นักการตลาด นักอุตสาหกรรม รวมไปถึงแวดวงนักวิชาการ         

แรกๆ มีข่าวลือว่า กลุ่มธรรมาธิปไตยเหมือนจะรวมตัวกับ “กลุ่มมัชฌิมา” ของ สมศักดิ์ เทพสุทิน แต่สมคิดไม่ตัดสินใจ สมศักดิ์จึงนำพลพรรคไปพึ่งพาเสี่ยประชัย เลี่ยวไพรัตน์          

ช่วงฤดูหาเสียงปลายปี 2550 สมคิดมีชื่อเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง “พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา” ที่มี ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์, เอนก เหล่าธรรมทัศน์, พิจิตต รัตตกุล และ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นแกนหลัก แต่หลังจากนั้น สมคิดก็แวบหายไปจากการเมืองไทย 

ปี 2555 สมคิดจับมือหมอประเวศ ดันมูลนิธิสัมมาชีพ ก็ยังดึงอดีตนักการเมืองไทยรักไทยบางคนมาทำงานด้วย 

ด้วยการที่อยู่พรรคไทยรักไทย มาแต่แรก สมคิด จึงรู้จักมักคุ้นแกนนำทุกมุ้งทุกกลุ่ม 

++
สมคิดไม่ธรรมดา
++
สัปดาห์ที่แล้ว จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. จัดรายการวิเคราะห์การเมือง ได้ประเมินสถานการณ์ภายในพรรคพลังประชารัฐ หลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค
 

“การปรับคณะรัฐมนตรี ซึ่งตอนแรกใครก็คิดว่าง่าย   สี่กุมารยังไงก็พ้นจากตำแหน่งผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ แต่ลืมคิดไปว่ากลุ่มสี่กุมารนั้น บวกหนึ่งสมคิด ก็มีประสบการณ์และบทเรียนมากมาย”  

สมัยไทยรักไทยรุ่งเรือง จตุพร อาจเป็นตัวละครที่อยู่วงนอก แต่ทำงานกับ “ผู้มีอำนาจวงใน” หลายคน จึงเห็นบทบาทสมคิดในยุคทักษิณ 

“เมื่อย้อนกลับไปดูนั้นก็เห็นว่า การดำรงอยู่ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์นั้น ไม่ธรรมดา ชนิดที่อดีตนายกทักษิณ ชินวัตรก็ตกใจว่าสถานการณ์ในขณะตอนปลายก่อนที่จะมีการล้มกระดานกันนั้น นายสมคิดอยู่ในบทบาทไหน แต่ตนไม่ต้องการอธิบายความให้เกิดปัญหากัน แต่บอกว่าไม่ธรรมดาจริงๆ”  

จตุพร ย้ำอีกครั้งว่า “หลายคนคิดว่า บรรดาแทคโนเเครต เหล่านี้ไม่มีความเท่าทันทางการเมือง แต่มารอบนี้ตนบอกได้เลยว่า ไม่ธรรมดา”

“พิธา”ไร้เดียงสาพิษลัทธิพรรคพวกหักดิบสนามปากน้ำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“พิธา”ไร้เดียงสาพิษลัทธิพรรคพวกหักดิบสนามปากน้ำ

"พิธา"ไร้เดียงสาพิษลัทธิพรรคพวกหักดิบสนามปากน้ำ9 กรกฎาคม 2563 – 11:00 น.

“พิธา”ไร้เดียงสาพิษลัทธิพรรคพวกหักดิบสนามปากน้ำ เบื้องลึกพรรคก้าวไกลหักกันเอง ก๊วนส้มปากน้ำสายตรงธนาธร ดันพวกตัวเองลงสนาม ลอยแพ “ตรัยวรรธน์ อิ่มใจ” คนบางบ่อ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
กลิ่นแปลกๆ สำหรับพรรคก้าวไกล สมุทรปราการ ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค.2563 เมื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำทีม ส.ส.กลุ่มหนึ่งลงพื้นที่แถวบางพลี บางเสาธง และบางบ่อ โดยไร้เงา ตรัยวรรธน์ อิ่มใจ อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 พรรคอนาคตใหม่(เดิม) 

ขณะที่ อิศราวุธ ณ น่าน ทีมงานสมุทรปราการมหานคร ได้ขึ้นรถแห่ร่วมกับหัวหน้าพรรคพิธา 

เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2563 คณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล มีมติเสียงส่วนใหญ่เลือก อิศราวุธ ณ น่าน เป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 ในการเลือกตั้งซ่อมที่จะมีขึ้นในเร็ววันนี้

อ่านข่าว…   ด่วน ! ‘ตรัยวรรธน์ อิ่มใจ’ ประกาศ ‘ยุติบทบาท กับ พรรคก้าวไกล’ หลังอกหัก พรรคไม่ส่งลงสนามเลือกตั้งซ่อมสมุทรปราการ เขต 5

"พิธา"ไร้เดียงสาพิษลัทธิพรรคพวกหักดิบสนามปากน้ำ

“อิศราวุธ ณ น่าน” กับ “พิธา”

พลันที่ทราบข่าว ตรัยวรรธน์ อิ่มใจ อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการเขต 5 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ผมขอยุติบทบาทกับพรรคก้าวไกล” 
++
พวกใครพวกมัน
++
ย้อนดูผลคะแนนเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 ตรัยวรรธน์ เคยลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่เขต 5 สมุทรปราการ พรรคอนาคตใหม ได้ 31,430 คะแนน รองจากกรุงศรีวิไล สุทินเผือก พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 1 ได้ 41,745 คะแนน และสลิลทิพย์ สุขวัฒน์ พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ได้ 33,007 คะแนน
 ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

หากมองตามเกมนี้ ตรัยวรรธน์ คน อ.บางบ่อ ควรได้รับโอกาสลงแก้มืออีกครั้ง แต่แกนนำพรรคก้าวไกล สมุทรปราการ ไม่คิดแบบนั้น จึงส่ง “พีท” อิศราวุธ ณ น่าน มาลงสมัคร ส.ส.แทน 

คณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล อ้างว่า “พีท” มีศักยภาพเหมาะสมที่สุดที่จะนำพาก้าวไกลชนะศึกเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ได้ เพราะพื้นเพเป็นคนสมุทรปราการแต่กำเนิด แต่เกิดในเขตเทศบาลปากน้ำ และเป็นเจ้าของกิจการในพื้นที่ อ.บางบ่อ ทำให้เป็นผู้รู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี 

"พิธา"ไร้เดียงสาพิษลัทธิพรรคพวกหักดิบสนามปากน้ำ

“ธวัชชวิน” แกนหลักที่ผลักดันให้เปลี่ยนตัวผู้สมัคร ส.ส.

แท้จริงแล้ว “พีท” ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการบริหารสาขาพรรคก้าวไกล ปากน้ำ นำโดย ชนสิษฎ์ ยอดฉิม หัวหน้าสาขาพรรคสมุทรปราการ นายธวัชชวิน โกพัฒน์ตา เป็นรองหัวหน้าสาขาพรรค 

พูดง่ายๆ พวกใครพวกมัน ตรัยวรรธน์ นักการเมืองโนเนมอยู่ชายขอบสมุทรปราการ เลยอกหักตามธรรมเนียม

++
ไร้เดียงสา
++
ก่อนหน้านี้ ธวัชชวิน โกพัฒน์ตา กับพวกได้ฟอร์มทีมสุมทรปราการมหานคร เตรียมลงสมัคร อบจ. โดยตัวเขาจะลงสมัครสมาชิก อบจ. เขต 4 พระประแดง สมุทรปราการ 
 

เมื่อพรรคอนาคตใหม่ เปลี่ยนเป็นพรรคก้าวไกล ทีมสมุทรปราการมหานคร ของ “ธวัชชวิน” จึงเข้ามากุมการบริหารสาขาพรรคก้าวไกล  

"พิธา"ไร้เดียงสาพิษลัทธิพรรคพวกหักดิบสนามปากน้ำ

“ตรัยวรรธน์” ลงพื้นที่มาตลอด บางงานก็เจอกับ “กรุงศรีวิไล”

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2563  แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า “ต้องยอมรับความจริงว่าการเลือกตั้งเขต 5 สมุทรปราการคราวที่แล้วในนามพรรคอนาคตใหม่ คะแนน 30,000 กว่าคะแนนนั้นส่วนใหญ่ ได้มาจากกระแสพรรคอนาคตใหม่ และแม่เหล็กอย่าง ธนาธร พรรณิการ์ และปิยบุตร แต่ศึกของอนาคตใหม่ได้ปิดฉากจบไปแล้วตั้งแต่พรรคถูกยุบไป..” 

อาการ “ไม่เห็นหัว”  ส.ส. หรืออดีตผู้สมัคร ส.ส. ทำนองนี้ ที่เคยทำให้สาขาพรรคอนาคตใหม่ เกิดข้อขัดแย้งและแยกทางกัน เมื่อปีที่แล้ว 

การเลือกตั้งซ่อม เขต 5 จึงต้องเป็นการนับหนึ่งใหม่ “ศึกครั้งนี้จึงเป็นศึกครั้งใหม่ของพรรคก้าวไกล โดยการนำทีมของทิม พิธา เพราะฉะนั้นการรบครั้งนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนม้ากลางศึก แต่เป็นการรบของพรรคการเมืองใหม่ที่สืบทอดเจตนารมณ์จากพรรคอนาคตใหม่ในสนามการเลือกตั้งเดิม ขอแรงสนับสนุนจากพ่อแม่พี่น้องชาวเขต 5 สมุทรปราการกันอีกหนึ่งครั้ง ครั้งนี้เอาให้ทะลุ 50,000 คะแนนกันไปเลย” 

คำว่า “เปลี่ยนม้ากลางศึก” ธวัชชวิน โกพัฒน์ตา เขียนไว้ก่อนหน้าที่คณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล จะมีมติเลือกผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 ประมาณ 5 วัน 

นี่หรือวิธีคิดวิธีทำงานแบบคนรุ่นใหม่ ไม่น่าแปลกใจที่ “ตรัยวรรธน์” จะผิดหวังอย่างรุนแรง

"พิธา"ไร้เดียงสาพิษลัทธิพรรคพวกหักดิบสนามปากน้ำ

“ตรัยวรรธน์” โบกมือลา “ธนาธร”