‘ไพบูลย์ นิติตะวัน’ แก้รัฐธรรมนูญ แตะวุฒิสภาทุกอย่างจบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/414863?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

‘ไพบูลย์ นิติตะวัน’ แก้รัฐธรรมนูญ แตะวุฒิสภาทุกอย่างจบ

5 กุมภาพันธ์ 2563 – 10:40 น.
ไพบูลย์ นิติตะวัน,แก้รัฐธรรมนูญ,วุฒิสภา
เปิดอ่าน 1,094 ครั้ง

‘ไพบูลย์ นิติตะวัน’ แก้รัฐธรรมนูญ แตะวุฒิสภาทุกอย่างจบ คอลัมน์… Excusive Talk

แม้จะไม่ได้เป็นข่าวหวือหวาสำหรับความเคลื่อนไหวในการทำงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 แต่ในอีกมุมคณะกรรมาธิการก็มีการทำงานที่มีความคืบหน้าเป็นระยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ คณะอนุกรรมาธิการศึกษาวิเคราะห์บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่น ที่มี ‘ไพบูลย์ นิติตะวัน’ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน

คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นหัวใจหลักของคณะกรรมาธิการก็ว่าได้ เพราะทำหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับเนื้อหาที่จะนำไปสู่ข้อเสนอของการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคต ซึ่งการที่ ‘ไพบูลย์’ เข้ามานั่งเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา เนื่องจากต้องไม่ลืมว่าประสบการณ์เกี่ยวกับกระบวนการทางรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้เป็นสองรองใคร อย่างน้อยที่สุดก็เคยทำหน้าที่เป็นถึงกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมาแล้ว รวมไปถึงการเคยเป็น ส.ว.ชุดเดียวกับ ส.ว.ในปัจจุบันหลายคน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าย่อมเป็นหนึ่งคนที่มีคอนเนกชั่นถึงส.ว.ชุดปัจจุบันไม่มากก็น้อย

ในประเด็นเหล่านี้ทีมงานเนชั่นสุดสัปดาห์ได้มีโอกาสสนทนากับ ‘ไพบูลย์ นิติตะวัน’ ถึงการทำงานที่กำลังดำเนินการอยู่ในเวลานี้ โดยไพบูลย์ ระบุว่า “เวลานี้มีการจัดกลุ่มการเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกมาประมาณ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มที่น่าจะมีความเห็นร่วมกันของสมาชิกรัฐสภาที่อยากจะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ หมายความว่า เมื่อมีการเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราเหล่านั้นน่าจะได้รับความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 จากส.ส.และส.ว. ซึ่งอาจจะดำเนินการได้เลย แต่จะมีกี่มาตรานั้นส่วนตัวไม่ทราบ”

“ส่วนตัวผมเองก็น่าจะเป็นมาตรา 185 (1) เพื่อให้ส.ส.และส.ว.เข้าไปช่วยเหลือปัญหาของประชาชนได้ โดยไม่ได้เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ หรือมาตรา 144 เกี่ยวกับงบประมาณ รวมไปถึงระยะเวลาของการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อที่จะเสนอให้เมื่อประกาศแล้วก็ให้เป็นไปตามนั้น นอกจากนั้นยังมีเรื่องของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญอย่างเรื่องไพรมารีโหวต ผู้แทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด คิดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเห็นพ้องต้องกัน ถ้าเห็นพ้องต้องกันส.ว.ก็คงมองว่ามันไม่เกี่ยว ส.ว.ก็คงคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร”

“กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่มีสมาชิกรัฐสภาเห็นด้วยแต่ยังไม่เห็นพ้องต้องกัน ซึ่งจะต้องมีการทำความเข้าใจกันอีกระยะหนึ่ง เช่น ระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือสองใบ เรื่องนี้ไม่ได้มีความเห็นร่วมกันแน่นอน เพราะบางพรรคต้องการให้แก้ไข แต่บางพรรคไม่ต้องการ อย่างไรก็ตามก็ยังมีหนทางที่จะพูดคุยกันได้ เป็นต้น”
“กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มมาตราที่ไม่น่าจะทำได้ภายใน 5 ปี ตามระยะเวลาของส.ว.ชุดนี้ในบทเฉพาะกาล ซึ่งควรต้องรอส.ว.ชุดใหม่ตามสหวิชาชีพให้เข้ามาพิจารณา เช่น มาตรา 256”
ไพบูลย์ ย้ำว่า “ถ้าแบ่งเป็น 3 กลุ่มเช่นนี้โอกาสที่จะเกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีแน่นอน โดยเฉพาะในกลุ่มที่ 1 โดยจะใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนก็สามารถเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ส่วนกลุ่มที่เหลือก็ใช้เวลาแล้วแต่กรณี
กับคำถามที่พุ่งตรงไปว่าในกลุ่มที่ 3 ที่จัดออกมานั้นหมายความว่าเป็นเรื่องที่ไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ในช่วง 5 ปีใช่หรือไม่ ไพบูลย์ ตอบว่า “ใช่ เพราะว่าคงจะไม่ได้รับความเห็นชอบจาก ส.ว.บทเฉพาะกาล เช่น จะไปแก้บทเฉพาะกาลก็ไม่ต้องแก้ไขแล้ว เพราะ 5 ปีมันก็จบ หมดสภาพไปแล้ว การแก้ไขมาตรา 256 ที่ส.ว.เกินกว่า 80 คนก็แก้ไขไม่ได้ ก็ต้องรอส.ว.ชุดใหม่ ซึ่งอาจจะเห็นด้วยกับการแก้ไขก็ได้”
“ผมก็เป็นอดีตส.ว.ก็มีเพื่อนเป็นส.ว.ชุดนี้มาก ค่อนข้างจะเข้าใจมากว่าเขาคิดอย่างไร ผมเชื่อว่าถ้าเป็นเรื่องหลักการที่ส.ส.ตกลงกันได้ ส.ว.ก็ไม่ขัดข้อง อย่างเรื่อง 185 (1) ถ้าแก้ไขได้ก็จะเปิดโอกาสให้ส.ว.เข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้เหมือนกัน เขาก็ย่อมเห็นด้วย หรือเรื่องงบประมาณก็จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่ส่วนบทเฉพาะกาลที่ไม่ได้กระทบส.ส.แต่ไปกระทบส.ว.โดยตรง เขาบอกแล้วว่าไม่ให้แตะ เพราะเขาไม่เห็นด้วย ถ้าเขาไม่เห็นด้วยคณะอนุกรรมาธิการก็ต้องบันทึกลงไปว่ามีความเป็นไปได้ที่ส.ว.จะไม่เห็นด้วย ต้องรอส.ว.ชุดใหม่”
“การที่เป็นอดีตส.ว.และมีอดีตส.ว.ในสมัยเดียวกันไปเป็นส.ว.สมัยนี้ด้วย มันก็ทำให้การเข้าใจความคิดหรือการพูดคุยกันนั้นมันก็จะได้มากกว่าปกติ เข้าใจอยู่ตลอดแล้วว่าส.ว.ชุดนี้เข้ามาช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี นั่นเป็นภารกิจเขา ดังนั้นการไปแตะบทเฉพาะกาลมันไม่น่าจะได้รับความเห็นชอบจากเขา แต่อย่างไรก็ตามเราก็จะไปรับฟังความคิดเห็น” ไพบูลย์ ให้มุมมอง

ในอีกมุมหนึ่งอาจมีหลายคนลืมไปแล้วว่า ‘ไพบูลย์ นิติตะวัน’ เคยเป็นถึงกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมาก่อน โดยเป็นกรรมาธิการในชุดที่มีอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน แม้การจัดทำรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2558 จะออกมาเป็นรูปธรรม แต่ปรากฏว่าไม่ผ่านมติของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นต้องตกไปโดยปริยาย

มาวันนี้ไพบูลย์มองย้อนกลับไปถึงการทำงานเวลานั้นและการตกไปของร่างรัฐธรรมนูญว่า กระบวนยกร่างรัฐธรรมนูญขณะนั้นมีการทำงานอย่างลงลึกมาก ใช้เวลาเกือบ 9 เดือนประชุมเต็มวันเกือบทุกวัน ข้อมูลเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญมีจำนวนมาก เราผ่านมาหมดแล้ว”
“มันก็พูดคุยอยู่แล้ว มันก็มีโอกาสจะตกสูง เพราะถามเพื่อนๆ สมาชิกก็เห็นว่าจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญแต่ด้วยเหตุผลอะไรก็มีหลากหลาย คนเห็นด้วยก็มีเยอะ แต่ส่วนผมผมก็โหวตเห็นด้วยนะ มันไม่ผ่านก็ไม่รู้จะทำอย่างไร มันไม่ผ่านก็เพราะคะแนนไม่พอก็จบ ต้องมายกร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่ ผมก็เลยได้มาเป็นส.ส.เพราะว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญตอนนั้นผ่าน ผมก็ถูกห้ามไม่ให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พอร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านก็เลยมาเป็นส.ส.”
“ร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2558 มีองค์ความรู้หลายประเด็นที่ถ่ายทอดออกมา ซึ่งได้เข้าไปแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญ 2540, 2550 อีกทั้งก็มีหลายประเด็นที่นำสู่รัฐธรรมนูญ 2560 ทำให้รัฐธรรมนูญ 2560 มีพัฒนาการมาจากรัฐธรรมนูญ 2558 ด้วย รัฐธรรมนูญ 2560 จริงๆ ไม่ได้เอามาจากรัฐธรรมนูญ 2540 หรือ 2550 เท่านั้นแต่มีร่างรัฐธรรมนูญ 2558 ด้วย” ไพบูลย์ ทิ้งท้าย

อำนาจลูกหนัง ‘เนวิน-แป๊ะ’ โปลิศเซราะกราว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/414840?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

อำนาจลูกหนัง ‘เนวิน-แป๊ะ’ โปลิศเซราะกราว

5 กุมภาพันธ์ 2563 – 09:40 น.
เนวิน,บิ๊กแป๊ะ,พลตอจักรทิพย์,บริษัท ดาวเงินเอฟซี จำกัด,เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก
เปิดอ่าน 14,368 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 5 ก.พ.63

****************************

4 กุมภาพันธ์ 2563 มีอีเวนท์ใหญ่ งานเปิดฉากฟุตบอลลีกอาชีพไทย ฤดูกาล 2020 โตโยต้า ไทยลีก (ไทยลีก 1), M-150 แชมเปี้ยนชิพ (ไทยลีก 2), ออมสินลีกโปร (ไทยลีก 3) และออมสินลีก (ไทยลีก 4) ที่ Lido Connect สยาม

โดยเฉพาะศึกลูกหนังไทยลีก 1 และไทยลีก 2 มีความคึกคักมากเป็นพิเศษ สโมสรลูกหนังที่มี “นักการเมือง” เป็นเจ้าของ ประกาศทุ่มงบประมาณทำทีมแบบไม่อั้น

ดูจะเป็นวัฒนธรรมลูกหนังอาชีพไทยไปแล้ว ถ้าช่วงไหนรัฐประหาร หรือยุบสภา ไม่มีสภา ทีมลูกหนังไทยทุกลีกก็ตกอยู่ในภาวะซบเซา เพราะนักการเมืองไม่มีช่องทางหา “สปอนเซอร์” และหาทุนมาพัฒนาทีม

รักกันกอดกัน

ขณะที่สโมสรฟุตบอลของหน่วยงานราชการทหารกำลังประสบปัญหาขาดเงินทุน ขาดผู้บริหารทีมมืออาชีพ จนต้องยุบทีม อาทิ อาร์มี่ ยูไนเต็ด และแอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด ทีมราชนาวี ไม่ยุบแต่ก็ร่วงลงไปเล่นลีกรอง

ตรงกันข้ามสโมสรลูกหนังของตำรวจกลับผงาดขึ้นมาทั้งที่ผลงานของทีมก็ลุ่มๆ ดอนๆ อย่างฤดูกาลที่แล้ว ก็ตกไปเล่นไทยลีก 2 และเพิ่งกลับเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นไทยลีก 1 ในปีนี้

บิ๊กแป๊ะ และอดีตนายตำรวจใหญ่ สปอนเซอร์ทีมโปลิศ

ฤดูกาล 2020 สโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี แถลงข่าวทุ่มงบประมาณ 80 ล้านบาท ลุยศึกไทยลีก 1 หรือโตโยต้า ไทยลีก 2020 หวังจบฤดูกาลด้วยอันดับเลขตัวเดียว

ทีมโปลิศ เทโร เอฟซี ที่มีฉายา “มังกรโล่เงิน” มีคิวแข่งขันศึกโตโยต้า ไทยลีก 2020 นัดเปิดสนามโดยจะพบกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่สนามบุณยะจินดา ในวันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563

เนวิน ชิดชอบ

สองสามปีก่อนถ้าใครไปดูทีมโปลิศ เทโรฯ เล่นนัดเหย้าเตะกับทีมปราสาทสายฟ้า ก็จะเห็นภาพ เนวิน ชิดชอบ” โอบกอด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา” อยู่บ่อยๆ ทำเอากองเชียร์ข้างสนามอมยิ้ม

คนในวงการลูกหนังรู้ดีว่ามีผู้บริหารทีมระดับไทยลีก 1 ไม่กี่ทีมหรอกที่สนิทชิดเชื้อกับเนวิน ขนาดหยอกล้อ หรือกอดกันข้างสนามได้

ว่ากันว่า เจ้าพ่อปราสาทสายฟ้านั่นแหละเป็นผู้ชี้แนะบิ๊กแป๊ะทำทีมลูกหนัง โดยเป็นที่ปรึกษาและให้การสนับสนุน

ดาวเงินเอฟซี

หลังจากสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจมีปัญหาต้องถูกยุบทีมไป พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเมื่อ 4 ปีที่แล้ว จึงอยากให้มีทีมของตำรวจอยู่ในวงการฟุตบอลลีกอาชีพอีกครั้ง

บิ๊กแป๊ะ และ ไบรอัน มา์การ์

“บิ๊กแป๊ะ” จึงเจรจากับไบรอัน มาร์การ์ ประธานสโมสรบีอีซี เทโรศาสน และกลุ่มสยามกีฬา เพื่อขอซื้อทีมลูกหนังมังกรไฟ เมื่อบรรลุข้อตกลงจึงตั้งบริษัทใหม่ในชื่อ บริษัท ดาวเงินเอฟซี จำกัด มาดำเนินการโดยนิติบุคคล ตามกฎของเอเอฟซี

การตลาดของทีมบิ๊กแป๊ะ

จุดแข็งของเขาคือการตลาด จุดแข็งของเราคือเรื่องของคอนเนกชั่น” บิ๊กแป๊ะในฐานะประธานสโมสรโปลิศเทโร เอฟซี บอกเพื่อนตำรวจในวันที่ตัดสินใจสร้างทีมมังกรโล่เงิน

แปลความได้ว่า ไบรอัน มาร์การ์ ทำการตลาด..ส่วนเรื่องหาสปอนเซอร์ หาทุนเป็นเรื่องของบิ๊กแป๊ะ

สายตรงเนวิน

ทราบกันมานานแล้วว่า “บิ๊กแป๊ะ” มีสายสัมพันธ์ไม่ธรรมดากับเนวิน ชิดชอบ และอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข

เมื่อบิ๊กแป๊ะจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 36 ตำแหน่งแรก “หมวดแป๊ะ” นายร้อยหนุ่มชาวชลบุรี ไปบรรจุตำแหน่งแรกรองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.เมืองบุรีรัมย์

บิ๊กแป๊ะ ในงานศพปู่ชัย ที่บ้านชิดชอบ

พูดง่ายๆ บิ๊กแป๊ะ เริ่มเรียน ก.ไก่ ในแวดวงสีกากี ที่ สภ.บุรีรัมย์ นั่นคือจุดกระชับความสัมพันธ์กับคนตระกูล “ชิดชอบ” ซึ่งในเส้นทางการเมืองของเนวิน ได้พึ่งพาเกื้อกูลมาตลอดกับนายตำรวจนักประสานสิบทิศ

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2563 เนวินได้จัดเกมอุ่นเครื่องก่อนเปิดฤดูกาล โดยบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ โปลิศ เทโร เอฟซี ที่สนามเขากระโดง สเตเดี้ยม บุรีรัมย์ และนัดต่อมาก็เตะกับทีมพีที ประจวบ เอฟซี

สังเกตได้ว่าเนวินจะหาทีมใน “เครือข่ายบุรีรัมย์” มาอุ่นเครื่องให้ทีมปราสาทสายฟ้าอยู่เป็นประจำ และปีนี้ทีมโปลิศ เทโร ของบิ๊กแป๊ะ ก็มาเยือนบุรีรัมย์

เสียดายวันนั้นบิ๊กแป๊ะไม่ได้นำทีมมังกรโล่เงินไปด้วยตัวเอง ไม่งั้นคงเห็นภาพ “กอดกันกลม” ข้างสนามอีกหน

คลุกวงใน วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/414847?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

คลุกวงใน  วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์  2563

5 กุมภาพันธ์ 2563 – 09:27 น.
ษิทรา เบี้ยบังเกิด,ซักฟอก,ไบโอเมทริกซ์,สตม,จักรทิพย์
เปิดอ่าน 730 ครั้ง

คลุกวงใน  วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์  2563  โดย…  พญาเสือ

หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ลึกกว่าข่าว 00000 “พญาเสือ” ขอบคุณคนอ่านที่ให้การตอบรับการทำหน้าที่เจาะ ขุด คุ้ย งัด แงะ แกะ เกา กระชากหน้ากากพวกโกงบ้านกินเมืองมาประจานเพื่อบรรณาการทุกท่าน

00000 ประเทศสยาม มี พระสยามเทวาธิราช คอยปกป้อง ใครที่มาคอยรีดนาทาเร้น จะต้องมีอันเป็นไปทุกราย

อ่านข่าว…  เค้นหนัก 2 ชั่วโมงก่อนให้ประกัน”ทนายตั้ม”

00000 “พญาเสือ” ขอยกธงเชียร์ ฝ่ายค้าน ที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพราะเป็นหลักการ “คานอำนาจ” ของประชาธิปไตย รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะต้องถูกตรวจสอบ แพ้ชนะ ไปโหวตกันในสภา

00000 แต่ “พญาเสือ” ไม่เห็นด้วยที่เวลาจะอภิปราย รัฐมนตรี แล้วเปิดชื่อคนนั้นคนนี้ออกมาเพื่อแลกกับ “กล้วย” แม้นว่าฝ่ายรัฐบาลจะออกมาปฏิเสธก็ตาม แต่ไม่มีใครเชื่อ คือมันเสียหายมากที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าชื่อหลุดเนื่องจากมี “กล้วย” ไปแลก

00000 “พญาเสือ” ได้ข่าวแบบ กรองแล้ว กรองอีกว่า เป้าใหญ่ ของฝ่ายค้านคือ 3 ป. โดยเฉพาะ ป.ประยุทธ์ ที่คุมทั้ง กลาโหมและตำรวจ พูดง่ายๆ นายกฯ ลุงตู่ จะถูกซักฟอกแบบขึงพืด คือเมื่องานเยอะ แตะไปตรงไหนก็เจอ ที่สำคัญเรื่องตำรวจกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ ฝ่ายค้าน จ้องจะอภิปราย

00000 “พญาเสือ” ว่ามันไม่เป็นธรรมกับ นายกฯ หากฝ่ายค้านจะอภิปรายสิ่งที่ บิ๊กแป๊ะ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ดำเนินการ ไม่ว่าการจัดซื้อโครงการต่างๆ ใน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)เพราะ บิ๊กแป๊ะ ไม่ได้เป็น รัฐมนตรี แต่ นายกฯ ลุงตู่ จะต้องมา รับกรรม แทน ในฐานะ ประธาน ก.ตร. คุมตำรวจ

00000 “พญาเสือ” เลยอยากจะฝากว่า บิ๊กแป๊ะ ต้องทำการบ้านให้ดี ส่งให้ ลุงตู่ เนื่องจากแต่ละโครงการที่จัดซื้อ ทั้งไบโอเมทริกซ์ รถ เรือ เครื่องบิน และตึกอบรม สตม. รวมแล้วกว่า 5 พันล้านบาท เนื่องจาก นายกฯ ไม่ได้ซื้อเอง ครั้นจะรู้ทุกเรื่องแล้วไปอธิบายแทน น่าจะเข้าใจยาก

00000 ส่วนเรื่อง ลูกชายบิ๊กแป๊ะ ข่าวว่า ฝ่ายค้านจะไม่แตะ เห็นว่า ฝ่ายค้านเห็นใจ หัวอกของคนเป็น พ่อที่รักลูก เลยทำทุกอย่าง เพื่อลูก ขนาดนั่งประชุม ก.ตร. เอาเรื่องเข้าเอง ชงเองกินเอง บากหน้าไปขอ ลุงตู่ จะใจดำไม่เซ็นให้ก็กระไรอยู่ นี่ เรื่องของพ่อรักลูก

00000 ขณะที่ทีม โฆษก สตช. พากันออกมาชี้แจงแทนนั้น “พญาเสือ” ขอบอกว่า อย่าเลย ให้เรื่องเงียบไปเฉยๆ จะดีกว่า เพราะเรื่องนี้มัน กระทบความรู้สึก ของ ตำรวจทั้ง 230,000 นายทั่วประเทศ อย่าบอกว่า ลูกชายบิ๊กแป๊ะ จบโน่นจบนี่เลยต้องไป ยกเว้นกฎ ก.ตร. สู้ไม่พูดจะดีกว่า

00000 “พญาเสือ” จำได้ว่าตอนที่ พล.ต.ท.นพดล เผือกโสภณ นายตำรวจกระดูกเหล็ก ที่โดนระเบิดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขาขาด ยังต้อง ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เลย ต้องรอให้การ ครองยศครบตามกฎ ก.ตร. จึงได้รับการ เลื่อนชั้น

00000 สาธุชนเขาฝากถามว่า กฎ ก.ตร. หากมีแล้วไม่ปฏิบัติตาม หรือมีไว้เพื่อให้ยกเว้น “พญาเสือ” ในฐานะ คนนอก สตช. ก็สงสัยว่าแล้วจะมีทำไม มีกฎแต่ยกเว้นกฎ แม้นเอาเข้า ก.ตร. เอาเข้าครม.แล้ว นายกฯ ลุงตู่ นั่งหัวโต๊ะ แสตมป์ ให้แล้ว ทุกอย่างถือว่า ถูกต้อง ไม่มีใครเถียง แต่ ตำรวจชั้นผู้น้อย ระดับรอง สว.รอ 7 ปี เพื่อขึ้น สว. เขาจะคิดอย่างไร

00000 แล้วฝากถามด้วยว่า ร.ต.อ.ชานันท์ ได้ผ่าน โรงเรียนสารวัตรมาหรือไม่ หากอบรมโรงเรียนสารวัตรแล้ว ขอถามหน่อยว่า จบรุ่นไหน มีเพื่อนร่วมรุ่นชื่ออะไร คนเขาอยากรู้ ช่วยเอาหลักฐานมาแถลงหน่อย

00000 พุทโธ พุทธัง นักข่าวไปถาม ลุงป้อม เรื่องนี้ ลุงป้อม เป็นคนใจดี ก็ให้สัมภาษณ์ปกป้องว่า ลูกใครใครก็รัก ทำได้ ไม่ข้ามหัวใคร เพราะย้ายไปอีกหน่วยหนึ่ง “พญาเสือ” เข้าใจว่า ลุงป้อม อยากช่วย แต่สิ่งที่ ลุงป้อม ตอบ มันไม่ตรงประเด็นเอาเสียเลย แทนที่จะเป็นคุณ กลับจะยิ่งบานปลาย

00000 ฮัดเช้ย!!! โดนจนได้ “ทนายตั้ม” ษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความประชาชน คนไปยื่น ร้อง ป.ป.ช. ให้สอบ “ไอโอเมทริกซ์” และเรื่องกำลังจะไปได้สวย เนื่องจากป.ป.ช. เรียกหลักฐานเอกสารจากสตช. แม้นมีคนติดต่อ “ทนายตั้ม” ให้ไปเคลียร์เพื่อจบเรื่อง แต่ “ทนายตั้ม” ไม่ไป

00000 สุดท้ายเอาเรื่องเอกสารเท็จไปจับ “ทนายตั้ม” ในคดีเอมี่ อาเมเรีย แต่ “ทนายตั้ม” ยืนยันว่าไม่เกี่ยว เป็นเรื่องของทนายความอีกคน มีการพาตำรวจไปจับแล้วนำไป “สน.มีนบุรี” เรื่องนี้ผิดถูกว่ากันไปตามพยานหลักฐาน

00000 แต่ “พญาเสือ” รู้มาเป็นอาทิตย์ว่าเขาจะจับ “ทนายตั้ม” ไม่นึกว่าเขาจะทำจริง เพราะแค่มีการออกคำสั่งให้ลูกน้อง ถอดเทปการให้สัมภาษณ์ ของ “ทนายตั้ม” ประเด็นไบโอเมทริกซ์ ว่าจะทำให้ สตช.เสียหายหรือไม่ ก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง แต่มีบางเรื่องอดคิดไม่ได้ว่ามันผูกโยงกัน บอกคำเดียวว่า ประชาชนตาดำๆ จะหวังพึ่งใคร เอวัง 00000

วาระแห่งชาติ แก้ฝุ่นพิษ-ไวรัส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/414627?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

วาระแห่งชาติ แก้ฝุ่นพิษ-ไวรัส

4 กุมภาพันธ์ 2563 – 12:25 น.
ฝุ่นพิษพีเอ็ม 25,ประยุทธ์,โคโรน่า
เปิดอ่าน 398 ครั้ง

วาระแห่งชาติ แก้ฝุ่นพิษ-ไวรัส คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

หลายวันที่ผ่านมามีแต่เรื่องน่าหวาดผวาผ่านเข้ามาอย่างหนักจนคนเครียดไปทั้งเมือง ทั้งประเทศ ขนาด ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ นายกรัฐมนตรี ยังต้องออกทีวีพูลพูดแบบจริงจังให้คนหายวิตก

อ่านข่าว…  ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 รู้ไม่ครบ จบไม่ได้

จดหมายจากคุณ ‘สมพร’ ลาดพร้าว ต่อไปนี้มีสารประโยชน์มากๆ และอยากให้ทราบว่าวิธีการใดบ้างที่จะลดฝุ่นพิษและเกิดมาจากอะไร และขอเรียนว่าเมื่อนายกรัฐมนตรียกระดับฝุ่นพิษกับไวรัสจากอู่ฮั่นเป็นเช่นนี้แล้ว ก็เรียกว่าเป็นวาระแห่งชาติเลยทีเดียว

จึงเรียนมาด้วยความปรารถนาดีและอยากให้ทุกคนช่วยกันด้วยความเต็มใจ แม้ว่าจะไม่มีกฎหมายบังคับแต่ทุกคนต้องรับผิดชอบโดยร่วมกัน

ขอให้ทุกคนมีกำลังใจและความเข้มแข็งที่จะต่อสู้วิกฤติการณ์ที่ผ่านเข้ามาในเวลานี้
อ๊อด เทอร์โบ


 คุมเข้ม ก่อสร้าง-โรงงาน แก้ฝุ่นพิษ
 เรียน คุณอ๊อด เทอร์โบ

ฝุ่นพิษพีเอ็ม 2.5 วิกฤติซ้ำซากที่แก้ไม่หาย คุกคามสุขภาพของคนไทยมาตั้งแต่ต้นปี รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจออกมาตรการแก้ปัญหาพร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชน ไม่ว่าจะเป็น

1.ให้กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) กำชับ ติดตามการดำเนินงานของผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า 3 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม สีชมพู และสีเหลือง ในพื้นที่ถนนสำคัญ 5 เส้นทาง ได้แก่ ลาดพร้าว แจ้งวัฒนะ รามอินทรา รามคำแหง ศรีนครินทร์

ขอให้ผู้รับเหมาก่อสร้างดำเนินมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด เพื่อลดฝุ่นละอองในพื้นที่ก่อสร้าง เช่น การทำความสะอาดพื้นที่ก่อสร้าง ด้วยรถกวาดดูดฝุ่นและการฉีดล้างถนน ทำความสะอาดล้อรถก่อนออกจากพื้นที่ก่อสร้าง การปิดคลุมกระบะ รถบรรทุก และการปิดคลุมวัสดุก่อสร้างให้มิชิด เป็นต้น

ลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดรถติดในชั่วโมงเร่งด่วนและเร่งคืนพื้นที่ผิวจราจรที่ดำเนินการก่อสร้างงานโยธาแล้วเสร็จ เพื่อลดปัญหาการจราจรในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสีน้ำเงิน

2.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ปรับเครื่องยนต์เพื่อใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 เพื่อลดมลพิษ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง กรองน้ำมันก่อนรอบปกติ เพื่อช่วยในการลดมลพิษ เร่งดำเนินการจัดหารถที่ใช้พลังงานสะอาด รถโดยสาร NGV รถไฮบริด รถไฟฟ้า (EV) เพื่อแก้ปัญหาระยะต่อเนื่อง เพื่อให้บริการประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

หากประชาชนพบรถโดยสารสาธารณะที่มีควันดำให้แจ้งศูนย์ปลอดภัยคมนาคม 1356 และสายด่วน 1584 ของกรมขนส่งทางบก เพื่อเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบและระงับการออกวิ่งต่อไป

3.มอบหมายให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย แก้ปัญหาฝุ่นละอองบริเวณที่จราจรติดขัดหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ โดยเฉพาะด่านบางขุนเทียน โดยติดตั้งเครื่องปล่อยฝอยละอองน้ำ และแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดที่หน้าด่านเก็บเงินทุกด่านเพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองสะสมอย่างถาวร

4.ให้กรมเจ้าท่า ประสานผู้ประกอบการขนส่งทางน้ำให้มีการตรวจสอบการใช้เครื่องยนต์เรือโดยสาร

5.ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวมาทำงาน มาตรการนี้ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนช่วยกัน แต่หากไร้ซึ่งแรงจูงใจ เช่น การลดราคาค่าโดยสารขนส่งมวลชนทั้งระบบ หรือใช้ขนส่งสาธารณะฟรีในวันที่มีวิกฤติฝุ่น ปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมต่อกันอย่างดี มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และราคาสมเหตุสมผล เพื่อรองรับผู้คนจำนวนมากที่อาจได้รับผลกระทบจากมาตรการลดการใช้รถยนต์ มาตรการนี้อาจไม่ประสบผลสำเร็จ

นี่คือวิกฤติด้านสาธารณสุขในสังคมไทย! ที่ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน
สมพร (ลาดพร้าว)

 ทำบุญได้ทุกขณะ
 ความสะดวกทุกเวลา

ผมเห็นคนชอบไปทำบุญและขอพรที่วัดกันมากในช่วงเทศกาลต่างๆ ความจริงเราสามารถทำบุญได้สะดวกทุกเวลาคือ
1.ไม่ทำตนให้ผู้อื่นเดือดร้อน เช่นคนที่เป็นไข้หวัดทั่วไปควรใช้หน้ากากอนามัยลดการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น ขณะนี้กลายเป็นว่าคนไม่สบายไม่ใส่หน้ากาก แต่คนปกติที่กลัวได้รับเชื้อต้องใส่กันทั่วไป ทำให้ขาดแคลนและสิ้นเปลืองมหาศาล

2.ไม่ครอบครองหรือยึดเอาสิ่งของหรือสถานที่สาธารณะเป็นประโยชน์ส่วนตน จะทำให้ผู้ร่วมใช้งานมีความสุข เช่นไม่ครอบครองทางเท้า ไม่ทำให้ของสาธารณะเสียหาย

3.การทำหน้าที่ของตนให้ถูกต้องและคิดถึงประโยชน์ที่ผู้อื่นจะได้ความสุขจากงานของเรา เช่น ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อย่างยุติธรรม แม่ค้าขายอาหารที่ถูกสุขลักษณะ คนขับรถเมล์ขับอย่างปลอดภัย

4.การประหยัดสิ่งจำเป็นที่มีจำกัดเพื่อให้แบ่งคนอื่นได้ใช้ทั่วถึงขึ้น เช่น น้ำ ไฟ เพราะถึงเรามีเงินจ่าย แต่หน่วยผลิตก็จะไม่สามารถกระจายทรัพยากรได้พอ

5.การไม่หลอกลวงให้ผู้อื่นเกิดทุกข์ เช่นสร้างข่าวเท็จหรือใส่ร้ายผู้อื่น หรือทำให้คนในสังคมหมดความเชื่อถือกัน เช่น พระปลอม พลอยทำให้พระจริงเดือดร้อนไปด้วย

6.การทำให้ผู้อื่นมีความสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนใกล้ชิดในครอบครัว เช่น พูดจาสุภาพ รู้จักพูดขอโทษ ขอบคุณ หรือพูดชื่นชมกัน ก็จะเกิดความสุขโดยไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินทองเลย

การกระทำเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำไม่ยากถ้าตั้งใจ และจะทำให้ผู้อื่นมีความสุข สังคมดีขึ้น เมื่อเรารู้สึกภูมิใจกับการกระทำของเราก็จะเกิดบุญกุศลขึ้นในใจเราแน่นอน
พันธุ์เทพ สุทธินันท์


 เรียนคุณ ‘พันธุ์เทพ’ ที่นับถือ
ขอบคุณสำหรับจดหมายอันทรงคุณค่า เพราะให้ความชัดเจนเกี่ยวกับการทำบุญได้อย่างมาก

เนื้อความในจดหมายคือความจริงที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ และอยากจะเรียนเพิ่มเติมว่าการทำบุญต้องคำนึงถึงทุกอย่างโดยรอบคอบด้วย

โดยเฉพาะเวลาถวายของพระหรืออาหารต่างๆ ควรคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย เช่น บุหรี่, ของหวาน, ของเค็ม ฯลฯ ก็ควรงด

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
อ๊อด เทอร์โบ


จับให้มั่นคั้นให้ตาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/414837?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

จับให้มั่นคั้นให้ตาย

5 กุมภาพันธ์ 2563 – 08:43 น.
อภิปรายไม่ไว้วางใจ,ประยุทธ์,ระบอบประชาธิปไตย
เปิดอ่าน 237 ครั้ง

จับให้มั่นคั้นให้ตาย บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563

การอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ มีรัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติด้วยกัน 6 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายดอน ปรมัติวินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาลมีความเห็นว่าญัตติของพรรคฝ่ายค้านเป็นเท็จและยื่นเรื่องให้ประธานรัฐสภาในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา

อ่านข่าว…  นายกฯ ลั่น ตอบซักฟอก ทุกประเด็น

ที่วิปรัฐบาลอ้างว่าญัตติเป็นเท็จเพราะเห็นว่าข้อกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ ว่าฉีกรัฐธรรมนูญนั้น ในความเป็นจริง พล.อ.ประยุทธ์ มาตามระบอบประชาธิปไตยถือว่าเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ตามรัฐธรรมนูญ 2560 หากไม่ทบทวนญัตติใหม่ก็จะเกิดการประท้วงในการประชุมตั้งแต่เริ่มอภิปราย และเชื่อว่าฝ่ายค้านจะแก้ไขทัน สำหรับข้อกล่าว พล.อ.ประวิตร คือร่ำรวยผิดปกติ มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ ส่วนนายวิษณุ ฝ่ายค้านเห็นว่าใช้ตำแหน่งก้าวก่ายและแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ใช้กฎหมายเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง พล.อ.อนุพงษ์ ถูกกล่าวหาว่าปล่อยปละละเลยจนเกิดการทุจริตในหน่วยงานที่ตนเองรับผิดชอบดูแลอีกทั้งพวกพ้องบริวารยังกลั่นแกล้งข้าราชการประจำ นายดอนถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจแทรกแซงข้าราชการประจำเพื่อตนเองและพวกพ้อง เอื้่อประโยชน์บริษัทข้ามชาติ ส่วน ร.อ.ธรรมนัส ถูกระบุว่าทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลและเข้าสู่ตำแหน่งโดยมิชอบตามรัฐธรรมนูญ

ส่วนนายกรัฐมนตรี นอกจากประเด็นไม่ยึดมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยที่วิปรัฐบาลเห็นว่าเป็นเท็จแล้ว ยังมีข้อกล่าวหาบริหารงานโดยขาดความรู้ความเข้าใจทำให้เศรษฐกิจเสียหาย ซึ่งโดยทั่วไปของการยื่นญัตติอภิปราายไม่ไว้วางใจแล้วก็มีประเด็นที่ฝ่ายค้านจะโน้มน้าวด้วยหลักฐานเพื่อพิสูจน์ให้สภาเห็นว่าบุคคลที่ถูกอภิปรายนั้นไม่เหมาะสมจะสนับสนุนให้ความไว้วางใจเป็นรัฐมนตรีต่อไปได้ เพราะจะสร้างความเสียหายให้บ้านเมือง อย่างเช่น การบริหารงานที่ผิดพลาด การทุจริตคอร์รัปชั่น และอาจรวมถึงเรื่องคุณธรรม จริยธรรม และความเป็นผู้นำอีกด้วย สำหรับรัฐมนตรีทั้ง 6 ที่ถูกยื่นญัตติครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี หลายคนก็มีอดีตนับเรื่องจากสภาผู้แทนราษฎรถูกล้มล้างไปพร้อมกับรัฐธรรมนูญ ก็น่าคิดว่าจะนำมาอภิปรายได้หรือไม่

จะว่าไปแล้วโดยหลักการการปกครองระบอบประชาธิปไตยรัฐสภาทุกฝ่ายต้องยอมรับว่าเวทีการอภิปรายในสภาเป็นทางออกที่ดีที่สุดโดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจซึ่งถือเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายนิติบัญญัติได้ตรวจสอบฝ่ายบริหารหรือแคบลงมาก็คือให้ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลให้บริหารประเทศอยู่ในกรอบ ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ใช้อำนาจโดยมิชอบ รวมไปถึงการทุจริตคอร์รัปชั่น ตามญัตติของพรรคฝ่ายค้านที่ยื่นมาคราวนี้ ประชาชนก็พอจะมองออกว่ารัฐมนตรีคนไหนจะโดนเล่นงานด้วยเรื่องอะไรกันบ้าง เพราะเป็นข่าวมาก่อนหน้านี้ค่อนข้างมาก ซึ่งโดยถึงที่สุดแล้วฝ่ายค้านจึงต้องแสดงหลักฐานชนิดจับให้มั่นคั้นให้ตาย มีใบเสร็จได้ยิ่งดี ถึงขนาดนั้นเชื่อว่ารัฐมนตรี แม้จะได้รับเสียงสนับสนุนข้างมากก็คงอยู่ลำบากถ้าดันทุรังแบบพวกมากลากไป

p4

ครม.ออกกฎคุมอาวุธ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/414683?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ครม.ออกกฎคุมอาวุธ

4 กุมภาพันธ์ 2563 – 15:30 น.
ศักดิ์สยาม ชิดชอบ,ประยุทธ์
เปิดอ่าน 624 ครั้ง

4 ก.พ. “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมีวาระน่าสนใจเป็นจำนวนมาก

สำหรับเรื่องเพื่อพิจารณา เริ่มจาก กระทรวงกลาโหม เสนอร่างพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่…) พ.ศ…. ซึ่งเป็นกฎหมายการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล เพื่อกำหนดให้มีมาตรการควบคุมยานพาหนะ ซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ หรือสิ่งอื่นใด ในลักษณะเดียวกัน ที่จะเข้ามาในราชอาณาจักร รวมทั้งเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ประชาชนที่อาจได้รับอันตรายที่เกิดจากยุทธภัณฑ์ดังกล่าว

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ขอความเห็นชอบการยุติการดำเนินโครงการปรับปรุงร่องน้ำการเดินเรือ ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ภายใต้ความตกลงการเดินเรือพาณิชย์ ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง พ.ศ. 2543

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เสนอกรอบการเจรจาความตกลงที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และการตรวจสอบรับรองของอาเซียน ภายใต้คณะรัฐมนตรีอาเซียนด้านเกษตรและป่าไม้

 นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ฉบับที่ พ.ศ…. (มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจัดงานผู้พ้นโทษเข้าทำงาน)

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอโครงการจัดทำรายงานแห่งชาติ ฉบับที่ 4 และรายงานความก้าวหน้ารายสองปี ฉบับที่ 3 ตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ขออนุมัติผ่อนผันการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดรายการ และเพิ่มวงเงินก่อนหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ รายการก่อสร้างอาคารฝึกปฏิบัติการทางวิชาชีพครู มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

 นายสุวิทย์ ยังขอความเห็นชอบแผนอัตรากำลังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ปีงบประมาณ 2563 ถึง 2564 และเรื่องขอความเห็นชอบแผนอัตรากำลัง โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปีงบประมาณ 2563-2564

พร้อมยังขออนุมัติวงเงิน ก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ รายการก่อสร้างอาคารวิจัยทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยบูรพา ด้วย

ส่วนเรื่องเพื่อทราบ หากไม่มีข้อทักท้วงให้ถือว่าเป็นเรื่องที่ได้รับความเห็นชอบและอนุมัติ ประกอบด้วย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เสนอร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการก่อการร้าย พ.ศ. …

และยังเสนอแนวทางเชิงปฏิบัติเพื่อสกัดกั้นการลักลอบหรือขนส่งอาวุธที่มีอนุภาพการทำลายล้างสูง ระบบเครื่องส่งและวัสดุอุปกรณ์ (ทางทะเล ทางอากาศ และทางบก)

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ เสนอการทบทวนคณะกรรมการต่างๆ ที่แต่งตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรี (กระทรวงการต่างประเทศ)

นายดอน ยังรายงาน ที่รัฐบาลสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เสนอขอแต่งตั้งเอกอัครราชทูตวิสามัญ ผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย นายซัยยิด เรซา โนบัคตี

 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข เสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดให้สาขาการกำหนดอาหารเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ….

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอร่างกฎกระทรวงการอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ พ.ศ….

  นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เสนอร่างกฎกระทรวง กำหนดให้ทางน้ำชลประทาน เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเก็บค่าชลประทานรวม 4 ฉบับ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าสำหรับการใช้งานแบบพกพา – คุณลักษณะที่ต้องการด้านความปลอดภัยต้องเป็นมาตรฐาน พ.ศ….

นอกจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมยังเสนอร่างกฎกระทรวง 4 ฉบับ เพื่อกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเป็นไปตามมาตรฐาน

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ เสนอร่างประกาศกฎกระทรวงพาณิชย์ เรื่องยกเลิกประกาศกฎกระทรวงพาณิชย์การส่งสินค้าผักและผลไม้ออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2546

สำหรับเรื่องเพื่อทราบ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา สรุปรายงานการเข้าร่วมงานส่งเสริมการขายทางท่องเที่ยว World Travel market 2019 ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ รายงานสรุปผลการประชุมคณะทำงานร่วมระหว่างรัฐบาลไทยและคณะกรรมาธิการยุโรป ในการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมครั้งที่ 2/2562

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม รายงานผลการประชุมสมัชชาสมัยสามัญครั้งที่ 31 ขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม สรุปผลการประชุมสมัชชาของยูเนสโก ครั้งที่ 40

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง รายงานผลการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ในประเทศของรัฐบาลที่ดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ รายงานแนวทางปฎิบัติในการเจรจาและการทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ

ด้าน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ กระทรวงการคลัง จะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้พิจารณาเห็นชอบ ประกอบด้วย 1.การขยายการยื่นแบบชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปี 2562 จากเดิมที่ต้องยื่นภายในเดือน มีนาคม 2563 ให้ขยายเวลาออกไปอีก 3 เดือน โดยสามารถชำระและยื่นแบบภาษีไปถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 เพื่อบรรเทาภาระให้แก่ผู้มีรายได้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และในช่วงนี้จะได้มีเงินเหลือในการใช้จ่ายเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

2.เสนอแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว หลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า

ส่ององครักษ์ พิทักษ์รัฐบาล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/414669?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ส่ององครักษ์ พิทักษ์รัฐบาล

4 กุมภาพันธ์ 2563 – 13:35 น.
ลุงตู่,องครักษ์พิทักษ์นาย,ประยุทธ์,รัฐบาล
เปิดอ่าน 620 ครั้ง

ส่ององครักษ์ พิทักษ์รัฐบาล คอลัมน์… Special Report

แม้จะยังไม่มีการวางตัวองครักษ์พิทักษ์ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รวมถึงรัฐมนตรีอีก 5 คน ซึ่งล้วนอยู่ในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กระนั้นก็ยังมองออกคร่าวๆ ว่าพรรคพลังประชารัฐ จะให้ใครบ้างเป็นองครักษ์พิทักษ์นายในศึกการรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจจากฝ่ายค้านที่พุ่งเป้าไปที่ 6 รัฐมนตรี เฉพาะในพรรคพลังประชารัฐ

อ่านข่าว… เสี่ยเฮ้ง นำทัพ องครักษ์พิทักษ์ บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม

ประกอบด้วย 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี 3.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี 4.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 5.นายดอน ปรมัติถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ 6.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์

ทั้ง 6 รัฐมนตรีเหล่านี้ ล้วนไม่เคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจมาก่อน แม้หลายคนจะมีประสบการณ์ทางการเมืองสูง ไม่ว่าจะเป็นนายวิษณุ เครืองาม พล.อ.ประวิตร วงษ์วงสุวรรณ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แต่ก็ไม่เคยถูกซักฟอกอย่างจัง ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีหน่วยคุ้มกันเพื่อป้องกันการรุมกระหน่ำโจมตีของฝ่ายค้านที่มีนักการเมืองฝีปากกล้าหลายคน

องครักษ์ฝ่ายรัฐบาลเริ่มตั้งแต่ “นายสุชาติ ชมกลิ่น” ส.ส.ชลบุรี ประธาน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ออกตัวคนแรกว่าเป็นองครักษ์พิทักษ์รัฐบาล โดยนายสุชาติ กล่าวว่า ส.ส.ของพรรคจะเตรียมความพร้อมในเรื่องข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพรรค และส่วนที่เกี่ยวข้องกับพล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร เบื้องต้นได้วางตัว ส.ส.จำนวนหนึ่งคอยลุกขึ้นประท้วง ชี้แจงข้อเท็จจริง และตอบโต้ฝ่ายค้านในกรณีอภิปรายนอกประเด็นไว้แล้ว เพื่อตัดบทให้การอภิปรายเข้าสู่สาระสำคัญและสร้างสรรค์ และตนจะเป็นหนึ่งในคนที่จะลุกขึ้นประท้วงและตัดบทด้วยตัวเอง หากฝ่ายค้านพูดนอกเรื่องถึงนายกฯ และรองนายกฯ จะใช้สิทธิทันที

สำหรับองครักษ์คนอื่นๆ เช่น นายศิริพงษ์ รัศมี ส.ส.กทม. อดีต ส.ข.เขตหนองจอก ซึ่งมีความคุ้นเคยกับพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างดี เพราะเคยร่วมงานกันมาช้านาน โดยที่แล้วมา นายศิริพงษ์ ลุกขึ้นประท้วงอย่างสม่ำเสมอเมื่อเห็นว่าฝ่ายค้านเล่นนอกบท จึงไม่ปล่อยให้ฝ่ายค้านเล่นตามเกมของตัวเองโดยง่าย

น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี และนายสิระ เจนนาคะ ส.ส.กทม. 2 ตัวจี๊ดแห่งพรรคพลังประชารัฐ โดยที่ผ่านมาได้สร้างชื่อจากการป่วนการทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส จนไม่เป็นอันต้องประชุม ส่วนการทำป่วนในสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง “เอ๋-ปารีณา” และ “นายสิระ” ต่างมีบทบาทพอสมควร แต่ไม่ถึงกับโดดเด่นมากนัก

นายสายัญ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช คนเดียวกับที่เสนอสร้าง “สะพานจันทร์โอชา” สะพานเกาะสมุยถึงอำเภอขนอมในโครงการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ (The New Thailand Southern Economic) โดยที่ผ่านมานายสายัญ ฉายแววองครักษ์ได้เป็นอย่างดีเพราะเป็นคนหนึ่งในพรรคพลังประชารัฐที่ลุกขึ้นประท้วงบ่อยสุด ป้องกันไม่ให้ฝ่ายค้านอภิปรายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แม้ไม่มีลีลาภาษา รวมถึงมุมกฎหมายที่น่าฟัง ทว่านายสายัญ ก็ลุกขึ้นประท้วงอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับการอภิปรายครั้งนี้พรรคพลังประชารัฐวางเกณฑ์ว่าฝ่ายค้านจะแตะรัฐบาลยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ได้ หากจะอภิปรายต้องอภิปรายรัฐบาลปัจจุบันเท่านั้น

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคร่วมรัฐบาลได้มีการหารือพร้อมเตรียมสนับสนุนข้อมูลกันอย่างเต็มที่ ซึ่งจะไม่มีกรณีพรรคร่วมจะไม่ช่วยเหลือกัน เพราะมีนายกรัฐมนตรีคนเดียวกัน ส่วนเรื่องคะแนนเชื่อว่าไม่เป็นปัญหาเพราะเรามีความสามัคคี ทุกพรรคจะไปกำกับให้คะแนนออกมาอย่างเป็นเอกภาพและพร้อมเพรียง

พิษแค้นแรงอาฆาตของ ‘นักเลือกตั้ง’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/414648?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

พิษแค้นแรงอาฆาตของ ‘นักเลือกตั้ง’

4 กุมภาพันธ์ 2563 – 12:21 น.
อาจารย์รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์,นักเลือกตั้ง,ระบอบยียาธิปไตย
เปิดอ่าน 780 ครั้ง

พิษแค้นแรงอาฆาตของ ‘นักเลือกตั้ง’ คอลัมน์…  กระดานความคิด   โดย… บางนาง บางปะกง

ศัพท์การเมืองว่าด้วย “นักเลือกตั้ง” มีนักวิชาการคนเดียวในเมืองไทยที่อธิบายไว้ครบทุกมิติ นั่นคือ อาจารย์รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ ผ่านงานเขียนบทความต่างกรรมต่างวาระที่มีการนำมารวมเล่มแล้ว อาทิ อนิจลักษณะของเศรษฐกิจไทย, อนิจลักษณะของการเมืองไทย และอนิจลักษณะของสังคมไทย

อ่านข่าว… เป้าถูกซักฟอก นายกฯเตรียมข้อมูลสู้ศึกอภิปราย

ปี 2538 อาจารย์รังสรรค์ ได้บัญญัติศัพท์การเมืองขึ้นมาอีกคำหนึ่งคือ “ระบอบยียาธิปไตย” เมื่อเห็นพฤติกรรมทางการเมืองของ “เนวิน ชิดชอบ” และเพื่อน ส.ส.ในนามกลุ่ม 16

นักเลือกตั้งและระบอบยียาธิปไตย ถือกำเนิดขึ้นมาจากการเติบโตของทุนนิยมในไทย และการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างการเมืองในปี 2516 ทำให้กลุ่มทุนท้องถิ่นเข้าสู่สังเวียนเลือกตั้งได้เป็น ส.ส. และรัฐมนตรี

เดิมทีกลุ่มทุนท้องถิ่นต้องพึ่งพา “พรรคข้าราชการ” แต่เมื่อคนเหล่านี้เข้าสู่อำนาจรัฐ ผ่านกระบวนเลือกตั้งสำเร็จก็ทำตัวเป็น “นาย” เหนือพรรคข้าราชการ เข้าจัดสรรผลโยชน์ให้พวกพ้อง แต่ระบอบอำมาตยาธิปไตยก็มี “กองทัพ” เป็นอำนาจลับที่คอยจัดการนักเลือกตั้ง ด้วยข้อหาโกงกินมโหฬาร จึงเกิดรัฐประหารในเมืองไทย ช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา

พรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอก

เวลาเกิดการยึดอำนาจ นักเลือกตั้งจะสยบยอมอำนาจปืน ทำเป็นแสร้งตาย เมื่อมีการเลือกตั้ง ส.ส. และมีการจัดตั้งรัฐบาล นักเลือกตั้งก็ผยองเดชเหมือนเดิม

บังเอิญ “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” (คสช.) ต่างจากคณะผู้ก่อการยึดอำนาจอื่น เพราะมีการวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และร่างรัฐธรรมนูญฉบับย้อนยุคให้มี ส.ว. 250 คน เป็นกองหนุน

นักเลือกตัั้งจึงแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่เข้ามาหนุน คสช. และกลุ่มต่อต้าน คสช. แต่อย่างไรก็ตาม นักเลือกตั้งก็คือนักเลือกตั้งที่รอคอยจังหวะและโอกาสการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

มองจากการที่พรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลรวม 6 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ก็ชัดเจนว่าได้เวลานักเลือกตั้ง “เอาคืน” คสช.

ไม่มีอะไรที่ซับซ้อนยุทธศาสตร์ของพรรคร่วมฝ่ายค้านมุ่งประเด็นไปที่ผู้รับผิดชอบหลักของรัฐบาลคือ นายกรัฐมนตรี เพราะในวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้กุมความรับผิดชอบทั้งการเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ รวมถึงดูแลด้านความมั่นคง และการเมืองเอาไว้หมด

เนวินและสมพงษ์

เหนืออื่นใด พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และออกแบบรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ทำให้นักเลือกตั้งถูก “ดองเค็ม”

แม้ก่อนยื่นญัตติซักฟอก จะมีลิเก จะมีละครหน้าม่าน ก็เป็นไปตามวัฒนธรรมการเมืองไทยๆ ที่เต็มไปด้วยข่าวลือต่างๆ นานา เหมือนฝ่ายค้านป่วย มีอาการโรคเลื่อน และโรคลมชักคือ ชักเข้าชักออก

นักเลือกตั้งซีกฝ่ายค้านรวมหัวกันเล่นเกมแยกน้ำออกจากปลา แยกนักเลือกตั้งพลังประชารัฐ ออกจาก “กลุ่ม 3 ป.” แยกนักเลือกตั้งภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์ ออกจากเครือข่าย คสช.

เกมซักฟอกจึงพุ่งเป้าไปที่นายกฯ ประยุทธ์ และทีมงานที่เกาะกลุ่มกันมาตั้งแต่ รัฐบาล คสช.เป็นหลัก โดยเฉพาะรมต. “โควตากลาง” พลังประชารัฐ ของนายกฯประยุทธ์ ที่ไร้กำลัง ส.ส.หนุนหลัง

ไม่มีรัฐมนตรีในสายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ถูกซักฟอกสักราย รวมถึงรัฐมนตรีสายกลุ่มสามมิตร พร้อมกับไม่มีรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย

หากเกมซักฟอกนำไปสู่การเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี นักเลือกตั้งทั้งหลายก็หันมาจูบปากกัน จัดตั้งรัฐบาลผสม แบ่งเค้กแบ่งโควตากันตามระเบียบ

“กลุ่มพลังยียาธิปไตยเติบใหญ่ขึ้นมาก หลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเดือนตุลาคม 2516 นักเลือกตั้งเผ่ายี้จากส่วนภูมิภาคตบเท้าเข้ามายึดสภาผู้แทนราษฎร ไม่แตกต่างจากคนเถื่อนบุกเข้ากรุงโรมในยุคอันธการแห่งยุโรป แต่ในไม่ช้านักเลือกตั้งเผ่ายี้เริ่มแปลงโฉมและสร้างภาพลักษณ์ อย่างน้อยด้วยการแต่งกายและเครื่องประดับอันโดดเด่น”

อาจารย์รังสรรค์ ธนะพรพันธ์ สรุปความเป็นนักเลือกตั้งไว้ชัดเจน และนี่คือขบวนการยียานุวัตร ที่ดำรงอยู่มานานกว่า 40 ปีแล้ว

คลุกวงใน วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/414601?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

คลุกวงใน วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์  2563

4 กุมภาพันธ์ 2563 – 09:08 น.
มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์,จำนำข้าว,โคโรน่า,ยิ่งลักษณ์
เปิดอ่าน 811 ครั้ง

คลุกวงใน วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์  2563  โดย…  พญาเสือ

หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ลึกกว่าข่าว 00000 “พญาเสือ” รายงานตัวเข้าเวรเช้ายันดึก ทำหน้าที่ขุดคุ้ยข่าวฉาว มาบรรณาการคนอ่าน

00000 เรื่องเวรเรื่องกรรม ไม่มีใครหนีพ้น กฎแห่งศาสนาพุทธ ต้องเป็นไปตามนั้น “พญาเสือ” ยกตัวอย่าง คนทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ใครทำอะไรที่ไหน ไม่สามารถปิดบังอำพรางได้

00000 ไวรัสโคโรน่า สถานการณ์สร้างวีรบุรุษจริงๆ วันนี้ คนจีน กลายเป็นวีรบุรุษ โดยเฉพาะผู้นำที่ชื่อ สี จิ้นผิง ในยามวิกฤติ สามารถกอบกู้สถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีที่ไหน สร้างโรงพยาบาลขนาดพันเตียงได้ภายใน 10 วัน น่าทึ่งที่สุด

00000 “พญาเสือ” อยากแนะนำ ประธานชวน หลีกภัย ติดต่อผู้รับเหมาจากจีนให้มาสร้างสภาเกียกกายให้หน่อย เพราะ “ซิโน-ไทย” สร้างมาหลายปี ขยายสัญญาแล้ว 4 ครั้ง ยังไม่เสร็จ แถมมีแนวโน้มว่าจะต่อสัญญาครั้งที่ 5 อีก

00000 ทำไมจีนถึงทำได้ เพราะว่า จีน จัดการกับ “คอร์รัปชั่น” ได้อย่างเฉียบขาด สี จิ้นผิง ซัดตัวใหญ่ก่อนเลย ตัวเล็กจะได้ไม่กล้า เหมือนโบราณว่า หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก ตรงข้ามกับประเทศไทย จัดการแต่ปลาซิวปลาสร้อย ส่วนปลาฉลาม ปลาชะโด รอดทุกราย ประเทศไทยเลยไม่ไปไหน

00000 เรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ “พญาเสือ” ถามแบบไม่เกรงใจ พรรคเพื่อไทย ยังจะกล้าอภิปรายนายกฯ อีกหรือ หากจะอภิปรายเรื่องทุจริต อยากให้กลับไปสำรวจตัวเอง ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงา ด้วยว่า รัฐบาลทักษิณ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีคดีโกงอะไรบ้าง

00000 เพราะว่ามีประกาศในราชกิจจานุเบกษา คดีจำนำข้าว จาก ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สรุปว่า ศาลให้จำเลยทั้งที่อยู่ในเรือนจำ และที่หนีคดี ร่วมกันชดใช้ ค่าเสียหาย 1.6 หมื่นล้าน นี่คือชัดเจน

00000 “พญาเสือ” ไม่อยากฟื้นฝอยหาตะเข็บ แต่ที่ผ่านมาก็เห็นว่า รัฐบาลไหนโกง รัฐบาลไหนไม่โกง เห็นๆ กันอยู่ ไม่มีทางจะเอาฝ่ามือไปปิดฟ้าได้ รัฐบาลไหนโกง จะอยู่ไม่ได้ หากรัฐบาลประยุทธ์โกง “พญาเสือ” ก็ไม่เอาไว้

00000 จึงอยากจะดูฝีมือของ ฝ่ายค้าน ว่าจะเอาข้อมูลทุจริตจากไหนมาเล่นงาน 3ป. อย่าลืม อภิปรายรัฐบาลประยุทธ์ 2 ไม่ใช่อภิปรายประยุทธ์ 1 ขืนอภิปรายประยุทธ์ 1 รับรองมีประท้วงวุ่นวาย และฝ่ายรัฐบาลมีสิทธิ์เสนอปิดอภิปรายได้ โดยไม่จำเป็นต้องอภิปรายครบ 3 วันตามข้อตกลงได้ คิดให้ดีเพราะพรรคเพื่อไทยแผลเยอะเหลือเกิน อย่าเอาข่าวหนังสือพิมพ์มาตัดแปะก็แล้วกัน

00000 ฮัดเช้ย! เกิดอะไรขึ้นกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) วันนี้ “ใบ้กิน” ประเด็น “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ชงตั้งลูกเข้าครม. ขอยกเว้นกฎก.ตร. ข้ามหัวอาวุโส ปรากฏว่า ตำรวจในสตช.พากันปิดปากเงียบ ยังกับป่าช้า “พญาเสือ” สงสัยว่า ตำรวจคงกลัว บิ๊กแป๊ะ จนหัวหด นอกจากจะไม่ให้ข่าวแล้ว ยังมากดดันผู้สื่อข่าวเนชั่นอีกต่างหาก นี่จะมากไปแล้ว ถือว่าเป็นการคุกคามสื่อเลยนะ

00000 “พญาเสือ” ไม่เข้าใจว่า ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ทำไมมีปฏิกิริยาแบบนี้ ทำไมไม่ปกป้องคนดี ทำไมไม่ปกป้องคนถูก ทำไมถึงไม่เป็นที่พึ่งให้ประชาชน ลืมเจตนารมณ์ขององค์กรไปแล้วหรืออย่างไร อย่างการสั่งให้ติดตามถอดเทปการให้สัมภาษณ์ของ “ทนายตั้ม” ษิทรา เบี้ยบังเกิด ก็คือการคุกคามประชาชนกลายๆ ทั้งๆ ที่การนำเรื่องไบโอเมทริกซ์ ไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เป็นการทำหน้าที่พลเมืองดี ถูกผิดยังไม่มีใครทราบ เพราะ ป.ป.ช.ยังไม่สรุป เมื่อมีคนร้อง สตช.จึงมีหน้าที่ไปชี้แจง ป.ป.ช. ว่าสุจริต ไม่ใช่ไปคุกคามคนร้อง

00000 เฮ้อ ! ได้ยิน อดีตตำรวจ อย่าง พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร บอกว่า ตำรวจยุคนี้ “ด้ายได้อายอด” มันเป็นแบบนี้จริงๆหรือการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะปฏิรูปตำรวจ ไม่ก้าวหน้า ไม่มีความหวังเลยใช่หรือไม่ หากยุค พล.อ.ประยุทธ์ ยังทำไม่ได้ แล้วเราจะหวังจากยุคนักการเลือกตั้ง มาทำการปฏิรูปตำรวจนั้น ชาติหน้าตอนบ่ายๆ

00000 ปิดท้าย ข่าว มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ สส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่ถูกอีก 5 ส.ส.ลอยแพ เลยไปไหนไม่ได้ จะไปรัฐบาลก็ “ดีล” ไม่สำเร็จเพราะฝั่งโน้นมี 5 ส.ส. แลกได้ 1 เก้าอี้ มิ่งขวัญ เลยเคว้ง จำใจต้องร่วมฝ่ายค้าน อย่างไม่มีทางเลี่ยง

00000 ก่อนหน้านี้ “พญาเสือ” ได้ยินว่า มิ่งขวัญ พยายามต่อรองกับแกนนำรัฐบาลอย่าง “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” เพื่อเข้าร่วมรัฐบาลและอยากทำงานในกระทรวงเศรษฐกิจ แต่ว่าฝั่ง 5 ส.ส. “ดีล” ตรงกับ ลุง เรียบร้อย และเก้าอี้รัฐมนตรี ต้อง สุภดิช อากาศฤกษ์ เท่านั้น ปากอย่าง ใจอย่าง ก็เป็น “องุ่นเปรี้ยว” ต่อไป จบข่าว 00000

อย่าประมาท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/414598?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

อย่าประมาท

4 กุมภาพันธ์ 2563 – 08:43 น.
ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019,ยาต้าน,ไวรัส,โคโรน่า
เปิดอ่าน 356 ครั้ง

อย่าประมาท บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563

การค้นพบสูตรยารักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดย นพ.เกรียงศักดิ์ อติพรวณิช อายุรแพทย์โรคปอด นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ กับ รศ.นพ.สืบสาย คงแสงดาว นายแพทย์เชี่ยวชาญแห่งโรงพยาบาลราชวิถี โดยใช้ยาต้านไวรัสหวัดที่เคยใช้รักษาโรคเมอร์ส ร่วมกับยาสองชนิดซึ่งเป็นยาต้านไวรัสเอดส์ จนผู้ป่วยรายนี้ซึ่งเป็นหญิงชาวจีนอายุ 71 ปีจากเมืองอู่ฮั่น ที่เข้ารับการรักษาครั้งแรกที่โรงพยาบาลหัวหิน และถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลราชวิถี อาการดีขึ้น ผลตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นลบภายใน 48 ชั่วโมง ถือเป็นความสำเร็จของแพทย์ไทยและก็สร้างความหวังให้สังคม ไม่เฉพาะกับประเทศไทยเท่านั้นแต่รวมถึงคนทั้งโลกที่มองเห็นหนทางต่อสู้ไวรัสมรณะชนิดนี้

อ่านข่าว… สื่อนอกกระพือข่าว”หมอไทยเก่งมาก”คิดสูตรพิฆาตไวรัสโคโรน่า
อย่างไรก็ตามตามคำแถลงของแพทย์บอกไว้ว่าตอนนี้ยังไม่ถือว่าคนไข้หายจากโรค แต่อาการดีขึ้นอย่างชัดเจน และจากการตรวจเลือดตลอด 10 วันก่อนการรักษาด้วยสูตรยาใหม่พบเป็นบวกเมื่อให้สูตรยานี้แล้วผลการติดเชื้อเป็นลบภายในเวลา 48 ชั่วโมง แนวโน้มการรักษาด้วยยาสูตรนี้ทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นแต่ยังต้องรอการศึกษาจนกว่าจะบอกได้ว่าเป็นมาตรฐานการรักษา และวิธีการรักษาในประเทศต่างๆนั้น ทางการจีนและประเทศอื่นได้รายงานในทิศทางเดียวกันออกมาเป็นระยะ ซึ่งเชื่อว่าความร่วมมือของแพทย์ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยที่เข้าร่วมด้วยจะสามารถพัฒนาการรักษาร่วมกันได้

อย่างไรก็ตามในวันถัดมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้อธิบายเพิ่มเติมว่า การให้ยารักษาของนายแพทย์ทั้งสองเป็นการรักษาจากประสบการณ์ ความชำนาญที่มาจากการใช้ความรู้ทางการแพทย์เป็นหลัก จากนี้คณะแพทย์จะจัดทำรายงานตัวอย่างผู้ป่วยเพื่อให้สถาบันวิชาการ สถาบันวิจัย นักวิทยาศาสตร์นำสถิติข้อมูลผลการรักษาครั้งนี้ไปหาข้อเท็จจริงให้มากที่สุดเพื่อวันหนึ่งผลการรักษาออกมาหายขาดทุกรายตามขนานยาดังกล่าวก็น่าจะเป็นผลดีต่อชาวโลก โดยสรุปจากคำยืนยันของรัฐมนตรีสาธารณสุขก็คือ จนถึงขณะนี้ยังไม่มียาที่สามารถพิชิตไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ 2019 ได้อย่างเด็ดขาด

แต่ถึงกระนั้นความพยายามของแพทย์ทั้งสองก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านการแพทย์ของไทยอีกทั้งยังจุดประกายให้เกิดความหวังแก่ชาวไทยและชาวโลกถึงหนทางรักษาโรคนี้ หรือแม้แต่การร่วมมือกับแพทย์ทั่วโลกเพื่อบรรลุเป้าหมายล้วนเป็นผลทางด้านบวกทั้งสิ้น ในขณะเดียวกันการให้ความรู้ ข้อเท็จจริงแก่สังคมอย่างสม่ำเสมอและตรงไปตรงมาก็เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพึงตระหนัก เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไปที่จะต้องยึดถือแนวทางปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์อย่างเครัดครัดต่อไป ทั้งเพื่อรักษาสุขภาพของตนเองและของสังคมโดยรวมด้วยยึดหลักสำคัญที่สุดคืออย่าประมาทโดยเด็ดขาด