ครม.สั่ง ป.ป.ท.คุมเข้มทุจริต ประพฤติมิชอบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/414100?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ครม.สั่ง ป.ป.ท.คุมเข้มทุจริต ประพฤติมิชอบ

1 กุมภาพันธ์ 2563 – 10:31 น.
ปปท,ประยุทธ์,ลุงตู่
เปิดอ่าน 1,229 ครั้ง

ครม.สั่ง ป.ป.ท.คุมเข้มทุจริต ประพฤติมิชอบ คอลัมน์…  อินไซด์ ครม.

“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 27 มกราคม โดยมีการพิจารณาวาระสำคัญ เช่น รับรายงานผลการดำเนินการกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบ ของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) เสนอ

นอกจากนี้ ครม.มีมติเรื่องดังกล่าวด้วย 1.มอบหมายให้สำนักงาน ป.ป.ท. ทำหน้าที่ในการประสานงานเกี่ยวกับการรับเรื่องร้องเรียนหรือพบเหตุอันควรสงสัยว่าข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดกระทำการหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตประพฤติมิชอบ และการไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 27 มีนาคม 2561 โดยให้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตของแต่ละหน่วยงานมีหน้าที่ในการรายงานผลการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งอยู่ในสังกัดหรือกำกับ ประกอบด้วย ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน รายงานมายังสำนักงาน ป.ป.ท. ตามรูปแบบวิธีการที่สำนักงาน ป.ป.ท. กำหนด

2.สำหรับการมอบหมายให้สำนักงาน ป.ป.ท. ตรวจสอบ เร่งรัด ติดตามการดำเนินงานของหัวหน้าส่วนราชการหรือหัวหน้าหน่วยงานของรัฐในการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในกรณีข้อร้องเรียนหรือพบเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดกระทำการหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตประพฤติมิชอบฯ นั้น ให้สำนักงาน ป.ป.ท. ดำเนินการตามมาตรการ 51 (2) และ (4) แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2551 ตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักงาน ก.พ.ร. ต่อไป

ครม.ยังอนุมัติ หลักการร่างกฎกระทรวงการมีและใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนของหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ และการมอบให้ประชาชนมีและใช้เพื่อช่วยเหลือราชการ (ฉบับที่…) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงเดิมปี พ.ศ. 2553 กำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.) และสำนักงานศาลปกครอง (ศป.) เป็นหน่วยงานราชการตามกฎกระทรวงฯ โดยไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490

นอกจากนี้ ครม.ยังรับทราบมาตรการการจัดการปัญหามลพิษทางเสียงจากสนามบินสาธารณะ ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ

มีสาระสำคัญของเรื่อง 1.มาตรการการจัดการปัญหามลพิษทางเสียงจากสนามบินสาธารณะ ใช้แนวทางการจัดการปัญหามลพิษทางเสียงจากอากาศยานอย่างสมดุลที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization : ICAO) ได้เสนอ ประกอบกับมาตรการการจัดการมลพิษทางอากาศและเสียงจากท่าอากาศยานที่ได้จัดทำในปี 2547 และผลการดำเนินงานตามมาตรการดังกล่าว รวมทั้งปัญหาอุปสรรคที่ผ่านมาเป็นแนวทางการพิจารณา เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการบิน ด้านผังเมือง ด้านสุขภาพ และท้องถิ่น ใช้เป็นกรอบการดำเนินงานในลักษณะงานบูรณาการร่วมกันในการจัดการปัญหามลพิษทางเสียงจากสนามบินสาธารณะ

2.มาตรการการจัดการปัญหามลพิษทางเสียงจากสนามบินสาธารณะ มีเป้าหมายคือ สนามบินสาธารณะทุกแห่งที่ได้รับความเห็นชอบแผนพัฒนาสนามบิน เพื่อรองรับการเดินทางทางอากาศ มีการดำเนินงานป้องกันปัญหามลพิษทางเสียงที่จะเกิดผลกระทบกับประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบสนามบินภายในปี 2566 โดยประกอบด้วย 4 มาตรการย่อย

3.มาตรการการจัดการปัญหามลพิษทางเสียงจากสนามบินสาธารณะ จัดทำขึ้นโดยคณะทำงานจัดการปัญหามลพิษทางอากาศและเสียงจากสนามบิน ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยคณะกรรมการควบคุมมลพิษ (โดยมีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน) โดยมีมติเห็นชอบต่อมาตรการจัดการปัญหามลพิษทางเสียงจากสนามบินสาธารณะตามที่ ทส.เสนอ และให้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบต่อไป

4.เรื่องมาตรการการจัดการปัญหามลพิษทางเสียงจามสนามบินสาธารณะจัดอยู่ในด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต

คลุกวงใน วันเสาร์ – วันอาทิตย์ที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/414097?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

คลุกวงใน วันเสาร์ – วันอาทิตย์ที่  1-2 กุมภาพันธ์ 2563

1 กุมภาพันธ์ 2563 – 10:20 น.
WHO,องค์การอนามัยโลก,ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่,โคโรน่า,ลุงตู่
เปิดอ่าน 444 ครั้ง

คลุกวงใน วันเสาร์ – วันอาทิตย์ที่  1-2 กุมภาพันธ์ 2563 โดย… อสนีบาต  aussaneebard@hotmail.com

คมเข้มทุกประเด็น ชัดเจนในเนื้อหา ลึกถึงเบื้องหลัง ต้องอ่านหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 อยู่ในมือคุณผู้อ่านแล้วครับ …0…สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ทำให้องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ตัดสินใจเมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา ออกประกาศ ให้เป็น “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ”

0…ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก นพ.เทดรอส อัธนอม เกเบรเยซุส ให้เหตุผลสำคัญของการประกาศ “ภาวะฉุกเฉินโลก” ไม่ใช่เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศจีน แต่เป็นเพราะการพบผู้ติดเชื้อในประเทศอื่น เพิ่มขึ้น เรื่อยๆ ความกังวลที่สุดของ องค์การอนามัยโลก คือหากไวรัสชนิดนี้ระบาดไปในประเทศที่มีระบบป้องกันด้านสาธารณสุขไม่ดีพอ จะทำให้ยากต่อการรับมือ

0…คราวนี้ เมื่อประกาศ “ภาวะฉุกเฉินโลก” หันกลับมาดูประเทศไทย ซึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวจีนมาท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้สถิติพบผู้ติดเชื้อชาวจีนในไทยมาเป็นลำดับสองรองจากจีน ทว่าตอนนี้ชาติอื่นกำลังแซงแล้วนะครับ มิวายสังคมโซเชียลประเทศไทยประเภทตื่นตูมบวกกับเป็นโรคคลั่งการเมือง ออกมาถล่มก่นด่า พาลมาลงที่ “รัฐบาลลุงตู่” เช่นเคย ทำนอง “เห็นมั้ย WHO ประกาศภาวะฉุกเฉิน รัฐบาลยังเชื่องช้าอยู่เลย”

0…ทำไงได้ ยุคเสพข่าวสารหน้าจอโทรศัพท์เหมือนบริโภคอาหารจานด่วน นิยมอ่านสั้นๆ ใช้ความรู้สึกเป็นตัวตัดสิน โดยไม่ได้ติดตามในสาระรายละเอียด มิแปลกที่จะมีการผลิตข่าวลวง ข่าวปลอมมากมาย แถมนำพาผู้คนหลงเชื่อ ครั้นหน่วยงาน องค์กรสื่อที่เป็นที่ยอมรับเสนอข้อเท็จจริง กลับไม่เชื่อซะงั้น

0…ขอย้ำ อ่านถ้อยแถลง WHO ให้ครบ ตั้งคำถามผลจากแถลงจะทำอย่างไรกันต่อ ในเมื่อสถานการณ์โรคชนิดนี้ติดต่อจากคนสู่คน จะรับมืออย่างไร … อสนีบาต… ยกรักแร้แสดงความเห็น ระหว่างนี้ไม่ต้องรอรัฐบาล รอวิทยาศาสตร์การแพทย์วิจัยหาวัคซีนหรอกครับ กลับมาสำรวจตนเองก่อน ตระเตรียมดูแลสุขภาพหมั่นศึกษารับคำแนะนำจากทางสาธารณสุข โดยเฉพาะหน้ากากอนามัย กินร้อนช้อนกลาง นี่คือ เบสิกขั้นพื้นฐานตามหลักอนามัย ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีแต่โรคอุบัติใหม่ ช่างอยู่ยากเต็มทน

0… คราวนี้ กลับมาที่องค์การอนามัยโลกอีกรอบ WHO ประกาศเพื่อให้ประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลางและพัฒนาการสาธารณสุขไม่ดีพอ ได้รับการสนับสนุนก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนประเทศไทยอยู่ระดับไหน ขออ้างอิง ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ อันเป็นสถาบันด้านการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก จัดอันดับ ไทย เป็นประเทศที่มีความเข้มแข็งด้านความมั่นคงด้านสุขภาพเป็น อันดับที่ 6 จากทั้งหมด 195 ประเทศ และเป็น อันดับหนึ่งของเอเชีย ในการเฝ้าระวังติดตามโรคระบาด ฉะนั้นต้องมั่นใจต่อทีมแพทย์ของไทยในการสู้กับไวรัสโคโรนาครั้งนี้เช่นกัน

0..แถลงของ WHO ต้องการให้คนทั่วโลกตระหนัก หาองค์ความรู้ใหม่ในการทำสงครามไวรัสชนิดนี้ พร้อมกับเปิดทางให้ได้รับคำแนะนำ จาก WHO อย่างทั่วถึง เหนืออื่นใด WHO ต้องการความร่วมมือ ไม่ได้ต้องการให้เกิดการกีดกันแตกแยก ทั้งย้ำเจตนาไม่ต้องการให้เลิกบินไปจีน ซึ่งตอนนี้มีประเทศทางยุโรปบางประเทศเริ่มสั่งงดบิน ซึ่ง WHO ไม่ต้องการเช่นนั้น… ตรงนี้ถึงบางอ้อ ทำไมไทยยังเปิดน่านฟ้าให้จีน แม้แต่ อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข เตรียมชงเรื่อง ของดวีซ่าชาวจีน มาประเทศไทยเข้าที่ประชุม ครม. โดน “ลุงตู่” ซึ่งเพิ่งหายป่วยจากไข้หวัดธรรมดา เบรกไปเรียบร้อยแล้ว

0…ปิดท้ายให้ข้อมูลผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตส่วนใหญ่อายุเฉลี่ย 60 อัพ และมีโรคประจำตัวด้วย ฉะนั้นการแพร่ระบาดของไวรัสอู่ฮั่นข้ามพรมแดนได้เร็วหากเทียบกับ ซาร์ส เมื่อ 17 ปีก่อน แต่อัตราการตายยังน้อยกว่าซาร์สที่เสียชีวิตทั่วโลกรวม 800 คน (ตอนนี้ผู้เสียชีวิตไวรัสอู่ฮั่น อยู่ในจีน 200 กว่าคน) ส่วนคนขับแท็กซี่ ที่ถือเป็นคนไทยรายแรก ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ผลการตรวจรักษาอาการดีขึ้น นี่จึงเป็นข่าวดีในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่น่าเสียดายกลับไม่ยักมีการขยายความให้เกิดการตระหนักแต่อย่าตระหนก

ศึกกล้วยไข่ ‘ไผ่-วราเทพ’ ฤามีรอยร้าว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/414087?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ศึกกล้วยไข่ ‘ไผ่-วราเทพ’ ฤามีรอยร้าว

1 กุมภาพันธ์ 2563 – 09:05 น.
เจาะประเด็นร้อน,เลือกตั้งซ่อมกำแพงเพชร,กลุ่มชากังราว,วราเทพ รัตนากร,ไผ่ ลิกค์,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก
เปิดอ่าน 3,195 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 1-2 ก.พ.63

*********************************

นึกว่า พรรคเพื่อไทยจะไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงเลือกตั้งซ่อม เขต 2 กำแพงเพชร เสียแล้ว เพราะมีข่าวลือ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย รับปากเพื่อนเก่ากลุ่ม 16 วราเทพ รัตนากร ที่ขอร้องไม่ให้เพื่อไทยส่งผู้สมัคร ส.ส. แต่เรื่องดังกล่าวไม่จริง เมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ได้มีมติเอกฉันท์ส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงสนามแน่นอน

สมกับคำขวัญของ จ.กำแพงเพชร คือ “กรุพระเครื่อง เมืองคนแกร่ง พระแสงฯ ล้ำค่า ศิลาแลงใหญ่ กล้วยไข่หวาน น้ำมันลานกระบือ เลื่องลือมรดกโลก” พรรคเพื่อไทยจึงส่ง กัมพล ปัญกุล” นายกสมาคมพระเครื่องเมืองกำแพงเพชร ลงสมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้งซ่อม เขต 2

สู้เพื่อแพ้

ย้อนไปก่อนวันเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 วราเทพ รัตนากร” แกนนำกลุ่มชากังราว นำอดีต ส.ส.กำแพงเพชร ไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ แรกทีเดียว พรรคเพื่อไทยได้หลีกทางไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส. และให้พรรคไทยรักษาชาติ ส่งผู้สมัคร ส.ส.แทน

พลันที่ “นายใหญ่” ทราบเรื่อง จึงสั่งการให้พรรคเพื่อไทยจัดทีมลงชนกับกลุ่มชากังราว แถมกำชับต้องสู้ให้ “คนทรยศ” รู้ว่า แม้จะพ่าย แต่ก็ไม่ยอมแพ้

วราเทพ รัตนากร ปริญญา ฤกษ์สาหร่าย และอนันต์ ผลอำนวย

คนแดนไกลได้มอบให้ พล.ต.ท.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ แม่ทัพเลือกตั้งภาคเหนือตอนล่าง จัดทีมผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 4 เขต

เมื่อเพื่อไทยส่งผู้สมัคร ส.ส.กำแพงเพชร ไทยรักษาชาติก็ต้องเว้นวรรค ทำให้ผู้สมัคร ส.ส.ค่าย ทษช.เมืองกล้วยไข่ ต้องเก็บป้ายหาเสียงทั้งน้ำตา

รวมถึง กัมพล ปัญกุล ที่เตรียมรถแห่และติดป้ายหาเสียงในสีเสื้อ ทษช. โดยลงสมัคร ส.ส.ที่เขต กำแพงเพชร

สายตรง“จุลพันธ์”

เฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 2 “อดุลรัตน์ แสงประชุม” มวยโนเนมสวมเสื้อเพื่อไทยลงสนามแบบกะทันหัน แม้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จะไปช่วยปราศรัยหาเสียง แต่ก็ทำแต้มได้แค่ 18,626 คะแนน แพ้แชมป์เก่า พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ แบบขาดลอย

กัมพล ปัญกุล

สำหรับ “จอม” กัมพล ปัญกุล นายกสมาคมพระเครื่องเมืองกำแพงเพชร และประธาน อปพร.กำแพงเพชร เคยเป็นรองนายก อบจ.กำแพงเพชร สมัยที่ “จุลพันธ์ ทับทิม” เป็นนายก อบจ.กำแพงเพชร ชาวเมืองกล้วยไข่จึงเรียกเขาว่า “รองจอม”

สมัยกัมพล สมัคร ส.ส.กำแพงเพชร

ดังที่ทราบกัน จุลพันธ์ ทับทิม เป็นนักการเมืองท้องถิ่น สายตรงบ้านใหญ่ “เรืองวิทย์ ลิกค์” และทุกวันนี้ จุลพันธ์ได้ทำงานมวลชนในพื้นที่ในนาม “ทีมงาน ส.ส.ไผ่ ลิกค์”

จุลพันธ์ ทับทิม

ส่วนตัวกัมพลเอง ในการเลือกตัั้งทั่วไป 2557 (รัฐบาลยิ่งลักษณ์) ได้ลงสมัคร ส.ส.เขต 2 กำแพงเพชร ในสีเสื้อพรรคภูมิใจไทย แต่เลือกตั้งโมฆะไปเสียก่อน

กัมพล หรือ “รองจอม” จึงมีต้นทุนมากกว่า อดุลรัตน์ แสงประชุม และน่าจะทำแต้มได้มากกว่าเดิม

สู้เพื่อพ่อ

คอลัมน์นี้ เคยเขียนวิเคราะห์ไปก่อนหน้านี้ว่า ความตื่นเต้นของศึกเลือกตั้งซ่อม เขต 2 เมืองกล้วยไข่ น่าจะอยู่ที่พรรคพลังประชารัฐ จะเลือก “เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์” ลูกชายไวพจน์ หรือ “จุลพันธ์ ทับทิม” อดีตนายก อบจ.กำแพงเพชร 3 สมัย เป็นตัวแทนพรรคลงสนาม

เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์

ฟาก จุลพันธ์ ทับทิม ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มบ้านใหญ่ “เรืองวิทย์ ลิกค์” แต่กลุ่ม “วราเทพ รัตนากร” หนุนเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ซึ่งสุดท้าย คณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ก็เลือกเพชรภูมิ

เมื่อวันที่ 29 มกราคม วราเทพ รัตนากร ได้นำลูกชาย “ไวพจน์” ไปสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ที่หอประชุม อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร โดยมี 2 ส.ส.กำแพงเพชร คือ ปริญญา ฤกษ์หร่าย และอนันต์ ผลอำนวย พร้อมด้วย สุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เดินทางมาให้กำลังใจด้วย

เป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่ม ส.ส.กำแพงเพชร ที่เดินทางมาในวันนั้น ล้วนเป็นสมาชิกกลุ่ม “กำแพงเพชรสามัคคี” ที่มี วราเทพ รัตนากร กับสนั่น สบายเมือง เป็นที่ปรึกษา

ไผ่ ลิกค์

ไม่แน่ใจว่า ไผ่ ลิกค์ ตัวแทนกลุ่ม “กำแพงเพชรพัฒนา” ติดธุระอะไร จึงไม่ได้มาให้กำลังใจลูกชายไวพจน์

มองข้ามช็อตไปถึงเลือกตั้งนายก อบจ.กำแพงเพชร เป็นไปได้ว่า “จุลพันธ์ ทับทิม” จะต้องแข่งกับคนหน้าเดิม “สุนทร รัตนากร” พี่ชายของวราเทพ

กลุ่มชากังราวร้าวลึกจริงหรือไม่…ต้องรอดูว่า เวทีหาเสียงเลือกตั้งซ่อม เขต ของพลังประชารัฐ จะมีภาพของ ไผ่ ลิกค์ และจุลพันธ์ ทับทิม ขึ้นเวทีด้วยหรือไม่ ?

สัญญาณจากอนามัยโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/414085?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

สัญญาณจากอนามัยโลก

1 กุมภาพันธ์ 2563 – 08:32 น.
องค์การอนามัยโลก,WHO,โคโรน่า,ไวรัส
เปิดอ่าน 370 ครั้ง

สัญญาณจากอนามัยโลก บทบรรณาธิการ นสพ.คมชัดลึก ฉบับวันเสาร์ – วันอาทิตย์ ที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2563

ในที่สุด ที่ประชุมองค์การอนามัยโลก (WHO) ก็มีมติประกาศให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 เป็นภัยพิบัติฉุกเฉินระดับโลก หลังจากที่พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อมรณะชนิดนี้เพิ่มเป็น 170 รายในจีน และยังมีผู้ติดเชื้ออีกประมาณ 7,800 คนในจีนและ 18 ประเทศทั่วโลก แต่ยังไม่พบผู้เสียชีวิตนอกประเทศจีน องค์การอนามัยโลกยังแสดงความกังวลกรณีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสเข้าไปยังประเทศที่ระบบสาธารณสุขอ่อนแอ ซึ่งขณะนี้หลายประเทศที่มีพรมแดนติดกับจีนได้ประกาศใช้มาตรการปิดพรมแดนและยกเลิกเที่ยวบินชั่วคราวแล้ว ขณะที่บริษัทห้างร้านต่างๆ ที่มีสาขาย่อยในประเทศจีนก็ปิดให้บริการ

การประกาศขององค์การอนามัยโลกครั้งนี้ เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังทุกประเทศทั่วโลก ให้เพิ่มความเข้มงวดกับมาตรการกักกันและควบคุมโรค และจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกอย่างเคร่งครัด ทั้งยังจะต้องแบ่งปันข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการและรับมือสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสมรณะนี้ด้วย ทั้งนี้สถานการณ์เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2563 พบว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในจีนเพิ่มขึ้นจาก 170 รายเป็น 213 ราย หรือเพิ่มในอัตรา 25% ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 9,096 ราย จากเดิม 7,000 กว่าคน ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีน ตัวเลขยังอยู่ที่ 98 คนใน 18 ประเทศ

สำหรับประเทศไทย มีรายงานว่า ในวันที่ 31 มกราคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะเสนอให้พิจารณามาตรการยกเลิกวีซ่าหน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง สำหรับนักท่องเที่ยวจีนชั่วคราว เพื่อสกัดการแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า เพื่อดูแลสถานการณ์ให้ดีที่สุดและให้นักท่องเที่ยวจีนมาไทยให้น้อยที่สุด พร้อมกับจัดตั้งศูนย์เพื่อรับมือในทุกจังหวัด ขณะที่รัฐบาลก็ยืนยันว่าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ จะมีเที่ยวบินไปรับคนไทยกลับจากเมืองอู่ฮั่น ขณะที่ทางการจีนก็จะจัดส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำมารับประชาชนชาวอู่ฮั่นกลับจากประเทศไทยด้วยเช่นกัน ขณะเดียวกันการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็ได้ออกมาตรการเยียวยา พยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หลังจากคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนหายไป 80%

อย่างไรก็ตาม การดำเนินมาตรการของรัฐบาลเกี่ยวกับการอพยพคนไทยนั้น เป็นที่วิจารณ์กันอย่างหนักว่า ชักช้าเกินไปจนถูกนำไปเปรียบเทียบกับการปฏิบัติต่อบุคลากรของกองทัพที่ได้กลับมาก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า แผนการรับมือของรัฐบาลไทยยังค่อนข้างล่าช้าไม่ทันการณ์ และไม่เป็นระบบระเบียบ ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ก็มีความกังวลเกี่ยวกับตัวเลขนักท่องเที่ยวนับสิบล้านคนและรายได้ร่วมแสนล้านบาทที่จะต้องหายไปกรณีการระบาดกินเวลานาน สิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องใคร่ครวญให้รอบคอบ เพราะถ้าหากเกิดการระบาดขึ้นในประเทศไทยแล้ว ความสูญเสียจะยิ่งใหญ่กว่ารายได้จากการท่องเที่ยวมากนัก สำคัญที่สุดก็คือ ระบบสาธารณสุขของไทยแข็งแรงเพียงพอหรือไม่

p5

ระวัง ป.จะพาลงเหว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/414083?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ระวัง ป.จะพาลงเหว

1 กุมภาพันธ์ 2563 – 08:21 น.
ประวิตร,ประยุทธ์,สตช,บิ๊กโจ๊ก,สารวัตรเหลิม
เปิดอ่าน 1,628 ครั้ง

ระวัง ป.จะพาลงเหว คอลัมน์… ดงงูเห่า โดย…ประชาไท ธนณรงค์

ฝ่ายค้านยื่นญัตติเชือด 3ป.แล้ว ป.ประยุทธ์ ป.ประวิตร และ ป.ป๊อก งานนี้บาง ป.แอบยิ้ม

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เพราะก่อนหน้านี้ คณะทำงานของ “สารวัตรเหลิม” พูดมาตลอดว่า ไม่มี ป.ประวิตร ขืนไปอภิปรายเรื่องแหวน และนาฬิกา ที่ ป.ป.ช.ตีตกไปแล้ว

อ่านข่าว…  มรสุมทางการเมืองของลุงตู่

ระวังจะโดน ป.ป.ช.เล่นงาน

แต่มีคนไปรายงานว่า ป.ประวิตร ไม่โดนเพราะมี “ดีลลับ” ทำให้ ป.ประยุทธ์ เกิดความแคลงใจว่า อย่างนั้นหรือ

นี่คือปฏิบัติไอโอทำให้ 2ป. ไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน

ขณะเดียวกัน ปฏิบัติการไอโอ ในการปล่อยข่าวว่า “สารวัตรเหลิม” กินเบ็ด ทำให้ไม่มีชื่อ ป.ประวิตร ทำให้ “สารวัตรเหลิม” เสียหาย สุดท้ายหาก ไม่มีชื่อ ป.ประวิตร คนจะเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น

ฝ่ายค้านเลยจำใจใส่ชื่อ ป.ประวิตร เข้าไป ป.ประวิตร ก็เลยซวย

ความจริงทั้ง 2ป.รักใคร่ชอบพอกันดี แต่มีบางคนไป “ยุแยง” ทำให้ 2 คนขัดใจกัน โดยเฉพาะเรื่องของตำรวจ ที่มี บิ๊กโจ๊ก เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ทั้งๆ ที่ บิ๊กโจ๊ก ไม่ได้มีพิษสงอะไร

คนที่ย้าย บิ๊กโจ๊ก ไปประจำสำนักนายกฯ ก็คือ ป.ประยุทธ์ และ ป.ประวิตร ก็เห็นด้วย เพราะหากบิ๊กโจ๊กยังอยู่ที่ สตช. รับรองว่า เละกว่าโจ๊ก เพราะผู้ยิ่งใหญ่จ้องจะเอาคืนอย่างแสนสาหัส

โมโหตั้งแต่ไม่มีคนกางร่มให้

ฉะนั้นเมื่อ ป.ประยุทธ์ เซฟ บิ๊กโจ๊ก แล้ว เหตุไฉนต้องออกคำสั่งให้ “หุบปาก” อีก ทั้งๆ ที่ บิ๊กโจ๊กไม่ได้พูดไม่ได้ให้ข่าวอะไรเลย ไม่มีอิทธิพลในสตช. จะขอย้ายตำรวจคนเดียวยังไม่ได้

เรียกว่า ไม่มีโควตาย้ายตำรวจเหมือนคนอื่นเลย แล้วทำไม ถึงต้องกลัว “ปาก” บิ๊กโจ๊ก

ใครเป็นคนไปเพ็ดทูลให้ ป.ประยุทธ์ ลงนามคำสั่งแบบนั้น คนนั้นเป็นใคร ทำไมถึงกลัวกันนัก ไปมี “ดีล” ลับอะไรกับใครหรือเปล่า ขนาดบิ๊กโจ๊กไม่ได้อยู่ใน สตช.แล้ว ยังตามเก็บไปถึง สปน.เลยหรือ

ไปได้ไอเดียจากใครที่ไหน เรื่องนี้ต้องไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่คิดเอง หรือว่าตำรวจไปรับใช้ผู้ต้องหา

วันนี้ ป.ประยุทธ์ กำลังตกอยู่ในวงล้อม เรียกว่า ถูกจับเป็น “ตัวประกัน” เพื่อเรียกค่าไถ่อะไรบางอย่าง ที่ ป.ประวิตร น่าจะทราบดี และบิ๊กโจ๊กก็คงทราบ ป.ประยุทธ์ ยิ่งทราบดีกว่าทุกคน

ใครบังอาจข่มขู่หรือจับ ป.ประยุทธ์ เป็นตัวประกันได้ขนาดนั้น มันเรื่องร้ายแรงหากเปิดออกมาอาจ “ตกเก้าอี้” กันเลยหรืออย่างไร

เพราะเรื่องไบโอเมทริกซ์ ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบอย่างเข้มข้น เรียกเอกสารจาก สตช. สอบปากคำพยานเพิ่มเติม งานนี้จบในเดือนมีนาคม

จะออกหัวหรือออกก้อย เดี๋ยวได้รู้กัน

แต่ปฏิบัติการไอโอที่ทำอยู่นี้ นับวันจะทำให้ ป.ประยุทธ์ และ ป.ประวิตร ระแวงกันมากยิ่งขึ้น ทั้งๆ ที่ มันไม่มีอะไรเลย ทั้งสองยังรักกันดี แต่เพราะทั้งสองยังรักกันดี เลยมีคนวางแผนทำให้แตกคอกัน

มีภาษิตกล่าวเอาไว้ว่า เสือไม่กินเหยื่อเพื่อน หากเสือกินเหยื่อเพื่อน มันไม่ใช่เสือและคบไม่ได้

ป.ประยุทธ์ ระวังหน่อย ข่าวว่าคนผู้นั้นประจบสอพลอเก่ง.

ผู้สรรสร้างทางวัฒนธรรม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/413947?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ผู้สรรสร้างทางวัฒนธรรม

31 มกราคม 2563 – 14:22 น.
ผู้สรรสร้างทางวัฒนธรรม,เลือกสรร,สร้างสรร,วัฒนธรรม
เปิดอ่าน 217 ครั้ง

ผู้สรรสร้างทางวัฒนธรรม โดย…   โคทม อารียา

คำว่า “สรร” แปลว่าเลือก ส่วนคำว่า “สรรค์” แปลว่าสร้าง เหตุที่เรานิยมใช้คำซ้ำมาประกอบเป็นคำใหม่ จึงมีคำว่า “เลือกสรร” หรือ “สร้างสรรค์” เกิดขึ้น ในที่นี้ขอใช้คำใหม่สักคำหนึ่งคือ “สรรสร้าง” ในความหมายว่า “สร้างสรรค์แบบเลือกสรร” นั่นเอง คำว่า “ผู้สรรสร้างทางวัฒนธรรม” แปลมาจากคำว่า cultural creatives ซึ่งเป็นคำที่ Paul H. Ray และ Sherry Ruth Anderson เป็นผู้เสนอให้ใช้กับชาวตะวันตกจำนวนมาก (ประมาณหนึ่งในสี่ในสหรัฐอเมริกา) ซึ่งอยู่นอกการแบ่งกลุ่มตามกระบวนทัศน์มาตรฐาน เป็นกลุ่มสมัยใหม่ (ประมาณครึ่งหนึ่งของประชากร) กับกลุ่มประเพณีนิยมหรืออนุรักษนิยม (ประมาณหนึ่งในสี่) ผมได้ข้อคิดที่จะมาเล่าสู่กันฟังดังต่อไปนี้จากหนังสือชื่อ “กุญแจแห่งอนาคต” ที่เขียนโดยนักวิชาการชาวฝรั่งเศสชื่อ Jean Staune

Ray และ Anderson ทำการวิจัยที่กว้างขวาง โดยวิเคราะห์แบบสอบถามกว่า 100,000 ฉบับ และสัมภาษณ์ผู้คนหลายพันคน จึงได้ข้อสรุปที่น่าทึ่งดังกล่าวข้างต้น ขอให้ผู้อ่านลองตอบคำถามดังต่อไปนี้เพื่อทดสอบว่าผู้อ่านอยู่ในกลุ่มประชากรกลุ่มใด
– ในชีวิตของท่าน ท่านให้ความสำคัญแก่ “การเป็น” ในลำดับก่อน “การมี” ใช่หรือไม่
– สมมุติว่ารุ่มรวยพอ ท่านก็จะไม่ซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์หรือรถยนต์เฟอร์รารี ใช่หรือไม่
-ท่านมีการใฝ่หาทางศาสนาหรือจิตวิญญาณ แต่ไม่รับ “คำสอนพร้อมให้เชื่อ” ที่เสนอโดยศาสนาสำคัญๆ ใช่หรือไม่
-ท่านใฝ่หาการพัฒนาด้านใน โดยการเจริญสติภาวนา การเล่นโยคะ การฝึกชี่กง หรือการเข้าเงียบในศาสนสถาน ใช่หรือไม่
– ท่านไม่พอใจการสื่อสารในปัจจุบัน ท่านสงสัยข้อความที่นำเสนอผ่านสื่อต่างๆ แต่ท่านก็ไม่เชื่อในทฤษฎีสมคบคิด ใช่หรือไม่
-ท่านเลือกชอบที่จะอ่านหนังสือหรือบทความในอินเทอร์เน็ต มากกว่าการชมรายการโทรทัศน์ ใช่หรือไม่
– ท่านรู้สึกอึดอัดกับข้อเสนอทางการเมืองที่มีอยู่ ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายขวา ใช่หรือไม่
– ท่านคิดว่าสตรีและคุณค่าอิตถีเพศควรมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้นในสังคม ใช่หรือไม่
-ท่านรู้สึกว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะดูแลรักษาธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะของสิ่งมีชีวิต ใช่หรือไม่
– เพื่อเอื้ออำนวยต่อเหตุมุ่งหมายข้างต้น ท่านพร้อมที่จะเสียสละและซื้อสินค้าที่แพงกว่าได้หรือไม่
-ท่านซื้อสินค้าจากการพาณิชย์ที่เท่าเทียม (equitable commerce) และจากการเกษตรชีวภาพบ้างหรือไม่
– ท่านเลือกชอบที่จะไปพักร้อนในฟาร์มหรือไปกางเต็นท์ในภูเขามากกว่าจะไปอยู่ในคลับหรูชายทะเล หรือที่ชายหาดดังๆ ใช่หรือไม่
– ท่านรำคาญการโฆษณาสินค้าและลัทธิบริโภคนิยม ใช่หรือไม่
-ท่านรู้สึกดีที่จะไม่ครอบครองอะไรมาก และปฏิเสธที่จะซื้อสิ่งประดิษฐ์ใหม่ล่าสุดที่ท่านไม่ต้องการ ใช่หรือไม่
-แม้ว่าท่านยังอาศัยการรักษาพยาบาลสมัยใหม่ แต่ท่านก็วิพากษ์วิจารณ์การแพทย์สมัยใหม่ และพึ่งพาการแพทย์ทางเลือกเป็นบางครั้ง ใช่หรือไม่
– ท่านสนใจอารยธรรมดั้งเดิมบางอารยธรรม เช่น อารยธรรมชาวอินเดียนแดง ชาวทิเบต ชาวอะบอริจิน เป็นอย่างมาก ใช่หรือไม่
– ในแต่ละเดือนท่านให้เวลาหลายชั่วโมงแก่กิจกรรมอาสาสมัคร ใช่หรือไม่

ถ้าผู้อ่านตอบคำถามข้างต้นว่า “ใช่” เป็นส่วนใหญ่ แสดงว่าท่านอยู่ในกลุ่ม ผู้สรรสร้างทางวัฒนธรรม ลักษณะเด่นของบุคคลในกลุ่มนี้คือ (1) การแสวงหาความหมายแก่การใช้ชีวิต การให้ความสำคัญแก่เรื่องทางจิตวิญญาณโดยไม่รับความคิดมูลฐานนิยม (fundamentalism) (2) การเคารพธรรมชาติและการพัฒนาที่ยั่งยืน (3) การเคารพและมีความรู้สึกเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับผู้เป็นอื่น รวมทั้งชนกลุ่มน้อย และชนเผ่าดั้งเดิม (4) การไม่พอใจบรรดาผู้เชี่ยวชาญ สื่อสารมวลชน นักการเมือง บรรษัทขนาดใหญ่ การโฆษณาสินค้า การแพทย์แผนปัจจุบัน ฯลฯ ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธความคิดสุดโต่ง รวมถึงทฤษฎีสมคบคิด ที่เห็นว่ามี “สายลับ” หรือ “สมาคมลับ” เช่น Illuminati ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ของทุกวันนี้

ในสหรัฐอเมริกาการผุดบังเกิดของกลุ่มผู้สรรสร้างทางวัฒนธรรมเป็นเรื่องใหม่ จึงมักถูกมองข้ามไป อย่างไรก็ดีการศึกษาข้างต้นแบ่งคนอเมริกันเป็นสี่กลุ่มที่มีจำนวนเท่าๆ กันคือ กลุ่มผู้สรรสร้างทางวัฒนธรรม กลุ่มผู้มีความคิดอนุรักษนิยม ประเพณีนิยม ชาตินิยมสุดโต่ง ที่มองเข้ามาที่กลุ่มของตัวเองก่อน กลุ่มผู้มีกระบวนทัศน์สมัยใหม่และมีความคิดทางการเมืองแบบซ้ายอ่อนๆ (ผู้นิยมพรรคเดโมแครตในสหรัฐ) และสุดท้ายกลุ่มผู้มีกระบวนทัศน์สมัยใหม่แบบขวาอ่อนๆ (ผู้นิยมพรรคริพับลิกัน) ดังนั้นความสำเร็จของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐคนหนึ่งคนใดน่าจะขึ้นอยู่กับว่าผู้สมัครคนนั้นสามารถระดมให้กลุ่มหนึ่งใดในสี่กลุ่มข้างต้น เกิดแรงจูงใจพอที่จะออกมาเลือกผู้สมัครคนนั้น เป็นไปได้ว่าอดีตประธานาธิบดีโอบามาสร้างแรงจูงใจให้แก่กลุ่มผู้สรรสร้างทางวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี ส่วนประธานาธิบดีทรัมป์สร้างแรงจูงใจให้กลุ่มประเพณีนิยม-ชาตินิยมให้มาเลือกเขาอย่างเป็นกลุ่มเป็นก้อน ไม่ว่าเขาจะตุกติกหรือระรานเพียงใดก็ไม่สำคัญ สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะมีขึ้นในปลายปีนี้ ผลอาจจะขึ้นอยู่กับว่าผู้สมัครคนใดจะรับทราบและรู้จักนำผลการวิจัยของ Ray และ Anderson ไปใช้สักเพียงใด

ในยุโรปภูมิทัศน์ทางการเมืองมีความเป็นพลวัตมากขึ้น เช่น (1) เราเห็นการผุดบังเกิดของความนิยมของพรรคการเมืองฝ่ายขวา ไม่ว่าจะเป็นในอิตาลี โปแลนด์ ออสเตรีย ฮังการีและสหราชอาณาจักร เป็นต้น (2) เราเห็นความยากลำบากมากขึ้นในการพัฒนาความเป็นสหภาพยุโรป ที่ต้องการความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากกว่าการมาก่อนของความรู้สึกชาตินิยม (3) เราเห็นการผุดบังเกิดของพรรคการเมืองแนวใหม่ที่ได้รับความนิยมเพราะปฏิเสธหรือประท้วงแนวเก่า เช่น ที่ กรีก อิตาลี ยูเครน เป็นต้น (4) เราเห็นการออกนอกกรอบของการแบ่งเป็นฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาในฝรั่งเศส (5) เราเห็นการเพิ่มขึ้นของข้อเรียกร้องทางนิเวศวิทยา โดยเฉพาะการเรียกร้องให้นักการเมืองเอาจริงเอาจังกับภาวะโลกร้อน พรรคการเมืองฝ่ายเขียวกำลังประสบความสำเร็จมากขึ้นในประเทศสวิส และเยอรมัน

อย่างไรก็ดียังไม่ได้มีการศึกษาอย่างจริงจังว่ากลุ่มสรรสร้างทางวัฒนธรรมมีจำนวนมากน้อยเพียงใดในประเทศต่างๆ ของยุโรป และกลุ่มเช่นนี้จะสร้างพลวัตแก่ภูมิทัศน์ทางการเมืองของยุโรปได้มากน้อยเพียงใด

นักวิชาการในยุโรปยังศึกษาพลวัตทางวัฒนธรรมและทางการเมืองน้อยกว่านักวิชาการในสหรัฐ และเป็นธรรมดาที่นักวิชาการในประเทศไทยยังจะตามหลังอยู่อีก นักวิชาการจึงควรตื่นตัวและได้รับการสนับสนุนมากขึ้นกว่านี้ ทั้งนี้เพราะไทยกำลังเผชิญวิกฤติหลายด้าน นพ.ประเวศ วะสี ได้เตือนหลายครั้งว่า ในทางการเมืองเรายังเป็นเหมือนไก่ที่จิกตีกันอยู่ในเข่ง ในทางเศรษฐกิจความเหลื่อมล้ำที่ยังมีสูง การเก็บเงินภาษีหรือรับเงินบริจาคจากคนรวยมาช่วยคนจนยังทำได้ยากมาก

น่าจะมีการศึกษาอย่างที่ Ray และ Anderson ทำไว้ เช่น ลองสอบถาม (ในทำนองแบบสอบถามข้างต้น) เพื่อดูว่ามีคนไทยมากไหมที่อยู่ในกลุ่มผู้สรรสร้างทางวัฒนธรรม อาจจะลองศึกษาเพิ่มเติมบ้างว่าคนกลุ่มนี้เห็นอย่างไรเกี่ยวกับภาพ “ไก่จิกกันอยู่ในเข่ง” และกับภาพ “รวยกระจุก จนกระจาย” ถ้าเห็นพ้องกันว่าประเทศอยู่ในภาวะวิกฤติ คนกลุ่มนี้จะมีส่วนช่วยเป็นพลังการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร เช่น จะใช้อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดความเข้าใจกันในความแตกต่าง และเกิดการพัฒนาการพาณิชย์ที่เท่าเทียมได้อย่างไร

เส้นทางคดีร้อน งบ 3.2 ล้านล้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/413933?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เส้นทางคดีร้อน งบ 3.2 ล้านล้าน

31 มกราคม 2563 – 13:50 น.
งบประมาณรายจ่าย63,ศาลรัฐธรรมนูญ,ฝ่ายค้าน,ไม่ทำการไต่สวน-ยุติการไต่สวน
เปิดอ่าน 486 ครั้ง

เปิดเส้นทางวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขาดร่างงบปี 63 ตราขึ้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ คอลัมน์… Special Report

เป็นไปตามความคาดหมาย เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องที่ ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ส.ส.รัฐบาล เข้าชื่อผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) ว่า ร่าง พ.ร.บ.รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ สืบเนื่องจากมี ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน

พร้อมแจ้งให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ และนายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ยื่นคำชี้แจงต่อศาล ภายในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 โดยเฉพาะรายของ “ฉลอง” น่าสนใจว่าจะมีคำชี้แจงออกมาอย่างไร ภายหลัง “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดประเด็นและปรากฏความผิดอย่างชัดเจน

สำหรับการ “รับคำร้อง” ของศาลครั้งนี้ เป็นขั้นตอนแรกในกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 “เนชั่นสุดสัปดาห์” พาไปตรวจสอบกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจากนี้จะเป็นอย่างไร

เริ่มที่ข้อเท็จจริงตามคำร้องที่ส่งมาถึงศาลรัฐธรรมนูญผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎรมีทั้งหมด 3 สำนวนด้วยกัน ตั้งแต่คำร้องของ “วิรัช รัตนเศรษฐ” และ ส.ส.รวม 109 คน แต่มีประเด็นพิจารณาเป็นเรื่องเดียวกันกับคำร้องของ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” และ ส.ส.รวม 84 คน ศาลจึงสั่งให้ไปรวมคำร้องพิจารณาทั้งสองเรื่องเข้าด้วยกัน ส่วนคำร้องของ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” พร้อม ส.ส.อีก 77 คน พบว่า มีรายชื่อ 30 ส.ส. ลงชื่อซ้ำกับในคำร้องของ “สมพงษ์” ทำให้ยอด ส.ส.ไม่ถึง 1 ใน 10 ตามหลักเกณฑ์ในมาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) ของรัฐธรรมนูญ คำร้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จึงตกไป

จากนั้นเมื่อศาลรับคำร้องแล้ว ภายในระยะเวลา 15 วัน หรือภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด ศาลจะเปิดให้ “ผู้ถูกร้อง” และผู้ที่เกี่ยวข้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเป็นหนังสือ ซึ่งในกรณีนี้กำหนดไว้ไม่เกินวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนพิจารณาคดี โดยมาตรา 58 วรรคหนึ่ง ของกฎหมายฉบับนี้ ระบุไว้ว่า หากศาลเห็นว่าคดีใดเป็นปัญหาข้อกฎหมาย หรือมีพยานหลักฐาน “เพียงพอ” จะพิจารณาวินิจฉัยได้ ศาลจะประชุมปรึกษาเพื่อพิจารณาและวินิจฉัย โดย “ไม่ทำการไต่สวน” หรือ “ยุติการไต่สวน”

ในขั้นตอน “ไม่ทำการไต่สวน-ยุติการไต่สวน” องค์คณะตุลาการจะประชุมเพื่อพิจารณาวินิจฉัย โดยตุลาการทุกคนต้องทำความเห็นส่วนตนเป็นหนังสือ พร้อมแถลงด้วยวาจาต่อที่ประชุม เพื่อให้ที่ประชุมปรึกษาหารือร่วมกันก่อนลงมติ โดยในขั้นตอนนี้ องค์คณะอาจมอบหมายให้ตุลาการคนหนึ่งคนใด เป็นผู้จัดทำคำวินิจฉัยตามมติของศาล ขณะเดียวกันในคดีนั้นมี “ผู้ถูกร้อง” ศาลจะแจ้งให้มาฟังคำวินิจฉัย จนเมื่อศาลมีคำวินิจฉัยของคดีแล้ว งานธุรการศาลจะประกาศคำวินิจฉัยส่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

แต่หากเป็นขั้นตอน “ศาลไต่สวน” ศาลจะกำหนดวันนัดไต่สวนครั้งแรก พร้อมส่งสําเนาประกาศให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันนัด โดยระหว่างนี้คู่กรณี “ผู้ร้อง-ผู้ถูกร้อง” มีสิทธินำเสนอพยานหลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติมประกอบการไต่สวนได้ แต่ต้องยื่นก่อนวันที่ศาลกำหนดจะมีคำวินิจฉัยไม่น้อยกว่า 7 วัน ขณะเดียวกันตามมาตรา 61 ยังเปิดให้อำนาจศาลสามารถ “ตรวจพยานหลักฐาน” คู่กรณีที่เสนอมาได้ ก่อนที่ศาลจะออกนั่งพิจารณาและ “ไต่สวนพยาน”

ขั้นตอนสำคัญของระยะเวลาพิจารณาคดีจะเป็นอย่างไร อยู่ที่อำนาจองค์คณะตุลาการจะเห็นว่าควรไต่สวน “เพิ่มเติม” หรือไม่ หรือกำหนดวันไต่สวนนัดอีกเมื่อใด ซึ่งอยู่ในขั้นตอนไต่สวนตามที่มาตรา 61 กำหนดไว้อีกครั้ง แต่ที่สุดแล้วหากศาลเห็นว่ามีพยานหลักฐาน “เพียงพอ” วินิจฉัยคดี จะมีคำสั่ง “ยุติการไต่สวน” ตามอำนาจในมาตรา 58 วรรคหนึ่ง เพื่อให้ตุลาการประชุมเพื่อพิจารณาคำวินิจฉัย

สำหรับขั้นตอนนี้จะเป็นเช่นเดียวกับขั้นตอน “ไม่ทำการไต่สวน-ยุติการไต่สวน” โดยองค์คณะตุลาการทุกคน ต้องทำความเห็นส่วนตนเป็นหนังสือ พร้อมแถลงด้วยวาจาต่อที่ประชุม ก่อนประชุมลงมติ และแจ้ง “ผู้ถูกร้อง” มาฟังคำวินิจฉัย ซึ่งผลคำวินิจฉัยของคดีตามที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 กำหนดไว้ต่อผลตัดสินใน 2 แนวทาง

1.ให้มีผลในวันอ่าน ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง หรือ 2.ให้มีผลในวันที่ศาลลงมติ ซึ่งเป็นวันที่ปรากฏในคำวินิจฉัยเป็นวันอ่านตามมาตรา 76 วรรคสาม โดยทั้ง 2 แนวทางเมื่อได้คำวินิจฉัยแล้วจะประกาศคำวินิจฉัยของศาล ส่งไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

สำหรับประเด็นประกอบคำร้อง ส.ส.รวม 109 คน ได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1.กระบวนการร่าง พ.ร.บ.รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ขัดหรือแย้งกับหลักการการออกเสียงลงคะแนน ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 120 หรือไม่ 2.หากมีปัญหา จะมีปัญหาทั้งฉบับหรือเฉพาะมาตราที่มีปัญหา และ 3.จะดำเนินการในแต่ละกรณีต่อไปอย่างไร

ถึงแม้กรอบเวลาการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ใน พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 แต่ประเด็นสำคัญที่อยู่ในความสนใจของทุกฝ่ายถึงความเป็นไปต่อ “งบปี 63” ที่แขวนไว้บนปากเหวจะเป็น “โมฆะ” หรือไม่.

แค้นสั่งฟ้า ‘ซุ้มธรรมเพชร’ เด็ด ‘เด็กเปี๊ยะ’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/413864?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

แค้นสั่งฟ้า ‘ซุ้มธรรมเพชร’ เด็ด ‘เด็กเปี๊ยะ’

31 มกราคม 2563 – 10:43 น.
เจ๊เปี๊ยะ,สนามพัทลุง,ซุ้มไข่ดำ,นาที รัชกิจประการ,พรรคภูมิใจไทย,เสียบบัตรแทนกัน,เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก
เปิดอ่าน 5,775 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 31 ม.ค.63

****************************

ยุทธนิยายเรื่อง “แค้นสั่งฟ้า” หรือ “ห่วงมากรัก” เป็นผลงานของ “โกวเล้ง” นักเขียนนิยายจีนกำลังภายในนามกระเดื่องผู้นี้ และแปลโดย น.นพรัตน์ มีประโยคที่คนชอบคัดลอกมาเผยแพร่ว่า “ความแค้นเป็นอารมณ์ความรู้สึกที่ดิบเถื่อนที่สุดของมนุษย์ชาติ อาจจะบางทีเป็นชนิดที่รุนแรงที่สุด บางครั้งถึงกับสามารถทำลายล้างทุกสิ่ง ดังนั้นอาวุธชนิดที่สี่ที่ข้าพเจ้ากล่าวถึงมิใช่ห่วงมากรัก หากแต่เป็นความแค้น”

คอการเมืองที่รู้สึกเบื่อการเมืองไทย ลองไปหานิยายกำลังภายในเรื่องแค้นสั่งฟ้ามาอ่าน เพราะเป็นเรื่องไม่ยาวมากนัก

“แหม่ม”ออกศึก

เริ่มจาก “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดประเด็น “เสียบบัตรแทนกัน” สะท้านสะเทือนแผ่นดิน ทำเอา “ฉลอง เทอดวีระพงศ์” ส.ส.พัทลุง และ “นาที รัชกิจประการ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ต้องหนาวๆ ร้อนๆ

 สุพัชรี ธรรมเพชร 

เหมือนเรื่องจะยังไม่จบ “แหม่ม” สุพัชรี ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเปิดหลักฐานการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.พัทลุง เขต 1 พรรคภูมิใจไทย อันเนื่องจาก ส.ส.คนดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมสภา ในวันที่ 10 มกราคม 2563 ในระหว่างพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ

พูดง่ายๆ กรณีนี้ก็คล้าย ส.ส.ฉลอง ตัวอยู่ที่พัทลุง แต่ลงโหวตรับร่างพ.ร.บ.งบประมาณ โดยอดีตส.ส. “แหม่ม” บอกว่า เธอทำครั้งนี้ในนามส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรค

“สุพัชรี” ลูกสาวของ สุพัฒน์ ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง 6 สมัย เป็น ส.ส.มา 2 สมัย แต่ฤดูกาลเลือกตั้ง 2562 เธอสอบตก พ่าย “ไข่ดำ” ภูมิศิษฎ์ คงมี พรรคภูมิใจไทย

สุพัฒน์ ธรรมเพชร

สเตตัสในเฟซบุ๊กส่วนตัวของอดีต ส.ส.แหม่ม “ถ้ามี ส.ส.บางท่าน ฝากบัตรให้เสียบแทนกันอีก พี่น้องประชาชนจะรู้สึกอย่างไรคะ”

วันเดียวกัน “ส.ส.ไข่ดำ” ก็อัพสเตตัสในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ไม่ว่ามีอะไรเกิดขึ้น หน้าที่ผมคือดูแลและอยู่เคียงข้างประชาชน”

ตาต่อตา ฟันต่อฟัน สไตล์คนจริงเมืองลุง..นี่คือวัฒนธรรมการเมืองท้องถิ่นปักษ์ใต้

ซุ้มธรรมเพชร

หากมีการเลือกตั้งท้องถิ่นในปีนี้ตระกูล “ธรรมเพชร” คงได้เวลาชำระแค้นทั้งต้นทั้งดอก เพราะ “วิสุทธิ์ ธรรมเพชร” นายก อบจ.พัทลุง ในนาม “พลังพัทลุง” ได้จัดทีมผู้สมัคร ส.อบจ.ครบทุกเขต พร้อมกับออกหาเสียงกันแล้ว

วิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายกฯ อบจ.พัทลุง

“วิสุทธิ์” เป็นน้องชายของ สุพัฒน์ ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง หลายสมัย และเป็นน้าชายของ สุพัชรี ธรรมเพชร เลือกตั้งนายก อบจ.พัทลุง ปี 2555 “เจ๊เปี๊ยะ” นาที รัชกิจประการ จับมือวิสุทธิ์ ธรรมเพชร จัดทีมร่วมกันเอาชนะทีมคู่แข่งขาดลอย

ทีมพลังพัทลุง

ปีโน้น “ไข่ดำ” ภูมิศิษฐ์ คงมี ส.อบจ.เขต อ.เขาชัยสน ได้เป็นรองนายก อบจ.พัทลุง โควตาเจ๊เปี๊ยะ ซึ่งเป็นก้าวแรกที่ค่ายสีน้ำเงินเข้ามาปักธงในพื้นที่เมืองลุง

ภูมิศิษฐ์ คงมี ส.ส.พัทลุง

เที่ยวนี้ วิสุทธิิ์ เปิดตัวทีมงานที่มี สมชาย อินปาน รองนายก อบจ.พัทลุง และ วงษ์รัตน์ เพชรตีบ ส.อบจ.พัทลุง เขต อ.ปากพะยูน และรองนายก อบจ.พัทลุง เป็นแกนหลัก

ว่ากันว่าสนามท้องถิ่นพัทลุงจะถูกจับตามองเป็นพิเศษ รับประกันสู้กันเลือดเดือดแน่

ซุ้มไข่ดำ-เจ๊เปี๊ยะ

มิเพียง “เจ๊เปี๊ยะ” จะส่ง ส.จ.ไข่ดำ เป็นส.ส.พัทลุงเท่านั้น เจ๊ใหญ่ใจถึงยังดึง “ส.จ.ท็อป” ภุชงค์ วรศรี ส.อบจ.เขต อ.ควนขนุน และประธานสภา อบจ.พัทลุง สายพรรคประชาธิปัตย์ ย้ายค่ายมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทย พร้อมกับ 8 ส.จ.สังกัดซุ้มธรรมเพชร

ทีมภูมิใจพัทลุง

ปลายปี 2562 เจ๊เปี๊ยะ ได้เปิดตัวกลุ่ม “ภูมิใจพัทลุง” โดยวางตัว ภุชงค์ วรศรี เป็นว่าที่นายก อบจ.พัทลุง และ “ส.จ.เด๊ะ” ประเสริฐ ดำสุด ส.อบจ.พัทลุง เขต อ.ตะโหมด เป็นว่าที่รองนายก อบจ.พัทลุง

เมื่อ 6 มกราคม 2563 “ส.จ.ท็อป” ได้เปิดสำนักศูนย์ประสานงาน “ภูมิใจพัทลุง” ที่ถนนวีระศักดิ์พัฒนา  ต.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง พร้อมมอบปฏิทินสวัสดีปีใหม่ 2563 ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กภูมิใจพัทลุง โดยมีภาพของ นาที รัชกิจประการ ถ่ายคู่กับ ภุชงค์ วรศรี

ภุชงค์ วรศรี

ถ้าเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับ ส.ส.พัทลุง กรณีเสียบบัตรแทนกัน ก็ประเมินว่า ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.พัทลุง ค่ายสีน้ำเงินคงเดิมพันหมดหน้าตัก

ศึกนี้แพ้ไม่ได้ พ่ายก็ไม่มีที่ยืน เพราะรู้กันอยู่ว่าฟากพรรคเก่าแก่แค้นฝังหุ่นมานานแค่ไหน?

คลุกวงใน วันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/413874?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

คลุกวงใน วันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2563

31 มกราคม 2563 – 09:46 น.
ธนกร วังบุญคงชนะ,ลงุตู่,โคโรน่า,รมวคลัง
เปิดอ่าน 505 ครั้ง

คลุกวงใน วันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2563 โดย…  พญาเสือ

หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ลึกกว่าข่าว 00000 “พญาเสือ” ประจำการเสาะข่าวคม ข่าวชัด ข่าวลึก ครบทุกรสสดตลอดวัน มาบรรณาการคนอ่านไม่เคยขาด

00000 ระยะนี้ข่าวปลอม หรือเฟคนิวส์ เยอะเหลือเกิน หากเป็นข่าวปลอมจากพวกนักเลงคีย์บอร์ด พวกเกรียนอะไรเทือกนั้น “พญาเสือ” ไม่สนใจ แต่นี่ นักการเมือง เล่นปล่อย “ข่าวปลอม” เพื่อถล่มลุงตู่ แบบนี้คบไม่ได้

00000 ในยุคสงครามข้อมูลข่าวสาร ยิ่งไวรัสโคโรน่า ป่วนโลกขณะนี้ ยิ่งต้องสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชน ได้รับข้อมูลข่าวสาร ตรง เร็ว ทันเวลา แต่ว่าทีมโทรโข่งของรัฐบาล ที่นำโดย “ดร.แหม่ม” นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ น่าจะ “สอบตก” ในการประชาสัมพันธ์และการแก้ข่าว

00000 สถานการณ์สร้างวีรบุรุษฉันใด สถานการณ์ก็ฆ่าวีรบุรุษได้ฉันนั้น เช่นเดียวกับเหตุการณ์วันนี้ เมื่อสงครามข่าวสารปะทุ เราจึงรู้ว่า “อาจารย์แหม่ม” ไร้กึ๋นที่จะสู้รบกับ สงคราม เหล่านี้

00000 ฝ่ายค้านออกข่าวโจมตีรัฐบาลทุกวัน แต่ยังไม่มีเสียงกระแอมกระไอจากโฆษกรัฐบาลเลย นี่มันหมายความว่าอย่างไร นายกฯ ลุงตู่ สู้อุตส่าห์ตั้งให้เป็นโฆษกแล้ว แต่กลับทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่แบบนี้ ปลดซะเลยดีกว่า

00000 “พญาเสือ” มองไม่เห็นใครที่จะครบเครื่องถึงลูกถึงคน ทุกกระบวนท่า ได้ดีเท่า ดร.แด๊ก ธนกร วังบุญคงชนะ งานปะฉะดะแบบไม่เปลืองตัว ให้ข่าวได้ทุกสถานการณ์โดยไม่ต้องเสียเวลาแต่งหน้าทาปาก ต้องยกให้เลย

00000 ผลงานก่อนการเลือกตั้ง เป็นที่ประจักษ์ว่า “ดร.แด๊ก” ลุยได้ทุกรุ่นทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ที่พูดแบบนี้ “พญาเสือ” อาจจะถูกเขม่นเอา เพราะเก้าอี้เลขานุการ รมว.คลัง น่าจะดีกว่าเก้าอี้โฆษกฯ แต่ “พญาเสือ” ไม่ได้เชียร์ “ดร.แด๊ก” ไม่มีนอกมีใน เพียงแต่เห็นว่า หน่วยก้านและงานแบบนี้ เหมาะกับ “ดร.แด๊ก” เป็นที่สุด

00000 ฮัดเช้ย! นายกฯ ลุงตู่ ไปสุวรรณภูมิ กลับบ้าน “ไข้ขึ้น” แต่ “พญาเสือ” ไม่เชื่อว่านายกฯ จะติดไข้โคโรนา เพราะอาการไข้ขึ้น น่าจะมาจากการ ประชุม ก.ตร. มากกว่า และอาจจะติดเชื้อจาก “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เนื่องจากในยุค บิ๊กแป๊ะ มีเรื่องราวสารพัดให้ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์รายวัน หรือไม่ก็อาจติดจาก อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ที่ไปสนามบินด้วยกัน

00000 “พญาเสือ” ได้รับการชี้แจงจาก ดีดีถั่ว สุเมธ ดำรงชัยธรรม ดีดีใหญ่การบินไทย ว่า การบินไทย และไทยสมายล์ ไม่มีเที่ยวบินตรงไปอู่ฮั่น ฉะนั้นการจะนำเครื่องบินพาณิชย์ไปรับคนไทยที่นั่น อาจจะต้องใช้เวลาในการขออนุญาตจากทางการจีน ไม่ใช่เอะอะปุ๊บปั๊บจะไปรับได้เลย เหมือนใครบางคนที่พูดเอาหน้า

00000 มันมีกฎ การบินพลเรือนบังคับ อยู่ เช่นเดียวกัน หากได้รับอนุญาตนำเครื่องไปรับ เครื่องบินพาณิชย์ไม่สามารถรับคนไทยที่ติดเชื้อขึ้นเครื่องได้ จึงต่างจากเครื่องบินทหาร ที่สามารถดำเนินการได้ทุกอย่าง แน่นอนว่า หากได้รับคำสั่ง การบินไทยก็พร้อมที่จะบินตลอดเวลา ทำงานดีกันขนาดนี้ “พญาเสือ” จะเฝ้าดูว่าใครจะใจดำ “ปลด” ดีดีได้ลงคอ

00000 “พญาเสือ” ขอแจ้งความคืบหน้ากรณี ป.ป.ช.ตรวจสอบการจัดซื้อ ไบโอเมทริกซ์ ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ยืนยันมาจากปาก “วรวิทย์ สุขบุญ” เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า พนักงานไต่สวนได้ลงไปหาข้อมูลในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและพยานบุคคลเพิ่มเติม คาดว่าปลายเดือนมีนาคม 2563 น่าจะสามารถสรุปข้อมูลเบื้องต้นเพื่อเสนอว่ามีมูลหรือไม่

00000 นี่หมายความว่า การตัดสินของ ป.ป.ช. จะมาถึงก่อนที่ บิ๊กแป๊ะ จะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายน จับตาอย่ากะพริบ “พญาเสือ” มั่นใจว่า มีการเปลี่ยนแปลงแน่

00000 ส่วนอีกคนหนึ่งคือ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผบ.ตร. ที่เป็นต้นเหตุในการลงโทษ พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ ล่าสุด “พญาเสือ” ได้รับเมสเสจจาก “รองไพรัตน์” ว่า ผมไม่เคยถูกดำเนินการทางวินัย เรื่องทรงผมผิดระเบียบแต่อย่างใด แต่ถูกผู้บังคับบัญชาส่งตัวไปกลั่นแกล้ง ฝึกธำรงวินัย แล้วผู้บังคับบัญชายังมาอ้างอีกว่า การฝึกธำรงวินัยนั้น ไม่ถือเป็นการลงโทษทางวินัย ซึ่งถ้าผมผิดระเบียบเรื่องทรงผมจริง เหตุใดจึงไม่ลงโทษหรือดำเนินการตั้งกรรมการทางวินัย สรุป เอาผมไปแกล้งให้อับอาย เสียชื่อเสียง จึงฝากวิงวอนนายกรัฐมนตรี ให้สอบสวนกันอย่างตรงไปตรงมา อย่าบิดข้อเท็จจริง เมื่อชัดเจนว่า ใครเป็นตำรวจไม่ดี ก็ให้ขจัดออกไปอย่างจริงจัง ทราบแล้วเปลี่ยน 00000

รู้จักกับ”อู่ฮั่น”เมืองดาวรุ่งของจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/413865?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

รู้จักกับ”อู่ฮั่น”เมืองดาวรุ่งของจีน

31 มกราคม 2563 – 09:08 น.
อู่ฮั่น,ประเทศจีน,โคโรน่า
เปิดอ่าน 877 ครั้ง

รู้จักกับ”อู่ฮั่น”เมืองดาวรุ่งของจีน

เวลานี้มีคำถามถึง ‘อู่ฮั่น’ ที่กำลังกลายเป็นเมืองร้างเพราะประธานาธิบดี ‘สี จิ้น ผิง’ ผู้ยิ่งใหญ่ของจีนสั่งปิดเมืองเพื่อสกัดไวรัสโคโรน่า

‘อู่ฮั่น’ กำลังกลายเป็นเมืองที่คนไทยอยากรู้จักเช่นเดียวกับปักกิ่งเมืองหลวงของจีน เซี่ยงไฮ้เมืองอันดับ 2 หรือกวางเจาเมืองศูนย์กลางการค้าขาย

‘ดับเครื่องชน’ เลยขอแนะนำให้รู้จักกับ ‘อู่ฮั้น’ พอสังเขปและเชื่อว่าต่อไปนี้คนทั่วโลกจะจดจำชื่อนี้ไว้อีกนานเท่านาน

‘อู่ฮั่น’ เป็นเมืองใหญ่ระดับดาวรุ่งของมณฑลหูเป่ย มีประชากรพลเมืองราว 11 ล้านคนพอๆ กับกทม.ของเรา เป็นเมืองศูนย์กลางคมนาคมทั้งเที่ยวบินไปทั่วโลก เป็นเมืองศูนย์กลางรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมต่อไปยังเมืองใหญ่ เช่น กวางตุ้งทางใต้ กวางโจว และปักกิ่ง

ในด้านอุตสาหกรรมเป็นเหมือนดีทรอยท์ของจีน และเวลานี้เป็นที่ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ดังของฝรั่งเศส อาทิ เปอโยต์, เรโนลต์ ฯลฯ จึงมีวิศวกรและระดับคนงานมากมาย

‘อู่ฮั่น’ เป็นเมืองแห่งทะเลสาบที่มีทิวทัศน์สวยงามทั้งภูเขาแม่น้ำและเป็นประตูหรือเกตเวย์ไป ‘เขื่อนสามผา’ แม่น้ำแยงซีเกียงเขื่อนที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำใหญ่ที่สุดในโลก!

นี่เป็นตัวอย่างของ ‘อู่ฮั่น’ แต่จากนี้ไปเรามาช่วยกันภาวนาให้เมืองดาวรุ่งสำคัญนี้ฝ่าวิกฤติไวรัสโคโรน่าให้ได้

เราต้องช่วยกันป้องกันและยับยั้งไม่ให้ไวรัสมรณะนี้แพร่ระบาดไปทั่วโลก
อ๊อด เทอร์โบ


 การบินไทยปีกหัก
 หาทางลดค่าใช้จ่าย

ผมเป็นคนไทยคนหนึ่งที่ใช้บริการการบินไทยตลอดมาอย่างเหนี่ยวแน่นโดยไม่ใช้อภิสิทธิ์ใดๆ เพราะถือว่าเป็นสายการบินแห่งชาติและต้องอยู่ให้ได้ตามสภาพของอุตสาหกรรมการบินที่มีการแข่งขันสูงมาก โดยเฉพาะมีสายการบินต้นทุนต่ำ หรือโลว์คอสต์แอร์ไลน์ที่เกิดมาเยอะมาก

ที่เขียนจดหมายฉบับนี้มาเพราะเห็นว่าเวลานี้การบินไทยยังขาดทุนและต้องหาทางลดค่าใช้จ่ายแล้ว โดยปีนี้เห็นว่าจะลดการจ้างคนภายนอก หรือเอาท์ซอร์ส ซึ่งเวลานี้มีประมาณ 10,000 คน ลดลง 10% ก็จะลดค่าใช้จ่ายได้เกือบ 4,000 ล้านบาท

คนภายนอกอย่างผมยังงงว่าทำไมการบินไทยต้องใช้บุคคลนอกมากขนาดนี้เชียวหรือ? และพอไม่ได้ทำงานแล้วคนเหล่านี้จะเอารายได้จากไหนมาเลี้ยงชีวิตและครอบครัว

โบราณว่าไว้ว่าต้องสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิตนี่ถ้าจะจริง แต่การบินไทยนั้นเวลานี้เหมือนคนป่วยต้องผ่าตัดด่วน

ที่ผ่านมาการบินไทยยังจมอยู่กับการเมือง มีการจัดซื้อจัดจ้างและจุดอ่อนอีกมากมายที่ถ้าเป็นบริษัทเอกชนก็ล้มละลายไปแล้ว

จะทำอะไรก็รีบทำเถิด เพราะเลี้ยงไข้ไว้รับรองไม่รอดแน่
ธรรมศักดิ์ (วิภาวดี)

 เรียนคุณ ‘ธรรมศักดิ์’ วิภาวดี
จดหมายของคุณให้ความชัดเจนดีมากและคาดว่าคุณคงมีฐานะไม่เดือดร้อนจึงเป็นแฟนคลับการบินไทยอย่างเหนียวแน่นและตลอดไป เรียกว่ามีจิตสำนึกและความปรารถนาดีมากๆ

ผมเองยอมรับว่าหันไปใช้บริการ รฟท. และสายการบินต้นทุนต่ำเพราะมีราคาถูกกว่า บริการก็ดีโดยเฉพาะบินในประเทศหรือไปประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆ

เวลานี้การบินไทยจะต้องหาวิธีการให้พ้นจากการขาดทุนและที่ผ่านมามีนักการเมืองบางคนเห็นการบินไทยเป็นขุมทรัพย์เลยแสวงหาผลประโยชน์กันใหญ่ และถึงเวลาแล้วที่การบินไทยต้องผงาดด้วยตัวเองและพ้นจากสภาพเช่นนี้
อ๊อด เทอร์โบ


 ป้องกันแพร่ระบาด
 โปรดสวมหน้ากากอนามัย

บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ บีอีเอ็ม แจ้งว่าเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ตลอดจนการแพร่กระจายของเชื้อโรคต่างๆ รถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที ทั้งสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงจึงมีมาตรการป้องกันเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสาร โดยมีการดำเนินการ ดังนี้

1.เพิ่มความถี่การทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในสถานีรถๆ ไฟฟ้าทุกสถานีโดยเฉพาะพื้นที่ให้บริการที่มีการสัมผัสกับผู้ใช้บริการบ่อยๆ เช่น เครื่องออกตั๋วโดยสาร ห้องจำหน่ายตั๋ว ราวจับบันได บันไดเลื่อน ราวกันตก ประตูเก็บค่าโดยสาร เก้าอี้นั่ง ลิฟต์โดยสาร

2.เพิ่มการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในขบวนรถไฟฟ้า หลังปิดให้บริการและก่อนเปิดให้บริการทุกวัน และเน้นการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในบริเวณที่ผู้โดยสารต้องสัมผัส เช่น ราวจับภายในขบวนรถ เก้าอี้นั่ง

3.ดูแลสุขภาพพนักงานที่ให้บริการในสถานีและขบวนรถไฟฟ้าด้วยการตรวจความพร้อมด้านสุขภาพ ตรวจวัดไข้ก่อนการปฏิบัติงานทุกครั้งและให้พนักงานสวมหน้ากากอนามัยกรณีที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีประชาชนหนาแน่น

เพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยของผู้โดยสารทุกคน รถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที ขอความร่วมมือผู้โดยสารใส่หน้ากากอนามัยกรณีมีอาการเจ็บป่วย ไอ จาม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค
