คู่จิ้นการเมือง ทักษิณกับเฮียเพ้ง ปฐมบท ‘กลุ่มแคร์’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คู่จิ้นการเมือง ทักษิณกับเฮียเพ้ง ปฐมบท ‘กลุ่มแคร์’

คู่จิ้นการเมือง ทักษิณกับเฮียเพ้ง ปฐมบท 'กลุ่มแคร์'

14 มิถุนายน 2563 – 10:00 น.

พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ขยับก่อการกลุ่มแคร์ จะบอกว่า ไม่เกี่ยวกับทักษิณ ชินวัตร ก็คงไม่ใช่ เพราะสองคนนี้ เปรียบดังคู่จิ้นการเมือง…คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เปิดตัวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับกลุ่มแคร์ (CARE) ด้วยสมาชิกเริ่มต้น 7 คนคือ ดวงฤทธิ์ บุนนาค,พริษฐ์ รักตพงศ์ไพศาล,พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, ภูมิธรรม เวชยชัย,ลักขณา ปันวิชัย, วีรพร นิติประภา และสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี

สมาชิกกลุ่มแคร์ทั้งเจ็ด ‘พริษฐ์ รักตพงศ์ไพศาล’ อายุน้อยที่สุด และมีคนรู้จักน้อยที่สุด แต่โปรดจับตาเขาไว้ กลุ่มแคร์จะเดินต่อไปได้ และจะพัฒนาเป็นพรรคการเมืองหรือไม่?

อ่านข่าว

“กลุ่มแคร์” เดินหน้าเปิดแฟนเพจ “CARE คิด เคลื่อน ไทย” พร้อม โลโก้ ก่อนเปิดตัว 17 มิ.ย.

: กลุ่มแคร์ขยับ  “ทักษิณ” ก็กลับมา

เฮียเพ้ง บิดาของ “กุ๊ก” หรือ “พริษฐ์ รักตพงศ์ไพศาล” จะเป็นผู้ให้คำตอบ

++

มังกรปากน้ำโพ

++

เฮียเพ้งหรือ “พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล” เป็นคนโลว์โปรไฟล์ ไม่แสดงออกถึงความทะเยอทะยานทางการเมือง คนในพรรคของนายใหญ่รู้ดี ไล่มาแต่สมัยไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย

ลูกจับกังย่านตลาดวัดตะแบก ปากน้ำโพ สู้ชีวิตปากกัดตีนถีบ ขายกาแฟ เชลส์แมน จนจบวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

บนถนนการเมืองของ “เฮียเพ้ง” เริ่มจากเป็นคนชอบตีกอล์ฟ จึงเข้าไปอยู่ในก๊วนกอล์ฟนักการเมืองระดับขาใหญ่มาตั้งแต่ปี 2522 สมัยนั้นเพิ่งทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง แต่เขายังไม่คิดเล่นลงเลือกตั้ง แค่อยากเรียนรู้ว่าการเป็น ส.ส.นั้น ยากง่ายเพียงใด

ปี 2526 เฮียเพ้งมาช่วย อุทัย พิมพ์ใจชน ก่อร่างสร้างพรรคปฏิวัติ หรือพรรคก้าวหน้า สร้างนักการเมืองดาวรุ่งหลายคน จนมีการยุบพรรคก้าวหน้าไปรวมกับพรรครวมไทย พรรคประชาชน และพรรคกิจประชาคม ชื่อพรรคเอกภาพ

ตอนหลัง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และเสนาะ เทียนทอง ชวนไปอยู่พรรคความหวังใหม่ เฮียเพ้งจึงรู้จักนักการเมืองกลุ่มวังน้ำเย็นมากขึ้น

++

สู้กับทักษิณ

++

ปี 2543 ทักษิณ ชินวัตร ตั้งพรรคไทยรักไทย ชักชวนให้เฮียเพ้งไปร่วมงาน ตอนแรกเฮียเพ้งไม่ตอบรับ ต่อมา เฮียเพ้งเดินไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย ที่อาคารชินวัตร 3 โดยทักษิณมอบให้เขาเป็นผู้อำนวยการพรรค

คนแรกในพรรคไทยรักไทย ที่เฮียเพ้งได้พูดคุยบนตึกชินวัตร 3 คือ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช มือทำงานของทักษิณ

ปี 2547 ทักษิณให้เป็นรัฐมนตรีอุตสาหกรรม แต่พอให้หยุดพัก เฮียเพ้งก็ไม่โวยวาย ยังเป็นเพื่อนตีกอล์ฟกับทักษิณเหมือนเดิม

หลังรัฐประหาร 2549 ทักษิณรู้ดีว่า เฮียเพ้งทุ่มเททำงานเพื่อพรรคมากน้อยแค่ไหน แกนนำพรรคบางคนหลบหน้าหลบตา แต่เฮียเพ้งยังใช้คนสนิท “สุนีย์ เหลืองวิจิตร” นำอาหารการกินไปฝากทักษิณในต่างแดนเป็นประจำ

เฮียเพ้งไม่สร้างมุ้ง แต่เน้นการสร้างบารมี วันเกิดช่วงหลังๆ บ้านเฮียเพ้งจึงคลาคล่ำไปด้วยแกนนำ นปช.

++

ทุนกลุ่มแคร์

++

อีกไม่กี่วันข้างหน้า เฮียเพ้งจะมีอายุครบ 70 ปี งานวันเกิดปีที่แล้ว เฮียเพ้งจัดที่ร้านอาหาร Rose 22 ซอยคู้บอน 22 เขตคันนายาว กรุงเทพฯ ประกาศวางมือทางการเมือง หลังภารกิจเพื่อทักษิณจบสิ้นไปพร้อมกับการยุบพรรคไทยรักษาชาติ

ปีนี้ กองบัญชาการของเฮียเพ้ง ภายในหมู่บ้านเกศินีวิลล์ ย่านเหม่งจ๋าย คงคึกคัก เพราะ “หมอมิ้ง” มาชวนเฮียเพ้งตั้งขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมชื่อ “กลุ่มแคร์

หากจะบอกว่า ทักษิณไม่รับรู้เรื่องการตั้งกลุ่มแคร์ก็ไม่ได้ เพราะทุกการเคลื่อนไหวของเฮียเพ้ง คนแดนไกลต้องรู้

เฮียเพ้งกับทักษิณ มิใช่แค่ “นาย” กับ “ลูกน้อง” หากแต่เป็น “คู่จิ้นในตำนานการเมือง”

คู่จิ้นการเมือง ทักษิณกับเฮียเพ้ง ปฐมบท 'กลุ่มแคร์'

เปิดวาร์ป ผู้ว่าหญิงเขมร สายคลองใหญ่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดวาร์ป ผู้ว่าหญิงเขมร สายคลองใหญ่

 เปิดวาร์ป ผู้ว่าหญิงเขมร สายคลองใหญ่

13 มิถุนายน 2563 – 19:09 น.

มิถุนา ภูทอง ผู้ว่าหญิงคนแรกของกัมพูชา หลานสาว “ก๋งใส่” นักปฏิวัติเขมร เชื้อสายไทยเกาะกง ชาว อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

++

เกาะกง เดิมไทยเรียก ประจันต์คิรีเขตต์ ชาวเกาะกงทั้งที่มีเชื้อสายเขมรและไทย ช่วงที่เกาะกงอยู่ภายใต้อิทธิพลของกรุงสยาม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนามว่า “ประจันต์คิรีเขตต์” และตั้งนามเมืองให้คล้องกับเมืองประจวบคีรีขันธ์

จ.เกาะกง มีประชากรทั้งหมดประมาณแสนกว่าคน ประชากรส่วนใหญ่ ร้อยละ 75 เป็นชาวเขมร ที่เหลือร้อยละ 25 เป็นชาวไทยเกาะกง คนเชื้อสายไทยในเกาะกงส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ตามคลองและลุ่มแม่น้ำ

 เปิดวาร์ป ผู้ว่าหญิงเขมร สายคลองใหญ่

                                       เกาะกง ในวันนี้ 

แม้ชาวไทยเกาะกงจะเป็นคนส่วนน้อย แต่ในทางการเมือง นับแต่สมเด็จฮุน เซน ครองอำนาจ ผู้ว่าราชการจังหวัดเกาะกง ล้วนแต่เป็นคนไทยเกาะกง

ปัจจุบัน จ.เกาะกง ได้รับความสนใจจากคนไทย เพราะผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้หญิง ชืื่อ “มิถุนา ภูทอง” 

 เปิดวาร์ป ผู้ว่าหญิงเขมร สายคลองใหญ่

                                            มิถุนา แถลงความก้าวหน้าของเกาะกง

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2563 ผู้ว่าฯ มิถุนา ได้ไปแถลงข่าวเรื่อง “ความก้าวหน้าและทิศทางการบริหารเกาะกง” ที่ศูนย์ประชุมแห่งรัฐ กรุงพนมเปญ

มิถุนา ภูทอง ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าฯเกาะกง คู่กับ ไพฑูรย์ พราหมณ์เกษร เมื่อปี 2559 หลังจากการเลือกตั้งท้องถิ่นปี 2560 เธอก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯ 

สำหรับ มิถุนา เป็นลูกสาวของ ยุทธ ภูทอง อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเกาะกง ซึ่งมิถุนา เรียนจบมาจาก US Army War College และกลับเกาะกงมาช่วยงานบิดา-ยุทธ ภูทอง

จ.เกาะกง ในยุคสมเด็จฮุน เซน เกี่ยวพันกับคนไทยเกาะกง เพราะ ใส่ ภูทอง ที่สืบเชื้อสายไทยเกาะกง ครั้งหนึ่ง ครอบครัวของใส่ ได้อพยพมาอยู่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

ยุคฝรั่งเศส ยึดครองกัมพูชา ใส่ ภูทอง ได้ข้ามแดนไปจัดตั้งคณะพลพรรคไทยเกาะกง ต่อสู้กู้เอกราช และร่วมกับขบวนการปฏิวัติกัมพูชา จนสถาปนาระบอบกัมพูชาประชาธิปไตย 

 เปิดวาร์ป ผู้ว่าหญิงเขมร สายคลองใหญ่

                                          สาวเชื้อสายไทยเกาะกง

ปี 2521 ใส่ ภูทอง แยกตัวออกมาจาก “เขมรแดง” ไปร่วมมือกับ “เฮง สำริน-ฮุน เซน” และเวียดนาม โค่นเขมรแดง

หลังปี 2522 ใส่ ภูทอง จึงมีตำแหน่งเป็นประธานสภาประชาชนเขมร และประมุขแห่งรัฐ เมื่อลงจากอำนาจ “ใส่ ภูทอง” ได้เดินทางมาใช้ชีวิตอยู่ที่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด และเสียชีวิตเมื่อปี 2559

 เปิดวาร์ป ผู้ว่าหญิงเขมร สายคลองใหญ่

                                      อนุสรณ์สถาน “ใส่ ภูทอง” นักปฏิวัติไทยเกาะกง 

วันที่ 18 มิ.ย.2559 สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี มาทำพิธีฌาปนกิจศพ ใส่ ภู่ทอง ที่วัดคลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

จ.เกาะกง ในยุคหลังโค่นเขมรแดง จึงอยู่ในการบริหารของไทยเกาะกง ไล่มาตั้งแต่รุ่ง พราหมณ์เกษร และยุทธ ภูทอง ลูกชายของใส่ ภูทอง

พลันที่สื่อกัมพูชา ตีข่าว “มิถุนา” ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯ เกาะกง เพราะมิถุนาเป็นหลาน “ก๋งใส่” ผู้มีคุณูปการสำคัญยิ่งต่อชาวเกาะกง และเป็นเสมือนร่มโพธิ์ร่มไทรของไทยเกาะกง

กลางปี 2561 จ.เกาะกง ได้เปิดตัวโครงการสร้างถนน และวงเวียน เพื่อเป็นเกียรติแก่นักปฏิวัติอาวุโส ใส่ ภูทอง หรือ “ก๋งใส่” ของลูกหลานตระกูลภูทอง หรือภู่ทอง ที่อยู่ในเกาะกง และ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

ตรวจการบ้านเสนาบดี”รัฐบาลลุงตู่ ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

 ตรวจการบ้านเสนาบดี”รัฐบาลลุงตู่ “

 ตรวจการบ้านเสนาบดี"รัฐบาลลุงตู่ "

13 มิถุนายน 2563 – 13:06 น.

แม้ว่านายกฯบอกว่ายังไม่มีการปรับ ครม.ตอนนี้ แต่ฟันธงว่าถึงยังไงก็ต้องปรับครม.อยู่ดี เนื่องจากจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของพรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็น พรรคแกนนำรัฐบาล…ดังนั้นลองมาสำรวจกันดูว่า รมต.แต่ละคน ใครควรจะอยู่หรือไป

สัญญาณการเมืองเริ่มเเรงหลัง”พรรคพลังประชารัฐ”เขี่ยลูกปรับโครงสร้างพรรคที่จะกระทบกับ“คณะรัฐมนตรี”อย่างเลี่ยงไม่ได้
เเว่วว่า..ตอนนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้ารัฐบาล ตรวจการบ้านเสนาบดีของ “ครม. เรือเหล็ก”บ้างเเล้วเเละรับรู้คำขู่ของคนการเมืองหลายมุ้งหลากพรรคที่ส่งเสียงทวงเก้าอี้ รมต.ที่มาพร้อมการปรับโครงสร้างพรรคพลังประชารัฐ
จนนายกฯ ต้องออกมาสยบ บอกว่ายังไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรีตอนนี้และไม่ต้องเสนอตัวกันเยอะแยะ เพราะว่าการปรับคณะรัฐมนตรีเป็นอำนาจการตัดสินใจของนายกฯแต่เพียงผู้เดียวให้พรรคไปเตรียมคนไว้ เมื่อเสนอชื่อมาถ้าตนเห็นว่าไม่เหมาะสมก็เปลี่ยนเท่านั้น เป็นอำนาจของนายกฯอยู่แล้ว

 ตรวจการบ้านเสนาบดี"รัฐบาลลุงตู่ "

“คนวงใน”กระซิบมาว่า ตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เดินสายทางลับเชิญผู้คนหลากเเวดวงมาหารือถึงทิศทางบ้านเมืองหลัง”โควิด-19″ซาลงเพราะโลกเปลี่ยนใหม่หมดคนที่มีคุณภาพเท่านั้นที่จะพาชาติเเละคนไทยรอด  ถึงขนาดที่ว่าการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้”คนนอก”เพียบ เหลือที่นั่งให้พวก”นักการเมืองอาชีพ”น้อยนิด
ผู้จัดการรัฐบาลตัวจริงคือ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็รับรู้เช่นกันเเละเเจ้งกับ พลเอกประยุทธ์ ว่าหากจะปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีอย่างไร ให้อยู่ในดุลพินิจของพลเอกประยุทธ์เต็มที่ พลเอกประวิตร จะคุมเกมการเมืองหลังบ้านไว้ให้
 ดังนั้นถอดรหัสเบื้องต้นได้ว่า หากร่างกฎหมายงบประมาณ ปี2564 ผ่านการพิจารณาของส.ส.เเละส.ว.เเล้วนั้น พลเอกประยุทธ์ น่าจะปรับองคาพยพบน”เรือเหล็ก”

 ตรวจการบ้านเสนาบดี"รัฐบาลลุงตู่ "

 ดังนั้นมาลองอ่านใจ พลเอกประยุทธ์ ในฐานะกัปตันเรือเหล็กว่า ภารกิจของรมต.บน”เรือเหล็ก”นั้นใครสอบผ่าน..ใครสอบตก? ใครได้ไปต่อเเละใครควรลงจากเรือ?

-นายกรัฐมนตรี เเละ รมว.กลาโหม

โพลล์ชมว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งใจทำงานดี ตัดสินใจถูกเวลาโดยเฉพาะการแก้ปัญหา”โควิด-19″สำเร็จ เเละประเทศไทยมีชื่อเเละผลงานระดับโลก เเต่ยังมีจุดอ่อนที่เจ้าตัวยอมรับว่าไม่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจเเละคุมจังหวะพรรคร่วมรัฐบาลในการหลอมเป็นหนึ่งเดียวไม่ได้

เมื่อบวกกับเเรงกระพือของคนในพรรคพลังประชารัฐ ที่เขี่ยการปรับโครงสร้างพรรคเเละครม.นั้น เเม้พลเอกประยุทธ์จะไม่ได้สังกัดพรรคนี้ เเต่พรรคนี้หนุนพลเอกประยุทธ์ขึ้นมาเป็นนายกฯ คงยากที่จะเลี่ยงว่าไม่สัมพันธ์กัน ตอนนี้รอยร้าวในพรรคพลังประชารัฐ มันเเตกลามไปหลากทิศ หากยังสยบไม่ได้ น่าจะเหนื่อยหลายยก

 ตรวจการบ้านเสนาบดี"รัฐบาลลุงตู่ "

รองนายกรัฐมนตรี

-พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ  พี่ใหญ่ค่าย 3ป.ยามนี้ต้องเหนื่อยรับมืองานการเมือง เพราะพลเอกประวิตรตอนนี้อยู่ใน”ตำบลกระสุนตก”ที่ผู้จัดการรัฐบาลคนนี้รับไปเต็มๆเพราะการจ่อสวมหมวกหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเเทนเก้าอี้ประธานยุทธศาสตร์พรรคนั้น เเปลความว่าพลเอกประวิตรเปิดหน้าลุยเต็มตัว เพื่อกุมสภาพการเมืองให้นิ่ง คือการคุมหลังบ้านให้นายกรัฐมนตรี เเละคุมพลังการเมืองให้ได้เพื่อให้น้องเล็กค่าย3ป.เเก้วิกฤตชาติให้ลุล่วง ปราศจากความขัดเเย้งของสีเสื้อเเละม็อบการเมือง

-นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตเจ้าของฉายาซาร์เศรษฐกิจยุคไทยรักไทย เเต่คล้ายว่ายามนี้”เฮียกวง”หมดไอเดีย ในแผนการเดินหน้าทางเศรษฐกิจ เพราะนโยบายที่งัดมาใช้ก็วนไปวนมา ไม่มีของใหม่ ๆมาเร่งคะเเนน เเม้เจ้าตัวจะเร่งเดินสายปาฐกถาเรียกความเชื่อมั่นให้นักลงทุนเป็นหลักเเต่คล้ายว่ามนต์ขลังจะคลายตัวหรือไม่
 และเมื่อมีการปลด”สี่กุมาร”(กลายๆ )ออกจากการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ด้วยการที่กรรมการบริหารพรรคลาออกพร้อมกัน 18 คน ซึ่งเกินครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการบริหารพรรค ทำให้กรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบันกลายเป็นแค่รักษาการ ต้องเลือกกรรมการบริหารพรรคกันใหม่  เเกนนำตัวจริงของ”กลุ่มสี่กุมาร”ก็เริ่มขยับจังหวะทางการเมืองหลายเรื่องที่มีนัยยะเเปลกๆเเละเริ่มมีเสียงลือว่า หาก”สี่กุมาร”หลุดขั้วอำนาจในพรรคเเละครม.(จริงๆ) เมื่อใด  ก็จะมีการย้ายออกจากพรรคพลังประชารัฐไปสร้าง”พรรคการเมืองใหม่”

-นายวิษณุ เครืองาม ซุปเปอร์ดีลเมคเกอร์ พริ้วไหวดุจสายน้ำเเก้ปัญหายากๆได้ทุกเรื่อง ทางตันทางการเมืองนั้น”เนติบริกร”คนนี้สามารถตีความตัวบทกฏหมายหาทางออกได้ทุกมุมเเละยังเป็นเเกนหลักของ”เรือเหล็ก”

-รมว.อุตสาหกรรม
-นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เเกนนำ”กลุ่มสามมิตร”เเห่งพรรคพลังประชารัฐ อดีตพ่อบ้านพรรคไทยรักไทยเเละรัฐมนตรีหลายสมัย ตอนนี้ขับเคลื่อนงานด้านอุตสาหกรรมไทยที่กำลังเเย่เเต่กลับดูเเลผู้ประกอบการได้ดีเกินคาด ประคองอุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ กลาง เล็ก ได้ดี ในช่วง”โควิด-19″ระบาด เเต่ต้องดูว่ารมต.คนนี้จะขยับไปกระทรวงอื่นหรือไม่ เพราะ”กลุ่มสามมิตร”เดินจังหวะหลายชั้นในยามนี้…

-รมว.วัฒนธรรม

นายอิทธิพล คุณปลื้ม ตัวเเทนมุ้งชลบุรีของพลังประชารัฐเเม้จะสอบตกจากการเป็นผู้เเทนราษฎรในคราวนี้ เเต่บารมี”บ้านใหญ่เมืองชล”ทำให้”รมต.ติ๊ก”ยังพอมีเส้นทางการเมืองแม้ว่าผลงานยังไม่เข้าตา รอดูว่า”ตระกูลคุณปลื้ม”จะยังมีเเรงต่อรองมิให้เก้าอี้ตัวนี้ลอยหลุดไปหรือไม่…

-รมช.เกษตรเเละสหกรณ์

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พลังประชารัฐ ดีลเมกเกอร์อีกคนหนึ่งในยามนี้ เเม้ช่วงเเรกเเละช่วงนี้จะขยันทำงานเเต่เอาเข้าจริงเเล้วผลงานเด่นๆยังไม่ปรากฏ  
 สิ่งที่เเน่ชัดคือ”ผู้กองตุ๋ย”เดินสายการเมืองเป็นหลัก สะสมกำลัง ส.ส.ไว้หลายพรรค เเถมใครบางคนบอกว่า”ผู้กองตุ๋ย”เหยียบเรือสองเเคมในกลเกมชิงจังหวะของพลังประชารัฐจนหลายคนกังวลกับบทบาทนี้ของ”ผู้กองตุ๋ย”หนำซ้ำฝ่ายค้านยังจองกฐินมิเลิกรา เเบบนี้”ลุงตู่”เหนื่อยเเน่หากยังได้สิทธิไปต่อบน”เรือเหล็ก”

-รมว.ยุติธรรม

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน พยายามปั่นโปรเจกต์ในกระทรวงตัวเองออกมาเป็นข่าว เเต่หลายคนรู้จักในฐานะแกนนำ”กลุ่มสามมิตร”ที่มากด้วยการต่อรองทางการเมืองมากกว่า

งานนี้”กลุ่มสามมิตร”ขยับเกมเเรงในการหักเหลี่ยม”กลุ่มสี่กุมาร”ของ”เฮียกวง” ต้องรอดูว่า”สมศักดิ์”จะวางกลยุทธ์เเละเเต้มต่อเช่นใด

-รมว.ศึกษาธิการ

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เเกนนำกลุ่ม กปปส.ของพลังประชารัฐ คว้าเก้าอี้นี้มาบนความพลาดหวังเล็กๆ ตอนเเรกฟอร์มดี เครื่องแรง ขายนโยบายการศึกษาไว้เยอะ อย่างเช่น ให้นักเรียน”คิดเป็น เรียนเป็น” เลิกท่องจำ ส่วนครูก็ต้องเปลี่ยนเป็น”โค้ช”หรือ”ผู้อำนวยการเรียนรู้”ให้กับเด็กนักเรียน  แต่ในทางปฏิบัติสภาพของการศึกษาบ้านเราทั้งตัวนักเรียนและครู ยังไม่มีความพร้อมรวมทั้งการที่กระทรวงศึกษาฯเตรียมแจก”แท็บเล็ต”เพื่อให้นักเรียน”เรียนออนไลน์” อยู่ที่บ้าน ก็มีเสียงไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้จากประชาชน ส่วนงานในพรรคพลังประชารัฐก็ไม่ค่อยเข้าไปมีบทบาทหรือเกี่ยวข้อง แบบนี้ไปต่อน่าจะยากหรือไม่

-รมช.คมนาคม

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ  ตัวเเทนจากกลุ่มโคราช พปชร.  ”ปลัดเเบงก์”คือคนหนุ่มไฟแรง พยายามออกผลงานในสิ่งที่ตนได้ดูเเลแต่โดน”บอนไซ” เพราะหน่วยงานที่ถูกมอบให้กำกับดูเเลเล็กเกินไป 

-รมช.คลัง

นายสันติ พร้อมพัฒน์ เเคนดิเดทพ่อบ้านพลังประชารัฐคนใหม่ เคยทำงานเป็นเสนาบดีหลายกระทรวง เเต่มาเป็น”ขุนคลัง2″ในเพลานี้กลับเงียบเหงาในเนื้องานกระทรวง เเต่กลับหวือหวานโยบายการเมือง วันนี้ รมต.คนนี้ เดินเกมโชว์ความใจถึงให้ “พี่ใหญ่3ป.”มองเห็น เพราะจะรวบ ส.ส.หลายคนไว้ในสังกัดเพื่อเเสดงบารมี

-รองนายกรัฐมนตรีเเละรมว.พาณิชย์

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกโรดโชว์ทั้งในเเละนอกประเทศเพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่ผลงานยังไม่ออกให้เห็นเท่าที่ควร แถมขณะนี้ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เอง เริ่มมีการเคลื่อนไหว รวบรวมรายชื่อกรรมการบริหารพรรคให้ได้เกินครึ่ง(จากทั้งหมดที่มี กก.บห.39 คน)ให้ลาออกเพื่อขอให้มีการเลือกหัวหน้าพรรค และ กก.บห.พรรคชุดใหม่ เลียนแบบพรรคพลังประชารัฐ เสียด้วย 

-รมว.เกษตรเเละสหกรณ์

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน พ่อบ้านพรรคสะตอ ซุ่มอยู่ในห้องทำงานพญานาค1ที่กระทรวง แต่ไม่มีนโยบายดังๆ เเบบปังๆจากห้องทำงานสักเท่าไหร่

-รมว.การพัฒนาสังคมเเละความมั่นคงของมนุษย์

-นายจุติ ไกรฤกษ์ เเกนนำพรรค ปชป. ฟิตมาก ทีมงานดี ดูแลเด็ก เยาวชน คนชรา คนด้อยโอกาส ตรงนี้ถือว่าสอบผ่าน แต่ในเรื่องสตรีติดยาเสพติดและตั้งท้องตั้งแต่อายุน้อยไม่มีความพร้อม เมื่อคลอดลูกออกมาก็สร้างปัญหาให้กับสังคม ยังดูแลไม่ดีเท่าที่ควร รวมทั้งเรื่อง”ที่อยู่อาศัยเพื่อคนจน” ไปไม่สุดและยังอ่อนการประชาสัมพันธ์ผลงาน

-รมช.ศึกษาธิการ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ของค่าย ปชป.ถูกมอบงานวิชาการให้นั่งปิดทองหลังพระ ออกความคิด”อี-โค้ดดิ้ง”จากนั้นข่าวเกี่ยวกับ รมช.ท่านนี้ ค่อนข้างเงียบ เเต่ต้องดูว่า”เเม่ทัพภาคอีสานของค่ายสีฟ้า”จะได้ไปต่อหรือไม่..

-รมช.คมนาคม

นายถาวร เสนเนียม คนโตจากสงขลาเเละส.ส.ปชป.หลายสมัย รวมทั้งยังเป็นมือกฎหมายชั้นเซียน ฟิตมากกับการเร่งขยายสนามบินและแก้หนี้การบินไทย 
 แต่เรื่องแก้หนี้การบินไทยมาถึงตอนนี้ นายกฯได้แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะขึ้นมาติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาบริษัทการบินไทย โดยมีนายวิษณุ เครืองาม เป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่ติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาบริษัทการบินไทยในการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้คำสั่งศาลและการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน

รมว.คมนาคม
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ พ่อบ้านค่าย ภท. ชนงานทุกเรื่องที่รัฐบาล คสช.ตั้งชงเรื่องไว้ เมื่อรับหน้าที่ “รมต.โอ๋”เดินหน้าแต่งตั้งข้าราชการ บอร์ดรัฐวิสาหกิจ ออกข่าวบ่อยเรื่อง PPPเเละงานก่อสร้างแต่ผลงานยังไม่ค่อยมีให้เห็นมากนัก

รมว.ท่องเที่ยวเเละกีฬา
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ผู้สนับสนุนด้านการเงินของค่ายสีน้ำเงิน มานั่งที่นี่เเบบผิดฝาผิดตัว ไม่ใช่งานถนัด 

รมว.ทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม
นายวราวุธ ศิลปอาชา เเกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ลูกท๊อปงานดีเกินคาด ติดตามข่าวทุกสถานการณ์

รมว.เเรงงาน

ม.ร.ว.จตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรคลุงกำนัน ที่มาคุมงานนี้ นับว่า”หม่อมเต่า”โชคดีเพราะข้าราชการชุดปัจจุบันเยี่ยม ปราบแรงงานต่างด้าวราบรื่นเเละไม่มีทุจริต 

-รมว.มหาดไทย

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา พี่รองค่าย3ป.นั่งเก้าอี้สมัยที่สองติดต่อกันเพื่อกุมสภาพการปกครองทุกระดับ เเผนงานของค่าย3ป.ลุล่วงได้เพราะ”ลุงป๊อก”คนนี้คอยสกรีนให้อีกชั้นหนึ่ง

-รมช.เกษตรเเละสหกรณ์

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ มาในโควต้าพี่ชายเเห่งเมืองอุทัยธานี ” รมช.เเหม่ม” ท่องสคริปท์งานจากเจ้าของพรรคตัวจริง หวังได้ซีนเรื่องแบนสามสารพิษแต่กลับผิดคิวเพราะเรื่องนี้ยังไม่ยุติเเบบถาวร  ส่วนงานอื่นๆยังไม่ชัด

-รองนายกรัฐมนตรีเเละรมว.สาธารณสุข

นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  “หมอหนู”ได้ซีน”โควิด-19″ช่วงต้น แต่เมื่อมี ศบค. นายกฯดึงทุกซีนไปบัญชาการเองผ่านทีมหมออาวุโส “หมอหนู”ก็หมดบทบาท ก่อนหน้านี้ขับเคี่ยวกัญชาเสรีเเละเเบน 3 สารเคมีจนเเต้มในโพลล์ไล่จี้”ลุงตู่” เเต่เวลาผ่านไปผลงานก็ดังที่เห็นๆกันอยู่

-รมต.สำนักนายกฯ

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ จากพรรคชาติพัฒนา เข้ามาตอนเเรกก็เสนอไอเดียฟุ้งๆ  พรรคชาติพัฒนานั้นเเม้จะมีส.ส.จากอนาคตใหม่มาเสริมกำลังพลบ้าง เเต่ก็อาจต้องหารือกันอีกรอบกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆที่กระทุ้งมาว่าควรผลัดกันบ้างเเละพรรคชาติพัฒนาวันนี้ใช่ว่าจะเสียงดังเหมือนวันวาน

-รมว.อุดมศึกษาฯ

นายสุวิทย์  เมษินทรีย์  หนึ่งในกลุ่มสี่กุมาร การที่ไปอยู่ที่กระทรวงที่ดูแลเกี่ยวกับการศึกษา เป็นเรื่องยากที่จะทำให้คนทั่วไปรู้ในสิ่งที่ทำ เช่น เจียดงบให้มหาวิทยาลัยมหิดลและจุฬาฯ ทำวิจัยวัคซีนป้องกัน”โควิด-19″ ,คิดโครงการจ้างงานกว่า 4 หมื่นตำแหน่งให้กับนักศึกษาและบุคคลทั่วไปช่วง”โควิด-19″, เปิดโลกทัศน์ให้มหาวิทยาลัยทำวิจัยในเรื่องนวัตกรรม ผลักดันให้มหาวิทยาลัยเปิดสอนเกี่ยวกับคมนาคมระบบราง ซึ่งไทยยังขาดแคลนคนที่มีความรู้ด้านนี้

 ตรวจการบ้านเสนาบดี"รัฐบาลลุงตู่ "

-รมว.คลัง

 นายอุตตม สาวนายน เป็นนักปฏิบัติการมุ่งทำงานเอาเนื้องาน ไม่ถนัดการทำงานแบบ”การเมือง”แต่ตอนนี้กำลังเจอศึกหนักกับ”เกมการเมือง”ในพลังประชารัฐจากกลุ่ม”นักการเมืองจอมเก๋า”ทั้งหลายที่จะช่วงชิงตำแหน่ง”รัฐมนตรี”ไปจากนายอุตตม ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าเขาจะสู้ไหวไหม แม้ว่า ณ.เวลานี้เป็นรองอยู่หลายขุม  

 ตรวจการบ้านเสนาบดี"รัฐบาลลุงตู่ "

-รมว.พลังงาน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์  หนึ่งใน”กลุ่มสี่กุมาร” คนๆนี้มีเสียงลือว่าเข้าใจการเมืองที่สุดในกลุ่มฯ เเว่วว่าโอกาสไปต่อยังพอมี..เเต่คงต้องเปลี่ยนเก้าอี้

-รมว.ดีอีเอส

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์  กระทรวงนี้กลายเป็นกระทรวงโฆษกกลายๆ คือ แถลงเก่ง  เเว่วว่า “รมต.บี” มีทีมงานเก่ง 

-รมช.ศึกษาธิการ

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ ตัวเเทนค่ายสีน้ำเงินที่เข้ามาตามโควตา”ครูโอ๊ะ”ขยับจังหวะไปตามบทที่พอเล่นได้  ก็ต้องรอดูตัวจริงใน ภท.ว่าจะให้ครูคนนี้ไปต่อหรือไม่

-รมช.พาณิชย์

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล จากพรรคภท.เช่นกัน  ปรับ ครม.เที่ยวนี้ อาจต้องเจอกับการหลุดจากเก้าอี้ รมต.หรือไม่ น่าคิด เพราะต้องมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเก้าอี้กันตามแนวทางของพรรค

-รมช.เกษตรเเละสหกรณ์

นายประภัตร โพธสุธน จากพรรคชาติไทยพัฒนา เคยเป็นรมต.เเละส.ส.หลายสมัย ชื่อชั้นดีกรีนักการเมืองชั้นอ๋อง เคยนั่งเก้าอี้ รมว.มาเเล้ว เเต่ข่าวว่ายังคงยอมให้”หลานท๊อป”ขึ้นชั้น ส่วน”เสี่ยเม้ง”ลดเพดานลงเป็น รมช.อีกคราว และคงยากที่จะหลุดจาก ครม. เว้นเเต่มีข้อตกลงที่ไม่อาจปฏิเสธได้

รมช.สาธารณสุข

นายสาธิต ปิตุเตชะ ตัวเเทนค่ายสีฟ้า เเละผู้เเทนฯระยอง มาสวมบท รมช.ก็ผลักดันนโยบายที่หาเสียงไว้เเละเร่งช่วยเเก้ไวรัส” โควิด-19 “ให้พ้นผ่านไป “เสี่ยตี๋”น่าจะไปได้ต่อ เพราะเก้าอี้รองหัวหน้าพรรค ปชป.คงเป็นตั๋วต่ออายุบน”เรือเหล็ก”ไปอีกระยะ

-รมช.กลาโหม

พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล สายตรงพี่ใหญ่3ป.มาคุมงานในฐานะ”สนามไชย2″เพื่อให้พลเอกประยุทธ์เน้นงานหลัก เป็นตัวสกรีนงานความมั่นคงในรัฐสภาเเทน”ลุงตู่”ด้วย ผลงานอยู่ในเกณฑ์สอบผ่านในสายตา3 ป.

-รมช.มหาดไทย
นายนิพนธ์ บุญญามณี คนโตสงขลาเเห่งประชาธิปัตย์ คราวนี้เร่งเก็บเเต้มปักษ์ใต้ให้ต้นสังกัด เเว่วว่าพยายามโปรโมทชิ้นงานอักโขเพื่อให้ชาวใต้ไม่ลืม ปชป.หลังโดนตีป้อมเเตกเเบบหน้าเเหกหลายเขตในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา จะอยู่หรือจะไปบน”เรือเหล็ก” อยู่ที่ค่ายสะตอเท่านั้น

-รมช.มหาดไทย

-นายทรงศักดิ์ ทองศรี ตัวเเทนบิ๊กเนมเเดนอีสานใต้เเห่งภูมิใจไทย “เสี่ยป้อม”เคยเป็นรมช.พาณิชย์มาแล้วครั้งหนึ่ง คราวนี้มาอยู่คลองหลอด ผลงานไม่ค่อยออกเท่าไหร่…เเต่ว่า”เสี่ยป้อม”จะได้สิทธิบน”เรือเหล็ก”หรือต้องลงกลางทางนั้น คำตอบอยู่ที่บุรีรัมย์!

 ตรวจการบ้านเสนาบดี"รัฐบาลลุงตู่ "

-รมว.ต่างประเทศ
นายดอน ปรมัตถ์วินัย

อดีตปลัดกระทรวงบัวเเก้ว เป็นรมต.กระทรวงนี้สมัยที่สองเเล้ว จะไปหรือจะอยู่ ขึ้นอยู่กับ “ค่าย3ป.” ว่าจะใช้บริการจากท่านทูตดอนต่อหรือไม่

แกะรอย “โรส ลอนดอน” แฉเพื่อใคร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แกะรอย “โรส ลอนดอน” แฉเพื่อใคร

 แกะรอย "โรส ลอนดอน" แฉเพื่อใคร

13 มิถุนายน 2563 – 12:39 น.

โรส ลอนดอน ผู้ลี้ภัย 112 แฉแผน’เซฟวันเฉลิม’ เจอโต้กลับแรง โรสรับใช้เผด็จการ

++

ผู้ลี้ภัยหรือผู้หลบภัยจากเหตุรัฐประหาร 2557 กระจายตัวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ,ออสเตรเลีย ,สหรัฐ อเมริกา และอีกหลายประเทศในยุโรป

แรกๆ พวกเขาก็มีแนวคิดแนวทางเหมือนกันคือ ไม่เอาระบอบเก่า ไม่เอาเผด็จการทหาร แต่สองสามปีมานี้ เริ่มขัดแย้งกันเรื่องผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆ จนกลายเป็นเรื่องความคิดการเมือง

กรณี “ต้าร์” หรือ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ถูกอุ้มเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 มิ.ย.2563 กลางกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา กลุ่มผู้ลี้ภัย 112 ก็แสดงท่าทีแตกต่างกัน แบ่งออกได้ 3 กลุ่ม

น่าจับตา กลุ่มโรส ลอนดอน และกลุ่มเสื้อเหลือง(ลายพราง) เคลื่อนไหวโต้ขบวนการใต้ดินในยุโรป


++

กลุ่มเซฟวันเฉลิม

++

กลุ่มผู้ลี้ภัย 112 ที่แสดงความเคียดแค้นต่อปฏิบัติการอุ้ม “วันเฉลิม” และร่วมรณรงค์ให้คนไทย และคนทั้งโลกลุกขึ้นมาปกป้องวันเฉลิม 

ในยุโรป ก็มีจรัล ดิษฐาภิชัย,สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล,วัฒน์ วรรลยางกูร, อั้ม เนโกะ, จรรยา ยิ้มประเสริฐ,กลุ่มนักดนตรีวงไฟเย็น และหนิง ดีเค 

สหรัฐอเมริกา ได้แก่ จอม เพชรประดับ และสุนัย จุลพงศธร

ที่อื่นๆ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธุ์, อาจารย์หวาน-สุดา รังกุพันธุ์ และจักรภพ เพ็ญแข

++

มีเบื้องหลัง

++

ผู้ลี้ภัย 112 อีกกลุ่มหนึ่ง จะตั้งคำถาม “วันเฉลิม” ถูกจัดฉากอุ้มหายตัวไปหรือไม่? เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ากัญชาหรือไม่?

กลุ่มนี้ ได้แก่ โรส ลอนดอน, กลุ่มสะใภ้เสียงชาวบ้าน(เสื้อเหลือง) ,ป้าวันเพ็ญ สวีเดน และอาคม ซิดนีย์

ที่น่าสนใจ กลุ่มโรส จัดทำคลิปแฉ “จรรยา” และพวก เคลื่อนไหวสุ่มเสี่ยง หวังผลเรื่องเงินบริจาค และปฏิบัติการเสี่ยงภัยได้นำอันตรายสู่วันเฉลิม จนถูกอุ้มหายในเขมร

ล่าสุด โรส จับมือป้าวันเพ็ญ ทำแฟนเพจเฉพาะกิจ ไล่ล่ากลุ่มเซฟวันเฉลิม ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ โดยแตะมือกับกลุ่มสะใภ้เสียงชาวบ้าน ทำคลิปแฉความจริงเรื่องวันเฉลิมอัพยูทูบ

ขณะที่กลุ่มวงไฟเย็น ก็โต้กลับหาว่า โรส ลอนดอน และกลุ่มสะใภ้เสียงชาวบ้าน เป็นทีมงาน IO ของฝ่ายรัฐไทย

 แกะรอย "โรส ลอนดอน" แฉเพื่อใคร

++

ห่วงแต่อยู่ห่างๆ

++

นักกิจกรรมการเมืองแนวฮาร์ดคอร์กลุ่มนี้ แสดงความเป็นกังวลกรณีวันเฉลิม อาจทำให้ผู้ลี้ภัยทั้งมวลไม่ปลอดภัย ไม่เฉพาะในประเทศเพื่อนบ้าน

กลุ่มนี้ประกอบด้วย เพียงดิน รักไทย(เสน่ห์ ถิ่นแสน) ,ชูพงศ์ ถี่ถ้วน และวิสา คัญทัพ พวกเขาแสดงความเสียใจ แต่ไม่เคลื่อนไหวเหมือนกลุ่มแรก

ไม่จริงมั้ง 5 ส.ส.แหกค่าย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ไม่จริงมั้ง 5 ส.ส.แหกค่าย

 ไม่จริงมั้ง 5 ส.ส.แหกค่าย

13 มิถุนายน 2563 – 12:18 น.

รอยร้าวใน ปชป. นับวันจะร้าวลึก กรณี “5 ส.ส.” เหมือนการส่งสัญญาณเตือนถึง “กัปตันอู๊ดด้า” และ “เสี่ยต่อ” ต้องเร่งปฏิรูปพรรค คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++

กลางดึกศุกร์ที่ 12 มิ.ย.2563 “ส.ส.แนน“ บุญย์ธิดา สมชัย โพสต์ความในใจผ่านแฟนเพจ ”แนน สมชัย“ เหมือนจะสื่อไปถึงคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ว่า “การมีเพื่อน มีพี่ มีน้อง’นอกพรรค’ ผิดด้วย

เหรอ…งง…”

สืบเนื่องจากข่าว 5 ส.ส.ปชป. พ่วงด้วย 1 อดีต ส.ส.เดินทางไปรับประทานอาหารเที่ยงกับ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่ห้องทำงานบนตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2563

ข่าวนี้ถูกแชร์เข้าไปในไลน์กลุ่ม ส.ส.ปชป. ช่วงสองทุ่มคืนวันศุกร์ โดยเนื้อข่าวระบุชื่อ 5 ส.ส.ได้แก่ รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม,กันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ส.ส.พังงา, พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช,ชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร และบุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี ส่วนคนที่ 6 คือ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม.

นัยว่า ในฐานะคนที่คุ้นเคย พวกเขาได้นัดหมาย “พีระพันธุ์” ไว้ล่วงหน้าแล้ว ก่อนเกิดปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อโควิดซาลง จึงได้มีโอกาสมาพบปะกัน ไม่เกี่ยวกับข่าวเรื่องการกดดัน “กัปตันจุรินทร์” ในเวลานี้
 

++

ลูกหมี-ลูกช้าง

++

สำหรับ “ลูกหมี” ชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 1 ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา กว่าจะได้สวมเสื้อสีฟ้า ก็ต้องต่อสู้กันในพรรคจนเหนื่อย เพราะเขายืนอยู่กับสุเทพ เทือกสุบรรณ แถมพี่ชาย “ลูกช้าง” สุพล จุลใส ย้ายไปสังกัดพรรครวมพลังประชาชาติไทย ชนกับอดีต ส.ส.ปชป.ทีี่เขต 3

ผลเลือกตั้ง 2562 ตระกูลจุลใส ได้ ส.ส. 2 คน อยู่ 2 พรรค แต่ ปชป.สูญเสียที่นั่งในชุมพรไป 1 ที่นั่ง และตอนที่เลือกตั้งหัวหน้าพรรค ปชป. “ลูกหมี” เทใจให้ “พีระพันธุ์” ในฐานะคน กปปส.

เมื่อ 22 พ.ค.2557 ลูกหมี และลูกช้าง ในฐานะอดีตแกนนำ กปปส. จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต “24 วีรชน กปปส.” ที่วัดเขาดินวนาราม ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร ซึ่งถือว่าจัดรำลึกวีรชน กปปส.เป็นครั้งแรกของ จ.ชุมพร

 ไม่จริงมั้ง 5 ส.ส.แหกค่าย

                                         ลูกหมี จัดงานรำลึกวีรชน

++

เจ๊โอ๋-แม่กลอง

++

เลือกตั้งหนที่แล้ว “เจ๊โอ๋” รังสิมา รอดรัศมี เจอพรรคคู่แข่งเยอะมาก และต้องออกแรงหนักในโค้งสุดท้าย เพราะกระแสลุงตู่มาแรง แถมแคมเปญไม่เอาเผด็จการทหารของอดีตหัวหน้ามาร์ค ชาวแม่กลองไม่ตอบรับ

เลือกตั้งปี 2554 เจ๊โอ๋ ได้ 65,930 คะแนน แต่ปี 2562 เหลือแค่ 25,863 คะแนน ขณะคู่แข่งขาประจำคือสุกานดา ปานะสุทธะ อดีตนายก อบจ.สมุทรสงคราม ได้คะแนน 2 หมื่นกว่า ทั้งที่สวมเสื้อคนละพรรค

เที่ยวหน้า เจ๊โอ๋หืดจับแน่ ถ้าพรรคยุคกัปตันอู๊ดด้า ยังอีหลุกขลุกขลุ่ยอยู่แบบนี้

 ไม่จริงมั้ง 5 ส.ส.แหกค่าย

                                             สมัยหน้าคงเหนื่อยขึ้น

++

เจ๊ปุ้ย-เมืองคอน

++

มาโนช วิชัยกุล อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช หลายสมัย ก่อนส่งไม้ต่อให้ลูกสาว “ส.ส.ปุ้ย” พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เป็น ส.ส.เขต 8 ซึ่งคนใน ปชป.รู้ดีว่า ตระกูลวิชัยกุล สนิทสนมกับสุเทพ เทือกสุบรรณ และ ส.ส.ปุ้ย เคยลุยเต็มที่สมัย กปปส.

++

ส.ส.มด-พังงา

++

เลือกตั้งหนที่แล้ว ส.ส.พังงา เหลือ 1 ที่นั่ง คนที่ต้องลุ้นหนักคือ “ส.ส.มด” กันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ เพราะมีข่าวว่าทางพรรคจะเลือก จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฎ์ ลง ส.ส.เขต แต่สุดท้าย “อดีตหัวหน้ามาร์ค” เลือกให้ ส.ส.มด ลงเขต และดันจุฤทธิ์ ขึ้นบัญชีรายชื่อ

พังงาสมัยหน้า ยุคหัวหน้าจุรินทร์ จะเลือกใครลง ส.ส.เขต ระหว่างน้องชาย กับ ส.ส.มด

++

ส.ส.แนน-เมืองดอกบัว

++

สมรภูมิอีสาน ยังเป็นความยากลำบากของ ปชป. เลือกตั้งเที่ยวที่แล้ว ได้ ส.ส.เขต มา 2 คนจากอุบลฯ คือ วุฒิพงษ์ นามบุตร เขต 3 และ “แนน” บุณย์ธิดา สมชัย เขต 8 

ส่วนตระกูลสมชัย ยังโชคดีทีี่ อิสสระ สมชัย ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย ซึ่งตอนเลือกหัวหน้าพรรค ส.ส.สายอีสานส่วนใหญ่หนุน “พีระพันธุ์” เป็นหัวหน้าพรรค

 ไม่จริงมั้ง 5 ส.ส.แหกค่าย

                                             สองพ่อตระกูล สมชัย 

ถ้ายุบสภาเลือกตั้งใหม่ ปชป.ภาคอีสาน สถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้น อาจถึงคราวสูญพันธุ์

โวยอะไร ไม่รู้จักเหรอ “ต่อพิฆาต” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โวยอะไร ไม่รู้จักเหรอ “ต่อพิฆาต”

โวยอะไร ไม่รู้จักเหรอ "ต่อพิฆาต"

12 มิถุนายน 2563 – 16:00 น.

โวยอะไร ไม่รู้จักเหรอ “ต่อพิฆาต” ยี่ห้อ “ต่อพิฆาต” เฉลิมชัย ศรีอ่อน การันตี “คำไหน คำนั้น” มีตู้ปันสุขให้ลูกพรรค ได้มากกว่าในอดีตเสียอีก

++
          “จบแล้ว มีคนคิด แต่ไม่มีคนทำ” ส.ส.ใต้รายหนึ่งบอกนักข่าว กรณีกระแสข่าวจะมีการรวบรวมรายชื่อกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ให้ได้เกินครึ่ง เพื่อให้ผู้บริหารพรรคพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ เปิดทางให้มีการเลือกหัวหน้า และ กก.บห.ชุดใหม่ถูกเผยแพร่ออกมา 


          “อู๊ดด้า” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค จึงมอบหมาย “เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ไปเคลียร์ใจ ส.ส.ในพรรค

โวยอะไร ไม่รู้จักเหรอ "ต่อพิฆาต"

เสี่ยต่อ คำไหน คำนั้น


++
บ้านดาวล้อมเดือน
++
          บ้านดาวล้อมเดือน ถนนราชพฤกษ์ เป็นกองบัญชาการของ “เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน โดยวันที่ 9 มิ.ย.2563 มี ส.ส.จำนวน 27 คน รวมรัฐมนตรีของพรรคไปร่วมสังสรรค์รับประทานอาหาร ซึ่งตามปกติ ทุกเย็นวันอังคารก็จะมีการนัดพบกันเป็นประจำอยู่แล้ว


          ว่ากันตามจริง ปัญหาการเคลื่อนไหวเพื่อรวบรวมรายชื่อกรรมการบริหารพรรคให้ได้เกินครึ่ง เป็นเรื่องของ ส.ส.ไม่กี่คน นั่งบ่นนั่งพล่ามเรื่องความอบอุ่นในพรรค ไม่มีคนคุย คนปรึกษาหารือ แล้วนักข่าวที่สนิท ส.ส.รายนั้นก็ปั้นข่าวขึ้นมา


          คน ปชป.รู้ดีว่า “อู๊ดด้า” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ มีบุคลิกต่างจากอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แม้รายแรกจะเป็นคนบ้านบ้าน แต่ก็มีลีลาระดับหนึ่ง ส่วนรายหลัง เป็น “เด็กเมืองนอก” ก็จริง แต่มีจริตเสรีนิยม จึงพบง่าย ไร้พิธีรีตอง


          ส่วนเลขาธิการพรรค “เสี่ยต่อ” พูดน้อยพูดเหน่อ ไม่ค่อยถามสารทุกข์สุกดิบ ไม่อ้อร้อ แต่ยึดคติ “คำไหน คำนั้น” รับปากว่า ดูแลทุกคน ก็เปรมปรีด์ทุกสิ้นเดือน


          “ได้มากกว่าสมัยเลขาธิการพรรคคนเก่าหลายเท่า ยังจะมาเอาอะไรอีก” แมงหวี่แถวบ้านดาวล้อมเดือนกระซิบ

โวยอะไร ไม่รู้จักเหรอ "ต่อพิฆาต"

ต่อพิฆาต มีหรือคนสามอ่าวจะไม่รู้จัก

++
บ้านใหญ่ปราณบุรี
++
          นอกจากบ้านดาวล้อมเดือนที่กรุงเทพฯ “เสี่ยต่อ” ยังมี “บ้านใหญ่” ที่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์


          เครื่องหมายการค้าของเสี่ยต่อคือ “ต่อพิฆาต” พร้อมสโลแกน “ลูกผู้ชาย คำไหนคำนั้น” เขามีเครือข่ายธุรกิจในพื้นที่มากมาย และมีภรรยา ธันยวีร์ ศรีอ่อน เป็นนายกเทศมนตรีตำบลปราณบุรี


          นับแต่การเลือกตั้ง 2548 เป็นต้นมา สนามประจวบคีรีขันธ์ ไม่ค่อยมีสื่อส่วนกลางให้ความสนใจ เนื่องจาก “เสี่ยต่อ” ในนาม “บ้านใหญ่ปราณบุรี” จัดแถวนักการเมืองท้องถิ่นทุกซุ้ม ทุกกลุ่มให้อยู่ใต้ร่มธงผืนเดียวกัน

          เสี่ยต่อสร้าง “ประจวบโมเดล” อันหมายถึงการเมืองระดับชาติผูกพันอยู่กับระดับท้องถิ่น ส.ส.ประจวบฯ จึงมีชื่อมนตรี ปาน้อยนนท์ ,เฉลิมชัย ศรีอ่อน และประมวล พงศ์ถาวราเดช มาทุกสมัย


          สามเสือเมืองสามอ่าว จะคงยิ่งใหญ่ไปอีกหลายปี..ตราบใดยี่ห้อ “ต่อพิฆาต” ยังเป็นนิยมชมชอบของชาวประจวบฯ

สิ้น”ไกรศักดิ์”ไม่สิ้นกลุ่มราชครู #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สิ้น”ไกรศักดิ์”ไม่สิ้นกลุ่มราชครู

สิ้น"ไกรศักดิ์"ไม่สิ้นกลุ่มราชครู

12 มิถุนายน 2563 – 11:15 น.

สิ้น”ไกรศักดิ์”ไม่สิ้นกลุ่มราชครู เกือบศตวรรษที่ “กลุ่มราชครู” อยู่กับการเมืองไทย แม้วันนี้จะสิ้น”ไกรศักดิ์” แต่ราชครูสาย “อดิเรกสาร” ก็ยังอยู่ในค่าย 3 ป.

++
          ทางชีวิตของ ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ มิต่างจากหนังสือประวัติศาสตร์เล่มโตๆ เล่มหนึ่ง ซึ่งบันทึกเรื่องราวการแย่งชิงอำนาจทางการเมือง ด้วยกระบอกปืน และบัตรเลือกตั้ง ทั้งเหตุการณ์รัฐประหาร 2490 , รัฐประหาร 2500 , กำเนิดพรรคชาติไทย , รัฐประหาร 2534 และอวสานของพรรคชาติพัฒนา

อ่านข่าว…“สว.วีระศักดิ์” ชู “อ.โต้ง” ตำนานของตระกูล “ชุณหะวัณ” ที่น่าจดจำ
 


          ไกรศักดิ์ เป็นบุตรชายคนเดียวของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี และท่านผู้หญิง บุญเรือน ชุณหะวัณ เติบโตมาในกลุ่มอำนาจ “ซอยราชครู”


          ปฐมบทของกลุ่มราชครู คือรัฐประหาร 2490 นำโดย จอมพล ผิน ชุณหะวัณ ผู้สร้างตำนานรัฐประหารด้วยน้ำตา

สิ้น"ไกรศักดิ์"ไม่สิ้นกลุ่มราชครู

ราชครู สายเสรีนิยม

          บทศึกษาเรื่อวการแต่งงานและอำนาจของจอมพลผินนั้น หาอ่านได้ในหอสมุด เพราะมีนักวิชาการทำงานวิจัยการเมืองไว้มากมาย สรุปย่อๆดังนี้
          1.อุดมลักษณ์ ลูกสาวคนโต แต่งงานกับ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์
          2.พร้อม ลูกสาวคนรอง แต่งงานกับ อรุณ ทัพพะรังสี (มารดาของกร ทัพพะรังสี)
          3.เจริญ ลูกสาวคนที่สาม แต่งงานกับ พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร
          4.พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ แต่งงานกับบุญเรือน โสพจน์
          5.พูนสุข แต่งงานกับเฉลิม เชี่ยวสกุล


++
กลุ่มราชครูพ่ายแพ้
++
          ในทศวรรษ 2490 มีศึกการเมือง 3 เส้าคือ กลุ่มจอมพล ป.พิบูลสงคราม , กลุ่มราชครู และกลุ่มสี่เสาเทเวศร์ ของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ 


          รัฐประหาร 2500 จอมพลสฤษดิ์ ทำรัฐประหารกวาดล้างกลุ่มจอมพล ป. และกลุ่มราชครู ส่งผลให้กลุ่มราชครู ต้องหันไปทำธุรกิจ ร่วมทุนกับต่างชาติ


          หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา ประชาธิปไตยเบ่งบาน พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร และ พล.อ.ชาติชาย ชุณะวัณ ร่วมกันตั้งพรรคชาติไทย เป็นแหล่งรวมนายทุนชาติ นายทุนท้องถิ่น และขุนศึก 


          รัฐบาลผสมโดยการสนับสนุนของ พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา ทำให้กลุ่มราชครูกลับมาเฟื่องฟูอีกหน เมื่อพรรคชาติไทย ร่วมรัฐบาลคึกฤทธิ์


++
กลุ่มราชครูผงาด
++
          ยุคสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคชาติไทย ถูกเขี่ยให้เป็นพรรคฝ่ายค้านอยู่ 2 สมัย จนหลังเลือกตั้ง 2531 พล.อ.ชาติชาย ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทย ที่ได้เสียงอันดับ 1 ได้เป็นนายกรัฐมนตรี


          “ไกรศักดิ์” ราชครูรุ่นที่ 3 จึงมีบทบาททางการเมือง โดยการดึงกลุ่มนักวิชาการรุ่นใหม่มาเป็นทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก มีผลงานสร้างชื่อคือ การผลักดันนโยบายเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า


          ขณะเดียวกัน ปองพล อดิเรกสาร และ กร ทัพพะรังสี ก็มีบทบาทมากขึ้น ได้เป็นรัฐมนตรี และ ส.ส.


          แล้วรัฐประหาร 23 ก.พ.2534 ได้ทำให้กลุ่มราชครู ต้องเผชิญวิบากอีกรอบ พล.อ.ชาติชายถูกเนรเทศไปอังกฤษ

สิ้น"ไกรศักดิ์"ไม่สิ้นกลุ่มราชครู

ปรพล อดิเรกสาร” ยังอยู่ในเส้นทางการเมือง

++
ราชครู 2 สาย
++
          เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ นำมาซึ่งการเลือกตั้งครั้งใหม่ 13 ก.ย.2535 พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ กลับจากอังกฤษมาตั้ง “พรรคชาติพัฒนา” ขณะที่ พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร ยังอยู่ที่พรรคชาติไทยเหมือนเดิม

          เท่ากับว่า กลุ่มราชครู แยกออกเป็น 2 สายคือ พรรคชาติไทย และพรรคชาติพัฒนา


          การเลือกตั้งปี 2538 ไกรศักดิ์ ลงสมัคร ส.ส.กทม.เขต 3 ในนามพรรคชาติพัฒนา ในปี 2538 แต่สอบตก และฟากราชครูสายพรรคชาติไทย ก็ต้องสูญเสียพรรคชาติไทยให้กับตระกูล “ศิลปอาชา”


++
ราชครูกลายพันธุ์
++
          ปี 2543 ไกรศักดิ์ ได้ลงเลือกตั้ง ส.ว.ที่นครราชสีมา โดยได้รับความช่วยเหลือจากสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ไกรศักดิ์ จึงได้เป็น ส.ว.นครราชสีมา
          ปี 2544 ปองพล อดิเรกสาร หอบหิ้วพี่ชาย และลูกชาย พร้อมหัวคะแนนแถวสระบุรี มาอยู่ในร่มเงาของทักษิณ ชินวัตร


          ปี 2550 ไกรศักดิ์ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ระบบสัดส่วน เขต 5 พรรคประชาธิปัตย์ ในลำดับที่ 1 และได้เป็น ส.ส.พร้อมสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ หลังรัฐประหาร 2557 ไกรศักดิ์ปิดฉากการเมืองที่ ปชป. 


          ปี 2554 กลุ่มราชครูสายอดิเรกสาร เลือกสังกัดพรรคภูมิใจไทย แต่ไม่ประสบผลสำเร็จในสนามเลือกตั้ง 
          ปี 2562 ปรพล อดิเรกสาร ลูกชายปองพล และอดีต ส.ส.สระบุรี ลาออกจากพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ แต่ไม่ได้ลงสนามเลือกตั้ง


          เมื่อสิ้นไกรศักดิ์ ก็คงจบตำนานการเมืองราชครูสาย “น้าชาติ” ก็เหลือราชครูสาย “ปู่มาณ” ที่ยังโลดแล่นไปกับพรรคพลังประชารัฐ

ลาก่อนเด้อ “หัวเขียง” นำทัพ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ลาก่อนเด้อ “หัวเขียง” นำทัพ

ลาก่อนเด้อ "หัวเขียง" นำทัพ

12 มิถุนายน 2563 – 09:45 น.

ลาก่อนเด้อ “หัวเขียง” นำทัพ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
          พลันที่ “กลุ่มแคร์” เปิดตัว ความปั่นป่วนวุ่นวายภายในพรรคเพื่อไทยก็ตามมา ไม่ใช่เรื่อง ส.ส.เพื่อไทย จะแห่ไปสมทบ “4 กุมารชินวัตร” แต่กลายเป็นเรื่องนายใหญ่ไฟเขียว ข่าวลือกระพือพัด


          ข่าวลือว่า ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีคมนาคม หลัง “บิ๊กตู่” ปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหม่ แต่ “เสี่ยโจ้” ปฏิเสธข่าวนี้แล้ว ยืนยันว่ายังอยู่พรรคเพื่อไทยในฐานะ ส.ส.มหาสารคามต่อไป


          ข่าวลือว่า ประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ แกนนำเพื่อไทย อีสานเหนือ จะนำพลพรรคไปร่วมด้วยช่วย “บิ๊กตู่” สร้างรัฐบาลสมานฉันท์ ซึ่งยังไม่มีสุ้มเสียงใดๆ ปฏิเสธหรือตอบรับออกจากปากเสี่ยประยุทธ์

ลาก่อนเด้อ "หัวเขียง" นำทัพ

ประยุทธ์ เคลื่อนไหวหนัก

++
นัดพบที่ดูไบ
++
          รู้ว่าเขาเล่นเกมนี้ รัฐธรรมนูญ 2560 ถูกออกแบบมาเพื่อการเอาชนะทักษิณ ในสมรภูมิเลือกตั้ง แต่ “ผู้มีบารมี” เหนือพรรคเพื่อไทย ก็เดินเกมพลาด โดยตั้งพรรคไทยรักษาชาติ วางยุทธศาสตร์เดิน 2 ขา แต่ดันเล่นเกมเสี่ยง เลยนำไปสู่การยุบพรรคไทยรักษาชาติ


          ผลเลือกตั้ง 2562 พรรคเพื่อไทย ได้คะแนนรวม 7.8 ล้านเสียง และได้ ส.ส.เขต 135 ที่นั่ง ด้วยกติกาใหม่ ส่งผลให้เพื่อไทย ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียว


          บรรดา ส.ส.อาวุโส กลายเป็นคนตกงาน แต่ก็ไม่อยู่นิ่ง ปลายปีที่แล้ว “ประยุทธ์ ศิริพานิชย์” ได้พา ส.ส.และครอบครัว ไปทัวร์ดูไบ จนเป็นข่าวอึกทึกครึกโครม


          นัยว่า “เสี่ยหัวเขียง” พา ส.ส.อีสานไปฟ้อง “นายใหญ่” ขอเปลี่ยนตัวประธานยุทธศาสตร์พรรคหรือยกเลิกตำแหน่งนี้ไปเลย ร้อนถึง “คุณหญิงหน่อย” ต้องบินด่วนไปเคลียร์ใจถึงดูไบ


          ขบวนการไล่เจ๊ใหญ่เมืองกรุง เกมนี้ลึกล้ำ และ ส.ส.ที่ไปดูไบคราวโน้น ก็เป็น ส.ส.อีสานทั้งนั้น ไม่ถึง 60 คน แค่ 16-17 คนเท่านั้นเอง 

ลาก่อนเด้อ "หัวเขียง" นำทัพ

ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร


++
สายบ้านริมคลอง
++
          ถ้ายังจำกันได้มีเลือกตั้งซ่อม ส.ส.มหาสารคาม ช่วงต้นปี 2553 ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ลงแข่งกับผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” ไปเป็นแม่ทัพใหญ่ช่วย “หัวเขียง” จนประสบชัยชนะ จึงทำให้ “เหลิม บางบอน” กับหัวเขียง ผูกพันกันมาจนถึงวันนี้


          ว่ากันว่า ส.ส.มหาสารคามส่วนใหญ่ มาอยู่สายบ้านริมคลอง ยกเว้น สุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ที่เลือกอยู่สายวังทองหลาง


          ดังนั้น ในวันที่ประมุขบ้านริมคลอง นั่งเก้าอี้ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ (กพศ.) พรรคเพื่อไทย จึงมีชื่อ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สายมหาสารคาม มานั่งเป็นรองประธานกรรมการ และเสี่ยหัวเขียงก็เข้าประชุมด้วยทุกนัด

ลาก่อนเด้อ "หัวเขียง" นำทัพ

ทักษิณ ยิ่งลักษณ์ ในวันต้อนรับ ส.ส.อีสานที่ดูไบ

          คณะกรรมการเฉพาะกิจสายริมคลอง ออกลวดลายไม่เสนอชื่อ “บิ๊กป้อม” ขึ้นเขียง แต่พรรคก้าวไกล(อนาคตใหม่เดิม) ไม่ยอม จึงยัดชื่อบิ๊กป้อมเข้าไปในโพยเชือดนาทีสุดท้าย

          แล้วคนไทยทั้งประเทศ ก็เห็นลีลา “น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง” ในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของค่ายเพื่อไทย สร้างความเจ็บปวดให้แก่กลุ่ม ส.ส.ไฟแรงจากพรรคก้าวไกล เพราะถูกเผาเวลา จนไม่ได้ซักฟอกบิ๊กป้อม


          วันนี้ เครือข่ายเถ้าแก่ แยกย้ายกันไปตั้งพรรค ตั้งกลุ่ม..ส่งผลให้ ส.ส.สายหัวเขียง ตีปีกกระดี๊กระด๊า เตรียมสลายสีเสื้อ แถมป้องปากกระซิบ “นายไฟเขียว”


          กองเชียร์เพื่อแม้ว โปรดทำใจไว้ล่วงหน้าได้เลย อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด..รัฐบาลสมานฉันท์

เกมล่าชื่อ กก.บห.เป้าเปลี่ยน “แม่ทัพปชป.” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เกมล่าชื่อ กก.บห.เป้าเปลี่ยน “แม่ทัพปชป.”

เกมล่าชื่อ กก.บห.เป้าเปลี่ยน "แม่ทัพปชป."

11 มิถุนายน 2563 – 18:25 น.

เกมล่าชื่อ กก.บห.เป้าเปลี่ยน “แม่ทัพปชป.” ต้องตอบโจทย์ปชป.ที่ต้องการผู้นำ ที่จะมากอบกู้ศักดิ์ศรีพรรคประชาธิปัตย์กลับคืนมาเป็นที่ยอมรับของสังคมอีกครั้ง..

“ความซื่อสัตย์สุจริตและไม่มีการคอร์รัปชัน” นี่คือภาพจำพรรคการเมืองเก่าแก่อย่าง “ประชาธิปัตย์” ถูกตราตรึงเอาไว้ในหัวใจของประชาชนและบรรดาคอการเมืองระดับชาติมานานกว่า74ปี

อ่านข่าว : จับตา “ปชป.” ยึดแนวทาง “พลังประชารัฐ”

แต่การเลือกตั้งใหญ่หลังคสช.ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เหลือที่นั่งเป็นเพียงพรรคระดับกลาง เมื่อถูกพรรคภูมิใจไทยเจาะไข่แดงในพื้นที่ภาคใต้ ชนิดที่เรียกได้ว่า ปชป.เกือบสูญพันธุ์

ปชป. เจ็บปวดที่สุด สนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ทำเอา “ปชป.สูญพันธ์” ทั้งที่ก่อนหน้านั้นในการเลือกตั้งเมื่อปี 2535 ยังเลือก “เดอะมาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอาไว้เป็นตัวแทนคนเมืองหลวงได้บ้าง

การฝืนกระแสสังคมก่อนการเลือกตั้ง ทำให้ “ปชป.” ถูกคนกรุงเทพมหานคร “สั่งสอน” ไม่เหลือที่นั่งส.ส.แม้แต่เก้าอี้เดียว จนนำไปสู่แกนนำพรรคปชป. ระดับชั้นแนวหน้า ต้องโบกมือลาออก ไปตามๆ กัน

ปชป. ในกำมือ “อู๊ดด๊า” นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ฝ่าคลื่นลมแรงเข้าร่วมรัฐบาลเรือเหล็กยุคพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่ถึงปีก็เกิดเรื่องฉาว เมื่อหน้ากากกว่าหลายล้านชิ้นหายไปไหน??  จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีคำตอบว่าใครเป็นไอ้โม้ง “อมหน้ากากอนามัย” ในยามวิกฤตโควิด-19

ปมหน้ากากอนามัยหาย เขย่าเก้าอี้ “หัวหน้าพรรคปชป.” มาอย่างต่อเนื่อง และทวีความรุนแรงมากขึ้น เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดในช่วงเริ่มต้น ยัง “ควบคุมไม่ได้”

การเมืองในค่ายพระธรณีบีมมวยผมปะทุอีกระรอก หลังแกนนำหลายคนถอดใจลาออก ซ้ำยังมีการเลื่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคปชป. เมื่อวันที่ 7 มี.ค.2563 ออกไป

11 มี.ค.2563 “นายอันวาร์ สาและ” ส.ส.ปัตตานี พร้อมส.ส.พรรคปชป.9 คนได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้พรรคปชป.เปิดประชุมพรรคเพื่อถกปัญหาต่างๆภายในพรรคเพื่อให้เรื่องจบก่อนมีกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.)อีกหลายคนไขก๊อก!

“อยากถามว่าทำไมพวกเรายังมาประชุมที่สภาฯได้ มีคนเข้าออกจำนวนมาก และพรรคไม่มีการจัดการที่ดีเหมือนกับสภาฯหรืออย่างไร เพราะทุกคนก็มีความรู้ และมีการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19อยู่แล้ว เมื่อยื่นหนังสือไปแล้วผมคิดว่าการประชุมพรรคปชป.จะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน” ส.ส.อันวาร์ ระบุ

ส.ส.อันวาร์ ย้ำอีกว่า ที่ออกมาเคลื่อนไหวเพราะมีประเด็นที่เป็นปัญหาในอนาคต เป็นความกังวลและคิดว่าว่าถ้าป้องกันอะไรได้ก็ทำ ถ้าเป็นหลักของเหตุผล ตนก็มีสิทธิ์ที่จะเสนอให้ข้อคิดเห็นต่างๆเพราะคิดว่าจำเป็นที่เราจะต้องหารือภายในพรรคปชป.เพื่อป้องกันปัญหาเลือดไหล เพราะทราบว่ายังมีกรรมการบริหารพรรคปชป.จะลาออกอีกหลายคน

“ขอชี้แจงว่าเรียกร้องขอแค่ว่าให้มีการเปิดประชุมพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อพูดคุยกันในพรรคด้วยเหตุผล และหาทางออกให้ดีที่สุด จากส.ส.53 คน เป็น 100 คน ก็ดีใจแล้ว”

บางกระแส ระบุว่าเกมล่าชื่อกก.บห.เป้าหมายจริงๆ ต้องการให้มีการเปลี่ยน “แม่ทัพปชป.คนใหม่” ซึ่ง 3 เดือนผ่านไป เริ่มมีการเคลื่อนไหวรวบรวมรายชื่อกรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรคปชป.ให้ได้เกินครึ่งจากที่มีกก.บห.39 คน ตามโครงสร้างพรรคให้ลาออก เพื่อขอให้มีการเลือกหัวหน้าพรรค และกก.บห.พรรคชุดใหม่

ทั้งนี้ ในการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ตามที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนด ซึ่งตามข้อบังคับพรรคหากมีกก.บห.พรรคเกินกึ่งหนึ่ง(20คน)ลาออก จะทำให้ กก.บห.พรรคทั้งหมดต้องพ้นตำแหน่งทั้งคณะ และต้องดำเนินการเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วันนับแต่วันพ้นตำแหน่ง

ว่ากันว่า การเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนแปลงผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ เกิดจากการบริหารของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคปชป.คนปัจจุบัน เป็นลักษณะรวมศูนย์ ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับส.ส.ในพรรค ส.ส.เข้าถึงยาก จนลูกพรรคส่วนใหญ่คุยลับหลังว่าเหมาะกับการเป็น “รัฐมนตรี” แต่ไม่เหมาะเป็น“หัวหน้าพรรค” เพราะสนใจแต่งานในกระทรวงพาณิชย์ ปล่อยให้เกิดปัญหาการบริหารภายในพรรคปชป. ทั้งกรณีสมองไหล แกนนำและสมาชิกพรรคทยอยลาออกไม่ประชุมแก้ไขเพื่อรักษาบุคลากรของพรรคไว้

“ผู้นำที่ไหนเขาทำกันแบบนี้นำข้าวสารจำนวน 25.5 ตันไปแจกให้อบต.ทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดพังงาในช่วงวิกฤตโควิด-19เพียงจังหวัดเดียว ทั้งที่พื้นที่ภาคใต้14 จังหวัดก็ประสบปัญหาเดียวกันจนส.ส.ลูกพรรคบางคนเอ่ยปากว่าใจดำ แทนที่จะกระจายข้าวให้จังหวัดละ2 -3 ตัน ให้ทั่วถึงเท่าเทียม” แหล่งข่าวในปชป.รายหนึ่งระบุ

ว่ากันว่า กรณีผู้นำพรรคปชป.มีข้าวสารแต่ไม่ยอมแบ่งปันให้ส.ส.คนอื่นๆ ได้กระจายแจกให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ กลายเป็น“จุดอ่อน”ที่ส.ส.ปชป.หลายคนรู้สึกอึดอัดและกังวลต่ออนาคตพรรคว่าจะตกต่ำลง และเรียกร้องให้มีการประชุมใหญ่โดยเร็วที่สุด เพื่อระดมสมองแก้ปัญหาภายในพรรคที่สูญเสียบุคลากรของพรรคไปอย่างต่อเนื่อง และหวังว่ากก.บห.ปชป.ชุดใหม่จะเข้ามาสร้างศรัทธาให้กับสังคม

เหนืออื่นใด ปชป.ยุคหน.จุรินทร์และเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคปชป. ถูกมองว่าไม่มีการแสดงจุดยืนทางการเมือง แต่กลับวางบทบาทของพรรคในสถานะเหมือนเป็น“ลูกไล่” ต้องปฏิบัติตามพรรคพลังประชารัฐ บนข้ออ้างว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นแกนนำ ต้องมีมารยาททางการเมืองในการร่วมรัฐบาล จน ส.ส.หลายคนรู้สึกอึดอัด ความภาคภูมิใจในความเป็นพรรคเก่าแก่หายไปไหน

พลพรรคปชป.ส่วนใหญ่วาดหวังว่า เมื่อเปลี่ยนผู้นำปชป. เปลี่ยนกก.บห.ปชป. จะสร้างแต้มต่อเชิงการเมือง ที่สำคัญจะเรียกความเชื่อมั่นศรัทธาของสังคมกลับคืนมาสู่พรรคปชป.อีกครั้ง

เมื่อโจทย์ปชป.ต้องการผู้นำที่จะมากอบกู้ศักดิ์ศรีปชป. ซึ่งคนๆ นั้นอย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติ 3 ประการ 1. ผู้มีบารมี 2.ผู้มีทุนหนา 3.ผู้มีบริวาร

คำถาม?ปชป.จะหาหัวหน้าพรรค ที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมเช่นนี้ได้หรือไม่??

จับตา “ปชป.” ยึดแนวทาง “พลังประชารัฐ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จับตา “ปชป.” ยึดแนวทาง “พลังประชารัฐ”

จับตา "ปชป." ยึดแนวทาง "พลังประชารัฐ"

11 มิถุนายน 2563 – 17:05 น.

จับตา “ปชป.” ยึดแนวทาง “พลังประชารัฐ” บี้ กก.บห.พรรคลาออก เกินกึ่งหนึ่ง ต้องประชุมและเลือกตั้งหน.เลขาฯ ใหม่

 ศึกการเมืองภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก่อนหน้าที่ 18 กรรมการบริหารพรรคลาออก จึงทำให้ คณะกรรมการบริหารพรรคต้องสิ้นสภาพไปโดยปริยาย ตามข้อกำหนดของพรรค จึงต้องมีการประชุมพรรคเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่

อ่านข่าว : เปิด18 รายชื่อ ‘กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ’ลาออก-ส.ส.เชื่อผู้ใหญ่เอาอยู่

ซึ่ง ล่าสุด นายอุตตม สาวนายน รักษาการหัวหน้าพรรค เผยจะมีการประชุมรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรค 19 มิ.ย. และจะมีการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่วันที่ 3 ก.ค. เมื่อเลือกตั้งจบ ทุกอย่างก็จบ เดินตามครรลองประชาธิปไตย

 แนวทางนี้ ก็เป็นตัวอย่างที่ดีที่หลายพรรค อยากจะเลียบแบบหรือเอาเป็นเยี่ยงอย่างหรือไม่นั้น ท่ามกลางกระแสคลื่นใต้น้ำ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กำลังรวบรวมให้มีการลาออกเกินครึ่งหนึ่งเพื่อบีบให้ต้องมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคใหม่ ส่วนหวยจะมาออกที่ใคร ใครจะได้เป็นหัวหน้าพรรค

ซึ่งหากมองกลับไปตอนที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคได้ลาออก ผลกจาการสู้ศึกเลือกตั้งพ่ายแพ้ ก็มีผู้เสนอตัวเข้าชิงตำแหน่งนี้ถึง 4 คน คือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ,นายกรณ์ จาติกวณิช ,นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และนายพีรัพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ซึ่งสมาชิกที่สนับสนุน ทั้ง 4 คนนี้ก็สู้กันอย่างดุเดือด สุดท้ายคะแนนก็เป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ได้สูงสุด นั่งหัวหน้าพรรค

 แต่เส้นทางนี้ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทันทีที่หัวหน้าพรรคเริ่มงาน สมาชิกคนสำคัญของพรรค ก็ทยอยกันลาออกจากพรรคอย่างต่อเนื่อง อาทิ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม นายกรณ์ จาติกวิณิชย์ ,นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หรือแม้แต่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ก็ลาออกด้วยเช่นกัน

จนกระทั่งมาถึงวัน สองวันนี้ กระแสการวิ่งลอบบี้ กรรมการบริหารพรรคให้ลากออกมีหนาหนูมาก เพราะ หัวหน้าพรรคท่านบริหารเฉพาะตัวท่านและกลุ่มก้อนของท่านเอง ไม่ดูแลเหลียวแลใยดีกับ สมาชิกพรรคคนอื่นๆเลย ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับส.ส.ในพรรค จนมีการเอาไปนินทาลับหลังว่า “ท่านหัวหน้า เหมาะจะเป็นรัฐมนตรีมากกว่าหัวหน้าพรรค”

ขาเม้าท์มอยส์ ยังยกตัวอย่างด้วยว่า นี่ดูช่วงโควิด หัวหน้าจุรินทร์ ได้นำข้าวสาร 25 ตัน ไปแจกให้ อบต.ทุกแห่งในพื้นที่ จ.พังงา ซึ่งเป็นพื้นที่เลือกตั้งของตัวเองเพียงจังหวัด โดยไม่ได้กระจายไปให้ทั่วภาคใต้ เหมือน สมัยที่ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค ที่จะมีมาก มีน้อย แบ่งจัดสรร ให้ครบถ้วนทั่วทุกตัวตน โดยไม่แบ่งเขาแบ่งเรา

หากถามว่า ถ้าเกิดมีคนทะลึ่ง ลอกเลียนแนวทางพรรคพลังประชารัฐแล้ว ทำจริงได้จริง แล้วใครจะเป็นหัวหน้าพรรค มองกลับไปที่ แคนดิเดต ชิงหัวหน้าพรรคครั้งก่อน กรณ์ จาติกวณิชย์ ปัจจุบัน ลาออกเป็นหัวหน้าพรรค กล้า ,นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ปัจจุบันก็ลาออก ไปช่วยงานพล.อ.ประยุทธ์ ช่วยงานรัฐบาล

 ก็คงเหลือ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ซึ่งพาวเวอร์บารมี ก็ไม่ถึงที่จะบริหารพรรคได้ มองย้อนกลับไป ก็มี พี่มาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี่แหละ ที่ปัจจุบันยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ ยังไม่ไปไหนและยังมีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคอยู่

 หากดูโครงสร้างของพรรคประชาธิปัตย์ก็พบมี กรรมการบริหารพรรค 39 คน ถ้าจะใช้สูตร พลังประชารัฐ ก็ต้องมีกรรมการบริหารพรรคลาออกเกินกึ่งหนึ่ง คือ 20 คน ก็ต้องดูว่า จะมีใครใจกล้าลาออกหรือไม่

เพราะล่าสุด หัวหน้าพรรคให้สัมภาษณ์สื่อ มั่นใจในคอนเนกชั่น และการบริหารสมาชิกพรรค ว่า มีเป็นข่าวปลอม ไม่มีคลื่นใต้น้ำ ไม่มีการกดดันตนด้วยการลาออกแต่อย่างใด

 แต่ของแบบนี้ ไม่มีมูลหมามันไม่ขี้หรอก ถ้าพรรคพลังประชาชนรัฐ เลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคให้ ก็ต้องได้หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคคนใหม่ โอกาสที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะปรับคณะรัฐมนตรีใหม่ ก็มีสูง เพื่อให้สอดคล้องกับตำแหน่งใหม่ภายในพรรค

 ถ้า พรรคประชาธิปัตย์ มองเห็นโอกาส จะอาศัย ช่วงจังหวะนี้ เอาด้วย ปรับเปลี่ยนด้วย ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะอย่าลืมว่า รัฐบาลผ่านงบฟื้นฟูเศรษฐกิจ วิกฤตโควิด 4 แสนล้านแล้ว เงิน 4 แสนล้าน กระจายไปทั่วประเทศ มันหมายถึงโอกาส ใครก็มองเห็นโอกาสนี้กันทั้งนั้น อยู่ที่ว่า จะเดินหน้าลุยเต็มสูบ หรือไม่ เรื่องนี้ก็คงต้องจับตาดูกันต่อไป